คริสต์มาส ทรี แชริตี้ โปรเจกท์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/306247

คริสต์มาส ทรี แชริตี้ โปรเจกท์

คริสต์มาส ทรี แชริตี้ โปรเจกท์

วันศุกร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ช่วงท้ายปลายปีแบบนี้ เอ๋-นนทกานต์ ทัพพะรังสี อึง แห่ง ลอมป์ เบอร์ชเย่ ปารีส (Lampe Berger Paris)ขอร่วมฉลองเทศกาลคริสต์มาสและต้อนรับปีใหม่ด้วยกิจกรรม “คริสต์มาส ทรี แชริตี้ โปรเจกท์ (Christmas Tree Charity Project)” ที่ร่วมมือกับ โรงแรม อนันตรา สยาม กรุงเทพฯ เชิญร่วมโหวตให้กับต้นคริสต์มาสของ ลอมป์ เบอร์ชเย่ ปารีส (Lampe Berger Paris) ภายใต้แนวคิด “Christmas Essence” ที่ได้รับเกียรติจาก วสุ วิรัชศิลป์ นักออกแบบ สถาปนิกชื่อดัง มาออกแบบและตกแต่งให้ต้นคริสต์มาสของ ลอมป์ เบอร์ชเย่ ปารีส สวย โดดเด่น ไม่เหมือนใครได้แรงบันดาลใจจากกลิ่นหอมที่เข้ากับบรรยากาศคริสต์มาสอย่าง VirginiaCedarwood กิจกรรมนี้ยังได้ร่วมบุญส่งท้ายปี เพราะรายได้จากกิจกรรมจะมีการนำไปมอบให้แก่มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทย อีกด้วย

เชิญชวนเพื่อนพ้องและแฟนๆ ลอมป์ เบอร์ชเย่ ปารีส ชมต้นคริสต์มาสได้ที่ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ บริเวณปาริชาติ คอร์ท และโหวตให้ต้นคริสต์มาสของ ลอมป์ เบอร์ชเย่ ปารีสได้ทาง เฟซบุ๊คเพจ Anantara Siam Bangkok Hotel ภาพ No.04 ตั้งแต่วันนี้-6 ธันวาคม 2560 #lampebergerparis #ลอมป์เบอร์ชเย่ปารีส

intrend : FALL 2017 AN INFLUX OF VICTORIAN INFLUENCES

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/306294

intrend : FALL 2017 AN INFLUX OF VICTORIAN INFLUENCES

intrend : FALL 2017 AN INFLUX OF VICTORIAN INFLUENCES

วันศุกร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ALEXANDER MCQUEEN

กลิ่นอายของยุควิคตอเรียแบบประยุกต์มีให้เห็นในทุกๆ สิ่งกันอีกครั้งในฤดูกาลนี้ หากแต่มิใช่การใช้ลูกไม้ เทรนด์ที่เราจับตามองกันในวันนี้เป็นการร้อยคล้องสายไขว้ไป-มาประหนึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากเสื้อคลอเซตลงบนเสื้อผ้า กางเกงหนังรวมไปถึงรองเท้า กระเป๋า เป็นอีกหนึ่งดีเทลน่าสนใจที่หลากหลายแบรนด์พร้อมใจส่งออกมารับลมหนาว

ALEXANDER MCQUEEN

ALEXANDER MCQUEEN
ALEXANDER MCQUEEN

ALEXANDER MCQUEEN
SASS & BIDE

SASS & BIDE
SAMUJI

SAMUJI
PAMELLA ROLAND

PAMELLA ROLAND
PAMELLA ROLAND

PAMELLA ROLAND
MARA HOFFMAN

MARA HOFFMAN
HOUSE OF HOLLAND

HOUSE OF HOLLAND
FAUSTO PUGLISI

FAUSTO PUGLISI
FAUSTO PUGLISI

FAUSTO PUGLISI
DOLCE & GABBANA

DOLCE & GABBANA

‘มอนซูน แวลลีย์’คว้ารางวัล’Brand of the Year’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/306205

'มอนซูน แวลลีย์'คว้ารางวัล'Brand of the Year'

‘มอนซูน แวลลีย์’คว้ารางวัล’Brand of the Year’

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 19.30 น.

ปองกมล แจ้งเจนกิจ Marketing Manager World of Winesกล่าวว่ามอนซูน แวลลีย์ (Monsoon Valley) เป็นแบรนด์เพียงหนึ่งเดียวในประเภทธุรกิจไวน์จากประเทศไทยที่ได้รับคัดเลือกเข้ารับรางวัลแบรนด์ระดับโลกในปีนี้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของไวน์ไทยที่มีคุณภาพและรสชาติเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงการสร้างแบรนด์ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง จนได้รับรางวัลจากการแข่งขันระดับโลกมาแล้วมากกว่า 200 รางวัล

“นับเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ มอนซูน แวลลีย์ ก้าวสู่การเป็นผู้ผลิตสินค้าไทยที่มีคุณภาพ จนทั่วโลกให้การยอมรับ โดยสามารถสร้างประวัติศาสตร์ให้กับไวน์ไทยเพียงหนึ่งเดียวที่คว้ารางวัลแบรนด์ระดับโลกได้ ซึ่งตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา บริษัทได้พัฒนาทั้งคุณภาพ รสชาติ ควบคู่ไปกับกำหนดกลยุทธ์การตลาดในหลายด้าน รางวัล Brand of the Year จึงเป็นรางวัลอันทรงเกียรติที่ตอกย้ำในคุณภาพและมาตรฐานไวน์สัญชาติไทยที่ก้าวสู่การเป็นแบรนด์ระดับโลก” ปองกมล กล่าว

ทั้งนี้ไวน์มอนซูน แวลลีย์ (Monsoon Valley Wines) เป็นไวน์สัญชาติไทยที่เริ่มต้นโครงการ เมื่อปี 2544ทำการผลิตไวน์ด้วยองุ่นจาก ไร่องุ่นมอนซูน แวลลีย์ที่หัวหิน ซึ่งสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศ เหมาะสมกับการปลูกองุ่นสายพันธุ์ต่าง ๆ จากทั่วโลก จึงมีวัตถุดิบหลากหลายในการผลิตไวน์ และภายใต้การดูแลอย่างพิถีพิถันทุกขั้นตอนโดยไวน์เมเกอร์ผู้มากประสบการณ์ของสยามไวเนอรี่ ทำให้ไวน์มอนซูน แวลลีย์มีคุณภาพและรสชาติเป็นเอกลักษณ์จนได้รับรางวัลระดับชาติสำหรับประเทศไทย (National Award for Thailand) ซึ่งรางวัลนี้จะมอบให้กับแบรนด์ระดับท็อปในแต่ละประเทศที่เข้าร่วม และต้องเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงในประเทศบ้านเกิดของตน รวมถึงได้รับการยอมรับในฐานะแบรนด์ที่มีความพิเศษเฉพาะอย่างแท้จริง

สำหรับแบรนด์ที่ได้รับรางวัลระดับโลกในอดีต ได้แก่ แอปเปิล (Apple), โคคา-โคลา (Coca-Cola),
แมคโดนัล’ส (McDonald’s), เมอร์เซเดส-เบนซ์ (Mercedes-Benz), ซัมซุง (Samsung), แอร์เมส (Hermès), ไนกี้ (Nike) และฮิลตัน โฮเทลส์ (Hilton Hotels)

ขณะที่ผู้ได้รับรางวัลระดับประเทศในอดีตจากทั่วโลก ได้แก่ บีบีซี(BBC), บริติชแอร์เวย์ส(British Airways), มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด (University of Oxford), เฟอร์รารี่ (Ferrari), เชลล์ (Shell), มิชลิน (Michelin),เอเซอร์ (Acer) และ สปีโด (Speedo)

‘ปอ ศีกัญญา’ชวนเซเลบชื่อดังของเมืองไทยสัมผัสเสน่ห์ Audi

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/306202

'ปอ ศีกัญญา'ชวนเซเลบชื่อดังของเมืองไทยสัมผัสเสน่ห์ Audi

‘ปอ ศีกัญญา’ชวนเซเลบชื่อดังของเมืองไทยสัมผัสเสน่ห์ Audi

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 18.30 น.

สัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งยนตรกรรมที่หลอมรวมผู้สร้างและผู้ใช้ไว้ด้วยกัน Audi Thailand โดยบริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ Audi (อาวดี้)  อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ร่วมสัมผัสนวัตกรรมการขับขี่ยนตรกรรมระดับสูง ที่สะท้อนบุคลิกสไตล์ไดนามิก สปอร์ต อันเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์ Audi (อาวดี้)  ในกิจกรรม “อาวดี้ เอ็กซ์คลูซีฟ ไดรฟ์วิ่ง เอ็กซ์พีเรียนซ์ แอท หัวหิน” โดยจัด ทริปสุดพิเศษให้ลูกค้า และเหล่าเซเลบริตี้ อาทิ อรวรรณ อิงคสิทธิ์, วีกฤษฏิ์  พลาฤทธิ์, ณชนก รัตนทารส, ศีกัญญา ศักดิเดช ภาณุพันธ์ และ พิรชัย เบญจรงคกุลได้ร่วมทดลองขับขี่รถยนต์อาวดี้ทั้งในรุ่น Sedan รุ่น Coupe และรุ่น SUV รวม 4 รุ่นได้แก่ รุ่น Audi A4รถยนต์ซีดาน สี่ประตู, รุ่น Audi A5 Coupe รถยนต์สไตล์สปอร์ต คูเป้, รุ่น Audi Q5 รถยนต์อเนกประสงค์ตัวใหม่ล่าสุด และรุ่น Audi Q7 รถยนต์อเนกประสงค์รุ่นยอดนิยม จากกรุงเทพฯ สู่หัวหิน ในงานนี้ทาง Audi (อาวดี้) ยังได้เตรียมรถ Coupe ไว้ให้เหล่าเซเลบริตี้ได้ทดลองขับขี่ที่หัวหินนำโดยAudi TT Coupe และสุดพิเศษในรุ่น Audi TTS Coupe ซึ่งเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่เปิดให้ทำการทดลองขับขี่อีกด้วย รวมทั้งรื่นรมย์กับดินเนอร์มื้อแสนผ่อนคลาย จากเชฟมิชลินสตาร์ที่โรงแรม อินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท

กฤษณะกร เศวตนันทน์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Audi (อาวดี้) ประเทศไทย กล่าวว่า “บริษัทฯ มีความภูมิใจที่ได้รับการแต่งตั้งจาก Audi AG ประเทศเยอรมนี ให้เป็นผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ Audi อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ด้วยกลยุทธ์การบริหารพร้อมทีมงานที่แข็งแกร่ง และพร้อมนำเสนอยนตรกรรมเหนือระดับที่เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า ด้วยความมุ่งมั่นพัฒนาการบริการหลังการขายเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุด ซึ่งเป็นความตั้งใจของเราในการขับเคลื่อน Audi (อาวดี้) ให้เป็นแบรนด์ที่เปี่ยมพลัง มีชีวิตชีวา สำหรับผู้หลงใหลและชื่นชอบ Audi (อาวดี้)ในประเทศไทยทุกคน

“เช่นเดียวกับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ที่เราตั้งใจจัดขึ้นเพื่อมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้กับแขกวีไอพีทุกท่านได้สัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งยนตรกรรมระดับโลกอย่างใกล้ชิด ซึ่งเราเชื่อมั่นว่ากิจกรรมครั้งนี้จะสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าอาวดี้ทุกท่านอย่างแน่นอน”

พร้อมกันนี้เหล่าเซเลบริตี้ที่มาร่วมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟครั้งนี้ ได้ร่วมเผยความรู้สึกที่ได้สัมผัสประสบการณ์ในการขับขี่รถยนต์อาวดี้ รุ่นต่าง ๆ จากกรุงเทพฯ สู่หัวหิน ซึ่งสร้างความประทับใจเป็นอย่างมากเริ่มจาก ณชนก รัตนทารส นักธุรกิจหนุ่มใหญ่มาดเท่ เผยความประทับใจที่ได้ร่วมทดลองขับAudi Q7 รถยนต์อเนกประสงค์รุ่นยอดนิยม จากกรุงเทพฯ สู่หัวหิน “ถือเป็นรถขนาดใหญ่ที่ภายในกว้างขวาง และมีสมรรถนะการขับขี่ดีเยี่ยมมาก ๆ รวมทั้งแก็ดเจ็ตต่าง ๆ ภายในรถก็ใช้งานง่าย รวมทั้งประหยัดน้ำมัน เครื่องยนต์มีการตอบรับที่ดีมาก และประทับใจกิจกรรมครั้งนี้ที่ทำให้ได้มีโอกาสทดลองขับรถยนต์อาวดี้รุ่นต่าง ๆ ที่ลูกค้าจะได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด นอกเหนือจากสมรรถนะเครื่องยนต์ของรถอาวดี้ที่เปี่ยมประสิทธิภาพแล้ว แต่ละรุ่นก็รูปลักษณ์สวยงาม”

พสุ ลิปตพัลลภ หนุ่มนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เล่าถึงความรู้สึกที่ได้ทดลองขับขี่ Audi Q7 ว่า “ครั้งนี้ก็ได้ทดลองปรับโหมดขับเคลื่อนช่วงล่างหลาย ๆ แบบ ตั้งแต่ Comfort Mode ที่ให้ความรู้สึกขับสบาย ส่วน Dynamic Mode การทรงตัวดี อัตราการตอบสนอง ไม่ว่าจะเป็น เบรค ความสั่นสะเทือนของรถ และ Normal Mode ซึ่งสัมผัสได้ถึงความแตกต่างของการขับขี่ได้อย่างแท้จริง ส่วนการตกแต่งภายในก็นั่งสบายด้วยเบาะหนัง ซึ่งดีไซน์เบาะให้เข้ากับสรีระของผู้ขับขี่ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังประทับใจอาหารมื้อพิเศษที่ได้ชิมฝีมือเชฟอาหารญี่ปุ่นระดับมิชลินสตาร์ในบรรยากาศสบายและเป็นกันเอง”

อรวรรณ อิงคสิทธิ์ เจ้าของแบรนด์จิวเวลรี่ที่แม้จะเป็นผู้หญิงตัวเล็ก ๆ  แต่ก็สามารถขับรถเอนกประสงค์ขนาดใหญ่ อย่าง Audi Q7 ได้อย่างสบาย ๆ พร้อมเล่าความรู้สึกหลังพวงมาลัยว่า “ขับสบาย และภายในกว้างขวาง นั่งสบาย เหมาะสำหรับเป็นรถครอบครัว กิจกรรมครั้งนี้ประทับใจในความเป็นกันเอง ซึ่งทุกคนก็เป็นแฟนอาวดี้กันอยู่แล้ว ก็ทำให้ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับอาวดี้คันโปรดของแต่ละคนด้วยที่สำคัญดินเนอร์มื้อพิเศษนี้ อร่อยถูกใจมากที่สุด”

วิชพงษ์ หัตถสุวรรณ เจ้าของแบรนด์กางเกงยีนส์ Selvedgework ที่ร่วมรังสรรค์กางเกงยีนส์รุ่นเอ็กซ์คลูซีฟ สำหรับงานในครั้งนี้ พร้อมเผยความรู้สึกที่ได้ร่วมทดลองขับ Audi A4 ว่า “ชื่นชอบในความแรง และสมรรถนะการขับขี่ที่ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว และขอบคุณที่อาวดี้ ประเทศไทยเชิญมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงานครั้งนี้ โดยได้ออกแบบกางเกงยีนส์รุ่นพิเศษ ซึ่งเป็นการร่วมมือกันระหว่างรถหรู และกางเกงยีนส์ที่สามารถผสมผสานเข้ากันได้เป็นอย่างดี โดยความพิเศษกางเกงยีนส์รุ่นนี้ เป็นผ้าไคยีฮาระ ริมแดงจากญี่ปุ่น ทั้งได้เลือกวัตถุดิบดำด้านทั้งหมด เพื่อให้แมตช์กับโทนสีของรถยนต์อาวดี้ รวมทั้งมีป้ายหนังพิเศษ ซึ่งจะมีทั้งหมดเพียง 60 ตัวเท่านั้น”

สัมผัสยนตรกรรมคุณภาพสูงด้านความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ที่ได้รับความสนใจและหลงใหลจากผู้คนทั่วโลก ได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการ Audi Thailand ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ เปิดให้บริการทุกวัน โดยวันจันทร์ – วันเสาร์ เปิดให้บริการเวลา 08.00 – 20.00 น. วันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เปิดให้บริการเวลา 09.00 – 17.00 น.

 

โชว์นวัตกรรมนำพื้นที่ทับซ้อน สู่การดีไซน์เพื่อการใช้สอยอย่างคุ้มค่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/306043

โชว์นวัตกรรมนำพื้นที่ทับซ้อน สู่การดีไซน์เพื่อการใช้สอยอย่างคุ้มค่า

โชว์นวัตกรรมนำพื้นที่ทับซ้อน สู่การดีไซน์เพื่อการใช้สอยอย่างคุ้มค่า

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ห้องนักศึกษาหญิง

บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ แฟบริก้า ดีไซน์สตูดิโอ (Fabrica Design) ดีไซน์สตูดิโอชื่อดังจากอิตาลี เปิดตัวนิทรรศการ “นวัตกรรมพื้นที่แห่งอนาคต” โดยออกแบบที่อยู่อาศัยให้มีพื้นที่ใช้สอยมากที่สุด ผ่านโปรเจกท์ “AP Space Scholarship” เพื่อมอบเป็นทุนการศึกษาในรูปแบบที่พักอาศัยเป็นครั้งแรกให้กับนักศึกษาที่อยู่ต่างจังหวัด มีผลการเรียนดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์เรื่องที่พักอาศัย จำนวน 7 คน ที่ต้องการเข้ามาศึกษาในระดับอุดมศึกษาที่กรุงเทพมหานคร ณ
อาคารอื้อจือเหลียง

สรรพสิทธิ์ ฟุ้งเฟื่องเชวง ผู้อำนวยการ คอร์ปอเรท มาร์เก็ตติ้ง และ เอพี ดีไซน์ แล็บ บมจ. (ไทยแลนด์) กล่าวว่า “Space Scholaship เป็นหนึ่งในโครงการเพื่อสังคมของเอพี เพื่อมอบเป็นทุนการศึกษา ในรูปแบบที่พักอาศัย ในคอนโดมิเนียมเครือเอพี จำนวน 7 คน ผู้ชาย 4 คน พักร่วมกันในห้องที่มีพื้นที่ 45 ตารางเมตรและผู้หญิง 3 คน พักร่วมกันในห้องพื้นที่ 30 ตารางเมตร โดยคอนโดมิเนียมที่ให้นักศึกษาอยู่จะใกล้กับมหาวิทยาลัยที่นักศึกษาเรียนอยู่ แบ่งเป็น 2 ที่ คือ Aspire รัตนาธิเบศร์ 2 และ Aspire สาทร-ตากสิน ทุนที่เราให้มีระยะเวลา 1 ปี สำหรับนักศึกษาที่จะเข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษาชั้นปีที่ 1 เนื่องจากว่าปี 1 มีความจำเป็นมากที่สุดในเรื่องการเตรียมความพร้อมในการเข้าศึกษาช่วงแรก และยังไม่คุ้นเคยสถานที่ในกรุงเทพฯ โดยคัดเลือกคนที่ขาดแคลนจริงๆ เข้ามาในโครงการ

