ไวทัลไลฟ์ดูแลสุขภาพคนไทยแบบองค์รวม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/304706

ไวทัลไลฟ์ดูแลสุขภาพคนไทยแบบองค์รวม

ไวทัลไลฟ์ดูแลสุขภาพคนไทยแบบองค์รวม

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

รศ.นพ.สมศักดิ์ เชาว์วิศิษฐ์เสรี

ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ ฉลองครบรอบ 16 ปี ตอกย้ำผู้นำศาสตร์แห่งการชะลอวัยเพื่อดูแลสุขภาพเชิงป้องกันอย่างครบวงจร พร้อมก้าวสู่การเป็น Wellness Center แห่งเอเชีย โดยมีข้อได้เปรียบด้านการให้บริการต่างๆ ของศาสตร์ด้านการชะลอวัยและการส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกัน ซึ่งผสมผสาน (Integrated) เชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อกับโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ทั้งในด้านคุณภาพและมาตรฐานในระดับสากล ฐานข้อมูลผู้ป่วยผู้ใช้บริการ ทีมแพทย์ผู้ให้คำปรึกษาและรักษาพยาบาล ห้องปฏิบัติการ ตลอดจนเทคโนโลยีทางการแพทย์ รวมถึงการส่งต่อการดูแลเชิงป้องกันและการรักษาพยาบาล ตามมาตรฐานของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ที่ให้การบริบาลดูแลรักษาผู้ป่วยด้วยมาตรฐานระดับโลกตลอดระยะเวลา 37 ปี นับว่าเป็นการต่อยอดและส่งเสริมการให้การดูแลรักษาด้านสุขภาพองค์รวมที่สอดประสานได้อย่างลงตัว

รศ.นพ.สมศักดิ์ เชาว์วิศิษฐ์เสรี ผู้อำนวยการด้านบริหารและผู้อำนวยการด้านการแพทย์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เปิดเผยว่า “ในฐานะที่ รพ.บำรุงราษฎร์เป็นหนึ่งในผู้นำด้านการบริบาลทางการแพทย์ในระดับสากล และเป็นที่ยอมรับจากผู้ป่วยจากทั้งชาวไทยและต่างชาติจำนวนถึง 1.1 ล้านคนต่อปี การยกระดับศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ และความร่วมมือกับโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ครั้งนี้ ถือเป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งที่สำคัญที่ถือเป็นนวัตกรรมในการที่ผู้ให้การบริบาลด้านการรักษาพยาบาล ได้ทำงานร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับผู้ให้บริการด้านการส่งเสริมสุขภาพและศาสตร์แห่งการชะลอวัย ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ทำให้การส่งมอบการดูแล เชิงป้องกัน และร่วมแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพร่วมกันกับผู้มาใช้บริการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งแตกต่างไปจากที่อื่นอย่างเห็นได้ชัด”

ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ ผู้อำนวยการด้านการแพทย์ ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ เปิดเผยว่า ไวทัลไลฟ์ ฉลองครบรอบการให้บริการ 16 ปี เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ที่ผ่านมา พร้อมปรับโฉมครั้งใหญ่ รองรับกระแสการดูแลและส่งเสริมสุขภาพทั่วโลกที่ขยายตัวสูง ซึ่งสอดคล้องกับประเทศไทยที่เป็นจุดหมายปลายทางสำคัญที่มีผู้สนใจเข้ารับการบริบาลทางการแพทย์เป็นจำนวนมากขึ้นในแต่ละปีเช่นกัน สำหรับ ไวทัลไลฟ์ มีจุดเด่นที่การใช้ข้อมูลเชิงลึก และการใช้หลักวิทยาศาสตร์ ผนวกกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อทำการวิเคราะห์ตั้งแต่ระดับยีนส์ของแต่ละบุคคล และให้การดูแล ป้องกันด้านสุขภาพแบบเฉพาะบุคคล (Personalized medicine)

“จากความเชี่ยวชาญทางศาสตร์แห่งการชะลอวัย ภายใต้โปรแกรมต่างๆ ของไวทัลไลฟ์ เราสามารถช่วยปรับสมดุลของร่างกายให้กับผู้เข้ารับบริการตั้งแต่การตรวจร่างกาย วิเคราะห์ระดับสารอาหาร ไปจนถึงแนวทางการใช้เวชศาสตร์ชะลอวัย เพื่อให้เกิดสุขภาพที่ดี และความสวยงามจากภายในร่างกายสู่ภายนอก อีกทั้งสามารถเชื่อมต่อกับกระบวนการการรักษา (Conventional treatment) ของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ภายใต้ความต้องการดูแลสุขภาพร่วมกันระหว่างคนไข้และทีมแพทย์ ที่เปลี่ยนจากตัวไอ หรือ อิลเนส (Illness) มาสู่ ตัววี หรือ เวลเนส (Wellness) ซึ่งเป็นแนวทางการรักษายุคใหม่”

สำหรับกลุ่มผู้เข้ารับบริการในไวทัลไลฟ์ ปัจจุบัน ประกอบด้วยสัดส่วนเฉลี่ย กลุ่มคนไทย 30% และ ชาวต่างชาติ 70% ที่ต่างหันมาใส่ใจและดูแลสุขภาพเชิงบูรณาการ (Integrated) ที่นอกจากจะช่วยด้านดูแลแล้วยังเป็นการฟื้นฟูสุขภาพให้ดีขึ้น พร้อมช่วยยืดอายุขัยให้ยาวนานขึ้นอีกด้วย โดยตลอดระยะเวลา 16 ปีที่ผ่านมาไวทัลไลฟ์ ยังได้รับรางวัลและการรับรองด้านต่างๆ ซึ่งถือเป็นเครื่องยืนยันถึงคุณภาพและการยอมรับจากมาตรฐานสากลด้วย โดยไวทัลไลฟ์ ยังพร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ แนวทางการให้บริการศาสตร์แห่งการชะลอวัยด้านต่างๆ ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลพันธมิตร เพื่อปูทางไปสู่การเป็นสถาบันไวทัลไลฟ์ ในอนาคต โดยวางเป้าภายใน 5 ปีนับจากนี้

นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ยูวีออน (YOUVION) นวัตกรรมเครื่องสำอางชั้นสูง ภายใต้การค้นคว้าวิจัยจากผู้เชี่ยวชาญและห้องปฏิบัติการที่มีมาตรฐานระดับสากลของสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อเสริมบริการด้านความงามภายใต้เวชศาสตร์แห่งความงาม(Aesthetic) ของศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ให้ครบวงจร

ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์

ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์
ผลิตภัณฑ์ ยูวีออน

ผลิตภัณฑ์ ยูวีออน

บอนชอนจัดเอ็กซ์คลูซีฟ ปาร์ตี้ ฉลองความสำเร็จแคมเปญโซ(ล)ฮอตแห่งปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/304689

บอนชอนจัดเอ็กซ์คลูซีฟ ปาร์ตี้ ฉลองความสำเร็จแคมเปญโซ(ล)ฮอตแห่งปี

บอนชอนจัดเอ็กซ์คลูซีฟ ปาร์ตี้ ฉลองความสำเร็จแคมเปญโซ(ล)ฮอตแห่งปี

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สองผู้บริหาร ธัญญา ศรีพัฒนาสกุล และ พรพิมล วงศ์ศิริกุล

สองผู้บริหาร ธัญญา ศรีพัฒนาสกุล และ พรพิมล วงศ์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาชิสโสะ จำกัด ผู้ถือลิขสิทธิ์ร้านไก่ทอดชื่อดังจากเกาหลี “บอนชอน ชิคเก้น” (BonChon Chicken) ฉลองความสำเร็จแคมเปญโซ(ล)ฮอตแห่งปี ด้วยการจัดงานเอ็กซ์คลูซีฟปาร์ตี้ “บอนชอน ชิค แชลเลนจ์ 2017” งานประกาศผลรางวัลภาพถ่ายคู่กับไก่ทอดบอนชอน เพื่อชิงรางวัลรวมมูลค่ากว่า 300,000 บาท

ในงานมี 2 ตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์เป็นของตัวเองและชื่นชอบการถ่ายภาพอย่าง หมาก-ปริญ สุภารัตน์ และ พิมฐา- ฐานิดา มานะเลิศเรืองกุล เนตไอดอลชื่อดัง ร่วมงาน พร้อมด้วยเหล่าเซเลบริตี้และฟู้ด เลิฟเวอร์ มากมาย นำโดย จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา, อัชฌา เจริญรัศมีเกียรติ, พลอยจันทร์ เศวตวิมล, หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา, แพรวปรียา ชุมสาย ณ อยุธยา, พัณณิตา สนิทวงศ์ ณ อยุธยา, ศรัณย์ภัค เพ็ญชาติ, ปณิตา ศรไทยเทวา, ณชา จึงกานต์กุล ณ ซีเคร็ต การ์เดน นายเลิศ ปาร์ค เฮอริเทจ โฮม

