พักการเรียน1เทอม รุ่นพี่ล้ำเส้นรับน้อง บังคับนศ.ข้ามเพศแก้ผ้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/279034

พักการเรียน1เทอม รุ่นพี่ล้ำเส้นรับน้อง บังคับนศ.ข้ามเพศแก้ผ้า

พักการเรียน1เทอม รุ่นพี่ล้ำเส้นรับน้อง บังคับนศ.ข้ามเพศแก้ผ้า

วันอังคาร ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 22.10 น.

ความคืบหน้ากรณีรับน้องของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีนักศึกษาข้ามเพศชั้นปีที่ 1 ถูกรุ่นพี่บังคับให้ถอดเสื้อ สร้างความอับอายให้แก่เด็กคนดังกล่าว และสร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาอย่างหนัก กระทั่งผู้บริหารของมหาวิทยาลัยต้องตั้งกรรมการขึ้นมาสอบสวนเรื่องดังกล่าวเป็นการด่วน

โดยเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการสอบสวนของมหาวิทยาลัยดังกล่าว ได้สรุปมาตรการลงโทษนักศึกษาที่ก่อเหตุซึ่งประกอบด้วยนักศึกษาชั้นปีที่ 3 และ 4 จำนวน 5 ราย และนักศึกษารุ่นพี่ที่จบการศึกษาไปแล้วอีก 1 ราย โดยในส่วนของนักศึกษาปี 3 และ 4 นั้น คณะกรรมการมีมติให้ลงโทษตามระเบียบของมหาวิทยาลัย คือ ให้พักการเรียน 1 ภาคการศึกษา โดยให้มีผลทันทีในภาคการศึกษานี้ ส่วนนักศึกษาที่เป็นศิษย์เก่า ต้องให้ผู้ปกครองและนักศึกษาผู้เสียหาย เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เนื่องจากมหาวิทยาลัยไม่มีอำนาจในการดำเนินการได้

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในการสรุปผลการพิจารณาดังกล่าว มหาวิทยาลัย ได้เชิญผู้ปกครองและ “น้องเอมมี่” (นามสมมติ) นักศึกษาผู้เสียหาย มาร่วมรับฟังข้อสรุป โดยรุ่นพี่ผู้ก่อเหตุทั้ง 5 คน ได้นำพวงมาลัยมาขอโทษครอบครัวของ น้องเอมมี่ พร้อมกับกล่าวขอโทษตัวน้องเอมมี่ผู้เสียหายด้วย โดยฝ่ายผู้ปกครองของน้องเอมมี่ได้ขอให้ทั้ง 2 ฝ่าย ไม่ติดใจเอาความต่อกัน และให้ดูแลกันตามประสารุ่นพี่รุ่นน้อง รวมทั้งเตรียมขอเข้าพูดคุยกับคณะกรรมการของมหาวิทยาลัย เพื่อขอให้ลดหย่อนโทษแก่รุ่นพี่ทั้ง 5 คนต่อไป

‘นายกฯ’ฝาก ขรก.-ครู-นักเรียน โหลดแอพฯ’เอคโค่อิงลิช’ฟุดฟิดฟอไฟ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/279015

'นายกฯ'ฝาก ขรก.-ครู-นักเรียน โหลดแอพฯ'เอคโค่อิงลิช'ฟุดฟิดฟอไฟ

‘นายกฯ’ฝาก ขรก.-ครู-นักเรียน โหลดแอพฯ’เอคโค่อิงลิช’ฟุดฟิดฟอไฟ

วันอังคาร ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 19.51 น.

4 ก.ค.60 เมื่อเวลา 16.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงข้อปรารภของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ว่า นายกฯ ได้ให้ความสำคัญเรื่องการใช้ภาษาอังกฤษ โดยได้กล่าวกับครม. และฝากไปถึงข้าราชการทุกคนว่าตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ผลิตแอพพลิเคชั่นสอนภาษาอังกฤษเอคโค่อิงลิช (EchoEnglish) จึงอยากให้ข้าราชการทุกคนได้ดาวน์โหลดไว้เพื่อใช้ในการศึกษาภาษาอังกฤษและใช้ในชีวิตประจำวันได้ รวมถึงครู และนักเรียนในต่างจังหวัดจะได้ศึกษาจากแอพพลิเคชั่นดังกล่าวด้วย นอกจากนี้ นายกฯ ยังแนะนำว่าครูที่ไม่รู้ว่าจะออกข้อสอบอะไรที่จะใช้ในชีวิตประจำวันสามารถเปิดดูในแอพพลิเคชั่นดังกล่าว และนำมาออกข้อสอบให้นักเรียนทำได้

แชร์ว่อน! แถลงเครือข่ายรร.ปริยัติฯงดรับ’เงินอุดหนุน’-ซัด’ผอ.พศ.’สร้างความเสียหาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/279012

แชร์ว่อน! แถลงเครือข่ายรร.ปริยัติฯงดรับ'เงินอุดหนุน'-ซัด'ผอ.พศ.'สร้างความเสียหาย

แชร์ว่อน! แถลงเครือข่ายรร.ปริยัติฯงดรับ’เงินอุดหนุน’-ซัด’ผอ.พศ.’สร้างความเสียหาย

วันอังคาร ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 19.38 น.

