ชาวสยามพิวรรธน์ ร่วมกันเพาะปลูกต้นกล้าดอกดาวเรืองพร้อมเนรมิตทั่วย่านสยามให้เหลืองอร่ามเรืองรอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/290753

ชาวสยามพิวรรธน์ ร่วมกันเพาะปลูกต้นกล้าดอกดาวเรืองพร้อมเนรมิตทั่วย่านสยามให้เหลืองอร่ามเรืองรอง

ชาวสยามพิวรรธน์ ร่วมกันเพาะปลูกต้นกล้าดอกดาวเรืองพร้อมเนรมิตทั่วย่านสยามให้เหลืองอร่ามเรืองรอง

วันอาทิตย์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด เจ้าของและผู้บริหารโครงการ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ และเป็นหนึ่งในพันธมิตรเจ้าของ ‘ไอคอนสยาม’ นำโดยคุณนราทิพย์ รัตตประดิษฐ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด พร้อมด้วยพนักงานชาวสยามพิวรรธน์กว่า 200 ชีวิต ร่วมกันเพาะปลูกต้นกล้าดอกดาวเรืองพันธุ์แสนดี เพื่อร่วมกันแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเนรมิตพื้นที่ย่านสยามให้เหลืองอร่ามด้วยดอกดาวเรืองในช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพเดือนตุลาคมนี้

นราทิพย์ รัตตประดิษฐ์ กล่าวว่า “ตามที่กระทรวงมหาดไทยได้ออกประกาศเชิญชวนประชาชนคนไทยทั่วทั้งประเทศ ร่วมกันปลูกดาวเรืองหรือดอกไม้สีเหลืองอันเป็นสีประจำวันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อให้ออกดอกและบานสะพรั่งทั่วแผ่นดินในช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 สยามพิวรรธน์จึงเชิญชวนพนักงานชาวสยามพิวรรธน์ได้ร่วมปลูกต้นกล้าดาวเรืองจำนวนกว่า 40,000 ต้น อย่างพร้อมเพรียง เพื่อร่วมถวายอาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้ พร้อมกันนี้บริษัทสยามพิวรรธน์ได้เตรียมนำดอกดาวเรืองแจกจ่ายให้กับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนที่สนใจนำไปประดับตกแต่ง อาคาร บ้านเรือนและห้างร้านในภายหลังอีกด้วย”

เนรมิตรรันเวย์แฟชั่นราชินีไหมไทย จัดงาน ‘พราวพัสตรา แพรวาผืนผ้าแห่งแผ่นดิน’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/290695

เนรมิตรรันเวย์แฟชั่นราชินีไหมไทย จัดงาน 'พราวพัสตรา แพรวาผืนผ้าแห่งแผ่นดิน'

เนรมิตรรันเวย์แฟชั่นราชินีไหมไทย จัดงาน ‘พราวพัสตรา แพรวาผืนผ้าแห่งแผ่นดิน’

วันเสาร์ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2560, 12.08 น.

เดินหน้ายกระดับและพัฒนาผ้าไหมแพรวาสู่ระดับโลกตอบรับนโยบายรัฐบาล ประกาศจัดงาน “PROUD PASTRA: พราวพัสตรา แพรวาผืนผ้าแห่งแผ่นดิน” ตลาดแฟชั่นผ้าไหมแพรวาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี เชิญชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสตำนานแห่งราชินีไหมและสินค้าเครื่องแต่งกายผ้าไหมชั้นนำจากกลุ่ม ร้อย แก่น สาร สินธุ์ ระหว่างวันที่ 13-17 กันยายนนี้ ณ เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต มั่นใจแผนการตลาดผ้าไหมปี 60/61 คาดโกยเงินกว่าหนึ่งพันล้านบาทแน่นอน

นายประจักษ์ จอมทรักษ์ พัฒนาการจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า นายสุวิทย์ คำดี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้รับงบประมาณจากกลุ่มร้อย แก่น สาร สินธุ์ ประกอบด้วย จังหวัดร้อยเอ็ด ขอนแก่น มหาสารคาม และกาฬสินธุ์ เพื่อดำเนินการยกระดับและพัฒนา “ผ้าไหมแพรวา” หรือราชินีแห่งไหม ให้ก้าวเข้าสู่ระดับสากลและเป็นผ้าไหมที่ประชาชนทั่วไปสามารถนำไปเป็นเครื่องแต่งกายได้ในชีวิตประวัน จึงได้มอบหมายให้สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดกาฬสินธุ์จัดงาน “PROUD PASTRA : พราวพัสตรา แพรวาผืนผ้าแห่งแผ่นดิน” เพื่อเป็นเวทีสำคัญในการเผยโฉมผ้าไหมแพรวาในลุคที่ทันสมัยมากขึ้นและพร้อมเจาะตลาดผ้าไหมระดับโลก โดยเป็นผลงานการร่วมพัฒนาจากดีไซน์เนอร์ชื่อดังของเมืองไทย อาทิ คุณอธิษฐ์ ฐิรกิตติวัฒน์ แห่งแบรนด์ Surface, คุณชนะชัย จรียะธนา ดีไซเนอร์แบรนด์ Fri.27 Nov, คุณหิรัญกฤษฏิ์ ภัทรบริบูรณ์กุล ผู้ออกแบบชุด “ตุ๊กตุ๊ก” เจ้าของรางวัลชนะเลิศชุดประจำชาติบนเวทีมิสยูนิเวิร์สปี ๒๐๑๖, กลุ่มดีไซน์เนอร์จากแบรนด์ FLYNOW, คุณณัฐวุฒิ นุชสาย จากแบรนด์ TOTO DESIGN, คุณพัชรี กิติภูมิ ดีไซน์เนอร์ชื่อดังผู้ที่นำผ้าไหมแพรวามาออกแบบเสื้อผ้าคนแรกของกาฬสินธุ์ นอกจากนั้น ยังมีกลุ่มดีไซน์เนอร์รุ่นใหม่ (Young Designer) จากหลายมหาวิทยาลัยชั้นนำมาร่วมพัฒนาชุดผ้าไหมแพรวาอีกด้วย

“พราวพัสตรา แพรวาผืนผ้าแห่งแผ่นดิน จะเป็นเวทีสำคัญในการเผยโฉมผ้าไหมแพรวาลุคใหม่ที่ทันสมัยและมีความเป็นสากลมากขึ้น ด้วยฝีมือการออกแบบของเหล่าดีไซน์เนอร์ชั้นนำของเมืองไทย ซึ่งจะเห็นได้ว่า เมื่อนำผ้าไหมแพรวามาออกแบบให้สวยงามตามแนวคิดของดีไซน์เนอร์แล้ว จะมีความเป็นสากลและเหมาะกับยุคสมัยได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้น ยังจะสร้างรายได้ให้กับจังหวัดกาฬสินธุ์เพิ่มขึ้นมากกว่าหนึ่งพันล้านบาทในแต่ละปีที่ได้จากการค้าขายผ้าไหมแพรวาด้วย ซึ่งนับเป็นการพัฒนาและยกระดับผ้าไหมแพรวาครั้งยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง” นายประจักษ์กล่าว

สำหรับงาน “PROUD PASTRA : พราวพัสตรา แพรวาผืนผ้าแห่งแผ่นดิน” จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-17 กันยายน 2560 ณ เวสต์เกต ฮอลล์ ชั้น 4 เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต บนเนื้อที่กว่าสี่พันตารางเมตร ซึ่งจะมีพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการขึ้นในวันที่ 13 กันยายน โดยมี นายอภิชาต โตดิลกเวชช์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน พร้อมเนรมิตรันเวย์แฟชั่นโชว์ผ้าไหมแพรวาสุดยิ่งใหญ่ใจกลางกรุง เพื่อโชว์ผลงานเครื่องแต่งกายผ้าไหมแพรวาฝีมือดีไซน์เนอร์ที่มีชื่อเสียงของเมืองไทย แสดงแบบโดยนางงามจากเวทีระดับประเทศ พร้อมการบรรเลงดนตรีโดยวงมหาจำเริญ และภายในงานตลอด 5 วันจะประกอบด้วยกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ การสาธิตการทอผ้าไหมแพรวาครบวงจร โดย คุณแม่คำสอน สระทอง ศิลปินแห่งชาติ ประจำปี 2559 นิทรรศการตำนานผ้าไหมแพรวา การแสดงดนตรีโปงลางและการแสดงดนตรีจากกลุ่มศิลปินชื่อดัง การจัดจำหน่ายสินค้าโอทอปชั้นนำจากกลุ่มจังหวัด เวทีเสวนาเปิดตลาดแฟชั่นผ้าไหมปี 2560 และการแสดงผ้าไหมแพรวาที่ชาวผู้ไทยบ้านโพน อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เคยทอถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมาแล้ว มีความยาว 60 เมตร บรรจุ 60 ลายที่วิจิตรงดงามตระการตามาให้ประชาชนได้ชมอีกด้วย

