นวัตกรรมดึงหน้าย้อนวัย ถอดรหัสหน้าเด็กให้อายุเป็นเพียงตัวเลข

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/249212

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เมื่ออายุมากขึ้นใบหน้าจะมีการเปลี่ยนแปลงโดยผิวหนังจะมีรอยย่น ร่องแก้มลึกขึ้น และกระพุ้งแก้มจะห้อยต่ำลง ทำให้ใบหน้าดูไม่เต่งตึงเหมือนที่ผ่านมา เชื่อว่าสาวๆ หลายคนคงกำลังหาวิธีที่จะต่อสู้กับแรงโน้มถ่วงของโลก เพื่อให้ได้ใบหน้าอันดูอ่อนเยาว์กลับมา หรือชะลอวัยให้ได้มากที่สุด ปัจจุบันนั้นเทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวหน้าไปมากที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหารอยเหี่ยวย่นต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ วันนี้เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ นายแพทย์ธนัญชัย อัศดามงคล แพทย์เฉพาะทางศัลยกรรมตกแต่ง และผู้อำนวยการศูนย์ศัลยกรรมความงามโรงพยาบาลบางมด เกี่ยวกับวิวัฒนาการทางการแพทย์และเทคนิคการดึงหน้าย้อนวัยแบบใหม่

นายแพทย์ธนัญชัย  อัศดามงคล

การดึงหน้า (Face Lift) คืออะไร

การดึงหน้า เป็นการตัดหนังที่เหี่ยวย่นออกบางส่วน เพื่อให้หนังตึงขึ้น ซึ่งผิวหนังที่เหี่ยวย่นนั้นเกิดจากอายุที่มากขึ้น กรรมพันธุ์หรือสภาพแวดล้อม แตกต่างกันไปตามเนื้อเยื่อและการดูแลผิวพรรณของแต่ละคน ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงของผิวเมื่อมีอายุจะต่างกันแล้วแต่เนื้อเยื่อ และการดูแลผิวพรรณของแต่ละคนด้วย ใบหน้าก็เช่นกันจะมีการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้ดูอายุมากขึ้นโดยทั่วไป คือ การเปลี่ยนแปลงของผิวหนัง จะเกิดรอยย่น เกิดการหย่อนยานของผิวหนังและเกิดจุดด่างดำขึ้นที่ใบหน้า และ การเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง โดยเนื้อบริเวณแก้มจะเคลื่อนลงล่างทำให้ร่องแก้มชิดขึ้น เกิดการหย่อนของเนื้อเยื่อใต้กราม และการหย่อนของกล้ามเนื้อที่คอ ซึ่งการแก้ปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อยปัจจุบันมีอยู่หลายวิธี ซึ่งวิธีการดึงหน้า (Face Lift) จะเป็นวิธีที่ให้ผลลัพธ์ค่อนข้างถาวร คืออยู่ได้นาน 5-10 ปี และสามารถลดอายุได้เป็น 10-20 ปีเลยทีเดียว

ขณะที่เทคโนโลยีและวิวัฒนาการผ่าตัดดึงหน้าชั้นกล้ามเนื้อใต้ผิวหนัง SMAS (SuperficialMusculo-Aponeurotic Sustem) ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวหน้าไปมาก สมัยก่อนการดึงหน้านั้นถือเป็นการผ่าตัดที่ค่อนข้างยุ่งยาก และใช้เวลาในการพักฟื้นนาน อีกทั้ง แผลหลังผ่าตัดค่อนข้างใหญ่และเห็นชัด ซึ่งโดยทั่วไปนั้นผิวหนังของคนเราจะมี 5 ชั้น เมื่อก่อนจะดึงหน้าแค่ชั้นผิวหนัง 1 หรือ 2 แต่ในปัจจุบันนี้เราสามารถดึงที่ชั้น 3 คือชั้นกล้ามเนื้อใต้ผิวหนังได้ เรียกวิธีการนี้ว่า SMAS (Superficial Musculo-Aponeurotic Sustem) เป็นการดึงหน้าที่เหมาะกับใบหน้าของชาวเอเชีย (Oriental Face)  ซึ่งวิธีนี้จะดีกว่าการดึงหน้าแบบทั่วไป ก็คือให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นและผลลัพธ์อยู่ได้ถาวรมาขึ้นด้วย อีกทั้ง การเย็บแผลสามารถทำได้เล็กมาก สามารถซ่อนรอยเย็บไว้ตามบริเวณไรผม ใบหู หลังใบหู สามารถฉีดยาชาเฉพาะจุดแทนการวางยาสลบในการผ่าตัดได้ ใช้เวลาในการผ่าตัดน้อยเพียง 2-3 ชม. เกิดแผลบวมช้ำน้อย ระยะเวลาพักฟื้นเพียง 1 วัน ก็สามารถกลับบ้านได้แล้ว