4 ก.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ในโลกโซเชียลมีเดียได้มีการแชร์ แถลงการณ์ “เครือข่ายโรงเรียนพระปริยัติธรรม 4 ภาค” เรื่อง แจ้งโรงเรียนพระปริยัติธรรมให้งดรับเงินอุดหนุนจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ฉบับที่ 1 โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้

“ตามที่ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้ให้ข่าวต่อสื่อมวลชนว่า โรงเรียนพระปริยัติธรรมมีการทุจริตเงินอุดหนุน ซึ่งเป็นการให้ข่าวโดยปราศจากความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องต่อระบบการศึกษาของคณะสงฆ์ ได้สร้างความเสียหายต่อคณะสงฆ์อย่างร้ายแรง ด้วยโรงเรียนพระปริยัติธรรม มีอยู่จำนวน 4,000 กว่าแห่ง มีสามเณรศึกษา 40,000 กว่ารูป ได้รับเงินอุดหนุนเป็นรายปี รูปละ 20,000 บาท จ่ายค่าครูสอน 15,000 บาทต่อเดือน เหลือ 5,000 บาท เพื่อเฉลี่ยอุดหนุนสามเณรตกรูปละ 160 บาทต่อรูปต่อเดือน โดยในจำนวน 160 บาท จะถูกแบ่งจ่ายเป็นค่าหนังสือ อุปกรณ์การเรียน สมุด ปากกา สบง จีวร และค่าภัตตารหาร

เงินจัดการศึกษาโรงเรียนสามเณรมากกว่า 85 เปอรฺเซ็นต์ ได้มาจากศรัทธาญาติโยม ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้เงินอุดหนุนจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ อันจะเป็นเหตุให้พระกลายเป็นโจรยักยอกเงิน ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มีหน้าที่ในการให้ความอุปถัมภ์บำรุงการศึกษาพระภิกษุ์สามเณร กลับไม่รู้ข้อเท็จจริงนี้เลย ได้ให้ข่าวสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรง จึงไม่เหมาะสมเป็นผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ อีกต่อไป

เครือข่ายโรงเรียนพระปริยัติธรรม 4 ภาค ซึ่งเป็นองค์กรทำหน้าที่ประสานงานโรงเรียนพระปริยัติธรรม จึงออกแถลงการณ์แจ้งโรงเรียนพระปริยัติธรรมทั่วประเทศให้งดรับเงินอุดหนุนจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป และเครือข่ายโรงเรียนพระปริยัติธรรมทั่วประเทศ จะเดินทางไปยื่นหนังสือเพื่อขอชี้แจ้งกรณีดังกล่าวต่อนายกรัฐมนตรีต่อไป”

ขณะที่ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กลุ่มโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ต้องการจะเข้าพบเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง ว่า ตนยินดีที่จะรับฟังคำชี้แจงทุกเรื่อง และพร้อมให้ความเป็นธรรม แต่ตอนนี้ยังไม่ได้รับการประสานงานมา

ทั้งนี้ ในเรื่องงบรายหัวโรงเรียนพระปริยัติธรรมนั้น เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ข่าวที่ออกไปอาจจะดูน่ากลัว แต่ความจริงแล้วทาง พศ.เพียงต้องการจะขอให้มีการตรวจสอบจำนวนตัวเลขนักเรียนที่แท้จริงของโรงเรียนพระปริยัติธรรมเท่านั้น แต่ไม่ทราบว่าหนังสือที่แจ้งไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) หลุดออกไปได้อย่างไร ทำให้เกิดความเข้าใจว่าตนเปิดศึกอีกแล้ว ทั้งที่เพียงต้องการจะสำรวจจำนวนนักเรียนโรงเรียนพระปริยัติธรรมเท่านั้น เพราะโดยส่วนตัวเข้าใจดีว่า โรงเรียนพระปริยัติธรรม เป็นโรงเรียนที่ให้โอกาสกับเด็กที่ขาดโอกาสทางการศึกษา อีกทั้งนักเรียนของโรงเรียนพระปริยัติธรรม ก็ไม่เคยสร้างปัญหาให้แก่สังคมด้วย

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 2 ก.ค.60 ที่ผ่านมา พ.ต.ท.พงศ์พร เปิดเผยว่า หลังจากแจ้งหมายเลขโทรศัพท์ส่วนตัว เพื่อให้พระสงฆ์หรือผู้ที่มีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องการทุจริตเงินอุดหนุนวัด แจ้งเข้ามาที่ตนโดยตรง ซึ่งปรากฏว่ามีพระคุณเจ้าโทรมาให้เบาะแสถึงวิธีการแจ้งนักเรียนโรงเรียนพระปริยัติเกินจริง เพื่อให้ได้รับเงินอุดหนุนรายหัวจากรัฐมากขึ้นนั้น ถือเป็นความประสงค์ดีของพระคุณเจ้า และตรงกับข้อมูลที่ตนมีอยู่ แต่ตนคงตอบไม่ได้ว่ามีกี่โรงเรียนที่แจ้งตัวเลขนักเรียนเกินจริง เพราะแต่ละปีเราจัดสรรเงินให้กับโรงเรียนเป็นจำนวนมาก ฉะนั้นคงต้องไล่เป็นรายปีงบประมาณ ส่วนที่ถามว่าความผิดลักษณะนี้จะมีโทษอย่างไรนั้น คงต้องตรวจสอบก่อน ถ้ามีหลักฐานและถ้าข้อเท็จจริงพบว่าทำให้งบประมาณหายไป ก็จะมีความผิดทั้งทางอาญาและแพ่งอยู่แล้ว แต่ทั้งนี้ตนขอตรวจสอบก่อน

