ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/290727

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/290727

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/290729

iPhone 8
สิ้นสุดการรอคอยสำหรับ “สาวกไอโฟน” โดย แอปเปิ้ล ประกาศเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ ในวันที่ 12 กันยายน 2560 ล่าสุดได้ส่งหมายเชิญสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการแล้ว
อย่างไรก็ตามบริษัทไม่ได้ระบุว่า iPhone ที่จะเปิดตัวในงานนั้นมีรุ่นอะไรบ้าง แต่คาดว่า น่าจะมี iPhone 8, iPhone 7S และ iPhone 7S Plus พร้อมเปิดตัวอุปกรณ์คอนโทรล “Dock” แค่ปัด ก็สามารถเปิดและสลับแอพบนหน้าจอได้ทันที สามารถเรียงลำดับแอพที่ใช้งานบ่อย

พลังน้ำ
โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำตรังซอน ในเวียดนามได้เริ่มปฏิบัติงานเพื่อสร้างกระแสไฟฟ้าแล้ว โดยใช้เทคโนโลยีของ โตชิบา โดยบริษัทได้ส่งมอบระบบผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานน้ำ จำนวนทั้งสิ้น 4 โรง สำหรับใช้ใน โรงไฟฟ้ากำลังการผลิต 260 เมกะวัตต์แล้ว
ทั้งนี้เวียดนามวางแผนที่จะขยายฐานการผลิตไฟฟ้า ให้ได้ 75 กิกะวัตต์ ในปี 2563 และจะเพิ่มเป็น 146.8 กิกะวัตต์ ภายในปี 2573

แท็กซี่อนาคต
นี่คือยานยนต์แห่งอนาคตจริงๆ โดย Lilium Aviation บริษัทสตาร์ท อัพในเยอรมนี ได้เผยความคืบหน้าของ Lilium อากาศยานส่วนบุคคลแห่งอนาคต โดยบริษัทตั้งเป้าที่จะเป็นแท็กซี่บนท้องฟ้าเลยทีเดียว
Lilium บินได้ความเร็วถึง 300 กม./ชม.ล่าสุดบริษัทอยู่ระหว่างเจรจาดึงผู้ถือหุ้น มาสานฝันให้ Lilium เปิดบินให้บริการได้จริง

LG G6
แอลจี พร้อมเปิดตัวสมาร์ทโฟน LG G6พร้อมประกาศคืนสังเวียนสู่ “พรีเมียมสมาร์ทโฟน”อีกครั้ง
สมาร์ทโฟน รุ่นนี้โดดเด่นด้วยหน้าจอแบบ FullVision ขนาด 5.7 นิ้ว มาพร้อมเกมส์ 6 เกมส์ กล้องหลังคู่ขนาด 13 MP กันน้ำได้ลึกถึง 1.5 เมตร นานกว่า 30 นาที หน่วยความ RAM 4GB / ROM 64GB สนนราคา 24,990 บาท
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/290720

รัชกาลที่ ๖ ทรงเปลี่ยนธงช้างเป็นธงแถบก่อนธงไตรรงค์
วันที่ ๑๓ กันยายน ที่จะถึงนี้เป็นวันธงช้างอุไทยธานีครบ ๑๐๑ ปี ก่อนถึง ๑๐๐ ปี ธงไตรรงค์เป็นธงชาติ วันที่ ๒๘กันยายน ช่วงว่าง ๑ ปีนั้น เป็นธงแถบสีครั้งแรกของประเทศคือ ธงแถบสีขาวแดง ที่ใช้เป็นธงชาติ ๑ ปี เฉพาะราชการธงช้างเดิมนั้นยังใช้กันอยู่ทั่วไป ดังนั้นโอกาสที่ใช้ธงแถบสีขาวแดงนั้น ราษฎร์จึงไม่มีโอกาส เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ได้เสด็จแปรพระราชฐานเสด็จประพาสไปตามหัวเมืองชายน้ำต่างๆ นั้น พระองค์ทรงถือโอกาสเสด็จฯตรวจราชการที่เมืองอุไทยธานี ครั้งนั้น จมื่นอมรดรุณารักษ์ได้เล่าไว้ใน วชิราวุธานุสรณ์ พ.ศ.๒๔๙๖ เรื่อง “ธงชาติไทย” ว่า
“พอเวลาบ่ายของวันที่ ๑๒ กันยายน พ.ศ.๒๔๕๙ เรือยนต์พระที่นั่งประจำทวีปนำโดยเรือยนต์ของจังหวัดอุทัยธานี พร้อมด้วยเรือพระที่นั่งรองและเรือพระประเทียบทั้งหลาย อันแล่นเป็นขบวนลดหลั่น แต่ช้าๆ สง่างามเป็นทิวแถวแล่นเข้าเทียบท่า หน้าเมืองอุทัยธานี ท่ามกลางเสียงโห่ร้องถวายสดุดีต้อนรับอยู่กึกก้องของบรรดาข้าราชการและประชาชนชาวจังหวัดทั้งจังหวัด ที่มาคอยเฝ้าแน่นขนัดสองฝั่งแม่น้ำสะแกกรังอย่างล้นหลาม ณ ริมแม่น้ำศาลากลาง จังหวัด อันเป็นศูนย์กลางของตัวเมือง ที่เรือพระที่นั่งเข้าจอดเทียบท่าเป็นฉนวนใหญ่ยาว หลังคามุงจากสูงรโหฐาน พอเรือยนต์พระที่นั่งและเรืออื่นๆ จอดพักได้สบาย ตัวพลับพลาที่ประทับนั้นสร้างด้วยไม้ไผ่อันเป็นของพื้นเมืองที่หาได้จากภูมิประเทศใกล้เคียง มุงหลังคาจาก รูปลักษณะสี่เหลี่ยมทำนองศาลา แต่กั้นห้องเรียบร้อยและสวยงามด้วยไม้ไผ่เขียวสด ยังเครื่องใช้ต่างๆ ที่จัดไว้ถวาย เช่น โต๊ะ เก้าอี้ที่ประทับอื่นๆ ก็จัดสรรขึ้นด้วยไม้ไผ่ของพื้นเมืองเราทั้งสิ้นนับว่าเป็นศิลปะของไทยแท้ที่ทำด้วยความฉลาดสามารถเป็นที่สะดุดตาอย่างอวดฝีมือกันทีเดียว ทั้งนี้ปรากฏว่าเป็นที่สบพระราชหฤทัยและถึงกับรับสั่งชมเชยเป็นอันมากในวันนั้นหลังจากได้เสด็จขึ้นบนพลับพลาให้บรรดาข้าหลวงและเหล่าข้าราชการประจำท้องที่เฝ้าฯ รับเสด็จกับได้ทรงมีพระราชดำรัสปฏิสันถารโดยควรแก่เวลาแล้วได้ประทับแรมของการประพาสเมืองอุไทยธานี

