มูลนิธิรามาธิบดีฯ ชวนคุณเป็นผู้ให้ โหลดสติกเกอร์ไลน์ส่งต่อ ‘คำว่าให้…ไม่สิ้นสุด’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/292652

มูลนิธิรามาธิบดีฯ ชวนคุณเป็นผู้ให้ โหลดสติกเกอร์ไลน์ส่งต่อ ‘คำว่าให้…ไม่สิ้นสุด’

มูลนิธิรามาธิบดีฯ ชวนคุณเป็นผู้ให้ โหลดสติกเกอร์ไลน์ส่งต่อ ‘คำว่าให้…ไม่สิ้นสุด’

วันจันทร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สี่ศิลปินจิตอาสา นำโดย สมนึก คลังนอก, นวลตอง ประสานทอง, ภัทรีดา ประสานทอง และ ม.ล.จิราธร จิรประวัติ

ร่วมสร้างพลังแห่งการให้ไม่สิ้นสุดกับ มูลนิธิรามาธิบดี ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เปิดตัวสติกเกอร์ไลน์และเซตของที่ระลึก ในคอลเลคชั่น “Giving and Happiness” โดยได้ 4 ศิลปินจิตอาสา อย่าง ม.ล.จิราธร จิรประวัติ, สมนึก คลังนอก, ภัทรีดา ประสานทอง และ นวลตอง ประสานทอง เป็นผู้สร้างสรรค์ลวดลาย ซึ่งรายได้ทั้งหมดจะนำไปสมทบทุนโครงการสร้างสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์

พรรณสิรี คุณากรไพบูลย์ศิริ ผู้จัดการมูลนิธิรามาธิบดีฯ เผยว่า การสมทบทุนครั้งนี้ทางมูลนิธิ ได้ทำเป็นรูปแบบของสติกเกอร์ไลน์ เพื่อให้เข้าถึงผู้คนรุ่นใหม่ที่ติดต่อสื่อสารกันผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ ด้วยการออกสติกเกอร์ 4 รูปแบบ ที่ได้สร้างสรรค์จากศิลปินทั้ง 4 ท่าน ในราคาเซตละ 60 บาท เพื่อส่งสติกเกอร์ไลน์แทนความห่วงใยแก่ผู้เป็นที่รักของเรา และยังส่งต่อ “คำว่าให้…ไม่สิ้นสุด” ได้อย่างง่ายดายเพียงแค่ปลายนิ้ว

“โครงการนี้เป็นพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงมีพระราชประสงค์ ให้มีโรงพยาบาลแถบภาคตะวันออกของประเทศไทย ซึ่งสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์นั้นจะดำเนินงานในรูปแบบของโรงพยาบาล โรงเรียนแพทย์ และสถาบันวิจัย เพราะแถบนั้นยังไม่มีโรงพยาบาลรัฐขนาดใหญ่ ที่ใช้รองรับผู้ป่วย และเพื่อให้ผู้คนแถบนั้นที่มีรายได้ต่ำได้รับประโยชน์และใช้การรักษาพยาบาล คนทางภาคตะวันออกจะได้ไม่ลำบากเดินทางเข้ามารักษาที่กรุงเทพฯ นักศึกษาแพทย์ก็ไม่ต้องอยู่แค่กรุงเทพฯ และได้ออกไปคลุกคลีกับชุมชนด้วย ทั้งยังเป็นศูนย์กลางให้สถาบันการแพทย์ใกล้เคียงได้มาเรียนรู้ และนำความรู้ไปใช้ด้วย ซึ่งค่าใช้จ่ายในการสร้างจึงสูงมากและยังต้องระดมทุนอยู่ จึงคิดว่าโครงการนี้ไม่ว่าจะจำหน่ายของที่ระลึกหรือสติกเกอร์ไลน์ ทุกคนก็สามารถเป็นส่วนร่วมช่วยเหลือกันได้”

สำหรับสติกเกอร์ไลน์ มีทั้งหมด 4 รูปแบบ ออกแบบสร้างสรรค์โดยศิลปินจิตอาสาทั้ง 4 ท่าน ได้แก่ ลาย The Doctor เป็นตัวแทนของคุณหมอผู้ใจดีและเป็นกันเอง ออกแบบโดย ม.ล.จิราธร จิรประวัติ, ลาย Nurse พยาบาลผู้น่ารักส่งมอบกำลังใจไปให้คนไข้ ออกแบบโดย สมนึก คลังนอก, ลาย Happy Power Girl สาวน้อยแก้มกลมอารมณ์ดี ออกแบบโดย ภัทรีดา ประสานทอง และลาย Mr. Good Health& Great Health คุณหมอหนุ่มและพยาบาลสาวพร้อมด้วยเด็กน้อยชุดม่วงตัวแทนของคนที่สุขภาพดี ออกแบบโดย นวลตอง ประสานทอง และเซตของที่ระลึกในคอลเลคชั่น “Giving and Happiness“ อาทิ สติกเกอร์แผ่น, เสื้อยืด, ผ้าพันคอ,กระเป๋า, หมอนผ้าห่ม และร่ม

ม.ล.จิราธร จิรประวัติ ผู้ออกแบบลายสติกเกอร์ The Doctor เผยว่า “ภูมิใจที่ได้ใช้ความชอบมาสร้างประโยชน์ให้ผู้อื่นได้ สำหรับลายที่วาด เป็นลายคุณหมอใจดีเป็นตัวแทนของรามาธิบดีฯ และการเลือกสีสำหรับผ้าพันคอหรือเสื้อยืดก็จะเลือกสีจืด เหมาะกับคนที่ไม่ชอบสีสันมากนัก และเป็นสีที่ใช้ได้ทั้งผู้หญิง และผู้ชาย”

ภัทรีดา ประสานทอง ผู้ออกแบบลายสติกเกอร์ Happy Power Girl เผยว่า “การได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือผู้คนเป็นเรื่องดีเพราะได้ใช้งานฝีมือของเราช่วยผู้คน และเราทุกคนสามารถช่วยกันได้หมด ทุกคนในสังคมเป็นทีมเดียวกันที่มีทั้งทีมวาด ทีมการบอกต่อ หรือทีมซื้อของที่ระลึกก็ช่วยกันได้หมด”

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการให้ไม่สิ้นสุด ด้วยการสนับสนุนของที่ระลึก และดาวน์โหลดสติกเกอร์ไลน์ชุดพิเศษ ทั้งในระบบ IOS และระบบแอนดรอยด์ ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ที่มูลนิธิรามาธิบดีฯ และที่ www.ramafoundation.or.th หรือร่วมบริจาคสมทบทุนได้ที่ ธนาคารไทยพาณิชย์ บัญชีกระแสรายวัน สาขารามาธิบดี เลขที่บัญชี 026-3-05216-3, ธนาคารกรุงเทพ บัญชีกระแสรายวัน สาขาศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตน์ (รพ.รามาธิบดี) เลขที่บัญชี 090-3-50015-5 สอบถามเพิ่มเติม โทร.02-2011111

พรรณสิรี คุณากรไพบูลย์ศิริ

พรรณสิรี คุณากรไพบูลย์ศิริ
เซตของที่ระลึกคอลเลคชั่น “Giving and Happiness”

เซตของที่ระลึกคอลเลคชั่น “Giving and Happiness”
สติกเกอร์ไลน์ ผลงาน 4 ศิลปินจิตอาสา

สติกเกอร์ไลน์ ผลงาน 4 ศิลปินจิตอาสา

‘SET เยาวชนดนตรีแห่งประเทศไทย’เวทีเจียระไนเพชรทางดนตรีสู่นานาชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/292627

‘SET เยาวชนดนตรีแห่งประเทศไทย’เวทีเจียระไนเพชรทางดนตรีสู่นานาชาติ

‘SET เยาวชนดนตรีแห่งประเทศไทย’เวทีเจียระไนเพชรทางดนตรีสู่นานาชาติ

วันจันทร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

รศ.ดร.สุกรี เจริญสุข คณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ม.มหิดล, เกศรา มัญชุศรี กก.และ ผจก.ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย,
อ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ และ อ.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี

SET ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดประกวดเยาวชนดนตรีแห่งประเทศไทย ปีที่ 20 และกำลังเปิดรับสมัครผลงานดนตรีของเยาวชนทั่วประเทศ จนถึง 30 กันยายน 2560 ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ ระดับประถม ม.ต้น ม.ปลาย และอุดมศึกษา ชิงรางวัลเกียรติบัตรและทุนการศึกษา ผู้ได้รับรางวัลเหรียญทองจะได้รับทุนการศึกษาด้านดนตรีที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ และรางวัลสำหรับครูผู้ฝึกสอนที่ลูกศิษย์เข้ารอบชิงชนะเลิศอีกด้วยรวมมูลค่ารางวัลทั้งสิ้นกว่า 1.8 ล้านบาท ในการประกวดครั้งนี้ได้รับเกียรติจากศิลปินแห่งชาติ อ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ และ อ.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี เป็นกรรมการตัดสินในครั้งนี้อีกด้วย

