โรงเรียนดุสิตธานีการโรงแรม ต้อนรับครูแนะแนว ชี้เรียนการโรงแรมรายได้ดี ไม่มีตกงาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/249202

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ดร.ธงชัย สวัสดิสาร ผู้บริหารโรงเรียนดุสิตธานีการโรงแรม พร้อมด้วย คุณครูแนะแนวจากทั่วกรุงเทพฯ ถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึก

โรงเรียนดุสิตธานีการโรงแรม สถาบันฝึกอบรมด้านการโรงแรมมาตรฐานอาเซียนเต็มรูปแบบแห่งแรกและแห่งเดียวใน
ประเทศไทย ในเครือดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล เดินหน้าสร้างการรับรู้อย่างต่อเนื่อง กับกิจกรรม “เปิดบ้าน Open House ทางเลือกศึกษาต่อด้านสายอาชีพ” รอบพิเศษ ครั้งที่ 3 เพื่อคุณครูแนะแนวจากทั่วกรุงเทพฯ

โดย ดร.ธงชัย สวัสดิสาร ผู้บริหารโรงเรียนดุสิตธานีการโรงแรม เผยว่า ปัจจุบันการเลือกศึกษาต่อสายอาชีพด้านการโรงแรมได้กลายเป็นทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจ สำหรับเยาวชนที่กำลังตัดสินใจเลือกเส้นทางอาชีพในอนาคต เนื่องจากสายงานด้านการท่องเที่ยวและโรงแรมยังคงมีความต้องการสูงและประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานมีฝีมือ สวนทางกับอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดดของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งปีที่แล้วสร้างรายได้สูงเป็นประวัติการณ์รวม 2.23 ล้านล้านบาท ประกอบกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนยังนำมาซึ่งโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจและการเคลื่อนย้ายแรงงานในภูมิภาค

คุณครูกับผลงานการจัดดอกไม้

งานนี้จึงเกิดขึ้นเปิดโอกาสอย่างเต็มที่ให้คุณครูฝ่ายแนะแนว คุณครูฝ่ายการงานอาชีพและเทคโนโลยี และคุณครูฝ่ายกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนจากโรงเรียนต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯได้เข้ามาทำความรู้จักกับหลักสูตรการเรียนการสอนทั้ง 3 สาขาของโรงเรียน ได้แก่ สาขาการให้บริการฝ่ายห้องพัก (งานแม่บ้านและงานต้อนรับส่วนหน้า) สาขาการให้บริการอาหารและเครื่องดื่ม และสาขาการผลิตอาหารและขนมอบ เพื่อเป็นข้อมูลแนะแนวการศึกษาต่อแก่น้องๆ นักเรียนที่กำลังจะจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งขอบอกว่างานด้านการโรงแรมในปัจจุบันนั้นมีรายได้ดี สวัสดิการที่มั่นคง และโอกาสก้าวหน้าในอาชีพ ไม่แพ้ผู้ที่จบการศึกษาสายสามัญเลยทีเดียว

นอกจากคุณครูทุกคนจะประทับใจกับการต้อนรับอย่างอบอุ่น และอิ่มอร่อยกับของว่างและน้ำสมุนไพรเพื่อสุขภาพจากฝีมือของนักเรียนโรงเรียนดุสิตธานีการโรงแรมแล้ว แต่ละคนยังได้ทดลองปฏิบัติกับการทำเวิร์กช็อปอาหารคาว หวานและการจัดดอกไม้ ที่ทางโรงเรียนได้จัดเตรียมเป็นพิเศษ เรียกได้ว่าได้ครบถ้วน ทั้งข้อมูลความรู้ และความสนุกในงานเดียว

บรรยากาศกิจกรรมเวิร์กช็อป

เปิดบ้านต้อนรับอาคันตุกะนักกอล์ฟ และนักธุรกิจทั่วทุกมุมโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/249217

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

พิทักษ์ อินทรวิทยนันท์ และคณะผู้จัดงาน

โครงการ “อะเมซิ่ง คิงดอม ออฟ ไทยแลนด์ : กอล์ฟเวิลด์ คลับ แชมเปี้ยนชิพ2016” งานแข่งขันกอล์ฟรายการสุดยิ่งใหญ่รวมตัวแทนจากสโมสรชั้นนำของโลก จาก 100 อันดับสนามยอดเยี่ยมที่สุด ร่วมกับ นิตยสาร กอล์ฟ แมกกาซีน สหรัฐอเมริกา เป็นหนึ่งเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนจัดงานแสดงศักยภาพประเทศ ให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาผู้ชมทั่วโลก กับการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยในพิธีเปิดอันยิ่งใหญ่ที่แสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์ความเป็นไทยจึงถือได้ว่าเป็นการประชาสัมพันธ์ประเทศให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นได้เป็นอย่างดี ณ สนามกอล์ฟ อโยธยา ลิงส์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดงาน

พิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ นำโดย พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกรรองนายกรัฐมนตรี และ พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีร่วมเป็นประธานเปิดงาน “อะเมซิ่ง คิงดอมออฟ ไทยแลนด์ : กอล์ฟเวิลด์ คลับ แชมเปี้ยนชิพ 2016” โดยมี พิทักษ์ อินทรวิทยนันท์ ประธานจัดงานฯ และผู้ก่อตั้งสนามกอล์ฟ อโยธยา ลิงส์ ได้จัดพิธีเปิดต้อนรับเหล่าอาคันตุกะนักกอล์ฟและนักธุรกิจจากทั่วโลก เริ่มจากพิธีกรกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน โดย วันปีย์ สัจจมาร์ค และ อลิซาเบธ แซดเลอร์ พร้อมเปิดการแสดงต่างๆ โดยนำเอาศิลปวัฒนธรรมไทยเข้ามาสอดแทรกในทุกการแสดงที่จัดเตรียมไว้ อาทิ“The Sound of Victory” การแสดงชุดลั่นกลองศึก ประกาศความพร้อม สร้างความฮึกเหิมให้แก่ผู้เริ่มงาน ตามด้วย “Marching of Thai Soldiers” ขบวนพาเหรดสุดยิ่งใหญ่นำตัวแทนนักกอล์ฟจาก 25 สนามชั้นนำของโลกเข้าร่วมการแข่งขัน ซึ่งนำโดย ผู้พันเบิร์ด-พันเอกวันชนะสวัสดี ในชุดเครื่องแต่งกายขุนศึกแห่งอยุธยา พร้อมเชิญถ้วยแข่งขัน บนหลังม้าสุดองอาจ นำหน้าเหล่านางรำ มาพร้อมขบวนทหารกล้า และปิดท้ายด้วยการเปิดตัวนักกีฬาของแต่ละประเทศเข้าสู่งาน ซึ่งจะเป็นการสร้างความประทับใจให้แก่เหล่าผู้เข้าร่วมงานในครั้งนี้

ดร.พรรณประภา  อินทรวิทยนันท์

อีกทั้ง ยังมีการจัดให้เหล่าอาคันตุกะและนักกอล์ฟเข้าเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวแหล่งสำคัญของประเทศอย่าง ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพ บางไทร และ วัดไชยวัฒนาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยเป็นการท่องเที่ยวและพักผ่อนหลังการแข่งขัน ทั้งยังประชาสัมพันธ์ประเทศให้เป็นที่รู้จัก สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติทั้งส่งเสริมภาคเศรษฐกิจ รวมถึงกีฬากอล์ฟในประเทศ และภาคการท่องเที่ยวให้เติบโตมากยิ่งขึ้น

