คู่จิ้นสายบุญ! ‘ณเดชน์ –ญาญ่า’ควงคู่ทำบุญทอดกฐินที่ขอนแก่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/298887

คู่จิ้นสายบุญ! 'ณเดชน์ –ญาญ่า'ควงคู่ทำบุญทอดกฐินที่ขอนแก่น

คู่จิ้นสายบุญ! ‘ณเดชน์ –ญาญ่า’ควงคู่ทำบุญทอดกฐินที่ขอนแก่น

วันอาทิตย์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 15.58 น.

22 ต.ค.60 เป็นคู่จิ้นสายบุญอีกคู่หนึ่ง สำหรับ “ณเดชน์ คูกิมิยะ” กับ “ญาญ่า อุรัสยา” ที่มักจะควงคู่กันไปทำบุญไหว้พระกันอยู่เป็นประจำ

ล่าสุด ทั้งสองพร้อมครอบครัวและแฟนคลับ ได้ร่วมทำบุญทอดกฐินสามัคคี ที่ วัดหนองแวง อ.เมืองขอนแก่น โดยมีพระธรรมวิสุทธาจารย์ เจ้าอาวาสวัดหนองแวง พระอารามหลวงที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 9 พร้อมด้วยพุทธศาสนิกชนจำนวนมากมาร่วมกันทอดถวาย โดยยอดกฐินทั้งหมดได้เงินจำนวน 2,358,029.50 บาท

‘เบิร์ด-เอกชัย’ นำทีมศิลปินขึ้นคอนเสิร์ต ‘สติลออน มาย ไมด์ฯ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/298767

‘เบิร์ด-เอกชัย’ นำทีมศิลปินขึ้นคอนเสิร์ต ‘สติลออน มาย ไมด์ฯ’

‘เบิร์ด-เอกชัย’ นำทีมศิลปินขึ้นคอนเสิร์ต ‘สติลออน มาย ไมด์ฯ’

วันอาทิตย์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เพื่อน้อมส่งเสด็จฯ และรำลึกถึงอัจฉริยภาพทางดนตรีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ ๙“เบิร์ด-เอกชัย เจียรกุล” คนไทยคนแรกที่คว้ารางวัล “แชมป์กีต้าร์คลาสสิกโลก” ได้จัดงานฟรีคอนเสิร์ตบทเพลงพระราชนิพนธ์ “สติลออน มาย ไมด์เดอะอะคูสติคไนท์ทรีบิวท์ ทู เดอะ เกรท คิงพรีเซนเตด บาย ไทยเบฟเวอเรจ” สำหรับความพิเศษของคอนเสิร์ตครั้งนี้ เป็นการนำบทเพลงพระราชนิพนธ์กว่า 17 เพลง มาเรียบเรียงใหม่ในรูปแบบที่แตกต่าง ผ่านการบรรเลงจากเสียงกีตาร์คลาสสิกเป็นหลัก ในลักษณะ Acoustic Version ไม่มีเครื่องดนตรีไฟฟ้าประกอบ และโชว์การเดี่ยวกีตาร์ประชันร่วมกับวง Orchestra กว่า 50 ชีวิตรวมถึง Featuring กันระหว่างนักร้องคุณภาพระดับประเทศและเสียงกีตาร์คลาสสิกอันไพเราะด้วย

โดยบทเพลงพระราชนิพนธ์ในคอนเสิร์ตครั้งนี้ทั้งหมด ได้ผ่านเรียบเรียงเสียงประสานโดยนักประพันธ์ระดับโลกจากต่างประเทศหลายท่าน รวมถึงนักประพันธ์ระดับโลกอันดับต้นๆ ของประเทศไทย อย่าง ณรงค์ ปรางเจริญ ก็ได้มาร่วมเรียบเรียงบทเพลงพระราชนิพนธ์ในงานอีกด้วย เรียกได้ว่างานนี้ ผู้ฟังได้สัมผัสถึงบทเพลงพระราชนิพนธ์ที่คุ้นหูกันดีอยู่แล้ว ในรูปแบบที่แปลกออกไปนอกจากนี้ยังได้เหล่าศิลปินดังมาร่วมแสดงพลังผ่านโชว์ที่หลากหลาย อาทิกีตาร์คลาสสิกประชันเดี่ยวร่วมกับวง Orchestra ซึ่งเพลงโชว์นี้ได้นักประพันธ์เพลงระดับโลกชาวอังกฤษ StephenGoss มาเรียบเรียงโชว์นี้ให้โดยเฉพาะ, การบรรเลงกีตาร์บทเพลงพระราชนิพนธ์“ความฝันอันสูงสด” ร่วมประชันกับการขับร้องเสภาในแบบไทยเดิมโดยได้นักดนตรีไทยประยุกต์รุ่นใหม่ของไทยที่มีผลงานระดับโลก เก่ง-ธชย มาร่วมในโชว์นี้, กีตาร์คลาสสิกประชันกับสุดยอดขลุ่ยจากศิลปินแห่งชาติ อ.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี, กีตาร์คลาสสิกกับเสียงร้องอันทรงพลังของ ดา เอ็นโดรฟิน แบทเทิลเดี่ยวกีตาร์บทเพลงพระราชนิพนธ์กับสุดยอดนักเปียโน หนึ่ง-จักรวาร, ซาบซึ้งไปกับบทเพลงยิ้มสู้ บทเพลงพระราชนิพนธ์ที่ให้กำลังใจโชว์นี้ได้ น้องแป้ง นักเปียโนและ น้องแซ็ก นักแซ็กโซโฟน 2 นักเรียน จากวิทยาลัยดุริยางคศิลป์มหาวิทยาลัยมหิดล นอกจากนี้ยังมีโชว์พิเศษจาก GFA Winner Guitar Trio เป็นการรวมตัวกันของแชมป์กีตาร์คลาสสิกระดับโลกรายการ GFA1)Gabriel Bianco2) RovshanMamedkuliev ที่บินตรงมาจากประเทศฝรั่งเศสและรัสเซีย เพื่อการแสดงชุดนี้โดยเฉพาะ ร่วมด้วยวงคอรัส สวนพลู, Youth Guitar Orchestra ยิ่งใหญ่กว่า 50 ชีวิต เรียกว่ายิ่งใหญ่ ประทับใจชวนตราตรึง สมกับความตั้งใจที่จะทำให้เป็นค่ำคืนที่บทเพลงพระราชนิพนธ์จะอยู่ในใจเราตลอดไป

‘บอย โกสิยพงษ์’ ประพันธ์เพลง ‘ภูมิสิริมังคลานุสรณ์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/298768

‘บอย โกสิยพงษ์’ ประพันธ์เพลง ‘ภูมิสิริมังคลานุสรณ์’

‘บอย โกสิยพงษ์’ ประพันธ์เพลง ‘ภูมิสิริมังคลานุสรณ์’

วันอาทิตย์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และ คณะแพทยศาสตร์จุฬาฯ จัดแถลงข่าว พิธีเปิด อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์“ธ คู่ฟ้า ภูมิสิริมังคลานุสรณ์” ณ ชั้น 14 ระเบียงรมณีย์ อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โดยมี “ศาสตราจารย์ นายแพทย์ สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ” ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และคณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นประธานในงานแถลงข่าว งานนี้ได้นักแต่งเพลงชื่อดัง “บอย โกสิยพงษ์” เป็นผู้ประพันธ์เพลง “ภูมิสิริมังคลานุสรณ์” และ “กันต์ กันตถาวร” ร่วมงาน

‘อิ๋งอิ๋ง’ พาชม ‘Ueno Farm’ โลกแห่งนิทาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/298765