รศ.ดร.สุกรี เจริญสุข คณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล เผยว่า เด็กเล่นดนตรีเก่งๆล้วนแต่ผ่านเวทีนี้ทั้งสิ้น ซึ่งเป็นเวทีที่สร้างความเชื่อมั่น สร้างความมั่นใจให้กับผู้ร่วมประกวด บางคนประกวดมาเป็น 10 ปี เมื่อไปประกวดต่างประเทศก็มีความมั่นคงในจิตใจ จะแพ้หรือชนะก็ไม่สนใจ เพราะคิดว่าทำดีที่สุดเท่าที่ทำได้ อย่าง ต้นตระกูล แก้วหย่องที่เล่นโปงลาง หรือ พิจาริน วิริยะศักดากุล ที่ร้องเพลงโอเปร่าก็ประกวดกันมาหลายปี โดย พิจาริน เคยได้เหรียญทองอันดับหนึ่ง แต่พอปีที่แล้วได้เหรียญทองอันดับ 3 ทำให้ได้เรียนรู้ว่า การที่ได้เหรียญทองแม้จะเก่งแล้ว แต่กลับมาได้เหรียญทองอันดับ 3ก็ยังมีความสุขดี แสดงว่ารู้แพ้รู้ชนะ และรู้ว่าวันนี้ต้องฝึกฝนต่อไป ไม่ใช่ว่าจะได้เหรียญทองติดต่อกันทุกปี ขณะที่ ตปาลิน เจริญสุข ก็ได้เหรียญทอง 6-7 ปีซ้อน จากนั้นก็ไปประกวดในต่างประเทศจนกลายเป็นนักเดี่ยวเชลโลคนแรกของเมืองไทยที่ออกไประดับนานาชาติ เวทีประกวด SET เยาวชนดนตรีแห่งประเทศไทย มีความพิเศษคือ เปิดโอกาสให้เด็กที่เล่นดนตรีในไทยทุกเครื่องมือ ไม่ว่าจะเป็นดนตรีพื้นบ้าน หรือดนตรีชนเผ่า หรือไม่มีเครื่องดนตรีมีแต่เสียงร้อง ก็สามารถเข้ามาสมัครได้ จุดประสงค์เพื่อรักษาดนตรี และยกย่องนักดนตรีเหล่านี้ และสร้างคนซึ่งไม่มีเวทีประกวดที่ไหนที่อยู่ได้อย่างยืนยาวมานานถึง 20 ปี และเป็นเวทีเดียวที่มีกรรมการตัดสินที่เป็นคนเก่งๆ ในวงการดนตรีมานั่งฟัง โดยปีนี้คาดว่าจะมีผู้มาสมัครประมาณ 500 ผลงาน”

ด้าน เกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า การเพิ่มศักยภาพให้กับเยาวชนในอนาคต ไม่ใช่แค่ส่งเสริมเรื่องการเรียนอย่างเดียว แต่ต้องมีความมั่นคงทางด้านจิตใจด้วย นั่นคือต้องมีดนตรี มีกีฬา ตลาดหลักทรัพย์ฯจึงสนับสนุนเรื่องดนตรีมาอย่างต่อเนื่อง เป้าหมายก็เพื่อเป็นเวทีให้เด็กๆได้ใช้ความรู้ความสามารถในเรื่องดนตรีอย่างเต็มที่ โดยการประกวดจะเป็นจุดตั้งต้นในการสร้างเยาวชนให้ก้าวเข้าสู่ความสำเร็จ ทั้งในระดับประเทศ ระดับเอเชีย และระดับนานาชาติ”

อ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ กล่าวว่า เวทีการประกวด SET เยาวชนดนตรีฯ เป็นโอกาสที่ดีมากๆ และเป็นเวทีสร้างคน ดนตรีเป็นสื่อสากล พ้นไปจากภาษาพูด เชื้อชาติ และกาลเวลา และดนตรีเป็นสิ่งพัฒนาคน พัฒนาจิตใจให้สมบูรณ์ไปด้วยความรู้สึกนึกคิด และยังช่วยกล่อมเกลาประโลมใจให้เพลิดเพลิน เป็นทั้งสิ่งปลุกใจและปลอบใจ วิชาอื่นๆ นั้นเป็นวิชาชีพ แต่ดนตรีเป็นวิชาชีวิต ซึ่งสามารถนำไปประกอบอาชีพได้

สำหรับการประกวด SET เยาวชนดนตรีฯผู้สนใจสามารถส่งผลงานได้ตั้งแต่วันนี้-30 กันยายน เริ่มแข่งขันรอบรองชนะเลิศ 25-26 พฤศจิกายน และชิงชนะเลิศในวันที่ 17 ธันวาคมนี้ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมและดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ http://www.music.mahidol.ac.th สอบถามโทร.0-2800-2525 ต่อ 3117, 3109

พิจาริน วิริยะศักดากุล

พิจาริน วิริยะศักดากุล
ต้นตระกูล แก้วหย่อง (โปงลาง)

ต้นตระกูล แก้วหย่อง (โปงลาง)
นิชฌาณ พิทยาธร (แซกโซโฟน)

นิชฌาณ พิทยาธร (แซกโซโฟน)

บรรยากาศเยาวชนเข้าประกวด

บรรยากาศเยาวชนเข้าประกวด

อัพเทรนด์ออทั่ม / วินเทอร์ 2017-2018 อวดโฉมคอลเลคชั่นสุดปัง จากแบรนด์ระดับโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/292650

อัพเทรนด์ออทั่ม / วินเทอร์ 2017-2018 อวดโฉมคอลเลคชั่นสุดปัง จากแบรนด์ระดับโลก

อัพเทรนด์ออทั่ม / วินเทอร์ 2017-2018 อวดโฉมคอลเลคชั่นสุดปัง จากแบรนด์ระดับโลก

วันจันทร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ แห่งสยามพารากอน และ กิติมา เหลืองศรีทอง แห่งบัตรเครดิตซิตี้แบงค์

ตอกย้ำความเป็นศูนย์กลางแฟชั่นระดับโลก ที่รวบรวมแบรนด์แฟชั่นชั้นนำระดับเวิลด์คลาสไว้มากที่สุด ศูนย์การค้าสยามพารากอน จัดงาน “Siam Paragon World Fashion Trend A/W17-18” (สยามพารากอน เวิลด์ แฟชั่น เทรนด์ ออทั่ม/วินเทอร์ 17-18) ต้อนรับซีซั่นใหม่เปิดตัวคอลเลคชั่น Autumn/Winter 2017-2018 ให้เหล่าแฟชั่นนิสต้ามาอัพเดทลุคสุดเก๋มิกซ์แอนด์แมทช์ เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า และแอคเซสซอรี่ พร้อมกิจกรรมเอ็กซ์คลูซีฟต่างๆ มากมาย และมินิแฟชั่นโชว์ แนะนำคอลเลคชั่นใหม่จากซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่แบรนด์ชั้นนำระดับโลก ตลอดเดือนกันยายน นี้ ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน

มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานส่งเสริมการตลาด ศูนย์การค้าสยามพารากอน เผยว่า ในฐานะศูนย์กลางแฟชั่นระดับโลก World-class Shopping Destination สยามพารากอน ได้นำเสนอเทรนด์เด่นประจำฤดูกาลและนำเอาคอลเลคชั่นล่าสุดของแบรนด์ชั้นนำต่างๆ มาให้ชมก่อนใครอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ซีซั่น พร้อมสร้างสรรค์กิจกรรมแฟชั่นเทรนด์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ รวมทั้งแคมเปญสุดพิเศษเพื่อเอาใจนักช็อป เพียงซื้อสินค้าจากร้านแฟชั่นแบรนด์เนมที่ร่วมรายการตั้งแต่ 20,000 บาท ขึ้นไป รับทันที Siam Gift Card มูลค่า 5,000 บาท (จำนวนจำกัด) และสิทธิพิเศษแบบเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะบัตรเครดิตซิตี้แบงก์ เรียกว่าเป็นงานที่เหล่าแฟชั่นเลิฟเวอร์ไม่ควรพลาดจริงๆ

ด้านแฟชั่นกูรูแถวหน้าของเมืองไทย หนุ่ม-อภิวัฒน์ ยศประพันธ์ กล่าวถึงเทรนด์แฟชั่นในซีซั่นนี้ว่า จะเน้นงานคราฟท์ (Craft) หรืองานที่ทำด้วยมือ โดยผสมผสานวัฒนธรรมของแต่ละชาติไว้ด้วยกัน คือ Mix & Match Culture ฉีกกฎเกณฑ์เดิมๆ และกล้าเสี่ยง กล้าลองสิ่งใหม่ๆ ยกตัวอย่างเช่น คุณอาจจะใส่เสื้อผ้าแอฟริกันประกอบด้วยผ้ากิโมโน คือเป็นการมิกซ์แอนด์แมทช์วัฒนธรรมและเชื้อชาติ รวมถึงวัฒนธรรมใหม่ๆ เข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะ สตรีท ป๊อป กรันช์ หรือ ฮิปฮอป เพราะการแต่งตัวหัวจรดเท้าแบบเข้ากันเป๊ะ อาจทำให้ดูเชย แต่หากลองมิกซ์แอนด์แมทช์ เช่น ใส่ชุดหวานกับรองเท้าผ้าใบ หรือลองเปลี่ยนจากกระเป๋าธรรมดาเป็นเป้ ก็จะทำให้ดูชิคขึ้น

