รฟท. เร่งรัดสร้างรถไฟทางคู่ ฉะเชิงเทรา-แก่งคอย มั่นใจแล้วเสร็จตามกำหนด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 ธ.ค. 2559 16:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/803502

 

รฟท. เร่งรัดการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย เพื่อให้ทยอยเปิดให้บริการช่วงแรกได้ก่อน ภายในปี 60 พร้อมเผยความก้าวหน้า สัญญาที่ 1 สร้างได้เร็วกว่าแผน 7% ส่วนสัญญา 2 ได้เร่งรัดการขุดเจาะอุโมงค์ทั้ง 2 ด้าน มั่นใจไม่มีปัญหาล่าช้า เสร็จทันตามกำหนดปี 2561-2562 แน่ …

เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 59 สืบเนื่องจากที่ นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม มีนโยบายให้ การรถไฟแห่งประเทศไทย ดำเนินการติดตามความก้าวหน้าและเร่งรัดโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย เพื่อให้ทยอยเปิดให้บริการช่วงแรกได้ก่อนภายในปี 2560 และดำเนินโครงการเสร็จทั้งหมดภายในปี 2561-2562 ตามนโยบายของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และกระทรวงคมนาคม


นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การรถไฟฯ ได้มีการติดตามความก้าวหน้าการก่อสร้างรถไฟทางคู่ช่วงฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย ระยะทาง 106 กิโลเมตรอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด แผนการก่อสร้างโครงการซึ่งแบ่งออกเป็น 2 สัญญาได้มีความก้าวหน้าไปตามลำดับ สัญญาที่ 1 งานก่อสร้างทางรถไฟทางคู่ ช่วงฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-วิหารแดง และช่วงบุใหญ่-แก่งคอย พร้อมทางคู่เลี่ยงเมือง ระยะทาง 97 กิโลเมตร ก้าวหน้าไปแล้ว 15.85% เร็วกว่าแผน 7.16% และมีกำหนดก่อสร้างเสร็จทั้งหมดภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2562

สัญญาที่ 2 งานก่อสร้างทางรถไฟทางคู่ ช่วงวิหารแดง-บุใหญ่ ระยะทางรวม 9 กิโลเมตร รวมอุโมงค์ 1.2 กิโลเมตร ขณะนี้ก่อสร้างก้าวหน้าไปแล้ว 23.32% ช้ากว่าแผน 8.89% เนื่องจากได้รับอนุมัติการใช้วัตถุระเบิดเพื่อระเบิดทำอุโมงค์รถไฟล่าช้ากว่ากำหนด แต่อย่างไรก็ตาม การรถไฟฯ ได้เร่งรัดให้ผู้รับจ้างดำเนินการขุดเจาะอุโมงค์ทั้ง 2 ด้านให้เร็วขึ้น เพื่อช่วยเพิ่มความรวดเร็วของเนื้องานก่อสร้างให้ทันตามแผนช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ดังนั้น จึงไม่กระทบต่อแผนการก่อสร้างในภาพรวม และมีกำหนดแล้วเสร็จทันตามแผนเดิมในเดือนเมษายน 2561


นายวุฒิชาติ กล่าวว่า ขณะเดียวกัน การรถไฟฯ ยังได้ดำเนินการตามนโยบายของ นายออมสิน ที่มอบหมายให้การรถไฟฯ ดำเนินการเจรจาหารือกับบริษัทผู้รับจ้าง เพื่อเร่งรัดการก่อสร้างทางช่วงแรก ระหว่างฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า และช่วงบุใหญ่-แก่งคอย ให้สามารถทยอยเปิดใช้งานได้ก่อนภายในเดือนตุลาคม 2560 เพื่อต้องการเปิดให้ประชาชนมีโอกาสใช้รถไฟทางคู่ได้เร็วกว่าแผนเดิม ที่กำหนดเปิดให้บริการได้ภายในปี 2561 และปี 2562

“โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย ถือเป็นโครงการที่การรถไฟแห่งประเทศไทยได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ตามแผนปฏิบัติการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศระยะเร่งด่วน ปี 2559 ของกระทรวงคมนาคม และขณะนี้การรถไฟฯ อยู่ระหว่างเร่งผลักดันโครงการลงทุนรถไฟทางคู่อื่นๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มศักยภาพการขนส่งระบบรางให้เป็นระบบการคมนาคมขนส่งหลักของประเทศตามนโยบายของรัฐบาล”


สำหรับโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ เส้นทางฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย ระยะทางก่อสร้างรวม 106 กิโลเมตร ได้แบ่งการก่อสร้างเป็น 2 สัญญา สัญญาที่ 1 งานก่อสร้างทางรถไฟทางคู่ช่วงฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-วิหารแดง และช่วงบุใหญ่-แก่งคอย พร้อมทางคู่เลี่ยงเมือง ระยะทาง 97 กิโลเมตร ผู้รับจ้าง บริษัท ชิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) เริ่มก่อสร้าง เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2559 กำหนดก่อสร้าง 36 เดือน หรือเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2562

ส่วนสัญญาที่ 2 งานก่อสร้างทางรถไฟทางคู่ ช่วงวิหารแดง-บุใหญ่ ระยะทางรวม 9 กิโลเมตร รวมอุโมงค์ 1.2 กิโลเมตร ผู้รับจ้าง บริษัท ไร้ท์ทันเน็ลลิ่ง จำกัด เริ่มก่อสร้าง เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2559 กำหนดก่อสร้าง 25 เดือน หรือเสร็จภายในเดือนเมษายน 2561

 

เบสท์ริน เตรียมยื่นร้องตรวจสอบปมรถเมล์ NGV ถูกกรมศุลฯ กักไว้ที่ท่าเรือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 ธ.ค. 2559 16:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/803472

 

เบสท์ริน เตรียมยื่นหนังสือร้อง “สมคิด-รมว.คลัง” ร่วมตรวจสอบ ปมรถเมล์เอ็นจีวีลอตแรก 100 คัน ถูกกรมศุลกากรกักไว้ที่แหลมฉบัง ไม่ยอมให้นำออกจากท่าเรือ อ้างกระบวนการไม่เรียบร้อย หวั่น ส่งมอบรถเมล์ใหม่ให้ ขสมก. ไม่ทัน

เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 59 นายคณิสสร์ ศรีวชิระประภา ประธานบริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด ผู้ชนะการประมูลจัดหารถโดยสารที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง (เอ็นจีวี) จำนวน 489 คัน ขององค์กรขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า หากภายในวันที่ 6 ธ.ค. บริษัทไม่สามารถนำรถเมล์ลอตแรกจำนวน 100 คัน ที่ขนส่งเข้ามาถึงไทย ออกจากท่าเรือแหลมฉบังได้ ทางบริษัทจะทำหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมไปยังหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อขอให้เข้ามาช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงของปัญหา กรณีที่กรมศุลกากร ไม่ยอมให้มีการนำรถเมล์ออกจากท่าเรือ โดยจะทำหนังสือร้องเรียนไปยัง นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง ในฐานะกำกับดูแลกรมศุลกากร และสภาวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-อาเซียน ซึ่งเป็นหน่วยงานเอกชน

สำหรับประเด็นที่จะร้องเรียน และต้องการให้ทุกหน่วยเข้ามาร่วมตรวจสอบ คือ ความโปร่งใส และมารยาททางการค้าระหว่างประเทศ ของกรมศุลกากร รวมทั้งขอให้เข้ามารับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น จากกรณีที่รถถูกกัก อาจจะกระทบไปยังเป้าหมายการนำรถเมล์ไปให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และประชาชนได้ทดลองใช้บริการ ในวันที่ 21 ธ.ค.

“ผมอยากขอความเป็นธรรมให้กับ เบสท์ริน ซึ่งวันนี้ตกเป็นจำเลยของสังคม ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ถูกแจ้งข้อหา ที่สำคัญวันนี้ เรานำรถลอตแรก 100 คันออกมาไม่ได้ ขณะนี้ จอดทิ้งไว้ 3 วันแล้ว ต้องเสียค่าจอดรถวันละ 3 แสนบาท 3 วัน ก็ 9 แสนบาทแล้ว ที่สำคัญรถเมล์ลอต 2 อีก 145 คัน กำลังจะขนส่งมาถึงท่าเรือแหลมฉบังในวันที่ 7 ธ.ค.นี้ ซึ่งขณะนี้ ท่าเรือบอกว่าไม่สามารถปล่อยตำแหน่งที่จอดให้รถลอตใหม่ เพราะที่จอดรถเต็ม เนื่องจากยังไม่ได้ขนรถลอตเก่าออกจากท่า ผมก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร แต่วันนี้ความเสียหายเกิดขึ้นแล้ว จะต้องมีคนมารับผิดชอบเรื่องนี้ด้วย”