‘อิ๋งอิ๋ง’ พาชม ‘Ueno Farm’ โลกแห่งนิทาน

‘อิ๋งอิ๋ง’ พาชม ‘Ueno Farm’ โลกแห่งนิทาน

วันอาทิตย์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
รายการ “เปิดโลกสดใส” วันหยุดนักขัตฤกษ์ วันปิยมหาราช 23 ตุลาคมนี้ พิธีกรสาว “อิ๋งอิ๋ง-สิทธิณี” จะพาไป Ueno Farm Asahikawa ฟาร์มสุดน่ารักราวกับโลกแห่งนิทาน Ueno Farm ตั้งอยู่ที่เมือง Asahikawa ของจังหวัดฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ที่นี่เป็นสวนที่มีการตกแต่งด้วยดอกไม้สวยๆ ในแต่ละฤดูกาลราวกับอยู่โลกแห่งนิทานโดยเป็นสวนขนาดใหญ่เพื่อการท่องเที่ยว แต่เดิมเป็นฟาร์มเพื่อการเกษตร ในปัจจุบันได้กลายมาเป็นที่รู้จักในฐานะสวนที่ตกแต่งไปด้วยดอกไม้อันสวยงาม พร้อมพาชมวัฒนธรรมของชาวไอนุ เป็นชนพื้นเมืองของเกาะฮอกไกโดมีเชื้อสายมองโกลอยและคอเคซอยด์ นับถือธรรมชาติ มีอาชีพเกษตรกรรม ปลูกผักเลี้ยงสัตว์ และมีภาษาเป็นของตัวเอง เมื่อเข้าหน้าหนาวชาวไอนุจะนำฟางมากั้นเพื่อป้องกันความหนาวและมีพิธีจับปลาแซลมอน ติดตามชมรายการ “เปิดโลกสดใส” ได้ทุกวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 17.30 น. ทาง ททบ.5

ดาราพาเที่ยว : 2 นางเอกต่างยุค สัมผัสวิถีไทย สมัยรัชกาลที่ 9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/298742

ดาราพาเที่ยว : 2 นางเอกต่างยุค สัมผัสวิถีไทย สมัยรัชกาลที่ 9

ดาราพาเที่ยว : 2 นางเอกต่างยุค สัมผัสวิถีไทย สมัยรัชกาลที่ 9

วันอาทิตย์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ดาราพาเที่ยวฉบับนี้ขอแอบตาม 2 นางเอกแถวหน้าของเมืองไทย นก-สินจัย เปล่งพานิช และแอน ทองประสม ที่ปัจจุบันผันเวลาไปทำหน้าที่เป็นผู้จัดละครเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ในช่วงจังหวะว่างหากมีเวลาพักผ่อนหย่อนใจ ทั้ง 2 สาวมักหยิบภาพการเดินทางที่น่าสนใจ มาฝากแฟนๆ ทางอินสตาแกรมให้ได้ชมกันค่ะ

นก-สินจัย เปล่งพานิช ลงภาพความประทับใจของการได้เยี่ยมชมนิทรรศการ “เพราะ “พ่อ” เพราะสิ่งที่พ่อทำให้เรานั้นมากมาย” ซึ่งจะจัดแสดงที่โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ ชั้น 7 สยามสแควร์วันถึงวันที่ 19 พฤศจิกายนนี้ ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว @noksinjai โดยเป็นนิทรรศการที่รวบรวมผลงานทั้งทางด้านศาสตร์และศิลป์ของคนบันเทิงในหลากหลายสาขา อาทิจาก ปัญญา นิรันดร์กุล, ประภาส ชลศรานนท์, นิ้วกลม, แสตมป์-อภิวัชร์ และเพื่อนซี้ของ นก-สินจัย อย่าง เหมี่ยว-ปวันรัตน์ นาคสุริยะ ก็ได้ร่วมจัดแสดงผลงาน ภาพวาด ในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน โดยมี “น้องเรย์” หลาน ย่านก ร่วมติดสอยห้อยตาม…ภาพน่ารักของย่าหลาน ที่ร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชจึงแต่งแต้มรอยยิ้มให้กับแฟนๆ ที่ติดตาม

ซึ่งก่อนหน้านี้ นก-สินจัย ก็ได้เข้าเยี่ยมชมนิทรรศการเกี่ยวกับในหลวงรัชกาลที่ 9 ภายใน Bangkok Art & Culture Centre (Bacc) หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร พร้อมกับถ่ายทอดพระบรมราโชวาท ที่ยึดเป็น คำสอนของพ่อ ว่า“…การเลือกทางเดินนี้ บางทีก็ไม่อาจเลือกทางเดินที่ใกล้ที่สุด ลัดที่สุดได้เสมอไป เพราะทางที่ใกล้นั้นอาจมิใช่ทางสะดวกและปลอดภัย จึงจำเป็นต้องเลือกทางที่อ้อมที่ไกลกว่า บางทีเลือกเดินทางหนึ่งแล้ว ต่อมาพิจารณาเห็นว่ามิใช่ทางที่ถูกต้อง จำต้องย้อนกลับมาขึ้นต้นใหม่จึงจะถูกก็ต้องทำ มิฉะนั้นจะไปไม่ถึงจุดหมาย…” พระบรมราโชวาท ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 และ “เคยมีผู้กล่าวไว้ว่าราชอาณาจักรนั้นเปรียบเสมือนพีระมิด มีพระมหากษัตริย์อยู่บนยอด และมีประชาชนอยู่ข้างล่าง แต่สำหรับประเทศไทยแล้วดูเหมือนทุกอย่างจะตรงกันข้าม นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ข้าพเจ้าต้องปวดคอและบริเวณไหล่อยู่เสมอ..” พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานสัมภาษณ์แก่ผู้สื่อข่าวนิตยสาร เนชั่นแนลจีโอกราฟฟิก เมื่อ พ.ศ.2525

นับเป็นอีกหนึ่งมุมของ นก-สินจัย ที่ถ่ายทอดความรู้สึกแทนพี่น้องชาวไทยที่มีต่อพระองค์ท่านได้เป็นอย่างดีค่ะ

ด้าน แอน ทองประสม พาช่างภาพส่วนตัว อุ๊ปส์!! แฟนหนุ่ม เอ-ทินพันธ์ ตันตินิรันดร์ ไปท่องสุพรรณบุรีมาค่ะ แต่จะให้ถูก คงต้องบอกว่าหนุ่ม “เอ” เป็นฝ่ายพาว่าที่คุณภรรยาไปมากกว่าค่ะและด้วยความที่หนุ่ม “เอ” รักการถ่ายภาพเป็นชีวิตจิตใจ รูปหลากหลายมุมในอิริยาบถต่างๆ ของสาว“แอน” จึงเผยแพร่ให้แฟนๆ ได้ชม ผ่านทั้งทางอินสตาแกรม @annethong ของ แอน ทองประสม และ @atinnabhan ของ เอ-ทินพันธ์ รวมถึงชายหนุ่มยังได้รวบรวมเป็นอัลบั้มภาพ album: Take you out (ประเทศไทย) ที่ Facebook: A Tinnabhan (FB@tinnabhan) อีกด้วย

การไป จังหวัดสุพรรณบุรี ครั้งนี้ ทั้งคู่ได้เข้าไปเยือน หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทยและบ้านไทยรีสอร์ท สถานที่ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และรักษาขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมซึ่งเป็นมรดกของประเทศไทย โดยจำลองพื้นที่ทำเกษตรกรรม ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นอกจากนี้ โครงการบ้านควาย ยังสนองนโยบายของรัฐโดยการสร้างงาน สร้างรายได้ และสร้างโอกาส ให้แก่ชุมชน และชุมชนใกล้เคียงในการทำมาหากิน และประกอบอาชีพเพื่อยังชีพอย่างพอเพียง…เราจึงได้เห็นภาพอีเรียม อุ๊ปส์!! สาวแอน ขี่ควาย กันค่ะ

