บี มาย เกสท์ : หนุ่มอารมณ์ดี ‘รวิวร มะหะสิทธิ์’ นักสร้างสรรค์ธุรกิจออนไลน์ขั้นเทพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/305144

บี มาย เกสท์ : หนุ่มอารมณ์ดี ‘รวิวร มะหะสิทธิ์’ นักสร้างสรรค์ธุรกิจออนไลน์ขั้นเทพ

บี มาย เกสท์ : หนุ่มอารมณ์ดี ‘รวิวร มะหะสิทธิ์’ นักสร้างสรรค์ธุรกิจออนไลน์ขั้นเทพ

วันเสาร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ใครที่เป็นหนอนหนังสือและมีไลฟ์สไตล์ชอบช็อปปิ้งออนไลน์ เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เชื่อว่าต้องรู้จัก “เมพ” (MEB) เว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นขายหนังสือออนไลน์ ที่เติบโตมาอย่างก้าวกระโดดและยังพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์ทั้งนักอ่าน นักเขียนโลกออนไลน์ แม้จะเปิดให้บริการมาเพียง 6 ปี แต่ชื่อของ “เมพ” ถือว่าเป็นอันดับหนึ่งของวงการ E-Book ซึ่งมี รวิวร มะหะสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมพ คอร์ปอเรชั่น จำกัด วิศวกร หนอนหนังสือ อดีตเจ้าของสำนักพิมพ์ ที่สนใจในโลกธุรกิจออนไลน์ เป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเมพในวันนี้

“เมพ” มีจุดเริ่มต้นจากความชอบหนังสือ จนถึงขั้นเปิดสำนักพิมพ์เล็กๆ เป็นของตัวเอง ทำให้ รวิวร พบถึงข้อจำกัดของธุรกิจสิ่งพิมพ์ ที่ว่าหนังสือเล่มหนึ่งกว่าจะมาอยู่บนแผงหนังสือได้นั้นมีขั้นตอนเยอะแยะไปหมด ทำให้หนังสือมีต้นทุนการผลิตที่สูง ราคาหนังสือจึงสูงตามไปด้วย และไม่มีอะไรการันตีได้ว่าหนังสือเล่มนั้นจะขายได้คุ้มทุนการผลิตหรือไม่ ประจวบกับอินเตอร์เนต หรือโลกออนไลน์เข้ามามีบทบาทกับไลฟ์สไตล์ คนไทยหันไปเสพข้อมูลข่าวสาร ต่างๆ ผ่านออนไลน์กันมากขึ้น หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หรือ Electronic Book ที่เราคุ้นชินกันว่า E-Book จึงเกิดขึ้น แต่ร้านหนังสือออนไลน์ที่จำหน่ายอี-บุ๊คก็ยังไม่ตอบโจทย์นักอ่านเท่าใดนัก

“เมพ อี-บุ๊ค เกิดจากที่เราต้องการทลายข้อจำกัดต่างๆ เหล่านั้น เราจึงพัฒนาเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นจำหน่ายอี-บุ๊ค ที่ตอบโจทย์ทั้งของผู้อ่าน นักเขียน รวมไปถึงสำนักพิมพ์ จากจุดเริ่มต้นที่คนยังไม่รู้จักเราจะไปหาหนังสือมาวางในร้านก็ยาก คนอ่านก็ยังน้อย แต่สิ่งที่เราทำมาตลอด คือการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้านักอ่านด้วยการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง”

ความโดดเด่นของ เมพ อี-บุ๊ค ที่ทำให้ก้าวมาเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของนักอ่านออนไลน์ได้นั้น รวิวร บอกว่า คือการสร้างความแตกต่างที่ลูกค้าสัมผัสได้

“ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับไอที ผมมักจะได้ยินคนพูดเสมอว่า เขียนโปรแกรมครั้งเดียวขายกินได้ตลอดชีวิต แต่ความจริงไม่ใช่ ร้านหนังสือออนไลน์อย่างเมพ อี-บุ๊ค ก็เช่นกัน เราต้องคิดอยู่เสมอว่าคนอ่านต้องการอะไร สำนักพิมพ์ นักเขียนอยากได้อะไร แล้วเราก็นำสิ่งนั้นมาพัฒนาปรับปรุงระบบของเราให้ตามทันกับระบบปฏิบัติการใหม่ๆ อุปกรณ์ใหม่ๆ เพิ่มฟีทเจอร์ใหม่ๆ อย่างล่าสุด เราร่วมมือกับ ไฮเท็กซ์ ดอทคอม พัฒนาแอพพลิเคชั่น E-Reader ให้ลูกค้าสนุกเพลิดเพลินกับการผ่านอี-บุ๊คมากขึ้น ด้วยการอ่านในรูปแบบของ PDF หรือ ePub ที่สามารถอ่านได้ทั้งบนสมาร์ทโฟน แท็บเลต รองรับทั้งระบบ IOS, Android, PC หรือ Mac และผู้อ่านยังสามารถเลือกรูปแบบอักษร ขยายตัวอักษร เลือกสี ปรับแบล็กกราวน์ ซูมหน้าจอได้อัตโนมัติ สามารถอ่านได้ในที่แสงน้อย ที่สำคัญที่สุดคือ อี-บุ๊คที่ลูกค้าซื้อไปแล้ว สามารถเข้าอ่านได้ตลอดโดยไม่มีวันหมดอายุ แม้อี-บุ๊คเล่มนั้นจะไม่ได้จำหน่ายใน เมพ อี-บุ๊คแล้วก็ตาม รวมไปถึงบริการหลังการขายที่รวดเร็ว จึงทำให้เรากลายเป็นร้านหนังสือออนไลน์ที่เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งของนักอ่าน”

สำหรับที่มาของชื่อ MEB รวิวร เผยว่า มีที่มา 2 ข้อ ข้อแรกมาจากคำว่า “เมพขิงๆ” ซึ่งเป็นแสลงที่ชาวโซเชียลใช้กัน หมายถึง เทพจริงๆ หรือสุดยอด และสองคือเป็นตัวย่อของ Moblie Electronic Book เมื่อสองเหตุผลนี้มารวมกัน ก็คือความตั้งใจของเขาที่จะสร้างธุรกิจร้านหนังสือออนไลน์อันดับหนึ่งของไทยนั่นเอง และจากความมุ่งมั่นนี้เอง ทำให้ บริษัท เมพ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เข้าตาธุรกิจยักษ์ใหญ่อย่าง บริษัท ซีโอแอล จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีทั้ง บีทูเอส ออฟฟิศเมท ต้อนรับ “เมพ” มาเป็นหนึ่งในธุรกิจลูก

“การอยู่ในธุรกิจนี้ ก็เหมือนการเดินมาราธอนที่หยุดนิ่งไม่ได้ เราต้องตื่นตัวและตระหนักอยู่เสมอว่าจะทำอย่างไรให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจว่าเราจะมีแรงเดินมาราธอนไปตลอด ซึ่งการจะเดินมาราธอนได้ไกลๆ เราต้องมีพื้นฐานหรือแบ๊กอัพที่ดี สองสิ่งนี้ต้องมาพร้อมกัน ถ้าคนคิดว่าร้านอี-บุ๊ค เดี๋ยวเปิดเดี๋ยวปิดแล้วคนจะกล้าซื้อได้ไง ถ้าเป็นสำนักพิมพ์ขายหนังสือได้นั่นคือจบ แต่ร้านอี-บุ๊ควันนี้ซื้อไปแล้ว พรุ่งนี้เว็บไซต์หรือแอพฯหายไป เข้าใช้งานไม่ได้ จะทำอย่างไร ทั้งลูกค้าและคู่ค้า ต้องการความเชื่อมั่น ดังนั้น การที่เราเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ ซีโอแอล ที่มีความแข็งแกร่ง มันเป็นการตอกย้ำว่าเราจริงจังกับธุรกิจนี้ ส่วน ซีโอแอล ก็ต้องมองเห็นความมุ่งมั่นของ เมพ คอร์ปอเรชั่น เช่นกัน ถึงได้รับเราเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเขา”

