Star Retro : ‘แหม่ม-เนรัญญา’ นักเขียนสาวสุดสตรอง ตัวแทนผู้หญิงยุคใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/295042

Star Retro : ‘แหม่ม-เนรัญญา’ นักเขียนสาวสุดสตรอง ตัวแทนผู้หญิงยุคใหม่

Star Retro : ‘แหม่ม-เนรัญญา’ นักเขียนสาวสุดสตรอง ตัวแทนผู้หญิงยุคใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เบื้องหน้าคือนักแสดงสาวจอมขโมยซีนในละครหลายต่อหลายเรื่อง แต่เบื้องหลัง “แหม่ม-เนรัญญา มะชะรา” คือผู้เขียนบทละครเจ้าของนามปากกา “ต้นรัก, คนเขียนเงา,เจ้าคำดี และ กำไลทอง” เมื่อได้โอกาส “ทีมข่าวบันเทิงแนวหน้า” จึงต้องขอทำความรู้จักตัวตนอีกด้านของหญิงเก่งคนนี้

หน้าที่ความรับผิดชอบ ณ วันนี้

งานหลักคือเป็นคุณแม่เลี้ยงลูกสาวสองคนค่ะก็ต้องตื่นมาดูแลเขาไปโรงเรียน คนโตชื่อ “น้องเพลง” ซึ่งเขาไปเอง แต่ว่าคนเล็ก “น้องภีม” เพิ่งเก้าขวบ เราต้องดูแลเยอะหน่อย ไปรับไปส่ง กว่าจะจบภารกิจในแต่ละวัน แล้วก็จะมีทำงานบ้าน บางอย่างที่สามีทำแทนไม่ได้พอทำงานบ้านเสร็จก็ค่อยมาเริ่มเขียนบทช่วงกลางวันแต่สักช่วงบ่ายสามต้องหยุดทุกอย่างเพื่อมารับลูกคนเล็ก รับลูกเสร็จก็หาอาหารให้เขา และจะมาจัดการเรื่องลูกทั้งสองคนเข้านอนเสร็จก็เขียนบทต่อรอบดึก ถ้าง่วงก็นอนเร็วหน่อย เที่ยงคืนตีหนึ่ง แต่ถ้ามันรีบหรือว่าเป็นช่วงติดพันก็จะยาวไปเลย แต่จะยาวแค่ไหน ตีห้าก็ต้องเบรกเพื่อไปจัดการเรื่องลูก จะวนไปแบบนี้ทุกวัน งานหลักก็เหมือนว่ามีสองงานเลยค่ะ คือเลี้ยงลูกแล้วก็เขียนบทละคร ใช้เวลาพอๆ กันเลยค่ะ ไม่ได้มีงานประจำที่ไหน แต่ก็จะมีผูกปิ่นโตกับบางที่คือมีหน้าที่รับผิดชอบประจำให้กับเขา อย่างเช่นที่ “มีเดีย สตูดิโอ” ซึ่งเราช่วยดูบท เป็นที่ปรึกษาออกไอเดีย

ทำงานเบื้องหน้าและเบื้องหลังควบคู่กันไป

เริ่มทำงานเบื้องหลังตั้งแต่ตอนที่เรียนมหาวิทยาลัยแล้วค่ะ เป็นครีเอทีฟทำสคริปต์แต่ว่าไม่เชิงเป็นละคร เราเรียนศิลปการละครมาจากอักษรจุฬาฯ และมีรับจ๊อบไปเล่นละครที่เป็นสารคดีบ้าง แล้วพอเรียนจบออกมาก็มีลูก คือแหม่มแต่งงานเร็ว เรียนจบก็ได้ทำงานในกองถ่าย เป็นผู้ช่วยผู้กำกับ วิ่งทำทุกย่าง ต่อบทนักแสดง สักพักก็ขยับขึ้นมาเขียนบท งานเขียนบทกับงานแสดงเริ่มมาพร้อมๆ กัน คือเราก็เล่นละครควบคู่ไปด้วย เป็นเอ็กซ์ตร้าด้วย แต่ถ้าเขียนบทละครแบบจริงจังจะมาทีหลัง เพราะเรารู้สึกว่าเราเป็นเป็ดเกินไป เดี๋ยวเล่น ทำกองถ่าย เป็นครีเอทีฟเป็นสเตจ แต่ยังไม่ได้ทำอะไรที่เป็นอาชีพ เราก็เลยคิดว่าอยากจะทำอะไรที่มันจริงจัง แต่ถ้าจะให้ไปเป็นพนักงานประจำก็ไม่ใช่จริต เลยไม่รู้ว่าจะไปทำอะไร จนกระทั่งวันนึงเหมือนชะตาลิขิตมาว่าให้เราลองมาจับงานเขียนบทช่วยพี่เขา พี่ที่เป็นเจ้าของบริษัทอีเว้นท์ที่จ้างเราเป็นฟรีแลนซ์ที่เราเคยเขียนสคริปต์รายการสคริปต์อีเว้นท์ พี่เขาก็คงจะเห็นศักยภาพค่ะก็เลยชักชวนให้เรามาช่วยเขียนบทละครโทรทัศน์

บทละครโทรทัศน์เรื่องแรกที่เขียน

เรื่อง “เจ้าสาวของอานนท์” เวอร์ชั่น “พี่จอนนี่ แอนโฟเน่” กับ “เชอรี่ ผุงประเสิร์ฐ” ออกอากาศทางช่อง 5 “อารุจน์ รณภพ” เป็นคนกำกับ ปี 2541 ที่เริ่มเขียนบทละคร เขียนร่วมกับ“พี่เจี๊ยบ-พิมพ์กมล ประเสริฐวงศ์” แล้วก็ใช้ชื่อเดิม ปิยะมาศ ก็มาเขียนแบบงงๆ เหมือนกันแต่โอเคด้วยความที่ไม่มีทฤษฎีอะไรที่ตายตัว และโชคดีที่เราเคยเรียนมาบ้างกับ “ครูโม-อาจารย์นลินี สีตะสุวรรณ”แล้วก็เรียนกับ “ครูช่าง-ชลประคัลภ์ จันทร์เรือง”ในด้านของการเขียน เลยเป็นการเอาความรู้ที่มันเลือนลาง(หัวเราะ) มาบวกกับว่าเราเป็นคนที่ชอบดูละครและช่วยงานในกองถ่ายอยู่ เราเห็นอะไรก็เอามาใช้หมดเลย เขียนๆไปไม่รู้หรอกว่าถูกหรือผิด รู้สึกว่ามันคือทางของเราเลย เพราะว่าหนึ่ง ได้อยู่กับที่ อยู่กับบ้านได้เลี้ยงลูกด้วย แต่ตอนมาพิมพ์บท ต้องไปพิมพ์ที่ออฟฟิศพี่เจี๊ยบ ถ่ายรูปลูกมาแปะไว้แล้วก็นั่งดูรูปลูกไปด้วยคิดถึงลูก

