กรธ. ไม่ทะเลาะฝ่ายการเมือง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/251267

คมชัดลึก, ข่าวการเมือง, เนื้อหา, สมาชิก, ครอบงำ, ทุน, พรรค, กม., วิจารณ์, อุดม รัฐอมฤต, กรธ., ไม่, ทะเลาะ, ฝ่าย, การเมือง, กรธ, อุดม

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 5 ธ.ค. 2559

กรธ. ไม่ทะเลาะฝ่ายการเมือง

“อุดม” ไม่ขอทะเลาะฝ่ายการเมืองหลังวิจารณ์เนื้อหาร่างกม.พรรค ย้ำหลักการสำคัญเพื่อแก้ไขทุนครอบงำพรรคการเมือง เขียนให้สมาชิกพรรค มีส่วนร่วม เล็งเผยแพร่เนื้อหา7ธ.ค.

          5 ธ.ค. 59 –  นายอุดม รัฐอมฤต โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นักการเมืองให้ความเห็นต่อเนื้อหาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดทำของกรธ. ไม่ตอบโจทย์เจตนารมณ์ของร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชามติที่ให้สิทธิ และเสรีภาพของประชาชนในการรวมตัวเป็นพรรคการเมือง ว่า ตนยังไม่เห็นความคิดเห็นของประชาชนต่อประเด็นตามที่นักการเมืองระบุ ซึ่งต้องยอมรับว่านักการเมืองขณะนี้ถือเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อเนื้อหา และมองเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของพรรคการเมืองเท่านั้น แต่ไม่ได้มองในประเด็นที่ประชาชนจะมีส่วนร่วมกับการดำเนินงานของพรรคการเมืองได้อย่างไร ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าการทำงานของพรรคการเมืองที่ผ่านมามีปัญหาในประเด็นของกลุ่มทุนเข้าครอบงำ และปล่อยให้การตัดสินใจ การบริหารเป็นสิทธิขาดเฉพาะกรรมการบริหารพรรคเท่านั้น แต่สมาชิกพรรคหรือประชาชนที่สนับสนุนพรรคขาดการมีส่วนร่วม ดังนั้นสิ่งที่กรธ. พยายามปรับปรุง และเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้นคือ การให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมทั้งในการดำเนินกิจการ การส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ได้อย่างแท้จริง รวมถึงการมีส่วนร่วมดังกล่าวต้องเป็นไปเพื่อเกิดประโยชน์ในสังคมด้วย

“สิ่งที่กรธ. คิดในแง่การมีส่วนร่วม อาทิ ให้ประชาชนฐานะผู้ก่อตั้งพรรคต้องจ่ายเงินทุนประเดิมเพื่อให้พรรคสามารถทำกิจกรรมได้ ให้ประชาชนที่สมัครเป็นสมาชิกพรรคต้องจ่ายค่าธรรมเนียมรายปี ปีละไม่เกิน 100 บาท นอกจากนั้นเพื่อให้เกิดความโปร่งใสพรรคการเมืองต้องถูกตรวจสอบได้ ทั้งการรายงานบัญชีต่อสาธารณะ หรือเสนอรายงานต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง นอกจากนั้นพรรคการเมืองต้องคำนึงถึงการยกระดับการทำงาน ไม่ใช่คิดเพียงอย่างเดียวว่าจะส่งใครลงสมัครรับเลือกตั้ง และคิดถึงแต่การเอาแพ้ เอาชนะ หรือ คิดถึงแต่การได้เป็นรัฐบาลเพียงอย่างเดียว” นายอุดม กล่าว

นายอุดม กล่าวด้วยว่า ขณะที่การตรวจทานร่าง พ.ร.ป.พรรคการเมือง และร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นั้นใกล้แล้วเสร็จ เบื้องต้นคาดว่าภายในวันที่ 7 ธ.ค. นี้จะเผยแพร่ต่อสาธารณะให้รับทราบเนื้อหาได้ และเมื่อเนื้อหาเปิดเผยแล้วตนไม่อยากให้ฝ่ายการเมือง มองกรธ. ว่าเป็นฝ่ายโจทก์ หรือฝ่ายจำเลย หรือชวนทะเลาะ เพราะในความเห็นของแต่ละฝ่ายมีทั้งดี และไม่ดี ดังนั้นขอให้พิจารณาในเนื้อหา นอกจากนั้นกรธ. มีแนวโน้มจะเปิดเวทีรับฟังความเห็นของฝ่ายการเมืองต่อข้อเสนอในร่างกฎหมายลูกดังกล่าว แต่ตนขอชี้แจงว่าการทำร่างกฎหมายลูกนั้น กรธ. ไม่ใช่จุดสุดท้าย เพราะยังมีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งมีหน้าที่พิจารณาในขั้นตอนสุดท้ายเพื่อทำให้กฎหมายมีผลบังคับใช้.