ผู้พันเบิร์ด-พันเอก วันชนะ สวัสดี

การจัดงานในการครั้งนี้ ถูกแพร่ภาพให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตานานาประเทศ โดยมีการถ่ายทอดทางโทรทัศน์ไปยังผู้ชม 120 ล้านครัวเรือน ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา และอีกกว่า 40 ประเทศทั่วโลก ซึ่งถือได้ว่าเป็นการประชาสัมพันธ์ประเทศได้เป็นอย่างดี นอกจากการถ่ายทอดให้เห็นถึงการแข่งขัน ยังเป็นการถ่ายทอดให้คนภายนอกได้เห็น และเข้าใจถึงมรดกทางศิลปวัฒนธรรมและความเจริญรุ่งเรืองทางประวัติศาสตร์ชาติไทย ที่ส่งทอดต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

“The Sound of Victory” การแสดงชุดลั่นกลองศึก

งาน “อะเมซิ่ง คิงดอม ออฟ ไทยแลนด์ : การแข่งขันกอล์ฟเวิลด์ คลับ แชมเปี้ยนชิพ 2016” ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากองค์กรเอกชน อาทิ บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัทกรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัดบริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) บริษัท ซี.พี.ออลล์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทรู คอร์ปอร์เรชั่นจำกัด (มหาชน) เป็นต้น

บริจาครายได้งานแสดงดอกไม้นานาชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/249216

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

คณะกรรมการจัดงานดอกไม้ประจำปีนำโดย พิไลพรรณ สมบัติศิริ ประธานคณะกรรมการ มอบเงินรายได้จากการจัดงานแสดงดอกไม้นานาชาติประจำปี ครั้งที่ 30 “ป่ารักษ์น้ำ เฉลิมพระเกียรติ” ณ โรงแรมสวิสโฮเต็ล ปาร์คนายเลิศ และบ้านปาร์ค
นายเลิศ จำนวนรวมทั้งสิ้น 2,700,000 (สองล้านเจ็ดแสนบาทถ้วน) จัดสรรให้แก่ 4 องค์กรการกุศล ได้แก่ มูลนิธิชัยพัฒนา
เป็นจำนวนเงิน 900,000 บาท (เก้าแสนบาทถ้วน)มูลนิธิปิดทองหลังพระ เป็นจำนวนเงิน 900,000 บาท (เก้าแสนบาท) สมาคมส่งเสริมการศึกษาในถิ่นกันดาร ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เป็นจำนวนเงิน 450,000 บาท (สี่แสนห้าหมื่นบาทถ้วน)และมูลนิธิเพื่อนร่วมโลก เป็นจำนวนเงิน 450,000 บาท (สี่แสนห้าหมื่นบาทถ้วน)

งานดอกไม้ประจำปี โรงแรมสวิสโฮเต็ลปาร์คนายเลิศ ถือกำเนิดขึ้นในปี พ.ศ. 2529 ซึ่งได้ริเริ่มจัดขึ้นจากดำริของท่านผู้หญิงเลอศักดิ์สมบัติศิริ ผู้ก่อตั้งโรงแรมปาร์คนายเลิศ จากการที่ท่านได้รับการปลูกฝังให้รักพรรณพืชและดอกไม้เป็นอย่างมาก เมื่อครั้งยังเยาว์วัยจากพระยาภักดีนรเศรษฐ (เลิศ เศรษฐบุตร) หรือที่รู้จักกันในนาม นายเลิศ ผู้เป็นบิดา คหบดีผู้มั่งคั่งและมีคุณูปการต่อสังคมไทย ตลอด 29 ปีแห่งตำนานงานดอกไม้ ชื่อเสียงของงานดอกไม้การกุศลประจำปีโรงแรมปาร์คนายเลิศได้ผลิบานงอกงามมากยิ่งขึ้นทุกปี ด้วยแนวคิดของการจัดแสดงดอกไม้และพรรณไม้ที่แตกต่างกันไปในแต่ละปี ผ่านนิทรรศการ การสาธิตความรู้ด้านดอกไม้ และกิจกรรมบันเทิงแฝงสาระตลอดจนมหกรรมการออกร้านจำหน่ายสินค้าเกี่ยวกับพรรณไม้ อาหาร และสินค้านานาชนิด จนกลายเป็นงานสังคมการกุศลขนาดใหญ่ซึ่งอุทิศรายได้สู่สังคมมาแล้วมากกว่า 150 ล้านบาท

งานแสดงดอกไม้นานาชาติ ประจำปี2559 ภายใต้แนวคิด “ป่ารักษ์น้ำ เฉลิมพระเกียรติ”ได้จัดเป็นที่เรียบร้อยแล้วระหว่างวันที่ 6-9 ตุลาคม 2559 ที่ผ่านมา โดยในปีนี้ได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ องคมนตรี พลากร สุวรรณรัฐ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน โดยรายได้ตลอด4 วันของการจัดงานอันเกิดจากกิจกรรมมากมายที่เกิดขึ้นในงาน อาทิ การจำหน่ายบัตรเข้าชมงาน ดินเนอร์หรูจากเชฟรับเชิญจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์และอังกฤษ เทศกาลอาหารนานาชาติที่ห้องอาหารไอโซ่ และโนเบิ้ลเฮ้าส์ งานออกร้านจำหน่ายดอกไม้ ต้นไม้ สินค้าแฟชั่น สินค้าที่ระลึก ตลอดจน การแสดงดนตรี และแฟชั่นการกุศล โดยศิลปินรับเชิญ และศิลปินกิตติมศักดิ์ ณ บ้านปาร์คนายเลิศ รวมเป็นเงินทั้งสิ้นจำนวน 2,700,000 บาท (สองล้านเจ็ดแสนบาทถ้วน)

ทั้งนี้ นางพิไลพรรณ สมบัติศิริ ประธานคณะกรรมการจัดงานแสดงดอกไม้ พร้อมด้วย นางสัณหพิศ โพธิรัตนังกูรนางสาวณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร และคณะกรรมการจัดงาน มอบรายได้จากการจัดงานดังกล่าวทั้งหมดให้แก่ 4 องค์กรการกุศล ได้แก่ มูลนิธิชัยพัฒนา จำนวน 900,000 บาท(เก้าแสนบาทถ้วน) เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและโครงการพัฒนาอื่นๆ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในด้านเศรษฐกิจและสังคมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

มูลนิธิปิดทองหลังพระ จำนวน 900,000 บาท (เก้าแสนบาทถ้วน) เพื่อสนับสนุนกิจกรรมและส่งเสริมการศึกษา ที่เกี่ยวกับการนำแนวพระราชดำริไปประยุกต์ใช้และขยายผลสู่ชุมชนเพื่อให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น รวมถึงส่งผลต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สมาคมส่งเสริมการศึกษาในถิ่นกันดารในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี จำนวน 450,000 บาท (สี่แสนห้าหมื่นบาทถ้วน) เพื่อช่วยเหลือเกี่ยวกับสถานศึกษาและอุปกรณ์การศึกษาในชนบทที่ห่างไกล สมาคมเพื่อนร่วมโลก จำนวน 450,000 บาท (สี่แสนห้าหมื่นบาทถ้วน) เพื่อช่วยเหลือ ฟื้นฟูเยียวยา และให้ความรู้ด้านการป้องกันภัยแก่คนไทยในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ

อนึ่ง คณะกรรมการจัดงานมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ผู้ด้อยโอกาส และพร้อมที่จะจัดกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือสังคมอย่างต่อเนื่องจากนี้ทุกปี เพื่อสนองเจตนารมณ์ของท่านผู้หญิงเลอศักดิ์ สมบัติศิริผู้ถือกำเนิดงานดอกไม้การกุศลประจำปีสืบไป

‘อยู่วังสระปทุม’ เรื่องราวสุดน่ารักของแมวทรงเลี้ยง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/249225

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระเมตตาต่อสรรพสัตว์นานาชนิดที่เข้ามาพึ่งพิงอาศัยในที่ประทับส่วนพระองค์ “วังสระปทุม” โดยเฉพาะกับ “สุนัขทรงเลี้ยง” ซึ่งมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง กระนั้น ในวังสระปทุมแห่งนี้ก็ยังมีบรรดา “แมวทรงเลี้ยง” ที่เข้ามาพักพิงในวังจนกลายเป็น “ชาววัง” ให้พระองค์ทรงเลี้ยง อีกทั้งยังมีเรื่องราวน่ารักและประทับใจไม่แพ้กับสุนัขทรงเลี้ยง ซึ่ง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เคยมีรับสั่งว่า “พวกแมวๆ มีประโยชน์ ช่วยให้หมาๆ ในวังได้ออกกำลัง”

นานมีบุ๊คส์ ร่วมกับ บีทูเอส เปิดตัวหนังสือ “อยู่วังสระปทุม” เรื่องราวความน่ารักของแมวทรงเลี้ยงใน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่เข้ามาอาศัยอยู่ในวังสระปทุม และเรื่องราวแสนประทับใจของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงมีพระเมตตาต่อสรรพสัตว์ทั้งหลายที่ทรงเลี้ยง และที่มีชีวิตอยู่ในที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ถ่ายทอดโดย อาจารย์สุมาลี บำรุงสุข นักเขียนนักแปลชื่อดัง ในรูปแบบวรรณกรรมเยาวชน ผ่านตัวละครสุดน่ารัก ฝีมือการวาดโดย นัด-ณัฐวีร์ ลิมปนิลชาติ เจ้าของเพจชื่อดัง หมาจ๋า ณ ร้าน บีทูเอส ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

คิม จงสถิตย์วัฒนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด กล่าวว่า รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นที่ได้รับพระราชทานพระราชานุญาต จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้เผยแพร่หนังสือ อยู่วังสระปทุม เล่มนี้ในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุครบ 5 รอบ 2 เมษายน 2558 หนังสือเล่มนี้มีทั้งกลิ่นอายของความสดชื่นรื่นรมย์ ความอ่อนโยนอบอุ่น รวมไปถึงเกร็ดความรู้ความเป็นมาของวังสระปทุม รวมถึงท่านเจ้าของวังในอดีตและปัจจุบัน และพระจริยวัตรและพระราชกรณียกิจอันน่าประทับใจ

อาจารย์สุมาลี บำรุงสุข ผู้เขียนหนังสือ “อยู่วังสระปทุม” กล่าวว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชานุญาตให้นำภาพถ่ายฝีพระหัตถ์แมวที่ทรงเลี้ยง ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ในหนังสือ สัตว์เลี้ยงวังสระปทุม และ ในร่มเงา
วังสระปทุม ภาพวาดฝีพระหัตถ์ ATTACK CAT SECURITY SYSTEM รวมทั้งภาพถ่ายแมวที่ทรงเลี้ยง มาลงพิมพ์เผยแพร่ ในหนังสือ อยู่วังสระปทุม ตามคำกราบบังคมทูลขอพระราชทาน

“การเขียนหนังสือเล่มนี้ทำให้รู้ว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระเมตตาต่อสัตว์ทั้งหลาย โปรดให้สัตว์อยู่ในวังสระปทุมกันตามสบาย ไม่ขับไล่ ทั้ง นก หนู ทาก กระรอก หรือแม้แต่งู เช่น งูเขียวหางไหม้ งูสิงห์ เมื่อพระองค์ทรงเห็นก็ไม่ได้รับสั่งให้ไล่จับ แต่ถ้าเป็นงูใหญ่ เช่น งูเหลือม งูหลาม ผู้ดูแลวังจะขอให้เจ้าหน้าที่ในวังมาจับไปปล่อยนอกวังทันที พระองค์ทรงรับสั่งว่าอย่าไปทำอันตรายงูเหล่านั้น และให้จับไปปล่อยในที่วนอุทยานต่างๆ เช่น เขาใหญ่ เป็นต้น”

หนังสือ “อยู่วังสระปทุม” เป็นเรื่องราวสนุกๆ ของบรรดาแมวที่ไม่ได้รับเชิญที่พากันตบเท้าเข้ามาอยู่ในรั้ววังสระปทุม จนได้ถวายตัวกลายเป็นแมวทรงเลี้ยง จึงชวนกันมาเล่าเรื่องสนุกๆ ของบรรดาสุนัข แมว งู หนู กระรอก แม้แต่ปลาชะโด และสัตว์อื่นๆ ที่แอบและไม่ได้แอบเข้ามาอยู่ในวังเพื่อมาพึ่งพิงอาศัย ด้วยพระเมตตาขององค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงให้อยู่ร่วมกันในรั้ววังอย่างอบอุ่นและปลอดภัย นอกจากนี้ ยังได้นักวาดรูปหมาชื่อดังอย่าง “นัด หมาจ๋า ” มาวาดรูปแมวตามสไตล์หมาจ๋าได้อย่างน่ารัก ซุกซน และสนุกสนานอีกด้วย

หนังสือ “อยู่วังสระปทุม” จำหน่ายในราคา 175 บาท พร้อมแถมใบคั่นแมวสุดน่ารัก 4 ลาย ที่ ร้านบีทูเอส, ร้านหนังสือแว่นแก้ว และ ร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ หรือสอบถามที่ Nanmeebooks Call Center 02-662-3000 กด 1

ยลโฉม‘สถานีสนามไชย’ ทรงคุณค่า-งดงามดั่ง‘ท้องพระโรง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/249227

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

กล้เข้ามาทุกขณะกับการเปิดใช้ “รถไฟฟ้า” ทั้งบนดินและใต้ดิน ที่กำลังขยายเส้นทางครอบคลุมทั่วทั้งกรุงเทพมหานคร ซึ่งนอกจากผู้ก่อสร้างจะให้ความสำคัญกับ “โครงสร้าง” ที่แข็งแกร่งของเส้นทางรถไฟฟ้าแล้ว ยังให้ความสำคัญกับการออกแบบ “ตกแต่ง” ภายในสถานีด้วย โดยเฉพาะรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยายจากหัวลำโพง-บางแค ซึ่งมีสถานีที่ถูกออกแบบและตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมไทยสมัยโบราณ “งดงาม” ตระการตา นั่นคือ…

“สถานีสนามไชย”!!!

