เหล่าดารา-ศิลปินใจบุญตบเท้าร่วมโครงการ ‘รพ.ราชวิถี ดีต่อใจ ได้ต่อบุญ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/308308

เหล่าดารา-ศิลปินใจบุญตบเท้าร่วมโครงการ 'รพ.ราชวิถี ดีต่อใจ ได้ต่อบุญ'

เหล่าดารา-ศิลปินใจบุญตบเท้าร่วมโครงการ ‘รพ.ราชวิถี ดีต่อใจ ได้ต่อบุญ’

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 10.05 น.

เหล่าดารา–ศิลปินใจบุญตบเท้าร่วมเปิดโครงการ“รพ.ราชวิถี ดีต่อใจ ได้ต่อบุญ” เป็นจำนวนมากและเชิญชวนคนไทยร่วมบริจาคสมทบทุนซื้อเครื่องมือแพทย์และสร้างอาคารศูนย์การแพทย์ราชวิถี เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการของผู้ป่วยที่ด้อยโอกาสทั่วประเทศ งานนี้นำโดย แหม่ม– สุริวิภากุลตังวัฒนา,แพนเค้ก –เขมนิจ จามิกรณ์, ฟิลลิปส์– The Face Men (คนแรกของเมืองไทย), เจเน็ตเขียว, รุ้งลาวัลย์ โทนะหงษา (หนูหิ่น), อู – ภาณุ สุวรรณโณ (ดาราจากช่อง7), มะเหมี่ยว – พรชดา (นางเอกหน้าใหม่ ช่อง7) ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีศิลปินนักร้อง อาทิ ตุ๊ก- วิยะดา, อู๋– ธรรพ์ณธร ปาลกะวงศ์ณ อยุธยา,ไท – ธนาวุฒิ, เอเม็อบ ฯลฯ  ที่มาร่วมเชิญชวนฯด้วย นับเป็นการต่อชีวิตให้กับผู้ป่วยอีกนับล้านชีวิตณ บริเวณหน้าตึกสิรินธร โรงพยาบาลราชวิถี

เมื่อเร็วๆนี้ นพ.มานัส โพธาภรณ์ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลราชวิถี  เปิดเผยว่า โรงพยาบาลราชวิถีได้เปิดให้บริการด้านการแพทย์และดูแลสุขภาพคนไทยมากว่า 66 ปี เป็นศูนย์รับส่งต่อผู้ป่วยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร และมีความเชี่ยวชาญให้บริการทางการแพทย์เฉพาะทางด้วยการฝึกอบรมแพทย์ ผลิตบุคลากรทางการแพทย์ที่มีคุณภาพสู่สังคมไทย   เพื่อหวังให้คนได้รับการรักษาที่ดีมีคุณภาพ และเข้าถึงการรักษาได้อย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่เลือกฐานะหรือชนชั้น ปัจจุบันโรงพยาบาลราชวิถี เป็นโรงพยาบาลที่คุณอาจลืม และมีผู้ป่วยรอคอยการรักษามากกว่า1,000,000 ชีวิตต่อปี พื้นที่ของโรงพยาบาลมีความแออัดและทำให้ผู้ป่วยต้องรอนานทั้งในการตรวจ และ รับเข้านอน รพ.เพื่อทำการรักษาค่อนข้างนานรวมทั้งอาคารต่างๆ ที่เปิดทำการรักษามาเป็นเวลานานจึงทำให้ทรุดโทรมลงตามเวลา เราจำเป็นต้องปรับปรุง และ ขยายส่วนให้บริการจึงเกิด“อาคารศูนย์การแพทย์ราชวิถี”ขึ้น ซึ่งเป็นอาคารสูง 25 ชั้น ซึ่งคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ประมาณปลายปี พ.ศ. 2561จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่ดีได้มากขึ้นช่วยลดความแออัดและระยะเวลาในการมารอรับบริการ

อีกทั้ง โรงพยาบาลราชวิถียังขาดแคลนงบประมาณ ในการก่อสร้างอาคารศูนย์การแพทย์ และการจัดซื้อเครื่องมือทางการแพทย์อาคารฯ รพ.ราชวิถีแห่งใหม่นี้ทางโรงพยาบาลจึงได้จัดตั้งโครงการ “รพ.ราชวิถี ดีต่อใจ ได้ต่อบุญ” เพื่อเชิญทุกๆคน มาร่วมเป็นผู้ให้ มาร่วมบุญ กับ โครงการ เพื่อที่จะนำเงินไปสบทบซื้อเครื่องมือแพทย์และอาคารศูนย์การแพทย์ เพื่อให้สามารถรักษาผู้ป่วยได้อย่างเต็มศักยภาพ  ผู้ป่วยที่นี่ยังรอความหวัง เพื่อให้ชีวิตไปต่อและคุณคือคนสำคัญ ที่จะช่วยต่อชีวิต ต่อความหวัง ต่อเจตนารมณ์ให้โรงพยาบาลราชวิถี เป็นโรงพยาบาลที่เข้าถึงทุกการรักษา

ดังนั้นจึงขอเชิญชวนทุกท่านผู้มีจิตศรัทธาร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับโครงการ “รพ.ราชวิถี ดีต่อใจ ได้ต่อบุญ” โดยสามารถร่วมบริจาคได้ที่ “ศูนย์การแพทย์ราชวิถี ในมูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี” ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาโรงพยาบาลราชวิถี หมายเลขบัญชี 051-2-69056-1หรือ สอบถามโทร
02–3547997-9 หรือ http://www.rajavithihospitalfoundation.org มาร่วมสร้างกุศลอันเป็นนิรันดร์กับโรงพยาบาลราชวิถี เพื่อให้ชีวิตของผู้ป่วยที่รอโอกาสทางการรักษา ให้มีโอกาสได้ไปต่อ และสามารถกลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัว และทำประโยชน์เพื่อสังคมต่อไป

โดยเหล่าดารา – ศิลปินได้เผยถึงความรู้สึก… แหม่ม – สุริวิภา กุลตังวัฒนา“จริงๆ พี่หนูแหม่มเห็นโรงพยาบาลนี้มานานแล้ว เพราะว่าเราเดินเข้าออกบ่อย คุณพ่อเรารักษาที่นี่ และมีพี่ชายทำงานอยู่ที่นี่ตั้งแต่เรียนจบเขาก็ทำงานที่นี่ เห็นตั้งแต่ตึกยังไม่เยอะขนาดนี้ เห็นตั้งแต่วันที่คนมานอนรอรักษาเข้าคิว คนงานที่ต้องตรวจสุขภาพที่เพื่อจะเดินทางไปต่างประเทศ เข้าคิวรอเป็นร้อยๆ แล้วมานอนรอ พี่ว่าวันนี้มันถึงเวลาแล้ว ถึงเวลาที่เราจะต้องไปต่ออีก เพราะคนเราเกิดตลอด ต้องการการรักษาจากโรงพยาบาลตลอด ดังนั้นเมื่อเราจะพัฒนากันต่อไปได้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับบุคลากรของโรงพยาบาลเพียงอย่างเดียวมันต้องเป็นเราทั้งหมด ถึงเวลาแล้วที่เราจะออกมาเป็นส่วนหนึ่ง ในการต่อชีวิตผู้ป่วย ต่อกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ด้วย เพื่อที่จะพัฒนากันต่อไปค่ะ”

แพนเค้ก- เขมนิจ“ไม่เคยได้เข้ามาที่ราชวิถีแบบจริงจัง แต่ได้ฟังกับคุณแม่มานานมาก เพราะคุณแม่เกิดที่นี่ และจริงๆเรียกว่าเรามีความผูกพันกับที่นี้ แล้วก็ได้รับฟังจากคุณแม่ตลอด ก็ดีใจมากที่มีโอกาสมาช่วยและบอกบุญนี้ต่อๆกันไป อย่างที่เราเห็นในวีทีอาร์ เราก็จะเห็นว่ามันแน่น มันแออัดขนาดไหน แล้วชีวิตทุกชีวิตมันรอไม่ได้ค่ะ มันคือนาทีต่อนาที อะไรที่เราสามารถช่วยกัน หรือหยิบยื่นกันได้ ตอนนี้มาได้ครึ่งทางแล้ว อีกครึ่งทางอยู่ในมือของเราทุกๆคน ก็คงได้ช่วยกันแบบเต็มที่ ที่สุด ก็คนละไม้คนละมือแพนว่าเราทุกคนทำได้”

ฟิลลิปส์– The Face Men (คนแรกของเมืองไทย)“สิ่งที่โรงพยาบาลขาดคือห้อง อุปกรณ์ ในชีวิตของเราต้องการโรงพยาบาล เพราะในสังคมนี้โรงพยาบาลสำคัญมาก ถ้าไม่มีเราก็พัฒนากันต่อไปไม่ได้ ก็อยากให้ทุกๆท่านร่วมกันบริจาคคนละเล็กละน้อยเพื่อชีวิตของผู้ป่วยที่รอโอกาสทางการรักษา ให้มีโอกาสได้ไปต่อ”

‘แพท ณปภา’เล่านาทีบีบหัวใจอุ้ม’เรซซิ่ง’เผชิญหน้า’เบนซ์’ใน’วันพ่อ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/308307

'แพท ณปภา'เล่านาทีบีบหัวใจอุ้ม'เรซซิ่ง'เผชิญหน้า'เบนซ์'ใน'วันพ่อ'

‘แพท ณปภา’เล่านาทีบีบหัวใจอุ้ม’เรซซิ่ง’เผชิญหน้า’เบนซ์’ใน’วันพ่อ’

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 10.01 น.