ทั้งนี้ เราได้ร่วมงานกับทางแฟบริก้า ที่มีความโดดเด่นเรื่องความหลากหลายทางวัฒนธรรม ด้วยทีมดีไซเนอร์ที่เป็นนักออกแบบจากหลายประเทศ ทำงานร่วมกัน โจทย์ที่ให้ทางแฟบริก้าไปมี 3 ข้อ คือ 1.ออกแบบห้องชุดสำหรับนักศึกษาที่จะมาอยู่ร่วม 2 ห้อง คือห้องของผู้หญิงอยู่ร่วมกัน 3 คน ในพื้นที่ 30 ตารางเมตร และห้องของผู้ชายที่อยู่ร่วมกัน 4 คน ในพื้นที่ 45 ตารางเมตร 2.ออกแบบห้องที่เหมาะสำหรับผู้หญิงและผู้ชาย 3.หาพื้นที่ที่สามที่คิดว่าสามารถทำเป็นพื้นที่ใช้สอยได้อีก เช่น การขยับฟังก์ชั่น หรือเฟอร์นิเจอร์ ให้พื้นที่ทำประโยชน์ได้”

มร.แซม บารอง และ สรรพสิทธิ์ ฟุ้งเฟื่องเชวง

มร.แซม บารอง ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบของแฟบริก้า ดีไซน์สตูดิโอ กล่าวว่า “Space Scholaship เป็นโปรเจกท์ที่ท้าทาย เพราะพื้นที่ที่ต้องออกแบบนั้นเล็กมาก จึงคิดมาอย่างดีว่าควรใส่อะไรเข้าไป เพื่อให้ตอบโจทย์นักศึกษาสมัยใหม่บ้าง รู้สึกว่าโจทย์ยากๆ แบบนี้ทำให้สามารถดึงความเก่งของทีมดีไซน์ออกมาได้ และตอบโจทย์ที่มีทั้งพื้นที่ส่วนรวมและส่วนตัวในพื้นที่เดียวกันได้”

ปุณยวีร์ ยานิตย์ จากจังหวัดตราด นักศึกษาชั้นปีที่หนึ่งคณะศึกษาศาสตร์ สาขาการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม หนึ่งในนักศึกษาที่ได้รับทุน เล่าว่า “อาศัยอยู่กับแม่ ยาย และหลาน แม่ทำอาชีพขายผัก ส่วนตัวเองก็โตพอที่จะหาเงินเองได้บ้าง จึงเก็บเงินที่ไปทำงานไว้ เพื่อนำไปเป็นค่าเดินทางที่จะไปสอบในกรุงเทพฯ กระทั่งสอบได้ทุน แต่เงินก็หมดไปกับการเดินทางและค่าใช้จ่าย และก็ได้เจอบูธของทางเอพีที่เข้ามาตั้งในมหาวิทยาลัย จึงเขียนใบสมัคร ตอนแรกที่ทราบว่าผ่านโปรเจกท์ของทางเอพี ก็รู้สึกดีใจมาก ไม่คิดว่าตนเองจะได้ นอกจากเรื่องที่พักแล้ว ทางเอพีก็ได้ช่วยให้งานพิเศษทำในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ โครงการนี้ไม่ใช่แค่ช่วยค่าที่พักอย่างเดียว แต่รวมถึงความปลอดภัย การเดินทางสิ่งแวดล้อม ทุกอย่างก็ลงตัว ใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้ม ไม่รู้สึกอึดอัด มีทั้งมุมอ่านหนังสือ มุมพักผ่อน มุมทำงาน และได้สนิทกับเพื่อนใหม่ด้วย”

วิรินธร ใจยา จากจังหวัดพะเยา นักศึกษาชั้นปีที่หนึ่ง คณะสังคมศาสตร์ สาขาภูมิศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นักศึกษาที่ได้รับทุน บอกว่า “หลังจากจบจากโครงการนี้ไป ก็จะหาที่พักที่เป็นหอในมหาวิทยาลัย เพราะราคาถูกมาก และรายได้ก็มีสำรองจากการที่ได้ทำงานพาร์ทไทม์ที่ทางเอพีสนับสนุน ซึ่งเป็นเงินจำนวนหนึ่งที่สามารถนำไปใช้ในอนาคตได้ ซึ่งช่วงเวลา 1 ปีที่อยู่ในโครงการก็จะทำให้ค่อยๆ คุ้นเคยกับสถานที่ในกรุงเทพฯ ให้มากขึ้น”

ห้องนักศึกษาชาย

ชวนลูกแม่โดมบริจาคผ่านรายการพิเศษวันธรรมศาสตร์ หาทุนจัดตั้งห้องผ่าตัดอัจฉริยะธรรมศาสตร์ 9 ธันวาคม นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/306055

ชวนลูกแม่โดมบริจาคผ่านรายการพิเศษวันธรรมศาสตร์ หาทุนจัดตั้งห้องผ่าตัดอัจฉริยะธรรมศาสตร์ 9 ธันวาคม นี้

ชวนลูกแม่โดมบริจาคผ่านรายการพิเศษวันธรรมศาสตร์ หาทุนจัดตั้งห้องผ่าตัดอัจฉริยะธรรมศาสตร์ 9 ธันวาคม นี้

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ สมชาย พูลสวัสดิ์ นายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ นำทีมศิษย์เก่าขับร้องเพลงหมู่สถาบัน เพื่อออกอากาศในรายการพิเศษทางโทรทัศน์ คืนวันที่ 9 ธันวาคม นี้

ชวนลูกแม่โดม ร่วมบริจาคผ่านรายการพิเศษทางโทรทัศน์ คืนวันที่ 9 ธันวาคม นี้หาทุนจัดตั้งห้องผ่าตัดอัจฉริยะธรรมศาสตร์ ฉลอง 30 ปี รพ.ธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ พร้อมรำลึกความหลังกับงานคืนสู่เหย้า“วันธรรมศาสตร์ 10 ธันวา 60” ฉลอง 83 ปีแห่งการสถาปนา

สมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สมาคมนักศึกษาเก่าทุกคณะ ชมรมเพื่อนโดม ชมรมพลังโดม และโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เชิญชวนลูกแม่โดม ร่วมชมและบริจาคผ่านรายการพิเศษทางสถานีโทรทัศน์โมเดิร์น ไนน์ ถ่ายทอดสดเพื่อหารายได้จัดตั้งห้องผ่าตัดอัจฉริยะธรรมศาสตร์ ฉลอง 30 ปี โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ พร้อมร่วมฉลอง 83 ปีแห่งการสถาปนา รำลึกความหลังกับงาน “คืนสู่เหย้าชาวเหลือง-แดงเนื่องใน “วันธรรมศาสตร์ 10 ธันวา 60” บ่ายวันอาทิตย์ที่ 10 ธันวาคม 2560 เป็นต้นไป ณ สนามฟุตบอล มธ.ท่าพระจันทร์

นายสมชาย พูลสวัสดิ์ นายกสมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ทุกวันที่ 10 ธันวาคม ของทุกปีเป็น “วันธรรมศาสตร์”ที่พี่น้องชาวธรรมศาสตร์จะได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อสังคม ในปีนี้ก็เช่นเดียวกัน ในคืนวันที่ 9 ธันวาคม จะมีการจัดรายการพิเศษทางสถานีโทรทัศน์โมเดิร์น ไนน์ เวลา 22.00-23.30น. ถ่ายทอดสดเพื่อขอรับบริจาคหาทุนสนับสนุนการจัดตั้งห้องผ่าตัดอัจฉริยะธรรมศาสตร์ (Thammasat University Hospital Intelligence Operating Room : TUHiOR) โดยใบเสร็จรับเงินจากการบริจาคครั้งนี้สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้ประจำปีได้

ผาณิต พูนศิริวงศ์ ประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์การจัดรายการพิเศษฯ กับศิษย์เก่า และ อี้-วิลาสินี จันทร์วุฒิวงศ์ อดีตนางสาวไทยปี 2557 รับหน้าที่พิธีกรรายการ

นายประกิต อภิสารธนรักษ์ ประธานจัดรายการพิเศษทางโทรทัศน์ กล่าวว่า ในรายการจะมีการขับร้องเพลงหมู่สถาบัน โดยมี สุทิวัสหงส์พูนพิพัฒน์ และ วิลาสินี จันทร์วุฒิวงศ์อดีตนางสาวไทยปี 2557 เป็นพิธีกร อีกทั้ง ในวันที่10 ธันวาคม จะมีงานคืนสู่เหย้าชาวเหลือง-แดงฯเพื่อสร้างความสามัคคีในหมู่เราชาวธรรมศาสตร์พร้อมการแสดงบนเวทีของนักศึกษาปัจจุบันและศิษย์เก่า ตั้งแต่ช่วงบ่ายไปจนถึงยามค่ำคืน ณ บริเวณสนามฟุตบอล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

นายชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ ประธานจัดงาน “วันธรรมศาสตร์ 10 ธันวา 60”กล่าวถึงรายละเอียดของงานคืนสู่เหย้าฯ ปีนี้ว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กำลังจะมีอายุย่างเข้าสู่ปีที่ 83 ปีนี้งานคืนสู่เหย้าฯ จะมีรายการต่างๆ ที่เข้มข้นกว่าเดิม อาทิ การร่วมถวายความจงรักภักดีต่อหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ รัชกาลที่ 10พร้อมจุดเทียนถวายพระพร ชมการแสดงชุดพิเศษ “มหกรรมศิลปินดาราลูกแม่โดม” นำโดยกวาง-กมลชนก เขมะโยธิน, หน่อย-บุษกรวงศ์พัวพันธ์, เบลล่า-ราณี แคมเปน, เชียร์-ฑิฆัมพรฤทธิ์ธาอภินันท์, จ๊ะจ๊า-พริมรตา เดชอุดม พร้อมการแสดงชุดพิเศษมาร่วมสร้างความบันเทิงนอกเหนือจากบรรเลงเพลงโดยวง TU BANDโดยมี ผศ.วันชัย ธนะวังน้อย และ นิรัชญา หมอนทองเป็นพิธีกร นอกจากนี้ ยังมีบริการนวดเพื่อสุขภาพ การสอยรางวัลจากต้นกัลปพฤกษ์ลุ้นรับรางวัลใหญ่ สลับกับการออกรางวัลมีค่าจากเลขหางบัตรผ่านประตู อิ่มอร่อยกับอาหารรสเลิศระดับเชลล์ชวนชิม รอบสนามฟุตบอล ซึ่งได้รับการสนับสนุนร้านอาหารจากลูกแม่โดมกว่า 100 ร้าน

นายยอดยิ่ง โสภณ อุปนายกสมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และเป็นประธานที่ปรึกษา คณะกรรมการจัดงาน กล่าวว่างานคืนสู่เหย้าฯ จะยืนหยัดอยู่ได้ ก็เพราะได้รับความร่วมมือจากชาวธรรมศาสตร์ บัตรเข้าร่วมงานจำหน่ายโต๊ะละ 3,000 บาท (สำหรับ 10 ท่าน) ซึ่งราคานี้ยืนหยัดมากว่า 30 ปีแล้ว สามารถจองบัตรล่วงหน้าได้ที่ สมาคมธรรมศาสตร์ฯโทร.02-2860861, 02-6798322 และมีจำหน่ายที่หน้าบริเวณงาน

รพ.จุฬาฯ มุ่งพัฒนาการรักษาผู้ป่วยหลอดเลือดสมอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/306039

รพ.จุฬาฯ มุ่งพัฒนาการรักษาผู้ป่วยหลอดเลือดสมอง

รพ.จุฬาฯ มุ่งพัฒนาการรักษาผู้ป่วยหลอดเลือดสมอง

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ศ.พญ.นิจศรี ชาญณรงค์ หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์

“โรคหลอดเลือดสมอง” เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ การดูแลผู้ป่วยเพื่อลดอัตราการเสียชีวิตและความพิการสามารถทำได้โดยเพิ่มการเข้าถึงบริการอย่างเร่งด่วนเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาด้วยยาละลายลิ่มเลือด หรือการทำ thrombectomy อย่างไรก็ตาม การรักษาด้วยวิธีเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการประเมินและให้การรักษา แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเหล่านั้นไม่ได้มีอยู่ทุกโรงพยาบาล และไม่ได้อยู่ประจำที่โรงพยาบาลตลอดเวลา ในต่างประเทศได้มีการพัฒนาระบบรับปรึกษาโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศทางไกล (Telestroke system) ที่มีความเฉพาะในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคสมองขาดเลือดในระยะเฉียบพลัน แต่เทคโนโลยีเหล่านั้นมีราคาสูง และอาจไม่สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เป็นโรงพยาบาลแม่ข่ายโรคหลอดเลือดสมองเครือข่ายที่ 1 ในเขต 13 จากการประเมินเบื้องต้นพบว่าโรงพยาบาลลูกข่ายแต่ละแห่งมีศักยภาพในการให้บริการที่แตกต่างกัน ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านโรคหลอดเลือดสมองแบบครบวงจร แห่งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จึงได้จัดระบบการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบและอุดตันในระยะเฉียบพลัน (Stroke fast track) ที่มีแนวทางปฏิบัติชัดเจนและรวดเร็ว โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศทางไกลด้วยระบบ Telestroke ด้วยการนำความเชี่ยวชาญของศูนย์ความเป็นเลิศด้านโรคหลอดเลือดสมอง รับปรึกษาทางไกลจากโรงพยาบาลที่ยังไม่สามารถให้การดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะโรคหลอดเลือดสมองด้วยยาละลายลิ่มเลือดผ่านทาง real time video telestroke เพื่อเพิ่มปริมาณผู้ป่วยให้เข้าถึงการรักษาได้ทันภายในเวลาที่กำหนด รวมทั้งรับส่งต่อเพื่อทำ thrombectomy ผลการรักษาพบว่าในช่วง 6 เดือน มีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่ได้รับการส่งต่อมายังโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์จำนวน 87 ราย ในจำนวนนี้ 35 รายเป็นการส่งต่อในระยะเฉียบพลันเพื่อให้ยาละลายลิ่มเลือด หรือเพื่อการทำ thrombectomy โดยการให้คำปรึกษาผ่าน telestroke system และมีผู้ป่วย 20 ราย
ที่เข้ากระบวนการ drip and ship คือให้การรักษาด้วยยาละลายลิ่มเลือดที่โรงพยาบาลต้นทาง และส่งต่อมายังโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เพื่อการประเมินและรักษาต่อ หลังการรักษาพบว่ามีผู้ป่วยถึง 61 % ที่มีผลลัพธ์ที่ดีไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่นในการดำเนินชีวิต ส่งผลให้ ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านโรคหลอดเลือดสมองแบบครบวงจร โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ได้รับรางวัลผลงานดีเด่น Best Practice สาขาโรคไม่ติดต่อ ในผลงานเรื่อง “การพัฒนาศักยภาพของโรงพยาบาลเครือข่ายในการรักษาผู้ป่วยโรคสมองขาดเลือดในระยะเฉียบพลันด้วยระบบการรับปรึกษาด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศทางไกล (Telestoke system) ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์” จากกระทรวงสาธารณสุข ในการประชุมสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้การพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service Plan Sharing) ครั้งที่ 4 ปีงบประมาณ 2560

ศ.พญ.นิจศรี ชาญณรงค์ หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านโรคหลอดเลือดสมองแบบครบวงจร กล่าวว่า “โครงการนี้แสดงให้เห็นว่าระบบเครือข่ายที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศทางไกล เป็นนวัตกรรมที่ช่วยในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ในประเทศไทยได้เป็นอย่างดีช่วยให้ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลันเข้าถึงบริการและได้รับการรักษาที่เป็นมาตรฐานได้มากขึ้น โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ได้พัฒนาและเป็นต้นแบบของการรักษา และน่าจะสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับโรงพยาบาลอื่นๆ ในประเทศได้”

ชนิดของโรคหลอดเลือดสมอง

-โรคหลอดเลือดสมองชนิดสมองขาดเลือด (Ischemic Stroke) เป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด มีสาเหตุเกิดจากการอุดตันของหลอดเลือด ทำให้เลือดและออกซิเจนไม่สามารถไหลเวียนไปที่สมอง ปัจจัยที่ทำให้หลอดเลือดสมองตีบ คือ ภาวะคอเลสเตอรอลสูง ความดันโลหิตสูงโรคเบาหวาน โรคอ้วน การสูบบุหรี่ และการดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนัก

-โรคหลอดเลือดสมองชนิดเลือดออกในสมอง (Hemorrhagic Stroke)หรือที่รู้จักอีกชื่อหนึ่งว่าภาวะเส้นเลือดในสมองแตก เกิดขึ้นได้น้อยกว่าชนิดแรก แต่ความรุนแรงนั้นไม่แพ้กัน สาเหตุมักเกิดจากความดันโลหิตสูง นอกจากนี้ ยังอาจเกิดจากภาวะหลอดเลือดสมองโป่งพอง และความผิดปกติของหลอดเลือดสมองได้อีกด้วย

อาการที่สำคัญ คือ ชาบริเวณ แขน ขา ใบหน้า หรือบริเวณข้างใดข้างหนึ่งของร่างกาย, สับสน มีปัญหาทางการสื่อสาร พูดไม่เข้าใจ, เห็นภาพซ้อน ตามัว (เพียง
ข้างเดียว), เวียนศีรษะหรือปวดศีรษะอย่างรุนแรงโดยไม่ทราบสาเหตุ, วิงเวียน ทรงตัวไม่อยู่ บางรายอาจเป็นลมหมดสติ

หากมีอาการดังที่กล่าวข้างต้น ให้รีบจัดการส่งตัวผู้ป่วยให้ถึงมือแพทย์โดยทันที

คุณแหน : 30 พฤศจิกายน 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/306058

