pet care : ‘อาจารย์ใหญ่ทางสัตวแพทย์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/292498

pet care : ‘อาจารย์ใหญ่ทางสัตวแพทย์’

pet care : ‘อาจารย์ใหญ่ทางสัตวแพทย์’

วันอาทิตย์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เมื่อวันเสาร์ที่ 9 กันยายน 2560 คณะสัตวแพทยศาสตร์จุฬาฯ ร่วมกับ สมาคมนิสิตเก่า และสโมสรนิสิต คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ได้จัด “พิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลและงานฌาปนกิจอาจารย์ใหญ่ทางสัตวแพทย์” ขึ้น ณ วัดธาตุทอง กรุงเทพฯ

“อาจารย์ใหญ่ทางสัตวแพทย์” ที่พูดถึงนั้น ก็คือ ร่างกายของสัตว์เลี้ยงที่เสียชีวิตที่ได้รับการบริจาค จาก “ศูนย์กายสัตว์อุทิศ” คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนั่นเอง

ศูนย์นี้ได้จัดตั้งขึ้น เมื่อปี พ.ศ.2558 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรับบริจาคร่างกายสัตว์เลี้ยงทุกชนิดที่เสียชีวิตแล้ว เพื่อใช้เป็น “ครู” ให่นิสิตสัตวแพทย์ได้ศึกษาครับ

เนื่องจากผมเป็นครูที่สอนทางด้าน “กายวิภาคศาสตร์ทางสัตวแพทย์” ซึ่งต้องใช้ “ร่างสัตว์” หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น สุนัข สุกร แพะ แกะ โค กระบือ ม้า ฯลฯ เพื่อให้นิสิตสัตวแพทย์ได้เรียน

ผมมักจะพูดกับนิสิตสัตวแพทย์เสมอว่า….ไม่ว่าจะเราเรียก “ร่างสัตว์” ต่างๆ ที่นำมาใช้เรียนเหล่านั้นว่า “สัตว์ทดลอง” “Specimen” “ครูใหญ่” “อาจารย์ใหญ่” หรืออะไรก็ตาม

ผมขอให้นิสิตคิดเสมอว่า ทุกชีวิตนั้น ได้ชื่อว่าเป็น “ครู” เป็นชีวิตหนึ่งซึ่ง “เสียสละ” ให้พวกเราได้ “ใช้เรียน” เพื่อให้เกิดความรู้ความชำนาญในเชิงสัตวแพทย์ทั้งสิ้น

ผมจะเน้นเสมอว่า อยากให้นิสิตสัตวแพทย์ทุกคน พึงระลึกและตระหนักว่า กว่าเราจะได้เป็น “นายสัตวแพทย์ หรือ สัตวแพทย์หญิง” ได้ เราต้องผ่าน “ชีวิตเหล่านั้น” มาแล้วเท่าไหร่

ดังนั้น ในการ “เรียน” จาก “ชีวิตของเขาเหล่านั้น” ผมขอให้นิสิตสัตวแพทย์ทุกคนได้ สำนึก และระลึกถึง “บุญคุณ” ของ “ชีวิตเหล่านั้น” ที่เป็นเสมือน “ครู” ให้เราได้ศึกษาเพื่อให้เกิดความเข้าใจและความชำนาญ

ขอให้ใช้ “ชีวิต” ของเขา “อย่างเคารพ”

ขอให้เราใช้ร่างเขา “อย่างสำนึก”

ขอให้เราใช้ร่างเขา “อย่างรู้คุณค่า”

ขอให้เราใช้ร่างเขาให้ “เกิดประโยชน์สูงสุด”

ให้นิสิตมองเขาว่าเป็น “ครู”

ไม่ใช่เป็นแค่ “ร่างสัตว์ตัวหนึ่ง”

ผมจึงอยากเรียนท่านผู้อ่านทุกท่านว่า เราใช้ “ร่างกายสัตว์”เพื่อการศึกษาทางสัตวแพทย์ “อย่างมีคุณค่า” ที่สุด แต่จำนวนสัตว์ต่างๆ (โดยเฉพาะ สุนัขและแมว) ที่ได้รับจากการบริจาคนั้น  ยังมีความต้องการอีกเป็นจำนวนมาก เพื่อใช้ในการเรียนการสอนในแต่ละปี

ผมจึงใคร่ขอเชิญชวนให้เจ้าของสัตว์ทุกท่านได้พิจารณาว่า หากสัตว์เลี้ยงของท่านเสียชีวิตลง และมีความประสงค์จะ “บริจาคร่างสัตว์เลี้ยง” เพื่อเป็นวิทยาทานในการศึกษาของนิสิตสัตวแพทย์แล้วละก็ ขอให้สอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับคุณสมบัติและเงื่อนไขต่างๆ ได้ที่ ศูนย์กายสัตว์อุทิศ ชั้น 5 อาคารสัตววิทยวิจักษ์คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถ.อังรีดูนังต์ปทุมวัน โทร.02-2189638 02-2189639

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร

ฝ่ายประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร

คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ตะลอนเที่ยว : ‘เรียมเหลือทนแล้วนั่น ขวัญของเรียม’ 72 กะรัต นันทวัน เมฆใหญ่ สุวรรณปิยะศิริ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/292444

ตะลอนเที่ยว : 'เรียมเหลือทนแล้วนั่น ขวัญของเรียม'  72 กะรัต นันทวัน เมฆใหญ่ สุวรรณปิยะศิริ

ตะลอนเที่ยว : ‘เรียมเหลือทนแล้วนั่น ขวัญของเรียม’ 72 กะรัต นันทวัน เมฆใหญ่ สุวรรณปิยะศิริ

วันอาทิตย์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เรียมเหลือทนแล้วนั่น ขวัญของเรียม

หวนคิดๆ แล้วขมขื่น ฝืนใจเจียม

เคยโลมเรียม เลียบฝั่ง มาแต่หลังยังจำ

คำที่ขวัญเคยพรอดเคยพร่ำ

ถ้วนทุกคำยังเรียกยังร่ำเร่าร้องก้องอยู่

แว่วๆ แจ้วหู ว่าขวัญชู้เจ้ายังคอย

เรียมเหลือลืมแล้วนั่น ขวัญคงหงอย

หวนคิดๆ แล้วยิ่งเศร้า เหงาใจคอย

อกเรียมพลอยนึกหน่าย คิดถึงสายน้ำนอง

คลองที่เรียมเคยเที่ยวเคยท่อง

เมื่อเราสองต่างว่ายต่างว่องล่องไล่ไม่เว้น

เช้าสายบ่ายเย็น ขวัญลงเล่นกับเรียม

(เพลงขวัญของเรียม เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง แผลเก่า ประพันธ์คำร้องและทำนองโดย พรานบูรณ์ (จวงจันทร์ จันทร์คณา)

