ซีพีเอฟส่งน้องๆ ในโครงการ ‘คอนเน็กซ์ อีดี’ ฝึกทักษะภาษาอังกฤษกับครูต่างชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/302438

ซีพีเอฟส่งน้องๆ ในโครงการ ‘คอนเน็กซ์ อีดี’ ฝึกทักษะภาษาอังกฤษกับครูต่างชาติ

ซีพีเอฟส่งน้องๆ ในโครงการ ‘คอนเน็กซ์ อีดี’ ฝึกทักษะภาษาอังกฤษกับครูต่างชาติ

วันเสาร์ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เดินหน้าสนับสนุนโครงการพัฒนาผู้นำเพื่อการศึกษาที่ยั่งยืน (Connext ED) ภายใต้โครงการสานพลังประชารัฐ ด้านการศึกษา ล่าสุด ส่งเสริม โรงเรียนบ้านไชยวาล โรงเรียนบ้านหนองหินโคน และ โรงเรียนบ้านบุมะค่า (ชาวไร่สามัคคี) จ.นครราชสีมา ดำเนินโครงการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเพื่อความยั่งยืน ให้น้องๆ นักเรียนมีโอกาสฝึกทักษะภาษากับครูต่างชาติ

ละเอียด แซ่คู ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองหินโคน กล่าวว่า โครงการคอนเน็กซ์ อีดี เป็นมิติใหม่ที่ทั้งภาครัฐบาลและภาคเอกชน ร่วมมือพัฒนามาตรฐานระบบการศึกษาของไทย สร้างโอกาสให้กับนักเรียนในทุกพื้นที่ 3 โรงเรียนคือ โรงเรียนบ้านไชยวาล,บ้านหนองหินโคน และ บ้านบุมะค่า (ชาวไร่สามัคคี) ที่ได้รับการอนุมัติดำเนินโครงการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษรูปแบบไตรภาคี เป็นการจัดหาครูต่างชาติมาสอนภาษาอังกฤษให้แก่นักเรียน โดยออกค่าใช้จ่ายและใช้ครูต่างชาติร่วมกัน กิจกรรมค่ายภาษาอังกฤษ หรือ English Camp ร่วมกัน 2 ครั้งต่อปีการศึกษา

“เป้าหมายของโครงการนี้ เพื่อสร้างครูและนักเรียนแกนนำ ช่วยถ่ายทอดและขยายผลสู่นักเรียนคนอื่นๆ ในโรงเรียน นอกจากนี้ ครูและนักเรียนต้องสามารถใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนการสอนและชีวิตประจำวันได้ โดยจะวัดผลสัมฤทธิ์ของโครงการ ด้วยการทดสอบในด้านการเรียน และการนำไปใช้ในชีวิตประจำวันของนักเรียนให้กล้าพูด กล้าแสดงออก และถ่ายทอดความรู้ให้แก่เพื่อนๆ ได้” ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองหินโคนกล่าว

ด.ญ.เกสรา โสดาวัง หรือ น้องบู้ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านบุมะค่า (ชาวไร่สามัคคี) กล่าวว่า ดีใจที่ได้เข้าร่วมกิจกรรม เพราะนอกจากจะได้รับความรู้ภาษาอังกฤษเพิ่มเติมจากการเรียนในห้องเรียนแล้ว ยังได้ประสบการณ์ใหม่ๆ จากการเรียนรู้กับครูต่างชาติ และสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน ขอบคุณซีพีเอฟที่เข้ามาสนับสนุนโรงเรียน ทำให้นักเรียนได้รับโอกาสที่ดีในด้านการศึกษา ด้าน วัชรินทร์ คำมุงคุณ รองกรรมการผู้จัดการ สายธุรกิจวิจัยและพัฒนาการเลี้ยงสัตว์ปีก ซีพีเอฟ กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างรัฐบาลกับบริษัทเอกชนภายใต้โครงการสานพลังประชารัฐ เป็นการเชื่อมประสานซึ่งกันและกันในการพัฒนาปฏิรูปการศึกษาไปสู่ยุค 4.0 ตามนโยบายของรัฐบาลปัจจุบัน กิจกรรมค่ายภาษาอังกฤษ เป็นความต้องการของโรงเรียนทั้ง 3 โรงเรียนที่สื่อผ่านมายังอาสาสมัครผู้นำ (School Partner) เท่าที่ได้คุยกับผู้อำนวยการทั้ง 3 โรงเรียน ค่อนข้างเห็นผลออกมาเป็นรูปธรรมจากการนำครูต่างชาติมาสอนภาษาอังกฤษ ทำให้เด็กเกิดการตื่นตัวในการเรียน เราหวังว่าโครงการดีๆอย่างนี้จะขยายไปยังโรงเรียนอื่นๆ ต่อไป และซีพีเอฟเองก็มีความยินดีที่ได้ทำโครงการนี้ร่วมกับทางรัฐบาล

โครงการ Connext ED เป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อสร้างความเป็นหนึ่งเดียวในการพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐานสู่มาตรฐานสากล โดยเน้นการสร้างศักยภาพและความเชื่อมั่นในตนเองพร้อมที่จะเรียนรู้ให้กับผู้บริหารและเด็กนักเรียน นอกจากนี้ ยังเป็นการนำศักยภาพของคนรุ่นใหม่ในบริษัทเอกชนเข้ามาเป็นอาสา สมัครผู้นำ (School Partner) ในการยกระดับการศึกษาของประเทศด้วย โดยซีพีเอฟ มีอาสาสมัครผู้นำจำนวน 65 คน และมีโรงเรียนในความรับผิดชอบทั้งหมด 195 แห่ง ครอบคลุม 3 จังหวัด คือ นครราชสีมา บุรีรัมย์ และชัยภูมิ

‘ร้อง เล่น ให้เป็นโปร’ ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่มีใจรักเสียงดนตรี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/302440

‘ร้อง เล่น ให้เป็นโปร’ ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่มีใจรักเสียงดนตรี

‘ร้อง เล่น ให้เป็นโปร’ ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่มีใจรักเสียงดนตรี

วันเสาร์ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

รัดเกล้า อามระดิษ กับทีมการตลาด สถาบันดนตรียามาฮ่า

สถาบันดนตรียามาฮ่า และ โรงเรียนดนตรียามาฮ่า นำโดย แสงชัย เมธีธนกุล ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายสถาบันดนตรียามาฮ่า และ ดร.สรัล ภาชื่น Music Instruments Course Coordinetor Area Director [Central East-Area] จัดกิจกรรมดีๆอบรมเชิงปฏิบัติการ “ร้องเล่น ให้เป็นโปร” โดยศิลปิน “รัดเกล้า อามระดิษ”นักร้องนักแสดงคุณภาพชื่อดังของเมืองไทยที่ทุกคนรู้จักและยอมรับ ในวงการเพลงบ้านเรา นับเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและสนับสนุนครูสอนวิชาร้องเพลง ของโรงเรียนดนตรียามาฮ่าในเครือข่ายทั่วประเทศ และผู้ที่สนใจอยากเรียนรู้กับมืออาชีพ ที่มีประสบการณ์สูงในวงการเพลงของเมืองไทยอย่างแท้จริง โดย “รัดเกล้าอามระดิษ” ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่มีใจรักเสียงดนตรีและคนที่มีฝันอยากเป็นศิลปินนักร้องได้มาถ่ายทอดประสบการณ์มากมาย อาทิ เทคนิคการร้องเพลง วิธีร้องเพลงแบบมืออาชีพ การอ่านสปอตโฆษณา ฯลฯ ซึ่งผลงานต่างๆ มากมาย การันตีคุณภาพศิลปินหญิงระดับแนวหน้าของประเทศไทยอย่างชัดเจนที่สุด

แสงชัย เมธีธนกุล ผจก.ทั่วไปฝ่ายสถาบันดนตรียามาฮ่า และ รัดเกล้า อามระดิษ

แสงชัย เมธีธนกุล ผจก.ทั่วไปฝ่ายสถาบันดนตรียามาฮ่า และ รัดเกล้า อามระดิษ
บรรยากาศและผู้อบรมถ่ายภาพร่วมกัน

บรรยากาศและผู้อบรมถ่ายภาพร่วมกัน
ทีมครูโรงเรียนดนตรียามาฮ่าสุพรรณบุรี

ทีมครูโรงเรียนดนตรียามาฮ่าสุพรรณบุรี
ดร.สรัล ภาชื่น Music Instruments Course Coordinetor Area Director [Central East-Area]

ดร.สรัล ภาชื่น Music Instruments Course Coordinetor Area Director [Central East-Area]

