แรงบันดาลใจสองแผ่นดินจากในหลวงรัชกาลที่ 9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/249339

วันอังคาร ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

 

นิทรรศการ‘ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์’ ชุดเหรียญที่‘รฤก’ในรัชกาลที่ 9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/249347

วันอังคาร ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

 

‘แรร์ ชูการ์’…นํ้าตาลในฝัน พิชิต‘อ้วน’…พิฆาต‘เบาหวาน’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/249350

วันอังคาร ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

# เพราะชีวิตขาดหวานไม่ได้…

ขึ้นชื่อว่า “ของหวาน” แล้ว เชื่อเหลือเกินว่าหลายคนคง “น้ำลายสอ” มนุษย์เราคุ้นเคยกับการทำให้ “อาหาร-เครื่องดื่ม-ขนม” มีรสหวานแทบทั้งสิ้น “น้ำตาล” ถือเป็นเครื่องปรุงสามัญประจำร้านอาหารทุกประเภท ไปจนถึงในเกือบทุกครัวเรือน

ทว่า…อีกมุมหนึ่ง การบริโภคอาหารที่มีรสหวานบ่อยครั้ง อาจ “นำภัย” มาสู่ตัวได้เช่นกันโดยเฉพาะโรคร้ายอย่าง…

เบาหวาน!!!

ข้อมูลจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่สำรวจร่วมกับ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ระบุว่า ช่วงปี 2557-2558 จากการสุ่มตรวจสุขภาพประชากรไทย 21 จังหวัด รวม 19,468 คน จากนั้นนำมาคำนวณ แล้วพบว่ามี “กลุ่มเสี่ยง” ป่วยเป็นเบาหวานโดยไม่รู้ตัวมากถึง 7.7 ล้านคน เนื่องจากคนไทยนิยมบริโภคน้ำตาลมากกว่าที่ควรจะเป็น หรือไม่เกิน 4-8 ช้อนชาต่อวัน ตามมาตรฐานของ องค์การอนามัยโลก (WHO) ถึง 4-7 เท่าตัว

ที่ผ่านมา เมื่อผู้ใดป่วยเป็นเบาหวาน ย่อมต้อง “ควบคุมการกิน” อย่างเข้มงวด ของหวานทุกชนิดกลายเป็น “เรื่องต้องห้าม” ไม่สามารถบริโภคได้อีกต่อไป เนื่องจากผู้ป่วยเบาหวานจะไม่มีฮอร์โมนที่ทำหน้าที่นำน้ำตาลไปใช้อย่าง “อินซูลิน” (Insulin) หรือถึงมีก็มีน้อยกว่าคนปกติทั่วไป ทำให้ปริมาณน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นพรวดๆ ได้ แม้รับประทานอาหารหวานเพียงเล็กน้อย

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีการค้นพบสารบางอย่างที่อาจเป็น “ความหวัง”…

ไม่นานนี้ “คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่” (มช.) ได้เปิดเผยงานวิจัยที่ทำร่วมกับ มหาวิทยาลัยคากาวา ประเทศญี่ปุ่น (Kagawa University,Japan) เกี่ยวกับการใช้ “แรร์ ชูการ์” (Rare Sugar) มาใช้ในผู้ป่วยเบาหวาน แล้วพบว่าสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดและลดน้ำหนักตัวของผู้เข้าร่วมการทดลองได้มาก

“ศ.นพ.บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์” ผู้อำนวยการหน่วยวิจัยทางคลินิก คณะแพทยศาสตร์มช. เปิดเผยว่า สำหรับประเทศไทย ขณะนี้ทำการศึกษามาได้ประมาณ 2 เดือน กับอาสาสมัคร60 คน มีการติดตามอย่างใกล้ชิดทั้งตรวจสุขภาพ วัดสัดส่วนร่างกาย ตรวจเลือดและเอกซเรย์ ซึ่งเมื่อครบ 6 เดือน ทาง มช. จะได้ส่งผลการวิจัยไปที่มหาวิทยาลัยคากาวา เพื่อวิเคราะห์และสรุปผลอีกครั้ง

ด้าน “ผศ.พญ.ศุภวรรณ บูรณพิร”อาจารย์ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์มช. กล่าวว่า น้ำตาลที่เรียกกันว่า แรร์ ชูการ์ “หายากสมชื่อ” เพราะแม้จะพบได้ทั่วไปเหมือนน้ำตาลปกติ แต่ “พบได้น้อยมาก” กระทั่งทางมหาวิทยาลัยคากาวา สามารถสกัดออกมาได้ และทำให้มีปริมาณเพิ่มขึ้น เพื่อนำมาทดสอบคุณสมบัติ แล้วพบว่าน้ำตาลชนิดนี้ “มหัศจรรย์” เนื่องจากรับประทานแล้ว ระดับ “น้ำตาลในเลือด” ไม่เพิ่มขึ้นเหมือนน้ำตาลปกติทั่วไป