คุณแหน : 30 พฤศจิกายน 2560

คุณแหน : 30 พฤศจิกายน 2560

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีพระวรราชาทินัดดามาตุ ประทานแจกันดอกไม้เนื่องในโอกาสที่ ภราดา ดร.ประทีป ม.โกมลมาศอายุครบ 7 รอบ และ ภราดา ดร.บัญชา แสงหิรัญอายุครบ 6 รอบ เมื่อเร็วๆ นี้ ที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญวิทยาเขตสุวรรณภูมิ…นับเป็นพระกรุณาธิคุณ และกำลังใจแก่ภราดา ทั้ง 2 เป็นล้นพ้นยิ่งนัก…

ll ปาริชาติ อักษรานุเคราะห์ พร้อมด้วยครอบครัว กำลังเดินทางท่องเที่ยวอยูในเบลเยียม และตกหลุมรักเมือง Dinant บ้านเกิดของ Adolf Sax ผู้ผลิตแซกโซโฟนตัวแรกของโลก เพราะทั้งเมืองประดับประดาด้วยแซกโซโฟน ขนาดและสีต่างๆ สวยงามมาก…

ll ดร.สรจักร เกษมสุวรรณ ชีพจรลงเท้าขนาดหนัก เดินทางไปถึงLondon และกำลังจะต่อไป Dublin เพื่อเยี่ยมเยียนเพื่อนที่ไปเปิดโรงแรมและสปาที่นั่น ก่อนเดินทางต่อไปประชุมที่ปักกิ่ง สัปดาห์หน้า…

ll ก่อนจะถึงวันเกิด 2 ธ.ค. นี้ ลูกสาว อภิรดี จะพาคุณแม่คนสวย พูนสุข ประธานราษฎร์นิกร ไปฮอลิเดย์ที่ญี่ปุ่นนานสองสัปดาห์…

ll อติพร สุนทรสนาน เสนะวงศ์ ดีใจมากที่เพลงสุนทราภรณ์ได้รับการคัดเลือกให้เข้าไปอยู่ในหนังสือ บทเพลงจากดวงใจแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระผู้สถิตในหทัยราษฎร์ถึง 3 เพลงคือ ราชาเป็นสง่าแห่งแคว้น เหนือเกล้า และน้อมเกล้าอาลัย ร.9 ที่กระทรวงวัฒนธรรม และกรมส่งเสริม วัฒนธรรม จัดทำขึ้นโดยจะมีการแสดงคอนเสิร์ตบทเพลงเหล่านี้ในบ่ายวันเสาร์ที่ 2 ธ.ค. ที่ศูนย์วัฒนธรรมฯ…

ll วันเสาร์ที่ผ่านอีลิทคาร์ด สนับสนุนงาน “มหกรรมผ้าไหมไทยสู่เส้นทางโลก ครั้งที่ 7” พฤทธิ์ บุปผาคำ ผจก.ใหญ่ จัดเจ้าหน้าที่สนามบินของไทยแลนด์ อีลิทคาร์ด ดูแลรับรองแขกวีไอพี และดีไซเนอร์ชื่อดังระดับโลกที่มาร่วมออกแบบ ชุดจากผ้าไหมไทยแล้ว เขายังลุกขึ้นเป็นนายแบบกิตติมศักดิ์ ที่ รร.เซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ อีกด้วย…

ll ช่วงนี้เทรนด์การดูแลสุขภาพกำลังมาแรง เอกพลพงศ์สถาพร เอ็มดี ทิปโก้ สบโอกาสจึงส่งน้ำผลไม้ทิปโก้ มี (Tipco Me) น้ำตาลน้อย แคลอรี่ต่ำ ทั้งอร่อยและมีประโยชน์ถูกใจสาวๆ เป็นอย่างมาก แถมยังการันตีด้วยเครื่องหมาย “เครื่องดื่มทางเลือกสุขภาพ” งานนี้โดนใจสาวสายสุขภาพจริงๆ…

ll ขอแสดงความเสียใจ กับ ประภาส บุญยินดี อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่สูญเสียคุณแม่บุญช่วย บุญยินดี ไปอย่างสงบ หลับไปเฉยๆ ด้วยวัย 93 ปี กำหนดสวดพระอภิธรรม ถึงวันที่3 ธ.ค. นี้ เวลา 19.00 น. ณ วัดชลประทานรังสฤษฏ์ ศาลาพิสิษฐ์กุล  ฌาปนกิจ 4 ธ.ค เวลา 16.30 น….

llนอกเหนือจากเป็นกรรมการมูลนิธิการกุศลหลายแห่งในฐานะกรรมการสภามหาวิทยาลัยพะเยา….นคร ศิลปอาชา อดีตปลัดกระทรวงแรงงาน ต้องเดินทาง ขึ้นล่องเป็นประจำ เพื่อทำหน้าที่ให้สมบูรณ์…

ll พลอากาศตรี เพิ่มศักดิ์ (บิดา กรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิต) ถึงแก่กรรม ตั้งศพที่วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน ถึง วันที่ 5 ธ.ค. พระราชทานเพลิง6 ธ.ค. เวลา 16.00 น….

ll สุรพงษ์-อนงค์ สุรปริญญากุล และ ธนวัฒน์ ดิษาภิรมย์-รัมภา ร่มโพธิ์ จัดงานมงคลสมรสให้ลูกสาว สาริศาสุรปริญญากุล และลูกชาย ธราธิป ดิษาภิรมย์ 1 ธ.ค. รร.โซ โซฟิเทล แบงคอก…ll

น้อง

ดาราพาเที่ยว : ‘จ๋อมแจ๋ม-สุพิชชา’ ขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยว วังเวียง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.naewna.com/entertain/311835

ดาราพาเที่ยว : ‘จ๋อมแจ๋ม-สุพิชชา’ ขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยว วังเวียง

ดาราพาเที่ยว : ‘จ๋อมแจ๋ม-สุพิชชา’ ขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยว วังเวียง

วันอาทิตย์ ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“วังเวียง” เมืองท่องเที่ยวในแขวงเวียงจันทน์ประเทศลาว ถือเป็นอีกสถานที่สุดฮิตของเหล่านักท่องเที่ยวที่ยกให้เป็นสถานที่พักผ่อนที่สวยงามและมีความเป็นธรรมชาติสูง เช่นเดียวกับ “จ๋อมแจ๋ม-
สุพิชชา สุบรรณพงษ์” การไปเยือนวังเวียงครั้งนี้ก็สร้างความประทับใจและประสบการณ์มากมายให้เธอได้คิดถึงเสมอที่กลับมา เอาเป็นว่าบรรยากาศความสนุกเพลิดเพลินของทริปนี้จะตื่นเต้นแค่ไหนไปดูกัน

ทริปไม่มีแพลน “จริงๆ จ๋อมเป็นคนชอบเที่ยวนะคะถ้ามีเวลาก็จะไปทั้งกับครอบครัวและเพื่อนๆ เที่ยวได้ทุกรูปแบบแต่คุณพ่อคุณแม่จะค่อนข้างเป็นห่วงไม่ปล่อยไปคนเดียว ไม่ปล่อยไปไกลมาก หรืออย่างไปพัทยาลงเรือขึ้นเรือก็ต้องโทร.บอกตลอดเพราะเขาเป็นห่วง แต่สำหรับทริปนี้คือไปงานแต่งงานรุ่นพี่ที่ประเทศลาว แต่เราก็อยากเที่ยวด้วย ซึ่งเราก็ไปแบบไม่ได้แพลนอะไรเลย มีแค่ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ แล้วก็ที่พัก เดินทางแบบไม่รู้อะไรมาก่อนเลยว่าที่นั่นเป็นยังไง งงมาก ไปกับเพื่อน4 คน แล้วงานแต่งรุ่นพี่อยู่ปากเซ แต่เราจะไปเที่ยววังเวียง ก็อยู่คนละทางเลย ก็ต้องแบบไปที่เวียงจันทน์แล้ว ต่อรถไปวังเวียง ทุกคนก็ไม่รู้ว่าจะเดินทางยังไง สรุปก็ต้องนั่งรถนอน ซึ่งเป็นรถทัวร์ที่ข้างบนเป็นที่นอน ทุกคนก็นอนโคลงเคลง เบรกทีก็ตื่น (หัวเราะ) นั่งข้ามคืนไปอีกวันหนึ่งไปลงที่เวียงจันทน์ แล้วนั่งรถตู้ต่อไปวังเวียง โชคดีที่การสื่อสารพอได้ภาษาใกล้ๆ บ้านเรา แล้วพอไปอยู่ที่โน้นก็ได้ลองทุกอย่าง คุณแม่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราต้องขับมอเตอร์ไซค์เที่ยวในวังเวียง จ๋อมเป็นคนซ้อนเพื่อนขับถ้าคุณแม่รู้ต้องเป็นห่วงแน่เลย (หัวเราะ) เป็นทริปที่สนุกมาก วังเวียงเป็นเมืองเล็กๆ ที่ขับเที่ยวได้คนส่วนใหญ่ก็ขับเที่ยวกัน”

ความท้าทายของทริปนี้ “การขึ้นรถทัวร์นอนที่เราต้องนอนไปนี่แหละค่ะ คือเราไม่ได้อาบน้ำตอนเช้าก็จะหาที่แปรงฟันในปั๊มน้ำมัน ก็ต้องดูแลกันไป หน้าก็ไม่ได้แต่ง หน้าสดๆ กว่าจะถึงวังเวียงได้อาบน้ำก็เย็น แต่จ๋อมว่าเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งนะการที่เราได้เจออะไรแบบนี้เป็นสิ่งที่เราไม่คาดคิด ต้องแก้ปัญหา ตอนนั้นจองน้ำหนักกระเป๋าไปไม่พอ ปรากฏไปเจอของถูกใจก็ซื้อใหญ่เลยจนน้ำหนักเกิน (หัวเราะร่วน) ทำให้เรารู้จักแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เอาตัวรอดในสถานการณ์ต่างๆ เรียนรู้การใช้ชีวิตด้วยตัวเองมากขึ้นค่ะ”

เมนูถูกปากอยากแนะนำ “ได้กินอาหารลาวที่ถูกปากมากๆ (เน้นเสียง) โดยเฉพาะ ส้มตำลาวดีมากๆ อยากจะพาแม่ครัวกลับมาอยู่ที่บ้านเลยค่ะ คือเป็นร้านธรรมดานะแต่ตำอร่อยมาก แฮปปี้กับอาหารที่นั่น ก็เป็นทริปที่สนุกนะคะไปกับเพื่อนที่ลุยๆ เหมือนกัน เพราะจริงๆ ไม่เคยไปเที่ยวแบบนี้เลยนี่ครั้งแรกเลยไม่มีแพลน จะไปที่ไหนก็ไปกันเอง ผจญภัยด้วยตัวเอง ไม่มีการวางแผน เห็นอะไรก็แวะเที่ยวมีที่ไหนเขาแนะนำให้ไปก็ไป”

