‘เจ้านาย’ ไม่อาย หอมแก้ม ‘แม่ปิ่น’ บอกรักทุกวัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/286154

‘เจ้านาย’ ไม่อาย หอมแก้ม ‘แม่ปิ่น’ บอกรักทุกวัน

‘เจ้านาย’ ไม่อาย หอมแก้ม ‘แม่ปิ่น’ บอกรักทุกวัน

วันจันทร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 18.43 น.

หนุ่มกำลังฮอต เจ้านาย-จิณเจษฏ์ วรรธนะสิน บอกชัดถ้อยชัดคำ รักแม่ ในงาน  ทู มัม วิธ เลิฟ 2017 เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม  งานที่เต็มไปด้วยสินค้าไอเท็มเก๋ๆ ให้คุณลูกมาเลือกเป็นของขวัญแทนใจ  ที่ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 อโศก และจูงมือ แม่ปิ่น- เก็จมณี  คนสวยขึ้นเวทีบอกเล่าความรักความผูกพันและวิธีเลี้ยงดูที่แสนจะอบอุ่น

เจ้านาย เปิดใจก่อนว่า “คุณแม่จะทำหน้าที่สองบทบาทครับ เป็นทั้งแม่ เป็นทั้งเพื่อน เลยคุยกันได้   ทุกเรื่อง  แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันตลอด  ไม่เข้มงวด ไม่ตีกรอบอะไร จะดูแลกันแบบชิลๆ ด้วยความที่เราเป็นลูกผู้ชาย มันเลยไม่มีความหวาน ไม่ได้ซึ้งตลอดเวลา แต่ก็สารภาพเลยว่า ความที่เรารักแม่อยู่แล้วทุกๆ วัน ไม่มีวันไหน ที่ผมไม่หอมแก้มคุณแม่เลย แล้วผมก็จะทำทุกๆ วัน”

แม่ปิ่น ยิ้มรับแล้วเผยบ้าง “ปิ่นเลี้ยงลูกให้เป็นไปตามธรรมชาติ ไม่กำหนดอะไร ใช้ความรักเรียนรู้เค้าอย่างเข้าใจ  ให้เหมือนกับเราเล่นเกม เราสอนเค้าแล้ว เค้าก็สอนเรากลับด้วยมุมมองของเค้าได้ ถือว่าแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน สร้างความสนิทให้เค้าไว้ใจ มีอะไรจะได้แชร์กันทุกเรื่อง นี่คือการเป็นทั้งแม่ทั้งเพื่อน แต่สิ่งหนึ่งที่สอนเค้าเสมอ คือการวางตัว ให้เค้าเป็นสุภาพบุรุษ ไม่เอาเปรียบใคร”


ว่าแล้ว เจ้านาย ลูกชายสุดหล่อ ก็ถือโอกาสตอกย้ำความรักความผูกพันที่มีต่อ แม่ปิ่น ด้วยการกราบพร้อมมอบพวงมาลัยสวยงาม และการ์ด DIY ใบใหญ่ที่ทำกับมือ นอกจากแต่งแต้มตามใจ ยังเติมเต็มความรักในการ์ด แค่ประโยคสั้นๆ แต่ แม่ปิ่น ก็ซึ้งหนัก “รักแม่มากกๆๆๆ ครับ”  ทำเอา แม่ปิ่น  ยิ้มแก้มแทบปริ

รักแม่  เหมือน เจ้านาย ลองหาของขวัญแทนใจ ในงาน  ทู มัม วิธ เลิฟ 2017  ถึง 15 สิงหาคมนี้  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร 02-108 – 0888 หรือ  http://www.terminal21.co.th

Genie Records จัดให้ฟรี!! แฟนมีทติ้ง คอนเสิร์ตเอาใจแฟนคลับทุกศิลปิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/286152

Genie Records จัดให้ฟรี!! แฟนมีทติ้ง คอนเสิร์ตเอาใจแฟนคลับทุกศิลปิน

Genie Records จัดให้ฟรี!! แฟนมีทติ้ง คอนเสิร์ตเอาใจแฟนคลับทุกศิลปิน

วันจันทร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 18.25 น.
ค่าย genie records คืนกำไรครั้งใหญ่จัดงาน “genie free fan day ทำเป็นรอบไป presented by joox music application” งานมีทติ้ง & คอนเสิร์ตสำหรับแฟนคลับของทุกศิลปินในค่ายให้ดูกันฟรี!! ออกสตาร์ทครั้งแรกกับ 4 วงร็อก Paper Planes / กวาง ABNormal / The Mousses / 25hours วันเสาร์ที่ 19 ส.ค. นี้ ที่โรงหนัง สกาล่า สยามสแวร์ เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป รับบัตรเข้างานฟรี!! ได้ที่ joox music application และทางแฟนเพจของศิลปินแต่ละวง  รายได้จากการจำหน่ายของที่ระลึกหน้างานและเงินบริจาคของแฟนเพลง จะมอบเป็นทุนการศึกษาให้กับเด็ก ๆ ที่ขาดโอกาสในมูลนิธิยุวพัฒน์

‘คนค้นฅน’ ปู่จ๋านลองไมค์ แร็ปเปอร์บ่าวบ้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/286150

‘คนค้นฅน’ ปู่จ๋านลองไมค์ แร็ปเปอร์บ่าวบ้าน

‘คนค้นฅน’ ปู่จ๋านลองไมค์ แร็ปเปอร์บ่าวบ้าน

วันจันทร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 18.01 น.

ปู่จ๋านลองไมค์ มีชื่อจริงว่า นายพิษณุ บุญยืน นักร้อง-นักแต่งเพลงจากจังหวัดเชียงราย ปัจจุบันอายุ 29 ปี เป็นนักร้องแนวฮิปฮอบหรือเรียกว่าแร็ปเปอร์อันเดอร์กราวด์ที่กำลังมาแรงที่สุดในเวลานี้ เจ้าของบทเพลง “ตราบธุลีดิน” “นางฟ้าจำแลง” “สะพานไม้ไผ่” และเพลงรักซึ้งๆ อย่าง “แลรักนิรันดร์กาล” ที่ถูกพูดถึงอย่างมาก และยังมียอดวิวถล่มทลายกว่า 150 ล้านวิว แต่ด้วยความหลงไหลในเสียงเพลงและความพยายามที่สร้างโอกาสให้ตัวเอง

วันนี้เขากลายเป็นแร็ปเปอร์ชื่อดัง ที่มีอัตลักษณ์การร้องที่โดดเด่นและมีสไตล์เป็นของตัวเองชัดเจนและที่สำคัญคือไม่เหมือนใคร โดยใช้แนวฮิปฮอบหรือว่าแร็ปมาผสมผสานกับเอกลักษณ์การร้องในกลิ่นอายพื้นเมืองทางภาคเหนือ คำว่า “ปู่จ๋าน” เป็นภาษาถิ่นทางภาคเหนือที่ใช้เรียกมัคนายกประจำวัด (ผู้ที่คอยประกาศขั้นตอนในการทำกิจกรรมต่างๆ ภายในวัด) ส่วนคำว่า “ลองไมค์” มาจากมัคนายกก่อนที่จะพูดมักจะชอบลองไมค์ ทดสอบเสียงแล้วเอามือตบไมค์ว่าดังหรือยัง ก็เลยใช้คำว่า “ปู่จ๋านลองไมค์” เป็นชื่อเรียกของตัวเอง เพื่อจะได้ติดหูและเป็นแนวทางของตัวเองที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์