ด้าน นายอุทัย สิงห์ทอง หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า “การจัดงานในครั้งนี้ จังหวัดกาฬสินธุ์ได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่ายเพื่อร่วมผลักดันผ้าไหมแพรวาซึ่งเป็นมรดกของแผ่นดินให้ก้าวสู่ระดับโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้รับความร่วมมือจากศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า เวสต์เกต ในการร่วมประชาสัมพันธ์งานนี้อย่างเต็มที่ นอกจากนั้น ยังได้รับความร่วมมือจากกลุ่มนักธุรกิจค้าผ้าชั้นนำและกลุ่มนักวิชาการเข้ามาแนะนำแนวทางก้าวสู่ตลาดผ้าไหมแพรวาอย่างยั่งยืน ซึ่งคาดว่า ภายหลังจากมีการพัฒนาให้เป็นเครื่องแต่งกายที่สามารถสวมใส่ได้ทั่วไปแล้ว จะทำให้เกิดการค้าขายและสามารถก้าวเข้าสู่ตลาดแฟชั่นสากลได้ และยังสามารถสร้างรายได้ให้กับชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ที่เข้ามาร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามนโยบายของรัฐบาล จนเกิดเงินสะพัดมากกว่าหนึ่งพันล้านบาทในปี 2560-2561 ต่อไป”

วิชัย แสงหิรัญวัฒนา ผู้นำแห่งแผนที่ดิจิทัล-ระบบนำทางอัจฉริยะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/290576

วิชัย แสงหิรัญวัฒนา  ผู้นำแห่งแผนที่ดิจิทัล-ระบบนำทางอัจฉริยะ

วิชัย แสงหิรัญวัฒนา ผู้นำแห่งแผนที่ดิจิทัล-ระบบนำทางอัจฉริยะ

วันเสาร์ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ถึงแม้เทคโนโลยีจะเป็นเรื่องใกล้ตัวผู้บริโภคมากขึ้นจนกลายเป็น “ขนมหวาน” แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่า คนที่อยู่เบื้องหลังการบริการด้านไอทีต้องเผชิญกับความท้าทายเพียงใด และเสน่ห์ของการทำงานที่เกี่ยวข้องกับโลกดิจิทัล จนทำให้ วิชัย แสงหิรัญวัฒนา สามารถก้าวข้ามผ่านอุปสรรคต่างๆ มาตลอดชีวิตการทำงานกว่าทศวรรษ และเป็นแม่ทัพในการขับเคลื่อน “โกลบเทค” องค์กรด้านการบริการข้อมูล แผนที่ และระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ และอุปกรณ์นำทาง GPS พร้อมพัฒนาโซลูชั่นสดใหม่อัพเดททันทุกกระแสออกสู่ตลาดเสมอ จนสามารถยึดหัวใจลูกค้าทั้งในและต่างประเทศได้ในเวลานี้

เมื่อค้นพบตัวเองว่ามีความชอบเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์อย่างแรงกล้า ความอยากรู้อยากเห็นและความสนใจทักษะด้านนี้ผลักดันให้ วิชัย แสงหิรัญวัฒนา ตัดสินใจก้าวเข้าสู่ธุรกิจด้านไอทีทันที โดยหลังจากจบการศึกษาสาขาคอมพิวเตอร์จากวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็กระโดดเข้าสู่งานพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ให้กับบริษัทข้ามชาติถึง 2 ปี จากนั้นหันหัวเรือไปศึกษาต่อ MBA ด้านเศรษฐศาสตร์และการผลิต จาก ชิคาโก สหรัฐอเมริกา แม้ในสมัยนั้นคนที่เรียนด้านเทคนิคมักไม่สนใจธุรกิจ แต่เขาเชื่อมั่นว่าหากมีความรู้ด้านการบริหารจัดการธุรกิจไว้กับตัว ย่อมสามารถประยุกต์เรื่องเทคโนโลยีเข้ากับการค้าได้ และช่วยให้การทำงานกับทุกฝ่ายมีประสิทธิภาพมากขึ้น วิชัยจึงให้เวลากับการเรียนถึง 5 ปี โดยเลือกที่จะเก็บเกี่ยวประสบการณ์ทำงานด้านวิจัย ทำงานเป็นผู้ช่วยอาจารย์ควบคู่ไปกับการเรียนที่เข้มข้น

ชีวิตการทำงานแบบคนไอทีตัวจริงเสียงจริงของ วิชัย เริ่มต้นใหม่ที่รั้ว CDG ในปี 2537 เขาตัดสินใจเข้าร่วมงานกับ บริษัท อีเอสอาร์ไอ (ประเทศไทย) จำกัด (ESRI)

“ในตอนนั้นธุรกิจเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับแผนที่มีเพียงเราที่เป็นเจ้าใหญ่และเจ้าเดียวจึงมีคู่แข่งน้อย แต่ในขณะเดียวกันก็มีคนรู้จักเทคโนโลยีนี้ไม่มากนัก จึงเป็นหน้าที่ของมาร์เก็ตติ้งที่จะทำให้โปรดักส์เป็นที่รู้จักของลูกค้าและขายได้ แต่ภาระหนักไม่ใช่ของฝ่ายการตลาดเท่านั้น ภารกิจของเราคือการบริหารโครงการ ออกแบบระบบ และพัฒนาโปรแกรมเพื่อส่งมอบความพึงพอใจให้กับลูกค้าด้วย เพื่อทำให้โปรดักส์มีความแข็งแกร่ง น่าเชื่อถือ และขายได้ต่อเนื่อง”

หลังจากนั้น วิชัย ก็ได้รับความไว้วางใจให้ดูแลด้านการตลาดและขยายฐานลูกค้าทั้งในไทยและอินโดจีน และรับมอบหมายโปรเจกท์ผู้นำระบบนำทางอัจฉริยะ (GPS) เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยเป็นแห่งแรก ซึ่งเป็นความท้าทายใหม่ แต่เขาก็สามารถใช้ประสบการณ์ที่โชกโชนจากโซลูชั่นแผนที่ มาเชื่อมโยงเข้ากับระบบนำทางให้กับแบรนด์ GARMIN ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย จนกระทั่งได้รับมอบหมายให้มาดูแลบริษัทโกลบเทค จำกัด ในกลุ่มบริษัทซีดีจี ตั้งแต่ปี2554 จนถึงปัจจุบัน

ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โกลบเทค จำกัด เล่าถึงความรับผิดชอบขององค์กร คือการให้บริการ Digital Content แผนที่และระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ทั้งในไทยและอาเซียนที่มีคุณภาพสูงและตรงตามความต้องการของภาครัฐ รัฐวิสาหกิจผู้ประกอบการธุรกิจ เพื่อใช้ในการวางแผนและการบริการของแต่ละองค์กร อาทิ การตลาดในกลุ่มธุรกิจออฟไลน์และออนไลน์ ตลอดจนการขนส่ง หรือใช้ในการประเมินผลที่สะดวกและรวดเร็วขึ้น และยังพัฒนาไปสู่อุปกรณ์นำทางติดรถยนต์ด้วย GPS และสมาร์ทโฟน โดยมีไฮไลท์อย่าง “NOSTRA Logistics” โซลูชั่นสำหรับการบริหารจัดการกลุ่มรถและติดตามรถขนส่งแบบ GIS One Stop Services เบ็ดเสร็จครอบคลุมทุกความต้องการ

“เราอยู่ในยุคที่ Big Data มีอิทธิพลต่อการแข่งขันทางธุรกิจ ซึ่งการให้บริการของเราจะช่วยลูกค้าวิเคราะห์และค้นหาตำแหน่งจากแผนที่ สามารถระบุสถานที่สำคัญ ตลอดจนรายได้ประชากร ฯลฯ ซึ่งเป็นข้อมูลเชิงลึกที่เป็นทั้งจุดอ่อน จุดแข็งและโอกาสเพื่อนำมาวิเคราะห์และประมวลผลไปสู่การทำงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถติดตั้งได้ทั้งในสถานที่นั้นๆ หรือจะบริการข้อมูลผ่านแอพพลิเคชั่นและระบบคลาวด์ ยกตัวอย่าง NOSTRA ซึ่งเป็นการให้บริการที่รวบรวมเทคโนโลยีด้านระบบแผนที่GIS, IOT, GPS และ Big Data เข้าไว้ด้วยกันเพื่อให้ผู้ใช้งานที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจขนส่งและธุรกิจแขนงอื่นๆ สามารถนำไปติดตั้งเพื่อให้รู้ตำแหน่งต่างๆ ทั้งภายนอก และภายในสถานประกอบการ ทั้งยังสามารถนำข้อมูลเหล่านั้นไปปรับใช้กับการบริหารจัดการเงินทุนได้อีกด้วย”

สำหรับปรัชญาในการทำงานของผู้บริหารหนุ่มไอทีคนนี้ เขาใช้หลัก “รู้เรา รู้เขา” นั่นคือการให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทีมงานก่อน เพื่อให้พวกเขาสามารถนำเสนอสิ่งที่เหมาะสมและดีที่สุดให้กับลูกค้าได้ ด้วยการสร้างวัฒนธรรมการทำงานโดยใช้แนวคิด The 4 Disciplines of Execution หรือ 4DX วิธีการทำงานตามที่วางแผนไว้ด้วยการแยกแยะเป้าหมายที่ไม่สูงจนเกินไป เพื่อนำไปสู่การกระทำที่ชัดเจน จนสามารถเปลี่ยนเป็นเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ได้ในที่สุด โดยมุ่งเน้นการสื่อสารและมีจุดโฟกัสร่วมกัน จากนั้นมาประชุมกันและช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เพื่อวิเคราะห์หาแนวทางในการแก้ไขเป็นจุดๆ และนำไปสู่การพัฒนางานให้ก้าวหน้าต่อไป ซึ่งแนวทางนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์และค่านิยมหลักของซีดีจี

ในขณะที่ต้องทำงานหนักและอยู่กับเทคโนโลยีตลอดเวลา วิชัย บอกว่า เขายังคงแบ่งเวลาออกเป็น 3 ส่วนเสมอ คือเต็มที่กับการทำงาน
โดยเน้นกำหนดทิศทางให้กับทีมและคอยโค้ชทีมงาน พร้อมกับให้ความใส่ใจครอบครัว รับหน้าที่คุณพ่อลูกสองอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