ตะลุยสัมผัสธรรมชาติ “ตอนแรกไม่ได้รู้สึกว่ามันจะสวยอะไรมากมาย ก็เลยพายไปว่างๆ แต่ปรากฏว่าพอได้ลงไปพายอยู่ในแม่น้ำ สองข้างโอบล้อมด้วยภูเขาเขียวขจีด้วยต้นไม้ เราอยู่ตรงกลาง ซึ่งลำธารตรงนั้นก็ไม่ได้ลึกมากน้ำใสไม่น่ากลัวเลย มองเห็นหินน้ำใส ชิลๆ อากาศก็ไม่ร้อนมาก บวกกับเราไปกันตอนเย็นๆ ด้วยแหละมั้งคะ แล้วก็ได้ไปที่กระโดดน้ำที่บูลลากูน แต่จ๋อม
ไม่ได้กระโดด นั่งกินส้มตำรอเพื่อน (หัวเราะร่วน) คือเรามีเวลาได้อยู่กับธรรมชาติ สูดอากาศดีๆ ได้เห็นได้อยู่ในเมืองเล็กๆ ไม่วุ่นวาย เรามีความรู้สึกว่าประทับใจ คนที่นั่นก็น่ารัก ภาษาก็คล้ายๆภาษาเหนือนุ่มๆ ฟังแล้วเพราะดีค่ะ”

เป้าหมายทริปต่อไป “ที่ที่อยากไปคือ ปามุคคาเล่ ประเทศตุรกี เป็นเมืองของบอลลูนจะมีบอลลูนขึ้นตลอดเวลา อยากไปขึ้นบอลลูนชมภูมิทัศน์คัปปาโดเกีย (Cappadocia) คือสวยมากตอนเย็น
ก็จะได้เห็นพระอาทิตย์ตก ขอบฟ้าก็จะเป็นสีไล่ๆ กัน ถ่ายรูปน่าจะสวย ตอนนี้อยากไปตรงนั้นมากเลยค่ะ เราเห็นแต่จากในรีวิวก็เลยอยากไปสัมผัสของจริงถ้ามีโอกาสค่ะ”

การท่องเที่ยวคือการพักผ่อน ไม่ว่าจะเหนื่อยจากการทำงานหรืออกหัก การเที่ยวเป็นการเติมพลังให้เราได้ดีมากๆ ไปหาและเจอสิ่งใหม่ๆเจอคนเยอะๆ ทำให้เราหายเหงาลืมเรื่องทั้งหมดไปได้ จ๋อมอยากให้ทุกคนไปเที่ยวแบบจ๋อมนะคะ

Star Retro : เวทีชีวิต ‘แอน-เพ็ญศิริ สุภาพันธุ์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.naewna.com/entertain/311840

Star Retro : เวทีชีวิต  ‘แอน-เพ็ญศิริ สุภาพันธุ์’

Star Retro : เวทีชีวิต ‘แอน-เพ็ญศิริ สุภาพันธุ์’

วันอาทิตย์ ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สตาร์เรโทร ส่งท้ายปี ด้วยการพาไปติดตามชีวิตของ “แอน-เพ็ญศิริ สุภาพันธุ์” หรือ “ชนิตา สุภาพันธุ์” จากนางงาม สู่เวทีนางแบบระดับประเทศ และหลากหลายบทบาททางการแสดงที่เธอเคยสร้างสรรค์ไว้ จากวันนั้น ถึงวันนี้ เธอหายไปไหนมา 9 ปี และเหตุใดจึงใจอ่อนกลับมารับงานแสดงอีกครั้ง!?

“ตอนนี้งานแสดงก็ยังมีอยู่เรื่อยๆ คือแอนเพิ่งกลับมาเล่นละครอีกครั้ง เมื่อสัก 3-4 ปีนี่เองค่ะ หลังจากไม่ได้เล่นมา 9 ปี เริ่มกลับมาเล่นจาก “ฟ้ามีตา” แล้วก็ค่อยขยับมาเป็นละครยาว ด้วยความที่เราเป็นศิษย์เก่า ดาราวิดีโอ เวลาสตาร์ทก็เลยต้องกลับมาสตาร์ทที่บ้านเดิม (หัวเราะ) มาเคาะสนิมที่ “ฟ้ามีตา”ว่ายังเล่นได้อยู่ค่ะ คือแอนโหยงานมาก คิดถึง ด้วยความที่ชีวิตนักแสดงแอนเริ่มต้นตั้งแต่อายุ 18 พอทำไปนานๆ เราก็รักมันตอนที่หยุดไปทำอย่างอื่น เราก็เคยคิดว่าเราไม่เอาแล้ว คงไม่ได้เล่นแล้วละคร แต่มันแอบคิดถึงอยู่ตลอดเวลา จนวันหนึ่งก็คิดถึงมาก ตัดสินใจโทร.หาผู้ใหญ่ที่ดาราวิดีโอ ว่ามีอะไรพอจะให้เราเล่นได้ไหม ซึ่งเขาก็บอกว่าเราหายไปหลายปีนึกว่าไม่เล่นแล้ว แต่จริงๆ คือยังอยากจะเล่นนะ แล้วถ้ามีบทอะไรเล็กๆ น้อยๆ ก็ให้เราเล่นได้นะ พอเราเล่นไป มันก็เหมือนเครื่องติดเราทิ้งไปนานแล้ว เรามาจับอีกทีก็รู้สึกเลยว่านี่แหละคือชีวิตเรา ไม่มีอะไรที่ทำแล้วมีความสุขเท่านี้เลยจริงๆ ตอบได้เต็มปากและชัดมาก ก็เลยตัดสินใจบอกทางบริษัทไปว่าขอเล่นเลยค่ะ บทอะไรก็ได้ไม่ซีเรียส

แม้บทบาทจะเปลี่ยนไป

วันที่เราออกไป เราอายุแค่สามสิบต้นๆ พอกลับมาอีกทีจะเข้าเลข 4 แล้ว (หัวเราะ) เขาก็ถามว่ารุ่นนี้มันก็ต้องบทแม่แล้วนะ หรือไม่อีกที ก็คนใช้ไปเลย รับได้ไหม ตอนแรกก็ตกใจคำว่าคนใช้ สะอึกนิดหน่อย เพราะว่าไม่เคยเล่น และไม่นึกว่าฉันจะมีวันนี้ ก็แบบว่าเป็นแม่นางเอกพระเอกก่อนไม่ได้เหรอ กระชากมาบทคนใช้เลยเหรอ แต่พอมาคิดอีกที มันก็คือการแสดงเหมือนกัน แล้วเราอยู่มานาน จนเรารู้สึกว่ามันก็แค่ตัวแสดงตัวหนึ่งที่มีความสำคัญในเรื่อง ถ้าบทนี้ไม่มีอะไรจริงๆ ทำไมเขาเอาเราเล่น เราก็เลยรู้สึกว่าเราปฏิเสธไม่ได้เลยคนใช้ก็เอา ไม่มีอะไรที่จะต้องแคร์ไม่มีอะไรที่จะต้องเสีย มีแต่ความสุขและสนุกแน่ๆ ก็เลยมาเล่นเรื่อง “มาหยารัศมี” คือเรื่องนี้เป็นการเริ่มต้นด้วยบทสาวใช้ อยู่ฝั่งตัวร้าย เป็นบ่างช่างยุ ที่คอยกลั่นแกล้ง “น้องใหม่-ดาวิกา” อย่างมีความสุข (หัวเราะ) สนุกมาก รู้สึกว่าเราได้ทำในสิ่งที่เราไม่เคยทำ การมากองถ่ายทุกวันคือความสุขแฮปปี้มากไม่เคยมาสายเลย ได้มาเจอเพื่อนฝูง ชีวิตฟินมาก ตอบโจทย์ ยิ่งย้ำเลยว่าใช่แล้วแอน เธอชอบการแสดงจริงๆ ขอให้มาเถอะค่ะบทสาวใช้มาอีกไม่เป็นไรเลย แล้วก็มีมาเรื่อยๆ เมื่อก่อนเป็นนางแบบค่ะ เป็นนางงามด้วย เมื่อก่อนได้มงกุฎได้สายสะพายแล้วไง มันไม่เกี่ยวเลย ประเด็นคือเราได้แสดง ได้ท่องบทได้เล่นได้แอ๊กติ้งได้เจอคนในกองถ่ายได้มีชีวิตที่เราเคยมี และเรารักมันก็พอแล้ว

ช่วงที่หยุดพักเบรกงานแสดง

แอนกลับไปเรียนหนังสือ และแอนรถคว่ำตอนเรียนมหาวิทยาลัยปี 1 กำลังจะขึ้นปี 2 แล้วก็ไม่ได้เรียนอีกเลย หยุดไปเลย เพื่อรักษาตัวอยู่ 2 ปี เลยขาดการเรียนไป ทำให้ต่อไม่ติดเพื่อนเราจบแล้ว “ต๊อก-ศุภกรณ์” เรียนห้องเดียวกัน แอนเพิ่งกลับมาเรียนใหม่ เมื่อสักไม่กี่ปีก่อนที่จะกลับมาเล่นละคร ไม่มีอะไรทำ ว่าง ก็เลยไปเรียนดีกว่า คือรู้สึกว่าไม่มีใครที่ไม่จบปริญญาตรีแล้วมั้งทุกวันนี้ แอนเรียนที่มหาวิทยาลัยเกริก เกี่ยวกับโฆษณาและประชาสัมพันธ์ และค้นพบว่าตัวเองสมองก็ยังใช้ได้อยู่เกียรตินิยมอันดับ 2 นะคะ เรียนอย่างเดียวเลย ไม่ทำอย่างอื่น เป็นเพื่อนเรียนห้องเดียวกับ “พี่แก้ว-อภิรดี” จนตอนนี้พี่แก้วจบโทไปแล้ว แต่ว่าแอนไม่ได้เรียนต่อก็จบแค่นั้นค่ะ

