มูลนิธิพีซีเอส สานต่อทำดีเพื่อพ่อ ส่งเสริมคุณภาพชีวิตเด็กในวัยเรียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/300573

มูลนิธิพีซีเอส สานต่อทำดีเพื่อพ่อ ส่งเสริมคุณภาพชีวิตเด็กในวัยเรียน

มูลนิธิพีซีเอส สานต่อทำดีเพื่อพ่อ ส่งเสริมคุณภาพชีวิตเด็กในวัยเรียน

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

แฮตเตอร์ สุขเกษม

มูลนิธิพีซีเอส เพื่อการพัฒนาสังคมในประเทศไทย สานต่อทำดีเพื่อพ่อ จัดกิจกรรม “มอบสวนสวย แต้มสีสันให้โรงเรียนน่าอยู่” ในโครงการจิตอาสาร่วมพัฒนาปรับปรุงโรงเรียนที่ขาดแคลน ณ โรงเรียนบ้านพาดหมอน อ.สามพราน จ.นครปฐม เป็นการช่วยเหลือต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 2 โดยเปลี่ยนพื้นที่รกร้างของโรงเรียนให้เป็นสวนหย่อม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งเรียนรู้สำหรับเด็กๆ พร้อมทาสีบริเวณโดยรอบเพื่อเพิ่มสีสันให้เป็นโรงเรียนน่าอยู่

นางแฮตเตอร์ สุขเกษม ประธานกรรมการมูลนิธิพีซีเอส เพื่อการพัฒนาสังคมในประเทศไทย กล่าวว่า กว่า 12 ปีแล้ว ที่มูลนิธิพีซีเอส เพื่อการพัฒนาสังคมในประเทศไทย จัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนการทำความดี ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่พีซีเอสได้สืบสานมาอย่างยาวนาน โดยถือกำเนิดจากความมุ่งมั่นในการทำงานการกุศลและร่วมงานกับชุมชนต่างๆ และช่วยให้พนักงานของพีซีเอสมีส่วนร่วมกับงานการกุศลอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ โครงการมากมายที่มูลนิธิพีซีเอสได้สร้างประโยชน์เพื่อสังคมโดยรวม อาทิ การสนับสนุนงบประมาณ ในการปรับปรุงพื้นที่ศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย การเนรมิตงานวันเด็กในทุกๆ ปี แก่ผู้ป่วยเด็กที่มีความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ การสร้างห้องสุขาแก่โรงเรียนที่ขาดแคลนงบประมาณ

สำหรับกิจกรรม “มอบสวนสวย แต้มสีสันให้โรงเรียนน่าอยู่” ในโครงการจิตอาสาร่วมพัฒนาปรับปรุงโรงเรียนที่ขาดแคลน ณ โรงเรียนบ้านพาดหมอน อ.สามพราน จ.นครปฐม ครั้งนี้ เป็นการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 2 โดยเปลี่ยนพื้นที่รกร้างของโรงเรียนให้เป็นสวนหย่อม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งเรียนรู้สำหรับเด็กๆ พร้อมทาสีบริเวณโดยรอบเพื่อเพิ่มสีสันให้เป็นโรงเรียนน่าอยู่

“โรงเรียนบ้านพาดหมอน ถือเป็นอีกหนึ่งโรงเรียนที่ขาดแคลนเกือบทุกด้าน ปัจจุบันมีนักเรียนระดับประถมศึกษา รวมเด็กก่อนวัยเรียนในศูนย์เด็กเล็กของโรงเรียนรวมกว่า 100 คน เพราะนักเรียนส่วนใหญ่คือลูกชาวสวน ที่ผู้ปกครองต้องหารายได้จากการเป็นลูกจ้างในสวน โรงเรียนจึงเป็นทุกอย่างของชุมชนและหมู่บ้านใกล้เคียง รวมแล้วประมาณ 3-4 หมู่บ้าน ทางมูลนิธิพีซีเอสจึงในสนับสนุนส่งเสริมด้านพัฒนาการของเด็กๆ ทั้งการสร้างสวนหย่อมให้เป็นที่พักผ่อนของเด็กและคนในชุมชน การทาสีอุปกรณ์สนามเด็กเล่น และพื้นที่โดยรอบเพื่อสร้างสีสันให้โรงเรียนน่าอยู่ เพราะโรงเรียนแห่งนี้ เปิดมากว่า 80 ปีแล้วก็ย่อมจะทรุดโทรม ทางมูลนิธิพีซีเอสจึงต้องการที่จะช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง และในครั้งต่อไปก็จะเป็นการซ่อมแซมโรงเรียนในส่วนที่ชำรุด”

เพราะเราเชื่อว่า ประเทศจะพัฒนาได้ย่อมมาจากประชาชนที่มีคุณภาพ ไม่ว่าพวกเขาเหล่านั้นจะอยู่ในสถานภาพใด มูลนิธิพีซีเอส จึงให้ความสำคัญเรื่องคุณภาพชีวิตที่ดีของเด็กในวัยเรียน เพื่อที่จะก้าวไปเป็นคนดีในสังคม และแม้ตัวดิฉันเองจะไม่ใช่คนไทยแต่อยู่บนผืนดินของไทยมานานและรักประเทศไทย จึงขอพูดแทนพนักงานในเครือโอซีเอสกว่า 30,000 คน ว่าในทุกโครงการและทุกกิจกรรมที่ทำมาเราก็จะทำอย่างต่อเนื่อง พร้อมโครงการใหม่ๆ เพื่อการพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืนต่อไป และเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” นางแฮตเตอร์ กล่าวทิ้งท้าย

สุขภาพดีได้ด้วยการป้องกัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/300569

สุขภาพดีได้ด้วยการป้องกัน

สุขภาพดีได้ด้วยการป้องกัน

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นายแพทย์ธัชชัย วุฒิจำนงค์ 

สังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ในขณะที่วิวัฒนาการทางการแพทย์ ก็สูงขึ้น ประกอบกับผู้คนให้ความสนใจในการดูแลสุขภาพมากขึ้น เห็นได้จากการตื่นตัวของอาหารเพื่อสุขภาพ การออกกำลังกาย ซึ่งล้วนแล้วแต่จะส่งผลให้ คนเรามีอายุเฉลี่ยยาวขึ้น แต่ยังมีคนอีกไม่น้อยที่ยังคงใช้ชีวิตแบบเร่งรีบ เกิดความเครียด ขาดการออกกำลังกาย ขาดการรับประทานอาหารที่มีคุณภาพ ขาดความสนใจต่อสุขภาพตัวเอง ทำให้เกิดการเจ็บป่วย พิการ หรือตายได้ในที่สุดการตรวจคัดกรองหรือการตรวจร่างกายประจำปีเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้สุขภาพดีได้

นายแพทย์ธัชชัย วุฒิจำนงค์ รองผู้อำนวยการแพทย์ ประธานทีมนำทางคลินิกอายุรกรรม โรงพยาบาลวิภาวดี กล่าวว่า “การดูแลสุขภาพให้มีความสมบูรณ์ และแข็งแรงอยู่เสมอ ต้องประกอบไปด้วยการดูแลส่งเสริมสุขภาพ และการป้องกันโรค ซึ่งการป้องกันโรคทางคลินิก แบ่งเป็น 4 แบบคือ 1.การรับวัคซีน เช่น วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 2.การตรวจคัดกรอง 3.การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตที่ไม่ดี เช่น การสูบบุหรี่ การไม่ออกกำลังกายควบคุมน้ำหนัก และ 4.การใช้ยาป้องกัน เช่น ในคนไข้กลุ่มผู้หญิงตั้งครรภ์ การใช้โฟเลตช่วยป้องกันการเกิดภาวะผิดปกติทางสมองของเด็กได้

ในการตรวจคัดกรองสุขภาพนั้นเป็นบริการทางสาธารณสุขเชิงป้องกันเพื่อพยายามค้นหาโรคหรือภาวะผิดปกติ ซึ่งอาจพบตั้งแต่ระยะก่อนเกิดอาการ ระยะมีอาการแล้วแต่ยังไม่ทราบว่าเป็นโรค หรือมีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคอยู่แต่ยังไม่เป็นโรค โดยการตรวจคัดกรองสุขภาพช่วยทำให้รู้ว่าเป็นโรคและรักษาได้ตั้งแต่เนิ่นๆ หรือหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงก่อนที่จะเป็นโรคร้ายแรง ช่วยลดอัตราการป่วยและอัตราการเสียชีวิตได้เป็นอย่างดี