“คุณสมบัติของ แรร์ ชูการ์ คือ มีความหวานน้อยกว่าน้ำตาลปกติ 70-80 เปอร์เซ็นต์ เมื่อรับประทานเข้าไปแล้ว นอกจากน้ำตาลในเลือดจะไม่ขึ้น ยังทำให้น้ำตาลหลังอาหารลดลงจึงเหมาะกับคนไข้เบาหวาน เพราะเมื่อรับประทานอาหารไปแล้ว คนไข้เบาหวานจะมีน้ำตาลในเลือดสูงกว่าคนทั่วไป แต่ถ้ารับประทานแรร์ชูการ์ น้ำตาลหลังอาหารจะขึ้นช้ากว่า ขึ้นแล้วอยู่นานกว่า นั่นแปลว่าเราจะอิ่มนานและรับประทานอาหารอื่นน้อยลง” พญ.ศุภวรรณ ระบุ

นักวิจัยรายนี้ กล่าวอีกว่า ผลการศึกษาในประเทศญี่ปุ่น พบว่าผู้ที่บริโภค “แรร์ ชูการ์” เมื่อไปวัดสัดส่วนและเข้าเครื่องเอกซเรย์ “น้ำหนัก”ลดลง โดยเฉพาะ “ไขมันในช่องท้อง” ซึ่งในทางการแพทย์จัดว่าเป็นไขมันที่ไม่ดี จึงเป็นที่สนใจไปทั่วโลก ส่วนการทดลองในไทย ขณะนี้ได้ทำกับอาสาสมัครที่เป็นคนอ้วนแต่มิได้เป็นโรคเบาหวาน โดยให้รับประทานน้ำตาลแรร์ ชูการ์ครั้งละ 5 กรัม วันละ 3 มื้อ แล้วติดตามผลว่าจะสามารถลดน้ำตาลในเลือด ลดน้ำหนัก ลดไขมัน และโดยเฉพาะไขมันในช่องท้องได้หรือไม่? มากน้อยเพียงใด?

หากได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ย่อมถือเป็น “ข่าวดี” ในการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน หรือแม้แต่สำหรับผู้ที่อยาก “ลดน้ำหนัก” แต่ยังไม่สามารถเลิกกินหวานได้อย่างเด็ดขาดในเสียทีเดียว

“ถ้าเขาอยากกินหวาน เขาก็อาจจะต้องกินมากขึ้น แต่ว่ามันไม่มีพลังงาน ดังนั้นเขากินมากขึ้นมันก็อาจจะไม่มีปัญหาอ้วน แต่เรากำลังดูว่าถ้าเขากินเยอะๆ มันจะมีผลข้างเคียงอะไรหรือเปล่า แต่ ณ ปัจจุบัน ยังไม่เห็น” พญ.ศุภวรรณ ระบุ

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้การทดลองในไทยยังอยู่ในขั้นดำเนินการเท่านั้น ซึ่งโครงการนี้จะสมบูรณ์พร้อมสำหรับการเผยแพร่ได้ ประมาณเดือน ก.ค.-ส.ค. 2560

เว็บไซต์ สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เผยแพร่ข้อมูลสถิติโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หอบหืด อ้างอิงข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข พบว่า ในปี 2557 มีผู้ป่วยเบาหวานจำนวน 670,664 คน คิดเป็น 1,032.50 คนต่อประชากร 1 แสนคน

เช่นเดียวกับ รายงานการระบาดของโรคเบาหวานและผลกระทบที่มีต่อประเทศไทย ของสมาคม ระบุว่า จากข้อมูลในปี 2552 ผู้ป่วยเบาหวาน 1 คน จะมีค่าใช้จ่ายในการรักษา 28,200 บาทต่อคนต่อปี และทำให้สูญเสียงบประมาณโดยรวมถึง 50,000 ล้านบาท ทั้งนี้ยังไม่รวมปัญหาโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ที่เป็นผลต่อเนื่องมาจากเบาหวาน เช่น ดวงตาถูกทำลายจนบอด ไตวาย โรคหัวใจและหลอดเลือด หรือเป็นแผลที่เท้าแล้วสูญเสียประสาทการรับรู้ที่เท้า จนต้องตัดขาทิ้ง เป็นต้น