เวลาเมื่อได้ยินเสียงเพลง ขวัญของเรียม ที่ขับร้อง โดยนันทวัน เมฆใหญ่ สุวรรณปิยะศิริ คงทำให้ผู้ที่มีความประทับใจในอดีตที่แสนหวานหวนคิดถึงวันวาน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่บ้านเมืองยังเต็มไปด้วยต้นไม้เขียวขจีและลำคลองที่มีน้ำใสสะอาดไหลเรื่อยตลอดเวลา

อันที่จริงเพลงขวัญของเรียมนั้น ผู้ขับร้องและบันทึกเสียงคนแรกคือส่งศรี จันทรประภา เมื่อ พ.ศ. 2483 ส่วนนันทวันได้ขับร้องและบันทึกเสียงเพลงนี้ในปี พ.ศ. 2511 เพื่อประกอบละครทีวีเรื่องขวัญเรียม ที่นำเสนอทางไทยทีวีช่อง 4 บางขุนพรหม

ส่วนเพลงที่นันทวันบอกว่าทำให้คนไทยรู้จักเธอมากขึ้นคือเพลง ดอกนกยูง (ประพันธ์คำร้องโดย ล้วน ควันธรรม ทำนอง เพลงญี่ปุ่น)

เมื่อเวลาที่ลมร้อนกำลัง จะพัด จะพัดมา ต้นดอกนกยูงก็พากันพลัดใบ

ใบแก่ก็ร่วงหล่นไป เหลือเพียงดอกไว้ งามเหลือแสน

เจ้ายืนต้น อาบแดด อาบลม ให้คนชม งามคล้ายวิมานแมน

ใบอ่อนเกิดมีมาแทน งามใดไหนจะแม้นเหมือนดอกนกยูง

ดูซิ งามน้อยหรือไร ถูกใจแต่ว่าอยู่สูง งามแท้หนอดอกนกยูง แม้ว่าอยู่สูง ก็ยังได้ชม

ฉันพอใจในสีแสนสวย แม้บุญช่วยคงสิ้นขื่นขม

ขอให้ร่วงลงมากับลม ให้ฉันได้ชมนะ ดอกนกยูง

นันทวันได้ชื่อว่าเป็นนักร้อง นักแสดง และพิธีกรที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพคนหนึ่งของวงการบันเทิงไทย คนไทยที่ติดตามผลงานต่างๆ ของเธอมาโดยตลอดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2511 เป็นต้นมาจะทราบได้ดีว่าเธอคือผู้ที่มีพรสวรรค์ในด้านการขับร้องและการแสดงอย่างยากที่จะหาผู้ใดเสมอเหมือนได้ นันทวันได้รับรางวัลเกียรติยศต่างๆ มากมาย อาทิ โทรทัศน์ทองคำ รางวัลเกียรติยศคนทีวี รางวัลเมขลาผู้แสดงหญิงดีเด่นจากละครโทรทัศน์เรื่องสี่แผ่นดิน รางวัลเชิดชูผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น และรางวัลแม่ดีเด่น

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2560 ซึ่งตรงกับวันเกิดของเธอ เธอได้จัดงานคอนเสิร์ต 72 กะรัต นันทวัน เมฆใหญ่ สุวรรณปิยะศิริ (นันทวัน สมรสกับ กำธร สุวรรณปิยะศิริ) ณ ศาลาเฉลิมกรุง โดยได้นำบทเพลงไพเราะมากมายมาขับกล่อม บรรเลงเพลงโดยวงดนตรีกระชับมิตร พร้อมกับนักร้องรับเชิญที่ไปร่วมงานอย่างคับคั่งในบรรยากาศคล้ายวิกบางขุนพรหมเมื่อหลายสิบปีก่อน อาทิ ศุภชัย จันทร์สุวรรณ์ (ศิลปินแห่งชาติ) วงจันทร์ ไพโรจน์, สุประวัติ-นีรนุช ปัทมสูต, นฤพนธ์ ดุริยประณีต, ปกรณ์ พรพิสุทธิ์, สุดา ชื่นบาน, อุมาพร บัวพึ่ง, สมา สวยสด, เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ (อดีตปลัดกรุงเทพมหานคร) จารุทัศ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา, จารุวรี สนิทวงศ์ ณ อยุธยา และ นพ.ชลธวัช สุวรรณปิยะศิริ (นายแพทย์ลูกชายของกำธร-นันทวัน)

นันทวันในวัย 72 ปี ยังคงงามสมวัย แล้วยังคงมีผลงานด้านการบันเทิงมาฝากมิตรรักแฟนเพลงเป็นประจำ คือรายการที่นี่มีดาวประดับใจ

ในโอกาส 72 ปี 72 กะรัตของ นันทวัน เมฆใหญ่ สุวรรณปิยะศิริ คอลัมน์ตะลอนเที่ยวขอนำภาพการแสดงคอนเสิร์ต 72 กะรัต นันทวัน ณ ศาลาเฉลิมกรุง มาฝากแฟนคอลัมน์ และขออนุญาตอวยพรให้คุณนันทวันมีสุขภาพแข็งแรง มีความสุขทั้งกายและใจตลอดไป

 

หนังสือเด่น : พระราชินีศรีแผ่นดิน หนังสือที่เป็นสิริมงคลแก่ครอบครัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/292451

หนังสือเด่น : พระราชินีศรีแผ่นดิน หนังสือที่เป็นสิริมงคลแก่ครอบครัว

หนังสือเด่น : พระราชินีศรีแผ่นดิน หนังสือที่เป็นสิริมงคลแก่ครอบครัว

วันอาทิตย์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“การที่ข้าพเจ้ามีกำลังใจ กำลังกายปฏิบัติหน้าที่รับใช้บ้านเมือง ก็ด้วยนึกถึงคำของพ่อที่สั่งสอนไว้ตั้งแต่เกิด และเมื่อแต่งงาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็ทรงสอนตลอดมาว่า แผ่นดินนี้มีบุญคุณแก่ชีวิตพวกเรามากมายนัก เพราะฉะนั้นชีวิตที่เกิดมาอย่าให้ว่างเปล่า จงคอยตอบแทนให้รู้สึกเสมอว่า เป็นหนี้บุญคุณ”