ช่วงเก็บเกี่ยวประสบการณ์

พอเขียน “เจ้าสาวของอานนท์” จบก็เบรกไปทำอีเว้นท์ และมีไปเป็นเซลส์เพราะเหมือนว่าเรายังไม่มีช่องทาง งานแสดงก็ยังไม่มีค่ะเพราะว่าเราเหมือนเพิ่งคลอดลูกมา แต่ว่าก็ได้เล่นเรื่อง “บ่วงดวงใจ” ของ“อาจิ๋ม มยุรฉัตร” ในตอนที่กำลังท้อง เป็นเรื่องที่สองที่ได้เล่นละครเป็นเรื่องเป็นราว เรื่องแรกคือ “ดาวเรือง” เล่นละครเรื่องที่สองยังไม่ทันจบก็ท้องซะก่อน พอท้องเสร็จก็เบรกละครไปคลอด แล้วเริ่มเขียนบท พี่จิ๋มก็ให้ทีมงานโทร.มาชวนให้ไปเล่นละครแต่เราจำเป็นต้องเลือกเราก็เลยเลือกเขียนบท แม้ว่าค่าตัวเราจะไม่ได้มาก แต่เราก็ได้ทุกตอน ถ้าเป็นนักแสดงไม่ได้ทุกตอน เราก็ต้องเลี้ยงลูกด้วย ก็เลยปฏิเสธไป หลังจากนั้นก็เลยไม่มีละครเข้ามาอีกเลย เว้นไปจนมีลูกคนที่สองเกือบสิบปี ถึงได้กลับมาเล่นละครอีกครั้ง แต่ระหว่างนั้นก็ได้เขียนบทเรื่อยๆ อยู่ค่ะ ได้ไปทำอีเว้นท์ ทำเกมโซนของ “พี่แหม่ม พิไลวรรณ” มีงานเขียนบทที่เป็นซีรี่ส์สั้นๆ ซิกคอม “รักหรรษาคาราโอเกะ, เทวดาสาธุ, เรไรลูกสาวป่า” ซึ่งเป็นการรวมตัวกับเพื่อน รวมทั้งเรื่อง “นางกรี๊ด” ก็ใช้ชื่อ “ตรียูงทอง”

งานเขียนเรื่องแรกที่ทำให้ค้นพบตัวเอง

จริงๆ ตอนนั้นก็ยังรวมตัวกับเพื่อนอยู่นะคะ เป็นช่วงที่น้ำท่วมหนักปี 2554 ซึ่งพอดีว่า “คุณแดง สุรางค์” มีดำริว่าอยากจะทำละครที่เป็นพล็อต คือเรื่อง “เส้นตายสลายโสด” ของ “พอดีคำ” เรากับเพื่อนก็ช่วยกันคิด ซึ่งเป็นเรื่องของผู้หญิงยุคนี้ เราสนุกกับมันมาก น้ำท่วมเราก็หนีน้ำไปนั่งเขียนอยู่ที่พัทยา เขียนไปถ่ายไปก็มีความสุข ไม่รู้สึกเครียดเลย เป็นเรื่องที่ทำให้เราค้นเจออะไรบางอย่างกับการเขียนบท คือเรื่องแบบนี้มันสอนกันไม่ได้ ทำให้เราเห็นทาง และมั่นใจในตัวเองมากขึ้น หลังจากนั้นก็ได้รับการพูดถึงและมีผู้จัดให้งานต่อ ก่อนหน้านั้นก็ต้องยอมรับว่างานเรามันไม่ได้เป็นที่พูดถึงไม่ค่อยเข้าตา ไม่ได้เป็นตัวเลือก แต่หลังจากนั้นก็ถูกแนะนำถูกเลือกถูกวางให้ได้งานต่อไปเรื่อยๆทั้งช่อง 7 และช่อง 3

เหมือนเป็นตัวแทนของผู้หญิง

ถ้าเป็นคาแร็กเตอร์ที่ผู้หญิงนำก็จะเป็นทางเรามากกว่า อาจจะดราม่าบ้าง โรแมนติก คอเมดี้บ้าง คือมันอาจจะเป็นประสบการณ์ส่วนตัวที่เรามอง เราเจอมา เราเองก็เจอผู้หญิงทุกประเภท เห็นมาทุกอย่าง ก็เลยได้เขียนเรื่อง “พริ้ง คนเริงเมือง” หรือแม้แต่เรื่องล่าสุดที่เขียนและพล็อตเอง “The Single Mom คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวหัวใจฟรุ้งฟริ้ง” ก็เป็นตัวละครที่ครั้งนึงเสี้ยวนึงเราเกือบจะเป็นซิงเกิ้ลมัม เพราะเราเข้าใจเราถึงพูดได้ และเราถึงจะให้ตัวละครตัวนี้พูดอะไรคิดอะไรอย่างเข้าใจมันจริงๆ ไม่ใช่การเซตอัพหรือมโนเอง ถ้าเราเข้าใจตัวละครจริงๆ เราจะสร้างมันได้อย่างเป็นธรรมชาติเป็นความจริง เพราะว่าคนที่ดูบางคนก็จะพูดว่าฉันเคยเป็นแบบนั้น คือไปสัมผัสความจริงของทุกคน ไม่ใช่เรื่องเฟคขึ้นมา

ผลงานการเขียนที่ผ่านมา

“เส้นตายสลายโสด,วิมานมะพร้าว” ซึ่งเป็นเรื่องที่สร้างคู่จิ้น “เชียร์-ธันวา” ด้วยความกรี๊ดกร๊าดของการสร้างคู่จิ้นก็สนุกสนานในการเขียนมาก แล้วก็มี “แผนร้ายพ่ายรัก, ก๊วนคานทองกับแก๊งพ่อปลาไหล, นางสาวทองสร้อยคุณแจ๋วหมายเลข 1, The Single Mom คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวหัวใจฟรุ้งฟริ้ง, พริ้งคนเริงเมือง” แรงบันดาลใจในการเขียนส่วนใหญ่คือจะดูซีรี่ส์เกาหลีค่ะ ความฟินความจิ้นต้องดูเกาหลีนะ ฝรั่งก็จะเป็นอีกแบบนึง แต่เกาหลีด้วยความที่ชาติพันธุ์ใกล้กัน รสนิยมความชอบเลยไม่ต่างกัน ดูเอาอารมณ์ว่าเขาเล่ายังไงไม่ได้ไปก๊อบปี้มุขเขานะคะ เราดูแทนความรู้สึกที่เราเป็นคนดูว่าขนาดไหน เราถึงรู้สึกว่าเราถูกบิ้วท์ พอเราฟูลกับความฟินมันก็มาและจะไปกระตุ้นครีเอทีฟในหัวเรากับวัตถุดิบที่เราสะสมมาโดยอัตโนมัติเอง

ผลงานที่ประทับใจ

ชอบทุกเรื่อง แต่ที่สนุกมากเลยคือ “ก๊วนคานทองกับแก๊งพ่อปลาไหล” เพราะว่าโดยคาแร็กเตอร์ที่เซตอัพมามันไม่มีใครมาบล็อกและมันเป็นเรื่องที่ผู้จัดตามใจเรามาก ผู้กำกับก็ตามใจเรามาก นักแสดงก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีมาก ทุกคนมืออาชีพ ประสบการณ์สูง ขณะที่เขียนก็ขำ ชอบ ฟินมากเราก็นึกภาพไป สนุกกับมัน แล้วก็จะดูละครที่ตัวเองเขียนทุกตอนทุกเรื่องไม่เคยพลาดดูเพื่อเช็คงานตัวเอง พอมาย้อนดู ตอนนี้ฉันเขียนอะไรเนี่ยอืดมาก เราไม่เข้าข้างตัวเองค่ะ ดูแล้วเราก็จะได้เอามาปรับกับเรื่องต่อๆไปที่เราเขียน เหมือนทำการบ้านเพื่อที่เรื่องต่อไปเราจะได้ไม่ทำ หรือบางเรื่องควรจะเพิ่ม ขยี้ๆ อีกหน่อยก็ดี บางเรื่องอาจจะไม่ประสบความสำเร็จเราก็ต้องมาหาว่าเพราะอะไร เราเล่าเข้าใจยากเหรอ ทำไม เราก็ต้องมาทำการบ้านของตัวเอง