ครั้งวันรุ่งขึ้น ซึ่งเป็นวันกำหนดเสด็จประพาสวัดเขาสะแกกรัง บรรดาผู้ตามเสด็จเตรียมคอยอยู่พร้อมณ หน้าพลับพลาหลวงที่ประทับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแต่พระองค์ด้วย พระภูษาม่วงหางกระรอกสีปีกแมลงทับ ส่วนฉลองพระองค์แพรขาวแบบข้าราชการกระดุมทองลงยาห้าเม็ด ทรงพระมาลาแบบปีกกว้าง หางนกยูงมีทานพระกรอยู่ในพระหัตถ์ และทรงฉลองพระบาทสวมหุ้มส้นอย่างธรรมดา ก็เสด็จขึ้นประทับนั่งพระแคร่หามโดยพระตำรวจหลวงซึ่งแต่งกายแบบไทยเดิมคือ นุ่งม่วงสีน้ำเงินสวมเสื้อนอกกระดุมห้าเม็ดสีขาวคาดรัดประคดแดง ใส่ถุงเท้าขาวและรองเท้าแบบสวม สวมหมวกทรงประพาส มีมหาดเล็กถวายพระกลดเดินเคียงไปใกล้ๆ แวดล้อมด้วยราชองครักษ์ทั้งสี่และข้าราชบริพารใหญ่น้อยตามลำดับชั้น เคลื่อนขบวนเสด็จออกจากพลับพลาหน้าเมืองไปตามถนนเลียบริมน้ำ ท่ามกลางประชาชนที่คอยเฝ้าชมพระบารมีอยู่แออัดตลอดทาง ฯลฯ…บริเวณตลาดอันยาวเหยียดซึ่งมีสภาพเป็นห้องแถวข้างทางที่ขบวนเสด็จผ่านนี้จึงเป็นริ้วติดต่อกันมิขาดด้วยผืน ผ้าสีขาว-แดง ที่ประดับตกแต่งจีน ห้อยในลักษณะต่างๆ จนลานตา รอบบริเวณนั้นแออัดแจจันอยู่ด้วยมวลราษฎร ซึ่งล้นหลามมาคอยเฝ้าฯรับเสด็จจนตำรวจภูธรที่ฝ่ายบ้านเมืองจัดประจำเป็นระยะห่างๆ ไว้สองข้างแทบจะห้ามกันไว้ไม่ไหว เสียงบอกกล่าวเล่าสิบก็เซ็งแซ่อยู่มิขาด บรรดาชาวชนบททั้งใกล้และไกลที่มาชุมชนอยู่ ณ ที่นี้ ล้วนแต่แต่งตัวฉูดฉาดอย่างที่เขาคิดว่างดงามหรูหราเป็นประวัติการณ์ไม่ว่าแก่เฒ่าลูกเด็กเล็กแดงดูเหมือนจะไม่มาไม่ได้เป็นอันขาด ขบวนเสด็จผ่านไปถึงที่ใด ก็พากันหมอบก้มกราบบลงกับพื้นและแซ่ซ้องร้องสาธุการด้วยความชื่นชมพระบารมี”
ในระหว่างทางเสด็จพระราชดำเนินนั้น พระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็นธงชาติรูปช้างผืนหนึ่งในลักษณะช้างนอนหงายเอาสี่เท้าชี้ขึ้นฟ้าอยู่ อันเป็นเหตุให้เห็นใจพสกนิกรอย่างยิ่งควรที่จะได้รับการแก้ไขใหม่คือการใช้ธงชาติไทยโดยเปลี่ยนเป็นแถบสีแทนใช้รูปช้างเสีย เพื่อสะดวกในการใช้ให้เหมือนนานาประเทศ ดังนั้นก่อนจะถึงวัน ๑๐๐ ปีธงชาติไทยที่เป็นธงไตรรงค์นั้น เมืองอุไทยธานีจึงเป็นเมืองเดียวที่ต้องจัดวันที่ระลึก “วันธงช้างอุไทยธานี” ขึ้นซึ่งเป็นการเปลี่ยนธงช้างเป็นธงแถบสีขึ้นครั้งแรกของประเทศ คือ ธงแถบสีขาว-แดง ดังนั้้นจึงต้องเน้นความสำคัญเรื่องนี้ชนิดย้อนสมัยกัน ส่วนได้สาระข้อเท็จจริงจนมีความสำคัญของวันนี้นั้้นต้องไปค้นหาเท่ี่ยวกันให้ได้

