ปตท.-บางจาก ขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิด 40 สต. เว้น E85 ขยับ 20 สต.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ธ.ค. 2559 16:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/806686

 

ข่าวร้าย!! ก่อนหยุดยาว 3 วัน ปตท.-บางจาก ขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิด 40 สต. เว้น E85 ขยับ 20 สต. มีผลตี 5 พรุ่งนี้…

เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. บมจ.ปตท.และบมจ.บางจากปิโตรเลียม ประกาศปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด 40 สตางค์/ลิตร ยกเว้น E85 ปรับขึ้น 20 สตางค์/ลิตร มีผลเวลา 05.00 น. วันที่ 10 ธ.ค.

สำหรับราคาใหม่เป็นดังนี้ เบนซิน 95 ราคา 33.86 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 26.75 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 26.48 บาท/ลิตร E20 ราคา 24.24 บาท/ลิตร E85 ราคา 19.49 บาท/ลิตร และดีเซล ราคา 25.49 บาท/ลิตร (ราคานี้ยังไม่รวมภาษีท้องที่ของแต่ละจังหวัด)

 

เปิดทำพาสปอร์ตที่ สถานี MRT คลองเตย เริ่มให้บริการแล้ววันนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ธ.ค. 2559 15:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/806512

 

รฟม. จับมือกระทรวงต่างประเทศ เปิดสำนักงานหนังสือเดินทางแห่งใหม่ ที่สถานี MRT คลองเตย เริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 9 ธ.ค. 59 เป็นต้นไป ในวัน-เวลาราชการ ตั้งแต่ 08.30-15.30 น.

เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 59 มีรายงานว่า การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) และบริษัท แบงคอก เมโทร เน็ทเวิร์คส์ จำกัด (BMN) ร่วมกับกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เปิดสำนักงานหนังสือเดินทาง MRT คลองเตย อย่างเป็นทางการ โดยถือเป็นการขยายการให้บริการประชาชนของกรมการกงสุลเป็นครั้งแรก ผ่านระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนที่มีความสะดวกและคล่องตัวในการเดินทาง ตอบสนองความต้องการของประชาชนทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน ที่สามารถเดินทางเข้ามารับบริการได้สะดวกยิ่งขึ้น ทั้งนี้ สำนักงานหนังสือเดินทาง สถานี MRT คลองเตย จะเริ่มเปิดให้บริการ ตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคม 2559 เป็นต้นไป

นายสุวัฒน์ จิราพันธุ์ รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ปัจจุบัน จำนวนคนไทยที่นิยมเดินทางไปต่างประเทศมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี ส่งผลให้การใช้บริการที่สำนักงานฯ แต่ละครั้งอาจต้องใช้เวลานาน ทั้งจากปริมาณผู้ใช้บริการ และจากการเดินทางที่ต้องประสบปัญหาจราจร และปัญหาที่จอดรถที่ไม่เพียงพอ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศ และกรมการกงสุล ไม่ได้นิ่งนอนใจ เราพยายามพัฒนาระบบการให้บริการเพื่อเพิ่มความสะดวกมากขึ้นให้กับประชาชน อาทิ ระบบการจองคิวออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ (https://passport.in.th/) ที่ช่วยลดเวลาในการรอคิวลงได้มาก ทว่าจำนวนสำนักงานหนังสือเดินทางอาจยังไม่เพียงพอต่อปริมาณผู้ใช้บริการที่มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง นี่จึงเป็นที่มาของการร่วมมือกับทาง รฟม. ในการเปิดสำนักงานหนังสือเดินทางแห่งใหม่ขึ้นในระบบรถไฟฟ้า MRT ซึ่งนอกจากจะเป็นการเพิ่มช่องทางการให้บริการให้มากขึ้นแล้ว ยังจะช่วยเพิ่มความสะดวกในการเดินทางสำหรับประชาชนทั่วไปมากขึ้นด้วย

