ทดลองติดตั้งครั้งแรกประติมากรรมคุณทองแดง-คุณโจโฉ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/296846

ทดลองติดตั้งครั้งแรกประติมากรรมคุณทองแดง-คุณโจโฉ

ทดลองติดตั้งครั้งแรกประติมากรรมคุณทองแดง-คุณโจโฉ, วันที่

กรมศิลป์ เตรียมซ้อมยกพระนพปฎลมหาเศวตรฉัตร วันที่ 12,17 ต.ค.นี้เพื่อทดสอบความแข็งแรงก่อนพระราชพิธีจริงในวันที่ 18 ต.ค.

     เมื่อวันที่ 25 ก.ย.60 เวลา 17.00 น.พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ติดตามความคืบหน้าการจัดสร้างพระเมรุมาศฯพร้อมด้วยนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม และนายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร

ทดลองติดตั้งครั้งแรกประติมากรรมคุณทองแดง-คุณโจโฉ

     พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า ภาพรวมการจัดสร้างพระเมรุมาศ และอาคารประกอบพระเมรุมาศ คืบหน้ากล่า 96% เป็นไปตามแผนที่วางไว้ เป็นที่พอใจของทุกฝ่ายโดยคาดว่าวันที่ 30 กันยายน จะดำเนินการรื้อนั่งร้านในส่วนของซ่างและหอเปลื้อง

    ส่วนพระเมรุมาศบุษบกประธาน จะยังคงนั่งร้านไว้ก่อน เพื่อทดสอบการรับน้ำหนักก่อนติดตั้งครบทั้ง 4 ด้าน คาดว่าการจัดสร้างพระเมรุมาศและสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 10 ตุลาคม

ทดลองติดตั้งครั้งแรกประติมากรรมคุณทองแดง-คุณโจโฉ

     ส่วนนั่งร้านจะยังคงติดตั้งอยู่จนกว่าจะเสร็จสิ้นพระราชพิธียกพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ในวันที่ 18 ตุลาคม อย่างไรก็ตาม กรมศิลปากรเตรียมจัดซ้อมยกพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร วันที่ 12 และ 17 ตุลาคม เพื่อทดสอบความปลอดภัย ความเหมาะสม และความแข็งแรง ก่อนถึงพระราชพิธีจริงในวันที่ 18 ตุลาคมนี้

ทดลองติดตั้งครั้งแรกประติมากรรมคุณทองแดง-คุณโจโฉ

       นายพรธรรม ธรรมวิมล ภูมิสถาปนิก สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร เปิดเผยความคืบหน้าการนำประติมาสัตว์หิมพานต์ประดับในสระอโนดาต ว่า ขณะนี้ได้มีการติดตั้งโขดหินจำลองรอบพระเมรุมาศสมบูรณ์เกือบ 100% เหลือขั้นตอนการเก็บรายละเอียดของสี

      ส่วนสัตว์หิมพานต์ติดตั้งครบ 4 ด้านจำนวนมากกว่า 120 ชนิดโดยจะสอดคล้องกับสัตว์มงคลประจำทิศ ได้แก่ เหนือ คือ ช้าง ตะวันตก คือ ม้า ตะวันออก คือ สิงห์ และทิศใค้ คือ โค เช่น ตระกูลสิงห์ก็จะจัดทางทิศใต้ และมีการจะจัดวางผสมกับสัตว์ตระกูลอื่น ๆร่วมด้วย

ทดลองติดตั้งครั้งแรกประติมากรรมคุณทองแดง-คุณโจโฉ

     นอกจากนี้มีการเพิ่มต้นตะโกดัดบริเวณโขดหินภายในสระอโนดาต เพื่อเพิ่มความงดงาม เหมือนกับคล้ายภาพจิตรกรรมฝาผนัง อย่างไรก็ตาม สำหรับตำแหน่งการติดตั้งในภาพรวม มีความเป็นอันเอกภาพ สอดคล้องงดงาม กับพระเมรุมาศ ส่วนบริเวณรั้วราชวัตร ด้านทิศเหนือมีการติดตั้งฉัตรโลหะกลีบบัว 11 ชั้นสำหรับพระมหากษัตริย์ เพื่อแสดงขอบเขตมลฑลพิธี เครื่องแสดงพระอิสสริยยศ