ธง-แถบขาว-แดง

ธงช้าง

ชาวอุทัยธานีเฝ้าฯรับเสด็จ

ตลาดถนนท่าช้าง


วันธงช้างอุทัยธานี
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/290728

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/290750

ll สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินพระราชทานเพลิง พล.ต.อ.พจน์ บุณยจินดา(อดีตอธิบดีกรมตำรวจ) ณ เมรุหน้าวัดธาตุทอง พระอารามหลวง วันอาทิตย์๑๐ ก.ย. เวลา ๑๗.๓๐ น. …
ll พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภาทรงรับการทูลถวาย ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขากฎหมาย ณ ม.อู่ฮั่น สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อศุกร์ ๘ ก.ย. …
ll สัปดาห์แห่งการเดินทางของ หัวหน้าคสช.และนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พร้อม รศ.นราพร จันทร์โอชากลับจากประชุมกลุ่มประเทศบริคส์ ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อต้นสัปดาห์อยู่เมืองไทย หนึ่งวัน ต้องบินไปกัมพูชาพร้อมคณะรัฐมนตรีเพื่อประชุมครม.ร่วมกับนายกฯ กัมพูชาฮุนเซน พร้อมคณะรัฐมนตรี เพื่อประโยชน์ของไทยและกัมพูชา อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย และ ๑๔ ก.ย.นี้ เวลา ๑๔.๐๐-๑๖.๐๐ น. เป็นประธานแถลงยุทธศาสตร์ชาติ-ยุทธศาสตร์ทหาร แก่นักศึกษาวปอ. ๕๙…
ll ฟังรองนายกฯดร.วิษณุ เครืองาม พูดถึงกกต. “กกต.ตอบเพียงว่า การกำหนดวันดังกล่าวจะถูกหรือผิดไม่สำคัญ แต่กกต.จำต้องกำหนดเพื่อประโยชน์ของเจ้าหน้าที่ในการทำงาน ไม่เช่นนั้นจะอยู่ไปโดยที่ไม่รู้ว่าต้องทำงานถึงเมื่อไหร่” จริงจ้า..จริง…
ll นอกจากจะเป็นคณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ม.มหิดล ดร.สุกรี เจริญสุข ไม่เห็นด้วยกับการแต่งตั้ง อธิการบดีมหาวิทยาลัยคนใหม่ ไม่มีคุณสมบัติที่จะถูกเสนอให้สรรหา ไม่ทราบว่าจะลงเอยอย่างไร ?? ไม่ช้าคงจะได้ทราบกัน …
ll ผู้อำนวยการสำนักพุทธ คนใหม่มานัส ทารัตน์ใจ จากอธิบดีกรมการศาสนา มาทำหน้าที่แทน พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ คงจะทำให้ทุกอย่างสงบ เรียบร้อยกระมัง…
ll ให้ตกใจ ๑ ตุลาคมนี้รัฐบาลจะช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยเดือนละประมาณ สามพันหกร้อยสิบห้าล้านบาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ค่าครองชีพ ได้ในระดับหนึ่ง ขอให้ท่านผู้เสียภาษีทั้งหลายได้ทำหน้าที่ให้ถูกต้องเถิด…
ll และวันอาทิตย์นี้เวลา ๐๙.๐๐-๑๕.๐๐ น. เชิญประชาชนทั้งหลายรับบริการ ตรวจ รักษาฟันอุดฟัน ขูดหินปูน ฯลฯ ฟรี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ร.๙ ณ ตึกอำนวยการชั้นล่างสนามม้านางเลิ้ง รับผู้ป่วย ๓๐๐-๔๐๐ ท่าน โดย ชมรมทันตแพทย์จิตอาสา มูลนิธิทันตแพทย์จุฬา, ราชตฤณมัยสมาคมฯ,กลุ่มเอสซี๕๘, นิวส์วัน (NEWS 1), กัลยาณมิตรจิตอาสา ฯลฯ รวมถึง คุณหมอฟัน,ผู้ช่วย, จิตอาสาทั้งหลาย, ร่วมกันดำเนินการครั้งนี้เป็นครั้งที่สาม…ll
น้องโน้ต
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/290716

ภาพแห่งความประทับใจของชาวจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่มีต่อพระเจ้าแผ่นดินและสมเด็จพระราชินีนาถของพวกเขายังคงตราตรึงประทับแน่นไม่มีวันลบเลือน
ในอดีตนั้น ทุกๆ ปี นอกจากวันที่พระเจ้าแผ่นดินของพวกเขาจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานปริญญาบัตรให้กับบัญฑิตแล้ว ในทุกๆ วันที่ 20 กันยายน พระเจ้าแผ่นดินของพวกเขาจะเสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานขวัญและกำลังใจให้ชาวจุฬาฯ ในวันทรงดนตรี ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วย
ผู้ที่เป็นนิสิตเก่าจุฬาฯ ช่วงพ.ศ. 2501-2516 ต่างจดจำภาพแห่งความประทับใจในวันทรงดนตรีได้อย่างมิรู้ลืม ในวันดังกล่าวนั้น พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จเจ้าฟ้าทุกพระองค์ เพื่อทรงดนตรีพระราชทานแก่นิสิตและคณาจารย์ของจุฬาฯ

