มจธ.พบใบสับปะรดมีคุณค่ามหาศาล เส้นใยเหนียวทนทานมากกว่าพืชชนิดอื่น สามารถเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรไม่ยาก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/279142

มจธ.พบใบสับปะรดมีคุณค่ามหาศาล เส้นใยเหนียวทนทานมากกว่าพืชชนิดอื่น สามารถเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรไม่ยาก

มจธ.พบใบสับปะรดมีคุณค่ามหาศาล เส้นใยเหนียวทนทานมากกว่าพืชชนิดอื่น สามารถเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรไม่ยาก

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม จึงมีวัสดุเหลือใช้จำนวนมากที่ถูกละเลยหลังจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตร เช่น ใบสับปะรด ฟางข้าว หรือชานอ้อย เป็นต้น จากการวิจัย ของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) พบว่าเส้นใยจากพืชนั้นมีคุณสมบัติที่น่าสนใจหลายประการ เช่น น้ำหนักเบาแข็งแรง และทนทาน

ดร.สุภโชค ตันพิชัย อาจารย์ประจำสถาบันการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) กล่าวว่า สับปะรดเป็นสินค้าเศรษฐกิจที่สำคัญชนิดหนึ่งของประเทศไทย ในแต่ละปีจะมีใบสับปะรดที่ถูกทิ้ง หรือทำลายหลังจากการเก็บเกี่ยวเป็นจำนวนมาก โดยไม่ได้มีการนำไปใช้ประโยชน์ใดๆ ทั้งนี้เส้นใยที่ได้จากใบสับปะรดนั้นมีความแข็งแรงของเส้นใยที่สูงเมื่อเทียบกับเส้นใยธรรมชาติประเภทอื่นๆ จึงเหมาะแก่การนำไปใช้วัตถุดิบตั้งต้นในกระบวนการเตรียมเส้นใยเซลลูโลสขนาดนาโน ซึ่งเป็นวัสดุที่ค่อนข้างใหม่สำหรับประเทศไทย แต่มีกระบวนการทำที่ไม่ซับซ้อนมากนัก

งานวิจัยนี้ใช้ใบสับปะรดเป็นสารตั้งต้นในการเตรียมเส้นใยเซลลูโลสขนาดนาโน ผ่านกระบวนการระเบิดด้วยไอน้ำแรงดันสูง เพื่อทำลายพันธะที่ยึดเกาะกันระหว่างเส้นใยเซลลูโลสระดับไมโคร จนได้เป็นเส้นใยขนาดนาโนที่มีการกระจายตัวแยกออกจากกัน ซึ่งมีความแข็งแรงสูง น้ำหนักเบา ความทนทานต่อสารเคมี สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ มีลักษณะโปร่งแสง ยากต่อการมองเห็นด้วยตาเปล่า จึงสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆ ได้หลากหลาย เช่น การปรับปรุงสมบัติบางประการของฟิล์มบรรจุภัณฑ์ให้ดีขึ้นโดยที่ยังคงความใสของฟิล์มไว้ได้ เช่น สมบัติเชิงกล สมบัติทางความร้อน หรือสมบัติการแพร่ผ่านของก๊าซ เป็นต้น นอกจากนี้เส้นใยเซลลูโลสขนาดนาโนยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ทางด้านวัสดุทางการแพทย์อีกด้วย เช่น ผ้าปิดแผล หรือ หลอดเลือดเทียม หรือใช้ในงานทางด้านการกรองสารพิษจากน้ำ หรืออากาศอีกด้วย ผลสำเร็จของงานวิจัยนี้คาดหวังว่าจะมีส่วนช่วยให้เกษตรกรสามารถนำวัสดุที่เหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้ให้เกิดประโยชน์สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัสดุเหล่านั้น และเป็นการเพิ่มรายได้ในครัวเรือนให้กับเกษตรกรได้อีกทางหนึ่งด้วย นอกจากนี้งานวิจัยนี้ยังเป็นการเตรียมองค์ความรู้เพื่อนำส่งให้กับทางภาคอุตสาหกรรมที่มีความต้องการใช้ประโยชน์จากเส้นใยเซลลูโลสขนาดนาโน เช่น อุตสาหกรรมกระดาษ หรืออุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์