ข้อความข้างต้น นำมาจากพระราชดำรัส สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2522 ซึ่งสำนักพิมพ์สถาพร นำมาบันทึกไว้ในหนังสือชื่อ “พระราชินีศรีแผ่นดิน” เขียนโดย “สุวิสุทธิ์” ที่ผู้เขียนบอกเอาไว้ว่า เป็นเรื่องราวตั้งแต่แรกเป็นคุณหญิงน้อย จวบจนได้รับการสถาปนาเป็นมารดาของแผ่นดิน

พระราชินีศรีแผ่นดิน เป็นหนังสือที่มีคุณค่าอีกเล่มหนึ่งที่คนไทยควรได้อ่าน และรับรู้เรื่องราวที่จะไม่วันมีเลือนหายไปจากจิตและวิญญาณของคนไทยทุกคน

“สุวิสุทธิ์” กล่าวไว้ในคำนำว่า มิได้ต้องการจะบอกเล่าแต่เฉพาะในเรื่องของพระราชประวัติของพระองค์ท่านเท่านั้น แต่ยังมุ่งถ่ายทอดเรื่องราวบางส่วนอันเป็นประวัติศาสตร์ที่น่ารู้ เอาไว้ให้คนไทยทุกคนได้รับรู้ อาทิ เรื่องราว “ความรัก” และความผูกพันของ “พระคู่ขวัญ”ของทั้งสองพระองค์ ที่นอกจากจะเป็นครรลองความรักอันงดงาม ที่ชายหญิงต่างดำเนินชีวิตไปตามวิถีทางอันเหมาะสมและดีงามตามหน้าที่ของตนแล้ว ทั้งสองพระองค์ยังเกื้อหนุนกันในพระราชกรณียกิจต่างๆ และทรงเผื่อแผ่ความรักความปรารถนาดีมาสู่ปวงชนทั้งผืนแผ่นดินไทย ซึ่งเป็นที่ประจักษ์แก่คนทั้งโลกในทุกวันนี้

พระราชินีศรีแผ่นดิน เป็นหนังสือที่คนไทยทุกคนควรอ่าน หรือมีไว้ประดับบ้านเพื่อเป็นสิริมงคลสำหรับตนเองและครอบครัว

การ์ตูนผีที่สอดแทรกคุณธรรม

พร้อมข้อมูลหลอนที่ถูกกล่าวขวัญ

“ชมรมนักล่าผี” เป็นหนังสือการ์ตูน จัดพิมพ์สี่สี เรื่องราวของเด็กๆ ญี่ปุ่นที่ทำงานด้านการปราบผี ไม่ว่าจะเป็น ผีในโรงเรียน ผีห้องสมุด และผีในอินเตอร์เนต แม้ผู้เขียนจะสร้างความสนุกสนาน ตื่นเต้นหวาดเสียวให้กับเด็กๆ นักอ่านแล้ว เขายังสอดแทรกคุณธรรมในด้านบาปบุญและการทำความดีให้กับเด็กๆ ได้ตระหนักอีกด้วย เขียนโดย “Lee Yong-gu” แปลเป็นไทยโดย “ธนวดี บุญล้วน” จำหน่ายเล่มละ 165 บาท หนังสือเล่มนี้ นอกจากจะเป็นการ์ตูนที่เป็นเรื่องเป็นราวแล้ว ยังมีการจัดหาข้อมูลอันเป็นเกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับความน่ากลัวของเรื่องผีเอาไว้ให้อ่านด้วย อาทิ เรื่องของแมวดำ เรื่องของ คู่แฝดปีศาจ และเรื่องของ ห้องดนตรีหลอน

หลากหลายเรื่องน่ารู้ของนกนานาชนิด

การผจญภัยพร้อมสาระเกี่ยวกับชีวิตสัตว์โลก

“Gomdori co” ผู้แต่งเรื่อง “การเอาชีวิตรอดในอาณาจักรนก” ในรูปแบบของหนังสือการ์ตูน ได้นำเสนอ สาระเกี่ยวกับนกสัตว์โลกอีกชนิดหนึ่งที่เป็นที่สนใจของเด็ก โดยผูกเรื่องให้ เด็กน้อยสองคนไปพบหา และผจญกับนกนานาชนิดในเกาะที่โดดเดี่ยวไร้ผู้คน เขาทั้งสองต้องหาทางเอาตัวรอดจากอันตรายจากนกต่างๆ ซึ่งมีอุปนิสัยและวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน กว่าจะรอดพ้นจากอันตราย ทำให้เขาได้พบว่า ธรรมชาติของนกแต่ละชนิดนั้นมีนิสัยใจคออย่างไรบ้าง หนังสือเล่มนี้จึงไม่ใช่จะได้เพียงความสนุกอย่างเดียว แต่ยังได้เรียนรู้ถึงธรรมชาติของสัตว์โลกประเภทนกอย่าลงไม่น่าเบื่ออีกด้วย จำหน่ายเล่มละ 165 บาท “วลี จิตสำรัสรัตน์” แปลเป็นภาษาไทย

จอมนางเคียงหทัยดวงใจจักรพรรดิ

เรื่องของรักมั่นนิรันดร เล่มจบบริบูรณ์

“จอมนางเคียงหทัยดวงใจจักรพรรดิ เล่ม 2” เขียนโดย “ธารธารา” หลังจากปล่อยนิยายเรื่องนี้ ออกสู่แผงหนังสือจนเป็นที่ติดอกติดใจของนักอ่านนวนิยายโรแมนติกที่แฝงเอาไว้ด้วยกลอุบาย และเล่ห์ร้ายของสาวน้อยและชายหนุ่ม ซึ่งเรื่องราวในเล่มแรกยังไม่จบสมบูรณ์ ดังนั้น เล่มที่สอง อันเป็นเล่มจบบริบูรณ์จึงติดตามออกมา เนื้อหาในเล่มนี้ยังคงดำเนินไปอย่างออกรสออกชาติของ องค์หญิงผู้เลอโฉมที่ปิดบังความจริงของตนเอง เพื่อให้สะดุดตาขององค์ชายหนุ่มๆ แต่ก็ยังไม่พ้นความอยากรู้อยากเห็น ของฮ่องเต้หนุ่ม และในเล่มนี้ทุกอย่างก็จะจบลงว่า ฮ่องเต้หนุ่มจะพิสูจน์ความจริงได้โดยวิธีใด