ในช่วงเวลาแห่งความสุขนั้น ทั้งพระเจ้าแผ่นดินและพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูงทุกพระองค์ต่างทรงพระเกษมสำราญและพสกนิกรชาวจุฬาฯ ก็มีความสุขและเบิกบานเป็นอย่างยิ่ง นอกจากทรงดนตรีพระราชทานแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ยังพระราชทานพระราชดำรัสอันทรงคุณค่าอย่างที่สุดแก่เหล่านิสิตจุฬาฯ ด้วย
ประวัติของวันทรงดนตรีเกิดมาจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้คณาจารย์และนิสิตจุฬาฯ จำนวน 4 พันคน ที่ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเข้าเฝ้าฯ เพื่อถวายพระพรแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ที่ประสูติเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2500 โดยเข้าเฝ้าฯ ณ เวทีลีลาศสวนอัมพร โดยในวันนั้นตรงกับวันศุกร์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 จะทรงดนตรีกับวงลายคราม โดยออกอากาศทางสถานีวิทยุ อ.ส. และในวันนั้นได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานดนตรีโดยทรงเดี่ยวแซกโซโฟนแก่ชาวจุฬาฯ ที่ไปเข้าเฝ้าฯ และมีพระราชดำรัสว่า “…..วันนี้ขอให้นิสิตเป็นกันเอง……”
และในวันหนึ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ได้รับสั่งกับนายสันทัด ตัณฑนันทน์ หัวหน้าวงดนตรีสากลสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ส.จ.ม.) ว่า จะทรงนำวงดนตรีลายครามไปบรรเลงที่จุฬาฯ ข่าวนี้สร้างความปีติยินดีเป็นล้นพ้นกับชาวจุฬาฯ โดยเสด็จพระราชดำเนินทรงดนตรีครั้งแรกในวันที่ 16 กรกฎาคม 2501 ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนี่คือความเป็นมาโดยสังเขปของวันทรงดนตรี ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งในงานวันทรงดนตรีนั้นชาวจุฬาฯ ได้ร่วมกันทูลเกล้าฯ ถวายเงินที่ร่วมกันบริจาคเพื่อสมทบทุนมูลนิธิอานันทมหิดลด้วย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9เสด็จทรงดนตรีจนถึงปีพ.ศ.2516 วันที่ 20 กันยายนเป็นปีสุดท้าย โดยหลังจากนั้นมิได้เสด็จฯอีกเนื่องจากทรงมีพระราชกรณียกิจมากขึ้น ดังนั้นจึงถือเอาวันที่ 20 กันยายนเป็นวันที่ระลึกวันทรงดนตรี ณ จุฬาฯ สืบเนื่องต่อมา และจุฬาฯ ได้จัดงานวันที่ระลึกวันทรงดนตรี 20 กันยายน มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543
สำหรับในปีนี้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้จัดงานวันที่ระลึกวันทรงดนตรี ณ วันพุธที่ 20 กันยายน เวลา 18.00-21.00 น. ณ หอประชุมจุฬาฯ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร ที่เสด็จพระราชดำเนินไปทรงดนตรี ณ จุฬาฯ
โดยการแสดงในปีนี้วงดนตรี CU Band และวงดนตรีพี่เก่าจุฬาฯ พร้อมด้วยนักร้องกิตติมศักดิ์ที่มีเสียงดีมากจะร่วมกันแสดงบนเวที ขอเชิญชวนคนไทยทุกคนและชาวจุฬาฯ รวมชมงานนี้ และร่วมบริจาคสมทบทุนมูลนิธิอานันทมหิดล
หมายเหตุ ชมฟรี ติดต่อสอบถามได้ที่ 0-2218-3364-6 (ศูนย์สื่อสารองค์กร จุฬาฯ)








ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/290752

สรพจน์ เตชะไกรศรี และภรรยา ณิชยา ไชยวรรณ พร้อมลูกชาย น้องมิตร เตชะไกรศรี
ไม่เคยหยุดเรื่องความเป็นที่สุด โดยเฉพาะที่พักอาศัยที่ต้องตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ล่าสุด บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดย สรพจน์ เตชะไกรศรี จัดงาน Living At the Height of Luxury (ลีฟวิ่ง แอท เดอะ ไฮท์ ออฟ ลักชัวรี่) เพื่อเปิดตัวห้องตัวอย่าง โซน สกาย เรสซิเดนซ์ ชั้น 58 ของ เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน เรสซิเดนเซส บางกอก คอนโดมิเนียมซูเปอร์ลักชัวรี่ที่สูงที่สุดในประเทศไทย ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติที่ได้เข้ามาชมก่อนใคร อาทิ ชาญ บูลกุล, อาทิตย์ นันทวิทยา, ชนินทร์ สิริสันต์, พันเอกพิเศษ พงศ์พิพัฒน์ และภรรยา กรองกาญจน์ ชมะนันทน์, เติมศรี อิทธิภากร, นลินี วรวงศ์วสุ, สิริโสภา จุลเสวก, ธนฑิตย์ รักตะบุตร,ธีระ วยากรณ์วิจิตร, ณิชยา ไชยวรรณ และลูกชาย น้องมิตรเตชะไกรศรี, นพ.ดิสพงศ์ ปณิฐาภรณ์ และ อกนิษฐ์วิเชียรเจริญ เป็นต้น พากันร้องว้าว!! ให้กับความเพียบพร้อมและความสมบูรณ์แบบ รวมทั้งการได้มองเห็นวิวที่งดงามที่สุดเท่าที่เคยมีมาในกรุงเทพมหานคร ณ โครงการมหานคร ถนนนราธิวาสราชนครินทร์
ภายในงานมีเซเลบริตี้คนดังที่หลงใหลในเสน่ห์ของการเลือกที่พักอย่างมีสไตล์อย่าง ชนินทร์ สิริสันต์ ผู้บริหารบริษัทออกแบบและนำเข้าเฟอร์นิเจอร์แบรนด์นอกแถวหน้าของเมืองไทย กล่าวว่า เวลาเลือกคอนโดสิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงคือโลเคชั่น ต้องเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน อันดับ 2 คือเลือกดีเวลลอปเปอร์บริษัทผู้พัฒนาโครงการที่อยู่ในระดับเอลิส เชื่อใจได้ หลังจากนั้นค่อยเลือกดีไซน์ตามที่เราชอบ ซึ่งส่วนตัวของผมเป็นคนชอบความสงบ มุมโปรดในบ้านของผมเลยเป็นมุมอ่านหนังสือ ซึ่ง เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน เรสซิเดนเซส บางกอกถือว่ายอดเยี่ยม เพราะด้วยความสูงในระดับที่เหนือกว่าตึกสูงอื่นๆ และด้วยโลเคชั่นใจกลางเมืองขนาดนี้ สามารถทำให้ผมรู้สึกสงบได้ เป็นความพิเศษที่หาไม่ง่ายเลยครับ เช่นเดียวกับ นลินี วรวงศ์วสุ ที่บอกว่า “รู้สึกว้าวกับวิวที่สวยของตึกที่สูงในประเทศไทย ในโซนสกายเรสซิเดนซ์มากๆเพิ่งมีโอกาสได้ขึ้นมาชมทัศนียภาพที่สวยงามครั้งแรก ขนาดแค่ชั้นที่ 58 ยังสวยประทับใจขนาดนี้ ถ้าสูงขึ้นไปอีกคงงดงามมาก มองออกไปได้บรรยากาศสวยงามสุดตา แถมเห็นโค้งน้ำเจ้าพระยาด้วย ตื่นเต้นมากค่ะ” ด้านเซเลบริตี้รุ่นใหม่ นพ.ดิสพงศ์ ปณิฐาภรณ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง เล่าว่า “ทำเลใกล้รถไฟฟ้าคือสิ่งที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ส่วนตัว และเวลาเลิกงานเมื่อกลับมาถึงบ้านต้องการพักผ่อนจริงๆ ลีฟวิ่ง รูม คือห้องที่ชอบมากๆนั่งพักผ่อน ดูทีวี ฟังเพลง เช็คข่าวสารต่างๆ ซึ่งวันนี้ได้มาชมห้องตัวอย่างชอบการจัดพื้นที่ห้องที่ลงตัว เดินเข้ามาไม่รู้สึกว่าเป็นคอนโดทั่วไป แต่เหมือนอยู่บ้านขนาดใหญ่ รู้สึกสบายหายเหนื่อยเลยครับ”

ธีระ วยากรณ์วิจิตร, อาทิตย์ นันทวิทยา, ชาญ บูลกุล

ชนินทร์ สิริสันต์

กรองกาญจน์ ชมะนันทน์ และ พันเอกพิเศษ พงศ์พิพัฒน์ ชมะนันทน์

นลินี วรวงศ์วสุ และ สิริโสภา จุลเสวก กับห้องอาบน้ำสุดอลังการมองเห็นวิวเมือง

ธนฑิตย์ รักตะบุตร ชอบห้องฟิตเนสในโซน ฟาซิลิตี้

นพ.ดิสพงศ์ ปณิฐาภรณ์ และ อกนิษฐ์ วิเชียรเจริญ
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/290723

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เราได้ทราบถึงคุณสมบัติของสุนัขและแมวผู้ให้เลือดไปแล้ว วันนี้เรามารับทราบถึงขั้นตอนการบริจาค และ ประโยชน์ของการบริจาคเลือด กันต่อครับ
ขั้นตอนการบริจาคคร่าวๆ มีดังนี้ครับ
1.ก่อนที่จะบริจาคเลือด จะต้องมีการตรวจสภาพร่างกายก่อน โดยมีการเจาะเลือดเพื่อตรวจค่าเม็ดเลือดสมบูรณ์ เพื่อดูสภาวะความเข้มข้นของเลือด สภาพการติดเชื้อในกระแสเลือดประสิทธิภาพการแข็งตัวของเลือด และยังตรวจดูค่าทางเคมีของเลือด เพื่อดูประสิทธิภาพการทำงานของตับ และไตเป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการตรวจโรคติดต่อทางกระแสเลือด เช่นปรสิตในกระแสเลือด เช่น พยาธิเม็ดเลือดต่างๆ อีกด้วยครับขั้นตอนเหล่านี้ ใช้เวลาไม่ถึง 15 นาที ก็ทราบผลครับ
2.เมื่อพบว่าผลการตรวจปกติ ก็เข้าสู่ขั้นตอนการบริจาคจริงๆ โดยคุณหมอก็จะจัดท่าทางให้สัตว์นอนอย่างผ่อนคลายบนโต๊ะครับ
3.ให้น้ำเกลือเข้าเส้นเลือดที่บริเวณขาหลัง (กรณีบริจาคเลือดจากขาหลังก็จะให้น้ำเกลือเพื่อชดเชยของเหลวในเลือด และเป็นการป้องกันการช็อก หรือเป็นลมครับ
4.คุณหมอจะเจาะเลือดจากขาหน้าเพื่อรับเลือด ทั้งนี้ในกรณีสัตว์ที่มีการหวาดกลัว ตื่นเต้น หรือกระวนกระวายมากคุณหมออาจให้ยาคลายกังวล หรือคลายเครียด (ให้สัตว์เลี้ยงเท่านั้นนะครับ ไม่ได้ให้เจ้าของครับ) โดยกระบวนการทั้งหมดนี้ใช้เวลาอีกประมาณ 10-15 นาทีเท่านั้นเองครับ
5.หลังจากบริจาคเลือดเสร็จ ก็จะให้สัตว์นอนพักอีกประมาณ 15 นาที เพื่อปรับสภาพร่างกายก่อนลุกขึ้นเดิน
6.จากนั้นคุณหมอก็จะให้สัตว์ได้ทานอาหารบำรุง และจ่ายยาบำรุงเลือดไปป้อนต่อที่บ้านครับ