การดึงหน้าสามารถทำส่วนไหนได้บ้าง

ใบหน้าของคนเราแบ่งออกเป็น 4 ส่วนหลักๆ โดยการดึงหน้าสามารถแบ่งได้ดังนี้ 1.ใบหน้าส่วนบน – หน้าผาก สามารถดึงหน้าโดยการเจาะส่องกล้องเป็นรูเล็กๆ หรือผ่าตัดเป็นแนวยาวและซ่อนแผลที่เย็บไว้ตามไรผม 2.ด้านข้างส่วนบน – บริเวณหางตา (Temporal Lift) เป็นการดึงยกกระชับบริเวณหางตา รอยตีนกาและรอยเหี่ยวย่นต่างๆ วิธีเดิมจะใช้วิธีดึงตามแนวหน้าหู แต่วิธีใหม่จะดึงแผลจะถูกเก็บไว้ที่ไรผมด้านข้างทำให้แผลเล็กและหายเร็วขึ้น 3.ด้านข้างส่วนบน – ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก (Marionette Line) สองส่วนนี้จะเก็บรวมกับบริเวณหน้าหู ซึ่งวิธีใหม่สามารถซ่อนแผลไว้ในบริเวณใบหู สามารถซ่อนแผลได้เป็นอย่างดี 4.ส่วนลำคอ – แผลผ่าตัดจะซ่อนอยู่บริเวณหลังใบหู

การผ่าตัดดึงหน้าซ้ำทำได้หรือไม่

การผ่าตัดดึงหน้าซ้ำสามารถทำได้ครับ โดยทั่วไปสามารถกลับมาทำใหม่ได้หลังจากการผ่าตัดดึงหน้าครั้งแรกประมาณ 5 ปี การผ่าตัดดึงหน้าครั้งที่สองมักเป็นผู้ที่มีอายุมาก ดังนั้นก่อนผ่าตัด ต้องเตรียมตัวมากกว่าปกติ โดยผู้ที่มีความดันโลหิตสูง เป็นเบาหวาน หรือเป็นกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด จะต้องคุมโรคเหล่านี้ให้ดีก่อนผ่าตัด การผ่าตัดดึงหน้าครั้งที่สองจะมีแผลที่เดิมที่เคยผ่าตัดครั้งแรก แต่ในรายละเอียดจะแตกต่างกันบ้าง โดยการผ่าตัดจะยากกว่าครั้งแรก เนื่องจากมีพังผืดเกิดขึ้น หลังการผ่าตัดครั้งแรก และชั้นของไขมันที่ใบหน้าจะบางลง โดยเฉพาะการผ่าตัดดึงหน้าครั้งที่สองภายใน 1 ปี ไปแล้ว

การเตรียมตัว ก่อน–หลังผ่าตัด

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดให้คนไข้สระผมตอนเช้าก่อนผ่าตัดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ ผู้ที่มีความดันสูงต้องควบคุมให้ปกติก่อนผ่าตัด 2 สัปดาห์ งดสูบบุหรี่ และงดยาแอสไพริน 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด สำหรับผู้ที่จะวางยาสลบต้องงดน้ำ งดอาหารก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 6 ชั่วโมง หลังผ่าตัดให้นอนยกศีรษะสูงเพื่อลดอาการบวม ห้ามโดนน้ำ 48 ชม. หลังการผ่าตัด สามารถสระผมได้หลังผ่าตัดแล้ว 2 วัน และสามารถตัดไหมในวันที่ 5-7 หลังจากผ่าตัด

ปัจจุบันวิวัฒนาการทางการแพทย์ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว เทคนิคในการทำศัลยกรรมต่างๆ จึงมีหลากหลายวิธีแตกต่างกันไป ซึ่งแต่ละวิธีก็จะมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของศัลยแพทย์นั้นๆ ทั้งนี้ควรมีการศึกษารายละเอียดต่างๆ รวมถึงคำนึงถึงความปลอดภัยของสถานบริการ โรงพยาบาล และคลินิกนั้นๆ ด้วย และควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำการตรวจวิเคราะห์อย่างละเอียดก่อนการตัดสินใจ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

Science Update : สำรวจใต้ผืนดินขั้วโลกใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/249103

วันอาทิตย์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ทีมนักวิทยาศาสตร์ในโครงการPolarGAP ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากองค์การอวกาศยุโรป (ESA) เริ่มการสำรวจลงไปใต้ชั้นน้ำแข็งและชั้นดินลึกของขั้วโลกใต้เป็นครั้งแรก โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่ยังไม่เคยสำรวจมาก่อน และไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยภาพถ่ายดาวเทียม ทีมนักวิทยาศาสตร์ใช้เครื่องบินบรรทุกอุปกรณ์ตรวจวัดต่างๆ บินข้ามไป-มาหลายเที่ยวเหนือพื้นที่สำรวจกว่า 30,000 กิโลเมตร เพื่อตรวจวัดความหนาของชั้นน้ำแข็งและชั้นดินของขั้วโลกใต้ โดยใช้เรดาร์และเครื่องมือวัดระดับความสูง รวมทั้งเลเซอร์วัดขนาดและบันทึกรูปร่างของยอดภูเขาน้ำแข็งเพื่อทำแผนที่ ผลการสำรวจขั้วโลกใต้ในครั้งนี้จะถูกนำไปใช้ประโยชน์หลายด้าน ทั้งการค้นหาชั้นน้ำแข็งที่เก่าแก่ที่สุดที่อาจมีอายุถึง 1.5 ล้านปี เพื่อศึกษาสภาพภูมิอากาศโลกในยุคดึกดำบรรพ์ เป็นเก็บรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อศึกษาเรื่องผลกระทบของแรงโน้มถ่วงต่อพื้นที่ต่างๆ ของโลก รวมถึงปรับปรุงค่ากลางของแรงโน้มถ่วงโลกที่ใช้วัดระดับความสูงในระบบจีพีเอสและดาวเทียมให้มีความแม่นยำมากขึ้น