กับอาชีพนี้ที่เลือกแล้ว

19 ปีกับการเขียนบท น่าจะเกือบ 40 เรื่องที่เขียนค่ะ ถือว่าอาชีพนักเขียนคืออาชีพของเรา นานเนอะ (หัวเราะ) ก็ควรจะหาตัวเองเจอได้แล้ว คิดว่าควรจะเป็นอาชีพเราตั้งแต่ 10 กว่าปีที่แล้วแล้วค่ะ ไม่เคยเปลี่ยนใจเลย ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีงานมา เพราะว่าเราก็ไม่ได้อยู่เฉยๆ เราก็คิดพล็อตของเราไป คุยกับเพื่อนหรือมีอะไรให้ช่วยคิดช่วยเขียนมีมาแค่ตอนสองตอนก็เขียน ขอแค่ไม่ห่างหายไปจากมัน

จอมขโมยซีนในละครหลายๆ เรื่อง

อย่างที่บอกในตอนแรกนะคะ ว่าพอเราท้องลูกคนแรก ก็เบรกไป มาเล่นอีกทีหลังจากคลอดคนที่สองได้ประมาณเดือนกว่าคือเรื่อง “เทวดาสาธุ” ก็บอกเขาว่าเล่นได้ แต่ว่าอย่าให้ไปกระโดดวิ่งอะไรแล้วกัน คืองานแสดงมันสั้นๆ ได้เงินเลย แล้วก็ไวดี เราก็ไปเล่นเพื่อคลายเครียดปล่อยของ ไปหาประสบการณ์เผื่อได้มุมมองของผู้กำกับและทีมงานมาใช้ในการทำงานของเรา นั่นคือเหตุผลในการรับละครในช่วงหลังๆ แล้วคือไปหาข้อมูลแล้วได้เงินมีที่ไหน ได้เขียนบทเรื่อง “เทวดาสาธุ” หลังจากนั้นก็ไปเล่นละครเวทีและทำให้ได้เจอกับ “พี่เติม-ชนินทร” กับ “พี่คิง-สมจริง” ที่ไปดู พี่คิงก็เลยเอาเราไปเล่น “ปฐพีเล่ห์รัก” มักได้เล่นบทอะไรที่มากันแบบกลุ่มเพื่อนเม้าท์มอยสาวออฟฟิศอะไรประมาณนี้ ก็เลยมีงานเข้ามาเรื่อยๆจนกระทั่งพี่เติมเอาไปเล่น “แรงเงา” ก็เป็นการแจ้งเกิดอีกครั้งโดยที่ไม่ได้คิดอะไรเลย คือเราก็ไปสิงพี่เติมในการทำงาน แล้วพอเล่นบทเรามันดันออกมาเยอะคนก็รู้จักเล่นจบไปแล้วเราเองก็ยังรู้สึกเฉยๆ แต่ว่าไปไหนมาไหนคนจะจำได้ก็เข้ามาทักผ่านไปสี่ปีคนก็ยังจำเราได้ หลังจากนั้นก็มีละครติดต่อเข้ามาอีกเยอะมากแต่เราก็จำเป็นต้องปฏิเสธเพราะว่าเรายึดอาชีพเขียนบทแล้วเราก็รับไม่ไหวแต่พอเป็นของพี่เติมซึ่งโทร.มาเองเราก็ไม่อยากปฏิเสธก็เลยได้ไปเล่น “สะใภ้เจ้า” เราสี่สิบกว่าแล้วแต่ก็มักจะได้รับบทเป็นสาวอยู่แต่จริงๆ ไม่ไหวนะสังขารเรา แต่ไปๆมาๆก็ต้องเล่นอีกจนได้ “แรงเงา2” ก็มากันครบทีมเลยค่ะ เป็นแก๊งขโมยซีนทีมเดิมที่ต้องมี หลังจากนี้ก็คิดว่าจะไม่รับแล้วนอกจากทีมเดิมๆ ที่เราเคยทำงานด้วย แล้วก็เป็นบทที่ไม่เยอะ

กับความสำเร็จในวันนี้

ความรู้สึกแรกคือโชคดีที่ได้ทำงานที่ชอบที่รักและสามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้ดี ไม่ได้ร่ำรวยอะไรหรอกแต่ว่าทุกคนอยู่รอดนี่คือความโชคดีนะเพราะว่าหลายคนพูดกับเราว่าทำงานมาจนป่านนี้แล้วเขายังไม่รู้เลยว่ามันคืองานที่เขารัก เขาจำเป็นต้องฝืนใจ บางคนทั้งชีวิตก็ไม่เจอซึ่งเราก็จะบอกว่าไม่มีอะไรเพอร์เฟกท์มันดูสบายจริงแต่ว่ามันก็ต้องแลกมาด้วยโรคภัยไข้เจ็บ ที่ควบคุมไม่ได้เช่นความเครียดเราบอกว่าเราไม่เครียด แต่โรคกระเพาะถามหา ไมเกรนขึ้นอันนี้ก็เป็นสิ่งที่ต้องแลก แต่เราก็ต้องมีสติที่จะต้องรู้ตัวว่าเรากำลังประสบปัญหาอะไรและต้องดูแลตัวเอง อันที่สองคือถามว่าประสบความสำเร็จไหมไม่อยากใช้คำนี้อยากใช้คำว่ามันสามารถพัฒนาตัวเองจนถึงขั้นที่เรียกว่ามีมาตรฐานพอทำให้ผู้จัดไว้วางใจที่จะมอบหมายงานให้ อะไรคือการประสบความสำเร็จมันวัดยากค่ะเพราะว่างานนี้เป็นงานที่ต้องวินๆ ระหว่างคนจ้างกับเรา เจอกันครึ่งทาง ความต้องการของผู้จัดซึ่งแน่นอนว่าเขาต้องมีโจทย์ในใจความชอบส่วนตัวสิ่งที่เขาอยากเห็นหรือเงื่อนไขโปรดักชั่น สิ่งที่เราจะเอาไปขายเขาคือความครีเอทีฟนักแสดงแต่ละคนจะมีบทบาทประมาณนี้นี่คือสิ่งที่เราคิดไปให้เขา ดังนั้นเราต้องเอาโจทย์ของเขากับเรามารวมกันแล้วก็เขียนออกมาและตอบโจทย์เขาฟินเราด้วย มันต้องไปด้วยกันนี่คือกระบวนการทำงาน แล้วพอไปสู่สายตาคนดูอะไรคือตัววัดบ้าง รสนิยมคนดูเรตติ้งหรือบางเรื่องเขียนทรมานมากไม่ใช่สิ่งมี่เราชอบเลยแต่คนดูกลับชอบ เรียกว่าประสบความสำเร็จไหม ประสบความสำเร็จในด้านไหน ทุกวันนี้เรายังต้องทำการบ้าน
อยู่นะเพราะเรายังไม่รู้สึกว่าประสบความสำเร็จ