คุณผู้อ่านทราบไหมครับ ว่า ประโยชน์ของการบริจาคเลือดนั้น มีอะไรบ้าง
1.สัตว์เลี้ยงจะได้ตรวจร่างกายดูสภาวะความแข็งแรงของร่างกาย ก่อนการบริจาค ซึ่งเป็นการเช็คอัพสุขภาพไปในตัว
2.การบริจาคเลือด จะทำให้เกิดการหมุนเวียนเปลี่ยนเลือดใหม่ ร่างกายจึงจะมีความแข็งแรงมากขึ้น
3.ถือเป็นการทำบุญ 2 ต่อด้วยกัน คือ สัตว์เลี้ยงก็ได้ทำบุญช่วยเหลือชีวิตเพื่อนๆ ส่วนเจ้าของได้บุญในฐานะเป็นคนพาบุญอีกด้วย
4.นอกจากนี้ หลังบริจาค เราก็จะมีการทำวัคซีนให้ ป้องกันเห็บหมัด รวมถึงมีของที่ระลึกให้กับสัตว์เลี้ยงด้วยครับ
หากท่านผู้อ่านที่มีสัตว์เลี้ยงท่านใดที่สนใจ อยากร่วมทำบุญโดยการพาสัตว์เลี้ยงมาบริจาคเลือด ก็สามารถติดต่อได้ที่ หน่วยธนาคารเลือด โรงพยาบาลสัตว์เล็ก คณะสัตวแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โทรศัพท์ 02-2189752 และ 081-4012560 ตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น. ของทุกวัน
แต่ถ้าหากบางท่าน สามารถรวบรวมสุนัขและแมวที่มีคุณสมบัติดังกล่าวอย่างน้อย 5 ตัว ก็สามารถติดต่อให้ไปรับบริจาคเลือดถึงบ้านหรือฟาร์มได้ครับ ถือเป็น “การทำบุญแบบเดลิเวอรี่”
เลยทีเดียวครับ
อย่าลืมนะครับ “บริจาคโลหิต ต่อชีวิต ต่อลมหายใจ ได้บุญ2 ทาง ทั้งสัตว์เลี้ยงและเจ้าของ” ครับ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร
ฝ่ายประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร
คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/290751

ชุมชนอ่อนนุช 14 ไร่ เขตประเวศ มีชื่อเสียงด้านการจัดการขยะมานานนับ 10 ปี คนในชุมชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพค้าขายของเก่า หรือที่รู้จักกันในนาม “ซาเล้ง” นอกจากการเก็บขยะ คัดแยกและขายเปลี่ยนเป็นรายได้แล้ว คนในชุมชนยังรวมกลุ่มกันอย่างเข้มแข็ง จนสามารถนำขยะมายกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น โดยการทำร้านศูนย์บาท สวัสดิการชุมชนธนาคารคนจน และครัวชุมชน ซึ่งทุกกิจกรรมสามารถทำได้โดยการนำขยะเข้ามาแลกเปลี่ยน เป็นความรู้ที่ทำให้ชุมชนอ่อนนุช 14 ไร่ ดำเนินชีวิตได้อย่างพอเพียง ลงตัวและยั่งยืน
เพื่อนำความรู้ของชุมชนอ่อนนุช 14 ไร่มาขยายและถ่ายทอดต่อ เอ็ม บี เค กรุ๊ป จึงร่วมกับ มูลนิธิการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน หรือ มูลนิธิ 3R นำตัวแทนชุมชนจากเขตปทุมวัน เข้าร่วมอบรม “โครงการพัฒนาศักยภาพผู้นำชุมชนและกลุ่มซาเล้ง” ณ แหล่งเรียนรู้การจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน ชุมชนอ่อนนุช 14 ไร่ เพื่อเรียนรู้วิธีการจัดการขยะอย่างถูกวิธีตั้งแต่ต้นทางตามหลักการ 3R และลงมือฝึกปฏิบัติการคัดแยะขยะและศึกษารูปแบบการจัดการขยะ อาทิ ธนาคารขยะรีไซเคิล และร้านศูนย์บาท พร้อมศึกษาวิถีพอเพียงของชุมชนอ่อนนุช 14 ไร่ ซึ่งเป็นชุมชนต้นแบบของการจัดการขยะและการดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง

ศิรฐา สุขสว่าง ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการสายการตลาด บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ภารกิจหนึ่งของเอ็ม บี เค กรุ๊ป คือการปลูกจิตสำนึกด้านการจัดการขยะให้กับพนักงานในองค์กรและส่งต่อองค์ความรู้ที่ได้จากการทำงานสู่ชุมชนที่อยู่โดยรอบ โดยมีหัวใจหลักอยู่ที่การเปลี่ยนพฤติกรรมให้ดำเนินไปตามหลัก 3R และเนื่องจากโครงการ REAL RECYCLE ซึ่งเริ่มต้นโครงการในปี 2559 ได้รับแรงบันดาลใจและต้นแบบมาจากการทำงานของมูลนิธิ 3R ที่ร่วมกับคนในชุมชนพัฒนาชุมชนอ่อนนุช 14 ไร่ จนเป็นต้นแบบของชุมชนเข้มแข็งที่พึ่งพาตนเองได้จากการบริหารจัดการขยะ และเป็นแหล่งเรียนรู้การจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน โครงการนี้จึงเป็นการถ่ายทอดความรู้จากชุมชนสู่ชุมชน โดยมีเอ็ม บี เค กรุ๊ปและมูลนิธิ 3R เป็นสื่อกลาง”
ยุทธพงษ์ วัฒนะลาภา กรรมการและเลขาธิการ มูลนิธิการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน (มูลนิธิ 3R) กล่าวว่า“โครงการพัฒนาศักยภาพชุมชนและกลุ่มซาเล้งในครั้งนี้ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีในการขยายองค์ความรู้แบบวิถีชาวบ้าน ให้ผู้เข้าร่วมได้มีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับหลัก 3R การคัดแยกขยะและการน้อมนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชีวิตจริง ทั้งยังได้เรียนรู้การจัดตั้งร้านศูนย์บาทได้เข้าใจว่าขยะคือเงินที่สามารถช่วยค่าครองชีพของชุมชนผ่านการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงของกลุ่มซาเล้ง”

