นิสสันเปิดตัว10โครงการจากบุคคลต้นแบบ ‘แค่ใจก็เพียงพอ ตามพ่อที่พอเพียง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/302206

นิสสันเปิดตัว10โครงการจากบุคคลต้นแบบ  ‘แค่ใจก็เพียงพอ ตามพ่อที่พอเพียง’

นิสสันเปิดตัว10โครงการจากบุคคลต้นแบบ ‘แค่ใจก็เพียงพอ ตามพ่อที่พอเพียง’

วันศุกร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

มร.อันตวน บาร์เตส 

นิสสันเปิดตัว 10 โครงการจากบุคคลต้นแบบ ‘แค่ใจก็เพียงพอ ตามพ่อที่พอเพียง’ สืบสานพระราชดำริ

นิสสัน ร่วมเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เปิดตัวโครงการ “แค่ใจก็เพียงพอ ตามพ่อที่พอเพียง” ตามรอย10 โครงการต้นแบบเพื่อสืบสานพระราชดำริอย่างยั่งยืน

มร.อันตวน บาร์เตส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงอุทิศพระวรกายปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของพสกนิกรชาวไทย และพระราชทานความสุขอย่างยั่งยืนตลอดรัชสมัย 70 ปี เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านบริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัดมีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่จะประกาศเปิดตัวโครงการ “แค่ใจก็เพียงพอ ตามพ่อที่พอเพียง”ซึ่งจะมีการดำเนินการทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ต่อเนื่องไปถึงต้นปีหน้า โดย นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับบริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด และบริษัท เมนทาแกรม จำกัด (โกโปร) เพื่อดำเนินโครงการนี้

บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้เฟ้นหา 10 บุคคลต้นแบบจากทั่วประเทศ เพื่อเข้าร่วมโครงการ “แค่ใจก็เพียงพอ ตามพ่อที่พอเพียง” ที่ได้น้อมนำหลักคำสอนของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในการดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพ และจะเชิญชวนสื่อมวลชนไปร่วมสัมผัสประสบการณ์อันยิ่งใหญ่ระหว่างการเดินทางไปทั่วประเทศเพื่อเยี่ยมชมโครงการต่างๆ มากมายที่เกิดขึ้นจากปรัชญา คำสอน และกิจกรรมอันเนื่องมาจากพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เพื่อแสดงให้เห็นถึงการประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์จริง และเพื่อสืบสานปรัชญาและคำสอนของพระองค์ให้ดำรงอยู่และถ่ายทอดสู่คนรุ่นต่อไปในอนาคต

“นิสสันเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจมาอย่างยาวนานในประเทศไทย ตลอดเวลาที่ผ่านมาเราเทิดทูนพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร ที่ทรงเป็นแบบอย่างให้พวกเราได้ดำเนินตามคำสอนของพระองค์ ด้วยการทำหน้าที่เล็กๆ ของเราเพื่อส่งเสริมให้เกิดความยั่งยืนสู่ประเทศไทยซึ่งโครงการนี้ได้มีส่วนช่วยทำให้หลักคำสอนของพระองค์ยังคงดำรงอยู่ และสืบสานสร้างประโยชน์อย่างต่อเนื่องให้แก่ประเทศต่อไปในอนาคต

ทั้งนี้ เราได้คัดเลือก 9 โครงการจากทั่งประเทศ ที่ดำเนินกิจการและปฏิบัติตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ตามพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และอีก 1 โครงการในใต้ร่มพระบารมีของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เพื่อสานต่อปรัชญาและคำสอนไปสู่คนไทยรุ่นต่อไป”

นอกจากนั้น นิสสัน จะจัดเตรียมรถยนต์สำหรับใช้งานตลอดทั้งโครงการ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการทุกคนมีความปลอดภัยและได้รับความสะดวกสบายระหว่างสัมผัสความงดงามของประเทศไทย ซึ่ง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร ทรงรักด้วยพระราชหฤทัยของพระองค์

“พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงรักและห่วงใยพสกนิกร และทรงทุ่มเทพระวรกายตลอดรัชสมัยของพระองค์เพื่อพัฒนาสังคม บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ตระหนักถึงการทรงงานหนักของพระองค์และมุ่งดำเนินรอยตามพระราชดำริ ด้วยการให้ประชาชนชาวไทยและพนักงานทุกคนคือหัวใจในทุกสิ่งที่เราทำ

อีกทั้ง “โครงการแค่ใจก็เพียงพอ ตามพ่อที่พอเพียง” ไม่เพียงเปิดโอกาสให้เราเข้าถึงประชาชนชาวไทยทุกคนเท่านั้น แต่ยังช่วยให้พนักงานที่มีความมุ่งมั่นของเราได้มีส่วนร่วมด้วยเช่นกัน เราจะดำเนินกิจกรรมพิเศษเพื่อให้พนักงานของเราสามารถแสดงความเคารพเทิดทูนแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร อีกด้วย”

ในงานเปิดตัวโครงการ “แค่ใจก็เพียงพอ ตามพ่อที่พอเพียง” ยังได้เชิญบุคคลต้นแบบ มาพูดคุยถึงแรงบันดาลใจในการน้อมนำปรัชญาและคำสอนของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มาใช้ในการทำงานและการดำเนินชีวิตจนประบความสำเร็จ

เริ่มจาก สุพจน์ กรประสิทธิ์วัฒน์ ประธานผู้ก่อตั้งวิสาหกิจชุมชน จังหวัดระนอง เผยว่า “จุดเปลี่ยนชีวิต คือประโยคสั้นๆ จากพระบรมราโชวาทของ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ป้ายข้างฝาผนังของธนาคารในจังหวัดระนองว่า อาชีพเกษตรกรกว้างขวางมาก มีตั้งแต่กระบวนการเตรียม เพาะ ปลูกดูแล รักษา เก็บเกี่ยว แปรรูป ไปจนถึงการทำการตลาด ครอบคลุมตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ จึงได้เริ่มผลักดันการปลูกกาแฟธรรมดาที่มีในชุมชน และพัฒนามาเรื่อยๆ สิ่งสำคัญคือไ ด้ถ่ายทอดให้สาธารณะได้เรียนรู้ หลายคนสามารถคั่วกาแฟทานเองได้ ทั้งนำแนวทางไปเปิดร้านกาแฟเองได้ เกษตรกรตั้งราคาผลผลิตเองได้ ทั้งนี้เกิดจากการน้อมนำแนวทางของพระองค์ท่านไปปฏิบัติ ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากเพียงเริ่มจากการประยุกต์ใช้และลงมือทำ”

