เชฟจ๊าบ – เติมเทพ บุนนาค เติมเต็มประสบการณ์เพื่อร้านอาหารในฝัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/289389

เชฟจ๊าบ - เติมเทพ บุนนาค เติมเต็มประสบการณ์เพื่อร้านอาหารในฝัน

เชฟจ๊าบ – เติมเทพ บุนนาค เติมเต็มประสบการณ์เพื่อร้านอาหารในฝัน

วันเสาร์ ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เมื่อครอบครัวอยากให้รับราชการ แต่ตัวเองอยากเดินทางสายอาหารด้วยการเป็น “เชฟ” งานนี้ เติมเทพ บุนนาค จึงขอขัดใจคุณแม่ และเดินตามความต้องการของตนเอง ซึ่งวันนี้เขาได้พิสูจน์แล้วว่านี่คือเส้นทางที่ใช่ ตลอดเวลากว่า 4 ปี ด้วยตำแหน่ง Sous Chef ดูแลร้านอาหารอิตาเลียน Café Milano ร้านอาหารไทยเสน่ห์จันทน์ ร้านเครื่องดื่มและเบเกอรี่ Eiffel Bakery รวมถึงครัวกลางร้านอาหารในเครือบริษัท สยามสินธร จำกัด อีกด้วย

จุดเริ่มต้นจุดเล็กๆ ที่ทำให้ เติมเทพ บุนนาค หรือ เชฟจ๊าบ เข้าสู่เส้นทางสายอาหาร คือการเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน AFS ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อตอนที่ยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4

“โฮสต์มัม หรือครอบครัวอุปถัมภ์ที่พักด้วย เขาชอบทำอาหาร แล้วทุกวันอาทิตย์เขาจะมีปาร์ตี้เล็กๆ กับเพื่อนบ้าน ซึ่งตอนนั้นผมเป็นเด็กคนเดียวที่ไปอยู่บ้านเขา เขาก็ดูแลเราเหมือนลูก เวลาว่างผมก็จะไปช่วยเขาทำครัว ซึ่งตอนอยู่เมืองไทยไม่เคยเลย ชอบแต่กินของอร่อยเท่านั้น ก็ศึกษาเองบ้าง โทรศัพท์กลับมาถามคุณยายที่เมืองไทยด้วยว่าเมนูอาหารไทยจะต้มจะแกง ต้องทำอย่างไร เพื่อที่จะทำอาหารไทยให้โฮสต์กับเพื่อนบ้านทานบ้าง ก็คิดว่าการทำอาหาร การเข้าครัวก็สนุกดี แต่เมื่อกลับเมืองไทยก็เข้าสู่วิถีชีวิตเดิม คือเรียนหนังสือ เรื่องทำอาหารก็หายไป”

จุดเปลี่ยนจริงๆ ของเชฟหนุ่มคนนี้อยู่ที่เมื่อเรียนจบปริญญาตรี คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แล้วต้องตอบตัวเองว่าเส้นทางที่จะเรียนต่อปริญญาโท สาขาอะไร และอะไรที่ตัวเองอยากทำ

“ส่วนตัวผมอยากทำธุรกิจร้านอาหาร ก็คิดว่ถ้าอยากทำร้านอาหาร แล้วเราไม่รู้กระบวนการอะไรเลย หรือทำอาหารไม่เป็นเลยจะรอดยาก แต่ส่วนคุณแม่อยากให้รับราชการ ซึ่งเราก็ไม่รู้หรอกว่าเราจะไปได้ไหม ก็เลยขอลองดูก่อนด้วยการไปฝึกงานที่ห้องครัวของโรงแรมเพื่อนคุณพ่อ โชคดีว่าเจอครูดี เขาสอนเราทุกอย่าง และให้โอกาสเราได้ออกไปพบลูกค้าที่มาทานอาหาร ได้รับฟีดแบ๊กว่าลูกค้าพอใจในสิ่งที่เราทำหรือไม่ ทำให้ผมรู้สึกว่ามันใช่ นี่แหละสิ่งที่เราอยากทำ จึงกลับมาคุยกับคุณพ่อคุณแม่ว่าขอโอกาสให้ได้ทำตรงนี้ก่อน ถ้ามันไม่ใช่จริงๆ ก็จะกลับมารับราชการ”

เชฟจ๊าบ เลือกไปเรียนทำอาหารที่ Business & Hotel Management School ที่เมืองลูเซิร์น สวิตเซอร์แลนด์ เป็นหลักสูตร Culinary Management Program ร่วมกับ American Culinary Federation USA ระยะเวลา 1 ปี โดยแบ่งเป็นการเรียน 7 เดือน และฝึกงานอีก 6 เดือน