อีกจุดหมายต่อเนื่อง คือ ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย-นาเฮียใช้ ภาพที่สาวแอนนั่งเคียงข้าง แปลงนาผืนเล็กๆ ที่ปลูกเป็นรูปธงชาติไทย พร้อมกับแปลงดอกดาวเรืองโดยรอบ เพื่อร่วมถวายความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นภาพที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ติดตามไม่น้อย งานนี้ต้องยกเครดิตให้กับช่างภาพกิตติมศักดิ์อย่างหนุ่ม เอ-ทินพันธ์ ค่ะ

Hollywood stars : 22 ตุลาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/298763

Hollywood stars : 22 ตุลาคม 2560

Hollywood stars : 22 ตุลาคม 2560

วันอาทิตย์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

O พระเอกออสการ์ ทอม แฮงค์ เปิดตัวงานเขียนเล่มแรกในชีวิต Uncommon Type : Some Stories ที่ร้านหนังสือแห่งหนึ่งในนิวยอร์ก พร้อมกับแจกลายเซ็นให้แฟนคลับนับร้อย ที่อุดหนุนงานเขียนของเขาอย่างเป็นกันเองโดยงานเขียนเรื่อง Uncommon Type : Some Stories ประกอบด้วย 17 เรื่องสั้นที่เกี่ยวโยงกับเครื่องพิมพ์ดีดแต่ละเครื่อง ที่ทอม สะสมไว้ตั้งยุค 70

O นางเอกแถวหน้า เคท ฮัดสัน บินมาใกล้ๆ กับเมืองไทย คือกัมพูชา เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ร่วมกับโครงการอาหารโลก ขององค์การสหประชาชาติ เพื่อแก้ปัญหาความหิวโหยของเด็กยากไร้ เป็นการเดินทางมากัมพูชาครั้งที่ 3ของเคท ซึ่งเธอไม่เพียงเข้าครัวปรุงอาหารอร่อยๆ ให้เด็กๆ ได้อิ่มท้องเท่านั้น แต่ยังทำกิจกรรมและพูดคุยสอบถามถึงความเป็นอยู่กับทุกคนอย่างเป็นกันเองด้วย ก่อนเปิดเผยว่า พร้อมสนับสนุนให้เด็กๆ ได้รับสารอาหารที่เพียงพอต่อการเจริญเติบโต เพื่อให้มีแรงศึกษาหาความรู้ ซึ่งเธอจะนำประสบการณ์ที่ได้รับจากการไปเยือนกัมพูชามาบอกต่อให้คนทั่วโลกได้ตระหนักถึงปัญหาและหาทางออกร่วมกันต่อไป

O ยูทูบชาแนล Marvel Thailand ได้แชร์คลิปวีดีโอสัมภาษณ์พิเศษกับ คริส เฮมส์เวิร์ธ กับ ไทกา ไวติติ นักแสดงนำและผู้กำกับจาก Thor: Ragnarok ที่กระแสหนังมาแรงก่อนที่จะเข้าฉายกันเสียอีก แต่งานนี้เอ็กซ์คลูซีฟสุดๆ เมื่อสาวไทย เอม-สาธิดา ปิ่นสินชัย นักร้องและพิธีกรได้บินตรงไปสัมภาษณ์ถึงประเทศออสเตรเลีย จะเห็นว่าได้ว่าคริสและไทกาดูสนิทสนมกันมาก เป็นมิตรภาพล้วนๆ ไม่มีคำว่านักแสดงและผู้กำกับมากั้นกลางระหว่างพวกเขาเลย เมื่อถูกถามเกี่ยวกับเมืองไทย ที่หนุ่มคริสเคยเดินทางมาท่องเที่ยวแล้ว ก็ได้ให้คำตอบว่า “ผมชอบมากเลย ทั้งสวย ทั้งร้อน ผมชอบมวยไทย ชอบอาหาร ชอบที่นั่นสนุกมาก” แถมพ่อหนุ่มกล้ามโตยังพูดแทรกขึ้นมาแบบดื้อๆ ว่า “คนสวย?คนสวย คนสวย” แบบชัดมาก ทำเอาแฟนหนังสาวๆ มีแอบยิ้มหน้าบานกันไปตามระเบียบ

O เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ เผยประสบการณ์ในอดีตของเธอในงาน Elle Women In Hollywood Awards พร้อมเท้าความไปถึงสมัยที่ยังเป็นหน้าใหม่โดยไม่ระบุว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อไหร่ เมื่อเธอได้รับคำสั่งจากโปรดิวเซอร์หญิงคนหนึ่ง บอกให้ไปลดน้ำหนักให้ได้ 6 กิโลกรัมภายในสองสัปดาห์ ฟังดูแล้วนับว่าโหดใช้ได้ เป็นประสบการณ์สาวเจนลอว์บอกว่าไม่เคยลืมทั้งโปรดิวเซอร์ ผู้กำกับ หรือแม้แต่สตูดิโอนั้นเลย ทำให้เธอพยายามดูแลตัวเองให้ดีเพราะรู้สึกว่ต้องทำเพื่องาน จากนั้นเจนลอว์ก็เริ่มโด่งดังจากการรับบท แคทคิส เอเวอร์ดีน ในภาพยนตร์แฟรนไชส์เรื่อง Hunger Games เจนลอว์ยังพูดถึงประเด็นอื้อฉาวของฮาร์วีย์ ไวน์สตีนที่กำลังร้อนแรงอยู่ในตอนนี้ด้วย บอกว่าแม้เธอจะไม่เคยเจอเรื่องล่วงละเมิดทางเพศมาก่อน แต่พอเกิดเรื่องแบบนี้แล้ว ก็มองว่ามันเป็นการกระทำที่ให้อภัยไม่ได้และเป็นเรื่องน่าเศร้าจริงๆ

O สื่อ ENews! ได้รายงานข่าวดีว่า คู่รักที่คบกันแบบโลว์โปร์ไฟล์อย่าง ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์ กับ เอลิเซีย วิกันเดอร์ ได้จูงมือกันเข้าพิธีแต่งงานเมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว หลังปลูกต้นรักนอกจอมาได้สองปีกว่าที่อิบิซ่า ในประเทศสเปน เป็นงานแต่งแบบส่วนตัวที่เชิญเพียงแค่ครอบครัวและเพื่อนสนิทไปเท่านั้น นอกจากนี้แหล่งข่าวได้พบเห็นกลุ่มของไมเคิลไปถึงที่ชายหาดเมื่อวันศุกร์ ที่ไปรับประทานอาหารกลางวันบนเรือด้วยกัน โดยทั้งคู่ได้เตรียมช่างภาพส่วนตัวไว้สำหรับงานนี้เป็นที่เรียบร้อยไมเคิลกับเอลิเซียพบรักกันในกองถ่ายภาพยนตร์เรื่อง The LightBetween Oceans ในปี 2014 ความรักเริ่มก่อตัวจากความใกล้ชิด ที่ทั้งคู่ต้องร่วมงานกันท่ามกลางธรรมชาติ หลังจากนั้นก็เริ่มคบหาดูใจกันแบบไม่ออกสื่อสักเท่าไหร่ ขอแสดงความยินดีกับคู่บ่าว-สาวป้ายแดงด้วยนะจ๊ะ

สำนักนายกรัฐมนตรี เลือก 9 ศิลปิน RS ร้อง ‘รักพ่อไม่มีวันพอเพียง’ ถวายอาลัยพ่อหลวงรัชกาลที่ 9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/298769

สำนักนายกรัฐมนตรี เลือก 9 ศิลปิน RS  ร้อง ‘รักพ่อไม่มีวันพอเพียง’ ถวายอาลัยพ่อหลวงรัชกาลที่ 9

