‘เจ เอส แอล’แสดงพลังรัก ประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ถวายพ่อหลวง ร.9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/294249

'เจ เอส แอล'แสดงพลังรัก ประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ถวายพ่อหลวง ร.9

‘เจ เอส แอล’แสดงพลังรัก ประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ถวายพ่อหลวง ร.9

วันอังคาร ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560, 10.57 น.
รติวัลคุ์ ธนาธรรมโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, วัชระ แวววุฒินันท์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท เจ เอส แอล โกลบอล มีเดีย จำกัด จัดกิจกรรม  “รวมพลังรัก ประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ ถวายพ่อหลวง”   รวมน้ำใจผู้บริหารและเหล่าพนักงานได้แสดงถึงความจงรักภักดีและเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ ถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  ณ เจ เอส แอลฯ ลาดพร้าว 107

ระดม8พระเอก-นางเอก ปฏิบัติภารกิจแสนหวาน ส่งท้ายซีรีส์’ภารกิจรัก’สุดยิ่งใหญ่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/294248

ระดม8พระเอก-นางเอก ปฏิบัติภารกิจแสนหวาน ส่งท้ายซีรีส์'ภารกิจรัก'สุดยิ่งใหญ่

ระดม8พระเอก-นางเอก ปฏิบัติภารกิจแสนหวาน ส่งท้ายซีรีส์’ภารกิจรัก’สุดยิ่งใหญ่

วันอังคาร ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560, 10.54 น.

ช่อง 7 สี พร้อมเสิร์ฟความสุขเพื่อแฟนๆ อย่างเต็มอิ่มส่งท้ายซีรีส์ภารกิจรัก เรื่อง “ยึดฟ้าหาพิกัดรัก” ระดมพระเอก-นางเอก ทั้ง 8 คน “เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ และ พีค-ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ เรื่อง เหนี่ยวหัวใจสุดไกปืน, อ๋อม-อรรคพันธ์ นะมาตร์ และ แซมมี่ เคาวเวลล์เรื่อง ราชนาวีที่รัก, พอร์ช-ศรัณย์ ศิริลักษณ์ และ ขวัญ-อุษามณี  ไวทยานนท์ เรื่อง มือปราบเจ้าหัวใจ, มิกค์ ทองระย้า และ    เซฟฟานี่ อาวะนิค เรื่อง ยึดฟ้าหาพิกัดรัก” มาให้แฟนๆ ได้ฟินกันแบบสุดๆ ชวนจิกหมอนกระจุยกระจายกับฉากโรแมนติก ถือเป็นปฏิบัติการเพื่อหัวใจทิ้งทวน พร้อมนำทีม 4 ผู้กำกับฯ โดย ธงชัย ประสงค์สันติ แห่ง พอดีคำเอ็นเทอร์เทนเมนท์ รวมพลังส่งท้ายใน ซีรีส์ภารกิจรัก สุดยิ่งใหญ่ อย่าพลาดชมในวันอาทิตย์ที่ 1 ตุลาคมนี้ เวลา 20.15 น. ทางช่อง 7 เอชดีกด 35

ภารกิจรบคลี่คลายภารกิจรักก็เหมือนจะลงตัว แต่ทำไม “ชาโดว์ทีม” ทั้ง “ภูริช(เวียร์-ศุกลวัฒน์), คณินทร์ (พอร์ช-ศรัณย์), จิรวัติ (อ๋อม-อรรคพันธ์) และกรัณย์ (มิกค์ ทองระย้า)” จึงกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง เพื่อปฏิบัติภารกิจหัวใจพวกเขาที่นอกจจะให้คำปรึกาษเพื่อนๆ แล้วแต่ละคู่ยังต้องตามง้อและขอแต่งงานให้สำเร็จอีกด้วย เรียกว่าฝ่ายหญิงก็มีอาการน้อยใจกันไป ส่วนฝ่ายชายก็เดินหน้าง้อเต็มกำลังใจเพื่อจับจองสาวเจ้ามาไว้ในอ้อมกอดให้ได้ ท่ามกลางบรรยากาศสุดแสนโรแมนติกที่ชายหาดชะอำ จ.เพชรบุรี

“เวียร์” เผย “ถ่ายทำกันมาเกือบ 5 เดือน รู้สึกใจหายเหมือนกันครับ ที่เราเดินทางมาถึงช่วงสุดท้ายของเรื่องกันแล้ว ในชีวิตจริงหลังกล้องแม้เราจะแอบเหงานิดๆ เพราะไม่ได้เจอกันครบทีมสักพัก แต่เมื่อได้มาเจอกันครบทีมทีไรก็จะแกล้งจะป่วนกันตลอด โดยเฉพาะ อ๋อม ครับจะโดนแกล้งบ่อยสุด ส่วนมิกค์กับพอร์ชนี่เค้าจะมุ๊งมิ๊งกันตลอดเวลา สำหรับเรื่องนี้เหนื่อยแต่สนุกครับ ขอชวนแฟนๆ ไปร่วมลุ้นร่วมเชียร์ ให้กำลังใจพวกเราทั้ง 4 เหล่า ว่าจะสามารถปฏิบัติภารกิจตามหาหัวใจ ต่อจิ๊กซอว์ชีวิตรักได้สำเร็จหรือไม่ ซึ่งลีลาของแต่ละคนไม่ธรรมดาเลยครับ ในซีรีส์ภารกิจรัก เรื่อง “ยึดฟ้าหาพิกัดรัก” ส่งท้ายด้วยรอยยิ้มความฟินชนิดที่ดูไปจิกหมอนกันไป ฟินกระจายแน่นอน ในวัน อาทิตย์ที่ 1 ตุลาคมนี้ เวลา 20.15น. ทางช่อง 7 เอชดี กด 35 และสามารถชมได้อีกช่องทางใน  Facebook LIVE ทาง Official Fanpage BBTV Channel7 หรือสามารถรับชมการออกอากาศย้อนหลังได้ทาง BUGABOO.TV

‘เป๊ป-เขมิกา’ตกใจเล่นบท’ช้างน้ำ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/294246

'เป๊ป-เขมิกา'ตกใจเล่นบท'ช้างน้ำ'

‘เป๊ป-เขมิกา’ตกใจเล่นบท’ช้างน้ำ’

วันอังคาร ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560, 10.51 น.