เปิดใจหญิงแกร่งแห่งปี “แพทณปภา ตันตระกูล” ซึ่งในปีที่ผ่านมาเธอเจอมรสุมมากมายในชีวิต ทั้งปัญหาเรื่องผู้ชาย พบรักกับสามีคนปัจจุบัน “เบนซ์เรซซิ่ง” แต่ต้องเจอกับคดียาเสพติด ฟอกเงิน และวันนี้อาจถูกปลดจากพรีเซ็นเตอร์ ล่าสุด“หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” จากรายการ โหนกระแส ในฐานะผู้ดำเนินรายการ จึงได้เชิญเธอมาเปิดใจ

ขอย้อนกลับไปปีนี้ คุณมองว่าชีวิตคุณเป็นยังไง?“จะบอกว่าแย่ก็ไม่เชิง คือสิ่งที่เราคิดไว้ว่าจะกลายเป็นลบ ก็พลิกมากลายเป็นบวก มันไม่ใช่พลิกวิกฤตเป็นโอกาส แต่ตอนแรกเรามองว่ามันลบแน่นอน แต่อยู่ดีๆ ไม่ได้ลบอย่างที่เราคิด ไม่ได้พังอย่างที่เราคิด ตั้งแต่เรื่องที่เกิดขึ้น เรื่องตบ ฉายาเขาก็ตั้งกันเอง คำนั้นไม่ได้มาจากเรา มันเกิดจากทั้งฝั่งเราและฝั่งเขาเอาคลิปไปลง มันไม่โอเคกันทั้งสองฝั่ง มันกลายเป็นเรื่องเป็นราวว่าทะเลาะกันเรื่องผู้ชาย จริงๆ ตัดเรื่องผู้ชายทิ้งไปเลย เรื่องผู้ชายมันจบไปแล้ว แต่เผอิญฝั่งโน้นไม่พอใจที่หลานเราก้าวร้าว เขาเอามาโยงกัน แพทไม่เอาอยู่แล้ว”

เขาทำหน้ามาซะหล่อเลยนะ?“ขอให้หล่อยิ่งๆ ขึ้นไป แฮปปี้นิวเยียร์กันไปเลย ฝั่งนั้นเขาไม่พอใจตรงหลานเรา ด้วยความที่รูสึกว่าไม่ใช่ หลานเราอายุเท่าไหร่ เราเลยรู้สึกว่าพอมีปัญหา ก็โยงกันไปโยงมา แต่ไม่ได้จบด้วยการเคลียร์ ต้องมานั่งแถลงข่าว”

เหตุการณ์ในครั้งนั้น กระแสสังคมน่าจะด่าคุณ แต่กลับกลายเป็นเห็นใจเยอะมาก จากอินสตาแกรมไม่กี่แสน?“ขึ้นมาล้านกว่ามั้งคะ แค่เหตุการณ์นี้ เราไม่ได้อยากจะบอกว่าสิ่งที่เราทำควรไปทำตามนะ  มันไม่โอเคนะ คือไม่ใช่คุณไปทำอะไรเพื่อหวังแบบนี้ เดี๋ยวจะเข้าใจว่าต้องทำแบบนี้แล้วมียอดฟอลโลว์เยอะๆ เราไม่อยากทำให้เป็นเรื่องเป็นราว ไม่อยากให้เกิดอะไรแบบนี้บังเอิญเป็นเรื่องที่พอสืบลึกเข้าไปถึงรู้ว่าโอเค เข้าใจ”

ไปไหนมาไหน เอาลูกไปด้วย?“แพทติดลูกค่ะ แพทไม่ได้มีพี่เลี้ยง มีน้องมาช่วยขับรถ แล้วก็ให้เขาดูแลเรซไปด้วย เขารักเรซมาก ที่บ้านมีน้องสาวที่คอยดูแลที่บ้าน แต่ที่บ้านแพทก็มีแม่แพทที่ป่วย พี่สาวที่ป่วย แพทก็ไม่อยากทิ้ง เดี๋ยวเอาภาระให้เขาอีก พี่เลี้ยงต้องดูพี่สาวที่ป่วย ส่วนน้องก็ดูแลแม่ อยู่ดีๆ แพทฝากไว้ มันก็ไม่ใช่”

ทำไมไม่จ้างพี่เลี้ยง?“กลัวค่ะ เห็นคลิปที่เขาตีลูก หรือความอดทนไม่เท่าเรา เลยรู้สึกเราเลี้ยงเองดีกว่า”

คุณแม่ไม่สบาย รวมถึงก่อนหน้านี้คุณกับคุณพ่อมีปัญหาฟ้องร้อง?“เรื่องมันจะมาแบบงงๆ แพทอยู่เฉยๆ ไม่ได้วิ่งไปหาเรื่อง แต่เรื่องมันเข้ามา คือเรามีการพูดคุยกันระยะหนึ่ง มีการส่งเสียให้ค่าใช้จ่ายป๋า แต่ช่วงหนึ่งเรามีปัญหากันในเรื่องครอบครัวใหม่คุณป๋า ทำให้แพทตัดสินใจว่าครอบครัวใหม่ต้องไม่ยุ่งกับเราสิ ไม่มายุ่งกับแม่เราสิ อยู่ดีๆ ก็เกิดเหตุการณ์เราคุยกันด้วยดี แต่เผอิญวันต่อมา การเรียกของศาลเกิดขึ้น มีข่าวเกิดขึ้นโดยที่เราไม่ได้เป็นคนให้ แต่เป็นฝั่งเขาเป็นคนให้ เราก็เกิดอะไรขึ้น ทำไมเราคุยกันไม่ได้ มันเกิดขึ้นได้ยังไง สุดท้ายเขาอยากให้เรากลับไปดูแลเขา แต่เขาเลือกให้เราไปคุยที่ศาล มากกว่าที่จะมาคุยที่บ้าน เราก็โอเค ไปคุยที่ศาลก็ได้ไม่เป็นไร พอเรื่องเป็นแบบนี้ เราไม่ได้ไม่ดูแลเขา แต่ถ้าป๋าคุมตรงนี้ไม่ได้ มันก็จะเกิดเรื่องแบบนี้ไง พอไปคุยที่ศาล พ่อก็อยากได้เรื่องค่าเลี้ยงดู เราก็โอเค เราก็ให้”

แตกหักกันไปเลยจนวันที่คุณต้องกลับไปดูแล?“คือพอเราจบที่ศาล พ่อก็เลือกติดต่อเราทุกสิ้นเดือนเฉยๆ คือไม่มีอะไรหรอก แพทก็ไม่ได้มีอะไร เขาก็คือพ่อ มันแค่เป็นส่วนเล็กๆ ที่รู้สึกว่าบางทีเราคุยกันได้ เราไม่ได้ไม่รักเขา แต่เราอยากให้เขาเคลียร์ปัญหากับตรงนั้นหน่อย ก็ตัดปัญหากันไปเรียบร้อย เราก็ทำหน้าที่ลูกเต็มที่ จนวันเขาป่วยเราก็กลับไปดูแล แต่เป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ แล้วท่านก็ไปเลย อันนี้เป็นปีที่แล้วค่ะ”

พอมาปีนี้ คุณก็เจอเรื่องหนักหนาในชีวิตแต่งฟ้าแล่บ แต่งเพราะท้อง เกิดเรื่องระหองระแหงก่อนคุณเบนซ์เรซซิ่งจะเข้าเรือนจำ?“จริงๆแพทกับพี่เบนซ์ ก็มีหลายกระแส เรารู้จักก่อนหน้าแต่งงานกัน 7 ปี แต่ 7 ปีห่างเหินมาก เมื่อ 7 ปีเรารู้จักกัน เคยเจอหน้า แล้วก็หายไปเลย ต่างคนต่างใช้ชีวิต โลกก็เหวี่ยงให้เรามาเจอกัน เหวี่ยงมาครั้งนี้กลับกลายเป็นว่าเราท้องด้วย ทำให้เราจำเป็นต้องแต่งงานกับเขา”

คุณใช้คำว่าจำเป็น?“ใช่ค่ะ ถ้าไม่ท้องก็ไม่แต่ง ชัดเจนตั้งแต่แรกอยู่ด้วย ต้องบอกว่าด้วยระยะเวลาเราก็ไม่ได้อยากแต่งงานคือประเด็นหลักๆ แพทตั้งใจแต่งหรือมีน้องปีนี้ แล้วค่อยมีลูกอีกที แต่เขามาเร็ว มันเลยท้องตั้งแต่ปีที่แล้ว ก็ต้องแต่ง”

เขาบอว่าตัวคุณเองกับคุณเบนซ์ พอมาอยู่ด้วยกัน ใช้เวลาคนละส่วน คนนึงเช้า คนนึงกลางคืน?“(ระหว่างนั้นเรซซิ่งร้องไห้ แพทบอกว่าพูดถึงพ่อไม่ได้เลยจะร้องตลอด) เราอาจไม่ได้ใช้ชีวิตกันเต็มที่หรือศึกษาลงลึกมาก พอเราท้องแล้วแต่งงงานกัน ก็ได้มาเรียนรู้กัน ตอนนั้นปัญหาค่อนข้างเยอะ เพราะแพทใช้ชีวิตกลางวัน พี่เบนซ์ใช้ชีวิตกลางคืน กลางวันเขานอน เราทำงาน 7 โมงเช้า เราตื่น เข้ารายการ สามสี่ทุ่มถึงเที่ยงคืนเรานอน เขาตื่น 6 โมงเย็น ที่เป็นอย่างนี้เพราะหนึ่งกิจการของเขา ไม่ได้ฟิกซ์เขาในการใช้ชีวิต สิ่งที่เขาชอบคือการขี่มอเตอร์ไซค์ แล้วเขาไม่ขี่กลางวัน เขาขี่มอเตอร์ไซค์กลางคืน ฉะนั้นเขาก็ใช้ชีวิตกลางคืน”