Fashion Update : ราโด ลิมิเต็ด อิดิชั่น ส่งท้ายปี 2017

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/302432

Fashion Update : ราโด ลิมิเต็ด อิดิชั่น ส่งท้ายปี 2017

Fashion Update : ราโด ลิมิเต็ด อิดิชั่น ส่งท้ายปี 2017

วันเสาร์ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ราโด ทรู ฟอสโฟ

ราโด (RADO) ผู้สรรค์สร้างนวัตกรรมเวลาและสุดยอดงานดีไซน์ต้นแบบผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุ (The Master of Materials) จากสวิตเซอร์แลนด์ จับมือกับเหล่าอินเตอร์เนชั่นแนลดีไซเนอร์ชื่อดัง เผยโฉมคอลเลคชั่นพิเศษส่งท้ายปี 2017 กับ 3 ตัวแทนลิมิเต็ด อิดิชั่น ของกลุ่มคอลเลคชั่น ทรู (True) ที่ผสมผสานงานดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์และคงคอนเซ็ปต์มินิมอลตามปรัชญาของแบรนด์ไว้อย่างครบครัน อย่าง ราโด ทรูฟอสโฟ (Rado True Phospho), ราโด ทรู เบลซ(Rado True Blaze) และ ราโด ทรู ชาโดว์ (Rado True Shadow)

ราโด ทรู ฟอสโฟ (Rado True Phospho) ผลงานการออกแบบโดยท็อปทรีดีไซเนอร์ผู้ก่อตั้ง Big-Game, สตูดิโอการออกแบบระดับแนวหน้าของสวิตเซอร์แลนด์ ตัวเรือนขนาด 40 มิลลิเมตรทำจากไฮเทค เซรามิกสีดำด้าน มา ดีไซน์แบบเรียบง่ายหน้าปัดทองเหลืองสีดำแบบเจาะรู เผยให้เห็นเสน่ห์อันลึกลับของกลไกอัตโนมัติที่ซ่อนอยู่ภายใน ผลิตจำกัดเพียง 1,003 เรือน โดย 1,000 เรือนสำหรับลูกค้าทั่วไป และอีก 3 เรือนสำหรับนักออกแบบเอง

ราโด ทรู เบลซ (Rado True Blaze)เรือนเวลาลิมิเต็ด อิดิชั่น จำนวน 1001 เรือน ผลงานการออกแบบโดย แซม อาโมเอีย (Sam Amoia) นักออกแบบตกแต่งภายในชั้นนำชาวอเมริกัน ผู้ได้รับการเสนอชื่อโดยนิตยสาร Vogue ว่าเป็น “ผู้ออกแบบตกแต่งภายในรุ่นใหม่คนหนึ่งที่ต้องจับตามอง” ตัวเรือนและสายทำจากพลาสม่า ไฮเทค เซรามิก โดดเด่นด้วยพื้นหน้าปัดสีเงิน ที่ผ่านการรังสรรค์ด้วยเทคนิคพิเศษ ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ อย่าง Galvanic มอบประกายระยิบระยับราวกับดิสโก้ บอล ยามต้องแสง

ราโด ทรู ชาโดว์ (Rado True Shadow) ผลงานการออกแบบโดย คูนิฮิโกะ โมรินะงะ (Kunihiko Morinaga) นักออกแบบแฟชั่นชาวญี่ปุ่นระดับแนวหน้า เรือนเวลาลิมิเต็ด อิดิชั่น ผสานวิถีแห่งแฟชั่นและเทคโนโลยีไว้ด้วยกันอย่างแยบยล กล่าวคือเมื่อนาฬิกาสัมผัสกับแสง หน้าปัดของทรู ชาโดว์ จะเปลี่ยนเป็นโทนมืดสนิท ทำให้ดูเวลาได้ง่าย แต่เมื่อยามอาทิตย์ลับขอบฟ้า หน้าปัดจะค่อยๆ จางลงจนกลายเป็นสีเทาและโปร่งใสในที่สุด เผยให้เห็นกลไกอัตโนมัติที่ซุกซ่อนอยู่ภายในได้อย่างน่าอัศจรรย์

แฟนพันธุ์แท้ ตามไปอัพเดท ราโด ลิมิเต็ด อิดิชั่น คอลเลคชั่นล่าสุดได้ที่ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ โทร.02-6100200

ราโด ทรู ฟอสโฟ

ราโด ทรู ฟอสโฟ
ราโด ทรู ชาโดว์

ราโด ทรู ชาโดว์
ราโด ทรู ชาโดว์

ราโด ทรู ชาโดว์
ราโด ทรู ชาโดว์

ราโด ทรู ชาโดว์
ราโด ทรู เบลซ

ราโด ทรู เบลซ
ราโด ทรู เบลซ

ราโด ทรู เบลซ
ราโด ทรู เบลซ

ราโด ทรู เบลซ
ราโด ทรู ฟอสโฟ

ราโด ทรู ฟอสโฟ

‘ม.ล.รองฤทธิ์-ม.ล.วิสุมิตรา ปราโมช’ สองทายาท ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/302433

‘ม.ล.รองฤทธิ์-ม.ล.วิสุมิตรา ปราโมช’ สองทายาท ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช

‘ม.ล.รองฤทธิ์-ม.ล.วิสุมิตรา ปราโมช’ สองทายาท ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช

วันเสาร์ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

(ซ้าย) พิธีกรรายการ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย, ม.ล.รองฤทธิ์ ปราโมช และ ม.ล.วิสุมิตรา ปราโมช

เป็นเรือนไทยที่เรียกว่าเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์ก็ว่าได้ สำหรับ เรือนไทยของ “ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช” รายการ “แนวหน้าวาไรตี้” ทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทางสถานี TNN2 ช่อง 784 โดยพิธีกร “ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย” พาไปพูดคุยกับ 2 ทายาท “ม.ล.รองฤทธิ์ ปราโมช” และ “ม.ล.วิสุมิตราปราโมช” ถึงประวัติของเรือนไทยหลังงามหลังนี้

ม.ล.วิสุมิตรา ปราโมช “ที่บ้านเรือนไทยหลังนี้เราเปิดให้เข้าชมทุกวัน ไม่มีวันไหนปิดเลย นอกจากวันไหนที่มีคนมาจัดงานแต่งงาน ชาวต่างประเทศชอบที่นี่มาก เพราะว่ามันมีบรรยากาศ อันนี้คือไปสัมภาษณ์ชาวต่างประเทศที่เข้ามาชม เขาก็บอกมันเป็นจุดซึ่งว่าเข้ามาในนี้แล้วมีความร่มรื่น เขียวชอุ่ม มีความสุข เพราะว่าออกไปข้างนอกมันก็เป็นตึกสูงๆ มีความร้อน ซึ่งพูดจริงๆ
เขาไม่ได้มาประเทศไทยเพื่อมาดูตึกคอนโดมิเนียม อยากจะเรียนให้ท่านทั้งหลายทราบว่า เขามาก็จะมาดูกระต๊อบอย่างที่เราอยู่นี่แหละ

เป็นกระต๊อบจริงๆ ค่ะ เพราะว่าท่านอยู่แบบสมถะเป็นนายกรัฐมนตรีซึ่งสมถะมาก อยู่กับดินกินกับทรายไม่ได้ฟู่ฟ่า ไม่ได้มีอะไรเพ้นท์ติ้งคอลเลคชั่นเหมือนคนอื่นที่เขามีกัน สะสมอะไรน้อยมาก รู้สึกว่าชอบแจกมากกว่ามีอะไรใครขอก็ให้ ท่านเป็นคนใจบุญ ที่นี่เราเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 09.30-16.00 น. ค่าเข้าชมก็ถูกมาก บุคคลทั่วไป 50 บาท นักเรียนนักศึกษา20 บาท คนไทยคนต่างชาติ เราเก็บเท่าเทียมกันหมดเราไม่ถือผิว”

ม.ล.รองฤทธิ์ ปราโมช “แล้วก็อยากจะเรียนกับท่านที่จ่ายมา 50 บาท หรือ 20 บาทนี่นะ มันมาใช้เป็นค่าอาหารสุนัข และอาหารปลาที่น่ารัก ไม่ค่อยได้เข้ากระเป๋าเจ้าของบ้านเท่าไหร่ เก็บ 50 บาท 20 บาท เหมือนไม่ได้เก็บ แต่เรามีทางออก บางท่านชอบใจบ้านเหลือเกิน มาจัดงานที่นี่ อันนั้นเราก็คิดแพงนิดนึง คือคิดมากกว่า 10-20 บาท อันนั้นก็ช่วยเราถูไถไปได้ แต่ก็ไม่ได้มากนัก”