นายคณิสสร์ กล่าวด้วยว่า ตนได้สอบถามกรมศุลฯ เกี่ยวกับข้อสงสัย ซึ่งกรมศุลฯ ระบุว่า สงสัยเรื่องหนังสือฟอร์มดี เมื่อถามว่าสงสัยประเด็นอะไร กรมศุลฯ ตอบว่า บอกไม่ได้ ตนจึงไม่เข้าใจว่า ทำไมบอกไม่ได้ นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลระบุว่า มีสื่อมวลชนบางคน รู้ว่ารถเมล์ของเบสท์ริน จะถูกกรมศุลฯ กัก ก่อนที่ตนจะทราบเสียอีก ซึ่งก็ไม่รู้ว่านักข่าวรู้ได้อย่างไร ทำให้เริ่มสงสัยว่าอาจจะมีอะไรที่ผิดปกติเกี่ยวกับเรื่องนี้ และสงสัยว่าอาจจะมีคนอกหักรับไม่ได้

ล่าสุด นายชัยยุทธ คำคุณ รองอธิบดีกรมศุลกากร ได้แถลงข่าวเกี่ยวกับรถดังกล่าวว่า ได้ตั้งข้อสงสัยการสำแดงการขนส่งโดยตู้คอนเทนเนอร์ต้นทางมาจากประเทศจีนไปมาเลเซียก่อนมาถึงประเทศไทย โดยตั้งข้อสังเกตสินค้าดังกล่าวอาจจะไม่ได้ผลิตในประเทศมาเลเซียตามที่แจ้ง และกรมศุลกากรเตรียมตรวจสอบเพิ่มเติมพร้อมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากพบว่าผลิตในประเทศจีนทั้งคันหรือไม่ เพราะอาจเป็นการดำเนินการเลี่ยงภาษี โดยมีมูลค่าความเสียหาย 1.2 ล้านบาทต่อคัน ทางศุลกากรจะพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่อไป.

 

น้ำท่วมใต้ รฟท.ยังงดเดินรถทุกขบวน ตั้งแต่ทุ่งสงลงไปดูสถานการณ์ 24 ชม.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 ธ.ค. 2559 14:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/803401

 

รถไฟสายใต้ยังถูกน้ำท่วม เส้นทางจากทุ่งสงลงไป งดเดินรถทุกขบวน ด้าน รฟท. ส่งช่างโยธาลงพื้นที่ เฝ้าดูสถานการณ์ 24 ชม. หากน้ำลด สภาพมีความพร้อม จะเปิดเดินรถทันที …

วันที่ 6 ธ.ค. 59 นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางรถไฟสายใต้ยังถูกน้ำท่วม ซึ่งยังคงสามารถเปิดเดินรถได้จากกรุงเทพฯ-ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช และทุ่งสงฯ-กรุงเทพฯ ส่วนเส้นทางจากทุ่งสง ลงไป งดเดินรถทุกขบวน

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.ที่ผ่านมา ได้ส่งทีมช่างโยธาลงไปประจำอยู่ในพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งจากการตรวจสภาพทาง ปรากฏว่า สามารถปล่อยเดินรถได้ จึงได้มีการปล่อยให้มีการเดินรถกรุงเทพฯ-ตรัง 1 ขบวน แต่หลังจากนั้นกลับมีปริมาณน้ำสะสมที่ลงมาจากเขาอีก จึงทำให้มีปริมาณน้ำมาก และน้ำท่วมสันรางเกินกว่ามาตรฐานการเดินรถที่ปลอดภัย จึงได้หยุดเดินรถในเส้นทางดังกล่าวไปอีก

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้คงต้องรอดูสถานการณ์น้ำท่วมเป็นรายชั่วโมง ว่าจะสามารถเปิดเดินรถได้หรือไม่ แต่ในเรื่องของความพร้อมในการซ่อมบำรุงทางนั้น รฟท. มีช่างโยธาประจำอยู่ในพื้นที่แล้ว.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รถไฟสายใต้ยังอัมพาต น้ำท่วมราง 2 จุด ไปไกลสุดแค่ ทุ่งสง

รฟท. งดเดินรถขบวนรถด่วนพิเศษทักษิณารัถย์ สายใต้ถึงแค่ทุ่งสง

 

ไทยพาณิชย์จัดกิจกรรมสืบสานปณิธานความดี ถวายแด่ ในหลวง รัชกาลที่ 9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 6 ธ.ค. 2559 14:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/803397

 

ดร.วิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหาร พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงและพนักงานธนาคารไทยพาณิชย์กว่า 4,000 คน จัดกิจกรรม “ปณิธานความดี ตามรอยพระบาทที่ยาตรา” เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวาระวันสวรรคต ครบ 50 วัน ด้วยการสวดมนต์ นั่งสมาธิ จุดเทียนแสดงความอาลัย แปรอักษรข้อความ “ด้วยจงรักและภักดี” และร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี พร้อมเชิญชวนพนักงาน ลูกค้า ประชาชน จารึกปณิธานความดีที่ตั้งใจจะทำเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลลงบนแผ่นทองรูปใบโพธิ์ ณ ลานด้านหน้า ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ รัชโยธิน






คณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติเร่งหาข้อสรุปแผนงานส่งเสริมการผลิตวัคซีนในประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 6 ธ.ค. 2559 12:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/803157

 

เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. ดร.นพ.จรุง เมืองชนะ ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 โดยมี พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมว่า ที่ประชุมได้รับหลักการข้อเสนอแนวทางการส่งเสริมการผลิตวัคซีนในประเทศอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการสนับสนุนจากรัฐบาลในด้านงบประมาณเพื่อใช้ในการวิจัยและพัฒนาและการผลิตวัคซีนในระดับอุตสาหกรรม ครอบคลุมผู้ผลิตทั้งภาครัฐและเอกชน ขณะเดียวกันภาครัฐต้องมีกลไกในการประกันตลาดวัคซีนภายในประเทศ และส่งเสริมการค้าวัคซีนในระดับนานาชาติและภูมิภาคอาเซียน

“แผนการส่งเสริมการผลิตวัคซีนในเชิงอุตสาหกรรมเพื่อใช้ในประเทศและเพื่อจำหน่ายยังต่างประเทศได้พูดคุยกันมากว่า 30 ปี แต่ยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจน เรามีหน่วยงานรัฐกว่า 50 แห่งที่ทำเรื่องนี้แต่ยังขาดเอกภาพและแผนบูรณาการร่วมกัน อย่างไรก็ดีกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ซึ่งล้วนแล้วเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาที่เกี่ยวข้อง เห็นตรงกันว่ารัฐบาลปัจจุบันมีศักยภาพที่จะกำหนดทิศทางและผลักดันแนวทางการส่งเสริมการผลิตวัคซีนในประเทศอย่างเป็นรูปธรรมให้เกิดขึ้นได้” ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ระบุ


ดร.นพ.จรุง กล่าวอีกว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีศักยภาพในการผลิตวัคซีนได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นสถานเสาวภา สภากาชาดไทย องค์การเภสัชกรรม และภาคเอกชน อาทิ วัคซีนป้องกันวัณโรค วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า วัคซีนป้องกันบาดทะยัก-คอตีบ-ไอกรนชนิดไร้เซลล์ นอกจากนี้ยังอยู่ในขั้นกำลังพัฒนาการผลิตอีกหลายชนิด อาทิ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ วัคซีนไข้สมองอักเสบเจอี เป็นต้น เราจึงต้องการการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างเป็นระบบ เพื่อขับเคลื่อนไปสู่การสร้างความมั่นคงทางด้านวัคซีนและเป็นหลักประกันด้านสุขภาพให้กับคนไทย ตลอดจนเป็นผู้ผลิตวัคซีนเพื่อจำหน่ายให้ประเทศต่างๆ และองค์กรนานาชาติ


ดร.นพ.จรุง กล่าวต่อว่า หลังจากนี้สถาบันวัคซีนแห่งชาติจะประสานผู้เกี่ยวข้องเพื่อหารือแผนปฏิบัติงานในรายละเอียด เพื่อเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติในครั้งหน้า อาทิ ข้อปฏิบัติหรือข้อตกลงในการแบ่งปันผลประโยชน์ในการลงทุนของภาคเอกชนที่มาร่วมทุนกับภาครัฐ แนวทางการสนับสนุนงบประมาณด้านการวิจัยให้ภาคเอกชน การกำหนดให้มีแผนการจัดซื้อวัคซีนล่วงหน้า 5 ปีจากหน่วยงานที่ผลิตได้ภายในประเทศ และข้อเสนอให้รัฐบาลกำหนดให้ใช้วัคซีนเป็นสินค้าที่จะใช้ในการเจรจากับประเทศคู่ค้า เป็นต้น หากที่ประชุมเห็นชอบก็จะเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป

 

ทองเปิดตลาดลดลง 50 รูปพรรณขายออกบาทละ 20,350

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 ธ.ค. 2559 09:54

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/803062

 

ราคาทองเปิดตลาดวันที่ 6 ธ.ค. ลดลง 50 บาท ทองแท่งรับซื้อบาทละ 19,750 ขายออกบาทละ 19,850 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,389.64 ขายออกบาทละ 20,350 บาท…

เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.59 สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.26 น. ราคาลดลง 50 บาท ส่งผลให้ราคาทองแท่งรับซื้อบาทละ 19,750.00 บาท ขายออกบาทละ 19,850.00 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,389.64 บาท ขายออกบาทละ 20,350.00 บาท.