เมื่อถามว่า จะมีมาตรการป้องกันอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดการแจ้งยอดจำนวนนักเรียนเกินจริงอีก พ.ต.ท.พงศ์พร กล่าวว่า เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตนได้ทำหนังสือถึงผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) ตรวจสอบจำนวนนักเรียน โดยขอให้ พศจ.ร่วมกับสำนักงานกลุ่มโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ดำเนินการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลจำนวนนักเรียนให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน ซึ่งแนวทางการลงไปตรวจสอบดังกล่าว เชื่อว่าทำให้แก้ไขปัญหาการแจ้งตัวเลขนักเรียนโรงเรียนพระปริยัติธรรมเกินจริงได้

ทั้งนี้ หนังสือถึงผู้อำนวยการ พศจ.เรื่อง ตรวจสอบจำนวนนักเรียนโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา มีใจความว่า

“ด้วยได้มีผู้ทำหนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับจำนวนนักเรียนของโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ว่า โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ได้ทำการเปิดการเรียนการสอนในระดับ ม.ตอนต้น และ ม.ตอนปลาย หลายแห่ง มีจำนวนนักเรียนในโรงเรียนจริงๆ น้อยมาก มีการแจ้งจำนวนนักเรียนเป็นเท็จ โดยในการตรวจสอบจำนวนนักเรียนก็ดูเฉพาะตัวเลขตามที่โรงเรียนแจ้งให้ทราบเท่านั้น ไม่มีการตรวจสอบจำนวนตัวเลขที่แท้จริง ประกอบกับ พศ.ได้มีหนังสือที่ พศ 0002/04721 ลงวันที่ 9 พ.ค.60 แจ้งให้ทำการตรวจสอบและรับรองข้อมูลสถิติพื้นฐานและข้อมูลรายบุคคลของโรงเรียน และรับรองข้อมูลตามแบบรายงานสถิติข้อมูลแบบ จ.3-2 จัดส่งให้กองพุทธศาสนศึกษา พศ.ภายในวันที่ 9 มิ.ย.60

เพื่อให้การดำเนินการเกี่ยวกับการตรวจสอบจำนวนนักเรียนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และถูกต้องตามกฎหมาย จึงขอให้ พศจ.ร่วมกับสำนักงานกลุ่มโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ดำเนินการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลจำนวนนักเรียนให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน พร้อมทั้งให้รับรองข้อมูลมาตามแบบรายงานสถิติพื้นฐานและข้อมูลรายบุคคลของโรงเรียนและแบบรายงานสถิติข้อมูลแบบ จ.3-2 และจัดส่งให้กองพุทธศาสนศึกษา ภายในวันที่ 6 ก.ค.60 สำหรับ พศจ.ใดที่ได้รายงานข้อมูลตามแบบรายงานสถิติพื้นฐานและข้อมูลรายบุคคลของโรงเรียนและแบบรายงานสถิติข้อมูลแบบ จ.3-2 แล้ว หากเห็นว่าข้อมูลดังกล่าวถูกต้องเป็นจริง ก็ขอให้ทำหนังสือยืนยันข้อมูลอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ หากไม่รายงานข้อมูลดังกล่าวมาภายในวันเวลาที่กำหนด จะส่งผลให้การจัดสรรเงินอุดหนุนการจัดการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ในไตรมาสที่ 4 ไม่เป็นไปตามแผนปฏิบัติการใช้จ่ายงบประมาณ”

แถลงการณ์ “เครือข่ายโรงเรียนพระปริยัติธรรม 4 ภาค” เรื่อง แจ้งโรงเรียนพระปริยัติธรรมให้งดรับเงินอุดหนุนจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ฉบับที่ 1

กรุงเก่านำโจ๋อาชีวะ4สถาบัน เข้าค่ายสร้างปรองดองรุ่นที่7

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/279001

กรุงเก่านำโจ๋อาชีวะ4สถาบัน เข้าค่ายสร้างปรองดองรุ่นที่7

วันอังคาร ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 19.05 น.