ธัญญา ศรีพัฒนาสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาชิสโสะ จำกัด เผยว่า “บอนชอน ชิคเก้น” (BonChon Chicken) ได้เปิดตัวแคมเปญสุดชิคล่าสุดอย่าง “บอนชอน ชิค แชลเลนจ์ 2017” (BonChon Chick Challenge 2017) ช็อตนี้…ต้องมีชิค ไปเมื่อช่วงเดือนกันยายน 2560 ที่ผ่านมา และประกาศผลผู้ชนะเลิศภาพถ่ายคู่กับไก่ทอดบอนชอน ชิงรางวัลรวมมูลค่ากว่า 300,000 บาท ในงานเอ็กซ์คลูซีฟปาร์ตี้ “บอนชอน ชิค แชลเลนจ์ 2017” ซึ่งบรรยากาศภายในงานตกแต่งด้วยคอนเซ็ปต์สบายๆ สไตล์โมเดิร์นชิค ในโทนขาว ดำ แดง ที่ออกแบบให้รับกับความร่มรื่นของ ซีเคร็ต การ์เดนยามค่ำคืน พร้อมอิ่มอร่อยกับหลากซิกเนเจอร์เมนูยอดนิยมที่ยกครัวมาเสิร์ฟให้ได้ลิ้มลองกันอย่างจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็น ไก่ทอดบอนชอน, สลัดสาหร่ายไข่กุ้งรสเผ็ด, ข้าวหน้าหมูบุลโกกิ, ซุปซุนดูบูกิมจิ, ชีสต๊อกบกกิ

นอกจากนี้ ยังมีมุมเอ็กซิบิชั่นภาพถ่ายสุดเก๋ของเหล่าผู้เข้าแข่งขันที่ ต่างถ่ายทอดคาแร็กเตอร์ของตนเองได้อย่างมีเอกลักษณ์ หรือจะเลือกสนุกไปกับมุมถ่ายภาพแบบอินเตอร์แอ๊กทีฟ แอ๊กทิวิตี้ และปิดท้ายด้วยมินิคอนเสิร์ต จากวง The Parkinson

สำหรับผู้ชนะเลิศอันดับหนึ่งที่ถ่ายภาพได้ชิคที่สุด คือ ทีมของ กฤษฏ์ ปฏิปทานนท์ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยรังสิต คว้าเงินรางวัล 100,000 บาท และสิทธิ์กินบอนชอนฟรีตลอดปี อีกทั้ง ยังมีรางวัลพิเศษ voucher ติดไม้ติดมือกลับบ้านสำหรับแขกในงานที่ร่วมถ่ายภาพชิคแอนด์ชิลในสวนได้เก๋ที่สุดอีกด้วย

แพรวปรียา ชุมสาย ณ อยุธยา, ปริญา กิ่งรุ้งเพชร, หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา, พัณณิตา สนิทวงศ์ ณ อยุธยา, จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา, ศรัณย์ภัค เพ็ญชาติ, ญาดา รุ่งวัฒนภักดิ์

แพรวปรียา ชุมสาย ณ อยุธยา, ปริญา กิ่งรุ้งเพชร, หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา, พัณณิตา สนิทวงศ์ ณ อยุธยา, จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา, ศรัณย์ภัค เพ็ญชาติ, ญาดา รุ่งวัฒนภักดิ์
กฤษฏ์ ปฏิปทานนท์ ผู้ชนะเลิศภาพถ่ายที่ชิคที่สุด

กฤษฏ์ ปฏิปทานนท์ ผู้ชนะเลิศภาพถ่ายที่ชิคที่สุด
หมาก-ปริญ สุภารัตน์ และ พิมฐา-ฐานิดา มานะเลิศเรืองกุล

หมาก-ปริญ สุภารัตน์ และ พิมฐา-ฐานิดา มานะเลิศเรืองกุล

คนดังร่วม‘ฝากปลูก’ส่งต่อความสุขจากไร่สู่คนเมือง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/304687

คนดังร่วม‘ฝากปลูก’ส่งต่อความสุขจากไร่สู่คนเมือง

คนดังร่วม‘ฝากปลูก’ส่งต่อความสุขจากไร่สู่คนเมือง

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

บรรเทิง ว่องกุศลกิจ, สมศักดิ์ เครือวัลย์ และ ปรีชา หงอกสิมมา

จากความสำเร็จของการดำเนินกิจกรรม “โครงการ “ทำตามพ่อ ปลูก เพ(ร)าะสุข” ของกลุ่มมิตรผล ที่ได้น้อมนำแนวปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในการส่งเสริมสนับสนุนให้เกษตรกรทำเกษตรกรรม เพื่อให้เกิดความยั่งยืน จึงได้จัดงาน “ปลูก เพ(ร)าะสุข Farmer’s Market” เพื่อให้สมาชิกที่ร่วมโครงการได้มาแบ่งปันประสบการณ์จริงจากการดำรงชีวิตอย่างมีสุขรอบด้านและมีภูมิคุ้มกันตามแนวคิดพอเพียงที่น่าสนใจและทำได้ง่ายๆ รวมถึง Farmer’s Market” การออกร้านจำหน่ายพืชผลทางเกษตรคุณภาพ ปลอดสารจากเกษตรกรในราคากันเอง กิจกรรมร่วมแบ่งปันแนวคิดสร้างสุข โซนนิทรรศการและเวิร์กช็อป “ปลูกสุขริมรั้ว” ร่วมแบ่งปันแรงบันดาลใจการใช้ชีวิตพอเพียงจากปราชญ์เกษตรและเกษตรกร และกิจกรรมไฮไลท์ “ฝากปลูก” สื่อกลางส่งต่อความสุขจากชาวไร่สู่คนเมืองด้วยผลผลิตคุณภาพ เพื่อตอกย้ำว่าความสุขนั้นปลูกได้ทุกที่และส่งต่อให้กันได้ไม่รู้จบ

บรรเทิง ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มมิตรผล กล่าวถึง “โครงการทำตามพ่อ ดำเนินการปลูกความสุขสู่ชาวไร่ ด้วยการให้ความรู้ด้านเกษตรทฤษฎีใหม่ จัดตั้งคณะทำงานและปราชญ์เกษตรที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญถ่ายทอดความรู้ในพื้นที่ 8 จังหวัด ได้แก่ สุพรรณบุรี สิงห์บุรี ขอนแก่น ชัยภูมิ กาฬสินธุ์ เลย อำนาจเจริญ และตาก คัดเลือกเกษตรกรที่มีความพร้อมเข้ารับการอบรม แนะนำแนวทางพัฒนาพื้นที่ ติดตามผลใกล้ชิด เพื่อสร้างพื้นฐานต่อยอดและพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน ก่อนคัดเลือกเกษตรกรที่พร้อมจัดสรรพื้นที่และถ่ายทอดความรู้ 70 คน จัดตั้ง ศูนย์ปลูก เพ(ร)าะ สุข จำนวน 70 แห่ง ขยายผลลัพธ์สู่ 700 และ 7,000 ครัวเรือนในปีต่อๆ ไป ซึ่งการดำเนินงานโครงการได้ผ่านระยะที่ 1-ปลูกองค์ความรู้ และระยะที่ 2-เพาะกล้าความสุข และกิจกรรม ฝากปลูก ไปแล้ว ขณะนี้เข้าสู่ระยะที่ 3 – ส่งต่อความสุข”

สมศักดิ์ เครือวัลย์ ที่ปรึกษาโครงการทำตามพ่อ กินอยู่อย่างพอดี มีความสุขกับการเพาะปลูกผลผลิตในไร่ตัวเองตามแนวคิดของพ่อ เผยว่า “การทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ถ้าลงมือทำจริงก็รวยได้ ด้วยปัจจัยสี่ที่อยู่ในสวน ในรั้วบ้าน แนวคิดของพระองค์สามารถนำไปปรับใช้ได้กับชีวิตทุกคน พิสูจน์แล้วว่าเหมาะกับเกษตรกรและประเทศไทย แล้วคนเมืองก็นำไปประยุกต์ใช้ได้ พวกเราและประเทศไทยจะอยู่รอดได้ในโลกที่เปลี่ยนแปลง เริ่มจากทำแปลงผักเล็กๆ หน้าบ้านหรือริมระเบียงคอนโดฯ”