 

รวบรวมโครงการพระราชดำริ สืบสานตามรอยพ่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/251266

รวม, กทม., จัดแสดง, หอสมุด, ข่าวการเมือง, คมชัดลึก, รวบรวม, โครงการ, พระราชดำริ, สืบสาน, ตามรอย, พ่อ, สืบสานตามรอยพ่อ
รวม, กทม., จัดแสดง, หอสมุด, ข่าวการเมือง, คมชัดลึก, รวบรวม, โครงการ, พระราชดำริ, สืบสาน, ตามรอย, พ่อ, สืบสานตามรอยพ่อ
รวม, กทม., จัดแสดง, หอสมุด, ข่าวการเมือง, คมชัดลึก, รวบรวม, โครงการ, พระราชดำริ, สืบสาน, ตามรอย, พ่อ, สืบสานตามรอยพ่อ
รวม, กทม., จัดแสดง, หอสมุด, ข่าวการเมือง, คมชัดลึก, รวบรวม, โครงการ, พระราชดำริ, สืบสาน, ตามรอย, พ่อ, สืบสานตามรอยพ่อ

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 5 ธ.ค. 2559

รวบรวมโครงการพระราชดำริ สืบสานตามรอยพ่อ

กทม.รวบรวมโครงการ “พระราชดำริ” จัดแสดงที่หอสมุดเมือง คาดเปิดให้บริการธ.ค.ปี 60

             5 ธ.ค. 59 – นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) เปิดเผยว่า ขณะนี้กทม.ได้รวบรวมโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ของกรุงเทพมหานคร โดยเบื้องต้นเพื่อนำไปจัดแสดง ที่บริเวณชั้น 3 หอสมุดเมือง ตั้งอยู่บริเวณหัวมุมถนนตะนาว สี่แยกคอกวัว ริมถนนราชดำเนิน ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการหอสมุดเมืองได้ภายในเดือนธ.ค.2560 โดยโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ประกอบด้วย 1.โครงการพัฒนาด้านแหล่งน้ำ ประกอบด้วย โครงการกำจัดวัชพืช เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล โครงการแก้มลิง คลองมหาชัย-คลองสนามชัย โครงการก่อสร้างคันกั้นน้ำด้านตะวันออก เขตสายไหม คลองสามวา มีนบุรีและลาดกระบัง โครงการขุดลอกคลองระบายน้ำ โครงการปรับปรุงระบบไหลเวียนของน้ำในเขตชุมชนหนาแน่นชั้นในของกรุงเทพฯ 2.โครงการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย โครงการบำบัดน้ำเสียบึงมักกะสัน ชุมชนบึงมักกะสัน โครงการบำบัดน้ำเสียบึงพระราม 9 ชุมชนบึงพระราม 9

นายจักกพันธุ์ กล่าวต่อว่า 3.โครงการพัฒนาด้านคมนาคมและด้านการสื่อสาร ประกอบด้วย โครงการถนนรัชดาภิเษกทางแยกต่างระดับบนถนนรัชดาภิเษก-วิภาวดี โครงการก่อสร้างถนนชุมชนบึงพระราม 9 เชื่อมระหว่างถนนพระราม 9 ถนนประชาอุทิศ โครงการก่อสร้างปรับปรุงเชิงสะพานพระปิ่นเกล้า บริเวณหน้ากรมประชาสัมพันธ์(เดิม) โครงการขยายผิวจราจรสะพานผ่านฟ้าลีลาศ โครงการก่อสร้างสะพานคนเดินข้ามถนนรัชดาภิเษก บริเวณหน้าศาลอาญา โครงการถนนเลียบทางรถไฟสายธนบุรี เขตบางกอกน้อย โครงการก่อสร้างถนนคู่ขนานถนนพราม 9 จากแยกเข้าวัดอุทัยธารามถึงก่อนขึ้นทางด่วนขั้นที่ 2 โครงการก่อสร้างสะพานคู่ขนานสะพานมัฆวานรังสรรค์ โครงการก่อสร้างสะพานพระราม 8 โครงการก่อสร้างสะพานจตุรทิศตะวันออก โครงการก่อสร้างทางคู่ขนานลอยฟ้า ถนนบรมราชชนนี

“4.โครงการพัฒนาแบบบูรณาการและโครงการพัฒนาด้านอื่นๆ ประกอบด้วย การจัดตั้งโรงเรียนเกษตรทฤษฎีใหม่ในพื้นที่เขตหนองจอก เขตทวีวัฒนา เขตสายไหม เขตสะพานสูง รวมทั้งโครงการจัดทำหนังสือพระราชดำรัสเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง ชีวิตพอเพียง ตามแนวพระราชดำริ ให้กับประชาชนในพื้นที่ 50 เขต อย่างไรก็ตาม การนำโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มาจัดแสดงถือว่าเป็นแหล่งทรัพย์สินทางปัญญาให้กับประชาชน ซึ่งจะเป็นแหล่งสร้างความรู้ต่างๆ ที่ทันสมัย และเปิดประสบการณ์ความรู้ให้กับผู้ใช้งาน” รองผู้ว่าฯกทม. กล่าว.

 

“องอาจ”ชี้ร่างกม.4 ฉบับควรฟังเสียงสะท้อนปชช.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/251264


พรรคประชาธิปัตย์, องอาจ, ชี้, ร่าง, ฉบับ, ควร, ฟัง, เสียงสะท้อน, ปชช, องอาจชี้ร่างกม4, อำนาจ

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 5 ธ.ค. 2559

“องอาจ”ชี้ร่างกม.4 ฉบับควรฟังเสียงสะท้อนปชช.