นอกจากนี้ “นพ.เพชร รอดอารีย์” เลขาธิการสมาคม เคยให้ข้อมูลผ่านสื่อไว้เมื่อเดือน พ.ย.2558 ระบุว่า คนไทยที่อายุมากกว่า 15 ปี เป็นเบาหวานร้อยละ 6.9 ประชากรวัยกลางคน อายุระหว่าง 45-59 ปี เป็นเบาหวานถึงร้อยละ 10.1 และประชากรวัยทำงาน อายุ30-44 ปี เป็นเบาหวานร้อยละ 3.4

นอกจากจำนวนจะสูงขึ้นแล้ว ยังพบว่ามากว่าครึ่งหนึ่งไม่ทราบว่าตัวเองเป็นเบาหวาน และผู้ที่มีน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคเบาหวานในอนาคตอีกกว่าร้อยละ 10 ดังนั้นแต่ละคนต้อง “ลดเสี่ยง” ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารอย่างจริงจัง จะช่วยลดความเสี่ยงได้ถึงร้อยละ 70

แน่นอนว่าคงไม่ง่ายที่ใครคนหนึ่งซึ่ง “ชีวิตติดหวาน” อยู่ดีๆ จะ “หักดิบ” เลิกกินหวานในทันที คงต้องใช้เวลาอย่างค่อยเป็นค่อยไป…

“แรร์ ชูการ์” ที่ มช. กำลังวิจัยอยู่นี้…

อาจกลายเป็น “ทางเลือก” ในอนาคต!!!

ร่วมเขียนปณิธานความดีบนดวงดาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/249346

วันอังคาร ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

 

ขับขาน 9 บทเพลงถวายแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/249336

วันอังคาร ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

 

คืนชีวิตให้ผิวระคายเคืองแพ้ง่าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/249331

วันอังคาร ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

 

เบาหวาน…ภัยร้ายใกล้ตัว ทุก 6 วินาที จะมีคนเสียชีวิตจากโรคเบาหวาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/249332

วันอังคาร ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

 

สิงห์ คอร์เปอเรชั่น ร่วมกับ จีดีเอช สืบสานพระราชปณิธาน มอบ ‘ดนตรี’ ส่ง ‘ความสุข’ แด่คนไทย ผ่านภาพยนตร์รักแห่งปี ‘พรจากฟ้า’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/249329

วันอังคาร ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

 

อย่ามองข้ามสัญญาณเตือนร่างกาย 8อาการชี้ลำไส้กำลังมีปัญหา!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/249355

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 16.57 น.

สัญญาณเตือนจากร่างกายเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม อาการผิดปกติต่างๆ ที่เกิดขึ้นอาจกำลังบอกว่าคุณกำลังป่วยได้ อย่างเช่น 8 อาการต่อไปนี้ ที่กำลังส่งสัญญาณฟ้องว่า ลำไส้ของคุณมีปัญหา!!! และควรได้รับการฟื้นฟูใหม่

1. ท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องผูก

ปัญหาเกี่ยวกับการย่อยจะบ่งบอกว่าลำไส้ของคุณไม่สามารถย่อยอาหารให้กลายเป็นพลังงานได้อย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตาม แพทย์อาจบอกว่าคุณเป็นโรคลำไส้แปรปรวน โรคลำไส้รั่ว ภาวะแบคทีเรียในลำไส้เล็กมากเกินไป หรือโรคกรดไหลย้อนและจำเป็นต้องรับประทานยาทุกวัน ทว่านี่ไม่ใช่การรักษาต้นตอของอาการ เมื่อเวลาผ่านไปอาจทำให้ลำไส้เสียหายรุนแรงได้ ดังนั้นคุณควรรักษาให้ถึงสาเหตุที่แท้จริง

2. ลดน้ำหนักไม่ลงโดยเฉพาะรอบเอว

คำอธิบายง่ายๆ สำหรับข้อนี้คือ ลำไส้ของคุณส่งผลต่อกระบวนการเผาผลาญ เนื่องจากไม่มีเชื้อจุลชีพในการย่อยไขมันหรือคาร์โบไฮเดรตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลที่ตามมาคือของเสียจะถูกกักเก็บไว้เป็นเนื้อเยื่อไขมันซึ่งปกติจะสะสมอยู่ตามรอบเอวของคุณ

3. ไม่สบายบ่อย

ระบบภูมิคุ้มกันอย่างน้อยร้อยละ 70 อยู่ในลำไส้ของคุณซึ่งหมายความว่าหากลำไส้ขาดความสมดุลคุณก็มีโอกาสรับเชื้อไวรัสมากขึ้นและป่วยบ่อยเนื่องจากร่างกายไม่สามารถต้านทานเชื้อโรคได้ ด้วยเหตุนี้ฉันจึงแนะนำว่าควรรักษาลำไส้ของคุณก่อนที่จะต้องรับประทานยาเพื่อบรรเทาอาการ