การตรวจคัดกรองประกอบด้วยการซักประวัติ เรื่องโรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ โรคประจำตัวของบุคคลในครอบครัว ประวัติการดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ การชั่งน้ำหนักวัดส่วนสูงและเส้นรอบเอว เพื่อประเมินภาวะโภชนาการ การวัดความดันโลหิต การตรวจชีพจร รวมไปถึงการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ การตรวจคัดกรองภาวะโลหิตจาง การตรวจหาระดับน้ำตาลและไขมันในกระแสเลือด การตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบบี และเชื้อ HIV การตรวจเอกซเรย์คัดกรองวัณโรคปอด การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม มะเร็งตับ การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้และต่อมลูกหมาก การตรวจอุจจาระและปัสสาวะ การตรวจวัดสายตา การตรวจสุขภาพช่องปากและการตรวจคัดกรองภาวะซึมเศร้า เป็นต้น ซึ่งโดยปกติแล้วจะแบ่งตามอายุและเพศเป็นหลัก เพื่อให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลที่สำคัญการตรวจคัดกรองที่ดี ต้องมีความไวสามารถวิเคราะห์ ตรวจหาโรคได้จำเพาะเจาะจง ไม่ยุ่งยาก มีความปลอดภัย และมีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าทำแล้วเกิดประโยชน์ เช่น การส่องกล้องลำไส้ใหญ่

และเพื่อเป็นการดูแลตัวเองในชีวิตประจำวันให้ห่างไกล ทำได้ไม่ยาก เพียงแค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ทั้งการสูบบุหรี่ หมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์งดดื่มแอลกอฮอล์ มีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัยเพื่อหลีกเลี่ยงโรคทางเพศสัมพันธ์ และการตรวจสุขภาพเป็นระยะก็ถือเป็นการป้องกันให้สุขภาพดีได้อีกทางหนึ่ง”

ด้าน พิจิตต์ วิริยะเมตตากุลรองกรรมการผู้จัดการ โรงพยาบาลวิภาวดี กล่าวว่า“โรงพยาบาลวิภาวดี ได้จัดตั้งศูนย์สุขภาพและอาชีวอนามัย ซึ่งเป็นศูนย์ที่ดำเนินการเกี่ยวกับการป้องกันโรค การส่งเสริมสุขภาพการรักษาพยาบาล การฟื้นฟูสมรรถภาพ และการจัดการเพื่อให้ผู้ประกอบอาชีพสามารถประกอบอาชีพได้อย่างปลอดโรค ปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สิน มีสภาวะที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ และสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล รองรับการตรวจแบบครบวงจร รวมเครื่องมือที่ทันสมัยไว้ในที่เดียวเพื่อความสะดวกสบายแก่ผู้มาใช้บริการ ที่สำคัญกำลังทำการพัฒนาแอพพลิเคชั่นเพื่อรองรับการเลือกโปรแกรมตรวจสุขภาพให้ง่ายขึ้น พร้อมคำแนะนำการตรวจเพิ่มเติมตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล ประเมินค่าใช้จ่ายตามงบประมาณที่มีอยู่ และยังสามารถดูผลย้อนหลังได้ด้วย

และเพื่อให้คนไทยเล็งเห็นความสำคัญในการป้องกันดูแลสุขภาพ ทางโรงพยาบาลได้จัดงาน “V Health Fair 2017 ช็อปเพื่อสุขภาพ” ขึ้น ระหว่างวันที่ 13-19 พฤศจิกายน 2560 บริเวณชั้น G อาคาร 2 โรงพยาบาลวิภาวดี ภายในงานมีการให้ความรู้และให้คำปรึกษาด้านสุขภาพ โดยแพทย์ พยาบาลผู้เชี่ยวชาญ พร้อมโปรแกรมตรวจสุขภาพในราคาพิเศษ เช่น โปรแกรมตรวจหัวใจ โปรแกรมตรวจสุขภาพทั่วไป โปรแกรม สำหรับผู้หญิง โปรแกรมระบบทางเดินอาหาร โปรแกรมความงามและผิวหนัง โปรแกรมแพทย์ทางเลือก เช่น ฝังเข็ม ดีท็อกซ์
หัตถเวช และสินค้าเกี่ยวกับสุขภาพมากมาย โรงพยาบาลวิภาวดีพร้อมให้บริการด้วยความเชี่ยวชาญบริการครบ สถานที่สะดวกสบาย”

พิจิตต์ วิริยะเมตตากุล

พิจิตต์ วิริยะเมตตากุล

แนะสาวยุคใหม่สวยดูดีแบบองค์รวม เผยวิธีการเลือกชุด และการบำรุงผิวให้สวย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/300567

แนะสาวยุคใหม่สวยดูดีแบบองค์รวม  เผยวิธีการเลือกชุด และการบำรุงผิวให้สวย

แนะสาวยุคใหม่สวยดูดีแบบองค์รวม เผยวิธีการเลือกชุด และการบำรุงผิวให้สวย

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สำหรับผู้หญิงแล้วการดูแลตัวเองให้ดูดีอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะนอกจากการเลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่สวยงามแล้ว บุคลิกภาพและผิวพรรณที่ดีจะเป็นสิ่งที่สามารถช่วยสร้างจุดเด่นและเพิ่มความมั่นใจให้เราได้ โดยล่าสุด ฌอน-ชวนล ไคสิริ ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ฝีมือเฉียบแห่งแบรนด์ “โพเอม” (POEM) ได้จัดกิจกรรมเวิร์กช็อปเผยเคล็ดลับการดูดีแบบองค์รวม เสริมสร้างความมั่นใจ สร้างความโดดเด่นด้วยการเลือกเสื้อผ้าให้เหมาะกับบุคลิกภาพ ควบคู่การดูแลผิวกับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกาย “นาโน ชิโซะ บอดี้บัตเตอร์” (Nano Shiso Body Butter) ร่วมกับ 4 เซเลบริตี้สาวสังคมชื่อดัง ได้แก่ แพรว-พิชามญช์ ชมะนันทน์, พริม-พิมพิศา ชมะนันทน์, แพท-ภิรญา สิงหะ และ เจน-เจนธิรา อรรถสกุลชัย ที่ร้าน THANN ชั้น 3 ศูนย์การค้าเกษรวิลเลจ

ฌอน-ชวนล ไคสิริ ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ฝีมือเฉียบแห่งแบรนด์ “โพเอม” (POEM) ผู้รังสรรค์ชุดออกงานสวยหรูที่เซเลบริตี้ชื่อดังต่างวางใจ แนะนำเคล็ดลับการแต่งกายและเทคนิคสร้างความประทับใจแรกพบว่า “ผู้หญิงส่วนใหญ่ต้องการความดูดีเพื่อไปออกงานสำคัญ มักจะใส่ใจกับการเลือกเสื้อผ้าและเครื่องประดับเป็นอันดับแรก แต่องค์ประกอบหลักที่สามารถดึงดูดสายตา และสร้างความประทับใจให้ผู้หญิงได้ไม่แพ้กัน คือ ผิวที่มีสุขภาพดี ผิวสวยไม่จำเป็นต้องขาว แต่ว่าดูแล้วเรียบเนียน เพราะมันบ่งบอกถึงความเอาใจใส่ในการดูแลตัวเอง โดยเฉพาะผิวบริเวณลำคอ และไหล่ที่ควรดูแลเป็นพิเศษ ยามต้องสวมใส่เสื้อผ้าที่เผยผิว นอกเหนือจากนั้นการเสริมเสน่ห์ให้หญิงสาวได้ไม่แพ้กันนั่น คือ การเป็นคนที่อัธยาศัยดีมีความเป็นธรรมชาติ ความสวยมันอาจจะไม่จำเป็นต้องเป๊ะไปทุกกระเบียดนิ้ว แต่การเป็นตัวของตัวเอง ส่วนเทคนิคการเลือกเสื้อผ้ามาใส่นั้น ความคลาสสิกยังคงเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมในทุกยุคทุกสมัย ซิลลูเอทของชุดที่มีความเรียบหรูช่วยขับเน้นส่วนโค้งเว้าของผู้หญิงให้ดูน่าค้นหา อย่างชุดเดรสเข้ารูป หรือชุดกระโปรงทรงสุ่มที่รัดช่วงเอว โทนสีเบสิกอย่างสีขาว สีดำ สีเทา และสีนู้ด ยังคงเป็นสีที่สามารถสร้างความโดดเด่นให้กับหญิงสาวผู้สวมใส่ได้อยู่เสมอ รวมถึงชุดมินิแบล็กเดรส ก็เป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่ผู้หญิงทุกคนควรมีติดตู้ไว้ เพราะเป็นชุดที่สามารถหยิบมาสวมใส่ได้ในหลายโอกาส”