องอาจ”ชี้ร่างกม. 4 ฉบับกรธ.เปิดใจกว้าง ฟังเสียงสะท้อน “ปชช.” ให้ออกความเห็น แนะ ปรับกลไกการทำงานสภาให้เกิดประสิทธิภาพ ปฏิบัติได้จริง ไม่เกิดปัญหาใหม่ตามมา

          5 ธ.ค. —  นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการยกร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ 4 ฉบับที่ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จะเปิดเผยต่อสาธารณะชนว่า ต้องถือว่าเป็นกฎหมายที่มีความสำคัญต่อการเดินหน้าประเทศไทยในยุคเปลี่ยนผ่าน เพื่อให้เกิดการปฏิรูปอย่างรอบด้านไปในทิศทางที่ดีขึ้นกว่าที่ผ่านมา อาทิ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ,ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส., ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา

ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง 4 ฉบับนี้ล้วนแล้วแต่เป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของ “อำนาจ” เริ่มตั้งแต่การได้มาซึ่งอำนาจ การกลั่นกรองการเข้าสู่อำนาจ การใช้อำนาจ การตรวจสอบการใช้อำนาจ ดังนั้นเมื่อเป็นเรื่องของการใช้อำนาจแทนประชาชน ผ่านกระบวนการทางการเมืองต่าง ๆ จึงถือเป็นเรื่องสำคัญที่ควรได้รับการพิจารณาอย่างรอบด้าน เพื่อให้การได้มาซึ่งร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง 4 ฉบับเป็นกฎหมายที่สามารถใช้ได้จริง และได้รับการยอมรับจากประชาชน

         “การจะทำให้ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง 4 ฉบับใช้ได้จริง และได้รับการยอมรับจากประชาชนควรเปิดโอกาสให้ประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจที่แท้จริง ได้มีส่วนร่วมในการออกกฎหมายทั้ง 4 ฉบับผ่านกระบวนการต่าง ๆ อย่างรอบด้าน ไม่ใช่แค่มีส่วนร่วมที่เป็นเพียงพิธีกรรมเพื่อให้ได้ชื่อว่าได้ทำแล้ว ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมแล้วเท่านั้น ทั้งนี้หลังการเปิดเผยร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญต่อสาธารณะแล้ว อยากเรียกร้องให้ กรธ.เปิดใจกว้าง รับฟังข้อเสนอที่เป็นประโยชน์จากประชาชนและภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อให้ได้ร่างกฎหมายที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมอย่างแท้จริง” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

          นายองอาจ กล่าวว่า เห็นด้วยบางข้อเสนอของสมาชิก สปท. ที่ให้ปรับกลไกการทำงานของสภาผู้แทนราษฎรหลายด้านแต่บางข้อเสนอก็ไม่เห็นด้วยดังต่อไปนี้ 1. ข้อเสนอที่ให้มีที่ปรึกษา กมธ. ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญอย่างแท้จริง และมีจำนวนไม่มากเกินไปนั้น มีความเห็นว่าจำนวนมากหรือน้อยไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ถ้าได้ผู้เชี่ยวชาญมาช่วยทำงานจำนวนมากก็ถือเป็นเรื่องดี ส่วนที่กังวลว่ามีที่ปรึกษาบางคนมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ก็เป็นเรื่องของแต่ละบุคคล ควรลงโทษเป็นราย ๆ ไป ไม่ใช่เหมารวมว่าที่ปรึกษา กมธ. ส่วนมากไม่ดี              

2. ข้อเสนอให้การอภิปรายไม่ไว้วางใจ เอาผิดรัฐมนตรีถึงขั้นติดคุกได้นั้น ในทางปฏิบัติผู้อภิปรายก็ตั้งใจเอาผิดรัฐมนตรีให้ได้ แต่จะเอาผิดถึงขั้นติดคุกได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับประชาชนและศาล ไม่ได้ขึ้นอยู่กับผู้อภิปราย ส่วนที่ระบุว่าผู้อภิปรายเอาเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจมาเป็นเวทีฝึกพูดนั้น ในทางปฏิบัติเชื่อว่าผู้อภิปรายทำการบ้าน หาข้อมูลมาเต็มที่ คงไม่มีใครเอาเวทีอภิปรายมาเป็นเวทีฝึกพูด เพราะถ้าใครเป็นผู้อภิปรายที่ไม่มีข้อมูลเพียงพอก็เหมือนเป็นการฆ่าตัวตายทางการเมือง คงไม่มีใครต้องการทำแบบนั้นอย่างแน่นอน