ด้าน พลเอก ดร.ยอดยุทธ บุญญาธิการ ประธานกรรมการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กล่าวว่า รฟม.มีความยินดีที่ได้รับความไว้วางใจจากกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ในการจัดตั้งสำนักงานหนังสือเดินทางในพื้นที่ของระบบรถไฟฟ้า MRT ที่สถานี คลองเตยแห่งนี้ ภายใต้ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ในการสานต่อเจตนารมณ์ของการดำเนินนโยบายการทูตเพื่อประชาชนของกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ด้วยวัตถุประสงค์ในการตอบสนองความต้องการของประชาชน ให้สามารถเข้าถึงบริการหนังสือเดินทางได้โดยสะดวกยิ่งขึ้น รฟม. ตระหนักดีถึงภารกิจในการดำเนินโครงการระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้สามารถเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยยิ่งขึ้น ซึ่งการเปิดสำนักงานหนังสือเดินทาง จะช่วยเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงบริการหนังสือเดินทางให้แก่ประชาชนมากยิ่งขึ้นด้วย

สำหรับสำนักงานหนังสือเดินทางฯ MRT คลองเตย ซึ่งจะเริ่มเปิดให้บริการประชาชนตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคม 2559 เป็นต้นไป ในวันและเวลาราชการ ตั้งแต่ 08.30-15.30 น. โดยมีค่าธรรมเนียมการทำหนังสือเดินทางเล่มละ 1,000 บาท สำหรับการรับเล่มทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษเท่านั้น

 

กรุงไทยพร้อมโอนเงินแจกคนจน 3 แสนราย ผ่านพร้อมเพย์วันนี้!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ธ.ค. 2559 14:41

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/806521

 

ธ.กรุงไทย จะโอนเงินให้ผู้เข้าร่วมโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ผ่านพร้อมเพย์ประมาณ 3 แสนรายวันนี้ และจะทยอยโอนให้คนที่มีบัญชีธนาคาร และบัตรอีมันนี่ภายในพรุ่งนี้ ไม่มีบัญชีมาเปิดได้โดยไม่ต้องมีเงินฝากภายใน 27 ธ.ค.59…

เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.2559 นางสาวอาริศรา ธรมธัช รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจภาครัฐ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ในวันนี้ (9 ธันวาคม 2559) ธนาคารได้โอนเงินให้แก่ผู้ที่มีรายได้น้อย ที่เข้าร่วมโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐกับธนาคารกรุงไทยแล้ว ประมาณ 300,000 ราย ผ่านบริการกรุงไทยพร้อมเพย์ จากจำนวนผู้ลงทะเบียนกับธนาคารทั้งสิ้นกว่า 1.03 ล้านราย และจะทยอยโอนเงินให้กับผู้ที่มีบัญชีธนาคาร และบัตรอีมันนี่ ภายในวันพรุ่งนี้ สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนกับธนาคารกรุงไทยแล้ว แต่ยังไม่ได้เปิดบัญชี ธนาคารจะช่วยแบ่งเบาภาระ ซึ่งสามารถเปิดบัญชีกับธนาคาร ภายในวันที่ 27 ธันวาคมนี้ โดยไม่ต้องมีเงินฝาก และธนาคารจะโอนเงินให้ภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2559.

 

‘บิ๊กบี้’ เตรียมบินเกาหลี ถกแก้ปัญหาคนไทย 5 หมื่นราย ลักลอบเข้าทำงาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ธ.ค. 2559 14:18

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/806471

 

รมว.แรงงาน เตรียมเดินทางไปเกาหลี ในเดือน ม.ค. 60 เพื่อร่วมหารือการทำงานในเชิงลึกด้านแรงงานของ 2 ประเทศ พร้อมหามาตรการแก้ปัญหาคนไทย 5 หมื่นคน ลักลอบเข้าทำงานในเกาหลีอย่างผิดกฎหมาย …