ตั้งอยู่บริเวณ ถ.สนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร ซึ่งเป็น 1 ใน 4 สถานีของโครงการรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยายเส้นทางหัวลำโพง-บางแค และบางซื่อ-ท่าพระ รวมระยะทาง 27 กิโลเมตร

ด้วยความที่ “สถานีสนามไชย” อยู่ใกล้กับพระบรมมหาราชวัง แวดล้อมด้วยสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญทางประวัติศาสตร์บน “เกาะรัตนโกสินทร์” การออกแบบตกแต่งภายในจึงโดดเด่น “พิเศษ” ยิ่งกว่าสถานีอื่น เน้นโชว์สถาปัตยกรรมไทยโบราณที่งดงาม ตระการตา ทรงคุณค่าทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ โดยถูกออกแบบให้เป็นดั่ง “ท้องพระโรง” สมัยรัตนโกสินทร์ ด้วยฝีมือของ “รศ.ดร.ภิญโญ สุวรรณคีรี ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (สถาปัตยกรรม) ปี 2537

“สถานีสนามไชยใช้สถาปัตยกรรมไทยโบราณมาเป็นแนวในการออกแบบ เพื่อสื่อถึงความทรงคุณค่าและเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมไทย ที่หลอมรวมกับชีวิตคนยุคใหม่ได้อย่างกลมกลืน ความรู้สึกแรกเมื่อก้าวเท้าเข้ามาสถานีนี้
เสมือนเดินเข้าสู่พระราชวังหรือท้องพระโรงในสมัยรัตนโกสินทร์ ที่ถูกถ่ายทอดความเป็นไทยได้อย่างงดงาม” รศ.ดร.ภิญโญ กล่าวระหว่างที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) นำคณะสื่อมวลชนเข้าชมสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสนามไชย เมื่อเร็วๆ นี้

“รศ.ดร.ภิญโญ” อธิบายต่อว่า การออกแบบนั้นจะมี “เสาสดมภ์” ที่ตั้งตระหง่านอยู่ระหว่างทางเดิน มีองค์และฐานเสาตามทำเนียบของสถาปัตยกรรมไทย ลงลายกระเบื้องเป็น “ดอกพิกุล” ปลายเสาประดับด้วย “บัวจงกล” ปิดทองคำเปลว พื้นและผนังจำลองมาจากกำแพงเมือง ลงลายกระเบื้องเป็น “ดอกประจำยาม” ประดับด้วยเสาเสมาของพระบรมมหาราชวัง เช่นเดียวกับพื้นเพดานที่ตกแต่งด้วย “ลายไทย” อันวิจิตร เพดานเป็นลายฉลุแบบ “ดาวล้อมเดือน” ปิดทองคำเปลว มองเห็นได้เหมือนกับพระบรมมหาราชวัง หรือพระอุโบสถ ที่ช่างหลวงหรือช่างราชสำนักเคยทำไว้

“รศ.ดร.ภิญโญ” กล่าวด้วยว่า แม้บรรยากาศภายในสถานีจะเป็นไทยแท้ๆ แต่มีกลิ่นอายความทันสมัย ด้วยลายเส้นกราฟิกบนพื้น เสา และในรายละเอียดตามสถานที่ต่างๆ รวมทั้งการจัดวางผังที่สอดคล้องกับการใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ และลงตัว “กลมกลืน” ไม่ขัดตา

“สถานีสนามไชย จะเป็นเอกลักษณ์ของไทยที่คนทั่วโลกต้องมาดู ต้องรู้จัก เราตั้งใจออกแบบส่วนประกอบอย่างประณีตทุกชิ้น รวมถึงใช้วัสดุที่คงทนที่สุด เพราะถือเป็นสมบัติของชาติ ไม่ใช่แค่อาคารรับรองผู้โดยสารผ่านไป-มาเท่านั้น นอกจากนี้ยังถือเป็นการอนุรักษ์ศิลปะและสถาปัตยกรรมไทยให้คนรุ่นหลังได้เห็นและชื่นชม” รศ.ดร.ภิญโญ กล่าว

ด้าน “ดร.สุภามาส ตรีวิศวเวทย์” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้รับผิดชอบงานก่อสร้าง กล่าวว่า “สถานีสนามไชย”ใช้ศักยภาพด้านวิศวกรรม “ควบคุม” การก่อสร้างและตกแต่งสถานีตามแบบสถาปัตยกรรมไทยที่ทรงคุณค่า มีความงดงามอ่อนช้อย แต่ “สง่างาม” ซึ่งภายใต้ความงดงามอันเป็นเอกลักษณ์แบบไทยรัตนโกสินทร์ สถานีสนามไชยยังสะท้อน “ความเป็นไทย” ด้านการออกแบบ ทั้งในเชิงวิศวกรรม การจัดพื้นที่ใช้สอยที่คำนึงถึงผู้ใช้งาน ความสะดวกและปลอดภัย พร้อมกับการตกแต่งที่มีรายละเอียด เชื่อว่าสถานีสนามไชยจะเป็นอีกหนึ่ง “แลนด์มาร์ค”ที่สำคัญของกรุงเทพฯ เป็นจุดเชื่อม “ความเป็นไทย-ความทันสมัย” เข้าด้วยกัน

“สถานีสนามไชย” เป็นหนึ่งในสถานีของเส้นทางโครงการรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยายบางซื่อ-ท่าพระ และหัวลำโพง-บางแค ระยะทาง 27 กิโลเมตร เป็นโครงสร้างทางวิ่งใต้ดิน ระยะทาง 5 กิโลเมตร มีสถานีใต้ดิน 4 สถานี และเป็นสถานีตกแต่งพิเศษ

ส่วนทางวิ่งยกระดับในช่วงท่าพระ-บางแค ระยะทาง 9 กิโลเมตร มีสถานียกระดับ 7 สถานี มีสถานีท่าพระเป็นจุดเชื่อมต่อเส้นทางบางซื่อ-ท่าพระ และสิ้นสุดโครงการสายสีน้ำเงินที่สถานีหลักสอง มีบริษัท ช.การช่าง จํากัด (มหาชน) เป็นผู้ดำเนินการออกแบบก่อสร้าง และตกแต่งในช่วง “สนามไชย-ท่าพระ” ซึ่งการตกแต่งและก่อสร้างใกล้เสร็จสมบูรณ์ เตรียมส่งมอบพื้นที่ให้ รฟม. มีแผนเปิดเดินรถ 2 ระยะ คือ ระยะแรก จะเปิดเดินรถสายใต้ช่วงหัวลำโพง-ท่าพระ-หลักสอง ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 และระยะที่ 2 เปิดเดินรถสายเหนือช่วงเตาปูน-ท่าพระ ตลอดสายทาง เดือนตุลาคม 2562

“ดร.สุภามาส” กล่าวทิ้งท้ายว่า นอกจาก “สถานีสนามไชย” แล้ว ยังมีอีก 3 สถานีที่ออกแบบให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมและวัฒนธรรมโดยรอบพื้นที่นั้นๆ คือ“สถานีวังบูรพา” ที่ตกแต่งแสดงวิถีชีวิตคนไทย, “สถานีวัดมังกรกมลาวาส” ตกแต่งแนวจีนไชน่าทาวน์ เพราะเป็นแหล่งชุมชนชาวจีน และ “สถานีอิสรภาพ” จะตกแต่งด้วย “หงส์” สัตว์ในวรรณคดีไทย เพราะตั้งอยู่ใกล้ “วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร”