4 ก.ค.60 ที่หอประชุมตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ว่าที่ร้อยตรีอภินันท์ เผือกผ่อง ปลัดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.ภูวดิท ชนะคชภัทร์ รองผบก.ภ.จว.สิงห์บุรี ช่วยราชการศูนย์ป้องกันปราบปราบยาเสพติด พระนครศรีอยุธยา เป็นประธานปฐมนิเทศ นักศึกษาจาก 4 สถาบันการศึกษาระดับอาชีวะ จำนวน 100 คน ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะก่อเหตุทะเลาะวิวาท เข้าค่ายละลายพฤติกรรม ตามโครงการสุภาพบุรุษอาชีวะ “เรียนอาชีวะคนละที่ แต่เลือดสีเดียวกัน” เพื่อนำศึกษาที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงมาเข้าทำการอบรมละลายพฤติกรรมป้องกันการก่อเหตุทะเลาะวิวาท

ว่าที่ร้อยตรีอภินันท์ กล่าวว่า สำหรับโครงการเรียนช่างคนละที่ แต่เลือดสีเดียวกัน ทางตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมกับพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พมจ.) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และสถาบันอาชีวศึกษาทั้ง 4 แห่ง ได้ดำเนินโครงการนี้มาอย่างต่อเนื่อง รุ่นนี้เป็นรุ่นที่ 7 ด้วยการนำเรียนระดับอาชีวะที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงในการก่อเหตุทะเลาะวิวาทมาเข้าค่าย 4-5 วัน กินนอนอยู่ด้วยกันทำกิจกรรมอยู่ด้วยกัน ละลายพฤติกรรม ให้ทุกสถานบันเป็นเพื่อนกันช่วยเหลือกัน ได้ผลดีเป็นที่น่าพอใจสามารถการก่อเหตุทะเลาะวิวาทได้ จนใน 2 ปีที่ผ่านมาไม่มีการก่อเหตุทะเลาะวิวาทเลย จนทางกรมอาชีวศึกษา ยกให้อยุธยาเป็นโมเดลในการแก้ไขปัญหานักศึกษาก่อเหตุทะเลาะ วิวาท เพราะที่ผ่านมา ทั้งเช้าและเย็นต้องส่งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไปคอยป้องกันเหตุนักเรียนก่อเหตุทะเลาะวิวาท รวมไปถึงต้องคอยติดตามคดีในการจับกุมผู้ก่อเหตุ เมื่อก่อเหตุละเลาะวิวาทแล้วย่อมมีความสูญเสียเกิดขึ้น ทั้งตัวเด็กชีวิตและทรัพย์สิน ที่สำคัญคือเสียอนาคตของชาติ

พ.ต.อ.ภูวดิท  ชนะคชภัทร์ รองผบก.ภ.จว.สิงห์บุรี ช่วยราชการศูนย์ป้องกันปราบปราบยาเสพติด พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประสบผลสำเร็จในการดำเนินโครงการ “เรียนอาชีวะคนละที่ แต่เลือดสีเดียวกัน”ซึ่งทำให้นักเรียนนักเลงที่เคยทะเลาะวิวาท ไล่ตี ไล่แทงกันในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หมดไป  โดยตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ในรุ่นนี้ได้นำนักศึกษา ที่เข้าเรียนใหม่และพวกที่เข้าอยู่ในกลุ่มเสี่ยงจากสถานบันต่างๆรวมประมาณ 100 คน มาเข้าค่ายในช่วงระหว่างวันที่ 5-7 ก.ค. ที่โรงแรมเดอะโซไซตี้  รีสอร์ท อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา

โลกสดใส กายสุขสันต์ : หยุดวงเหล้า ก่อนจะกลายเป็นวงเศร้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/278915

news_default

โลกสดใส กายสุขสันต์ : หยุดวงเหล้า ก่อนจะกลายเป็นวงเศร้า

วันอังคาร ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 14.23 น.

“สุรา” ที่แปลว่า “เหล้า” ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สร้างผลร้ายให้แก่ผู้ดื่มในทันท่วงที (โดยไม่ต้องรอให้เกิดผลในชาติหน้า) ไม่ว่าจะเป็นผลทางด้านสุขภาพร่างกาย ความสัมพันธ์ในครอบครัว อุบัติเหตุบนท้องถนนรวมถึงคดีอาชญากรรมในสังคม

ด้วยเหตุนี้ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)และกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) จึงผนึกความร่วมมือจัดเวที “ยกทัพ ปรับขบวน ชวนคนงดเหล้าเข้าพรรษา 2560” เพื่อแลกเปลี่ยนบทเรียนสู่การเตรียมพร้อมรับมือกับช่วงเข้าพรรษาที่จะเกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคมนี้ ภายใต้แนวคิด 3 กลยุทธ์ 1,000 แกนนำชวนคนงดเหล้าเข้าพรรษา