แต่คุณก็ผ่านกันมาได้?“มันก็จะเป็นแบบนี้แหละ ก็จากที่บ่นก็จะไม่บ่นแล้ว ฉันก็ใช้ชีวิตของฉัน ยูก็ใช้ชีวิตของยูไป”

ปีนี้มีการจับ “ไซซะนะ” ราชายาเสพติด มีการขยายผลถึงบอย นาคคำ แล้วมีการขยายผลถึงเบนซ์เรซซิ่งและมีการขยายมาถึงคุณ ว่ามีส่วนร่วมฟอกเงิน?“ต้องบอกว่าเรื่องราวเกี่ยวกับแพทแทบจะไม่มีเรื่องเลย พี่เบนซ์กับไซซะนะ เขาไม่รู้จักกัน ไม่เกี่ยวกันอยู่แล้ว อันนี้พูดได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ว่าเขาไม่ได้เกี่ยวข้องกัน”

เขารู้จักอ้อมๆ กันมั้ย?“ส่วนลึกตรงนี้ พี่เบนซ์เขาไม่รู้เรื่อง ตอนที่มีข่าวกับไซซะนะ เขาก็เฉยๆ เพราะเขาไม่รู้ว่ามาเกี่ยวอะไรกันกับตรงนี้ จำได้ว่าตอนนั้นอีก 10 วันแพทจะคลอดอยู่แล้ว ก็เกิดเรื่องราวมากมายก่ายกอง แพทไม่รู้ต้องรับมือกับมันยังไง ตอนแรกที่เจอปัญหาก็คิดว่าไม่น่าจะเกี่ยวกับแพท เพราะพูดตรงๆ ว่าแพทเพิ่งมาอยู่ในช่วงชีวิตเขาได้ไม่นาน อยู่ดีๆ ก็มาพัวพันถึงแพท ทำไมมีชื่อเราเข้าไปในเรื่องการฟอกเงิน แต่ตอนนี้ยกฟ้องไปแล้ว ในส่วนตรงนี้ก็ต้องย้อนไปว่าเกิดอะไรขึ้น มันเกิดจากการที่พี่เบนซ์มีการโอนเงินให้แพท เหมือนเงินเรายังพิสูจน์ไม่ได้ อย่างนั้นก็รับผิดไปแล้ว”

เขาโอนให้คุณเท่าไหร่?“รวมแล้วที่โดนอายัดไป1.5 ล้าน ใน1.5 ล้านมีการโอนทั้งหมด 19 ครั้ง”

แต่คุณทำงานได้เยอะกว่านี้อีกนะ?“ใช่ค่ะ เขาถึงได้ยกฟ้องเราไปไงคะ เรามีหลักฐานครบ แต่ถามว่าพอถึงจุดหนึ่ง ตอนนี้แพทก็ยังไม่ได้เงินล้านห้าคืน เพราะเขาโยกเงินส่วนนั้นไปอยู่ในส่วนพี่เบนซ์ไปเลย มันเป็นเงินส่วนหนึ่งที่พี่เบนซ์โอนให้แพท และมีเงินส่วนหนึ่งที่แพทหาได้ และแพทฝากสามีโอนเข้า เป็นหน้าที่ แต่เขายกก้อนรวมให้พี่เบนซ์เลย ซึ่งแพทเป็นคนเอาเงินก้อนนี้ไปให้ปส. อายัดไว้ เพื่อให้เขาตรวจสอบ ว่ามีพิษจริงหรือเปล่า ซึ่งตอนนี้ไมได้มีการตรวจสอบ เขาเลยยังไม่ได้คืน”

ดูยาวนานเหลือเกิน?“7 เดือนแล้วค่ะ จนลูก 10 เดือน”

ได้เจอมั้ย?“ล่าสุดค่ะ คือคนอื่นอาจไม่ตื่นเต้นแต่เราตื่นเต้น เขาเจอลูกครั้งสุดท้ายไม่แน่ใจ ลูกน่าจะ 5 เดือนกว่า เขาไม่อยากเจอลูก เขาทำใจไม่ได้ เขาอุ้มไม่ได้ มันเป็นลูกกรงและกระจกอีก พอคุยก็คุยผ่านโทรศัพท์ แพทเยี่ยมเขาได้แค่อาทิตย์ละวัน วันละชม. ได้แค่นี้ หลังจากนี้อีก 6 วันเขาจะอยู่ยังไง ต้องคิดถึงลูกตลอดเวลา แต่ช่วงวันพ่อที่ผ่านมา ก็เป็นวันที่บีบหัวเราใจเราเหมือนกัน จริงๆ เรซซิ่งไม่รู้เรื่อง แต่เรารู้สึกว่ามันถึงเวลาที่เขาต้องเข้มแข็ง แพทไม่รู้ว่าแพทจะทำตรงนี้ได้อีกนานแค่ไหน ที่จะต้องมาเยี่ยมคุณทุกอาทิตย์ และต้องวิ่งกลับไปทำงานและดูลูก คุณจะได้เจอลูกกับฉันอีกมั้ย ตอบไม่ได้ มันเป็นเรื่องอนาคต ฉะนั้นวันพ่อถ้าคุณไม่แข็งแรงพอที่จะเป็นพ่อเขา คุณก็ไม่ต้องเป็นดีกว่ามั้ย”

คุณคิดออกมาอย่างนี้เลย แค่อยากให้เขาเข้มแข็งและกล้าเผชิญหน้ากับลูก อย่ากลัวที่ต้องเสียใจ?“ใช่ค่ะ เราไม่รู้อะไรเลย เด็กเขาโตขึ้นทุกวัน อีก 2 วันเขา 10 เดือนแล้ว อีกแค่ 2 เดือนเขาขวบแล้ว แพทพาเขาไปวันพฤหัสบดี เลยวันพ่อไปสองสามวัน แพทก็ตัดสินใจ เป็นอะไรที่ต้องไฟว์นิดหนึ่ง เพราะแม่พี่เบนซ์เขาก็สงสารลูกแพทก็อุ้มไปแล้ว เขาบอกว่าเดี๋ยวให้น้องปาล์มอุ้มไว้ไม่ต้องเอาเข้าหรอก  ก็บอกว่าพามาแล้วก็อุ้มเขาเข้าไปเลยแม่  รับได้ไม่ได้ก็ต้องรับให้ได้ มันไม่มีอะไรที่รับไม่ได้ เป็นครั้งแรกที่แพทพาลูกเข้าไปข้างใน เราก็ตื่นเต้น ก็มีคนอื่นเยอะแยะไปหมด ทำเหมือนคนอื่น ก็พาเขาเข้าไป ตลอดระยะเวลา7 เดือนเราไม่เคยพาลูกเข้าไปเลย แพทรู้สึกมันไม่ใช่ แล้วคุณจะเป็นพ่อเขายังไง แพทก็พาเขาไป แล้วเขาก็ทำได้ เขาเข้มแข็ง ไม่ฟูมฟาย เขาก็แฮปปี้ที่ได้เห็นลูก เขาดีใจมาก เขาเล่นกับลูก ยิ้ม พอแพทคุยกับเขา เขาบอกลูกเราหล่อมาก เราก็แฮปปี้ เขาร้องไห้ค่ะ แต่แพทไม่ร้องไห้ ก็คิดอยู่แล้วว่าเขาร้องไห้ แต่อยากให้เขาเข้มแข็ง เขาชอบพูดว่าไปเจอข้างนอกดีกว่า แต่เราไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้น แล้วจะรอถึงเมื่อไหร่ แพทไม่รู้ว่าจะต้องรอถึงเมื่อไหร่”

เขาบอกให้พาไปอีกมั้ย?“แพทมีโอกาสเจอเขาอาทิตย์ละวันก็ต้องดูฟีดแบ็กอีกทีหนึ่งค่ะ ไม่ได้มีโอกาสบ่อยๆ มันเหมือนต้องอยู่กันไปวันต่อวัน แพทรู้ว่าเขาลุ้นว่าอาทิตย์นี้เขาจะได้เจอแม่ พี่ เมียเขามั้ย วันไหนแพทไม่ได้ไป เขาก็จะถามว่าเราติดอะไร”

ล่าสุดคุณจะหลุดพรีเซ็นเตอร์ดร.จิล เพราะเขามีพรีเซ็นเตอร์เพิ่ม คือมาร์กี้ ราศี คุณมาริโอ้ เมาเร่อ?“จริงๆ เป็นตั้งแต่เรื่องตอนท้องแล้วค่ะ เรื่องราวคุกรุ่นมาตั้งแต่ท้อง เราเป็นนักแสดงในจุดๆ หนึ่งก็ต้องรักษาเอาไว้ อยู่ดีๆ วันหนึ่งเราท้อง แล้วเจ้าของแบรนด์เขาจะรู้สึกยังไง ที่เขาจ้างวัยรุ่น เป็นยังเจเนอเรชั่น แล้วอยู่ดีๆ วันหนึ่งมาท้องและไม่ได้แต่ง วันหนึ่งก็มาแต่งเพราะท้อง ก็เป็นประเด็นหนึ่งแล้ว เขาก็โอเค ยังจ้างเราอยู่ มาอีกเรื่องก็คือสามีโดนจับ เมียโดนตั้งข้อหาในคดียาเสพติด ซึ่งหนักกว่าเดิมอีก ถ้าเป็นคดีปกติก็คงเฉยๆ แต่นี่คือคดีไม่มีใครเขาอยากโดนกันมั้ย ชัวร์ หลุดแน่นอน คงถอดออกจากกล่องแล้วล่ะ เราก็กังวลมาก เรารักงานเรา เรารักพรีเซ็นเตอร์เรา เราอยากทำ นั่นคือรายได้ที่เราจะมาจุนเจือครอบครัวเรา เราท้องด้วย แล้วเราคิดไปไกลจะเอาเงินที่ไหนมาเลี้ยงแม่เลี้ยงลูก ประจวบตอนท้องเราก็ต้องหยุดงาน ถ้าพรีเซ็นเตอร์มาทิ้งเราไปอีก เราปิดประตูล็อกเลยนะ เราก็ต้องขอบคุณเขา เป็นความโชคดีด้วย เจ้าของแบรนด์เขาเข้าใจเรา”