“ตอนเรียนฉลุย แต่ตอนไปฝึกงานนี่แหละของจริง ซึ่งผมได้ไปฝึกงานที่ Seehotel Kastarienbaum ด้วยความที่เราเป็นเอเชียหัวดำ แต่ทำอาหารอิตาเลียน เชฟใหญ่ที่เขาดูแลเรา หรือทีมครัวที่เป็นฝรั่ง ก็ค่อนข้างจะกดดัน Bully เราแต่ก็เป็นเรื่องงาน ผมก็ต้องทำงานเต็มที่ แสดงความสามารถให้เขายอมรับว่าถึงเราจะเอเชียแต่ทำงานได้ และทำงานเป็น ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ดี เพราะถ้าเราไม่เข้มแข็งจริงๆ ก็คงจะยาก แต่ในที่สุดก็ผ่านตรงนั้นไปได้ และเราก็ได้รับการยอมรับในฐานะเชฟ พอฝึกงานจบ ปรากฏว่าผมเป็น 1 ใน 6 คนที่จบหลักสูตร เขาก็จ้างให้ผมทำงานต่อ แล้วก็มีโอกาสไปทำงานที่เยอรมนี รวมเวลาที่ไปเรียนและทำงาน 2 ปี แล้วจึงกลับเมืองไทย”

เชฟจ๊าบ บอกว่า แม้จะเริ่มเรียนทำอาหารช้ากว่าคนอื่น แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคกับการเดินตามความฝันของตัวเอง เพราะเขา
เชื่อมั่นว่าไม่ว่าจะทำสิ่งใด นอกจาก “พรสวรรค์” แล้วก็ต้องมี “พรแสวง” และพรแสวงที่ว่า คือการได้มีโอกาสเรียนรู้วิชาจากคนเก่ง เพราะกลับบ้านมาไม่ทันไร เขาก็ได้รับโอกาสจากเชฟอาหารไทยหญิงชื่อดัง อย่าง เชฟนูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้ แห่งบลู เอเลเฟ่นท์ ให้ไปเรียนรู้ด้านอาหารไทยชาววัง อาหารไทยโบราณ กับ ป้าแก้ว แม่ครัวมือหนึ่งของ บลู เอเลเฟ่นท์ จนไปเข้าตานักธุรกิจชาวฮ่องกง เจ้าของบริษัท Towngas ผู้บริหารร้านอาหาร Flame Restaurant และ Towngas Cooking School ชื่อดังของฮ่องกง ได้ไปทำงานที่นั่นเป็นเวลา 1 ปี แล้วจึงกลับประเทศไทยเข้าร่วมงานกับ Water Library สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ อีก 1 ปี ก่อนจะมาร่วมงานกับ บริษัท สยามสินธร จำกัด ในตำแหน่ง Sous Chef ด้วยวัยเพียง 28 ปี

“ช่วงที่ทำงานกับ Water Library ได้รับการติดต่อจากเจ้าของร้านอาหารที่สิงคโปร์ แต่พอมาคิดๆ ดูว่าถ้าไปทำงานต่างประเทศอีก คุณแม่ต้องงอนแน่ๆ เพราะผมเป็นลูกชายคนเดียว แล้วตั้งแต่ไปเรียนทำอาหารจนทำงานกลับมาอยู่บ้านจริงจัง ก็คือตอนที่ทำงาน Water Library ในช่วงที่ลังเลๆ อยู่ ทางสยามสินธร ก็กำลังขยายธุรกิจร้านอาหารพอดี ผมก็เดินมา
สมัครด้วยตัวเอง และก็ได้รับการตอบรับ จึงทำให้ไม่ได้ไปสิงคโปร์ ก็ถูกใจคุณแม่ด้วย และผมก็ยังได้ทำงานที่รักอยู่”

หน้าที่หลักๆ ของเชฟจ๊าบ ถึงแม้จะเป็น Sous Chef แต่เรียกว่าเขาได้รับโอกาสให้รับผิดชอบงานที่หลากหลายอันจะเป็นประโยชน์ต่อการทำธุรกิจร้านอาหารในอนาคต

“สยามสินธร มีร้านอาหารหลายแบรนด์ ที่ผมดูแลอยู่ตอนนี้คือ ร้านอาหารอิตาเลียน Café Milano ร้านอาหารไทยเสน่ห์จันทน์ ร้านเครื่องดื่มและเบเกอรี่ Eiffel Bakery รวมถึงครัวกลาง ร้านอาหารในเครือที่อยู่ภายในอาคารสินธร เมนใหญ่คือ Café Milano ซึ่งเป็นอาหารที่ผมถนัดที่สุด รวมเป็นถึงพวกงานเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวกับร้านอาหาร เรื่องต้นทุน วัตถุดิบ การวางแผนต่างๆ รวมไปถึงการออกมาพบกับลูกค้าด้วย เนื่องจากเชฟใหญ่ของผมเป็นเชฟชาวฝรั่งเศส เขาชอบที่จะอยู่ในครัวมากกว่า และเขาก็สอนผมเกี่ยวกับเรื่องอาหารมากมาย เรียกว่าตลอด 1 ปี 2 เดือนที่ทำงานอยู่ที่นี่ ผมได้เรียนรู้เกี่ยวกับธุรกิจร้านอาหารอย่างจริงจัง”