มุมมองของลูกสาวที่มีต่ออาชีพของคุณแม่

ลูกบอกว่าสงสารแม่ (หัวเราะ) สติสติแม่ คือแม่จะเบลอ เขามีความสุขนะเขาดูละครที่แม่เขียนแล้วเขาก็จะขำ แต่เราจะให้เขาดูเฉพาะเรื่องที่เขาดูได้นะคะ เป็นแนวบวกๆ เขาก็จะขำอย่างล่าสุดคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว เขาก็บอกว่าอยากกินซาลาเปากัน แล้วชอบพี่ตี๋ชอบเด็ก เขาจะถามว่าแม่คิดตรงนี้ได้ยังไง ลูกคนคนเล็กเป็นเด็กที่รู้จักใช้ภาษาในการเล่าเรื่องบางทีเราก็ตกใจนะว่าเราอายุเท่าเขาเรายังเล่นกระโดดเชือกเป่ากบไม่รู้เรื่องอะไร เขาคือรู้จักพูด แต่มันก็ยังไม่ค่อยชัดเท่าไหร่คือเขาก็ยังอยากจะประดิษฐ์หุ่นยนต์อะไรของเขาไปเรื่อยส่วนคนโตเองก็ชอบอ่านหนังสือนิยายวัยรุ่น นิยายวาย แล้วก็ลองเขียนนิยายลงในเว็บเด็กดี แต่ไม่ยอมให้แม่อ่านบอกว่าเขิน คือทั้งสองคนได้อิทธิพลจากแม่ในเรื่องการอ่าน การเขียน และการใช้ภาษาและความครีเอทีฟเหมือนกันโตขึ้นเขาจะเป็นอะไรก็แล้วแต่เขา เราเลี้ยงลูกสบายๆ เอาเขาเป็นศูนย์กลาง เขาไม่อยากเรียนอะไรเราก็ไม่ห้าม แต่เขาจะต้องรับผิดชอบหน้าที่ของเขาถึงเวลาดุก็ดุบ้านระเบิด

มุมมองเกี่ยวกับคนเขียนบท ณ วันนี้

เป็นตำแหน่งที่เป็นจุดเริ่มต้นเป็นหัวใจของเรื่องแต่มักถูกปฏิบัติแบบไม่สำคัญ คือไม่ต้องให้คนดูมาพูดถึงเราหรอกเอาแค่คนที่ทำงานด้วยกัน มันอยู่ที่ทัศนคติของคนเขียนบทเองด้วยนะว่าเห็นว่าเป็นเรื่องซีเรียสหรือเปล่า หรือการวางบทบาทของตัวเอง และด้วยอายุงาน นักเขียนบางคนถูกจับมือให้เขียนซึ่งรู้สึกว่ามันผิดหน้าที่ผิดฟังก์ชั่น เราอยากได้อิสระในทางความคิดมากกว่านี้คือคุณฟังเราก่อนแล้วก็มาเจอกันมีเหตุผลมาคุยกันว่าไม่เอาตรงนี้เพราะอะไร เราต้องการการทำงานที่จะไปด้วยกันมีใจที่เปิดกันทั้งสองฝั่ง คนเขียนบทก็ต้องฟังผู้จัดฟังโปรดิวซ์ด้วยเพราะว่าเขาก็มีเงื่อนไขที่เขารับมา เรามีหน้าที่ที่จะเอามันมาปั่นๆ เป็นงานที่พอใจทั้งสองฝ่าย

เขาว่ากันว่านักเขียนกำลังขาดแคลน

จริงค่ะเพราะว่างานที่ออกมาแล้วทำให้ผู้จัดพอใจโดยที่เขาไม่เหนื่อยมาก คือเขาก็ต้องคิดนะว่าจ้างมาแล้วทำไมต้องมาช่วยคิดอีกอะไรทำนองนี้อาจจะมีปรับแก้บ้างแต่ไม่มาก ดังนั้นคนที่จะมาทำงานตอบโจทย์ผู้จัดแบบนี้มันยังมีไม่มากก็จะเป็นเด็กที่เพิ่งมาเขียน แล้วงานมันยังไม่คอมพรีทสักเท่าไหร่สำหรับผู้จัดดังนั้นงานมันก็จะตกมาอยู่กับคนเดิมๆ ที่งานได้มาตรฐานและใช้งานได้เลย ซึ่งแต่ละคนก็สามารถรับงานได้ไม่มาก อย่างเราได้มากไม่เกินสองเรื่องด้วยเงื่อนไขต่างๆ หรือบางคนได้เรื่องเดียวเท่านั้นทีละเรื่อง มันก็เลยเกิดการรอคิวกันเลยขาดแคลน และมันจะต้องใช้เวลาในการที่จะพัฒนาคนให้งานขึ้นมาได้รับมาตรฐาน

คุณสมบัติของการเป็นนักเขียน

หนึ่งเลยคืออีโก้มีได้นะแต่มีไว้สำหรับยืนยันเหตุผลในงานของตัวเอง แต่อย่าอีโก้กับการที่จะเปิดใจรับฟังผู้จัดหรือใครๆ ต้องน้อมรับความคิดเห็น ถ้าจะเถียงหรือไม่เอาไม่ฟังเขาก็ต้องมีเหตุผลที่คุณมั่นใจด้วยนะว่ามันเป็นกลางไม่ใช่ดันทุรังไปด้วยอีโก้ของตัวเอง ต้องปล่อยวางละวางตัวตนให้เยอะๆ แล้วคุณก็จะพบโลกใหม่มุมมองใหม่ๆ มีวิธีการทำงานที่จะช่วยพัฒนาตัวเองได้ดีขึ้น

สุดท้ายอยากจะฝากผลงานด้วยนะคะ ที่กำลังเขียนอยู่ก็มีเรื่อง “สกาวเดือน” และที่กำลังจะออนแอร์คือเรื่อง “สายธารหัวใจ” ทางช่อง 28 คือเรื่อง “บัลลังก์ดาว” เป็นทีมเราที่เขียนซึ่งเรารับหน้าที่ตรวจบท นี่คือผลงานในครึ่งปีหลังนี้ที่จะได้เห็นกันค่ะ


กุหลาบสีเงิน

2 ผู้กำกับแดนนํ้าหอมตื่นเต้นได้กำกับ ‘#สิงหาสับ2017 (เลเธอร์เฟซ)’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/295055

2 ผู้กำกับแดนนํ้าหอมตื่นเต้นได้กำกับ ‘#สิงหาสับ2017 (เลเธอร์เฟซ)’

2 ผู้กำกับแดนนํ้าหอมตื่นเต้นได้กำกับ ‘#สิงหาสับ2017 (เลเธอร์เฟซ)’

วันอาทิตย์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ภาพยนตร์ที่ได้ชื่อว่าเป็นต้นกำเนิดตำนานสับอย่าง “สิงหาสับ” ของผู้กำกับ “โทบี ฮูเปอร์” ซึ่งมีการสร้างต่อเนื่องมายาวนานหลายภาค อีกทั้งยังเป็นแบบฉบับของฆาตกรสุดโหดในภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ
อีกด้วย ล่าสุด “สิงหาสับ” กลับมาอีกครั้งในชื่อ“#สิงหาสับ 2017” (Leatherface : เลเธอร์เฟซ)” โดยเป็นความร่วมมือกันระหว่าง 2 ผู้กำกับชาวฝรั่งเศส “อเล็กซองร์ บุสติโย” และ “จูเลียง มูรีย์” ที่ค่อนข้างเป็นตัวเลือกที่แปลกตา และน่าสนใจสำหรับคอหนังที่อยากพิสูจน์ความโหดในเวอร์ชั่นนี้ โดย จูเลียง มูรีย์ กล่าวว่า

“ผมโตมากับหนังสยองขวัญยุค 70-80 มันเปลี่ยนชีวิตผมไปตลอดกาล ถึงแม้ว่าจะมีหนังสยองขวัญอย่าง Jaws (จอว์ส) ที่โด่งดังที่สุดในยุคนั้นก็ตาม แต่สำหรับผมเรื่องเท็กซัสเชนซอวร์ เป็นหนังที่ผมเชื่อว่าเปลี่ยนโฉมหน้าวงการภาพยนตร์ ผมว่ามันคืองานชิ้นเอก กระทั่งเราได้รับหน้าที่ให้มารับ ก็ค่อนข้างเครียด แต่ก็ตื่นเต้น และดีใจไปพร้อมๆ กัน”