วันวานที่คิดถึง

แอนเริ่มเข้าวงการ มาจากการประกวด แอนประกวดตั้งแต่อายุ 15 สารพัดเวทีที่ประกวดค่ะ ยุคแอนเป็นยุคที่นางงามเฟื่องมาก มีประกวดหลักเลยคือ ลอยกระทง กับสงกรานต์ วิสุทธิกษัตริย์ต้องไป พระประแดงต้องมีเรา นี่คือเวทีหลักของนางงาม แล้วยังมีเวทีย่อยอีก นางงามเงาะนางงามส้มโอ ธิดาฟาร์มโคนม ส่วนมากเราก็คว้ารางวัลมาทั้งนั้น เพราะว่าเราก็หาเงินเรียนหนังสือด้วย เด็กๆ ไม่คิดมาก สนุก ประกวดได้แต่งตัวสวยๆ แล้วทำงานวันเดียวแต่งตัวตั้งแต่บ่าย แต่งหน้าทำผม กลางคืนประกวดได้รางวัลคืนนั้นเลย ไม่ได้เป็นตัวเต็งในเรื่องความสวยนะคะแต่ว่าพี่เลี้ยงดี (หัวเราะ) แอนเป็นเด็กประกวดของ“อาสมชาย นิลวรรณ” นักปั้นนางงามเบอร์หนึ่งสมัยก่อน ดังนั้นพอบอกว่าอาสมชายส่งเข้าประกวด ทุกคนก็จะขยาดกันเบาๆ เพราะว่าคอนเซ็ปต์ของอาเขาชัดเจนมาก จะต้องหน้าตาดี เรียนหนังสือต้องดี ไก่กาไม่เอา อาชีพแอบแฝงไม่เอา แล้วก็ต้องฝึกจริง ไหว้สวยมากๆ เดินสวยมากๆ ต้องฝึกเดินกับอาเป็นเดือน กว่าจะได้ลงเวทีจริง แต่แอนเด็กเส้นด้วยล่ะ เพราะว่าอาเป็นเพื่อนแม่ (หัวเราะ) เลยได้เข้ามา

จากเวทีนางงามขยับสู่แคตวอล์ก

ก็ไม่ได้ชอบการประกวดนะคะ เด็กอายุ 15คิดอะไรไม่ออกผู้ใหญ่ให้ทำอะไรเราก็ทำสนุกดีแค่นั้นได้ตังค์จบ ถามถึงความเคอะเขินอะไรมันก็มีอยู่แล้ว แต่ว่าเราได้รับการฝึกการสอนมาจากอาสมชาย ทุกสิ่งอย่างสอนหมด อาสอนดีมาก สอนมารยาท เหมือนเป็นพ่อเราเลย ตำแหน่งสูงสุดที่ได้รับก็มีหลายเวที แต่ถ้าเป็นเวทีระดับประเทศไม่ได้ลงประกวด เพราะว่าแอนเป็นคนผอมสูงและดำ ยุคนู้นต้องอวบๆ และขาว คือต้องผ่องพรรณรายมาเลย เวลาแอนประกวดพวกชุดไทยงานสงกรานต์ลอยกระทงที่ไปกวาดรางวัลมาเนี่ย เพราะว่าเราพอกตัว และชุดไทยมันจะพรางร่างกายเราด้วยว่าเราจริงๆ ผอมหรืออ้วนดูไม่ออก ส่วนผิวก็ลงแป้งทาตัวกันได้เพราะว่าเขาก็ลงกันทุกคน แต่เวทีใหญ่นางสาวไทยมิสไทยแลนด์เวิลด์ไปไม่ได้เพราะว่ามันจะต้องมีใส่ชุดว่ายน้ำ ใส่ปุ๊บเป็นนางแบบทันที เวทีใหญ่ที่ได้รับจะเป็นเวทีในสายนางแบบค่ะซึ่งอาก็พาไปเวทีนางแบบอีกเช่นกัน ด้วยความที่เราไปเวทีหลักๆ มาหมดแล้ว ห้างต่างๆ ที่เขาจัดประกวดเราก็ไปกวาดมาหมดแล้ว คือจนหมดแล้ว พอเริ่มโตขึ้นเป็นสาวขึ้นเรื่อยๆ ก็ไปเป็นนางแบบซะเลย ด้วยความที่เราฝึกจากการเป็นนางงามมา เราก็เริ่มรู้เหลี่ยมรู้มุมการเดินและมาพัฒนาต่อ แล้วก็ไปประกวดยอดนางแบบสยาม โดยสมาคมช่างเสื้อแห่งประเทศไทย ได้ที่ 1 ตอนอายุประมาณ 20-21 คือลุคเราหุ่นเราไปทางนั้น จากนางงามก็ไปสู่นางแบบ

จุดเริ่มต้นทางการแสดง

หลังจากนั้นก็รับงานเดินแบบถ่ายแบบมาเรื่อย แล้วมันเริ่มซ้อนกับละคร คือแอนก็เริ่มเข้ามาเล่นหนังเล่นละครด้วย แรกเลยคือเล่นหนังก่อนเรื่อง “ก่อนจะสิ้นแสงตะวัน” ของ “อาเปี๊ยก-พิศาล” ก็เลยถือเป็นเรื่องแรกที่ทำให้เราได้เรียนรู้ว่าการแสดงว่าเป็นยังไง อาเปี๊ยกเป็นครูคนแรกในการแสดง สมัยนี้เรียกเวิร์กช็อป สมัยนั้นคือไปเล่นให้เขาดู หลังจากนั้นแอนก็ได้เข้ามาเล่นละครกับทางดาราวิดีโอ เล่นหนังจักรๆวงศ์ๆก่อน เล่นกับ “พี่กุ้ง-ธนา”แล้วแอนเป็นนางเอกก็เล่นงงๆ และเล่นหลายเรื่องด้วยนะคะ ก่อนจะค่อยพัฒนามาเล่นละครหลังข่าวก็เป็นของดาราวิดีโอเหมือนเดิม

นางงาม นางแบบนักแสดง

สำหรับแอนคือได้หมด แอนขอบคุณอาสมชายที่อาสอนแอนเยอะมากให้อะไรเราเยอะมากจริงๆ เพราะว่าสมัยก่อนอามีรายการทีวี.ด้วยแฟชั่นสวยตามสมัย เป็นรายการแฟชั่นรายการเดียวที่เดินแบบออกทีวี. 25 ปีเขาอยู่ช่อง 5 ตลอดซึ่งแอนได้เดินในรายการ สปอนเซอร์ก็จะเป็นชุดสั้นชุดยาวชุดไทยสารพัดชุดสารพัดยี่ห้อมันเลยทำให้เรารู้ว่าถ้าเราใส่ชุดนี้เราจะพรีเซ็นต์ยังไงให้สวยที่สุดเทคนิคทั้งหมดขอบคุณอามาก มันช่วยเราทำให้เวลาเราไปเดินแบบเวทีจริงเจอโจทย์ยากแค่ไหนเอาอยู่หมด

ยุคทองของวงการนางแบบ

เป็นยุคที่นางแบบเฟื่องฟูมาก มีงานทุกวัน แต่แอนไม่ได้เอาดีทางเดินแบบ เพราะเรามาเล่นละครแล้วละครมันเอาเวลาของเราไป ไม่สามารถให้คิวการเดินแบบได้จริงๆ ไม่ได้ทิ้งงานเดินแบบนะคะ แต่อาจจะด้วยความที่เรายังเด็กเลยไม่สามารถจัดสรรเวลาได้ ถ้าเรามีผู้จัดการดูแลเหมือนเด็กสมัยนี้สิ ยุคนั้นมันไม่มีผู้จัดการเราต้องดูแลตัวเองพ่อ-แม่ไม่เกี่ยวไม่เคยยุ่งเลย คิดเองเออเองจัดการตัวเอง คือเราคิดแค่ว่าเราถ่ายละครวันพฤหัส-อาทิตย์เหลือแค่จันทร์อังคารพุธแล้วเดินแบบมันมักจะมีวันเสาร์-อาทิตย์ เวลาเราก็หมดรับงานไม่ได้ ทั้งที่จริงๆ มันก็มีวันว่างบางวันก็นอนอยู่บ้านแล้วพอเราไม่เดินนานๆเขาก็ลืมเราไปเขาก็ไปเอาคนอื่นเดิน เราก็ไม่เป็นไรเราก็เล่นละครของเราไปคิดแค่นี้ถ้าเป็นยุคนี้แล้วเรามีผู้จัดการส่วนตัวมันจะจัดการได้นะเขาจะคิดแทนเราและเขาจะมีหัวธุรกิจมากกว่าเรา