เรียนร่วมภาษาและวัฒนธรรมในต่างประเทศ เพิ่มประสบการณ์ชีวิตให้กับนักศึกษา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/279143

เรียนร่วมภาษาและวัฒนธรรมในต่างประเทศ เพิ่มประสบการณ์ชีวิตให้กับนักศึกษา

เรียนร่วมภาษาและวัฒนธรรมในต่างประเทศ เพิ่มประสบการณ์ชีวิตให้กับนักศึกษา

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา มีเครือข่ายมหาวิทยาลัยในต่างประเทศที่ได้ลงนามความร่วมมือทางวิชาการ และส่งนักศึกษาไป“เรียนร่วมภาษาและวัฒนธรรม”เพื่อเพิ่มประสบการณ์ชีวิต สร้างมิตรภาพ ผ่านการเรียนรู้แลกเปลี่ยนทั้งภาษาและวัฒนธรรมในต่างประเทศ ซึ่งมีด้วยกันทั้งหมด 12 แห่งได้แก่ Phnom Penh International University ราชอาณาจักรกัมพูชา, มหาวิทยาลัยชนชาติกวางสี สาธารณรัฐประชาชนจีน, มหาวิทยาลัยภาษาต่างประเทศกวางสี สาธารณรัฐประชาชนจีน, มหาวิทยาลัยมหาสรัสวตี เด็นปาซาร์ บาหลี สาธารณรัฐอินโดนีเซีย, มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว, มหาวิทยาลัยอุตะระมาเลเซีย สหพันธรัฐมาเลเซีย, มหาวิทยาลัยศิลปะและวัฒนธรรมแห่งชาติพม่า, Lipa City Colleges, Batangas สาธารณรัฐฟิลิปปินส์, มหาวิทยาลัยสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม, Nanyang Polytechnic สาธารณรัฐสิงคโปร์, Phoenix Academy, Perth เครือรัฐออสเตรเลีย และ Dong-Ah Institute of Media and Arts (DIMA) สาธารณรัฐเกาหลี

ผศ.ดร.ลินดา เกณฑ์มา อธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เปิดเผยให้ทราบว่ามหาวิทยาลัยได้จัดโครงการเพิ่มประสบการณ์ชีวิต สร้างมิตรภาพ “เรียนร่วมภาษาและวัฒนธรรม” ในต่างประเทศ เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ของมหาวิทยาลัยในการส่งเสริมให้นักศึกษาได้มีโอกาสและประสบการณ์เรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมจากประเทศเจ้าของภาษาและยังเป็นการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทยในต่างประเทศ ทั้งยังได้รับการเพิ่มพูนประสบการณ์ชีวิตและเปิดโลกทัศน์ให้แก่นักศึกษา รวมถึงเป็นการส่งเสริมและต่อยอดความสัมพันธ์อันดีทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศอีกด้วย โครงการนี้ได้ผลตอบรับเป็นอย่างดี วัดผลได้จากจำนวนนักศึกษาที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ และพัฒนาการของนักศึกษา ที่เพิ่มขึ้นหลังจากที่เข้าร่วมโครงการ อาทิ เด็กมีความมั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษและภาษาเพื่อนบ้านที่ตนเองสนใจในชีวิตประจำวัน รู้จักปรับตัวและเรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่างหลากหลายในต่างแดนได้ มีทัศนคติที่ดีต่อประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น ซึ่งถือเป็นความสำเร็จของโครงการที่เด่นชัด โดยในปีนี้ถือเป็นการจัดปีที่ 10 แล้ว

นางสาวสุวนันท์ หลงชิน นักศึกษาชั้นปีที่ 5 คณะครุศาสตร์ สาขาวิชาภาษาอังกฤษผู้เข้าร่วมโครงการ ที่ Phoenix Academy เครือรัฐออสเตรเลีย กล่าวว่า ทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ พบเพื่อนจากหลายประเทศ และเรียนรู้สำเนียงภาษาอังกฤษ โดยฝึกฝนครบทุกทักษะ ทั้งการฟัง พูด อ่าน เขียน เป็นการเปิดโลกทัศน์ในการเรียนรู้ภาษา และเรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่าง