ม.ล.วิสุมิตรา “งานที่มาจัดที่นี่ส่วนใหญ่อยากจะให้เป็นงานมงคล แต่งานศพไม่เอา ไม่รับ เพราะว่าอันนั้นมีคนอื่นเขารับอยู่แล้ว แล้วเขาก็ได้เงินมากกว่าเรา ที่นี่รับแต่งานมงคล เป็นต้นว่างานแต่งงาน งานหมั้น สังสรรค์ งานวันเกิด เปิดตัวสินค้า พูดง่ายๆ งานมงคลทั้งหลายเรายินดีมาก อยากให้มา”

ม.ล.รองฤทธิ์ ปราโมช “คนที่ไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังก็มาใช้สถานที่นี้ได้ ไม่ต้องกลัวอะไรเลย เรายินดีมาก มาเลย เราเปิดประชาธิปไตยมาก ไม่มีชั้นวรรณะอะไรทั้งนั้น”

ม.ล.วิสุมิตรา ปราโมช “บนบ้านเราก็ให้ขึ้นไปชมตามสบาย อยากเดินไปไหนก็ได้ ดูอะไรก็ได้ ส่วนใหญ่ที่เขามา เขาก็ชอบมาชมต้นไม้ ดอกไม้ ซึ่งเราพยายามจะจัดสรรใหม่เวลานี้นะคะ จะพยายามหาพืชพรรณอะไรต่างๆ ที่ท่านชอบ คุณชายท่านเป็นคนรักต้นไม้ ก็พยายามจะเอาต้นไม้ที่สวยๆ งามๆ ที่ท่านชอบ ก็จะเอามาใส่ไว้ให้

คือชาวต่างประเทศมา บางทีเขาตื่นเต้นมากเลย เขามาเห็นดอกบัว 3 สี แปลกใจมากเลย ไม่เคยเห็น เราก็ไม่ค่อยเคยเห็นเหมือนกัน ชื่อเป็นมงคลนามมาก แล้วเราพยายามจะทำบ้านนี้เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ของเรา เป็นบัวที่ชื่อว่า ฉลองขวัญ หรือ King of Siam นี่กำลังเริ่มใหม่ กำลังจะหามา แต่บังเอิญกลายเป็นที่ถูกใจของปลาแรดซึ่งอยู่ในนี้ มาชิมแล้วคงถูกใจ ที่แหว่งๆนี่ฝีมือเขาทั้งนั้น คือปลาชอบมาก

เรือนหลังนี้ข้างบนมีทั้งหมด 3 ห้อง มีเรือนที่สร้างก่อนที่เรายืนอยู่นี้ สร้างก่อนหลังอื่นหมดเลย ตอนนั้นรู้สึกว่าท่านก็ไม่ได้ตั้งใจจะสร้างเรือนไทย แต่คุณแม่เป็นคนเริ่มก่อน คือคุณชายท่านไปทำงานที่สยามรัฐแล้วบังเอิญไปเจอเข้า ที่เขารื้อทิ้ง คนไทยไม่ชอบของเก่า ชอบโยนทิ้งหมด ก็บังเอิญ มันก็เลยเป็นโชคดีของเรา เพราะว่าตอนนั้นเงินอะไรท่านก็ไม่ค่อยมี คุณคึกฤทธิ์เป็นคนที่ไม่ได้ร่ำรวยอะไร ก็เลยซื้อมาประมาณ 2,900 บาท เป็นเศษไม้วางอยู่ แล้วก็เอากลับมา ก็มาสร้าง

ตอนนั้นเรายังวิ่งๆ กันอยู่นี่ อายุสัก 7-8 ขวบได้ ก่อนที่จะถูกส่งไปเมืองนอก ไปศึกษาต่อ ก็จะมาสร้างอยู่ตรงนี้ก่อน แล้วตรงนี้เป็นสวนพลู ที่ดินตรงนี้ค่ะเป็นสวนหมากสวนพลู เป็นท้องร่องอยู่หลังบ้าน ท่านก็ถมตรงนี้แล้วก็สร้างเรือนนี้ขึ้นมาก่อน ก็ตั้งอยู่โดดเดี่ยวไม่มีอะไรเลยมีแต่เรือนนี้อยู่

แล้วก็ได้ข่าวว่าเท่าที่เขาเล่า ตอนนั้นดิฉันก็ไปเมืองนอก ปรากฏว่าเอามาล้างน้ำค่ะ บานประตูนี้เอามาขัดสีกันในคลองนี้ แล้วก็เอามาติดตั้ง ปรากฏว่าตกน้ำมัน ท่านก็ไม่ได้ว่าอะไร ก็ไม่ได้คิดอะไร จนกระทั่งหลังจากนั้นก็จะมีปรากฏการณ์ต่างๆ เห็นผู้หญิงมานั่ง แต่งตัวชุดไทยสูงอายุ แต่งตัวสวยงามมานั่งอยู่หัวบันไดบ้าง อะไรบ้าง แล้วเพื่อนบ้านซึ่งเป็นญาติกันอยู่บ้านติดกัน เกิดเปิด
หน้าต่างมาเจอเข้า ก็เลยไม่กล้าเปิดหน้าต่างอีก อะไรอย่างนี้ ก็คือจะมีคนเล่ากัน ลือกันไปต่างๆ อาจจะจริงบ้างไม่จริงบ้างเราก็ไม่ทราบ เพราะไม่เคยเจอนะ เขาคงรักเราเหมือนลูกเหมือนหลาน ก็เลยไม่โชว์

อีกอย่างมีเด็กที่มานอนเฝ้าบ้าน บอกทำไมมานอนใต้ถุนล่ะ เขาบอกไม่กล้า มีคนมาตีหัว นอนไม่ได้ไม่กล้านอน ท่านดูแลหมด ก็คือมีเจ้าของบ้านดูแลมันหลายหลัง เรือนไทยส่วนใหญ่มีเจ้าของมาด้วย เพราะเขารักของเขา เขาทะนุถนอม แล้วก็ตอนที่ตำรวจมาช่วยรื้อบ้าน รีโนเวท เขาบอกเขาไม่อยากจะไปทำให้ใครเสียใจ ก็ยิงปืนขึ้นมามีรู ลูกกระสุนขึ้นไปจากใต้ถุนบ้าน บนนี้ก็ขึ้นมาหมดเลยนะ มาวิ่งเล่นกันอยู่บนนี้ เอาข้าวเอาของท่านไปทุบโอ่งทุบไห โอ่งลายครามโยนแตกบ้าง ทุบบ้าง โยนลงคลองบ้าง สิงโตจีน 2 ตัวนี้มันก็มีประวัติมาจากนั่น

วันนั้นท่านกลับมา ท่านก็เสียใจมาก เพราะท่านรักต้นไม้ ท่านบอกว่าต้นไม้เป็นสิ่งที่มีชีวิต เพราะฉะนั้นใครไปทำอะไรต้นไม้ เหมือนกับไปฆ่าอะไรสักอย่าง ทำร้ายท่านด้วย ท่านเสียใจมาก ดิฉันก็เลยบอกว่าเดี๋ยวดิฉันบังเอิญมีเพื่อนอยู่ราชบุรี ซึ่งเป็นลูกศิษย์ท่าน ทำพวกเครื่องเคลือบเครื่องจีนแล้วก็เป็นลายคราม เราก็เลยแล่นรถออกไป แล้วก็หอบใส่รถกลับมาให้ท่าน ท่านก็ไม่ทราบ ท่านก็เอามาปลูกใหม่ ท่านนึกว่าของจริง ก็เลยไปรู้จักเขาก็น่ารัก ส่งมาให้ตลอด เป็นลูกศิษย์ลูกหา ส่งมาให้ทุกวันเกิด มันมีเรื่องประวัติศาสตร์เกี่ยวดองทั้งนั้น ทุกอย่างในบ้านนี้ มันเกี่ยวกับประวัติศาสตร์หมด