 

วปอ.ภาคเอกชนรุ่นที่ 59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 15 ก.ย. 2559 05:01

 

 

หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 59 ของวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ประจำปีการศึกษา 2559-2560 มีตัวแทนภาคเอกชนเข้ามาร่วมศึกษาอบรมอย่างเป็นทางการ 15 ราย

จาก สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย 5 ราย ได้แก่ 1.นายวิสาร ฉันท์เศรษฐ์ กรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย/กรรมการ บริษัทไทยสมเด็จ เซอร์วิส จำกัด 2.นายสมบัติ ชินสุขเสริม ประธานหอการค้าจังหวัดน่าน/กรรมการผู้จัดการบริษัทชินวัฒนา จำกัด 3.นายสมศักดิ์ ขจรเฉลิมศักดิ์ กรรมการสภาหอการค้าไทย/กรรมการผู้จัดการ บริษัท จ.เจริญมาร์เก็ตติ้ง จำกัด 4.นางนุชจินทร์ ศรีทองพนาบูลย์ ประธานอาวุโสหอการค้าจังหวัดพิษณุโลก/กรรมการผู้จัดการ บริษัทท็อปแลนด์ พลาซ่า จำกัด 5.นางสาวปริม จิตจรุงพร กรรมการบริหารสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย/ประธานกรรมการบริหาร บริษัทแอ็ลไลด์ เม็ททัลส์ (ไทยแลนด์) จำกัด

จาก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย 5 ราย ได้แก่ 1.นายชาญวุฒิ นิติกิจไพบูลย์ กรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย/กรรมการผู้จัดการ บริษัทซียูอีแอล จำกัด 241.นายนิธิ ภัทรโชค รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย/กรรมการผู้จัดการ บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) 242.นายสิทธิชัย โควสุรัตน์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดอุบลราชธานี/กรรมการผู้จัดการ บริษัทอุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด 243.นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต กรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย/กรรมการผู้จัดการ บริษัทอัลติเมท บรรจุภัณฑ์ จำกัด 244.นางเบญจมาศ สมบูรณ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคกลาง/กรรมการผู้จัดการ บริษัทสยาม ควอลิตี้อินดัสทรี้ส์ จำกัด

จาก สมาคมธนาคารไทย 5 ราย ได้แก่ 245.นายประภาศ ทองสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย จำกัด (มหาชน) 246.นายอนุชา เหล่าขวัญสถิตย์ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บมจ.ธนาคารไทยพาณิชย์ 247.นางรัตนา รัตนะ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ผู้บริหารฝ่ายพัฒนาบริหารบัตรและร้านค้าสมาชิก บมจ.ธนาคารกรุงไทย 248.นางวิภาภรณ์ ชัยรัตน์ รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มบริหารความเสี่ยง

จาก สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย 1 รายคือ นายอดุลชัย รักดำ กรรมการผู้จัดการ บริษัทดีเจริญ ทัวร์ ทราเวิล เซ็นเตอร์ จำกัด

นอกจากนั้น ยังมีนักศึกษาชาวต่างประเทศ ที่เป็นนายทหารจากประเทศเพื่อนบ้าน มาร่วมศึกษาอบรมด้วยอีก 9 ราย ประกอบด้วย

1.Brig Gen Badrul Hisham bin Haji Bakar จาก สหพันธรัฐมาเลเซีย 2.Capt.Chris Smith, RAN จาก เครือรัฐออสเตรเลีย 3. Col.HuynH thein Nhon จาก สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม 4.Col.Poh Boon Hock จาก สาธารณรัฐสิงคโปร์ 5. Col.Rifky Nawawi จาก สาธารณรัฐอินโดนีเซีย 6.Col.Roger Lewis จาก สหราชอาณาจักร 7.พล.อ.จ. SK Vidhate จาก สาธารณรัฐอินเดีย 8.Col.Sung Woo Young จาก สาธารณรัฐเกาหลี 9. Col.Yem BunReth จาก ราชอาณาจักรกัมพูชา

ยังมีบุคคลทั่วไปอีก 23 รายที่พอมีสถานะเส้นสายให้เข้าเรียนวปอ.ได้ ซึ่งจะขานชื่อให้ในวันพรุ่งนี้.