สิ่งหนึ่งเหมือนคุณกับเขาเดินคู่กันมาตั้งแต่แรก?“คือแพทกับดร.จิลอยู่กันมาปีนี้เป็นปีที่ 4 แต่ดันมีปัญหาตอนเข้าปีที่ 4 เราคิดว่าเขาน่าจะอยู่กับเราได้ เราก็ไม่คิดว่าเราจะมีปัญหาไง เราคิดว่าเขาไม่น่าโอเคใครจะอยากจ้างคนมีปัญหามาทำงาน”

เป็นเพราะคุณทำให้ยอดขายเขาถล่มทลายหรือเปล่า?“สาธุพี่หนุ่ม”

ขายเป็นพันล้าน?“ตอนนี้บอสเขารวยมาก แต่ก่อนมาถึงจุดนี้ มันมีจุดพีคสุด คือแพทคิดว่าเราหมดแล้วทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เราอยู่ในวงการแล้วสร้างมา เราทำอะไรไม่ได้แล้ว คงต้องพักจริงๆ ต้องหาอะไรทำ แต่สุดท้ายเขาก็แบบ เราอยู่ด้วยกันมา และจะอยู่ด้วยกันต่อไป เขาเอาสัญญามาวางหน้าแพท ปีที่ 4 เราจะอยู่ด้วยกัน เราบอกลูกเลยว่าแม่ไปต่อได้แล้วลูก มันเป็นอะไรที่เราบอกไม่ถูก มันเป็นความโชคดีของแพทกับลูกที่ได้ตรงนั้นมา มันมีประเด็นก่อนหน้านั้นอีกที่ว่ามีกระแสว่าเขาไปเซ็นมาร์กี้ ไปเซ็นมาริโอ้ แล้วดร. จิลคือเซรั่มขวดเดียว ไม่ได้แตกไลน์ แล้วทำไมถึงจ้างคนอื่น เราก็งงหรือเขาเซ็นเราเพื่อรักษาน้ำใจเราหรือเปล่า แต่จะไม่ใช่เรา ดร.จิลคือดร.จิล เป็นเซรั่มอย่างเดียว จะใช้พรีเซ็นเตอร์ทำไมหลายคน ชัวร์แน่ๆ แต่สุดท้ายเขาก็เดินไปกับเราต่อ เขาเอามา 3 วันเพราะวันนี้แพทได้โตไปอีกขึ้นคือเป็นคุณแม่ไปแล้ว เขาเอามาร์กี้มาในฐานะเป็นวัยรุ่น มาส่งต่อบทบาทวัยรุ่น และเป็นสายแรกแย้มที่กำลังจะวิวาห์ในเร็วๆ นี้ มาริโอ้เป็นตัวแทนของผู้ชาย”

ถ้าวันนี้คุณเบนซ์ดูอยู่ อยากบอกอะไร?“ยากนะคำถามนี้ คงบอกเขาว่าไม่ต้องห่วงลูกชายค่ะ แพทว่าเขารู้อยู่แล้วแหละ แพทดูแลลูกได้แบบไม่ลำบากแน่นอน จะเลี้ยงให้เรซซิ่งเป็นเด็กดีแน่นอน สิ่งหนึ่งคืออยากให้พี่เบนซ์เข้มแข็ง อยากให้เขามองย้อนกลับมา เขายังมีสิ่งยิ่งใหญ่รอเขาอยู่ อยากให้มองถึงจุดนี้”

 

เปิดแจมบาร์ จูซ สาขา 2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/305567

เปิดแจมบาร์ จูซ สาขา 2

เปิดแจมบาร์ จูซ สาขา 2

วันอังคาร ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สมกับที่เก่งและขยัน จนได้รับรางวัลมาการันตีความสามารถอย่างมากมาย ล่าสุดหลังเปิดร้าน คริสปี้ ครีม สาขาที่ 30 ไปไม่นาน ตุ๊ก-ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริลีโอณีโอ ก็ได้ฤกษ์เปิดร้าน คริสปี้ ครีม สาขาดิ เอ็มควอเทียร์ ที่เพิ่งรีโนเวทร้านใหม่แบบใหญ่กว่าเดิม พร้อมอัดโปรโมชั่นโดนใจแฟนพันธุ์แท้ ด้วยโปร 1 แถม 1 (ซื้อคริสปี้ครีม รสชาติใดก็ได้ 1 โหล แถมฟรีออริจินัลเกรซ1 โหล)

เท่านั้นยังไม่พอ เจ้าแม่วงการคิวไลน์ ขอจัดหนักมากขึ้น ด้วยการเปิดสาขา 2 แบรนด์เครื่องดื่มน้ำผัก-ผลไม้ แบรนด์ดัง แจมบาร์ จูซ (Jamba Juice) ในพื้นที่ติดกัน พร้อมมอบโปรโมชั่นเด็ดมัดใจแฟนๆ ซื้อ 1 แถม 1 เฉพาะในวันเปิดร้านเท่านั้น ใครรักแบรนด์ไหน หรือรักทั้ง 2 แบรนด์ อย่าลืมไปจัดหนักจัดเต็ม ในวันอังคารที่ 28 พฤศจิกายน 2017 นี้ ที่ ดิ เอ็มควอเทียร์ ชั้น B

อวดโฉมเครื่องประดับสุดหรู‘ชีลิน’(Qeelin) แรงบันดาลใจจากตำนานจีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/305627

อวดโฉมเครื่องประดับสุดหรู‘ชีลิน’(Qeelin) แรงบันดาลใจจากตำนานจีน

อวดโฉมเครื่องประดับสุดหรู‘ชีลิน’(Qeelin) แรงบันดาลใจจากตำนานจีน

วันอังคาร ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

คริสตอฟ อาโต้, ดร.ฐิติพร สงวนปิยะพันธ์, เดนนิส ชาน

ตอบโจทย์หญิงสาวยุคใหม่ที่ต้องการความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ได้เป็นอย่างดี กับแบรนด์เครื่องประดับสุดหรูจากเมืองน้ำหอม “ชีลิน” (Qeelin) เครื่องประดับที่นำเรื่องราวตำนานเล่าขานเกี่ยวกับความโชคดีของชาวจีนมาเป็นแรงบันดาลใจหลักในการออกแบบ ภายใต้การนำเข้าของ ดร.ฐิติพร สงวนปิยะพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ บริษัท เซตเต้ เพคคาติ จำกัด โดยล่าสุดได้จัดงานแฟชั่นโชว์เปิดตัวแบรนด์อย่างเป็นทางการ ซึ่งมีไฮไลท์เด่นเป็นเครื่องประดับคอลเลคชั่นกูตูร์สุดพิเศษที่ส่งตรงมาให้ชาวไทยได้ชมพร้อมกันอย่างใกล้ชิด ในบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยเหล่าจิวเวลรี่เลิฟเวอร์ ที่เดอะ เฮ้าส์ ออน สาทร

“ชีลิน” (Qeelin) แบรนด์จิวเวลรี่ระดับโลก ตั้งแต่ปี ค.ศ.2004 โดย เดนนิส ชาน (Dennis Chan) ดีไซเนอร์เครื่องประดับชาวฮ่องกงฝีมือดี ที่มีความชื่นชอบศิลปวัฒนธรรม ความงดงามทางด้านประวัติศาสตร์ของประเทศจีน ซึ่งคอลเลคชั่นที่โดดเด่นของแบรนด์นี้เขาได้นำเอาเรื่องราวของสัญลักษณ์ที่นำมาซึ่งความโชคดีในแต่ละด้านจากเรื่องเล่าของชาวจีนมาเป็นแรงบันดาลใจหลักในการออกแบบอย่างร่วมสมัยผสมผสานความเป็นตะวันตกและตะวันออกเอาไว้ด้วยกันได้อย่างประณีตโดยฝีมือของช่างผู้รังสรรค์เครื่องประดับชาวฝรั่งเศส ตอบโจทย์หญิงสาวผู้รักในความทันสมัย สนุกกับการมิกซ์แอนด์แมทช์ และชื่นชอบในความยูนีคไม่เหมือนใครได้เป็นอย่างดี และ “ชีลิน”(Qeelin) ยังเป็นหนึ่งในแบรนด์เครื่องประดับจากเครือเคริ่ง กรุ๊ป (Kering Group) ผู้นำด้านเครื่องประดับ เครื่องแต่งกาย และไลฟ์สไตล์ชั้นนำจากกรุงปารีส อาทิ Gucci, Bottega Veneta, Saint Laurent, Alexander McQueen, Balenciaga, Stella McCartney, Boucheron และอีกมากมาย

ดร.ฐิติพร สงวนปิยะพันธ์ กล่าวว่า “แบรนด์ชีลิน นับว่ามีคอนเซ็ปต์การออกแบบที่น่าสนใจเป็นเครื่องประดับที่มีความหมายแฝงเรื่องการนำโชค พอมีโอกาสได้เห็นงานดีไซน์ของแบรนด์นี้ที่มีความร่วมสมัย สวมใส่ง่าย อีกทั้งยังผสานสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมเอาไว้อย่างกลมกลืน ก็คิดว่าน่าจะเหมาะกับผู้หญิงไทยที่ชื่นชอบการแต่งตัวสไตล์ยูนีคไม่เหมือนใคร ซึ่งงานนี้ก็เป็นครั้งแรกที่ดีไซเนอร์เจ้าของแบรนด์ คุณเดนนิส ชาน ได้เดินทางมาร่วมพูดคุยถึงความโดดเด่นของชีลิน และยังได้นำคอลเลคชั่นกูตูร์ที่ออกแบบอย่างประณีตมาให้คนไทยได้สัมผัสกันอีกด้วย”