และสำหรับตัวเองนั้น เขาเลือกที่จะออกกำลังกายด้วยการวิ่ง เพราะทำให้เขาได้อยู่กับตัวเอง ได้ผลลัพธ์ทั้งกายและใจ ได้ฝึกวินัยและสมาธิ และยังสนใจการถ่ายภาพ ซึ่งทำให้ผ่อนคลายและเปิดโลกทัศน์ใหม่เมื่อมองผ่านเลนส์ และสนุกกับความพยายามหาเทคนิคการถ่ายภาพที่จะทำให้ได้ภาพสวยเสมือนเห็นด้วยตาเปล่า และกิจกรรมนี้ยังผลักดันให้เขาเดินทางไปยังสถานที่ใหม่ๆ สร้างประสบการณ์ที่ยากจะลืม

คุณแหน : 9 กันยายน 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/290596

คุณแหน : 9 กันยายน 2560

คุณแหน : 9 กันยายน 2560

วันเสาร์ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll ย้ายใหญ่ในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อาทิ สุณี ปิยะพันธ์ุพงศ์ เป็นอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ รัชฎา สุริยกุลฯ เป็นอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ขอแสดงความยินดีด้วย…

 

ll ในที่สุด อภินันท์ จันทรังษี ได้รับเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์ให้เป็น นายกสมาคมนักประชาสัมพันธ์ อีกวาระหนึ่ง…

ll ยินดีกับคุณแม่สาวสวย ณัฐริกา วายุภาพ นิติพน ที่บุตรชาย อติชาต ปุณณกันต์ เรียนจบ สถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต จุฬาฯแล้วในปีนี้…

ll น่าปลื้มที่เด็กวัฒนาวิทยาลัย ได้รับรางวัลชนะเลิศ หนูน้อยยอดนักเล่านิทานระดับประเทศปีที่ 12 รับถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เป็นแชมป์รุ่น 6-9 ปี น้องโปโป-ด.ญ.สิปโปทัย รัตนตั้งตระกูล ชั้น ป.1 เล่าเรื่อง “ทำไม ช.ช้างจมูกยาว” ได้ใจกรรมการแบบเต็มๆ…

ll ลอยเลื่อน บุนนาคชุมนุมเพื่อนสจว.รุ่น 45 และเลี้ยงวันเกิดย่าง 90 ปีแก่ ใบพร หุตะเศรณี ที่ครัว OV รร.วชิราวุธ ถนนพิชัย มีเพื่อนร่วมรุ่น 63 คน ฉลอง 32 ปีที่เป็นเพื่อนกันของรร.สงครามจิตวิทยาหรือสถาบันจิตวิทยาความมั่นคง ฝ่ายอำนวยการ รุ่นนี้มี อาทิ พวงเพชร สารคุณ, สุกัญญา ดีสระวินิจ, เติมศักดิ์ ยศไทย, สุนัย มโนมัยอุดม, อุทิศ สุนทรประดิษฐ์, พล.ต.ภิญโญ ศิระยุทธโยธิน, พล.ร.ต.สุทรรศน์ วงษ์ไทย, พล.อ.ต.ภาสกร จูฑะพุทธิ,พลตรีบุญทน วงศ์ลังกา เมื่อวันก่อน…

ll เจ้าของไอเดียไอศกรีมทุเรียน แห่งร้าน ICE DEA พริมา จักรพันธ์ุ หวั่งหลี มีของใหม่มาให้ฮือฮาอีกแล้วนั่นคือ ไอศกรีมมังคุด ที่เหนือชั้นกว่าผลไม้จริง ก็ตรงที่สามารถรับทานได้ทั้งผล ตั้งแต่เปลือกยันเม็ด…

ll อากาศแบบนี้ต้องบิวท์กันหน่อย สองคู่ชู้ชื่น ไพศาล-ดวงพร ศรีตุลา กับ สุพจน์-รัตนาภรณ์ เกษมอมรลักษณ์ ชวนกันไปทริปฮอกไกโด โดยฝ่ายหญิงเป็นเพื่อนรักกันตั้งแต่เซนต์ฟรัง จนจบวารสารฯ ธรรมศาสตร์ มาด้วยกัน…

ll ข่าวทางไกล นิยม-พันศรี นิตยางกูร กำลังเตรียมตัวรับพายุเฮอร์ริเคนเออร์มาที่จะมาเยือนฟลอริด้า ด้วยการเตรียมน้ำดื่ม เติมน้ำมันรถทุกคันให้เต็มถัง แถมยังเตรียมอาหารง่ายๆ ไว้อีกต่างหาก !!…ll

บารอนเนส

ศิลปินนักแสดง ร่วมพิธีไหว้ครูและครอบครูโขน-ละคอน ณ โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/290594

ศิลปินนักแสดง ร่วมพิธีไหว้ครูและครอบครูโขน-ละคอน ณ โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง

ศิลปินนักแสดง ร่วมพิธีไหว้ครูและครอบครูโขน-ละคอน ณ โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง

วันเสาร์ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง จัดพิธีไหว้ครูและครอบครู โขน-ละคอน ประจำปี 2560 ขึ้น เนื่องในโอกาสที่โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง ได้ครบรอบเปิดดำเนินการให้ความบันเทิงมาเป็นปีที่ 84 โดยมี ดร.ศุภชัย จันทร์สุวรรณ์ ศิลปินแห่งชาติ เป็นประธานผู้ประกอบพิธี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 สิงหาคม ที่ผ่านมา เริ่มงานด้วยพิธีสงฆ์ในช่วงเช้า โดยมี นฤมล ล้อมทอง กรรมการผู้จัดการโรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง ต้อนรับแขกผู้มีเกียรติและศิลปินนักแสดงในวงการบันเทิงมาร่วมพิธีอันเป็นสิริมงคลด้วยความอบอุ่น จากนั้น ศ.(พิเศษ)สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ประธานกรรมการมูลนิธิศาลาเฉลิมกรุง เป็นประธานพิธีจุดธูปเทียน และยังมีนักแสดงศิลปิน อาทิ สุดา ชื่นบาน, วินัย พันธุรักษ์, นันทวัน เมฆใหญ่ สุวรรณปิยะศิริ, เทวัญ ทรัพย์แสนยากร, สุชาติ ชวางกูร, นฤพนธ์-ดวงใจ ดุริยพันธ์, อุมาพร บัวพึ่ง, สมมาตร ไพรหิรัญ, สุพงษ์ กรสวัสดิ์ (เถร แฮงค์), ปิง ฟรุ๊ตตี้, บูรพา อารัมภีร, พชรพล จั่นเที่ยง (วิทย์ AF), สุรินทร์ เมทะนี และอีกมากมายพร้อมด้วยคณะนักแสดงโขน-ศาลาเฉลิมกรุง และนักเรียน นักศึกษาจากสถาบันต่างๆ อาทิ โรงเรียนราชินีบูรณะ, โรงเรียนพุทธบูชา, โรงเรียนเขมะสิริอนุสสรณ์, โรงเรียนวัดราชบพิธ, โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร, โรงเรียนบางละมุง, โรงเรียนมัธยมวัดมกุฏกษัตริย์ และนักศึกษาสาขาวิชาศิลปะการแสดงและนาฏศิลป์ คณะศิลปศาสตร์และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยปทุมธานี รวมทั้งสื่อมวลชนเข้าร่วมในพิธีไหว้ครูและครอบครู ซึ่งเป็นพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ที่ศิษยานุศิษย์พร้อมใจแสดงความเคารพบูชาและน้อมระลึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย รวมถึงบูรพาจารย์ที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ให้ และเพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูต่อครูบาอาจารย์ด้วยความเคารพ สร้างความประทับใจให้กับผู้ที่มาร่วมบวงสรวงในครั้งนี้ด้วยบรรยากาศอันอบอุ่น

นิทรรศการ ‘จิตรกรรมบัวหลวง ครั้งที่ 39’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/290591

นิทรรศการ ‘จิตรกรรมบัวหลวง ครั้งที่ 39’

นิทรรศการ ‘จิตรกรรมบัวหลวง ครั้งที่ 39’

วันเสาร์ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

มูลนิธิบัวหลวง และหอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ขอเชิญชมนิทรรศการจิตรกรรมบัวหลวงครั้งที่ 39 จัดแสดงผลงานรวม 60 ชิ้น แบ่งเป็นผลงานที่ได้รับรางวัลจากการประกวดจิตรกรรมบัวหลวงจำนวน 9 ชิ้น และผลงานที่ได้รับการคัดเลือกอีก 51 ชิ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สนใจร่วมชื่นชมผลงานจิตรกรรมระดับคุณภาพจากเวทีการประกวดที่เก่าแก่ที่สุดเวทีหนึ่งของประเทศไทย

คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ นำโดย ศ.กิตติคุณกำจร สุนพงษ์ศรี ได้พิจารณาคัดเลือกผลงานจิตรกรรมจากผู้ส่งเข้าร่วมประกวดจำนวน 111 ราย รวมผลงาน 152 ชิ้น แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ จิตรกรรมไทยแบบประเพณี จิตรกรรมไทยแนวประเพณี และจิตรกรรมร่วมสมัย ผลงาน
ที่ได้รับรางวัลดังรายละเอียดต่อไปนี้ จิตรกรรมไทยแบบประเพณี งานจิตรกรรมไทยแบบประเพณี เป็นงานจิตรกรรมที่มีแบบอย่าง กระบวนการสร้างสรรค์ แนวความคิด กลวิธีและเรื่องราว เนื้อหาสาระ ที่ดำรงภาพลักษณ์แบบไทยประเพณี รางวัลที่ 1 เหรียญทองบัวหลวง เงินรางวัล 200,000 บาท และทุนทัศนศึกษางานศิลปะในต่างประเทศ ผลงานชื่อ ยมกปาฏิหาริย์ ของ อนุวัฒน์ ลัดดาวัลย์, รางวัลที่ 2 เหรียญเงินบัวหลวง และเงินรางวัล100,000 บาท ผลงานชื่อ โลกวิวรณปาฏิหาริย์ ของ อภิสิทธิ์ เอ้งฉ้วน, รางวัลที่ 3 เหรียญทองแดงบัวหลวง และเงินรางวัล 75,000 บาท ผลงานชื่อ พระพุทธเจ้าโปรดพญาชมพูบดี ของ สมฤทัย วงศ์ใหญ่ จิตรกรรมไทยแนวประเพณี งานจิตรกรรมไทยแนวประเพณี เป็นงานจิตรกรรมที่มีกระบวนการสร้างสรรค์ แนวความคิด กลวิถี และเรื่องราวเนื้อหาสาระ ทั้งภาพลักษณ์และเอกลักษณ์ไทยของงานจิตรกรรมไทยแบบประเพณีมาพัฒนาสร้างสรรค์ให้เข้ากับสมัยนิยม รางวัลที่ 1 เหรียญทองบัวหลวง เงินรางวัล 200,000 บาท และทุนทัศนศึกษางานศิลปะในต่างประเทศ ผลงานชื่อ ความเป็นแม่ ของ ฤทัยรัตน์ คำศรีจันทร์, รางวัลที่ 2 เหรียญเงินบัวหลวง และเงินรางวัล 100,000 บาท ผลงานชื่อ สุนทรียภาพชีวิต ของ ศุภวัฒน์ วิบุลศิลป์, รางวัลที่ 3 เหรียญทองแดงบัวหลวง และเงินรางวัล 75,000 บาท ผลงานชื่อ แดนหิมพานต์ ๙ ของ ธนพล เสือโรจน์ จิตรกรรมร่วมสมัย งานจิตรกรรมร่วมสมัย เป็นงานจิตรกรรมที่มีกระบวนการสร้างสรรค์ แนวความคิด กลวิธี และเรื่องราวเนื้อหาสาระที่มีการแสดงออกอย่างอิสระเสรี รางวัลที่ 1 เหรียญทองบัวหลวง เงินรางวัล 200,000 บาท และทุนทัศนศึกษางานศิลปะในต่างประเทศ ผลงานชื่อ ฉัน + เธอ ปาลฉัตร ยอดมณี,รางวัลที่ 2 เหรียญเงินบัวหลวง และเงินรางวัล 100,000 บาท ผลงานชื่อ ไอเข้ ของ อนันต์ยศ จันทร์นวล, รางวัลที่ 3 เหรียญทองแดงบัวหลวง และเงินรางวัล 75,000 บาท ผลงานชื่อเด็กเร่ร่อน ของสุรเดช วัฒนาประดิษฐ์ชัย

นิทรรศการจิตรกรรมบัวหลวง ครั้งที่ 39 จัดแสดง ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 12 กันยายน 2560 เวลา 10.00-19.00 น. และจะจัดนิทรรศการบัวหลวงสัญจร ระหว่างวันที่ 2 ตุลาคม-15 ธันวาคม 2560 ณ สถาบันวัฒนธรรมศึกษา
กัลยาณิวัฒนา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เพื่อเป็นการขยายโอกาสให้ผู้สนใจศิลปะในส่วนภูมิภาค

คนไทยในยุโรป 18 ประเทศจัดงานเทิดพระเกียรติ ‘ในหลวงในดวงใจ’ ครั้งที่ 4 กลางกรุงลอนดอน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/290602

คนไทยในยุโรป 18 ประเทศจัดงานเทิดพระเกียรติ ‘ในหลวงในดวงใจ’ ครั้งที่ 4 กลางกรุงลอนดอน

คนไทยในยุโรป 18 ประเทศจัดงานเทิดพระเกียรติ ‘ในหลวงในดวงใจ’ ครั้งที่ 4 กลางกรุงลอนดอน

วันเสาร์ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

รายการ “แนวหน้าวาไรตี้” ทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทางสถานี TNN2 ช่อง 784 สัปดาห์นี้พิธีกร “ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย” พาไปพูดคุยกับกลุ่มในหลวงในดวงใจ ซึ่งประกอบด้วยคนไทยที่อาศัยอยู่ในยุโรป 18 ประเทศ ที่พร้อมใจจัดงาน “ในหลวงในดวงใจ ครั้งที่ 4” ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 และเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 โดยปีนี้กลุ่มคนไทยในสหราชอาณาจักรรับเป็นเจ้าภาพ กิจกรรมประกอบด้วยพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลถวาย การจุดเทียนแสดงความอาลัยถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร และทอดผ้าป่าสามัคคีนานาชาติ พร้อมจัดทำเสื้อที-เชิ้ตสีดำสกรีนลาย KING OF HEARTS ในหลวงในดวงใจ เพื่อนำรายได้ส่วนหนึ่งมอบให้วัดพุทธปทีปเพื่อซ่อมบำรุงอุโบสถ และส่วนหนึ่งสมทบมูลนิธิชัยพัฒนา เชิญชวนคนไทยในยุโรปพร้อมใจแต่งกายชุดดำ ร่วมกิจกรรมได้ในวันที่ 14 ตุลาคม 2560 ณ วัดพุทธปทีป กรุงลอนดอนประเทศสหราชอาณาจักร

ตัวแทนกลุ่มในหลวงในดวงใจ เดินทางมาประเทศไทย จัดงานแถลงข่าวเพื่อเผยแพร่การจัดกิจกรรมดังกล่าว เริ่มจาก สุภาภรณ์ เบย์ลิสส์ ตัวแทนจากประเทศอังกฤษ เผยว่า “ในส่วนของประเทศอังกฤษ จัดพิธีบำเพ็ญสวดพระอภิธรรม ถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตลอดหนึ่งเดือน ที่วัดพุทธปทีป 2 รอบ รอบ 4 โมงเย็น และรอบ 1 ทุ่ม ก็จะมีเจ้าภาพหมุนเวียนไป รวมทั้งพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร (ครบ 50 วัน) และ 100 วันด้วย”

(ซ้ายสุด) พิธีกรรายการ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย พร้อมด้วย ผาณิต พูนศิริวงศ์, อัญชะลี ไพรีรัก และตัวแทนกลุ่มในหลวงในดวงใจ
สมศักดิ์ พฤทธยานันท์ ตัวแทนจากสวิตเซอร์แลนด์ เผยว่า “ก็เช่นเดียวกัน ที่สวิตเซอร์แลนด์ เราก็จะมีที่วัดไทย วัดศรีนครินทรวราราม ซึ่งสมเด็จย่า ได้ทรงริเริ่มสร้างขึ้นมา มีพิธีบำเพ็ญสวดพระอภิธรรม ถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมกับที่ประเทศไทย”

วนิชา เทานอก ตัวแทนจากอิตาลี เผยว่า“ในอิตาลี มีการจัดกิจกรรมถวายอาลัย ทั้งเพื่อนในกลุ่มชมรมเมืองมิลาน เบโรน่า ที่มีวัดไทย แล้วก็มีวัดป่าสันตจิตตารามที่กรุงโรม พร้อมทั้งสถานทูตด้วย ตัวดิฉันเองอยู่เมืองโซเรนโต ก็ได้จัดลอยกระทงส่งใจให้พ่อหลวง เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 เป็นกิจกรรมในลักษณะเทิดพระเกียรติและถวายอาลัยแด่พระองค์ท่าน แสดงให้เพื่อนๆ ชาวต่างชาติเห็นว่าเรามีความจงรักภักดี เรารักในหลวงขนาดไหน พระองค์ท่านทรงยิ่งใหญ่ในหัวใจคนไทย”

วัชชรีย์ จเรสมบัติเจริญ ตัวแทนจากประเทศฝรั่งเศส เผยว่า “ที่ประเทศฝรั่งเศส สถานทูตฝรั่งเศสและคนไทยในประเทศฝรั่งเศส ได้จัดพิธีบำเพ็ญสวดพระอภิธรรม ถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่วัดพุทธนานาชาติ แล้วก็วัดธรรมปทีป ทั้ง 2 วัดที่มีคนไทยไปกันมาก”

ยิ่งใกล้ถึงวันถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แม้คนไทยในต่างประเทศอาจจะไม่ได้เดินทางมาร่วมในงานพระราชพิธีในครั้งนี้แต่ในต่างประเทศก็เตรียมจัดกิจกรรม “ในหลวงในดวงใจ ครั้งที่ 4” ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เป็นล้นพ้น

สุภาภรณ์ เบย์ลิสส์ ตัวแทนจากประเทศอังกฤษ เผยว่า “ในวันเสาร์ที่ 14 ตุลาคม 2560 เราจะจัดงาน ในหลวงในดวงใจ ครั้งที่ 4 จุดประสงค์ก็เพื่อที่จะให้เป็นโอกาสสำหรับคนไทยที่ไม่ได้กลับบ้าน จะได้มาร่วมแสดงความจงรักภักดี ถวายความอาลัยแด่พระองค์ท่าน ที่วัดพุทธปทีปร่วมกัน เนื่องในโอกาสการเสด็จสวรรคตครบรอบ 1 ปี”