ปรีชา หงอกสิมมา ปราชญ์เกษตรรุ่นใหม่ กล่าวถึงเส้นทางเพาะความสุขจากแนวคิดในหลวงรัชกาลที่ 9 ว่า “แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ เป็นปรัชญาสากลชี้นำแนวทางการดำรงชีวิตให้ประชาชนทุกกลุ่ม มิได้แค่เกษตรกร คนไทยทุกคนควรเรียนรู้เพื่อให้เกิดความสุขยั่งยืนท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลง ผมเชื่อว่าเกษตรทฤษฎีใหม่ช่วยให้คนในชุมชนใช้ชีวิตอย่างมั่นคง สมดุลกับสิ่งแวดล้อม พอใจในสิ่งที่ตนมีและใช้ทรัพยากรในมือให้เกิดประโยชน์สูงสุด” จุ๋ย-จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา ทายาทธุรกิจพลังงานทดแทนและเจ้าของแบรนด์ปูดองออนไลน์สุดฮิต “ปูดองอันยอง” เผยความประทับใจจากกิจกรรมนี้ว่า “จุ๋ยชอบเข้าครัวและพิถีพิถันคัดเลือกวัตถุดิบ จีงไม่รีรอเข้าร่วมกิจกรรมฝากปลูกเพื่อได้ทานผักผลไม้สดๆ คุณภาพดีจากไร่ และสนับสนุนพี่ๆ เกษตรกรพึ่งพาตัวเอง มีรายได้จากการปลูกพืชหมุนเวียน เป็นการแบ่งปันส่งต่อความสุขกันง่ายๆ ที่ทำแล้วอิ่มเอมใจมากค่ะ” เช่นเดียวกับ พราว-ภูมิใจ ว่องกุศลกิจ อีกหนึ่งเซเลบฯ ที่ใช้ชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง กล่าวว่า “กิจกรรมนี้พราวได้เห็นความสุขที่แท้จริงจากการน้อมนำแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ บางคนนึกว่าเกษตรทฤษฎีใหม่ต้องหยิบเครื่องมือไปทำสวนทำไร่ แต่จริงๆ ทุกคนสามารถใช้ชีวิตอย่างพอเพียงโดยปรับให้เข้ากับวิถีชีวิตตัวเอง พราวเองก็ปลูกผักทานเองเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์และเริ่มพึ่งพาตัวเอง พอลงมือทำสำเร็จสักอย่าง เราก็จะสามารถพึ่งพาตนเองในเรื่องอื่นได้อีกค่ะ”

สิริผกา กรรณสูต

สิริผกา กรรณสูต
ปิ่น-เก็จมณี วรรธนะสิน ร่วมกิจกรรมปลูกสุขริมรั้ว

ปิ่น-เก็จมณี วรรธนะสิน ร่วมกิจกรรมปลูกสุขริมรั้ว
เกษตรกรโชว์ผลผลิตจากความสุข

เกษตรกรโชว์ผลผลิตจากความสุข

สเต็มเซลล์รักษาโรคพิการทางสมองในเด็ก ความหวังที่พ่อแม่และทุกครอบครัวรอคอย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/304705

สเต็มเซลล์รักษาโรคพิการทางสมองในเด็ก ความหวังที่พ่อแม่และทุกครอบครัวรอคอย

สเต็มเซลล์รักษาโรคพิการทางสมองในเด็ก ความหวังที่พ่อแม่และทุกครอบครัวรอคอย

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สมองเป็นส่วนของอวัยวะที่สำคัญที่สุดในร่างกายของคนเรา ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานส่วนต่างๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหว ความรู้สึกนึกคิด หรือความจำ โดยสมองจะเริ่มมีการพัฒนาหลังจากปฏิสนธิซึ่งขณะที่ทารกอยู่ในครรภ์มารดา เซลล์ประสาทของทารกจะค่อยๆ เพิ่มขึ้น 250,000 เซลล์ต่อนาที เพราะฉะนั้นทุกนาทีจึงมีความหมายในการพัฒนาศักยภาพสมองของลูก

แพทย์หญิงวรัชยา ฟองศรัณย์ กุมารแพทย์เฉพาะทางโลหิตวิทยาและมะเร็งในเด็ก ผู้อำนวยการด้านการแพทย์ บริษัท ไทย สเตมไลฟ์ จำกัด กล่าวว่า การมีลูกน้อยเป็นเด็กเฉลียวฉลาด คือสุดยอดปรารถนาของคุณพ่อคุณแม่ โดยทั่วไปสมองของเด็กจะค่อยๆ พัฒนาตั้งแต่เริ่มปฏิสนธิในครรภ์มารดาได้ 8 สัปดาห์ และเซลล์สมองจะค่อยๆ พัฒนาได้อย่างเต็มที่เมื่อเด็กอายุ 8 ขวบ แต่ช่วงที่สมองพัฒนาได้ที่สุดคือ ช่วงแรกเกิดจนถึง 3 ขวบ แต่มักมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้เสมอ โดยพบว่า เด็กที่คลอดก่อนกำหนด เด็กที่คลอดน้ำหนักน้อย คุณแม่ที่มีปัญหาเรื่องคลอดลูกยาก รวมไปถึงคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ลูกแฝด จะมีความเสี่ยงที่ลูกน้อยเกิดป่วยเป็นโรคพิการทางสมอง (CP)

แพทย์หญิงวรัชยา กล่าวต่อว่า โรคสมองพิการ(Cerebral Palsy) หรือ ซี พี (C.P.) เป็นคำรวมของกลุ่มอาการของ ผู้ป่วยเด็กที่มีความพิการอย่างถาวรของสมอง ความพิการนี้จะคงที่และไม่ลุกลามต่อไป ซึ่งมีผลให้การประสานงานของการทำงานของกล้ามเนื้อบกพร่อง ส่งผลให้ร่างกายมีการเคลื่อนไหวและการทรงตัวที่ผิดปกติ เช่น การเกร็งของใบหน้า ลิ้น ลำตัว แขน ขา การทรงตัว การทรงท่าในขณะนั่ง ยืน เดิน ผิดปกติหรืออาจเดินไม่ได้ นอกจากนี้ อาจมีความผิดปกติในการทำงานของสมองด้านอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น มีความบกพร่องในการมองเห็น ได้ยิน การรับรู้ การเรียนรู้ สติปัญญา  และโรคลมชัก เป็นต้น สำหรับสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคมาจาก 3 ระยะ อันได้แก่ 1.ระยะก่อนคลอด เช่น ภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนด ภาวะสายสะดือพันคอ 2.ระยะคลอด ทารกที่มีปัญหาคลอดยาก สายสะดือถูกกดทับ และ 3.ระยะหลังคลอด ทารกได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ ตัวเหลืองรุนแรงเมื่อแรกเกิด การติดเชื้อในสมอง ระยะที่ 1 และ 2 มีผลทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองลดลงทำให้สมองขาดออกซิเจน ส่วนระยะที่ 3 เกิดความผิดปกติที่เนื้อสมองเองโดยตรง

ด้วยเหตุดังกล่าวจึงเป็นที่มาของความร่วมมือระหว่าง บริษัท ไทย สเตมไลฟ์ จำกัด กับ โรงพยาบาลเอกชนชั้นนำแห่งหนึ่ง ได้รายงานความปลอดภัยและความเป็นไปได้ของการรับสเต็มเซลล์ที่ได้จากการเก็บเลือดจากรกและสายสะดือของตนเองกับผู้ป่วยเด็กในวัยหัดเดินที่มีการวินิจฉัยว่าเป็นโรคสมองพิการชนิด CP 2 ราย ร่วมกับการฉีดยา Granulocyte Colony Stimulating Factor (G-CSF) ในขนาดที่ต่ำ เพื่อให้ประสิทธิผลในการเคลื่อนไหวของเด็กที่เป็นโรคสมองพิการเป็นไปในทางที่ดีขึ้น