           3. เห็นด้วยที่ควรมีบทลงโทษรัฐมนตรีที่หลีกเลี่ยงการตอบกระทู้ โดยเฉพาะกระทู้สด แต่ก็ควรมีหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมที่สามารถปฏิบัติได้จริง 4. ส่วนที่ สปท. ไม่ต้องการให้มีกระทู้โหลเพื่อหวังผลหาเสียงในพื้นที่นั้น ในความเป็นจริงความเดือดร้อนในพื้นที่ของชาวบ้านถือเป็นเรื่องสำคัญ แม้จะเป็นความเดือดร้อนจากพื้นที่ชนบทที่ห่างไกล ไม่ใช่กระทู้โหลก็ตาม และ 5. เห็นด้วยว่า ญัตติที่ผ่านสภา รัฐบาลควรทำให้เห็นผลในทางปฏิบัติ เพราะญัตติส่วนมากผ่านการศึกษากลั่นกรองมาพอสมควร การปรับกลไกการทำงานของสภาให้เกิดประสิทธิภาพเป็นเรื่องดี แต่ต้องพิจารณาให้รอบคอบว่าทำให้ได้ผลจริงในทางปฏิบัติ และไม่เกิดปัญหาใหม่ตามมา

 

ทบ.ส่งกำลังพล ช่วย 12 จว.ใต้น้ำท่วม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/251265

คมชัดลึก, ข่าวการเมือง, ติดตาม, จว.ใต้, 12, นัำท่วม, กำลังพล, ทบ., ส่ง, กำลัง, ช่วย, ใต้, น้ำท่วม, ทบส่งกำลังพล, จวใต้น้ำท่วม
คมชัดลึก, ข่าวการเมือง, ติดตาม, จว.ใต้, 12, นัำท่วม, กำลังพล, ทบ., ส่ง, กำลัง, ช่วย, ใต้, น้ำท่วม, ทบส่งกำลังพล, จวใต้น้ำท่วม
คมชัดลึก, ข่าวการเมือง, ติดตาม, จว.ใต้, 12, นัำท่วม, กำลังพล, ทบ., ส่ง, กำลัง, ช่วย, ใต้, น้ำท่วม, ทบส่งกำลังพล, จวใต้น้ำท่วม
คมชัดลึก, ข่าวการเมือง, ติดตาม, จว.ใต้, 12, นัำท่วม, กำลังพล, ทบ., ส่ง, กำลัง, ช่วย, ใต้, น้ำท่วม, ทบส่งกำลังพล, จวใต้น้ำท่วม

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 5 ธ.ค. 2559

ทบ.ส่งกำลังพล ช่วย 12 จว.ใต้น้ำท่วม

ทบ.ส่งกำลังพล 12 กองร้อย รถยนต์ 50 คัน ช่วย 12 จว.ใต้น้ำท่วม พร้อมติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด

          5 ธ.ค.59 – พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า จากกรณีฝนตกหนัก เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 59 ที่ผ่านมาในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ทำให้เกิดน้ำไหลหลากเข้าท่วมขังในหลายพื้นที่ ด้วยความห่วงใยต่อสถานการณ์จากนายกรัฐมนตรี โดย พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบกได้มอบหมายให้ ศูนย์บรรเทาสาธารณะภัยกองทัพบก โดย ศูนย์บรรเทาสาธารณะภัยกองทัพภาคที่ 4 จัดกำลังพล และยุทโธปกรณ์เร่งเข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยร่วมกับหน่วยราชการในพื้นที่ทันที จำนวน 12 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร  สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และ จ.สตูล

พ.อ.วินธัย กล่าวต่อว่า โดยจัดกำลังพล 12 กองร้อย และ รถยนต์บรรทุก 50 คัน เข้าให้ช่วยเหลือผู้ประสบภัย อพยพประชาชน ขนย้ายสิ่งของจำเป็น ไปยังพื้นที่ปลอดภัย  รับ-ส่งประชาชน และก่อกระสอบทรายทำแนวกั้นน้ำ ทั้งนี้มีหลายพื้นที่ได้ร่วมกับส่วนราชการในพื้นที่มอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสบภัย เช่นในพื้นที่ อ.กงหรา จ.พัทลุง และ อ.นาบอน , อ.ชะอวด , อ.ร่อนพิบูลย์ , อ.ปากพนัง , อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช มีการแจกไปรวมจำนวนทั้งสิ้น 2,030 ชุด

พ.อ.วินธัย กล่าวว่า สำหรับในพื้นที่ ม.1 บ้านน้ำร้อน ต.สี่ขีด อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช นั้นพบมีเส้นทางคอสะพานขาดทำให้ประชาชน ไม่สามารถใช้เส้นทางได้ จึงพยายามสร้างสะพานชั่วคราวเพื่อให้ประชาชนสามารถสัญจรได้  ซึ่งส่วนใหญ่ผลการปฏิบัติของทุกหน่วยเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยขณะนี้ทุกหน่วยในพื้นที่ภาคใต้ ยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อพร้อมให้การช่วยเหลือกรณีเกิดเหตุได้อย่างทันท่วงทีต่อไป.