ด้าน อเล็กซองร์ บุสติโย เสริมว่า “สำหรับเวอร์ชั่นที่พวกเราทำหน้าที่กำกับ ถือว่าเป็นเรื่องแรกที่ถ่ายทำต่างประเทศ เรายกทีมไปถ่ายกันถึงบัลแกเรีย เพราะต้องการให้บรรยากาศใกล้เคียงกับต้นฉบับ ในการทำงานระหว่างเราทั้งคู่ เราเชื่อใจกันและกัน ซึ่งจะมีการแบ่งหน้าที่ที่แตกต่างกันในแต่ละวัน อย่างวันนี้ จูเลียง อาจจะต้องไปทำงานกับนักแสดง ผมก็ต้องไปดูเรื่องกล้อง หรืออีกชั่วโมงถัดไปเราก็สลับหน้าที่กัน พวกเราใช้เวลาในการถ่ายทำ27 วัน และที่สำคัญเราได้ทำงานจากบทที่แปลกและสนุกของ เซ็ท เอ็ม. เชอร์วูด ที่เล่าเรื่องการเดินทางจากนรกในบทที่เขาเขียนออกมา สิ่งที่พวกเราชอบในบทเวอร์ชั่นนี้คือ ตัวบทมีโครงเรื่องแบบเดิม แต่มีวิธีการเล่าเรื่องที่แปลกใหม่” เตรียมพบมือสับเลือดสาด ที่จะเหวี่ยงเลื่อยมาสับ ใน “#สิงหาสับ 2017” (Leatherface) 19 ตุลาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

‘ป้อง’ ควง ‘มาร์กี้-นํ้าตาล’ ปรับลุคใหม่ สลับสีผิวแปลกสะดุดตา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/295053

‘ป้อง’ ควง ‘มาร์กี้-นํ้าตาล’ ปรับลุคใหม่ สลับสีผิวแปลกสะดุดตา

‘ป้อง’ ควง ‘มาร์กี้-นํ้าตาล’ ปรับลุคใหม่ สลับสีผิวแปลกสะดุดตา

วันอาทิตย์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ครั้งแรกในประเทศไทยกับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ Imin Nano Body Care Color &Sunscreen SPF 30 PA++ ครีมกันแดดปรับสีผิวกาย 6 เฉดสี และ Imin 6 in 1 Ultimate Finish NanoFoundation  SPF 50 PA++ รองพื้นหน้ากากซิลิโคนนาโน6 เฉดสี สูตรพิเศษสำหรับคุณสาวๆ บริหารงานโดย ปู-มินดา นิตยวรรธณะ ผู้ประกาศสาวคนสวยจากช่อง 3มานั่งแท่นกรรมการบริหารบริษัท มินดา กรุ๊ป จำกัด สำหรับบรรยากาศภายในงานจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สุดอลังการ ที่มาพร้อมกับแฟชั่นโชว์สุดพิเศษจากเหล่าซุป’ตาร์ชื่อดัง นำทีมโดยพระเอกหนุ่ม ป้อง-ณวัตน์ จากละครดัง เพลิงบุญ และนางเอกสาวคนสวยว่าที่เจ้าสาวคนใหม่ มาร์กี้-ราศี และ น้ำตาล-ชลิตามิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2016 ที่ควงกันมาเปิดตัวในลุคใหม่ผิวสวยด้วยครีมนาโนเปลี่ยนสีผิว และรองพื้นหน้ากากซิลิโคนนาโน ร่วมด้วย มิลค์ ภัทลดา Miss Thailand World 2017  และ ฟ้าใส-ปวีณสุดา Miss Thailand Earth 2017 ก่อนจะไปชมมินิคอนเสิร์ตจากนักร้องสาวเสียงดี ลีเดีย-ศรัณรัชต์ ณ แฟชั่นฮอลล์ชั้น 1 สยามพารากอน

‘เบิ้ล-กุ้ง-เปอร์’ ร่วมงาน ‘ก้าวตามรอยพ่อฯ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/295056′

‘เบิ้ล-กุ้ง-เปอร์’ ร่วมงาน ‘ก้าวตามรอยพ่อฯ’

‘เบิ้ล-กุ้ง-เปอร์’ ร่วมงาน ‘ก้าวตามรอยพ่อฯ’

วันอาทิตย์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
3 ตัวแทนคนรุ่นใหม่ นำโดย เบิ้ล ปทุมราช อาร์สยาม, กุ้ง-สุธิราช อาร์สยาม และ เปอร์-สุวิกรม อัมมระนันทน์ เทใจเข้าร่วมงานแถลงข่าวโครงการ “ก้าวตามรอยพ่อ ประชุมเมืองไทย อิ่มใจตามรอย พระราชดำริ” จัดโดย สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ หรือ สสปน. (TCEB) โดยได้นำแรงบันดาลใจจากแนวคิดโมเดล “3 พอ” (พอเพียง / เพิ่มพูน /พัฒนา) ไปประยุกต์ใช้และเป็นต้นแบบในการดำเนินชีวิตตามแนวทางพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 พร้อมกันนี้ กุ้ง-สุธิราช ยังได้ขับร้องเพลง “ใต้ร่มพระบารมี” อีกด้วย

รูดม่าน ‘มาสเตอร์เชฟฯ’ สุดยิ่งใหญ่ ‘แก้ว-ปวีณ์นุช’ คว้าแชมป์คนแรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/295052

รูดม่าน ‘มาสเตอร์เชฟฯ’ สุดยิ่งใหญ่ ‘แก้ว-ปวีณ์นุช’ คว้าแชมป์คนแรก

รูดม่าน ‘มาสเตอร์เชฟฯ’ สุดยิ่งใหญ่ ‘แก้ว-ปวีณ์นุช’ คว้าแชมป์คนแรก

วันอาทิตย์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ในที่สุดก็ได้แชมป์คนแรกแล้ว กับการแข่งขันรายการ “มาสเตอร์เชฟ ไทยแลนด์” สุดยอดการแข่งขันการทำอาหารเพื่อเฟ้นหาเพียงหนึ่งเดียวเพื่อก้าวเป็น มาสเตอร์เชฟ ประเทศไทยคนแรกพร้อมรับเงินรางวัล 1 ล้านบาท ก่อนที่จะรู้ว่าใครคือแชมป์นั้น จะต้องมีการดวลกันในรอบ 4 คนสุดท้ายกันก่อน โดยเป็นการประกบคู่แข่งกันระหว่าง จำลองกับแก้ว และ ริซ่ากับพลอย บอกได้เลยว่ามันส์สุดๆ เพราะทั้ง 4 คนต่างมุ่งมั่นกับการที่จะผ่านเข้าไปสู่รอบชิงชนะเลิศกันให้ได้ งานนี้แต่ละคู่ก็สู้กันไฟแล่บ ใครมีกลยุทธ์เด็ดอะไรก็งัดออกมาสู้กันเต็มเหนี่ยว ซึ่งการแข่งรอบนี้3 กรรมการ เชฟป้อม-ม.ล.ขวัญทิพย์, เชฟเอียน-พงษ์ธวัช และ อิ๊งค์-ม.ล.ภาสันต์ ก็เข้มกับการตัดสินอย่างมาก เพื่อสรรหาคนที่ดีที่สุด 2 คนสุดท้าย โดยผลการแข่งขันผู้ที่ผ่านเข้าไปสู่รอบชิงชนะเลิศคือ ริซ่าและแก้ว