เพลงของ ปู่จ๋านลองไมค์ เป็นที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก แต่ที่น่าสนใจมากกว่าก็คือชีวิตของเขา ที่กว่าจะก้าวมาถึงจุดนี้ได้ไม่ใช่เรื่องง่าย เริ่มต้นมาจากเด็กบ้านนอกคนหนึ่งที่มีวิธีคิดในการดำเนินชีวิตและยังมีสไตล์เป็นของตัวเอง กับชีวิตที่เคยก้าวผิดพลาดมาก่อน เกเร มีเรื่องชกต่อยไม่เว้นแต่ละวัน จนทำให้เรียนหนังสือไม่จบในระดับชั้น ปวช. เขาต้องดิ้นรนเลี้ยงปากเลี้ยงท้องให้อยู่รอดให้ได้ โดยยึดหลายอาชีพเป็นทั้ง เด็กส่งของท้ายรถ ช่างซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ช่างติดตั้งจานดาวเทียม ช่างซ่อมแอร์ ขายของออนไลน์ พ่อค้าขายของตามตลาดนัด ทั้งหมดที่พูดมาไม่เกี่ยวกับงานเพลงของเขาเลย จนวันหนึ่งที่ความเพียรพยายามในสิ่งที่เขาเรียกว่าความฝันส่งผลให้เขากลายมาเป็นศิลปินนักร้องที่โด่งดังแบบไม่รู้ตัว

“ผมเป็นที่รู้จักมาได้อย่างไรผมก็ยังงงตัวเองอยู่ คือผมฝันมาตลอดชีวิตว่าผมอยากจะเป็นศิลปินนักร้อง มันคือความฝัน แต่ความเป็นจริงคืออะไร ชีวิตจริงคือผมเป็นช่างซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นแค่ช่างติดจานดาวเทียม มันคือชีวิตจริง ผมต้องหาเงินเลี้ยงปากท้อง ในขณะที่ผมไม่คิดถึงความฝันของผม แต่แล้ววันหนึ่งความฝันมันมาหาผมจริงๆ ผมเคยพูดไว้ว่า “ผมทำความจริงเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิต ผมทำความฝันเพื่อหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณ” จิตวิญญาณซึ่งผมหล่อเลี้ยงด้วยเสียงเพลง ชีวิตผมหล่อเลี้ยงด้วยอาหาร ผมต้องทำงานทุกอย่างซึ่งถ้าผมไม่ทำผมจะไม่มีความฝัน ผมก็จะมีชีวิตไปเรื่อยๆ ซึ่งตอนนี้ผมคิดว่าผมมาไกลเกินฝันไปแล้ว ผมถือว่าชีวิตผมคุ้มค่าแล้ว ผมไม่เสียดายนะถ้าผมจะไม่ดังแล้ว เพราะผมมาไกลเกินความฝันของผม”

ติดตามเรื่องราวของแร็ปเปอร์บ่าวบ้าน “ปู่จ๋านลองไมค์” กับวิธีคิดในการดำเนินชีวิตและความ
มุ่งมั่นตั้งใจการทำงานเพลงที่ชื่นชอบ ‘คนค้นฅน’ วันอังคาร ที่ 15 สิงหาคม 2560 เวลา 20:45 น. ทาง ช่อง 9 MCOT HD 

‘อั้ม พัชราภา’ปลื้มปีติ! ‘พระองค์หญิงสิริวัณณวรีฯ’ประทานของขวัญให้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/286132

'อั้ม พัชราภา'ปลื้มปีติ! 'พระองค์หญิงสิริวัณณวรีฯ'ประทานของขวัญให้

‘อั้ม พัชราภา’ปลื้มปีติ! ‘พระองค์หญิงสิริวัณณวรีฯ’ประทานของขวัญให้

วันจันทร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 16.35 น.

14 ส.ค.60 นับเป็นพระกรุณาธิคุณแก่นางเอกสาวซุปตาร์ “อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ” เป็นอย่างยิ่ง เมื่อพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ได้ประทานของขวัญจากแบรนด์SIRIVANNAVARI ของพระองค์ให้

โดย อั้ม พัชราภา ได้โพสต์ภาพและข้อความลงในอินสตาแกรมว่า “เป็นพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่พระองค์หญิงประทานของขวัญแก่เกล้ากระหม่อมฉัน เป็นที่ปลาบปลื้มเพคะ”

สวยและรวยมาก!’ใบเตย’ลัดฟ้าเที่ยวฝรั่งเศส โชว์ถุงชอปแบรนด์หรูเพียบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/286101

สวยและรวยมาก!'ใบเตย'ลัดฟ้าเที่ยวฝรั่งเศส โชว์ถุงชอปแบรนด์หรูเพียบ

สวยและรวยมาก!’ใบเตย’ลัดฟ้าเที่ยวฝรั่งเศส โชว์ถุงชอปแบรนด์หรูเพียบ

วันจันทร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 14.46 น.

14 ส.ค.60 นักร้องสาวลูกทุ่งสุดเซ็กซี่ “ใบเตย อาร์สยาม” ที่ตอนนี้ดูจะสวยแซ่บไม่พัก ล่าสุด สาวใบเตยก็ได้บินลัดฟ้าไปเที่ยวประเทศฝรั่งเศส พร้อมแชะภาพชีวิตดี๊ดีสุดปังกับถุงช็อปปิ้ง แบรนด์เนมสุดหรู LOUIS VUITTON หลายถุง บอกได้คำเดียวว่าสวยและรวยมากจริงๆ

เซอร์ไพรส์!! เจ้าพ่อเพลงดัง ‘Avicii’ ปล่อยอีพีอัลบั้มใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/286085

เซอร์ไพรส์!! เจ้าพ่อเพลงดัง ‘Avicii’ ปล่อยอีพีอัลบั้มใหม่

เซอร์ไพรส์!! เจ้าพ่อเพลงดัง ‘Avicii’ ปล่อยอีพีอัลบั้มใหม่

วันจันทร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 13.54 น.

เจ้าพ่อเพลงดังสายเฮาส์ “Tim Bergling”  หรือที่รู้จักดีในนาม “Avicii” (อาวีชี่) อีกหนึ่งดีเจเชื้อสายสวีเดนอันดับต้นของโลก หลังจากเมื่อต้นปีประกาศว่ากำลังทำงานเพลงอัลบั้มใหม่ แถมครั้งนี้จะเป็นอัลบั้มที่ดีที่สุดเท่าที่เคยทำมา! จั่วหัวเรียกน้ำย่อยได้รัชดาลัยขนาดนี้ แฟนคลับมีหรือที่จะพลาด…

วันนี้พร้อมแล้วกับผลงานอัลบั้มใหม่จำนวน 6 แทร็ค ที่มีชื่อว่า “AVĪCI” โดยมีศิลปินชื่อดังอย่างRita Ora, AlunaGeorge, Billy Raffoul และ Vargas & Lagola ที่มาร่วมงานในอัลบั้มนี้ โดยเปิดตัวด้วยซิงเกิ้ลแรก “Without You” ที่ได้เสียงร้องจาก “Sandro Cavazza” มาช่วยขับเคลื่อนพลังและความหมายของเพลงนี้ได้เป็นอย่างดี ในสไตล์ดนตรีที่คุณจะพูดตรงกันว่า นี่แหละ“Avicii” นายกลับมาแล้ว

“ผมตื่นเต้นมากกับการกลับมาพร้อมงานเพลงอีกครั้ง ซึ่งผมขอโฟกัสไปที่อีพีแล้วกัน มันเรียกได้ว่าเป็นอัลบั้มที่คุณจะได้ฟังเพลงทั้งเก่าและใหม่ที่ผมนำมามิกซ์ผสมกัน อย่างที่พวกคุณไม่เคยได้ยินมาก่อน!” – Tim กล่าว

Avicii – Without You “Audio” ft. Sandro Cavazza

เกาะนาวโอพี เทพีเมียนมา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

23 ธันวาคม 2560 เวลา 10:24 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/thailand/531886

เกาะนาวโอพี เทพีเมียนมา

 โดย/ภาพ : กาญจน์ อายุ

ได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างถึงความสวยงามของ “ทะเลเมียนมา” มาเนิ่นนาน