เพราะมีอายุอานามเข้าเลข 3 แล้ว แต่กลับได้รับบทเป็น “ช้างน้ำ” เด็กนักเรียนวัย 15-16 ปี เพื่อนสนิทของ “บุญหลง” ในละครดราม่าแฝงแง่คิดครอบครัวเรื่อง “ลูกหลง” ของค่ายนวประทานพร ที่ทำเอาดาราสาวร่างอวบ เป๊ป-เขมิกา สุขประสงค์ดี ถึงกับตกใจเล็กน้อย เมื่อถูกทาบทามให้มาเล่นละครเรื่องนี้ แต่เจ้าตัวก็บอกว่า

“เป๊ปเคยดูเรื่องนี้ตั้งแต่เวอร์ชั่นแรก รู้อยู่แล้วว่ามีตัวละครตัวนี้อยู่ชื่อ ช้างน้ำ ตอนแรกที่พี่เค้าส่งคาแร็กเตอร์มาให้อ่าน ก็ตกใจนะ เพราะบทที่ได้รับ อายุลดลงมาแค่อายุ15-16 ปีเอง พี่เค้าเห็นเราเด็กขนาดนั้นเลยหรือ ปกติก็รับบทเป็นเด็กแนวนี้อยู่แล้ว เรื่องนี้ถือว่าเด็กสุด ก็ไม่ได้ปรับตัวอะไรเยอะ เพราะเป๊ปมีความเป็นเด็กสูงมากอยู่แล้ว จังหวะที่เราเล่นเป็นเด็ก เราก็สามารถดึงวัตถุดิบตรงนั้นมาเล่นได้ง่ายๆ เรื่องนี้ ช้างน้ำ ก็เป็นเพื่อนในแก๊งนางเอก เค้าคงอยากให้เราเล่นคาแร็กเตอร์ตัวเล็กกับตัวใหญ่ เป็นคนรักเพื่อน คอยช่วยเหลือเพื่อนทุกอย่าง ตัวละครจะเป็นสีสันให้ละครเรื่องนี้สนุกขึ้น ตอนแรกคาแร็กเตอร์ ช้างน้ำ จะค่อนข้างห้าวๆ เกือบจะเป็นทอม ก็แอบตกใจว่าเราต้องห้าวขนาดนั้นเลยเหรอ แต่มาเวอร์ชั่นนี้เค้าคงเห็นว่าเป๊ปหน้าหวาน ก็มีให้ทาปาก ทาแก้มแบ๊วๆ ก็คงให้เปลี่ยนจากเดิม ถึงจะแบ๊ว แต่พอเวลาเข้าไปช่วยเพื่อน ก็จะแบบห้าวๆ เลย ไม่กลัวใครค่ะ”

‘ช่อง7สี’ส่ง’ฟ้าใหม่’ที่สุดของละครฟอร์มใหญ่ ลงจออีกครั้ง6ต.ค.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/294245

'ช่อง7สี'ส่ง'ฟ้าใหม่'ที่สุดของละครฟอร์มใหญ่ ลงจออีกครั้ง6ต.ค.นี้

‘ช่อง7สี’ส่ง’ฟ้าใหม่’ที่สุดของละครฟอร์มใหญ่ ลงจออีกครั้ง6ต.ค.นี้

วันอังคาร ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560, 10.48 น.

เพื่อเป็นการร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ช่อง 7 สี เตรียมส่งละคร “ฟ้าใหม่”  ที่สุดของละครฟอร์มใหญ่ที่กลับมาลงจออีกครั้ง ในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้

“ฟ้าใหม่” ที่สุดละครของฟอร์มใหญ่ ทุ่มทุนสร้างมหาศาล ถ่ายทอดเรื่องราวตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย เข้าสู่กรุงธนบุรี จนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ละครที่ทำให้คนไทยได้เห็นภาพจริงของเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ ปลุกกระแสความรักชาติ และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย ซึ่งเป็นศูนย์รวมใจของคนไทยทุกคน ออกอากาศให้ชมเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2547 สร้างความประทับใจให้แก่ผู้ชมอย่างล้นหลาม จากบทประพันธ์ทรงคุณค่าของนักเขียนชั้นครู ศุภร บุนนาค ที่ถ่ายทอดออกมาเป็นบทละครโทรทัศน์ชั้นเยี่ยม โดย ศัลยา กำกับโดยผู้กำกับละครมากฝีมือ จรูญ ธรรมศิลป์ ที่ฝากผลงานครั้งยิ่งใหญ่ครั้งนี้ไว้ให้ทุกคนได้จดจำ ควบคุมการผลิต โดย สยม สังวริบุตร ผลิตโดย บริษัทดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด ละครคุณภาพระดับตำนานที่รวบรวมสุดยอดนักแสดงมากฝีมือแถวหน้าไว้อย่างคับคั่ง อาทิ พัชราภา ไชยเชื้อ, จีรนันท์ มะโนแจ่ม, ณัฐวุฒิ สกิดใจ, ภูธฤทธิ์ พรหมบันดาล, ชินมิษ บุนนาค, คงกระพัน แสงสุริยะ, ดนุพร ปุณณกันต์, อัษฎาวุธ เหลืองสุนทร, ศตวรรษ ดุลยวิจิตร, สมบัติ เมทะนี, ดวงดาว จารุจินดา, ฐาปกรณ์ ดิษยนันทน์, วันชัย เผ่าวิบูลย์ ร่วมด้วยนักแสดงมากความสามารถล้นจอ ช่อง 7 สี นำลงจอออกอากาศให้ชมกันอีกครั้ง ทุกวันคืนศุกร์ เวลา 20.05 น. และวันเสาร์อาทิตย์ เวลา 20.15 น. เริ่มตอนแรกวันศุกร์ที่ 6 ต.ค.นี้