สำนักนายกรัฐมนตรี เลือก 9 ศิลปิน RS ร้อง ‘รักพ่อไม่มีวันพอเพียง’ ถวายอาลัยพ่อหลวงรัชกาลที่ 9

วันอาทิตย์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด
รักษาการแทนอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์, นางพัชราภรณ์อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และ รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ นายจรูญ ไชยศร เลือกร้องเพลง “รักพ่อไม่มีวันพอเพียง” จาก บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน)  นำโดย 9 ศิลปิน กุ้ง-สุธิราช, ธัญญ่าอาร์สยาม, ลาดา อาร์สยาม, ต้นข้าว อาร์สยาม, เพลง อาร์สยาม, นุช วิลาวัลย์ อาร์สยาม พร้อมด้วยดารานักแสดงช่อง 8 มังกร-ปภาวิน, ยีนส์-เกวลิน และ โอม-ฐิติวัฒน์ รวมพลังร้องเพลง “รักพ่อไม่มีวันพอเพียง” ถวายอาลัยรำลึก แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในงาน พิธีเปิดศูนย์สื่อมวลชนงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ” โดย กุ้ง-สุธิราช ตัวแทนศิลปินดารากล่าวว่า

“เป็นบทเพลงที่ถ่ายทอดเรื่องราวทุกอย่างได้ดีครับ ระหว่างที่ร้องก็นึกถึง หลักธรรม คำสอน ตามเนื้อหาของเพลง วันนี้ก็ยังคิดถึงพระองค์ทุกวัน สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผ่านไปได้คือ การยึดมั่นในความดี เป็นต้นแบบที่ดีครับ”

‘แดเนียล’ ฝรั่งหัวใจไทย เข้าโครงการชั่งหัวมัน สัมผัสเรื่องราวแห่งการพัฒนา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/298744

‘แดเนียล’ ฝรั่งหัวใจไทย  เข้าโครงการชั่งหัวมัน สัมผัสเรื่องราวแห่งการพัฒนา

‘แดเนียล’ ฝรั่งหัวใจไทย เข้าโครงการชั่งหัวมัน สัมผัสเรื่องราวแห่งการพัฒนา

วันอาทิตย์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เที่ยวตามรอยพระบิดาแห่งการพัฒนา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9โดยฝรั่งหัวใจไทยแท้ “แดเนียล เฟรเซอร์” เดินทางไปสัมผัสเรื่องราวแห่งการเกษตรที่โครงการชั่งหัวมัน เรียนรู้อาชีพเกษตรกรโคนม การทำฟาร์มปศุสัตว์ ชมแปลงเกษตรอินทรีย์ และทุ่งกังหันลม

โครงการทดลองด้านการเกษตร จ.เพชรบุรี เกิดขึ้นจากพระราชดำรัสให้มีการจัดหาและพัฒนาพื้นที่เพื่อทดลองปลูกมันเทศที่ชาวบ้านในท้องถิ่นนำมาถวาย จนมีการพัฒนาพื้นที่บริเวณต่างๆ เพื่อใช้เป็นศูนย์รวบรวมพืชเศรษฐกิจซึ่งพิธีกรฝรั่งหัวใจไทย “แดเนียล เฟรเซอร์” ได้ไปชมทุ่งกังหันลม ที่ใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานลม จากนั้นไปชมฟาร์มปศุสัตว์ ลองเป็นเกษตรกรโคนม อาชีพพระราชทานของในหลวง ร.9 พร้อมชมโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์นม ซึ่งได้รับรางวัลด้านการออกแบบบรรจุภัณฑ์ Thai Pack Awards 2017 จากสมาคมบรรจุภัณฑ์ไทย จากนั้นไปชมแปลงเกษตรอินทรีย์ พืชท้องถิ่นปลอดสารพิษ นอกจากนี้ยังได้พูดคุยกับ ลุงสำรอง แตงพลับซึ่งเคยเจอกับแดเนียลเมื่อ 5 ปีก่อน และเป็นคนไทยคนแรกที่สอนให้แดเนียลใช้ชีวิตตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง ร.9

โดยสัมผัสเรื่องราวแห่งการพัฒนา ณ โครงการชั่งหัวมัน กับฝรั่งหัวใจไทย “แดเนียล เฟรเซอร์” ในรายการ หลงรักยิ้ม ได้เย็นวันอาทิตย์ ที่ 22 ตุลาคมนี้ 4 โมงครึ่งทางช่อง 28 (3SD)

ร้อยดวงใจถวายความอาลัย ศิลปินดารากลุ่ม Star RETRO ตั้งมั่นสืบสานพระราชปณิธาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/298751

ร้อยดวงใจถวายความอาลัย  ศิลปินดารากลุ่ม Star RETRO ตั้งมั่นสืบสานพระราชปณิธาน

ร้อยดวงใจถวายความอาลัย ศิลปินดารากลุ่ม Star RETRO ตั้งมั่นสืบสานพระราชปณิธาน

วันอาทิตย์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

รอง เค้ามูลคดี

“คำสอนของพระองค์ท่าน นอกจากความพอเพียงแล้ว พ่อยึดปฏิบัติเสมอมา คือ “การมีสติ” การละทิ้งความเห็นแก่ตัว และ รู้จักการให้อภัย”

สมบัติ เมทะนี

“พระองค์ท่านแนะนำเรื่องคอเสื้อเชิ้ต ถ้ามันขาดตรงคอข้างใน ก็อย่าเพิ่งไปทิ้ง ให้กลับคอซะ เอาตรงที่ดีออก แล้วเย็บใหม่ อย่าเพิ่งไปทิ้งมัน ใส่จนกว่าจะขาด แล้วถ้าขาดก็ตัดคอมันออกทำเป็นคอจีนไปเลย นี่คือที่เราฟังท่านรับสั่ง หรือว่ารองเท้าขาด ก็อย่าไปทิ้ง ต้องซ่อมมัน เปลี่ยนพื้นใหม่ นี่คือที่เราจดจำน้อมนำมาปฏิบัติตามอยู่ในเวลานี้ ส่วนเรื่องความดีเราปฏิบัติอยู่แล้ว คือเราไม่ได้ไปเหลวไหล และคุณพ่อผมท่านก็เป็นนักรบเป็นข้าราชการรถไฟ ท่านผ่านมาแล้วสามศึกได้สู้รบ ตัวผมเองก็เป็นทหารเหมือนกันนะ เพราะว่าไม่ได้เรียนร.ด.ครบ ตามกำหนด เราเล่นกีฬารักบี้ ฟุตบอล บาสเกตบอล เป็นนักกีฬาโรงเรียนก็เลยขาดการเรียนไป ได้เรียน ร.ด.แค่สองปี เลยต้องสมัครเป็นทหารม้ายานเกราะ เป็นทหารอยู่หกเดือน ก็เป็นการตอบแทนคุณแผ่นดินอีกทางนึง และทุกวันนี้เวลาไปไหนเจอคนเฒ่าคนแก่หิ้วกล้วยมาก็จะขอเหมาเลยนะ น่าสงสารคนแก่หิ้วกล้วยน้ำว้ามาหนัก ก็เป็นธรรมดาที่เราจะช่วยเหลือให้ความเมตตาคน และในความที่เราเป็นพระเอกเนี่ยก็ได้ช่วยเหลือเลี้ยงดูเด็กๆ ที่เขาขาดทุนทรัพย์มาแล้วไม่รู้เท่าไหร่ ไม่มีค่าเล่าเรียนส่งค่าเทอมกันไป ความเมตตาเป็นคุณสมบัติที่เราติดอยู่เพราะไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อหรือว่าคุณย่าก็ดีท่านก็ต่างมีจิตเมตตาทั้งนั้นนะครับ ทั้งที่ก็ไม่ใช่คนรวยนะคนธรรมดานี่แหละ แต่ว่าก็ทำเท่าที่เราพอจะช่วยเขาได้ และอย่าลืมว่าต้องรู้จักกตัญญูกตเวทีกับพ่อแม่ ครูบาอาจารย์นี่เป็นสิ่งสำคัญมาก คืออย่าลืมบุญคุณคนที่เขาสร้างเรามาคนนั้นเราต้องถนอมเขารักเขาที่สุดและต้องไม่ลืม ต้องตอบแทนบุญคุณ ความกตัญญูรู้คุณเป็นธรรมอันประเสริฐที่มนุษย์ใช้อยู่”