บ้างก็ว่างดงามดั่งสวรรค์ บ้างก็เปรียบเหมือนสาวงามบริสุทธิ์ ซึ่งหลายปีที่ผ่านมาคนไทยทำได้แค่เฝ้ามองจาก “ระนอง” เพื่อรอให้เธอพร้อมและเปิดตัว

กระทั่งวันนี้คำร่ำลือคือความจริง เมื่อเลิฟอันดามันได้รับอนุญาตให้พานักท่องเที่ยวชาวไทยไปเยือน “เกาะนาวโอพี” (Nyaung Oo Phee Island) นามจริงของสาวงามที่ถูกกล่าวถึงจนคิดว่าเป็นแค่เรื่องปรัมปรา ส่วนบัตรเครดิตเคทีซีเองก็ไม่รอช้าด้วยการจับมือออกโปรโมชั่นดึงดูดคนไทยให้ไปเยือน

01 เวลคัมดริงก์จากเลิฟอันดามัน

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

การเดินทางสู่เกาะนาวโอพี ประเทศเมียนมา ต้องเริ่มจากระนองเพื่อผ่านด่านศุลกากรที่ท่าเทียบเรือประภาคารก่อนออกน่านน้ำต่างแดน

โดยจากกรุงเทพฯ ถึงระนองมีสายการบินราคาประหยัดสองเจ้าให้บริการคือ นกแอร์ที่เป็นเจ้าบ้านมานาน และไทยแอร์เอเชียที่จะเริ่มให้บริการเที่ยวบินแรกวันที่ 16 ก.พ. 2561

ทางเลิฟอันดามันจะคอยอำนวยความสะดวกเรื่องผ่านแดน ทั้งขาออกจากระนองและขาเข้าที่เกาะสอง ก่อนกระโดดลงสปีดโบตไปยังจุดหมายซึ่งใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง โดยระหว่างทางไม่มีอะไรมากไปกว่าเกาะแก่งสลับทะเลเวิ้งว้างสีคราม ไม่มีแม้แต่สปีดโบตสวนทางมาเหมือนทะเลอันดามันทางบ้านเรา

ในห้วงความคิดที่เกือบอดใจรอไม่ไหว ทำได้แต่กล่าวโทษเวลา 90 นาทีที่เดินเชื่องช้า ทันใดนั้นสปีดโบตก็เริ่มลดสปีดต่ำลง น้ำทะเลสีครามที่เห็นจนเบื่อตาก็เริ่มเปลี่ยนไป

03 จุดรับประทานอาหารบนเกาะนาวโอพี

เหมือนมีใครมือซนไประบายสีน้ำเงินอีกเฉด และสีฟ้าอีกชั้นให้น้ำทะเลแยกจากกัน ภาพทะเลนั้นแปลกที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา น้ำเงินหลายเฉดไล่จากเข้มไปหาอ่อน ไล่จากไกลไปถึงใกล้ฝั่ง เป็นเพราะความลึกและแนวปะการังที่ทำให้แสงแดดส่องได้ตื้นลึกต่างกัน ปรากฏเป็นสีท้องทะเลเหมือนภาพวาดบนผืนผ้าใบ

“นี่หรือเทพีที่เขาว่าไว้” เสียงพึมพำในใจอุทานเป็นคำถาม

เมื่อเรือเคลื่อนตามคลื่นเข้าไปใกล้ ความใสของน้ำก็ยิ่งทวีคูณ ตรงนั้นคือทุ่งสีขาวที่ใครทำหกไว้หรือเป็นชายหาดเริ่มไม่แน่ใจ เพราะเท่าที่จำได้หาดทรายต้องมีสีเหลืองเหมือนในนิทาน

เกาะนาวโอพีทำให้ตะลึงงันอยู่อย่างนั้น ภาพสีเขียวของต้นไม้ ภาพสีขาวของเม็ดทราย และภาพสีฟ้าของทะเลใส จิตรกรคนไหนจะวาดได้งดงามเท่าธรรมชาติไม่มี ธรรมชาติจัดวางทุกสิ่งได้พอดี ส่วนมนุษย์เป็นแค่องค์ประกอบที่ไม่จำเป็น

บนเกาะนาวโอพีมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยว คือห้องน้ำ และซุ้มรับประทานอาหาร โดยเลิฟอันดามันชูจุดเด่นเรื่องอาหารกลางพรีเมียมทั้งซีฟู้ด ส้มตำ สลัด ของว่าง กาแฟ และเครื่องดื่ม ให้อิ่มท้องแบบไม่อั้นก่อนตะลุยกันต่อกับการดำน้ำตื้นรอบเกาะตามหานีโม่และดอกไม้ทะเล

02 เกาะสองยามอัสดง

จุดแรกเรือจะจอดให้สำรวจที่จุดดำน้ำ เดอะ เลตเตอร์ (The Letter) แหล่งอุดมไปด้วยกัลปังหา ปลาดาวขนนก และปะการังอ่อนสีชมพูที่โบกสะบัดพลิ้วไหวตามกระแสน้ำ แลชมฝูงปลาตัวเล็กตัวน้อยแหวกว่ายจนคิดว่ากำลังอยู่ในตู้ปลาขนาดใหญ่ที่ประดับตกแต่งอย่างสวยงาม

จากนั้นไปตื่นตาต่อที่จุดไฮไลต์ เกาะภูเขาไฟ แหล่งปะทุของดอกไม้ทะเลจำนวนมาก ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของปลาการ์ตูนและสัตว์ทะเลน้อยใหญ่อีกหลายชนิดประหนึ่งหนังแอนิเมชั่นที่เคยดู

ขณะที่ลอยคออยู่ท่ามกลางหมู่ปลา ตอนนั้นอยากหยิบปากกากระดาษขึ้นมาบันทึกไว้ว่า

“เธอช่างเป็นสาวงามที่เพียบพร้อมเกินกว่าจะแตะต้อง แสนกลัวจะบอบช้ำ จนอยากปล่อยเธอไว้คนเดียว”

เกาะนาวโอพีสวยงามทั้งสิ่งที่มองเห็นด้วยตาและสิ่งที่ซุกซ่อนอยู่ในโลกใต้น้ำ ทั้งดิบ ทั้งสมบูรณ์ ทั้งบริสุทธิ์ พาให้คิดถึงทะเลไทยเมื่อหลายสิบปีก่อน อย่างที่คนเฒ่าคนแก่ยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า ทะเลไทยช่างสวยงาม

04 หนุ่มเมียนมาทาหน้าด้วยทานาคา

แค่วันเดย์ทริปก็เพียงพอแล้วสำหรับเธอ แต่อาจไม่เพียงพอสำหรับเรา เพราะบนเกาะนาวโอพีไม่มีที่พัก แต่ถ้ายังอยากเที่ยวเมียนมาแบบค้างแรมต้องไปพักบนเกาะสอง ถ้าไม่เช่นนั้นก็ตีตั๋วกลับไปนอนบนฝั่งระนอง ซึ่งเกาะสองกับชายแดนระนองห่างกันเพียง 15 นาที

เกาะสอง ไม่ใช่เกาะ

เกาะสองเป็นเมืองทางใต้สุดของเมียนมา ซึ่งเป็นแผ่นดินผืนเดียวกับแผ่นดินใหญ่ ไม่ใช่เกาะแต่อย่างใด อาจเพราะมีคนไทยเรียกชื่อเมืองทับศัพท์ว่า Kawthaung สำเนียงเลยเพี้ยนมาเป็นคำว่าเกาะสองก็เป็นได้

บรรยากาศแรกจะได้เห็นความคึกคึกของท่าเรือ ทั้งเรือทั้งคน เพราะเป็นจุดขนส่งสินค้าระหว่างไทยและเมียนมา รวมทั้งมีตลาดร่างสุเวนีย์ ตลาดใหญ่ขายตั้งแต่สากกะเบือจนเรือรบ