หนังสือเด่น : กลางใจราษฎร์ หกทศวรรษแห่งการทรงงาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/249105

วันอาทิตย์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เอเซียบุ๊คส ศูนย์จำหน่ายหนังสือจากต่างประเทศ จัดพิมพ์หนังสือที่ทรงคุณค่าของชาวไทย ชื่อ “กลางใจราษฎร์:หกทศวรรษแห่งการทรงงาน” เป็นหนังสือที่นำเสนอเรื่องราวพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ตลอดการครองราชย์กว่า 60 ปี ซึ่งแปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษเรื่อง KING BHUMIBOL ADULYADEJ :A Life’s Work ที่มียอดจำหน่ายกว่า 30,000 เล่ม และได้รับการยอมรับจากชาวไทย และชาวต่างชาติว่าเป็นหนังสือที่สมบูรณ์ที่สุดเล่มหนึ่ง ด้วยเนื้อหาที่ครบถ้วน โดยอาศัยการค้นคว้าข้อมูลใหม่และแหล่งข้อมูลนับร้อย อย่างไม่เคยมีปรากฏในเล่มใดมาก่อน เป็นข้อมูลเชิงลึก ตรงไปตรงมา และมีมุมมองที่เป็นสากล เพื่อให้คนไทยกว่า 60 ล้านคน ได้ใกล้ชิดพระองค์ท่านมากยิ่งขึ้นเมื่อได้อ่านหนังสือเล่มนี้

การได้รับทราบข้อมูลจากสายตาของชาวต่างประเทศที่ซาบซึ้ง และประทับใจในพระราชกรณียกิจ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 นับเป็นความรู้สึกที่เกิดความภาคภูมิใจ และประทับใจจนยากที่จะลืมเลือนไปชั่วกาลนาน เรื่องราวในหนังสือ ทำให้เราได้เห็นและรับรู้ถึงภาพแห่งความสามัคคี ความมีน้ำใจ ที่คนไทยพร้อมใจกันที่จะทำดีเพื่อตามรอยบุคคลคนเดียวกัน อันเป็นบุคคลผู้เป็นที่รัก เคารพ และเทิดทูน  ที่ตระหนักได้ถึง ความเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตา พระมหากรุณาธิคุณ  พระผู้ทรงทุ่มเทพระวรกาย  พระสติปัญญาทรงเสียสละความสุขส่วนพระองค์ปฏิบัติพระราชกรณียกิจอย่างตรากตรำเพื่อประโยชน์สุขแก่ราษฎรของพระองค์ ด้วยเพราะทรงรู้สึกในพระราชหฤทัยว่าคนไทยทุกคนคือลูกเป็นครอบครัวของพระองค์

วันนี้ในสังคมออนไลน์มากมาย ต่างแบ่งปัน เรื่องราว ภาพถ่าย เพื่อเก็บภาพแห่งความประทับใจในชีวิตไว้ในความทรงจำ และสิ่งหนึ่งนอกเหนือจาก การเก็บไว้ในสื่อออนไลน์แล้ว หนังสือ คือ แหล่งที่จะเก็บความทรงจำที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนไทย เพื่อเก็บรวบรวมความทรงจำอันทรงคุณค่า เพื่อจะอยู่ได้เนิ่นนานเป็นมรดกจากรุ่นสู่รุ่น

หนังสือ “กลางใจราษฎร์ : หกทศวรรษแห่งการทรงงาน” จึงเป็นบันทึกอันทรงคุณค่าของคนไทยกว่า 60 ล้านคน ที่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้จะได้ใกล้ชิดพระองค์ท่านมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้หนังสือเล่มนี้ ยังได้รับคัดเลือกให้เป็นวรรณกรรมประจำเขตพระนคร ในโครงการ 1 เขต 1 วรรณกรรม ที่จัดโดยกรุงเทพมหานคร ซึ่งสามารถใช้เป็นของขวัญเพื่อส่งมอบความรู้สึกดีๆ ให้แก่กันในช่วงปีใหม่ที่จะมาถึงนี้ได้อีกด้วย

วิเคราะห์ พระเอก-ผู้ร้าย ในวรรณคดีไทย

สรุปเรื่องราวให้ทราบจาก 22 วรรณคดีไทยชื่อดัง

“ชายในวรรณคดี” เขียนโดย “มาลัย (จุฑารัตน์)” เป็นเรื่องราวที่ดึงเอาบุคลิกของตัวละครฝ่ายชาย จากวรรณคดีของไทย 22 เรื่องมาแยกแยะให้เห็นถึงตัวตนเชิงวิเคราะห์ ในแง่มุมของ “ความดีกับความไม่ดี” โดยผู้เขียนจะนำเอาเรื่องราวของตัวละครแต่ละตัวมาเล่าสรุปให้ฟังเพื่อให้เข้าใจถึงเรื่องราวของเรื่อง เพื่อให้เห็นถึง ส่วนดีและส่วนร้ายของตัวละครแต่ละเรื่อง ซึ่งหลายคนยังแยกไม่ออกว่า ใครควรเป็นผู้ร้าย และใครควรเป็นพระเอก อาทิ จากเรื่อง ขุนช้าง ขุนแผน ที่ใครกันแน่ควรเป็นพระเอก หนังสือเล่มนี้จะเป็น ตัวเร้าให้ผู้อ่านเกิดแรงบันดาลใจที่จะเชื่อมโยงให้เกิดความอยากอ่านอยากเรียนรู้ให้ลึกลงไปถึงวรรณคดีไทยจากต้นฉบับเดิมได้อีกทางหนึ่ง จำหน่ายเล่มละ 360 บาท