ด้าน เดนนิส ชาน (Dennis Chan) ดีไซเนอร์ประจำแบรนด์ได้กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของการก่อตั้งแบรนด์ “ชีลิน” (Qeelin) ว่า“ครั้งหนึ่งได้เคยมีโอกาสเดินทางไปประเทศจีน ได้ท่องเที่ยวและศึกษาวัฒนธรรมเกี่ยวกับชาวจีน จึงรู้สึกว่าเป็นประเทศที่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ยาวนานมาก มีหลายสิ่งที่น่าสนใจเหมาะสำหรับการนำมาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือเรื่องราวเล่าขานเกี่ยวกับความโชคดีในแต่ละด้าน ผนวกกับที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่าอยากจะสร้างแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์ความโดดเด่นของความเป็นตะวันออกถ่ายทอดไปสู่ระดับโลก ก็เลยนำเอาเรื่องราวความโชคดีแต่ละด้านของคนจีนมาเป็นแรงบันดาลใจหลักในการออกแบบเครื่องประดับแบรนด์ชีลิน”

โดยที่นำมาเปิดตัวในเมืองไทยนั้น แบ่งออกเป็น 4 คอลเลคชั่นหลักด้วยกัน เริ่มจากคอลเลคชั่น “ชี่ ชี่” (Xi Xi) เครื่องประดับรูปทรงสิงโตเชิด ตัวแทนแห่งความสุข ความเจริญรุ่งเรือง และความมั่งคั่ง ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสมัยราชวงศ์ถังและเฉียนหลงฮ่องเต้ ถัดมาที่คอลเลคชั่น “โบ โบ้” (Bo Bo) เครื่องประดับรูปทรงหมีแพนด้า ตัวแทนแห่งความสงบสุขและมิตรภาพ เหมาะสำหรับการมอบเป็นของขวัญในเทศกาลสุดพิเศษ คอลเลคชั่น “ยู ยี” (Yu Yi) เครื่องประดับดีไซน์เรียบโก้ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากลวดลายเครื่องประดับจีนโบราณที่มีลักษณะคล้ายตัวล็อกรูปทรงก้อนเมฆ ซึ่งชาวจีนเชื่อว่ารูปลักษณ์ดังกล่าวเป็นสัญลักษณ์ของการมีอายุยืนยาว และยังสื่อถึงอิสรภาพ ความรัก และการช่วยบันดาลให้ความฝันกลายเป็นจริง และปิดท้ายที่ คอลเลคชั่น “วู ลู” (Wu Lu) ออกแบบโดยใช้รูปทรงน้ำเต้าซึ่งมีสัญลักษณ์คล้ายเลขนำโชคเลข 8 ของชาวจีน ที่เชื่อว่าจะนำความโชคดีมาให้

นอกจากนี้ ยังมีไฮไลท์เด่นพิเศษ ที่นำมาร่วมจัดแสดงภายในงาน อาทิ คอลเลคชั่น “เดอะ คิง แอนด์ ควีน” ที่หยิบเอารูปลักษณ์ของมังกรอันทรงพลังและนกฟีนิกซ์ มาถ่ายทอดเป็นเครื่องประดับดีไซน์โดดเด่นที่สื่อสัญลักษณ์ถึงความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรือง โดยมีชิ้นเด่นเป็นสร้อยคอประดับเพชร ทองคำขาวดีไซน์หรูหราสวยสง่า ถัดมาที่นาฬิกาข้อมือโรสโกลด์ (Rose Gold) จากคอลเลคชั่น “วู ลู” (Wu Lu) ที่มอบความคลาสสิกหรูหราให้กับหญิงสาวผู้สวมใส่ด้วยดีไซน์การฝังเพชรเป็นรูปทรงน้ำเต้าที่ถ่ายทอดลงบนตัวเรือนอย่างประณีต เกิดเป็นผลงานชิ้นมาสเตอร์พีซสุดพิเศษที่มีจำนวนเพียง 88 ชิ้นจากทั่วโลกเท่านั้น รวมถึงสร้อยคอ “วู ลู เลซ’ (Wu Lu Lace) รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น ที่ตัวเรือนของจี้ทำขึ้นจากไวท์โกลด์ (White Gold) ประดับเพชร และทับทิมน้ำงาม พร้อมสายสร้อยคอความยาว 32 นิ้ว ที่สามารถปรับระดับได้ตามความต้องการ ซึ่งถูกออกแบบมาเพียง 28 ชิ้นเท่านั้น เป็นต้น

สร้างสรรค์ประสบการณ์สุดล้ำค่าจากการสวมใส่เครื่องประดับจากแบรนด์ “ชีลิน” (Qeelin) ได้แล้ววันนี้ที่ ร้านเซตเต้ เพคคาติ บูทีคส์ ชั้น M ศูนย์การค้าสยามพารากอน

‘คิดถึง…สมเด็จย่า’ ครั้งที่ 20 ‘ปลูกป่า สร้างคน วิถีพอเพียง’ น้อมนำพระราชดำริสมเด็จย่า สืบสานพระราชปณิธานพัฒนาชาติอย่างยั่งยืน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/305563

‘คิดถึง...สมเด็จย่า’ ครั้งที่ 20 ‘ปลูกป่า สร้างคน วิถีพอเพียง’  น้อมนำพระราชดำริสมเด็จย่า สืบสานพระราชปณิธานพัฒนาชาติอย่างยั่งยืน

‘คิดถึง…สมเด็จย่า’ ครั้งที่ 20 ‘ปลูกป่า สร้างคน วิถีพอเพียง’ น้อมนำพระราชดำริสมเด็จย่า สืบสานพระราชปณิธานพัฒนาชาติอย่างยั่งยืน

วันอังคาร ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในวันที่ 21 ตุลาคม ของทุกปี บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ร่วมกับ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ และ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ร่วมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จย่าที่ทรงมีต่อพสกนิกร ในนิทรรศการ “คิดถึง…สมเด็จย่า” ครั้งที่ 20 ภายใต้ชื่องาน “ปลูกป่า สร้างคน วิถีพอเพียง” ระหว่างวันที่ 15-19 พฤศจิกายน 2560 โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงานเมื่อวันศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ณ ไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน พร้อมเสด็จฯ ทอดพระเนตรนิทรรศการด้วยความสนพระราชหฤทัย และยังทรงร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อป “ปลูกต้นไม้ในเมือง” โดยทรงนำเมล็ดพันธุ์พืชต่างๆ ปลูกในขวดพลาสติกที่ใช้แล้ว

บรรยากาศภายในงานคับคั่งไปด้วยแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงาน อาทิ ศ.นพ.เกษม วัฒนชัย,ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล-คุณหญิงพวงร้อย ดิศกุล ณ อยุธยา, บรรยงค์-ท่านผู้หญิงภรณี ล่ำซำ, ท่านผู้หญิงวราพร ปราโมช ณ อยุธยา, ท่านผู้หญิงวงศ์พรรณ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา, ท่านผู้หญิงเพ็ญศรี วัชโรทัย, คุณหญิงนงนุช อูนากูล, คุณหญิงกิ่งแก้ว เอื้อทวีกุล ฯลฯ โดยมีคณะผู้บริหารสยามพิวรรธน์ อาทิ ธารินทร์ นิมมานเหมินท์, คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม, พาสินี ลิ่มอติบูลย์ และ ชฎาทิพ จูตระกูล ร่วมต้อนรับ

ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ เลขาธิการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง กล่าวถึงการจัดนิทรรศการครั้งนี้ว่า “เป็นการนำเสนอพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ทรงเน้นการพัฒนาโดยยึดคนเป็นศูนย์กลาง ตลอดจนพระเมตตาที่พระราชทานความช่วยเหลือแก่ชาวไทยภูเขา เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนซึ่งหวังว่า คนที่มาชมนิทรรศการจะรู้สึกซาบซึ้งถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จย่าที่ทรงสร้างคุณูปการอย่างใหญ่หลวงแก่คนไทย และน้อมนำพระราชดำริรวมทั้งสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จย่ามาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและประเทศชาติ โดยเฉพาะเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากร ธรรมชาติ ที่ทรงตระหนักและห่วงใยมาตลอด”