นายแมน คล้ายสุวรรณ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะครุศาสตร์ สาขาวิชาภาษาไทย นักศึกษาเข้าร่วมโครงการ ที่ Phnom Penh International University ประเทศกัมพูชา กล่าวว่า ช่วงเวลาอยู่ในกัมพูชา ผมได้เรียนรู้อย่างสนุกทำให้เข้าใจภาษาเขมรมากขึ้น และตั้งใจจะนำความรู้ที่ได้ไปพัฒนาตนเองด้านการใช้ภาษา และตั้งใจจะเป็นครูในอนาคต

ขับเคลื่อนกระบวนการ PLC สู่สถานศึกษา สร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทั้งระบบ ก้าวเข้าสู่ความเป็นมืออาชีพในอนาคต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/279144

ขับเคลื่อนกระบวนการ PLC สู่สถานศึกษา สร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทั้งระบบ ก้าวเข้าสู่ความเป็นมืออาชีพในอนาคต

ขับเคลื่อนกระบวนการ PLC สู่สถานศึกษา สร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทั้งระบบ ก้าวเข้าสู่ความเป็นมืออาชีพในอนาคต

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

การเรียนรู้ของนักเรียน นักศึกษาในสถาบันการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นระดับพื้นฐาน ระดับอาชีวะ จนถึง ระดับอุดมศึกษา หัวใจสำคัญของการเรียนรู้ คงไม่ได้มุ่งเน้นเพื่อข้อมูลทางวิชาการในการสร้างความรอบรู้ให้เกิดกับผู้เรียนเท่านั้น แต่ด้วยวิถีแห่งการดำเนินชีวิตในสังคม ทุกคนที่ได้รับการเรียนรู้ ต้องสามารถสร้างความรู้นั้นให้ต่อยอดไปสู่การดำรงชีวิตด้วยเพื่อความอยู่รอดด้วย

Professional Learning Community หรือ PLC เป็นภารกิจอย่างหนึ่ง ของการศึกษาในระดับพื้นฐาน ที่บรรดาครู อาจารย์ และผู้บริหารต่างมุ่งเน้นที่จะปูพื้นฐานการสร้างกระบวนการความรู้แบบ PLC เพื่อเข้าสู่ตัวของผู้เรียน เพื่อเติมศักยภาพในตัวของพวกเขาให้ก้าวสู่ความเป็นมืออาชีพ

ดร.สมเจษฎ์ ศรีสมจักร์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เขต 19 ได้เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมขับเคลื่อนกระบวนการ PLC สู่สถานศึกษาและการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ณ โรงแรมฟอร์ร่าฮิลล์รีสอร์ท อ.เมือง จ.เลย ว่า สพม.19 (เลย-หนองบัวลำภู) ได้ตระหนักถึงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนซึ่งเป็นภารกิจที่สำคัญที่สุดของสถานศึกษา โดย สพม.19 มีบทบาทหลักในการสนับสนุน ส่งเสริมและอำนวยการให้โรงเรียนได้ดำเนินการเพื่อพัฒนานักเรียนทุกคนอย่างเต็มศักยภาพ มีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตร จึงได้เกิดแนวทางในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนขับเคลื่อนกระบวนการ PLC (Professional Learning Community) สู่สถานศึกษา

สำหรับขั้นตอนแรกคือการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อสร้างความตระหนักในการขับเคลื่อนกระบวนการ PLC โดยมีผู้บริหารโรงเรียนและตัวแทนครูของทุกโรงเรียนมาสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทั้งระบบโดยมีเป้าหมายร่วมกัน จากนั้นทุกโรงเรียนจะต้องมีการขยายผลการขับเคลื่อน PLC กับครูทุกคน โดยกลุ่ม PLC จะต้องดำเนินการพัฒนาผู้เรียนตามแนวทางของกลุ่ม และทุกโรงเรียนจะได้รับการนิเทศ กำกับ ติดตาม โดยคณะทำงานศึกษานิเทศก์ สุดท้ายจะมีการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ นำเสนอผลการปฏิบัติที่ดีที่สุดออกสู่สังคม

รัฐบาลไอเดียกระฉูด เข็น‘ปฏิรูปผ้าเหลือง’ ดันสมาร์ทการ์ดพระ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/279232