แม้ว่าอี-บุ๊ค จะได้รับการตอบรับจากนักอ่านโลกออนไลน์ แต่บรรดาหนอนหนังสืออีกไม่น้อยที่ยังชื่นชอบการอ่านหนังสือกระดาษที่จับต้องได้ ซึ่ง รวิวร ให้ความเห็นในข้อนี้ว่า

“อี-บุ๊ค กับหนังสือเล่ม มีข้อดีกันคนละอย่าง ดังนั้น ผมจะไม่บอกว่ามาอ่านอี-บุ๊ค เถอะ เปรียบเทียบง่ายๆ ว่า คนไทยชอบกินข้าว แต่เราขายขนมปัง เราก็คงไม่บอกให้ใครเลิกกินข้าวแล้วมากินขนมปังเป็นอาหารหลัก แต่สิ่งที่เราทำคือ เราต้องทำขนมปังให้น่ากิน มีรสชาติอร่อยถูกปาก แล้วลูกค้าก็จะมาซื้อขนมปังกินเอง ถึงจะไม่ใช่กินทดแทนข้าว แต่ขนมปังก็จะเป็นอาหารอีกประเภทหนึ่งที่คนจะบริโภค อี-บุ๊คก็เช่นกัน เมพ ไม่บอกคนอ่านว่าให้อ่านอี-บุ๊คแทนหนังสือเล่ม แต่จะนำเสนอให้คนอ่านเห็นว่าข้อดีของอี-บุ๊คคืออะไร และมีอะไรบ้างที่คุณหาไม่ได้จากการอ่านหนังสือเล่ม”

นอกจาก เมพ อี-บุ๊ค ผู้บริหารหัวใจไอทีคนนี้ยังมีโปรเจกท์เกี่ยวกับการตลาดออนไลน์อีกมากมาย อย่างล่าสุดเพิ่งเปิดตัว พิกซีพี (PIXIPE) ครีเอทีฟ มาร์เก็ตเพลส ที่เปิดโอกาสให้ ครีเอทเตอร์ ดีไซเนอร์ ผู้รักการออกแบบ ได้นำผลงานสร้างสรรค์มาวางจำหน่าย โดยที่ พิกซีพี จะเป็นผู้ต่อยอดธุรกิจนำชิ้นงานไปผลิตเป็นสินค้าและจัดจำหน่ายออนไลน์ เช่น การนำลวดลายการ์ตูนที่นักออกแบบมาวางขายไป พิมพ์ลายบนเสื้อยืด กระเป๋าผ้า หรือบนชิ้นงานอื่นๆ ตามที่ลูกค้าต้องการ โดยผู้สร้างสรรค์ผลงานจะได้รับส่วนแบ่งจากการขายสินค้าโดยไม่ต้องลงทุน

“ใครจะคาดคิดว่าสิ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ก็เกิดขึ้น คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เนต อี-เมล์ การทำธุรกิจออนไลน์จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนเรา ยิ่งในอนาคตสิ่งเหล่านี้จะยิ่งมีความจำเป็นและมีความสำคัญกับวิถีชีวิตของคนอย่างแยกไม่ออก ซึ่งมันยังมีอีกหลายอย่างที่ยกจากออฟไลน์ขึ้นมาทำออนไลน์ได้ ขึ้นอยู่กับว่าใครจะจับจุดที่โดนใจลูกค้าได้เร็วกว่ากัน และคุณเลือกที่จะเป็นผู้นำหรือผู้ตาม ซึ่งตัวผมเองก็เป็นคนที่สนุกกับการคิดอะไรใหม่ๆ อยู่เสมอ แน่นอนว่า เมพ คอร์ปอเรชั่น ยังจะมีอะไรเด็ดๆ มาให้นักช็อปออนไลน์ได้สนุกกับการช็อปปิ้งอย่างแน่นอน”

นีลส์ ยาร์ด ฉลอง 2 ปี เปิดเคาน์เตอร์โฉมใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/304900

นีลส์ ยาร์ด ฉลอง 2 ปี เปิดเคาน์เตอร์โฉมใหม่

นีลส์ ยาร์ด ฉลอง 2 ปี เปิดเคาน์เตอร์โฉมใหม่

วันศุกร์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นีลส์ ยาร์ด เรมมิดีส์ (Neal’s Yard Remedies หรือ Neal’s Yard) ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ออร์แกนิกพรีเมี่ยมจากประเทศอังกฤษ เข้าสู่ขวบปีที่ 2 แล้วในเมืองไทย หลังจากครองใจสาวไทยผู้หลงใหลความพิสุทธิ์ของผลิตภัณฑ์อย่างถอนตัวไม่ขึ้น ล่าสุดเปิดเคาน์เตอร์ใหม่ของ นีลส์ ยาร์ด เรมมิดีส์ ณ บิวตี้ฮอลล์ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม

สุมนัส มนตรีโชค กรรมการผู้จัดการร่วม บริษัท โคเว้นท์ การ์เดน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกเปี่ยมคุณภาพ นีลส์ ยาร์ด เรมมิดีส์(Neal’s Yard Remedies) เผยว่า “จากเสียงตอบรับที่ดีของสาวไทยตลอดระยะเวลากว่า 2 ปีที่ นีลส์ ยาร์ด เรมมิดีส์ ได้เข้ามาดูแลผิวพรรณของสาวไทย ที่ให้ความสำคัญในการดูแลผิวพรรณให้เปล่งประกายจากภายในสู่ภายนอก ด้วยผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพืชพรรณจากธรรมชาติ ล่าสุดเราเปิดตัวเคาน์เตอร์ใหม่ ที่ชั้น M บิวตี้ฮอลล์ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม ภายในช็อปแห่งใหม่นี้ โดดเด่นด้วยพื้นที่กว้างขวาง ตกแต่งแบบเรียบง่าย แต่แฝงไว้ด้วยความร่วมสมัย เน้นโทนสีน้ำเงินให้เป็นไปตามโทนสีหลักของแบรนด์  โดยเคาน์เตอร์ใหม่ล่าสุดนี้เป็นดีไซน์รูปแบบใหม่ ที่จะใช้เป็นที่แรกในเอเชีย รวมทั้งมีมุมสำหรับจัดเวิร์กช็อปสำหรับลูกค้า นีลส์ ยาร์ด เรมมิดีส์ ได้เพลิดเพลินกับกิจกรรมที่จะจัดขึ้นด้วย นอกจากนี้ เคาน์เตอร์แห่งใหม่ ยังมีจุดทดลองผลิตภัณฑ์ครบทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น ผิวหน้า ผิวกาย โดยมีพนักงานพร้อมให้คำแนะนำรวมถึงตอบข้อสงสัยอย่างใกล้ชิดด้วย”