โอ-ชัยรัตน์ เทียบเทียม

“พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างที่ดีในทุกๆ ด้านก็ว่าได้ครับ ตั้งแต่ความรัก ความกตัญญูต่อสมเด็จย่า ทำให้เราเห็นความรักอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ ความเป็นอัครศิลปินในด้านการประพันธ์เพลง ที่ทำให้คนทั้งโลกได้รู้ถึงพระปรีชาสามารถของพระองค์ ทุกบทเพลงที่ได้ฟัง ทำให้เรามีความสุขซาบซึ้งทุกครั้ง ไม่แพ้นักประพันธ์เอกของโลกท่านใดเลย และที่ยอดเยี่ยมที่สุดคือ ทรงสอนให้เรารู้จักคำว่า “เศรษฐกิจพอเพียง” ให้คนไทยช่วยเหลือตัวเอง เป็นแบบอย่างให้เราปฏิบัติตาม คำสอนทุกๆคำ เหมือนพ่อสอนลูก ด้วยความรักความเป็นห่วง ประชาชนอย่างเราควรจะต้องปฏิบัติตาม เพื่อแสดงออกถึงความรักความภักดีที่มีต่อพระองค์ ด้วยหัวใจของพวกเราทุกคน”

เอ๋-กษมา และ ดี้-ปัทมา

“พระองค์ท่านทรงเป็นต้นแบบของการทำความดี โดยไม่ต้องให้ใครเห็น ไม่ต้องให้ใครรู้ คือเรื่องของ “การปิดทองหลังพระ” ถึงไม่มีใครรู้ก็ไม่เป็นไร แต่เราก็ดีใจแล้ว ก็ภูมิใจที่ได้ทำความดี” เอ๋-กษมา กล่าว ด้าน ดี้-ปัทมา เผยว่า “ดี้ยึดในหลวงเป็นแบบอย่างในเรื่องของ “ความกตัญญู” เพราะท่านมีความกตัญญูกับพระราชชนนี หรือสมเด็จย่า อย่างมาก สละเวลาที่จะต้องกลับไปดูแลสมเด็จย่า แม้ว่าท่านจะมีงานหนักก็ตาม ที่ผ่านมาดี้ก็ดูแลแม่ และดี้ก็เชื่อว่าสิ่งนี้จะสืบเนื่องไปถึงลูกที่จะต้องมาดูแลเราต่อ ตกทอดกันไปค่ะ”

หน่อย-ณัฐนี สิทธิสมาน

“ทุกสิ่งที่ท่านตรัส ที่ท่านทำ ล้วนมีประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตแทบทั้งสิ้นค่ะ เราสามารถหยิบจับนำมาใช้ได้ทุกเรื่อง อย่างเป็นต้นว่า การปลูกผัก ดิฉันชอบรับประทานโหระพามาก พอซื้อมาปุ๊บ เอ๊ะ..เรามีกระป๋อง เราก็ปักก้านที่เหลือไว้ เพราะว่าซื้อทีไรทานไม่หมด เราก็สามารถเก็บไว้ทานต่อไปได้ หรืออย่างเรื่องบริหารเวลา กับการบริหารเงิน เป็นไปตามระเบียบวินัยของเราที่ควรจะเป็น รู้จักบริหารจัดการให้พอดี เรียกว่า “ความพอเพียง” สำหรับดิฉัน มาเป็นอันดับหนึ่งเลยค่ะ พอเพียงทั้งในเรื่องของการดำเนินชีวิต การคิด การอยู่อย่างเรื่องเงิน ตอนนี้ยังใส่กระปุกอยู่เลยค่ะ

สมมุติว่าเรามีรายได้วันหนึ่ง 500 บาท สิ่งนี้ไม่ได้ยากสำหรับการเก็บเงินของตนเองเลยค่ะ เราก็แบ่งเก็บแล้ว ค่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ดูว่าเรามีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ถ้าเมื่อวานเหลือ 100 วันนี้เราก็มี 600 บาท แต่ถ้าเราพอเราก็เก็บ 100 นั้นไว้ต่อ แต่ถ้าเราไม่พอ เราก็นำก้อนนั้นมาใช้ได้ โดยไม่ต้องไปกู้หนี้ยืมสินใคร โดยส่วนตัวจะทำอย่างนั้นตลอดมาค่ะ และเป็นคนที่จดบันทึกทุกอย่าง บางอย่างของลดราคา แต่เราไม่ได้ใช้ประจำ ก็ไม่ต้องซื้อ อย่างชุดดำ ชุดไทยจิตรลดา ก็มีอยู่ชุดเดียว จะเรียกว่าเป็น ชุดใหญ่ ของตนเองค่ะ คือซื้อมานานมากแล้ว และก็ใช้มาหลายงาน ไม่ต้องซื้อหาเปลี่ยนใหม่ทุกครั้งที่มีงานค่ะ เราดูตามความเหมาะสม

พระองค์ท่านทรงงานหนักมากนะคะ ไหนจะงานพิธีการ งานส่วนตัว ครอบครัว งานเพื่อราษฎร ท่านน่าจะเหนื่อยกว่าเราเยอะนะคะ แต่ท่านทรงใช้เวลาคุ้มค่ามากจริงๆ ท่านยังมีเวลาให้กับสมเด็จย่า มีเวลาให้กับครอบครัว ตรงนี้ทรงเป็นต้นแบบของ “การแบ่งเวลาให้ถูก” อย่างตนเองเวลาไปเล่นละคร เราก็สนใจคนที่ทำงานด้วยกัน กลับมาบ้าน ก็ให้เวลาคนในครอบครัว ซึ่งนี้ก็ได้ส่งต่อให้กับลูกหลานด้วยค่ะ คำที่พูดบ่อยๆ คือ “พระองค์ท่านทรงเหนื่อยกว่าเราอีกนะ” ให้มองท่านเป็นแบบอย่าง ถ้าได้เห็นตัวอย่าง ก็อาจจะมีแรงบันดาลใจได้ สำหรับบางคนนะคะ ได้เห็น ได้รู้ และเราเองก็ต้องประพฤติปฏิบัติให้เขาเห็นด้วย เหมือนที่พระองค์ท่านทรงลงมือทำให้ดู ไม่ใช่แค่ตรัสสอนเท่านั้นค่ะ”

บุ๋ม-รัญญา ศิยานนท์

“สิ่งหนึ่งที่จะได้เห็นได้เสมอจากคำสอนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ก็คือ “การทำความดีนั้นทำยาก แต่ต้องทำ เพราะว่าความชั่วที่ทำได้ง่าย จะเข้ามาแทนที่”เวลาที่ได้อ่าน ได้เห็น หรือนึกขึ้นมาทุกครั้ง จะรู้สึกว่า จริงมากที่สุด กับสิ่งที่พระองค์ท่านสอน เพราะตัวเราเอง เรามีทั้งสิ่งที่ดีและสิ่งที่ไม่ดี ไม่ว่าจะเป็นความคิด การกระทำ คำพูด คือถ้าเราชินกับการทำอะไรบ่อยๆ เราก็จะเตือนตัวเองได้บ่อยๆ ถ้าเราทำดีเป็นประจำ กับทั้งตนเองและผู้อื่น เราก็จะรู้สึกว่าสิ่งนั้นต้องทำตลอดเวลา เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เราหยุดทำความดี สิ่งที่ไม่ดีก็จะเข้ามาง่ายมาก และเมื่อไหร่ก็ตามที่เราเริ่มต้นที่จะละเลยการทำความดี ก็จะทำให้เรากลายเป็นคนที่ทำความไม่ดี ความแย่ ได้ง่ายเข้าไปอีก ทำให้เรานึกถึงการทำความดีได้น้อยลงเรื่อยๆ ทุกวัน