การทำอาหารนั้น เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ แน่นอนว่าผู้กินแต่ละคนก็มีรสนิยมความชอบที่แตกต่างกัน การที่จะทำอาหารให้ถูกปากทุกคนคงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สิ่งที่จำเป็นสำหรับคนทำอาหารอย่างเชฟจ๊าบคือ “มาตรฐาน”

“เราต้องรู้ว่ามาตรฐานของร้านเราคืออะไร จานนี้ทำรสชาตินี้แล้วลูกค้าพึงพอใจทุกครั้งที่มาทาน อันนี้ก็โอเค แต่ลูกค้าบางคนอาจจะไม่ชอบรสชาตินี้ ก็อาจจะมีคอมเพลนมาบ้าง เราก็ต้องรับฟัง และถ้าคำแนะนำนั้นเป็นประโยชน์เราก็นำมาใช้ นำมาปรับปรุง ซึ่งในธุรกิจร้านอาหาร ไม่ใช่แค่รสชาติ การบริการก็เป็นเรื่องสำคัญ การรับฟังความเห็นก็เป็นการบริการอย่างหนึ่ง เพียงแต่เราจะไม่มานั่งวิตกว่าวันนี้โดนลูกค้าติ แต่เราจะมาคิดว่าในคำตินั้นมีประโยชน์อย่างไรกับเรา ในฐานะที่คนปรุงอาหาร เชฟทุกคนคงคิดคล้ายๆ กันว่า ถ้าอาหารที่เราปรุงทำให้คนกินมีความสุขได้เราก็มีความสุขเช่นกัน เชฟทุกคนจึงใส่ใจทุกรายละเอียดในการทำอาหารครับ”

สำหรับความใฝ่ฝันที่จะทำธุรกิจร้านอาหารของตัวเอง เชฟจ๊าบ บอกว่า ยังไม่ใช่เร็วๆ นี้แน่นอน เพราะเขายังมีอะไรที่ต้องเรียนรู้อีกเยอะ เพื่อเป็นการสั่งสมประสบการณ์ อีกทั้ง ยังสนุกกับการทำงานกับสยามสินธร ที่กำลังขยายธุรกิจร้านอาหารอีกหลายแบรนด์ ที่นี่จึงเปรียบเหมือนโรงเรียนหลังใหญ่ที่จะทำให้เขาก้าวไปอย่างมั่นคงบนเส้นทางสายอาหาร

‘8 88 60’ นิทรรศการศิลป์สามวัย จากครอบครัวศิลปิน ‘มีสมสืบ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/289399

‘8 88 60’ นิทรรศการศิลป์สามวัย จากครอบครัวศิลปิน ‘มีสมสืบ’

‘8 88 60’ นิทรรศการศิลป์สามวัย จากครอบครัวศิลปิน ‘มีสมสืบ’

วันเสาร์ ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ศิลปินแห่งชาติ “ศักดิ์สิริ มีสมสืบ” ผู้มีชื่อตามบัตรประชาชนว่า กิตติศักดิ์ มีสมสืบ ควงคุณแม่และลูกชายคนเล็ก จัดแสดงภาพเขียนครั้งสำคัญ สะท้อนมุมมอง ความสามารถ และความเป็นสายเลือดศิลปินจากสมาชิกครอบครัวทั้งสามวัย ที่ RCB Galleria ชั้น 2 ศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้ แบงค็อก กรุงเทพมหานคร ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 10 กันยายน 2560

นิทรรศการภาพเขียนโดยครอบครัวศิลปิน “มีสมสืบ” จัดแสดงภายใต้ธีม “8 88 60” โดยหมายเลข 8 หมายถึงตัวเลขอายุ 8 ขวบ ของ น้องรินคม มีสมสืบ บุตรชายคนเล็กของศักดิ์สิริ หมายเลข 88 ได้แก่ ตัวเลขอายุของ ชุมสาย มีสมสืบ มารดาของศักดิ์สิริ และ หมายเลข 60 คือ อายุปัจจุบันของ ศักดิ์สิริ นั่นเอง