ในการประลองรอบชิงชนะเลิศบอกเลยว่าดุเดือดไม่แพ้ในรอบที่ผ่านมา ทั้งริซ่าและแก้วต่างมีจุดหมายเดียวกันคือ การคว้าแชมป์ ซึ่งรอบชิงนี้ทั้ง2 คนจึงไม่มีใครกลัวใคร ทำให้ความเครียดตกอยู่ที่3 กรรมการ เพราะต้องหาจุดบกพร่องของริซ่าและแก้วว่าใครมีจุดบกพร่องน้อยที่สุด ท่ามกลางการแข่งที่ลุ้นกันสนุกตื่นเต้น ซึ่งทั้ง 2 คนยังต้องเจอเซอร์ไพรส์เมื่อบรรดาเพื่อนๆ ที่ผ่านเข้ารอบ 16 คนสุดท้ายแอบย่องมาเป็นกำลังใจ และส่งเสียงเชียร์แบบชิดติดขอบเวที เลยทำให้บรรยากาศดูคึกคักขึ้น แต่สุดท้ายผู้ที่ทำอาหารได้รสชาติดีพร้อมทั้งจัดจานได้สวยงาม จนสามารถพิชิตใจ 3 กรรมการไปได้คือ “แก้ว-ปวีณ์นุชยอดปรีชาวิจิตร” พร้อมกับคว้าตำแหน่งแชมป์ มาสเตอร์เชฟ ไทยแลนด์ คนแรกไปครองได้สำเร็จ เรียกกว่าเป็นการปิดฉากการแข่งขัน มาสเตอร์เชฟไทยแลนด์ ได้อย่างยิ่งใหญ่อลังการจริงๆ

ตามรอย ‘ชาคริต’ ทริปตะลุยกินที่สิงคโปร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/295039

ตามรอย ‘ชาคริต’ ทริปตะลุยกินที่สิงคโปร์

ตามรอย ‘ชาคริต’ ทริปตะลุยกินที่สิงคโปร์

วันอาทิตย์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พระเอกอารมณ์ดี ชาคริต แย้มนาม มีโอกาสกลับไปเที่ยวสิงคโปร์อีกครั้ง หลังจากห่างหายไปไม่ต่ำกว่าห้าปี ทริปคราวนี้ เจ้าตัวถึงกับเอ่ยปากว่าถึงขั้นพุงกาง เพราะกลับไปสิงคโปร์คราวนี้ ชาคริตมีจุดประสงค์หลักคือการตระเวนหาเมนูเด็ดทุกซอกทุกมุมของสิงคโปร์ แถมเจ้าตัวยังมีโอกาสได้พบปะกับบรรดาเชฟผู้มี passion ด้านอาหารเหมือนๆ กัน และถ่ายทอด passion ของตนเอง ผ่านการรังสรรค์เมนูอาหารจานเด็ดต่างๆ อีกด้วย นับว่าทั้งอิ่มท้อง ทั้งได้รับแรงบันดาลใจใหม่ๆ ด้านอาหารติดไม้ติดมือกลับบ้านไปอย่างคุ้มค่า หลังการท่องเที่ยวสิงคโปร์ อ้าแขนต้อนรับนักท่องเที่ยว เปิดตัวแบรนด์ใหม่ Passion Made Possible: ทุกความชอบที่ใช่ เป็นไปได้ที่สิงคโปร์

ชาคริต เผยว่า “สิงคโปร์เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ทำให้ความชอบด้านอาหารเป็นจริงได้ เพราะมีวัฒนธรรมหลากหลายที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว สะท้อนผ่านอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ ตั้งแต่ร้านอาหารท้องถิ่นไปจนถึงร้านระดับมิชลินสตาร์ พอได้มาสัมผัสประสบการณ์การเที่ยวและทานอาหารที่สิงคโปร์ ทำให้รู้เลยว่าสิงคโปร์เต็มไปด้วยเสน่ห์ของอาหารที่น่าค้นหามากๆ ซึ่งชาคริตเชื่อว่า passion สามารถผลักดันเราให้เปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ และฝากสำหรับคนรักอาหารทุกคน ถ้ามีโอกาสควรมาสัมผัสประสบการณ์และลองรสชาติอาหารหลากเมนูที่สิงคโปร์ด้วยตัวเอง”

‘ขวัญ-อุษามณี’ เยือนดินแดนล้านนา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/295038

‘ขวัญ-อุษามณี’ เยือนดินแดนล้านนา

‘ขวัญ-อุษามณี’ เยือนดินแดนล้านนา

วันอาทิตย์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ทำเอาผู้โชคดี ยิ้มปริ่มไปตามๆ กัน เมื่อนางเอกสาวสวยช่อง 7 สี “ขวัญ-อุษามณี ไวทยานนท์”รับหน้าที่พา 10 ผู้โชคดีที่ร่วมกิจกรรม “เช้านี้เที่ยวข้ามภาค”ที่รายการ “เช้านี้ที่หมอชิต” ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ไปเยือนดินแดนล้านนา เที่ยวตามรอยพระบาท ที่ จ.เชียงราย 2 วัน 1 คืน

เริ่มทริปวันแรกด้วยความสิริมงคล ไปสักการะขอพรที่อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราชสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ประจำเมือง ต่อด้วยการไปเที่ยวตามรอยพระบาทที่ค่ายเม็งรายมหาราช ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานรอยพระบาทในหลวงรัชกาลที่ 9 สถานที่เช็คอินต่อไปได้แก่วัดร่องขุ่น วัดขึ้นชื่อของจังหวัดเชียงราย นอกจากนี้ยังพาไปชม ประติมากรรมพระโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิมปางประทานพรองค์ใหญ่ที่มีความสูงเท่ากับตึก 25 ชั้นที่วัดห้วยปลากั้ง และพิพิธภัณฑ์บ้านดำ ซึ่งเป็นสถานที่รวมงานศิลป์ ของ อ.ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติก่อนกลับวันรุ่งขึ้นยังได้แวะชมไร่ชาฉุยฟง จิบชาเสิร์ฟพร้อมขนมเค้กชาเขียวแสนอร่อย ก่อนจะจบทริปเยือนดินแดนล้านนากลับสู่กรุงเทพฯด้วยความประทับใจไม่รู้ลืม

 

ดาราพาเที่ยว : โดนใจขาลุย ‘โฟลท-ธนกร’ สมบุกสมบัน ทริปมาเลเซีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/295037

ดาราพาเที่ยว : โดนใจขาลุย ‘โฟลท-ธนกร’ สมบุกสมบัน ทริปมาเลเซีย

ดาราพาเที่ยว : โดนใจขาลุย ‘โฟลท-ธนกร’ สมบุกสมบัน ทริปมาเลเซีย

วันอาทิตย์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

จากคนที่ไม่ชอบเที่ยว แต่พอได้เที่ยวแล้วก็ติดใจเลยทีเดียว สำหรับหนุ่ม โฟลท-ธนกร โพธิ์วิจิตร พิธีกร รายการ คอหนังข้างถนน และนักแสดง อารมณ์ดี เรียกว่าไปทริปไหน ประทับใจกลับมาทุกครั้ง เพราะแต่ละที่ไม่ธรรมดา ซึ่งบอกเลยว่าประสบการณ์ตื่นเต้นเพียบ