พีรธร เสนีย์วงศ์ ประธานชุมชนอ่อนนุช 14 ไร่และวิทยากร กล่าวว่า “แนวคิดของชุมชนอ่อนนุช 14 ไร่ของเรา คือการใช้ขยะขับเคลื่อนชีวิต สมาชิกในชุมชนสามารถมีชีวิตได้โดยไม่ต้องใช้เงินจับจ่าย ในชุมชนอ่อนนุช 14 ไร่เรามีกันกว่า 100 ครอบครัวที่รวมกลุ่มกันแก้ปัญหาปากท้อง จากอดีตคนใต้สะพาน เราเรียนรู้และเปลี่ยนแปลงซึ่งกว่าจะเข้มแข็งจนมีระบบที่พึ่งพาตนเองได้ ก็ใช้เวลายาวนานกว่า 10 ปี จนมาถึงวันที่เราสามารถเป็นต้นแบบและเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับทุกคนได้”
ด้านผู้เข้าร่วมอบรม อาทิ ศรีจันทร์ แสงหิรัญวัฒนา ประธานชุมชนผู้สูงอายุ 05 หนึ่งในสมาชิกชุมชนเขตปทุมวัน มองว่าตนเองได้รับประโยชน์และได้เรียนรู้ประเภทของขยะ การคัดแยกนั้นจะอาศัยแต่เขตอย่างเดียวไม่ได้ เราในฐานะคนในชุมชนตัวเราต้องรู้จักเปลี่ยนพฤติกรรมการคัดแยก ซึ่งความรู้จากการอบรมในครั้งนี้ นางศรีจันทร์จะนำกลับไปพัฒนาชุมชน ส่วน ศศิพงศ์ เศวตนันทิกุล ฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม สำนักงานเขตปทุมวัน มองว่ากิจกรรมของชุมชนอ่อนนุช 14 ไร่ สามารถเกื้อหนุนนโยบายภาครัฐได้เป็นอย่างดี ภาครัฐพยายามผลักดันให้ครัวเรือนลดการผลิตขยะ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์จากพลาสติก ซึ่งการเอากลับมาใช้ใหม่และแยกแบบ 3R จะทำให้ขยะกลับเข้ามาสู่ระบบและถูกจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ขณะนี้ เอ็ม บี เค กรุ๊ป ได้นำโมเดลร้านศูนย์บาทของชุมชนอ่อนนุช 14 ไร่ มาใช้ในองค์กรด้วย โดยเปิดร้านศูนย์บาทในทุกๆ สิ้นเดือน ในชื่อกิจกรรม “ซุกสุขสิ้นเดือน” เพื่อให้พนักงานนำขยะจากที่บ้านและในองค์กรมาแลกเป็นขนม อาหาร และสินค้าอุปโภค เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการคัดแยกขยะของพนักงาน โดยได้รับความร่วมมืออย่างดีจากพนักงานในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นมาเราสามารถเก็บขยะพลาสติกและกระดาษเหลือใช้ ได้กว่า 685 กิโลกรัม ซึ่งการอบรม “โครงการพัฒนาศักยภาพผู้นำชุมชนและกลุ่มซาเล้ง” ในครั้งนี้นับเป็นโอกาสอันดีที่ทั้งพนักงานเอ็ม บี เค กรุ๊ป และชุมชนเขตปทุมวันจะต่อยอดจากประสบการณ์ตรงเพื่อนำมาปรับใช้ในองค์กรและชุมชนต่อไป” ศิรฐา กล่าวปิดท้าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/290722