อีกมุมของกวีดัง นักแต่งเพลงมือฉมัง และนักเขียนชื่อ ศักดิ์สิริ มีสมสืบ คือความเป็นนักวาดภาพระดับคุณภาพ อันเกิดจากพรสวรรค์ส่วนตัว ผนวกการศึกษาและฝึกฝนจากวิทยาลัยเพาะช่าง และวิทยาลัยครูพระนคร นอกจากจะเป็นเจ้าของรางวัลระดับชาติ “ศิลปินศิลปาธร” จากกระทรวงวัฒนธรรมรางวัลผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่นแห่งชาติจากราชบัณฑิตยสถานแห่งชาติ และรางวัลนานาชาติ รางวัลวรรณกรรมลุ่มน้ำโขง (Mekong River Literature Prize) และอื่นๆ ศักดิ์สิริยังเพิ่งได้รับการประกาศเกียรติคุณในฐานะศิลปินแห่งชาติประจำปี พ.ศ. 2559

ลีลา สีสัน และเส้นสายสไตล์จิตรกรรมสากลอันเปี่ยมเอกลักษณ์ ในผลงานภาพเขียนของศักดิ์สิริ จะนำมาจัดแสดงเคียงคู่กับภาพเขียนที่สะท้อนความงดงามบริสุทธ์ของศิลปะไร้มายาแบบ Naïve Art ของคุณแม่ชุมสาย และผลงานภาพเขียนอันน่าตื่นตาคอลเลคชั่นแรกในชีวิตของน้องรินคม

คุณแม่ชุมสาย อดีตครูโรงเรียนประถมจากจังหวัดชัยนาท เริ่มหัดวาดภาพด้วยตนเองเมื่ออายุได้ 70 ปีจากความเสียดายสีที่เหลือทิ้งก้นจานสีของลูกชาย คุณแม่ชุมสายสร้างสรรค์งานเขียนมาแล้วเกือบ 300 รูป และจัดแสดงในนิทรรศการมาแล้ว 3 ครั้ง ทั้งที่ไม่เคยได้เรียนวาดภาพจากสถาบันใดๆ ทั้งนี้ ยังไม่รวมผลงานเขียนสารคดีชีวิตครั้งแรก “ดึกแล้วคุณขา” ที่เริ่มเขียนเมื่ออายุ 72 ปี และได้รับรางวัลชมเชยจากงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 23 และงานหนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 3 ในปี 2548 รวมถึงรางวัล “นราธิป” (ตามพระนามพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์) อันทรงเกียรติ

ความสำเร็จในวัยปลายของคุณแม่ชุมสาย จะเป็นตัวอย่างอันดีสำหรับผู้สูงวัยในการใช้เวลาอย่างมีความสุข และมีประโยชน์ต่อตนเองและสังคม ผลงานของเธอและลูกหลานกำลังรอที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ชมทุกวัย ใน “8 88 60”

นิทรรศการภาพเขียนกว่า 120 ภาพ ซึ่งจัดขึ้นด้วยความร่วมมือ ของ RCB Galleria และ บริษัทประชาสัมพันธ์ ซิลเลเบิล
ผู้สนใจสามารถสอบถามได้ที่ นัทธิ RCB Galleria 085-151-9363 หรือ นภัทร ซิลเลเบิล 088-959-6369

คุณแหน : 2 กันยายน 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/289403

คุณแหน : 2 กันยายน 2560

คุณแหน : 2 กันยายน 2560

วันเสาร์ ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

●● ขออวยพรวันเกิดแด่ ท่านผู้หญิงวรรณพิมล เกษมศรี สรเทศน์ วัย 97 ปี ผู้มีความจำแม่นยำเยี่ยมยอดมากเหมือนพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ วัยเดียวกัน ขอให้สุขภาพแข็งแรงทั้งสองท่าน…

 

●● ณฤดี เคียงศิริ นัดกรรมการโทรทัศน์ทองคำ ประชุมเตรียมงานครั้งที่ 32 วันที่ 5 ก.ย. เวลา 17.00 น. ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล้วยน้ำไท อาคาร 9 ชั้น 15…

●● พล.อ.ต.คงศักดิ์ จันทรโสภา ประธานจัดงาน และ วิชัย ติยะวงศ์มานะ ประธานรุ่น ขอเชิญศิษย์เก่าสวนกุหลาบ รุ่น 99 ร่วมงาน “สวน 99 รักในหลวง” ณ โรงแรมเอเชีย วันที่ 9 ก.ย. ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป…

●● เมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว โสมรพี ศรีประเสริฐ นายกสมาคมนักเรียนเก่าราชินี นำคณะกรรมการไปเยี่ยมพร้อมมอบของแก่คณะครูและนักเรียน โรงเรียนสมาคมนักเรียนเก่าราชินี จ.กาญจนบุรี ที่สมเด็จย่าทรงมอบให้ สมาคมฯดูแลตั้งแต่ปี พ.ศ.2510…

●● กำหนดงานฌาปนกิจศพ อนุรัชนี ศิริสัมพันธ์ วันที่ 3 ก.ย.เวลา 17.00 น. ณ วัดเทพลีลา รามคำแหง..ขอเชิญเพื่อนพ้องน้องพี่ในวงการสื่อสารมวลชนไปร่วมไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้ายด้วย…ส่วนสุนทรี จุสัยยานนท์ ราชินี 63 จัดการงานศพมารดา  คุณแม่สิริ โดษะนันทน์ เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่าน…