มนุษย์เปลี่ยนตัวเองได้ทุกสภาวะของวัย

คำยืนยันจากคณาจารย์ฝ่ายจิตวิทยา จุฬาฯ

“ใช้ชีวิต เรียนรู้ เปลี่ยนแปลง เติบโต” แต่งโดย “คณาจารย์และศิษย์เก่าคณะจิตวิทยา จุฬาฯ” จำหน่ายเล่มละ 150 บาท ประกอบด้วยบทความจากคณาจารย์และศิษย์เก่าคณะจิตวิทยา ที่ยืนยันถึงความสามารถของมนุษย์ในการเรียนรู้ และปรับตัวเพื่อดำรงอยู่ได้ในทุกสถานะ ยืนยันว่ามนุษย์สามารถกลมกลืนไปกับสิ่งที่เป็นอยู่ได้ และยังสามารถปรับเปลี่ยนทั้งตัวเองและสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมได้ ซึ่งโอกาสในการเรียนรู้นั้นไม่ได้จำกัดอยู่แต่ในช่วงวัยเด็กหรือผู้ใหญ่ตอนต้นเท่านั้น หากเป็นกระบวนการที่สามารถเกิดขึ้นได้ ในทุกช่วงวัย ช่วงเวลา ไม่ว่าจะในวันที่ผิดหวัง หรือกระทั่งในวันที่ล้มเหลว ประกอบด้วยเนื้อหา 3 ส่วน คือ ใช้ชีวิตและเรียนรู้, เรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลง, เปลี่ยนแปลงเพื่อเติบโต

เผยธรรมชาติต้องเกิดขึ้น…ตั้งอยู่ ไม่ยอมดับ

ทุกคนกำหนดได้ด้วยเจตนา และความตั้งใจจริง

“เกิดขึ้น…ตั้งอยู่ ไม่ยอมดับ” เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ต้องเกิดขึ้นกับทุกสรรพสิ่งบนโลกใบนี้ แต่มนุษย์สามารถ กำหนดผลลัพธ์ให้มันจะปรากฏออกมาในลักษณะเช่นไรได้ ด้วยเจตนาและความตั้งใจจริงของคนทุกคน เขียนโดย “รากหญ้า 101” โดยเล่าเป็นเรื่องราวของเหตุการณ์ที่สามารถจะเกิดขึ้นได้ในสังคมปัจจุบัน ซึ่งเป็นสังคมที่เต็มไปด้วย ความวุ่นวาย และปัญหา จากฐานแห่ง ความคิด การศึกษา เศรษฐกิจ และค่านิยม โดยผู้เขียนย้ำว่า กระแสต่างๆ ที่เกิดขึ้น เริ่มจากความสับสน ที่ทำให้คนเดินหลงทิศทางจนตกลงไปสู่หลุมดำของชีวิต ซึ่งเจตนาที่แท้จริง คือ ต้องการชี้ให้คนทุกรู้จักชีวิตเพื่อสร้างคุณค่าของชีวิตให้เป็นคนดีของชาติในการสืบสานความดีต่อไปในแผ่นดินนี้ได้นานๆ จำหน่ายเล่มละ 120 บาท

มองเห็นชีวิตมนุษย์จากธรรมะ

ผสมผสานจิตวิทยาในสมัยพุทธกาล

“ก้าวทุกวันด้วยจิตวิทยาและธรรมะ” เขียนโดย “รศ.ดร.ดวงมณี จงรักษ์” จำหน่ายเล่มละ 280 บาท เป็นหนังสือกึ่งวิชาการทางจิตวิทยาที่ได้ผสมผสานเรื่องราวในสมัยพุทธกาล เพื่อให้ผู้อ่านได้สัมผัสกับตัวแปรต่างๆ ในทฤษฎีจิตวิทยาซึ่งโยงใยสัมพันธ์กับพฤติกรรมของคนเรา โดยผู้เขียนได้ยกตัวอย่างบุคคลต่างๆ จากเรื่องเล่าในนิทานธรรมะ มาให้รับรู้ถึง “ชีวิตมนุษย์” ว่า เป็นเรื่องที่ซับซ้อน สามารถเรียนรู้ได้ไม่มีวันจบด้วย การลงมือปฏิบัติ เพื่อการดำรงอยู่อย่างมีความสุขในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม การจะก้าวถึงขั้นเข้าใจตนเองอย่างแท้จริง ไม่ได้เป็นเรื่องง่ายเหมือนการทำความเข้าใจบทเรียน เพราะมนุษย์เราทุกคนย่อมมีอคติเข้าข้างตนเอง มองเห็นตนไม่ชัดเจนเสมือนมองตนผ่านหมอกที่เย็นตาและใบหน้า

Tech for Life : 18 ธันวาคม 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/249102

วันอาทิตย์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เผยเคล็ดลับ

Facebook เปิดตัวพอร์ทัลสำหรับผู้ปกครอง เล่นเฟซบุ๊คอย่างไรให้ปลอดภัย โดยระบุว่า การเข้าไปในโลกออนไลน์ก็ใช้กฎเกณฑ์เดียวกับในโลกออฟไลน์ อาทิ ควรมองซ้ายขวาก่อนจะข้ามถนน ผู้ปกครองควรสอนให้เด็กคิดก่อนที่จะแชร์อะไรๆ ลงในโลกออนไลน์ ตลอดจนเคล็คลับอื่นๆ