ดร.นพ.บัณฑิต ศรไพศาล รองผู้จัดการกองทุน สสส. เล่าถึงความสำคัญของการขับเคลื่อน “งดเหล้าเข้าพรรษา” ว่า การดำเนินงานงดเหล้าเป็นเรื่องสำคัญที่มีผลกระทบในวงกว้างเพราะเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมรวมถึงวิถีชีวิตที่เคยชินของคนส่วนใหญ่ ที่ผ่านมาสสส. และภาคีเครือข่าย มุ่งทำงานในระดับบุคคล ด้วยการให้ข้อมูลเพื่อส่งเสริมให้เปลี่ยนวิธีคิดเป็นหลัก แต่กลับพบว่า การที่คนดื่มเหล้าจะเปลี่ยนพฤติกรรมได้ต้องเกิดจากตัวผู้ดื่ม แรงกดดันและกำลังใจจากคนรอบข้าง รวมถึงการเข้าถึงแหล่งจำหน่ายหรืองานสังสรรค์ได้ง่าย การทำงานในปีนี้จึงเน้นการทำงานบูรณาการแบบเต็มรูปแบบภายใต้กลไกการทำงานระดับอำเภอ ชุมชน ระบบสุขภาพ ภาคประชาสังคม และเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ที่มุ่งเน้นให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถอดบทเรียนจากการดำเนินงานในปีก่อนๆ เพื่อยกระดับความเข้มข้น จากเพียงงดเหล้าช่วงเข้าพรรษาเป็นงดเหล้าครบพรรษา ต่อยอดเป็นการงดเหล้าให้ครบปีสู่การงดเหล้าตลอดชีวิต โดยวางเป้าหมายสร้างแกนนำงดเหล้าเข้าพรรษาในระดับอำเภอให้ได้ 1,000 คน จากทั่วประเทศ

นพ.บัณฑิต กล่าวย้ำอย่างเอาจริงเอาจังว่า ในปีนี้จึงใช้กลยุทธ์ 3 ขยาย เป็นแนวทางการขับเคลื่อนกิจกรรม คือ 1) ขยายพื้นที่ ขับเคลื่อนงานงดเหล้าเข้าพรรษาอย่างน้อยจังหวัดละ 1 อำเภอ 2) ขยายกลุ่มเป้าหมาย ไม่เพียงแต่ผู้ดื่มแต่รวมถึงผู้เสพและผู้ติด และ 3) ขยายเวลา ส่งเสริมสู่ช่วงออกพรรษารวมถึงเลิกเหล้าตลอดชีวิต เพราะเรื่องสุขภาพไม่ใช่เพียงรอให้เจ็บป่วยแล้วรักษา แต่รวมถึงการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมเอื้อให้เกิดการมีสุขภาวะที่ดี ซึ่งที่ผ่านมาในปี 2559 เห็นได้ว่า ช่วงเทศกาลเข้าพรรษาระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคมสถิติการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนลดลงเฉลี่ย 15% เมื่ออุบัติเหตุลดน้อยลงความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินก็น้อยลงตามไปด้วย

นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ หัวหน้ากลุ่มที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาของ สสส. ถือว่าประสบความสำเร็จมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 80% ซึ่งการขับเคลื่อนงานนี้ไม่ได้ช่วยคนเพียงคนเดียว แต่ยังได้ช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ช่วยลดความรุนแรงในครอบครัว ลดความรุนแรงในสังคม รวมถึงลดค่าใช้จ่ายที่เสียไปกับขวดเหล้ากว่า 2 แสนล้านบาท อีกทั้ง ทุกๆ 6 คนที่ดื่มเหล้า จะมีหนึ่งคนที่อยู่ในภาวะเป็นทั้งผู้เสพ (เริ่มต้นเสพควบคุมตัวเองไม่ได้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา) และผู้ติด (ไม่สามารถหยุดดื่มได้เกิดจากการควบคุมการทำงานของระบบสมอง) ในกลุ่มนี้คือกลุ่มเป้าหมายหลัก เป็นกลุ่มที่หยุดได้ยากต้องได้รับการช่วยเหลือบำบัดเพื่อลดอาการลงแดงหรืออาการช็อกจากการหยุดดื่มกะทันหัน ซึ่งการรักษานอกจากต้องใช้ยาบรรเทาอาการสมองถูกกดจากฤทธิ์สุราแล้ว คือการใช้จิตวิทยา จิตบำบัด ปรับเปลี่ยนความคิด-พฤติกรรมให้เข้าใจต่อการเลิกดื่ม การใช้หลักศาสนาเข้าช่วย รวมถึงการสร้างกิจกรรมขึ้นมาเพื่อชดเชยวงเหล้าที่เคยมีให้เปลี่ยนเป็นกิจกรรมสร้างสรรค์อย่างเช่น ออกกำลังกาย เตะตะกร้อปั่นจักรยาน เพื่อเป็นการสร้างสังคมใหม่ให้เขาเกิดความรู้สึกว่า ยังมีสังคม มีเพื่อนที่เข้าใจ เหมือนการห้ามลูกเล่นเกมผู้ปกครองก็ต้องสร้างกิจกรรมอย่างอื่นเพื่อมาชดเชยกิจกรรมที่ปกติลูกเคยใช้เวลาเหล่านั้นเล่นเกม

หลายๆ คนอาจคิดว่า การดื่มเหล้าคือกิจกรรมสำคัญเพื่อการเข้าสังคม เป็นการสร้างมิตรภาพที่ดี หรือเป็นการพบปะเพื่อนเก่าที่นานๆ ได้เจอกันครั้งหนึ่ง ซึ่งนั่นไม่ใช่เหตุผลที่จำเป็น ยิ่งหากหากเราดื่มโดยขาดความยั้งคิด ผลเสียก็จะยิ่งตามมากมาย ซึ่งมีตัวอย่างที่เห็นอยู่บ่อย อย่างเช่น…