นิทรรศการ “คิดถึง…สมเด็จย่า” ครั้งที่ 20 จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “ปลูกป่า สร้างคน วิถีพอเพียง” อันเกิดจากแนวคิดที่ว่า สมเด็จย่าทรงเล็งเห็นความสำคัญของทรัพยากรป่าไม้ของประเทศและทรงมีพระราชปณิธานอันแน่วแน่ ในการฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ให้กลับคืนความสมบูรณ์ เก็บไว้เป็นมรดกของลูกหลานไทยในอนาคต โดยทรงเริ่มต้นจากการ “ปลูกป่า” ให้เป็นป่าอันอุดม เป็นต้นน้ำลำธารแก่สรรพชีวิต จากนั้นประเทศชาติจะก้าวไกลได้ ต้อง “สร้างคน” ให้เป็นคนโดยสมบูรณ์ พร้อมช่วยเหลือผู้อื่นและเพื่อให้คนไทยรู้จักที่จะดำเนินชีวิตในสังคมด้วยความสามารถที่จะอุ้มชูตัวเองได้ โดยที่ตัวเองและคนอื่นไม่เดือดร้อน ให้มีความพอมี พอกิน พอใช้ “วิถีพอเพียง” จึงเป็นพระราชจริยวัตรที่สมเด็จย่าทรงปฏิบัติและทรงเป็นแบบอย่างแก่พระโอรส-พระธิดา โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงแสดงออกให้ปวงชนชาวไทยทุกคนได้เห็นเป็นแบบอย่างในวิถีแห่งความพอเพียงเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ ภายในงานจะแบ่งออกเป็นนิทรรศการ 5 โซน ได้แก่ โซน “แม่ฟ้าหลวง” “ทรงช่วยเหลือ” “ปลูกคน” “ต้นกล้า ที่เติบโต” และโซน “ปลูกป่า” นอกจากโซนนิทรรศการแล้ว ภายในงานยังมีเวิร์กช็อปงานประดิษฐ์สร้างสรรค์ ให้ผู้มาเยี่ยมชมงานได้ร่วมกิจกรรม ปลูกต้นไม้ในเมือง หรือ Urban Planting เพื่อเป็นการปลุกจิตสำนึกให้มีความรักต่อต้นไม้และสิ่งแวดล้อมโดยการนำภาชนะพลาสติกที่ใช้แล้วมาเป็นภาชนะในการปลูกต้นไม้ และเป็นการปลูกในพื้นที่ขนาดเล็กเหมาะสำหรับผู้คนที่อาศัยในเมือง โดย คุณป้อม-ศิริกุล ซื่อต่อชาติ วิทยากรคนเก่งผู้เขียนหนังสือ My organic life มาสาธิตวิธีการปรุงดิน การเพาะต้นกล้า สมุนไพร และพืชผักสวนครัว นอกจากนี้ ผู้เข้าชมงานยังได้เลือกชมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์งานฝีมืออันประณีตของชาวบ้านและช่างฝีมือจากมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ อาทิ ผ้าทอมือคุณภาพเยี่ยม งานเซรามิกเนื้อดี ไม้ดอกไม้ประดับนานาพันธุ์ และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ นำมาให้เลือกสรรในงานนี้อีกด้วย

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตรนิทรรศการด้วยความสนพระราชหฤทัย พร้อมกันนี้ทรงร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อป “ปลูกต้นไม้ในเมือง” โดยทรงทดลองนำเมล็ดพันธุ์พืชปลูกในภาชนะขวดพลาสติก

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตรนิทรรศการด้วยความสนพระราชหฤทัย พร้อมกันนี้ทรงร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อป “ปลูกต้นไม้ในเมือง” โดยทรงทดลองนำเมล็ดพันธุ์พืชปลูกในภาชนะขวดพลาสติก

เสด็จทรงเปิดงานจำหน่ายผลิตภัณฑ์โครงการหลวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/305569

เสด็จทรงเปิดงานจำหน่ายผลิตภัณฑ์โครงการหลวง

เสด็จทรงเปิดงานจำหน่ายผลิตภัณฑ์โครงการหลวง

วันอังคาร ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จมาทรงเปิดงาน “Royal Project Market @Siam Paragon” (รอยัล โปรเจกท์ มาร์เก็ต แอท สยาม พารากอน) ปีที่ 3 ในแนวคิด “อาหารจากแผ่นดิน” จำหน่ายผลิตผลโครงการหลวงในรูปแบบตลาดนัดร่วมสมัย ที่มีจำหน่ายทั้งพืชผัก ผลไม้ไม้ประดับ พร้อมเมนูอาหารสุขภาพจากผลิตผลโครงการหลวงที่รังสรรค์ขึ้นมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ จัดโดย มูลนิธิโครงการหลวง และ ศูนย์การค้าสยามพารากอน เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยมีคณะกรรมการจัดงานรับเสด็จ

ด้วยความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรไทยอันยิ่งใหญ่อย่างหาที่สุดมิได้ มูลนิธิโครงการหลวง จึงร่วมกับ ศูนย์การค้าสยามพารากอนจัดงาน “Royal Project Market @Siam Paragon” (รอยัล โปรเจกท์ มาร์เก็ต แอท สยาม พารากอน) ขึ้นเป็นปีที่ 3ในแนวคิด “อาหารจากแผ่นดิน” ซึ่งกว่าจะเกิดเป็นอาชีพและรายได้ที่สร้างความยั่งยืนให้แก่เกษตรกรบนที่สูง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงทุ่มเทพระวรกายทรงงานอย่างหนัก ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพืชผัก ผลไม้เขตหนาว และปศุสัตว์หลากชนิด เพื่อทดลองและวิจัยจนได้พันธุ์ที่ดีและเหมาะสม เรื่องราวเหล่านี้ถูกนำมาร้อยเรียงเป็นนิทรรศการ ด้วยเทคนิคแอนิเมชั่น “แม็ปปิ้ง” นำเสนอตั้งแต่จุดเริ่มต้นของมูลนิธิโครงการหลวง ตั้งแต่ยังเป็นภูเขาหัวโล้นที่เต็มไปด้วยฝิ่น จนกลายเป็นพื้นที่พัฒนาการเกษตรเขียวชอุ่มในปัจจุบัน

นอกจากนี้ ในงานยังได้รังสรรค์พื้นที่ขายผลิตผลและผลิตภัณฑ์โครงการหลวงในรูปแบบตลาดนัดร่วมสมัย เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่มีความแตกต่าง ทันสมัย ทั้งยังนำผลิตผลผลิตภัณฑ์อาหารจากแผ่นดิน 9 ชนิด ได้แก่ พีช, มะเดื่อฝรั่ง, ถั่วแดงหลวง,สตรอเบอร์รี่, ข้าว, รูบาร์บ, ชา, กาแฟ และปศุสัตว์ มารังสรรค์ขึ้นเป็นเมนูเพื่อสุขภาพ ทั้งอาหารคาวและหวาน อาทิข้าวเกรียบอ่อนไส้ปลาเทร้าต์, ข้าวเกรียบอ่อนไส้ถั่วแดงหลวง, ส้มตำข้าวเกรียบหลวง, ยำขนมจีนปลาเทร้าต์น้ำพริกลีซู, สลัดผักย่าง,เค้กข้าว, น้ำผักอินทรีย์ปั่น ฯลฯ มาจำหน่ายภายในงานโดยเฉพาะ

เพื่อให้ผู้เข้าชมสามารถสัมผัสบรรยากาศบนดอย ทำความรู้จักกับมูลนิธิโครงการหลวง และผลิตผล ผลิตภัณฑ์ต่างๆ จากยอดดอย โดยเฉพาะผลิตผลไฮไลท์ในคอนเซ็ปต์ “อาหารจากแผ่นดิน” รวมถึงการรังสรรค์เมนูอาหารสุดพิเศษที่มีทั้งอาหารคาวและหวานเพื่องาน “Royal
Project Market @Siam Paragon” จึงได้จัดทำหนังสือ “Food for Health อาหารจากแผ่นดิน” ที่ตั้งใจสร้างสรรค์ขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อจำหน่ายภายในงาน โดยรายได้จากการจำหน่ายผลิตผล รวมถึงหนังสือจะมอบให้มูลนิธิโครงการหลวงเพื่อนำไปพัฒนาการเกษตรบนที่สูงต่อไป

งาน “Royal Project Market @Siam Paragon” จำหน่ายผลิตผลโครงการหลวงในรูปแบบตลาดนัดร่วมสมัยที่มีจำหน่ายทั้งพืชผักผลไม้
ไม้ประดับ พร้อมเมนูอาหารสุขภาพจากผลิตผลโครงการหลวงที่รังสรรค์ขึ้นมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ จะมีไปจนถึงวันที่30 พฤศจิกายน 2560 ณ ฮอลล์ ออฟ เฟม และพาร์ค พารากอน ชั้น M ศูนย์การค้าสยามพารากอน

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์โครงการหลวงที่นำมาจำหน่ายในงาน

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์โครงการหลวงที่นำมาจำหน่ายในงาน

คุณแหน : 28 พฤศจิกายน 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/305623

คุณแหน : 28 พฤศจิกายน 2560

คุณแหน : 28 พฤศจิกายน 2560

วันอังคาร ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll รมช.มหาดไทย สุธี มากบุญเป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสระหว่างสิรยาบุตรสาว เชนทร์-ภาวินี วิพัฒน์บวรวงศ์กับปิยะพงษ์ บุตรวิเชียร-พวงรัตน์ วะน้ำค้างที่โรงแรมอนันตราสยาม เที่ยง 10 ธ.ค. …

ll จันทนา เจริญโต จัดงานทำบุญทอดกฐินที่วัดเฟื้อกเชิน เวียดนาม ซึ่ง อุรีรัชต์ รัตนพฤกษ์ เป็นกงสุลใหญ่อยู่ที่โฮจิมินห์ซิตี้ วันที่ 29 พ.ย. …

ll พ.อ.ดร.นพ.โยธิน ชินวลัญช์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคภาวะสมองเสื่อมและโรคลมชัก เพิ่งกลับจากไปบรรยายให้คณะแพทย์จากกัมพูชาและบังกลาเทศฟัง เมื่อวันก่อน…

ll สิวลี ธเนศวร ชวนเพื่อนหอการค้าไทย รุ่น 1 ต้อนรับ จันทร์ทิพ วณิชกิจ โดยมี กุลดนัย-วัยโรจน์ ศิริสวย บัณฑิต เกษะประกร และ สุรพล สุเดชะ เพื่อนร่วมรุ่นไปพบปะสังสรรค์ที่บ้านกลางอ่าว เที่ยง 2 ธ.ค. …