●● จัดการงานบุญไปเรียบร้อยแล้ว อารดา โกศลตระกูล กับเพื่อนรักมาแตร์ฯ ศศิธร นิธากร ร่วมกับผู้มีจิตศรัทธาทำบุญทอดผ้าป่าเพื่อปฏิสังขรณ์วัดพระธาตุจอมแดง เชียงใหม่ ซึ่งเป็นปูชนียสถานที่มีพระธาตุเก่าแก่มาตั้งแต่ครั้งพุทธกาล…

●● คุณหมอผู้ชำนาญโรคไตคนหนึ่งของไทย พล.ท.(หญิง) พญ.รศ.พรรณบุปผา ชูวิเชียร มีงานประจำเพิ่มอีกแห่งที่โรงพยาบาลมูลนิธิโรคไตเทียนฟ้า เยาวราช ผู้ไปใช้บริการต่างชื่นชมทั้งสถานที่และเจ้าหน้าที่ ณ ที่นี้มากๆ…

●● ดร.พจน์ ใจชาญสุขกิจ  เออร์ลี่จากงานประจำออกมาดูแลบ้านสวน 100 ปี สมุทรสงคราม ใช้ชีวิตพอเพียงที่บ้านสวนฯอย่างเปี่ยมสุข…

●● จนบัดนี้ พี่สาวคนเก่ง นิรมล เรียบร้อยเจริญ ยังอุทิศตนทำงานที่มูลนิธิภูมิพโลภิกขุ สถานที่ตั้งมูลนิธิฯ อยู่ตึกสมเด็จฯ ในบริเวณวัดสระเกศฯ ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมสร้างพระคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาฉบับภูมิพโลภิกขุ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พ่อหลวงรัชกาลที่ 9…●●

 
บารอนเนส

RADLEY LONDON AUTUMN/WINTER 2017 URBAN NATURE

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/289359

RADLEY LONDON AUTUMN/WINTER 2017 URBAN NATURE

RADLEY LONDON AUTUMN/WINTER 2017 URBAN NATURE

วันเสาร์ ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

แรทลีย์ (RADLEY) เผยโฉมคอลเลคชั่นใหม่ ประจำฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2017 ของแบรนด์ระดับไอคอนนิคจากประเทศอังกฤษ ในคอลเลคชั่นนี้ คือการนำแรงบันดาลใจจากเทรนด์แฟชั่นที่เสริมลูกเล่นอันร่วมสมัย รวมถึงงานดีไซน์แบบใหม่ๆ ไปจนถึงการนำซิลลูเอ็ตอันเป็นเอกลักษณ์ มาปรับโฉมใหม่ ด้วยการสไตลิ่งด้วยดีเทลโดดเด่นสะดุดตา

คอลเลคชั่นนี้สะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นของแรทลีย์กับธรรมชาติ การค้นหาพื้นที่โอเอซิสเขียวชอุ่มในกรุงลอนดอน ที่ซ่อนตัวท่ามกลางตรอกซอกซอยของบ้านเรือน ใจกลางเมืองอันแสนวุ่นวาย ช่วงเวลาแห่งความสงบสุข รวมไปถึงลวดลายของดอกไม้แห่งฤดูใบไม้ร่วงและสัตว์ทั้งหลาย ก็มีปรากฏให้เห็นอยู่ในลายพิมพ์แบบใหม่ Epping Forest ที่ถูก ส่วนลายพิมพ์ Roar ก็ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเทรนด์หลักประจำซีซั่น อย่าง ลายพิมพ์สิงสาราสัตว์ รวมถึงลุคเด่นๆ จากแคตวอล์ก และอารมณ์ซ่าสุดกล้าบ้าบิ่น

สไตล์เด่นประจำคอลเลคชั่นนี้ จะเน้นไปที่กระเป๋าแบบมีสายสะพายคล้องไหล่ ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าทรงอานม้า (saddle) กระเป๋าสะพายข้าง (cross body) และกระเป๋าทรง messenger ดีไซน์แสนคลาสสิก ปรับโฉมใหม่ด้วยดีเทล ลูกเล่นแปลกตา ส่วนสายสะพายก็มาในรูปแบบใหม่ที่มีขนาดกว้างขึ้น กับวัสดุหรูหราและลายพิมพ์สวยสะดุดตา ที่ช่วยให้ดีไซน์นั้นดูมีระดับมากยิ่งขึ้น