นอกจากเสื้อผ้า บุคลิก แล้วเรื่องของผิว ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์แห่งแบรนด์ “โพเอม” (POEM) ได้แนะนำผลิตภัณฑ์ “นาโนชิโซะ บอดี้ บัตเตอร์” (Nano Shiso Body Butter) ของแบรนด์ “ธัญ” (THANN) เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผมที่ ผสานคุณค่าแห่งพืชพรรณจากแหล่งธรรมชาติชั้นดีทั่วโลกและเทคโนโลยีชั้นสูง มอบความเนียนนุ่มชุ่มชื้นสู่ผิวได้ยาวนาน แม้เวลาผ่านไป 6 ชั่วโมง มี 2 กลิ่นให้เลือก ได้แก่ กลิ่นวานิลลา และกลิ่นอีเดน บรีซ

ด้านเหล่าเซเลบริตี้สาวที่มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ต่างก็เผยถึงเคล็ดลับการบำรุงผิวให้สวยสุขภาพดีไร้ที่ติ พร้อมแนะนำวิธีการเลือกเสื้อผ้าที่สามารถสร้างสไตล์อันโดดเด่นให้กับตนเองได้อย่างไม่ซ้ำใคร เริ่มจากสาวผิวเนียนสีน้ำผึ้ง เจน-เจนธิรา อรรถสกุลชัย เผยว่า “นอกจากการทาครีมบำรุงผิวเป็นประจำแล้ว เราก็เป็นคนที่ชอบนวดน้ำมันมากๆ เพราะมันจะช่วยทำให้ผิวเราชุ่มชื้น อีกอย่างเราเป็นคนผิวแทน ฉะนั้นก็ต้องดูแลผิวให้สุภาพดีตลอดเวลาจะปล่อยให้ผิวแห้งไม่ได้เด็ดขาด ส่วนการเลือกเสื้อผ้าสวมใส่ไปงานให้ดูโดดเด่น ด้วยความที่เป็นคนตัวเล็กและรูปร่างก็มีส่วนโค้งเว้าค่อนข้างชัด เราก็จะชอบแต่งตัวสไตล์คลาสซี่หน่อย ชุดเดรสเรียบโก้เข้ารูปที่ช่วยทำให้รูปร่างเราชัดขึ้น จะเป็นชิ้นที่เราหยิบมาใส่บ่อยๆ”

ต่อมาที่สาวสวย แพท-ภิรญา สิงหะ เล่าว่า “โดยส่วนตัวเป็นคนที่ผิวค่อนข้างแห้ง ก็เลยจะทำสครับตลอด อย่างน้อยก็สัปดาห์ละหนึ่งครั้ง และต้องทาครีมบำรุงผิวหลังอาบน้ำก่อนนอนทุกคืนผิวจะได้ชุ่มชื้นสุขภาพดี ซึ่งบริเวณที่เราจะใส่ใจเป็นพิเศษในการบำรุงก็คือเรียวขา เพราะผู้หญิงอย่างเราเวลาออกงานอาจจะต้องใส่เดรส ใส่กระโปรงสั้น การที่มีผิวและเรียวขาสวยมันก็ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ได้ ส่วนเวลาเลือกเสื้อผ้าเราก็จะเลือกที่เหมาะกับรูปร่างตัวเอง เราเป็นคนเอวเล็กแต่มีสะโพก ก็จะชอบใส่ชุดที่รัดช่วงเอวเพราะจะช่วยดึงจุดสนใจได้ดี”

ถัดมาที่ฝาแฝดคู่สวย เริ่มจาก แพรว-พิชามญช์ ชมะนันทน์ เผยว่า“การดูแลผิวที่ดีก็ต้องบำรุงให้เพียงพอทั้งผิวหน้าและผิวกาย สำหรับเรานอกจากการทาครีมก็จะต้องดื่มน้ำเยอะๆ ควบคู่ไปด้วย เพราะเป็นคนผิวแห้งง่ายมาก ฉะนั้นจุดที่เราจะดูแลเป็นพิเศษเลยก็คือบริเวณหัวเข่ากับข้อศอก เพราะเป็นจุดที่ผิวจะหยาบกระด้างได้ง่าย เราก็จะทาครีมที่เพิ่มความชุ่มชื้นมากๆ ส่วนเสน่ห์ของผู้หญิงอีกมุมหนึ่งก็คือหุ่นนาฬิกาทราย เพราะฉะนั้นเสื้อผ้าที่เราชอบใส่ก็จะต้องเข้ารูป รัดช่วงเอว และช่วยเสริมสะโพกให้รูปร่างดูมีเคิฟมากยิ่งขึ้น”

ส่วน พริม-พิมพิศา ชมะนันทน์ เล่าว่า “สำหรับเราผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ดี นอกจากจะช่วยบำรุง เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวแล้ว จะต้องสามารถช่วยผลัดผิวและสร้างความกระจ่างใสให้ผิวได้ไปในตัวด้วย ซึ่งนอกจากการทาครีมบำรุงเป็นประจำ เราก็จะชอบทำสปานวดตัวให้ผิวกระชับขึ้น ซึ่งจุดที่เราใส่ใจดูแลมากๆเลยจะเป็นลำคอกับบริเวณหัวไหล่ เพราะบางครั้งเราก็ต้องใส่เสื้อผ้าที่เปิดไหล่บ้างฉะนั้นผิวของเราก็ต้องดูดี ส่วนการเลือกเสื้อผ้ามาใส่แต่ละครั้ง เราจะพิถีพิถันมาก จะเป็นคนที่ให้ความสำคัญในเรื่องของเนื้อผ้าและคัตติ้งเป็นหลัก เพราะชุดที่มีการตัดเย็บที่ดีจะสามารถช่วยสร้างความโก้หรูและโดดเด่นให้เราได้เป็นอย่างดี”

มหัศจรรย์ ไม้ดอกนานาพรรณ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/300572

มหัศจรรย์ ไม้ดอกนานาพรรณ

มหัศจรรย์ ไม้ดอกนานาพรรณ

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ต้นรวงผึ้ง

บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ร่วมกับ กรมส่งเสริมการเกษตร, กรมป่าไม้, มูลนิธิโครงการหลวง, บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไทยน้ำทิพย์คอมเมอร์เชียล จำกัด จัดงาน เดอะมอลล์ มหัศจรรย์แห่งพรรณไม้ ครั้งที่ 5 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “มหัศจรรย์ ไม้ดอกนานาพรรณ” ยิ่งใหญ่ตระการตากับการเนรมิตสวนสวยสไตล์คอนเทมโพรารีความงามร่วมสมัย ตกแต่งด้วยไม้ดอกไม้ประดับพันธุ์ไทย เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

พบกับไฮไลท์พิเศษต้นรวงผึ้ง เป็นพรรณไม้ไทยอันทรงคุณค่า และเป็นต้นไม้ประจำพระองค์ รัชกาลที่ 10 นอกจากนี้ ภายใน
งานยังมีไม้ดอกไม้ประดับพันธุ์ไทยหลากหลายชนิด ได้แก่ กลุ่มไม้ดอกหอม อาทิ ดอกมะลิ ดอกโมก ดอกพุด ดอกแก้ว, กลุ่มไม้ดอกสวยงามไม่มีกลิ่น อาทิ ชบา เบญจมาศ, กลุ่มไม้ดอกสวยงามและรับประทานได้ อาทิ ดาหลา ปทุมมา กุหลาบมอญ บัวหลวง, และกลุ่มไม้ดอกสวยงามและมีกลิ่นหอม อาทิ กุหลาบ ชงโค