ในงานมีเซเลบริตี้แฟนพันธุ์แท้ของแบรนด์ มาร่วมสนุกสนานกับกิจกรรมเวิร์กช็อป บอดี้ วอช สุดพิเศษที่สามารถรังสรรค์กลิ่นหอมในแบบที่ตัวเองชื่นชอบ และชมเคาน์เตอร์ใหม่ พร้อมเผยเคล็ดลับการดูแลผิวพรรณ เริ่มจากสาวสวยหน้าคม พรภัทร วิฑูรชาติ เผยว่า “อันดับแรกคือความน่าเชื่อถือของแบรนด์ หรือเพื่อนๆ ที่ใช้แล้วเห็นผลจริงแนะนำกันมา ที่สำคัญถ้าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติด้วย ยิ่งตอบโจทย์มากขึ้นไปอีก เพราะปัจจุบันกระแสรักสุขภาพมาแรง คนให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น อย่างผลิตภัณฑ์บำรุงผิวออร์แกนิก ที่ไม่ทำให้ผิวแพ้ง่ายและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วย อย่างนีลส์ ยาร์ด เรมมิดีส์ ไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัตถุดิบออร์แกนิกจากธรรมชาติ ยังมีส่วนช่วยเหลือสังคม โดยสร้างรายได้ให้กับผู้หญิงในชนเผ่าแซมบุรูในเคนยาจากการเก็บยางไม้จากต้นแฟรงค์คินเซนส์ ซึ่งเป็นส่วนผสมสำคัญในผลิตภัณฑ์ ทำให้รู้สึกดีว่า เราได้เป็นส่วนหนึ่งร่วมกับแบรนด์ในการช่วยเหลือสังคมไปในตัวด้วย”

ว่าที่คุณแม่คนสวย สัณห์สินีอินทรภูวศักดิ์ เผยความประทับใจที่มีต่อ นีลส์ ยาร์ด เรมมิดีส์ ว่า “ดีใจที่ นีลส์ ยาร์ด เรมมิดีส์ เข้ามาจำหน่ายในเมืองไทย เพราะเขาให้ความสำคัญในเรื่องของการดูแลสุขภาพจากภายในสู่ภายนอก อย่างตอนนี้ตัวเองก็กำลังตั้งครรภ์ ยิ่งทำให้ต้องดูแลเป็นพิเศษ และต้องระมัดระวังในเรื่องการเลือกผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ใช้กับตัวเองมากขึ้น แต่ก็วางใจกับแบรนด์นีลส์ ยาร์ด เรมมิดีส์ที่ไม่ต้องกังวลในการใช้บำรุงผิว เพราะมีส่วนผสมจากธรรมชาติที่ปลอดภัยทั้งคุณแม่และคุณลูกชายในท้อง”

สำหรับคุณแม่ลูก 4 ที่ยังสาวมากสวยมากอย่าง ผาณิต ลิ้มสวัสดิ์วงศ์ บอกว่า“การดูแลสุขภาพที่ดี ต้องเน้นจากภายในสู่ภายนอก นอกจากออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์แล้ว การดูแลสุขภาพที่ยั่งยืนนั้นต้องทำให้ต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ และทำให้เป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตของเรา รวมทั้งการเลือกสรรผลิตภัณฑ์ที่จะใช้ในแต่ละวันก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน ทุกครั้งที่เลือกผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลผิว จะเลือกจากวัตถุดิบและส่วนผสมต่างๆ เป็นหลัก เพราะเป็นคนผิวแพ้ง่ายและแห้งมาก จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ดังนั้น ส่วนใหญ่จะเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติที่เป็นออร์แกนิกด้วย เพราะว่าสมัยนี้มีสิ่งปนเปื้อนมากมาย ซึ่งจะส่งผลต่อสุขภาพ นอกจากเรื่องอาหารการกินแล้ว การเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผิวก็ต้องคัดสรรผลิตภัณฑ์ที่เป็นออร์แกนิกด้วยเช่นกัน สิ่งที่ทำให้ชื่นชอบของแบรนด์นีลส์ ยาร์ด คือเห็นผลชัดเลยว่า สุขภาพผิวมีความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น”

พร้อมรัก ลิ้มสดใส และ สุมนัส มนตรีโชค ผู้บริหารแบรนด์

พร้อมรัก ลิ้มสดใส และ สุมนัส มนตรีโชค ผู้บริหารแบรนด์
พรภัทร วิฑูรชาติ

พรภัทร วิฑูรชาติ
สัณห์สินี อินทรภูวศักดิ์

สัณห์สินี อินทรภูวศักดิ์
ผาณิต ลิ้มสวัสดิ์วงศ์

ผาณิต ลิ้มสวัสดิ์วงศ์

พระราชทานปาฐกถาพิเศษ ประชุมวิชาการนานาชาติรักษาโรคมะเร็ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/304897

พระราชทานปาฐกถาพิเศษ ประชุมวิชาการนานาชาติรักษาโรคมะเร็ง

พระราชทานปาฐกถาพิเศษ ประชุมวิชาการนานาชาติรักษาโรคมะเร็ง

วันศุกร์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ศ.นพ.นิธิ มหานนท์

ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี จะเสด็จพระราชทานปาฐกถาพิเศษ โครงการประชุมวิชาการนานาชาติเฉลิมพระเกียรติ ภายใต้แนวคิด “INNOVATION IN CANCER RESEARCH AND CARE”

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดงานแถลงข่าวโครงการประชุมวิชาการนานาชาติเฉลิมพระเกียรติ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชันษา 5 รอบ ภายใต้แนวคิด “INNOVATION IN CANCER RESEARCH AND CARE” เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ในการรักษาโรคมะเร็ง และการวางรากฐานการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ให้มีความเชี่ยวชาญระดับสากล เพื่อนำไปช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยต่อไปในอนาคต

ศาสตราจารย์ นายแพทย์นิธิ มหานนท์เลขาธิการ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ กล่าวว่าศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงมีพระราชประสงค์ให้ก่อตั้งราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์เป็นสถาบันการศึกษาวิจัยและสถาบันการแพทย์ชั้นนำ เพื่อสานต่อพระราชปณิธานและเพื่อเฉลิมพระเกียรติ 90 พรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จึงได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2559 โดยมีศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงเป็นองค์ประธานสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เริ่มดำเนินการจัดการเรียนการสอนในปีการศึกษา 2560 เป็นปีแรก ประกอบด้วยหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชารังสีเทคนิค คณะแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข และหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต คณะพยาบาลศาสตร์ โดยทรงมุ่งหวังให้วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์แห่งนี้เป็นสถาบันเพื่อพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้ในสาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพด้วยเทคนิคการเรียนการสอนที่ทันสมัยและมีความเหมาะสมกับนักศึกษายุคใหม่

“เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสมหามงคลทรงเจริญพระชันษา 5 รอบ และน้อมสำนึกในพระกรุณาของศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จึงได้จัดโครงการประชุมวิชาการนานาชาติขึ้นเป็นครั้งแรก ภายใต้แนวคิด “INNOVATION IN CANCER RESEARCH AND CARE” เพื่อเผยแพร่พระปรีชาสามารถในด้านวิทยาศาสตร์และการแพทย์ขององค์ประธานสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และมุ่งหวังให้การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์และข้อมูลทางวิชาการ ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีต่างๆ ในการค้นคว้าวิจัย การตรวจวินิจฉัย และการรักษาโรคมะเร็ง เพื่อบูรณาการองค์ความรู้สู่การพัฒนาวิชาชีพและประโยชน์ของการพัฒนางานด้านวิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์ให้กับประเทศไทยต่อไป