4. ผิวพรรณเริ่มย่ำแย่

ผิวหนังของคนเราเป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดของร่างกายและสามารถบ่งบอกได้ว่าเกิดอะไรขึ้นภายใน ยกตัวอย่างเช่น คุณอาจสังเกตว่าเมื่อไหร่ที่คุณรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ผิวพรรณของคุณก็จะเปล่งปลั่ง แต่เมื่อใดที่คุณป่วยหรือรับประทานอาหารที่ไม่สะอาดใบหน้าของคุณก็จะหม่นหมอง นั่นเป็นเพราะผู้ที่มีผิวพรรณดีมีแนวโน้มว่าจะมีแบคทีเรียลำไส้ดี ในทางกลับกันหากขาดความสมดุลก็จะหมายถึงการอักเสบ ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง และฮอร์โมนแปรปรวนทำให้คุณมีโอกาสเป็นโรคต่างๆ เช่น โรคภูมิแพ้ ผิวแห้งหรือผิวมันมาก และโรคผิวหนังอักเสบ

5. เหนื่อยง่ายและรู้สึกเพลียตลอดเวลา

หน่วยงานป้องกันโรคติดต่อ (CDC) ประเมินว่ามีชาวอเมริกันอย่างน้อยหนึ่งล้านคนที่ป่วยเป็นโรคอ่อนเพลียเรื้อรัง CFS) ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากโรคลำไส้รั่ว ดังนั้นต้องรักษาสุขภาพของระบบย่อยอาหารก่อน

6. เครียด อารมณ์แปรปรวน หรือซึมเศร้า

รู้หรือไม่ว่าสารเซโรโทนินหรือสารสื่อประสาทที่ช่วยกำหนดอารมณ์ที่สำคัญของคุณร้อยละ 95 นั้น อันที่จริงอยู่ในลำไส้ไม่ใช่อยู่ในสมอง ความสัมพันธ์การอยู่ร่วมกันระหว่างสุขภาพลำไส้กับสุขภาพประสาทจึงค่อนข้างชัดเจน

7. ความจำสับสน-ความคิดไม่แจ่มใส

คุณอาจรู้สึกว่าสมองของตัวเองไม่แล่นเอาเสียเลย ลืมกระทั่งคำศัพท์ง่ายๆ ลืมว่าวางโทรศัพท์ไว้ที่ไหน และแม้กระทั่งการคิดเลขในใจ สาเหตุคือเมื่อลำไส้ของคุณอักเสบสมองก็อาจอักเสบด้วยเช่นกันและทำให้กระบวนการรับรู้ล้มเหลว

8. มีปัญหาภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง

ลำไส้อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง เมื่อลำไส้รั่วแอนติบอดี้จะโจมตีอนุภาคที่หลุดออกไปซึ่งอาจกระตุ้นการทำงานของภูมิคุ้มกันมากเกินไปจนนำไปสู่ภาวะภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง เช่น ไทรอยด์หรือต่อมหมวกไตอ่อนล้า

ที่มา : issue247

คุณแหน : 20 ธันวาคม 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/249345

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 16.36 น.

ll ในที่สุดสิ่งที่ชุมชนตั้งแต่ย่านสาทร-นราธิวาส-พระราม 3-บางคอแหลม-ธนบุรี หวาดผวาก็ถูกประกาศจากปากของ พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าฯกทม.ภายในปี 2560 นี้ กทม.จะยกเลิกระบบขนส่งมวลชนรถ BRT โดยอ้างว่าการดำเนินงานขาดทุนปีละกว่าสองร้อยล้านบาท โดยไม่มีแผนรถสาธารณะมารองรับประชาชนจำนวนมากจะดำรงชีวิตได้อย่างไร ความจริงแล้วเรื่องนี้มีข่าวลือมาพักหนึ่งว่าด้วยเหตุผลทางการเมืองเพราะเป็นเส้นทางโดยสารยาวเหยียด เดินทางผ่านย่านชุมชนสำคัญหลายแห่ง และพรรคประชาธิปัตย์ โดยอดีตผู้ว่าฯ อภิรักษ์โกษะโยธิน เป็นผู้อนุมัติโครงการ  ในเมื่อการเมืองเปลี่ยนไปผู้โดยสารรถ BRT จำนวนมาก ก็ต้องรับกรรมไปโดยปริยาย…