“ฟ้าใหม่” เป็นละครที่เกิดขึ้นในยุคปลายรัชสมัย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ คาบเกี่ยวตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย เข้าสู่กรุงธนบุรีจนมาถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านสายตาของตัวละครหลักชื่อ “แสน” นายทหารมหาดเล็กเชื้อสายผู้ดีแขกเทศ ซึ่งสนิทสนมกับมหาดเล็กรุ่นพี่ 3 คน คือ คุณคนใหญ่ (พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช), คุณคนกลาง (สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช) และคุณคนเล็ก (กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท) ทั้งสามท่าน รวมถึง แสน สนิทสนมกันมาก ไปไหนไปด้วยกันตลอด ต่อมาเมื่อกรุงศรีอยุธยาแตก มหาดเล็กทั้งสี่นี้ต่างมีคุณูปการอย่างใหญ่หลวงในการกอบกู้และสร้างเมืองใหม่ให้เป็น “ฟ้าใหม่”ของคนไทยทั้งปวง

สยม สังวริบุตร ผู้ควบคุมการผลิต เผยว่า “ละครเรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ผมภูมิใจมากที่มีโอกาสได้ทำครับ เพราะเรื่องราวแต่ละฉากแต่ละตอนบอกได้เลยว่าละเอียดมากและมีความสำคัญมาก  เพราะเป็นละครที่คาบเกี่ยวหลายสมัย ตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย สู่ยุคกรุงธนบุรีจนมาถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งถือว่าเป็น ฟ้าใหม่ ของคนไทยทุกคน ทุ่มงบประมาณในการสร้าง เรียกได้ว่ามโหฬารที่สุด รวมสุดยอดดาราดังมากมายพร้อมผู้ร่วมแสดงคับคั่งกว่า 500 ชีวิต ถือเป็นละครฟอร์มใหญ่ที่ผมภูมิใจมากๆ ครับ”

ติดตามชม ละคร “ฟ้าใหม่” ได้ ทุกวันคืนศุกร์ เวลา 20.05 น. และวันเสาร์อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางช่อง 7 สี และ ช่อง 35 ในระบบเอชดี และ Facebook LIVE ทาง Official Fanpage BBTV Channel7 เริ่มตอนแรก วันศุกร์ที่ 6 ตุลาคม นี้ หรือสามารถรับชมการออกอากาศย้อนหลังได้ทาง BUGABOO.TV

วาโก้สานต่อโครงการต้านมะเร็งเต้านม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/292782

วาโก้สานต่อโครงการต้านมะเร็งเต้านม

วาโก้สานต่อโครงการต้านมะเร็งเต้านม

วันอังคาร ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นเนลจำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่วยผลิตภัณฑ์ชุดชั้นในวาโก้ สานต่อโครงการต้านภัยมะเร็งเต้านมอย่างต่อเนื่อง เป็นปีที่ 17 ภายใต้โครงการ “วาโก้โบว์ชมพู สู้มะเร็งเต้านม” เพื่อให้ผู้หญิงตระหนักถึงโรคร้ายนี้และหันมาดูแลสุขภาพและป้องกันโรคอย่างถูกวิธี พร้อมหารายได้สมทบทุนจัดซื้อเครื่องมือแพทย์และดูแลผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ยากไร้ โดยมี สองศิลปินดารารักสุขภาพอย่าง แหวนแหวน-ปวริศา เพ็ญชาติ และ ปันปัน เต็มฟ้า กฤษณายุธ ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

วรเทพ อัศวเกษม รองผู้อำนวยการผลิตภัณฑ์วาโก้ บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นเนล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า วาโก้ได้ทำโครงการนี้มา 17 ปีแล้ว และจะทำอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมะเร็งเต้านมเป็นโรคอันดับหนึ่งของผู้หญิง วาโก้จึงพยายามทำให้ลูกค้าตระหนักถึงการดูแลสุขภาพตนเอง ทั้งวิธีการตรวจร่างกาย หรือตรวจดิจิตอลแมมโมแกรม เพื่อหาก้อนเนื้อมะเร็งที่โรงพยาบาล ครั้งนี้ วาโก้ได้ร่วมกับภาครัฐ คือสถาบันมะเร็งแห่งชาติ และเอกชนคือ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ร่วมกันจัดงานครั้งนี้ขึ้น

“กิจกรรมของโครงการในปีนี้ มีการดีไอวายทำหมวกเพื่อมอบให้กับผู้ป่วยมะเร็งที่รักษาด้วยการฉายรังสี โดยจัดเป็นกิจกรรมตามบูธในศูนย์การค้าชั้นนำ ที่มีทั้งการให้ความรู้เรื่องมะเร็งเต้านมจากหน่วยงานที่วาโก้ได้ร่วมมือ และเรื่องของเต้านมเทียมสำหรับผู้ที่ผ่าตัดมะเร็งเต้านม และมีการขายสินค้าที่ระลึกคือ เสื้อยืด และกระเป๋า ออกแบบลายโดย ม.ล.จิราธร จิรประวัติ ซึ่งลูกค้าสามารถมีส่วนร่วมทำหมวก โดยเงินรายได้บางส่วนที่ได้จากการขายผลิตภัณฑ์ และเงินรายได้จากการขายของที่ระลึก ทางวาโก้จะนำไปบริจาคให้กับมูลนิธิโรคมะเร็งแห่งประเทศไทย มูลนิธิรามาธิบดีฯ สถาบันมะเร็ง เพื่อซื้อเครื่องมือแพทย์ หรือให้กับผู้ป่วยยากไร้ต่อไป”

นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ และนายกสมาคมโรคมะเร็งแห่งประเทศไทย ให้ข้อมูลว่า มะเร็งเต้านม เป็นโรคที่เกิดกับผู้หญิงมาเป็นอันดับหนึ่ง แทนที่มะเร็งปากมดลูกแล้ว สถิติของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่พบคือ 3.5 ล้านราย เฉลี่ยปีหนึ่งมีผู้ป่วย 13,000 ราย และเสียชีวิต 4,000 รายต่อปี และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดมะเร็งเต้านมคือ อายุที่มากขึ้น ขาดการออกกำลังกาย การทานอาหารที่มีไขมันสูง ภาวะอ้วนน้ำหนักเกิน หรือผู้หญิงที่ไม่ได้ตั้งครรภ์ ผู้หญิงที่มีประจำเดือนเริ่มต้นอายุน้อยกว่า 12 ปี และหมดประจำเดือนช้ากว่า 50 ปี หรือการใช้ยาคุมกำเนิดอย่างต่อเนื่อง อีกข้อสำคัญคือ เกิดจากญาติที่เป็นโรคมะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ หรือมะเร็งโพรงมดลูก ก็มีโอกาสที่จะเป็นมะเร็งเต้านมได้มากกว่าคนปกติ”