แพทย์หญิงวรัชยา กล่าวปิดท้ายว่า อุบัติการณ์ของโรคสมองพิการ (Cerebral Palsy) ในเด็กมีความชุกของโรคคือ 2.1 ต่อการกำเนิดเด็กทารก 1,000 คน และนอกจากนั้นโรคสมองพิการนี้ยังสามารถเกิดได้จากอุบัติเหตุของเด็กเล็กในลักษณะสมองได้รับการกระทบกระเทือน ซึ่งมีผลอย่างยิ่งต่อการพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวและท่าทาง ทำให้ไม่สามารถเดินได้เหมือนเด็กปกติ เนื่องมาจากความผิดปกติที่เกิดขึ้นในสมองส่วนที่ควบคุมการเคลื่อนไหว โดยปกติแล้วจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ การรักษาจะเป็นแบบประคับประคองตามอาการและความรุนแรง ไม่ว่าจะเป็น การให้ยาคลายกล้ามเนื้อ การทำกายภาพบำบัดอย่างสมํ่าเสมอ การแก้ไขภาวะผิดปกติของการรับรู้ที่สำคัญ เช่น เครื่องช่วยการได้ยิน การฝึกพูด หรือแม้แต่การผ่าตัด ซึ่งจะทำในรายที่เด็กมีกระดูกหรือกล้ามเนื้อผิดรูปที่รุนแรงเพื่อช่วยให้มีการเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น

และเมื่อเร็วๆนี้ มหาวิทยาลัยดุกต์ สหรัฐอเมริกาได้ตีพิมพ์ข้อมูลงานวิจัยผลสำเร็จของการรักษาผู้ป่วยโรคสมองพิการ CP ด้วยสเต็มเซลล์จากเลือดในรกและสายสะดือของตนเองว่าช่วยเพิ่มพัฒนาการของสมองได้จริงถือเป็นความสำเร็จครั้งแรกของโลก ทำให้ปัจจุบันทั่วโลกเริ่มหันมาสนใจโรคดังกล่าวเป็นอย่างมาก

พญ.วรัชยา ฟองศรัณย์

พญ.วรัชยา ฟองศรัณย์

ฉลองครบรอบ 82 ปี ‘พล.อ.อ.ม.ร.ว.ศิริพงษ์ ทองใหญ่’ อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศ คนที่ 14

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/304722

ฉลองครบรอบ 82 ปี ‘พล.อ.อ.ม.ร.ว.ศิริพงษ์ ทองใหญ่’ อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศ คนที่ 14

ฉลองครบรอบ 82 ปี ‘พล.อ.อ.ม.ร.ว.ศิริพงษ์ ทองใหญ่’ อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศ คนที่ 14

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พล.อ.อ.ม.ร.ว.ศิริพงษ์ ทองใหญ่ อดีต ผบ.ทอ. กับศรีภริยา-คุณหญิง จิตตระการ ทองใหญ่ และลูกชาย-ลูกสาว ม.ล.ปีกทอง-ม.ล.สวรรณศิริ ทองใหญ่

พล.อ.อ.ม.ร.ว.ศิริพงษ์-คุณหญิงจิตตระการ ทองใหญ่ เปิดบ้านชวนเพื่อนพ้องร่วมสังสรรค์วันคล้ายวันเกิดครบ 82 ปี “พล.อ.อ.ม.ร.ว.ศิริพงษ์ ทองใหญ่” อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศ คนที่ 14 ด้วยบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง มีเพื่อนสนิทอย่างเพื่อนๆ อัสสัมชัญ รุ่น 94 อาทิ วาริน-ผาณิต พูนศิริวงศ์, สุภาพ-ปวีณา เพ็ชรตระกูล, จำลอง-พัชรี ศรีกาญจนา, นพ.ทวีศักดิ์-สมใจ บำรุงตระกูล รวมถึงอดีตผู้ใต้บังคับบัญชาและเครือญาติ เข้าอวยพร ณ บ้านพักย่านเมืองเอก เมื่อวันพุธที่ 15 พฤศจิกายน 2560 งานนี้เจ้าภาพได้จัดเตรียมอาหารอร่อยๆ ไว้คอยเลี้ยงรับรองแขกเป็นประจำทุกปี มีลูกชาย-ลูกสาว ม.ล.ปีกทอง ทองใหญ่ และ ม.ล.สวรรณศิริ เคียงข้างพร้อมหน้าครอบครัว

ประวัตินายทหารกล้า “พล.อ.อ.ม.ร.ว.ศิริพงษ์ ทองใหญ่” อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศ ที่รู้จักกันในนาม “คุณชายรณพีร์” แห่งวังจุฑาเทพ ที่ทางช่อง 3 นำเรื่องราวส่วนหนึ่งของท่านไปสร้างเป็นซีรี่ส์ติดกันทั่วบ้านทั่วเมือง โดยท่านได้ยึดมั่นด้วยคุณธรรมอย่างเคร่งครัด และเปี่ยมไปด้วยความเมตตา เป็นสามีที่ดีของภรรยา และเป็นคุณพ่อที่น่ารักของลูกๆ นับเป็นแบบอย่างให้กับเยาวชนรุ่นหลังเพื่อนำไปปฏิบัติตามในอนาคต ทั้งนี้แขกเหรื่อยังได้ร่วมถ่ายภาพบันทึกความสุขในวันเกิดปีนี้ ปิดท้ายวันดีๆ อีกด้วย

กระเป๋าคอลเลคชั่นพิเศษ ‘ณพัฒน์’ เพื่อมูลนิธิชัยพัฒนา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/304729

กระเป๋าคอลเลคชั่นพิเศษ ‘ณพัฒน์’ เพื่อมูลนิธิชัยพัฒนา

กระเป๋าคอลเลคชั่นพิเศษ ‘ณพัฒน์’ เพื่อมูลนิธิชัยพัฒนา

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“PHYA” (พญา) แบรนด์กระเป๋าหนังเอ็กโซติก ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจัดงานเปิดตัวกระเป๋าคอลเลคชั่นพิเศษ “ณพัฒน์” เพื่อ“มูลนิธิชัยพัฒนา” โดยได้แรงบันดาลใจจากความเพียรของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ทรงงานหนักเพื่อราษฎรมาตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ มาเป็นแนวทางในการออกแบบ ซึ่งรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายสมทบทุนมูลนิธิชัยพัฒนา โดยมีเซเลบริตี้ใจบุญ อาทิ อภิภาวดี สนิทวงศ์ ณ อยุธยา, สุรสิทธิ์ ศรีอรทัยกุล, สุริยนศรีอรทัยกุล, วราวุธ เลาหพงศ์ชนะ, ฐิตินันท์ เกียรติไพบูลย์, ณ ชนก รัตนทารส, ศีกัญญา ศักดิเดช ภาณุพันธ์, อชิรญา อิงคตานุวัฒน์, ฐิติพัฒน์ ศุภภัทรานนท์, ปาณนุษา บุญศรี, พรพิมล ปักเข็ม, มะลิวรรณ ประยงค์พันธุ์, อุราภา มาลีนนท์, ฐิติ ตยางคานนท์, พิรุณโรจน์ไกรสุรพงศ์, ธนพงษ์ จิราพาณิชกุล, ภริณญา คุนผลิน, ขวัญสุดา ปัญญาวุฒิไกร ฯลฯมาร่วมชมแฟชั่นโชว์คอลเลคชั่นพิเศษ “ณพัฒน์”ณ พระราชวังพญาไท

จิรยง อนุมานราชธน ครีเอทีฟไดเร็คเตอร์และเจ้าของแบรนด์ PHYA (พญา) เผยว่าด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่พระองค์ทรงทุ่มเทพระวรกายและพระราชหฤทัยเพื่อดูแลบรรเทาทุกข์ประชาชนคนไทย ซึ่งเห็นได้ชัดจากโครงการในพระราชดำริกว่า 4,000 โครงการ ประกอบกับคำสอนของพระองค์ท่านเรื่องความเพียร จึงเกิดแรงบันดาลใจในการออกแบบกระเป๋าคอลเลคชั่นพิเศษ “ณพัฒน์” ซึ่งตั้งใจจัดทำขึ้นเพื่อนำรายได้สมทบทุนมูลนิธิชัยพัฒนา น้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่าน ซึ่งการออกแบบและจัดทำคอลเลคชั่นนี้ใช้เวลากว่า 9 เดือน เรียกว่าได้ใช้ความเพียรและความร่วมมือของทุกฝ่ายในการช่วยกันพัฒนาผลงานให้ออกมามีคุณค่าทั้งเชิงศิลปะและการใช้งาน