นายสุทิน อินเลงราช อายุ 39 ปี ชาวบ้านท่าช้าง อ.เวียงหนองล่องจ.ลำพูน เล่าเรื่องราวให้ฟังว่า ตนติดสุรามากว่า 20 ปี จากการทำสวนแล้วเพื่อนร่วมงานชวนดื่ม จากที่ไม่ดื่มก็กลายเป็นดื่มทุกวัน จากที่ดื่มทุกวันก็เพิ่มปริมาณเป็นวันละครึ่งขวด แม้ภรรยาจะเอ่ยปากขอให้เลิกดื่ม แต่ ณ ตอนนั้นยังไม่สามารถเลิกได้ สุดท้ายจึงต้องแยกทางและไม่ได้เลี้ยงดูลูกชาย และส่งผลให้พ่อของตนเครียดและเสียชีวิตในที่สุด ปัจจุบันนี้ตนจึงเหลือแม่เพียงคนเดียวที่ต้องดูแล ตอนนี้ผมจึงพยายามร่วมกิจกรรมเลิกเหล้าในชุมชนเชิญชวนคนใกล้ตัวให้หันมาเลิกเหล้าเพื่อที่เขาจะได้หลุดพ้นจากวงจรเหล่านี้

“หยุดวงเหล้า ก่อนจะกลายเป็นวงเศร้า” คือคำขวัญที่ “ปานมณี” ของฝากเอาไว้ในวันนี้ ก่อนที่ “โลกอันสดใสจะกลายเป็นโลกแห่งความมืดมน”

โดย ปานมณี

เด็กเซ็ง!ครูสั่งนักเรียนกว่า5พันคน เข้าแถวไหว้หน้าประตู-ไม่สวยต่อใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/278878

เด็กเซ็ง!ครูสั่งนักเรียนกว่า5พันคน เข้าแถวไหว้หน้าประตู-ไม่สวยต่อใหม่

วันอังคาร ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 09.28 น.
4 มิ.ย. 60 วานนี้ (3 มิ.ย.) นักเรียนโรงเรียนอุดรพิทยานุกูล จ.อุดรธานี ต่างพากันโพสต์ข้อความลงบนโลกออนไลน์ เพราะเมื่อช่วงเช้าของเมื่อวาน มีคุณครูท่านหนึ่งที่ยืนเวรหน้าประตู ได้สั่งให้นักเรียนที่กำลังเดินเข้าโรงเรียนยืนเข้าแถว และสั่งให้ไหว้สวยงาม หากไม่สวยงามให้ไปต่อแถวใหม่ ทำให้นักเรียนที่มาที่หลังต้องต่อแถวนาน ซึ่งจำนวนของนักเรียนในโรงเรียนนั้นมีประมาณ 5 พันคนที่ต้องผ่านประตูโรงเรียน
นักเรียนรายดังกล่าวระบุว่า โรงเรียนมีนักเรียน5พันกว่า มารรอตอนเช้าให้ต่อแถวเข้ารรทีละคน คือนี่มาตั้งแต่7.00ตอนนี้7.25ยังไม่ได้เข้าเลย คือมาเช้าๆอ่ะก็อยากมากินข้าวเช้าที่โรงเรียน อยากมาส่งการบ้าน อยากมาทำภารกิจส่วนตัวบลาๆ บอกเลยว่าคนขับรถผ่านไปผ่านมาใครก็มอง ตอนนี้แถวยาวไปถึงประตูสองละจ้า

รับสมัครนักศึกษารับทุนฝึกงานด้านเทคนิค ต่างประเทศ สำหรับผู้ที่กำลังเรียนอยู่ในระดับ ปริญญาโท และ เอก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/278727news_default

รับสมัครนักศึกษารับทุนฝึกงานด้านเทคนิค ต่างประเทศ สำหรับผู้ที่กำลังเรียนอยู่ในระดับ ปริญญาโท และ เอก

วันอังคาร ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

โครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษานานาชาติเพื่อการฝึกงานด้านเทคนิค หรือ IAESTE Thailand  (The International Association for the Exchange of Students for Technical Experience) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) มีหน้าที่ส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักศึกษาระดับอุดมศึกษา ด้วยการส่งนักศึกษาฝึกงานด้านเทคนิค ณ ประเทศต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งเป็นประเทศสมาชิกองค์กร IAESTE A.s.b.l. ประมาณ 88 ประเทศ