ชมการประกวดสุดยอดไม้ดอกไม้ประดับระดับชาติ สนามในร่มที่ใหญ่ที่สุดในภาคพื้นเอเชีย ชิงถ้วยประทานพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ พร้อมเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 1,200,000 บาท ตลอดจนกิจกรรมอื่นๆ ให้ร่วมสนุกอีกมากมาย พิเศษสำหรับสมาชิกบัตรไทยไลฟ์การ์ดรับกล้าไม้พันธุ์ดี งานจัดระหว่างวันที่ 3-12 พฤศจิกายน 2560 (10 วัน) ณ เอ็มซีซี ฮอลล์ ชั้น 4 เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน เข้าชมงานฟรี

4 แบรนด์ไทยชื่อดังร่วมสร้างสีสัน LA Fashion Week 2017

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/300604

4 แบรนด์ไทยชื่อดังร่วมสร้างสีสัน LA Fashion Week 2017

4 แบรนด์ไทยชื่อดังร่วมสร้างสีสัน LA Fashion Week 2017

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลอสแอนเจลิส และทีมประเทศไทย ลอสแอนเจลิส ดำเนินโครงการส่งเสริมและเผยแพร่ผ้าไทยให้เป็นที่รู้จักในสหรัฐอเมริกา เชิญสี่แบรนด์ไทยดีไซเนอร์ชั้นนำ ASV (เอเอสวี) โดย หมู-พลพัฒน์ อัศวะประภา,ISSUE (อิชชู่) โดย โรจน์-ภูวภนิศ กฤตพลนารา, MILIN (มิลิน) โดย มิลิน ยุวจรัสกุล และ PATINYA (ปฏิญญา) โดย ปฏิญญา เกี่ยวข้อง จัดแสดงแฟชั่นโชว์ New Shades of Thailand Los Angeles Fashion Week 2017 นำเสนอคอลเลคชั่นสำหรับฤดูกาล Spring / Summer 2018 ที่นำเอาความงดงามของผ้าไทยมาผสมผสานในการออกแบบและตัดเย็บเพื่อต่อยอดความนิยมในผ้าไทยและเสน่ห์ของวัฒนธรรมไทย พร้อมยกระดับแบรนด์เสื้อผ้าและนักออกแบบไทยสู่เวทีโลก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงาน Los Angeles Fashion Week (LAFW)ณ Alexandria Ballrooms นครลอสแอนเจลิส และนับเป็นครั้งแรกของคนไทยในการร่วมจัดแสดงแฟชั่นโชว์ในงานนี้

ธานี แสงรัตน์ กงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส กล่าวว่า “ทางกระทรวงการต่างประเทศ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลอสแอนเจลิส และทีมประเทศไทย ลอสแอนเจลิส ได้ร่วมกันจัดงานแสดงแฟชั่นโชว์ New Shades of Thailand Los Angeles Fashion Week 2017 ขึ้น โดยนำแบรนด์เสื้อผ้าและนักออกแบบชั้นนำจากประเทศไทยทั้งสี่แบรนด์เข้าร่วมจัดแสดงแฟชั่นโชว์นำเสนอคอลเลคชั่นสำหรับฤดูกาล Spring/Summer 2018 ที่นำเอาความงดงามของผ้าไทยมาผสมผสานในการออกแบบและตัดเย็บ โดยงานแฟชั่นโชว์ดังกล่าวได้จัดแสดงขึ้นภายใต้งาน Los Angeles Fashion Week (LAFW) 2017 ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของไทยที่ร่วมจัดแสดงแฟชั่นโชว์ในงาน นับเป็นโอกาสดีที่ทำให้ความงดงามของผ้าไทยและวัฒนธรรมไทยได้เป็นที่รู้จักในสหรัฐอเมริกา และเป็นที่ยอมรับในกลุ่มนักออกแบบ บุคคลชั้นนำในวงการแฟชั่นระดับนานาชาติ นักธุรกิจชั้นแนวหน้าจากอุตสาหกรรมเสื้อผ้า รวมทั้งสื่อมวลชนยักษ์ใหญ่จากทั้งหนังสือพิมพ์และนิตยสารแฟชั่นมากยิ่งขึ้น”

พลพัฒน์ อัศวะประภา ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้ง แบรนด์ ASV กล่าวว่า “ASV มีความตั้งใจที่จะนำผ้าไทยที่มีเสน่ห์และงดงามเป็นเอกลักษณ์ไปนำเสนอต่อสายตาของชาวโลก จึงได้เลือกใช้ผ้าไหมไทยของ จิม ทอมป์สัน มาเป็นคีย์หลัก ให้คอลเลคชั่น “Lax” Spring/Summer 2018 คอลเลคชั่นที่นำเสนอเรื่องราวการท่องเที่ยวในฤดูร้อนผ่านสายตาของผู้หญิงผู้ซึ่งขับเคลื่อนวิถีชีวิตของเธอด้วยค่านิยมและบุคลิกที่ทันสมัยในสไตล์สาวสังคมที่มีความมั่นใจและความชัดเจนในตัวตนของเธอเปล่งประกายชัดเจนราวกับแสงอาทิตย์ในฤดูร้อนโดยนำเอารายละเอียดบางส่วนจากซิลลูเอทแบบสปอร์ตแวร์(sportswear) เช่น ลายทางจาก skateboardsocks และชุดสำหรับใส่เดินชายหาด (beachwear)มาผสมผสานออกมาเป็นคอลเลคชั่นประจำฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนที่มีความสนุกสนานแปลกใหม่ และสามารถสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน”

ภูวภวิศ กฤตพลนารา ผู้ก่อตั้งและดีไซเนอร์แบรนด์ ISSUE กล่าวว่า “สำหรับซีซั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2018 ในคอลเลคชั่น “THE INVISIBLE” ISSUE ได้เน้นการใช้ผ้าจากใยธรรมชาติและการใช้เส้นไหม ในการตกแต่งการตัดเย็บที่ผสมผสานกับการสร้างลวดลายที่มีสีสันกลิ่นอายของยุค 70’s โดยมีสไตล์เสื้อผ้าแบบโรแมนติก และโบฮีเมียนที่เป็นเอกลักษณ์เด่นของแบรนด์ ผสมผสานกับการเลือกสรรผ้าที่ใส่สบาย พร้อมการออกแบบลายพิมพ์ผ้าที่สะท้อนตัวตนของคนรุ่นใหม่ โดยมีเฉดสีผสมผสานระหว่างสีแดงแตงโม, สีเขียวหยก และสีเหลืองอมน้ำตาล (ขิงแห้ง) ทำให้คอลเลคชั่น SS 2018 นี้สมบูรณ์และมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น”

ปฏิญญา เกี่ยวข้อง ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์และผู้ก่อตั้งแบรนด์ Patinya กล่าวว่า “คอลเลคชั่น“PRIVE” Spring/Summer 2018 ที่นำมาจัดแฟชั่นโชว์ที่ LAFW นี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเสน่ห์ของชิ้นงานชุดไทยสมัยนิยมต่างๆ ในอดีต นำมาประยุกต์ให้ดูร่วมสมัยและสวมใส่ได้จริง พร้อมดึงเสน่ห์ของลวดลายไทยในวัดวาอารามมาทอเป็นผืนผ้าลูกไม้สอดแทรกเป็นดีเทลต่างๆ อยู่บนเนื้อผ้าอย่างละเอียดลออสำหรับไฮไลท์ก็คงเป็นเรื่องของการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมตะวันตกกับวัฒนธรรมตะวันออกที่ถูกถ่ายทอดลงบนเสื้อผ้าที่มีความสวยงามร่วมสมัย พร้อมการตัดเย็บและดีเทลการปักต่างๆ ด้วยมือของช่างฝีมือชาวไทยเพื่อเนรมิตให้กลายเป็นเสื้อผ้าชั้นสูง โดยมีผ้าไหมไทยเป็นส่วนประกอบบนซิลลูเอทสากลนิยม”