สำหรับการออกแบบกระเป๋าคอลเลคชั่นพิเศษ “ณพัฒน์” ได้ดีไซน์ให้ส่วนฐานขาตั้งของกระเป๋าลอยขึ้นไม่กระทบพื้น ซึ่งจะมีรูปลักษณ์คล้ายกับฐานของกังหันชัยพัฒนา โดยวงรีในกรอบสี่เหลี่ยมจะสะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนโยนแต่มุ่งมั่น แข็งแกร่ง ประดุจพระราชจริยาวัตรของในหลวงรัชกาลที่ 9 ส่วนตราสัญลักษณ์บนกระเป๋าเป็นรูป “ดอกบัวบุณฑริก” เปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งความเพียร ที่ปรากฏอยู่ในพระราชนิพนธ์ เรื่องพระมหาชนก และเป็นหนึ่งในตราสัญลักษณ์ของมูลนิธิชัยพัฒนาอีกด้วย ซึ่งใช้เทคนิคการปักด้วยเส้นด้ายผสมโลหะ ที่สั่งทำพิเศษจากประเทศเยอรมนี ส่วนวัสดุหุ้มกระเป๋าทอด้วยมือจากเส้นใยคาร์บอนไฟเบอร์ สานกับเส้นดีบุกและทองเหลืองทำให้กระเป๋ามีความมันวาวเป็นพิเศษ จึงไม่มีวันหมอง ด้านโครงสร้างของกระเป๋าทำจากเงินแท้ 93% และสีทองได้จากการทาด้วยทองคำแท้ 99.99 หนัก 2 บาท ด้วยเทคนิคไทยโบราณ นอกจากนี้ ที่เปิด-ปิดกระเป๋านั้น ยังออกแบบให้เป็นรหัสกระเป๋าตั้งแต่เลข 1-99 ไม่ซ้ำกัน ส่วนหูจับกระเป๋าทำจากเครื่องถมมีลวดลายทั่วทั้งชิ้น ใช้เทคนิคถมทองโบราณจากจังหวัดนครศรีธรรมราช สะท้อนเอกลักษณ์อันสวยงามของความเป็นศิลปไทย โดยในจำนวน 99 ใบจะมีลายให้เลือกทั้งหมด 10 ลายอีกทั้ง ยังเพิ่มลูกเล่นให้สามารถซ่อนหูจับกระเป๋า เปลี่ยนให้เป็นกระเป๋าคลัทช์ได้อีกด้วย

ด้าน อาจารย์จารุพัชร อาชวะสมิตผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งทอ และผู้ร่วมจัดทำกระเป๋าคอลเลคชั่น “ณพัฒน์” เผยว่า เมื่อพูดถึง“ณพัฒน์” จะนึกถึงคำว่าผู้ให้ เพราะจากที่ได้ร่วมงานกับทุกท่านจะพบว่าทุกคนมาเพื่อให้และเมื่อผู้ให้อยู่กับผู้ให้ สังคมก็จะเจริญขึ้น สำหรับการผลิตในส่วนที่รับผิดชอบหลักคือ ตรงส่วนตัวกระเป๋าที่มีการใช้คาร์บอนเส้นเล็กมากมาร้อยร่วมกับทองเหลือง ทำให้พื้นผิวของกระเป๋ามีสีที่เหลือบมองดูแล้วสวยงาม วันนี้รู้สึกดีใจมากกับผลงานที่พวกเราร่วมแรงร่วมใจกัน เรียกได้ว่าเป็นผลงานแห่งความเพียรของพวกเรา”

สุริยน ศรีอรทัยกุล แห่งบิวตี้เจมส์ เผยว่า เมื่อพูดถึง ณพัฒน์ ก็จะต้องนึกถึงแบรนด์คนไทย ความสามารถและแรงบันดาลใจต่างๆ ที่อยู่ในกระเป๋าใบนี้ รวมถึงกำลังใจที่ต่อสู้มาหลายสิบปีในเรื่องของการผลักดันแบรนด์ไทยให้ก้าวสู่ระดับโลก โดยตั้งแต่ได้รับโจทย์ในแง่ของการดีไซน์ที่ต้องมาขึ้นโครงจริง ยอมรับว่าเป็นงานที่ยาก แต่เมื่อได้คุยกัน ความตั้งใจของบิวตี้เจมส์ ก็เต็มเปี่ยมที่อยากจะเห็นผลงานชิ้นนี้จริงๆ ดังนั้น ผลงาน ณพัฒน์ จะไม่ใช่แค่แรงบันดาลใจเฉพาะแค่ทุกท่านในห้องนี้ แต่เป็นแรงบันดาลให้กับคนไทยทุกมุมโลกได้ลุกขึ้นมาทำความภาคภูมิใจให้แก่ประเทศ

ทั้งนี้ กระเป๋าคอลเลคชั่น “ณพัฒน์” ผลิตทั้งหมด 99 ใบ มีทั้งหมด 2 สี คือสีเงิน มีจำนวน 89 ใบ ซึ่งแบ่งเป็น เลขรหัสกระเป๋าปกติ ราคาอยู่ที่ 299,000 บาท,เลขรหัสพิเศษที่เป็นเลขเดี่ยว 1, 3, 4, 5, 6, 7, 8 และ เลขคู่ 22, 33, 44, 55, 66, 69, 77, 88 ราคาอยู่ที่ 309,000 บาท ส่วน สีทองมีจำนวน 10 ใบ เลขรหัสกระเป๋าปกติ 19, 29, 39, 49, 59, 70, 79 ราคาอยู่ที่ 409,000 บาทโดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายสมทบทุน “มูลนิธิชัยพัฒนา”

นอกจากนี้ ยังได้เปิดประมูลกระเป๋า “ณพัฒน์” ใบพิเศษเลขรหัส 89, 99 แบบ Silent Auction โดยรายได้ทั้งหมดจากการประมูลสมทบทุนมูลนิธิชัยพัฒนา ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนคนไทยทั่วทุกภูมิภาค โดยผู้สนใจสามารถร่วมประมูลกระเป๋า “ณพัฒน์” ใบพิเศษเลขรหัส 89 และ 99 ได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 13 ธันวาคม 2560 และสามารถยลโฉมคอลเลคชั่นพิเศษ “ณพัฒน์” ได้ที่ช็อป PHYA ชั้น 3ศูนย์การค้าเกษรวิลเลจ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.02-6561365, 061-9542456,086-0627367

จิรยง อนุมานราชธน กับกระเป๋าคอลเลคชั่น “ณพัฒน์” สีเงิน

จิรยง อนุมานราชธน กับกระเป๋าคอลเลคชั่น “ณพัฒน์” สีเงิน
สุริยน ศรีอรทัยกุล

สุริยน ศรีอรทัยกุล
วิลาวรรณ วนดุรงค์วรรณ กรรมการและเหรัญญิก มูลนิธิชัยพัฒนา และ ภากมล รัตตเสรี

วิลาวรรณ วนดุรงค์วรรณ กรรมการและเหรัญญิก มูลนิธิชัยพัฒนา และ ภากมล รัตตเสรี
อภิชา เลาหพงศ์ชนะ และ อุราภา มาลีนนท์

อภิชา เลาหพงศ์ชนะ และ อุราภา มาลีนนท์

แฟชั่นโชว์คอลเลคชั่นพิเศษ “ณพัฒน์”

แฟชั่นโชว์คอลเลคชั่นพิเศษ “ณพัฒน์”

10 ปี มูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/304727

10 ปี มูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ

10 ปี มูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ในโอกาสครบรอบ 10 ปี Breast Cancer Awareness Campaign (การรณรงค์เผยแพร่ความรู้เรื่องโรคมะเร็งเต้านม) มูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ ร่วมกับ ศูนย์การค้าสยามพารากอน จัดงาน “10 ปี มูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ” (10th Anniversary Breast Cancer Awareness Campaign and Queen Sirikit Centre for Breast Cancer Foundation) โดยมีกิจกรรมมากมายเพื่อรณรงค์ให้ความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านม และหารายได้สมทบทุนสร้าง “บ้านพิงพัก” ศูนย์ดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมระยะสุดท้ายแก่ผู้ยากไร้ และศูนย์วินิจฉัยโรคมะเร็งเต้านมอย่างครบวงจร โดยไม่แสวงหาผลกำไร ณ ไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

นพ.กฤษณ์ จาฏามระ ประธานมูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ กล่าวว่า มูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ เกิดขึ้นจากพระราชดำรัสของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ที่มีพระราชประสงค์ให้มีที่พึ่งของผู้หญิงที่ต้องเผชิญกับโรคมะเร็งเต้านม ซึ่งศูนย์นี้ครบครันด้วยอุปกรณ์ และวิทยาการที่ทันสมัยในการตรวจวินิจฉัยการรักษาตลอดจนการวิจัยโรคมะเร็งเต้านม จากนั้นมูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างสถานที่ที่จะดูแลผู้ป่วยด้อยโอกาสให้ได้รับการดูแลเอาใจใส่ และได้รับการรักษาท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ดี ดูแลอย่างอบอุ่นเปรียบเสมือนการดูแลญาติมิตร ด้วยเหตุนี้มูลนิธิ จึงสร้างศูนย์ดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมอย่างครบวงจรแห่งแรกในประเทศไทย ภายใต้ชื่อว่า “บ้านพิงพัก” (Pink Park Village) ตั้งอยู่ในเขตหนองจอก ขึ้นมา