จุดเริ่มต้นของการอยากไปเที่ยว “เด็กๆ ผมเป็นคนที่ไม่ชอบเที่ยวเลยนะ ชอบอยู่บ้านนอน ไม่อยากไปไหนการอยู่บ้านคือสิ่งที่สบายที่สุด การจะต้องออกจากบ้านคือลำบากที่สุดเลย แต่จู่ๆ ก็ฉุกคิดขึ้นมาว่าอยากไปเที่ยวจริงๆ จังๆ ตอนอายุยี่สิบเอ็ด เฮ้ยเรามีเวลาไม่มากนะการที่เราจะต้องอยู่บ้านตลอดเวลาเหรอไม่ได้ล่ะ ก็เลยลองไปต่างประเทศนั่นคือ ประเทศญี่ปุ่น ครั้งแรกในชีวิตเลยที่ได้ออกไปเที่ยวตื่นตาตื่นใจมาก ค้นพบเลยว่าโลกเราคนมีหลายแบบมากวิถีชีวิต อยากไปดูความเป็นอยู่ของเขาจริงๆ ก็เลือกประเทศที่ใกล้ ถูก และ ตอบโจทย์ความต้องการของเราให้ได้มากที่สุด อยากลองไปเปิดโลกทัศน์ดู นอกบ้านเราเป็นอย่างไรบ้าง แรกๆ ก็เที่ยวในประเทศไทย ประเทศเพื่อนบ้านบ้าง”

ประสบการณ์แบ๊กแพ็กแรก “ไปประเทศลาว โทร.นัดเพื่อนทันที แต่เพื่อนเทไม่ไป ผมก็ไปคนเดียว นั่งรถไฟไปลงหนองคายครั้งแรกในชีวิต แล้วก็ไปซื้อตั๋วต่อไปลาว ซึ่งผมมีคอนเซ็ปต์ในการเที่ยวว่า เที่ยวให้โง่ที่สุด ไม่มีการวางแผนอะไร เพื่อให้เวลาที่กลับมาเล่าให้เพื่อนฟังแล้วไม่น่ากลัวนะ ไปได้คนเดียว ที่ลาวก็ไปไหว้พระ ดูสถาปัตยกรรมต่างๆ แล้วการไปต่างประเทศแต่ละประเทศผมจะตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องไปดูหนังประเทศเขาหนึ่งเรื่อง เช่นกันลาวผมก็ไปดู ญี่ปุ่นก็ดูมาแล้ว สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ประมาณนี้ สำหรับลาวทริปนี้ผมบอกเลยว่าวิถีชีวิตบ้านเขาเจ๋งมาก มีความดั้งเดิมอยู่เยอะ อย่างเช่นตักบาตรเข้าเหนียว ที่สำคัญที่ลาวผมรู้จักแก๊งสเก็ตบอร์ดที่โน้นด้วย สนุกมากกลับมารีวิวในเฟซบุ๊คเพื่อนไปตามกันเพียบ”

ทริปต่อไปผจญภัยกันต่อ “ประเทศมาเลเซีย ตอนแรกจะนั่งรถไฟไปแต่เต็มทุกขบวนเลยเปลี่ยนไปนั่งรถทัวร์สายใต้ใหม่ไปลงหาดใหญ่ แล้วต่อรถทัวร์ไปมาเลย์ฯ พอถึงท่ารถก็งงไม่รู้จะไปทางไหน ใช้หลักการตามฝูงปลาไปคนเยอะที่ไหนไปทางนั้นแหละ เดินตามเขาไปเรื่อย แล้วก็หาพักโรงแรมที่อยู่ในตัวเมือง ที่ชอบเที่ยวส่วนมากจะเป็นกลางคืน ผมไม่ค่อยได้ไปตามจุดซิกเนเจอร์ที่คนอื่นๆ เขารีวิว แต่สิ่งที่ผมไปคือดูเด้กสเก๊ตบอร์ดว่าเขาเล่นกันยังไง ย่านช็อปปิ้งอลังการขนาดไหน ซึ่งผมแนะนำเลยนะ หลายคนจะคิดว่ามาเลเซียช็อปปิ้งไม่ได้ไม่มีอะไร แต่ผมว่ามีเยอะนะมีร้านที่เป็นสตรีทแวร์จากอเมริกามาเปิด ชื่อเจดีสปอร์ต มีทุกอย่างเลยไปดูได้ครับมีครบความต้องการแน่นอน แต่ที่อยากสนุกๆ หน่อยลงสถานี Bukit Bintang เป็นย่านรวมวัยรุ่นที่วัยรุ่นเยอะมากๆ เป็นวัยรุ่นที่เฟี้ยวใช้ได้ คล้ายๆ สยามสแควร์บ้านเรา หรือถ้าใครชอบสายสตรีทจ๋าๆ เลย เล่นบีเอ็มเอ็กซ์ เล่นสเก็ตบอร์ด ก็มีนะ แต่คนที่นั่นไม่ค่อยให้ถ่ายรูป เพื่อนที่ไปด้วยก็เตือนผมว่าอย่าถ่ายมั่วๆ นะเพราะบ้านเมืองเขาเป็นเมืองที่เคร่งเรื่องศาสนา พอถึงหกโมงเย็นปุ๊บเงียบเลย เข้านอนกันเลย ผมไปประมาณ 7 วันแล้วไปต่อ ปีนัง แล้วก็มาหาดใหญ่ แต่น้ำท่วมรางรถไฟกลับไม่ได้นอนต่อที่หาดใหญ่ แล้วก็ค่อยขอติดรถพ่อของเพื่อนกลับ ตื่นเต้นสนุกไม่แพ้ลาวครับ”

ทุกที่มีสีสันและคุ้มค่ากับชีวิต “หลายคนอ่านจะคิดแค่ว่าการเที่ยวแล้วไปถึงจุดที่ตั้งเป้าหมายแล้วนั่นคือสนุกแล้วนะ แต่ผมไม่ใช่นะ ผมคิดว่าการท่องเที่ยวความสนุกที่สุดคืออยู่ที่การเดินทาง ไม่เกี่ยวว่าเราจะไปที่ไหน แต่มันเกี่ยวที่ว่า เราไปยังไงแล้วเพื่อนร่วมทางเราเป็นยังไง อย่างไปลาวก็ไปคนเดียวก็เจอคนหลายประเภท ผมก็ต้องศึกษาวิธีการเอาตัวรอด ทำให้เราได้อยู่กับตัวเอง บางช่วงชีวิตที่เราเจอก็เป็นโมเม้นท์ประทับใจเฮ้ยชีวิตแบบนี้ก็เจ๋งดีว่ะ ทำให้เราได้จับต้องในสิ่งที่เราไม่เคยรู้มาก่อน หรืออย่างเพื่อนที่ไปมาเลเซียมาด้วยกันก็ทำให้เราสนิทกันมากขึ้นรู้ตัวตนเขา”

อยากไปพิชิตมากนาทีนี้ “ปาปัวนิวกินี, ธิเบต หรืออัฟกานิสถาน อยากไปดูว่าชีวิตเขาอยู่กันยังไง แต่ประเทศที่อยากไปใกล้ๆ ตอนนี้ก็มี เขมร แล้วก็มี นั่งรถไฟไปลงทางใต้สุดของญี่ปุ่นแล้วตะลุยขึ้นมาถึงบนสุดที่แพลนกับเพื่อนคือ เที่ยวแบบนอนตามโรงอาบน้ำไปเรื่อยๆ แพ็กกระเป๋าใบเดียวเที่ยวเอาบรรยากาศ คือผมชอบการเที่ยวแบบนอกแลนด์มาร์คของทุกประเทศเลยนะอย่างไปมาเลเซียผมก็ได้อะไรมาเยอะนะ ไอเดียความคิด ผมไม่เคยกินอาหารอินเดียเลยไม่ชอบ ก็ได้กิน จากที่กินข้าวใช้ช้อนก็กลายเป็นกินข้าวใช้มือ ก็ได้ทำอะไรแปลกใหม่รู้เลยว่าชีวิตจริงๆ เป็นอย่างไร”

แต่ละที่ก็มีเสน่ห์และเรื่องราวให้เราได้เรียนรู้มากมาย อย่ารอจนไม่มีโอกาส เพราะคุณอาจพลาดสิ่งดีๆ ที่แฝงอยู่ในทุกทริปอย่างน่าเสียดาย