วันที่ 9 ธ.ค. 59 ม.ล.ปุณฑริก สมิติ ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมคณะผู้แทนจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) จะเดินทางไปสาธารณรัฐเกาหลีตามคำเชิญของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและการจ้างงานของสาธารณรัฐเกาหลี ในเดือน ม.ค. 60 เพื่อร่วมหารือการทำงานในเชิงลึกด้านแรงงานของ 2 ประเทศ ทั้งการพัฒนาทักษะแรงงานคน เทคโนโลยีใหม่และการป้องกัน และแก้ปัญหาการลักลอบไปทำงานผิดกฎหมาย เนื่องจากปัจจุบันมีคนไทยกว่า 5 หมื่นคน ลักลอบเข้าไปทำงานในเกาหลีอย่างผิดกฎหมาย

ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า การหารือในครั้งนี้ จะได้มีมาตราป้องกันการลักลอบไปทำงาน ให้เปลี่ยนเป็นถูกมากขึ้น ซึ่งจะต้องหามาตรการป้องกันการลักลอบผิดกฎหมาย โดยต้องเพิ่มทักษะแรงงาน สมรรถนะความพร้อมในการทำงาน เข้ามาใช้ในการสอบคัดเลือกคนหางานไทยไปทำงานเกาหลี ซึ่งจะช่วยลดการลักลอบเข้าไปทำงาน เนื่องจากการสอบไปทำงานนอกจากภาษาเกาหลีแล้ว ยังมีเรื่องทักษะตามตำแหน่งงาน ที่จะเพิ่มโอกาสให้คนหางานได้ไปทำงานมากขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
– เกาหลีใต้ เข้ม ปฏิเสธคนไทยเข้าเมืองมากขึ้น พบลอบทำงาน 5 หมื่นคน!

– แนะแรงงานลักลอบอยู่เกาหลี เดินทางกลับด้วยความสมัครใจ ขยายเวลาถึง ธ.ค.

 

สปส. ยัน ปรับเพดานเก็บเงินสมทบ 2 หมื่นต่อเดือน ชัดเจนกลางปีหน้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ธ.ค. 2559 13:28

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/806392

 

สปส. ยัน ปรับเพดานจัดเก็บเงินสมทบเพิ่ม 20,000 บาทต่อเดือน เพื่อเสถียรภาพของกองทุน สอดรับกับสภาพเศรษฐกิจ-ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ใช้แรงงาน ส่งผลผู้ประกันตน ต้องส่งเงินสมทบสูงสุด เดือนละ 1 พัน คาด มีความชัดเจนกลางปี 60 …

วันที่ 9 ธ.ค.59 นายสุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กล่าวถึงผลการศึกษาการปรับเพดานจัดเก็บเงินสมทบในอัตราร้อยละ 5 ของฐานเงินเดือน ที่ปัจจุบันเพดานสูงสุดอยู่ที่ 15,000 บาท ว่า สปส. ได้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นผู้ประกันตนว่ามีความคิดเห็นอย่างไร ต่อการขยายเพดานจัดเก็บเงินสมทบให้สูงถึง 20,000 บาท เพื่อเสถียรภาพของกองทุน สอดรับกับสภาพเศรษฐกิจ และชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ใช้แรงงาน โดยยืนยันว่า การปรับฐานจะส่งผลดีกับผู้ประกันตนที่อยู่ในระบบประกันสังคมที่มีฐานเงินเดือนเกินกว่า 15,000 บาท ในเรื่องของสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับเพิ่มขึ้น เช่น การรับสิทธิประโยชน์กรณีว่างงาน ปัจจุบันผู้ถูกเลิกจ้างได้รับอัตราร้อยละ 50 ของ 15,000 บาท คือ 7,500 บาท เมื่อปรับเป็น 20,000 บาท จะได้เพิ่มขึ้นถึง 10,000 บาท