นพ.กฤษณ์ กล่าวอีกว่า มูลนิธิมีจุดมุ่งหมายที่จะช่วยผู้ป่วยและต้านภัยจากโรคมะเร็งเต้านมอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านทางการพัฒนาบุคลากรและเทคโนโลยีทางการแพทย์อย่างต่อเนื่องตลอดจนการดูแลผู้ป่วยทั้งทางกายและจิตใจ รวมถึงการรณรงค์ให้ผู้หญิงไทยได้รับความรู้และตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม ซึ่งหากได้รับการตรวจเช็คและรักษาในช่วงระยะเริ่มต้นจะมีโอกาสรอดชีวิตสูงถึง 98%

ภายในงานได้รับเกียรติจากทูตกิตติมศักดิ์ของมูลนิธิมาร่วมงาน ได้แก่ ปวริศา เพ็ญชาติ, เกรซ มหาดำรงค์กุล พร้อมนิทรรศการภาพถ่าย “Queen Sirikit Centre for Breast Cancer Awareness Campaign 2017” จากฝีมือ อมาตย์ นิมิตภาคย์ เป็นภาพถ่ายที่คัดเลือกจากทูตกิตติมศักดิ์หลากหลายอาชีพ ทุกระดับในสังคม ทั้งนักแสดง ศิลปิน อาทิ ญาญ่า-อุรัสยา, แอน ทองประสม, เบลล่า-ราณี เป็นต้น และนิทรรศการของศูนย์สิริกิติ์ บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม, มูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ และบ้านพิงพัก นอกจากนี้ยังมี Pink Market : ตลาดนัดในสวนที่นำสินค้ามาจัดจำหน่ายเพื่อนำรายได้สมทบทุนสร้างบ้านพิงพัก จาก 9 แบรนด์ดัง อาทิ HARNN นำชุดผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจากธรรมชาติกลิ่นโอเรียนทัลมาจำหน่าย, กระเป๋าโทนสีชมพูจาก S’uvimon&Friends,ตุ๊กตาถักจากบ้านถักทอ, ไอศกรีมรส Strawberry Yogurt จาก Kingkong Sweets, ลิปสติกจาก BFF, ผ้าพอเพียงจาก SODA, กระติกน้ำสุญญากาศจาก Zujirushi, ครีมกันแดดจาก All&One และสินค้าจาก Pinn Creative Space และยังมีการเสวนาเรื่อง “การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม” โดย ศัลยแพทย์และนักรังสีแพทย์จากศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ (เพื่อโรคมะเร็งเต้านม), เวิร์กช็อปเย็บเต้านมเทียมเพื่อผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ยากไร้ โดยทีมอาสาสมัครเพื่อนช่วยเพื่อนและดูดวงพยากรณ์ นำโดย อ.คฑา ชินบัญชร, อ.กรณ์สรวง ภิรมย์,โยโกะ ทาคาโน่, ทีมหมอดูเดอะวั้ง พร้อมร่วมประมูลของรักดาราจาก เบิร์ด-ธงไชย, ณเดชน์, นาย-ณภัทร เป็นต้น

คอลเลคชั่น ‘บอร์น บาย บีเจ’ เพื่อผู้หญิง สวยได้แม้ตั้งครรภ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/304702

คอลเลคชั่น ‘บอร์น บาย บีเจ’ เพื่อผู้หญิง สวยได้แม้ตั้งครรภ์

คอลเลคชั่น ‘บอร์น บาย บีเจ’ เพื่อผู้หญิง สวยได้แม้ตั้งครรภ์

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

กัลยานี กมลวิศิษฎ์ ผจก.ฝ่ายการตลาด บริษัท บีเจ ยีนส์ (ไทยแลนด์) จำกัด 

ขึ้นชื่อว่าผู้หญิงเรื่องความสวยความงามต้องมาเป็นอันดับต้นๆ ทุกคน รวมถึงสาวๆ ที่กำลังจะเป็นคุณแม่ด้วย ซึ่งเมื่อก่อนอาจจะมีข้อจำกัดในการแต่งตัวค่อนข้างมาก ทำให้ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ ไม่ค่อยมีทางเลือกทั้งๆ ที่จิตวิญญานในความรักในความสวยไม่เคยพร่องลงเลย แต่ต้องเลือกสวมใส่ชุดคลุมท้องตัวโคร่ง หรือเสื้อผ้าที่ไม่รัดช่วงท้อง ว่าที่คุณแม่หลายคนอยากใส่กางเกงยีนส์ตัวโปรด แต่ก็จำใจพับใส่ตู้เสื้อผ้าไว้ รออีกหลายเดือน กว่าจะกลับมาใส่ได้

บริษัท บีเจ ยีนส์ จำกัด แบรนด์ยีนส์ชั้นนำที่เข้าใจหัวอกคนท้อง จึงคิดค้น พัฒนา และสร้างสรรค์คอลเลคชั่น “บอร์น บาย บีเจ” (Born by BJ) ขึ้น เพื่อให้ว่าที่คุณแม่ที่รักแฟชั่นได้สวยเก๋ เท่ ฉีกลุคเดิมๆ เหมาะสำหรับผู้มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 1 เดือน จนถึง 9 เดือน สวมใส่ได้สบายไม่รบกวนการตั้งครรภ์

กัลยานี กมลวิศิษฎ์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท บีเจ ยีนส์ (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผยว่า “เข้าใจความรู้สึกของว่าที่คุณแม่ทุกคน เพราะตอนนี้ตัวเองก็ตั้งครรภ์ได้ 7เดือน แต่ยังคงสนุกกับการแต่งตัว และไม่ชอบใส่ชุดกระโปรงสำหรับคนท้อง เพราะรู้สึกว่าคนท้องก็สามารถเป็นเวิร์กกิ้งวูแมนที่ทำงานได้อย่างคล่องแคล่ว และต้องการให้ผู้หญิงที่ตั้งท้องมีทางเลือกในการแต่งตัวมากขึ้น จึงเริ่มต้นพัฒนาคอลเลคชั่น “บอร์น บาย บีเจ” (Born by BJ) เพื่อให้คุณแม่ได้สวยและสตรองในแบบที่คุณแม่ต้องการ”

“บอร์น บาย บีเจ” ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันตอบโจทย์ของว่าที่คุณแม่ ทันสมัยด้วยผ้ายีนส์ คอตตอน สแปนเด็กซ์ นำเข้าจากญี่ปุ่น เหมาะกับสภาพอากาศร้อนของเมืองไทย มีความยืดหยุ่นช่วงหน้าท้องด้วยผ้าที่มีคุณสมบัติเหมือนกับเนื้อผ้าของชุดว่ายน้ำที่ต้องใช้เฉพาะส่วน เพื่อสร้างความกระชับในส่วนที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในทุกช่วงของการตั้งครรภ์ สามารถประคองครรภ์ให้ว่าที่คุณแม่ได้ตั้งแต่ครรภ์อ่อนๆ ไปจนถึงอายุครรภ์ใกล้คลอดและยังสามารถสวมใส่หลังจากคลอดได้อีกด้วย คุณกัลยานียังได้แนะนำวิธีวัดสัดส่วนของไซส์กางเกงยีนส์คนท้อง ว่า ให้วัดจากสะโพกด้านบนก็จะได้ไซส์ที่เหมาะสม เนื่องจากคนท้องไม่สามารถระบุขนาดของเอวได้

ด้านว่าที่คุณแม่หน้าหวาน บุ้งกี๋-สัณห์สินี อินทรภูวศักดิ์ ที่ขณะนี้ตั้งครรภ์ลูกชายคนแรกได้ 7 เดือน และถูกใจกางเกงยีนส์คอลเลคชั่นนี้มาก ให้ความเห็นว่า “ตอนที่ท้องอ่อนๆ จะใส่กางเกงยีนส์เป็นปกติ แต่คนใกล้ตัวชอบเข้ามาทักว่าไม่เหมาะเขากลัวว่าจะรัดหน้าท้องแน่นเกินไป พออายุครรภ์เพิ่มขึ้น ข้อจำกัด ก็เพิ่มขึ้นเลยไม่ได้ใส่ยีนส์อีก ตอนแรกก็รู้สึกเศร้านิดหน่อย เพราะตัวเราเองมีความรู้สึกอยากแต่งตัวสวยๆ แต่หาชุดถูกใจยากมาก พอทราบว่าประเทศไทยมีการพัฒนากางเกงยีนส์คนท้องแล้ว รู้สึกว่าตอบโจทย์มาก ยิ่งได้ลอง ยิ่งรู้สึกว่าใช่ เวลาสวมใส่จะเหมือนยีนส์เอวต่ำ ไม่ได้รบกวนช่วงท้อง ซึ่งในส่วนด้านบนที่ประคองครรภ์ก็นิ่ม รู้สึกสบาย