การประชุมวิชาการนานาชาติเฉลิมพระเกียรติในครั้งนี้ ศาสตราจารย์ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี จะเสด็จพระราชทานปาฐกถาพิเศษ พร้อมมีผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขาในสถาบัน และมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก เข้าร่วมบรรยายในหัวข้อต่างๆ ของความก้าวหน้าในด้านการศึกษาค้นคว้าวิจัย และการดูแลรักษาโรคมะเร็ง อาทิ สหรัฐอเมริกา, เยอรมนี,เนเธอร์แลนด์, อังกฤษ และ ออสเตรียร่วมด้วยผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันการศึกษาชั้นนำในประเทศไทย อาทิ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดลคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นต้น”

ทั้งนี้ การประชุมวิชาการนานาชาติเฉลิมพระเกียรติ จะจัดขึ้นระหว่างวันที่18-20 ธันวาคม 2560 ณ ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมการประชุมหรือศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://craic.cra.ac.th สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.02-576-6864-71

FALL 2017 RED HOT WINTER

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/304957

FALL 2017 RED HOT WINTER

FALL 2017 RED HOT WINTER

วันศุกร์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

หนึ่งสีร้อนแรงที่ถูกเหล่าดีไซเนอร์เลือกใช้ในคอลเลคชั่นประจำฤดูหนาวในปีนี้ คือสีแดงสด ที่กระหน่ำกันออกมาให้เห็นในทุกอย่างตั้งแต่เสื้อผ้าทุกชิ้นจนเครื่องประดับ รองเท้า กระเป๋า ทำให้สีแดงสดใสกลายมาเป็นเทรนด์แรงๆ โดดเด่นแซงสีอื่นๆ ในฤดูกาลนี้

ตระการตาแบบเสื้อผ้าไหม-ลินิน ลายดอกไม้สายใจไทยฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/304959

ตระการตาแบบเสื้อผ้าไหม-ลินิน ลายดอกไม้สายใจไทยฯ

ตระการตาแบบเสื้อผ้าไหม-ลินิน ลายดอกไม้สายใจไทยฯ

วันศุกร์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

มูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ ศูนย์การค้าสยามพารากอน จัดงาน “สานสายใยเพื่อผลิตภัณฑ์สายใจไทย” จัดจำหน่ายและแสดงผลิตภัณฑ์งานหัตถกรรมของผู้ทุพพลภาพจากสมาชิกมูลนิธิสายใจไทยฯ ครั้งยิ่งใหญ่ประจำปี กว่า 2,000 ชิ้น หารายได้สมทบทุนมูลนิธิสายใจไทยฯ โดยได้รับพระกรุณาธิคุณจาก พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีพระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จเป็นองค์ประธานเปิดงานในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 ที่ผ่านมา ณ ไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

ในงานได้รับเกียรติจาก พล.ท.นพ.ธำรงรัตน์ แก้วกาญจน์,ท่านผู้หญิงอิศรา บุรณศิริ, ท่านผู้หญิงพึงใจ สินธวานนท์ ท่านผู้หญิงสุมาลี จาติกวณิช และ ม.ล.เอื้อมสุขย์ กิติยากร พร้อมด้วยเซเลบริตี้ใจบุญ อาทิ ท่านผู้หญิงวิลาวัณย์ วีรานุวัตติ์, ท่านผู้หญิงวราพร ปราโมช ณ อยุธยา, คุณหญิงขวัญตา เทวกุล ณ อยุธยา, คุณหญิงสุภรณ์ วิจิตรานุช รศ.นราพร จันทร์โอชา และพาสินีลิ่มอติบูลย์ มาช่วยสนับสนุนผลงานหัตถกรรมฝีมือคนไทย

ภายในงานมีกิจกรรมการเดินแบบเสื้อผ้าไหมและผ้าลินินพิมพ์ลายดอกไม้นานาชนิดของมูลนิธิสายใจไทยฯ โดยเหล่าเซเลบริตี้ อาทิ สุริยน ศรีอรทัยกุล, ลานทิพย์ ทวาทศิน, สุเนตร คุณานันทกุล, ศิรินภา สว่างล้ำ วิทยฐานกรณ์, กษิดิศ ดุลยจินดา ฯลฯ ร่วมด้วยนักแสดงชื่อดัง เขมนิจ จามิกรณ์, จันษกร กิตติวัฒนากร และ อภิสร สุขวัฒนาศัย พร้อมกันนี้ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป พบกับการแสดงต่างๆ อาทิ โชว์พิเศษจากศิลปิน 3 วิ ได้แก่ วิรัช อยู่ถาวร, วินัย พันธุรักษ์,วิชัย ปุญญะยันต์ (24 พ.ย.) การแสดงจาก Starmaker Voice Academy (25-26 พ.ย.) และการแสดงของ นพภา ตรึกชลธิศ (27 พ.ย.)

งาน “สานสายใยเพื่อผลิตภัณฑ์สายใจไทย” จะมีไปจนถึงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 เวลา 10.00-21.00 น. ณ ไลฟ์สไตล์ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อมูลนิธิสายใจไทยในพระบรมราชูปถัมถ์โทร.02-1835115 Website : www.saijaithai.or.th

‘เอ็กซ์เปิร์ต เจมส์’ โชว์อัญมณีสุดหรู 9 ชุดพิเศษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/304899

‘เอ็กซ์เปิร์ต เจมส์’ โชว์อัญมณีสุดหรู 9 ชุดพิเศษ

‘เอ็กซ์เปิร์ต เจมส์’ โชว์อัญมณีสุดหรู 9 ชุดพิเศษ

วันศุกร์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ดร.ธงศักดิ์ จินตการฤกษ์ และครอบครัว

เอ็กซ์เปิร์ต เจมส์ แมนูแฟคเจอริ่งจำกัด ผู้นำด้านเครื่องประดับและอัญมณีพลอยสี ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์อัญมณีน้ำงามแห่งจังหวัดจันทบุรี มาอย่างยาวนาน จัดงาน “Grand Opening ExpertGems@silom 28 พร้อมแฟชั่นโชว์เครื่องประดับอัญมณีสุดอลังการ ฉลองเปิดสาขาใหม่ สาขาที่ 3 ณ ซอยสีลม 28 อย่างเป็นทางการ

ดร.ธงศักดิ์ จินตการฤกษ์ ประธาน กรรมการผู้จัดการฯ เผยว่า เอ็กซ์เปิร์ต เจมส์ ขอฉลองแบบยิ่งใหญ่ด้วยการคืนความสุขกับแฟชั่นโชว์อัญมณีชุดพิเศษแบบอลังการที่ไม่เคยทำมาก่อน เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าอย่างเป็นทางการ และถ่ายทอดฝีมือศิลปะการออกแบบอัญมณีของทางร้านถึง 9 ชุดสุดพิเศษ ที่ได้รับแรงบันดาลใจแตกต่างกันไป ถ่ายทอดผ่านนางแบบชื่อดัง นำทีมโดย บี-น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์, ลูกหมี-รัศมี ทองสิริไพรศรี และเหล่านางแบบมืออาชีพ รังสรรค์ขึ้นมาสำหรับงานนี้โดยเฉพาะ