นายสุรเดช กล่าวว่า จากการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นในจังหวัดอุดรธานี เชียงใหม่ กรุงเทพฯ ผู้ประกันตนส่วนใหญ่เห็นด้วย แต่ผู้ประกอบการบางส่วนยังมีข้อกังวล ภาระรายจ่ายที่ต้องเพิ่มขึ้น แต่การรับฟังความคิดเห็นยังเหลืออีก 2 ครั้ง ที่จังหวัดชลบุรีและภาคใต้ คาดว่า จะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนในช่วงกลางปี 2560

ทั้งนี้ หากมีการปรับฐานเงินเดือนไปอยู่ที่ 20,000 บาทนั้น ต้องจ่ายสมทบไม่เกิน 1,000 บาท ปัจจุบันมีผู้ประกันตนที่มีเงินเดือนเกิน 15,000 บาท ประมาณร้อยละ 20 หรือ ประมาณ 2 ล้านคน ที่จะต้องส่งเงินสมทบเพิ่มขึ้น หากการปรับเงินสมทบมีผลบังคับใช้

 

‘เจ้าคุณธงชัย’ ปลุกเสกป้ายทะเบียนสวย หมวด ‘4 กก’ ก่อนเปิดประมูลปีหน้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ธ.ค. 2559 11:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/806317

 

ขนส่งทางบก นำแผ่นป้ายทะเบียนรถสวย หมวด “4 กก” เข้าทำพิธีเสริมมงคลต้อนรับปีไก่ กับ “ท่านเจ้าคุณธงชัย” ก่อนเปิดประมูล 4-5 ก.พ.60 พร้อมนำรายได้ทั้งหมดช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากการใช้รถใช้ถนน …

เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. ที่ผ่านมา พระมหามังคลาจารย์ (ท่านเจ้าคุณธงชัย) เป็นประธานในพิธีเสริมบารมีและเพิ่มความเป็นสิริมงคลแก่แผ่นป้ายทะเบียนรถเลขสวยของกรุงเทพมหานคร หมวดอักษร 4 กก จำนวน 301 หมายเลข ณ พระมหามณฑป พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร ชั้น 4 วัดไตรมิตรวิทยาราม โดยกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน กรมการขนส่งทางบก เตรียมนำออกประมูลในวันที่ 4-5 กุมภาพันธ์ 2560 ณ กรมการขนส่งทางบก จตุจักร อาคาร 6 ชั้น 7 รายได้จากการประมูล จะนำเข้ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เพื่อนำมาใช้รณรงค์ลดอุบัติเหตุทางถนน จัดกิจกรรมปลูกจิตสำนึกด้านการขับขี่ที่ปลอดภัย และช่วยเหลือผู้พิการที่ประสบภัยทางถนน ด้วยการสนับสนุนอุปกรณ์เพื่อการยังชีพแก่ผู้พิการด้วย จึงนับว่าผู้ประมูลทะเบียนรถเลขสวย เป็นผู้มีส่วนร่วมทำบุญช่วยเหลือสังคม และร่วมรณรงค์ป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนนด้วย


นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน กรมการขนส่งทางบก นำแผ่นป้ายทะเบียนรถเลขสวยของกรุงเทพมหานคร หมวด 4 กก “4 ไก่คู่มหามงคล ร่ำรวย บารมี โชคดี ปลอดภัย” เข้าทำพิธีเพื่อเป็นการเสริมมงคลต้อนรับปีไก่แก่ผู้ร่วมประมูลทะเบียนรถเลขสวย ในหมวดนี้ เพราะนับเป็นการประมูลหมวดอักษรเบิ้ล ที่ตรงกับปีนักษัตร คือหมวด 4 กก ซึ่งปี 2560 เป็นปีไก่ จึงนับเป็นโอกาสดีของผู้นิยมทะเบียนรถเลขสวยหมวดอักษรเบิ้ล โดยหมายเลขทะเบียนเลขสวย ถือเป็นกรรมสิทธิ์และเป็นสมบัติที่สามารถใช้มอบเป็นของขวัญ โอน เปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์ได้

ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้าประมูลทะเบียนรถเลขสวยของกรุงเทพมหานคร สามารถประมูลได้ด้วยตนเอง ณ ห้องประชุมอาคาร 6 ชั้น 7 กรมการขนส่งทางบก มอบอำนาจให้ผู้อื่นมาประมูลแทนหรือประมูลผ่านทางโทรศัพท์ และผ่านระบบอินเทอร์เน็ตที่ http://www.tabienrod.com หรือจะกำหนดราคาขั้นสูง หรือ Maximum Bid ไว้ ซึ่งผู้ประมูลจะเข้าไปเสนอราคาสูงสุดที่คิดว่าตนเองรับได้ไว้ล่วงหน้า และระบบจะดำเนินการประมูลและเพิ่มราคาไปตามลำดับราคาที่เพิ่มขึ้นของแต่ละกลุ่มหมายเลข จนกว่าจะไม่มีผู้ประมูลรายอื่นเสนอราคาสูงกว่า หรือถึงราคาสูงสุดที่ผู้ประมูลตั้งราคาไว้ หากไม่มีผู้เสนอราคาสูงกว่าราคาสูงสุดที่ผู้ประมูลตั้งราคาไว้ จะถือว่าผู้ประมูลแบบเสนอราคาล่วงหน้าเป็นผู้ชนะการประมูลหมายเลขทะเบียนรถนั้น


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน กรมการขนส่งทางบก อาคาร 2 ชั้น 5 โทรศัพท์ 0-2272-5937 หรือ Call Center 1584

 

ทองเปิดตลาดร่วง 100 รูปพรรณขายออกบาทละ 20,250

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ธ.ค. 2559 10:09

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/806207

 

ราคาทองเปิดตลาดวันที่ 9 ธ.ค. ลดลง 100 บาท ทองแท่งรับซื้อบาทละ 19,650 ขายออกบาทละ 19,750 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,298.68 ขายออกบาทละ 20,250 บาท …

เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.59 สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.29 น. ราคาลดลง 100 บาท ส่งผลให้ราคาทองแท่งรับซื้อบาทละ 19,650.00 บาท ขายออกบาทละ 19,750.00 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,298.68 บาท ขายออกบาทละ 20,250.00 บาท

 

“สมคิด” ชวน “อาลีบาบา” ร่วมหุ้น หวังยกระดับเกษตรกรทำการค้าอี-คอมเมิร์ซ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 9 ธ.ค. 2559 07:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/806062

 

“สมคิด” โรดโชว์จีน เยือน “อาลีบาบา” ชวนเป็นหุ้นส่วน ช่วยยกระดับเทคโนโลยีไทย ถอดโมเดลพัฒนาฐานรากทำการค้าอี–คอมเมิร์ซ หวังสนับสนุนเกษตรกรไทย ธุรกิจเอสเอ็มอี ทำการค้าจากท้องถิ่นไทยสู่ตลาดทั่วโลก ด้าน “พาณิชย์” เด้งรับดันผลไม้แปรรูประยองผ่านอี–คอมเมิร์ซทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานจากเมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียง สาธารณรัฐประชาชนจีน ว่า ระหว่างการเดินทางเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการร่วมว่าด้วยการร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และเศรษฐกิจไทย-จีน ของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีและคณะ เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.ที่ผ่านมา

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้เข้าพบกับนายแจ็ค หม่า ประธานกรรมการ บริษัท อาลีบาบากรุ๊ป จำกัด พร้อมเป็นสักขีพยานการลงนามหนังสือแสดงเจตจำนง (แอลโอไอ) ระหว่างนายไมเคิล อีแวนส์ ประธานบริษัทอาลีบาบา กับ น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เพื่อร่วมมือกันส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ของไทย ให้เข้าสู่ระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (อี-คอมเมิร์ซ) หรือทำการค้าขายผ่านเว็บไซต์ต่างๆของอาลีบาบา