ll อ.เกษม จันทร์น้อยประธานรายการเด็ก เยาวชน สตรี และครอบครัว รางวัลโทรทัศน์ทองคำครั้งที่ 32 นัดประชุมกก.ตัดสิน 28 พ.ย.เวลา 11.00 น. ที่ม.กรุงเทพ โดยกำหนดจัดงาน 31 มี.ค.ปีหน้าที่ศูนย์วัฒนธรรมฯ…

ll เป็นพี่เป็นน้อง แมสคอม มช.ที่ดูแลกันมาตลอด เมื่อช่อผกา วิริยานนท์หายจากป่วยไข้ ธนิต วิจิตรพันธุ์ นัดเลี้ยงแสดงความยินดีให้ฐานะที่เป็น …ศิษย์เก่าดีเด่นคณะการสื่อสารมวลชน ม.เชียงใหม่” โดยมี อนัญญา ตั้งใจตรง, มานิดา นฤภัทร และเพื่อนร่วมรุ่นอย่าง ชลวิทย์ สุขอุดม มาร่วมยินดีด้วย ณ ครัวชุมสาย ซอยราชครู 6 ธ.ค.เวลา 18.00 น. …

ll ขอแสดงความเสียใจด้วยกับข่าวการจากไปของคุณแม่พูนจิตต์ วงษ์ไทย มารดา พล.ร.ท.พิสิษฐ์-พล.อ.อ.พิธพร กลิ่นเฟื่อง และ ขจรสิรี บาลี พิธีสวดพระอภิธรรมศพ ที่วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน ถึง 1 ธ.ค. และพิธีพระราชทานเพลิงศพ 2 ธ.ค.เวลา 16.00 น….

ll ขอแสดงความยินดีด้วยกับ วีระ ถนอมศักดิ์ ที่ได้รับการเลือกตั้งจากมวลสมาชิกให้เป็น นายกสมาคมข้าราชการบำนาญ กทม. ด้วยคะแนนท่วมท้น เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา…

ll ช่างเสาะแสวงหาอาหารอร่อยๆ รับทานวันก่อนเฟื่องฉัตร บุญรัตน์ เจอะเจอร้านSNAPPERS จากนิวซีแลนด์ เป็น Fish & Chips ที่อยากรับทานมานานแล้ว แต่ร้านหายากมาก ประหนึ่งเดินหาทางออกที่เขาวงกตนั่นเชียว…

ll สาวิตา เล็กวงศ์เดิม บุตรสาวคนเดียวของ ผุสดี โสรัตน์ ไปเรียนต่อยมวยกับอาจารย์ชื่อดัง เป็นการเลือกออกกำลังกายอย่างที่ใจสั่งมา…

ll เป็นเพื่อนรักกันสมัยเด็กๆ ตอนเรียนราชินี ทั้ง อดีต รมว.พาณิชย์ อภิรดี ตันตราภรณ์, พิมศิริ จันทรัตน์ และ แสงเดือน คฤหรัตน์ ทั้งสามสาวมีส่วนสูงที่ไล่เลี่ยกันอย่างน่าประหลาดใจแท้ !! …

ll ขอแสดงความเสียใจกับธีรพจน์-วริฎฐา วัชราภัย,ทิพยมณี-ศุขเล็ก จรรยาวงษ์,ศิรินภา วัชราภัย ที่สูญเสียคุณแม่มณี (ไกรฤกษ์) วัชราภัย เมื่อเช้า 27 พ.ย. อย่างสงบ มีสวดพระอภิธรรม 27 พ.ย.-3 ธ.ค. ศาลา 4 วัดธาตุทอง…ll

บารอนเนส

รับซื้อตะกร้าสาน OTOP จัดกระเช้าพรีเมียม สร้างงาน สร้างเงิน ช่วยชุมชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/305625

รับซื้อตะกร้าสาน OTOP จัดกระเช้าพรีเมียม สร้างงาน สร้างเงิน ช่วยชุมชน

รับซื้อตะกร้าสาน OTOP จัดกระเช้าพรีเมียม สร้างงาน สร้างเงิน ช่วยชุมชน

วันอังคาร ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สลิลลา สีหพันธุ์

เทสโก้ โลตัส สานต่อโครงการประชารัฐ ผนึกกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย รับซื้อกระเช้าสานฝีมือชาวบ้านจังหวัดปราจีนบุรี นำมาเพิ่มมูลค่าจัดเป็นกระเช้าของขวัญพรีเมียม เสริมทัพสารพันสินค้ารับเทศกาลปีใหม่ภายใต้ธีม “ครบความสุข” ตอบรับกำลังซื้อที่คาดว่าจะกลับมาฟื้นตัวในช่วงปลายปี

สลิลลา สีหพันธุ์ รองประธานกรรมการฝ่ายกิจการบรรษัท เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า เทสโก้ โลตัส ได้ให้การสนับสนุนผู้ประกอบการโอท็อปมาอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นช่องทางการกระจายสินค้าโอท็อปจาก 200 ชุมชนทั่วประเทศ ผ่านร้านค้าของเทสโก้ โลตัส กว่า 1,900 สาขาและแพลทฟอร์มออนไลน์ ซึ่งในครั้งนี้เทสโก้ โลตัส ได้สานต่อโครงการ “เทสโก้ โลตัส ประชารัฐร่วมใจ รับซื้อและกระจายผลิตภัณฑ์ชุมชน(OTOP)” ร่วมกับกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย รับซื้อตะกร้าสานงานหัตถกรรมจากวิสาหกิจชุมชนแปรรูปเสื่อกก บ้านบางพลวง อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจให้กับสินค้าโอท็อป สร้างความมั่นคงให้เศรษฐกิจฐานราก และเมื่อนำตระกร้าโอท็อปมาใส่ผลิตภัณฑ์พรีเมียมนำเข้าจากต่างประเทศแบรนด์ “เทสโก้ ฟายเนสท์” จำหน่ายในราคา 849-1,519 บาท ก็เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าพื้นบ้านของไทย

“ปีที่ผ่านมา เทสโก้ โลตัส ได้ดำเนินโครงการประชารัฐถึง 22 โครงการ โดยหนึ่งในนั้นคือโครงการรับซื้อและกระจายผลิตภัณฑ์ชุมชนโอท็อปที่นำมาจัดเป็นกระเช้าของขวัญหลากหลายรูปแบบ ในปีนี้ เรายังคงเดินหน้าสานต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง ด้วยการรับซื้อตะกร้าเสื่อกกสานด้วยมือเพื่อนำมาจัดเป็นกระเช้ากลุ่มพรีเมียม บรรจุผลิตภัณฑ์นำเข้าจากทั่วทุกมุมโลกภายใต้แบรนด์เทสโก้ ฟายเนสท์ โดยเราได้รับซื้อกระเช้าทั้งหมด 6,000 ใบใน 4 รูปแบบ ซึ่งชาวบ้านได้เริ่มสานตะกร้าด้วยมือตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อให้มีจำนวนตะกร้าเพียงพอรองรับความต้องการของลูกค้าเทสโก้ โลตัส โครงการนี้เป็นความร่วมมือของ 3 ภาคส่วนตามกรอบประชารัฐ คือ กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย, ชุมชนผู้ผลิตตะกร้าจักสาน และเทสโก้ โลตัส ซึ่งนอกจากสร้างรายได้ที่ดีให้แก่ชาวบ้านแล้ว ยังเป็นการมอบสินค้ากระเช้าปีใหม่ที่มีความสวยงามและมีเอกลักษณ์อันโดดเด่นให้ลูกค้าได้เลือกซื้อ โดยสามารถซื้อผ่านช่องทางร้านค้ารูปแบบไฮเปอร์มาร์เก็ตทั่วประเทศ และช่องทางเทสโก้ โลตัส ช็อปออนไลน์ นอกจากตะกร้าสานฝีมือละเอียดจากชุมชนที่นำมาใช้เป็นกระเช้าของขวัญแล้ว ในปีนี้ เทสโก้ โลตัส ได้จัดเตรียมกระเช้าของขวัญกว่า 35 รูปแบบ ราคาเริ่มต้น 679 บาท เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม”

จากการสำรวจของเทสโก้ โลตัส ถึงความต้องการของลูกค้าในช่วงเทศกาล พบว่าลูกค้าวางแผนจะมีกิจกรรมหลักๆ 5 หมวดหมู่ คือ 1.ทำบุญ 2.ใช้เวลากับครอบครัว 3.ให้ของขวัญและท่องเที่ยว 4.จัดบ้านใหม่ และ 5.เปลี่ยนโฉมตัวเองเพื่อรับปีใหม่ ดังนั้นในปีนี้เทสโก้ โลตัส มุ่งเน้นที่จะตอบโจทย์ของลูกค้าทั้ง 5 ข้อภายใต้ธีม “ครบความสุข” ผ่านสินค้าและกิจกรรมต่างๆ ที่จะช่วยให้ลูกค้าสามารถมีความสุขกับเทศกาลปีใหม่ได้อย่างเต็มที่

ผู้บริหารและจิตอาสารวมพลังสร้างสรรค์เพื่อชุมชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/305568

ผู้บริหารและจิตอาสารวมพลังสร้างสรรค์เพื่อชุมชน

ผู้บริหารและจิตอาสารวมพลังสร้างสรรค์เพื่อชุมชน

วันอังคาร ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สุวิมล จิวาลักษณ์

บริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คาลเท็กซ์จัดกิจกรรมเพื่อสังคม “คาลเท็กซ์รวมพลัง สร้างสรรค์เพื่อชุมชน” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 ระดมทีมผู้บริหารและพนักงานจิตอาสาร่วมพัฒนาดูแลเพื่อนบ้านใกล้เคียง พร้อมจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพสายตา ยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิตของชุมชนกว่า 300 ครอบครัว แก่ชุมชนโรงสีแม่มะลิ และชุมชนคาลเท็กซ์ ณ บริเวณ ที่ทำการบริษัท เชฟรอน (ไทย) ถนนพระรามที่ 3กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้