ที่สุดแห่งวิทยาศาสตร์มหัศจรรย์

เสริมความรู้ด้านวิชาการให้กับเด็กๆ

“คุกกี้รันวิทย์ ที่สุดวิทย์มหัศจรรย์” การ์ตูนสี่สี ที่สอดแทรกสาระทางวิทยาศาสตร์ให้กับเด็กเล็กในรูปแบบของนิทานภาพการ์ตูนสี่สี บอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่เป็นวิชาวิทยาศาสตร์ซึ่งเด็กๆ นอกจากจะได้รับรู้จากโรงเรียนมาแล้ว สามารถตอกย้ำและมองเห็นผลอื่นๆ จากวิชาวิทยาศาสตร์ที่สร้างความน่ารู้ และน่าแปลกใจให้เด็กเกิดความผูกพันกับวิชาวิทยาศาสตร์เพื่อจะได้ลงลึกเรียนรู้ให้มากขึ้น หนังสือในชุดนี้ จึงถูกจัดให้เป็น หนังสือการ์ตูนความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่เด็กๆ อ่านแล้วไม่เกิดความเบื่อหน่ายเหมือนได้อ่านจากตำราเรียน จำหน่ายเล่มละ 146 บาท เขียนโดย “Lee Tee Yong” แปลโดย “วันวิสาร์ ปัญญางาม”

BKI มอบดอกไม้จันทน์ทำด้วยใจ 9,999 ดอก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/292464

BKI มอบดอกไม้จันทน์ทำด้วยใจ 9,999 ดอก

BKI มอบดอกไม้จันทน์ทำด้วยใจ 9,999 ดอก

วันอาทิตย์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI ส่งมอบดอกไม้จันทน์ จำนวน 9,999 ดอก เพื่อแสดงความจงรักภักดีในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ชัย โสภณพนิช ประธานกรรมการมูลนิธิกรุงเทพประกันภัย, พนัส ธีรวณิชย์กุล กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร พร้อมด้วย ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมมอบดอกไม้จันทน์ทำด้วยใจ จำนวน 9,999 ดอก ให้แก่ สาโรจน์ สามารถ ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และพนิตนาฏ ธนาอภินันทน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตสาทร ณ อาคารกรุงเทพประกันภัย สำนักงานใหญ่ถ.สาทรใต้ เมื่อวันที่ 4 กันยายน ที่ผ่านมา โดยดอกไม้จันทน์ดังกล่าวเกิดขึ้นจากความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ ระหว่างผู้บริหาร พนักงานจิตอาสาของกรุงเทพประกันภัย ผู้เช่าอาคารกรุงเทพประกันภัย และประชาชนทั่วไป ที่ร่วมประดิษฐ์ดอกดารารัตน์และดอกกุหลาบ จำนวน 9,999 ดอก ตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายน-31 สิงหาคม 2560 สำหรับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

Science Update : วันสุดท้ายของยานแคสซินี ผู้ไขความลับดาวเสาร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/292446

Science Update : วันสุดท้ายของยานแคสซินี ผู้ไขความลับดาวเสาร์

Science Update : วันสุดท้ายของยานแคสซินี ผู้ไขความลับดาวเสาร์

วันอาทิตย์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.
เมื่อเวลา 04.55 น. ของวันศุกร์ ตามเวลาที่ศูนย์ควบคุมภารกิจในเมืองพาซาดีนา รัฐแคลิฟอร์เนีย (ตรงกับ 18.55 น. วันศุกร์ตามเวลาไทย) ยานสำรวจอวกาศแคสซินี ได้เข้าสู่ชั้นบรรยากาศของดาวเสาร์เพื่อทำลายตัวเอง ปิดฉากโครงการมูลค่า 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 132,000 ล้านบาท) ที่ดำเนินมานาน 13 ปี พร้อมทำหน้าที่สุดท้าย ในการเก็บข้อมูลองค์ประกอบทางเคมีของก๊าซบนดาวเสาร์ได้ ก่อนที่การสื่อสารจะตัดขาดในเวลาดังกล่าว สร้างความดีใจและตื้นตันให้กับบรรดานักวิทยาศาสตร์ติดตามโครงการนี้มาตลอด 13 ปี ภารกิจยานแคสซินี ช่วยปฏิวัติความเข้าใจเกี่ยวกับดาวเสาร์ของนักวิทยาศาสตร์ จากภาพพายุที่ครอบคลุมดาวทั้งดวง อนุภาคที่เป็นน้ำแข็งซึ่งเคลื่อนไหวปะปนอยู่ในระบบวงแหวนที่ซับซ้อน รวมไปถึงดาวจันทร์บริวารที่ชื่อไททัน และเอนเซลาดัส ซึ่งมีน้ำในรูปแบบของเหลวอยู่ภายใต้พื้นผิวน้ำแข็ง ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ระบุว่าเป็นสภาพที่สิ่งมีชีวิตอาจอาศัยอยู่ได้

โคโค่แม็ก เสิร์ฟความสดชื่น สุขภาพดีเต็มแม็ก ส่งทีมนักปั่นหญิงไทย ร่วมพิชิตเป้าหมาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/292461

โคโค่แม็ก เสิร์ฟความสดชื่น สุขภาพดีเต็มแม็ก ส่งทีมนักปั่นหญิงไทย ร่วมพิชิตเป้าหมาย

โคโค่แม็ก เสิร์ฟความสดชื่น สุขภาพดีเต็มแม็ก ส่งทีมนักปั่นหญิงไทย ร่วมพิชิตเป้าหมาย

วันอาทิตย์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

บริษัท เอเซียติค อุตสาหกรรมเกษตร จำกัด ผู้ผลิตน้ำมะพร้าวแท้พร้อมดื่ม 100% ตรา “โคโค่แม็ก” (Cocomax) ไอโซโทนิคดริงก์จากธรรมชาติขนานแท้ อุดมด้วยเกลือแร่มากมายที่ให้ความสดชื่นและมีประโยชน์ต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น โพแทสเซียม โซเดียม แคลเซียม ฟอสฟอรัส และแมกนีเซียม รวมถึงกลูโคสธรรมชาติในน้ำมะพร้าวที่ร่างกายสามารถดูดซึมและให้พลังงานได้อย่างรวดเร็ว ได้ร่วมเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุน “W2-Amazing Thailand” ซึ่งเป็นทีมปั่นจักรยานหญิงทีมแรกของประเทศไทยในการแข่งขันปั่นจักรยานที่ประเทศเบลเยียม เพื่อเสิร์ฟความ “สดชื่นเต็มที่ สุขภาพดีเต็มแม็ก” ให้กับทีมนักปั่นสาวชาวไทย