สิ่งนี้บุ๋มทำมาตลอดค่ะ และไม่ว่าวันนี้จะอยู่ตรงไหนของประเทศหรือของแผ่นดินนี้ ก็จะสนองคำสอนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ตลอดไป และตลอดชีวิตค่ะ”

ต่อง-สาวิตรี สามิภักดิ์

“ในฐานะที่เป็นคนไทย ถ้าถามว่าจะปฏิบัติตาม หรือว่าเดินตามรอยพ่ออย่างไร ก็คงบอกว่าข้อแรกเลยคือ ใช้ชีวิตอย่างพอเพียงค่ะ พระองค์ท่านเคยบอกว่า พอเพียงของแต่ละคนนั้น ไม่เหมือนกัน ไม่เท่ากัน เราก็ต้องดูที่ตัวเรา พอเพียงของเราต้องไม่เดือดร้อนทั้งตนเอง และผู้อื่น ใช้จ่ายให้พอเพียงกับสิ่งที่เราหามา อย่าทำอะไรเกินตัว สิ่งนี้คือข้อแรกที่ปฏิบัติมาโดยตลอดค่ะ

และในฐานะนักแสดง เคยได้ยินที่พระองค์ท่านตรัสว่า อาชีพของพวกเราคือการทำให้คนอื่นมีความสุข นั่นก็คือการที่เราได้ทำความดี และในฐานะประชาชนคนไทย ก็ยังมีหน้าที่อย่างอื่นอีก ถ้าเราสามารถทำดี ซึ่งการทำดีมีหลายอย่างค่ะ การเป็นผู้ให้ บางทีเราอาจจะให้ได้ไม่เหมือนคนอื่น เราให้ความสุขคนอื่น ในฐานะนักแสดง ถ้าเกิดเรามีเหลือเราก็แบ่งปัน ในฐานะที่เราพอจะแบ่งปันใครได้ ให้ความสุข ให้กำลังใจ และให้อะไรได้อีกหลายๆ อย่าง ที่ไม่จำเป็นต้องใช้เงิน

ปฏิบัติตัวให้เป็นประโยชน์ค่ะ คือเราอาจจะสามารถทำอะไรหลายๆ อย่างได้ การเป็นคนดี เป็นสิ่งที่หลายคนทำอยู่แล้วค่ะ แต่การเดินตามรอยพ่อ ในวันที่พระองค์ท่านไม่อยู่แล้ว คงต้องทำให้มากยิ่งขึ้น ส่วนตัวต่องนั้น ได้ปวารณาตัวเองไว้เลยว่า นับแต่นี้เป็นต้นไป ถ้าเกิดใครต้องการความช่วยเหลือ เท่าที่เรามีศักยภาพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการแสดง งานพิธีกร งานกุศล ขอให้บอก ขอแค่บอกล่วงหน้า 1 เดือน ทำให้ได้หมดเลยค่ะ อันนี้เป็นส่วนที่ความสามารถของเรา สามารถทำได้ และถ้าเกิดใครต้องการให้ช่วย แม้นจะเป็นสิ่งที่ไม่ถนัด ต่องเชื่อเสมอค่ะว่า เราฝึกฝน แล้วเราก็จะทำได้

พ่อบอกให้เป็นคนดี พ่อบอกให้คนไทยรักกันพ่อบอกให้คนไทยรู้จักให้อภัย สิ่งเรานี้คงจะเป็นคำสอนที่ยึดมั่นถือมั่น และจะทำตามตลอดไปค่ะ

เราจะระลึกได้อยู่เสมอ เมื่อเหตุการณ์เฉพาะหน้าเกิดขึ้น เราก็จะนึกถึงพ่อ ว่าพ่อเคยสอนให้เราทำแบบนี้เราก็ทำตาม พ่อทำไว้เยอะมากเหลือเกินค่ะ ก็จะพยายามปฏิบัติตามสิ่งที่พ่อสอน อาจจะไม่ทั้งหมด แต่ขอยืนยันเลยว่าจะพยายามทำให้ดีที่สุด ในฐานะเป็นลูกของพ่อ เป็นคนไทย เป็นข้ารับใช้ของแผ่นดินค่ะ”

ไก่-สุปราณี เจริญผล

“พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นต้นแบบในหลายๆ ด้าน ให้กับประชาชนชาวไทยค่ะ ส่วนของไก่เองได้ยึดพระองค์ท่านเป็นต้นแบบในเรื่องของ “ความพอเพียง” คือความพอมีพอดี ของตัวเรา จะทำอะไรก็ต้องคิดก่อนว่าตัวเรา และคนรอบข้างเรา จะเดือดร้อนหรือเปล่า ไก่ว่าเป็นวิธีคิดแบบสายกลาง ที่จะนำมาใช้ในชีวิตได้จริงๆ แบบยั่งยืนและมีความสุขค่ะ”

โอ๋-ญดา โชติชูตระกูล

“พระองค์ท่านทรงลงมือทำทุกสิ่ง ด้วยมุ่งหวังให้ประชาชนบนพื้นแผ่นดินไทยมีความผาสุก โดยไม่หวังผลตอบแทน สิ่งนี้จึงส่งต่อให้กับคนไทยทุกๆ คนได้รู้จัก “ความมีน้ำใจ” เรื่องของการให้ทาน การบริจาค โอ๋เชื่อว่าคนไทย 70 กว่าล้านคน ได้สิ่งนี้จากพ่อหลวงแน่นอน เพราะไม่ว่าจะเกิดเหตุภัยพิบัติ ภัยธรรมชาติใดๆ ก็ตาม ทุกคนจะมีน้ำใจหลั่งไหลมาช่วยผู้ที่เดือดร้อน โดยที่ไม่หวังสิ่งตอบแทน อย่างน้ำท่วม บางคนเข้าไปช่วย ทั้งๆ ที่สุดท้ายรถตนเองก็โดนน้ำท่วมด้วย นั่นคือสิ่งที่ทุกคนได้มาจากพ่อหลวงของเราค่ะ มีพ่อเป็นแบบอย่างให้กับเรา ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกๆ คนได้เห็นตั้งแต่เด็ก อย่างโอ๋ก็ตั้งแต่จำความได้ เห็นว่าในหลวงทรงงานหนักมากจริงๆ