“ผู้หญิงอายุ 20 ปีขึ้นไป ควรตรวจเต้านมด้วยตนเองเป็นประจำอย่างน้อยเดือนละครั้ง ถ้าไม่แน่ใจให้มาพบแพทย์ ถ้าตรวจเจอในระยะ 1-2 โอกาสรักษาหายขาดมีถึง 95% และถึงรักษาหายขาดแล้ว ก็ควรตรวจร่างกายและตรวจเต้านมเป็นประจำ เพราะมะเร็งเต้านมและมะเร็งอื่นๆ สามารถกลับมาเป็นซ้ำได้ และควรงดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ด้วย”

ขณะที่สองสาวรักสุขภาพที่เข้าร่วมกิจกรรม ได้กล่าวเชิญชวนให้ผู้หญิงตระหนักถึงการตรวจเต้านมตนเอง และหมั่นสังเกตความผิดปกติที่อาจจะเกิดขึ้น เพื่อให้สามารถเข้ารับการรักษาได้ทันท่วงที เริ่มที่ ปวริศา เพ็ญชาติ เผยว่า “เคยป่วยเป็นโรคมะเร็งเต้านมมาก่อน ในตอนนั้นมีอายุ 23 ปี และรักษาหายขาด เพราะตรวจเจอในระยะแรก ก็อยากแนะนำให้ทุกคนตรวจร่างกาย และตรวจเต้านมตนเองเป็นประจำ ทานอาหารที่มีประโยชน์ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายและต้องมีสุขภาพจิตใจที่ดีด้วย” ด้าน ปันปัน-เต็มฟ้า กฤษณายุธ เผยว่า “สิ่งสำคัญสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง คือกำลังใจจากญาติและคนรอบข้าง ก็ควรสร้างสถานการณ์และกิจกรรมให้ผู้ป่วยรู้สึกดีและมีความสุข เขาจะได้มีสุขภาพจิตที่ดีและมีกำลังใจที่จะต่อสู้กับโรคมะเร็งต่อไป”

คณะแพทยศาสตร์ มช. เทิดพระเกียรติเนื่องใน‘วันมหิดล’ รายการโทรทัศน์‘สวนดอกร้อยดวงใจ…เพื่อผู้ป่วยประคับประคองและระยะท้าย’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/292765

คณะแพทยศาสตร์ มช. เทิดพระเกียรติเนื่องใน‘วันมหิดล’ รายการโทรทัศน์‘สวนดอกร้อยดวงใจ...เพื่อผู้ป่วยประคับประคองและระยะท้าย’

คณะแพทยศาสตร์ มช. เทิดพระเกียรติเนื่องใน‘วันมหิดล’ รายการโทรทัศน์‘สวนดอกร้อยดวงใจ…เพื่อผู้ป่วยประคับประคองและระยะท้าย’

วันอังคาร ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

รศ.นพ.นิเวศน์ นันทจิต สนช. และอดีตอธิการบดี มช. พร้อมด้วย ศ.เกียรติคุณ นพ.อาวุธ ศรีศุกรี อุปนายกสภามหาวิทยาลัย รักษาการแทนอธิการบดี มช.,ศ.นพ.บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช., ผศ.นพ.วิชัย ชื่นจงกลกุล ผอ.โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่, ดร.นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์, ผศ.นพ.วิชาญ วิทยาศัย, รศ.นพ.ปิยะ เนตรวิเชียร, นพ.วัฒนา ขัตติพัฒนาพงษ์, ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ ผอ.ศูนย์ศรีพัฒน์ ร่วมกันร้องเพลงก่อนเข้ารายการถ่ายทอดสดรายการพิเศษทางสถานีโทรทัศน์ โมเดิร์นไนน์ทีวี “สวนดอกร้อยดวงใจ…เพื่อผู้ป่วยประคับประคองและระยะท้าย”

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถ่ายทอดสดรายการพิเศษ ครั้งที่ 10 ทางช่อง 9 MCOT HD “สวนดอกร้อยดวงใจ…เพื่อผู้ป่วยประคับประคองและระยะท้าย” เพื่อเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก “พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย” และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีต่อคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และระดมเงินบริจาคสมทบทุนมูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก สร้างศูนย์ดูแลผู้สูงอายุระยะยาว เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุในปัจจุบันและอนาคต โดยมี ศ.เกียรติคุณ นพ.อาวุธ ศรีศุกรี อุปนายกสภามหาวิทยาลัย รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมด้วย ศ.นพ.บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช. และประธานมูลนิธิสวนดอก, ผศ.นพ.วิชัย ชื่นจงกลกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่,ศ.คลินิก นพ.นิเวศน์ นันทจิต สมาชิกสภาผู้แทนนิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ร่วมในรายการพิเศษ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 กันยายน 2560 ณ สถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ทีวีกรุงเทพมหานคร

ในปีนี้ ศ.นพ.บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่,ผศ.นพ.วิชัย ชื่นจงกลกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ พร้อมทีมผู้บริหารก็ได้สานต่อกิจกรรมสวนดอกร้อยดวงใจ เพื่อผู้ป่วยประคับประคองและระยะท้าย ที่ทุกวันนี้มีผู้ป่วยจำนวนนี้มากขึ้นทุกวัน แต่อาคารที่จะรองรับไม่เพียงพอ ดังนั้นทางคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถือโอกาสดีในวันมหิดลนี้ได้ริเริ่มรับบริจาคอุปกรณ์การแพทย์และปัจจัยที่จะนำมาสร้างอาคารและจะเป็นศูนย์ประสานงานทั้งภายในโรงพยาบาลและเครือข่ายการดูแลผู้ป่วยประคับประคอง รวมทั้งจัดตั้งธนาคารอุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับให้ผู้ป่วยในระยะท้ายของชีวิตให้ยืมไปใช้ในการดูแลต่อที่บ้านได้