และในปีนี้  IAESTE Thailand  ได้เปิดรับสมัครสอบคัดเลือกนักศึกษาระดับปริญญาตรีปีที่ 3-4 และปริญญาโท-เอกโดยมีคุณสมบัติดังนี้ 1.มีสถานภาพเป็นนักศึกษา ณ วันที่สมัครสอบ 2.กำลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 3 ขึ้นไปทุกมหาวิทยาลัย เกรดเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า2.00, 3.กำลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาโท เอก ทุกมหาวิทยาลัย เกรดเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 3.00, 4.เป็นผู้ที่มีความสามารถในการใช้ ภาษาอังกฤษดี หรือ ภาษาต่างประเทศอื่นๆ 5.อายุระหว่าง 18-30 ปี โดยเสียค่าสมัครคนละ 500 บาท)รับสมัครตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม 2560- 6 ตุลาคม 2560 จันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-18.00 น. วันเสาร์ เวลา 09.00-16.00 น. สามารถสมัครได้ที่สำนักงาน IAESTE Thailand ชั้น 10 อาคารอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี พระจอมเกล้าพระนครเหนือ เลขที่ 1518 ถนนประชาราษฎ์ 1 แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กทม.10800 สามารถ Download ใบสมัครได้ที่www.iaeste.kmutnb.ac.th/Doc/Application_Form.pdf

โรงเรียนทุ่งโพธิ์วิทยา พร้อมรักษาระดับยอดเพชร โครงการ TO BE NUMBER ONE ครบรอบ 15 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/278729

news_default

โรงเรียนทุ่งโพธิ์วิทยา พร้อมรักษาระดับยอดเพชร โครงการ TO BE NUMBER ONE ครบรอบ 15 ปี

วันอังคาร ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2560 โครงการ TO BE NUMBER ONE นำโดย นายเดชรัฐ สิมศิริ ผู้ตรวจกระทรวงมหาดไทยประธานกรรมการประเมิน ลงพื้นที่ประเมินผลการดำเนินงานโครงการ TO BE NUMBER ONE ของโรงเรียนทุ่งโพธิ์วิทยา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 14 (พังงา ภูเก็ต ระนอง) ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ได้รับการคัดเลือกผ่านเข้าสู่การประกวดระดับประเทศ ประจำปี 2560 เพื่อนำผลการประเมินไปรวมกับการประกวด ระดับประเทศ ในวันที่ 13-15 กรกฎาคม 2560 ณ ศูนย์ประชุมอิมแพค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

นายพรศักดิ์ จินดาพล ผู้อำนวยการโรงเรียนทุ่งโพธิ์วิทยา เปิดเผยว่าโรงเรียนทุ่งโพธิ์วิทยา ได้ดำเนินงานโครงการชมรม TO BE NUMBER ONE มาเป็นระยะเวลา 15 ปี ตั้งแต่ปี 2545 เป็นต้นมา ได้มีการพัฒนาการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง โดยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อมุ่งเน้นให้นักเรียนกล้าแสดงออก กล้าคิด กล้าทำ เป็นคนดีของสังคม และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับนักเรียนไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ตามพระประสงค์ของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดี โดยยึดหลักการดำเนินงาน 4 ประการ คือ 1.การปฏิบัติงานจริง2.การดำเนินงานตามแนวทางโครงการ TO BE NUMBER ONE  3.ความต่อเนื่อง และ 4.การพัฒนา และได้มีการประกวดชมรมTO BE NUMBER ONE ผ่านการประเมินในระดับต่างๆ ตั้งแต่ระดับเงิน ระดับทองจนปัจจุบันเป็นต้นแบบระดับเพชร สร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจให้กับโรงเรียนมาโดยตลอดโดยโรงเรียนได้รับคัดเลือกผ่านเข้าสู่การประกวด ระดับประเทศ ได้เป็นต้นแบบระดับเพชร เป็นปีที่ 3 แล้ว และในการลงพื้นที่ประเมินของคณะกรรมการครั้งนี้ จะนำผลการประเมินไปรวมกับการประกวดระดับประเทศอีกครั้ง ซึ่งเราเชื่อว่า เราสามารถที่จะรักษาระดับยอดเพชรได้ต่อไป

วันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ ทบทวนคำปฏิญาณและสวนสนามลูกเสือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/278724

วันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ ทบทวนคำปฏิญาณและสวนสนามลูกเสือ

วันอังคาร ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ นายพงษ์ชัย ไทยวรรณศรี ผอ.สพป.พิจิตร เขต 1 ในฐานะผู้อำนวยการลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษาพิจิตร เขต 1 ได้ จัดพิธีทบทวนคำปฏิญาณและสวนสนามของลูกเสือ ขึ้น ณ สนามกีฬาจังหวัดพิจิตร อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร

นายพงษ์ชัย ไทยวรรณศรี กล่าวในงานเปิดงานว่า จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ เนื่องในโอกาสมหามงคลเสด็จขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ไทย รัชกาลที่ 10 แห่งราชวงศ์จักรี โดยมีผู้บังคับบัญชาลูกเสือ จำนวน 213 คน และลูกเสือ-เนตรนารี จำนวน 1,386 คน รวมเป็นผู้ร่วมประกอบพิธีจำนวนทั้งสิ้น 1,599 คน

ม.พะเยา ค้นพบกบสายพันธุ์ใหม่ของโลก ‘หัวโตหลงชวน-หนองเล็กเชียงใหม่’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/278726

news_default

ม.พะเยา ค้นพบกบสายพันธุ์ใหม่ของโลก ‘หัวโตหลงชวน-หนองเล็กเชียงใหม่’