โดยบรรยากาศจะวุ่นวายถึงขั้นชุลมุนในช่วงเช้า เมื่อชาวบ้านออกมาจับจ่าย มีทั้งแผงขายอาหารสด อาหารแห้ง อาหารป่า ผลไม้ ดอกไม้ เสื้อผ้า ทุกอย่างผสมผสานระหว่างตลาดสด ตลาดประตูน้ำ และปากคลองตลาดไว้ด้วยกัน สินค้าจึงละลานตาสารพัดให้ซื้อหาถ้าหาเจอ

05 แหวกว่ายกลางน้ำใสเห็นพื้นทราย

หลังจากพ้นช่วงเช้าตลาดจะเริ่มวาย เพราะผู้คนจะแยกย้ายกลับบ้านไปทำอาหารแล้วนำไปถวายพระ โดยมีวัดปิดอร์เอ เป็นวัดที่ชาวเกาะสองเคารพนับถือมากที่สุด ตั้งอยู่บนเนินเขาที่สูงที่สุด ถ้ามองจากท่าเรือจะเห็นเจดีย์สีทองอร่ามแต่ไกล โดยได้จำลองมาจากเจดีย์ชเวดากองที่ย่างกุ้ง ใต้ฐานเจดีย์มีพระประจำวันเกิดให้สักการะ ส่วนด้านนอกมีหลวงพ่อทันใจ ซึ่งสร้างจากน้ำพักน้ำแรงของชาวบ้านภายในหนึ่งวัน

ทั้งนี้ อย่าลืมว่าวัดเมียนมาต้องถอดรองเท้าและถุงเท้าตั้งแต่ประตูวัด โดยรองเท้าจะถูกจัดให้เป็นที่เป็นทางใส่ในตะกร้าจากความหวังดีของชาวบ้านที่หวังได้รับเงินเล็กๆ น้อยๆ เป็นทานหลังทำบุญ ซึ่งบนวัดปิดอร์เอจะมองเห็นเมืองชายทะเลแห่งนี้ได้ทั้งหมด ทำให้เห็นบ้านเรือนที่ขึ้นหนาแน่นสมกับเป็นเมืองท่า และการก่อสร้างอาคารตลอดทาง เป็นสัญญาณของความเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคม

ส่วนที่พักบนเกาะสอง ถ้าไม่ใช่เกสต์เฮาส์ราคาประหยัดจะเป็นโรงแรมขนาดใหญ่ ยังไม่มีบูติกโฮเต็ลหรือโฮสเทลเก๋ไก๋ให้เป็นตัวเลือก แต่ในอนาคตนั้นไม่แน่ เพราะอาจได้รับอิทธิพลจากเกาะนาวโอพีที่เริ่มเป็นที่รู้จักมากกว่าเดิม

สปีดโบตจะนำผู้โดยสารกลับไปยังท่าเรือประภาคาร ผ่านการตรวจคนเข้าเมืองอีกครั้งตามระเบียบ ซึ่งหากยังไม่เบื่อทะเลไปเสียก่อน อยากแนะนำให้ลองล่องเรือ เดอะ รอยัล อันดามัน เรือไม้โบราณอายุกว่า 100 ปีที่ถูกบูรณะให้กลับมาล่องได้อีกครั้งในอ่าวระนอง โดยเรือจะออกช่วงเย็นเพื่อให้ได้จังหวะชมพระอาทิตย์ตก แล่นไปบนเส้นทางตามรอยเสด็จรัชกาลที่ 5 แวะสักการะเจ้าแม่กวนอิมศักดิ์สิทธิ์กลางทะเลแห่งเดียวในไทยบนเกาะสุรีย์ ชมเหยี่ยวปากแดงบริเวณลิตเติ้ลเวนิส หรือเกาะคณฑีย์ ชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดในแหลมมลายู และปิดท้ายด้วยการลอยพรกพร้าว ตามประเพณีโบราณของชาวเลเพื่อขอบคุณพระแม่คงคาและขอพรเพื่อเป็นสิริมงคล

13 3 สาวถ่ายภาพบนหาดทรายประชันความสวย

แสงสุดท้ายกำลังหายไปจากฟ้า ทิวทัศน์ฝั่งเมียนมามีหมอกฟุ้งเป็นระยะออกมาจากป่า ส่วนวิวฝั่งไทยอาจมีควันพ่นออกมาจากบ้านเรือน ความแตกต่างนี้เห็นได้ด้วยตาเปล่า ซึ่งคนฝั่งไทยถือว่าได้เปรียบกว่า เพราะจะมองเห็นธรรมชาติสบายตา แต่ฝั่งเมียนมากลับเห็นอาคารบ้านเรือน

ขณะเรือกำลังเทียบท่า ไฟบนประภาคารเปิดสว่าง หลังฟ้าเปลี่ยนเป็นสีครามและทะเลเปลี่ยนเป็นสีดำ ยามนั้นพลันคิดได้ว่า แท้จริงเมียนมาไม่ได้มีแค่ทะเลที่สวย แต่ยังมีป่าที่สมบูรณ์ ยังมีคนที่ไม่ปรุงแต่ง และยังมีวิถีชีวิตที่ไม่ถูกลืม จนเกิดความรู้สึกกลัวแทนว่าภาพทั้งสองฝั่งจะกลายเป็นภาพเดียวกันเข้าสักวัน

วันนี้จึงได้แต่ขอบคุณเพื่อนบ้านที่รักนวลสงวนตัวและแบ่งปันให้ชื่นชมความงาม หวังว่าหากมีโอกาสได้กลับไปยลโฉมงามคราวหน้า “จะได้เจอกับเธอคนเดิม”

……….ล้อมกรอบ……….

ทริปทะเลเมียนมา (เกาะนาวโอพี)

บัตรเครดิตเคทีซีร่วมกับเลิฟอันดามันจัดโปรโมชั่นทริปทะเลเมียนมา (เกาะนาวโอพี) สมาชิกบัตรเคทีซีรับส่วนลดคนละ 300 บาท เมื่อเดินทาง 4 คนขึ้นไป พร้อมเลือกรับบริการแบ่งชำระ KTC FLEXI 0% นาน 3 เดือน

วันเดย์ทริปหมู่เกาะนาวโอพี ผู้ใหญ่ราคา 3,900 บาท และ เด็กราคา 2,900 บาท และแพ็กเกจทริปหมู่เกาะนาวโอพีพร้อมที่พัก 2 วัน 1 คืนที่ระนอง ราคาเริ่มต้น 4,450 บาท

เดินทางได้ตั้งแต่วันนี้-15 พ.ค. 2561 สำรองทริปและสอบถามข้อมูลได้ที่เลิฟอันดามัน โทร. 08-1999-8844 หรือ www.facebook.com/loveandaman

รวมทั้งยังได้จัดโปรโมชั่นกับสายการบินนกแอร์ สมาชิกบัตรฯ รับเครดิตเงินคืน 15% เมื่อใช้คะแนนสะสม Forever Rewards เท่ายอดใช้จ่าย ผ่านการจองทางเว็บไซต์ www.nokair.com ตั้งแต่วันนี้-31 ธ.ค. 2560

………..ใต้ภาพ………..