นายสมคิดกล่าวว่า การมาอาลีบาบาครั้งนี้ ไม่ได้มีจุดประสงค์ชวนให้ไปลงทุนที่ประเทศไทย และประเทศไทยก็ไม่ได้ต้องการความช่วยเหลืออะไรกับอาลีบาบา เนื่องจากเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ไม่ต้องการความช่วยเหลืออยู่แล้ว แต่สิ่งที่ต้องการคือ ต้องการให้อาลีบาบามาเป็นหุ้นส่วนช่วยยกระดับประเทศไทยให้มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี สร้าง เศรษฐกิจใหม่เป็นโมเดลธุรกิจให้ประเทศแข่งขันได้ รวมถึงสนับสนุนให้กลุ่มประเทศเพื่อนบ้านซีแอลเอ็มวี คือ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม เติบโตเข้มแข็งไปพร้อมๆกัน

ทั้งนี้ ไม่ใช่แค่มาเป็นหุ้นส่วนช่วยเรื่องอี-คอมเมิร์ซ เพียงอย่างเดียว แต่อาลีบาบาจะให้เรื่องเทคโนโลยีด้วย ช่วยให้คนระดับฐานรากรู้จักใช้เทคโนโลยี คนในระดับชุมชน ระดับท้องถิ่นสามารถใช้เทคโนโลยีทำการค้าขายผ่านอี-คอมเมิร์ซในอนาคตได้ แต่หาก อาลีบาบาสนใจลงทุนก็สามารถติดต่อทางสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือบีโอไอ โดย สามารถลงทุนที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ อีอีซี เชื่อมกับโครงการวันเบลท์ วันโรดของจีนได้

“ได้มอบหมายให้นายอุตตม สาวนายน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และอาลีบาบา จัดตั้งสถาบันพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ โดยตั้งเป้าให้สถาบันแห่งใหม่เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของไทย โดยเฉพาะการยกระดับชุมชนให้สามารถนำสินค้าที่มีในพื้นที่ออกมาค้าขายเชื่อมต่อกับตลาดโลกได้ และยังช่วยสนับสนุนท่องเที่ยวในชุมชนให้มีความพร้อมด้าน ระบบเทคโนโลยี จูงใจให้คนมาท่องเที่ยวได้มากขึ้น ซึ่งโมเดลของอาลีบาบาได้เข้าไปช่วยสอนคนตาม ชนบทให้รู้จักใช้อินเตอร์เน็ต จนคนแก่ขายของผ่านอินเตอร์เน็ตได้ ขายปูขน ขายพุทราไปทั่วเมืองจีนแล้ว เพราะมีวัยรุ่นเข้าไปช่วยสอนอินเตอร์เน็ตให้กว่า 22,000 หมู่บ้าน ซึ่งในส่วนของประเทศไทย สามารถเชื่อมโยงอินเตอร์เน็ตกับโครงการกลุ่มจังหวัดต่างๆ สร้างความสามารถให้ชาวบ้าน ซึ่งเป็นสิ่งที่เราฝันมานาน เพราะหากลงทุนทำอินเตอร์เน็ตหมู่บ้านไปทั่วประเทศแล้ว แต่ไม่ใช้ ก็ไม่มีประโยชน์”

ด้านนายแจ็ค หม่า กล่าวว่า อาลีบาบาจะสนับสนุนด้านเทคโนโลยีให้กับประเทศไทยก่อน จากนั้นจะพัฒนาบุคลากรวัยหนุ่มสาว เช่น นักศึกษาที่มีความรู้ ด้านเทคโนโลยี และมีทักษะการใช้อินเตอร์เน็ตได้ดี ซึ่งจากการหารือกับนายสมคิดก็จะให้การสนับสนุนเต็มที่ ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ได้มีปัญหาเรื่องการขาดเงิน แต่ต้องการความเชื่อมั่นและเชื่อใจมากกว่า ซึ่งอาลีบาบา ก็ตั้งใจทำ “อี-ฮับ” หรือศูนย์กลางด้านอี-คอมเมิร์ซ และโลจิสติกส์ของภูมิภาคอาเซียนที่ประเทศไทยด้วย