สุดจิต ทิวารี, จินตนา และ ฯพณฯ กษิต ภิรมย์ อดีตรมว.ต่างประเทศ, ผาณิต พูนศิริวงศ์, วิสาขา พลางกูร, ธนาลัย ลิมปรัตนคีรี และ วรวิมล ณ ระนอง

สมศักดิ์ พฤทธยานันท์ ตัวแทนจากสวิตเซอร์แลนด์ เผยว่า “ที่สวิส ก็มีพิธีทางศาสนา บำเพ็ญพระราชกุศลถวาย ที่วัด โดยทางสถานทูตไทยได้มาร่วมกันจัด ในภาคเอกชนผมต้องไปร่วมงานในหลวงในดวงใจ ครั้งที่ 4 ที่อังกฤษ เพราะฉะนั้นในช่วงเดือนตุลาคมนี้ ที่สวิส เราจะไม่มีงาน เราจะไปรวมกันที่อังกฤษ เป็นงานใหญ่ที่ลอนดอนเลย”

วนิชา เทานอก ตัวแทนจากอิตาลี เผยว่า“ที่อิตาลี ดิฉันก็จะต้องไปร่วมที่อังกฤษเหมือนกัน เพราะที่เราทำติดต่อกันมา ทุกคนที่มีเวลาก็จะไปรวมตัวรวมใจกันที่อังกฤษ หลังจากนั้นคงต้องไปร่วมงานที่สถานทูตไทย เพราะทราบว่าแต่ละสถานทูตไทย เตรียมพร้อมการจัดงานเพื่อถวายความอาลัยแด่พระองค์ท่านเช่นกัน”

วัชชรีย์ จเรสมบัติเจริญ ตัวแทนจากฝรั่งเศส เผยว่า “ที่ประเทศฝรั่งเศส ก็เช่นเดียวกันค่ะ ขณะนี้ทางสถานทูตไทย ก็นัดคนไทยเข้ามาร่วมกันประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ ในวันที่ 14 ตุลาคม 2560 ก็จะจัดงานที่สถานทูต แล้วก็ที่วัดด้วย พร้อมกันทั้ง 2 ที่เลยนะคะ”

สุภาภรณ์ เบย์ลิสส์ เผยว่า “สำหรับการจัดงาน ในหลวงในดวงใจ ครั้งที่ 4 เจ้าภาพคือ ประเทศอังกฤษ ครั้งนี้จะพิเศษต่างจาก 3 ปีที่ผ่านมา คือก่อนหน้านี้เราจะจัดวันที่ใกล้เคียงกับวันเฉลิมพระชนมพรรษา ในเดือนธันวาคม แต่เนื่องจากว่าปีที่แล้วที่เราทุกคนทราบข่าวที่ทำให้ทุกคนต้องน้ำตานองหน้า ทางทีมประเทศอังกฤษก็คิดว่าเราจะจัดเนื่องในการเสด็จสวรรคตครบรอบ 1 ปี แล้วก็เพื่อเปิดโอกาสให้พี่น้องคนไทยในสหราชอาณาจักร และก็ยุโรปที่ใกล้เคียง ได้มาทำบุญถวายเป็นพระราชกุศลร่วมกันที่วัดพุทธปทีปค่ะ”

วนิชา เทานอก เผยว่า “18 ประเทศในยุโรปก็จะมี เดนมาร์ก สโลวีเนีย ไอซ์แลนด์ สวีเดน เนเธอร์แลนด์อิตาลี ฝรั่งเศส-โมร็อกโก สเปน โปแลนด์ ลักเซมเบิร์กฟินแลนด์ ออสเตรีย นอร์เวย์ อิงแลนด์ เช็ก สวิตเซอร์แลนด์เบลเยียม เยอรมนี ที่รวมใจกันจัดงาน ในหลวงในดวงใจ มาแล้ว 3 ครั้ง”

สมศักดิ์ พฤทธยานันท์ เผยว่า “ที่ผ่านมาจัดไปแล้ว 3 ครั้ง ครั้งแรกจัดที่สวิตเซอร์แลนด์ ครั้งที่ 2 จัดที่โรม-อิตาลี ครั้งที่ 3 จัดที่เดนมาร์ก ครั้งที่ 4 จะจัดที่ลอนดอน-อังกฤษ ครั้งต่อไปครั้งที่ 5 ก็จะเป็นที่ปารีส-ฝรั่งเศส แนวคิดเกิดขึ้นมาจากตอนที่ว่า เราคนไทยที่อยู่ต่างแดน ควรจะทำอะไรสักอย่างให้เป็นรูปธรรม ให้คนในท้องที่ได้เห็น ไม่ใช่เราสวดมนต์ไหว้พระกันอยู่แต่ที่บ้าน เราอยากผลักดันให้ออกไปข้างนอก ให้สื่อท้องถิ่นเขาได้เห็นเพราะว่าพอเราจัดอะไรที่นี่ ทีวี.ท้องถิ่นเขาก็จะมา

ช่วงปีแรกที่จัด ก็เป็นครั้งแรกที่จัดเป็นงานเฉลิมพระชนมพรรษา แล้วเราก็คุยกันแล้วว่า สวิสเป็นประเทศที่พระองค์ทรงพำนักอยู่ 18-20 ปี แล้วก็สำเร็จการศึกษาที่นั่น เราก็เลยเลือกที่ลานหน้ามหาวิทยาลัย ที่พระองค์ทรงเคยศึกษา ซึ่งตรงนั้นมันก็จะให้ความรู้สึกเรามากว่า ตรงนี้ที่เรายืนอยู่นี้ พระองค์เคยประทับที่นี่ จากตรงนี้แล้วขึ้นบันไดนี้ ก็ประสบความสำเร็จมาก

ตอนแรกเลย พอเราขออนุญาตไป เราขอไปแค่ 500 คน ที่จะมารวมกันที่ลาน เพราะเราจะต้องขออนุญาตเทศบาล จราจร ทุกสิ่งทุกอย่าง ปรากฏพอเรื่องนี้เข้าไปในกลุ่มยุโรป คุยเฟซบุ๊คกัน ปรากฏว่าทุกคนแสดงความจำนงที่จะมาร่วม กลายเป็นเกือบ 2,000 คน ทีนี้ปัญหามันก็จะตามมาอีก คือวันเวลาจะไม่ได้แล้ว และก็อากาศหนาวมาก จะมากันอย่างไร แล้วก็สถานที่ เมืองโลซานน์ เป็นเมืองที่อยู่บนภูเขา 3 ลูกใช่มั้ยครับ ถนนมันก็จะแคบนิดนึง แล้วถ้าเกิดจะเอารถบัสขนคนขนาดนี้เข้ามา จราจรจะไม่ยอม

วนิชา เทานอก เผยอีกว่า “จำได้ว่าเรายืนกันอยู่ 4-5 ชั่วโมง แล้วก็หนาวมาก แต่มันก็ผ่านมาได้ เพราะใจที่เราจงรักภักดี”

(ซ้าย) พิธีกรรายการ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย และตัวแทนกลุ่มในหลวงในดวงใจ วนิชา เทานอก, วัชชรีย์ จเรสมบัติเจริญ, สมศักดิ์ พฤทธยานันท์ และสุภาภรณ์ เบย์ลิสส์

สมศักดิ์ พฤทธยานันท์ เผยว่า “อันนั้นเป็นครั้งแรกที่ผมเชื่อว่าตอนนั้นที่จุดประกายขึ้นมา แล้วก็ทำให้ทุกคนรู้สึกขอบคุณที่เราได้ทำ เขาบอกว่าเขามาอยู่สวิสบางคนอยู่สวิส 10 กว่าปี แต่ไม่เคยรู้เลยว่า พระองค์ท่านประทับที่นี่นะ อพาร์ทเม้นต์แห่งแรกท่านอยู่ที่นี่นะพระตำหนักอยู่ตรงนี้ แล้วเราก็เลยบอกว่าต่อไปนี้ เราอยากจะให้ทุกคน คนไทยในทุกประเทศจัดงานแบบนี้ต่อเนื่องกันไป ซึ่ง อิตาลี ก็เสนอตัวเลย จัดเป็นอันดับต่อไปเลย”

วนิชา เทานอก เผยว่า “อิตาลี โดยเฉพาะตัวเราเอง เราจะร่วมกัน หรือคนอื่น เราจะไม่รู้จักกันมาก่อน เพียงแต่ว่ามันสื่อตรงกันว่าเรามีหัวใจเดียวกัน ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ แล้วเราเป็นคนไทยที่อยู่ต่างประเทศ เราก็มีอยู่สิ่งนี้ที่เราประสานกันได้ พอมารวมกันแล้วจากเหนือถึงใต้ แล้วพอดีคุณอี๊ดจากทางเหนือ ก็มีทางกลาง แล้วโรม เราจะจัดกันเองอยู่แล้ว แต่เนื่องจากว่าเราก็เป็นเครือข่ายในยุโรปซึ่งทำเป็นจิตอาสากัน แล้วก็คุยกัน ตั้งเป็นกลุ่มขึ้นมา ก็คุยกันไปคุยกันมา พอจัดที่สวิสเสร็จแล้ว ปีที่ 2 ก็เป็นอิตาลี