ขณะที่ แสงเดือน ชัยเลิศ ประธานมูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม จังหวัดเชียงใหม่ เล่าว่า “คำสอนของพระองค์ท่านที่นำมาใช้ในชีวิตประจำวันคือ การให้ พระองค์ท่านทรงสอนด้วยการทำเป็นตัวอย่างให้เห็น ทรงเสียสละทรงงานเพื่อประชาชน เสด็จฯ เยี่ยมประชาชนในพื้นที่ทุรกันดารโดยไม่ทรงหวังอะไรตอบแทน นั่นเป็นแรงผลักดันในการทำงาน โดยน้อมนำแนวคิดนี้มาปฏิบัติ และเริ่มก่อตั้งมูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อมขึ้น เพราะได้เห็นว่ามีการใช้แรงงานช้าง จนช้างได้รับบาดเจ็บ และป่วยจำนวนมาก จึงคิดอยากจะช่วยเหลือโดยไม่หวังอะไรตอบแทน เพราะเชื่อว่าการให้ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เป็นความสุขอย่างหนึ่งที่เมื่อทำแล้วจะภูมิใจ การเสียสละและให้กับผู้อื่นในสิ่งที่เราทำได้ เป็นสิ่งที่ดี”

พงษ์พัฒน์ แก้วพะเนาว์ ผู้ก่อตั้งและประธานวิสาหกิจชุมชน แก้วพะเนาว์ ออร์แกนิก ฟาร์ม จังหวัดมหาสารคาม เล่าว่า “คำสอนอันดับแรกของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่นำมาประยุกต์ใช้ในฟาร์มนี้คือ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการทำเกษตรแบบผสมผสานที่เกื้อหนุนกันในระบบฟาร์ม ซึ่งเป็นทฤษฎีที่สำคัญในการดำรงชีวิตของเกษตรกรได้อย่างยั่งยืน สิ่งสำคัญที่สุดของการทำสวนการเกษตร คือการน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาใช้ให้ประสบความสำเร็จได้ จะต้องถามตัวเองก่อนว่ามีใจรักในอาชีพนี้มากเพียงใด อาชีพเกษตรกรสามารถตอบโจทย์การเลี้ยงชีพของตัวเองหรือไม่ ถ้าใช่ก็สามารถยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิต และทำการเกษตรก็จะเกิดความยั่งยืนทั้งในปัจจุบันและในอนาคต”

ส่วนหนึ่งของบุคคลต้นแบบในโครงการ โกศล แสงทอง, สุพจน์ กรประสิทธิ์วัฒน์,แสงเดือน ชัยเลิศ, พงษ์พัฒน์ แก้วพะเนาว์, พิชาญ ดัดตนรัมย์, ดร.เกริก มีมุ่งกิจ

ส่วนหนึ่งของบุคคลต้นแบบในโครงการ โกศล แสงทอง, สุพจน์ กรประสิทธิ์วัฒน์,แสงเดือน ชัยเลิศ, พงษ์พัฒน์ แก้วพะเนาว์, พิชาญ ดัดตนรัมย์, ดร.เกริก มีมุ่งกิจ
พร้อมเดินทางสู่โครงการ “แค่ใจก็เพียงพอ ตามพ่อที่พอเพียง”

พร้อมเดินทางสู่โครงการ “แค่ใจก็เพียงพอ ตามพ่อที่พอเพียง”
นิสสัน และ พันธมิตร แถลงข่าวเปิดโครงการ “แค่ใจก็เพียงพอ ตามพ่อที่พอเพียง”

นิสสัน และ พันธมิตร แถลงข่าวเปิดโครงการ “แค่ใจก็เพียงพอ ตามพ่อที่พอเพียง”

คุณแหน : 8 พฤศจิกายน 256010

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/302239

คุณแหน : 8 พฤศจิกายน 256010

คุณแหน : 8 พฤศจิกายน 256010

วันศุกร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll ท่านผู้หญิง ดร.ทัศนีย์ บุณยคุปต์ มีความสุขอยู่กับบ้านเลขที่ 9…ลูกศิษย์ลูกหา CD รุ่นใหญ่รุ่นเล็กชวนกันมาทำอาหารบ้านครู…คุยกันชนิด“ครูทัศนีย์”ออกปาก“มันมาก”(ฮา)…เป้าหมายหน้า…“เกาะเกร็ด”ที่ครูอยากไป…ลูกศิษย์ก็อยากรับใช้เป็น“ไม้เท้า”ให้ครู…

ll อาชีพครูบาอาจารย์ค่าตอบแทนน้อย…ลูกศิษย์ลูกหาอาจารย์สวนกุหลาบมีน้ำใจยิ่งใหญ่…อาจารย์เก่าเข้าโรงพยาบาลจะแห่ตามไปดูแล…ล่าสุดอาจารย์ตำนานภาษาไทย…หมดตัวเพราะหลานผู้ดูแล…OSK80 ไม่ยอมอยู่เฉย…วีระศักดิ์ ฮุนเมฆาเวทย์ ซื้อบ้านให้อาจารย์อยู่…ส่วน นพ.ซื่อตรง เจียมจรรยา ศิษย์คนโปรด…โอนเงินช่วยทันทีครึ่งแสน…

ll บวชถวายพระราชกุศลฯวัดปากนํ้า ภาษีเจริญ เสร็จ…อ.ธีระศักดิ์ กำบรรณารักษ์ ควงภรรยาไปล่องแม่น้ำดานูบ…ได้เพื่อนทัวร์เป็นนายกฯสมถะ…ชวน หลีกภัย เล่นดนตรีกล่อมบนเรือ…อาจารย์ผู้เคร่ง“จริยธรรม”ถูกใจ…

ll จบสถาปัตย์แต่มีพรสวรรค์เขียนภาพ“เหมือนจริง”ขนาด KEW ROYALBOTANICAL GARDEN ของอังกฤษขอภาพเขียนไปโชว์…พันธุ์ศักดิ์ จักกะพาก ปลื้มที่ภาพเขีียนดอกไม้เป็นภาพเดียวที่ KEW คัดเป็น POSTCARDปีใหม่…เพื่อนฝูงฝากซื้อได้ กล่องละแค่ 5 POUNDS…

ll อายุจะขึ้นเลข 7…แต่“น้องแจ๋”ดาว มช.ในอดีต (50 ปีที่แล้ว) ใจทิพย์ ยุวบูรณ์ ยังสวยสดงดงาม…แม้จะพยายามเลือก“ฉากหลัง”ให้สวยงามตระการตาเพียงไร…เจ้าตัวก็ยังโดดเด่นเหนือ BACKGROUND…ที่สำคัญ…ใคร POST ชมอย่างไร…“น้องแจ๋”เป็นตอบกลับอ่อนหวานทุกราย…

ll “ตูน บอดี้สแลม” อาทิวราห์ คงมาลัย กำลังทำดีและดัง…ญาติสนิทอย่าง ทพ.อนุศักดิ์ คงมาลัย,“ตั๊ก”บงกช คงมาลัย ฯลฯ ปลื้มกับหลานรัก…อ.เกษม จันทร์น้อย ปชส.อาวุโส จุฬาฯ บอก“ตูน”ไม่ต้องตีฆ้อง…“พี่เกษม”ตีให้เอง…ฆ้องวัดวังก์วิเวการาม อันเก่าแก่ศักดิ์สิทธิ์…ด้วยความเชื่อที่ว่า“ทุกหยดรวมเป็นมหาสมุทร”ได้…ร้อยล้านน่าจะน้อยไป…