 

“วัฒนา”โพสต์แขวะโชคดีรัฐบาลเกิดยุคนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/251260


วัฒนา เมืองสุข, วัฒนา, โพสต์, แขวะ, โชคดี, รัฐบาล, ดยุค, นี้

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 5 ธ.ค. 2559

“วัฒนา”โพสต์แขวะโชคดีรัฐบาลเกิดยุคนี้

“วัฒนา”โพสต์แขวะโชคดีของรัฐบาลที่เกิดยุคนี้ ถ้าเป็นอดีตคงไม่มีใครปล่อยให้ขยันสร้างความเสียหายมากขนาดนี้

             5 ธ.ค. – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรมว.พาณิชย์ ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊คส่วนตัว โดยมีใจความว่า “คอลัมน์นิสต์ของหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งเปิดใจเล่าถึงความผิดพลาดที่เคยร่วมกับกลุ่มการเมืองข้างถนนปิดบ้านปิดเมืองจนเกิดการรัฐประหาร ทำให้ตัวเองตกงานเพราะหนังสือพิมพ์ที่ทำงานอยู่ต้องปิดตัวลง ผลพวงของรัฐประหารทำให้เศรษฐกิจได้รับความเสียหายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน การบริหารที่ขาดสติปัญญาทำให้เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจทุกตัวดับสนิท ท้ายสุดต้องใช้การแจกเงินอันเป็นมาตรการสิ้นคิดในการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ก็ยังไร้ความสามารถแจกเงินไม่ได้ตามกำหนด ดังนั้น จะมีธุรกิจอีกเป็นจำนวนมากที่ต้องปิดกิจการเพิ่ม ทำให้คนตกงานจำนวนมหาศาล แต่ที่น่ากลัวคือ กลุ่มคนที่ยึดอำนาจและบริหารบ้านเมืองจนเสียหายยับเยินอยู่ในขณะนี้คือผู้ที่วางยุทธศาสตร์ชาติให้คนไทยต้องเดินตามไปอีก 20 ปี โดยมีรัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติด้วยวิธีปิดหูปิดตาประชาชนเป็นเครื่องมือสืบทอดอำนาจผ่านส.ว.สรรหาและองค์กรอิสระทั้งหลาย

           การบริหารบ้านเมืองนอกจากต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์แล้ว ยังต้องมีต้นทุนทางปัญญา บ้านเมืองไม่อาจบริหารโดยการทำลายฝ่ายตรงข้าม สร้างวาทกรรมขยายความขัดแย้งเพื่อให้ได้อยู่ในอำนาจต่อไป หรือลอกนโยบายรัฐบาลเก่าโดยขาดความเข้าใจแต่เอามาเปลี่ยนชื่อใหม่ หรือสร้างเรื่องมากลบความล้มเหลวหลอกประชาชนไปวัน ๆ โลกปัจจุบันอยู่ในยุคของธุรกิจแห่งการทำลายล้าง หรือ Disruptive Economy ซึ่งการเกิดของธุรกิจใหม่จะทำลายธุรกิจเดิม เช่น ธุรกิจฟิล์มถ่ายรูปถูกแทนที่ด้วยกล้องดิจิตอล หรือโทรศัพท์มือถือแบบเก่าที่ถูกแทนที่ด้วย smart phone เป็นต้น ประเทศจึงต้องการผู้นำที่มีความรู้มากกว่าซ้ายขวาหน้าหลัง หรือมีวิสัยทัศน์แค่เอาเวลาราชการมาแสดงจำอวดออกกำลังโชว์ประชาชน หรือจะผลิตยาสีฟันหรือรองเท้าแตะส่งออกเพื่อตีตลาดโลก แต่ก็นับเป็นความโชคดีของคนพวกนี้ที่มาเกิดในยุคปัจจุบัน เพราะหากเกิดในสมัยขงจื๊อจะถูกเอาไปตัดหัว หรือหากเกิดในสมัยของนายพล Kurt Hammerstien-Equord ของเยอรมันก็ต้องถูกเอาไปยิงทิ้ง คงไม่มีใครปล่อยให้ขยันสร้างความเสียหายได้มากมายขนาดนี้”

 

“คณิน” ชี้ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีจะกลายเป็นกับดักของประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/251257

ร่างรัฐธรรมนูญ, มีชัย ฤชุพันธุ์, คณิน บุญสุวรรณ, กับดักประเทศ, คณิน, ชี้, ยุทธศาสตร์, ชาติ, กลายเป็น, กับดัก, ของ, ประเทศ, ยุทธศาสตร์ชาติ

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 5 ธ.ค. 2559

“คณิน” ชี้ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีจะกลายเป็นกับดักของประเทศ

“คณิน” ชี้ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีจะกลายเป็นกับดักของประเทศ