ร้านอาหาร Stadt Frankfurt
นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบเยอรมนี ช่วงเวลานี้คงรู้สึกว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีทั้งนี้เพราะเดือนนี้เข้าสู่เทศกาลOctoberfest แล้ว และตั๋วเครื่องบินเข้าสู่เยอรมนี ไม่ว่าจะเป็น Munich, Frankfurt หรือแม้แต่ Berlin ก็มีราคาลดลงมาก นักท่องเที่ยวสามารถเลือกตั๋วได้ทั้งบินตรงและต่อเครื่องได้ในราคาเริ่มตั้งแต่หมื่นกว่าบาทไปจนถึงสามหมื่นกว่าบาท เช่น Qatar Airline, Thai, Austrian Airline หรือแม้แต่ Lufthansa นักท่องเที่ยวที่เอาราคาเป็นหลักราคาหมื่นกว่าสำหรับสายการบิน Qatar นี้แทบเรียกว่าไม่เคยกล้าฝันถึงทีเดียว เวลาที่เข้าถึงเมืองปลายทางก็ดีด้วย เพราะเป็นช่วงเช้า นักท่องเที่ยวสามารถที่จะเที่ยวต่อได้ทั้งวันโดยไม่เสียเวลาส่วนนักท่องเที่ยวที่ชอบความสะดวกสบายและไม่ชอบต่อเครื่องสายการบินที่บินตรง ไม่ว่าจะเป็น TG หรือLufthansa ราคาก็อยู่ในเกณฑ์รับได้ เพราะลดลงจากสี่หมื่นกว่าเหลือเพียงสองหมื่นกว่าปลายๆ หรือสามหมื่นต้นๆ เท่านั้น
เมื่อนักท่องเที่ยวเลือกช่วงเวลานี้บรรยากาศรื่นเริงแนว Octoberfest จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องเสพ แต่นักท่องเที่ยวบางคนอาจไม่อยากไปเสียค่าโรงแรมแพงๆ ในมิวนิค เมืองอื่นที่สามารถเสพบรรยากาศ Octoberfest ได้ และไม่ไกลจากเมือง Frankfurtซึ่งเป็นเมืองปลายทางยอดนิยมของสายการบินTG และ Lufthansa ที่บินตรงก็คือ Rudesheim เมืองที่นักท่องเที่ยวที่มีเวลาน้อย หรือ Transitไม่ข้ามวันสามารถเดินทางไปเยี่ยมเยือนได้ไม่ยาก เพราะอยู่ห่างจากสนามบินไม่ไกลนัก นักท่องเที่ยวสามารถซื้อตั๋ว S แล้วนั่งไปเมืองนี้จากสนามบิน Frankfurt airport ได้เลย สนนราคาเพียงแค่ 8.35 เหรียญเท่านั้น

Rudesheim am Rhein เมืองที่ห่างจากสถานีรถไฟสนามบิน Frankfurt เพียงแค่ 1 ชั่วโมง 20 นาที หรือ 1 ชั่วโมง 40 นาที นี้เป็นเมืองมรดกโลกที่ชาวแฟรงก์เฟิร์ตและบริเวณใกล้เคียงนิยมมากินข้าวเย็นกัน เมืองที่อยู่เชิงเขา Niederwald ทางทิศตะวันออกของแม่น้ำไรน์นี้เป็นส่วนหนึ่งของเขต Frankfurt am Rhein แม้เมืองนี้จะไม่มีชื่อเสียงเท่าเมือง Cologne แต่เมืองนี้กลับเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ชาวเยอรมันเองนิยมมาเที่ยวกันจนเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมากเป็นอันดับสองของเขต Frankfurt การที่นักท่องเที่ยวชอบมาเมืองนี้ไม่เพียงเพราะ
ที่นี่เป็นเมืองผลิตไวน์เท่านั้น ยังเป็นเพราะทิวทัศน์ของแม่น้ำไรน์ในเมืองนี้สวยงามเป็นพิเศษจนได้ชื่อว่า Romantic road of Rhine ด้วย
Rudesheim เป็นพื้นที่ที่ถูกตั้งถิ่นฐานครั้งแรกตั้งแต่ก่อนคริสตกาลโดยชาว Celts หลังจากนั้นที่นี่ถูกครอบครองโดยชาวโรมันแล้วตามด้วยชาว Franks ซึ่งเป็นกลุ่มแรกที่ปลูกไวน์ในบริเวณนี้ นอกจากไวน์แล้ว เมืองนี้ยังมีชื่อเสียงทางด้านการขนส่งโดยเฉพาะขนไม้ด้วย นับจากปี 1883 เป็นต้นมาที่นี่ก็กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเขตนี้ เพราะ Rudesheim เป็นที่ตั้งของ Niederwalddenkmal หรืออนุสาวรีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ของการรวมชาติเยอรมันหลังการสิ้นสุดสงคราม Franco-Prussian อนุสาวรีย์มูลค่าหนึ่งล้านมาร์คทองที่ถูกวางศิลาฤกษ์ครั้งแรกโดยพระเจ้า KaiserWilhelm I และมีความสูงมากถึง 38 เมตรนี้สามารถเยี่ยมเยือนได้ด้วยการนั่งกระเช้าแต่หากนักท่องเที่ยวมีขาที่แข็งแรงสามารถเดินขึ้นเขาไปได้

Niederwalddenkmal
นอกจากอนุสาวรีย์แล้ว บรรยากาศบนถนน Drosselgasse ที่มีความยาว 144 เมตร ของ Rudesheim ยังมีความสวยงามและมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร นักท่องเที่ยวที่มาเยือนในช่วงกลางวัน สามารถหาร้านกาแฟสวยๆ นั่งสบายกินได้บริเวณนี้ร้านดังที่สุดของเมืองซึ่งเสิร์ฟกาแฟที่เรียกว่า Rudesheimer Kaffee ซึ่งก็คือกาแฟพิเศษผสมแอลกอฮอล์และใส่ whipped cream ที่ผลิตขึ้นครั้งแรกที่ Rudesheim ในปี 1957 ส่วนนักท่องเที่ยวที่มีเวลาไม่มากและมาในเวลาเย็นก็สามารถที่จะหาร้านอาหารสวยๆ อาหารอร่อยๆ กินได้บริเวณเมืองเก่า ร้านที่มีชื่อเสียงของเมืองนี้ส่วนใหญ่ล้วนเสิร์ฟขาหมูและเบียร์เยอรมันรสเลิศแบบเดียวกับบรรยากาศ Octoberfest ใน Munich ทั้งนั้นเช่น ร้าน Stadt Frankfurt แต่หากนักท่องเที่ยวมาเที่ยวช่วงคริสต์มาสก็จะตื่นตาตื่นใจกับตลาดคริสต์มาสได้อย่างจุใจเลยทีเดียว

Rudesheim kaffee

บรรยากาศ Drosselgasse
.
อาหารพื้นเมือง

บรรยากาศร้านกาแฟ

บรรยากาศเมือง Rudesheim