มิลิน ยุวจรัสกุล ดีไซเนอร์และเจ้าของแบรนด์ Milin กล่าวว่า “ในคอลเลคชั่น “Milin Limited” สำหรับฤดูร้อน 2018 โดยได้รับแรงบันดาลใจจากการนำชิ้นผ้า tailor-made ในแบบแมสคูลินมาปรับใช้ให้เป็นคัตติ้งในแบบเฟมินีน สร้างความแกลมในสไตล์ของมิลิน ความใหม่ของวัสดุที่นำมาใช้ทำให้การออกแบบมีเสน่ห์มากขึ้น ด้วยการระดมความหลากหลายในเทคนิคและเนื้อผ้า เพื่อให้ทุกมุมมองของตัวชุดน่าสนใจมากยิ่งขึ้น โครงเสื้อทั้งหมดอยู่ในระดับความสั้นยาวที่หลากหลาย เช่นเดียวกับเทคนิคที่สำคัญ โดยนำเสนองาน digital print พิมพ์ลายสัตว์แบบ Exotic บนผ้าซาตินลายงู python บวกกับลายจุด polka dots และผ้าลูกไม้ ตัดต่อขนนกกระจอกเทศ ผ้าทอลายจระเข้ เผยให้เห็นความลึกลับน่าค้นหาที่ซ่อนอยู่ภายในของสาวมิลิน ชุดตัดต่อด้วยสร้อยโลหะประดับเพชรทำให้เกิดมิติแบบใหม่ๆ ริบบิ้นเลื่อมตัดต่อให้ชิ้นผ้ามีวอลลุ่มมากยิ่งขึ้น ชุดเลื่อมเปิดหลังในแบบ outerwear ได้กลายเป็นชิ้นงานที่น่าหลงใหลที่สวยงามอย่างสร้างสรรค์”

Patinya “PRIVE”

Patinya “PRIVE”
ISSUE “THE INVISIBLE”

ISSUE “THE INVISIBLE”
ASV “Lax”

ASV “Lax”
“Milin Limited”

“Milin Limited”

‘นาการา’รังสรรค์นิทรรศการภาพวาดแนวแอ็บสแตร็ก นำรายได้มอบให้‘ศิริราชมูลนิธิ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/300560

‘นาการา’รังสรรค์นิทรรศการภาพวาดแนวแอ็บสแตร็ก นำรายได้มอบให้‘ศิริราชมูลนิธิ’

‘นาการา’รังสรรค์นิทรรศการภาพวาดแนวแอ็บสแตร็ก นำรายได้มอบให้‘ศิริราชมูลนิธิ’

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ประธานเปิดนิทรรศการ พร้อมด้วยศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงาน นคร สัมพันธารักษ์,ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี และ ชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอน

ศูนย์การค้าสยามพารากอน จัดแสดงนิทรรศการ “นาการา เพนท์ติ้ง เอ็กซิบิชั่น” (NAGARA Painting Exhibition) การรังสรรค์ผลงานภาพวาดแนวแอ็บสแตร็กสุดเอ็กซ์คลูซีฟ โดย นคร สัมพันธารักษ์ (นาการา) ดีไซเนอร์ไทยชั้นนำระดับแนวหน้าแห่งแบรนด์นาการา ซึ่งบ่งบอกเอกลักษณ์และจิตวิญญาณแห่งความเป็นศิลปินไว้อย่างชัดเจนในผลงานครั้งล่าสุดนี้โดยผลงานลิมิเต็ด อิดิชั่น ที่นำมาจัดแสดงจำนวนทั้งสิ้น 37 ภาพ เปิดโอกาสให้ผู้ที่รักและสนใจในงานศิลปะสามารถจับจองได้ นอกจากนี้ยังได้ออกแบบผ้าพันคอลวดลายพิเศษ 2แบบ ที่มีเพียงแบบละ10 ผืน ในราคาผืนละ 5,000 บาท รายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายมอบให้แก่ศิริราชมูลนิธิ เพื่อช่วยเหลือด้านการรักษาผู้ป่วยที่ยากไร้ของโรงพยาบาลศิริราช

จากความสำเร็จของ “นาการา เพนท์ติ้ง เอ็กซิบิชั่น”(NAGARA Painting Exhibition) ในครั้งแรกบวกกับความสัมพันธ์ที่มีมายาวนานกว่าสามทศวรรษระหว่างนาการา และ ชฎาทิพ จูตระกูล ซีอีโอแห่งบริษัท สยามพิวรรธน์จํากัด ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอน การจัดนิทรรศการ “นาการา เพนท์ติ้ง เอ็กซิบิชั่น ครั้งที่ 2” จึงเป็นความต่อเนื่องของการจัดแสดงผลงานศิลปะภาพวาดแนวแอ็บสแตร็ก ที่ไม่เคยนำไปจัดแสดงที่ใดมาก่อน ในครั้งนี้ นาการา ใช้เวลาร่วม 1 ปีในการทุ่มเทสร้างสรรค์ผลงานสุดวิจิตรบรรจง ผ่านกระบวนการคิดสร้างสรรค์มีการนำสี Synthetic Enamel มาสร้างสรรค์ผลงานร่วมกับแผ่นเงิน แผ่นทอง เพื่อถ่ายทอดอารมณ์ และจินตนาการผ่านฝีแปรงด้วยความพิถีพิถันตั้งใจ เกิดเป็นผลงานศิลปะภาพวาดที่มีสไตล์เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีพลังแห่งสีสันที่สร้างมิติความสะดุดตา (Impact) และการตีความที่หลากหลาย แต่สามารถเชื่อมโยงเรื่องราวความรู้สึกอันไม่จบสิ้นนั้นได้ตามแต่จินตนาการของผู้ที่ได้มีโอกาสชื่นชม และเข้าถึงผลงานศิลปะเหล่านี้ โดยภาพวาดทั้งหมดนี้ นาการาย้ำว่าไม่ได้เกิดขึ้นจากแรงบันดาลใจใดๆ อันเฉพาะเจาะจง แต่เป็นการถ่ายทอดอารมณ์จิตวิญญาณและจินตนาการผ่านผลงานศิลปะด้วยความรักในการวาดรูปอย่างเต็มเปี่ยมเฉกเช่นเดียวกับความรักในการสร้างสรรค์ผลงานแฟชั่นอย่างแท้จริง

โดยในงานเปิดนิทรรศการเมื่อค่ำวันที่ 30 ตุลาคม ที่ผ่านมา จัดขึ้นในบรรยากาศที่เป็นกันเองได้รับเกียรติจาก กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในงาน พร้อมด้วย ชฎาทิพจูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์การค้าสยามพารากอนตลอดจนเหล่าเซเลบริตี้และคนรักศิลปะมารวมตัวร่วมชมผลงานคอลเลคชั่นพิเศษนี้กันอย่างคับคั่ง โอกาสนี้ นาการา และบริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอนขอเชิญชมนิทรรศการ “นาการา เพนท์ติ้ง เอ็กซิบิชั่น”รายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายภาพวาดและผ้าพันคอ จะนำมอบให้แก่ ศิริราชมูลนิธิ เพื่อช่วยเหลือด้านการรักษาผู้ป่วยยากไร้และด้อยโอกาสของโรงพยาบาลศิริราชต่อไป นิทรรศการจัดถึงวันที่ 5 พฤศจิกายนนี้ ณ ฮอลล์ ออฟ เฟมชั้น M ศูนย์การค้าสยามพารากอน

วรกร จาติกวณิช และ ฝนทิพย์ วัลยะเสวี

วรกร จาติกวณิช และ ฝนทิพย์ วัลยะเสวี

ม.ล.ดิศปนัดดา ดิศกุล ซีอีโอ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ คนใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/300571

ม.ล.ดิศปนัดดา ดิศกุล  ซีอีโอ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ คนใหม่

ม.ล.ดิศปนัดดา ดิศกุล ซีอีโอ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ คนใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

คณะกรรมการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์  ได้มีมติแต่งตั้ง หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Deputy Chief Executive Officer)ให้ดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร(Chief Executive Officer) ของมูลนิธิฯ โดยหม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล เข้ารับตำแหน่งดังกล่าวเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2560ที่ผ่านมา

หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล มีประสบการณ์การทำงานสายธุรกิจและการเงิน ก่อนเข้าทำงานที่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ในปี พ.ศ. 2548 ในตำแหน่งผู้จัดการส่วนการตลาด รับผิดชอบการตลาดแบรนด์ “ดอยตุง” จากนั้นในปี พ.ศ.2550 ได้เข้ามาดูแลรับผิดชอบโครงการขยายผลการพัฒนาตามตำราแม่ฟ้าหลวง ทั้งในและต่างประเทศ ก่อนดำรงตำแหน่งรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารในปี พ.ศ. 2558 รับผิดชอบการบริหารงานธุรกิจเพื่อสังคม “ดอยตุง” ทั้งหมด