โทนสีหลักๆ ได้แก่ โทนสียอดนิยม อย่าง สีดำ สีน้ำตาลอ่อน สีน้ำตาล และสีน้ำเงินเข้ม โทนสีใหม่ประจำฤดูกาล ได้แก่ สีน้ำตาลกานพลู และสีแดงเข้มแบบพอร์ตไวน์ ทั้งหมดได้นำมาใช้ในการออกแบบกระเป๋าหลากสไตล์ในฤดูกาลนี้ สีใหม่สำหรับเดือนสิงหาคม เช่น สีเทา สีตะกั่ว และสีน้ำเงินรอยัล ส่วนเดือนกันยายนและตุลาคม มีการดึงเอาสียอดนิยมจากแคตวอล์กมาใช้ ได้แก่ สีแดงปาปริก้า สีแดงเข้ม สีเขียวต้นสน สีเหลืองเข้ม และสีน้ำตาลแดง

สาวแรทลีย์ (RADLEY) ตามไปอัพเดทคอลเลคชั่นนี้ ได้ที่ แรทลีย์ สาขาศูนย์การค้าเกษรวิลเลจ ศูนย์การค้าเมกาบางนา ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัลอีสต์วิลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ สาขาท่าอากาศยานดอนเมือง เทอมินัล 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัลเชียงใหม่ และเคาน์เตอร์ สาขาสยามพารากอน สาขาเซ็นทรัลชิดลม, สาขา ดิ เอ็มโพเรียม, สาขา เซ็นทรัลลาดพร้าว, สาขา เซ็นทรัลปิ่นเกล้า, สาขา เซ็นทรัลพระราม 2, สาขา เซ็นทรัลบางนา และสาขา เดอะมอลล์ บางแค หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร.02-365-6257 Instagram: RADLEYLONDON,www.facebook.com/RadleyLondon

‘อเล็กซ์’ นำทีมปั่นอร่อย ปันความสุข

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/293755

‘อเล็กซ์’ นำทีมปั่นอร่อย ปันความสุข

‘อเล็กซ์’ นำทีมปั่นอร่อย ปันความสุข

วันอาทิตย์ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ดารานักแสดงหนุ่มผู้มีใจรักธรรมชาติ อเล็กซ์ เรนเดล นำทีมปั่นจักรยานไปชมสวนมะพร้าว ในกิจกรรม “ปั่นอร่อย ปันความสุข” จัดโดย อีเลคโทรลักซ์ ร่วมกับ ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนบ้านบางพลับ จังหวัดสมุทรสงคราม พาปั่นจักรยานชมวิถีชีวิตและธรรมชาติในสวนผลไม้ชองชาวชุมชนบ้านบางพลับ ชุมชนที่มีวิถีทำการเกษตรผสมผสานยั่งยืนแบบยกร่อง ปลูกพืชไม้ผลอาทิ มะพร้าวน้ำหอม-น้ำหวาน ส้มโอ กล้วย ลิ้นจี่ ฯลฯ และที่สำคัญเป็นการเกษตรที่ปลอดสารเคมีโดยสิ้นเชิง พร้อมกันนี้ยังได้นำมะพร้าวมาให้เชฟสุดหล่อเสียงดี เชฟตูน-ธัชพล ชุมดวงได้รังสรรค์เมนูกล้วยเชื่อมสมูทตี้มะพร้าวอ่อนให้ทุกคนได้รับประทานกันแบบหอมหวานท่ามกลางธรรมชาติ เรียกได้ว่าสร้างความเพลิดเพลินและความเอร็ดอร่อยแบบรสชาติธรรมชาติสดๆมีสุขภาพดีกันไปถ้วนหน้า

‘หญิงลี’ คืนเวทีหลังหายป่วย โชว์พลังเสียงออกสเต็ปแดนซ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/293772

‘หญิงลี’ คืนเวทีหลังหายป่วย โชว์พลังเสียงออกสเต็ปแดนซ์

‘หญิงลี’ คืนเวทีหลังหายป่วย โชว์พลังเสียงออกสเต็ปแดนซ์

วันอาทิตย์ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

หลังจากที่ป่วยเป็น ไทรอยด์ ความดันสูง และกล้ามเนื้ออ่อนแรงจนต้องพักรักษาตัวอยู่นาน ล่าสุดศิลปินลูกทุ่งสุดเซ็กซี่ “หญิงลี ศรีจุมพล” อาการดีขึ้นพร้อมกลับมาจับไมค์ให้แฟนๆ ได้ชื่นใจกันอีกครั้ง โดยการมานั่งแท่นเป็นศิลปินต้นฉบับ แถมคว้าเพลง “30 จีบได้” มาหาสุดยอดเงาเสียงเพลงยอดฮิตใน รายการ “กิ๊กดู๋ สงครามเพลงเงาเสียง” โดย “หญิงลี”เปิดใจว่า