สำหรับบรรยากาศในวันถ่ายทอดสดรายการพิเศษ ภายในห้องส่งมีแขกผู้มีเกียรติ ดารานักแสดงมาร่วมงานพร้อมช่วยกันรับโทรศัพท์จากผู้มีจิตศรัทธากันอย่างเต็มที่ รวมทั้งน้องๆ จากธนาคารกสิกรไทยก็มาสมทบช่วยกันอีกแรง

ทั้งนี้ยังได้รับชมสารคดีเทิดพระเกียรติพระราชบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีต่อคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สารคดีแพทย์เชียงใหม่ใต้ร่มพระบารมี สารคดีตามรอยพระบาทจากขอบด้ง และเรียลิตี้จากชีวิตจริงลมหายใจแห่งรักกับผู้ป่วยประคับประคองและระยะท้าย กับสวนดอกร้อยดวงใจปีที่ 10 ที่ศิษย์เก่าช่วยกันจัดทำขึ้นเพื่อให้ประชาชนได้รับชมไปพร้อมๆ กัน

โดยยอดบริจาคในค่ำคืนวันที่ 14 กันยายน ที่ผ่านมา ได้ยอดรวมทั้งหมดประมาณ 42 ล้านบาท สำหรับผู้ที่จะร่วมบริจาคสมทบทุนมูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก เพื่อจัดสร้างศูนย์ดูแลผู้ป่วยประคับประคองและระยะท้าย คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สามารถสายตรงมาได้ที่ โทร.053-938400 โทรสาร.053-938888 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่งานประชาสัมพันธ์ คณะแพทยศาสตร์ มช. โทร.053-935672 กรณีโอนเงินผ่านธนาคาร ชื่อบัญชี มูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก ใบเสร็จรับเงินสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ ธนาคารกสิกรไทย สาขาถนนสุเทพ เชียงใหม่ เลขที่บัญชี 471-2-33333-8 และธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาคณะแพทยศาสตร์ เชียงใหม่ เลขที่บัญชี 405-9-78590-2

รศ.นพ.นิเวศน์ นันทจิต สนช. และอดีตอธิการบดี มช. พร้อมด้วย ศ.เกียรติคุณ นพ.อาวุธ ศรีศุกรี อุปนายกสภามหาวิทยาลัย รักษาการแทนอธิการบดี มช., ศ.นพ.บรรณกิจโลจนาภิวัฒน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช.,รศ.ธีรภัทร วรรณนฤมล คณบดีคณะการสื่อสารมวลชน, ศ.นพ.คม สุคนธสรรพ์ รองคณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช., นพ.วัฒนา ขัตติพัฒนาพงษ์, ผศ.พญ.ศิวาพร จันทร์กระจ่าง, และ ผาณิต พูนศิริวงศ์ ถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึกก่อนเข้ารายการถ่ายทอดสด

รศ.นพ.นิเวศน์ นันทจิต สนช. และอดีตอธิการบดี มช. พร้อมด้วย ศ.เกียรติคุณ นพ.อาวุธ ศรีศุกรี อุปนายกสภามหาวิทยาลัย รักษาการแทนอธิการบดี มช., ศ.นพ.บรรณกิจโลจนาภิวัฒน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช.,รศ.ธีรภัทร วรรณนฤมล คณบดีคณะการสื่อสารมวลชน, ศ.นพ.คม สุคนธสรรพ์ รองคณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช., นพ.วัฒนา ขัตติพัฒนาพงษ์, ผศ.พญ.ศิวาพร จันทร์กระจ่าง, และ ผาณิต พูนศิริวงศ์ ถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึกก่อนเข้ารายการถ่ายทอดสด
รศ.นพ.นิเวศน์ นันทจิต สนช. และอดีตอธิการบดี มช. พร้อมด้วย รศ.นพ.สมศักดิ์ เชาว์วิศิษฐ์เสรี, ศ.นพ.บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช., รศ.สดศรี เผ่าอินทร์จันทร์, ผศ.พญ.ศิวาพร จันทร์กระจ่าง, ดร.จิรพร วิทยศักดิ์พันธุ์, นงค์นาถ ห่านวิไล และ รศ.ธีรภัทร วรรณนฤมล คณบดีคณะการสื่อสารมวลชน มช.

รศ.นพ.นิเวศน์ นันทจิต สนช. และอดีตอธิการบดี มช. พร้อมด้วย รศ.นพ.สมศักดิ์ เชาว์วิศิษฐ์เสรี, ศ.นพ.บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช., รศ.สดศรี เผ่าอินทร์จันทร์, ผศ.พญ.ศิวาพร จันทร์กระจ่าง, ดร.จิรพร วิทยศักดิ์พันธุ์, นงค์นาถ ห่านวิไล และ รศ.ธีรภัทร วรรณนฤมล คณบดีคณะการสื่อสารมวลชน มช.
ธวัชชัย กฤติยาภิชาติกุล แห่ง Global Intercommunication, นพ.รักษ์ ตนานุวัฒน์, ผศ.พญ.ศิวาพร จันทร์กระจ่าง, ผาณิต พูนศิริวงศ์, ศ.เกียรติคุณ นพ.อาวุธ ศรีศุกรี, นพ.วัฒนา ขัตติพัฒนาพงษ์ และ ศ.นพ.บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์

ธวัชชัย กฤติยาภิชาติกุล แห่ง Global Intercommunication, นพ.รักษ์ ตนานุวัฒน์, ผศ.พญ.ศิวาพร จันทร์กระจ่าง, ผาณิต พูนศิริวงศ์, ศ.เกียรติคุณ นพ.อาวุธ ศรีศุกรี, นพ.วัฒนา ขัตติพัฒนาพงษ์ และ ศ.นพ.บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์
คณะแพทย์ มช. ร่วมถ่ายรูปกับขวัญใจชาวแพทยศาสตร์ มช. ศิรดา โล บูลโย่ นางงามบุปผชาติ จ.เชียงใหม่

คณะแพทย์ มช. ร่วมถ่ายรูปกับขวัญใจชาวแพทยศาสตร์ มช. ศิรดา โล บูลโย่ นางงามบุปผชาติ จ.เชียงใหม่
ดร.นพ.ประสูตร ถาวรชัยประสิทธิ์, รศ.นพ.ปิยะ เนตรวิเชียร, ผศ.นพ.วินัยศักดิ์ ขัตติพัฒนาพงษ์, นพ.อรรถพล ชีพสัตยากร