หม่อมหลวงดิศปนัดดา ซึ่งเป็นผู้บริหารรุ่นใหม่ อยู่แนวหน้าในการขับเคลื่อนขบวนการธุรกิจเพื่อสังคมในประเทศไทยมาโดยตลอด รวมทั้งมีบทบาทอย่างแข็งขันในการเผยแพร่การพัฒนาที่ยั่งยืนตามศาสตร์พระราชาสู่ระดับโลกตลอดทศวรรษที่ผ่านมา จะนำมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ สานต่อพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในการสร้างความเปลี่ยนแปลงตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน สมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สังคมและวัฒนธรรมต่อไป

คุณแหน : 2 พฤศจิกายน 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/300603

คุณแหน : 2 พฤศจิกายน 2560

คุณแหน : 2 พฤศจิกายน 2560

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯทรงเป็นองค์ประธานการประชุมคณะกก.ศิริราชมูลนิธิฯ 3 พ.ย. 17.30 น. ณ ห้องประชุมศิริราชมูลนิธิ ตึกมหิดลบำเพ็ญ ชั้น 2 รพ.ศิริราช…

llพิธีบำเพ็ญกุศลอายุวัฒนมงคล 81 ปี พระราชวรญาณโสภณ (ชุบ เขมงฺกโร) เจ้าอาวาสวัดธาตุทองพระอารามหลวงและพิธีถวายปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (ปร.ด.) สาขาเทววิทยาและสันติภาพทางสังคม ณ พระอุโบสถ วัดธาตุทอง 2 พ.ย. 08.30 น….

llพิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์และฉลองสมรส รศ.ดร.จุลนี เทียนไทย บุตรี รศ.ดร.จุฑา-ฆรนี เทียนไทย กับ กฤดินันท์ โสมะนันทน์ บุตร พล.อ.ท.ทนง-อนุชศจีโสมะนันทน์ 12 พ.ย. ห้องนภาลัย ดุสิตธานี 12 พ.ย.09.09 น….

ll ดร.เสาวนีย์ เตชะไพบูลย์ เชิญชวนญาติมิตรร่วมงานเลี้ยงฉลองวันเกิด วิเชียร เตชะไพบูลย์พร้อมทำบุญบ้าน 4 พ.ย. 10.00 น. ที่บ้านริมน้ำริเวอร์ไซด์พระราม 3 ซอย 4 กราบนิมนต์ สมเด็จพระวันรัตเป็นประธานในพิธีสงฆ์…

ll กรมส่งเสริมวัฒนธรรมกระทรวงวัฒนธรรม เชิญร่วมงานเทศกาลลอยกระทงกับวงสุนทราภรณ์ 2 พ.ย.ที่วัดราชาธิวาส ถ.สามเสน และ เวทีกลางสนามหลวง 3 พ.ย….

ll คนรุ่นใหม่นนท์ อัลภาชน์ ณ ป้อมเพชร (มิกกี้ เดอะเฟซ) เล่าเรื่องความผูกพันของบรรพบุรุษตระกูล ณ ป้อมเพชร ตั้งแต่ล้นเกล้าฯรัชกาลที่ 6 จนมาถึงพระเมตตาและพระอัจฉริยภาพของล้นเกล้าฯรัชกาลที่ 9 รวมถึงความประทับใจในพระปรีชาสามารถด้านกีฬาของพระองค์ท่านได้อย่างน่าอ่านใน“จุดประกาย” เสาร์ที่ผ่าน ได้รับคำชมเป็นอย่างมาก…

llศ.กิตติคุณ คุณหญิงสุชาดา กีระนันทน์ นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ สหรัฐ โพธิภักดี นายกสมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ ร่วมกันเป็นประธานเปิดงาน “การประกวดสุนทรพจน์อุดมศึกษา เฉลิมพระเกียรติและชิงถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รอบชิงชนะเลิศ หัวข้อ “โลกและไทยเป็นสุขทุกถิ่น ด้วยศาสตร์และศิลป์แห่งนวมินทรราชา”โดยมี ผศ.ดร.พรทิพย์ พุกผาสุข เป็นประธานกก.ดำเนินงาน 4 พ.ย. 09.00 น. ณ หอประชุมใหญ่ จุฬาฯ…

llต้องเปลี่ยนเมื่อโลกเปลี่ยน ร้านหนังสือใหญ่ B2S โดย สมชัย ถาวรรุ่งโรจน์ กก.ผจก.ใหญ่ พร้อมเปิดสาขาที่ 2 ที่นครราชสีมา ในคอนเซ็ปต์ใหม่ Think Space 3 พ.ย. บ่ายโมงตรง โดยมีนักร้องยอดนิยมมาร่วมให้สีสันกับชาวโคราชพร้อมส่วนลดแลกแจกแถมเกินพิกัด…

ll ชัชวาลย์ เจียรวนนท์ กับ ปิยะมานเตชะไพบูลย์ แห่ง Ultra Wealth Group จัดสัมมนา2018 Economic Outlook และหุ้นที่ลงทุนแล้วประสบความสำเร็จดูอย่างไรให้ศิษย์ทุกรุ่น 6 พ.ย….

ll ขอแสดงความเสียใจกับ ไพฑูรย์ โรจนเสนา และครอบครัวที่สูญเสียภรรยา นงนุช เจ้าของห้องเสื้อโนริโกะสวดพระอภิธรรมที่บ้านเลขที่ 663 ซ.อ่อนนุช(ระหว่างซ.5-ซ.7) เวลา 19.00 น. 1-7 พ.ย….ll

น้อง

ทอดกฐินสามัคคีมหากุศลประจำปี 2560 เพื่อจัดสร้างพระสมเด็จองค์ปฐม‘พระพุทธเมตตา’ถวายเป็นพระราชกุศล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/300561

ทอดกฐินสามัคคีมหากุศลประจำปี 2560 เพื่อจัดสร้างพระสมเด็จองค์ปฐม‘พระพุทธเมตตา’ถวายเป็นพระราชกุศล

ทอดกฐินสามัคคีมหากุศลประจำปี 2560 เพื่อจัดสร้างพระสมเด็จองค์ปฐม‘พระพุทธเมตตา’ถวายเป็นพระราชกุศล

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานในพิธี รับมอบธงกฐิน

คณะกรรมการจัดสร้างพระสมเด็จองค์ปฐม (พระพุทธเจ้าพระองค์แรกในพุทธันดร) “พระพุทธเมตตา” ซึ่งมี ฯพณฯ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เป็นประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการจัดสร้างพระฯ จึงได้กำหนดจัดทอดกฐินสามัคคีมหากุศลประจำปี 2560 วันอาทิตย์ที่ 15 ตุลาคม 2560 ณ วัดเทพประทาน ต.ทรายขาว อ.สอยดาว จ.จันทบุรี มี พระอาจารย์ธาตุ อธิปัญโญ เป็นเจ้าอาวาส โดย พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานจัดสร้างพระฯ ไปเป็นประธานจัดทอดกฐินสามัคคีมหากุศลฯ เพื่อรวบรวมปัจจัยสมทบการจัดสร้างพระสมเด็จองค์ปฐมฯ ให้แล้วเสร็จโดยเร็ววัน เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ ปี 2554

พระสมเด็จองค์ปฐมฯ มีขนาดใหญ่มาก คือ มีหน้าตักกว้าง 29 เมตร สูง 45 เมตร (เท่ากับตึก 15 ชั้น) ทำด้วยนิลรัตนะทั้งองค์ ใช้งบประมาณมากถึงเกือบ 409 ล้านบาท คณะกรรมการจัดสร้างพระฯ ได้ตอกเสาเข็มต้นแรกเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2556 รวมทั้งสิ้นประมาณ 600 ต้น และด้วยจิตศรัทธาของมหาชนชาวไทยทั่วประเทศ รวมทั้งพุทธศาสนิกชนในประเทศต่างๆ ที่มีส่วนร่วมในโอกาสพิเศษที่หาได้ยากยิ่งครั้งประวัติศาสตร์นี้ ส่งผลให้คณะกรรมการได้รับความสนับสนุนปัจจัยไปดำเนินการก่อสร้างได้อย่างต่อเนื่อง การนี้ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระเมตตาทรงรับเป็นองค์ประธานที่ปรึกษาฝ่ายสงฆ์การจัดสร้างพระสมเด็จองค์ปฐม นับเป็นสิริมงคลสูงสุดที่เจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช ประทานพระอุปถัมภ์ ในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาครั้งประวัตศาสตร์นี้