คนที่เข้ามาชมที่นี่ ถามว่ามีใครที่มาแล้วทำความเสียหายให้ไหม ยังไม่เคยมีนะคะ เคราะห์ดีมากคนที่มานี่ส่วนใหญ่ก็เป็นคนซึ่งมีสัมมาคารวะ มีจุดประสงค์ที่จะมาศึกษาว่าท่านเขียนหนังสือตรงไหน สี่แผ่นดินแม่พลอยเป็นใคร ก็จะถามความลับต่างๆ แล้วก็เขียนหนังสืออะไรอยู่ตรงไหน ซึ่งปกติท่านจะเขียนข้างล่างใต้ถุน ท่านจะมีเวลาที่ท่านทำงาน ท่านจะเป็นคนที่ตรงต่อเวลามากเลย เหมือนกับมีตารางสอนอยู่ในชีวิต จนกระทั่งแก่ จนกระทั่งเจ็บหนัก ก็ยังทำอยู่ เราเห็นแล้วบอกโอ้ คือความเคารพนับถือมันเกิดจากความปฏิบัติของท่าน ตอนท่านแก่ๆ แล้วท่านก็ยังทำงานอยู่ตลอด และห้องนี้เป็นห้องที่รับราชการต่างๆ เป็นห้องรับแขก รับทูตจีน จะมาพบกันที่นี่หมดเป็นห้องรับแขกเมือง”

เรื่องราวดีๆ ที่ครบครันทั้งสาระและบันเทิงแบบนี้ มีให้ชมในรายการ “ผู้หญิงแนวหน้ากับคุณแหน” ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทาง TNN2 (และช่อง 784 ทางดิจิตัลทีวี) หรือ True Visions 8 ชมรายการย้อนหลังได้ที่ youtube ผู้หญิงแนวหน้า byคุณแหน

บี มาย เกสท์ : มารุต ชุ่มขุนทด ปั้นแบรนด์ CLASS Coffee ร้านกาแฟสัญชาติโคราช

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/302431

บี มาย เกสท์ : มารุต ชุ่มขุนทด ปั้นแบรนด์ CLASS Coffee ร้านกาแฟสัญชาติโคราช

บี มาย เกสท์ : มารุต ชุ่มขุนทด ปั้นแบรนด์ CLASS Coffee ร้านกาแฟสัญชาติโคราช

วันเสาร์ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

…ผมอยากให้ทุกคนที่เดินเข้ามารู้สึกได้ถึง การปลุกเร้าพลังในตัวเองดื่มกาแฟ CLASS Coffee แล้วต้องมีเอนเนอร์จี้ พร้อมที่จะทำสิ่งต่างๆ ในแต่ละวัน…

การทำงานที่มีทั้งตำแหน่งและเงินเดือนสูงลิ่วในองค์กรขนาดใหญ่ระดับประเทศ ชีวิตมีความมั่นคงในระดับที่หลายคนอิจฉา แต่ในที่สุด มารุต ชุ่มขุนทด ก็เลือกเส้นทางที่ท้าทายกว่า ทิ้งชีวิตมนุษย์เงินเดือนเมืองหลวง เพื่อสร้างธุรกิจของตัวเองที่จังหวัดนครราชสีมา บ้านเกิด ด้วยการเปิดร้านกาแฟที่เขากล้าพูดได้ว่าเป็นแบรนด์ Korat Original ในชื่อ CLASS Coffee ที่ใครมาแล้วไม่เช็คอินที่ร้านกาแฟสุดชิคแห่งเมืองย่าโมแบรนด์นี้แล้วล่ะก็ ถือว่ามาไม่ถึงโคราช

มารุต อดีตผู้จัดการฝ่ายการตลาดแบรนด์มือถือยี่ห้อดัง ที่ผันตัวมาเป็นบาริสต้า เจ้าของร้านกาแฟที่เป็นมากกว่าร้านกาแฟแห่งแรกของโคราช เล่าถึงแรงบันดาลใจของร้าน CLASS Coffee ว่าตนเองเป็นคนโคราชที่ไปใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวง จนเมื่อมีความคิดว่าอยากจะทำธุรกิจของตัวเอง จึงมองถึงโอกาสที่จะทำธุรกิจในบ้านเกิด

“ถ้าพูดถึงร้านกาแฟรสชาติดี แต่งร้านเก๋ๆ ที่มีเอกลักษณ์ ทุกคนจะนึกถึงกรุงเทพฯ นึกถึงเชียงใหม่ แต่โคราชเป็นเมืองท่องเที่ยวก็จริง แต่ไม่มีร้านกาแฟดีๆ ไม่เฉพาะแต่โคราช ทั่วภาคอีสานก็ไม่มี ซึ่งการมานั่งดื่มกาแฟ หรือทำกิจกรรมต่างๆ ที่ร้านกาแฟ มันคือไลฟ์สไตล์อย่างหนึ่งที่โคราชและอีสานไม่มี ก็เลยกลายเป็นแรงบันดาลใจที่ให้ผมอยากทำธุรกิจร้านกาแฟ

แต่ร้านกาแฟที่เห็นทั่วๆ ไปก็จะเหมือนๆกันหมด มันเป็นธุรกิจที่เปิดง่าย แต่อยู่ยาก ดังนั้น ผมจึงต้องการทำร้านกาแฟที่มีความแตกต่างที่จะสู้กับกาแฟแบรนด์ดังได้ CLASS Coffee จึงเป็นร้านกาแฟระดับพรีเมี่ยม มีเครื่องดื่มรสชาติดี ราคาจับต้องได้ เริ่มต้นที่ 45 บาท ทุกคนซื้อได้ แล้วในร้านเปิดเพลง EDM ที่มีจังหวะเร้าใจ เพราะผมอยากให้ทุกคนที่เดินเข้ามารู้สึกได้ถึงการปลุกเร้าพลังในตัวเอง ดื่มกาแฟ CLASS Coffee แล้วต้องมีเอนเนอร์จี้ พร้อมที่จะทำสิ่งต่างๆ ในแต่ละวัน แม้แต่พนักงานก็จะวัยรุ่น ดูกระฉับกระเฉง”

การเปิดร้านกาแฟก็ไม่ต่างกับร้านอาหาร ถ้าเจ้าของธุรกิจทำเองไม่เป็น โอกาสรอดก็ยาก มารุต จึงลงมือทำเองทุกอย่างให้เป็น ด้วยการเรียนรู้โลกแห่งกาแฟ ตั้งแต่เรื่องเมล็ดพันธุ์ การคั่วบด ไปจนถึงบาริสต้า บวกกับความเป็นมาร์เก็ตติ้งในตัวเอง จึงนำ CLASS Coffee ก้าวมาเป็นที่หนึ่งในใจชาวโคราช รวมถึงขยายสาขาไปจังหวัดใกล้เคียงรวม 10 สาขา ในเวลา 4 ปี

“การบริการ คือหัวใจสำคัญส่วนหนึ่ง ลูกค้ามานั่งที่ CLASS Coffee จะต้องไม่รู้สึกอึดอัด พนักงานในร้านทุกคนจะไม่วุ่นวายกับลูกค้า เช่น ถ้าลูกค้ายังไม่ลุกจากโต๊ะ เราจะไม่การเดินไปเก็บแก้ว หรือเดินเข้าไปถามว่าจะรับอะไรเพิ่มไหม เพราะแบบนั้นคือ การกดดันลูกค้า ในร้านเราทุกสาขามีปลั๊กให้เสียบ มีไวไฟให้เล่นฟรี ลูกค้าก็จะเกิดความสบายใจในการเข้ามาใช้บริการ อีกส่วนหนึ่งคือเครื่องดื่ม ตั้งแต่ CLASS Coffee เปิดให้บริการ เราไม่เคยหยุดที่จะปรับปรุงพัฒนาเมนูเครื่องดื่ม ไม่ว่าจะเป็นการสรรหาเมล็ดกาแฟที่ดีที่สุดมาใช้ การค้นหาอุณหภูมิในการคั่วเมล็ดกาแฟ นมสดที่ใช้ แบรนด์เราก็สั่งตรงจากฟาร์มที่มีการควบคุมวิธีการขนส่ง เพื่อให้คุณภาพน้ำนมเหมาะสมในการมาชงเครื่องดื่ม แม้แต่หลอดเราก็ได้ทำการศึกษาแล้วว่า ขนาดความกว้างของหลอดเท่าไหร่ที่จะช่วยให้ลิ้นรับรสชาติเครื่องดื่มได้ดีที่สุด สิ่งเหล่านี้อาจจะเป็นเรื่องที่ลูกค้าอาจไม่สนใจ แต่ในฐานะเราคนชงกาแฟที่ต้องการมอบประสบการณ์แห่งการดื่มกาแฟที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า เราจำเป็นที่จะต้องใส่ใจและบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่เป็นตัวตนของเราให้ลูกค้าได้รับรู้ เพื่อสร้างความรู้สึกที่ดีต่อกัน”

เมื่อทำดีจนโดดเด่น แน่นอนว่าย่อมมีคนลอกเลียนแบบ แม้กระทั่งร้านกาแฟเบอร์ต้นๆของไทย ยังต้องมาเปิดขนาบ เกือบจะทุกสาขาที่ CLASS Coffee ตั้งอยู่ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เขาเป็นกังวล