ทดลองติดตั้งครั้งแรกประติมากรรมคุณทองแดง-คุณโจโฉ

       ขณะที่ นายชิน ประสงค์ ผู้เชี่ยวชาญด้านประติมากรรม กรมศิลปากร ประติมากรผู้ปั้นประติมากรรมสุนัขทรงเลี้ยง “คุณทองแดงและคุณโจโฉ” กล่าวว่า ได้ขนย้ายคุณทองแดงและคุณโจโฉ จากบ้านย่านท่าอิฐ จ.นนทบุรี มาทดลองติดตั้งในสถานที่จริงภายในพระเมรุมาศ บุษบกองค์ประธาน เพื่อดูระดับความสูงและความเหมาะสม ภาพรวมค่อนข้างสมบูรณ์เกือบ 100% จากนั้นได้ย้ายมาไว้ที่บริเวณศาลาลูกขุน 1 ฝั่งทิศใต้สำหรับการติดตั้งในพื้นที่จริงจะดำเนินการภายหลังที่มีการจัดสร้างพระจิตกาธานเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ทดลองติดตั้งครั้งแรกประติมากรรมคุณทองแดง-คุณโจโฉ

         ทั้งนี้ คุณทองแดงและคุณโจโฉ จะประดับอยู่หน้าพระจิตกาธาน โดยในวันที่ 26 กันยายน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี จะเสดผ้จพระราชดำเนินเป็นการส่วนเระองค์ทอดพระเนตรการก่อสร้างพระเมรุมาศ ตนจะได้ถวายรายงานการปั้นประติมากรรมคุณทองแดงและคุณโจโฉเป็นครั้งแรกด้วย

      นายเกียรติศักดิ์ สุวรรณพงศ์ จิตรกรชำนาญการพิเศษ กลุ่มจิตรกรรม สำนักช่างสิบหมู่ ผู้ร่วมออกแบบและเขียนฉากบังเพลิง กล่าวว่า   ในส่วนของจิตรกรรมฉากบังเพลิงดำเนินการเสร็จแล้ว 100% ขณะนี้ได้มีการเคลื่อนย้ายฉากบังเพลิงในส่วนของทิศตะวันตก ซึ่งเป็นนารายณ์อวตาร  ปางที่ 8 กฤษณาวตาร ทรงอวตารเป็นพระกฤษณะ และปางที่ 10 กัลกยาวตาร ทรงอวตารเป็นมนุษย์ขี่ม้าขาว

ทดลองติดตั้งครั้งแรกประติมากรรมคุณทองแดง-คุณโจโฉ

     ด้านล่างเป็นโครงการพระราชดำริหมวดลม มาทดลองติดตั้งเข้ากับกรอบภายในพระเมรุมาศที่ได้มีการปิดทองประดับดระจกเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้สทเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตรในวันที่ 26 กันยายนนี้

         อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่นำฉากบังเพลิงด้านนี้มาทดลองติดตั้งให้ทรงทอดพระเนตรก่อน เพราะเป็นด้านที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงร่วมเจิม 9 สีหรือเรียกว่า สีมณีนพเก้า ที่บริเวณกระบังหน้าเหนือหน้าผากขึ้นไปถึงส่วนชฎาของพระกฤษณะในปางที่ 8 เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา จึงตั้งใจนำฉากบังเพลิงทิศนี้มาทดลองติดตั้งให้ทอดพระเนตรก่อน ส่วนกรอบของฉากบังเพลิงทิศอื่นๆอยู่ระหว่างดำเนินการปิดทองประดับกระจกคาดว่าจะทยอยมาติดตั้งทั้งหมดภายในสิ้นเดือนนี้