“ที่ป่วยมาก็อาการดีขึ้นแล้วค่ะเป็นกล้ามเนื้ออ่อนแรง คือจริงๆ กล้ามเนื้อขาอ่อนแรง เลยทำให้เราเดินไม่ค่อยได้แต่ทานได้เลยทานใหญ่เลย จนส่งผลกระทบที่ใบหน้า ต้องไปผ่าตัดอยู่หลายครั้ง แต่ตอนนี้อาการดีขึ้นแล้ว เลยอยากมาบอกทุกคนว่าหญิงพร้อมที่จะรับงานแล้วนะคะ และก็ขอขอบคุณทุกๆ แรงใจที่ให้กำลังใจหญิงมา สำหรับวันนี้หญิงดีใจมาก ที่ได้มาเยือนรายการกิ๊กดู๋สงครามเพลงเงาเสียงอีกครั้ง และหญิงมาพร้อมเพลง “30 จีบได้” เป็นเพลงที่แต่งเนื้อใหม่ เพลงนี้เป็นตัวแทนของสาวๆ ที่สวยใส แต่ยังไม่มีแฟน แบบถึง 30 ก็ยังจีบได้นะ อะไรแบบนี้ วันนี้ก็มาเป็นศิลปินต้นฉบับ หาคนเสียงเหมือนหญิงลีคือเหมือนแทบทุกคนเลย แถมสวยด้วย มาเยือนรายการครั้งนี้ก็มีการปรับกติกาใหม่ หญิงสามารถให้คะแนนผู้เข้าแข่งขันทุกคนเลย ใครชนะ 3 คนรวดก็เป็นดับเบิ้ลแชมป์ไป งานนี้ใครจะเสียงเหมือนจนเป็นผู้ชนะ และได้มาร้องเพลงกับหญิง ก็อย่าลืมติดตามกันนะคะ วันอังคารที่ 26 กันยายนนี้ หลังละครจบ ทางช่อง 7 สีค่ะ”

‘แผ่นดิน’ ปลื้มเสียงชม ‘ยึดฟ้าฯ’ ลดกดดันงานกำกับฯเรื่องแรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/293775

‘แผ่นดิน’ ปลื้มเสียงชม ‘ยึดฟ้าฯ’ ลดกดดันงานกำกับฯเรื่องแรก

‘แผ่นดิน’ ปลื้มเสียงชม ‘ยึดฟ้าฯ’ ลดกดดันงานกำกับฯเรื่องแรก

วันอาทิตย์ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ผลงานเรื่องแรกของผู้กำกับฯ หนุ่ม “แผ่นดิน ประสงค์สันติ” ในซีรี่ส์ภารกิจรักเรื่อง “ยึดฟ้าหาพิกัดรัก”กำลังออกอากาศอย่างเข้มข้นทางช่อง 7 สี ด้วยเรื่องราวที่กำลังตื่นเต้นขึ้นทุกขณะพร้อมเสียงเชียร์จากแฟนๆ มีทยอยมาให้ได้รับรู้ไม่ขาดสาย โดยทายาทหนุ่มแห่งค่ายพอดีคำฯ “แผ่นดิน”เผยความรู้สึกว่า

“ได้รับมอบหมายให้ดูแลเรื่องสุดท้ายก็ค่อนข้างกดดันครับ เพราะเหมือนความหวังของทุกคนจะมาลงที่เรา แต่ก็พยายามลดทอนลงด้วยความพยายามสร้างสรรค์ผลงานด้วยวิธีของผมเอง การเล่าเรื่องตามภาพที่ผมมีอยู่ในหัว การเลือกใช้กล้องเรด ซึ่งมักจะถูกใช้ในการสร้างหนัง แต่ผมนำมาใช้ในเรื่องนี้เพื่อรองรับการเล่าเรื่องของผมว่าตรงนี้เกิดอะไรขึ้น แล้วจะเป็นอะไรต่อไป มันจะยืดหยุ่นในเรื่องของการตัดต่อ แต่จะยุ่งยากในช่วงเตรียมงานก่อนถ่ายจริง แต่เมื่อทุกอย่างลงตัวก็จะคลิกและเดินหน้าไปด้วยดีครับ ที่โชคดีคือได้พี่ๆ ทีมงานพอดีคำฯ ที่ช่วยสนับสนุนช่วยกันเติมช่วยกันแนะนำอย่างเป็นกันเองมาช่วยเสริมอีกทางด้วยครับ ซึ่งหากเราเปิดรับทิศทางหรือจังหวะการทำงานแบบใหม่ๆการเล่าเรื่องของตัวละครผ่านวิธีการใหม่ๆ รวมถึงการนำเสนอภาพต่างๆ ในอีกแนว เราจะได้รับอรรถรสใหม่ๆ จากละครเรื่องนี้ครับ ฝากติดตามด้วยนะครับ ในเรื่องนี้พระเอกของเราตอบโจทย์ในเรื่องของการถ่ายทอดความรู้สึกของทหาร ความรักชาติออกมาได้ดีครับ และสำหรับฉากลุ้นๆ ชวนฟินของพระเอกนางเอก รับรองว่าแฟนๆ จะได้ชมอย่างเต็มอิ่มไม่แพ้กันครับ ที่สำคัญไม่อยากให้พลาดฉากจบของเรื่องนี้ครับเรามีเซอร์ไพรส์มาฝากแฟนๆ ให้ได้มีความสุขไปพร้อมๆ กับพวกเราครับ ใครคิดถึงใครในลีลาแบบไหนอย่าพลาดนะครับ”