น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์จะร่วมกับอาลีบาบาลงไปดูในพื้นที่จริง เท่าที่มองตอนนี้เห็นว่าพื้นที่ภาคตะวันออกน่าสนใจ โดยเฉพาะสินค้าประเภทผลไม้แปรรูป ซึ่งสามารถพัฒนาให้เกษตรกรขายผลไม้สู่ผู้บริโภคได้โดยตรง หรืออาจขายให้ผู้ประกอบการผ่านระบบอี-คอมเมิร์ซได้ ในเบื้องต้นจะสร้างศูนย์ฝึกอบรม เน้นให้ความรู้ด้านเทคโนโลยีกับพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่ และผู้ประกอบการเอสเอ็มอีก่อนที่จะไปถ่ายทอดต่อไป

นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯจะร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จัดทำโครงการผู้ประกอบการรุ่นใหม่ หรือสตาร์ตอัพคืนถิ่น จากระบบเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นและการตื่นตัวของระบบอี-คอมเมิร์ซ จะทำให้สตาร์ตอัพ ซึ่งอาจอยู่ที่กรุงเทพฯ เชียงใหม่ สามารถกลับไปทำงานที่บ้านได้ สร้างสินค้าในพื้นที่ของตนเองขายไปทั่วโลก

“เมื่อท้องถิ่นเจริญขึ้น พ่อแม่ลูกจะได้อยู่ด้วยกัน ซึ่งเป็นโมเดลเดียวกับที่อาลีบาบากำลังทำให้คนจีนอยู่ในพื้นที่ โดยไม่ต้องเข้ามาทำงานในเมืองใหม่”.

 

ธนบัตร ร.9 ดันเงินสดในระบบพุ่ง! 1 เดือนกระฉูด 2.64 หมื่นล้าน แห่เก็บธนบัตร-เหรียญกษาปณ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 9 ธ.ค. 2559 07:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/806057

 

ผู้สื่อข่าวรายงานจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่า ธปท.ได้รายงานข้อมูลธนบัตรและเหรียญกษาปณ์ที่หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจล่าสุดเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา พบว่ามูลค่าเงินสดที่หมุนเวียนระบบเศรษฐกิจมีทั้งสิ้น 1,532,366 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 77,422 ล้านบาท หรือเติบโต 5.32% และเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า 26,410 ล้านบาท หรือเติบโต 1.75% ภายในเดือนเดียวมูลค่าเงินหมุนเวียนในระบบเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก จากปรากฏการณ์ประชาชนต้องการเก็บสะสมธนบัตรและเหรียญกษาปณ์ในรัชกาลที่ 9

ทั้งนี้ ธนบัตรที่หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมีทั้งสิ้น 1,469,344 ล้านบาท เหรียญกษาปณ์ 63,022 ล้านบาท เพิ่มขึ้นทั้งธนบัตรและเหรียญกษาปณ์ 26,075 ล้านบาท และ 336 ล้านบาทตามลำดับ โดยธนบัตรที่อยู่นอกฝ่ายจัดการธนบัตรมีอยู่ 1,469,346 ล้านบาท และพบว่าธนบัตรชนิดราคา 1,000 บาท เงินคงค้างอยู่ในระบบมากที่สุด 1,150,118 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19,363 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ธนบัตรชนิดราคา 100 บาท เพิ่มขึ้น 3,081 ล้านบาท จากเงินที่อยู่ในระบบ 132,054 ล้านบาท ตามด้วยธนบัตรชนิดราคา 500 บาท เพิ่มขึ้น 2,068 ล้านบาท จากยอดเงินอยู่ในระบบ 129,557 ล้านบาท นอกจากนี้ ธนบัตรชนิดราคา 20 บาท, 50 บาท, 60 บาท และ 70 บาท มีมูลค่าเงินเพิ่มขึ้น 938 ล้านบาท 557 ล้านบาท 39 ล้านบาท และ 28 ล้านบาทตามลำดับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระแสประชาชนต่อแถวยาวเหยียดตามสาขาสถาบันการเงินยังมีต่อเนื่อง โดยรอแลกซื้อธนบัตรที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 9) เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 และธนบัตรที่ระลึกโอกาสต่างๆที่อยู่ตามสาขาของธนาคารพาณิชย์ ซึ่ง ธปท.ได้จัดสรรธนบัตรที่ระลึกเพิ่ม 2 แบบ บัตรธนาคารเนื่องในมหามงคลสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษาหกสิบพรรษา 5 ธันวาคม 2530 ชนิดราคา 60 บาท จำนวน 900,000 ฉบับ และธนบัตรที่ระลึกเนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี ธนบัตรไทย (ปี 2545) ชนิดราคา 100 บาท จำนวน 900,000 ฉบับ ก็หมดลงในเวลาอันรวดเร็วเช่นกัน.