ทดลองติดตั้งครั้งแรกประติมากรรมคุณทองแดง-คุณโจโฉ

       ด้าน นายกัมพล ตันสัจจา ผู้อำนวยการสวนนงนุชพัทยา กล่าวว่า ภาพรวมการจัดแต่งภูมิทัศน์คืบหน้าโดยวันนี้ได้ทยอยน้ำพันธุ์ไม้ที่ประดับในกระถาง เช่น บอนไซ มาลงและจัดวางในจุดต่างๆภายในบริเวณมณฑลพิธี  ส่วนดอกดาวเรืองจะเริ่มนำเข้ามาปลูกภายในวันที่ 8 ตุลาคมนี้เพื่อให้ดอกบานในช่วงวันที่ 15 ตุลาคม

ทดลองติดตั้งครั้งแรกประติมากรรมคุณทองแดง-คุณโจโฉ

          ภาพรวมการจัดสร้างพระเมรุมาศ ได้มีการติดตั้งครุฑ ฉัตร เทพชุมนุม แล้วเสร็จ ติดตั้งนาคราวบันไดแล้วเสร็จ ติดตั้งสัตว์หิมพานต์แล้วเสร็จ

    ​พระที่นั่งทรงธรรม ติดตั้งรวยระกาแล้วเสร็จอยู่ระหว่างตกแต่งผนังด้านหน้าบริเวณมุขที่ประทับ ฝ้าเพดานทั้งหมดแล้วเสร็จ อยู่ระหว่างปูพื้นพรม

   ​ศาลาลูกขุน 1 จำนวน 4 หลัง อยู่ระหว่างตกแต่งลวดลายศิลปกรรม ศาลาลูกขุน 2 จำนวน 2 หลัง อยู่ระหว่างเก็บรายละเอียดขั้นสุดท้าย ส่วนศาลาลูกขุน 3 จำนวน 5 หลัง อยู่ระหว่างการทำสี ตกแต่งลวดลายศิลปกรรม

       ทับเกษตร ทิม ติดตั้งองค์ประกอบสถาปัตยกรรมแล้วเสร็จ อยู่ระหว่างการตกแต่งลวดลายศิลปกรรมและประกอบติดตั้งฉัตรฉลุโลหะ

     พลับพลายกสนามหลวง ติดตั้งองค์ประกอบทั้งหมดแล้วเสร็จ อยู่ระหว่างตกแต่งผิวและลวดลาย

     ศิลปกรรม งานภูมิสถาปัตยกรรม ปูบล็อกพื้นลานใกล้แล้วเสร็จ สระอโนดาต ทาผิวและวางระบบทั้งหมด  ติดตั้งกังหันน้ำชัยพัฒนา ฉาบสีคันนา ปลูกหญ้าแฝก ยางนา มะม่วงมหาชนก และกรมการข้าวลงต้นข้าวแล้วเสร็จ ลงไม้ดัดและวัสดุพืชพรรณตามบริเวณต่างๆ

      เกยลา บริเวณกำแพงแก้วพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท อยู่ระหว่างตกแต่งผิวและติดตั้งลวดลายพลับพลายกหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม   และพลับพลาหน้าพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาทติดตั้งองค์ประกอบและตกแต่งลวดลายแล้วเสร็จอยู่ระหว่างเก็บรายละเอียดและทำความสะอาด

​     งานศิลปกรรมประกอบพระเมรุมาศ งานจิตรกรรมฝาผนังโครงการพระราชดำริสำหรับติดตั้งบนพระที่นั่งทรงธรรมเขียนสีแล้วเสร็จ ขณะนี้ได้ดำเนินการนำชิ้นงานผนึกลงบนผนังในพื้นที่พระที่นั่งทรงธรรม ตำแหน่งที่ 2 บริเวณด้านทิศใต้ และตำแหน่งที่ 3 บริเวณด้านทิศเหนือของพระที่นั่งทรงธรรม) แล้วเสร็จ สำหรับภาพจิตรกรรมโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริตำแหน่งที่  1 บริเวณผนังกึ่งกลางอยู่ระหว่างการติดตั้ง

ศน.อบรมพระธรรมวิทยากร สอนธรรมะเยาวชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/296793