‘โน้ต-โอ๊ต-ไท’ ตามรอยศาสตร์พระราชา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/295040

‘โน้ต-โอ๊ต-ไท’ ตามรอยศาสตร์พระราชา

‘โน้ต-โอ๊ต-ไท’ ตามรอยศาสตร์พระราชา

วันอาทิตย์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พิธีกรและดารามากฝีมืออย่าง “โน้ต” วัชรบูล ลี้สุวรรณ,“โอ๊ต” สุรศักดิ์ โชติทินวัฒน์และ “ไท” รณชัย ศิริขันธ์ พิธีกรอารมณ์ดีจากไนน์เอ็นเตอร์เทน ร่วมลงพื้นที่เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวแบบ Local Experience พร้อมเรียนรู้วิถีชีวิตภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวบ้าน ชุมชนบ้านปงห้วยลาน จังหวัดเชียงใหม่ ในโครงการ “ตามรอยศาสตร์พระราชา เพื่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน” จัดโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับ โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ผู้ที่อยากทราบเส้นทางท่องเที่ยว หลังเสร็จสิ้นกิจกรรมนี้ ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจะมีการนำสินค้าและเส้นทางท่องเที่ยวของทั้ง 4 ชุมชน จัดแสดงในวันที่ 4-8 ตุลาคม 2560 ณ เอ็มโพเรียม แกลเลอรี่ ชั้น M ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สนใจและนักท่องเที่ยวหัวใจธรรมชาติ เข้ามาสัมผัสความงาม และรับข้อมูลเพื่อออกเดินทางครั้งใหม่ สู่แหล่งท่องเที่ยวชุมชนทั้ง 4 แห่ง สนใจดูรายละเอียดได้ที่ http://www.tourismthailand.org/kingwisdomหรือสอบถามเพิ่มเติม โทร.1672

Hollywood stars : 1 ตุลาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/295050′

Hollywood stars : 1 ตุลาคม 2560

Hollywood stars : 1 ตุลาคม 2560

วันอาทิตย์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

O คิท แฮร์ริงตัน พระเอกสุดฮอตจากซีรี่ส์ Game of Thrones ทำให้สาวๆ ทั่วโลกต้องใจสลายเมื่อเขาคุกเข่าขอ โรส เลสลี แฟนสาว ไปเรียบร้อยแล้ว ก่อนหนุ่มคิท จะยืนยันข่าวดีผ่านหนังสือพิมพ์ Times of London ว่า เขากับโรสได้หมั้นหมายกันอย่างเป็นทางการแล้วคิท และ โรส พบรักกันกลางกองถ่ายซีรี่ส์ Game of Thrones เมื่อปี 2012 แต่เพิ่งจะยอมเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2016 ก่อนความรักจะสุกงอม ถึงขนาดที่ฝ่ายชายเพิ่งให้สัมภาษณ์ในรายการทีวี.ว่า เขากับแฟนสาวย้ายมาอยู่ด้วยกันเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาแล้ว

O ราล์ฟ ไฟน์ส นักแสดงเมืองผู้ดีมากฝีมือผู้รับบท ลอร์ด วัลเดอร์มอร์ ในหนัง Harry Potter ได้เป็นพลเมืองกิตติมศักดิ์ของประเทศเซอร์เบียอย่างเป็นทางการ เมื่อได้รับหนังสือเดินทาง และบัตรประจำตัวประชาชนจากมือของประธานาธิบดีเซอร์เบียเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แถมประธานาธิบดีของเซอร์เบีย ยังกล่าวชื่นชมว่าใจที่มีพระเอกคนดังเป็นเพื่อนร่วมชาติ และเผยถึงเหตุผลที่แต่งตั้งให้ ไฟน์ส เป็นพลเมืองกิตติมศักดิ์ว่าเพราะเขาช่วยประชาสัมพันธ์ประเทศผ่านงานศิลปะ เนื่องจาก ไฟน์สเคยบินไปถ่ายหนังที่เขากำกับเองเรื่องแรก Coriolanus ที่เซอร์เบีย เมื่อปี 2010 แถมล่าสุด เขาก็เพิ่งกลับไปถ่ายทำหนังเรื่องใหม่ที่ เซอร์เบียอีกด้วย

O ด้านพระเอกมาดนิ่งแห่งเมืองผู้ดี โคลินเฟิร์ธ จากหนัง Kingsman ซึ่งแต่งงานกับภรรยานักสิ่งแวดล้อมชาวอิตาลี ก็เผยว่าเขาได้เป็นพลเมืองประเทศอิตาลีแล้ว พร้อมชี้แจงผ่านแถลงการณ์ว่า เมื่อก่อนเขากับภรรยาไม่มีปัญหาเรื่องสัญชาติที่แตกต่าง แต่ปัจจุบันสถานการณ์บางอย่างไม่แน่นอน ทั้งคู่จึงเห็นว่าควรจะเปลี่ยนมาถือสัญชาติเดียวกันน่าจะดีกว่า ที่ผ่านมา พระเอกออสการ์วัย 57 ปี เคยแสดงออกถึงความไม่พอใจที่สหราชอาณาจักรพยายามแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป ถึงขนาดออกปากว่า มันคือหายนะเลยทีเดียว

O นางเอกรุ่นใหญ่ ลินดา แฮมิลตัน เตรียมกลับมารับบทสาวแกร่ง ซาราห์ คอนเนอร์ ในหนังตระกูลคนเหล็กอีกครั้ง หลังเคยฝากฝีมือไว้ในหนังภาค 2 Terminator 2 : Judgement Day เมื่อ 26 ปีก่อน ขณะที่ อาร์โนลด์ ชวาเซเนเกอร์ก็พร้อมหวนคืนมารับบทหุ่นยนต์สังหาร ที่เคยแจ้งเกิดเขาด้วยเช่นกัน โดยผู้กำกับต้นฉบับคนเหล็กเจมส์ คาเมรอน ประกาศข่าวนี้เมื่อไม่กี่วันก่อน ภายใต้การจัดจำหน่ายของค่ายหนังพาราเมาท์ พิคเจอร์ ที่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดใดๆ ได้ซึ่ง คาเมรอน จะไม่กลับมานั่งแท่นผู้กำกับ แต่ยกหน้าที่นี้ให้ ทิม มิลเลอร์ ผู้กำกับจากหนัง Deadpool แทน

O คู่รักนักแสดง เฮย์เดน คริสเตนเซน และ ราเชล บิลสัน รักสะบั้นซะแล้ว โดยสื่อดัง Us Weekly รายงานว่า คู่นี้ลดระดับความสัมพันธ์มา 2-3 เดือนแล้ว เหตุผลน่าจะมาจากรักแท้แพ้ระยะทาง เนื่องจากบิลสัน อยู่ที่ลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา ขณะที่ คริสเตนเซน ใช้ชีวิตอยู่ที่โตรอนโต แคนาดา ขณะที่ E!News วิเคราะห์ว่า น่าจะเป็นเพราะความสนใจและการใช้ชีวิตที่ต่างกันมาก จนถึงจุดที่ทั้งคู่หันหน้ามาคุยกันว่าควรแยกทางกันไปดีกว่า คริสเตนเซน กับ บิลสันสปาร์กรักกลางกองถ่ายหนังเรื่อง Jumper เมื่อปี 2007 จากนั้นก็เดี๋ยวรักเดี๋ยวเลิกมาตลอด และถึงแม้จะมี ไบรอาร์ โรส ลูกสาว มาเป็นโซ่ทองคล้องใจเมื่อปลายปี 2014 แต่สุดท้ายความรักก็มาถึงทางตันจนได้