เครื่องประดับอัญมณีทั้ง 9 ชุด ได้แก่ รุ่งอรุณ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากลวดลายเถาวัลย์อันอ่อนช้อย แสดงถึงความกลมเกลียว อ่อนโยน โอบอัญมณีแห่งความภักดี โดยแสงสว่างอันสุกสกาวจากพลอยบุษราคัมกาญจนบุรีหลากเฉดสี เช่น บุษน้ำเพชร,บุษน้ำแตง, บุษน้ำทอง, บุษน้ำโขง และบุษน้ำจำปา นั้นเปรียบดั่งแสงของรุ่งอรุณยามเช้า ที่ทอแสงประกายส่องสว่างให้ชาวไทยทั้งผองอยู่อย่างร่มเย็น ราชินีแห่งไพร ได้รับแรงบันดาลใจจากสีแห่งพงไพร โดยพลอยเขียวส่องสีก้านมะลิสด นั้นแสดงถึงความสง่างาม ยิ่งใหญ่ ทั้งยังทำให้ผู้สวมใส่ดูสงบ สง่างาม เยือกเย็น ปลดปล่อยพลังแห่งธรรมชาติ ราวป่าต้นน้ำผู้ให้ชีวิตใหม่แก่มวลมนุษย์

สิริมงคล โดดเด่นด้วยความงดงามของพลอยไพลินสีรอยัลบลู อันเป็นราชาแห่งอัญมณีสีน้ำเงิน ผสานมนต์เสน่ห์แห่งมงกุฎขององค์ราชินีศรีสง่า ช่วยเสริมสร้างบารมี ความมีเมตตา และความศรัทธาให้แก่ผู้สวมใส่บริสุทธิ์ ได้รับแรงบันดาลใจจากสายใยแห่งความรักที่บริสุทธิ์ โดดเด่นด้วยเพชรทรงกลม, ทรงเม็ดข้าว, ทรงหัวใจ, และทรงหยดน้ำ เปี่ยมไปด้วยมนต์เสน่ห์ที่มีพลัง ช่วยกล่อมเกลาจิตใจให้มีความมั่นคง เด็ดเดี่ยว
ส่องประกายแห่งความดีงาม หยาดทิพย์ โดดเด่นด้วยความงดงามของอัญมณีพลอยอะควอมารีน ซึ่งได้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากเทพเจ้าแห่งสายน้ำ อันมีหยาดหยดของน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งท้องทะเลที่ให้พลังสงบ เยือกเย็น อ่อนโยน แต่ทรงพลังด้วยมนต์เสน่ห์แห่งผืนน้ำสู่ชีวิต

แทนรัก ชุดเครื่องประดับที่งดงามด้วยสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ของพลอยทับทิมแอฟริกา อันเป็นราชินีแห่งอัญมณี โดยสีแดงนั้นเปรียบดั่งสีแห่งรัก แสดงถึงพลังอานุภาพมหาศาลที่โอบล้อมดวงใจให้มีความมั่นคง ตราบนิจนิรันดร์ บุปผาชาติ ความงดงามของพลอยแซฟไฟร์สีม่วง, ชมพู, เขียว และเหลือง นำมารังสรรค์ให้เป็นชุดเครื่องประดับที่ได้แรงบันดาลใจมาจากผีเสื้อที่ร่ายรำในหมู่มวลบุปผาชาติ เปรียบดั่งความอ่อนหวาน อ่อนโยน และความร่าเริงของอิสตรีที่งดงามเป็นที่ต้องตาต้องใจ

The Luxurious ได้รับแรงบันดาลใจมาจากความน่าเกรงขามของมหาสมุทรโดดเด่นด้วยความงดงามของอัญมณีอย่าง แทนซาไนท์ และเพชร ที่มีความเรียบง่าย แต่สง่างาม และหรูหรา สะท้อนอารมณ์ความสงบ เยือกเย็น สุขุม สร้างบุคลิกที่น่าค้นหาแก่ผู้สวมใส่ จรัสแสง ชุดเครื่องประดับที่งดงาม ส่องแสงทอประกายราวกับกลุ่มดาวที่ส่องแสงเจิดจรัสบนท้องฟ้า ประกอบไปด้วยอัญมณีน้ำงามหลากชนิด ได้แก่ พลอยโทพาซ, ทัวร์มาลีน, ซิทริน, โกเมน, เพอริโด และอเมทิสต์

พบกับสุดยอดเครื่องประดับเพชรและพลอยสี ที่จัดขึ้นเพื่อคนรักอัญมณีกับคอลเลคชั่นพิเศษ ได้ที่ เอ็กซ์เปิร์ต เจมส์ สาขาสีลม 28 เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

บี-น้ำทิพย์ กับเครื่องประดับชุดสิริมงคล

บี-น้ำทิพย์ กับเครื่องประดับชุดสิริมงคล
เครื่องประดับชุดบุปผชาติ

เครื่องประดับชุดบุปผชาติ
เครื่องประดับชุดรุ่งอรุณ

เครื่องประดับชุดรุ่งอรุณ

คุณแหน : 24 พฤศจิกายน 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/304955

คุณแหน : 24 พฤศจิกายน 2560

คุณแหน : 24 พฤศจิกายน 2560

วันศุกร์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ ปวิณ ชำนิประศาสน์ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้แทนพระองค์อัญเชิญแจกันดอกไม้พระราชทานมามอบให้ พัลลภ สุวรรณมาลิกนักร้องนักดนตรีวง อ.ส.วันศุกร์ ที่นอนป่วยอยู่ รพ.สวนดอก…ครอบครัว พัลลภ สุวรรณมาลิก ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ…

ll สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงบุกเบิกให้“จิตรลดา”สอน“วิชาชีพ”…ไม่เพียงแต่ให้เด็กเยาวชนไทยได้มีทักษะมีอาชีพ…หากยังรักษา“งานช่างงานศิลป์ไทยๆ”ที่ควรสืบสานต่อไป…ปีการศึกษาใหม่ พ.ศ.2561 จะมีสาขาวิชาการสร้างเครื่องดนตรีไทย…โดยมีทุนเรียนฟรีตลอดหลักสูตร…ผู้สนใจติดต่อ อ.ธนเนตร081-8491909…

ll เมื่อครั้งพระเยาว์และยังอยู่ในชุดนักเรียนจิตรลดา…พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ นอกจากโปรดกีฬาแบดมินตันแล้ว…ยังโปรดกีฬาขี่ม้า…ทรงฝึกซ้อมเป็นประจำที่ค่ายทหารสนามเป้า…ในงานพระราชพิธี“พระบรมศพ”…เจ้าหญิงไทยพระองค์นี้จึงทรงบังคับม้านำขบวนได้อย่างสง่างามยิ่งนัก…

ll ผู้ว่าฯ ปวิณ ชำนิประศาสน์เลือดสีชมพูเข้มข้นทั้้งตรีและโท เป็นสิงห์ดำระดับเกียรตินิยม…ส่วนพี่ชายใหญ่ “พี่ปุ๊” ชวพงศ์ชำนิประศาสน์ ไม่เพียงแค่เป็น“รุ่นใหญ่”ที่คอยว้ากน้องๆ ตามบันได’ถาปัด จุฬาฯ…หากยังดำรงตำแหน่งมีเกียรติในวงการสถาปนิกตั้งแต่เป็นนายกสมาคม…และกรรมการสภาสถาปนิก…

ll เพื่อนฝูงดีใจกับ พล.ร.อ.ฐนิธ กิตติอำพน ที่ได้รับคะแนนเลือกตั้งสูงสุดเป็นกรรมการสภาสถาปนิก…แต่“พี่ป๋อง”ขอร้องต่อ…ให้เลือกนายกสมาคมสถาปนิกสยามในเร็ววันนี้…ด้วยความรอบรอบ…อย่าให้“ปลวก”มากินไม้ กินดอกผลที่…นายกรุ่นพี่เพียรสร้างมา…