00(รูปเปิด) น้ำทะเลสีฟ้าไล่เฉดบนเกาะนาวโอพี

01 เวลคัมดริงก์จากเลิฟอันดามัน

02 เกาะสองยามอัสดง

03 จุดรับประทานอาหารบนเกาะนาวโอพี

04 หนุ่มเมียนมาทาหน้าด้วยทานาคา

05 แหวกว่ายกลางน้ำใสเห็นพื้นทราย

06 ตรอกขายเสื้อผ้าในตลาดสดบนเกาะสอง

07 วัดปิดอร์เอ จำลองมาจากเจดีย์ชเวดากองที่ย่างกุ้ง

08 แม่ค้าขายดอกพุดไหว้พระ

09 แผงขายผลไม้สดและใหญ่บริเวณท่าเรือเกาะสอง

10 ลอยกะลากลางอ่าวระนอง

11 ล่องเรือโบราณเดอะ รอยัล อันดามัน ชมทัศนียภาพของเมียนมา

12 ท่าเรือประภาคาร จุดผ่านแดนน่านน้ำสู่เมียนมา

13 3 สาวถ่ายภาพบนหาดทรายประชันความสวย

 

จับตาท่องเที่ยวลุ่มน้ำโขง พื้นที่สุดฮอตในอาเซียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

16 ธันวาคม 2560 เวลา 16:38 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/thailand/530720

จับตาท่องเที่ยวลุ่มน้ำโขง พื้นที่สุดฮอตในอาเซียน

โดย ชินภัทร์ ไชยมล

เชียงรายนั้นใช่แค่เมืองท่องเที่ยวในประเทศเท่านั้น แต่ยังถือเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวเชื่อมโยงกับทางตอนใต้ของประเทศจีนและกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง ด้วยเที่ยวบินตรงจากประเทศจีนสู่เชียงรายตลอดจนเส้นทางการเดินเรือ ทั้งการขนส่งสินค้าและการท่องเที่ยวจากท่าเรือเชียงแสน จ.เชียงราย เหนือสุดในสยาม ล่องแม่น้ำโขง เลาะเขตแดน สปป.ลาว เมียนมา ไปจนถึงเมืองท่าเชียงรุ่ง หรือจิ่งหง มณฑลยูนนาน ประเทศจีน

สำหรับการเติบโตด้านการท่องเที่ยวของ จ.เชียงราย เลิศชาย หวังตระกูลดี ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงราย เปิดเผยว่า ในช่วงปี 2559 มีปริมาณนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการห้องพักในพื้นที่ จ.เชียงราย 81% แต่ในปี 2560 กลับลดลงเหลือ 71% แต่ที่น่าสนใจคือ แม้ปริมาณนักท่องเที่ยวจะลดลง แต่รายได้กลับเพิ่มมากขึ้น

“ในปี 2559 ที่มีการใช้ห้องพัก 81% มีรายได้ 250 ล้านบาท แต่ในปี 2560 ที่นักท่องเที่ยวลดลงกลับมีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 460 ล้านบาท โดยพบว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เดินทางมาไม่ได้เน้นปริมาณ หรือห้องพักราคาถูก แต่จะเน้นห้องพักที่มีความสะดวกสบาย บรรยากาศดี แม้จะมีราคาสูงบ้างแต่เป็นที่ยอมรับได้ทำให้มีเม็ดเงินสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด”

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

ในขณะที่กลุ่มทุนด้านการท่องเที่ยวอย่างกลุ่มกะตะธานี คอลเลคชั่น ก็มองเห็นถึงโอกาสการขยายตัวของการท่องเที่ยวลุ่มน้ำโขง โดยเห็นว่าการเจริญเติบโตของการท่องเที่ยวในอนาคตในกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง โดยเล็งเห็นว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีบทบาทมากในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งกลุ่มประเทศอาเซียนเริ่มตื่นตัวและเตรียมตัวเข้าสู่ประเทศที่ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยว

ล่าสุด สมบัติ อติเศรษฐ์ ประธานบริหารกลุ่มโรงแรมกะตะธานี คอลเลคชั่น ได้ตัดสินใจขยายธุรกิจมาทางภาคเหนือ โดยซื้อโรงแรมดุสิต ไอส์แลนด์ รีสอร์ท จ.เชียงราย

ประธานบริหารกะตะธานี คอลเลคชั่น มองว่า การลงทุนได้มีการดึงเอาจุดแข็งของแต่ละประเทศมาเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพมีการลงทุนด้านสาธารณูปโภคการคมนาคม เช่น การสร้างสนามบิน และรถไฟความเร็วสูง เพื่อเชื่อมต่อแหล่งท่องเที่ยวในภูมิภาค และดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก จึงได้มีการตัดสินใจที่ซื้อโรงแรมดุสิต ไอส์แลนด์ รีสอร์ทเชียงราย มาดำเนินการต่อ

สมบัติ กล่าวว่า จะใช้งบประมาณ 300 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงโรงแรมแห่งนี้ใหม่ โดยรีแบรนด์เป็นเดอะ ริเวิอร์รี บาย กะตะธานี (The riverie by Katathani) และใช้ชื่อภาษาจีนว่า “ลี่เจียงต้าจิ่วเตี้ยน” โดยได้แรงบันดาลใจมาจากแม่น้ำกก แม่น้ำสีทองสายสำคัญของจ.เชียงราย ซึ่งไหลโอบล้อมที่ตั้งของโรงแรม

“The riverie by Katathani จะมีบุคลิกที่มีความสง่า มีเสน่ห์ อบอุ่น และมีความร่วมสมัยให้เข้ากับวิสัยทัศน์ของโรงแรม คือ เป็นโรงแรมเพื่อเป็นการพักผ่อน ประชุมและจัดเลี้ยง ที่มีคุณภาพระดับชั้นนำของภูมิภาคเอเชีย ภายใต้กลิ่นอายล้านนาและทัศนียภาพที่สวยงามริมแม่น้ำกก มีการบริหารจัดการที่เป็นระบบมาตรฐานสากล พนักงานมีความเป็นมืออาชีพ พร้อมให้บริการลูกค้าดุจญาติมิตร เพื่อให้เกิดความประทับใจไม่รู้ลืม” สมบัติ กล่าว

วิสูตร คำยอด ผู้อำนวยการท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงรายกล่าวว่า ปัจจุบันได้มีสายการบินทั้งในและต่างประเทศเพิ่มเที่ยวบินมาที่ จ.เชียงราย โดยภายในประเทศมีทั้งเส้นทางบินจากเชียงรายไปท่าอากาศยานดอนเมืองและท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นอกจากนี้ยังมีเส้นทางบินไปยังเมืองต่างๆ แต่ละภูมิภาค โดยมีสายการบินเริ่มเปิดเส้นทางบินใหม่ โดยเพิ่มเชียงรายเส้นทางบินด้วย

สำหรับเส้นทางบินต่างประเทศนั้น พบว่า จากเมืองต่างๆ ของจีนเริ่มเปิดเส้นทางบินตรงมาสู่ จ.เชียงราย แล้ว โดยมีเที่ยวบินจากประเทศจีนมาแทบจะทุกวัน เช่น ฉางซา-เชียงราย มีเที่ยวบินทุกวันอังคาร พฤหัสบดี ศุกร์ อาทิตย์ ฮ่องกง-เชียงราย วันจันทร์และศุกร์ เฉินตู-เชียงราย วันจันทร์ พฤหัสบดี และเสาร์ เสิ่นเจิ้น ทุกวันพฤหัสบดี คุนหมิง วันจันทร์ พุธ ศุกร์ ไหโข่ว ทุกวันศุกร์

ผู้อำนวยการท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง บอกว่า นอกจากเมืองเหล่านี้แล้วยังมีเมืองต่างๆ จากประเทศจีนที่กำลังติดต่อเข้ามาเพื่อจะนำสายการบินตรงมาสู่ จ.เชียงราย สำหรับประเทศอื่นๆ เช่น สปป.ลาว และเวียดนาม กำลังมีการประสานเข้ามา ซึ่งคาดว่าในอนาคตจะเปิดเส้นทางบินตรงมายังเชียงรายแน่นอน สำหรับการขยายท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงรายนั้น คาดว่าในอนาคตจะมีการขยายและปรับปรุงอย่างแน่นอน

ในส่วนของการเดินทางท่องเที่ยวในแม่น้ำโขงนั้น ปัจจุบันมีการให้บริการเรือท่องเที่ยวในแม่น้ำโขงทั้งบริษัทของไทยและ สปป.ลาว ซึ่งมีทั้งเดินทางจาก อ.เชียงแสน ขึ้นไปถึงเขตปกครองสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน ประเทศจีน และมีเส้นทางจาก อ.เชียงของ จ.เชียงราย ถึงหลวงพระบาง เมืองท่องเที่ยวมรดกโลก ในประเทศลาว เป็นอีกเส้นทางการท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน

การท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขงกำลังน่าจับตา โดยเฉพาะแรงผลักดันจากกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนจำนวนมากที่ให้ความนิยมเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยทั้งทางบกผ่านเส้นทาง R3A โดยมีจุดหมายในเมืองท่องเที่ยวต่างๆ ของไทย โดยเฉพาะ จ.เชียงราย และเชียงใหม่

 

ไปเที่ยวงานสังคมสุขใจ ช็อป & ชิมผลผลิตเกษตรอินทรีย์ทั่วไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

16 ธันวาคม 2560 เวลา 12:29 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/thailand/530689

ไปเที่ยวงานสังคมสุขใจ ช็อป & ชิมผลผลิตเกษตรอินทรีย์ทั่วไทย

โดย วันพรรษา อภิรัฐนานนท์

คงดีไม่น้อย ถ้าจะมีแหล่งซื้อขายผลผลิตทางการเกษตรที่ปลอดภัย ก็เพราะทุกวันนี้ ไม่ว่าใครก็อยากเป็นผู้บริโภคที่ตื่นรู้และฉลาดเลือก

แนะนำงาน “สังคมสุขใจ” ที่ปีนี้จัดใหญ่ โดยเป็นการจับมือกันระหว่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มูลนิธิสังคมสุขใจและภาคีเครือข่าย ใครอยากช็อปผลผลิตปลอดภัยตามมาเลย!

อรุษ นวราช เลขานุการมูลนิธิสังคมสุขใจ ในฐานะประธานจัดงานสังคมสุขใจ เปิดเผยว่า ตั้งแต่ 15-17 ธ.ค.นี้ มูลนิธิสังคมสุขใจ ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และเครือข่ายภาคี จัดงานสังคมสุขใจ ภายใต้แนวคิด “อาหารปลอดภัย พาชุมชนไทยยั่งยืน” เพื่อต้องการสื่อสารไปยังผู้บริโภคให้ตื่นตัว ร่วมกันสร้างระบบอาหารที่ยั่งยืน

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

“ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมสร้างความเปลี่ยนแปลงนี้ได้ ด้วยการเป็นผู้บริโภคที่ตื่นรู้ สมาร์ท คอนซูเมอร์ รู้เท่ารู้ทัน ฉลาดเลือก มีความรับผิดชอบต่อสังคม” อรุษ เล่า

สำหรับความคาดหวังต่อการจัดงานผลิตผลทางการเกษตรปลอดภัยที่ใหญ่ที่สุดนี้ อรุษ กล่าวว่า ผลจากการจัดงานในปีนี้ คาดหวังอยากเห็นผู้บริโภค ซึ่งก็คือทุกคนที่อยู่ในห่วงโซ่อาหาร ลุกขึ้นมาเป็นเชนจ์ เอเจนต์ (Change Agent) หรือผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง เริ่มจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค ค้นหาความรู้เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนระบบอาหารยั่งยืน

“ไม่เพียงแต่ผู้บริโภคที่มาในงานจะได้ช็อปปิ้งผลผลิตทางการเกษตรที่ปลอดภัยแบบครบครัน แต่จะได้ทำความรู้จัก พูดคุย แลกเปลี่ยนความต้องการ ร่วมรับรู้รับฟังความมุ่งมั่น ช่วยกันคิด ช่วยกันสร้างเพื่อให้เกษตรกรสามารถทำหน้าที่เป็นต้นทางการผลิตที่เข้มแข็ง

นั่นหมายถึงความคาดหวังในระยะยาวที่การผลิตอาหารปลอดภัยสู่สังคมชุมชนจะมีปริมาณมากขึ้น โดยเป็นที่น่าดีใจว่า ในปีนี้ ททท.ได้เข้ามามีส่วนร่วม ก็จะทำให้ได้เห็นภาพความเชื่อมโยง จากต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ทั้งในมิติของสังคม สิ่งแวดล้อม และการท่องเที่ยวที่ชัดเจนมากขึ้นด้วย”

ไฮไลต์ คือการนำสินค้าเกษตรอินทรีย์จากเกษตรกรเครือข่ายทั่วประเทศกว่า 200 ร้านค้า มาร่วมจัดจำหน่ายในงาน ที่สำคัญคือบรรยากาศการเรียนรู้เรื่องอาหารยั่งยืน อรุษชี้ว่าบุคคลต้นแบบในวงการเกษตรอินทรีย์มากมายจะได้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนและเสวนาร่วมกัน

“ยกตัวอย่างเช่น โจน จันใด ผู้ก่อตั้งศูนย์พันพรรณ วิฑูรย์ เรืองเลิศปัญญากุล ผู้อำนวยการ Greennet นคร ลิมปคุปตถาวร ผู้ก่อตั้งศูนย์เรียนรู้เกษตรในเมือง และพระอาจารย์มหาสุภาพ พุทธวิริโย เจ้าอาวาสวัดป่านาคำ จ.กาฬสินธุ์ พระผู้น้อมนำเอาแนวพระราชดำริ เกษตรทฤษฎีใหม่เกษตรพอเพียง มาขับเคลื่อนชุมชนกว่า 20 ปีแล้ว

นอกจากนี้ ยังมีเซเลบเชฟรุ่นใหม่ ได้แก่ เชฟตาม-ชุดารี เทพาคำ ที่จะมาสร้างคุณค่าอาหารไทยจานพิเศษด้วยวัตถุดิบอินทรีย์ พร้อมสัมผัสรสชาติอาหารไทยสุดมหัศจรรย์กับกิจกรรม Amazing Thai Taste Station รวมทั้งจะมีเวิร์กช็อปเกษตรอินทรีย์แบบครบวงจร แนะนำเส้นทางท่องเที่ยวสวนเกษตรอินทรีย์ พื้นที่เครือข่ายสามพรานโมเดล”

สัมผัสนิทรรศการ 10 ชุมชนอาหารเด็ด ที่เที่ยวดัง และลงทะเบียนรับฟรีผักสวนครัวอินทรีย์จากบูธ ททท. รวมทั้งมีบริการตรวจเลือดหาสารเคมีตกค้างในร่างกายฟรี โดยทีมเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม ยังมีภาคีจากภาคส่วนต่างๆ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน มหาวิทยาลัย 10 โรงเรียน พื้นที่เครือข่ายโครงการ เตรียมขนกิจกรรมที่น่าสนใจเข้าร่วมงานกันอย่างคึกคัก

สนใจแวะมาเก็บเกี่ยวความรู้ ร่วม ชม-ช็อป-ชิม ในงานสังคมสุขใจ 15-17 ธ.ค.นี้ ที่สวนสามพราน จ.นครปฐม ตั้งแต่ 09.00-17.00 น. ไม่มีค่าใช้จ่าย รายละเอียดเพิ่มเติม Facebook/สามพรานโมเดล

หนึ่งปีมีครั้งเดียว! ไปกันให้ได้นะ

 

สงขลายามนี้ ‘งามนัก’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

16 ธันวาคม 2560 เวลา 10:45 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/thailand/530672

สงขลายามนี้ ‘งามนัก’

โดย /ภาพ : กาญจน์ อายุ

เวลาลงเครื่องบินที่หาดใหญ่จะลืมไปว่าที่นี่คือ “สงขลา” จังหวัดทางภาคใต้ฝั่งตะวันออกที่มีความเจริญด้านการค้ากับพ่อค้าชาวเปอร์เซียและอินเดียมาตั้งแต่ 400 ปีก่อน

จากนั้นถูกพัฒนาให้เป็นหัวเมืองขนาดใหญ่ในสมัยกรุงธนบุรีและรัตนโกสินทร์ตอนต้น กระทั่งในรัชกาลที่ 6 ถูกยกฐานะเป็นจ.สงขลา และยังคงเป็นเมืองการค้าตลอดมา

ปัจจุบันสงขลาเป็นหนึ่งในจังหวัดศูนย์กลางเศรษฐกิจ การลงทุน และธุรกิจไมซ์* ภาคใต้ โดยมีศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี เป็นศูนย์ประชุมระดับนานาชาติรองรับผู้เข้าร่วมงานไมซ์ได้ 4,000 คน ซึ่งใหญ่ที่สุดในภาคใต้

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

รวมถึงยังมีศักยภาพในการเพิ่มขีดความสามารถรองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจอาเซียน และมีความเป็นไปได้ที่จะผลักดันให้เป็น “เมืองแห่งไมซ์” หลังผลักดันภูเก็ตให้เป็นไมซ์ซิตี้หลักของภาคใต้แล้ว

นอกจากนี้ สงขลายังมีอีกบทบาทกับการเป็น “เมืองท่องเที่ยว” ที่ได้รับความนิยมมากของชาวมาเลเซีย ซึ่งคนมาเลย์ใช้เวลาเดินทางด้วยเครื่องบินจากกัวลาลัมเปอร์ถึงหาดใหญ่เร็วกว่าคนกรุงเทพฯ บวกกับไม่มีทัศนคติด้านลบกับภาคใต้ ทำให้พี่น้องเพื่อนบ้านเห็นสงขลาเป็นจุดหมายปลายทาง

ม.ร.ว.สวัสดิวุฒิ สวัสดิวัตน์ รองกรรมการผู้จัดการบริษัท เอ็น.ซี.ซี.แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ จึงขอพาทัวร์เพื่อให้รู้ว่าสงขลามีดีกว่าตลาดกิมหยง มีดีกว่าโชคดีติ่มซำ และมีดีกว่าตัวเมืองหาดใหญ่มาก!

ชุมชนกลางทะเลสาบ

เกาะโดดเดี่ยวกลางทะเลสาบสงขลานาม “เกาะยอ” มีฐานะเป็นตำบลแบ่งเป็น 9 หมู่บ้าน มีพื้นที่ทั้งหมด 15 ตร.กม. โดยสภาพทั่วไปส่วนใหญ่เป็นเนินเขา มีที่ราบเชิงเขาติดทะเล และมีที่ราบกว้างทางตอนใต้เหมาะแก่การเพาะปลูก โดยมีสะพานติณสูลานนท์เชื่อมระหว่างเกาะยอกับตำบลใกล้เคียง

กิจกรรมที่ถูกจริตผู้ใหญ่ต้องนำเสนอการไหว้พระ เพราะบนเกาะยอมีหลายวัดศักดิ์สิทธิ์และมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ทั้ง วัดแหลมพ้อ ที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางไสยาสน์องค์ใหญ่ วัดท้ายยอ วัดเก่าแก่ที่มีโบราณสถานล้ำค่า คือกุฏิเรือนไทยปั้นหยา 3 หลังติดกัน อายุกว่า 200 ปี มีเอกลักษณ์ตรงกระเบื้องดินเผาเกาะยอ และเสาเรือนกุฏิที่ไม่ฝังลงดินแต่ตั้งอยู่บนตีนเสา อันเป็นลักษณะเฉพาะของบ้านชาวไทยในภาคใต้เท่านั้น

วัดเขากุฏิ ตั้งอยู่บนยอดเขากุฏิซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดของเกาะยอ มีโบราณสถานที่สำคัญ คือ เจดีย์สมเด็จเจ้าเกาะยอ เป็นศูนย์รวมจิตใจและความศรัทธาของชาวเกาะยอ โดยในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ของทุกปี จะมีงานห่มผ้าเจดีย์เพื่อนมัสการสมเด็จเจ้าเกาะยอ

และยังเป็นจุดชมวิวเมืองใหญ่ 2 ทะเล คือ ทะเลสาบและทะเลอ่าวไทย นอกจากนี้ ยังมีวัดโคกเปี้ยว ตั้งอยู่ติดทะเลสาบ ภายในวัดมีโบสถ์เก่าแก่ และต้นละมุด 100 ปี ส่วนวัดเขาบ่อ วัดที่มีความเชื่อในเรื่องของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งมีตำนานเกี่ยวกับช้างขุด ทำให้ชาวบ้านเลื่อมใสและมักขอพร

รอบเกาะยอมีถนนลาดยางให้สัญจรและยังมีอีกหลายเสน่ห์ให้ค้นหา ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้การทำสวนผลไม้แบบ “สุมรุม” หรือสวนสมรม คือการปลูกผลไม้หลากชนิดภายในสวนเดียว ทำให้มีผลไม้ผลัดกันให้ผลผลิตตลอดปี เช่น ส้มโอ มะพร้าว ขนุน และผลไม้ที่มีชื่อของเกาะยออย่าง จำปาดะ ลักษณะคล้ายขนุนแต่ลูกเล็กกว่า รสชาติหวาน กลิ่นหอมไม่แรงมาก สามารถนำไปทอดเหมือนกล้วยแขก หรือกินสดก็ได้ ซึ่งที่นี่เน้นการปลูกโดยใช้ปุ๋ยชีวภาพ ทำให้นอกจากจะได้ชิมผลไม้สดๆ จากสวน ก็จะได้รับความรู้เรื่องการทำเกษตรปลอดภัยกลับไป

นอกเหนือจากเกษตรกรรม แน่นอนว่าชุมชนกลางทะเลสาบต้องทำประมง โดยเกาะยอเป็นแหล่งเลี้ยงปลากะพงขาวในกระชังที่ขึ้นชื่อเรื่องความอร่อย เนื้อแน่น จนกลายเป็นเมนูขึ้นชื่อที่ต้องสั่งมารับประทาน

จากนั้นหากกำลังมองหาของฝาก ผ้าทอเกาะยออาจเป็นทางเลือกที่ดี มีลายเอกลักษณ์คือ ลายราชวัตถ์ ดอกพิกุล และดอกพะยอม ซึ่งเป็นผ้าพื้นเมืองที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมจากผู้นิยมสวมใส่ผ้าไทยมาก

ต.เกาะยออยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.เมืองสงขลา การเดินทางมายังเกาะยอมีสะพานติณสูลานนท์ 2 ช่วงเชื่อมเกาะยอกับฝั่ง อ.เมืองสงขลาและสิงหนคร

เหล่เมืองเก่า

กลับมาเยือนเมืองเก่าสงขลาครั้งนี้มีเรื่องให้ตื่นตาตื่นใจ ไม่ใช่แค่สตรีทอาร์ตที่ซ่อนตัวอยู่ตามตรอกซอกซอย แต่เป็นความร่วมมือของรัฐและเอกชนที่ช่วยกันอนุรักษ์ประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมอย่างสร้างสรรค์ผ่านการท่องเที่ยว

ทางเทศบาลนครสงขลาเปิดให้บริการรถรางชมเมืองฟรี ทุกวัน วันละ 5 รอบ (songkhlacity.go.th) โดยจะพาไปแวะตามจุดที่น่าสนใจ 9 จุดเพื่อให้รู้จักและเห็นภาพรวมของเมืองเก่าสงขลาทั้งหมดภายในเวลา 1 ชั่วโมงครึ่ง

ยกตัวอย่าง ประติมากรรมพญานาคพ่นน้ำ สร้างขึ้นบริเวณชายหาดสมิหลาเพื่อปรับภูมิทัศน์ให้เป็นสถานที่พักผ่อนของนักท่องเที่ยวและชาวสงขลา พิพิธภัณฑ์พธำมะรงค์ (บ้านของตระกูลติณสูลานนท์) เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่สร้างขึ้นเพื่อจำลองสถานที่เกิดของ ฯพณฯ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์

จากนั้นยังพาไปแชะภาพที่ ท่าน้ำศักดิ์สิทธิ์พิทักษ์ ท่าเรือที่ล้อมรอบด้วยตึกเก่า ทางเดินปูด้วยอิฐ ล้อมรอบด้วยต้นไม้ จนกลายเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมของนักท่องเที่ยว ต่อด้วยบ้านสงครามโลก ลักษณะเป็นอาคารสูงแบบจีน โดยในปี 2488 ที่นี่ถูกกองทัพอากาศอังกฤษทิ้งระเบิดใส่ เพราะคิดว่าเป็นกองบัญชาการทหารญี่ปุ่น

และที่พลาดไม่ได้คือ หับ โห้ หิ้น โรงสีข้าวทาสีแดงสด อายุร่วม 100 ปี ในอดีตเคยเป็นโรงสีขาวที่ทันสมัยที่สุดและอยู่ติดแม่น้ำทำให้ค้าขายสะดวก ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของสำนักงานภาคีคนรักเมืองสงขลาสมาคม ผู้ปลุกกระแสการท่องเที่ยวสงขลาให้กลับมาคึกคัก

นอกจากนี้ รถรางจะพาไปหยุดที่ สตรีทอาร์ต ใหญ่ๆ อย่างภาพคนดื่มชายามเช้า และภาพวิถีคนประมง ซึ่งภาพตามผนังอาคารจะซุกซ่อนอยู่บนถนน 3 สายไล่เรียงจากริมทะเลสาบสงขลาเข้ามา ได้แก่ ถนนนครนอก ถนนนครใน และถนนนางงาม

แต่ที่ต้องเขียนตัวหนาปักหมุดว่าสำคัญต้องยกให้ “บ้านนครใน” พิพิธภัณฑ์เอกชนแห่งแรกของเมืองสงขลาที่บอกเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ และจัดแสดงเฟอร์นิเจอร์เก่าแก่ที่อยู่คู่บ้านเรือนเมื่อศตวรรษที่แล้ว เช่น เตียงไม้โบราณอายุกว่า 100 ปี เซรามิกจีน และรูปถ่ายเมืองสงขลาตั้งแต่ยุคที่สงขลายังมีประตูเมืองจนไปถึงยุคสงครามโลก รวมทั้งมีห้องจัดแสดงพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยเฉพาะ

กระจ่าง จารุพฤกษ์พันธ์ เจ้าของธุรกิจร้านทองหยงเตียนเป็นผู้ลงทุนในการปรับปรุงอาคารเก่ามาเป็นพิพิธภัณฑ์เอกชน อาคารอยู่ในกลุ่มอาคารทรงชิโน-ยูโรเปี้ยน 2 หลัง ได้แก่ อาคารไม้สองชั้น และอาคารปูนสูง 4 ชั้นสีขาว โดยพิพิธภัณฑ์ยังเปิดให้เข้าชมแค่อาคารไม้และชั้นล่างของอาคารปูน ส่วนนิทรรศการเต็มรูปแบบมีกำหนดเปิดให้เข้าชมปลายปี 2561

นอกจากอาคารเก่าแก่ ในย่านเมืองเก่าสงขลายังเด่นเรื่อง ขนมและอาหารทั้งไทย จีน ฝรั่ง โดยเฉพาะบนถนนนางงามที่มีทั้งร้านขนมไทย เช่น ร้านสอง-แสน ขายสำปันนี ขี้มอด ทองเอก ข้าวฟ่างกวน ขนมเทียนสด ซึ่งเป็นขนมโบราณหากินยาก ร้านไอศกรีม ร้านกาแฟโบราณ ร้านซาลาเปา ร้านโจ๊กเกาะลอย ร้านเกียดฟั่ง (โกยาว) ขายข้าวสตู หรือจะเปิดประสบการณ์ใหม่ลองกิน ก๋วยเตี๋ยวใต้โรงงิ้ว ภายในศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา

ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา

เป็นศาลเจ้าแห่งเดียวในโลกที่ประดิษฐานทั้งเสาหลักเมือง ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามคติพราหมณ์ และเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ตามคติจีนอยู่ร่วมกันในอาคารเดียว โดยเสาหลักเมืองสงขลา คือสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นที่เป็นสิริมงคลของเมืองสงขลาที่บ่อยาง

แต่เดิมเป็นเสาไม้ชัยพฤกษ์ที่ได้รับพระราชทานจากรัชกาลที่ 3 และเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ในศาลเจ้า ได้แก่ เทวดาฟ้าดิน (ถี่ก้อง)เจ้าพ่อหลักเมือง พระเสื้อเมือง เจ้าแม่ทับทิม พระครูหมอ พระทรงเมือง เจ้าแม่กวนอิม และหมึงสิน (ทวารบาล)

เงือกสาวสมิหลา

มาเยือนสงขลา แล้วไม่ได้มาสัมผัสหาดสมิหลาถือว่ามาไม่ถึง งดงามด้วยชายหาดยาว ทรายละเอียดดังสมญานามทรายแก้ว ร่มรื่นด้วยแนวต้นสนริมหาด และมองเห็นทิวทัศน์ของเกาะหนูเกาะแมวที่มีตำนานเล่าขานมาช้านาน

ไฮไลต์สำคัญคือ “ประติมากรรมเงือกทอง” สร้างขึ้นปี 2509 หล่อขึ้นจากบรอนซ์รมดำ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของหาดสมิหลา โดยเหตุที่ต้องเป็นนางเงือกนั้น เป็นเพราะนิทานปรัมปราไทยเรื่องหนึ่งเล่าว่า ในคืนท้องฟ้างาม ณ ชายหาดสวยแห่งหนึ่ง จะมีนางเงือกขึ้นมาจากทะเลมานั่งหวีผม จึงปั้นนางเงือกขึ้นบนหาดสมิหลา และมีความเชื่อในหมู่นักท่องเที่ยวว่า หากลูบคลำอกนางเงือกจะได้กลับมาสงขลาอีก ทำให้จากบรอนซ์รมดำกลายเป็นสีทองเฉพาะจุด ซึ่งหากนางเงือกมีชีวิตคงหนีลงน้ำเหมือนในนิทาน

เขาคอหงส์ชมวิว

เย็นย่ำยามอัสดง ผู้คนทั้งคนโสด คู่รัก และครอบครัวต่างเดินทางไปยัง “เขาคอหงส์” เพื่อชมพระอาทิตย์ตกฟ้าและดาวบนดินของเมืองหาดใหญ่ ซึ่งทุกคนจะหันหน้าออกไปทางเดียวกับพระพุทธมงคลมหาราช พระพุทธรูปประจำเมืองหาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่เขาคอหงส์ ลักษณะเป็นพระพุทธรูปปางประทานพรที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ หล่อด้วยทองเหลือง สูง 19.90 ม. หนัก 200 ตัน เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวหาดใหญ่มาตั้งแต่ปี 2542 และที่นี่ยังมีเคเบิลคาร์พาขึ้นเขาไปรอชมฉากฟินาเล่ปิดท้ายวันสุดอลังการ

ขากลับขณะรอขึ้นเครื่องบินที่หาดใหญ่ ความทรงจำที่เก็บเกี่ยวมาตลอดทางทำให้ไม่อาจลืมได้แล้วว่า สงขลาหน้าตาเป็นอย่างไร แม้ความมั่งคั่งในอดีตจะเลือนไป แต่ความร่ำรวยเสน่หากลับมาแทนที่ ทั้งภาพชุมชน ธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม ล้วนประกอบร่างสร้างเป็นตัวตนของสงขลาเมืองงาม