ll คุณแม่อายุเกือบร้อย สุขภาพยังแข็งแรงสวยงาม…สมเป็นอดีตสาวสวย ดาราแชมป์เต้นรำของเซี่ยงไฮ้…สุธา ฮั่นตระกูล รวมพี่น้องนัดคุณแม่จาก LA ไปรวมญาติปาร์ตี้คริสต์มาสนี้ที่เชียงใหม่ ที่มีพี่ชายใหญ่หมอดัง นพ.สุเมธ ฮั่นตระกูลเป็นหัวเรือ…

ll มากรุงเทพฯเที่ยวนี้ พิมพรรณ สุวรรณมาลิก ฟิทซ์แพทริก ไม่มีเวลาพบเพื่อนเก่าอักษรจุฬาฯด้วยบินไปเชียงใหม่ ดูแลพี่ชายคนโต พัลลภสุวรรณมาลิก นักดนตรีอาวุโสวง อ.ส.วันศุกร์…
พออาการดีขึ้น“พี่จ๋อย”ก็ต้องบินกลับไป SEATTLEดูหลานย่าเข้าโรงเรียนประถม…

ll ไพบูลย์ แสงรี เป็นที่รักของมิตรสหาย…ปปร.รุ่น 2…วิลาศ โลหิตกุล,กมล ศรีนิเวศน์,ธวัชชัย ตั้งสง่า,กฤษณ์ ศิรประภาศิริฯลฯ ใจหายกับการจากไปของพี่ที่แสนดี…ร้องเพลงเพราะ…เล่าเรื่อง JOKE ก็สนุก…นัดกินข้าวเที่ยงศุกร์นี้…คงต้องดื่มไว้อาลัยให้“พี่ไพบูลย์”…ก่อนงานพระราชทานเพลิงวันอาทิตย์ ที่วัดผาสุกฯ เวลา 15.00 น. …ll

ภิญญ์สิรี

ชวนอิ่มบุญกับของขวัญปีใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/302200

ชวนอิ่มบุญกับของขวัญปีใหม่

ชวนอิ่มบุญกับของขวัญปีใหม่

วันศุกร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.
มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก โดยสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินีชวนผู้ใหญ่ใจดีร่วมเลือกสรรสินค้าคอลเลคชั่นพิเศษต้อนรับเทศกาลวันปีใหม่ “โคคูณ ลิมิเต็ด เอดิชั่น” โดยได้รับการเอื้อเฟื้อออกแบบจากครูปาน-สมนึก คลังนอก ศิลปินนักวาดภาพประกอบชื่อดังของประเทศไทย ประกอบด้วย เสื้อยืดราคาตัวละ 290 บาท, กระเป๋าหิ้วทรงเหลี่ยม ราคาใบละ 450 บาท, กระเป๋าหิ้วทรงกลม ราคาใบละ 420 บาท, กระเป๋าผ้าร่มพับม้วนเก็บได้อเนกประสงค์ ราคาชิ้นละ 159 บาท, แก้วน้ำ ราคาใบละ 290 บาท ซึ่งรายได้ทั้งหมดร่วมสมทบทุนเข้ามูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ในการสนับสนุนการจัดซื้อครุภัณฑ์และการพัฒนาทางการแพทย์เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพเด็กไทยและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กไทยในอนาคต สามารถสั่งซื้อรายการสินค้าได้ที่ 089-874-4673 หรืออีเมล์ givetochild1415@gmail.com หรือ http://www.givetochild.com พร้อมเดินทางสู่โครงการ “แค่ใจก็เพียงพอ ตามพ่อที่พอเพียง”

ทิปส์แพ็กกระเป๋าท่องโลก กับ 3 เซเลบฯ นักเดินทาง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/302202

ทิปส์แพ็กกระเป๋าท่องโลก  กับ 3 เซเลบฯ นักเดินทาง

ทิปส์แพ็กกระเป๋าท่องโลก กับ 3 เซเลบฯ นักเดินทาง

วันศุกร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

อนวัช สังขะทรัพย์

ย่างเข้าสู่ปลายปีอากาศเย็นๆ เป็นช่วงเวลาที่หลายคนเลือกใช้เวลาในฤดูหนาวออกเดินทางท่องเที่ยว ซึ่งแต่ละคนก็มีไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวที่แตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ การเตรียมตัวทั้งเสื้อผ้า กระเป๋าเดินทาง อุปกรณ์ต่างๆ ที่จะทำให้การเดินทางเต็มด้วยความหมายและความสุข

โรบินสัน เนรมิตพื้นที่เพื่อเป็นเดสติเนชั่นของนักเดินทาง ให้ได้ ช็อป ชิลล์ ฟิล วินเทอร์ตอบโจทย์ทุกความต้องการในเรื่องการท่องเที่ยว กับแคมเปญ ROBINSON TRAVEL & LEISURE และเพื่อเป็นการจุดประกายไอเดียการท่องเที่ยว อนวัช สังขะทรัพย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายการตลาด บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) ชวน 3 เซเลบริตี้ นักเดินทาง แพ็ตตี้-พริษฐ์ชยาดา พิริยะเมธา,แพ็ตตี้-พริษฐ์ชยาดา พิริยะเมธา และ หมอจิ๊บ-พญ.ชนิดา เวชโรจน์ มาแชร์ทริปสุดฟินและทิปส์แพ็กกระเป๋าท่องโลก

เริ่มจาก แพ็ตตี้-พริษฐ์ชยาดา พิริยะเมธา บล็อกเกอร์เจ้าของเพจ Forever on Vacation บอกว่า “หนาวนี้ที่ต้องไปให้ได้ คือจังหวัดทางภาคเหนือของประเทศไทย เพราะมีที่เที่ยวสวยงามแบบ Unseen อีกมาก ซึ่งการเตรียมตัวคือการเตรียมสุขภาพร่างกายให้พร้อมหาข้อมูลของสถานที่ที่เราจะไป เตรียมของใช้ส่วนตัวให้ครบ ไอเท็มที่ขาดไม่ได้ก็ต้องเป็นเครื่องสำอางและเครื่องบำรุงผิว เพราะหน้าหนาวผิวหนังเราจะแห้งง่ายและต้องการการบำรุงมากกว่าปกติ ส่วนการแพ็กกระเป๋าเดินทางจะแบ่งเป็น 2 ใบ ใบเล็กเป็นพวกเครื่องสำอางและอุปกรณ์เสริมความงาม ส่วนใบใหญ่จะเป็นเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวที่จำเป็น เพื่อความสะดวกในการใช้งานและประหยัดเวลาในการค้นหา และกระเป๋าเดินทางที่ใช้จะเลือกที่มีความแข็งแรง พร้อมที่จะลุยกับเราไปได้ทุกที่”