“ซี.12”

 

ท้องถิ่นระดับสูงรุ่นที่ 26

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 14 ก.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/721108

 

สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ร่วมมือทางวิชาการกับสำนักสิริพัฒนา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหาร ศาสตร์ในการจัดหลักสูตรนักบริหารงานท้องถิ่นระดับสูงรุ่นที่ 26

มีผู้บริหารฝ่ายราชการประจำทั้ง ปลัด อบต. และ ปลัดเทศบาลตำบล มาศึกษาอบรมตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม จนถึงวันที่ 23 กันยายน 2559 เป็นระยะเวลาเดือนเศษ อีกไม่ถึง 10 วันก็จะจบกันแล้ว

มี นายจรินทร์ จักกะพาก อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นผู้อนุมัติโครงการ นายรุ่งโรจน์ รุ่งรัศมี ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น เป็นผู้อำนวยการหลักสูตร นายสมนึก ปิ่นถาวรรักษ์ รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น/ผู้อำนวยการส่วนบริหารการฝึกอบรม นายกิตติพงษ์ ชูประสิทธิ์ รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการโครงการ ส่วนผู้รับผิดชอบโครงการฝ่ายนิด้าคือ อาจารย์ใจชนก ภาคอัต

ตอนนี้มีการเลือกคณะกรรมการนักศึกษา เพื่อดำเนินกิจกรรมของรุ่น ดังนี้

1.นายพงศ์พัชฌ์ โชติธนภูดินันท์ ปลัด อบต.โชคชัย จ.นครราชสีมา ประธานรุ่น 2.ส.อ.ประจบ เพชรฤทธิ์ ปลัด อบต.นาหมอบุญ จ.นครศรีธรรมราช รองประธาน 3.นายนพดล ชุมคง ปลัด อบต.คำน้ำสร้าง จ.ยโสธร ที่ปรึกษา 4.นางนวนปราง ช้างชนะ ปลัด อบต.เกาะรัง จ.ลพบุรี เลขานุการ 5.นายเด็ด ศรีบุรินทร์ ปลัด อบต.พะแสง จ.สุราษฎร์ธานี ผู้ช่วยเลขานุการ 6.นางธนนันท์ อนันต์สินชัย ปลัด อบต.โนนแดง จ.ชัยภูมิ เหรัญญิก 7.นางสาวนันท์ณภัส มะยาระ ปลัด อบต.นาจักร จ.แพร่ ผู้ช่วยเหรัญญิก 8.พ.อ.อ.สมศักดิ์ ผิวบาง ปลัด อบต.บ้านปทุม จ.ปทุมธานี หัวหน้ากลุ่มสวัสดิการ 9.ว่าที่ ร.ท.เจษฎา ไชยทน ปลัด ทต.เวียง จ.เชียงราย หัวหน้ากลุ่มศึกษาดูงาน 10.น.ส.พรรณี ลิ้มเจริญ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคม เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ผู้ช่วยหัวหน้ากลุ่มศึกษาดูงาน 11.ว่าที่ ร.ท.ดร.อริชัย เกตุจันทร์ ปลัด อบต.ช่องแค จ.นครสวรรค์ หัวหน้ากลุ่มวิชาการ 12.นายประดิษฐ์ ศรีประไหม ปลัด ทต.นาคู จ.กาฬสินธุ์ ผู้ช่วยหัวหน้ากลุ่มวิชาการ 13.นายภูษิต จิตสมพงษ์ ปลัด อบต.บางจาก จ.นครศรีธรรมราช หัวหน้ากลุ่มสังคมและบันเทิง 14.นางดวงฤดี ปะริเตสัง ปลัด อบต.บ้านกลึง จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้ช่วยหัวหน้ากลุ่มสังคมและบันเทิง 15.นายฐานะ มาศขุนทด ปลัด ทต.นาหนองทุ่ม จ.ชัยภูมิ หัวหน้ากลุ่มกีฬา 16.น.ส.ณัฐธิดา ดวงขวัญ ปลัด อบต.บางน้ำจืด จ.ชุมพร ผู้ช่วยหัวหน้ากลุ่มกีฬา 17.นายสุเทพ หนูรอด ปลัด อบต.นาเคียน จ.นครศรีธรรมราช หัวหน้ากลุ่มประชาสัมพันธ์ 18.นายอรรถพล สีหนาจ ปลัด อบต.ขั้นไดใหญ่ จ.ยโสธร กรรมการตัวแทนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 19.นายเชน มีคุณ ปลัด อบต.สายห้วยแก้ว จ.ลพบุรี กรรมการตัวแทนภาคกลาง 20.นางพัชนิดา ไชยหงส์สา ปลัด อบต.นิคมพัฒนา จ.ระยอง กรรมการตัวแทนภาคตะวันออก 21.นายวริศ วานิชพิพัฒน์ ปลัด ทต.บ้านมุง จ.พิษณุโลก กรรมการตัวแทนภาคเหนือ 22.นายเจริญฤทธิ์ ศุทธางกูร ปลัด อบต.ศรีวิชัย จ.สุราษฎร์ธานี กรรมการตัวแทนภาคใต้

การศึกษาดูงานนั้นจัดเฉพาะภายในประเทศเท่านั้น โดยได้จัดให้ไปศึกษาดูงานเรื่องการสร้างเครือข่าย รัฐ เอกชนและประชาสังคมของท้องถิ่น การพัฒนาชุมชนตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การยกระดับการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว การบริหารจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม และการค้าเศรษฐกิจชายแดน

ตรงนี้เป็นการวางหลักสูตรที่น่ายกย่องที่สุด.