การออกแบบสถานีให้โดดเด่นมีเอกลักษณ์เช่นนี้ นอกจากเป็นการ “บอกเล่า” เรื่องราว เพื่อสร้างความประทับใจให้แก่ชาวต่างชาติแล้ว ยังคาดหวังว่าจะทำให้คนไทยทุกคนตระหนักถึงคุณค่า “มรดกทางศิลปวัฒนธรรม” ของไทยที่เป็นหนึ่งเดียวในโลก

กิจกรรม 120ปี คณะพยาบาลศาสตร์ ม.มหิดล สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวง รัชกาลที่ 9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/249211

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลศิริราช สมาคมศิษย์เก่าพยาบาลศิริราชฯ และมูลนิธิคณะพยาบาลศาสตร์ฯ ร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มีต่อคณะ ในโอกาสครบรอบ 120 ปี คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (โรงเรียนหญิงแพทย์ผดุงครรภ์แลการพยาบาลไข้) และเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ องค์ผู้พระราชทานกำเนิดโรงเรียนหญิงแพทย์ผดุงครรภ์แลการพยาบาลไข้

คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล หรือโรงเรียนหญิงแพทย์ผดุงครรภ์แลการพยาบาลไข้ ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 12 มกราคม พ.ศ.2439 โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ก่อตั้งขึ้น โดยพระราชทานชื่อว่า โรงเรียนหญิงแพทย์ผดุงครรภ์แลการพยาบาลไข้ ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น โรงเรียนพยาบาลผดุงครรภ์และอนามัยศิริราช และมีความเจริญก้าวหน้ามาเป็นลำดับอย่างต่อเนื่อง จนได้รับการอนุมัติให้ยกฐานะเป็น คณะพยาบาลศาสตร์ เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2515 นับเป็นโรงเรียนพยาบาลแห่งแรกในประเทศไทยและเป็นจุดเริ่มของการศึกษาด้านการพยาบาลของประเทศด้วย

นับตั้งแต่ก่อตั้งโรงเรียนฯ คณะพยาบาลศาสตร์ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์อย่างต่อเนื่อง จนในปีพุทธศักราช 2552 คณะพยาบาลศาสตร์ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ จากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในการพระราชทานเงินทุนในการก่อสร้างอาคารใหม่ของคณะพยาบาลศาสตร์ ณ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา จากบัญชีสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เป็นจำนวนเงิน 613,258,900 บาท เพื่อให้มีสถานที่รองรับนักศึกษาพยาบาลที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบันคณะพยาบาลศาสตร์มีอาคารที่สง่างาม ทันสมัย เป็นที่ผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพ เพื่อสร้างคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติได้ในอนาคต

ทั้งนี้ กิจกรรมต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น เนื่องในโอกาสครบรอบ 120 ปี คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (โรงเรียนหญิงแพทย์ผดุงครรภ์แลการพยาบาลไข้) ประกอบด้วย การประชุมวิชาการ เรื่อง “120 ปี การพยาบาลไทย พลิกโฉมสุขภาพสังคม” ระหว่างวันที่ 9-11 มกราคม 2560 ณ โรงแรมปรินซ์พาเลซ กรุงเทพฯ โดยได้รับเกียรติจากศาสตราจารย์คลินิก เกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม พิธีถวายอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พิธีอาเศียรวาทสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ และเปิดนิทรรศการ 120 ปี การพยาบาลไทย ต่อด้วยการบรรยายเกียรติยศ เรื่อง “120 ปี กับการพลิกโฉมการพยาบาลไทยเพื่อสุขภาพสังคม” โดยรองศาสตราจารย์ ดร.ทัศนา บุญทอง นายกสภาการพยาบาล และอดีตคณบดี คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และการบรรยายเกียรติยศ เรื่อง “แรงบันดาลใจและภาวะผู้นำของพยาบาลไทย” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.กอบกุล พันธ์เจริญวรกุล อดีตคณบดี คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย อาจารย์ บุคลากรทางสุขภาพ พยาบาลวิชาชีพทั้งภาครัฐและเอกชน ศิษย์เก่าคณะพยาบาลศาสตร์ และนักศึกษาพยาบาลจากสถาบันต่างๆ จำนวน 600 คน รวมทั้ง งานปาฐกถาคุณหญิงพิณพากษ์ พิทยาเภท ครั้งที่ 17 โดยได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี และนายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล เป็นองค์ปาฐก ในวันที่ 12 มกราคม 2560 เวลา 13.30-14.30 น. ณ หอประชุมราชแพทยาลัย โรงพยาบาลศิริราช

นอกจากนี้ จะมีการจัดกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ต่างๆ ดังนี้ วันที่ 13 มกราคม 2560 โครงการ “คนใกล้บ้าน เราห่วงใย แบบใกล้ใจ” ให้บริการสุขภาพแก่ประชาชน ณ ลานอเนกประสงค์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บางกอกน้อย ได้แก่ จุดคัดกรอง ซักประวัติ เจาะน้ำตาลในเลือด โดยพยาบาลจากชมรมเบาหวาน ตรวจมวลกระดูก ทดสอบความคล่องตัวและการทรงตัวในผู้สูงอายุ โภชนาการ ลดหวาน มัน เค็ม การดูแลภาวะสมองเสื่อม สตรี การตรวจเต้านม วัดสายตาโดยจักษุแพทย์,โครงการสร้างเสริมสุขภาพสามเณร ณ วัดกฤษณเวฬุพุทธาราม (วัดไผ่ดำ) ตำบลทองเอน อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี เป็นการให้บริการสร้างเสริมสุขภาพอย่างเป็นองค์รวมแก่สามเณร ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดต่อเนื่องทั้ง ปี 2559 – 2560

คุณแหน : 19 ธันวาคม 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/249223

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

●● สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงมีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ ท่านผู้หญิงรวิจิตร์  สุวรรณบุบผา เป็นนางสนองพระโอษฐ์ใน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.2559..

●● ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.กระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดประชุมวิชาการครบ 120 ปี คณะพยาบาลศาสตร์ ม.มหิดล (โรงเรียนหญิงแพทย์ผดุงครรภ์แลการพยาบาลไข้)พร้อมฟังบรรยายพิเศษ “120 ปี การพยาบาลไทย พลิกโฉมสุขภาพสังคม” โดย รศ.ดร.ทัศนา บุญทอง และรศ.ดร.กอบกุล พันธ์เจริญวรกุล  9-11 ม.ค.หน้า ณ ปรินซ์พาเลซ..

●●กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเดิน-วิ่งการกุศล ไทยแลนด์อินเตอร์เนชั่นแนลฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กม. ครั้งที่ 6 โดย สมชาย พูลสวัสดิ์ นายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ พร้อมกรรมการ จะไปรออยู่ที่ ลานอเนกประสงค์ใต้สะพานพระราม 8 ตั้งแต่ตี 3ครึ่ง ของวันอาทิตย์ 25 ธ.ค….

●● ต้อนรับเทศกาลปีใหม่กับขนมอร่อย ทั้งคริสปี้ครีม-ซินนาบอน ของ อุษณีย์ มหากิจศิริ ส่วน พายเฟสช์ สไตล์โฮมเมด
จากออสเตรเลีย เป็น ทริปเปิล ชีส พาย ทั้งเบคอน- ทูน่า- มัชรูม รสชาติและคุณภาพโดดเด่น แวะได้ที่ร้านพายเฟสช์ ทั้ง 3 สาขา ดิเอ็มควอเทียร์,เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกตและวิคตอเรีย การ์เด้น….