“เขม-ม.ล.กัลยกร เกษมศรี” ในฐานะผู้ก่อตั้งและผู้จัดการทีม W2-Amazing Thailand เล่าให้ฟังว่า ฟอร์มทีมปั่นจักรยานหญิงมาตั้งแต่ปี 2557 เนื่องจากต้องการสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงหันมาออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยาน ตอนนั้นมีกลุ่มผู้หญิงเริ่มหันมาปั่นจักรยานกันมากขึ้น แต่ยังไม่มีทีมจักรยานผู้หญิงในประเทศไทย พอปีที่ 2 ก็ขยับขึ้นมาเป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้ทีม รวมถึงเป็นผู้นำเทรนด์และสร้างการรับรู้เรื่องความสำคัญในกีฬาจักรยาน ในปีที่ 3 นี้จะเน้นในเรื่องของประสิทธิภาพ ส่วนเป้าหมายในปีต่อๆ ไป ก็คือ ความมุ่งมั่นในการสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยด้วยการเป็นที่ 1 ในอาเซียนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“ปัจจุบันทีมจักรยานหญิงของเราลงแข่งปีละเกือบ 30 สนาม ล่าสุดลงแข่งที่เบลเยียมเป็นปีที่ 2 ซึ่งเบลเยียมเป็นประเทศเดียวในยุโรปที่มีการแข่งขันของผู้หญิงมากที่สุด โดยเราลงแข่งที่เบลเยียม ภายใต้ชื่อทีม W2-Amazing Thailand จำนวน 9 สนาม 9 รายการ ผลการแข่งขันมีทั้งติดอันดับ Top 20 จำนวน 2 สนาม แล้วติด Top 40 ที่สำคัญคือ เราเป็นเอเชียเพียงชาติเดียวและชาติแรกที่เข้าร่วมแข่งขันในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากๆ และยังได้รับการสนับสนุนจากน้ำมะพร้าวแท้พร้อมดื่ม 100% ตราโคโค่แม็ก ได้มีโอกาสนำแบรนด์ของคนไทยไปแจกความสดชื่นให้กับผู้เข้าแข่งขันจากประเทศต่างๆ สร้างความประทับใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากน้ำมะพร้าวของไทย เป็นที่นิยมในตลาดกลุ่มประเทศยุโรป และเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เป็นที่รู้จัก
กันดีของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวในประเทศไทย การไปแข่งขันในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งในการทำให้ โคโค่แม็ก ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์สัญชาติไทยได้เป็นที่รู้จักในกลุ่มนักปั่นจักรยานนานาชาติมากขึ้น ด้วยคุณสมบัติของน้ำมะพร้าวที่มีเกลือแร่จากธรรมชาติ ทดแทนการเสียเหงื่อหลังจากการปั่นจักรยาน ทำให้รู้สึกสดชื่นอย่างรวดเร็ว”

“กิ๊ก-จุฑามาศ วงษ์พาดกลาง” นักปั่นสาวมืออาชีพชาวปราจีนบุรีที่หลงเสน่ห์และความท้าทายบนอานจักรยานมาตั้งแต่อายุ 13 ปี เล่าว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ต้องมีวินัยกับตัวเอง ตั้งเป้าไว้เลยว่า ในหนึ่งวันต้องปั่นจักรยานให้ได้ไม่ต่ำกว่า1 ชั่วโมง ให้ขาทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะพัฒนาต่อไปได้ การปั่นจักรยานทำให้มีสุขภาพดี มีสังคม และได้รู้จักคนในวงกว้างมากขึ้น เฉพาะแมทช์ที่เบลเยียมถือเป็นโอกาสและความท้าทายที่นักปั่นหญิงไทยสามารถไปแข่งขันในโซนยุโรปได้ยึดหลักทำเต็มที่และทำให้ดีที่สุด การแข่งขันครั้งนี้ได้ประสบการณ์หลายอย่างที่สามารถนำมาพัฒนาและเสริมสร้างทักษะการปั่นจักรยานให้ดียิ่งขึ้น

ปิดท้ายกันที่สาวน้อยนักปั่นจากกาญจนบุรี “อ้อย-ปิยะวารินทร์ ธนเจริญวรกุล” นักศึกษาชั้นปีที่ 5 คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยบูรพา อีกหนึ่งหญิงเหล็กที่เข้าร่วมทีมปั่น W2-Amazing Thailand ที่เบลเยียม บอกว่า ปั่นจักรยานมาตั้งแต่อายุ 9 ขวบ เริ่มจากจักรยานเสือภูเขา ปัจจุบันปั่นได้ทุกสนาม แต่จะชอบปั่นบนทางเรียบมากกว่า เพราะทำได้ดีที่สุด ซึ่งการเข้าร่วมแข่งขันที่เบลเยียมเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก โดยเฉพาะความเร็วที่สูงขึ้นและได้เรียนรู้เทคนิคการแข่งขันระดับโลกการที่เราสามารถเข้าร่วมสนามในระดับโลกอย่างเบลเยียมได้ถือว่าประสบความสำเร็จไปอีกก้าวหนึ่ง อุปสรรคของการแข่งขันครั้งนี้เรื่องหลักๆ คือเส้นทางที่มีความโค้งเยอะและแคบกว่าประเทศไทย ซึ่งตรงจุดนี้จะช่วยเพิ่มทักษะและสร้างประสบการณ์ที่แตกต่าง ให้เกิดการพัฒนาเพิ่มมากขึ้น การที่น้ำมะพร้าวโคโค่แม็กร่วมเป็นสปอนเซอร์ในการแข่งขันครั้งนี้ ทำให้เราได้ดื่มน้ำมะพร้าวจากธรรมชาติ 100% ซึ่งมีเกลือแร่ที่มีประโยชน์ มีพลังงานที่ร่างกายสามารถดูดซึมได้อย่างรวดเร็ว ดื่มแล้วรู้สึกถึงความสดชื่นได้ทันที” อ้อย-ปิยะวารินทร์ กล่าวทิ้งท้าย

อีกหนึ่งเรื่องราวดีๆ ที่น่าภาคภูมิใจของทีม “W2-Amazing Thailand” และที่ทำให้ชาวต่างชาติในทวีปยุโรปได้รู้จักทีมจักรยานหญิงของไทยมากยิ่งขึ้น รวมถึงการตอบรับจากผู้ติดตามหรือผู้ชมที่สนามแข่งขันอย่างล้นหลาม เป็นผลลัพธ์ที่น่าประทับใจกับความสำเร็จในการเริ่มต้นสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย

คุณแหน : 17 กันยายน 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/292460

คุณแหน : 17 กันยายน 2560

คุณแหน : 17 กันยายน 2560

วันอาทิตย์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll “เรื่องที่ข้องใจเดือดร้อนใจคือการที่ประชาชนบอกหาเงินได้ยากขึ้นผมก็ต้องมาดู ก็ไม่ได้หมายความว่าที่ผ่านมามันทุจริตทั้งหมด แต่เงินส่วนหนึ่งมาจากตรงนี้ พอเราเข้มงวดขึ้นก็หาเงินยากขึ้นเป็นเรื่องธรรมดา”คำกล่าวของหัวหน้าคสช.และนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ ๑๘, ๑๙ ก.ย. จะมีการประชุมครม.สัญจรที่จ.พระนครศรีอยุธยา…

 

ll รมต.เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมญี่ปุ่น ฮิโรชิเกะเซโกะ นำคณะลงทุนรายใหญ่ของญี่ปุ่น ห้าร้อยเจ็ดสิบราย เพื่อมาลงทุนในไทยใน อีอีซี ใน ๕ ปีข้างหน้า ขอให้วินๆ ทั้งไทยและญี่ปุ่น…

ll ดังที่สุดในชั่วโมงนี้ ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั้น ใช้เวลา ๑ นาที ๑๘ วินาที ในยกที่ ๔ ชนะน็อก โรมัน กอนซาเลซ อดีตแชมป์ เป็นที่ฮือฮา…

ll กลายเป็นฮีโร่ของแชมป์มวยโลก ขอให้ดูแลตัวเองให้ดี ฝึกซ้อมอย่างมีวินัย ด้วยทีมงานที่มุ่งมั่นให้เข็มขัดแชมป์โลก WBC ให้อยู่ในเมืองไทยนานที่สุด ขอให้โชคดี…

ll แฟนเทนนิสคงช็อกเมื่อนักเทนนิสชาวอเมริกัน ไร้มือวาง สโลน สตีเฟ่นสามารถชนะ เมดิสัน คีย์ส เพื่อนสนิทมือวางอันดับ ๑๕ ของรายการ ๒ เซตรวดคว้าแชมป์แกรนด์สแลม ยูเอสโอเพ่น เป็นครั้งแรกในวัย ๒๔ พร้อมเงินรางวัลประมาณ ๑๒๓ ล้านบาท…

ll มาฟัง สนช. พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ “ถ้าทุกฝ่ายยังไม่ยอมรับกติกา ทุกอย่างก็ไม่ดีขึ้น รัฐบาลแห่งชาติจึงไม่ใช่คำตอบสุดท้าย ที่ไหนก็มีความขัดแย้งแต่ต้องอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติวิธีนี่คือวิถีระบอบประชาธิปไตย ทางออกที่ดีที่สุดคือการยอมรับกติกา เคารพวิถีประชาธิปไตย ไม่ว่าประชาชนเลือกพรรคใดเข้ามาทุกคนต้องเคารพการตัดสินใจของประชาชน” คงต้องอ่านหลายๆ เที่ยว และทำใจเป็นกลาง กระมัง…

ll เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมชาติ ที่สุด หมอดูอีที ลี พยอ สิ้นลมด้วยวัย ๕๘ หลานชายเผย “หมอดูอีทีนี้ ไม่ได้เสียชีวิตด้วยโรคใดๆ แต่เป็นการเสียชีวิตตามธรรมชาติ และอย่างสงบ ขณะเธอนอนหลับ”…

ll๑ ต.ค. นี้ มีอธิบดีกรมชล ใหม่เอี่ยมถอดด้ามนาม สมเกียรติ ประจำวงษ์ลูกหม้อของกรมชล คงจะทำให้การจัดการบริหารน้ำ บ้านเราได้แบ่งสันปันส่วนและหวังว่าน้ำจะไม่ท่วม เหมือนอดีต…ll

น้องโน้ต

Tech for life : 17 กันยายน 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/292449

Tech for life : 17 กันยายน 2560

Tech for life : 17 กันยายน 2560

วันอาทิตย์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ไอโฟน X

เปิดตัวกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ iPhone ใหม่จากค่าย แอปเปิ้ล นำโดย iPhone 8, iPhone 8 Plus รวมถึงรุ่นฉลองครบรอบ 10 ปี iPhone คือ iPhone X ส่วนการจำหน่ายในไทยยังไม่กำหนด

ในเบื้องต้นรุ่นขนาดความจุ 64 GB ด้วยกัน ราคา iPhone X ที่สิงคโปร์ อยู่ที่ประมาณ 40,000 บาท

iPhone 8 อยู่ที่ 28,000 บาท iPhone 8 Plus สนนราคา 32,000 บาท

เสมือนจริง

ไมโครซอฟท์ ผนึกเลอโนโว สร้างโลกเสมือนจริงด้วยชุดอุปกรณ์ Lenovo Explorer Mixed Reality Headset ที่ถูกออกแบบมาให้เชื่อมต่อการใช้งานกับเครื่อง PC ได้ผ่านโปรแกรม Microsoft Office suite หรือจะเป็นเล่นเกมเสมือนจริง และไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ กับ holo tour บนโลกเสมือนจริง รองรับภาพ 3D, 360 องศา และ 4K

ฝึกขับขี่

นี่คือ ซิมูเลเตอร์ ศูนย์ฝึกขับรถบรรทุกจำลองระบบ 6DOF ของ บริษัท ล็อกซเล่ย์ ซิมูเลชั่น เทคโนโลยี ตั้งอยู่ในบริเวณสำนักงานล็อกซเล่ย์ สาขาบางเขน ซิมู เลเตอร์ เครื่องนี้เป็นหัวรถบรรทุกแบบ 6DOF Motion Platform เคลื่อนไหวอิสระ 6 ทิศทาง ซึ่งใช้หลักการเดียวกับเครื่องฝึกนักบิน ช่วยผู้เรียนสามารถฝึกขับรถบรรทุก เพิ่มทักษะเมื่อเจอสถานการณ์จริง

The Frame

นี่คือSamsung The Frame (ซัมซุง เดอะเฟรม) นวัตกรรมทีวี.ที่กลมกลืนไปกับการแต่งบ้านอย่างมีระดับ

หน้าจอของ The Frame จะเป็นเสมือนกรอบสำหรับแสดงภาพตามที่ผู้ใช้ต้องการ มีคลังรูปภาพ กว่า 100 แบบ จากศิลปินระดับโลก เคยได้รับรางวัลสุดยอดนวัตกรรม (Best of Innovations Award) จากงาน CES ประจำปี 2017 มาแล้ว สนนราคาเริ่มต้นที่ 74,990 บาท