การจัดทอดกฐินในวันนั้นมียอดรวมทั้งสิ้น 15.9 ล้านบาท และการจัดสร้างพระสมเด็จองค์ปฐม “พระพุทธเมตตา” มีความก้าวหน้าเป็นลำดับ คือ งานโครงสร้างอาคาร เสา คาน,พื้นชั้นดาดฟ้า หลังคาคลุมบันไดด้านทิศเหนือ-ทิศใต้ แล้วเสร็จ 100%, บันไดและลิฟต์โดยสารด้านหลังอาคาร แล้วเสร็จ 60%, งานโครงสร้างฐานบัว และองค์พระ, ผนังฐานบัวคานและพื้นภายในฐานบัวที่ความสูงระดับ 3.10 เมตร แล้วเสร็จ 100%, เสา คานรับพื้น และผนังฐานบัวที่ระดับความสูง 5.20 เมตร แล้วเสร็จ 70% (ระดับความสูงฐานองค์พระฯ รวม13 เมตร), งานสถาปัตยกรรม งานก่ออิฐผนังเสาเอ็น และทับหลัง แล้วเสร็จประมาณ 65% งานฉาบผิวผนัง แล้วเสร็จประมาณ 15% (เป็นการฉาบเพื่อทำการทดสอบ) และงานระบบไฟฟ้า งานวางท่อร้อยสายแล้วเสร็จ 15% หลังจากหล่อฐานองค์พระฯ เสร็จสิ้นคณะกรรมการจะได้กำหนดบวงสรวงและหล่อองค์พระความสูง45 เมตร ด้วยนิลรัตนะต่อไป โดยจะใช้เวลา 638 วัน หรือเกือบ 2 ปี และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2562

วัตถุประสงค์ของการจัดสร้างพระสมเด็จองค์ปฐมฯ เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554, เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา สืบอายุพระพุทธศาสนา เพื่อปกป้องคุ้มครองประเทศชาติและมนุษยชาติให้เกิดความสุขสันติ เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่พระพุทธองค์ทรงมีพระพุทธดำรัสพยากรณ์ ให้เป็นศูนย์กลางแห่งพระพุทธศาสนาของโลกในยุคหลังพุทธกาล ชาวไทยจึงต้องรักษาพระพุทธศาสนาไว้ให้ดี พลังบารมีแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย จะคอยช่วยเหลือและคุ้มครองโลกมนุษย์ให้ปลอดจากภัยสงคราม ภัยโรคระบาด และภัยจากวิบากกรรมอื่นๆ โดยเฉพาะในยามที่บ้านเมืองวิกฤติเช่นนี้ และจัดสร้างด้วย“นิลรัตนะ” จะปัดเป่าภยันตรายทั้งหลายทั้งปวง โรคาพยาธิและสิ่งไม่ดีต่างๆ ให้หมดสิ้นไป,เพื่อให้พระสมเด็จองค์ปฐม “พระพุทธเมตตา” เป็นอนุสรณ์สถิตอยู่คู่กับอาคารปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ 7รอบ 84 พรรษา ปี พ.ศ.2550 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่งมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และกระทรวงมหาดไทย ร่วมกันจัดสร้างเพื่อจารึกไว้ในแผ่นดินตลอดกาล, เพื่อให้เป็นสมบัติของประเทศและชาวโลก คณะกรรมการจัดสร้างฯ ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เชิญตราสัญลักษณ์ งานฉลองเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 ไปประดิษฐาน ณ ผ้าทิพย์บนฐานพระสมเด็จองค์ปฐม “พระพุทธเมตตา” และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ได้เสด็จทรงวางศิลาฤกษ์อาคารฐานพระสมเด็จองค์ปฐม “พระพุทธเมตตา” ที่วัดเทพประทาน อ.สอยดาว จ.จันทบุรี แล้วเมื่อปี 2554

การจัดสร้างพระพุทธรูปด้วยนิลรัตนะนี้ เชื่อกันว่า จักมีอานิสงส์สูงสุด คือ อสงไขยกัปป์ และการสร้างพระพุทธรูปด้วยวัตถุธาตุใดก็ตาม จัดว่าได้สะสมมหากุศล มหาบารมีให้เกิดขึ้น อันจะเป็นอุปนิสัยปัจจัยแก่มนุษยสมบัติ สวรรคสมบัติ นิพพานสมบัติ และพุทธสมบัติในกาลต่อไปเบื้องหน้า ขณะนี้ได้มีเจ้าภาพรายใหญ่ อาทิ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล บริษัทเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด สวัสดิ์ หอรุ่งเรือง และยังขาดปัจจัยอีกจำนวนมาก จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมถวายพระราชกุศลฯ ครั้งประวัติศาสตร์นี้ โดยบริจาคเงินได้ที่ประธานจัดสร้างพระฯ กระทรวงมหาดไทย จังหวัดต่างๆ หรือโอนเงินเข้าบัญชีวัดเทพประทาน ธนาคารกรุงไทยธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงเทพ หรือสถานทูตไทยในประเทศต่างๆ ทั่วโลก หรือร้าน 7-ELEVEN หรือโทรศัพท์085-1148900, 089-2153455, 081-6219797 ใบอนุโมทนานำไปลดหย่อนภาษีได้ ผู้บริจาคเงินตั้งแต่ 20,000 บาทขึ้นไป คณะกรรมการจัดสร้างพระจะจารึกนามของผู้บริจาคไว้ที่อาคารฐานพระฯ สำหรับผู้บริจาคเงินจำนวนมากจะได้รับการจารึกนามในตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุด

พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี กับคณะกรรมการ อาทิ อัญชลี ชวนิชย์, ผศ.ดร.พรทิพย์ พุกผาสุข,ดร.ปฤถา พรหมเลิศ, รศ.ดร.พิชนี  โพธารามิก, พล.ต.อ.นิสสัย  บุญศิริ, นิรัตน์ พงษ์สิทธิการ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย, กรรณภรณ์ วงศ์ปิยะกุล

พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี กับคณะกรรมการ อาทิ อัญชลี ชวนิชย์, ผศ.ดร.พรทิพย์ พุกผาสุข,ดร.ปฤถา พรหมเลิศ, รศ.ดร.พิชนี โพธารามิก, พล.ต.อ.นิสสัย บุญศิริ, นิรัตน์ พงษ์สิทธิการ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย, กรรณภรณ์ วงศ์ปิยะกุล
พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี, ผศ.ดร.พรทิพย์ พุกผาสุข, กรรณภรณ์ วงศ์ปิยะกุล กับคณะช่วยเหลืองานบุญ ที่อยู่เบื้องหลังตลอดมา

พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี, ผศ.ดร.พรทิพย์ พุกผาสุข, กรรณภรณ์ วงศ์ปิยะกุล กับคณะช่วยเหลืองานบุญ ที่อยู่เบื้องหลังตลอดมา

เอไอเอส เสริมพลังบวกสายใยครอบครัว จัดเวิร์กช็อปใช้โซเชียล มีเดีย อย่างเข้าใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/300578

เอไอเอส เสริมพลังบวกสายใยครอบครัว จัดเวิร์กช็อปใช้โซเชียล มีเดีย อย่างเข้าใจ

เอไอเอส เสริมพลังบวกสายใยครอบครัว จัดเวิร์กช็อปใช้โซเชียล มีเดีย อย่างเข้าใจ

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

อมรรัตน์ ชาญปรีชญา ผู้บริหารเอไอเอส

เอไอเอส สานรัก ชวนครอบครัวร่วมเวิร์กช็อป ใช้โซเชียล มีเดียอย่างเข้าใจ เสริมพลังบวกสายใยครอบครัว ตอกย้ำแนวคิด “Family Reconnect”