ทั้งนี้ ศูนย์ความปลอดภัย Facebook สามารถเข้าใช้งานได้ที่ Facebook.com/safety/parents

เซิร์ชเยอะ

เป็นธรรมเนียมทุกปีที่ Google จะประมวลผลคำที่คนเข้าไปเซิร์ชมากที่สุด เช่นเดียวกับปี 2559 ที่กำลังจะผ่านไปพบว่า “Descendants of the Sun” ซีรี่ส์เกาหลีที่ได้รับความนิยมไปทั่วเอเชีย เป็นคำที่ผู้ใช้เนตในประเทศไทยมีการค้นหามากที่สุด ส่วนอันดับ 2 คือคำว่า “ในหลวง” ขณะที่อันดับ 3. คือ “Slither.io” เกมยอดฮิต 4. “การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ริโอ 2016” 5.ซีรี่ส์ไทย “เพื่อนรัก เพื่อนร้าย” ส่วนเพลงยอดฮิต “ไสว่าสิบ่ถิ่มกัน” เป็นคำที่คนเข้าค้นหาในอันดับ 10

กระดาษโน้ต

ในที่งาน IFA 2016 ที่เยอรมนี ทางบริษัท Wacom จากญี่ปุ่น ได้เปิดตัว สมาร์ทแพดรุ่นใหม่อย่าง “Bamboo Slate” และ “Bamboo Folio” รองรับการขีดเขียนในรูปแบบดิจิทัลผ่าน สามารถการเปลี่ยนตัวหนังสือที่เขียนด้วยลายมือเป็นตัวพิมพ์

สมาร์ทแพด รุ่นนี้เรียกว่ากระดาษโน้ตแห่งอนาคต เพียงกดปุ่มก็สามารถเปลี่ยนข้อความหรือรูปภาพที่เขียนด้วยมือให้กลายเป็นไฟล์ดิจิทัล และเซฟลงในแอพ Wacom Inkspace สนนราคา 5,350 บาท ถึง 8,164 บาท เมื่อคิดเป็นเงินไทย

ใช้เนตพุ่ง

http://www.internetworldstats.comรายงานการจัดอันดับ 20 ประเทศที่มีผู้ใช้งานการใช้งานอินเตอร์เนตเพิ่มขึ้นสูงสุด ในเดือนมิ.ย.2559 พบมีไทยติดอยู่ในอันดับ 19 ของโลก โดยไทยมีผู้ใช้งาน 41 ล้านคน จากประชากรไทยประมาณ 68.2 ล้านคน โดยเพิ่มสูงถึง 1,682.6% เมื่อเทียบกับการใช้งานปี 2543-2559 แสดงว่าประเทศไทยมีการพัฒนาสู่ดิจิทัลอย่างเร็ว ด้าน “ดีแทค” รายงานการใช้งานดาต้าผ่านอินเตอร์เนตโดยเฉลี่ยบนมือถือโครงข่ายต่อคนต่อเดือนจากต.ค. 2557 เทียบกับ ต.ค. 2559 พบว่าเพิ่มเกือบ 200%

Health News : ทองช่วยรักษาจอประสาทตาเสื่อม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/249104

วันอาทิตย์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ผลการศึกษานี้ตีพิมพ์ในวารสาร Angewandte Chemie โดยนักวิจัยจากสถาบัน CSIRO ของออสเตรเลีย ร่วมกับกลุ่มนักวิจัยอิสระจากจีนชี้ว่า อนุภาคทองคำที่มีขนาดเล็กในระดับนาโน สามารถใช้เป็นตัวนำส่งและปลดปล่อยยาเข้าสู่ตำแหน่งที่ต้องการในดวงตา เพื่อรักษาโรคจอประสาทตาเสื่อมตามอายุ (AMD) ได้ โดยจะช่วยให้ผู้ป่วยไม่ต้องมารับการฉีดยาเข้าดวงตาบ่อยครั้ง โรคจอประสาทตาเสื่อมตามอายุ เป็นสาเหตุหลักของการสูญเสียการมองเห็นในหมู่ประชากรของประเทศพัฒนาแล้ว โดยผู้ป่วยซึ่งมักเป็นผู้สูงวัยจะต้องมารับการฉีดยาเข้าดวงตาเดือนละครั้ง แต่การใช้ไฮโดรเจลที่ผสมอนุภาคทองคำระดับนาโนเป็นตัวนำยาเข้าสู่ดวงตา จะทำให้ผู้ป่วยไม่ต้องมาพบแพทย์บ่อยครั้งเช่นเดิม โดยอาจมารับยาเพิ่มทุก 6 เดือนก็ได้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้มีการทดสอบความปลอดภัยของเจลอนุภาคทองคำดังกล่าวในมนุษย์ ซึ่งจะต้องดำเนินการทดสอบต่อไปในระยะยาว

ตะลอนเที่ยว : Christmas Celebrations : Silent Night

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/249112

วันอาทิตย์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

Silent night, holy night. All is calm, all is bright.

Round yon Virgin, Mother and Child. Holy infant so tender and mild,

Sleep in heavenly peace, Sleep in heavenly peace

Silent night, holy night. Shepherds quake at the sight.

Glories stream from heaven afar. Heavenly hosts sing Alleluia,

Christ the Savior is born. Christ the Savior is born.