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘ช่างอิฐปูนแบบไทย’ ปฐมภูมิการอนุรักษ์มรดกโลกอยุธยา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/292473

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘ช่างอิฐปูนแบบไทย’ ปฐมภูมิการอนุรักษ์มรดกโลกอยุธยา

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘ช่างอิฐปูนแบบไทย’ ปฐมภูมิการอนุรักษ์มรดกโลกอยุธยา

วันอาทิตย์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ปัญหาการบูรณะโบราณสถานที่เกิดขึ้นในทุกแห่งนั้นคือ การขาดช่างอนุรักษ์ที่มีฝีมือที่เข้าใจขบวนการแบบโบราณและวัสดุแบบเก่าที่ขาดแคลน ดังนั้นการที่กรมศิลปากร ร่วมกับองค์การยูเนสโก กรุงเทพมหานคร ด้วยการสนับสนุนของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ได้ร่วมกันให้มีโครงการเพื่อการฟื้นฟูภูมิปัญญาช่างฝีมือสถาปัตยกรรมไทยดั้งเดิมเพื่อการอนุรักษ์มรดกโลกนั้น จึงเป็นเรื่องดี  ต่อการอนุรักษ์โบราณสถานและโบราณวัตถุ อาทิตย์นี้ได้ตามรอยไปดูผลงานการฝึกอบรมนำร่องหลักสูตรช่างอนุรักษ์ (โบราณสถานประเภทอิฐและปูน) ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แหล่งมรดกโลกที่รู้จักกันดี โดยนายประทีป เพ็งตะโก รองอธิบดีกรมศิลปากรได้เป็นประธานมอบประกาศนียบัตรให้กับผู้ผ่านการฝึกและเรียนรู้ตามโครงการเพื่อการฟื้นฟูภูมิปัญญาช่างฝีมือสถาปัตยกรรมไทยดั้งเดิมเพื่อการอนุรักษ์มรดกโลก ซึ่งเป็นโครงการเริ่มแรกในระยะ ๒ ปี โดยเริ่มต้นในปี พ.ศ.๒๕๕๙ เพื่อพัฒนาหลักสูตรยกระดับความรู้และทักษะของผู้ที่ทำงานด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน โดยได้แบ่งกลุ่มเป้าหมายออกเป็น๓ กลุ่ม คือ ผู้เชี่ยวชาญ (วิศวกร สถาปนิก นักโบราณคดีนักวิทยาศาสตร์ นักประวัติศาสตร์ศิลปะ ฯลฯ) ช่างฝีมือ และผู้ควบคุมโครงการ ซึ่งมีการศึกษาถึงความเข้าใจอาชีพช่างอนุรักษ์ ทัศนคติ ข้อจำกัดและโอกาสพัฒนาในด้านต่างๆ

การจัดการสัมมนาวิชาการนานาชาติเพื่อสร้างความตระหนักในหลักการอนุรักษ์ และการวิจัยด้านวัสดุสำหรับการอนุรักษ์ โดยเฉพาะงานปูนโบราณและอิฐ เพื่อระบุแนวทางแบบแผนในการศึกษาวัสดุก่อนขั้นตอนการบูรณะซ่อมแซมจริง โดยกรมศิลปากรและองค์การยูเนสโกนั้นได้ตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญเพื่อร่างคลังวิชาและโครงสร้างหลักสูตรสำหรับกลุ่มเป้าหมายทั้งสาม และทดลองใช้หลักสูตร โดยจัดการสัมมนาถกแถลงเพื่อพัฒนาหลักสูตรสำหรับผู้ทำงานอนุรักษ์ และการฝึกอบรมนำร่องสำหรับช่างอนุรักษ์ (โบราณสถานประเภทอิฐและปูน) ขึ้นเป็นเบื้องต้น เพื่อพัฒนาหลักสูตร
สำหรับผู้ทำงานอนุรักษ์ ที่จัดกันมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๐ มีผู้เข้าร่วม ๘๕ คน ซึ่งเป็นผู้บริหาร ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และผู้เชี่ยวชาญในสาขาอาชีพต่างๆที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์มรดกของชาติ ทั้งในกรมศิลปากร ภาคเอกชน วัด ชุมชน และมหาวิทยาลัย มีการทดลองบรรยายและปฏิบัติตามร่างหลักสูตรพร้อมประเมินผลเพื่อปรับปรุงให้เป็นหลักสูตรสำคัญของการบูรณะมรดกของชาติในอนาคต ซึ่งมีการอบรมนำร่องสำหรับช่างอนุรักษ์ ประเภทโบราณสถานประเภทอิฐและปูนขึ้นเมื่อ ๗-๑๒ สิงหาคม และ ๔-๙ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๐


การฝึกด้วยตนเอง

โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการนี้ ๑๐๔ คน ทดลองใช้ร่างหลักสูตรทั้งในภาคความรู้ทฤษฎีและภาคปฏิบัติด้านการรักษาสภาพโบราณสถานและการซ่อมแซมวัสดุที่เสื่อมสภาพ โดยผลการประเมินการอบรมนี้จะนำไปใช้ปรับปรุงหลักสูตรช่างอนุรักษ์ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นในวันหน้า ซึ่งเป็นการฟื้นฟูช่างฝีมือและความเข้าใจการอนุรักษ์อย่างถูกทิศทางที่กรมศิลปากรและองค์การยูเนสโก มีความหวังที่จะสานต่อการดำเนินงานการอนุรักษ์ที่ขาดช่างฝีมือนี้ร่วมกันต่อไป เป็นการสร้างระบบการพัฒนาทางวิชาชีพที่ทั้งสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจแก่คนไทยและเพิ่มพูนศักยภาพของประเทศในการปกป้องคุ้มครองแหล่งมรดกของชาติที่มีโบราณสถานสำคัญให้เกิดความสูญเสียน้อยที่สุด