“การลอกเลียนแบบมีอยู่ในทุกธุรกิจ ยิ่งธุรกิจร้านกาแฟ คุณสามารถทำได้ภายในสองชั่วโมง ผมเจอแม้กระทั่งว่าแต่งร้าน แก้วที่ใช้ ชื่อแบรนด์ แทบจะเหมือนกันทุกอย่าง แต่สิ่งที่เขาลอกเลียนแบบ CLASS Coffee ไม่ได้คือ Story หรือเรื่องราวตัวตนของแบรนด์ที่เราใส่ลงไปในทุกๆ รายละเอียด และผมเชื่อว่าสิ่งที่ลูกค้าซื้อ ไม่ใช่แค่เครื่องดื่มที่เขาชอบ แต่เขาซื้อเรื่องราวของแบรนด์ด้วย นั่นจึงทำให้ CLASS Coffee เดินมาไกลได้ขนาดนี้ และเรากล้าพูดได้ว่า CLASS Coffee เป็นแบรนด์ร้านกาแฟ Korat Original ขนานแท้ เพราะเราเกิดและเติบโตที่นี่”

CLASS Coffee สาขาที่ 11 ซึ่งเป็นสาขาน้องใหม่ที่เปิดให้บริการอยู่ใน Thinkspace B2S ชั้น 4 เซ็นทรัลพลาซา นครราชสีมา มารุต ถือว่าเป็นมิติใหม่ของตัวเขาเองที่น่าสนใจ

“ร้านกาแฟที่อยู่ในร้านหนังสือ คือคนสองคนที่มีความเชี่ยวชาญแตกต่างกันมารวมตัวกัน เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับลูกค้า ตอบโจทย์ที่หลายๆ คนชอบไปนั่งอ่านหนังสือในร้านกาแฟ พอมาที่นี่ซื้อหนังสือเสร็จก็มาซื้อกาแฟ นั่งอ่านหนังสือไปพร้อมๆ กับการดื่มเครื่องดื่มแก้วโปรด แล้วยังได้เห็นบรรยากาศอื่นๆ ภายในร้านด้วย อีกด้านหนึ่งคือ การทำธุรกิจแม้จะแตกต่างกัน แต่เราสามารถร่วมมือกันได้ที่จะนำเสนอไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ ให้กับลูกค้าซึ่งเราต่างก็มีกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน”

เป้าหมายสำคัญไม่ใช่แค่การสร้างให้แบรนด์ CLASS Coffee เป็นร้านกาแฟของชาวนครราชสีมาเท่านั้น มารุต ยังมีเป้าหมายที่ใหญ่กว่านั้น คือการประสบการณ์และไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ ให้กับชาวภาคอีสานอีกด้วย โดยขยายสาขาให้ได้ 20 สาขา ครอบคลุมทุกจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือภายใน 2 ปีข้างหน้า

ไปเที่ยวโคราชครั้งหน้าอย่าลืมไปเช็คอินที่ CLASS Coffee ถ้าอยากรู้ว่ามีสาขาอยู่ที่ไหนบ้าง ติดตามได้ที่ Facebook : CLASS Café นะคะ

คุณแหน : 11 พฤศจิกายน 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/302435

คุณแหน : 11 พฤศจิกายน 2560

คุณแหน : 11 พฤศจิกายน 2560

วันเสาร์ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

●● ครบรอบวันเกิด 11 พ.ย. ม.ร.ว.จีริสุดา (กิติยากร) วุฒิไกร ขอให้สุขี แฮปปี้เบิร์ธเดย์นะคะ…

●● งานมงคลสมรสระหว่าง ทักษอร บุตรสาวของ พล.ต.อ.นพดล-ชูชื่น สมบูรณ์ทรัพย์ กับ จิรวัชร์ เชาวลิต จัดที่ พลาซ่า แอทธินี ค่ำวันที่ 26 พ.ย. เวลา 18.00 น…

●● จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช รศ.มานิต ศุทธสกุล ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษา คณะอนุกรรมาธิการด้านการพัฒนาระบบราชการ ของคณะกรรมาธิการการบริหารราชการแผ่นดินแล้ว…ขอแสดงความยินดีด้วย…

●● กิจกรรมเพื่อส่วนรวม ไพฑูรย์ งามยิ่ง ชวนเพื่อนรัก เพลินพร ผิวงาม ไปมอบเครื่อง CPAP สำหรับผู้มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับให้สถาบันโรคทรวงอกได้ใช้ประโยชน์เพื่อคนไข้ต่อไป…อนุโมทนาบุญค่ะ…

●● ชมรมนิติศาสตร์ 2512 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ประธานคนใหม่เป็นหญิงเก่ง อัยการ ฉันทนา ประทุมสุวรรณ แทน ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ยุทธภัณฑ์บริภาร ประธานคนเก่าที่เพิ่งครบวาระๆ หมาดๆ…

●● ไปพบกันโดยไม่ได้นัดหมายในงานศพ คุณน้าสอางค์ ชุลี ที่วัดมกุฏฯ เฟื่องฉัตร บุญรัตน์ กับ วงเดือน คฤหรัตน์ จากบอสตัน หลังจากไม่เจอกันมาเกือบ 50 ปี ตั้งแต่ออกจาก รร.ราชินี…

●● นิยม-พันศรี นิตยากูรจากแทมป้าเตรียมมาพักผ่อนที่ไทยสัปดาห์หน้า เพื่อนๆ วัฒนาฯ 93 ดีใจกันถ้วนหน้า และเตรียมต้อนรับกันเต็มที่เหมือนทุกครั้ง…

●● ได้โชคลาภ 4 เท้าส่งท้ายเดือนแห่งความเศร้าโศก ตุลาคม เป็นแมวพันธ์ุวิเชียรมาศ วิบูลย์-ศิริพร จันทรางศุ สุดแสนดีใจ เพราะมี เจ้าสัวสุนัขที่พาไปเข้าโรงเรียนมาแล้วเป็นพี่เลี้ยงดูแลน้องใหม่ให้…

●● งานสังสรรค์ชาวรัฐศาสตร์ จุฬาฯ สิงห์ดำ 20 เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ข่าวว่า 50 ปีมาพบกัน รุ่นนี้มีองคมนตรี พลากร สุวรรณรัฐ ดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.กระทรวงการต่างประเทศ พงศ์โพยม วาศภูติ เป็นอาทิสิริมา อภิจาริน ศิษย์เก่ารุ่นเดียวกันไม่พลาด…

●● ไปทริปยุโรปครั้งล่า ไพศาล-ดวงพร ศรีตุลานนท์ ไปเจอฝนตกที่เยอรมนี แต่อุปสรรคเล็กๆ แค่นี้ไม่เพียงพอที่จะทำให้เซ็ง…

●● ช่วงนี้หลายคนไปเยอรมนี อาทิ ดร.ศุภวรรณ วงษ์ประยูร ดร.นันทริกา วายุภาพ ส่วน สุวรรณาสวัสดี ไปทริปรับประทานอาหารสุดอร่อย…

●● เที่ยงวันที่ 2 ธ.ค.นี้ สิวลี ธเนศวร เชิญชวนเพื่อนหอการค้าไทยรุ่น 1 สังสรรค์ที่บ้านกลางอ่าว ต้อนรับ จันทร์ทิพ วณิชกิจที่ย้ายไปตั้งถิ่นฐานอยู่อังกฤษ กลับมาเยี่ยมบ้าน โดยมี สุรพล สุเดชะ คอยเช็คชื่อ !!…●●

บารอนเนส

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชิม : 11 พฤศจิกายน 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/302445

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชิม : 11 พฤศจิกายน 2560

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชิม : 11 พฤศจิกายน 2560

วันเสาร์ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“9 ความอร่อยคุ้มราคา” ชวนชิมเมนูไฮไลท์ราคาพิเศษฉลองเปิดสาขาใหม่ อาทิ หูฉลามเนื้อปูน้ำแดง ปกติ 400 บาท เหลือเพียง 339 บาท, ปูทะเลผัดผงกะหรี่ ปกติ 750 บาท เหลือเพียง 599 บาท, ขาห่านอบหมี่ ปกติ 420 บาท เหลือเพียง 339 บาท,กุ้งแชบ๊วยคั่วกระเทียมอ่าวฮ่องกง ปกติ 350 บาท เหลือเพียง 299 บาท, ปลากะพงทอดน้ำปลาเสิร์ฟกับยำมะม่วง ปกติ 450 บาท เหลือเพียง 359 บาท, เย็นตาโฟทะเลหม้อไฟ ปกติ 220 บาท เหลือเพียง 199 บาท พร้อมเมนูใหม่เส้นจันท์ผัดไทยกุ้งสด ปกติ 145 บาท เหลือเพียง 99 บาท วันนี้-31 ม.ค. 2561 ที่ร้านฮั่วเซ่งฮง ชั้น 6 โซนฟู้ดแฟน เอ็มบีเค เซ็นเตอร์