อิตาลีเองก็เหมือนกันนะ ไม่ใช่ว่าเริ่มแล้วจะได้เลยกว่าจะขออนุญาตอะไรต่ออะไร มันเป็นเรื่องที่ยากมาก โดยเฉพาะเราจะจัดที่กลางกรุงโรม ที่เซนต์ปีเตอร์แอนด์เปาโรม เป็นกลางศาสนาของเขาเลย ตอนแรกที่ขอไปมีอุปสรรคติดขัดมาก แต่วินาทีนั้นซึ่งเราร่วมด้วยช่วยกันจริงๆ ก็มีผู้ใหญ่ที่ใจดีช่วยเหลือ มีน้องคนหนึ่งที่อยู่โรม เป็นเจ้าถิ่น ก็ไปเข้าหาบาทหลวง เข้าใจว่าทำไมถึงต้องจัดแบบนี้ เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงที่มีผู้ก่อการร้าย เขาจะระวังกันมากในเรื่องของความปลอดภัย

เราก็เลยบอกว่า เพราะเรารักพระเจ้าอยู่หัว เราแสดงออกด้วยความจงรักภักดี คนไทยจงรักภักดีต่อพระองค์ท่าน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน แล้วบาทหลวงคนนั้นก็เลยบอกว่า เพราะฉันรักในหลวง ฉันอนุญาตให้เธอใช้สถานที่ตรงนี้เลย เป็นอะไรที่ประทับใจมาก พอได้ทราบจริงๆ แล้วท่านมีความสัมพันธ์กับประเทศไทยมาก กับพระราชวงศ์ทุกพระองค์ เห็นรูปท่านเราน้ำตาไหลเลย”

เรื่องราวดีๆ ที่ครบครันทั้งสาระและบันเทิงแบบนี้ มีให้ชมในรายการ “ผู้หญิงแนวหน้ากับคุณแหน” ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น.ทาง TNN2 (และช่อง 784 ทางดิจิทัลทีวี) หรือ TrueVisions 8 ชมรายการย้อนหลังได้ที่ youtube ผู้หญิงแนวหน้า byคุณแหน

ธัญญาพาร์ค คว้ารางวัลดีเด่นอาคารเขียวในไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/290593

ธัญญาพาร์ค คว้ารางวัลดีเด่นอาคารเขียวในไทย

ธัญญาพาร์ค คว้ารางวัลดีเด่นอาคารเขียวในไทย

วันเสาร์ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ศูนย์การค้า ธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ เผยความสำเร็จการเป็นช็อปปิ้งมอลล์รักษ์โลก คว้ารางวัลดีเด่นอาคารเขียวในไทย และรองชนะเลิศอันดับสองแห่งเอเชียต่อจากประเทศสิงคโปร์ พร้อมเดินหน้าสานต่อความสำเร็จสู่การเป็นแลนด์มาร์ค “Modern ECO Shopping Mall” ของไทย ตอบสนองไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่หันมาใส่ใจสังคมและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น อีกทั้งเพื่อเป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้ด้านอาคารประหยัดพลังงาน

สุนันทา สมบุญธรรม ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์การค้า ธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ กล่าวว่า ปัจจุบันเทรนด์ “รักษ์โลก” ทั้งการอนุรักษ์พลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อม ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเพื่อสังคม แต่กลายเป็น DNA สำคัญของหลายหน่วยงานที่ใช้ในการปลูกฝังองค์กร ให้เห็นถึงความสำคัญและเกิดการลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัวที่สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทหน้าที่การแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ประเทศและโลก อีกทั้งยังเป็นกิจกรรมทางการตลาดที่สำคัญ เพราะไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันได้ให้ความสำคัญกับผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมของการใช้บริการหรือการซื้อผลิตภัณฑ์นั้นๆ เพิ่มขึ้นอีกด้วย

หน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจ “ศูนย์การค้าหรือห้างสรรพสินค้า” ถือเป็นกลุ่มที่มีการใช้พลังงานสูงสุด ต่างหันมาปรับเปลี่ยนรูปแบบองค์กรของตนให้สอดรับกับเทรนด์ดังกล่าว เช่นเดียวกับศูนย์การค้า ธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมมาตั้งแต่การก่อตั้งศูนย์การค้าฯ ภายใต้แนวคิด “ศูนย์การค้ารักษ์โลก หรือ Modern ECO Shopping Mall” ผลสำเร็จล่าสุด คือการได้รับรางวัลดีเด่น ด้านอนุรักษ์พลังงาน ประเภทอาคารสร้างสรรค์เพื่อการอนุรักษ์พลังงาน อาคารเขียว (Green Building) จากการประกวด Thailand Energy Awards 2016 จากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน และรางวัลรองชนะเลิศอันดับสองด้านอนุรักษ์พลังงาน ประเภทอาคารสร้างสรรค์เพื่อการอนุรักษ์พลังงาน อาคารเขียว (Green Building ) จากการประกวด Asean Energy Awards 2016 ณ กรุงเนปิดอว์ ประเทศเมียนมา ที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาแก้ไขปัญหาเรื่องการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังขององค์กร

“กลยุทธ์ของความสำเร็จในครั้งนี้คือ “อาคารเขียว (Green Building)” เป็นการออกแบบอาคารแบบกระจายตัว พร้อมทั้งการกำหนดตำแหน่งการวางอาคาร ให้มีกระแสลมธรรมชาติไหลผ่านตัวอาคารและพื้นที่เปิดของศูนย์การค้า (Open-Air) ได้ตลอดทั้งปี และ นวัตกรรม (Innovation) คือการนำนวัตกรรมเข้ามาใช้ในการก่อสร้าง อย่างเช่น กระจก Low E++ ช่วยลดปริมาณการแผ่รังสีความร้อนเข้าสู่ตัวอาคาร ประกอบกับตัวอาคารสร้างด้วยอิฐก่อ 2 ชั้น เพื่อลดความร้อนจากด้านนอกช่วยให้ด้านในอาคารเย็นขึ้น และภายในตัวอาคารทั้งหมดจะถูกควบคุมและตรวจสอบด้วยนวัตกรรมการจัดการพลังงาน “Energy Management Control System” ที่จะคอยคำนวณปริมาณการใช้ไฟฟ้าให้เหมาะสมในแต่ละพื้นที่และแต่ละช่วงเวลาของวัน เพื่อลดการใช้พลังงานเกินความจำเป็น”

นอกจากนี้ยังมีนวัตกรรมในการจัดการของเสียและบำบัดน้ำเพื่อการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการนำนวัตกรรมนาโนเทคโนโลยี (Nano Technology) มาใช้ในโถปัสสาวะชายเพื่อลดการใช้น้ำแบบ 100% ประหยัดน้ำ 138,700 ลิตร/ปี รวมถึงการใช้นวัตกรรมการบำบัดน้ำเสียจากการล้างมือและการล้างจานในศูนย์อาหาร สามารถนำมาใช้รดน้ำต้นไม้ได้ถึง 70,000 ลิตร ต่อวัน และการสร้างบ่อกักเก็บน้ำฝนใช้แทนน้ำประปาได้ถึง 5.9% พร้อมด้วยการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ โดยติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพื่อจ่ายไฟฟ้าให้แสงสว่างยามค่ำคืนหลังปิดให้บริการ ซึ่งสามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองได้ถึง 9,865.8 kWh ต่อปี รวมไปถึงการนำระบบ Re Generate มาควบคุมการทำงานของลิฟท์ และระบบ Weight Sensor มาใช้ควบคุมบันไดเลื่อนโดยสาร ให้สามารถผลิตไฟฟ้าเพื่อการทำงานได้ในตัวเองสามารถช่วยประหยัดพลังงานได้ถึง 20%

สุนันทา กล่าวต่อว่า “แนวคิดด้านการอนุรักษ์พลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อมถือเป็นเรื่องสำคัญ และกลายเป็นเทรนด์การตลาด ที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในยุคนี้ไปแล้ว ปัจจุบันจะเป็นยุคดิจิตอล แต่ผู้บริโภคก็ยังคงให้ความสำคัญกับเรื่องการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น เห็นได้จากเทรนด์การใช้ถุงผ้าในการจับจ่ายซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ต การปั่นจักรยานแทนการใช้รถยนต์ การใช้รถสาธารณะแทนการใช้รถส่วนตัว รวมไปถึงการเลือกใช้บริการหรือการเลือกซื้อสินค้าต่างๆ ของผู้บริโภค ไม่ได้พิจารณาแค่คุณสมบัติของสินค้าหรือบริการที่ตอบสนองความต้องการเพียงอย่างเดียว แต่พิจารณาไปถึงนโยบายขององค์กรนั้นๆ ว่ามีความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ เป็นอย่างไร เพราะการเลือกสินค้าหรือบริการ เปรียบเสมือนการได้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมสิ่งดีๆ ที่องค์การนั้นได้ปฏิบัติด้วย โดยศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ จะยังคงเดินหน้าจัดหานวัตกรรมใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมต่างๆ มาใช้ภายในศูนย์การค้าฯ ให้เพิ่มมากขึ้น รวมไปถึงการจัดกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม และการมุ่งมั่นพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความเข้าใจด้านการอนุรักษ์พลังงาน จนเกิดเป็นจิตสำนึกในการลงมือปฏิบัติ ไม่ใช่ปฏิบัติเพราะเป็นเพียงหน้าที่ เพื่อมุ่งหวังให้ศูนย์การค้าฯ กลายเป็นแลนด์มาร์ค “Modern ECO Shopping Mall” ของประเทศไทย และที่เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมของเยาวชนและประชาชนทั่วไป”

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 9 กันยายน 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/290584