ส่วนหนุ่มผู้ชื่นชอบการท่องเที่ยวแบบเอ็กซ์คลูซีฟอย่าง ปิ๊ง-ฐิตวัฒน์ วัชโรทัย เผยว่า “แพลนเที่ยวสำหรับวินเทอร์ปีนี้ตั้งใจจะไปอเมริกา ซึ่งครั้งนี้ผมมีกิจกรรมที่ฝันว่าอยากจะทำมากมาย เช่น Dog Sledgeชมวิว Yellow Stone National Park ที่ Amangani และการออกเรือไปนอนเล่นแถบทะเลคาริบเบี้ยน ส่วนตัว การแพ็กกระเป๋าจะพยายามเอาไปแต่ของใช้ส่วนตัวที่จำเป็นจริงๆ เสื้อผ้าเน้นใส่สบายมีความคล่องตัว ทำให้ไม่เปลืองพื้นที่ในกระเป๋า และทำให้กระเป๋าไม่หนักเกินไป เพราะถ้าเอากระเป๋าที่หนักๆ ของเยอะๆ ไป มันเป็นอุปสรรคที่ทำให้เราเที่ยวไม่สนุก ผมชอบกระเป๋าเดินทางแบบเรียบๆ สีพื้นๆ แต่ก็ต้องมีความแข็งแรง ทนทาน คล่องตัว พร้อมลุยไปกับเราได้ทุกที่เช่นกันครับ”

ปิดท้ายที่ คุณหมอจิ๊บ-พญ.ชนิดา เวชโรจน์ เผยว่า “ปีนี้จิ๊บตั้งใจไปเที่ยวอินเดียกับเพื่อนๆ เป็นอีกหนึ่งประเทศที่นักเดินทางไม่ควรพลาด ซึ่งการเตรียมตัวของจิ๊บ นอกจากการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ที่เราจะไปให้ละเอียดแล้ว การเตรียมเสื้อผ้า รองเท้า ที่เหมาะกับสภาพอากาศของประเทศที่ไป ก็เป็นสิ่งจำเป็น เคล็ดลับการแพ็กกระเป๋าคือ Organizing Travel Bag เป็นตัวช่วยเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย ง่ายต่อการหยิบใช้และถ้าไปเที่ยวช่วงหน้าหนาวที่ต้องนำเสื้อกันหนาวหนาๆ ไปด้วย ก็จะใช้ถุงสุญญากาศเพื่อช่วยประหยัดพื้นที่ในกระเป๋าค่ะ แต่ที่ขาดไม่ได้จริงๆ สำหรับผู้หญิงอย่างเรา ก็คือ แว่นกันแดด หมวก และกล้องถ่ายรูป”

อนวัช สังขะทรัพย์ กล่าวว่า “ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่จะเป็นในรูปแบบ work hard play hard กันค่อนข้างมาก คือทำงานเต็มที่แต่ก็ไม่ลืมที่จะให้รางวัลกับตัวเอง เพื่อเป็นกำลังใจและปลุกพลังในการทำงานหรือการดำเนินชีวิตประจำวัน นั่นก็คือการท่องเที่ยวเพราะนอกจากจะเป็นการพักผ่อนที่ดีอย่างหนึ่งแล้ว ยังเป็นการเปิดโลกทัศน์ให้ได้พบสิ่งใหม่ๆ ที่จะเป็นประสบการณ์มีค่าให้กับชีวิตตัวเองด้วย โรบินสัน จึงขอเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้การท่องเที่ยวของคุณสมบูรณ์แบบผ่านแคมเปญ “ROBINSON TRAVEL & LEISURE” ด้วยการคัดสรรสินค้าคุณภาพเพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่นักเดินทางให้ทริปท่องเที่ยวในช่วงปลายปีนี้เป็นทริปสุดประทับใจของทุกคน”

นอกจากนี้ โรบินสัน ยังสร้างประสบการณ์ที่มากกว่าการช็อปด้วยการจับมือกับพันธมิตรแบรนด์รองเท้า Heavy เปิดโอกาสให้นักช็อปในแคมเปญROBINSON TRAVEL & LEISURE ร่วมทำดีในกิจกรรม Shoes to Share ด้วยการซื้อรองเท้านักเรียน Heavy คู่ใหม่ในราคา 99 บาท จากราคาปกติ 250 บาทพร้อมเขียนการ์ดที่ระลึก เพื่อส่งมอบความสุขและโอกาสทางการศึกษาให้แก่น้องๆ ผู้ยากไร้ใน “โครงการโรบินสันสานฝันให้น้อง” ตลอดเดือนพฤศจิกายนนี้ที่โรบินสัน ดีพาร์ทเม้นท์ สโตร์ และศูนย์การค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ทุกสาขา

จิ๊บ-พญ. ชนิดา เวโรจน์

จิ๊บ-พญ. ชนิดา เวโรจน์
แพ็ตตี้-พริษฐ์ชยาดา พิริยะเมธา

แพ็ตตี้-พริษฐ์ชยาดา พิริยะเมธา
ปิ๊ง-ฐิตวัฒน์ วัชโรทัย

ปิ๊ง-ฐิตวัฒน์ วัชโรทัย

In trend : FALL 2017 VELVET TOUCH

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/302244

In trend : FALL 2017  VELVET TOUCH

In trend : FALL 2017 VELVET TOUCH

วันศุกร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เมื่ออากาศเริ่มเย็นตัวลง หนึ่งในเนื้อผ้าที่ให้ลุคหรูหราอย่างผ้ากำมะหยี่ก็กลับมาพร้อมลมหนาว ในฤดูกาลนี้ความฮอตของผ้ากำมะหยี่ออกมาในหลากหลายลักษณะตั้งแต่ลุคสปอร์ตตี้อย่างกางเกงวอร์มกับเสื้อฮู้ดดี้ เป็นทางการแบบชุดสูท ทักซิโด้ หรือชุดค็อกเทลจนถึงชุดราตรียาวสุดหรู ต่างเดินพาเหรดกันออกมาประชันโฉมในเนื้อผ้ากำมะหยี่ ทั้งนี้จะเพื่อความอบอุ่นในกำมะหยี่เนื้อหนาหรือสาวเมืองร้อนกับชุดกำมะหยี่เนื้อบางความมันเงาก็ทำให้ดูโก้ไม่แพ้กัน ยังมีทางเลือกอื่นๆ ที่ใช้ผ้ากำมะหยี่ตกแต่งเป็นบางส่วน เช่น ปกเสื้อขอบแขน ฯลฯ สรุปเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ร้อนๆ ที่เวิร์กมาก เพราะรองรับสาวๆ ได้ทุกวัยและทุกโอกาส

 

ALTUZARRA

ALTUZARRA
MONSE

MONSE
MONSE

MONSE
JILL STUART

JILL STUART
JILL STUART

JILL STUART
JILL STUART

JILL STUART
JILL STUART

JILL STUART
JASON WU

JASON WU
JASON WU

JASON WU
JASON WU

JASON WU
JASON WU

JASON WU
DION LEE

DION LEE
DION LEE

DION LEE
ALTUZARRA

ALTUZARRA
ALTUZARRA

ALTUZARRA
ALTUZARRA

ALTUZARRA
ALTUZARRA

ALTUZARRA

โชว์งานหัตถศิลป์ไทย ณ สหราชอาณาจักร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/302205