“สีสันที่มาแรงในฤดูกาลนี้ คือ สีแดง เพราะเป็นสีที่สะท้อนความเร่าร้อนในหน้าหนาว ไม่ว่าจะเป็นสีแดงเบอร์กันดี แดงมารูน โดยอาจจะใส่ชุดสีแดงมะเหมี่ยว แมทช์กับรองเท้าสีแดงสด และถือกระเป๋าสีแดงเบอร์กันดี้ หรือไล่เฉดสีจากแดงเข้มไปแดงอ่อน แต่ควรจะเป็นแดงทั้งโทเทิลลุค ไม่ควรเอาสีแดงไปใส่กับสีดำ และยังมีเสื้อผ้าที่มาแรงคือเลคกิ้ง โดยเฉพาะผ้าสเปนเด็กซ์ที่ให้ความยืดหยุ่นสูง รวมถึงเสื้อสูทที่เป็นลักษณะแบบทวิสต์ คือ ผู้หญิงใส่สไตล์ผู้ชาย ผู้ชายอาจจะใส่แบบปกมน มีความเป็นเฟมินีนนิดๆ เพราะกระแสโลกตอนนี้เป็น No Gender คือ ผู้ชายสามารถหยิบเสื้อผ้าผู้หญิงมาใส่ได้ขณะเดียวกัน ผู้หญิงก็สามารถหยิบเสื้อผู้ชายมาใส่ได้เช่นกัน ซึ่งแบรนด์ลักซ์ชัวรี่หลายแบรนด์สร้างสรรค์ออกมาให้เห็นกันมากขึ้น”

ส่วนเมคอัพอาร์ติสท์ชื่อดังของเมืองไทย ป้อม-วินิจ บุญชัยศรี กล่าวถึงเทรนด์การแต่งหน้าว่า “ก่อนที่จะตามติดเทรนด์การแต่งหน้านั้น เราต้องรู้ว่าตนเองเหมาะกับอะไร เพื่อจะได้เลือกสิ่งที่เหมาะกับตัวเองและทำให้ตัวเองดูดีได้ โดยเทรนด์การแต่งหน้าในซีซั่นนี้ จะตามเทนรด์การแต่งตัวที่เป็นการฉีกกฎเกณฑ์ใหม่ๆ เช่น จากที่เคยนิยมใช้ลิปสติกเนื้อแมตต์ ก็จะเปลี่ยนเป็นการลองใช้เนื้อเมทัลลิก หรือลิปสติกที่มีส่วนผสมของกลิทเตอร์ (Glitter) หรือสีแปลกใหม่อื่นๆ ที่ไม่เคยคิดว่าจะใช้ทาริมฝีปากมาก่อน ซึ่งการแต่งหน้าก็เป็นการดึงเอาศิลปะเข้ามาผสมผสานกันให้ลงตัว ให้ดูสนุกสนานมองแล้วสวยงาม ซึ่งสีลิปสติกที่มาแรงในซีซั่นนี้ คือ สีชมพูฟูเซีย ที่มีความเป็นเนื้อแมตต์ ทาติดริมฝีปาก แต่ก็มีความเนียนนุ่ม ทำให้ปากแลดูสุขภาพ สดใส มีชีวิตชีวา”

ด้านเซเลบริตี้สาว ปราง-อภินารา ศรีกาญจนา ที่มาร่วมเป็นมิวส์ในงานนี้ เผยถึงสไตล์การแต่งตัวของเธอว่า “เป็นคนชอบแต่งตัวเหมือนผู้หญิงทั่วไป แต่ไม่ใช่คนที่อัพเดตตามเทรนด์อยู่ตลอดเวลา เพราะว่าเป็นพวกชอบแต่งตัวประเภท Emotional Style วันไหนอยากใส่แบบไหนก็แบบนั้น เลยมีทั้งลุคเปรี้ยว หวาน เท่ ครบหมดทุกสไตล์ ส่วนสไตล์ที่ชอบและเป็นตัวเองมากที่สุดคือ เรียบโก้ ชอบใส่เสื้อแขนกุด มีเบรเซอร์ทับ กางเกงผ้าทิ้งตัว ไม่ใส่เสื้อผ้ารัดรูป เพราะเป็นคนผอม ถ้าเน้นสัดส่วนจะยิ่งเน้นให้เห็นความผอมมากขึ้น อีกสิ่งที่ตามฤดูกาลอยู่บ้าง คงจะเป็นเรื่องสีสัน อย่างซัมเมอร์ก็จะใส่อะไรที่สดใสอย่าง สีส้ม สีเหลือง ส่วนออทั่ม-วินเทอร์ จะเน้นโทนสีพาสเทล ไอเทมแฟชั่นที่ชอบมากคือแว่นตาเลนส์สีๆ และต่างหู Art Piece ชิ้นใหญ่ๆ ดอกไม้ใหญ่ๆ ปังๆ ช่วยเพิ่มความเก๋ให้กับสไตล์การแต่งตัวให้ดูโดดเด่นขึ้น”

ปิดท้ายกับนักธุรกิจหนุ่มหล่อ ฐณส ลีสวรรค์ กล่าวถึงการแต่งตัวในแบบที่ใช่ว่า “ปกติเป็นคนง่ายๆ สบายๆ แฟชั่นก็เป็นส่วนหนึ่งมีความสำคัญในชีวิตอยู่ไม่น้อย เพราะเป็นสิ่งที่สามารถบ่งบอกคาแร็กเตอร์ของแต่ละคนได้ ส่วนตัวการแต่งตัวจะต้องให้ถูกกาลเทศะ ซึ่งส่วนใหญ่ถ้าออกงานจะเน้นสมาร์ทลุค เน้นโทนสีสว่างและออกไปในแนวเอิร์ธโทน เพราะช่วยเสริมบุคลิกให้ดูมีความสดใส เข้าถึงง่าย ไม่เคร่งขรึมจนเกินไป ส่วนวันสบายๆ มักจะใส่สไตล์สปอร์ตลุค เพราะเป็นคนออกกำลังกาย ชอบเล่นกีฬาเป็นประจำ แอคเซสซอรี่ที่ใส่บ่อยมีแค่แว่นตา กับหมวกเท่านั้น ซึ่งก็สามารถช่วยเพิ่มลูกเล่นให้กับการแต่งตัวของเรา ซึ่งส่วนใหญ่จะค่อนข้างเรียบให้มีความสนุกสนานมากขึ้น”

เกาะติดเทรนด์สุดฮอตประจำฤดูกาลAutumn/Winter 2017-2018 และไอเทมเด่นจากคอลเลคชั่นล่าสุดของแบรนด์ชั้นนำระดับโลกก่อนใคร ได้ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน ตั้งแต่วันนี้-30 กันยายน นี้ และอัพเดทกิจกรรมต่างๆ ได้ที่#WFTAW17 #WORLDFASHIONMUSE#SIAMPARAGON

วินิจ บุญชัยศรี และ อภิวัฒน์ ยศประพันธ์

วินิจ บุญชัยศรี และ อภิวัฒน์ ยศประพันธ์
อภินารา ศรีกาญจนา ในแบรนด์ FENDI

อภินารา ศรีกาญจนา ในแบรนด์ FENDI
ฐณส ลีสวรรค์ ในแบรนด์ GIORGIO ARMANI

ฐณส ลีสวรรค์ ในแบรนด์ GIORGIO ARMANI

นารูโกะไขความลับลูกเดือยแดงสู่ผิวสวย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/292612

นารูโกะไขความลับลูกเดือยแดงสู่ผิวสวย

นารูโกะไขความลับลูกเดือยแดงสู่ผิวสวย

วันจันทร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สามผู้บริหารแบรนด์นารูโกะ เฉิน กั๋ว เผิง, เหนี่ยวเอ๋อ และ นพวรรณ คล้ายโอภาส