ll แอบเข้าวัดพระราม 9 เงียบๆ…ขอบวชหาความสงบสัก 10 วัน ตามที่ นพ.อภิชาติ ศิวยาธรกว้างขวาง เป็นที่รักของเพื่อนฝูงหลายวงการ…เพื่อน ตอ.27 เลยให้เวลา“หมอบั๊ดดี้”มีสมาธิ 1 อาทิตย์…เสาร์นี้ขอไปเจี๊ยวจ๊าวถวายเพล…อรรถพิลาส ตันตราภรณ์จะเป็นหัวโจก…

ll วันเกิดหมออาวุโสสุดหล่อ นพ.ยุทธ โพธารามิก ปีนี้ไม่จัดใหญ่เพราะจะเก็บไว้ปีหน้า 80…กระนั้นน้องๆ สนิทอย่าง นพ.อนันต์ อริยะชัยพาณิชย์,นพ.พิษณุ มณีโชติ ฯลฯ แอบมีปาร์ตี้เล็กๆ ให้ที่สุรินทร์…โดยมีน้องๆ ที่ปรารถนาดีแต่เหมือนแช่ง…ให้วิสกี้ระดับ BLUE…ที่“หมอยุทธ”ปฏิเสธถ่ายภาพด้วยกลัวข้อหา PRESENTER อบายมุข…

ll มีผู้ฝากชื่นชมในงานสัมมนาไทย-จีน…“ช่องทางการค้าใหม่”…แม้ วิกรม กรมดิษฐ์ ประสานสภาการค้าฯ จะพูดจีนคล่องเพราะเป็นนักเรียนไต้หวัน…แต่ในสุนทรพจน์ไม่พูดจีนสักคำ…ปราศรัยเป็นไทยล้วน…ส่วนเจ้าภาพ ชาติศิริ โสภณพนิช กก.ผจก.ใหญ่แบงก์กรุงเทพ แม้พยายามจะออกเสียง“ภาษาก๋ง”อย่างกระท่อนกระแท่น…นักธุรกิจจีนต่างเอ็นดูปรบมือให้กำลังใจ…

ll “น้องใหม่จุฬาฯ 2510”ต่างตื่นเต้นกับ“พิธี”บรรดามี ในวันอาทิตย์ที่ 26 พ.ย.นี้…เริ่มกันตั้งแต่เช้า…ส่วนเย็นๆ แดดร่มลมตก…น้องใหม่ 50 ปีที่แล้ว หลายคนนัดกันไประลึกถึงความหลัง ร้านอี่ สามย่านเป็ดย่างสีฟ้า ฯลฯ…ธำรงค์ศักดิ์ โกสิน ชวนเพื่อน’ถาปัดลุยต่อ…รับเพื่อน สุรพล สัจจะวานิชย์ สถาปนิกใหญ่จากยูเอส…ที่บินมาร่วมงานนี้โดยเฉพาะ…ll

ภิญญ์สิรี

เสด็จทรงเปิดงานออกร้านนานาชาติการกุศล ครั้งที่ 64

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/304901

เสด็จทรงเปิดงานออกร้านนานาชาติการกุศล ครั้งที่ 64

เสด็จทรงเปิดงานออกร้านนานาชาติการกุศล ครั้งที่ 64

วันศุกร์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทอดพระเนตรสินค้าจากนานาประเทศด้วยความสนพระทัย

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จเป็นองค์ประธานทรงเปิดงาน “64th YWCA Diplomatic Charity Bazaar 2017” งานเทศกาลออกร้านนานาชาติครั้งใหญ่ที่สุดในประเทศ ที่ทางศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ร่วมกับ คณะภริยาทูตประจำประเทศไทย และ สมาคมไวดับยูซีเอกรุงเทพฯ ภายในงานรวบรวมผลิตภัณฑ์ชั้นนำจาก 40 ประเทศทั่วโลก นำโดย สหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย, เกาหลี, ญี่ปุ่น, เม็กซิโก,สวิตเซอร์แลนด์, เดนมาร์ก, เยอรมนี, เคนยา, โมร็อกโก, โปรตุเกสและนิวซีแลนด์ เป็นต้น กว่า 160 บูธ มาจำหน่ายในราคาพิเศษ ณ ชั้น 1, 2, 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์เพื่อมอบเป็นของขวัญในเทศกาลแห่งความสุขปลายปีที่กำลังจะมาถึงอย่างยิ่งใหญ่ โดยรายได้จากการจำหน่ายสินค้าทั้งหมดจะนำไปมอบให้กับโครงการการกุศลต่างๆ

ในการนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีพระวรราชาทินัดดามาตุ ได้ทอดพระเนตรสินค้าที่นำมาจำหน่ายด้วยความสนพระทัย พร้อมทรงอุดหนุนสินค้าจากบูธต่างๆ อาทิ กรีซ, อินโดนีเซีย, จีน, เกาหลี, ออสเตรีย, เคนยา รวมทั้งทรงอุดหนุนสลากรางวัล Raffle Ticket ของคณะภริยาทูต โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายสลากรางวัล ทางสมาคมจะนำไปสมทบทุนการศึกษา ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ, โครงการสร้างอาคาร ห้องสมุด ห้องพยาบาลให้แก่โรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร และงานสังคมสงเคราะห์อื่นๆ ต่อไป

อุษณา สุคนธทรัพย์ นายกสมาคมไวดับยูซีเอ กรุงเทพฯ กล่าวว่า ปีนี้สมาคม YWCA กรุงเทพฯ ครบรอบ 70 ปีของการก่อตั้ง โดยงาน YWCA Diplomatic Charity Bazaar เป็นหนึ่งในพันธกิจจัดหาทุนที่สำคัญของสมาคมฯ โดยได้รับการสนับสนุนด้านสถานที่ในการจัดงานจาก บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เป็นประจำทุกปี โดยเงินรายได้จากการจัดงานปีที่ผ่านมา ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย และมอบให้กับองค์กรและช่วยเหลือสังคม ในโครงการต่างๆ ได้แก่ ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อสมทบทุนมูลนิธิชัยพัฒนา และสมทบทุนการกุศลสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี, ถวาย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เพื่อสมทบทุนมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทยและโครงการช่วยลดการติดเอดส์จากแม่สู่ลูกสภากาชาดไทย ในพระอุปถัมภ์พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ,สมทบทุนมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย นอกจากนี้ยังดำเนินการโครงการต่างๆ รวมทั้งสิ้น 40 โครงการ

น้ำใจของประชาชนที่มาร่วมงานเปรียบเหมือนหยดน้ำในมหาสมุทร ซึ่งเป็นดั่งพลังน้ำใจที่แผ่ออกไปให้กับผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ทางสมาคมฯจะให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือเด็กเล็ก เพราะเล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพ ความเป็นอยู่ คุณภาพชีวิต การศึกษา ให้เด็กๆ เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะการช่วยเหลือเหล่านี้เป็นการให้โอกาสกับเด็กเพื่อให้เขาได้มีความทรงจำที่ดีในชีวิตว่าครั้งหนึ่งเคยมีความสุข

อุษณา สุคนธทรัพย์

อุษณา สุคนธทรัพย์
ณัฐสิมา ศิริสุนทร, อภินรา ศรีกาญจนา และพลอยวาริน ทรงปกรณ์ มาร่วมช็อปการกุศล

ณัฐสิมา ศิริสุนทร, อภินรา ศรีกาญจนา และพลอยวาริน ทรงปกรณ์ มาร่วมช็อปการกุศล
บูธสินค้าจากประเทศฮังการี

บูธสินค้าจากประเทศฮังการี
ทานาคา ของดีจากพม่า

ทานาคา ของดีจากพม่า

กรุงศรี อัพเทสต์ 2 พาอร่อย 50 ร้านดังทั่วไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/304691