รัฐบาลไอเดียกระฉูด  เข็น‘ปฏิรูปผ้าเหลือง’  ดันสมาร์ทการ์ดพระ

รัฐบาลไอเดียกระฉูด เข็น‘ปฏิรูปผ้าเหลือง’ ดันสมาร์ทการ์ดพระ

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

รัฐบาลไอเดียกระฉูด

เข็น‘ปฏิรูปผ้าเหลือง’

ดันสมาร์ทการ์ดพระ

ใช้ทดแทน‘ใบสุทธิ’

รัฐบาลส่ง “ออมสิน” ถกพระเถระชั้นผู้ใหญ่สอบถามความเห็น หลังไอเดียกระฉูดปฏิรูปผ้าเหลือง ดันทำ “สมาร์ทการ์ดพระ” แทนใบสุทธิแบบเก่า ฟุ้งบันทึกข้อมูลครอบคลุมทุกด้าน ตรวจเช็คได้ง่าย

วันที่ 5 กรกฏาคม นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันที่ 12 กรกฎาคม จะประชุมร่วมกับ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (ผอ.พศ.) และกรรมการมหาเถรสมาคม 3 รูป ได้แก่ พระพรหมโมลี เจ้าคณะภาค 5 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ พระพรหมมุนี วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก และพระพรหมบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดประยูรวงศาวาสวรวิหาร ที่พุทธมณฑล โดยจะแจ้งให้ทราบถึงที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 4 กรกฏาคม ได้รับทราบ พร้อมรายงานผลการติดตามการดำเนินงานของ พศ. ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ 49/2559 เรื่องมาตรการอุปถัมถ์และคุ้มครองศาสนาต่างๆในประเทศไทย

นอกจากนี้ จะขอความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากพระผู้ใหญ่ทั้ง 3 รูป ต่อแนวคิดที่จะให้จัดทำบัตรประจำตัวพระสงฆ์รูปแบบใหม่ ซึ่งอาจเป็นแบบ “บัตรสมาร์ทการ์ด” ที่จะบันทึกข้อมูลสำคัญๆ ของพระสงฆ์แต่ละรูปอาทิเริ่มบวชเมื่อใด จำที่วัดไหน ได้รับการเลื่อนสมณศักดิ์เมื่อใดบ้าง เคยสึกแล้วหรือไม่ กลับมาบวชอีกหรือไม่ อย่างไร มีประวัติในคดีอาชญากรรมหรือคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือไม่ เพื่อให้สามารถตรวจสอบประวัติพระรูปนั้นๆได้จากบัตรใบเดียว เนื่องจากใบสุทธิพระที่ใช้ปัจจุบันนี้ เป็นบัตรกระดาษ ไม่สามารถบันทึกข้อมูลเหล่านี้ได้อย่างครบถ้วน ทั้งนี้ ครม.มีมติเห็นชอบแนวคิดดังกล่าวแล้ว ขณะที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีระบุว่าให้ตนเขียนแผนโครงการส่งมาให้อีกครั้งดังนั้นตนมอบให้พศ.ไปศึกษารายละเอียดเรื่องนี้

นายออมสิน กล่าวอีกว่า แม้เรื่องนี้อาจต้องใช้งบประมาณค่อนข้างมากทั้งการทำบัตรและการจัดทำศูนย์ข้อมูล แต่ถือเป็นการใช้งบประมาณครั้งเดียวแต่ใช้ได้ในระยะยาวและเป็นประโยชน์มากกว่าระบบเดิม เพราะที่ผ่านมาเคยมีปัญหาว่าพระบางรูปมรณภาพไปแล้ว แต่ยังมีชื่อได้รับเงินนิตยภัต (เงินเดือนพระ)ซึ่งอาจเป็นเพราะการตรวจสอบความมีอยู่จริงของพระสงฆ์มีความล่าช้า