บริษัท ยูนิ-เพรสซิเดนท์ (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย เฉิน กั๋ว เผิง กรรมการผู้จัดการจัดงานเปิดตัว นารูโกะ (NARUKO) ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้ายอดขายอันดับ 1 จากประเทศไต้หวัน พร้อมแนะนำ นารูโกะ รอว์ จอบส์ เทียร์ส (NARUKO Raw Job’s Tears) เซตผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าที่มีสารสกัดจากลูกเดือยแดง โดยมี เหนี่ยวเอ๋อ (Niuer) ผู้ก่อตั้งแบรนด์นารูโกะ และเป็นผู้เชี่ยวชาญของการคิดค้นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจากสารสกัดธรรมชาติในไต้หวันและเอเชีย บินตรงจากประเทศไต้หวัน เพื่อมาร่วมบอกเล่าความพิเศษของแบรนด์นารูโกะ พร้อมสาธิตวิธีการใช้ผลิตภัณฑ์อย่างถูกวิธี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการฟื้นฟูผิวหน้าได้ดียิ่งขึ้น และมีเซเลบริตี้สาวผิวใส อาทิ แพรวปรียา ชุมสาย ณ อยุธยา,จารุจิต ใบหยก, ภชสร ลีนุตพงษ์, วิลาสินีธัญญะวิเศษศิลป์ และกรกนก ยงสกุล มาร่วมจิบน้ำชายามบ่าย พร้อมทดลองผลิตภัณฑ์ใหม่จากนารูโกะอย่างเป็นกันเอง ณ ร้านมา เม ซองบ้านปาร์คนายเลิศ

เหนี่ยวเอ๋อ (Niuer) ผู้ก่อตั้งแบรนด์นารูโกะ กล่าวว่า เนื่องจากประเทศไทยมีภูมิประเทศค่อนข้างเหมือนกับประเทศไต้หวัน คือมีฤดูร้อนเป็นส่วนใหญ่ จึงทำให้คนส่วนใหญ่มักต้องเผชิญกับปัญหาผิวหน้ามัน รูขุมขนกว้างดังนั้นเราจึงได้คิดค้นตัวช่วยสำหรับบำรุงและฟื้นฟูผิว นารูโกะ รอว์ จอบส์ เทียร์ส (NARUKO Raw Job’s Tears) ขึ้นมา ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมหลักคือลูกเดือยแดงช่วยในเรื่องผิวหน้ากระจ่างใส กระชับรูขุมขน และลดริ้วรอย สำหรับลูกเดือยแดง คือบริเวณเปลือกสีน้ำตาล ที่อยู่ระหว่างเปลือกด้านนอกและเนื้อด้านในของลูกเดือย เป็นส่วนที่มีแร่ธาตุและสารอาหารมากที่สุด แถมยังมีวิธีการสกัดที่ค่อนข้างยาก โดยลูกเดือย 1 กิโลกรัม ต้องใช้เวลาสกัดถึง 20 ชั่วโมงทีเดียว ซึ่งเราสกัดจนได้เป็นสีแดงบริสุทธิ์ และได้สารอาหารครบถ้วน ที่สำคัญลูกเดือยแดงที่เรานำมาใช้ยังปลูกที่ฟาร์มออร์แกนิก จึงรับรองได้ว่าปราศจากสารเคมีแน่นอน

เล็ก-กรกนก ยงสกุล กล่าวถึงเคล็ดลับการเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าของตัวเองว่า “อย่างแรกเลยเล็กจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นออร์แกนิก 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะส่วนตัวเป็นคนผิวมัน และแพ้ง่าย อย่างที่สอง เล็กเชื่อในเรื่องของสัมผัสแรก ไม่ว่าจะเป็นเนื้อครีม หรือกลิ่น ซึ่งเราทดลองครั้งแรกแล้วรู้สึกดีก็จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่เล็กเลือกใช้โดยไม่คำนึงว่าผลิตภัณฑ์นั้นจะต้องแบรนด์ดังหรือไม่ก็ตาม”

ติ๊ก-วิลาสินี ธัญญะวิเศษศิลป์ กล่าวต่อว่า “ติ๊กเป็นคนที่ผิวเซนซิทีฟมาก ถือถ้าใช้ครีมอะไรที่แพ้ก็จะขึ้นผื่นทันทีเลยดังนั้นเวลาเลือกใช้ผลิตภัณฑ์อะไรสักอย่างติ๊กจะต้องดูส่วนผสมที่ปราศจากน้ำหอมเป็นหลัก นอกจากนั้นก็จะเน้นที่มีส่วนผสมช่วยกระชับ และควบคุมความมัน เพราะอากาศบ้านเราค่อนข้างร้อน มักจะเจอกับปัญหารูขุมขนกว้างเป็นส่วนใหญ่ค่ะ”

ปิดท้ายด้วย มายด์-แพรวปรียา ชุมสาย ณ อยุธยา กล่าวว่า “การเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวของมายด์ เน้นที่มีมอยส์เจอไรเซอร์เป็นหลักค่ะ เพราะนอกจากจะช่วยคืนความชุ่มชื่นให้กับผิวแล้ว ยังทำให้เวลาเราแต่งหน้าติดทนนานยิ่งขึ้นด้วย และถ้าปราศจากสารเคมีด้วยก็ยิ่งดี นอกจากนั้นก็เน้นทานอาหารที่ดี และออกกำลังกายเป็นประจำ เป็นการสวยจากภายในสู่ภายนอก”

สำหรับเซตผลิตภัณฑ์ NARUKO Raw Job’s Tears (นารูโกะ รอว์ จอบส์ เทียร์ส)ประกอบไปด้วย NARUKO Raw Job’s Tear Supercritical CO2 Pore Minimizing & Brightening Lotion (นารูโกะ รอว์ จอบส์ เทียร์ส ซูเปอร์คริติคอล ซีโอทู พอร์ มินิไมซิ่งแอนด์ ไบรท์ เทนนิ่ง โลชั่น) โลชั่นปรับสภาพผิว,NARUKO Raw Job’s Tears Supercritical CO2 Pore Minimizing & Brightening Moisturizer (นารูโกะ รอว์ จอบส์ เทียร์สซูเปอร์คริติคอล ซีโอทู พอร์ มินิไมซิ่ง แอนด์ ไบรท์เทนนิ่ง มอยส์เจอไรเซอร์) มอยส์เจอไรเซอร์เนื้อครีมโมเลกุลขนาดเล็ก ช่วยกระชับรูขุมขน,NARUKO Raw Job’s Tears PoreMinimizing & Brightening Essence(นารูโกะ รอว์ จอบส์ เทียร์ส พอร์ มินิไมซิ่ง แอนด์ ไบรท์เทนนิ่ง เอสเซนส์) เอสเซนส์สกัดจากเห็ดหูหนูขาว ช่วยกระชับรูขุมขน ทำให้ผิวขาวเนียนใส และ NARUKO Raw Job’s Tears Supercritical CO2 Pore Minimizing& Brightening Night Gelly (นารูโกะรอว์ จอบส์ เทียร์ส ซูเปอร์คริติคอล ซีโอทู พอร์ มินิไมซิ่ง แอนด์ ไบรท์เทนนิ่ง ไนท์ เจลลี่)ครีมเจล ตัวช่วยซ่อมแซมและฟื้นฟูผิวในตอนกลางคืน

ร่วมค้นพบนวัตกรรมดูแลผิวหน้าจากลูกเดือยแดง ให้ผิวคุณเปล่งประกายดุจคริสตัลได้ที่วัตสันทั่วประเทศ ทุกสาขา ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/NarukoThailand-official หรือทาง instagram : @narukothailand_official

เล็ก-กรกนก ยงสกุล

เล็ก-กรกนก ยงสกุล
ติ๊ก-วิลาสินี ธัญญะวิเศษศิลป์

ติ๊ก-วิลาสินี ธัญญะวิเศษศิลป์
มายด์-แพรวปรียา ชุมสาย ณ อยุธยา

มายด์-แพรวปรียา ชุมสาย ณ อยุธยา
นารูโกะ รอว์ จอบส์ เทียร์ส

นารูโกะ รอว์ จอบส์ เทียร์ส

มูลนิธิโรคไตฯ มอบเครื่องไตเทียม และอุปกรณ์การแพทย์ ประจำปี 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/292628

มูลนิธิโรคไตฯ มอบเครื่องไตเทียม และอุปกรณ์การแพทย์ ประจำปี 2560

มูลนิธิโรคไตฯ มอบเครื่องไตเทียม และอุปกรณ์การแพทย์ ประจำปี 2560

วันจันทร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

มูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย จัดพิธีมอบเครื่องไตเทียม ระบบน้ำ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ประจำปี 2560 โดยมี ศ.กิตติคุณ นพ.วิศิษฏ์ สิตปรีชา รองประธานกรรมการบริหาร มูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย คนที่ 2 เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.สุพัฒน์ วาณิชย์การ เลขาธิการมูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย ขึ้นกล่าวรายงานวัตถุประสงค์ ณ ห้องประชุมสลากกินแบ่งรัฐบาล ชั้น 9 ตึกกัลยาณิวัฒนา โรงพยาบาลสงฆ์เมื่อวันอังคารที่ 12 กันยายน 2560 งานนี้มีแขกผู้มีเกียรติและผู้ร่วมบริจาค อาทิ ท่านผู้หญิงอิศรา บุรณศิริ, คุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี และ ผู้บริหารบริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด ร่วมงาน