โดยส่วนตัวเป็นคนรักแฟชั่นชอบแต่งตัวสไตล์มิกซ์แอนด์แมทช์ เพราะรู้สึกว่าสนุก ตอนนี้เราก็สามารถ สวมกางเกงยีนส์สำหรับคนท้อง ที่มีดีไซน์หลากหลายมาก กับเสื้อตัวยาวเพื่อปิดช่วงหน้าท้อง หรือเสื้อสายเดี่ยว ตัวโปรด การตั้งครรภ์จึงไม่เป็นอุปสรรค สำหรับคุณแม่อย่างเรา จะหยิบยีนส์ที่เป็นไอเทมสุดคลาสสิกมาใส่เมื่อไหร่ไม่มีเอ้าท์แน่นอนค่ะ”

ปิดท้ายที่ น้ำเพชร-หฤษฎี เหตระกูล ว่าที่คุณแม่สุดสวย กล่าวเสริมว่า “ขณะนี้ได้ตั้งครรภ์ลูกสาวคนแรกได้ 7 เดือนครึ่ง ที่บ้านตื่นเต้นกันมากๆ ดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษทุกเรื่อง ทั้งอาหาร การออกกำลังกาย  รวมถึงเสื้อผ้าที่อยากให้ใส่สบายๆ ไม่รัดหน้าท้องเกินไป จะได้ไม่รู้สึกอึดอัด ซึ่งก่อนนี้เราชอบใส่เสื้อยืด กางเกงยีนส์ พอท้องก็ต้องเลือกอะไรที่เหมาะกับสรีระของเรา โชคดีที่สมัยนี้คนท้องมีเสื้อผ้าให้เลือกเยอะขึ้นมากกว่าเมื่อก่อน ยิ่งตอนนี้มีกางเกงยีนส์แฟชั่นสำหรับคนท้องเลยเป็นอีกทางเลือกให้ตัวเอง ใส่แล้วมั่นใจเพราะประคองครรภ์ของเราด้วย และตอนนี้ท้องของน้ำเพชรใหญ่ขึ้นมาก เลยต้องการอะไรที่ซัพพอร์ตแล้วเรายังอยากแต่งตัว พอมาเจอกางเกงยีนส์คนท้องของ บี เจ ยีนส์ เลยทำให้เราแต่งตัวสนุกขึ้นจะเลือกสวมใส่กับเสื้อยืดตัวโคร่ง หรือเสื้อเชิ้ตเท่ๆ เท่านี้ ก็สวย ชิค เหมือนปกติแล้วค่ะ”

เลือกช็อปคอลเลคชั่น “บอร์น บาย บีเจ” (Born by BJ) ได้ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศและช็อปออนไลน์ได้ที่ http://www.facebook.com/bjjeans.thailand หรือ ID LINE: bj_jeans_th

คุณแหน : 23 พฤศจิกายน 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/304730

คุณแหน : 23 พฤศจิกายน 2560

คุณแหน : 23 พฤศจิกายน 2560

วันพุธ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 18.15 น.

ll พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี เป็นประธานเปิดนิทรรศการจิตรกรรม “นานมี ไฟน์ อาร์ต อะวอร์ด ครั้งที่ 12” ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีหัวข้อ “พลังความดี…เพื่อพ่อ” 30 พ.ย. 14.00 น.นานมีแกลเลอรี อาคารนานมี สาทร เปิดให้ชมฟรีถึง 30 ธ.ค….

ll ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานพิธีเปิดงาน “แสงนำใจ ไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 3 เฉลิมพระเกียรติ”ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อรวมพลังแสดงความจงรักภักดี และกระตุ้นให้คนไทยออกกำลังกายเพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง 26 พ.ย. 04.30 น. ณ บริเวณแยก จปร….

ll อติภา เองตระกูล ปักหลักที่รีสอร์ทริมน้ำอยุธยา มีบ้านเรือนไทยเป็นสิบหลัง หวังต้อนรับน้องน้ำที่ไหลหลากมา..แต่โชคดีที่ผิดหวัง น้องน้ำไม่มาตามนัด…

ll สุวิมล มหากิจศิริ หายหน้าหายตาจากกลุ่มหงส์ฟ้า ..แต่มีคนเห็นแว่บๆที่บ้านท่านทูตโปรตุเกส…

ll นักสะสมงานศิลปะเตรียมตัวเตรียมตังค์ไปงาน “เทิดทูน เทิดไท้องค์ราชัน” ที่ห้างเอ็มโพเรียม1-20 ธ.ค. …มี อ.สุดสาคร ชายเสน ปรมาจารย์ผู้สร้างงานโขนสมเด็จพระนางเจ้าฯ ช่างปั้นระดับครูนำผลงานทีมงานอุเอกมาร่วมแสดงสุดยอดแห่งปี..ส่วนช่างสิบหมู่มือหนึ่ง นำโดย อ.พิทักษ์ เฉลิมเล่ากว่า 12 ท่าน รวมกันเป็นหนึ่งเดียว สร้างผลงานอย่างไม่เคยปรากฏ งดงามอลังการสุดๆ…เพื่อเทิดทูน..พ่อ ร.9 เทิดไท้องค์ราชัน ร.10งามอย่างน่าอัศจรรย์..ในขณะที่ ศิลปิน อ.ศุภกิจอุตตรนคร นำผลงานชุด บวร…บ้าน วัด โรงเรียนตามคำสอนของพ่อหลวง มาแบ่งปันเผยแพร่ มาช้าอดนะคะ…

ll หม่อมไฉไล ยุคล สดใสเหมือนสาววัยรุ่น คนข้างกายเป็นสาวๆ สวยๆ เพื่อนสนิท ส่วนหนุ่มใหญ่คนรู้ใจ หายหน้าไปหลายเพลา…

ll ดร.เสาวนีย์ เตชะไพบูลย์ เป็นแม่งานวิ่งรอบงานวันเกิดสามีสุดที่รัก วิเชียร ตั้งแต่เช้ายันค่ำรับแขกเหรื่อหลักร้อยหลักพัน…

ll คนสวยใจบุญ ชอบทำบุญ…มุ่งหน้าสายธรรมะ เดินสายเหนือใต้วันนี้ไม่มีใครเกิน อุษณีย์ วรวงศ์วสุ สะสมผลบุญขอให้สุขภาพแข็งแรงเหมือนสาวพันปี…

ll เสียงแว่วๆ มาตามสายลม ลลิสา จงบารมี จะวางมืองานราษฎร์งานหลวง เพราะเหน็ดเหนื่อยแบบนอนไม่หลับเอาเลย…ผลงานดีเสมอ มีหรือคนรอบตัวจะพยักหน้ายอมให้หยุด…เรียกว่ากำลังใจเพียบ…

ll ซุ่มเงียบ..จิระพันธ์ อุลปาทร จัดงานแต่งงานลูกสาวที่คฤหาสน์เรือนไทยสุพรรณฯ เจ้าตัวบ่นว่าไกลเกรงใจแขกเหรื่อต้องเดินทางแต่งานช้างอย่างนี้ เพื่อนไม่พลาดแน่…

ll ขอแสดงความเสียใจกับพลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่สูญเสียคุณพ่อ พันเอกประเชาวน์เผ่าจินดา มีพิธีสวดพระอภิธรรม ศาลา 5 วัดโสมนัสราชวรวิหาร ถึง 28 พ.ย. 18.30 น. แล้วบรรจุ…ll

น้อง

‘เปอริเอ้’ประกาศผลผู้ชนะ’Perrier Mixologist Team Thailand Competition 2017’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/304630

'เปอริเอ้'ประกาศผลผู้ชนะ'Perrier Mixologist Team Thailand Competition 2017'

‘เปอริเอ้’ประกาศผลผู้ชนะ’Perrier Mixologist Team Thailand Competition 2017’

วันพุธ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 17.00 น.