โดยในการประชุมในวันที่ 12 กรกฎาคมนี้ จะได้พูดคุยถึงเรื่องการ ทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายของวัดทั่วประเทศด้วยเพราะที่ผ่านมาพบว่าวัดบางแห่งทำบัญชีชี้แจงละเอียดมาก แต่บางวัดไม่ละเอียดเท่าที่ควร ขณะที่ มีเจ้าหน้าที่ พศ.บางคนไปบอกให้พระทำบัญชี การใช้จ่ายของวัดในลักษณะที่เป็นแบบงบดุล แสดงกำไร-ขาดทุนซึ่งทำให้พระสงฆ์สับสนและไม่อยากทำบัญชีดังกล่าว จึงกำชับ พศ.ว่าให้ชี้แจงวัดว่าทำเพียงบัญชีที่จะระบุรายรับและรายจ่าย ไม่ต้องเป็นบัญชีงบดุลและขอมหาเถรสมาคม (มส.) ช่วยทำความเข้าใจกับพระสงฆ์ตามวัดต่างๆด้วย

‘ไชยา-แอน มิตรชัย’พบรองนายกฯ ขอบคุณรัฐบาลหนุนจัดลิเกมิวสิคัล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/279192

'ไชยา-แอน มิตรชัย'พบรองนายกฯ ขอบคุณรัฐบาลหนุนจัดลิเกมิวสิคัล

‘ไชยา-แอน มิตรชัย’พบรองนายกฯ ขอบคุณรัฐบาลหนุนจัดลิเกมิวสิคัล

วันพุธ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 18.25 น.

5 ก.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ทำเนียบรัฐบาล นายไชยา มิตรชัย และน.ส.จริยา หรือแอน มิตรชัย นักแสดงลิเกชื่อดัง เข้าพบพล.อ.ธนะศักดิ์ ปฎิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เพื่อขอบคุณรัฐบาลและกระทรวงวัฒนธรรม ที่สนับสนุนการจัดแสดงลิเกมิวสิคัล เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา

โดยพล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องดีที่นำลิเกมาแสดงผสมผสานกับเพลง และสอดแทรกเรื่องธรรมะให้เข้าใจง่าย ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมมีแนวทางที่ส่งเสริมในเรื่องเช่นนี้กัน เพราะการแสดงลิเกเป็นการแสดงทางวัฒนธรรมที่สามารถต่อยอดได้ โดยไม่มีวันตาย และเข้าถึงได้ทุกกลุ่มทุกวัย จึงขอชื่นชมทั้ง 2 คนที่มีแนวคิดในการจัดเรื่องนี้

ด้านแอน มิตรชัย กล่าวว่า ได้ขอความรู้และแนวทางในการจัดแสดงลิเกในปี 2561 ภายหลังจากที่ประเทศไทย ได้ผ่านความเศร้าโศกต่างๆมาแล้ว โดยเนื้อหาจะส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นเมืองแห่งศาสนาพุทธ ให้เด็กรุ่นใหม่เข้าถึงพระพุทธศาสนาด้วยการแสดงลิเก ที่สอดแทรกคำสอนให้ทำความดี ทำเพื่อพ่อและส่วนรวม

เดินเครื่อง‘สมาร์ทการ์ดพระ’ เก็บครบประวัติ-สมณศักดิ์-คดีก่อนบวช

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/279093

เดินเครื่อง‘สมาร์ทการ์ดพระ’ เก็บครบประวัติ-สมณศักดิ์-คดีก่อนบวช

เดินเครื่อง‘สมาร์ทการ์ดพระ’ เก็บครบประวัติ-สมณศักดิ์-คดีก่อนบวช

วันพุธ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 13.34 น.

5 ก.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการทุจริตเงินทอนวัดว่า วันพุธที่ 12 ก.ค.นี้เวลา 15.00 น. ที่พุทธมณฑล ตนได้นัดหารือกับทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) และได้นิมนต์พระพรหมมุนี วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร , พระพรหมโมลี วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ และพระพรหมบัณฑิต วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร ซึ่งทั้งหมดเป็นกรรมการมหาเถรสมาคม

โดยจะหารือในหลายเรื่องโดยเฉพาะเรื่องที่เข้าครม.เมื่อวาน(4 ก.ค.) คือการติดตามผลการดำเนินงานของสำนักงานพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นเรื่องที่ทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้สั่งการไปให้ดำเนินการและให้มารายงานผลทุก 3 เดือน โดยมีเรื่องที่สำคัญคือการจัดทำบัตรสมาร์ทการ์ดพระ ซึ่งครม.เห็นชอบและนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ได้สั่งให้ไปทำเป็นโครงการเสนอขึ้นมาเพื่อจะได้ของบประมาณได้