ซาลมาน ซาดัต ประธานกรรมการและผู้จัดการใหญ่ บริษัท เชฟรอน(ไทย) จำกัด กล่าวว่า โครงการนี้เป็นโครงการเพื่อสังคมประจำปีที่เราได้จัดขึ้นเป็นปีที่ 7 เพื่อพัฒนาชุมชนบริเวณใกล้เคียงกับที่ทำการบริษัทฯ รวมถึงกระชับความสัมพันธ์กับชุมชนเพื่อนบ้านให้ดียิ่งขึ้น โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือร่วมใจจากหน่วยงานภาครัฐเป็นอย่างดี อาทิ สำนักงานเขตยานนาวา และสถานีตำรวจนครบาลทุ่งมหาเมฆ รวมถึงพนักงานของคาลเท็กซ์ ปีนี้ทางเชฟรอนได้มุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพสายตา โดยจัดกิจกรรมให้บริการตรวจวัดสายตา พร้อมตัดแว่นฟรี ให้แก่พี่น้องที่มีปัญหาทางด้านสายตา รวมทั้งกิจกรรมปลูกผักสวนครัว ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ส่งมอบให้กับพี่น้องทั้งชุมชนโรงสีแม่มะลิ และชุมชนคาลเท็กซ์อีกด้วย

มะลิ สันตติทรัพย์ ประธานชุมชนโรงสีแม่มะลิ เผยว่า รู้สึกดีใจที่คาลเท็กซ์ให้ความสำคัญและมีส่วนร่วมภายในชุมชน ต้องขอขอบคุณทางคาลเท็กซ์เป็นอย่างมาก ที่ได้ระดมทั้งแรงกายและแรงใจมาช่วยเหลือ และจัดกิจกรรมดีๆ เพื่อชาวชุมชนทั้ง 2 ชุมชนมาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะในปีนี้จัดกิจกรรมตรวจวัดสายตา และตัดแว่นฟรี ทำให้พี่น้องเรามีสุขภาพสายตาที่ดี มีแว่นอ่านหนังสือ และทำให้การทำกิจวัตรประจำวันมีความสะดวกมากขึ้น รวมถึงพืชผักสวนครัวกว่า 300 ต้น ที่พนักงานคาลเท็กซ์ร่วมใจกันปลูก และนำมามอบให้ ทำให้มีผักสวนครัวปลอดสารพิษไว้รับประทาน ซึ่งถือเป็นกิจกรรมที่ดีและมีประโยชน์ต่อชาวชุมชนมากๆ พวกเราทั้งชาวโรงสีแม่มะลิ และคาลเท็กซ์ พร้อมที่จะให้ความร่วมมือ และเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับกิจกรรมดีๆ แบบนี้กับคาลเท็กซ์ค่ะ”

กิจกรรม “คาลเท็กซ์รวมพลัง สร้างสรรค์เพื่อชุมชน” เป็นกิจกรรมเพื่อสังคมที่คาลเท็กซ์มุ่งมั่นเดินหน้าสานต่อมาอย่างต่อเนื่อง เป็นอีกหนึ่งโครงการที่สำคัญของบริษัท ในการเข้าไปมีส่วนร่วมกับชุมชนในการทำกิจกรรม และพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้เกิดความรักความสามัคคีต่อกันภายในชุมชน เป็นพลังชุมชนในการทำกิจกรรมให้ประสบผลสำเร็จมีความเข้มแข็ง
ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายและจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจของ บริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด ด้วยความตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคม พัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน รวมทั้งการตอบแทนสังคม

รางวัลยอดเยี่ยมในสาขาวรรณกรรม น.ส.สุภาวดี เจ๊ะหมวก

รางวัลยอดเยี่ยมในสาขาวรรณกรรม น.ส.สุภาวดี เจ๊ะหมวก
รางวัลยอดเยี่ยมสาขาศิลปะ 2 มิติ ธีรวุฒิ คำอ่อน

รางวัลยอดเยี่ยมสาขาศิลปะ 2 มิติ ธีรวุฒิ คำอ่อน
รางวัลยอดเยี่ยมสาขาศิลปะ 3 มิติ อนิเทพ คูณทอง

รางวัลยอดเยี่ยมสาขาศิลปะ 3 มิติ อนิเทพ คูณทอง

เปิด ‘สลีพ บ็อกซ์ บาย มิราเคิล’ เฟส 2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/305560

เปิด ‘สลีพ บ็อกซ์ บาย มิราเคิล’ เฟส 2

เปิด ‘สลีพ บ็อกซ์ บาย มิราเคิล’ เฟส 2

วันอังคาร ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ดร.อัศวิน อิงคะกุล ประธานกก.บริหาร มิราเคิล กรุ๊ป พร้อมด้วยสองรองประธาน กก.บริหาร อนัคพล อิงคะกุล, ลักษมีกานต์ อิงคะกุล รับมอบดอกไม้แสดงความยินดีจาก น.ท.สุธีรวัฒน์ สุวรรณวัฒน์ ผอ.การท่าอากาศยานดอนเมือง

นาวาอากาศโทสุธีรวัฒน์ สุวรรณวัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง เป็นประธานเปิด “สลีพ บ็อกซ์ บาย มิราเคิล” เฟส 2 ให้กับ “ดร.อัศวิน อิงคะกุล” ประธานกรรมการบริหาร มิราเคิล กรุ๊ป ที่ชั้น 4 อาคาร 2 ท่าอากาศยานดอนเมือง ที่มี อนัคพล อิงคะกุล และ ลักษมีกานต์ อิงคะกุล ช่วยบริหาร

ด้วยการตอบรับเป็นอย่างดีของ สลีพ บ็อกซ์ ทำให้ ดร.อัศวิน อิงคะกุล ขยาย สลีพ บ็อกซ์ จาก 25 ห้อง เพิ่มอีก 35 ห้อง ร่วมเป็น 60 ห้อง ด้วยเงินลงทุนกว่า 60 ล้านบาท บนพื้นที่ 750 ตารางเมตร มีผลมาจากจำนวนผู้โดยสารประมาณ 37 ล้านคนต่อปี เพิ่มขึ้น 7.8 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ด้วยจำนวนเที่ยวบิน 250,000 ต่อปี เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 5.25 %เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

สลีพ บ็อกซ์ เปิดมิติใหม่แห่งการพักผ่อน ภายใต้แนวคิดเดียวกับ แคปซูล โฮเต็ล กำลังเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวในเมืองใหญ่ๆ ทั่วโลกในปัจจุบัน หากแต่ว่า สลีพ บ็อกซ์ เพิ่มความสะดวกสบายด้วยการเพิ่มห้องน้ำเข้าไปให้ตรงกับพฤติกรรมผู้บริโภค เป็นห้องพักขนาด 18 ตร.ม. ตกแต่งทันสมัยพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกมาตรฐานโรงแรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สลีพ บ็อกซ์ โซนใหม่นี้มีห้องอาหารและเลานจ์ส่วนตัว มีบริการนวดผ่อนคลายทั้งไทยและอโรมา ภายในบริเวณของสลีพ บ็อกซ์ ถือเป็นการตอบโจทย์การพักระยะสั้น อีกหนึ่งทางเลือกใหม่ของนักเดินทางให้อุ่นใจในทุกสถานการณ์ ไร้กังวล ไม่ต้องรีบร้อน หรือรถติดอยู่บนถนนที่จอแจ หรือไฟลท์ดีเลย์ สามารถบริหารเวลาได้ ทั้งเที่ยวบินเช้ามืดหรือดึก ก็มี “สลีพ บ็อกซ์” ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยสนนราคาการเข้าพัก 500 บาท ชั่วโมงแรก ชั่วโมงถัดไป 300 บาท โอเวอร์ไนท์ เวลา 20.00-06.00 น. 2,500 บาท รวมคูปองอาหาร อาบน้ำอย่างเดียว 300 บาท มากไปกว่านั้น ผู้โดยสารยังได้รับความสะดวกสบาย เพราะมิราเคิล กรุ๊ป มีบริการ “มิราเคิล โคเวิร์คกิ้ง สเปซ” ที่นัดพบพูดคุยธุรกิจแนวใหม่ ที่มีหลากหลายมุมให้เลือกตามความพอใจ พร้อมอาหาร เครื่องดื่ม อินเตอร์เนตความเร็วสูง บนชั้น 4 อาคาร 2 เช่นกัน นอกจากนี้ มิราเคิล กรุ๊ป ยังบริการอาหาร เครื่องดื่ม “แมจิก การ์เด้น” แหล่งรวมอาหารสุดชิค ทั้งไทยและเทศกว่า 22 ร้าน บนพื้นที่ กว่า 2,500 ตารางเมตร เปิดบริการ 24 ชั่วโมง ภายในอาคาร 2 ชั้น 4 ถัดจาก สลีพ บ็อกซ์ ไปนิดเดียว แถมมี “แมจิก แซ่บ คลาสสิค โดย ส.ขอนแก่น” ให้แซ่บสุดขั้ว แล้วตบท้ายด้วยร้านน้ำแข็งไสเกล็ดหิมะสไตล์เกาหลี “เฟิร์ส สโนว์” หรือถ้าชอบความเป็นส่วนตัว “มิราเคิล เลานจ์” ตอบโจทย์ทุกนัดหมาย เป็นห้องรับรองที่สะดวก สบาย พร้อมอาหาร เครื่องดื่ม WiFi ทั้งส่วนของเที่ยวบินต่างประเทศและภายในประเทศ