โชว์งานหัตถศิลป์ไทย ณ สหราชอาณาจักร

โชว์งานหัตถศิลป์ไทย ณ สหราชอาณาจักร

วันศุกร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

SACICT หรือ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพ ระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) นำงานหัตถศิลป์ไทยร่วมสมัยจากฝีมือการสร้างสรรค์ของทายาทช่างศิลปหัตถกรรม และสมาชิก SACICT จัดแสดงและสาธิตในงาน World Travel Mart 2017 : WTM ภายใต้แนวคิด Open to the New Shades เพื่อสร้างความคุ้นเคย ความน่าจดจำให้งานหัตถศิลป์ไทย และยังเป็นแรงบันดาลใจในการร่วมต่อยอดให้งานหัตถศิลป์ของไทย ระหว่างวันที่ 6-8 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร

นางอัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า งาน World Travel Mart 2017 เป็นงานใหญ่ที่จัดขึ้นเพื่อนำเสนอและแสดงศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ซึ่งเข้าร่วมเป็นหนึ่งในงานนี้ โดยการนำของ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่นำเสนอภายใต้แนวคิด “Open to the New Shades” คือการนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ของประเทศไทยที่น่าสนใจ และยังไม่เป็นที่รู้จัก หรือเคยเห็น หรือคุ้นตามากนักในมุมมองของงานหัตถกรรม หรืองานหัตถศิลป์นั้น SACICT เห็นว่างานเครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด งานเครื่องเบญจรงค์ และงานเครื่องเงินสุโขทัย เป็นงานหัตถศิลป์ไทยที่มีศักยภาพ สามารถสร้างการรับรู้และจดจำแก่ชาวต่างชาติได้ จึงได้คัดเลือกทายาทช่างศิลปหัตถกรรม และสมาชิก SACICT จำนวน
3 ราย ไปจัดแสดงและสาธิตภายในงาน

“การเข้าร่วมในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญของ SACICT ที่จะใช้ช่องทางนี้ในการพัฒนารูปแบบและขยายช่องทางการจำหน่ายงานหัตถศิลป์ไทย ให้เป็นที่รู้จักควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทย รวมถึงการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับช่างหัตถศิลป์ของไทย ได้เรียนรู้และพัฒนารูปแบบให้กับงานหัตถศิลป์ของตนเอง เพื่อให้ตรงกับความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศมากยิ่งขึ้นอีกด้วย”

พงษ์พันธ์ ไชยนิล ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ปี 2560 นำเสนอมุมมองใหม่ของงานเครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด โดยการผสมผสานศิลปะพื้นบ้านแบบมอญ รูปทรงแบบจีน และเทคนิคการเขียนลายทองอันวิจิตรแบบไทย ทำให้ชิ้นงานมีความพิเศษดูมีคุณค่าและมูลค่าแตกต่างจากเครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ดทั่วไปที่เราเคยพบเห็น

ณัฐวุฒิ พลเหิม ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ปี 2558 นำเสนอมุมมองใหม่ของเครื่องเงินสุโขทัย และเป็นผู้สืบทอดมรดกเครื่องเงินโบราณ โดดเด่นด้วยลายฉลุ
ที่ผสมผสานลวดลายแบบสมัยใหม่ เพิ่มการออกแบบให้ใช้งานง่าย แต่ยังคงเด่นสะดุดตา แฝงกลิ่นอายแบบประวัติศาสตร์อันยาวนานของสุโขทัย

อภิชัย สินพูล สมาชิก SACICT นำเสนอมุมมองใหม่ของงานเครื่องเบญจรงค์ ที่สร้างงานแนวใหม่ ผสานการเขียนลายเทคนิคเบญจรงค์ บนรูปทรงร่วมสมัยเช่น หัวกะโหลก หรือ งานในแนว Art Toy อันต่างจากงานเบญจรงค์ที่เป็นแบบดั้งเดิมที่มักเป็นภาชนะหรือของตกแต่งที่มักถูกมองว่าเป็นของโบราณล้าสมัย

อัมพวัน พิชาลัย

อัมพวัน พิชาลัย
ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม และสมาชิกSACICT ที่เข้าร่วมงาน

ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม และสมาชิกSACICT ที่เข้าร่วมงาน

3 ดีไซเนอร์ไทยบนเวที ‘อเมซอน แฟชั่น วีค โตเกียว’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/302241

3 ดีไซเนอร์ไทยบนเวที ‘อเมซอน แฟชั่น วีค โตเกียว’

3 ดีไซเนอร์ไทยบนเวที ‘อเมซอน แฟชั่น วีค โตเกียว’

วันศุกร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

3 ดีไซเนอร์ไทยผู้ชนะเลิศโครงการ “Thai Touch Season 3” พัฒนานักออกแบบไทยปีที่ 3 ซึ่งจัดโดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม และศูนย์การค้าสยามพารากอน โชว์ผลงานคอลเลคชั่น Spring/Summer 2017 บนเวทีระดับโลก “อเมซอน แฟชั่น วีค โตเกียว” เมื่อเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา ณ ฮิคาริเอะ ฮอลล์ (Hikarie Hall) กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

งานนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ โดยได้รับเกียรติจาก บวร สัตยาวุฒิพงศ์ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายอุตสาหกรรม) ประจำกรุงโตเกียว พร้อมเหล่าคนดังจากเมืองไทย อาทิ พรเทพ การศัพท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม, ชนิสา แก้วเรือน ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอน, เยาวนิจ แซ่ตัง ผู้อำนวยการส่วนเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่ สำนักพัฒนาผู้ประกอบการ ตลอดจนดีไซเนอร์ชั้นนำ อาทิ พลพัฒน์ อัศวะประภา นายกสมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์กรุงเทพ และ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Asava และ ASV ,ภูภวิศ กฤตพลนารา ดีไซเนอร์จากแบรนด์ ISSUE และ ธนาวุฒิ ธนสารวิมล ดีไซเนอร์ จากแบรนด์ T & T ร่วมเดินทางไปชมแฟชั่นโชว์ในครั้งนี้ด้วย

นอกจาก 3 ดีไซเนอร์ไทย ได้แก่ จิรวัฒน์ ธำรงกิตติกุล จากแบรนด์ JIRAWAT (จิรวัฒน์), ธีธัช ควรตระกูล จากแบรนด์ TITAT (ธีธัช) และ ฐกร วรรณวงษ์ จากแบรนด์ TAKARA WONG (ทาการะ วอง) ได้นำผลงานไปร่วมแสดงแฟชั่นโชว์ระดับโลก“อเมซอน แฟชั่น วีค โตเกียว” แล้ว ยังได้ร่วมกิจกรรมต่างๆ และเรียนรู้กระบวนการสร้างสรรค์แฟชั่นโชว์ ตลอดจนการได้พบปะบริษัทผู้ผลิตผ้าในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นการเปิดประสบการณ์ให้กับดีไซเนอร์ไทยตลอดระยะเวลาทั้ง 4 วัน