“สิ่งที่ผมอยากเห็นคือพระทุกรูปมีบัตรสมาร์ทการ์ด ซึ่งจะมีรายละเอียดของพระทั้งหมด ประวัติเป็นอย่างไร มีสมณศักดิ์อะไร บวชมากี่พรรษา หรือเคยทำผิดมาบ้างหรือไม่ ส่วนตัวอยากให้สมาร์ทการ์ดพระ เป็นรูปเป็นร่างโดยเร็ว ซึ่งจะมีการประสานงานกับทางสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกมาช่วยดูด้วย”

นายออมสิน กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้จะพูดคุยถึงบัญชีรับ-จ่ายเงินของพระ ซึ่งปัจจุบันก็มีอยู่แล้ว ไม่ใช่ไม่มีเพียงแต่ข้อมูลมีความครบถ้วนหรือไม่เท่านั้น และตนได้ให้คำแนะนำไปแล้วว่าให้ทำบัญชีรายรับ-จ่ายของแต่ละวัด ว่ามีรายรับ รายจ่ายเป็นอย่างไร ทั้งนี้ได้สั่งให้ทางพศ.ไปทำความเข้าใจแต่ละวัดในเรื่องนี้ด้วยแล้ว

กลุ่มการศึกษาฯจี้โรงเรียนดังอุดรฯ หยุดละเมิดสิทธิ์นักเรียน-ปมต่อแถวยาวไหว้ครู

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/279091

กลุ่มการศึกษาฯจี้โรงเรียนดังอุดรฯ หยุดละเมิดสิทธิ์นักเรียน-ปมต่อแถวยาวไหว้ครู

กลุ่มการศึกษาฯจี้โรงเรียนดังอุดรฯ หยุดละเมิดสิทธิ์นักเรียน-ปมต่อแถวยาวไหว้ครู

วันพุธ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 13.26 น.
5 ก.ค. 60 กลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไทออกแถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง “กรณีโรงเรียนอุดรพิทยานุกูลให้นักเรียนต่อแถวก่อนเข้าโรงเรียนในช่วงเช้า” ความว่า ดังที่มีการเผยแพร่ภาพจากนักเรียนคนหนึ่ง ซึ่งเป็นภาพที่นักเรียนกำลังต่อแถวก่อนเข้าโรงเรียน เพื่อทำความเคารพและตรวจระเบียบก่อนเข้า ซึ่งส่งผลทำให้มีความล่าช้า เสียเวลาในการเข้าโรงเรียน
เมื่อภาพดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ทางโรงเรียนก็ได้เรียกตัวเด็กนักเรียนที่เผยแพร่ภาพไปปรับความเข้าใจ ว่ากล่าวตักเตือน พร้อมทั้งเชิญผู้ปกครองมารับทราบเรื่องดังกล่าวด้วย
ทางกลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไทได้เล็งเห็นว่า เด็กนักเรียนคนดังกล่าวถูกละเมิดสิทธิในการแสดงความเห็น ซึ่งสิ่งที่เด็กนักเรียนผู้นี้ได้เผยแพร่ออกไปนั้น ก็เป็นความจริง ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง บิดเบือนความจริงแต่อย่างใด
ดังนั้น กลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท จึงเรียกร้องให้ทางโรงเรียนอุดรพิทยานุกูล รวมถึงบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ได้โปรดให้ความเป็นธรรมในการแสดงความคิดเห็นกับเด็กนักเรียน ส่วนประเด็นการต่อแถวก่อนเข้าโรงเรียน ทางกลุ่มขอให้โรงเรียนพิจารณาข้อดีและข้อเสียของการทำเช่นนี้ โดยให้เด็กได้มีส่วนร่วมในการพิจาณาด้วย