ภายในงานได้มอบเครื่องไตเทียม จำนวน 25 เครื่อง,ระบบน้ำ จำนวน 8 รายการ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ จำนวน 12 รายการ รวมทั้งสิ้นเป็น 45 รายการ ให้แก่โรงพยาบาล 39 โรงพยาบาลทั่วประเทศ ได้แก่ หน่วยโรคไตเด็ก กองกุมารเวชกรรม รพ.พระมงกุฎเกล้า, รพ.รามาธิบดี, รพ.กลาง รพ.ทหารผ่านศึก, รพ.ตำรวจ, ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, รพ.พระนั่งเกล้า จ.นนทบุรี, รพ.ปทุมธานี, รพ.นครปฐม, สมุทรสาคร, รพ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร, รพ.พระพุทธโสธร จ.ฉะเชิงเทรา, รพ.ชลบุรี, รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ จ.ชลบุรี, รพ.สมเด็จพระบรมราชเทวี ศรีราชา จ.ชลบุรี, รพ.สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จ.ตาก, ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, หน่วยวิชาโรคไต ภาควิชาอายุรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, รพ.นครพิงค์ จ.เชียงใหม่, รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์, รพ.สวรรค์ประชารักษ์ จ.นครสวรรค์, รพ.ศรีสังวาล จ.แม่ฮ่องสอน, รพ.พะเยา, รพ.น่าน, ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น, รพ.สมเด็จพระยุพราชกุฉินารายณ์จ.กาฬสินธุ์, รพ.เรณูนคร จ.นครพนม, รพ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา, รพ.มหาสารคาม, รพ.เลย, รพ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี, รพ.หนองบัวลำภู, รพ.อุดรธานี, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จ.สงขลา, รพ.ปัตตานี, รพ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช, รพ.ยะลา, รพ.เบตล จ.ยะลา และ รพ.วชิรภูเก็ต เพื่อสนับสนุนโรงพยาบาลต่าง ทำการรักษาช่วยเหลือผู้ป่วยโรคไตและทางเดินปัสสาวะให้กว้างขวางและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

มูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย โดย สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิ วาสราชนครินทร์ ทรงเป็นองค์ประธานก่อตั้ง และ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์ประธาน โดยก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2521 มูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย ได้ให้การช่วยเหลือผู้ป่วยเกี่ยวกับค่ายา ค่ารักษาพยาบาล ในโรงพยาบาลต่างๆทั่วประเทศ การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม และการผ่าตัดเปลี่ยนไต นอกจากนี้ยังให้การสนับสนุนการศึกษาค้นคว้าวิจัย ตลอดจนสนับสนุนทุนศึกษาต่อทั้งในประเทศและต่างประเทศแก่แพทย์ โรคไตรวมทั้งการอบรมพยาบาลไตเทียม เพื่อพัฒนาให้การดูแลรักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคไตให้เจริญก้าวหน้า ทัดเทียมกับอารยประเทศ และการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคไตที่ถูกต้องแก่ประชาชนด้วย

สมาร์ทช็อป สมาร์ทใช้ ไลฟ์สไตล์ของนักธุรกิจรุ่นใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/292614

สมาร์ทช็อป สมาร์ทใช้ ไลฟ์สไตล์ของนักธุรกิจรุ่นใหม่

สมาร์ทช็อป สมาร์ทใช้ ไลฟ์สไตล์ของนักธุรกิจรุ่นใหม่

วันจันทร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

อนวัช สังขะทรัพย์

ปัจจุบันนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย กลายเป็นกระแสที่คนทั่วไปให้ความสนใจ และน่าจับตามอง ซึ่งการจะเป็นเช่นนั้นได้เกิดจากการเป็นนักวางแผน ที่ฉลาดคิด ฉลาดเลือก และฉลาดใช้ซึ่งเป็นลักษณะนิสัยที่คนยุคใหม่เริ่มนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันทั้งในเรื่องของการทำงานและการใช้ชีวิตส่วนตัว เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะทางเศรษฐกิจที่อยู่ในช่วงฟื้นตัว และเพื่อนำไปสู่เป้าหมายความสำเร็จในชีวิต ด้วยเหตุนี้ โรบินสัน จึงเปิดตัวแคมเปญเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของกลุ่มนักช็อปรุ่นใหม่ที่เป็นนักคิด นักวางแผนที่ชื่นชอบความคุ้มค่า กับแคมเปญ“ROBINSON SMART SHOP” (โรบินส์ออน สมาร์ท ช้อป) ที่มาในคอนเซ็ปต์ “สมาร์ทคุ้มทุกการช้อป” ตั้งแต่วันนี้-31 ตุลาคม 2560

อนวัช สังขะทรัพย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายการตลาด บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สิ่งหนึ่งที่โรบินสันมุ่งเน้นมาโดยตลอด นั่นคือ การเป็นเดสติเนชั่นที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของนักช็อป ซึ่งพฤติกรรมของนักช็อปในปัจจุบันไม่ใช่เพียงแต่จะช้อปสินค้าด้วยความถูกใจเท่านั้น หากแต่จะมีการวางแผนในเรื่องของงบประมาณและพิจารณาความคุ้มค่า คุ้มราคา ในการช็อปมากขึ้นโรบินสันจึงได้จัดแคมเปญ ROBINSON SMART SHOP (โรบินส์ ออน สมาร์ท ช้อป) ด้วยการคัดสรรสินค้าคุณภาพที่มาพร้อมกับสิทธิพิเศษสุดคุ้ม เพื่อตอบโจทย์กลุ่มนักช็อปรุ่นใหม่ที่เป็นนักคิด นักวางแผน และยังได้เพิ่มความพิเศษด้วยการเปิดโอกาสให้นักช็อปได้ช็อปช่วยน้องกับแคมเปญ “1% กิฟต์การ์ด” โดยทุกๆ การซื้อบัตรโรบินสัน กิฟต์การ์ด เพื่อใช้ในการช็อปตลอดปี 2560 เท่ากับได้มีส่วนร่วมในการบริจาคเงิน 1% จากยอดการซื้อบัตรเพื่อสมทบเข้ากองทุน “โครงการโรบินสันสานฝันให้น้อง” ซึ่งเป็นโครงการเพื่อสังคมที่ได้รวบรวมความฝันของเด็กนักเรียนจากโรงเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ทั่วประเทศ มาคัดเลือกโครงงานต่างๆ เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้และลงมือปฏิบัติจริงร่วมกับชุมชนและจิตอาสาภาคประชาชน อันจะก่อให้เกิดการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป เรียกได้ว่าเป็นการช็อปแบบสมาร์ทที่คุ้มค่า และยังได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคมอีกด้วย

นอกจากนี้ โรบินสัน ยังชวน 3 เซเลบริตี้นักธุรกิจรุ่นใหม่ ที่ได้ชื่อว่าประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย มาร่วมแชร์ไลฟ์สไตล์และการช็อปแบบสมาร์ทตามแบบฉบับส่วนตัว รวมทั้งเคล็ดลับการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ

เริ่มที่ เมย์–นรินา จุลกะรัตน์ เซเลบฯ สาวสายเฮลท์ตี้ เจ้าของแบรนด์สปอร์ตแวร์ “นรินา แอคทีฟแวร์” (Narina Activewear) เผยว่า “เคล็ดลับการทำธุรกิจแบบสมาร์ทของเมย์เริ่มต้นจาก Passion (ความชอบ) ในเรื่องสุขภาพและความงามก่อนเป็นอันดับแรก จึงเป็นที่มาของธุรกิจสปอร์ตแวร์ ในชื่อ “นรินา แอคทีฟแวร์” ชุดออกกำลังกายแนวแฟชั่นสำหรับผู้หญิงยุคใหม่ที่แอคทีฟ ทันสมัย และรักในการแต่งตัว ซึ่งธุรกิจจะประสบความสำเร็จได้ต้องมาจากการศึกษาและวางแผนธุรกิจที่ดี รวมทั้งการไม่หยุดที่จะพัฒนาสินค้าของเรา เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ส่วนไลฟ์สไตล์แบบสมาร์ทๆ ของเมย์ เมย์คิดว่าเราต้องดูดีทั้งจากลุคภายนอกที่เกิดจากความสมาร์ทในการช็อปสิ่งต่างๆ ที่เราชอบ ซึ่งต้องเหมาะกับบุคลิกหรือโอกาสที่จะใช้งาน อีกทั้ง คุณภาพและราคาก็ต้องสมเหตุสมผลและคุ้มค่า รวมทั้งเราต้องดูดีมาจากข้างใน คือในเรื่องของทัศนคติ จึงจะได้ชื่อว่าสมาร์ทแบบสมบูรณ์แบบค่ะ”