“ซี.12”

 

สภา นรต.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 13 ก.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/719670

 

เข้าควบคุมอำนาจการปกครองประเทศมากว่า 2 ปีแล้ว คสช.จึงคิดได้ว่าสมควรปรับปรุงการบริหารงานของโรงเรียนนายร้อยตำรวจให้มีประสิทธิภาพสอดคล้องกับนโยบายและแนวทางในการปฏิรูปตำรวจ

จึงมีการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 มีคำสั่ง ให้นายกสภาการศึกษา และกรรมการสภาการศึกษาผู้ทรงคุณวุฒิของโรงเรียนนายร้อยตำรวจ พ้นจากตำแหน่ง

แล้วให้คณะกรรมการสภาการศึกษาโรงเรียนนายร้อยตำรวจคณะใหม่ประกอบด้วยกรรมการโดยตำแหน่งและให้แต่งตั้ง นายกสภาการศึกษา และ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ตามรายชื่อดังต่อไปนี้

1.นายศุภชัย ยาวะประภาษ เป็น นายกสภาการศึกษา 2.นายไผทชิต เอกจริยกร เป็น กรรมการสภาการศึกษาทรงคุณวุฒิ 3.นายจักราทิตย์ ธนาคม เป็น กรรมการสภาการศึกษาทรงคุณวุฒิ 4. นายมณเฑียร เจริญผล เป็น กรรมการสภาการศึกษาทรงคุณวุฒิ
5.พันตำรวจโท เกษมศานต์ โชติชาครพันธุ์ เป็น กรรมการสภาการศึกษาทรงคุณวุฒิ 6.ร้อยตำรวจเอก สุธรรม เชื้อประกอบกิจ เป็น กรรมการสภาการศึกษาทรงคุณวุฒิ 7.พันตำรวจเอก ณรัชต์ เศวตนันทน์ เป็น กรรมการสภาการศึกษาทรงคุณวุฒิ 8.พลตำรวจโท อัมพร จารุจินดา เป็น กรรมการสภาการศึกษาทรงคุณวุฒิ 9.พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ เป็น กรรมการสภาการศึกษาทรงคุณวุฒิ 10.นายกมล รอดคล้าย เป็น กรรมการสภาการศึกษาทรงคุณวุฒิ

นายกสภาและกรรมการสภาการศึกษาทรงคุณวุฒิคณะใหม่ ของโรงเรียนนายร้อยตำรวจนี้เปลี่ยนแปลงกันแบบยกชุดนับตั้งแต่ส่วนหัวคือนายกสภาคนเก่าอันได้แก่ พลตำรวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ ผู้เคยดำรงตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรีสมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร โดยพ้นจากตำแหน่งเนื่องจาก คมช.ยึดอำนาจในปี 2549 นอกจากนั้นเคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในทางราชการเคยเป็นรองผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และปัจจุบันเป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ

ส่วนกรรมการสภาการศึกษาทรงคุณวุฒิ บางคนเป็นอดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทยก็มี

ตอนนี้สภาการศึกษาโรงเรียนนายร้อยตำรวจชุดใหม่จึงประกอบด้วย กรรมการโดยตำแหน่งอันประกอบด้วย ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ผู้อำนวยการสำนักงบ ประมาณ ประธานสภาคณาจารย์ ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ และประธานคณะกรรมการส่งเสริมกิจการ รวมกับนายกสภาและกรรมการสภาการศึกษาทรงคุณวุฒิที่เพิ่งตั้งขึ้นใหม่ในคราวนี้

นอกจากการทำหน้าที่และภารกิจที่กำหนดไว้ตามกฎหมายแล้ว สภาการศึกษาโรงเรียนนายร้อยตำรวจชุดใหม่ยังมีหน้าที่พิจารณาแนวทางการพัฒนากิจการของโรงเรียนนายร้อยตำรวจและการปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติโรงเรียนนายร้อยตำรวจ พ.ศ. 2551 เพื่อเตรียมการปฏิรูปตำรวจแล้วเสนอนายกรัฐมนตรีภายในสามเดือน

ถ้าปฏิรูปวงการตำรวจโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องอีแอบเกาะหลังผู้มีอำนาจขายเก้าอี้ได้ ทุกอย่างจะดีกว่าที่เป็นอยู่แน่นอน.