Silent night, holy night. Son of God love’s pure light.

Radiant beams from Thy holy face. With dawn of redeeming grace,

Jesus Lord, at Thy birth. Jesus Lord, at Thy birth.

(เพลง Silent night)

ขอแนะนำให้คุณลองเปิดเพลง Silent Night เบาๆ ในบ้านของคุณ บ้านซึ่งตกแต่งด้วยเครื่องประดับในเทศกาลคริสต์มาส มีต้นสนเขียวๆ ติดไฟดวงเล็กๆ ส่งแสงวิบๆ วับๆ แล้วที่ต้นสนนั้นก็ประดับด้วยของน่ารักๆ ไว้ด้วย และยิ่งถ้ามีตุ๊กตาซานตาคลอสตัวอ้วนน่ารัก หนวดสีขาวสะอาด หนวดยาวๆ ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ กับต้นคริสต์มาสของคุณ แล้วคุณได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับคนที่คุณรัก เพียงเท่านี้ รับรองว่าคุณจะมีความสุขมากในช่วงเวลาใกล้วันคริสต์มาสนี้

นี่คือบรรยากาศของเทศกาลคริสต์มาสในบ้านของคุณ

แต่ถ้าคุณได้ไปสัมผัสบรรยากาศของเทศกาลคริสต์มาส และเที่ยวตลาดคริสต์มาสสำคัญๆ บนโลกใบนี้ด้วยแล้ว คุณคงจะมีความสุขมากจนเกินบรรยาย

สัปดาห์ก่อน Mr.Flower พาคุณไปเที่ยวตลาดคริสต์มาสเก่าแก่ที่สุดของเยอรมนี ที่เมืองนูเรมเบิร์ก มาแล้ว สัปดาห์นี้จะพาคุณไปเที่ยวตลาดคริสต์มาสในกรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก ซึ่งจัดที่จัตุรัสเวนเซสลาส และจัตุรัสโอลด์ทาวน์ (สองแห่งนี้จัดตลาดคริสต์มาสใหญ่ที่สุดในกรุงปราก) นอกจากนี้ยังมีตลาดคริสต์มาสในที่อื่นๆ ของปรากอีก เช่น ฮาเวลสกา ทราซิสเต นาเมสติ มิรู แต่ขอบอกว่าตลาดคริสต์มาสที่สวยที่สุดของปรากอยู่ที่โอลด์ทาวน์ เพราะสถานที่จัดงานสุดวิจิตร เนื่องจากแวดล้อมด้วยโบสถ์เก่า และหอนาฬิกาโบราณ ผสมผสานกับร้านขายของกว่า 300 ร้าน

จุดเด่นอีกอย่างของตลาดคริสต์มาสในโอลด์ทาวน์คือต้นคริสต์มาสใหญ่ยักษ์ประดับประดาด้วยไฟวิบวับสวยงาม ต้นคริสต์มาสของเมืองนี้ทำจากต้นสนจริงๆ สูงเกือบ 30 เมตร และทุกๆ ชั่วโมงก็จะมีเสียงระฆังบอกเวลาจากหอนาฬิกา (Town Hall Clock) ตัวนาฬิกาที่หอแห่งนี้มีอายุเก่าแก่มาก ติดตั้งเมื่อปี ค.ศ.1410 เป็นนาฬิกาดาราศาสตร์ และทุกๆ ต้นชั่วโมงนาฬิกาก็จะส่งเสียงบอกเวลา แล้วรูปแกะสลักสาวก 12 องค์ของพระคริสต์ก็จะออกมาเดินที่หน้าต่างเหนือนาฬิกา ซึ่งช่วงเวลานี้จะเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวจำนวนนับพันที่ไปเฝ้ารอดู (โดยนาฬิกาจะตีบอกเวลาและมีสาวก 12 องค์ ออกมาเดินในช่วง 09.00-21.00 น. ของทุกวัน)

ขอบอกว่าบรรยากาศของตลาดคริสต์มาสในกรุงปรากนี่สุดแสนโรแมนติก แม้ผู้คนจะมากมายจนขนาดต้องเดินด้วยอาการไหลตามๆ กันไป เพราะผู้คนแน่นมาก แต่เพราะอากาศที่หนาวจับใจ ผสมกับมีหิมะตกลงมาด้วย ก็ทำให้ความคับคั่งของผู้คน ผสมกับแสงสีของไฟจากร้านรวง และจากไฟประดับจากต้นสนคริสต์มาส และไฟจากปราสาท ทำให้ตลาดแห่งนี้มีสีสันสวยงาม ผสมผสานกับเสียงพูดคุยแบบสนุกสนานและรอยยิ้มใสๆ จากผู้คนที่ไปท่องเที่ยว สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้ได้ไปสัมผัสประทับใจไม่รู้ลืม (แต่ก็ต้องระวังพวกมิจฉาชีพที่คอยล้วงและกรีดกระเป๋าด้วยนะครับ)

ปีนี้คุณๆ อาจจะไปเที่ยวตลาดคริสต์มาสในกรุงปรากไม่ทันแล้ว แต่หากคุณอยากไปเที่ยวในปีหน้าMr.Flower จะพาคุณไปครับ ติดต่อสอบถามและสำรองที่นั่งได้ที่หมายเลข 091-7233615 (รับสมาชิกเพียง 16 ท่าน เท่านั้นครับ)

Merry Christmas and Happy New Year 2017

 