หลังจากปล่อยคลิปวีดีโอสั้นแนวคิดใหม่ “Family Reconnect” ฉายภาพความไม่เข้าใจกันเกี่ยวกับการใช้โซเชียล มีเดียระหว่างคนในครอบครัวยุคดิจิทัลออกมาก่อนหน้านี้ สานรัก สนับสนุนสถาบันครอบครัวจาก เอไอเอส ยังต่อยอดแนวคิดนี้ด้วยการเปิดพื้นที่ AIS D.C. จัดกิจกรรมเวิร์กช็อปชวนสมาชิกในครอบครัวร่วมทำกิจกรรมเพื่อสร้างความเข้าใจบนโลกโซเชียล มีเดีย พร้อมพูดคุยกับ 2 ครอบครัวนักแสดง ตัวแทนคนรุ่นใหม่อย่าง แพรวา-ณิชาภัทร ฉัตรชัยพลรัตน์ และ จูนจูน-พัชชา พูนพิริยะ ที่มาร่วมแชร์ประสบการณ์ตรง สะท้อนเสียงคนรุ่นใหม่ ถึงความต้องการและรูปแบบการใช้งานโซเชียล มีเดียกับคนในครอบครัวในชีวิตประจำวัน

อมรรัตน์ ชาญปรีชญา ผู้อำนวยการส่วนงานประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์องค์กร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส กล่าวว่า คลิปวีดีโอสั้น Family Reconnect ที่เผยแพร่ออกไป ทำให้ทีมงานได้เห็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจบนโลกโซเชียล มีเดียจากผู้ชมในหลายมุมมอง มีทั้งการคอมเม้นต์แสดงความคิดเห็น การแท็กหาพ่อแม่หรือลูก เพื่อให้สมาชิกในครอบครัวได้ดูด้วย จากฟีดแบ๊กที่ได้รับมา ทำให้เราอยากขยายผลเรื่องนี้ต่อเนื่องและทำให้เห็นผลชัดเจนมากขึ้น อย่างเช่นในเฟซบุ๊ค เอไอเอส สานรัก จะเป็นสื่อกลางช่วยเป็นกระบอกเสียงให้กับทุกครอบครัว ด้วยการสร้างคอนเทนต์ที่นำเสนอแง่มุมความคิดและพฤติกรรมการใช้โซเชียล มีเดียของพ่อแม่ และลูกในสังคมยุคดิจิทัล พร้อมรวบรวมเทคนิคการใช้โซเชียล มีเดียอย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้ทุกครอบครัวสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับตัวเองได้ง่ายๆ พร้อมกันนี้ เรายังจัดกิจกรรมเวิร์กช็อป Family Reconnect ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ครอบครัวที่สนใจ มาร่วมใช้เวลาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และร่วมกันหาทางออกที่นำไปสู่การใช้โซเชียล มีเดียกันอย่างเข้าใจซึ่งกันและกัน

“กิจกรรมที่จัดขึ้นนี้คงทำหน้าที่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่ทำให้เกิดการพูดคุยเปิดใจซึ่งกันและกัน เมื่อโลกเปลี่ยนไปสู่ดิจิทัลมากขึ้น เครื่องมือที่ใช้ก็ต้องเปลี่ยนไปให้เหมาะสมกับแต่ละยุค แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือการใส่ใจดูแลคนข้างๆ ทั้งเวลาที่อยู่ด้วยกันและอยู่หน้าจอ”

กิจกรรมเวิร์กช็อป Family Reconnect เป็นกิจกรรมที่ชวนให้ครอบครัวที่สนใจสมัครเข้าร่วมกิจกรรมผ่านทางเฟซบุ๊ค เอไอเอส สานรัก โดยครอบครัวที่ได้รับการคัดเลือกมาในครั้งนี้ ได้ร่วมกิจกรรมสร้างความเข้าใจการใช้งานโซเชียล มีเดีย เป็นครั้งแรกของประเทศไทย พร้อมเสริมด้วยกิจกรรมเพิ่มทักษะการสื่อสารบนโลกออนไลน์ให้กลายเป็นเรื่องง่ายและเข้าใจกันมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ภายในงานยังได้เปิดเวทีชวนคุยกับ 2 ครอบครัวนักแสดงรุ่นใหม่อย่าง แพรวา-ณิชาภัทร ฉัตรชัยพลรัตน์ และ จูนจูน-พัชชา พูนพิริยะ มาเผยถึงการใช้งานโซเชียล มีเดียระหว่างคนในครอบครัวทุกแง่มุม ปิดท้ายด้วยการเวิร์กช็อปกลุ่มสุดพิเศษ Family Reconnect โดย ครูกุ๊กไก่-รังสิมา อิทธิพรวณิชย์ เจ้าของโรงเรียนการแสดง Action Play ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาที่มาร่วมปลดล็อกความคิดให้สมาชิกในครอบครัวได้เปิดใจเข้าหากัน และเชื่อมความสัมพันธ์ให้ครอบครัวได้ใช้โซเชียล มีเดียได้ใกล้กันมากขึ้น

ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อป Family Reconnect ต่างเผยความรู้สึกว่า นี่คือประสบการณ์สุดพิเศษที่จะสร้างความเข้าใจเรื่องการเล่นโซเชียล มีเดีย ระหว่างคนในครอบครัว เริ่มที่ คุณแม่ปาณิสรา ศิริวรรณ เผยว่า “ก่อนหน้านี้แม่ก็เคยแสดงความคิดเห็นผ่าน Facebook ของลูก ซึ่งเขาก็เคยบอกว่าเขาไม่ชอบ ไม่อยากให้ทำ แต่บางครั้ง เราก็ลืมมองเหมือนกันว่า ลูกเราก็มีสังคมของเขา เราต้องปล่อยเขาให้ได้ใช้ชีวิตในสังคมของเขาบ้าง เพียงแต่ต้องคอยสอดส่องดูแลไม่ให้ออกนอกลู่นอกทางมากเกินไป จากการทำบททดสอบทำให้เราเข้าใจกันมากขึ้น รู้ว่าเขาอยากได้อะไรจากแม่และแม่อยากได้อะไรจากเขา ซึ่งการพูดคุยยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราเข้าใจกันมากขึ้น”

นายรติภูมิ จักขุจันทร์ ลูกชายคนโตของครอบครัว บอกว่า “ส่วนใหญ่เวลาได้รับไลน์จากพ่อ-แม่ ผมจะส่งสติ๊กเกอร์หรือกดไลค์กลับไปให้พวกเขาสบายใจ หลังจากเวิร์กช็อปแล้วทำให้รู้ว่าพ่อ-แม่คิดอย่างไร เข้าใจมากขึ้นและจะนำสิ่งเหล่านั้นมาปรับปรุง ทำในสิ่งที่พ่อ-แม่ต้องการมากขึ้น หากมีปัญหาอะไรก็ควรหันหน้ามาพูดคุยและปรึกษากัน เพื่อให้การใช้โซเชียล มีเดีย ทำให้ใกล้กันมากยิ่งขึ้นครับ”

ด้าน แพรวา–ณิชาภัทร ฉัตรชัยพลรัตน์ นักแสดงวัยรุ่นชื่อดัง บอกว่า “ดีใจและขอบคุณที่ชวนแพรและครอบครัวมาร่วมกิจกรรมในวันนี้ เพราะบางทีแพรกับพ่อแม่อาจจะใช้โซเชียล มีเดีย ต่างกัน ด้วยไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง พอเราได้มาเวิร์กช็อปทำให้เราเข้าใจกันมากขึ้น เราก็จะได้รู้ถึงความรู้สึกของพ่อแม่ รวมไปถึงความรู้สึกของเราที่อยากบอกให้พ่อแม่ฟังด้วยค่ะ”

ปิดท้ายที่ จูนจูน–พัชชา พูนพิริยะ ดีเจ และ Content Creator บอกว่า “กิจกรรมที่เอไอเอสจัดขึ้นในวันนี้ เจ๋งมากๆ ค่ะ การนำเรื่องครอบครัวและการใช้โซเชียล มีเดีย ในปัจจุบันมาพูดถึง เป็นประเด็นที่น่าสนใจมากๆ จูนคิดว่าเป็นเรื่องที่สังคมควรให้ความสำคัญ เพราะไม่ใช่แค่วัยรุ่นที่เล่นโซเชียล มีเดีย แต่พ่อแม่เราก็เล่นเป็นแล้วเหมือนกัน กิจกรรมในวันนี้ทำให้ได้รู้ถึงการใช้งานโซเชียล มีเดียของทั้งสองวัยว่าเป็นอย่างไร รวมไปถึงเป็นการสร้างความเข้าใจร่วมกันด้วย”