วันอังคาร ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นักวิจัย มหาวิทยาลัยพะเยา นำโดยว่าที่ร้อยตรี ดร.ฉัตรมงคล สุวรรณภูมิ อาจารย์ สาขาการประมง คณะเกษตรศาสตร์และทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยพะเยา เปิดเผยถึงการค้นพบ กบสายพันธุ์ใหม่ของโลกว่า เป็นกบที่มีความแตกต่างทั้งลักษณะทางสัณฐานวิทยาและทางพันธุกรรม เป็นกบ“หัวโตหลงชวน (Longchuan big-headed frog)” โดยเก็บตัวอย่างได้จากลำห้วยในป่าเขตเมืองหลงชวน อยู่ทางทิศตะวันตกของมณฑลยูนนาน ประเทศจีน และมีการกระจายพันธุ์สามารถพบในตะวันตกของมณฑลยูนนาน ประเทศจีน และชายแดนระหว่างประเทศจีนและประเทศพม่า

ว่าที่ร้อยตรี ดร.ฉัตรมงคล กล่าวว่า เป็นการทำงานวิจัยร่วมกันของนักวิจัยประเทศไทยและนักวิจัยจาก Kunming Institute of Zoology (CAS) ประเทศจีน ซึ่งเป็นการจำแนกตามลักษณะพันธุกรรมและเสียงของกบ ที่แสดงถึงความแตกต่างของกบแต่ละชนิด หากดูด้วยตาเปล่าอาจจะมองว่าเหมือนกบในสกุล Limnonectes ทั่วๆ ไป แต่ด้วยลักษณะทางพันธุกรรมที่โดดเด่น ซึ่ง เป็นความพิเศษและบ่งบอกว่ากบดังกล่าว เป็นชนิดใหม่และครั้งแรกที่มีการค้นพบ ซึ่ง การค้นพบครั้งนี้ มีส่วนสำคัญในการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับกบ ที่จะนำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางการเกษตร และทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงทางเศรษฐกิจของประเทศต่อไป

“กบหัวโตหลงชวน ค้นพบในประเทศจีนแต่กบที่ค้นพบครั้งแรกในประเทศไทย ได้แก่ กบหนองเล็กเชียงใหม่ (Chiang Mai Rain-Pool Frog) เป็นกบที่มีความแตกต่างกับกบชนิดอื่นๆในสกุล Fejervarya ทั้งลักษณะทางสัณฐานวิทยา พันธุกรรม และเสียงร้อง สำหรับแหล่งที่อยู่อาศัย ของกบชนิดนี้ในหนองน้ำหรือพื้นที่ทำเกษตรกรรม ในปัจจุบันเราพบการกระจายพันธุ์เฉพาะ บ้านม่อนจอง อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เท่านั้น ซึ่งกบชนิดนี้แม้จะยังไม่มีการศึกษาทางด้านคุณค่าทางเศรษฐกิจเท่าที่ควร แต่มีคุณค่าต่อแวดวงการศึกษาอย่างมาก เพราะสามารถนำไปสู่การเรียนรู้ทางทรัพยากรธรรมชาติ เกษตรกรได้ “กบหัวโตหลงชวน และกบหนองเล็กเชียงใหม่” เป็นกบที่ชาวบ้านท้องถิ่นใช้รับประทาน เป็นอาหารได้

ว่าที่ร้อยตรี ดร.ฉัตรมงคล กล่าวต่อไปว่ากบ 2 สายพันธุ์ใหม่ ปัจจุบันยังไม่ได้ศึกษาเพื่อนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ เพราะยังไม่ได้มีการเพาะเลี้ยง แต่ชุมชนสามารถใช้ในการบริโภคเป็นแหล่งโปรตีนในท้องถิ่น ซึ่งสิ่งที่ต้องทำ โดยเฉพาะในส่วนของกบหนองเล็กเชียงใหม่ พบแถวหนองน้ำ และพบในบริเวณฟาร์มต่างๆ อาจจะได้รับสารพิษจาก สารเคมี และยาฆ่าแมลง ที่เกิดจากกิจกรรมของชาวบ้านในชุมชนซึ่งมีความเสี่ยงอย่างมากต่อการสูญพันธุ์ของกบสายพันธุ์นี้ในประเทศไทย ดังนั้นต้องให้ความรู้ประชาชนเกี่ยวกับกบสายพันธุ์นี้ในแง่มุมของการใช้ประโยชน์ควบคู่กับการอนุรักษ์ต่อไปเช่นกัน ซึ่งการค้นพบเหล่านี้ มีประโยชน์ต่อวงการศึกษาไทย งานวิจัยของไทย รวมถึงพัฒนาเป็นแหล่งโปรตีนต่อยอดไปสู่การเกษตร และการส่งเสริมรายได้ อาชีพให้แก่คนไทย อย่างไรก็ตาม งานวิจัยครั้งนี้ได้มีการลงวารสารของ วารสาร Zootaxa “Taxonomic revision of the Chinese Limnonectes (Anura, Dicroglossidae) with the description of a new species from China and Myanmar” และ Zoological Research “A new species of genus Fejervarya (Anura : Dicroglossidae) from northern Thailand” เป็นที่เรียบร้อยแล้ว