จิรวัฒน์ ธำรงกิตติกุล ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ที่สร้างสรรค์ผลงานคอลเลคชั่น Spring/Summer 2018 ได้อย่างโดดเด่น โดยใช้เทคนิคการปักครอสติช (Cross-stitch) มาผสานกับวัสดุใหม่ๆ
อย่างลงตัว เผยว่า “ตอนแรกคิดว่าแค่ไปทำแฟชั่นโชว์ แต่จริงๆ แล้วสิ่งที่ได้รับมีมากกว่านั้น เพราะตลอดระยะเวลา 4 วัน ได้มีโอกาสเรียนรู้เบื้องหลังการทำงาน ทั้งแบ๊กสเตจ การจัดไฟ ได้รับประสบการณ์ใหม่ที่มีค่าอย่างยิ่ง อีกทั้งทีมงานได้พาไปพบซัพพลายเออร์ที่ผลิตผ้าให้กับแบรนด์ใหญ่ๆ รวมถึงได้ไปดูโชว์รูมผ้า ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายที่คนทั่วไปจะได้เข้าไป”

นอกจากนี้ สิ่งที่จิรวัฒน์รู้สึกประทับใจมากที่สุดคือ การได้รับคำแนะนำจาก ซีเนียร์ เอดิเตอร์ ของนิตยสารโว้ค อิตาลี ซึ่งเดินทางมาดูการฟิตติ้งถึงสตูดิโอ รวมถึงการได้รับความสนใจจากสื่อทั้งในประเทศญี่ปุ่นและต่างประเทศ ทำให้มีคนติดตามแบรนด์ จิรวัฒน์ มากขึ้น จึงตั้งใจจะนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับมาพัฒนาคุณภาพของงานและสร้างแบรนด์ให้เติบโตต่อไป

ด้าน ธีธัช ควรตระกูล กับผลงานคอลเลคชั่น “RITE”ที่สะท้อนถึงรากเหง้าความเป็นไทย เน้นการผสมผสานวัสดุที่แปลกใหม่เข้าไปในผ้าทอไทย ทั้งใยสังเคราะห์ ผ้าลินิน ใยกระดาษ เส้นหนังเทียมหนังหมู หนังแกะ หนังกลับ ฯลฯ ทำให้เกิดผ้าทอที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เผยว่า “การไปแสดงผลงานที่โตเกียว ทำให้เห็นประสบการณ์จริงจากรุ่นพี่ๆ กระตุ้นความรู้สึกให้ฮึกเหิมถึงเส้นทางสายแฟชั่นในอนาคตส่วนการอบรมครั้งนี้ต้องถือว่าเข้มข้นมาก เพราะได้เห็นการจัดการที่เป็นระบบและครบวงจร ตั้งแต่วัสดุ ไปจนถึงการ Buying ซึ่งทำให้เราเข้าใจระบบ Buying ของญี่ปุ่นที่ไม่เหมือนกับเมืองไทย โดยเขาจะไม่ใช้ระบบ 1 แบรนด์ 1 ราว แต่เขาจะนำไปมิกซ์กับแบรนด์อื่นๆ เราจึงได้เห็นลูกค้าจริงๆ ว่านำเสื้อผ้าเราไปแมทช์กับอะไร”

ปิดท้ายกับ ฐกร วรรณวงษ์ ที่มาพร้อมคอลเลคชั่น “Wong 2108” โดยสอดแทรกลูกเล่นด้วย Gimmick ที่ซ่อนไว้สำหรับการ Styling ด้วยชิ้นเสื้อผ้าที่มีช่องกระเป๋าพลาสติกใส พร้อมการนำวัสดุต่างๆ อาทิ ผ้า plastic, ผ้า patent, ผ้า PVC, ผ้า nylon, ผ้า cotton denim หรือผ้ากันน้ำ เป็นต้น มาผสานกับผ้าใยธรรมชาติอย่างคอตตอน เผยว่า “ได้รับผลตอบรับค่อนข้างดีในเรื่องภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่ดูเป็นสากลมากขึ้น โดยเฉพาะหลังจบแฟชั่นโชว์ มีสื่อจากหลายประเทศแชร์ภาพและแท็กขอรูปจำนวนมาก ทำให้รู้สึกประสบความสำเร็จในแง่ของการจดจำภาพลักษณ์ ซึ่งสิ่งที่คาดหวังต่อไปหลังจากนี้ คือเรื่องของธุรกิจว่าจะต่อยอดไปได้อย่างไร เนื่องจากตลาดญี่ปุ่นเป็นตลาดที่น่าสนใจ ด้วยลุคของแบรนด์เป็นสตรีทแวร์อยู่แล้ว แต่ทั้งนี้อาจต้องกลับมาดูเรื่องของเนื้อผ้าและคุณภาพ เพราะผ้าของเราอาจจะบางไป และยังไม่หนักพอที่จะใส่ที่ญี่ปุ่น”

ติดตามรายละเอียดและความเคลื่อนไหวของกิจกรรม Thai Touch Season 3 พร้อมผลงานของ 3 ดีไซเนอร์ ได้ที่ http://www.thaitouchproject.com

ผลงานของฐกร วรรณวงษ์

ผลงานของฐกร วรรณวงษ์
ผลงานของฐกร วรรณวงษ์

ผลงานของฐกร วรรณวงษ์
ผลงานของฐกร วรรณวงษ์

ผลงานของฐกร วรรณวงษ์
ผลงานของธีธัช ควรตระกูล

ผลงานของธีธัช ควรตระกูล
ผลงานของธีธัช ควรตระกูล

ผลงานของธีธัช ควรตระกูล
ผลงานของธีธัช ควรตระกูล

ผลงานของธีธัช ควรตระกูล
ผลงานของจิรวัฒน์ ธำรงกิตติกุล

ผลงานของจิรวัฒน์ ธำรงกิตติกุล
ผลงานของจิรวัฒน์ ธำรงกิตติกุล

ผลงานของจิรวัฒน์ ธำรงกิตติกุล
ผลงานของจิรวัฒน์ ธำรงกิตติกุล

ผลงานของจิรวัฒน์ ธำรงกิตติกุล

ห้องอาหาร โกจิ คิทเช่น-บาร์ ชวนเปิดประสบการณ์พิเศษส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/302144

ห้องอาหาร โกจิ คิทเช่น-บาร์ ชวนเปิดประสบการณ์พิเศษส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

ห้องอาหาร โกจิ คิทเช่น-บาร์ ชวนเปิดประสบการณ์พิเศษส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 20.00 น.

โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค (Bangkok Marriott Marquis Queen’s Park) เตรียมเข้าสู่ฤดูแห่งเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ด้วยโปรโมชั่นอาหารหลากหลายต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข ณ โกจิ คิทเช่น + บาร์ (Goji Kitchen + Bar) ร้านอาหารยอดนิยมของโรงแรม พร้อมครัวแบบเปิดและสถานีปรุงอาหารสดใหม่อันน่าตื่นตาตื่นใจ แขกผู้มาเยือนและเหล่านักชิมจะได้มีโอกาสในการเฉลิมฉลองเทศกาลเหล่านี้ด้วยสไตล์เฉพาะ กับงานเลี้ยงของครอบครัว และบุฟเฟ่ต์อาหารอันสมบูรณ์แบบ

ความสนุกจะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 24 ธันวาคม 2560 เมื่อห้องอาหาร โกจิ คิทเช่น + บาร์ มาพร้อมกับกิจกรรมและอาหารมากมายให้เลือกทานตลอดทั้งวัน เหมาะสำหรับการรับประทานกับครอบครัวและเพื่อนๆ เพื่อมาร่วมเฉลิมฉลองด้วยกันกับ คริสต์มาส อีฟ บรันช์ (Christmas Eve Brunch) ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 1,800++ บาทต่อท่าน หรือ คริสต์มาส อีฟ ดินเนอร์ (Christmas Eve Dinner) ในราคา 2,200++ บาทต่อท่าน ที่มีทั้งไก่งวงอบ, เนื้อวัวไพร์มริบ, แฮมอบน้ำผึ้ง, สันซี่โครงแกะ และซีฟู้ดสดใหม่ อีกทั้งยังเอาใจคนรักขนมหวานอีกหลากหลายเมนูให้ทานได้ไม่อั้น พร้อมทั้งโปรโมชั่นไวน์ให้เลือกอีกมากมาย

ในวันคริสต์มาส แขกผู้มาเยือนสามารถเพลิดเพลินไปกับอาหารประจำฤดูกาล ซานต้าคลอสจะยอมปลีกเวลาจากตารางอันแสนยุ่งของเขา เพื่อมาร่วมรับประทานอาหารในมื้อ คริสต์มาส เดย์ บรันช์ (Christmas Day Brunch) ของเรา พร้อมกับถ่ายภาพและมอบของขวัญให้กับเด็กๆ ด้วยราคาเพียง 2,200++บาท ความสนุกยังไม่จบเพียงเท่านี้แต่ยังต่อเนื่องไปจนถึงช่วงเย็นกับมื้อสำคัญอันแสนรื่นรมย์ของ คริสต์มาส เดย์ ดินเนอร์ (Christmas Day Dinner) ในราคา 1,800++ บาท พร้อมเสิร์ฟด้วยเมนูไก่งวงอันหลากหลาย และซีฟู้ดสุดอลังการให้เลือกสรร พร้อมด้วยพุดดิ้งคริสต์มาสปิดท้ายมื้อสำคัญในคืนนั้นแล้วเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองส่งท้ายปีนี้ก็จะจบลง และโกจิ คิทเช่น + บาร์ ก็พร้อมเดินหน้าต่อเพื่อต้อนรับปีใหม่สุดพิเศษ 2561 อย่างมีสไตล์!

ในวันก่อนขึ้นปีใหม่ มักจะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่จะได้สนุกสนานไปกับคนที่คุณรัก นิวเยียร์ อีฟ ดินเนอร์ (New Year’s Eve Dinner) จะเปิดโอกาสให้ทั้งครอบครัวและผองเพื่อนได้มารวมตัวกันในค่ำคืนอันแสนสำราญไปด้วยการรับประทานอาหาร ราคา 2,561++ บาทต่อท่าน ซึ่งรวมถึง หอยนางรมห้าชนิด, บอสตันล็อบสเตอร์, ปลาแซลมอนอบเกลือ และการคัดสรรเนื้ออบระดับพรีเมี่ยม พร้อมด้วยไวน์มากมายให้เลือกสรร แขกผู้มาเยือนยังสามารถปิดท้ายงานเลี้ยงสังสรรค์นี้ด้วยแพ็คเกจแชมเปญสุดพิเศษของเรา!

และท้ายสุดจะมีอะไรที่ดีไปกว่าการใช้เวลาวันแรกของปีใหม่ไปกับบุฟเฟ่ต์บรันช์สุดหรู ในวันที่ 1 มกราคม มอบให้เป็นวันแห่งการดื่มด่ำไปกับเทศกาลการเฉลิมฉลองอย่างเต็มที่ร่วมกับครอบครัว ด้วยราคาเพียง 2,200++บาทตลอดฤดูกาลแห่งการเฉลิมฉลองนี้ คุณยังสามารถเลือกปลดปล่อยตัวเองไปกับอากาศที่เย็นขึ้นของฤดูหนาวในกรุงเทพฯ ด้วยบรรยากาศของบาร์บีคิวและเบียร์กลางแจ้ง! โดยทุกๆ วัน นับจากวันที่ 24 ธันวาคม ถึง 3 มกราคม ช่วงเวลา 15.00 – 20.00น. เหล่าเชฟของเราจะเตรียมย่างเนื้อชิ้นโตแสนอร่อย หรือซีฟู้ดสดใหม่ ณ บริเวณ โกจิ เทอร์เรซ (Goji Terrace) พร้อมดื่มด่ำไปกับคราฟท์และดราฟท์เบียร์เย็นฉ่ำ กับบรรยากาศแห่งเทศกาลเฉลิมฉลองอย่างแท้จริง!

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับปฏิทินการรับประทานอาหารของเทศกาล ณ โกจิ คิทเช่น + บาร์

24 ธันวาคม 2560 เวลา 11.45 – 14.30 น.: คริสต์มาส อีฟ บรันช์ 1,800++ บาทต่อท่าน 18.00 – 22.00 น.: คริสต์มาส อีฟ ดินเนอร์  2,200++ บาทต่อท่าน

25 ธันวาคม 2560 เวลา 11.45 – 14.30 น.:คริสต์มาส เดย์ บรันช์2,200++ บาทต่อท่าน18.00 – 22.00 น.:คริสต์มาส เดย์ ดินเนอร์1,800++ บาทต่อท่าน

31ธันวาคม 2560 เวลา 18.00 – 23.00 น.:นิวเยียร์ อีฟ ดินเนอร์2,561++ บาทต่อท่าน

1 มกราคม 2561 เวลา 11.45 – 14.30 น.: นิวเยียร์ เดย์ บรันช์2,200++ บาทต่อท่าน

23 ธันวาคม 2560 – 3  มกราคม 2561 เวลา15.00 – 20.00 น.: เบียร์ แอนด์ บาร์บีคิวอาหาร เริ่มต้น 90++ บาทต่อชิ้นดราฟท์เบียร์ เริ่มต้น 165++ บาทต่อไพนต์คราฟท์เบียร์ เริ่มต้น 235++ บาทต่อขวดสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม และสำรองที่นั่งกับหลากหลายโอกาสด้านตำรับอาหารสุดพิเศษเหล่านี้ กรุณาอีเมล์มาที่ restaurant-reservations.bkkqp@marriotthotels.com หรือโทร. 02 059 5999

ลิ้มรสความมหัศจรรย์แห่งเทศกาลคริสต์มาส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/302157

ลิ้มรสความมหัศจรรย์แห่งเทศกาลคริสต์มาส

ลิ้มรสความมหัศจรรย์แห่งเทศกาลคริสต์มาส

วันพฤหัสบดี ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 18.00 น.

โอบกอดความสุขแห่งเทศกาลคริสต์มาส ณ เดอะ เอ็มบาสซี รูม (The Embassy Room)  ร้านอาหารนานาชาติอันสดใสและสวยงามของโรงแรม พาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ (Park Hyatt Bangkok) โดยปีนี้ เทศกาลแห่งการให้ได้สร้างความสุขยิ่งขึ้นแก่ทุกคน ด้วยคริสต์มาสแรก ณ สถานที่ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ จับความมหัศจรรย์แห่งวันหยุดเหนือหัวใจอันเต้นระรัวของเมืองหลวง ด้วยการร้องสดของคณะประสานเสียงเพลงแห่งคริสต์มาส รายล้อมด้วยการตกแต่งประดับคริสต์มาสอันแวววาวเจิดจรัส และสร้างความสุขดื่มด่ำไปกับฤดูกาลด้วยไวน์และอาหารอันแสนเลิศรสในค่ำคืนแห่งคริสต์มาส อีฟ ของวันอาทิตย์ที่ 24 และวันคริสต์มาส ในวันจันทร์ที่ 25 ธันวาคม เอ็กเซคคิวทีฟเชฟ แฟรงค์ (Executive Chef Franck) และทีมผู้เปี่ยมด้วยความหลงใหลของ เดอะ เอ็มบาสซี รูม จะได้มอบของขวัญที่หลายคนเฝ้ารอ ด้วยความเลิศรสของมื้ออาหารค่ำ 5-คอร์ส ใน คริสต์มาส อีฟ ดินเนอร์ เซ็ต เมนู (Christmas Eve Dinner Set Menu) ราคา 4,500++บาทต่อท่าน ตั้งแต่เวลา 18.00น. – 22.00 น. กรุณาสำรองที่นั่งล่วงหน้าได้ที่โทร. +66 2 011 7429 ระหว่างวันอังคารถึงวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 9.00น.-18.00น. หรืออีเมล์ chalikarn.singsamroeng@hyatt.com

‘กรมการค้าภายในกระทรวงพาณิชย์’เชิญชวนถ่ายทอดวิถีชีวิตชุมชน’ตลาดต้องชม’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/302132

'กรมการค้าภายในกระทรวงพาณิชย์'เชิญชวนถ่ายทอดวิถีชีวิตชุมชน'ตลาดต้องชม'

‘กรมการค้าภายในกระทรวงพาณิชย์’เชิญชวนถ่ายทอดวิถีชีวิตชุมชน’ตลาดต้องชม’

วันพฤหัสบดี ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 18.00 น.

กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จัดประกวดคลิปวีดีโอเพื่อประชาสัมพันธ์ “ตลาดต้องชม” ภายใต้โครงการส่งเสริมตลาดกลาง-ตลาดชุมชนประชารัฐเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจภูมิภาค (Local Economy Market) ในหัวข้อ “ตลาดต้องชมเพื่อชุมชนและท้องถิ่น” ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 10 ล้านบาท เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของ “ตลาดต้องชม” ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางและทั่วถึง

นันทวัลย์ ศกุนตนาค ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้ดำเนินโครงการส่งเสริม “ตลาดต้องชม”เป็นการขยายช่องทางการตลาดสร้างรายได้ให้กับชุมชนและเชื่อมโยงภาคการค้ากับการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยใช้การบริโภคภายในประเทศเป็นตัวขับเคลื่อนไปสู่การสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนและเศรษฐกิจท้องถิ่น (Local Economy) สอดคล้องตามนโยบายของรัฐบาลในการสร้างความเข้มเข็งในทุกมิติ และขับเคลื่อนประเทศชาติตามกลไก “ประชารัฐ” ปัจจุบันได้ส่งเสริมตลาดต้องชมไปแล้วกว่า 151 แห่งทั่วประเทศ กระจายรายได้ระดับฐานราก สร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจชุมชน ทั้งยังคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ของชุมชน

การจัดประกวดคลิปวีดีโอเพื่อประชาสัมพันธ์ “ตลาดต้องชม” ภายใต้หัวข้อ “ตลาดต้องชมเพื่อชุมชนและท้องถิ่น” เป็นการประชาสัมพันธ์ให้ตลาดต้องชมทั้ง 77 แห่ง ทั่วประเทศ ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง โดยแบ่งการประกวดออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทประชาชนทั่วไป และประเภทนักเรียน นักศึกษา ส่งผลงานได้ทั้งแบบบุคคลและแบบทีมๆ ละไม่เกิน 5 คน ผู้ส่งผลงานจะต้องสร้างสรรค์และนำเสนอวิถีชีวิต วิถีการค้าของผู้คนในตลาด แนะนำและเชิญชวนให้มาเที่ยวชมและจับจ่ายซื้อสินค้าในตลาดต้องชม รวมทั้งแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง เพื่อเชื่อมโยงตลาดกับการท่องเที่ยว และสื่อถึงเอกลักษณ์พาณิชย์ อัตลักษณ์ของชุมชน ความยาว 1-2 นาที โดยเกณฑ์การตัดสินพิจารณาดูจากความเหมาะสมของเนื้อหา ความคิดสร้างสรรค์ การใช้ภาษาและดนตรี คุณภาพของภาพและเสียงและจำนวนผู้ชมผ่าน Social Media รางวัลสำหรับผู้ที่ชนะการประกวดในแต่ละตลาดจะได้รับรางวัล (1) ประเภทประชาชนทั่วไป รางวัลชนะเลิศ จำนวน 1 รางวัลๆ ละ  60,000 บาท พร้อมโล่รางวัลและเกียรติบัตร รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 จำนวน 1 รางวัลๆ ละ  30,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 จำนวน 1 รางวัลๆ ละ  10,000 บาท (2) ประเภท นักเรียน นักศึกษา รางวัลชนะเลิศ  จำนวน 1 รางวัลๆ ละ  25,000 บาท พร้อมโล่รางวัลและเกียรติบัตร รางวัลรองชนะเลิศ จำนวน 1 รางวัลๆ ละ  10,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร

สำหรับผู้ที่ประสงค์จะเข้าร่วมประกวดคลิปวีดีโอสามารถสมัครและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่http://www.taladtongchom.com หรือสอบถามได้ที่กองส่งเสริมและบริหารระบบตลาด กรมการค้าภายในโทร 0 2507 5900 ในวันและเวลาราชการ หรือสอบถามข้อมูลที่  0 2938 1988 ต่อ 222 ระยะเวลาเปิดรับสมัครและส่งผลงานตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2560