ดร.นพ.ประสูตร ถาวรชัยประสิทธิ์, รศ.นพ.ปิยะ เนตรวิเชียร, ผศ.นพ.วินัยศักดิ์ ขัตติพัฒนาพงษ์, นพ.อรรถพล ชีพสัตยากร
นพ.พงศ์เกษม ไข่มุกด์ รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต, ศ.นพ.บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์ และ ผศ.นพ.เจษฎา สิงห์เวชสกุล รองผอ.โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่

นพ.พงศ์เกษม ไข่มุกด์ รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต, ศ.นพ.บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์ และ ผศ.นพ.เจษฎา สิงห์เวชสกุล รองผอ.โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่

รณรงค์รับมือภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/292783

รณรงค์รับมือภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน

รณรงค์รับมือภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน

วันอังคาร ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เพื่อรณรงค์ให้คนไทยตระหนักและพร้อมรับมือภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน เอพี ไทยแลนด์ จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวแคมเปญเพื่อสังคม “ขอพื้นที่เล็กๆ ให้หัวใจได้เต้นต่อ” เพื่อต่อยอดแนวคิดการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์คุณภาพสู่การส่งเสริมสุขภาพชีวิตที่ดีโดยตระหนักถึงภาวะหัวใจหยุดเฉียบพลันที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน จึงติดตั้งเครื่องช็อกไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติ AED ในคอนโดมิเนียมของเครือเอพี กว่า 40 โครงการ และตามที่สาธารณะต่างๆ เพื่อช่วยเหลือคนได้ทันท่วงที

วิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานพัฒนาธุรกิจกลุ่มสินค้าคอนโดมิเนียม บมจ. เอพี (ไทยแลนด์) เผยว่า ในฐานะที่เอพีเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ จึงเน้นที่จะสร้างคุณภาพชีวิตให้กับผู้ที่อยู่อาศัย หนึ่งในการสร้างคุณภาพชีวิต คือการออกแบบพื้นที่ให้มีการใช้ประโยชน์สูงสุด และตระหนักภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันที่เกิดขึ้น จึงเห็นความสำคัญนี้และได้ศึกษาเครื่องช็อกไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติ AED ที่ใช้พื้นที่ติดตั้งเครื่องเพียง 0.1 ตารางเมตร จึงคิดมอบพื้นที่นี้ให้กับลูกบ้านของเราและสาธารณะด้วย โดยติดตั้งในจุดที่มองเห็นได้ง่าย

นอกจากเครื่องติดตั้ง AED แล้ว ยังมีเจ้าหน้าที่ภายใต้การดูแลของบริษัท สมาร์ท เซอร์วิส แอนด์ แมนเนจเมนท์ จำกัด จำนวน 300 คน ที่ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน และได้รับการรับรองจากบริษัทรักษาความปลอดภัยไทยซีคอม และคณะกรรมการช่วยชีวิต สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยคอนโดมิเนียมในแต่ละโครงการ จะมีเจ้าหน้าประจำการพร้อมให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง จึงอยากเชิญชวนให้ทุกคนหันมาเห็นคุณค่าของการใช้ชีวิตร่วมกันในสังคม และได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และเชิญชวนบริษัทต่างๆ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ให้ความสำคัญกับเครื่อง AED ก็จะเป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างมาก

ด้าน พล.ต.ต.นายแพทย์โสภณ กฤษณะรังสรรค์ ประธานมูลนิธิสอนช่วยชีวิตและที่ปรึกษาคณะกรรมการมาตรฐานการช่วยชีวิต สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้ข้อมูลว่า ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน มักเกิดจากบุคคลที่มีภาวะเส้นเลือดหัวใจตีบ ทำให้หัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน มักเกิดขึ้นกับวัยผู้ใหญ่ถึง 70%และเกิดกับวัยเด็ก 30% ตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 1 ปีที่คราบน้ำนมหรือน้ำมูกไปอุดตันทางเดินหายใจ

ทั้งนี้ ผู้ที่มีอาการหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ส่วนมากมักมีโรคประจำตัว แต่ยังมีคนอีกจำนวนมากที่ไม่รู้ตัว เพราะร่างกายไม่แสดงอาการ เช่น นั่งทำงานอยู่หรือวิ่งอยู่ก็ล้มหมดสติไปทันที ปัจจัยที่เป็นสาเหตุหลักคือ 1.มีหลอดเลือดหัวใจตีบอยู่แล้วแต่ไม่รู้ตัว 2.เกิดกับนักกีฬาหรือคนออกกำลังกาย ที่อัตราการเต้นของหัวใจเกินขีดจำกัดของร่างกาย เมื่อหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน จะทำให้เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงสมองได้ จะทำให้เนื้อเยื่อสมองเริ่มเสีย

การช่วยคนที่หัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันนั้น จะต้องโทรศัพท์เรียกหน่วยพยาบาล ต้อง CPR หรือ กดหน้าอกเป็น และนำเครื่อง AED มาช่วยอีกแรง จากนั้นก็นำส่งโรงพยาบาล และเข้ารับการรักษากับแพทย์ ซึ่งต้องช่วยให้ทันท่วงที นอกจากตามที่อยู่อาศัยแล้วควรมีเครื่อง AED ที่ สนามบิน สถานีรถไฟฟ้า และในสถานที่ที่ให้บริการชุมชนทั้งหลาย รวมทั้งตามสถานที่ท่องเที่ยวด้วย ซึ่งก็ได้ติดตั้งไปบ้างแล้วและได้นำมาช่วยได้จริง