อีกเรื่องหนึ่งคือ “การออม” ซึ่งสมเด็จย่าทรงให้ในหลวงหยอดกระปุก เพื่อนำเงินในกระปุกนี้ไปช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน คนที่ยากจน ซึ่งช่วยฝึกในเรื่องของความประหยัด การเก็บออม โดยคุณพ่อคุณแม่โอ๋เอง ก็ปลูกฝังโอ๋มาตั้งแต่เด็กๆ เช่นกันค่ะ คือถ้าอยากจะได้อะไร ก็ต้องหยอดกระปุกเก็บเอง ต้องทำงานหาเงินซื้อเอง จำได้ว่า มีช่วงหนึ่งที่คุณแม่โอ๋ปลูกฝัง ให้เลี้ยงนกกระทา ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับเด็กประมาณ ป. 3 ในตอนนั้น ที่จะต้องเลี้ยงนกกะทาหลายร้อยตัว ต้องดูแลเขา เพราเขาจะออกไข่ให้เราในทุกๆ วัน หลังจากนั้นก็จะนำไข่ไปขาย พอขายเสร็จได้เงินมา เราก็ต้องมาจดว่าวันนี้เราได้กำไรจากการขายไข่เท่าไหร่ เพราะนอกจากให้อาหารแล้ว เรายังต้องมียาบำรุงให้ไข่ออกมาสวย และต้องระวังในเรื่องของหนู หรือสัตว์อื่นที่จะมากินนกกระทาด้วย เงินตรงนี้แม่ก็จะสอนว่าส่วนนี้เอาไปจ่ายค่าเรียนพิเศษนะ อีกส่วนเดี๋ยวเราเอาไปทำบุญกัน สิ่งนี้จึงเป็นสิ่งที่ถูกปลูกฝังมาโดยตลอดค่ะ ถึงวันนี้ทำงานได้เงินมา ส่วนหนึ่งก็จะแบ่งไว้เก็บออมค่ะ เผื่อไว้ในวันข้างหน้า อีกส่วนคือเราเอาไว้ใช้จ่ายในสิ่งที่เราอยากจะได้อีกส่วนคือนำไปบริจาค ซึ่งอาจจะไปวัด หรือไปให้ผู้ที่เดือดร้อนแล้วสิ่งๆ นี้ก็ทำให้โอ๋ ได้ส่งต่อถึงลูกตัวเองด้วย ทำให้เขากลายเป็นคนที่รักการออมมาก รักที่จะได้หยอดกระปุกได้ช่วยเหลือคน เป็นเด็กที่มีน้ำใจ ซึ้งโอ๋เชื่อว่าสิ่งเหล่านี้คนไทยล้วนได้ ในหลวง รัชกาลที่ 9 เป็นต้นแบบค่ะ”

เอ๋-พรรณษร ปฐมาภินันท์

“..ผู้มีความจริงใจจะทำการสิ่งใดก็มักสำเร็จได้โดยราบรื่น ..ความจริงใจต่อผู้อื่นเป็นคุณธรรมสำคัญมาก สำหรับผู้ที่ต้องการความสำเร็จและความเจริญ.. (บางช่วงจากคำสอนของพ่อหลวงรัชกาลที่๙) เอ๋เชื่อแบบนี้มาตลอดค่ะ ว่าการที่เราทำอะไรด้วยความจริงใจ ไม่ว่าจะคิด จะพูด จะทำ โดยที่เราจริงใจกับทุกสิ่ง ซื่อสัตย์ในการกระทำทุกอย่าง คนที่เราพบเจอหรืออยู่รอบๆ เราก็จะเจอแต่คนในแบบที่จริงใจคล้ายๆ กัน คนที่ไม่มีความจริงใจก็จะเจอบ้าง แต่สุดท้ายกฎของแรงดึงดูดก็จะพาแต่คนดีคนจริงใจเข้ามามากกว่า และคนที่ไม่มีความจริงใจก็จะค่อยๆ หายไปค่ะ แม้แต่การทำงานหรือขอให้ใครช่วยเหลือ หากเรามีความจริงใจที่ออกมาจากใจจริงๆ มันสัมผัสได้ค่ะ เพราะมันเป็นสิ่งออกมาจากข้างใน เวลาเราทำอะไรสิ่งที่เราได้รับก็จะมีแต่คนที่ดีๆ ที่มีความจริงใจสนับสนุนส่งเสริมกันและกัน……นี่คือสิ่งที่เอ๋ยึดมั่นและทำมาตลอดค่ะ นอกเหนือจากนี้ทุกคำสอนของพ่อ ล้วนแต่เป็นเรื่องที่จริงและดีมากๆเลยจะพยายามจดจำและทำให้ได้ในการใช้ชีวิตต่อไปค่ะ”

เล็ก-วิวัฒน์ ผสมทรัพย์

“พระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงมีต่อพสกนิกรไทยนั้น มากมายเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ ผมเองก็ได้ยึดพระองค์ท่านเป็นต้นแบบในเรื่องของ “เศรษฐกิจพอเพียง” เช่นกันครับ ยกตัวอย่างเช่น ผมจะซื้ออะไร ผมต้องมีเงินทุนสำรองเกินราคาของชิ้นนั้นครับ”

แมน-วทัญญู มุ่งหมาย

“พระองค์เป็นต้นแบบของการทำดี หลายอย่างครับ ผมเองเกิดวันที่ 9 ผมเลยน้อมนำ ความดี ตามพระบรมราโชวาททั้ง 9 นั้น คือ 9 คำสอนของพ่อหลวง น้อมนำเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต 1.ความเพียร 2.ความพอดี3.ความรู้ตน 4.คนเราจะต้องรับและจะต้องให้ 5.อ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ 6.พูดจริง ทำจริง 7.หนังสือเป็นออมสิน 8.ความซื่อสัตย์ 9.การชนะใจตน นี่แหละ คือสิ่งที่พึงปฏิบัติให้ได้ เพื่อทำให้ชีวิตเรามั่นคง/มั่นใจ/และประสบความสำเร็จยึดแนวทางตามพระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร”

กรุง ศรีวิไล

“ทุกวันนี้คนก็น้อมนำมาปฏิบัติกันเยอะมาก อย่างเรื่องที่ว่าใช้เสื้อผ้าปะแล้วปะอีก ชุนแล้วชุนอีก มีเยอะมาก เราเองก็เป็นคนที่ไม่กินเหล้าไม่สำมะเลเทเมา แต่ว่าตอนวัยรุ่นก็ไม่ว่ากันนะ แต่ทุกวันนี้ก็อยู่แบบเรียกว่าพอเพียงก็ได้คือไม่หรูหรา กินข้าวราดแกงได้ เพราะนิสัยเราเป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้ว ตอนเป็น สส. นั่งโต๊ะหลุยส์ในรัฐสภา มีอาหารจากร้านอาหารแพงๆ ส่งให้สส. รัฐมนตรีทานในห้องอาหารรัฐสภา เราก็ลงไปกินข้าวราดแกงที่ร้านใต้ถุนสภา จานนึง 30-40 บาทก็พอ เพราะเราคิดว่าวันนึงทุกคนก็ต้องมากินข้าวราดแกงอยู่ดี ไม่ต้องไปหรูหราอะไร เหมาะแล้วที่เขาสอนนักการเมืองแบบนี้ เป็นจริงตามที่ใครพูด ผมไม่ได้เข้าข้าง คสช.หรือว่าใครนะแต่ผมว่าเขาทำดี เตือนสติคน

พอเห็นพ่อไหว้ในหลวงเขาก็ไหว้ตาม โดยที่เราไม่ต้องบอก อาจจะบอกสอนเขาในตอนที่เขาเด็กๆ แต่ว่าพอโตมามันก็ติดเป็นนิสัยของเขาไปแล้วครับ เขาจะไม่กล้าเอาเงินไปโยนเล่นไปวางไม่เป็นที่เป็นทางเด็ดขาด แล้วทานข้าวถ้าไม่หมดจานก็จะว่าเขา ข้าวสุกนะ แม้กระทั่งคนงานพวกแม่บ้านต่างๆ ที่เวลาเขาตักข้าวให้เราแล้วข้าวที่ติดทัพพีแล้วเขาก็ไป
วางไว้ข้าวสิบยี่สิบเม็ดที่ติดอยู่รวมแล้วเป็นครึ่งกระป๋อง เราก็เรียกเขามาดูเลยว่าถ้าคนที่เขาไม่มีกินเขายังลำบากมากนะคุณทำกันแบบนี้ได้ยังไง ถ้าวันหลังคุณไม่ช่วยผมประหยัดผมก็จะไม่ให้ข้าวคุณกิน แล้วไฟฟ้า น้ำอะไรต่างๆ ไม่ใช้ก็ต้องปิดดับให้หมด ผมจะสอนอย่างนี้”