กรุงศรี อัพเทสต์ 2 พาอร่อย 50 ร้านดังทั่วไทย

กรุงศรี อัพเทสต์ 2 พาอร่อย 50 ร้านดังทั่วไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ม.ล.ภาสันต์ สวัสดิวัตน์ และ ชัยพล กฤตยาวาณิชย์

บัตรเครดิตกรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ ซิกเนเจอร์ และบัตรเครดิตกรุงศรี ซิกเนเจอร์ นำโดย ชัยพล กฤตยาวาณิชย์ ผู้อำนวยการอาวุโสการตลาด บริษัท บัตรกรุงศรีอยุธยา จำกัด จัดงาน “กรุงศรี ซิกเนเจอร์ อัพเทสต์” เปิดตัวหนังสือสำหรับคนรักอาหารและการท่องเที่ยว “UP TASTE” เล่มที่ 2 ภายใต้ชื่อ “50 Thailand’s Signature Tastes by M.L. Parson Svasti” หนังสือรวบรวมร้านอาหารรสเลิศ 50 ร้านจากทั่วประเทศไทยที่การันตีความอร่อยโดย หม่อมหลวงภาสันต์ สวัสดิวัตน์พร้อมด้วยโปรโมชั่นสุดพิเศษสำหรับสมาชิกบัตรกรุงศรี ซิกเนเจอร์ และบัตรกรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ ซิกเนเจอร์ ณ ร้านอาหารศรีตราด ซอยสุขุมวิท 33

ชัยพล กฤตยาวาณิชย์ ผู้อำนวยการอาวุโสการตลาด บริษัท บัตรกรุงศรีอยุธยา จำกัด กล่าวว่า “จากความสำเร็จของหนังสือ “UP TASTE” เล่มแรกในปี 2559 ที่ได้รวบรวมสิทธิประโยชน์ร้านอาหารญี่ปุ่น ในกรุงเทพฯ และประเทศญี่ปุ่นจำนวน 50 ร้านค้า และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากสมาชิกผู้ถือบัตรเครดิตกรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ ซิกเนเจอร์และบัตรเครดิตกรุงศรี ซิกเนเจอร์ ดังนั้นในปี 2560 จึงได้ดำเนินการจัดทำหนังสือ UP TASTE เล่ม 2 ขึ้นอีกครั้งภายใต้ชื่อ 50 Thailand’s Signature Tastes by M.L. Parson Svasti รวบรวมร้านอาหาร 50 ร้าน ที่เป็นร้านอาหารเด่น บรรยากาศดี ตั้งอยู่ในแหล่งท่องเที่ยว ในจังหวัดใหญ่ๆ ประเภทที่ไม่ไปไม่ได้ โดยครอบคลุมทั้งภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไฮไลท์ของหนังสืออยู่ที่การบอกเล่าประสบการณ์จริงผ่านตัวอักษรของ ม.ล.ภาสันต์ สวัสดิวัตน์ ในฐานะกูรูด้านอาหาร ที่ได้ไปสัมผัสรสชาติจากร้านต่างๆ ทั่วประเทศไทย ทำให้หนังสือเล่มนี้อ่านแล้วมีอรรถรส และสิ่งสำคัญที่สุดคือ สิทธิประโยชน์ต่างๆ สำหรับสมาชิกผู้ถือบัตรเครดิตกรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ ซิกเนเจอร์และบัตรเครดิตกรุงศรี ซิกเนเจอร์ อาทิ ส่วนลดสูงสุด 30% หรือรับอาหารจานพิเศษจากร้านอาหารเหล่านั้น”

ม.ล.ภาสันต์ สวัสดิวัตน์ กล่าวเสริมว่า “50 ร้านที่ถูกคัดเลือกมาไว้ในหนังสือ UP TASTE เล่มนี้มีเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักๆ อยู่สองอย่างครับ อย่างแรกเลยคือ ต้องเป็นร้านที่ดูดี ตั้งอยู่ในแหล่งท่องเที่ยว หรือจังหวัดใหญ่ๆในแต่ละภูมิภาค และประการที่สอง ซึ่งผมถือว่าสำคัญที่สุดก็คือจะต้องเป็นร้านอร่อย โดย 50 ร้านในหนังสือเล่มนี้ก็จะมีหลากหลายประเภท ทั้งร้านอาหารพื้นเมืองในท้องถิ่น ร้านอาหารนานาชาติระดับอินเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นอาหารอิตาเลียน ญี่ปุ่น จีน ฝรั่งเศส อเมริกันไดเนอร์ ประเภทเบอร์เกอร์และอาหารเม็กซิกันแคล-เม็กซ์แห่งแคลิฟอร์เนีย ที่ขาดไม่ได้คือ ร้านเบเกอรี่เพสตรี้เค้กขนมหวานอันโด่งดังขึ้นชื่อ ซึ่งแต่ละร้านล้วนผ่านการคัดเลือกมาอย่างดี เพื่อให้คุณสามารถหยิบ UP TASTE มาใช้เป็นคู่มือนักชิมเวลาไปเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในเมืองไทยได้เลย และผมเชื่อว่าหนังสือเล่มนี้สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนที่พิถีพิถันในการเลือกชิมได้อย่างแน่นอนครับ”

ศรีรัตน์ ศรีภิญโญ อดีตนางงามจังหวัดตราดและเจ้าของร้านอาหารศรีตราด ซึ่งกำลังโด่งดังในหมู่นักชิมขณะนี้ และเป็นหนึ่งในร้านอาหารที่บรรจุอยู่ใน UP TASTE เล่ม 2 นี้ เผยเคล็ดลับความอร่อยว่า “ศรีตราด เป็นร้านอาหารที่นำเสนอเมนูพื้นบ้านของภาคตะวันออก โดยเฉพาะเมนูพื้นบ้านของจังหวัดตราด ที่ได้รับการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น โดยใช้วัตถุดิบท้องถิ่นที่นำมาจากจังหวัดตราด ไม่ว่าจะเป็นน้ำปลา กะปิ ของสดอย่างอาหารทะเล ที่เน้นความสดใหม่ ปรุงด้วยกรรมวิถีดั้งเดิม รสชาติแบบอาหารไทยแท้ ที่สำคัญคือไม่ใช่ผงชูรส หรือน้ำมันหอย ทำให้เมนูของร้านเป็นเมนูที่ไม่เหมือนใครและหาทานที่ไหนไม่ได้ในกรุงเทพฯ นอกจากที่ร้านศรีตราดเท่านั้น”

ภายในงานคับคั่งไปด้วยเซเลบริตี้ที่ชื่นชอบอาหารและการท่องเที่ยว พร้อมเผยไลฟ์สไตล์การเลือกสรรร้านอาหารอร่อยในแบบฉบับของตัวเอง เริ่มจาก บิ๊น-พิรชัย เบญจรงคกุล กล่าวว่า “ผมเป็นคนไม่ชอบทานอะไรซ้ำๆ กันครับ เลยเป็นคนคอยหาร้านอาหารใหม่ๆ ทานเสมอ โดยดูจากหนังสือที่รวบรวมร้านอาหารต่างๆ หรือรูปจากไอจีที่เพื่อนๆ ไปทานกัน ถ้าร้านไหนอร่อยเราก็จะพาคุณพ่อคุณแม่ไปทานต่อ เพราะท่านเป็นคนทานค่อนข้างยาก เราเลยต้องเป็นเหมือนด่านแรกในการไปชิมให้ก่อนว่าผ่านหรือเปล่าค่อยพาท่านไป ถ้าพูดถึงสไตล์การเลือกทานอาหารในตอนนี้ก็จะต่างจากตอนเด็กๆ หน่อย คือเราต้องเลือกร้านที่อาหารอร่อยและมีบรรยากาศที่ดีด้วยครับ”