ปุณยนุช เอื้อมอุ่น ผู้ช่วยผู้จัดการ แผนกกลยุทธ์องค์กร บริษัทรักษาความปลอดภัย ไทยซีคอม จำกัด เผยว่า หากเราพบผู้ที่มีอาการ
หัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน จะต้องตั้งสติ เรียนรู้การกู้ชีพและช่วยชีวิตเป็นกล้าเข้าไปช่วย และช่วยอย่างมีสติ ขั้นแรกตรวจสอบสถานที่ว่าปลอดภัยแก่ผู้ป่วยหรือไม่ จากนั้นเรียกสติผู้ป่วย ถ้าไม่ตอบสนองให้เรียกคนมาช่วย และระบุตัวคนช่วยให้ชัดเจน จากนั้นสังเกตผู้ป่วยว่าหายใจหรือไม่ หากไม่หายใจ ให้ CPR บริเวณหน้าอกส่วนล่างเหนือลิ้นปี่ขึ้นมาสองนิ้ว กดลึก 5 ซม. 100-120 ครั้งต่อนาที ระหว่างรอเครื่อง AED มาช่วยอีกแรง ซึ่งเครื่องจะบอกวิธีการใช้และทำงานอัตโนมัติ

เกาหลีเปิดตัวศูนย์ศัยกรรม’ไอดีบิวตี้เซ็นเตอร์’ในเมืองไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/292748

เกาหลีเปิดตัวศูนย์ศัยกรรม’ไอดีบิวตี้เซ็นเตอร์’ในเมืองไทย

เกาหลีเปิดตัวศูนย์ศัยกรรม’ไอดีบิวตี้เซ็นเตอร์’ในเมืองไทย

วันจันทร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2560, 19.30 น.

เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วที่ประเทศไทย สำหรับศูนย์ให้คำปรึกษาด้านศัลยกรรมความงามจากประเทศเกาหลี “ไอดีบิวตี้เซ็นเตอร์ (ID Beauty Center)” ย่านพร้อมพงษ์ (หลังห้างสรรพสินค้าดิเอ็มโพเรียม) โดย “โรงพยาบาลไอดี (ID Hospital)” โรงพยาบาลศัลยกรรมอันดับต้นๆ ของประเทศเกาหลี ที่คนไทย และคนในเอเชียให้ความมั่นใจมากที่สุด ด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์ด้านศัลยกรรม ที่ได้ขึ้นชื่อเรื่องของความปลอดภัย เครื่องไม้เครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัย และเป็นโรงพยาบาลแรก ที่ริเริ่มการผ่าตัดกระดูกโครงหน้า จน ณ ปัจจุบันนี้ กลายมาเป็นที่นิยมอย่างมากในวงการศัลยกรรม ซึ่งทางโรงพยาบาลไอดี ถือเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกในเอเชีย ที่ทำศัลยกรรมใบหน้า ได้ออกมาเป๊ะที่สุด

ซึ่งงานนี้การันตีความสวย ความหล่อ ความเป๊ะ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรม ผู้อำนวยการ และเจ้าของโรงพยาบาลไอดีอย่าง “ศาสตราจราย์ ดร.ปาร์คซังฮุน” ที่บินตรงจากประเทศเกาหลี เพื่อมาให้คำปรึกษากับผู้ที่อยากทำศัลยกรรม โดยภายในงานเปิดตัว ศูนย์ไอดีบิวตี้เซ็นเตอร์ ยังมีศิลปิน ดารา นักแสดง เน็ตไอดอล และพริตตี้ชื่อดัง ที่เคยเดินทางไปทำศัลยกรรม กับโรงพยาบาลไอดี อาทิ อุ้ม อาร์สยาม, ฟลุ๊ค กะล่อน, มั้น ธนกร, ปั้นชา, เซญ่า กะทะร้อน, นุ๊กไอดอ, เจม ภัชพร และ นุ่มนิ่ม อรุโณทัย มาร่วมแสดงความยินดี นอกจากนี้ยังมี ก้อยโก๊ะ บิวตี้บล็อกเกอร์, ไอซ์ ปัณฐวิชญ์ และ เกด ธัญญ์ฐิตา จากทีม LET ME ID และที่ฮือฮาไปทั้งประเทศคือเหล่าสาวๆ ที่ถูกโรงพยาบาลไอดีพลิกชีวิต ด้วยการผ่าตัดศัลยกรรมแปลงโฉมในรายการ เลทมีอิน ไทยแลนด์ 2 (LET ME IN THAILAND 2) อย่าง ฝ้าย ปารเมศ และ ต้นว่าน รพีพัฒน์ มาร่วมพูดคุย และให้คำปรึกษากับผู้ที่อยากทำศัลยกรรม กับทางโรงพยาบาลไอดี

โดยคนที่อยากทำศัลยกรรมที่ประเทศเกาหลี และต้องการให้ทางโรงพยาบาลไอดีเป็นผู้ดูแล ก็สามารถแวะมาขอคำปรึกษาเรื่องศัลยกรรมได้กับทาง ศูนย์ไอดีบิวตี้เซ็นเตอร์ หรือเข้าไปคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง เว็บไซต์: http://th.idhospital.com / เฟสบุ๊ค:https://web.facebook.com/thai.idhospital / ไอดีไลน์: @id_thailand (มี@) / โทร: 02-010-4139

“เมอร์เรซกา” จัดทริปสุดปังตะลุย USA

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/292746

“เมอร์เรซกา” จัดทริปสุดปังตะลุย USA

“เมอร์เรซกา” จัดทริปสุดปังตะลุย USA

วันจันทร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2560, 19.00 น.

CMO “เมอร์เรซกา” โดย”บูม-เกริกไกรวัลแสงประดิษฐ์” chief marketing officer  (CMO) แบรนด์เครื่องสำอางค์สุดฮอต “เมอร์เรซกา” แท็คทีมตัวแทนจำหน่ายกว่า70 ชีวิต พร้อมทุ่มทุนกว่า 10 ล้านบาท เนรมิตร&จัดทริปดูงานและท่องเที่ยว เดินทางไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อเปิดวิสัยทัศน์และสร้างมิติใหม่เพื่อสร้างสรรค์แบรนด์เรียกได้ว่า “เมอร์เรซกา” นับเป็นอีกก้าวหนึ่งที่สำคัญสู่ตลาดโลก งานนี้มีสองสาวเน็ตไอดอลสุดปัง “แอนนา ทีวีพูล” และ “โย ดลยา” ร่วมสร้างสีสัน ในครั้งนี้

5 อาการสังเกตเจ้าตัวน้อยหัวใจผิดปกติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/292622