“เซิร์ฟแอนด์เทิร์ฟทาวเวอร์” ชวนชิมอาหารทะเลสดและเนื้อเกรดพรีเมียม วัตถุดิบที่คัดสรรทั้งความสดและคุณภาพ อาทิ เนื้อวากิวริบอาย, ซี่โครงแกะออสเตรเลีย, ล็อบสเตอร์จากรัฐเมนย่าง, กุ้งอันดามัน, ก้ามปูอลาสก้ารสหวาน และหอยเชลล์สดจากฮอกไกโด ทั้งหมดเสิร์ฟพร้อมผักเครื่องเคียง, มันฝรั่งอบยัดไส้ และซอสชนิดต่างๆ ในราคาเซตละ 5,955 บาท++ ที่ห้องอาหารเรดสกาย โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ โทร.02-1006255

“อิ่มอร่อยอย่างมีระดับ” ชวนชิมบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติ และอาหารทะเลคุณภาพพรีเมียมนำเข้าจากอลาสก้า อาทิ ปลาแซลมอนแดงซ็อกอาย, ปลาค้อด,
หอยเชลล์, เนื้อปูอลาสก้า, ปลาแซลมอนหมักเกลือ, ซูชิปลาแซลมอนและปลาค้อด,ปลาแซลมอนเสิร์ฟพร้อมพุดดิ้งอะโวคาโด, ปลาค้อดย่างเสิร์ฟพร้อมหน่อไม้ฝรั่งเห็ดแชมปิญองราดด้วยมาสตาร์ด, ทาร์ทาร์หอยเชลล์, ซุปมิโซะสาหร่ายพร้อมปลาแซลมอนจากอลาสก้า, ราวิโอลีไส้ปูอลาสก้า ฯลฯ มื้อกลางวันวันจันทร์-เสาร์ ท่านละ 1,100 บาท++ มื้อค่ำวันอาทิตย์-พฤหัสบดี ท่านละ 1,300 บาท++ มื้อค่ำวันศุกร์-เสาร์ ท่านละ 1,600 บาท++ ซันเดย์บรันช์ท่านละ 1,800 บาท++ วันนี้-30 ธ.ค. ที่ห้องอาหารเลเทส เรซิพี โรงแรมเลอ เมอริเดียน กรุงเทพ โทร.02-2328888

“โกลเด้นมันเดย์” ชวนชิมบุฟเฟ่ต์ติ่มซ่ำ รสชาติต้นตำรับสไตล์กวางตุ้งกว่า 35 รายการ อาทิ ขนมจีบกุ้ง, ฮะเก๋ากุ้ง, ก๋วยเตี๋ยวหลอดกุ้ง, แซลมอนนึ่งมะนาว, กุ้งนึ่งมะนาว, ก้ามปูผงกะหรี่, สาหร่ายน้ำแดง, ปลานึ่งซีอิ๊ว, เต้าหู้นึ่งหอยเชลล์, ข้าวเหนียวห่อใบบัว, ซี่โครงหมูเต้าซี่, เผือกทอด, เกี๊ยวกุ้งทอด, กุ้งทอดตะไคร้, ฟองเต้าหู้ทอด, ข้าวเหนียวทอดไส้แกงกะหรี่, ซาลาเปาลาวา, ซาลาเปาไส้หมูแดง ฯลฯ และเลือกออเดิร์ฟ, ซุป, ข้าวผัดหรือก๋วยเตี๋ยว พร้อมขนมหวานได้ท่านละ 1 เมนู เฉพาะวันจันทร์ ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ ในราคาเพียงท่านละ 400 บาทสุทธิ จากปกติ 655-755 บาท ที่ห้องอาหารจีนเดอะโกลเด้น พาเลซ โรงแรมวินเซอร์
สวีทส์ สุขุมวิท 20 โทร.02-2621234

ชวนชิม

“ติ่มซำคำโต” ชวนชิมติ่มซำอันเลื่องชื่อกว่า 37 รายการ อาทิ ขนมจีบกุ้ง, ขนมจีบปู,ขนมจีบตับห่านฝรั่งเศส, ซุปเสี่ยวหลงเปา, ซาลาเปาไส้ลาวา, ฟองเต้าหู้ทอด, สาหร่ายไข่กุ้ง,ก๋วยเตี๋ยวหลอดโบราณ, ซี่โครงหมูนึ่งเต้าซี่,กรรเชียงปู, หมูกรอบ, หมูหันฮ่องกง, เกี๊ยวกุ้งทอด,ยำแมงกะพรุนน้ำมันงา, ฮั่นสุยกอ, เปาะเปี๊ยะกุ้ยหลิน ฯลฯ ในราคาเริ่มต้นที่เข่งละ 75บาท++ พิเศษ ส่วนลดค่าอาหาร 20% เฉพาะมื้อกลางวัน วันจันทร์-ศุกร์ ยกเว้นวันนักขัตฤกษ์ ที่ห้องอาหารจีนฟุกหยวนโรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอริน กรุงเทพ โทร.02-6414777

“บุฟเฟ่ต์ส่งท้ายปี” ชวนชิมบุฟเฟ่ต์ติ่มซำส่งท้ายปี ในราคาท่านละ 399 บาทสุทธิ พร้อมรับคูปองส่วนลดเป็ดปักกิ่ง 50% วันนี้-15 ธ.ค. ที่ห้องอาหารจีนฟุหมานเหลา โรงแรมเดอะ ทวิน ทาวเวอร์ โทร.02-2169555ต่อ 11452

ชวนช็อป

“Tile Expo” ชวนช็อปมหกรรมกระเบื้องลดราคาครั้งใหญ่ ทั้งกระเบื้องในประเทศและนำเข้าจากต่างประเทศ อาทิ แกรนิตโต้, แกรนิตโต้ 4D, ลายหินอ่อน, ลายไม้, โมเสค และอีกมากมายกว่า 30,000 รายการ พิเศษ เลือกรับฟรี สร้อยคอทองคำ 2 สลึง หรือ Gift Voucher 9,000 บาท เมื่อซื้อครบตามเงื่อนไข พร้อมโปรโมชั่นพิเศษเมื่อสมัครสมาชิกและช็อปผ่านเว็บไซต์ http://www.boonthavorn.com วันนี้-30 ธ.ค. ที่บุญถาวร ทั้ง 11 สาขาทั่วประเทศ โทร.02-6571111

“นายอินทร์โรดโชว์” ชวนช็อปหนังสือคุณภาพครบครัน หลากหลายประเภท อาทิ หนังสือเกร็ดความรู้ทั่วไป, หนังสือเฉพาะด้าน, หนังสือเพื่อการเรียนการสอน ฯลฯ พร้อมกิจกรรมเสริมทักษะความรู้, เวิร์กช็อป และดนตรีสด วันนี้-19 พ.ย. ที่บริเวณแคสคาต้า ชั้นจี ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค

“7 วัน ไม่ธรรมดา” ชวนช็อปสินค้าแบรนด์ดังต่างๆกว่า 300 ร้านค้า ลดพิเศษสูงสุดถึง 70% พร้อมรับของที่ระลึกเมื่อช็อปครบ 1,000 บาทขึ้นไป ระหว่างวันที่ 20-26 พ.ย. ที่ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต โทร.076-600111

ชวนใช้

“ตรวจสุขภาพฟรี” ชวนใช้บริการตรวจสุขภาพขั้นพื้นฐาน และการตรวจเฉพาะทาง เช่น โรคหลอดเลือดสมอง, ตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบบีและซี ฯลฯ โดยโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ที่สถานีรถไฟฟ้า MRT สายเฉลิมรัชมงคล สายสีน้ำเงิน วันสาร์ที่ 11 พ.ย. ที่สถานีพหลโยธิน, วันเสาร์ที่ 18 พ.ย. ที่สถานีหัวลำโพง และวันเสาร์ที่ 25 พ.ย. ที่สถานีสวนจตุจักร เวลา 10.00-16.00 น. โทร.02-2564000