หลังจากค้นหาที่สุดของบาร์เทนเดอร์ชาวไทยมานานกว่า 4 เดือน กับการแข่งขัน “Perrier Mixologist Team Thailand Competition 2017 Season III” ของเปอริเอ้ (Perrier) น้ำแร่ระดับพรีเมียมที่มีพรายฟองธรรมชาติจากประเทศฝรั่งเศส ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)  ก็ได้ทีมผู้ชนะที่รังสรรค์เครื่องดื่มสูตรพิเศษภายใต้แนวคิด “Essence of Thai” ได้น่าประทับใจที่สุด ในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ณ Revolucion Cocktail สาทรซอย 10

และแล้วก็สิ้นสุดการรอคอย กับการค้นหาสุดยอดบาร์เทนเดอร์ประเภททีมของไทยในการแข่งขัน “Perrier Mixologist Team Thailand Competition 2017 Season III” ที่มีแนวคิดหลักคือ  “Essence of Thai” The Ultimate Refreshment ให้ทีมผู้เข้ารอบชิงชนะเลิศทั้ง 17 ทีมรังสรรค์เครื่องดื่มที่มีกลิ่นอายไทยมาประชันกัน โดยมี ชาญศักดิ์ ลีนะศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท อิตัลไทย ฮอสพิทาลิตี้ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเปอริเอ้ในประเทศไทย และฉัททันต์ กุญชร ณ อยุธยา รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้เกียรติมาร่วมงาน พร้อมทั้งเชิญมิกโซโลจิสต์ผู้มีชื่อเสียงระดับโลก  Lizzy Evdokimova (ลิซซี เอฟโดคิโมวา), Dario Knox (ดาริโอ น็อกซ์), Shingo Gokan (ชินโกะ โกคัง) และ Vassal Alexis (วาซซาล อเลซิส) บาร์เมเนเจอร์ของ Revolucion Cocktail มาร่วมเป็นคณะกรรมการในการตัดสินผู้ชนะ

ซึ่งทีมที่สามารถรังสรรค์ค็อกเทลกลิ่นอายไทยออกมาได้ประทับใจคณะกรรมการที่สุดและคว้ารางวัลชนะเลิศไปครองพร้อมรางวัลเดินทางไป Bars Tour ที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลา 3 วัน 2 คืน คือทีม Fillets x Sorrento team จากร้าน Fillets และ Sorrento ที่นำเรื่องราวของเมขลาล่อแก้วและรามสูรผู้ไล่ติดตามไปขว้างขวานใส่ ดั่งสายฟ้าฟาดจากวรรณคดีพื้นบ้านของไทยมาเป็นแรงบันดาลใจสร้างสรรค์เป็นเมนูค็อกเทลชื่อ “Pearl of Mekhala” ที่แฝงไปด้วยรสชาติหวานซ่อนเปรี้ยวและความรื่นรมย์ในแบบไทยแท้ๆ โดย เจน แก้วยอด หนึ่งในบาร์เทนเดอร์ของ Fillets x Sorrento team เป็นตัวแทนบอกเล่าถึงความรู้สึกในครั้งนี้ว่า

“ดีใจมากครับที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ แต่ภายใต้ความดีใจนั้นมีความภาคภูมิใจในทีมของเราอยู่ด้วย เพราะทุกคนในทีมทุ่มเทกันมากเพื่อรายการนี้ พยายามหาวัตถุดิบที่ดีที่สุดมาผสมผสานลงในเครื่องดื่มที่เราตั้งใจนำเสนอ ซึ่งแต่ละอย่างล้วนเป็นของหายากและเป็นวัตถุดับอันดับ 1 ของไทย เช่น ลูกลานจากจังหวัดนครศรีธรรมราชซึ่งหลายคนอาจจะยังไม่เคยรับประทาน น้ำตาลจากจังหวัดสมุทรสงครามซึ่งเป็นน้ำตาลที่ได้รับรางวัลที่ดีที่สุดของประเทศ ส้มโอพันธุ์ทับทิมสยามซึ่งเป็นพันธุ์ที่ดีที่สุดจากจังหวัดนครศรีธรรมราช นอกจากนี้เลือกใช้มะม่วงเบาแทนความเปรี้ยวจากมะนาว เพื่อให้มีความยูนีคของกลิ่นที่น่าจดจำ และไม่ใช่แค่นั้นเรายังใส่ความรู้สึกลงไปด้วย เพื่อให้ออกมาเป็นคอกเทลที่กลมกล่อมพอดี ผสานกันอย่างลงตัวทั้งในส่วนของความเป็นไทยและความเป็นเปอริเอ้ จนได้ออกมาเป็น Pearl of Mekhala ที่มีความเปรี้ยวดั่งฟ้าผ่าสอดคล้องกับตัวละครที่เรานำเสนอ ทั้งยังมีความพราวใสและพรายฟองอันเป็นเอกลักษณ์ของเปอริเอ้ด้วย”

สำหรับมุมมองและความคิดเห็นของคณะกรรมการที่มีต่อทีมผู้ชนะนั้น ลิซซี เอฟโดมิโควา ให้เหตุผลที่เทคะแนนให้กับทีม Fillets x Sorrento team ว่า “ต้องบอกว่าการตัดสินครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะทุกทีมทำได้ดีมาก แต่ความโดดเด่นของทีมผู้ชนะคือการเลือกใช้ส่วนผสมที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อน ทำออกมาเป็นค็อกเทลที่มีเลเยอร์สวยงาม เติมสีสันและความน่าสนใจได้แบบมีชั้นเชิง ที่ประทับใจมากก็คือรสของความเปรี้ยวที่เขาสร้างสรรค์ขึ้นมานั้นกลมกล่อมมากทั้งหมดในแก้วแสดงออกได้ถึงความมั่นใจ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเป็นมิกโซโลจิสต์”

ด้าน ดาริโอ น็อกซ์ เผยว่าการแข่งขันครั้งนี้ทีม Fillets x Sorrento team สร้างความประทับใจให้กับเขามาก“ผมชื่นชมผู้เข้าแข่งขันทุกทีม สำหรับทีมที่ชนะทำให้ผมทึ่งทั้งในเรื่องของแรงบันดาลใจ ส่วนผสม การผสมผสานรสชาติ และการนำเสนอ ซึ่งพวกเขาก็ทำออกมาได้พิเศษมาก ถ่ายทอดเรื่องราวได้แบบที่ว่าเราไม่จำเป็นต้องเข้าใจทุกคำพูด แต่ก็สามารถรับรู้ถึงเรื่องราวเหล่านั้นได้”

เช่นเดียวกับ ชินโกะ โกคัง ที่บอกว่าทีมผู้ชนะสามารถสร้างสรรค์เมนูค็อกเทลที่สื่อถึงรสชาติความเป็นไทยและเปอริเอ้ออกมาได้อย่างลงตัว “ทีม Fillets x Sorrento ชนะด้วยองค์ประกอบหลายอย่าง ตั้งแต่การทำโปรโมชั่นการเลือกสรรส่วนผสมที่แสดงออกถึงจิตวิญญาณและมีกลิ่นอายจากภาคใต้ คณะกรรมการทุกท่านแทบจะไม่รู้จักน้ำตาลโตนดและลูกลานที่พวกเขานำมาเป็นส่วนผสมเลย ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีผิวสัมผัสและรสชาติที่เด่นชัดมาก ทว่ากลับไม่ทำให้รสชาติของเปอริเอ้ถูกกลืนหายไปเลย นี่คือความสุดยอดครับ”

ซึ่งนอกจากรางวัลชนะเลิศทีม Fillets x Sorrento team ยังคว้ารางวัล Best Supporting Team พร้อมเงินรางวัล 20,000 บาท ไปครองอีก 1 รางวัล ส่วนรางวัล Best Essence of Thai by 1883 Syrup พร้อมเงินรางวัล 20,000 บาทตกเป็นของทีม Sugar Daddy Club จากร้าน Q&A ที่นำส่วนผสมอันมีเอกลักษณ์โดดเด่นอย่างไซรัปลิ้นจี่ ราสพ์เบอร์รี่ไวเนก้า และโรสวอเตอร์ มาผสมสานเป็นเมนูชื่อว่า “Ispahan” ได้อย่างลงตัว

นับเป็นการปิดการแข่งขัน “Perrier Mixologist Team Thailand Competition 2017 Season III”
ด้วยความเข้มข้น ลุ้นระทึก และน่าประทับใจ ท่ามกลางบรรยากาศปาร์ตี้ที่คึกครื้นสนุกสนาน จนได้ทีมผู้ชนะที่มีความสามารถซึ่งจะไปสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยต่อไป ทั้งนี้สามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวต่างๆ ของเปอริเอ้และทีมผู้ชนะได้ที่ http://www.facebook.com/MixologistTeamThailandCompetition/