●● สมทรง ยนตรรักษ์ ประธานฝ่ายพัฒนาเด็กพิเศษ มูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนฯ ฝากถึงผู้อ่าน หนังสือพิมพ์แนวหน้า ว่าหากเห็นความจำเป็นร่วมในการซื้อรถตู้โรงเรียนรับ-ส่ง เด็กบกพร่องทางสติปัญญาของศูนย์พัฒนาเด็กพิเศษชุมชนคลองเตย เชิญร่วมสนับสนุนและบริจาคได้ในงานทอดผ้าป่าการศึกษา 13 ม.ค. ตั้งแต่ 08.30 น. ณ ศูนย์พัฒนาเด็กพิเศษฯ ชั้นล่างอาคารแฟลต 1 การเคหะชุมชนคลองเตย….

●●ไก่นเรศวรสูงตระหง่านกลางล็อบบี้ โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ จากไอเดียของ ดร.อัศวิน อิงคกุล ไม่ใช่ไก่ธรรมดาเป็นไก่ให้พรปีใหม่ ทักทายลูกค้าที่มาใช้บริการได้บันทึกภาพต้อนรับปีระกา ทันใจ….

●● ชนิสา แก้วเรือน บอสสาวแห่งสยามดิสคัฟเวอรี่ จัดงาน “Citizen of Love : Gifts for Them” ชวนร่วมบริจาคเงินซื้อของขวัญปีใหม่ในราคาครึ่งหนึ่งและสยามดิสคัฟเวอรี่จะสมทบทุนอีกครึ่งหนึ่ง เพื่อร่วมกันมอบของขวัญปีใหม่ ให้แก่เด็กด้อยโอกาส ในมูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ. เพื่อเด็กและเยาวชนในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ตั้งแต่วันนี้ถึง 15 ม.ค. ณ ชั้น G สยามดิสคัฟเวอรี่…

●●“ผู้บริหารดีเด่น” ประจำปี 2559 เป็นรางวัลล่าสุดของ สินธุ พูนศิริวงศ์ ที่ได้รับในวันกีฬาแห่งชาติ จากการกีฬาแห่งประเทศไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา….

●●สมาชิกระดับ V.I.P. กว่า 300 คนของ Life Privilege Club  กำลังรวมตัวกันเมื่อได้รับทราบข้อเสนอใหม่ทั้งสองทางเลือกซึ่งไม่เป็นไปตามสัญญาและข้อตกลงเริ่มแรก  ฝากถึงประธานฯ นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ แชมป์เศรษฐีหุ้นเมืองไทย ทบทวนใหม่ สร้างสรรค์สิ่งดีๆ ต่อไป  ดีกว่าต้องเสียเวลาขึ้นโรงขึ้นศาล….●●

คุณแหน

มอบเข็มเครื่องหมายเยาวชนพระราชทาน แก่คณะผู้นำเด็กและเยาวชน โครงการหมู่บ้านฤดูร้อนเด็กนานาชาติ ประจำปี 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/249203

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานในพิธีมอบเข็มเครื่องหมายเยาวชนพระราชทานและเกียรติบัตร พร้อมมอบโอวาทแก่คณะผู้นำเด็กและเยาวชน โครงการหมู่บ้านฤดูร้อนเด็กนานาชาติ ประจำปี 2559 โดยมี วนิดา อิศรางกูร ณ อยุธยา อุปนายก ผู้แทน กุณฑลา สันติประภพ นายกสมาคมหมู่บ้านฤดูร้อนเด็กนานาชาติ ประเทศไทย นำคณะผู้นำเยาวชนคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ และผู้ปกครอง เข้าร่วมงานพร้อมกล่าวขอบคุณประธานในพิธี ณ หอประชุมกรมกิจการเด็กและเยาวชน เมื่อวันอังคารที่ 6 ธันวาคม 2559 โดยโครงการหมู่บ้านฤดูร้อนเด็กนานาชาติ

จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้การใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นที่มีความแตกต่างทั้งด้านภาษา แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ทำให้เกิดการยอมรับในความเหมือนและแตกต่างระหว่างมนุษยชาติ ได้พัฒนาบุคลิกภาพ รู้จักการติดต่อสื่อสาร รวมถึงส่งเสริมสัมพันธภาพ และความเข้าใจอันดีระหว่างเยาวชนของประเทศที่เข้าร่วมโครงการ โดยปราศจากความอคติ เพื่อให้เกิดสันติภาพและมิตรภาพในประเทศต่างๆ ทั่วโลก ทั้งนี้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน(ดย.) มีภารกิจในการเสริมสร้างมาตรการและกลไก ในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพ คุ้มครอง และพิทักษ์เด็กและเยาวชนเพื่อให้เด็กและเยาวชนมีการพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นกำลังของชาติที่ดีในอนาคต จึงได้ดำเนินโครงการมาอย่างต่อเนื่อง

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.พม. พร้อมด้วย วนิดา อิศรางกูรฯ อุปนายกสมาคมหมู่บ้านฤดูร้อนเด็กนานาชาติ ประเทศไทย, คณะกก.บริหารสมาคมฯ ร่วมถ่ายภาพกับคณะผู้นำเด็กและเยาวชน โครงการหมู่บ้านฤดูร้อนเด็กนานาชาติ ประจำปี 2559

องค์การหมู่บ้านฤดูร้อนเด็กนานาชาติ (Children’s International Summer Villages) ก่อตั้งเมื่อ ค.ศ.1951 โดย ดร.ดอริส อเลน นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน โดยเริ่มจัดค่ายหมู่บ้านฤดูร้อนแห่งแรก ณ เมืองซินซินนาติ มลรัฐโอไฮโอ ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีเยาวชนจากประเทศออสเตรีย ฝรั่งเศส อังกฤษ เยอรมณี นอร์เวย์ สวีเดน เม็กซิโก และสหรัฐอเมริกาและได้มีการจัดตั้งองค์การเป็นทางการในปี ค.ศ.1956 ณ ประเทศสวีเดน สำหรับประเทศไทย ได้เริ่มดำเนินโครงการหมู่บ้านฤดูร้อนเด็กนานาชาติ ในปี พ.ศ.2518 และเป็นความร่วมมือระหว่างองค์การหมู่บ้านฤดูร้อนนานาชาติ ซึ่งมีสำนักงานถาวรตั้งอยู่ในประเทศอังกฤษ โดยมีสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ หรือ สยช. สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ในขณะนั้นได้สนับสนุนให้องค์กรภาคเอกชนที่ดำเนินโครงการแลกเปลี่ยนเด็กเยาวชนระหว่างประเทศ ก่อตั้งสมาคมหมู่บ้านฤดูร้อนเด็กนานาชาติประเทศไทยขึ้น จึงเป็นการริเริ่มความร่วมมือระหว่างภาครัฐ และเอกชนในการพัฒนาเด็กและเยาวชนระดับนานาชาติ

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว พร้อมด้วยวิทัศน์ เตชะบุญ อธิบดีกิจการเด็กและเยาวชน, พล.ต.อ.พีระ พุ่มพิเชฏฐ์เลขานุการ รมว.พม., วนิดา อิศรางกูรฯ, ผศ.จิราภา งามลักษณ์ที่ปรึกษา รมว.พม., นภา เศรษฐกรรองปลัดกระทรวง พม., พล.อ.มงคล เผ่าพงษ์คล้ายที่ปรึกษา รมว.พม., สมคิด สมศรี อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ

อรนุช กรองกาญจนลักษณ์, อ.อรทัย ศรีสันติสุข และ วนิดา อิศรางกูรฯ

อาหารบำบัดสำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/249210

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
คุณทราบหรือไม่ว่าอาหารในปัจจุบันนั้นมีมากมาย บางชนิดเราอาจจะคิดว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายทำให้สุขภาพดี
แต่รู้หรือไม่ว่าอาหาร ผัก ผลไม้บางชนิดกลับมีอันตรายซ่อนอยู่อย่างไม่น่าเชื่อ อาหารบางอย่างจะมีสารหรือแร่ธาตุ
บางชนิดในปริมาณที่สูงมาก อาจก่อให้เกิดโทษกับผู้ป่วยบางโรคได้ การดูแลเรื่องอาหารให้กับผู้ป่วยโรคไตก็นับว่าเป็นเรื่องที่สำคัญไม่น้อยน้ำทิพย์ ศรีวรานนท์ นักโภชนาการ โรงพยาบาลพระรามเก้า กล่าวว่า ผู้ป่วยโรคไตควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ในแต่ละวัน ได้แก่ ข้าว-แป้ง เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ น้ำมัน และต้องได้รับพลังงานเพียงพอ โดยในแต่ละมื้อควรมีอาหารหลากหลาย ผู้ป่วยควรปรับพฤติกรรมการบริโภคอาหาร ได้แก่ การลดหวาน ลดมัน ลดเค็ม เพื่อควบคุมโรคที่มีผลกระทบต่อไต การบริโภคเนื้อสัตว์ต้องอยู่ในปริมาณที่พอเหมาะ เพราะเนื้อสัตว์มีโปรตีนสูง หากรับประทานมากเกินไป จะทำให้ปริมาณของเสียในร่างกายเพิ่มมากยิ่งขึ้น ดังนั้น จึงทำให้ไตทำงานหนัก แต่ถ้าได้รับในปริมาณที่น้อยเกินไป ก็จะทำให้ร่างกายขาดสารอาหาร ปริมาณโปรตีนที่แนะนำ คือ 0.6-0.8 กรัม ต่อน้ำหนักตัวที่เหมาะสม 1 กิโลกรัม หรือขึ้นอยู่กับระยะของโรค และควรเลือกรับประทานโปรตีนคุณภาพสูง ได้แก่ เนื้อปลา โดยเฉพาะปลาทะเลน้ำลึก เนื่องจากมีไขมันต่ำและยังมีกรดไขมันโอเมก้า 3 สูง ไข่ขาว เนื้อหมู เนื้อไก่ (ไม่ติดหนัง-มัน) นมไขมันต่ำ เป็นต้น นอกจากนั้นอาหารจำพวก ข้าว-แป้ง เป็นแหล่งให้พลังงานที่สำคัญที่สุด เช่น ข้าวเจ้า ขนมจีน ก๋วยเตี๋ยว มักกะโรนี เป็นต้น แต่ในแป้งเหล่านี้ยังคงมีโปรตีนอยู่บ้าง หากต้องจำกัดโปรตีนต่ำมากๆ อาจต้องใช้แป้งปลอดโปรตีน เช่น วุ้นเส้น ก๋วยเตี๋ยวเซี่ยงไฮ้ เพิ่มเติมจากข้าวได้ หรือรับประทานขนมที่ทำจากแป้งปลอดโปรตีนได้ เช่น ซาหริ่ม สาคูเปียก เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับพลังงานที่เพียงพอ ผู้ป่วยเป็นเบาหวานให้ใช้น้ำตาลเทียมแทน

น้ำทิพย์  ศรีวรานนท์

อีกทั้ง ผู้ป่วยโรคไตควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง เช่น ไข่แดง เครื่องในสัตว์ และจำกัดไขมันอิ่มตัวทั้งจากพืชและสัตว์ จำพวก กะทิ น้ำมันปาล์ม มันหมู มันไก่ รวมถึงไขมันทรานส์ เช่น เนยเทียม เนยขาว ที่เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ประกอบเบเกอรี่ต่างๆ โดยแนะนำให้ใช้น้ำมันกลุ่ม MUFA ในการประกอบอาหาร เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันมะกอก น้ำมันคาโนลา เป็นต้น นอกจากนี้ ผู้ป่วยโรคไตควรจำกัดโซเดียมในอาหาร กรณีความดันโลหิตสูงหรือมีอาการบวม ต้องจำกัดโซเดียมให้น้อยกว่า 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน (ใช้ซีอิ๊วปรุงอาหารได้ประมาณ 3 ช้อนชาต่อวัน หรือ เกลือ 1 ช้อนชาต่อวัน) โดยเลี่ยงอาหารที่ปรุงรสเค็มจัด จากการใช้เครื่องปรุงรสต่างๆ รวมถึงอาหารแปรรูป อาหารหมักดอง อาหารตากแห้ง และอาหารกึ่งสำเร็จรูป ได้แก่ ไส้กรอก แฮม เบคอน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมขบเคี้ยว เป็นต้น โดยเน้นอาหารที่มาจากธรรมชาติมากที่สุด ไม่ผ่านการปรุงแต่งหรือแปรรูป ถ้าหากต้องจำกัดปริมาณโซเดียมต่ำมาก อาจส่งผลให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารได้น้อยลง แนะนำให้ใช้เครื่องเทศและสมุนไพรเป็นตัวแต่งกลิ่นอาหาร ให้อาหารน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น เช่น หอมแดง ใบมะกรูด กระเทียม ใบโหระพา ข่า ใบแมงลัก ตะไคร้ ใบสะระแหน่ กระชาย รากผักชี ขิง ผักชี พริกไทยดำ ใบกระวาน อบเชย กานพลู เป็นต้น

ส่วนเรื่องของน้ำดื่มที่เหมาะสมกับผู้ป่วยโรคไตมากที่สุด คือน้ำเปล่า หรือหากอยากดื่มน้ำสมุนไพร ก็พอดื่มได้บ้าง แต่ต้องไม่หวานจัด เช่น น้ำใบเตย น้ำอัญชัน น้ำเก๊กฮวย น้ำกระเจี๊ยบ เป็นต้น ปริมาณน้ำขึ้นอยู่กับความเสื่อมของไต หากมีความดันโลหิตสูงหรืออาการบวม ต้องจำกัดน้ำดื่ม ไม่เกิน 700-1,000 ซีซีต่อวัน เพราะความสามารถในการขับปัสสาวะของผู้ป่วยโรคไตจะลดลง หากไม่มีอาการบวม สามารถดื่มน้ำได้ตามปกติ