ปิดท้ายด้วยสาวสวยอย่าง น้อยหน่า-สิริผกา กรรณสูต กล่าวว่า “การได้ทานอาหารหรือขนมอร่อยๆ ทำให้เราคลายเครียดได้ค่ะ โดยเฉพาะช่วงนี้น้อยหน่ากำลังยุ่งกับการเตรียมเปิดตัวแบรนด์จิวเวลรี่ใหม่ ดังนั้นถ้ามีเวลาว่างเราก็จะไปหาร้านอาหารใหม่ๆ ทานเสมอ เพราะอาหารหรือขนมที่อร่อยๆ บวกกับบรรยากาศดีๆ ของร้านทำให้เรามีความสุขขึ้น ส่วนประเภทอาหารก็ทานได้หมดนะคะถ้าอร่อย”

สมาชิกผู้ถือบัตรเครดิตกรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ ซิกเนเจอร์ และบัตรเครดิตกรุงศรี ซิกเนเจอร์ ที่ใช้จ่ายสูงสุดในหมวดรับประทานอาหาร 8,000 ท่านแรก ทางบริษัทบัตรกรุงศรีอยุธยาจะจัดส่งหนังสือเล่มพิเศษนี้ให้ภายในเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายนและหากสมาชิกบัตรฯ ท่านใดสนใจเพิ่มเติม สามารถดาวน์โหลดหนังสือ UP Taste เล่ม 2 ในรูปแบบ e-book ได้ที่ https://www.krungsricard.com/th/up-taste.html

นนทวรรณ จิตวัฒนากร, ศรีรัตน์ ศรีภิญโญ และ วงศ์วิชญ์ ศรีภิญโญ เจ้าของร้านศรีตราด

นนทวรรณ จิตวัฒนากร, ศรีรัตน์ ศรีภิญโญ และ วงศ์วิชญ์ ศรีภิญโญ เจ้าของร้านศรีตราด
สิริผกา กรรณสูต

สิริผกา กรรณสูต
พิรชัย เบญจรงคกุล ค้นหาร้านอร่อยจาก อัพเทสต์ เล่ม 2

พิรชัย เบญจรงคกุล ค้นหาร้านอร่อยจาก อัพเทสต์ เล่ม 2
หนังสือ UP TASTE เล่ม 2

หนังสือ UP TASTE เล่ม 2

เปิดแคมเปญเพิ่มรอยยิ้มให้ผู้ขับขี่แกร็บแท็กซี่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/304693

เปิดแคมเปญเพิ่มรอยยิ้มให้ผู้ขับขี่แกร็บแท็กซี่

เปิดแคมเปญเพิ่มรอยยิ้มให้ผู้ขับขี่แกร็บแท็กซี่

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

แกร็บแท็กซี่ (Grab Taxi) เปิดตัวแคมเปญ “เพิ่มรอยยิ้มให้กับพาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่แกร็บแท็กซี่” (GrabTaxi Smiles Campaign) ซึ่งเป็นการนำสิทธิประโยชน์และสวัสดิการรูปแบบใหม่ล่าสุด มาให้กับพาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่ประกอบด้วย สามโครงการหลักคือ แท็กซี่มีสุข (Happy Taxi) แท็กซี่สานฝัน (Thank you Taxi) และแท็กซี่ประทับใจ (Taxi We Care)

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กรรมการบริหาร บริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในฐานะผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่นเรียกรถแท็กซี่ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศ มองว่าผู้ขับขี่คือหัวใจหลักของการให้บริการรถแท็กซี่ที่ได้คุณภาพ หากสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ขับขี่รู้สึกภูมิใจในอาชีพของตน และมีความสุขในการทำงาน รวมทั้งมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่กระตุ้นให้พวกเขามีกำลังใจและอยากพัฒนาการให้บริการและเพิ่มความพึงพอใจให้แก่ผู้โดยสารทั้งหมดนี้ จึงเป็นที่มาของการเปิดตัวแคมเปญ “เพิ่มรอยยิ้มให้กับพาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่แกร็บแท็กซี่” (GrabTaxi Smiles Campaign) ซึ่งเป็นการนำสิทธิประโยชน์และสวัสดิการรูปแบบใหม่ล่าสุดมาให้กับพาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่ ประกอบด้วย สามโครงการหลัก คือ แท็กซี่มีสุข(Happy Taxi) แท็กซี่สานฝัน (Thank you Taxi) และแท็กซี่ประทับใจ (Taxi We Care)

“ตัวแปรสำคัญที่จะช่วยให้ระบบการให้บริการแกร็บแท็กซี่มีคุณภาพและสร้างความประทับใจให้กับผู้โดยสาร คือ พาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่ โดยเรามองว่า ผู้ขับขี่ไม่เพียงเป็นทีมงานแถวหน้าที่ร่วมเดินเคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับเรา เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นให้กับระบบคมนาคมของประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นฟันเฟืองหลักเพื่อร่วมพัฒนาสังคมและระบบขนส่งมวลชนของประเทศอีกด้วย แคมเปญ เพิ่มรอยยิ้มให้กับพาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่แกร็บแท็กซี่ เป็นอีกหนึ่งโครงการที่แกร็บมุ่งมั่นที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและขอบคุณพาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่ ด้วยสิทธิประโยชน์และสวัสดิการที่มอบให้นอกเหนือจากผลตอบแทนปกติที่ได้รับจากการทำงาน เพื่อเพิ่มรายได้และสร้างความสุขในชีวิตของผู้ขับขี่และครอบครัว โดยคาดหวังว่าผลที่ได้รับจะสะท้อนกลับมาเป็นพลังบวกที่จะกระตุ้นให้พาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่มอบบริการที่ดียิ่งขึ้นให้กับผู้โดยสารในทุกๆ วันต่อไป”

ทั้งนี้ “แคมเปญเพิ่มรอยยิ้มให้กับพาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่แกร็บแท็กซี่” ตอบโจทย์ความต้องการของพาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่ด้วยโครงการแท็กซี่มีสุข ที่เน้นพัฒนาสภาพแวดล้อมการทำงานและคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น อำนวยความสะดวกให้พาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่แท็กซี่ได้เบิกถอนเงินสดทันใช้ได้ทุกวัน ยกเว้นการคิดค่าธรรมเนียมใช้แอพคนขับ และการสนับสนุนการทำประกันสุขภาพโครงการแท็กซี่สานฝัน ที่ให้ผู้ขับขี่ที่ทำยอดค่าโดยสารได้สูงสุด 20 คน พร้อมอีกหนึ่งคนสำคัญ บินลัดฟ้าไปพักผ่อนที่สิงคโปร์ 3 วัน 2 คืน เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณต่อความทุ่มเทและเหน็ดเหนื่อยของพาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่ และสุดท้าย โครงการแท็กซี่ประทับใจ ยกระดับคุณภาพการให้บริการผ่านกิจกรรมทางการตลาด ที่นอกจากจะช่วยกระตุ้นปฏิสัมพันธ์อันดีระหว่างพาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่และผู้โดยสารแล้ว ยังส่งเสริมความภาคภูมิใจในการบริการที่ดีแก่ผู้ขับขี่แท็กซี่ในประเทศไทยอีกด้วย