ll สุทธิกา วิเชียรพันธุ์ พาคนในครอบครัวหลายชีวิต รวมเด็กเล็กไปเข้าคิวตั้งแต่สองยาม เพื่อกราบถวายอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชใช้เวลา 5 ชั่วโมง ข่าวว่าคืนนั้นฝนตกปรอยๆ แต่ก็ไม่พรั่นเตรียมผ้าคลุมศีรษะเรียบร้อย และในบรรดาผู้มาเข้าคิวมากมายมีการแบ่งปันผ้าปูนั่งให้กันและกันด้วย…

ll ไอศกรีมทุเรียนของร้านไอซ์เดีย ของ พริมา หวั่งหลีตอนนี้มีเดลิเวอรี่แล้ว โทร.สั่งกันได้ที่ 02-3311741 ร้านปิดวันจันทร์…

ll ขอแสดงความยินดีกับครอบครัวของมุมีนา เหมาวาด ลูกสาวคุณแม่ศรีเรือน กับ คุณพ่อดาวิชในโอกาสที่เรียนจบ International Business มหาวิทยาลัยมหิดล เกียรตินิยมอันดับ 1 เป็นความปลาบปลื้มของญาติสนิทมิตรรักเป็นยิ่งนัก…

ll แม้วัยจะเกิน 6 รอบ มาหลายปีแล้ว แต่ นพ.เหลือพร ปุณณกันต์ ก็ยังแข็งแรง เร็วๆ นี้ ก็จะนำคณะแพทย์อาสาออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ไปรักษาราษฎรที่ปราจีนบุรี…

ll ได้ข่าวว่าคุณหมอเหลือพร และคณะแพทย์อาสาตามโครงการศูนย์แพทย์พัฒนาฯของในหลวงรัชกาลที่ 9 จะไปตรวจประชาชนที่ปราจีนบุรี วนิดา อิศรางกูร ณ อยุธยา บริจาครองเท้าแตะจำนวนมากให้ไปแจกผู้ที่อัตคัดขัดสนได้ใช้กันอย่างถ้วนทั่ว…

ll กุณฑลา สันติประภพนายกสมาคมหมู่บ้านฤดูร้อนเด็กนานาชาติ ประเทศไทย กำหนดวัน Open day ให้ผู้ปกครองและประชาชนที่สนใจมาชมค่ายและการแสดงของเด็กนานาชาติ ในวันที่ 25 ธ.ค. ที่ The Pine Resort ปทุมธานี ซึ่งปีนี้มีเด็กๆ จากสหรัฐฯ อิตาลี เยอรมนี อินเดีย และไทย เข้าค่ายกว่า 40 คน ระหว่างวันที่ 22 ธ.ค.-3 ม.ค…

ll ความสุขมีมากล้น พูนสุขประธานราษฎร์นิกร ควง น้องเอ๋ ลูกสาวไปเที่ยวญี่ปุ่นอบอุ่นประสาแม่ๆ ลูกๆ…

ll สวด พญ.ประยูร ไชยกาล 19-23 ธ.ค. วัดลาดพร้าว ศาลา 2 ชีพชาล-ชนิดา ไชยกาล, พิณทิพย์ จิตภักดิ์ไทย บุตร-ธิดาฝากเรียนเชิญมา ณ โอกาสนี้…

ll ดั่งคำประกาศิตของว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ให้ทุกคนตระหนักถึง “CHANGE” แม้แต่ธุรกิจขนาดยักษ์ใหญ่ของโลก เช่น KODAK, RCA, NOKIA ต้องล่มสลายไปเพราะไม่รับรู้การปรับตัว แต่ไม่ใช่นักธุรกิจคุณภาพอย่าง มนูญ พุฒทอง ประธานกลุ่มร้านอาหาร“ยกยอ”เขาตระหนักดีถึงภาวะเศรษฐกิจที่ฝืดเคืองลงเรื่อยๆ บรรดาร้านอาหารที่ไม่ปรับตัวเปลี่ยนแปลงก็ต้องเลิกรากันไปหลายแห่งแล้ว วันนี้เสี่ยขยายกิจการออกมาตามศูนย์อาหารชื่อดังเพื่อปรับรูปแบบเป็นพฤติกรรมสะดวกกินถึง 5 โลเกชั่น อาทิ อาคารอัมรินทร์ พลาซ่า, อาคารสินธร ถนนวิทยุ, ซันทาวเวอร์ ถนนวิภาวดี, สนามบินสุวรรณภูมิ (เขตปลอดอากร) และรวมนิติทนายความมีผลให้สภาพคล่องของกลุ่มพุ่งกระฉูด!!…ll

บารอนเนส