“ซี.12”

 

เพื่อสุขภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 12 ก.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/718793

 

สำนักเสริมศึกษาและบริการสังคม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จัดโครงการอบรมสัมมนาบริการวิชาการแก่สังคมเพื่อเทิดพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เจริญพระชนม พรรษา 89 พรรษา เรื่อง “ฝึกลมปราณเพื่อสุขภาพ” ครั้งที่ 4/2559

หัวใจของการสัมมนาครั้งนี้ รองศาสตราจารย์ชุมพจต์ อมาตยกุล ผู้อำนวยการสำนักเสริมศึกษาและบริการสังคม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แจ้งว่า ปัญหาสุขภาพของประชาชนในปัจจุบันที่เกิดจากการบริโภคอาหารที่ไม่ถูกสุขอนามัย การผจญกับมลพิษในอากาศ ความเครียดจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว ขาดการออกกำลังกายและการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอล้วนเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บขึ้น

จากปัญหาดังกล่าวนี้สำนักเสริมศึกษาและบริการสังคม มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ จึงกำหนดจัดสัมมนาทางวิชาการ เรื่อง “ฝึกลมปราณเพื่อสุขภาพ” ครั้งที่ 4/2559 ขึ้น เพื่อบริการความรู้แก่ประชาชนทั่วไปเข้าฟังและฝึกปฏิบัติตามครั้งเดียวสามารถไปฝึกต่อที่บ้านหรือที่ทำงานได้

เป็นการบรรยายและนำการฝึกโดย นายศุภกิจ นิมมานนรเทพ อดีตรองอธิบดีกรมทะเบียนการค้า และอดีตรองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับการใช้พลังลมปราณ เพื่อเสริมสร้างร่างกายให้แกร่งแข็งแรงด้วยตนเอง จะเป็นประโยชน์ต่อทุกคนที่นำความรู้ไปปฏิบัติ

การสัมมนาครั้งนี้กำหนดจัดในวันเสาร์ที่ 24 กันยายน 2559 เวลา 09.30-12.30 น. ณ ห้องประชุมประกอบ หุตะสิงห์ อาคารอเนกประสงค์ 1 ชั้น 3 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ กรุงเทพฯ ผู้เข้าร่วมสัมมนาไม่เสียค่าใช้จ่ายในการลงทะเบียนแต่อย่างใด

สำนักเสริมศึกษาและบริการสังคม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอเชิญประชาชนผู้สนใจทั่วไปเข้าร่วมสัมมนาวิชาการครั้งนี้ได้โดยแจ้งความประสงค์เข้าร่วมสัมมนาได้ที่ สำนักเสริมศึกษาและบริการสังคม มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ อาคารอเนกประสงค์ 1 ชั้น 5 ถ.พระจันทร์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200

สำหรับวิทยากรคนสำคัญคือ นายศุภกิจ นิมมานนรเทพ นั้นนอกจากเป็นอดีตข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ที่เกษียณอายุในตำแหน่งรองอธิบดีแล้ว

ยังเป็นที่รู้จักยอมรับกันในฐานะนักเลงกาพย์กลอนและบทกวีอันโด่งดังคนหนึ่งในสังคมไทย และเป็นนักค้นคว้าเสาะหาเรื่องราวดีๆในอดีตมานำเสนอในลักษณะของสารคดีวิจารณ์

ผลงานที่ดีเด่นเล่มหนึ่งคือ สารคดีวิจารณ์ ซึ่งรวบรวมเรื่องน่ารู้น่าสนใจมาไว้ในที่เดียวกันเป็นระบบ

เป็นหนังสือดีระดับที่ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ ทรงพระนิพนธ์คำนำให้ในฐานะพระอาจารย์กับศิษย์

ตอนนี้หนังสือเล่มนี้จัดพิมพ์ใหม่อีกครั้งหนึ่งในเดือนสิงหาคมปี 2559

เป็นการจัดพิมพ์เพื่อบูชารำลึกถึง กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ ในวาระวันคล้ายวันประสูติ 125 ปี เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2559

เนื้อหาสาระของหนังสือเล่มนี้ที่น่าสนใจอาทิ พระราชวงศ์กวี เจ้าฟ้า 6 แผ่นดิน วังหน้าถึงธรรมศาสตร์ ฯลฯ

เห็นจะต้องไปเสาะหามาสัมผัสเรื่องราวเหล่านี้ด้วยตนเองเป็นเล่มหนังสือเพราะไม่อาจคลิกหาได้ในโลกอินเตอร์เน็ต.

“ซี.12”