“สนุกซ่ากับโค้ก” ชวนใช้บัตรเที่ยวดรีมเวิลด์ ราคาพิเศษ เพียงนำฝาโค้ก, สไปรท์, แฟนต้ารสใดหรือขนาดใดก็ได้ 3 ฝา แลกรับส่วนลดทันที 100 บาท เมื่อซื้อบัตรรวมเครื่องเล่น จากราคาปกติ 500 บาท เหลือเพียง 400 บาท หรือบัตรดรีมเวิลด์วีซ่าสนุกกับเครื่องเล่นไม่จำกัดรอบ จากราคาปกติ 600 บาท เหลือเพียง 500 บาท ระหว่างวันที่ 13 พ.ย.-24 ธ.ค. ที่สวนสนุกดรีมเวิลด์ โทร.02-5778666

“Richmond Wedding Fair 2017” ชวนใช้ แพ็กเกจงานแต่งงานราคาพิเศษ เพียงลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ http://www.richmondhotel-resort.com ลดสูงสุด 20% พร้อมรับบัตรสมาชิก Diamond Card ห้องพักฟรี 1 คืน และของแถมอีกมากมายภายในงาน ในวันอาทิตย์ที่ 26 พ.ย. ที่ห้องริชมอนด์ แกรนด์ บอลรูม ชั้น 4 โรงแรมริชมอนด์ โทร.02-8318831

ชวนชม

“กระจกหกด้าน” ชวนชมสารคดีกระจกหกด้าน ตอนปกาเกอะญอแห่งมูเส่คี ชาติพันธุ์ที่จำนวนประชากรมากที่สุดในประเทศไทย อาศัยอยู่ใน 15 จังหวัด แถบภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันตก ในวันพุธที่ 15 พ.ย. และตอนสายเหยี่ยวศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวศาสตร์แขนงหนึ่งในวันพฤหัสบดีที่ 16 พ.ย. เวลา 15.45-16.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

“รื่นรมย์ชมหนังกลางแปลง” ชวนชมภาพยนตร์แอ๊กชั่นสุดมันส์ จากเครื่องฉายหนังแบบโบราณที่ใช้ฟิล์ม 35 มิลลิเมตร ฉายบนจอภาพยนตร์ขนาดใหญ่ 8 เมตร ภายใต้บรรยากาศย้อนยุคสไตล์อเมริกันเอาท์ดอร์ซีเนม่าที่หาชมได้ยากพร้อมรับป๊อปคอร์นฟรีเมื่อช็อปครบ 300 บาทขึ้นไปวันนี้-12 พ.ย. เวลา 17.30-21.00 น. ที่ลานไนน์สแควร์ เดอะ ไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9

“Doll & Figure Fest” ชวนชมเหล่ากองทัพตุ๊กตาและฟิกเกอร์หาชมยาก จากหลากสัญชาติ รวบรวมมาไว้มากที่สุดจากทุกมุมโลก พิเศษ! ชมตุ๊กตาสุดรักสุดหวงของดาราและเซเลบฯ
ชื่อดัง พร้อมเซลฟี่กับเหล่าบรรดาคอสเพลย์ที่แต่งกายถอดแบบตุ๊กตาเสมือนจริง วันนี้-19 พ.ย. ที่ลานกลาง ชั้น 1 ศูนย์สรรพสินค้าซีคอน บางแค ถ.เพชรเกษม โทร.02-4547777

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ ม.ล.วิสุมิตรา ปราโมช – ม.ล.รองฤทธิ์ ปราโมช : 5 พฤศจิกายน 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/302517

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ ม.ล.วิสุมิตรา ปราโมช - ม.ล.รองฤทธิ์ ปราโมช : 5 พฤศจิกายน 2560

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ ม.ล.วิสุมิตรา ปราโมช – ม.ล.รองฤทธิ์ ปราโมช : 5 พฤศจิกายน 2560

วันศุกร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 21.25 น.

‘จี-ยู ครีเอทีฟ’จับมือ’กุ้ง-ศรุดา’จัดกิจกรรม Hi! Project การให้…ที่ไม่มีที่สิ้นสุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/302361

'จี-ยู ครีเอทีฟ'จับมือ'กุ้ง-ศรุดา'จัดกิจกรรม Hi! Project การให้...ที่ไม่มีที่สิ้นสุด

‘จี-ยู ครีเอทีฟ’จับมือ’กุ้ง-ศรุดา’จัดกิจกรรม Hi! Project การให้…ที่ไม่มีที่สิ้นสุด

วันศุกร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 17.30 น.

จี-ยู ครีเอทีฟ โดยบอสใหญ่ คุณยุพเรศ เอกธุระประคัลภ์ สานฝันให้เด็กที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งให้เป็นจริงและสนับสนุนให้เด็กและครอบครัวได้มีทัศนคติที่ดีในการสร้างความสุขให้กับชีวิตภายใต้ข้อจำกัดที่มีโดยไม่ต้องนำไปเปรียบเทียบกับผู้อื่น โดยจะทำกิจกรรมต่างๆเพื่อรวบรวมรายได้ช่วยน้องๆ ที่ป่วยเป็นมะเร็งผ่านทาง “มูลนิธิสายธารแห่งความหวัง” (Wishing Well Foundation) เพื่อช่วยสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ในการเพิ่มคุณภาพชีวิตทั้งทางด้านร่างกาย และทางด้านจิตใจ

เรามาช่วยกัน “ให้” ความหวัง และสร้างพลังกับน้องๆ ร่วมกัน ทางทีมงานจะแบ่งกิจกรรม การให้.. ออกเป็น การทำกิจกรรมช่วยเหลือน้องๆโดยผ่านกิจกรรมต่างๆ อาทิ รายได้จากการทำ Telemovie เรื่อง “วัยซ่าทะลุมิติ” โดยผู้จัดฯ หน้าใหม่ไฟแรง คุณศรุดา นิ่มพิทักษ์พงษ์ (กุ้ง คูนิต้า) โดยนำรายได้จากการจัดฉายในโรงภาพยนตร์ ระหว่างวันที่ 26-28 มกราคม 2560 ในงาน Japan Expo Thailand2018 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และกิจกรรมอื่นๆ ที่จะแจ้งในโอกาสต่อๆ ไป รวมทั้งจำหน่ายเสื้อยืดโดยไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น รายได้ทั้งหมดมอบให้กับมูลนิธิสายธารแห่งความหวัง” (Wishing Well Foundation) ในเดือนกุมภาพันธ์ นำทีม “ให้” โดย บ.จี-ยู ครีเอทีฟ  ผู้จัดงานJAPAN EXPO THAILAND 2018 www.japanexpothailand.com อ่านรายละเอียดข้อมูลมูลนิธิhttps://www.wishingwellthai.org/index.php?start=10

 

พบคนไทยร้อยละ9.8เป็นโรคเบาหวาน แพทย์แนะควรปรับไลฟ์สไตล์-งดหวาน-ออกกำลังกาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/302396

พบคนไทยร้อยละ9.8เป็นโรคเบาหวาน แพทย์แนะควรปรับไลฟ์สไตล์-งดหวาน-ออกกำลังกาย

พบคนไทยร้อยละ9.8เป็นโรคเบาหวาน แพทย์แนะควรปรับไลฟ์สไตล์-งดหวาน-ออกกำลังกาย

วันศุกร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 15.35 น.

ในวันที่ 14 พฤศจิกายนของทุกปี เป็นวันเบาหวานโลก จากข้อมูลของสมาพันธ์เบาหวานนานาชาติ รายงานว่าในปี พ.ศ. 2558 ผู้ป่วยโรคเบาหวานทั่วโลกมีจำนวน 415 ล้านคน และจะเพิ่มขึ้นเป็น 642 ล้านคนในปี พ.ศ. 2583 มีผู้เสียชีวิตจากโรคเบาหวานจำนวน 5.3 ล้านคน นอกจากนี้ยังพบว่า ประชากรวัยผู้ใหญ่ 1 ใน 11 คน ป่วยเป็นโรคเบาหวาน  โดยในแต่ละวันจะมีจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคเบาหวาน 200 คน หรือ 8 รายต่อชั่วโมง และมีเพียง 10% ของผู้ป่วยเบาหวานที่มีชีวิตอยู่โดยไม่มีภาวะแทรกซ้อนต่างๆ

สมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทยภายใต้โครงการป้องกันและส่งเสริมคนไทยไม่ให้เจ็บป่วยฉุกเฉิน สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ได้จัดเวที ระดมทีมแพทย์ บุคลากร ผู้เชี่ยวชาญด้านงานเวชศาสตร์ฉุกเฉิน จากทั่วประเทศกว่า 100 คน จัดอบรมภายใต้แนวคิด”มีสุขภาพดี…คุมได้ แก้ไขได้ทัน…สรรค์ความช่วยเหลือ” โดยมีหัวข้อที่น่าสนใจ ได้แก่ “คำถามที่พบบ่อยจากผู้ป่วยโรคเบาหวาน และแนวทางปฏิบัติทำให้ไม่เกิดการเจ็บป่วยฉุกเฉินจากโรคเบาหวาน โดย รศ.พญ.ทิพาพร ธาระวานิช คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ พญ.ฐิตินันท์ อนุสรณ์วงศ์ชัย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญต่อไร้ท่อและโรคเบาหวาน โรงพยาบาลเลิดสิน

โรคเบาหวาน เป็นภาวะเรื้อรังของการมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งเกิดการความบกพร่องของการสร้างอินซูลิน หรือของการทำงานของอินซูลิน หรือทั้งสองกรณี โรคเบาหวานมักจะเกี่ยวพันกับโรคแทรกซ้อนที่ร้ายแรงหลายโรคและอาจเป็นสาเหตุให้เสียชีวิตก่อนวัยอันควร ในทางการแพทย์ สามารถแบ่งชนิดของโรคเบาหวานออก เป็น2 ชนิด ได้แก่

เบาหวานชนิดที่ 1  พบประมาณ 5-10% ของโรคเบาหวานทุกประเภท ปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ ภูมิคุ้มกันบกพร่อง พันธุกรรม และสภาพแวดล้อมของผู้ป่วย

เบาหวานชนิดที่ 2  พบเป็นจำนวน 90-95% ของจำนวนโรคเบาหวานทุกชนิด ปัจจัยเสี่ยงของเบาหวานประเภทนี้ได้แก่ อายุที่มากขึ้น ความอ้วน บุคคลในครอบครัวมีประวัติเป็นเบาหวาน ประวัติการเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ความต้านทานต่อกลูโคสต่ำ ร่างกายไม่เคลื่อนไหว เชื้อชาติ ความดันโลหิตสูง ภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ มีประวัติเคยเป็นโรคเกี่ยวกับหลอดเลือด

ส่วนเบาหวานที่เกิดในช่วงตั้งครรภ์จะเกิดขึ้น 2-5% ของจำนวนหญิงตั้งครรภ์ทั้งหมด แต่ส่วนใหญ่พบหลังการคลอดบุตรแล้ว ผู้หญิงที่มีภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์มีโอกาสเสี่ยงเพิ่มขึ้นของการพัฒนาที่จะเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 มีงานวิจัยกล่าวไว้ว่า ร้อยละ 40 ของผู้หญิงที่มีประวัติเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์จะพัฒนาเป็นเบาหวานได้ในอนาคต

ทำอย่างไรไม่ให้ผู้ป่วยเบาหวานเจ็บป่วยฉุกเฉิน

รศ.พญ.ทิพาพร กล่าวว่า สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีอาการเจ็บป่วยฉุกเฉินจนถึงขั้นเข้าโรงพยาบาลนั้น มักเกิดจากภาวะแทรกซ้อนของโรงเบาหวาน ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 2 ชนิดใหญ่ๆ คือ 1.แทรกซ้อนแบบเฉียบพลัน คือ มีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ-สูง อย่างรุนแรง โดยผู้มีน้ำตาลในเลือดต่ำจะมีน้ำตาลในเลือดต่ำกว่า 70 เมื่องดอาหารแล้วตรวจเลือด โดยจะมีอาการใจสั่น หน้ามืด จะเป็นลม อาจหมดสติ ซึม หรือชัก สำหรับภาวะน้ำตาลในเลือดสูงนั้นจะมีน้ำตาลในเลือดสูงกว่า 126 เมื่องดอาหารแล้วตรวจเลือด ผู้ป่วยบางรายอาจซึม หรือในบางราย ร่างกายไม่สามารถสลายน้ำตาลให้เป็นพลังงานได้ จึงต้องเอาไขมันมาสลายเป็นพลังงาน สุดท้ายจึงเกิดภาวะเลือดเป็นกรด โดยผู้ป่วยเบาหวานที่พบในห้องฉุกเฉินจะอยู่ในภาวะน้ำตาลต่ำรุนแรง 2.แทรกซ้อนแบบเรื้อรัง จะเป็นลักษณะของ โรคอัพฤกษ์ อัมพาต แขน-ขาไม่มีแรง โรคหัวใจ หรือ โรคจากการติดเชื้อ เช่น ติดเชื้อในกระแสเลือด หรือผู้ป่วยเบาหวานที่ขาเป็นแผล จนต้องตัดขา เป็นต้น

สำหรับสถานการณ์ผู้ป่วยโรคเบาหวานในประเทศไทยขณะนี้พบว่า  ในคนไทย 11 คน จะพบผู้ป่วย 1 คน หรือ คิดเป็น ร้อยละ 9.8 จากประชาการทั้งหมด ซึ่งเบาหวานที่พบบ่อยคือ เบาหวานที่เกิดกับผู้ที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์ที่กำหนดหรืออ้วน หรือ มีประวัติทางกรรมพันธุ์

นอกจากนี้ เบาหวานที่เกิดกับกลุ่มเยาวชนที่มีน้ำหนักเกินมีแนวโน้มสูงขึ้นจากอดีต โดยมักจะอยู่ในภาวะน้ำตาลในเลือดสูง จนต้องฉีดอินซูลิน วันละหลายๆครั้ง หากผู้ป่วยขาดยามื้อใดมื้อหนึ่งไป อาจเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูงจนเลือดเป็นกรด ซึ่งผู้ปกครองต้องดูแลในส่วนนี้อย่างใกล้ชิด

“หากมีอาการเจ็บหน้าอกรุนแรง หอบ เหนื่อย หน้าและปากเบี้ยว พูดไม่ได้ แขน ขาอ่อนแรง ซึ่งเป็นอาการของโลกอัมพฤกษ์-อัมพาต หรือมีไข้สูง มีแผลที่เท้าติดเชื้อบวมแดงขอให้รีบมาโรงพยาบาลโดยทันที สำหรับแนวทางป้องกัน ผู้ป่วยต้องรู้จักอาการของอาการแต่ละชนิดก่อนว่าเกิดจากสาเหตุใด และต้องพึงระลึกเสมอว่า เบาหวานไม่โรคที่เกี่ยวกับน้ำตาลเพียงอย่างเดียวแต่เกี่ยวกับหลอดเลือด เพราะฉะนั้น ต้องรักษาความดัน ไขมัน พบแพทย์ให้สม่ำเสมอ ออกกำลังกาย งดสูบบุหรี่ และลดน้ำหนัก”

ลดปัจจัยเสี่ยง ลดภาวะเจ็บป่วยฉุกเฉิน

ด้าน  พญ.ฐิตินันทร์ กล่าวว่า ปัจจัยที่ควบคุมโอกาสการเกิดโรคเบาหวานได้คือ การลดน้ำหนัก การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ งดสูบบุหรี่ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น ส่วนปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้คือ เชื้อชาติ กรรมพันธุ์ อายุที่เพิ่มขึ้น เป็นต้น นอกจากนี้โรคแทรกซ้อนอื่นๆ อาทิ ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด เป็นโรคหัวใจ หรือมีถุงน้ำในรังไข่ก็เป็นปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงให้เกิดโลกเบาหวานได้เช่นกัน

“จากหลายๆผลการศึกษาจากต่างประเทศพบว่า การแก้ไขวิถีการดำเนินชีวิต โดยการออกกำลังกายแอโรบิค สัปดาห์ละ 150 นาทีเป็นอย่างน้อย ลดอาหารหวานและอาหารที่ให้พลังงานเยอะ ทานอาหารตรงเวลา ลดปัจจัยเสี่ยงที่ควบคุมได้เอง สามารถชะลอการเกิดโรคเบาหวานในอนาคตได้ถึง 28%  โดยไม่ต้องอาศัยยาให้เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ซึ่งถือว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุด ” พญ.ฐิตินันทร์ ระบุ

เบาหวานเป็นโรคเรื้อรังที่คนส่วนใหญ่คิดว่าไม่เป็นอันตราย หากแต่ผู้ป่วยไม่สามารถควบคุมน้ำตาลให้อยู่ในระดับปกติได้ จะส่งผลให้ผู้ป่วยเจ็บป่วยฉุกเฉินด้วยโรคแทรกซ้อนต่างๆได้ หรือทำให้ผุ้ป่วยเสียชีวิตได้เช่นกัน