มทร.ธัญบุรีพร้อมรับประเมินภายนอกรอบ 4 แนะอยากให้นำหลักเกณฑ์ สกอ. ใช้ประกอบด้วย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/278913

x

มทร.ธัญบุรีพร้อมรับประเมินภายนอกรอบ 4 แนะอยากให้นำหลักเกณฑ์ สกอ. ใช้ประกอบด้วย

วันพุธ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เปิดเผยถึงความพร้อมเพื่อการถูก ประเมินคุณภาพภายนอกสถานศึกษารอบ 4 ว่า มทร.ธัญบุรี มีความพร้อมที่จะเข้ารับการประเมิน เพราะการประเมินในทุกรอบที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยจะผ่านเกณฑ์ในระดับดี ถึงดีมาก มาโดยตลอด หาก สมศ.จะมีการปรับหลักเกณฑ์การประเมินคุณภาพใหม่ โดยแบ่งเกณฑ์การประเมินเป็นกลุ่มมหาวิทยาลัย เช่น กลุ่มมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวกับงานวิจัย กลุ่มสายสังคม เช่น มหาวิทยาลัยราชภัฏ และกลุ่มมหาวิทยาลัยเฉพาะทาง เช่น กลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล แล้วให้แต่ละกลุ่มรวมตัวกันและกำหนดตัวชี้วัดขึ้น ก่อนเสนอมายัง สมศ. เพื่อนำมาใช้ประเมินหาตัวชี้วัดกลางของแต่ละกลุ่ม หากทำเช่นนี้ได้จะเป็นผลดีมาก จะช่วยแก้ปัญหาการใช้มาตรฐานกลางมาตรฐานเดียวแต่นำมาใช้ประเมินทุกมหาวิทยาลัย เพราะแต่ละมหาวิทยาลัยมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน

อย่างไรก็ตาม การกำหนดตัวชี้วัดที่จะเกิดขึ้นนั้น อยากให้มีการนำหลักเกณฑ์การประเมินของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เข้ามาใช้ประกอบด้วย เพื่อให้การจัดเตรียมเอกสารเป็นไปในแนวทางเดียวกัน แต่การประเมินจะมีจุดมุ่งหมายและความเข้มข้นที่แตกต่างกัน เพราะของ สกอ.จะเน้นเรื่องการตรวจการเรียนการสอน แต่ สมศ.จะเน้นเรื่องการจัดการเรียนการสอน และการแข่งขันเพื่อยกระดับ

สพฐ.ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางภาษาไทย เด็กประถมทุกคนต้องอ่านออกเขียนได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/278917

สพฐ.ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางภาษาไทย เด็กประถมทุกคนต้องอ่านออกเขียนได้

สพฐ.ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางภาษาไทย เด็กประถมทุกคนต้องอ่านออกเขียนได้

วันพุธ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน( สพฐ.) ได้ประกาศจุดเน้นสำคัญที่เกี่ยวเนื่องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ของปีการศึกษา 2560 ไว้ 2 ประการ คือ การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้เพิ่มขึ้นอย่างน้อยร้อยละ 3 และนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ทุกคนต้องอ่านออกเขียนได้ ส่วนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ขึ้นไปอ่านคล่องเขียนคล่อง

เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ที่ผ่านมาสพป.นศ.2 ได้เปิดโครงการอบรมครูสอนภาษาไทยระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เรื่อง การสอนแจกลูกสะกดคำ เพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนภาษาไทยปี 2560 ณ ห้องประชุมโรงเรียนบ้านหนองหว้าชะมายนุกูล อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยการจัด 3 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมการอบรมครูสอนภาษาไทยระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เรื่อง การสอนแจกลูกสะกดคำ กิจกรรมการอบรมครูสอนภาษาไทยระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 ด้านการออกแบบทดสอบตามแนวปิซา (PISA) และกิจกรรมการนิเทศติดตามผลการจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เรียนให้อ่านออกเขียนได้ อ่านคล่องเขียนคล่อง

การดำเนินงานในเรื่องการสอนแจกลูกสะกดคำ ได้คัดเลือกโรงเรียนที่มีปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 55 โรงเรียนจาก 199 โรงเรียน โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาทักษะการสอนให้นักเรียนอ่านออกเขียนได้ และเพื่อเพิ่มจำนวนโรงเรียนปลอดนักเรียนอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้