 

คลังได้ฤกษ์กดปุ่มโอนเงินช่วยเหลือคนจน 8 แสนบัญชีเฮ! มีเงินใช้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 9 ธ.ค. 2559 07:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/806051

 

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ได้รายงานว่า กระทรวงการคลังพร้อมที่จะโอนเงินให้แก่คนที่มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนขอรับสวัสดิการจากรัฐจำนวน 8.3 ล้านคน โดยในวันนี้ (9 ธ.ค.) กระทรวงการคลังจะต้องส่งรายชื่อของประชาชนที่ลงทะเบียน และได้รับสิทธิไปให้ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐทั้ง 3 แห่ง ซึ่งประกอบด้วย ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อ การเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารกรุงไทย ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่าคนที่มีรายได้น้อยในจำนวน 8.3 ล้านคนที่ลงทะเบียนคลังได้คัดชื่อออก 200,000 คน

“การจ่ายเงินให้แก่ประชาชนที่รายได้น้อยในช่วงนี้ เพราะต้องการให้ประชาชนนำเงินไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ไม่ได้ถือเป็นของขวัญปีใหม่ของรัฐบาล แต่เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องการช่วยคนจนที่จนจริงๆ โดยในปีนี้กระทรวงการคลังจะแจกเงินเพียงปีเดียว ส่วนในปีนี้จะมอบสิทธิพิเศษทางด้านสวัสดิการให้แก่ประชาชน เช่น รถเมล์ รถไฟ เรือฟรี การรับส่วนลดค่าน้ำค่าไฟจากรัฐบาล 60-80% เป็นต้น โดยจะเปิดให้มีการลงทะเบียนก่อนเดือน เม.ย.2560”

ด้านนายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ธนาคารออมสินจะใช้เวลา 2 วันในการคีย์ข้อมูลประชาชนที่เป็นลูกค้าธนาคารออมสินเข้าระบบคอมพิวเตอร์ และคาดว่าวันที่ 11 ธ.ค. หรือไม่เกินวันที่ 12 ธ.ค. ออมสินจะกดปุ่มโอนให้แก่ประชาชนได้ โดยในวันแรกจะโอนเงินให้แก่ ประชาชนได้ประมาณ 800,000 บัญชี จากทั้งหมด 2.5 ล้านคน ส่วนที่เหลือจะทยอยโอน ส่วนกรณีที่ประชาชนลงทะเบียนกับธนาคารออมสินแต่ไม่มีสมุดบัญชีก็ให้รีบมาเปิดบัญชีกับธนาคารออมสิน ทั้งนี้ประชาชนที่ลงทะเบียนขอรับสวัสดิการจากรัฐ กรณีที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาท/ปีจะได้รับเงิน 3,000 บาท กรณีมีรายได้ 30,000 บาท แต่ไม่เกิน 100,000 บาท จะได้รับเงิน 1,500 บาท.