นายคณิน บุญสุวรรณ อดีต ส.ส.ร.ปี 40 ในฐานะประธานคณะทำงานติดตามการร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) ขู่รัฐบาลหน้าว่า ถ้าไม่ทำตามยุทธศาสตร์ชาติถือว่าขัดรัฐธรรมนูญว่า ที่นายมีชัยพูดนั้นเป็นความจริง เพราะมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญบัญญัติว่า ก่อนเข้าบริหารราชการแผ่นดิน คณะรัฐมนตรีต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งต้องสอดคล้องกับหน้าที่ของรัฐ แนวนโยบายแห่งรัฐ และยุทธศาสตร์ชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งยุทธศาสตร์ชาตินั้น บทเฉพาะกาลมาตรา 275 บัญญัติให้คณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันจัดให้มีกฎหมายกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เป้าหมาย ระยะเวลาที่จะบรรลุเป้าหมาย และสาระที่พึงมีในยุทธศาสตร์ชาติให้แล้วเสร็จภายใน 120 วันนับแต่วันที่รัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ ต่อจากนั้นให้คณะรัฐมนตรีดำเนินการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปีนับแต่วันที่กฎหมายดังกล่าวใช้บังคับ ซึ่งจะสังเกตได้ว่า กำหนดระยะเวลา 1 ปีบวกกับอีก 120 วันที่รัฐธรรมนูญบังคับให้จัดทำยุทธศาสตร์ชาติให้แล้วเสร็จ เท่ากับ 16 เดือนนับแต่วันที่รัฐธรรมนูญใช้บังคับ เพราะฉะนั้น มีทางเดียวที่คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ภายหลังการเลือกตั้งจะเข้าบริหารราชการแผ่นดินได้คือ คณะรัฐมนตรีและ สนช.ชุดปัจจุบันต้องจัดทำทั้งกฎหมายและยุทธศาสตร์ชาติให้เสร็จก่อนที่จะมีการเลือกตั้งตามโรดแมป คือไม่เกิน 1 ปีนับแต่วันที่รัฐธรรมนูญใช้บังคับ มิฉะนั้นคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ภายหลังการเลือกตั้งจะไม่สามารถเข้าบริหารราชการแผ่นดินได้ เพราะไม่รู้ว่าจะแถลงนโยบายต่อรัฐสภาอย่างไรจึงจะสอดคล้องและไม่ขัดกับยุทธศาสตร์ชาติ

นายคณิน กล่าวอีกว่า นอกเหนือจากยุทธศาสตร์ชาติซึ่งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ภายหลังการเลือกตั้งจะต้องแถลงให้สอดคล้องและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดแล้ว ยังมีเรื่องการปฏิรูปประเทศเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามหมวด 16 การปฏิรูปประเทศอีกด้วย ซึ่งทั้ง 2 เรื่องนี้ส.ว. 250 คนที่เสนอตั้งโดยคสช.จะร่วมทำหน้าที่ติดตามและเร่งรัดอย่างชนิดเกาะติด โดยคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ภายหลังการเลือกตั้งต้องแจ้งความคืบหน้าต่อที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อทราบทุก 3 เดือน สะท้อนให้เห็นว่า สิ่งที่นายมีชัยพูดแกมขู่ว่า รัฐบาลหน้าถ้าไม่ทำตามยุทธศาสตร์ชาติ ถือว่าขัดรัฐธรรมนูญนั้นเป็นความจริงโดยไม่ต้องขยายความต่อไปว่า ถ้าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ภายหลังการเลือกตั้งทำขัดรัฐธรรมนูญแล้วจะประสบชะตากรรมอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะรัฐมนตรีที่มีส.ส.เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะ ส.ว. 250 คน องค์กรอิสระ และศาลรัฐธรรมนูญ คงไม่เอาไว้แน่ ส่วนกรณีที่นายมีชัยพูดปลอบใจว่า ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีอาจแก้ไขได้นั้น อยากให้นายมีชัยไปตรวจสิ่งที่ตนเองเขียนไว้ให้ละเอียดเสียก่อนแล้วจึงมาบอกแก่ประชาชนว่าแก้ไขได้หรือไม่ได้

นายคณิน กล่าวด้วยว่า ยุทธศาสตร์ชาติมุ่งใช้บังคับกับคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ภายหลังการเลือกตั้ง ซึ่งแน่นอนว่า ถ้าคณะรัฐมนตรีไม่ทำตามหรือทำตามไม่ได้จะด้วยเหตุผลอะไรก็สุดแล้วแต่ คณะรัฐมนตรีก็จะตายหยังเขียด ในทางกลับกัน ถ้าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่สามารถทำตามทุกอย่างได้ เป็นเด็กดีของส.ว. องค์กรอิสระ และศาลรัฐธรรมนูญ รวมทั้งผู้นำเหล่าทัพ 6 คนที่นั่งอยู่ในวุฒิสภา โดยรายงานความคืบหน้าต่อรัฐสภาทุก 3 เดือนนั้น กว่าจะถึง 20 ปีประเทศก็คงตายกันพอดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเศรษฐกิจของประเทศและคนยากจน คนมีรายได้น้อยทั้งหลาย ที่จะตายก่อนเพื่อน เพราะยุทธศาสตร์ชาติมีแต่กฎหมายและตัวหนังสือที่อ้างอิงจากข้อมูลเก่าๆ และสมมุติฐานความเชื่อเก่าๆ ที่เกิดก่อนปี 2559 ทั้งสิ้น พอแปลงเป็นแผนปฏิบัติการจริงจะกลายเป็นกับดักอันเบ้อเริ่มที่นอกจากจะทำให้ประเทศเดินหน้าไม่ได้แล้ว ยังถอยหลังกลับไปที่เก่าไม่ได้อีกด้วย เพราะทำลายทิ้งไปหมดแล้ว