สำหรับการจัดอบรม ครูสอนภาษาไทยระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ได้คัดเลือกครูผู้สอนมาจากโรงเรียน 55 โรง ซึ่งยังคงมีนักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่มีปัญหาการอ่านการเขียน มากน้อยตามลำดับ ครูผู้สอนที่เข้าอบรมจะได้นำวิธีการสอนแจกลูกสะกดคำไปใช้เป็นทางเลือก เป็นกลวิธีหนึ่ง ที่จะสร้างเครื่องมือการอ่านคำสำหรับนักเรียนเพื่อต่อยอดการอ่านคำใหม่ๆ ที่นักเรียนต้องการเรียนรู้ ซึ่งทุกรูปแบบการพัฒนาสมรรถนะการอ่านการเขียนของผู้เรียน การนำวิธีการแจกลูกสะกดคำมาใช้เป็นเครื่องมือในการอ่านการเขียน ทำให้นักเรียนรู้วิธีการอ่านที่สามารถต่อยอดการอ่านได้ยั่งยืนขึ้น และนักเรียนสามารถที่จะอ่านคำ เขียนคำ ได้ด้วยตนเองมากยิ่งขึ้น

เสร็จงานแล้วหวังว่า ต่อไปนักเรียนในสถานศึกษาทุกโรงเรียนจะปลอดเด็กที่อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ซึ่งคงจะบรรลุผลเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ

โครงการทำแล้วมันมีผลลัพธ์ใครๆก็ชื่นชม แบบที่เอาแต่สุมหัว คุยสามวันสามคืนเลิกแล้วเลิกกัน เมื่อไรจะสูญพันธุ์ไปจากสังคมไทยเสียที?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/278918

โครงการทำแล้วมันมีผลลัพธ์ใครๆก็ชื่นชม แบบที่เอาแต่สุมหัว คุยสามวันสามคืนเลิกแล้วเลิกกัน เมื่อไรจะสูญพันธุ์ไปจากสังคมไทยเสียที?

โครงการทำแล้วมันมีผลลัพธ์ใครๆก็ชื่นชม แบบที่เอาแต่สุมหัว คุยสามวันสามคืนเลิกแล้วเลิกกัน เมื่อไรจะสูญพันธุ์ไปจากสังคมไทยเสียที?

วันพุธ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ใครที่ไปเยี่ยมเยียนโรงเรียนบ้านหนองประโยชน์ อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา ในเวลานี้จะได้เห็น แปลงข้าวโพดเขียว ดูสวยงาม ซึ่งเกิดจากฝีมือของ นักเรียนในโรงเรียนที่ได้รับการสนับสนุนจากครูให้ใช้เวลาว่างหัดทำมาหากิน รู้จักปลูก รักษาดูแล และเก็บผลิตผล จากนั้นนำมาจัดจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้  เพื่อให้นักเรียนเรียนรู้จากประสบการณ์จริง มีทักษะอาชีพ และเดินตามหลักปรัญชาของเศรษฐกิจพอเพียง

ผลผลิตจากกิจกรรมของบรรดานักเรียนในโรงเรียนนี้ ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 2 ซึ่งทั้งเด็กนักเรียน และครูจะช่วยกันเก็บผลิตผลข้าวโพดที่ปลูกในบริเวณโรงเรียน มาช่วยกันปอกเปลือก และนำมาต้มให้สุก เพื่อจำหน่ายให้กับครู นักเรียน และชุมชนใกล้บริเวณโรงเรียน นับว่าเป็นการปลูกฝังให้นักเรียนหัดทำมาหากินที่น่ายกย่องมากทีเดียว

ทำอะไรก็แล้วแต่ หากผลลัพธ์มันออกมาเป็นรูปธรรม จับต้องได้ย่อมบังเกิดความชื่นใจ และมีกำลังใจที่จะทำต่อ หรือ แผ่ขยายให้กว้างมากยิ่งขึ้น ไม่เหมือนกับ กิจกรรมที่เอาแต่นามธรรมพูดกันสามวันสามคืน ประชุมกันเจ็ดวันเจ็ดคืน พอหมดเงินงบประมาณแล้วก็แยกกันกลับบ้านไม่มีอะไรติดไม้ติดมือออกมาให้เห็นเลยสักชิ้น เมื่อไรจะสูญพันธุ์ไปเสียที