5 อาการสังเกตเจ้าตัวน้อยหัวใจผิดปกติ

5 อาการสังเกตเจ้าตัวน้อยหัวใจผิดปกติ

วันจันทร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ไม่เพียงแต่ผู้ใหญ่เท่านั้นที่มีความเสี่ยงโรคหัวใจ เจ้าตัวน้อยก็มีความเสี่ยงที่จะพบว่าเป็นโรคหัวใจได้เช่นกัน ซึ่งพ่อแม่ควรจะทำความรู้จักกับโรคหัวใจในเด็กและวิธีสังเกตอาการเบื้องต้นเพื่อจะรับมือได้ทันเวลา เพราะความรุนแรงของโรคหัวใจในเด็กนั้นไม่เพียงแต่ทำให้เจ้าตัวเล็กมีพัฒนาการและเติบโตช้า แต่อาจร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต อาการแรก ได้แก่ หายใจหอบเหนื่อยง่าย อาการที่สอง เล็บและปากเขียว อาการที่สามใจสั่น หน้ามืด หรือเป็นลมบ่อยๆ ซึ่งอาจจะเกิดจากหัวใจเต้นผิดจังหวะ อาการที่สี่ เจ็บหน้าอก อาการที่ห้าแพทย์ตรวจพบว่ามีเสียงหัวใจผิดปกติ อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนความผิดปกติของหัวใจเจ้าตัวน้อยได้

นายแพทย์อภิชัย คงพัฒนะโยธิน กุมารเวชศาสตร์โรคหัวใจ โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ ให้ข้อมูลว่า จากสถิติโดยเฉลี่ยในเด็ก 1,000 คน จะพบเด็กเป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดถึง 8 คน ซึ่งในกรณีนี้สามารถตรวจพบโดยแพทย์ตั้งแต่ก่อนคลอด หลังคลอดภายใน 7 วัน หรือตรวจพบเมื่อเป็นผู้ใหญ่ เช่น ผนังกั้นหัวใจห้องบนมีรูรั่ว เป็นต้น ในกรณีที่ตรวจพบเมื่อเป็นผู้ใหญ่อาจมีอาการรุนแรงจนไม่สามารถผ่าตัดได้ แต่โรคหัวใจพิการแต่กำเนิดบางชนิดก็ใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยไม่ต้องรักษา เพียงแต่ต้องดูแล ระวัง และป้องกันภาวะแทรกซ้อน เช่น ลิ้นหัวใจตีบเล็กน้อย รูในผนังหัวใจขนาดเล็ก เป็นต้น

ส่วนโรคหัวใจที่เกิดขึ้นภายหลัง เกิดจากสาเหตุต่างๆ อาทิ โรคหัวใจรูมาติก ที่เกิดจากไข้รูมาติก ทำให้มีลิ้นหัวใจรั่ว และ/หรือ ตีบ ส่วนใหญ่พบในเด็กวัยเรียน แต่ไม่มากเท่าเมื่อก่อน เพราะการแพทย์เจริญก้าวหน้าและประชากรดูแลตนเองมากขึ้น โรคไข้คาวาซากิ ซึ่งมักพบในเด็กเล็ก อาจทำให้มีเส้นเลือดหัวใจโคโรนารีโป่งพอง โรคลิ้นหัวใจจากการติดเชื้อ โดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรียเกือบทุกชนิด อาจเป็นสาเหตุการอักเสบของหัวใจ โรคกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสได้เกือบทุกชนิดที่นำไปสู่การอักเสบของกล้ามเนื้อหัวใจ ซึ่งในบางรายอาจเป็นสาเหตุของภาวะหัวใจวายอย่างเฉียบพลัน ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ เต้นช้าหรือเร็วเกินไป แต่ที่พบส่วนใหญ่ในเด็กจะเป็นชนิดเต้นเร็วผิดปกติ มักมีอาการเป็นๆ หายๆ และอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจวายและเสียชีวิตได้ เพราะความรุนแรงของโรคหัวใจในเด็กนั้นไม่เพียงแต่ทำให้เด็กมีพัฒนาการและเติบโตช้าแต่อาจร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต

ดังนั้น พ่อแม่ผู้ปกครองควรสังเกต 5 อาการสัญญาณเตือน ที่ควรพาเจ้าตัวน้อยมาเข้ารับการตรวจและรักษาให้ทันท่วงที คือ 1.หายใจหอบ เหนื่อยง่าย 2.เล็บและปากเขียว3. ใจสั่น หน้ามืด หรือเป็นลมบ่อยๆ ซึ่งอาจจะเกิดจากหัวใจเต้นผิดจังหวะ 4.อาการอื่นๆ เช่น เจ็บหน้าอก เป็นต้น (ในเด็กจะพบอาการลักษณะนี้ไม่มากเท่าผู้ใหญ่ อาการเจ็บหน้าอกในเด็กมีส่วนน้อยเท่านั้นที่เกิดจากโรคหัวใจ 5.แพทย์ตรวจพบว่ามีเสียงหัวใจผิดปกติ ซึ่งอาจแสดงหรือไม่แสดงอาการที่ผิดปกติก็ได้

นอกจากนี้ เด็กที่เป็นโรคหัวใจอาจจะโตช้า โดยเฉพาะรายที่มีภาวะหัวใจวาย มีอาการหายใจเร็ว เหนื่อยง่าย ส่วนสูงและน้ำหนักไม่เป็นไปตามเกณฑ์ เติบโตช้าไม่ทันเพื่อน เพราะหัวใจต้องทำงานหนักร่วมกับมีอาการหอบและรับประทานอาหารได้น้อย ซึ่งเป็นอีกข้อสังเกตที่พ่อแม่ผู้ปกครองควรใส่ใจและสังเกตอยู่เสมอ หากเจ้าตัวน้อยมีอาการต่างๆ ตามที่ปรากฏในลักษณะข้างต้น ควรรีบเข้ามาพบแพทย์เพื่อตรวจเช็คร่างกาย หรือแนะนำให้พาเจ้าตัวน้อยไปตรวจสุขภาพกับกุมารแพทย์เป็นประจำทุกๆ ปี สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ โทร.02-3103000 หรือ โทร.1719

นพ.อภิชัย คงพัฒนะโยธิน

นพ.อภิชัย คงพัฒนะโยธิน