ด้านเซเลบฯหนุ่ม โชแปง-เลิศวริศ เลิศวรปรีชา ผู้บริหารหนุ่มไฟแรงแห่งแบรนด์โคมไฟสุดหรู ดีกรี ไลท์ติ้ง สโตร์ (Degree Lighting Store) เล่าว่า “ความยากของผมตอนนี้ คือจะทำอย่างไรที่จะสานต่อให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ ดังนั้นมุมมองการทำธุรกิจแบบสมาร์ทของผมจึงเริ่มจากการเรียนรู้จากคุณพ่อคุณแม่ และนักธุรกิจท่านอื่นๆ ที่ประสบความสำเร็จ เพื่อนำมาปรับใช้ในการบริหารธุรกิจของเรา รวมทั้งตัวผมก็ไม่คิดที่จะหยุดพัฒนาตนเอง มีการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมและหาประสบการณ์ด้วยการลงมือทำจริง และผมถือคติอย่างหนึ่ง คือ ถ้าล้มแล้วต้องรีบลุกให้เร็วที่สุด เก็บความผิดพลาดเป็นประสบการณ์ และเดินหน้าต่ออย่างรอบคอบ ส่วนไลฟ์สไตล์แบบสมาร์ทของผู้ชายอย่างผมคิดว่าคือความเป็นสุภาพบุรุษ รู้จักกาลเทศะและรู้จักวางแผนในเรื่องชีวิตส่วนตัว โดยเฉพาะเรื่องของการใช้เงิน ซึ่งเวลาที่จะซื้อหรือลงทุนอะไรก็จะคิดถึงความเป็นจำเป็น ความคุ้มค่า คุ้มราคา และประโยชน์ของมันเป็นหลักครับ”

ปิดท้ายที่เซเลบฯ สาวเก่ง มิ้น-ณิชชาบุณยากร ดีไซเนอร์และเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า “จินดาภา”(Chindapa) กล่าวว่า “การทำธุรกิจแบบสมาร์ทในความเห็นของมิ้น ควรเริ่มจากการรักในงานที่ทำก่อน และต้องมีวินัยกับมัน มีความเข้าใจ ใส่ใจกับทุกรายละเอียดของงาน รวมทั้งต้องมีการเรียนรู้เพื่อที่จะพัฒนาตัวเราเองอยู่ตลอดเวลา และเมื่อเจอปัญหาต้องใช้สติในการแก้ปัญหาอย่าถอดใจ เพราะปัญหานี่แหละที่จะทำให้เราเก่งขึ้น ที่สำคัญเราต้องให้ความสำคัญกับลูกค้า ด้วยการนำเสนอสินค้าที่มีคุณภาพ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าด้วยสื่อที่อยู่ในกระแสนิยม ส่วนไลฟ์สไตล์แบบสมาร์ทของมิ้น คิดว่าเป็นเรื่องของการคิดบวก มีคาแร็กเตอร์เป็นของตัวเอง และฉลาดในการใช้ชีวิต รู้จักวางแผนทั้งในเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว โดยเฉพาะในเศรษฐกิจยุคนี้ที่ต้องวางแผนในเรื่องของการใช้เงิน ยิ่งผู้หญิงอย่างเราที่ชอบการช็อปปิ้งเป็นชีวิตจิตใจ มิ้นก็จะพยายามปรับพฤติกรรม การช็อปของตัวเองโดยจะเลือกลงทุนซื้อในสิ่งที่คุ้มค่า และเหมาะสมกับตัวเองมากขึ้น”

โชแปง-เลิศวริศ เลิศวรปรีชา

โชแปง-เลิศวริศ เลิศวรปรีชา
เมย์-นรินา จุลกะรัตน์

เมย์-นรินา จุลกะรัตน์
มิ้น-ณิชชา บุณยากร

มิ้น-ณิชชา บุณยากร

‘แม่เบลล์’ เผยเบื้องหลังความสดใส ‘น้องชูใจ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/292624

‘แม่เบลล์’ เผยเบื้องหลังความสดใส ‘น้องชูใจ’

‘แม่เบลล์’ เผยเบื้องหลังความสดใส ‘น้องชูใจ’

วันจันทร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สาธิตการทำน้ำเปล่าให้น่าดื่ม ด้วยการผสมชิ้นผลไม้

กลายเป็นเซเลบฯ ฟันน้ำนม ที่มีแฟนคลับคอยติดตามความน่ารักสดใสและความไร้เดียงสา สำหรับ เด็กหญิงณอร ศรีหมอก หรือ น้องชูใจ ลูกสาวของนักร้องแร็พเปอร์อารมณ์ดี กอล์ฟ ฟักกลิ้ง ฮีโร่ แต่เบื้องหลังความสดใสต้องยกความดีให้กับ แม่เบลล์-ยุภาพร ศรีหมอก ผู้ที่คอยดูแลเอาใสลูกสาวตัวน้อยอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกินที่แม่เบลล์ใส่ใจเป็นพิเศษ โดยมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การเลี้ยงน้องชูใจในงาน “1 วันสร้างสุขให้ลูกเปลี่ยน” จัดโดย บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด โดยได้รับการสนับสนุนจากทีมเพจเมื่อวานป้าทานอะไร และพันธมิตรในโครงการรวมพลังเพื่อเด็กสุขภาพดี (United for Healthier Kids)

แม่เบลล์-ยุภาพร ศรีหมอก บอกว่า ก่อนแต่งงาน และก่อนที่จะมีน้องชูใจ ตัวเองเป็นสาวสายปาร์ตี้ แต่พอมีน้องชูใจ ก็หยุดทุกอย่าง ทุ่มเทเวลาให้กับการดูแลครอบครัว เลี้ยงน้องชูใจด้วยตนเอง ก็จะพบปัญหาตามช่วงวัยของเขา เช่น ตอนนี้น้องชูใจจะไม่ชอบทานผัก ดื่มน้ำน้อย ห่วงเล่นมากกว่า

“พอชูใจเริ่มโตขึ้น ได้ลองทานอาหารหลากหลายขึ้น ก็จะเริ่มเลือกทาน เริ่มไม่ยอมทานผัก เราก็ต้องคอยหาเทคนิควิธีมาโน้มน้าวลูก เพราะวัยนี้เป็นวัยกำลังเติบโต เบลล์จึงให้ความสำคัญกับการได้รับสารอาหารที่หลากหลายโดยเฉพาะจากการทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ซึ่งรวมถึงผักและผลไม้ เบลล์ทำกับข้าวเอง เพราะอยากให้ลูกทานอาหารที่ดีต่อร่างกาย โดยเน้นเมนูอาหารที่ทำได้ง่าย รวดเร็วหน้าตาน่าทาน และมีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน อาทิ ข้าวปั้นปลาทูห่อสาหร่ายแซนด์วิชกระเป๋าไส้ไข่ ที่เกิดจากการเปลี่ยนโฉมเมนูง่ายๆ ในบ้าน ให้มีความใหม่ ความสนุก และความน่าทานมากยิ่งขึ้น”

นอกจากการทานอาหารที่มีประโยชน์ ด้วยการทานผักผลไม้แล้ว น้ำดื่มก็สำคัญมาก แม่เบลล์ แนะเคล็ดลับที่ใช้ได้ผลกับน้องชูใจมาแล้วว่า ถ้าลูกไม่ชอบน้ำเปล่า ลองทำน้ำเปล่าผสมชิ้นผลไม้ หรือน้ำแข็งผลไม้จี๊ดจ๊าดสีสันสดใสเพื่อเป็นการเรียกร้องความสนใจของเขา โดยหั่นชิ้นผลไม้ผสมลงในน้ำเพิ่มรสชาติและกลิ่นสดชื่นของผลไม้ จะช่วยเปลี่ยนน้ำเปล่าธรรมดาๆ ให้น่าดื่มมากยิ่งขึ้น หรืออาจใช้แก้ว หลอด หรือกระติกน้ำลายการ์ตูนที่ลูกชอบ สิ่งสำคัญคือพ่อแม่ต้องสังเกตความชอบของลูกเพื่อหาเทคนิควิธีใหม่ๆ ที่เหมาะกับลูกของเรา

“เรื่องของสุขภาพ ควรเริ่มตั้งแต่ลูกยังเล็กที่บ้านของเราใส่ใจกันเรื่องนี้มากๆ โดยเริ่มปลูกฝังตั้งแต่น้องชูใจยังเด็ก เพราะวินัยการกินจะติดตัวลูกไปตลอด เป็นพื้นฐานให้เขามีสุขภาพแข็งแรงสดใส ในอนาคตชูใจจะได้สามารถเลือกทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพได้เอง เพราะเบลล์ฝึกให้เขาคุ้นเคยกับผักผลไม้หลากหลาย เวลาเราไปจ่ายตลาดซื้อของทำกับข้าว เบลล์จะพาลูกไปด้วยเพื่อให้เขาลองหยิบจับ เลือกผักผลไม้ที่เขาอยากทาน หรืออยากลองได้เอง ทำให้เวลาทำเป็นอาหารออกมา เขาจะทานได้มากขึ้น เพราะชูใจรู้สึกว่าเขามีส่วนร่วมการในเลือกและทำอาหารจานนี้”