 

‘ปราโมทย์ วิเลปะนะ’ ใช้หัวใจร้อง!!! ถ่ายทอดบทเพลงประกอบละครเทิดพระเกียรติ ‘ฝายน้ำใจ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/246064

วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

หายหน้าไปพักใหญ่ สำหรับนักร้องและนักแต่งเพลงฝีมือเยี่ยม “ปราโมทย์ วิเลปะนะ” เจ้าของเพลงฮิต “คืนที่ดาวเต็มฟ้า” ล่าสุดหนุ่มโมทย์หวนคืนไมค์อีกครั้ง เมื่อเพื่อนสนิท เป้ ไฮร็อคชักชวนให้มาร้องเพลง “ชายคนหนึ่ง” ซึ่งเป็นเพลงประกอบละครเทิดพระเกียรติ “ฝายน้ำใจ” ของค่ายแคนดิดส์ อินทีเรีย โดยผู้จัดฯ ป้ายแดง “คุณเกตุ-เทพจุฬา เจียรนัย” กำกับการแสดงโดย “เพ็ญจันทร์ วงศ์สมเพ็ชร” ที่มีคิวออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 23.00 น. ทางททบ.5 ซึ่งเขาก็ตอบรับทันที เผยความรู้สึกในการร้องเพลงครั้งนี้ว่า

“เป็นความรู้สึกภูมิใจและดีใจ เรียกว่ามีความสุขที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้ครับ ที่ผมยังได้เป็นส่วนหนึ่งในการทำสิ่งดีเพื่อเทิดพระเกียรติผู้มีพระคุณสูงสุดในชีวิตของพวกเราคนไทย ยิ่งใหญ่มากครับ สำหรับชีวิตผมถือว่าโชคดีมากที่ได้ร้องเพลง ชายคนหนึ่งเพลงประกอบละครเทิดพระเกียรติ ฝายน้ำใจเพราะพระองค์ท่านเป็นที่สุดในทุกสิ่ง แม่ผมพอรู้นี่ปลื้มมากเลยเพราะแม่ผมรักในหลวงมากสุดๆและปลูกฝังผมมาตลอดคือผมอยู่กับแม่แทบทุกวัน และมีพ่อหลวงท่านเป็นที่ยึดมั่นในใจตลอดมาเป็นพระราชาผู้คล้องใจคนไทยให้สำนึกในความดี เห็นว่าเพลงนี้มีสามเวอร์ชั่น ในส่วนของผมก็จะเป็นเวอร์ชั่นหนึ่งครับ และเพลงนี้ก็เป็นเพลงหนึ่งที่ผมตั้งใจร้อง ร้องมาจากหัวใจ และเป็นเพลงที่ผมจะจดจำไปชั่วชีวิตของผมเลยครับ”

‘น้องเพลง’ แฮปปี้ทุกสถานะ พ่อเอ๋-แม่ตู่ แชะ ร่วมเฟรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/246067

วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

หลังมีภาพหายากของครอบครัว “เอ๋” ชนม์สวัสดิ์-“ตู่” นันทิดา และลูกสาวคนสวย เพลง-ชนม์ทิดา แชะร่วมเฟรมพร้อมหน้าพร้อมตาออกมาให้แฟนๆ ได้ชื่นใจกันอีกครั้ง ก็ทำเอาแฟนๆ ลุ้นรีเทิร์นระหว่าง พ่อเอ๋-แม่ตู่ล่าสุดมีโอกาสเจอ น้องเพลง ในงานกาล่าละครเวที“ลอดลายมังกร เดอะมิวสิคัล” จึงมีโอกาสสอบถามถึงเรื่องดังกล่าว น้องเพลง เผยว่า