การอนุรักษ์โบราณสถานที่สำคัญอันเป็นปัญหาให้มีการถกเถียงกันนั้น หากมีความเข้าใจในด้านการอนุรักษ์และปัญหาความขาดแคลนร่วมกันแล้วย่อมจะต้องร่วมกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ซึ่งก่อนหน้านั้นได้มีการประชุมสัมมนาวิชาการนานาชาติว่าด้วยการอนุรักษ์โบราณสถานอิฐ ซึ่งเป็นหนึ่งในคำแนะนำของคณะกรรมการมรดกโลก ยูเนสโก ที่มีการแสดงความห่วงใยต่อการอนุรักษ์มรดกโลกอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จึงทำให้ประเทศไทยต้องเพิ่มขีดความสามารถและมีความชัดเจนในเรื่องปรัชญาการอนุรักษ์มรดกโลก รวมทั้งการรื้อฟื้นภูมิปัญญาในการอนุรักษ์โบราณสถานอื่นๆ และโบราณสถานประเภทอิฐ ที่ทำให้ช่างลงมือหน้างานและเจ้าหน้าที่ควบคุมงาน มีความรู้ความเข้าใจในการอนุรักษ์มากขึ้น ด้วยการอนุรักษ์แบบของดั้งเดิมกับการคุ้มครองให้พื้นที่คงทน อยู่ครบถ้วนสมบูรณ์ ซึ่งคณะกรรมการมรดกโลก ยูเนสโก ได้ให้คำแนะนำว่าควรใช้วัสดุที่เหมาะสมในการอนุรักษ์โดยเฉพาะการรื้อฟื้นสืบต่อการใช้ปูนโบราณในรูปแบบต่างๆไม่ว่าจะเป็นปูนฉาบ ปูนก่อ ปูนปั้น ของศิลปะอยุธยา รวมถึงฝีมือช่างที่ต้องเข้าใจศิลปะอยุธยา เพื่อให้มีทักษะฝีมือสมสมัยในการอนุรักษ์มากขึ้น


การเรียนรู้เครื่องมือใหม่


ควบคุมการปฏิบัติให้ถูกวิธี


การศึกษาในพื้นที่จริง


เครื่องมือตรวจสอบใหม่

แหวกฟ้าหาฝัน : Wine Museum เยอรมนี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/292474

แหวกฟ้าหาฝัน : Wine Museum เยอรมนี

แหวกฟ้าหาฝัน : Wine Museum เยอรมนี

วันอาทิตย์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ด้านใน museum

นักท่องเที่ยวที่ชอบดื่มแอลกอฮอล์ที่ไปเยอรมนีต่างทราบดีว่าเยอรมนีเป็นประเทศเบียร์ แต่แท้ที่จริงแล้ว เยอรมนียังมีเขตที่ปลูกไวน์ด้วยเขตนั้นคือ ริมแม่น้ำไรน์ เมืองที่มีชื่อเสียงเกี่ยวกับไวน์เมืองหนึ่งก็คือ Rudesheim am Rhein เมืองนี้ไม่เพียงเป็นแหล่งปลูกไวน์สำคัญ ยังมีมิวเซียมไวน์ด้วย Wine Museum ของ Rudesheim นี้ตั้งอยู่แทบจะติดกับสถานีรถไฟของเมืองเลยทีเดียว นักท่องเที่ยวที่ต้องการเยือนมิวเซียมแห่งนี้ต้องมาให้ถูกฤดูกาล เพราะมิวเซียมปิดในฤดูหนาว

มิวเซียมไวน์ของ Rudesheim ตั้งอยู่ที่ Bromserburg Castle ปราสาทที่เก่าแก่ที่สุดของลุ่มน้ำไรน์ ปราสาทที่มีอายุกว่าพันปีที่มีของจัดแสดงเกี่ยวกับไวน์มากถึงสองพันชิ้นนี้เคยเป็นที่ประทับของ Archbishops of Mainz ในคริสต์ศตวรรษที่ 12 และเป็นที่ตั้งของสังฆมณฑลที่สำคัญในเวลานั้น ต่อมาอัศวินหลายตระกูลได้เข้าครอบครอง ในปี 1911 Counts of Ingelheim ได้ซื้อปราสาทแห่งนี้จาก Bromsera มาทำเป็นที่พำนักของตัวและตั้งชื่อว่า Romantic living castle ท่าน Counts ได้ปรับแต่งห้องใหม่แบบที่อยู่อาศัย เพิ่มสวนสวยๆ และสนามบนหลังคาด้วย ในช่วงเวลานั้นท่านได้ใช้ปราสาทแห่งนี้รับแขกมากถึงสามพันกว่าคน


ทิวทัศน์ฝั่งตรงข้าม

ต่อมาในปี 1941 เทศบาลเมืองRudesheim ได้ซื้อปราสาทแห่งนี้จากเจ้าของเดิม ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง รัฐบาลได้ใช้ปราสาทแห่งนี้เป็นคุก และที่พักของคนไร้บ้าน หลังสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง เทศบาลได้ทำการปรับปรุงสถานที่แห่งนี้ใหม่และได้จัดตั้งเป็นมิวเซียมขึ้นในปี 1950 ของจัดแสดงที่นักท่องเที่ยวจะได้ชมนี้จะบอกเล่าถึงวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์การปลูกองุ่นและการผลิตไวน์จากอดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่เพียงนักท่องเที่ยวที่ชอบชิมไวน์จะได้เรียนรู้วิธีการทำไวน์สไตล์เยอรมันจากปราสาทนี้แล้ว ที่นี่ยังมี roof garden ที่สวยงามซึ่งสามารถเห็นทิวทัศน์ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำด้วย นอกจากนี้ในมิวเซียมยังมีบริเวณให้ชิมไวน์ตรง Terrace ให้อีกต่างหาก

สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบดื่มไวน์ แต่อาจไม่ชื่นชอบชมมิวเซียมก็อาจสามารถเสพประสบการณ์ที่ไม่เหมือนที่ใดในโลกได้ด้วยการชิมไวน์บนเรือที่เรียกว่า Wine tasting on the water นักท่องเที่ยวที่ต้องการเสพประสบการณ์นี้อาจต้องเลือกเวลาไปเมืองนี้เสียหน่อย เพราะการชิมไวน์บนเรือนี้จะมีเฉพาะวันอาทิตย์ที่สองของเดือนเมษาถึงกันยายนเท่านั้น และจะออกเดินทางเพียงวันละเที่ยวตอน 17.10 น. เรือที่นั่งจะเสิร์ฟไวน์ที่ผลิตจากเมืองนี้และล่องไปบนแม่น้ำไรน์โดยผ่านทิวทัศน์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกรอบเมืองและ Assmannshausen นักท่องเที่ยวที่ได้มีโอกาสพิเศษนี้รับรองได้ว่าจะประทับใจไม่รู้ลืมเลยทีเดียว


ของจัดแสดงในมิวเซียม


แก้วไวน์


สวนภายใน


เครื่องมือตรวจสอบใหม่


แม่นํ้าไรน์จากหลังคามิวเซียม


ตัวอย่างแก้วไวน์