ดวงใจ หทัยกาญจน์

“โดยส่วนตัวแล้ว ดำเนินชีวิตตามคำพ่อสอนโดยตลอดค่ะ “มีเมตตาไมตรีดีต่อกัน” คือเราห้ามชีวิตไม่ให้เกิดปัญหา เกิดความทุกข์ไม่ได้ แต่ถ้าในใจของเรามีเมตตาไมตรีและดีต่อกันอย่างจริงใจ เชื่อว่าปัญหาหนักก็จะกลายเป็นเล็ก ปัญหาเล็กก็จะไม่เกิด เพราะว่าเรามีใจที่เมตตาต่อกันช่วยอะไรได้ก็ช่วย ไม่เคยกลัวที่จะเกิดมาเป็นผู้ให้ ให้แล้วก็มีใจที่เป็นสุข

ตั้งแต่ดูข่าว สมัยที่ลูกเล็กๆ เราก็จะให้เขาดูข่าวพระราชสำนัก เพราะว่าเราเป็นคนเลี้ยงลูกเองแล้วก็อยู่กับลูกตลอดเวลา เห็นข่าวก็จะบอกกับลูกว่าในหลวงทรงทำอย่างนั้นอย่างนี้นะ และจะสอนให้เขาขอบคุณข้าวทุกจาน ข้าวทุกเม็ด ตามที่ในหลวงทรงสอน และทุกวันนี้ตัวเราเองเวลาตื่นเช้ามาหรือก่อนนอนก็จะสวด พุทธังเศรษฐี ธัมมังมั่งมี สังฆังเป็นสุข แล้วก็จะขอบคุณคุณพ่อคุณแม่ ขอบคุณครูบาอาจารย์และผู้มีพระคุณ แต่เดี๋ยวนี้ต้องเพิ่มอีกครั้งนึงแล้ว คือกราบส่งเสด็จพระเจ้าอยู่หัว สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ปกติจะสวด 5 ครั้งตอนนี้เพิ่มเป็น ขอให้ท่านคุ้มครองประเทศชาติของเรา”

อัษฎาวุธ เหลืองสุนทร

“สิ่งที่ยึดพระองค์ท่านเป็นต้นแบบนั้น มีหลายอย่างมากเลยนะครับ ทั้งเรื่องของความพากเพียร ซึ่งจำขึ้นใจเลยจากการที่เราประสบจากตัวเองในการแสดงพระมหาชนก และในความพากเพียรเราต้องมีสติปัญญาด้วย เจออุปสรรคต้องไม่ย่อท้อและสุขภาพพลานามัยต้องแข็งแรงสมบูรณ์ ต่อให้คุณฉลาดมากขยันมากแต่ว่าคุณขี้โรคไม่มีเรี่ยวไม่มีแรงต่อให้คุณมีความขยันพากเพียร ดังนั้น 3 อย่างต้องรวมกัน คือฉลาดมีสติปัญญามีความรู้ ต้องมีร่างกายที่พร้อมด้วย แล้วพอเรามีความพากเพียรมันก็จะเกิดผล นี่แหละคือสิ่งที่พระมหาชนกในบทพระราชนิพนธ์ซ่อนไว้ และมีอีกพาร์ทหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องของต้นมะม่วง 2 ต้น ที่ต้นนึงมีผลกับไม่มีผลในอันเดิมก็คือประชาชนไปรุมทึ้งต้นที่ผลจนพังเสียหายและพระมหาชนกเวอร์ชั่นเก่าก็ละไปนิพพานซะ ปล่อยให้ประชาชนลำบาก แต่พระมหาชนกเวอร์ชั่นของพระองค์ก็คือกลับมาดูแลประชาชนให้ความรู้ ต้นที่มีผลจะดูแลยังไงให้มีผลเก็บกินได้ยาวนาน ก็เหมือนกับประเทศไทยที่มีทรัพยากรเยอะแต่ใช้อย่างเดียวไม่รู้จักรักษา ส่วนอีกต้นที่ไม่มีผลก็หาวิธีซึ่งพระองค์ใช้วิชาการมาสอน มี 9 วิธีที่จะทำให้ต้นไม้สามารถออกผล คือตัดกิ่งทาบกิ่งต่อตากับต้นที่มีผล ซึ่งมันเทียบกับอาชีพอื่นๆได้ ไม่ใช่เฉพาะเกษตรกร มันไม่ใช่เรื่องของปาฏิหาริย์แต่เป็นเรื่องของวิชาการวิทยาศาสตร์ และอีกหนึ่งอย่างคือเรื่องการทำความดี พระองค์บอกว่าการทำความดีมันยาก แต่ก็ต้องทำไม่งั้นสังคมก็จะมีแต่คนไม่ดี การทำเลวมันทำง่าย อยากทำทำปุ๊บเลวเลย แต่ว่าการทำความดีกว่าคนอื่นจะเห็นหรือว่ากว่ามันจะแสดงผลออกมามันต้องใช้เวลา บางความดีต้องทำเป็นปีๆ กว่าจะเห็น แต่ถ้าคุณไม่ทำก็จะไม่เห็นผลสักที เพราะฉะนั้นพระองค์จึงบอกว่าเริ่มต้นทำความดีเสียตั้งแต่วันนี้”

‘น้องสกาย’ยังอยู่ห้องICU เลือดออกในทางเดินอาหาร-ติดเชื้อเริม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/298766

'น้องสกาย'ยังอยู่ห้องICU เลือดออกในทางเดินอาหาร-ติดเชื้อเริม

‘น้องสกาย’ยังอยู่ห้องICU เลือดออกในทางเดินอาหาร-ติดเชื้อเริม

วันเสาร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 15.19 น.

21 ต.ค.60 ความคืบหน้าอาการป่วยของ ด.ช.ธฤต ธาน หรือ น้องสกาย ผู้รับบทน้องโจ ลูกชายใจเริง ในเรื่องเพลิงบุญ ที่ล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองในกระดูกไขสันหลังระยะที่ 4 และกำลังเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลอยู่นั้น

ล่าสุด คุณแม่ของน้องสกาย ได้โพสต์ข้อความอัพเดทอาการของลูกลายลงบนอินสตาแกรมส่วนตัว ข้อความว่า “อัพเดทอาการน้องนะคะ ตอนนี้ยังต้องรักษาตัวในไอซียูต่อไปอีกซักระยะนะคะ เนื่องจาก 2 วันที่แล้วน้องถ่ายออกมาเป็นสีดำๆ หมอเลยคาดว่าน่าจะมีเลือดออกในระบบทางเดินอาหาร จึงรีบให้ยาเคลือบกระเพาะ เกล็ดเลือดและเม็ดเลือดแดง ส่วนยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา สารน้ำและแร่ธาตุต่างๆ ยังคงให้ทางสายน้ำเกลือตามเดิม ที่เพิ่มเติมมาในวันนี้คือให้ยาต้านไวรัสเพราะหมอคาดว่าในปากอาจจะติดเชื้อเริม ซึ่งรอผลจากการเพาะเชื้ออยู่ น้องมีไข้สูงเกือบตลอดเวลาได้แต่เช็ดตัวไปเรื่อยๆ เพราะปากเป็นแผลเลยไม่ยอมทานยาลดไข้ ทางเราก็เป็นห่วงมาก เพราะเข้าเยี่ยมได้แค่วันละ 2 ครั้ง ครั้งละชั่วโมง กลัวน้องจะขาดกำลังใจ แต่คุณหมอโรคติดเชื้อบอกยังเอาอยู่เพราะชีพจรยังปกติดี ตอนนี้ทำได้แค่รอให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือดขาวเพื่อต่อสู้กับโรคแทรกซ้อนต่างๆ ขอขอบพระคุณทุกๆ กำลังใจดีๆ ที่มีให้กับน้องสกายและครอบครัวนะคะ”