นอกจากนี้ยังมีข้อปฏิบัติอื่นๆ ได้แก่ งดบุหรี่ (Nicotine เป็น Vasoconstrictor ), กาแฟ (Caffeine) ระวังมิให้ท้องผูกด้วยยาและอาหาร ถ้ามีอาการท้องผูกขับถ่ายยากจะส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้น และยังมีผลต่อโพแทสเซียมอาจทำให้โพแทสเซียมถูกดูดซึมได้มากขึ้น ควรมีการออกกำลังกายอย่างเหมาะสม สม่ำเสมอ และนอนหลับสนิท ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะเป็นเหตุให้ไตรกลีเซอไรด์ (Triglycerides) สูงได้ ส่วนสารอาหารอื่นๆ อาจต้องมีการปรับและควบคุมตามอาการของโรค โดยการไปพบแพทย์เพื่อตรวจเลือดเป็นระยะๆ เพราะจะเป็นตัวช่วยบอกว่าควรจำกัดสารอาหารใดบ้าง เช่น หากมีระดับโพแทสเซียมในเลือดสูงเกินเกณฑ์ ต้องหลีกเลี่ยงผักสีเขียวเข้ม หรือสีเหลืองเข้ม เช่น บร็อคโคลี่ มันฝรั่ง มะเขือเทศ หน่อไม้ฝรั่ง ฟักทอง ผักที่รับประทานได้ เช่น ฟักเขียว บวบ แตงกวา มะเขือยาว เป็นต้น

หากมีระดับฟอสฟอรัสในเลือดสูงเกินเกณฑ์ ต้องหลีกเลี่ยง ไข่แดง (ควรทานแต่ไข่ขาว) นมทุกรูปแบบ ผลิตภัณฑ์จากนม เช่น โยเกิร์ต เนยแข็ง รวมถึงเมล็ดพืช เช่น เมล็ดแตงโม เมล็ดทานตะวัน ฯลฯ งดอาหารที่ใช้ยีสต์ เช่น ขนมปังปอนด์ แป้งซาลาเปา หมั่นโถว โดนัท เพราะยีสต์มีฟอสเฟตอยู่มาก งดอาหารที่ใช้ผงฟู เช่น เค้ก คุกกี้ ขนมหน้าแตก โดนัท หากมีระดับยูริกในเลือดสูงเกินเกณฑ์ ต้องหลีกเลี่ยงแหล่งอาหารที่มี พิวรีนสูง เช่น เครื่องในสัตว์ทุกชนิด ปีกสัตว์ น้ำสกัดจากเนื้อสัตว์ ยอดผักอ่อนๆ พวกยอดตำลึง ยอดฟักแม้ว ยอดฟักทอง หน่อไม้ฝรั่ง รวมถึงต้องรับประทานอาหารไขมันต่ำด้วย เพราะอาหาร
ไขมันสูงทำให้กรดยูริกขับถ่ายทางปัสสาวะได้ไม่ดี

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือ ผู้ป่วยโรคไต ต้องเริ่มปรับพฤติกรรมการบริโภคตั้งแต่ตรวจพบว่าเป็นโรค โดยอาจให้ครอบครัวมีส่วนร่วมในการควบคุมอาหาร รวมถึงการมาพบแพทย์ตามนัด เพื่อความต่อเนื่องในการวางแผนรักษา หรือการพบนักโภชนาการเพื่อช่วยกันวางแผนการรับประทานอาหารที่เหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อชะลอความเสื่อมของไตและช่วยให้เข้าสู่ระยะฟอกเลือดช้าลงอีกด้วย สุดท้ายนี้การป้องกันการเกิดโรคเป็นสิ่งที่ดีที่สุด สามารถทำได้โดยการรับประทานอาหารแต่พอดี เลี่ยงหวาน มัน เค็ม หมั่นรักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ ด้วยการออกกำลังกายเป็นประจำ งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่สูบบุหรี่ และตรวจสุขภาพประจำปี แต่หากเกิดโรคแล้ว ก็ควรรู้จักศึกษาโรคที่เป็น และปรับพฤติกรรมที่อาจส่งเสริมให้อาการของโรครุนแรงมากขึ้น ก็ช่วยให้มีชีวิตที่ยืนยาวขึ้นได้

พิพิธภัณฑ์เพื่อการเรียนรู้อัญมณี และเครื่องประดับอัญมณี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/249226

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

สยามเจมส์ เฮอริเทจ พิพิธภัณฑ์เพื่อการเรียนรู้อัญมณีและเครื่องประดับอัญมณีแห่งใหม่ บนถนนประดิษฐ์มนูธรรม จัดงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงพระกรุณาเสด็จเป็นองค์ประธานเปิด และมี นายธนายุทธ ทองจินดาวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส จี เซ็นเตอร์ จำกัด พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร รับเสด็จ

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ

เสด็จเป็นองค์ประธานเปิด “สยามเจมส์ เฮอริเทจ”

ในการนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ได้ทอดพระเนตรภายในห้องแสดงนิทรรศการ ประกอบด้วย โดมภาพยนตร์ SIAMGEMS Sphere โดมขนาดใหญ่ให้มุมมอง 360 องศา ที่เดียวในประเทศไทย จัดแสดงภาพยนตร์ที่เล่าถึงที่มาของการทำอัญมณีและเครื่องประดับอัญมณีของไทย พร้อมทอดพระเนตรห้องจัดแสดงนิทรรศการที่นำเสนอเรื่องราวของการรังสรรค์อัญมณีไทยในยุคต่างๆ ผสมผสานเทคโนโลยีมัลติมีเดีย และการจัดแสดงเครื่องประดับต่างๆ แบ่งเป็น 5 ส่วนจัดแสดง ได้แก่ ห้องมณีนิรันดร์ ห้องมณีประกาย ห้องมณีมงคล ห้องปัทมราณี และห้องมณีวิทยา พร้อมทอดพระเนตรเครื่องประดับชิ้นเอก มงกุฎทับทิมสยาม หรือ เทียร่า ออฟ สยามเจมส์ ซึ่งเป็นมงกุฎเพชร ประดับยอดด้วยทับทิมสยาม ขนาด 21.09 กะรัต

ธนายุทธ ทองจินดาวงศ์ และ ปานชนก จิตชินะกุล

ครอบครัวทองจินดาวงศ์ ผู้บริหาร “สยามเจมส์ เฮอริเทจ”

ทั้งนี้ สยามเจมส์ เฮอริเทจ บริหารงานโดย บริษัท เอส จี เซ็นเตอร์ เป็นบริษัทของคนไทยที่จำหน่ายเครื่องประดับอัญมณี ให้แก่คนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ มายาวนานกว่า 54 ปี ด้วยต้องการสืบสานและส่งเสริมอาชีพให้กับช่างฝีมือไทยและเผยแพร่ความงดงามของงานศิลป์อัญมณีไทยสู่ตลาดโลก ความสำเร็จในการเปิด สยามเจมส์ เฮอริเทจ ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงความสำเร็จของสยามเจมส์เท่านั้น แต่ต้องการที่จะสื่อสารให้ชาวต่างชาติได้เห็นถึงศักยภาพของอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยในตลาดโลก อีกทั้ง ยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักออกแบบชาวไทย รวมไปถึง นักเรียน นักศึกษาที่สนใจในงานเครื่องประดับอัญมณี ให้สร้างสรรค์ผลงานต่อยอดออกไปอีกด้วย

สยามเจมส์ เฮอริเทจ พิพิธภัณฑ์เพื่อการเรียนรู้อัญมณีและเครื่องประดับอัญมณีไทย ตั้งอยู่บนถนนประดิษฐ์มนูธรรม มีกำหนดเปิดให้ชมอย่างเป็นทางการในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 สามารถติดตามข้อมูลได้ทางเว็บไซต์ http://www.siamgemsheritage.com