“สำหรับภาพครอบครัวที่ออกมา ได้มีโอกาสไปงานกับคุณพ่อคุณแม่ค่ะ ไปทานข้าวกันก็เลยได้ถ่ายรูปด้วยกัน นานมากแล้วเนอะที่ไม่ได้มีภาพของครอบครัว ก็มีความสุขค่ะ ที่หลายคนเชียร์ให้กลับมาคืนดีกันเรื่องนี้ให้เป็นเรื่องของคุณพ่อคุณแม่เนอะ สำหรับเพลงทุกวันนี้เราแฮปปี้ดีอยู่แล้วค่ะ ไม่ว่าจะสถานะอะไรก็ตาม จริงๆ คุณพ่อคุณแม่อยู่กันเป็นเพื่อนมาตั้งนานแล้วค่ะ โอกาสที่จะคืนดีอันนี้หนูไม่ทราบค่ะ สำหรับเพลงแฮปปี้ดีอยู่แล้ว อย่างที่บอกว่าคุณพ่อคุณแม่ทำหน้าที่คุณพ่อคุณแม่ได้ดีเสมอ ไม่เคยมีตรงไหนที่บกพร่องค่ะ ตอนนี้คุณพ่องานยุ่ง คุณแม่เองก็งานยุ่ง คุณแม่มีทั้งงานอีเว้นท์และงานละคร เพลงก็เรียนหนัก ถ้ามีโอกาสได้เจอจริงๆ ก็จะทานข้าวกันค่ะหลังจากที่คุณพ่อเจอหลายเรื่องราว เพลงว่ากำลังใจทุกอย่างอยู่ที่การพูดคุยค่ะ หรือแค่กอดก็เพียงพอแล้วไม่ต้องมีคำพูดอะไรมากมาย ถ้ามีโอกาสได้ไปเที่ยวกันพร้อมหน้าครอบครัวก็ต้องดูคิวงานเพราะคุณพ่อก็ยุ่ง ลูกตอนนี้เรียนปี 4 ก็หาเวลาค่อนข้างยากนิดนึง ปีใหม่นี้เพลงน่าจะไปงานปีใหม่กับคุณแม่ค่ะตอนนี้ที่คุณพ่อคุณแม่ห่วงเพลงก็น่าจะเรื่องเรียน เรื่องทั่วไปค่ะ เรื่องหนุ่มๆ เพลงเป็นลูกสาวคนเดียว คุณพ่อก็น่าจะหวง คุณพ่อคุณแม่ก็น่าจะสกรีนลูกๆ ทุกคู่อยู่แล้วค่ะ ตอนนี้เพลงโสดค่ะ ไม่มีใคร กับคนล่าสุดเลิกกันนานแล้วค่ะ เวลาเราจะคุยกับใครคุณพ่อคุณแม่ค่อนข้างเปิดในเรื่องนี้มากๆ มีอะไรเพลงก็จะปรึกษาคุณพ่อคุณแม่ทั้งคู่อยู่แล้วค่ะ คุยกันเหมือนเพื่อน คนเข้ามาจะเกร็งมั้ยเหรอ จริงๆ คุณพ่อคุณแม่ไม่ได้เป็นคนใจร้ายนะ แต่อาจจะดุๆ หน่อยหนุ่มๆ ก็คงจะกลัวบ้างจนไม่มีใครเข้ามาเลยตอนนี้”

สายโลหิต’38 ฟีเวอร์ กบ-หนุ่ม-บี ผ่านมา 21 ปี!! ยังดูดีขนาดนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/246055

วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

กำลังเป็นกระแสอยู่ขณะนี้ สำหรับละครเรื่อง “สายโลหิต” ทางช่อง 7 ที่นำเวอร์ชั่น พ.ศ.2538 มาออนแอร์อีกครั้งในปีนี้ และที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคงหนีไม่พ้นตัวพระ-นาง อย่าง “ขุนไกร” ที่รับบทโดย หนุ่ม-ศรราม กับ “ดาวเรือง” รับบทโดย กบ-สุวนันท์ และ “ดาวเรือง” ตอนเด็กรับบทโดย บี-มาติกา นั่นเอง เรียกว่าเวลาผ่านไป 21 ปี!! สำหรับละคร “สายโลหิต” เวอร์ชั่นนี้ แต่ก็ยังคงได้รับกระแสตอบรับจากแฟนละครทั้งเก่าและใหม่อย่างเกินคาดเลยทีเดียว ด้านนักแสดงแต่ละท่านก็ต่างปลื้มปริ่ม ขุดเอาภาพเก่าๆ ในละครมาโพสต์ในโซเชียล จะว่าไปแล้วแต่ละท่านก็ยังคงความเป๊ะปัง ช่วงเวลากว่า 2 ทศวรรษนี่ทำอะไรพวกเขาและเธอไม่ได้เลยจริงๆ ส่วนสาวบีตอนนั้นยังเป็นเด็กน้อยอยู่ก็จะเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนที่สุด

 

น่ารัก 360 องศา!! ‘ขวัญ-อุษามณี’ เหงื่อท่วมตัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/246051

วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

สวยใส สวยเป๊ะ สวยเวอร์สมเป็นนางเอกเบอร์ต้นๆ ของ วิกหมอชิต “ขวัญ” อุษามณี เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งนางเอกคนสวยที่สวยมาตั้งแต่เด็ก เวลานี้ก็ยังสวย แถมสวยขึ้นๆๆ เป็นกองขนาดนี้ ก่อนหน้านั้นเรื่องราวความรักกับความสัมพันธ์ของคุณแม่ขาดูจะเป็นประเด็นให้เจ้าหล่อนได้ปวดเศียรเวียนเฮดอยู่พักใหญ่ แต่เวลานี้ชีวิตดี๊ดีขึ้นเป็นกองเพราะเหมือนอะไรๆ จะโอเคขึ้นแล้ว จุดนี้ชีวิตดีก็สรรหาสิ่งดีๆ ทำตัวสวยๆ กันต่อไป

ซึ่งการออกกำลังกายก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วงหลัง “สาวขวัญ” หันมาให้ความสำคัญมากขึ้น ทำงานแล้วเข้ายิมเลยเป็นกิจวัตรประจำวัน ซึ่งต้องบอกว่าคนสวยมองมุมไหนก็สวย เข้ายิมออกกำลังกายเหงื่อท่วมตัวก็ยังสวย น่ารัก 360 องศาแบบนี้สิท่า หวานใจอย่าง กอล์ฟ- พิชญะ ถึงได้รักหัวปักหัวปำ