‘ดีเจอ้อย, ดีเจอั๋น และ เฟย’ สานต่อความดีของพ่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/293754

‘ดีเจอ้อย, ดีเจอั๋น และ เฟย’  สานต่อความดีของพ่อ

‘ดีเจอ้อย, ดีเจอั๋น และ เฟย’ สานต่อความดีของพ่อ

วันอาทิตย์ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.
ดีเจอ้อย-นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล คลื่นกรีนเวฟ 106.5 เอฟเอ็ม พร้อมด้วย ดีเจอั๋น-ภูวนาท คุณผลิน ผู้อำนวยการฝ่ายข่าว GMM News, เฟย-ภัทร เอกแสงกุล นักแสดงช่อง GMM25 ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และประชาชนจิตอาสา “คนดีของพ่อ”สานต่อพระราชปณิธานงานของพ่อ เติมเต็มความสมบูรณ์ อนุรักษ์ฟื้นฟูป่าชายเลน พร้อมแลกเปลี่ยนเรียนรู้นวัตกรรมปลูกป่าชายเลน ในเส้นทางดูแลป่าชายเลนภาคตะวันออก จากปากแม่น้ำบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ถึง อ่าวคุ้งกระเบน และลุ่มน้ำเวฬุ จังหวัดจันทบุรี

‘แมทธิว-ลีเดีย-วู้ดดี้’ ขอลองสปาร์ตัน เรซ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/293752

‘แมทธิว-ลีเดีย-วู้ดดี้’ ขอลองสปาร์ตัน เรซ

‘แมทธิว-ลีเดีย-วู้ดดี้’ ขอลองสปาร์ตัน เรซ

วันอาทิตย์ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

การแข่งขันวิ่งวิบากที่ดีที่สุดในโลก “สปาร์ตัน เรซ ไทยแลนด์” กับครั้งแรกในประเทศไทย ที่ สยามคันทรี่คลับ ชลบุรี ที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากประชาชนกว่า 5,000คน ทั้งชาวไทย
และชาวต่างชาติ ขนทัพกันมาเพื่อมาร่วมการแข่งขัน โดยมีศิลปินดาราคุณพ่อลูกหนึ่ง แมทธิว ดีน และภรรยา ลีเดีย-ศรัณย์รัชต์ แท็กทีมกันมาเป็นทีมชุดใหญ่ ด้านพิธีกรหนุ่ม วู้ดดี้มิลินทจินดา ก็มาพร้อมแก๊งเพื่อนชุดใหญ่ไม่แพ้กัน ร่วมด้วยณเดชน์ คูกิมิยะ, โจอี้ บอย, โจ้ก โซคูล, อองตวล ปินโต,กรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา, แทค-ภรัณยู, แจ็ค-เฉลิมพล ฯลฯเห็นว่าจากความสำเร็จในครั้งนี้ Spartan Race Thailand เตรียมเพิ่มการแข่งขันอีก 2 ประเภทในปีหน้า ติดตามได้ทางเฟซบุ๊คแฟนเพจ spartanracethailand

‘เดี่ยว-สุริยนต์’ ส่งมอบรองเท้าใหม่ให้น้อง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/293753

‘เดี่ยว-สุริยนต์’ ส่งมอบรองเท้าใหม่ให้น้อง

‘เดี่ยว-สุริยนต์’ ส่งมอบรองเท้าใหม่ให้น้อง

วันอาทิตย์ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เดี่ยว-สุริยนต์ อรุณวัฒนกูล ร่วมกิจกรรม Blackmores Well Beings Keep Running สานต่อกิจกรรม แบล็คมอร์ส ซิดนีย์ รันนิ่ง เฟสติวัล มหกรรมการวิ่งที่ยิ่งใหญ่ประจำปีของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและวิตามินแบลคมอร์ส โครงการ 7,543 กิโลเมตร (จากออสเตรเลียสู่ไทย) มอบรองเท้า7,543 คู่ ให้โอกาสน้องได้วิ่งกับรองเท้าคู่ใหม่ โดยเดินทางไปที่ ต้นมะม่วง อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี สร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับนักเรียน ด้วยกิจกรรมนันทนาการเสริมสร้างสุขภาพให้ได้ร่วมสนุกพร้อมมอบของที่ระลึก อุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา จัดมุมสุขภาพดีBe a Well Being ให้กับทางโรงเรียนอีกด้วย