สิ่งที่ได้ในวงการนี้

ได้เพื่อนได้ชีวิตได้ความสุขได้เยอะเงินก็ได้ แล้วแอนว่ามันเป็นอาชีพนะ ซึ่งเป็นอาชีพเดียวในชีวิตแอน เป็นอาชีพเดียวที่แอนเรียกเป็นอาชีพ อย่างอื่นทำแค่แป๊บเดียวเราก็ไม่เอาแล้วไม่ชอบ เคยเปิดร้านก็เจ๊งแล้วเจ๊งอีกมันเอาเงินละครเราไปหมดเลย (หัวเราะ) เราเก็บมาแล้วพอไปลงกับธุรกิจ การทำธุรกิจมันเป็นความเสี่ยง แต่การที่เรามาเป็นนักแสดงเราเป็นลูกจ้าง ซึ่งกว่าจะค้นพบนี่คือทำร้านอาหารเจ๊งไปแล้วสามร้านนะคะ ก็เลยคิดว่าแอนไปเล่นละครเถอะเป็นลูกจ้างเขารับเงินไปเบาๆ อย่าไปคิดเยอะสนุกๆ อย่างนี้ดีกว่า ก็ขนาดแอนไปสอนเดินแบบแอนคิดเองเออเองทำเองคนเดียวเท่ากับเป็นนายตัวเอง แอนยังเอาดีได้แค่ตอนสอนเลย ตอนดำเนินธุรกิจการจัดแจงก็ทำไม่ได้อีกแล้วก็ท้อถอยจนทำให้ไม่ได้สอนเพราะว่ามันต้องมีธุรกิจควบคู่ด้วยซึ่งเราไม่เก่งและไม่ชอบ ก็เลยคิดว่าใครมีสถาบันสอนเดินแบบแล้วเอาแอนไปเป็นลูกจ้างแอนจะแฮปปี้กว่า

ชีวิตคู่ในแบบของแอน

แอนไม่มีครอบครัว (ยิ้ม) แต่แอนมีแฟนเป็นผู้หญิง เราอยู่ด้วยกันมาสิบเจ็ดปีแล้ว แต่ว่าแอนก็ไม่ได้เปิดตัวต่อสื่อใดๆ แต่ก็ไม่ได้ปิดคือครอบครัวและในกลุ่มเพื่อนฝูงเราก็จะรู้หมดเจอกันหมดแล้วทั้งเพื่อนเขาเพื่อนเรา วันนี้หรือว่าแอนมีความคิดแบบนี้มาตั้งแต่แรกก็ไม่รู้คือเราแค่หาคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ พอดีคนนั้นเป็นผู้หญิง ไม่ใช่ว่าวันที่คบกับเขาวันแรกคือเห็นทอมที่ไหนแล้วชอบอยากเป็นแฟน ไม่ใช่เลยไม่ได้มีความรู้สึกแบบนั้นไม่ได้รู้สึกอะไรกับเพศทอมเลยนะเห็นเป็นเพื่อนเป็นพี่คนหนึ่งเพราะว่าวงการเรามีทุกเพศอยู่จำนวนมากแล้วเราชินกับคนพวกนี้ เราไม่ได้รู้สึกว่าเป็นของแปลกอะไรจนวันที่มาคบกันมันก็เกิดขึ้นแบบงงๆ คบกันไปมากลายเป็นว่ามันนานระยะเวลามันนานไปเอง แล้วพอมันนานเข้าเราก็ไม่ได้รู้สึกว่าเราต้องการผู้ชาย คบคนนี้ดีแล้วเราไม่ได้รู้สึกว่าต้องการการดูแล ต้องการความผูกพันนี้จากผู้ชายบังเอิญว่าคนนี้เขามีให้เราได้ เราไม่ได้เน้นความรักความใส่ใจจากเพศอะไร เราเคยหาสิ่งนี้จากแฟนคนก่อนๆ ซึ่งเป็นผู้ชายแต่มันก็ไม่มี แต่พอเราคบคนนี้แล้วเราสบายใจและพ่อ-แม่เราก็ไม่ได้ซีเรียสว่าเราจะต้องมีลูกเต้าหรือว่ามีครอบครัวเขาก็แล้วแต่อยู่กับใครแล้วมีความสุขเราก็อยู่ไป ก็ขำๆ กับชีวิตไปไม่จำเป็นว่าเราจะต้องแต่งงานต้องมีลูกนะหรือคนจะมองว่าเป็นคู่พิสดารผิดธรรมชาติ ไม่แคร์ไม่สนค่ะ แล้วแอนก็มาใช้ชีวิตอยู่ที่พัทยาซื้อบ้านอยู่ที่นี่เพราะว่าแฟนเขาทำงานกับชาวต่างชาติที่นี่ เขาก็ชวนเรามาตอนแรกเราก็ไม่อยากมามีความรู้สึกว่าพัทยามันคือที่ให้เรามาเที่ยวอยู่สองสามวัน แต่พอมาอยู่จริงๆ เราก็อยู่ได้ ไปทำงานในกรุงเทพฯเราก็ขับรถไปกลับได้สบายบางทีไปถึงก่อนคนที่อยู่กรุงเทพฯเสียอีก รถไม่ติดเพียงแต่ระยะทางมันจะไกลหน่อยแต่เราก็ชินในการใช้ชีวิตของเราแบบนี้ค่ะ แล้วแอนก็มีน้องหมาเป็นเพื่อนรักยิ่งกว่าใดๆ ในโลกเลี้ยงไว้เป็นเพื่อน

ความเป็นไปในวันนี้

กลับมารับงานแสดงครั้งนี้ตั้งใจและบอกเลยว่านี่คือสิ่งที่เราทำแล้วมีความสุขที่สุดบอกเลยว่าจะทำต่อไป ซึ่งพอเรากลับมาก็เริ่มมีคนเห็นมีผู้จัดช่องต่างๆ เรียกใช้ บางเรื่องก็มีรับเชิญเป็นคุณหญิงเป็นแม่แป๊บๆ บางเรื่องเป็นคนใช้คือได้หมดเลยค่ะ ด้วยอายุจะให้เล่นเป็นนางเอกหรือไง (หัวเราะ) มันถึงวัยแล้วค่ะรับได้เป็นยายก็เอาละครตอนนี้มี “วิหคหลงลม” ทางช่อง 7 ของดาราวิดีโอใกล้ออนแอร์แล้ว และกำลังจะเปิดเรื่องใหม่ของพอดีคำเรื่อง “บ่วงสไบ” ก็ได้เล่นหลากหลายค่ายมากขึ้น อย่างที่บอกเราใช้ชีวิตมาหลายรูปแบบเราก็ค้นพบแล้วว่าการเป็นนักแสดงมันเหมาะกับเราที่สุดนางงามนางแบบคือใบเบิกทางแต่สุดท้ายแล้วแอนชอบอาชีพนักแสดงที่สุด และเราก็มีความเป็นครูอยู่ในตัวสูงเหมือนกัน ตอนนี้ก็เลยได้มาเป็นวิทยากรที่มหาวิทยาลัยพะเยา เป็นวิทยากรพิเศษให้ความรู้เด็กศิลปะที่กำลังจะศึกษาจบคือเด็กศิลปะเขาจะติสท์ๆเราก็จะไปไกด์เขา ไปกับเพื่อน เราไปพูดเรื่องการเข้าสังคมเพราะว่าอาชีพนักแสดงกับความเป็นนางงามของเราคือการเข้าสังคม ไปสอนว่าใบเบิกทางในการทำงานไม่ใช่มีแค่ฝีมือนะต้องมีมารยาท ต้องนั่งยืนเดินไหว้ให้เป็น โดยการเอาประสบการณ์ตรงของเรามาสอน คือเราเคยคิดว่ามันไม่สำคัญเมื่อตอนที่เรายังเด็ก แต่พอเราโตมาวันหนึ่งแล้วเราถูกไหว้เราจะนึกออกเลยว่ามันสำคัญ แอนจะมาสายวิทยากรให้ความรู้ด้วยค่ะแต่ไม่เปิดเป็นสถาบันแล้วขอเป็นมือปืนรับจ้างอย่างเดียว แอนเพิ่งมาสังเกตตัวเองว่าที่แล้วมาเวลาเราไปเดินแบบเจอเด็กใหม่ๆ เราจะชอบไปบอกเขานะ ยิ่งถ้าเด็กที่เข้าหาเราเองสกิลความเป็นครูก็จะพุ่งเลยค่ะ หรือแม้แต่เล่นละครก็เหมือนกันเราก็จะเตรียมกันมีอะไรก็ช่วยกัน ลูกศิษย์ที่ผ่านมือครูแอนมาแล้วก็มี“น้องทับทิม-อัญรินทร์” และ “น้องนาย-ชนุชตรา” แฟน“พี่เคลลี่” แอนสอนเขาเดินแบบเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว

บุคคลสำคัญที่ทำให้มีวันนี้

ทักษะด้านนางงามที่เกี่ยวกับการยืนเดินไหว้ต้องบอกว่าได้มาจากคุณอาสมชายโดยตรงเลยค่ะ แล้วคนถัดมาคือ “พี่สปัน เสลาคุณ” เป็นนางแบบรุ่นพี่ที่เคยสอนแอนช่วงเข้าวงการใหม่ๆ ที่เวลามาเดินแบบเราจะติดความเป็นนางงาม พี่เขาก็จะสอนเราก็ดีขึ้นก็เท่ากับเป็นครูอีกคนหนึ่ง ส่วนทางด้านการแสดงครูคนแรกที่สอนเข้ากล้องคือ “อาเปี๊ยก-พิศาล” หลังจากนั้นเราก็ได้มาเล่นละครจักรวงศ์ครูคนถัดมาก็คือ “พี่ลอร์ด-สยม” “พี่หลุยส์- สยาม” และแอนขอยกให้ผู้กำกับทุกท่านในดาราวิดีโอว่าเป็นครูของแอนนะคะ เพราะว่าสมัยก่อนไม่ได้เรียนการแสดงครูคือผู้กำกับก็เลยจะได้ความรู้ทางการแสดงจากบุคคลเหล่านี้ที่แอนเอ่ยมาค่ะ

เมื่อได้รับความรู้และประสบการณ์ดีๆ มาแล้วก็พร้อมจะถ่ายทอดไปยังน้องๆ รุ่นต่อไปอีก และนี่ก็คือ “แอน-เพ็ญศิริ สุภาพันธุ์” นักแสดงสาวเจ้าบทบาทที่อยู่ในใจใครหลายๆ คน

กุหลาบสีเงิน