ภายในงาน แม่เบลล์ ได้สาธิตเมนูทำง่าย แต่อร่อยได้ประโยชน์อย่าง เมนูแซนด์วิชกระเป๋าไส้ไข่ ส่วนผสมก็มีขนมปังโฮลวีตตัดขอบ 4 แผ่น ไข่ต้มสุก 1 ฟอง แตงกวาปอกเปลือก เอาไส้ออก สับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ แครอทสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ ทูน่าสเปรด หรือ มายองเนส 1 ช้อนโต๊ะ ผักสดตามชอบ เช่น ผักกาดหอม มะเขือเทศวิธีทำก็แสนง่าย ในส่วนของไส้แซนด์วิชยีไข่ต้มให้เป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ทูน่าสเปรดหรือมายองเนส แครอท แตงกวา ผสมให้เข้ากันพักไว้ นำขนมปัง 2 แผ่น ประกบกันแล้วใช้ส้อมกดทั้ง 3 ด้านให้เป็นขอบกระเป๋า แล้วตักไส้แซนด์วิชที่ทำไว้ใส่ให้เต็มจากด้านที่เปิดไว้ อีกหนึ่งเมนูคือ ข้าวปั้นปลาทูห่อสาหร่าย ส่วนผสม ปลาทูทอดแกะก้างออกให้หมด 1/2 ตัว ข้าวสุก 1 ทัพพี ซอสเหยาะจิ้ม 1/2 ช้อนชา แผ่นสาหร่ายอบแห้งตัดเป็นเส้น วิธีทำ ยีเนื้อปลาทูเป็นชิ้นเล็กๆ ลงในถ้วย ตามด้วยข้าวสุก ปรุงรสด้วยซอสเหยาะจิ้ม คลุกเคล้าให้เข้ากัน นำข้าวคลุก 1 ช้อนโต๊ะใส่ตรงมุมถุงพลาสติก ปั้นให้เป็นก้อนโดยบิดถุงให้แน่น แล้วนำออกจากถุง ตกแต่งด้วยแผ่นสาหร่ายที่ตัดเตรียมไว้ พร้อมจัดรับประทาน

ด้านทีมนักกำหนดอาหารจากเพจ เมื่อวานป้าทานอะไร นำโดย ดิษยชัย ไพรรุ่งเรือง เผยเคล็ดลับการกะปริมาณอาหารที่เหมาะสมต่อมื้อให้เด็กวัยก่อนเข้าเรียน สำหรับพ่อแม่นำไปปรับใช้ว่า “การกะสัดส่วนอาหารให้ได้ครบ 5 หมู่มีวิธีที่ง่ายไม่ต้องตวงให้ยุ่งยากโดยวัดจากอุปกรณ์ใกล้ตัว คือ ข้าวหรือแป้ง 1 ทัพพีครึ่ง เนื้อสัตว์ 2 ช้อนโต๊ะ ผักสุกครึ่งทัพพี หรือผักดิบ 1 ทัพพี (ประมาณ 1 ฝ่ามือเด็ก) และผลไม้ 4 ชิ้นคำ นอกจากนี้ควรส่งเสริมให้น้องขยับร่างกาย ทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อเลี่ยงการติดมือถือหรือแท็บเลตซึ่งทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วน การที่ครอบครัวทำงานบ้าน ทำกิจกรรมสนุกๆ หรือออกกำลังง่ายๆ ร่วมกัน จะให้ทั้งความแข็งแรงทางกาย และความอบอุ่นทางจิตใจไปพร้อมๆ กัน”

แม่เบลล์-ยุภาพร ศรีหมอก

แม่เบลล์-ยุภาพร ศรีหมอก
เมนูแซนด์วิชกระเป๋าไส้ไข่

เมนูแซนด์วิชกระเป๋าไส้ไข่
ข้าวปั้นปลาทูห่อสาหร่าย

ข้าวปั้นปลาทูห่อสาหร่าย

โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เปิดตัวโครงการ ‘สานต่อที่พ่อให้ทำ ช่วยคนไทยพ้นภัยมะเร็ง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/292623

โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เปิดตัวโครงการ ‘สานต่อที่พ่อให้ทำ ช่วยคนไทยพ้นภัยมะเร็ง’

โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เปิดตัวโครงการ ‘สานต่อที่พ่อให้ทำ ช่วยคนไทยพ้นภัยมะเร็ง’

วันจันทร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ตราไปรษณียากร พระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ

เพื่อถวายเป็นพระกุศล  เนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุครบ 5 รอบ 4 กรกฎาคม 2560  โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ จัดงานเปิดตัว โครงการ “สานต่อที่พ่อให้ทำ ช่วยคนไทยพ้นภัยมะเร็ง” เพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณที่ทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจทางด้านการแพทย์และสาธารณสุข ตามแนวพระราชดำริใน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยปัญหาด้านสุขภาพอนามัยของประชาชนเป็นหนึ่งในสิ่งที่พระองค์ทรงห่วงใยต่อพสกนิกรชาวไทยตลอดระยะเวลาที่ทรงครองสิริราชสมบัติ

ทั้งนี้ ภายในงานได้จัดนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติการจัดตั้งโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ จากพระปณิธานสู่ศรัทธาประชาชนในการเป็นโรงพยาบาลด้านการรักษาโรคมะเร็ง ที่เป็นที่พึ่งให้กับประชาชนทุกระดับให้ได้เข้าถึงการรักษาพยาบาลที่ได้มาตรฐาน และบริการตรวจเช็คประเมินความเสี่ยงโรคมะเร็ง พร้อมเปิดตัวตราไปรษณียากรที่ระลึก 100 ดวงใจ สานต่อที่พ่อให้ทำชุด “โรงพยาบาลจุฬาภรณ์” ณ ลานวีดีโอ วอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว

ศาสตราจารย์ นายแพทย์นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ รักษาการอธิการบดีวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ และผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ กล่าวว่า โครงการ “สานต่อที่พ่อให้ทำ ช่วยคนไทยพ้นภัยมะเร็ง” จัดตั้งเพื่อสืบสานพระปณิธานขององค์ประธานก่อตั้งโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เพื่อให้เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านโรคมะเร็ง ซึ่งก็พบผลลัพธ์ว่าสามารถทำให้ผู้ป่วยมีอายุยืนยาวขึ้น แต่ก็อาจมีโรคอื่นๆ ร่วมด้วย รวมทั้งให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้ป่วยยากไร้และด้อยโอกาส ให้มีโอกาสเข้ารับการรักษาพยาบาลด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และมีประสิทธิภาพในการรักษาสูงสุด ซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง ควบคู่กับการวิจัยสร้างองค์ความรู้ใหม่และส่งเสริมการป้องกันมะเร็งให้กับประชาชน ทั้งนี้ เตรียมจะเปิดให้บริการ “ศูนย์การแพทย์เฉลิมพระเกียรติ” โรงพยาบาลส่วนต่อขยายขนาด 30 เตียงภายในศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ที่ให้บริการรักษาผู้ป่วยโรคทั่วไป ในเดือนธันวาคม 2560 นี้ รวมถึงเปิดศูนย์การแพทย์ภัทรมหาราชานุสรณ์ ในโครงการเฉลิมพระเกียรติ 90 ปี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่จะเป็นโรงพยาบาลขนาด 400 เตียง ให้บริการตรวจวินิจฉัย และรักษาเฉพาะทางด้านต่างๆ และเป็นอาคารเรียน และวิจัยของวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

ด้าน มาริษา สมบัติบูรณ์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ฝ่ายการพยาบาลและกิจการพิเศษและโครงการตามพระดำริ ได้กล่าวถึงการดูแลให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็ง โดยเฉพาะผู้ป่วยยากไร้และด้อยโอกาสว่า “การจัดตั้งโรงพยาบาลจุฬาภรณ์นั้น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารีทรงมีพระประสงค์อยากให้คนไข้ระดับกลางและระดับล่างได้รับการบริการจากการรักษาที่ดี และทันสมัย โดยเฉพาะด้านจิตใจ พระองค์ทรงให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ทรงเป็นแบบอย่างการช่วยเหลือคน ทรงไม่ถือพระองค์กับคนไข้เลย ทรงอดทน ทรงปลูกฝังแพทย์และพยาบาล โดยทรงสอนให้ดูแลผู้ป่วยด้วยหัวใจ เหมือนเป็นญาติพี่น้อง เพราะคนไข้ต้องการกำลังใจ โดยเฉพาะคนไข้มะเร็ง เราก็ต้องให้สิ่งที่ดีที่สุดแก่เขา