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 9 กันยายน 2560

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 9 กันยายน 2560

วันเสาร์ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“มา 4 จ่าย 3” ชวนชิมอะลาคาร์ทบุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่น ที่คัดสรรวัตถุดิบพรีเมียมนำเข้ามาปรุงรสอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นแท้ อาทิ ซาชิมิ, เทปปันยากิ ปลาแซลมอน ปลาซาบะ ปลาหมึก กุ้ง หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์, ซูชิปลาโอ ไข่กุ้ง ปลาหมึกยักษ์ ปลาแซลมอน ไข่หวาน, สเต๊กเนื้อ, ปลาแซลมอนย่างเกลือหรือซีอิ๊ว, ปลาซาบะย่างซีอิ๊ว, เทมปุระกุ้ง ฯลฯ ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ ในราคาท่านละ 880 บาท++ พิเศษ! มา 4 จ่าย 3 วันนี้-31 ต.ค. ที่ห้องอาหารญี่ปุ่นฮากิ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ โทร.02-5411234 ต่อ 4151

“อาหารอีสานสุดแซ่บ” ชวนชิมอาหารอีสานรสเด็ด อาทิ ส้มตำหลากหลายเมนู ทั้งตำไทย, ไทยปู, ตำแตง, ตำถั่ว, ตำซั่ว, ตำไข่เค็ม ฯลฯ ลาบหมู, ลาบไก่, ลาบเป็ด, ลาบปลาดุก, แกงอ่อมหมูสารพัดผัก, แกงเห็ดรวม, แกงผักหวานไข่มดแดง ฯลฯ พร้อมบุฟเฟ่ต์อินเตอร์ที่หมุนเวียนให้ได้อร่อยกันทุกวัน มื้อเที่ยงในราคาท่านละ 550 บาท บุฟเฟ่ต์อินเตอร์พร้อมซุ้มข้าวต้มมื้อค่ำในราคาท่านละ 690 บาท วันนี้-30 ก.ย. ที่ห้องอาหารเปรมประชากร โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น โทร.02-5755599

“เมนูเพื่อสุขภาพ” ชวนชิมเมนูรวมมิตรผักย่างราดซอสสตรอเบอร์รี่ และเต้าหู้ผัดธัญพืชเสิร์ฟกับข้าวไรซ์เบอร์รี่ เอาใจผู้รักสุขภาพ รับประทานง่ายและอยู่ท้อง วันนี้-30 ก.ย. นอกจากนี้ยังมีบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติมื้อค่ำ ที่มีให้เลือกมากกว่า 50 รายการ พร้อมเมนูข้าวต้มและเครื่องเคียง ที่ห้องอาหารทิโวลี่ คอฟฟี่ ช็อป โรงแรมเอเชีย กรุงเทพ โทร.02-2170808 ต่อ 5291

ชวนชิม

“บุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติ” ชวนชิมอาหารนานาชาติและเมนูอะลาคาร์ทเลิศรสหลากหลายเมนู อาทิ ซีฟู้ดรีซ็อตโต้ ที่เสิร์ฟพร้อมหอยเชลล์ตัวโตพันด้วยเบคอน หรือจะเป็นเฟตตูซินี่เสิร์ฟพร้อมเห็ดพอร์โทเบลโล, โคลด์คัท, เนื้อสันในย่าง, แกงกะหรี่สไตล์อินเดีย, ข้าวมันไก่ไหหลำ, แกงเผ็ดเป็ดย่าง ฯลฯ บุฟเฟ่ต์มื้อกลางวันจันทร์-เสาร์ ในราคาท่านละ 1,100 บาท++ บุฟเฟ่ต์มื้อค่ำวันอาทิตย์-พฤหัสบดี ท่านละ 1,300 บาท++ บุฟเฟ่ต์อาหารทะเลมื้อค่ำวันศุกร์-เสาร์ท่านละ 1,600 บาท++ บุฟเฟ่ต์มื้อบรันช์วันอาทิตย์ท่านละ 1,800 บาท++ พร้อมรับบอสตันล็อบสเตอร์ฟรี โต๊ะละ 1 จาน วันนี้-31 ต.ค. ที่ห้องอาหารเลเทส เรซิพี โรงแรมเลอ เมอริเดียน กรุงเทพ โทร.02-2328888

“เป็ดตุ๋นหยกจ๊ก” ชวนชิมเมนูระดับฮ่องเต้ กับซุปรสชาติกลมกล่อมสไตล์ฮ่องกง ซดร้อนๆ คล่องคอ และเป็ดเนื้อนุ่มผัดกับหอมแดงผสมเหล้าจีนจนหอมได้ที่ ก่อนตุ๋นในน้ำสต๊อกไก่นานถึง 2 ชั่วโมง พร้อมด้วยสมุนไพรจีนหลากหลายชนิด อาทิ ตังเซียม, แป๊ะก๊วย และหยกจ๊ก ให้บริการในรูปแบบบุฟเฟ่ต์แบบไม่จำกัดเวลา มื้อเย็นในราคาท่านละ 880 บาท ที่ห้องสเตลล่า พาเลซ ชั้น 79 โรงแรมใบหยก สกาย โทร.02-6563939

“Dry Aged Black Angus” ชวนชิมสเต๊กเนื้อเลิศล้ำคัดสรรจากลูกวัวที่ถูกเลี้ยงด้วยธัญพืชอย่างดีเป็นเวลา 270 วัน สัมผัสความนุ่มละมุนของสเต๊กเนื้อที่ผ่านขั้นตอนการ Dry Aged และนำมาปรุงเป็นเมนูพิเศษ ส่วนริบอาย พร้อมซอสสูตรพิเศษที่สามารถเลือกได้ตามต้องการ ในราคา 2,100 บาท++ที่ห้องอาหารริบรูม แอนด์ บาร์ สเต๊กเฮ้าส์ ชั้น 31 โรงแรมแลนด์มาร์ค กรุงเทพฯโทร.02-2540404 ต่อ 7777

ชวนช็อป

“Start Up Market 2017” ชวนช็อปสินค้าคุณภาพ ทั้งสินค้าเกษตรและสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไปจากผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ อาทิ แชมพูสุนัขจากนมแพะ, จิ้งหรีดอบกรอบ, ภาชนะและบรรจุภัณฑ์จากแป้งมันสำปะหลัง, สบู่ดอกเกลือทะเล, ชุดปลูกผักไร้ดิน, ข้าวเกรียบกือโป๊ะ ฯลฯ ระหว่างวันที่ 14-17 ก.ย. ที่ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 และชั้นจี ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา แจ้งวัฒนะ

“Camera Fest 2017” ชวนช็อปกล้องและแอคเซสซอรี่ฮอต รุ่นใหม่ล่าสุดจากทุกแบรนด์ดังลดสูงสุดกว่า 80% พิเศษ! ช็อปครบ 1,000 บาท รับคูปองเงินสดมูลค่า 500 บาท เพื่อช็อปต่อในโซนคาเมร่ามาสเตอร์ฟรีทันที พร้อมพบปะพูดคุยกับบล็อกเกอร์นักถ่ายภาพและกูรูด้านการถ่ายภาพแนวท่องเที่ยวที่จะมาให้ความรู้สกิลการถ่ายให้ได้ภาพสวย ระหว่างวันที่ 11 ก.ย.-10 ต.ค. ที่ชั้นจี โซนพญาไทฮอลล์ ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์

“โฮมโปร แฟร์” ชวนช็อปสินค้าเรื่องบ้านและสินค้าอื่นๆ มากมาย ในบรรยากาศตลาดย้อนยุค ที่อบอวลไปด้วยเสน่ห์แบบไทยๆ ลดสูงสุด 70% พร้อมโปรโมชั่นสินค้าราคาสุดพิเศษ พร้อมสนุกสนานกับโบโซ่ อิ่มอร่อยกับหลากหลายอาหารท้องถิ่นหาทานยาก วันนี้-10 ก.ย. ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติฯ ม.อ.หาดใหญ่

ชวนใช้

“สนุกจุใจ” ชวนใช้บัตรเที่ยวดรีมเวิลด์ สนุกจุใจกับเครื่องเล่นกว่า 25 รายการแบบไม่อั้นตลอดทั้งวัน ทั้งทอร์นาโด, เฮอริเคน, สกายโคสเตอร์, ไวกิ้งส์, ซูเปอร์สแปลช, แกรนด์แคนยอน ฯลฯ พร้อมชมโชว์เบื้องหลังการถ่ายทำภาพยนตร์สไตล์ฮอลลีวู้ดแอ๊กชั่น, การแสดงของสัตว์เลี้ยงแสนรู้ที่ฟาร์มลุงทอม ฯลฯ ในราคาพิเศษเพียง 500 บาท จากปกติ 600 บาท วันนี้-30 ก.ย. ที่สวนสนุกดรีมเวิลด์ โทร.02-5778666

“Classical Retreat” ชวนใช้แพ็กเกจสปาผ่อนคลายร่างกายอย่างล้ำลึก ตลอดระยะเวลา 90 นาที เริ่มต้นด้วยการนวดศีรษะเพื่อลดความตึงเครียดจากชีวิตประจำวัน 30 นาที จากนั้นต่อด้วยนวดน้ำมันร้อน 60 นาที ในราคา 1,500 บาทสุทธิ วันนี้-30 ก.ย. ที่เดอะ สปา โรงแรมวินเซอร์ สวีทส์ สุขุมวิท 20 โทร.02-2621234 ต่อ 1233