คุณแหน : 18 ธันวาคม 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/249109

วันอาทิตย์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ll สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงมีรับสั่ง ขอให้รัฐบาลทำหน้าที่ให้ประชาชนมีความสุขในรัชกาลปัจจุบัน จะต้องทำให้ประเทศชาติสงบสุขสันติไม่มีความขัดแย้ง เป็นพระราชปณิธาน หัวหน้าคสช.และนายกฯพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา น้อมรับปฏิบัติและอัญเชิญมาถ่ายทอดให้คนไทยทุกคนได้รับทราบ…

ll “เรื่องขี้หมูราขี้หมาแห้ง เขาเอาไว้ข้างในกรอบเล็กๆแต่สิ่งดีๆ ที่ผมพูดไปอยู่ในกรอบเล็กๆ หน้าหนึ่งเป็นเรื่องเตะตะกร้อไม่ถูกลูกแก่ขนาดนี้ทำได้เท่านี้ก็เก่งแล้ว” วาทะของนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา…

llคงจะต้องทำงานหนักต่อไป คุณหมอคนเก่งนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์มานั่งเป็น รมว.กระทรวงศึกษา นับเป็นคุณหมอคนที่สองที่มานั่งว่าการกระทรวงนี้พร้อมกับมีรมช.นาม ม.ล.ปนัดดาดิศกุล คงจะทำให้การศึกษาในบ้านเราได้ขยับเขยื้อนไม่มากก็น้อย…

ll คนชอบรวยทางลัด ผอ.สำนักงานสลากฯ พล.ต.ฉลองรัฐ นาคอาทิตย์ มีนโยบายเพิ่มสลากฯ อีกสิบล้าน และจะเพิ่มไปอีกในปีหน้า เพื่อกดดันไม่ให้ขายเกินราคาจะได้ผลหรือไม่คงจะได้ทราบเร็วๆ นี้…

llต้องขอขอบคุณคณะกรรมการกกท.ที่เลือก ให้ได้รับตำแหน่ง นักกีฬาอาชีพดีเด่น ๒๕๕๙ ดีใจและภูมิใจมากๆ ปีหน้าตั้งใจสร้างชื่อเสียงให้ประเศไทย และทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด วาทะของนักกอล์ฟโลกมือ ๒ เอริยา จุฑานุกูล…

ll ขอให้รักษาเนื้อรักษาตัวให้ดี น็อคเอาท์ ซีพีเฟรชมาร์ท แชมป์โลกรุ่นมินิมัมเวท สมาคมมวยโลกดับเบิลยูบีเอ(๑๐๕ ปอนด์) สามารถป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกครั้งแรกโดยชนะคะแนนชิน โอโนะ ชาวญี่ปุ่น เมื่อกลางสัปดาห์ที่แล้ว ทีมงานและผู้เกี่ยวข้องคงต้องช่วยกันพัฒนาฝีมือ ร่างกายและจิตใจให้ตำแหน่งนี้อยู่ในเมืองไทยนานที่สุด…

ll ภาควิชามนุษยศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ม.มหิดลมีผู้ช่วยศาสตราจารย์มาเพิ่มอีกหนึ่ง นามผศ.ดร.อาชว์ภูริชญ์ น้อมเนียน คงจะเป็นอีกกำลังหนึ่งของคณะเป็นแน่แท้…

ll อาลัยและเสียใจกับครอบครัวผศ.ทพญ.ถวัลรัตน์ โลหะสุต มีสวดพระอภิธรรม ณ ศาลา ๒ วัดมกุฏกษัตริยารามเวลา ๑๙.๐๐ น. ถึงวันที่ ๑๙ ธ.ค. และมีพระราชทานเพลิงศพ อังคาร ๒๐ ธ.ค.เวลา ๑๗.๐๐ น….ll

น้องโน้ต

องคมนตรีชื่นชมศิลปินไทย น้อมนำพระอัจริยภาพด้านศิลปะของในหลวง ร.๙ เป็นต้นแบบในการฝึกฝนพากเพียร ภาคภูมิใจในความเป็นไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/249111

วันอาทิตย์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

 

สองหนุ่มทีม Cielo ปิ๊งไอเดีย ตีโจทย์เครื่องดื่มกลิ่นอายไทย คว้าสองรางวัลซ้อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/249110

วันอาทิตย์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

 

การตรวจวินิจฉัยการป่วยด้วยภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/249114

วันอาทิตย์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ท่านเจ้าของสุนัขที่เคยพาสุนัขไปพบสัตวแพทย์ที่คลินิกหรือโรงพยาบาลสัตว์คงจะเคยได้ยินเรื่องการเอกซเรย์ อัลตราซาวนด์ CT- scan หรือ MRI กันบ้างแล้วนะครับ

เทคนิคทั้งหมดที่กล่าวมานี้ เราถือเป็น “การตรวจวินิจฉัยด้วยภาพ” หรือที่เราเรียกว่า “Diagnosis imaging” ซึ่งเป็นวิธีทางห้องปฏิบัติการเพื่อช่วยในการตรวจวินิจฉัยโรคเบื้องต้น ที่ได้รับความนิยมและเป็นประโยชน์อย่างมากในการหาสาเหตุความผิดปกติในสัตว์เลี้ยงครับ วันนี้ผมมีข้อมูลดีๆ จาก สพ.ญ.ชุติมน ธนบูรณ์นิพัทธ์หรือคุณหมอมน ซึ่งคุณหมอจบสัตวแพทยศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับ1 ขณะนี้กำลังศึกษาระดับดุษฎีบัณฑิตอยู่ที่คณะสัตวแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยครับ

“การตรวจวินิจฉัยด้วยภาพ” หรือที่เราเรียกว่า “Diagnosis imaging” ถือเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ใช้ช่วยให้คุณหมอและเจ้าของสัตว์ได้ทราบถึงสาเหตุของความผิดปกติในเจ้าตูบหรือเจ้าเหมียว รวมถึงสัตว์เลี้ยงต่างๆ ได้เช่นเดียวกับในคนครับ

ตัวอย่างการวินิจฉัยด้วยภาพที่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ได้แก่ การเอกซเรย์(X-ray) และการอัลตราซาวนด์ (Ultrasound) วันนี้เราจะมาดูถึงประโยชน์และข้อปฏิบัติเกี่ยวกับการเอกซเรย์และการทำอัลตราซาวนด์กันครับ

การเอกซเรย์ (X-ray) เป็นวิธีที่มีประโยชน์อย่างมาก เนื่องจากเป็นวิธีที่ทำได้ง่าย สัตว์ไม่ต้องวางยาสลบ หรืออดอาหารก่อนการตรวจวินิจฉัยก็ได้ นอกจากนี้ยังช่วยให้สัตวแพทย์ประเมินรอยโรคหรือความผิดปกติเบื้องต้นของสัตว์ป่วยจากภาพได้ ซึ่งจะทำให้เราสามารถวางแผนการรักษา และพยากรณ์โรคในเบื้องต้น ก่อนที่จะทำการตรวจวินิจฉัยในเชิงลึกต่อไป แต่เนื่องจากการเอกซเรย์นั้นมีข้อเสียบ้าง นั่นคือมีความไวในการตรวจจับรอยโรคที่ผิดปกติได้ไม่ดีนัก จึงเหมาะเป็นเพียง “การประเมินในเบื้องต้น” เท่านั้น

ตัวอย่างความผิดปกติที่ใช้สามารถตรวจโดยการเอกซเรย์ ได้แก่ การตรวจหาความผิดปกติทางโครงสร้างเบื้องต้นของช่องอกช่องท้อง กระดูกและกล้ามเนื้อ เช่น มีกระดูกหักหรือไม่ มีของเหลว(น้ำหรือหนอง) ในช่องอกและช่องท้องหรือไม่ มีแก๊สในช่องอก(ปอดรั่ว) หรือไม่ พบก้อนผิดปกติในช่องท้องหรือช่องอกที่เป็นตำแหน่งของอวัยวะหรือไม่ อวัยวะในช่องท้องหรือช่องอกมีขนาดและรูปร่างผิดปกติหรือไม่ เป็นต้น

ในปัจจุบัน มีเทคนิคการตรวจวินิจฉัยด้วยภาพชนิดอื่นๆ ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยให้การวินิจฉัยโรคนั้นๆ มีความแม่นยำมากขึ้นเช่น การทำอัลตราซาวนด์ (Ultrasound) CT-scan และ MRI เป็นต้น การเลือกใช้เทคนิคที่สูงขึ้นจะแล้วแต่ความจำเป็น ซึ่งอยู่ในดุลพินิจของสัตวแพทย์ครับ

การอัลตราซาวนด์ (Ultrasonography) เป็นวิธีวินิจฉัยด้วยภาพที่มีความไวมากขึ้นกว่าเอกซเรย์ เนื่องจากช่วยให้สัตวแพทย์สามารถประเมินรอยโรค และการทำงานของอวัยวะภายในช่องท้องต่างๆ ได้ละเอียดและสมบูรณ์มากขึ้น เช่น การทำงานของไตและตับเบื้องต้น

แต่การตรวจวินิจฉัยด้วยวิธีดังกล่าวนี้ สัตว์ที่จะทำการตรวจจะต้องมีการเตรียมตัวก่อนรับการตรวจคือ การอดน้ำและอาหารอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง เพื่อช่วยให้ภาพที่ได้จากการตรวจอัลตราซาวนด์มีความชัดเจน และประเมินเห็นรอยโรคได้ง่ายมากยิ่งขึ้น เนื่องจากเทคนิคอัลตราซาวนด์มีข้อจำกัดที่หากมีแก๊ส หรืออากาศจะทำให้ไม่สามารถมองเห็น และประเมินรอยโรคได้ อีกทั้งอาหารในทางเดินอาหารอาจบดบังอวัยวะที่ต้องการตรวจหรือทำให้แปรผลผิดพลาดไปจากความเป็นจริงได้ ดังนั้นหากต้องการตรวจประเมินโครงสร้าง และการทำงานเบื้องต้นของอวัยวะในช่องท้องเทคนิคนี้จึงเหมาะสมเป็นอย่างมากครับ ประโยชน์อย่างหนึ่งที่เห็นได้ค่อนข้างชัดเจนและทำกันบ่อยในปัจจุบันคือ การตรวจเช็คการมีชีวิตอยู่ของลูกสัตว์ในท้องของแม่เนื่องจากการเอกซเรย์นั้น สามารถบอกจำนวนของลูกสัตว์ในท้องได้ก็จริงแต่ไม่สามารถทราบได้ว่ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ การทำอัลตราซาวนด์สาวจึงเป็นประโยชน์มากขึ้นครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร
ฝ่ายประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร
คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย