หนังสือเด่น : ย้อนอดีต ราชวงศ์หมิง เรื่องราวช่วงสำคัญแห่งชนชาติจีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/274729

หนังสือเด่น : ย้อนอดีต ราชวงศ์หมิง  เรื่องราวช่วงสำคัญแห่งชนชาติจีน

หนังสือเด่น : ย้อนอดีต ราชวงศ์หมิง เรื่องราวช่วงสำคัญแห่งชนชาติจีน

วันอาทิตย์ ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“ราชวงศ์หมิง” ได้ชื่อว่าเป็น ช่วงเวลาอันสำคัญช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์ของชนชาติจีน ที่มีเรื่องราวแห่งการต่อสู้ช่วงชิงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้ด้วย เล่ห์กล ปัญญา และความสามารถในเชิงยุทธ์ นักอ่านนิยายกำลังภายในของจีน ทุกคนจะได้รับรู้เรื่องราวในยุคแห่งรางวงศ์หมิง หลายเรื่อง หลายตอน เนื่องจาก เป็นช่วงแห่งการสร้างความสว่าง หรือเป็นแสงสว่างแห่งความมืดบอดของชนชาติจีนที่ต้องตกอยู่ภายใต้วงจรแห่งทรราชย์อันดำมืด

หนังสือเล่มนี้ จะบอกว่าเป็นรูปแบบหนึ่งของนิยายอิงประวัติศาสตร์ของจีนก็ได้ หรือจะบอกว่า เป็นการย้อนอดีต กล่าวถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมาของชนชาติจีนในยุคระยะเวลาแห่งราชวงศ์หมิงก็ได้

แน่นอนว่า การได้อ่าน นิยายที่เกริ่นกล่าว หรือสร้างตัวละครให้อยู่ในยุคแห่งราชวงศ์หมิง แต่ละเรื่อง แต่ละคนแต่งย่อมตัดตอนมาจาก ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งมาให้คนรับรู้ โดยไม่เกริ่นกล่าวถึง ความเชื่อมโยงที่ต้องต่อเนื่องกันมาเป็นร้อยปี จึงทำให้นักอ่านนิยาย ได้รับรู้เรื่องราวของราชวงศ์หมิงได้อย่างไม่ต่อเนื่อง จึงทำให้ความเข้าใจถึงระดับขั้นตอนความเป็นมาตามลำดับของราชวงศ์หมิงสับสน และไม่สร้างความกระจ่างที่ชัดเจนให้กับผู้อ่าน

แต่สำหรับในหนังสือเล่มนี้ ผู้เขียนคือ “ดังเหนียนหมิงเย่ว์” มีเจตนารมณ์ที่จะให้คนรุ่นใหม่ได้มองเห็น ความต่อเนื่องของราชวงศ์อย่างชัดเจน เขาจึงใช้วิธีการลำดับ วันเวลาแห่งการสร้างราชวงศ์หมิงขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมๆ กับแสดงความคิดเห็นส่วนตัว วิเคราะห์ถึงเหตุการณ์โดยใช้ปรัชญาปัจจุบัน เป็นบรรทัดฐานในการวิจัยว่า อะไรเป็นสาเหตุที่ต้องทำให้เกิดเรื่องราวมากมายขึ้น อาทิ การก่อกบฏในการล้มฮ่องเต้ ที่ผู้เขียนได้วิเคราะห์ให้เห็นว่า บางครั้งมันคือความจำเป็นที่ต้องทำ เพราะทำก็ตายไม่ทำก็ตาย เพราะฉะนั้นการตายด้วยการกระทำของตัวเองย่อมเป็นความภาคภูมิใจมากกว่า หรือการใช่เล่ห์เพทุบาย ไร้สัจจะเพื่อการอยู่รอด ก็คือ ความจำเป็นในสถานการณ์ทื่กำลังเผชิญอยู่ เป็นต้น

ย้อนอดีตราชวงศ์หมิง แปลเป็นไทยโดย “ชาญ ธนประกอบ” เป็นหนังสือที่ไม่จบในตอนเดียว เนื่องจากเรื่องราวในช่วงเวลาแห่งหมิง ยาวนาน และมีเรื่องหลากหลาย หนังสือจึงถูกเขียนให้จบในหลายเล่ม แต่สำหรับเล่มแรกที่ปรากฏออกมาให้ได้อ่านกัน พอจะบอกได้ว่า เป็นรูปแบบการเขียนที่ “น่าสนใจ” เนื่องจากผู้อ่านใช้ภาษาง่ายๆ ที่เป็นภาษาปัจจุบันถ่ายทอดให้คนอ่านเข้าใจง่ายและชัดเจนรวดเร็ว ประกอบกับใช้การวิเคราะห์ ที่มองด้วยอารมณ์แห่งความเป็นกลาง ไม่โอนเอียงไปข้างใดข้างหนึ่งจึงทำให้เรื่องราวในหนังสือเล่มนี้รื่นไหลไปพร้อมๆ กับความสนุกเพลิดเพลิน

ใครที่อยากรับรู้ถึงความกระจ่างชัด และความเป็นไปเป็นมา ในช่วงแห่งราชวงศ์หมิง หนังสือเล่มนี้น่าอ่านมากครับ เพราะนอกจากจะได้รับรู้ในส่วนที่เป็นเรื่องราวทางประวัติศาสตร์แล้ว ยังทำให้กลับไปอ่าน นิยายในยุคราชวงศ์ได้กระจ่างชัด และเข้าใจได้มากขึ้นและสนุกเพิ่มขึ้นอีกด้วย

เปิดใจหนุ่มเลือดไทยที่โด่งดังในเกาหลี

ถ่ายทอดประสบการณ์ที่หลายคนยังไม่เคยรู้

นิตยสารสุดสัปดาห์ เปิดเรื่องราวของ หนุ่มฮอต เตนล์-ชิตพล ลี้ชัยพรกุล หนุ่มเลือดไทยที่ไปร่วมเป็นหนึ่งในสมาชิกวง NCT (เอ็นซีที) บอยแบนด์น้องใหม่ไฟแรงจากเอสเอ็มเอนเตอร์เทนเมนต์ ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่จากเกาหลี ที่ไปสร้างชื่อเสียงจนกวาดหัวใจแฟนคลับทั้งในไทยและต่างประเทศ ด้วยภาพแฟชั่นสุดเท่ และบทสัมภาษณ์ถึงเส้นทางกว่าจะมาถึงจุดนี้ และมุมมองการใช้ชีวิต นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวของเหล่าคนดังที่ได้ใกล้ชิดศิลปินเกาหลีมาถ่ายทอดประสบการณ์น่าสนใจที่ใครหลายคนอาจยังไม่เคยรู้ เอาใจสาวกศิลปินแดมกิมจิโดยเฉพาะ จำหน่ายเล่มละ 90 บาท

ความลับของเด็กสาวในบ้านที่ขาวราวหิมะ

เรื่องราวที่เหลือเชื่อของนักเขียนชาวฟินแลนด์

“ขาวราวหิมะ” เขียนโดย “ SALLA SIMUKKA” นักเขียนชาวฟินแลนด์ ที่เขียนเรื่องราวของ เด็กสาวที่มีชื่อแปลเป็น
ภาษาอังกฤษว่า สโนไวท์ มาผูกให้เป็นเรื่องราวที่น่ารัก และแฝงไปด้วยความลับในปราสาทสีขาวบริสุทธิ์ เมื่อเธอถูกนำมาไว้ในปราสาทหลังนี้ ได้เกิดเรื่องลึกลับหลายเรื่องที่เสมือนหนึ่งมีคนกำลังไล่ล่าเธอ ทำให้เธอต้องใช้ความสามารถและไหวพริบที่ติดตัวเธอมาหาทางออกเพื่อเอาชีวิตรอด เรื่องราวต่างๆ ในปราสาทสีขาวจะทำให้ผู้อ่านต้องติดตามอย่างวางไม่ลง แปลเป็นไทยโดย “กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ” จำหน่ายเล่มละ 145 บาท

นิตยสารที่จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจกับคู่รัก

รวมแฟชั่น สถานที่ เครื่องประดับครบวงจร

นิตยสาร แพรว Wedding นิตยสารที่จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจ ในการแต่งงานให้ทุกคู่รัก ดึง 2 นางเอกแถวหน้าของไทย
เบลล่า-ราณี แคมเปน และ คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส เทียมศิริ ขึ้นปก 2 สไตล์ ในคอนเซ็ปต์ Dare to Dream โดยเบลล่ามาในแฟชั่นชุดแต่งงานสากลสุดหรู ในบรรยากาศชวนฝัน ส่วนคิมเบอร์ลี่ มาในแฟชั่นชุดไทยอย่างงดงาม นอกจากนี้ ภายในเล่มยังอัดแน่นไปด้วยแฟชั่นรวมชุดสวยทั้งไทยและสากลแบบเต็มอิ่มจุใจตลอดทั้งเล่ม อีกทั้งแบบแหวน เครื่องประดับ แอคเซสซอรี่ส์ สำหรับเจ้าสาวและเพื่อนเจ้าสาว รวมไปถึงสถานที่จัดงานแต่ง โรงแรมและรีสอร์ต เล่มละ 175 บาท

เทพยุทธ์เซียน GLORY ยั้งไม่หยุด

กระจายไปทั่วโลก ญี่ปุ่นทึ่งในความแปลก

“เทพยุทธ์เซียน GLORY “งานเขียนของ “หูเตี๋ยหลาน” แปลเป็นไทยโดย “อนุรักษ์ กิจไพบูลทวี” ออกวางตลาดมาถึงเล่มที่ 6 แล้ว ท่ามกลางแฟนนักอ่านในหลายประเทศ โดยเฉพาะนักอ่านจากประเทศญี่ปุ่นที่ติดตามอ่านถึงความสนุกและความแปลกที่สร้างสรรค์งานจากเกม กลอรี่ ที่ผู้เขียนใส่กลิ่นอายของการต่อสู้แบบกำลังภายในของจีนเข้าไปครบครัน เป็นหนังสือนิยายที่สร้างปรากฏการณ์ชิ้นใหม่ บนโลกนิยายออนไลน์ได้รับการติดตามอ่านจากผู้อ่านล้นหลาม สำหรับในฉบับที่จัดทำเป็นเล่ม จำหน่ายในราคาเล่มละ 375 บาท ที่สร้างทั้งความรู้ในเรื่องของเกมและเนื้อเรื่องที่ชวนให้ต้องติดตาม

ตะลอนเที่ยว : ชมตึกยุคอาณานิคมอังกฤษในย่างกุ้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/274861

ตะลอนเที่ยว : ชมตึกยุคอาณานิคมอังกฤษในย่างกุ้ง

ตะลอนเที่ยว : ชมตึกยุคอาณานิคมอังกฤษในย่างกุ้ง

วันอาทิตย์ ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เจดีย์สุเหล่มหาเจดีย์กลางชุมชนในย่างกุ้ง

ในยุคอาณานิคมที่อังกฤษเข้ามาครอบครองอินเดียเมื่อกว่า 200 ปีมาแล้ว (ศตวรรษที่ 19) ต่อจากนั้นอังกฤษก็เข้าครอบครองพม่าเมื่อประมาณกว่าหนึ่งศตวรรษที่ผ่านมา โดยพม่าในบางเขต เช่น ยะไข่ ตะนาวศรี มีสถานะเป็นส่วนหนึ่งของอินเดีย (British India) หลังยุคสงครามอังกฤษกับพม่าในครั้งที่ 1 ครั้นต่อมาหลังสงครามอังกฤษกับพม่าครั้งที่สอง พม่าตอนใต้ก็ถูกผนวกเป็น British Burmaโดยอังกฤษถือว่า British Burma คือส่วนหนึ่งของ British India แล้วจากนั้นก็ได้เกิดสงครามอังกฤษกับพม่าครั้งที่สาม ซึ่งผลของสงครามครั้งนี้ทำให้พม่าทั้งหมดตกเป็นของอังกฤษอย่างเด็ดขาด โดยมีนามเรียกว่า British India ผู้ที่ศึกษาประวัติศาสตร์ยุคดังกล่าวจะเรียกว่ายุคจักรวรรดินิยมในเอเชีย ดังนั้นพม่า (ในอดีต) จึงตกอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ (British rule in Burma) ในช่วงพ.ศ.2367-2491

ผลพวงทางด้านสถาปัตยกรรมในยุคที่พม่าตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษยังคงปรากฏเด่นชัดมาจนถึงทุกวันนี้ จนทำให้ย่างกุ้ง (เมืองหลวงเก่าของพม่า) ได้รับการยอมรับว่าเป็นดินแดนอาณานิคมของอังกฤษในทวีปเอเชียที่มีตึกรามตามแบบยุคโคโลเนียลหลงเหลืออยู่มากมายที่สุด ซึ่งก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะถ้าหากจะเปรียบเทียบอาคารยุคโคโลเนียลในย่างกุ้งกับอาคารยุคโคโลเนียลในประเทศอื่นๆ ในแถบเอเชียแล้ว รับรองว่าในย่างกุ้งมีอาคารยุคโคโลเนียลมากที่สุด


โบสถ์เซนต์แมรี

กาลเวลาที่ผ่านพ้นไปกว่าร้อยปี ประกอบกับการเกิดเหตุไม่สงบภายในประเทศเมียนมาหลายต่อหลายครั้ง ส่งผลให้อาคารเก่าแก่ที่ทรงคุณค่าในด้านศิลปะถูกปล่อยให้เสื่อมโทรมอย่างน่าเสียดาย แต่ก็ยังดีที่ประชาชนเมียนมาและรัฐบาลตระหนักถึงคุณค่าของอาคารเหล่านี้ จึงได้พยายามฟื้นฟูบูรณะอย่างจริงจัง เพื่อหวังจะให้อาคารยุคโคโลเนียลเหล่านี้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

ในอดีตอาคารเหล่านี้คือที่ทำการของรัฐบาลอังกฤษที่เข้ามาปกครองพม่า บางอาคารเป็นโรงเรียน โรงพยาบาล รวมถึงอาคารที่พักอาศัย แต่ที่สำคัญคือในย่างกุ้งมีโบสถ์คริสต์ที่สวยงามหลงเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก อาทิ โบสถ์เซนต์แมรี โบสถ์เซนต์ออกุสติน โบสถ์เซนต์ฟรานซิส โบสถ์โฮลี ทรินิตี เป็นต้น

ปัจจุบันนักลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์จากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากย่านประเทศตะวันตกได้เข้าไปเจรจากับรัฐบาลเมียนมาเพื่อขอเช่าอาคารเก่าเหล่านี้ โดยจะบูรณะซ่อมแซมให้อาคารที่ถูกปล่อยร้างมานานหลายสิบปีกลับมาอยู่ในสภาพที่ดีดังเดิมและสามารถนำกลับไปใช้ประโยชน์ได้ ดังนั้นจึงพบว่าอาคารเก่าจำนวนไม่น้อยได้ถูกปรับปรุงเพื่อทำเป็นอาคารสำนักงาน และทำเป็นโรงแรมที่มีสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกที่งดงาม


โมเดลอาคารที่ทำการรัฐบาลอังกฤษ ยุคโคโลเนียลในย่างกุ้ง (เก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ย่างกุ้ง)


อาคารรัฐสภาเก่า

(นายพลอองซาน ถูกสังหารในอาคารแห่งนี้)

กลุ่มนักกิจกรรมสังคม (NGO) ที่ทำงานด้านการอนุรักษ์โบราณสถานของย่างกุ้ง ที่มีชื่อว่า ย่างกุ้งเฮอริเทจ (Yangon Heritage) พยายามเรียกร้องและเชิญชวนให้ภาคประชาสังคม และภาครัฐของเมียนมาช่วยกันอนุรักษ์และบูรณะอาคารเก่าเหล่านี้ ด้วยวัตถุประสงค์ที่ว่าเพื่อให้ความงดงามของโบราณสถานเหล่านี้กลับคืนมาอีกครั้ง

นักวิชาการด้านสถาปัตยกรรมของย่างกุ้งบอกกับ Mr.Flower ว่า อังกฤษได้เข้ามาจัดผังเมืองให้ย่างกุ้งในยุคอาณานิคม ผังเมืองจึงเป็นตารางตามแบบอังกฤษ ส่วนถนนสแตรนด์ที่อยู่ริมแม่น้ำอิระวดี ก็ทำเลียนแบบถนนในกรุงลอนดอนที่เลียบแม่น้ำเทมส์ เพราะฉะนั้นอาคารต่างๆ บนถนนสแตรนด์ช่วงที่อยู่ใกล้กับท่าเรือย่างกุ้งจึงเป็นที่ทำการต่างๆ ของหน่วยงานรัฐตั้งแต่ยุคอาณานิคม เช่น ธนาคารกลาง อาคารกรมเจ้าท่า อาคารกรมศุลกากร กรมภาษีอากรที่ทำหน้าที่เก็บภาษีไม้สัก เกลือ และฝิ่น เมื่อไปเยือนอาคารต่างๆ บนถนนแห่งนี้แล้ว นักท่องเที่ยวที่กระเป๋าหนักก็มักจะแวะเวียนเข้าไปนั่งดื่มกาแฟในโรงแรมเดอะสแตรนด์(The Strand) โรงแรมเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี สร้างในรูปแบบวิคตอเรียน (สร้างค.ศ.1896) ที่ยังคงอนุรักษ์ไว้ให้มีสภาพดีดังเดิม หรือหากนักท่องเที่ยวบางรายที่ต้องการสัมผัสความขลังของอาคารเก่าแห่งนี้ ก็จะต้องเข้าพักในโรงแรมสแตรนด์ ซึ่งค่าพักคืนหนึ่งก็ตกเป็นเงินหลายพันบาท ตามประวัติระบุว่าโรงแรมนี้สร้างโดยพี่น้องตระกูล Sarkie ซึ่งเป็นผู้มีชื่อเสียงมาในการสร้างโรงแรมหรูหราในภูมิภาคอุษาคเนย์ ตัวอย่างที่เห็นชัดๆ คือโรงแรมโอเรียลเต็ล มาเลเซีย และโรงแรมราฟเฟิล สิงคโปร์

ต้องบอกตรงๆ ว่าในย่างกุ้งมีอาคารสไตล์โคโลเนียลให้คุณชมอีกมากมายนับไม่ถ้วน ถ้าหากคุณสนใจจะไปสัมผัสความงามของอาคารเหล่านี้ด้วยสายตาของคุณเอง โดยการเดินไปเรื่อยๆ ไม่ต้องเร่งรีบ แล้วละเลียดชมความวิจิตรของสถาปัตยกรรมยุคอาณานิคมในย่างกุ้ง โปรดติดต่อทัวร์คุณแหน แล้วผม Mr.Flower จะพาคุณไปเที่ยวชม โปรดติดต่อ 091-7233615


อาคารเก่ายุคโคโลเนียลมีให้เห็นมากมายในย่างกุ้ง


ตึกสูงระฟ้าเริ่มแผ่กระจายให้เห็นมากมายในย่างกุ้ง

Tech for life : 11 มิถุนายน 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/274727

Tech for life : 11 มิถุนายน 2560

Tech for life : 11 มิถุนายน 2560

วันอาทิตย์ ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ต่อยอด

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ผนึก ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
(สวทช.) วิจัยและพัฒนาด้านสมุนไพรไทยต่อยอดงานวิจัยไปสู่เชิงพาณิชย์ในยุค Thailand 4.0

ปัจจุบันนาโนเทค สวทช. ได้พัฒนาโรงงานผลิตอนุภาคนาโน คาดว่าจะเปิดให้บริการต้นปีงบประมาณ 2561 พร้อมรองรับการให้บริการผู้ประกอบการ SME/ภาคอุตสาหกรรม ตอบโจทย์การดำเนินงานของอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและเวชสำอางได้เป็นอย่างดี

มือถือเซลฟี่

OPPO (อปโป้) สมาร์ทโฟนเพื่อการถ่ายภาพ เปิดจำหน่าย OPPO A77 (ออปโป้ เอเจ็ดเจ็ด) อย่างเป็นทางการใประเทศไทยแล้ว โดยชูจุดเด่นที่กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล กับเทคโนโลยี Beautify 4.0 พร้อมด้วยโหมดเซลฟี่แบบหน้าชัดหลังเบลอ(Bokeh) สนนราคาที่ 10,990 บาท

OPPO A77 ใช้ชิปเซตประมวลผล Octa-Core กับ RAM 4 GB พร้อมหน่วยความจำ 64 GB ที่รองรับหน่วยความจำภายนอกผ่านการ์ด microSD เพิ่มความจุได้สูงสุดถึง 128 GB รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด

โซลาร์เซลล์

กฟผ. เปิดโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ประจวบคีรีขันธ์ แล้ว ผลิตไฟฟ้า 4 ชนิด คือเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดผลึกซิลิคอน 1 เมกะวัตต์ /เซลล์แสงอาทิตย์ชนิดอะมอร์ฟัสซิลิคอน / ชนิดที่ 3 เซลล์แสงอาทิตย์ชนิดไมโครคริสตอลไลน์อะมอร์ฟัสซิลิคอน และชนิดที่ 4 ติดตั้งเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดสารประกอบของคอปเปอร์อินเดียมแกลเลียมไดเซเลไนด์ โดย กฟผ. จะทำการศึกษาวิจัยเปรียบเทียบว่าแต่ละชนิดมีความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ริมชายฝั่งทะเลและฝนตกชุกตลอดทั้งปีหรือไม่

โดรน

นี่คือ อากาศยานไร้คนขับ หรือ โดรนของ บริษัท Parrot ที่นำมาเปิดตัวในไทย โดย Parrot Mambo เครื่องบินโดรนรุ่นใหม่ล่าสุด ที่มาพร้อมกับฟังก์ชั่น 2 อย่าง คือ สมรรถนะการบิน และความสนุกที่สามารถปลดปล่อยกระสุนได้สู้รบกันตามจินตนาการสร้างสรรค์ของเด็กๆ พร้อมระบบควบคุมการบินอัตโนมัติที่มีประสิทธิภาพสูง

ส่วน Parrot Swing โดรนหน้าตาสุดแนวเหมือนยาน X-Wing เวลาบินขึ้นจะบินในแนวดิ่ง แต่เมื่อขึ้นสู่อากาศจะบินในแนวนอน ควบคุมการบินผ่านรีโมท Parrot Flypad หรือสมาร์ทโฟนเพียงดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น “FreeFlight Mini”, Parrot Pot

ดร.ยศพงษ์ ลออนวล ปลุกกระแสยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อความยั่งยืนของประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/274597

ดร.ยศพงษ์ ลออนวล ปลุกกระแสยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อความยั่งยืนของประเทศ

ดร.ยศพงษ์ ลออนวล ปลุกกระแสยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อความยั่งยืนของประเทศ

วันเสาร์ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

มองย้อนกลับไปสักสิบปีที่แล้ว ในช่วงที่กระแสของการหาพลังงานทดแทนน้ำมันกำลังได้รับความสนใจทั่วโลก รถยนต์ไฟฟ้า ถือเป็นหนึ่งในนวัตกรรมใหม่ที่หลายคนมองว่าเกิดขึ้นได้ยาก แต่ในวันนี้มีผู้ผลิตรถยนต์หลายค่ายได้พัฒนาจนมียานยนต์ไฟฟ้าที่สามารถใช้งานได้จริง รวมถึงในประเทศไทย ก็ได้มีการพัฒนาผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างจริงจัง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ดร.ยศพงษ์ ลออนวล อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และ นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) อีกหนึ่งในแรงสำคัญที่ช่วยผลักดันให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย เติบโตอย่างต่อเนื่องพร้อมปูรากฐานสู่อนาคตที่ยั่งยืน

หลังจากจบการศึกษาปริญญาเอกจาก ManchesterUniversity และ Imperial Collage London ประเทศสหราชอาณาจักรและกลับมาสอนภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จนในปีพ.ศ.2554 ดร.ยศพงษ์ ได้รับทุนจากสถาบัน Hitachi เพื่อไปทำวิจัยที่ประเทศญี่ปุ่น

“ปีนั้นที่ไปญี่ปุ่น เป็นช่วงเวลาที่เกิดมหันตภัยสึนามิพอดี ทำให้เกิดวิกฤติพลังงานไปทั่วประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะไฟฟ้าดับ ทำให้ทุกคนต้องช่วยประหยัดพลังงาน ตัวผมถึงจะอยู่โตเกียว ซึ่งไม่ได้ประสบภัยพิบัติโดยตรง แต่ทุกคนในประเทศก็ต้องช่วยกันประหยัดพลังงาน ในช่วงเวลานั้นทำให้ผมเห็นว่าแบตเตอรี่จากรถยนต์สามารถเป็นตัวช่วยสำรองไฟ และมีประโยชน์ในกรณีเกิดวิกฤติ ทำให้ผมเห็นถึงความสำคัญของรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น พอหลังวิกฤติผ่านพ้นไป ก็ได้มีโอกาสเข้าร่วมฟังการประชุมสัมมนาด้านพลังงานยั่นยืนและยานยนต์ไฟฟ้าที่ญี่ปุ่น จึงเป็นแรงบันดาลใจทำให้ผมสนใจเรื่องเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าและเริ่มทำการศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจังตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเรียกว่าวิกฤติสึนามิครั้งนั้น ทำให้ผมได้ตระหนักถึงความสำคัญของการประหยัดพลังงาน และมองหาสิ่งที่จะนำไปสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง”

เมื่อกลับมาที่ประเทศไทย ดร.ยศพงษ์ จึงได้ชวนเพื่อนนักวิจัยจาก มจธ. และ MTEC เพื่อศึกษานโยบายเรื่องผลกระทบของเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย ซึ่งทีมได้ทุนวิจัยนโยบายจากโปรแกรมร่วมสนับสนุนทุนวิจัยและพัฒนา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) -สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และตอนที่เกิดสภาปฏิรูปแห่งชาติขึ้น ทางกรรมาธิการพลังงาน ก็มีแนวคิดส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าและนำงานวิจัยที่ทำเป็นหนึ่งในข้อมูลการทำให้เกิดข้อเสนอปฏิรูปพลังงานว่าด้วยเรื่อง “การส่งเสริมการยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย” ทำให้เขาได้มีโอกาสเข้าไปเป็นที่ปรึกษาของอนุกรรมาธิการพลังงานฯ ภายหลังข้อเสนอผ่านความเห็นชอบของสภาปฏิรูปแห่งชาติได้มีการจัดทำเสนอให้ทางรัฐบาล ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เองก็มีความสนใจและมีมุมมองเรื่องนี้อยู่แล้ว จึงมีข้อสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการให้เป็นรูปธรรม ทำให้เขามีโอกาสช่วยให้ข้อมูลหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จนนำไปสู่การก่อตั้งสมาคมยานยนต์ ไฟฟ้า ในปี 2558 ในที่สุด

“การเป็นอาจารย์สอนหนังสือ ทำให้มีอิสระทางความคิดและสามารถนำไปสู่การคิดค้นใหม่ๆ มีส่วนช่วยสร้างคนรุ่นใหม่ที่จะมาช่วยกันพัฒนานวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศมากขึ้น ในส่วนของการเป็นนายกสมาคมฯ ก็เป็นงานที่ท้าทาย เพราะยานยนต์ไฟฟ้าถือว่าเป็นเรื่องใหม่ แต่ในอนาคตอันใกล้สังคมไทยจะรู้จักและเกิดกระแสความต้องการใช้ยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นอย่างแน่นอน เพราะมีการส่งเสริมเทคโนโลยีและนวัตกรรมในด้านนี้อย่างต่อเนื่อง มากกว่านั้นทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเอง ก็ตื่นตัวกับการใช้ยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น เพราะไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุนพลังงานได้อย่างเป็นรูปธรรม เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ยังจะสามารถนำประเทศไปสู่ความมั่นคงด้านพลังงานได้อย่างยั่งยืนอีกด้วยครับ”

ล่าสุดนี้ เพื่อส่งเสริมให้มีการเรียนรู้เรื่องของเทคโนโลยีและนวัตกรรมในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ได้ร่วมกับ ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) จัดการประชุมและนิทรรศการระดับนานาชาติ “Electric Vehicle Technology Conference หรือ iEVTech 2017 ขึ้น ระหว่างวันที่ 8-9 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงาน ASEAN Sustainable Energy Week 2017 หรืองานนิทรรศการด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่ยิ่งใหญ่และครบครันที่สุดในอาเซียน

“งานประชุมสัมมนาครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้หัวข้อInnovation for Sustainable Mobility เพื่อให้เป็นเวทีที่นักวิจัย วิศวกร ผู้วางนโยบาย และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนจากทั้งประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ทั่วโลกมาร่วมเสวนา ระดมสมอง แสดงศักยภาพนวัตกรรมด้านยานยนต์สู่อนาคต รวมทั้งอัพเดททิศทางของเทคโนโลยี และนวัตกรรมยานยนต์จากบริษัทรถยนต์ชั้นนำระดับโลก ที่มาเผยถึงเทคโนโลยีล่าสุดในแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าแบบเชิงลึก ซึ่งได้รับความสนใจจากคนในวงการแวดวงยานยนต์และการอนุรักษ์พลังงานเข้าร่วมงานอย่างมากครับ”

ปตท.สผ. สนับสนุนอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ เพิ่มศักยภาพในการรักษาพยาบาลเต่าทะเล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/274603

ปตท.สผ. สนับสนุนอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์  เพิ่มศักยภาพในการรักษาพยาบาลเต่าทะเล

ปตท.สผ. สนับสนุนอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ เพิ่มศักยภาพในการรักษาพยาบาลเต่าทะเล

วันเสาร์ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ให้การสนับสนุนการจัดซื้ออุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ที่จำเป็นต่อการตรวจรักษาและผ่าตัดเต่าทะเล ให้กับโรงพยาบาลเต่าทะเล ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ เพื่อเพิ่มศักยภาพการอนุบาลและการรักษาพยาบาลเต่าทะเล

โรงพยาบาลเต่าทะเลดังกล่าว ตั้งอยู่ที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เป็นโรงพยาบาลภายใต้การดูแลของศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ และยังเป็นโรงพยาบาลเต่าทะเลแห่งแรกในเอเชียอีกด้วย

อุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ซึ่ง ปตท.สผ. ได้ให้การสนับสนุนโรงพยาบาลเต่าทะเลครั้งนี้ ได้แก่ อุปกรณ์ผ่าตัด กล้องจุลทรรศน์ เครื่องดมยาสลบ เครื่องวัดคลื่นหัวใจ เครื่องตรวจเลือด โคมไฟผ่าตัด อุปกรณ์ชันสูตรซาก หม้อนึ่งฆ่าเชื้อ ไฟยูวีฆ่าเชื้อ ฯลฯ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาพยาบาลและอนุบาลเต่าทะเลที่เจ็บป่วยให้แข็งแรงก่อนปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติ นอกจากการจัดหาอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ในการผ่าตัดและรักษาเต่าทะเลแล้ว ปตท.สผ. ยังมีแผนงานในการปรับปรุงอาคารอนุบาลเต่าทะเลและจัดทำสื่อการเรียนรู้ เพื่อเผยแพร่ความรู้เรื่องการอนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล และสร้างความตระหนักในการอนุรักษ์เต่าทะเลให้กับเยาวชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปที่มาท่องเที่ยว โดยคาดว่าการปรับปรุงอาคารดังกล่าวจะแล้วเสร็จในปี 2561

การให้การสนับสนุนอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์และการอนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลดังกล่าว เป็นหนึ่งในกิจกรรมของ ปตท.สผ.ที่มุ่งเน้นการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

โรงเรียนจิตรลดา (สายวิชาชีพ)ทางเลือกของเด็กรุ่นใหม่ (ตอน 2)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/274612

โรงเรียนจิตรลดา (สายวิชาชีพ)ทางเลือกของเด็กรุ่นใหม่ (ตอน 2)

โรงเรียนจิตรลดา (สายวิชาชีพ)ทางเลือกของเด็กรุ่นใหม่ (ตอน 2)

วันเสาร์ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

รายการ “ผู้หญิงแนวหน้ากับคุณแหน” ทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทางสถานี TNN2 ช่อง 784 สัปดาห์นี้ยังคงอยู่กับ 3 ผู้บริหาร คุณครูหมู-ดร.สันทนีย์ ผาสุก ปฏิบัติหน้าที่แทนอธิการบดี วิทยาลัยเทคโนโลยีจิตรลดา และรองผู้อำนวยการระดับประกาศนียบัตร โรงเรียนจิตรลดา (สายวิชาชีพ), คุณครูอาภาภรณ์ เทียนขาวรองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการนักเรียนนักศึกษา และ คุณครูจุฬาลักษณ์ คุปตรัตน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ โรงเรียนจิตรลดา (สายวิชาชีพ) จากโรงเรียนจิตรลดา (สายวิชาชีพ) โดยพิธีกร ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย พาไปพูดคุยกันต่อถึงกิจกรรมของเด็กนักเรียนหลังรับประทานอาหารมื้อกลางวัน กระทั่งถึงเวลาเลิกเรียน 16.30 น.

คุณครูอาภาภรณ์ เล่าว่า “ช่วงกลางวันหลังจากนักเรียนทานอาหารเสร็จแล้ว อย่างที่บอกก็ซื้อขนมมานั่งสนทนาและรับประทานกัน บางคนก็ขึ้นไปห้องสมุด ซึ่งโต๊ะทานข้าวนักเรียนที่นี่จะเป็นโต๊ะไม้จากนโยบายของครูหมูค่ะ” โดย ครูหมู-ดร.สันทนีย์เสริมว่า “อันนี้ก็เป็นพระราโชบายของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ค่ะ ทรงมีรับสั่งว่า สมเด็จย่าหรือสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี รับสั่งว่าไม้จะทำให้จิตใจเด็กอ่อนโยน เพราะฉะนั้นก็เลยมีพระราโชบายให้มีเก้าอี้รับประทานข้าวเป็นไม้ แล้วเด็กต้องดูแล แล้วต้องให้เขารักโต๊ะไม้ด้วย เพราะฉะนั้นฝ่ายปกครองก็ไปตั้งชื่อว่า น้องสามหมื่น เพื่อให้เขารู้สึกว่านี่คือ เขามีส่วนเป็นเจ้าของ”

คุณครูอาภาภรณ์ เล่าต่อว่า “โต๊ะรับประทานอาหารนักเรียน ราคาสามหมื่นกว่าบาทนี้ ก็เลยเรียกชื่อว่าน้องสามหมื่นให้เขาได้ภูมิใจ เพราะคุณครูเองเรานั่งโต๊ะไม่ถึงพัน พอหลังจากทานข้าวเสร็จ บ่ายโมงก็ขึ้นเรียนต่ออีกสามชั่วโมง ก็จะเลิกประมาณสามโมงครึ่งบางแผนกก็จะเลิกสี่โมงครึ่ง หรือว่าบางแผนกที่มีชั่วโมงยาวจริงๆ ก็จะเลิกห้าโมงสิบค่ะ อันนี้ตั้งแต่วันจันทร์จนถึงวันพุธ แต่พอวันพฤหัสบดีเราจะมีวิชาของชมรม เป็นวิชาปิดท้าย ชมรมนี้มาจากของกระทรวงแรงงาน ซึ่งก็เป็นครูหมูอีกนั่นแหละ ที่ติดต่อและก็มอบนโยบายมา”

คุณครูหมู-ดร.สันทนีย์ กล่าวอีกว่า “อันนี้คือตัวเองเป็นเด็กสายสามัญ ก็เลยมีความรู้สึกว่าอยากเปลี่ยนรสชาติของการเข้ากิจกรรมชมรมตั้งสองชั่วโมงว่าจะทำอะไรดี ก็ได้กราบบังคมทูลถามสมเด็จพระเทพฯ ทรงมีรับสั่งว่าเอากระทรวงแรงงานมาช่วยสิ กรมพัฒนาฝีมือแรงงานเขาช่วยได้ เพราะฉะนั้นอันนี้เป็นที่มาของการที่เรามีชมรม แล้วก็เด็กที่เข้าชมรมสมัยเราเป็นเด็ก เราต้องเสียสตางค์ใช่ไหมคะอันนี้กระทรวงแรงงานดูแลเราหมด เสร็จเรียบร้อยยังไม่พอค่ะ เมื่อเด็กเข้าชมรมแล้ว ก็ทำกิจกรรมชมรม เด็กได้เลือกเอง เป็นวิถีประชาธิปไตย อันนี้ได้เลือกเองว่าจะอยู่ชมรมไหน แล้วก็เมื่อจบก็จะได้รับประกาศนียบัตรโดยท่านผู้อำนวยการโรงเรียนเราบวกกับท่านผู้อำนวยการของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ก็จะมา แรงงานภาคก็จะมาเป็นคนช่วยแจกประกาศนียบัตร ปีที่แล้วมี 17 ชมรม ที่บอกว่าที่นี่มีชมรมรำไทยกลายเป็นเด็กผู้ชายไปเรียนนั้น ไม่ใช่นะคะ อันนั้นของวันศุกร์ วันพฤหัสฯ จะเป็นเรื่องกระทรวงแรงงาน”

คุณครูอาภาภรณ์ เสริมว่า “ก็จะมีชมรมการทำหุ่นด้วยมือ ชมรมการสร้างบ้านโมเดลเล็กๆ แล้วก็ถักนิตติ้ง ล้างแอร์ ทำมุ้งลวด ก่ออิฐฉาบปูน แล้วก็มีปีที่แล้วครูหมูได้เลือกมาคือซ่อมแซมห้องน้ำ เช่น ก๊อกน้ำ วาล์วน้ำ ให้เขามาสอนแบบนี้ เอสซีจีก็มาช่วยสอนซึ่งเด็กเขาก็ชอบเรียนเหมือนกัน ก็มีหลากหลายเยอะแยะ”ต่อด้วย คุณครูหมู-ดร.สันทนีย์ “แล้วก็มีอีกอันหนึ่งค่ะคือชมรมเรื่องของซ่อมเครื่องดนตรีไทย อันนี้เป็นพระราโชบายของสมเด็จพระเทพฯ ทรงมีรับสั่งว่า เครื่องดนตรีไทยมีทั้งประเทศเลย แต่ว่าเวลาซ่อมนี่ยังนึกไม่ออกว่าใครจะเป็นคนซ่อม ก็เลยมีคุณครูพร้อมทั้งผู้ประกอบการเป็นคนมาช่วยสอน”

ด้าน คุณครูจุฬาลักษณ์ เสริมว่า “นักเรียนที่นี่ถามว่าปกตินักเรียนช่างทั่วๆ ไป จะแบบไม่ค่อยตั้งใจเรียนมาก แต่ฝีมืออาจจะดี ถามว่านักเรียนที่นี่เป็นอย่างไรบ้าง ในฐานะครูฝ่ายวิชาการ เรามีนักเรียนที่เรียนดีจริงๆ ต้องมาจากสาขาการตลาด อันนั้นอาจจะเรียนทางด้านวิชาการมากหน่อย แต่ถ้าเป็นด้านช่าง เด็กของเราบอกเลยว่า เราไม่เน้นเด็กเก่ง เพราะเรามีนโยบายเลยว่า เรารับเด็กที่มีทักษะ แล้วเขาก็มีใจรัก นอกนั้นเรามาฝึกเองได้ จากสายช่างอุตสาหกรรม เราดูจากผลสัมฤทธิ์เป็นหลัก คือการเข้าประกวดแข่งทักษะของทางอาชีวะ เด็กเรานะคะทั้งทางด้านช่างก็ดี แผนกอาหารก็ดี การตลาด หรือว่าคอมพิวเตอร์ก็ดี เราได้เหรียญทองมาทุกปี เราทำส่งไปเป็นโปรเจกท์ เป็นโครงงานของเขา แล้วเขาไปประกวด โดยใช้ทักษะที่เขามีทั้งหมด เด็กบางคนเราไม่คิดเลยว่าเขาจะสามารถทำได้ ปรากฏว่าได้เหรียญทองมา หรือบางคนมีความสามารถ เช่น ร้องเพลงลูกทุ่ง เราก็ฝึกของเขา ครูหมูก็เป็นคนช่วยออกแบบท่าทางให้ ปรากฏว่าปีแรกก็ได้เหรียญทองแดง พอมาปวช.3 ได้เหรียญทองเลยนะคะ”

คุณครูอาภาภรณ์ บอกด้วยว่า “ที่หลายๆ คนอาจจะดูแล้วกลัว เพราะว่าเป็นโรงเรียนที่อยู่ในรั้วในวัง คนอาจจะกลัวเรื่องขนบธรรมเนียมประเพณี ซึ่งหลายๆ คนอาจจะคิดเอาเอง ถามว่าเด็กที่นี่ต้องเป็นชาววังไหม หรือว่าจริงๆ มาอย่างกระโดกกระเดกแล้วเรามาฝึกเขา ก็อย่างที่ครูหมูได้บอก คือเรารับเด็กทั่วไป ถ้าถามจริงๆ แล้วเป็นครูชอบเด็กซนนะ เพราะเด็กซนเขาจะมีความฉลาดในสมองเขาอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าเด็กสมัยนี้เราต้องยอมรับว่าโลกมันเปลี่ยนไป การที่เราจะนำเขามาสู่ขนบธรรมเนียมประเพณีไทยต้องค่อยๆ ใส่ อย่างเช่น ตอนเช้าก็ร้องเพลงพระราชนิพนธ์ ตอนกลางวันก็ให้นั่งคุย ขึ้นไปห้องสมุด”

คุณครูจุฬาลักษณ์ เสริมว่า “ที่บอกว่ามีเด็กผู้ชาย เด็กช่างไปประกวดมารยาทไทยแล้วได้ที่ 1ในวิชาของสังคมเรามีวิชามารยาทและการสมาคม แล้วครูหมูก็ยังคิดเลยว่า เด็กของเราพบจบออกไปแล้วต้องสง่างาม พอเด็กปี 2 ต้องเรียนวิชาลีลาศ จะได้มีความสง่างาม เราก็จะแข่งประกวดมารยาททุกปี แล้วก็เป็นที่น่าชื่นใจมากๆ ว่าตั้งแต่ประกวดมารยาทมา เราได้เหรียญทองทุกรายการ ตั้งแต่ระดับปวช. แล้วก็ระดับปวส. แล้วบางปีชนะโรงเรียนเจ้าภาพด้วยซ้ำ

ก็จะคัดเลือกเด็กผู้ชาย 5 คน ผู้หญิง 5 คน แต่อย่างผู้ชายก็ต้องมาจากเด็กช่างอยู่แล้วค่ะ ผู้หญิงก็จะเป็นเด็กอาหาร เด็กการตลาด เย็นๆ ก็ซ้อมกันครูหมูก็บอก ต้องมีข้าวให้เด็กทาน เด็กเขาจะฝึกกันเองนะคะ ถ้าเขามีบทบาทเป็นพระ เด็กก็จะวิ่งไปยืมจีวรที่วัดเบญฯ มา มีบาตรมา เพราะจะได้สมบทบาท อย่างเฝ้าฯรับเสด็จ เขาก็จะทำได้หมดเลย แล้วเขาก็จะมาสอนน้องๆ ต่อ น่าชื่นใจมาก”

คุณครูหมู-ดร.สันทนีย์ เล่าต่อว่า “ผู้ปกครองจะเป็นกังวลหมดว่า เด็กจบแล้วจะไปทำอะไร จบแล้วจะมีงานทำไหม จบแล้วจะไปเรียนต่ออะไร จริงๆ ต้องขออนุญาตนะคะว่า จะเอ่ยพระนามสมเด็จพระเทพฯทรงมีรับสั่งว่า พยายามเร้าให้เด็กเรียนจบปวส. แล้วไปเข้ามหาวิทยาลัย จะได้มีทักษะเต็มที่ มีวินัย เสร็จแล้วหางานให้ พอเด็กทำงานแล้วให้เด็กเก็บสตางค์ โดยไม่ต้องรบกวนพ่อ-แม่ แล้วกลับมาส่งตัวเองเรียนได้เพราะฉะนั้นเราได้เปิดวิทยาลัยเทคโนโลยีจิตรลดาทรงมีรับสั่งว่าวิทยาลัยเทคโนโลยีจิตรลดาที่เปิดมา 3ปีนี้จะเป็นแหล่งของพวกคุณ คุณจะเรียนเมื่อคุณอายุ40 ปี ก็ได้ 50 ปี ก็ได้ 60 ปีก็ได้ เมื่อไหร่ที่พร้อมแต่ขอให้ออกไปช่วยชาติ จบปวส.แล้วออกไปทำงานค่ะ

โรงเรียนเราต้องบอกว่า มีความร่วมไม้ร่วมมือจากนานาชาติที่ให้กับโรงเรียนนี้เยอะมาก ทั้งจากเยอรมนี ญี่ปุ่น จีน จากเยอรมนีอันนี้ก็เป็นพระบารมีของสมเด็จพระเทพฯ จากเยอรมนีเด็กได้ทุนเกอเธ่โดยที่เด็กช่างก็ไปเหมือนไปซัมเมอร์ ส่วนไปจีนไปเรื่องเรียนเลย เด็กช่างได้ไปที่เทียนสิน แล้วก็เราทำ MOU ไว้กับวิทยาลัยเทคโนโลยีจีน-เยอรมนีที่เทียนสิน เพราะฉะนั้นเด็กได้ไป 3 ปี โดยไม่ต้องจ่ายอะไรเลย ยกเว้นพ็อกเก็ตมันนี่เล็กๆ น้อยๆ

เสร็จแล้วดิฉันก็ร้อนใจว่าเอ๊ะไปเรียนแล้วได้อะไร เขาก็บอกว่าเหมือนจบปวส. เราก็เลยให้คณบดีที่วิทยาลัยไปดูว่า ยอมไหมถ้าจบเทียนสินแล้วมาต่อเลยระดับปริญญาตรี ท่านบอกว่าเรียนมากกว่าหลักสูตรของประเทศไทยอีก แล้วถ้าเป็นบริหารธุรกิจ คหกรรมไปที่เล่อซาน มณฑลเสฉวน เพราะฉะนั้นก็จะไปเรียนเรื่องอาหารแล้วก็จะไปเรียนทางด้านการตลาด แล้วยังได้เงินเดือนด้วยนะคะ นักเรียนที่ไปเล่อซาน ทางโน้นให้เงินเดือนด้วย ให้ค่าขนมด้วย”

คุณครูจุฬาลักษณ์ เสริมว่า “เนื่องจากเรามีสถานประกอบการแล้วก็ได้ความร่วมมือทั้งจากจีน ทั้งเยอรมนี แล้วก็มีญี่ปุ่น เราก็จะมีภาษาที่สามตามพระราโชบายที่ให้นักเรียนนักศึกษาได้เรียนภาษาที่สามนะคะ นอกจากภาษาไทย ภาษาอังกฤษแล้ว อันนี้เราไม่นับ ก็คือให้มีภาษาที่สามคือ ภาษาจีน ภาษาเยอรมันภาษาญี่ปุ่น ให้เด็กทดลองเรียนก่อนสองสัปดาห์ แล้วเด็กชอบอะไรก็ให้เลือกอันนั้น สมมุติเรียนไปแล้วเกิดท้อแท้ แบบเลือกญี่ปุ่นแล้วรู้สึกว่าอยากจะไปเยอรมนี ก็ให้เขาเปลี่ยนได้ แต่เขาต้องไปติดตามผลเอง”

ปิดท้ายที่ คุณครูหมู-ดร.สันทนีย์ “สถานประกอบการไทยก็ให้ความสนใจกับนักเรียนที่นี่มากเป็นพิเศษ ต้องบอกว่าเยอะมาก ต้องกราบขอบพระคุณเลย ไม่ว่าจะเป็นบริษัทล็อกซเล่ย์ โตชิบา โตโยต้า เทสโก้โลตัส ทีโอที แล้วก็อีกมากมาย มีสิ่งหนึ่งอยากจะบอกว่าเด็กเรานะคะท่านผู้ปกครองขา เราตกแต่งเด็กเต็มตัว เด็กไม่ว่าจะจบปวช. หรือปวส. เด็กเรานั้นภาษาอังกฤษก็จะได้ตามที่สถานประกอบการต้องการ คือเราให้สอบโทอิค แล้วภาษาที่สาม เราก็ไม่ได้ให้เรียนเปล่านะ เรามีการไปสอบเทียบมาตรฐานของแต่ละภาษาด้วย แล้วก็ทำชมรม เราก็ไม่ได้ทำเปล่าค่ะ เด็กจะได้ประกาศนียบัตรมาตรฐานฝีมือแรงงานระดับหนึ่งด้วยค่ะ”

เรื่องราวดีๆ ที่ครบครันทั้งสาระและบันเทิงแบบนี้ มีให้ชมในรายการ “ผู้หญิงแนวหน้ากับคุณแหน”ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทางTNN2 (และช่อง 784 ทางดิจิตัลทีวี) หรือ True Visions 8 ชมรายการย้อนหลังได้ที่ youtube ผู้หญิงแนวหน้า byคุณแหน

คุณแหน : 10 มิถุนายน 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/274605

คุณแหน : 10 มิถุนายน 2560

คุณแหน : 10 มิถุนายน 2560

วันเสาร์ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

●● ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระพิธีธรรมและสวดพระอภิธรรมศพคุณหญิงนงเยาว์ โชติพานิช ภริยาสวัสดิ์ โชติพานิช อดีตประธานศาลฎีกา ณ ศาลาพิสิษฐ์กุล วัดชลประทานรังสฤษฏ์ พระอารามหลวง ถึง 11 มิ.ย.เวลา 19.00 น. และสวดพระอภิธรรมถึง 15 มิ.ย. แล้วบรรจุ…เจ้าภาพของดรับหรีดดอกไม้…

●● ทำดีเพื่อพ่อหลวง ร.9สากล ฐินะกุล อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ออกทุนซื้ออุปกรณ์ประดิษฐ์ “ดอกดารารัตน์” เพื่อให้ลูกน้องในกรม ช่วยกันทำในช่วงพักเที่ยงทุกวัน ให้ทันเพื่อถวายในงานวันที่ 26 ต.ค. ที่จะถึง…

●● ขอแสดงความยินดีกับ บรรพต อมราภิบาล ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง “รองอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม” ก่อนเกษียณกันยายน ปีนี้…และที่กรมเดียวกันภาวินี ณ สายบุรี ได้นั่งเก้าอี้ “เลขานุการกรม” ที่ว่างมาระยะหนึ่งแล้ว…

●● ดีใจด้วยกับ อุบล มุสิกวัตร ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น “ผอ.ศูนย์สารสนเทศ สำนักปลัดฯ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม”…

●● เตือนใจ สินธุวนิก ประธานคณะกรรมการเสียงปฏิรูปประเทศ สปท.เลี้ยงตะบองเพชร กระถางย่อมๆ น่ารักที่แย่งกันออกดอกสวยงามวางที่โต๊ะทำงาน…และระหว่างนี้เจ้าตัวมีกิจกรรมประดิษฐ์ดอกดารารัตน์ที่บ้าน โดยเชิญชวนญาติสนิทมิตรสหายมาสามัคคีกันทำด้วย…

●● ช่วงนี้ ธวัชชัย-สุทัศนีย์ ไวยนิยา ไปทริปที่นิวยอร์ก และได้ชักภาพโดยมีเทพีสันติภาพเป็นฉากหลังมาอวดเพื่อนๆ ด้วย…

●● ไปทัวร์ยุโรปยาว แต่ สุพจน์ ผจญยุทธ์ไม่เสียงานจัดรายการวิทยุที่ทำประจำ โดยมอบหมายงานสำคัญนี้ให้กับ โกมุท คงเทศ ดำเนินการต่อที่คลื่น 93.5 แฮปปี้ไทม์…ส่วนงาน Retro Party ที่ดีเจคลื่น 93.5 Happy Time วันที่17 มิ.ย.นี้ ขายหมดเกลี้ยงในพริบตาจัดที่สยามเฮ้าส์ พุทธมณฑล…

●● หลังจากนำภาพสมัยหนุ่มฟ้อหล่อเฟี้ยวออกเผยแพร่ทาง FB มีบรรดา FC มากดไลค์ให้ เกษม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา อย่างอุ่นหนาฝาคั่ง น่าปลื้มแท้…

●● สิริมา อภิจาริน นักเขียนชื่อดังคงเป็นแจ๋วชั่วคราว เพราะแม่บ้านที่รู้ใจลานายไปขายสับปะรด เมื่อเร็วๆ นี้ โดยยังไม่มีกำหนดกลับ !!…●●

บารอนเนส

อพท. จับมือ นิด้า จัดหลักสูตรท่องเที่ยวยั่งยืนปั้นคนรุ่นใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/274606

อพท. จับมือ นิด้า จัดหลักสูตรท่องเที่ยวยั่งยืนปั้นคนรุ่นใหม่

อพท. จับมือ นิด้า จัดหลักสูตรท่องเที่ยวยั่งยืนปั้นคนรุ่นใหม่

วันเสาร์ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

อพท. ผนึกนิด้าจัดทำองค์ความรู้ด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอนสาขาการท่องเที่ยว การโรงแรม และการบริการ ตอกย้ำเป็นองค์กรแห่งองค์ความรู้

พันเอก ดร.นาฬิกอติภัค แสงสนิท ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. เปิดเผยว่าเพื่อยกระดับการดำเนินงานของ อพท. ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นและเป็นไปอย่างต่อเนื่อง อพท. จึงได้ร่วมมือกับสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) จัดทำกรณีศึกษา (Case Study) ด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของ อพท. ที่สอดคล้องตามแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนภายใต้เกณฑ์ GSTC และจัดฝึกอบรมคณาจารย์ผู้สอนในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการท่องเที่ยวทั่วประเทศ ในการนำกรณีศึกษาของ อพท. ไปใช้ในการจัดการเรียนการสอน เป็นการเผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในกลุ่มคนรุ่นใหม่ และแวดวงวิชาการได้อย่างดียิ่งขึ้น

กิจกรรมการฝึกอบรมครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนภายใต้เกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (GSTC) ซึ่งทำให้ประเทศไทยมีต้นแบบการบริหารจัดการและการพัฒนาการท่องเที่ยวที่เทียบเคียงได้กับมาตรฐานสากล ที่สำคัญคือ เป็นการพัฒนาการท่องเที่ยวที่นำไปสู่ความ “มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” ตามนโยบายของรัฐบาล

ทั้งนี้ “สภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก” หรือ Global Sustainable Tourism Council (GSTC) เป็นองค์กรระดับโลกที่ได้กำหนดเกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (Global Sustainable Tourism Criteria: GSTC) ซึ่งได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในระดับนานาชาติ โดยองค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (UNWTO) ได้นำเอาเกณฑ์ของ GSTC ไปปรับใช้กับประเทศสมาชิก เนื่องจากเป็นเกณฑ์ที่จะช่วยยกระดับการพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศสมาชิกให้เกิดความยั่งยืนได้อย่างเป็นระบบ โดยแหล่งท่องเที่ยวจะต้องบริหารจัดการอย่างบูรณาการและมองภาพรวมที่ครอบคลุมทั้ง 4 มิติ คือ การบริหารจัดการอย่างยั่งยืน,การเพิ่มผลประโยชน์และลดผลกระทบเชิงลบ ทางสังคม-เศรษฐกิจแก่ชุมชนท้องถิ่น,การเพิ่มผลประโยชน์และลดผลกระทบเชิงลบ ทางวัฒนธรรมแก่ชุมชนและนักท่องเที่ยว และการเพิ่มผลประโยชน์และลดผลกระทบด้านลบทางสิ่งแวดล้อม

สำหรับ อพท. ได้นำแนวทางของเกณฑ์ GSTC มาปรับใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานในพื้นที่พิเศษทั้ง 6 แห่ง ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2556 โดยปี 2559 อพท. ได้จัดสัมมนาและนิทรรศการ “Grow Green Together,Travel Forever” เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2559 เพื่อเผยแพร่ผลการดำเนินงาน อพท. ที่สอดคล้องกับเกณฑ์ GSTC ทั้ง 4 ด้าน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของ อพท. ภายใต้เกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (GSTC) ให้เป็นที่ยอมรับ สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ทั้งบุคคลทั่วไปและในวงการวิชาการ ซึ่งจะสามารถยกระดับภาพลักษณ์การดำเนินงานของ อพท. ให้เป็นที่รู้จักในฐานะคลังความรู้ชั้นนำด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนที่สำคัญของประเทศ และยังเป็นการเพิ่มศักยภาพในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การปฏิรูปการท่องเที่ยวไทยให้อยู่ในระดับสากลได้อีกทางหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม GSTC ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ อพท. เมื่อปี 2558 และได้พัฒนาผู้ฝึกสอนที่ได้รับอนุญาต (Authorized Trainers) ให้กับบุคลากรของ อพท. รวมทั้งมอบสิทธิให้ อพท. นำเนื้อหาหลักสูตรระดับโลกนี้มาแปลเป็นภาษาไทย ซึ่งในปี 2559 อพท. ได้มีการจัดการฝึกอบรมในพื้นที่พิเศษของ อพท. ก่อน จากนั้นอพท. กับ GSTC ได้ทำการประเมินและปรับปรุงหลักสูตรเพื่อให้เข้ากับบริบทของประเทศไทยมากที่สุด และเปิดการฝึกอบรมให้กับบุคคลทั่วไปในระยะต่อไป

ดังนั้นในการร่วมมือกับนิด้าเพื่อจัดทำชุดองค์ความรู้ที่อยู่ในรูปแบบกรณีศึกษา (Case Study) ด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของ อพท. จึงเป็นการขยายผล และต่อยอดองค์ความรู้ด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนภายใต้เกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (GSTC) ของ อพท. ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่องในวงกว้าง สามารถเข้าถึงได้ง่าย โดยมีกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ บุคลากรในวงการด้านการพัฒนาการท่องเที่ยว หน่วยงานผู้กำหนดนโยบายและหน่วยงานปฏิบัติ กลุ่มคนรุ่นใหม่ และผู้สนใจทั่วไป สามารถใช้เป็นต้นแบบการบริหารจัดการและการพัฒนาการท่องเที่ยวที่เทียบเคียงกับมาตรฐานสากลได้

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 10 มิถุนายน 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/274588

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 10 มิถุนายน 2560

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 10 มิถุนายน 2560

วันเสาร์ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“เต้าหู้ฮ่องเต้” ชวนชิมรสชาติเข้มข้นของน้ำซุปที่ปรุงแต่งมาในแบบซุปน้ำแดง พร้อมเต้าหู้ขาวคัดพิเศษที่ผ่านกระบวนการทอดในอุณหภูมิที่พอเหมาะ จนกรอบนอกนุ่มในและไม่อมน้ำมัน มาเคียงคู่กับเหล่าบรรดาเนื้อปลาทอดชิ้นโตแบบเน้นๆ ลูกชิ้นกุ้งทอดแสนอร่อย และปลาหมึกชิ้นยักษ์สดใหม่คัดพิเศษ พร้อมอาหารจีนบุฟเฟ่ต์อีกกว่า 50 ชนิด อาทิ เป็ดปักกิ่ง, หมูหันฮ่องกง, ซีฟู้ดฮองเฮา, เป๋าฮื้อน้ำแดง ฯลฯ ที่ห้องอาหาร สเตลล่า พาเลซ ชั้น 79 โรงแรมใบหยก สกาย โทร.02-6563939

“บุฟเฟ่ต์นานาชาติ” ชวนชิมบุฟเฟ่ต์อินเตอร์นานาชาติ อิ่มอร่อยกับอาหารทั้งไทยและเทศ อาทิ แซลมอนอบซอสแม็กซิกัน,
ไก่อบน้ำผึ้ง, มันฝรั่งอบเกลือ, แซนด์วิชเนื้อสันนอกเห็ดหอมสดผัด, ซี่โครงหมูบาร์บีคิว, ข้าวผัดสเปน, ซูชิ, ซาซิมิ, อาหารไทยจานเด็ด, ข้าวมันไก่ ตบท้ายด้วยกล้วย, เผือกมันทอดสูตรมิราเคิล ฯลฯ มื้อกลางวันในราคาท่านละ 550 บาท มื้อค่ำท่านละ 690 บาท วันนี้-30 มิ.ย. ที่ห้องอาหารเปรมประชากร โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น โทร.02-5755599

“โปรเกรสซีฟดินเนอร์” ชวนชิมมื้อค่ำสุดเอ็กซ์คลูซีฟ 3 สไตล์ เริ่มต้นที่เมนูเรียกน้ำย่อยสไตล์สเปนอย่างทาปาสหลากหลายเมนู ทั้งขาแฮมโฮเซลิโต้, แคนตาเบรียนแอนโชวี่, วิโวโรสโต, ฟัวกราส์เทอร์รีน เสิร์ฟกับไวน์แซงเกรีย ต่อด้วยอาหารจานหลัก ปลาโซลจากโดเวอร์อบเนย หรือเนื้อวัววากิวส่วนซี่โครงจากอเมริกาตุ๋น เสิร์ฟกับไวน์หลุยส์ฟิลิปป์จากฝรั่งเศส ปิดท้ายด้วยช็อกโกแลตชีสเค้ก และจิบแชมเปญจากฝรั่งเศส จี.เอช.มุมม์ นัมเบอร์วัน พิ้งค์ ในราคาท่านละ 2,999 บาท++ วันนี้-30 มิ.ย. ที่ห้องอาหารอูโนมาส ชั้น 54, ห้องอาหารเรดสกาย ชั้น 55 และครูแชมเปญบาร์ แอท เรดสกาย ชั้น 59 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ โทร.02-1006255

ชวนชิม

“เมนูเพื่อสุขภาพ” ชวนชิมเมนูอกไก่ย่างแบบออสการ์เสิร์ฟพร้อมมันฝรั่งทอดกับผักรวม และเมนูปีกไก่อบติดปีกราดซอสสตรอเบอร์รี่ ที่ได้ทั้งความอิ่มอร่อยแล้วยังเป็นเมนูเพื่อสุขภาพ พร้อมเพลิดเพลินกับบรรยากาศเพลงร็อกแอนด์โรลโดยเอลวิสเมืองไทย จารึก วิริยะกิจ ทุกวันจันทร์-เสาร์ เวลา 19.30-21.00 น. วันนี้-30 มิ.ย. ที่ห้องอาหารทิโวลี่ คอฟฟี่ ช็อป โรงแรมเอเชีย กรุงเทพ โทร.02-2170808 ต่อ 5291

“ซีฟู้ดดินเนอร์” ชวนชิมบุฟเฟ่ต์ดินเนอร์ เอาใจเหล่าคนรักปู อาทิ ปูต็อกต็อกจากฝรั่งเศส, ปูอลาสก้า, ปูลายเสือ, ปูม้า ฯลฯ และอีกหลากหลายซีฟู้ด อาทิ กั้ง, กุ้ง, ปลาหมึก, หอยหวาน, หอยออยสเตอร์ ฯลฯ ในราคาท่านละ 1,050 บาท++ ทุกมื้อค่ำ วันศุกร์-วันเสาร์ ที่ห้องอาหารนานาชาติ วัน รัชดา โรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว กรุงเทพ ฟอร์จูน โทร.02-6411500

“สปาร์คกลิ้ง ซันเดย์บรันช์” ชวนชิมบุฟเฟ่ต์อาหารตะวันตก,เอเชี่ยน และไทย ทั้งหอยนางรมจากฝรั่งเศส ฟินเดอแคลร์, ปูอลาสก้า, ตับห่านทอด, ซี่โครงเนื้อ, ซี่โครงแกะออสเตรเลีย, เป็ดย่างฮ่องกง, บาร์บีคิว ฯลฯในราคาท่านละ 2,200 บาท++ รวมเครื่องดื่มซอฟท์ดริงก์ไม่ผสมแอลกอฮอล์ หรือท่านละ 2,700 บาท++ รวมบาร์เครื่องดื่มแบบเต็มรูปแบบ อาทิ สปาร์คกลิ้ง, ค็อกเทล, เบียร์ และไวน์ ทุกวันอาทิตย์ วันนี้-30 มิ.ย. ที่ห้องอาหารเลทเทส เรซิพี โรงแรมเลอ เมอริเดียน สุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ กอล์ฟ รีสอร์ทแอนด์สปา โทร.02-1187712

ชวนช็อป

“Cactus & Succulents Fair #10” ชวนช็อปต้นกระบองเพชรและไม้อวบน้ำ รูปทรงสวยงามแปลกตา และของตกแต่งสวนมากมายกว่า 80 ร้านค้า พร้อมร่วมกิจกรรมต่างๆ อาทิ การประมูลต้นกระบองเพชรพันธุ์หายาก, เวิร์กช็อปการจัดสวนถาดและการเขียนสีน้ำ ฯลฯ วันนี้-11 มิ.ย. ที่ลาน Nine Square และ West Village ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9

“Sneakers Show Case 2017” ชวนช็อปรองเท้าสนีกเกอร์รุ่นหายาก และรองเท้าผ้าใบสุดชิคดีไซน์ล้ำ กว่า 50 แบรนด์ดังในราคาพิเศษลดสูงสุด 50% พร้อมชมการแข่งขันบีแบทเทิลปีที่ 3 สนุกสุดมันส์ของเหล่าบีบอย วันนี้-18 มิ.ย. ที่ชั้น LG, G และ M ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 อโศก โทร.02-1080888

“Nine West Brand Sale” ชวนช็อปสินค้าแฟชั่นเสื้อผ้า, รองเท้า, กระเป๋า หลากสไตล์ จากแฟชั่นแบรนด์เนม อาทิ Nine West, Karen Millen, Joan & David, Steve Madden, Anne Klein, Easy Spirit, Cosmoparis, Enzo Angiolini ฯลฯ ลดสูงสุดถึง 70% วันนี้-12 มิ.ย.ที่อีเว้นท์ฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าอัมรินทร์พลาซ่า เพลินจิต โทร.02-6581426-9

ชวนใช้

“Appliance & More” ชวนใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่มีฉลาก Inverter อาทิ เครื่องปรับอากาศ, ตู้เย็น, เครื่องซักผ้า, หลอดแอลอีดี, ครัวประหยัดไฟ, สุขภัณฑ์ประหยัดน้ำ ฯลฯ ที่ช่วยประหยัดไฟสูงสุดถึง 40% พร้อมโปรโมชั่นสุดคุ้มสำหรับลูกค้าบัตรโฮมการ์ด และบริการ Home Service ช่างประจำบ้านตลอด 24 ชั่วโมง วันนี้-28 มิ.ย. ที่โฮมโปร ทุกสาขาทั่วประเทศ

“Wedding Fair 2017 by Neo” ชวนใช้แพ็กเกจงานแต่งงานของโรงแรมวินเซอร์ สวีทส์ โดยทีมงานมืออาชีพมากด้วยประสบการณ์คอยให้คำแนะนำ พร้อมรับโปรโมชั่นและข้อเสนอสุดพิเศษ วันนี้-11 มิ.ย. ที่บูธ P124 ในงานเวดดิ้งแฟร์ 2017 บายนีโอ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ โทร.02-2621234 ต่อ 1422-1424

“พริตตี้แอสอะพีช” ชวนใช้แพ็กเกจสปาทรีตเม้นท์ ปรนนิบัติผิวสวยด้วยพีชและดราก้อนฟรุ๊ต บำบัดความเหนื่อยล้าไปกับกลิ่นหอมจากผลไม้ ตลอดระยะเวลา 2 ชั่วโมงเต็ม ในราคาท่านละ 2,850 บาท++ พร้อมรับอภินันทนาการครีมบอดี้โลชั่น
กลิ่นพีชท่านละ 1 ขวด วันนี้-31 ก.ค. ที่สปาเซ็นวารี โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ โทร.02-5411234 ต่อ 4292, 4567

ชวนชม

“กระจกหกด้าน” ชวนชมสารคดีกระจกหกด้าน ตอนสื่อ 3 มิติ สะท้อนความจริงที่ปรากฏผ่านรูปทรง เส้น สี ผิวสัมผัส ในวันพุธที่ 14 มิ.ย. และตอนคราม สีน้ำเงินเข้มกึ่งม่วง ลำดับสีที่สองของสีรุ้ง ให้ความรู้สึกเย็น สบายตา ในวันพฤหัสบดีที่ 15 มิ.ย. เวลา 15.45-16.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

“งานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 41” ชวนชมการจัดแสดงรถโบราณ และรถสปอร์ตหรูทรงคุณค่าหาชมได้ยาก กว่า 100 คัน ภายใต้คอนเซ็ปต์คุณค่าและความงามร่วมสมัย ระหว่างวันที่ 14-15 มิ.ย. ที่ชั้นจี ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์

“S.O.S Message from the Sea” ชวนชมนิทรรศการศิลปะจากขยะ ศิลปะแบบจัดวางสูงกว่า 3.5 เมตร ที่ถูกออกแบบให้เสมือนท้องทะเลที่ล้อมรอบไปด้วยปะการังนานาชนิด ซึ่งล้วนทำมาจากขยะเหลือทิ้งทั้งหมด พร้อมช็อปถุงผ้ารีไซเคิล ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรักษ์โลก วันนี้-30 มิ.ย. ที่โซนเดอะพอร์ท ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตองภูเก็ต โทร.076-600111

 

ส่งข้อมูลกิจกรรมต่างๆ ได้ที่ ธนเดช อิงคภัทรางกูร E-mail : tanadet@outlook.com

ปาร์ตี้การกุศล เนโกรนี่วีค 2017 รายได้มอบ’มูลนิธิชัยพัฒนา’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/274647

ปาร์ตี้การกุศล เนโกรนี่วีค 2017 รายได้มอบ'มูลนิธิชัยพัฒนา'

ปาร์ตี้การกุศล เนโกรนี่วีค 2017 รายได้มอบ’มูลนิธิชัยพัฒนา’

วันศุกร์ ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 20.03 น.

มิสเตอร์ เอส ที กัน กรรมการผู้จัดการบริษัท อินดิเพนเดนท์ ไวน์ แอนด์ สปิริต (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าเครื่องดื่มคัมพารี และมิสเตอร์โทมัส ดีลิดัลลี่ (ลำดับที่4 จากซ้าย) ผู้จัดการใหญ่ Vogue Lounge (โว้ก เลาจน์) จัดงานปาร์ตี้การกุศล Negroni Week 2017 (เนโกรนี่ วีค 2017)  ที่ Vogue Lounge ชั้น 6 ตึกมหานคร  คิวบ์

โดยรายได้ทั้งหมดจำนวน 105,000 บาท จากการจำหน่ายบัตรในครั้งนี้ ได้ถูกนำไปบริจาคให้เเก่ มูลนิธิชัยพัฒนา ภายในงาน มีเเขกผู้มีเกียรติ ดารา เเละเหล่าเซเลบริตี้ มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง อาทิ เเคทลียา อิงลิช, คาร่า พอตเตอร์, หม่อมราชวงศ์สุทธิภาณี ยุคล, ชุติมา ดุรงค์เดช, นันทวิมล พลพานิช, คุณาคม พลพานิช เเละ วาชินี ไกรฤกษ์ เวนเวล ฯลฯ