อีกทั้ง การให้บริการและเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการรักษาสำหรับประชาชนที่เจ็บไข้ได้ป่วย โดยเฉพาะประชาชนที่ป่วยด้วยโรคมะเร็ง รวมถึงผู้ป่วยยากไร้และด้อยโอกาส ก็เป็นภารกิจที่สำคัญของโรงพยาบาลฯ โดยให้การดูแลช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยที่ยากไร้และด้อยโอกาส จากหน่วยแพทย์ พอ.สว. ซึ่งในการเสด็จเยี่ยมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว.แต่ละครั้ง จะทรงมีพระวินิจฉัยทรงพระกรุณาโปรด รับผู้ที่มีอาการเจ็บป่วยในถิ่นทุรกันดารและขาดทุนทรัพย์เป็นคนไข้ในพระอนุเคราะห์”

สำหรับตราไปรษณียากรที่ระลึก 100 ดวงใจ สานต่อที่พ่อให้ทำ ชุด “โรงพยาบาลจุฬาภรณ์” สืบสานพระปณิธาน ศ.ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 5 รอบ ในชุดมีแสตมป์ทั้งหมด 6 ดวง ประกอบด้วย พระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุครบ 5 รอบ 1 ดวง และภาพตราสัญลักษณ์โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ อาคารโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ศูนย์การแพทย์จุฬาภรณ์เฉลิมพระเกียรติ ศูนย์การแพทย์ภัทรมหาราชานุสรณ์ฯ เฉลิมพระเกียรติ 90 ปี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชรวมจำนวน 5 ดวง จำหน่ายในราคาชุดละ 160 บาท  โดยรายได้จากการจำหน่ายทั้งหมดสมทบทุนช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งด้อยโอกาส โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โดยเปิดจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้ที่ ชั้น 1โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ หลักสี่ ในวันและเวลาราชการ หรือจนกว่าจะหมด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.02-5766833-6

รวมวดี เลขะกุล, พิตราภรณ์ บุณยรัตพันธุ์, ศ.นพ.นิธิ มหานนท์, มาริษา สมบัติบูรณ์ และ ดร.กันทิมา กุญชร ณ อยุธยา

รวมวดี เลขะกุล, พิตราภรณ์ บุณยรัตพันธุ์, ศ.นพ.นิธิ มหานนท์, มาริษา สมบัติบูรณ์ และ ดร.กันทิมา กุญชร ณ อยุธยา
บริการตรวจเช็คประเมินความเสี่ยงโรคมะเร็ง

บริการตรวจเช็คประเมินความเสี่ยงโรคมะเร็ง
ตราไปรษณียากร สัญลักษณ์โรงพยาบาลจุฬาภรณ์

ตราไปรษณียากร สัญลักษณ์โรงพยาบาลจุฬาภรณ์

คุณแหน : 18 กันยายน 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/292649

คุณแหน : 18 กันยายน 2560

คุณแหน : 18 กันยายน 2560

วันจันทร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

●● ในวโรกาสครบรอบ 120 ปี แห่งการเสด็จประพาสยุโรป 107 ปี แห่งการเสด็จสวรรคต ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวสำนักพิมพ์ดีเอ็มจี จัดงานย้อนรำลึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ตามรอยพระพุทธเจ้าหลวง พระมหากษัตริย์ผู้เป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย ด้วยการเเนะนำหนังสือ “ตามรอยพระยุคลบาท สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง” โดย หม่อมเจ้าปุสาณ สวัสดิวัตน์ เสด็จเป็นองค์ประธาน พร้อมด้วย หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล เป็นองค์ปาฐก 20 ก.ย. เวลา 14.00-17.00 น. ณ ห้องประชุม สยามสมาคมฯ ถ.สุขุมวิท 21..

 

●● อนันต์-สุนีย์ สัจจาไชยนนท์ จัดงานฉลองสมรสให้บุตรชายนักธุรกิจหนุ่ม กันตพงษ์ สัจจาไชยนนท์ กับเจ้าสาว วิชญ์ชยา เอกวรสุทธิ์พล ทายาท พ.ต.ท.สุพิศ อาละพล-จินดา ศิริรวม 27 ก.ย. ห้อง Crystal Grand Ballroom คริสตัลดีไซน์เซ็นเตอร์ (CDC)..

●● อรรถวดี จิรมณีกุล ตรวจสุขภาพตาประจำปีที่ TRSC ศูนย์เลสิคนานาชาติ หลังรักษาสายตาสั้นไปนานกว่า 9 ปี และทุกปีที่เข้ามา ก็ได้รับการบริการที่อบอุ่น ยังชื่นชมและประทับใจอยู่เสมอ..

●● ขจิตพรรณ ไทยเพ็ชร เปิดโรงแรมบ้านขจิตพรรณต้อนรับจิตอาสาทั้งรุ่นใหญ่และรุ่นลูก ประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ จนกว่าจะถึงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ล่าสุดรวบรวมส่งมอบให้สำนักงานเขตราชบูรณะเรียบร้อยแล้ว..

●● สภากาชาดไทยขอเชิญร่วมแบ่งปันสิ่งของที่ไม่ใช้แล้ว อาทิ เสื้อผ้าเครื่องประดับ ของใช้ภายในบ้าน หรือเครื่องใช้ต่างๆ บริจาคที่ “ห้องได้บุญ” สภากาชาดไทย เพื่อนำมาแปลงเป็นปัจจัยในการช่วยเหลือผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาสในสังคม เชิญเยี่ยมชมและบริจาคสิ่งของได้ที่สนง.จัดหารายได้ สภากาชาดไทย ตึกอำนวยนรธรรม ชั้น 1 ถ.พระราม 4 วันเวลาราชการ..

●● ได้รับการโปรดเกล้าฯให้นั่งในตำแหน่งอธิการบดี มทร.ธัญบุรี เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ เดินหน้าพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน เน้นหลักสูตรอาชีพในอนาคต ขานรับนโยบายเมกะโปรเจกท์ของรัฐบาลอย่างเร่งด่วน..

●● รายการโทรทัศน์การกุศลวันมหิดล ของคณะแพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่ “สวนดอกร้อยดวงใจ เพื่อผู้ป่วยประคับประคองและระยะท้าย ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 “คุณแหน” ได้เห็นความเสียสละของศิษย์เก่าด้วยความรักสถาบัน อาทิ แพทย์เชียงใหม่รุ่น 25 ร่วมกันบริจาคเงินในนามรุ่น 1,227,000 บาท, พญ.กุหลาบ จิตต์มิตรภาพ รุ่น 16 บริจาค 1 แสนบาท,ศ.พญ.อุษา ทิสยากร บริจาค 4 ล้านบาท,นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ บริจาคให้มูลนิธิเพื่อผู้ป่วย เด็กติดเชื้อ 1 ล้านบาท,นพ.ดำรง เลาหะพรสวรรค์ รุ่น 25 ในนามบจ.เนเจอร์ไบโอเทคบริจาค  5 แสนบาท ในค่ำคืนนั้นรวมแล้วได้ยอดเงิน 42 ล้านบาทเศษ..ขอปรบมือ…●●

คุณแหน

Health News : หนึ่งชีวิตสูญ เกื้อกูล 8 ชีวิตรอด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/292448

Health News : หนึ่งชีวิตสูญ เกื้อกูล 8 ชีวิตรอด

Health News : หนึ่งชีวิตสูญ เกื้อกูล 8 ชีวิตรอด

วันอาทิตย์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.
เมื่อปี 2012 เด็กหญิงเจมีมา เลย์เซลล์ วัย 13 ปี จากเมืองซัมเมอร์เซต เป็นลมล้มลง ขณะที่กำลังเตรียมจัดงานฉลองวันเกิดปีที่ 38 ให้แม่ของเธอ และเสียชีวิตอีก 4 วันต่อมา ที่โรงพยาบาลเด็กบริสตอล รอยัล โดยเธอเสียชีวิตจากภาวะหลอดเลือดสมองโป่งพอง อย่างไรก็ดี เจมีมาสร้างสถิติการบริจาคอวัยวะ ที่ช่วยเหลือคนอื่นได้อีก 8 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยเด็ก 5 ราย โดยเธอได้บริจาคหัวใจ ตับอ่อน ปอด ไต ลำไส้เล็ก และตับ พ่อแม่ของเด็กหญิงผู้นี้บอกว่า ลูกสาวเป็นคนฉลาด เห็นอกเห็นใจผู้อื่น มีความคิดสร้างสรรค์ และคงภูมิใจกับความดีที่ได้ทำไว้ พร้อมกับได้ก่อตั้งทรัสต์ในชื่อของเธอขึ้น เพื่อส่งเสริมการบริจาคอวัยวะ ด้านแผนกขนส่งเลือดและการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะของระบบประกันสุขภาพของอังกฤษ (เอ็นเอชเอส) ระบุว่า ไม่เคยมีผู้บริจาคอวัยวะรายไหน สามารถช่วยเหลือคนได้จำนวนมากเท่านี้มาก่อน เนื่องจากปกติแล้วการบริจาคอวัยวะจะมีผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายเพียง 2.6 ราย ซึ่ง 8 ราย ถือเป็นกรณีพิเศษมาก