“All-Inclusive Beach Holiday” ชวนใช้แพ็กเกจห้องพัก ทรอปิคอลสวีทหรือทรอปิคอลแฟมิลี่สวีท 2 คืน พร้อมอาหารเช้า กลางวัน ค่ำ, รถรับ-ส่งสนามบินตราด, เล่นกีฬาทางน้ำที่ไม่ใช้เครื่องยนต์ อาทิ การดำน้ำตื้น, พายเรือคายัค และวินด์เซิร์ฟ ฯลฯ ในราคาเริ่มต้นที่ 9,005.94 บาท++ เพียงทำการจองผ่านเว็บไซต์ของโรงแรมและเข้าพักตั้งแต่วันนี้-31 ต.ค. ที่เซ็นทารา ชานทะเล รีสอร์ทและวิลลา ตราด โทร.02-1011234

ชวนชม

“กระจกหกด้าน” ชวนชมสารคดีกระจกหกด้าน ตอนท.ไทย สมัยนิยม ผ้าไหมไทย ที่คิดประดิษฐ์ด้วยมันสมองและสองมือ เป็นเครื่องนุ่งห่มหนึ่งในปัจจัย 4 ในวันพุธที่ 13 ก.ย. และตอนที่ทำงานบันดาลใจ ในวันพฤหัสบดีที่ 14 ก.ย. เวลา 15.45-16.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

“วันแห่งการขอบคุณผู้บริจาคสเต็มเซลล์” ชวนชมการเสวนาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ ชมนิทรรศการเกียรติยศและนิทรรศการให้ความรู้ ร่วมสนุกชิงรางวัล ในวันอาทิตย์ที่ 17 ก.ย. เวลา 08.30-15.30 น. ที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถ.อังรีดูนังต์ โทร.02-2564300, 02-2639600-99 ต่อ 1760,1761,1771

“เทศกาลเที่ยวงานวัด ครั้งที่ 17” ชวนชมกิจกรรมมากมายบนเวทีมหรสพ เกมมหาสนุก ตลาดย่านดัง 2 ฝั่งกรุง อาทิ วัดโพธิ์, หน้าพระลาน, ราชดำเนิน, บางลำพู, บางกอกน้อย ฯลฯ ย้อนรอยตำนานยักษ์วัดแจ้งและยักษ์วัดโพธิ์ พร้อมสักการะพระพุทธรูปองค์จำลองจาก 5 พระวัดดังและวัดพระอารามหลวง วันนี้-17 ก.ย. ที่ชั้น 1 ศูนย์การค้าแฟชั่น ไอส์แลนด์ โทร.02-9475000

คูโบต้าหนุนคนรุ่นใหม่ สานฝันสู่อาชีพเกษตรกรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/290420

คูโบต้าหนุนคนรุ่นใหม่  สานฝันสู่อาชีพเกษตรกรรม

คูโบต้าหนุนคนรุ่นใหม่ สานฝันสู่อาชีพเกษตรกรรม

วันศุกร์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

จากนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการขับเคลื่อนประเทศเข้าสู่ยุค Thailand 4.0เน้นการพัฒนาทุกภาคส่วนโดยนำนวัตกรรมสมัยใหม่เข้ามาช่วย สำหรับภาคการเกษตรเองก็อยู่ในระหว่างการปรับเข้าสู่ยุคเกษตร 4.0นำวิถีทางแห่งนวัตกรรมและการเพิ่มมูลค่า โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน พร้อมด้วยองค์ความรู้ในด้านเทคโนโลยี การแปรรูป และการทำตลาด มาเป็นพื้นฐานในการพัฒนา และสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่ หรือ Smart Farmerที่จะเป็นกำลังหลักในการเปลี่ยนแปลงภาคกสิกรรมให้ก้าวไปสู่ยุคเกษตร 4.0 ตามที่หวังไว้

บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการสร้าง Smart Farmer จากกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่สนใจในด้านการเกษตร จึงได้จัดโครงการ “KUBOTA Farmer Academy 2017” ขึ้นที่ศูนย์เรียนรู้ชุมชนพลังเกษตรสร้างสุขสยามคูโบต้าเกษตรทิพย์อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ ภายใต้แนวคิด “Real Smart Farmer : ลงมือจริง บนพื้นที่จริง กับเกษตรกรตัวจริง” เรียนจากผู้รู้จริง สร้างประสบการณ์ตรงจากการลงมือทำ โดยใช้องค์ความรู้ KUBOTA (Agri) Solutions เกษตรครบวงจร ที่ช่วยยกระดับเกษตรกรรมไทยด้วยนวัตกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรและนวัตกรรมการเพาะปลูกที่มีประสิทธิภาพ

นายโอภาศ ธันวารชร กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ได้เล่าถึงที่มาของโครงการว่า “สำหรับโครงการ KUBOTA Farmer Academy เพื่อส่งเสริมและสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ตระหนักถึงความสำคัญของการทำการเกษตร ตลอดจนสามารถนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้และพัฒนาต่อยอดกับอาชีพเกษตรกรรมในอนาคต ผ่านหลักสูตรการทำนาแบบครบวงจรที่เน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเกษตรควบคู่กับการลงมือปฏิบัติจริง เป็น Smart Farmer ที่มีแนวทางในการทำเกษตรกรรมที่เข้มแข็ง และรู้จักการนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาพัฒนาภาคการเกษตรของไทย ให้ตอบโจทย์ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้ภาคเกษตรของไทย เป็นเกษตรกรรม 4.0

“ในปีแรกที่เราได้จัดกิจกรรมไปมีผู้เข้าร่วมโครงการในรุ่นที่ 1 หลายคน ได้นำความรู้และประสบการณ์ที่ได้ไปต่อยอดประกอบอาชีพเกษตรกรรมจนประสบความสำเร็จ เราก็รู้สึกดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมสร้าง Smart Farmer รุ่นใหม่ ถือว่าโครงการที่เราดำเนินการประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่ได้ตั้งไว้ บริษัทฯจึงได้จัดโครงการ KUBOTA Farmer Academy2017 ขึ้นเป็นปีที่ 2 เพื่อเปิดโอกาสให้บุคคลรุ่นใหม่ที่มีความสนใจในการเป็น Smart Farmerเข้ามาร่วมทำกิจกรรม และนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้ไปพัฒนาสู่การเป็น Smart Farmer ที่จะเป็นพลังคนรุ่นใหม่ในการเข้ามาขับเคลื่อนภาคเกษตรกรรมของไทยให้เดินหน้าต่อไปอย่างยั่งยืน”

สำหรับกิจกรรมที่เกิดขึ้นในโครงการ “KUBOTA Farmer Academy 2017” ตลอดระยะเวลา 5 วัน 4 คืน ณ ศูนย์เรียนรู้ชุมชนพลังเกษตรสร้างสุขศูนย์เรียนรู้ชุมชนพลังเกษตรสร้างสุขสยามคูโบต้าเกษตรทิพย์นั้น มีทั้งการเรียนรู้การทำนาแบบครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่การคัดเลือกพันธุ์ เตรียมดินปลูก บำรุงรักษาเก็บ เกี่ยว กระบวนการหลังการเก็บเกี่ยว ทดลองการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรที่จะเข้ามาตอบโจทย์การทำนาในยุคใหม่ ในทุกขั้นตอนไม่ว่าจะเป็นการเตรียมดิน การปลูกข้าว การเก็บเกี่ยว กระทั่งการอัดฟาง ซึ่งมักเป็นของเหลือที่ถูกทิ้งเปล่าหลังการเก็บเกี่ยวข้าวทั้งที่สามารถนำมาสร้างให้เกิดรายได้ รวมถึงการพูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์จากเกษตรกรมืออาชีพ และผู้ที่ประสบความสำเร็จจากรุ่นที่ 1

ลุงบุญมี สุระโคตร เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาอาชีพทำนา ประจำปี 2554 และประธานศูนย์เรียนรู้ชุมชนพลังเกษตรสร้างสุขสยามคูโบต้าเกษตรทิพย์ ได้แบ่งปันประสบการณ์ว่า “ทุกย่างก้าวที่ผมก้าวเดินไป คือ ตำราเรียน ทุกครั้งที่ผมเดินทางไปภูมิภาคต่างๆ ผมมักจะเก็บข้อมูลเรื่องข้าวของภาคนั้นๆ ดูในเรื่องความต่างและจุดเด่นของข้าวแต่ในละพื้นที่ แล้วเอามาวิเคราะห์ดูว่าเราจะสามารถปลูกข้าวแบบไหนให้ตรงกับความต้องการของคนในพื้นที่นั้น และสิ่งสำคัญที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผมหันมาทำเกษตรอินทรีย์ คือ ผู้มีพระคุณของแผ่นดิน นั่นก็คือพระแม่ธรณี ถ้าทุกคนใช้สารเคมีก็เหมือนเราทำร้ายผู้มีพระคุณ ผมจึงได้น้อมนำปรัชญาขององค์พ่อหลวงรัชกาลที่ 9 ในเรื่องการรู้คุณแผ่นดินมาใช้”

นอกจากความสนุกสนานในการเตรียมความพร้อมและลงมือเพาะปลูกแล้ว ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังได้เรียนรู้การต่อยอดเพื่อเพิ่มมูลค่าจากผลผลิตเกษตรเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น การทำไอศกรีม ชาข้าว สบู่ ฯลฯ และได้เพิ่มพูนองค์ความรู้ในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ และการหาช่องทางการจัดจำหน่าย อันจะมีความสำคัญในการนำไปต่อยอดธุรกิจของตนเองได้ นอกจากนี้สิ่งที่มากกว่าประสบการณ์ในการลงมือทำที่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รับ ก็คือ มิตรภาพดีๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างเพื่อนใหม่ที่ได้พบจากการทำกิจกรรมนี้ อันจะเป็นเครือข่ายด้านการเกษตรที่สามารถช่วยเหลือแบ่งปันความรู้กันได้ในอนาคตอีกด้วย