ศน.อบรมพระธรรมวิทยากร สอนธรรมะเยาวชน

เผยแผ่พุทธศาสนา, พระธรรมวิทยากร, กรมการศาสนา

ศน. เร่งพัฒนาทักษะและสมรรถนะพระธรรมวิทยากร 200 รูป เรียนรู้เทคนิคเผยแผ่พระธรรม และเป็นแกนนำเครือข่าย อบรมกล่อมเกลาเยาวชนพ้นวิกฤติด้านศีลธรรม

            เมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2560 นายมานัส ทารัตน์ใจ อธิบดีกรมการศาสนา เป็นประธานฝ่ายฆราวาสในพิธีเปิด “โครงการพัฒนาสมรรถนะพระธรรมวิทยากรเผยแผ่พระพุทธศาสนา” ภายใต้กองทุนส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 โดยพระพรหมวชิรญาณ กรรมการมหาเถรสมาคม ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมและเผยแพร่การพระศาสนาแห่งประเทศไทย วัดยานนาวา เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

ศน.อบรมพระธรรมวิทยากร สอนธรรมะเยาวชน

นายมานัส กล่าวว่า สังคมไทยในปัจจุบันได้รับผลกระทบจากข้อมูลข่าวสารทางเทคโนโลยีสารสนเทศที่เผยแพร่กันอย่างรวดเร็วกว้างขวาง แต่ขาดการกลั่นกรอง ทำให้เยาวชนของชาติหมกมุ่นหลงใหลไปในทางที่เสื่อม จำเป็นต้องนำหลักธรรมทางศาสนา  มาสร้างภูมิคุ้นกันทางจิตใจให้เข้มแข็ง ไม่ตกเป็นเหยื่อของสิ่งล่อลวงต่าง กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม  จึงจัดโครงการพัฒนาสมรรถนะพระธรรมวิทยากรเผยแผ่พระพุทธศาสนาประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 ขึ้นในระหว่างวันที่ 25-28 กันยายน 2560 ณ วัดยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร โดยได้อาราธนาพระสงฆ์จากทั่วประเทศ จำนวน 200 รูป เข้ารับการถวายความรู้ด้านการเผยแผ่หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา รวมถึงการฝึกปฏิบัติ เรียนรู้เทคนิคโดยสื่อสร้างสรรค์ จิตวิทยาวัยรุ่น  ศาสนพิธีและมารยาทไทยสำหรับเด็กและเยาวชน รวมถึงการบริหารจัดการค่ายคุณธรรมอย่างมีประสิทธิภาพ

ศน.อบรมพระธรรมวิทยากร สอนธรรมะเยาวชน

ทั้งนี้ กรมการศาสนา จะดำเนินการขึ้นทะเบียนพระธรรมวิทยากร เพื่อสร้างแกนนำและเครือข่ายพระธรรมวิทยากรประสานให้เกิดความร่วมมือในการทำงานอบรมคุณธรรมจริยธรรมส่งเสริมศีลธรรมให้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วประเทศต่อไป

อธิบดีกรมการศาสนา  กล่าวต่อว่า ปัจจุบัน “พระธรรมวิทยากร” เป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่าต่อการเผยแผ่หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ทั้งในด้านการเป็นแบบอย่างในการประพฤติปฏิบัติ  การเผยแผ่พระพุทธศาสนา  ตลอดจนการสร้างเสริมคุณธรรมให้กับเด็กเยาวชนและประชาชน  ซึ่งล้วนขึ้นอยู่กับสมรรถนะของพระธรรมวิทยากรเป็นสำคัญที่จะนำการพัฒนาคุณภาพของประชาชนไปสู่ทิศทางเพื่อตอบสนองนโยบายของประเทศได้

วงขลุ่ยไทยเป่าเพลงพระราชนิพนธ์ร.9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/296784

วงขลุ่ยไทยเป่าเพลงพระราชนิพนธ์ร.9

ร9, เพลงพระราชนิพนธ์, ขลุ่ยไทย, นักเรียน

ศธจ.พังงา จัดอบรมครูดนตรี นักเรียน เตรียมพร้อมวงขลุ่ยไทย ร่วมเป่าเพลงพระราชนิพนธ์เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในเดือนตุลาคมนี้

      นายสมรักษ์ ถวาย ศึกษาธิการจังหวัดพังงา กล่าวว่า สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดพังงา (ศธจ.พังงา) กองทุนพี่ร้องให้น้องได้เรียน ร่วมกับสาขาวิชาดนตรี มหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต จัดอบรมเชิงปฏิบัติการโครงการส่งเสริมสนับสนุนด้านสุนทรียศาสตร์ : ขลุ่ยไทยก้าวไกลสู่สากล ให้กับครูผู้สอนดนตรีเกี่ยวกับขลุ่ยไทยและนักเรียน ระยะที่ 2 เพื่อการเตรียมการวงขลุ่ยไทย ด้วยเพลงพระราชนิพนธ์เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ให้นักเรียนได้รวมพลังแสดงออกถึงความจงรักภักดีถวายในหลวง รัชกาลที่ 9 ด้วยการเป่าขลุ่ยไทย ด้วยเพลงพระราชนิพนธ์ ในเดือนตุลาคม  โดยมีครูและนักเรียนเข้าอบรมครั้งนี้ จำนวน 90 คน เข้ารับการฝึกซ้อม

วงขลุ่ยไทยเป่าเพลงพระราชนิพนธ์ร.9

รัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการโครงการเศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อให้ศิลปะทุกแขนงเกิดการหลอมรวมกับเศรษฐกิจยุคปัจจุบัน ที่ต้องการความคิดเชิงสร้างสรรค์เข้ามาประยุกต์กับการขับเคลื่อนประเทศเข้าสู่ไทยแลนด์ 4.0 การอบรมครั้งนี้จึงมีความสำคัญต่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน  ครูต้องมีความตื่นตัวและเตรียมพร้อมในการจัดการเรียนรู้เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียน ให้เกิดทักษะในการดำรงชีวิตในโลกศตวรรษที่ 21

วงขลุ่ยไทยเป่าเพลงพระราชนิพนธ์ร.9

วงขลุ่ยไทยเป่าเพลงพระราชนิพนธ์ร.9

5 นวัตกรรมอาชีวะคว้าแชมป์ออฟเดอะแชมป์ปี 60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/296747

5 นวัตกรรมอาชีวะคว้าแชมป์ออฟเดอะแชมป์ปี 60

วิจัยขายได้, อาชีวะ, นวัตกรรม, ครั้งที่, ประจำปี, 2560

สอศ.ส่งสิ่งประดิษฐ์ร่วมแสดง ตลาดนัดเปิดโลกผลงานวิจัยและนวัตกรรม ครั้งที่ 2 สุดปลื้ม 5 นวัตกรรมได้รับรางวัลชนะเลิศระดับชาติ สายอาชีวะ ประจำปี 2560

       ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้จัดงาน “ตลาดนัดเปิดโลกผลงานวิจัยและนวัตกรรม ครั้งที่ 2” ภายใต้แนวคิด “วิจัยขายได้” ระหว่างวันที่ 23-24 กันยายน 2560 ณ อาคารไปรษณีย์กลาง และศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ บางรัก กรุงเทพฯ นั้น สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้คัดเลือกผลงานของนักศึกษาอาชีวศึกษาที่มีผลงานนวัตกรรมดีเด่น สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในมิติต่าง ๆ สร้างมูลค่าเพิ่มในเชิงพาณิชย์ เชิงชุมชน/สังคม เพื่อการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชนโดยรวมของประเทศ นำไปร่วมจัดแสดงและสาธิตในงานดังกล่าว ซึ่ง วช. ได้จัดรางวัล “สุดยอดนวัตกรรมระดับชาติ” สายอาชีวศึกษา ประจำปี 2560 (Champ of the Champ) ให้ด้วย ซึ่งมีผลรางวัลดังนี้

5 นวัตกรรมอาชีวะคว้าแชมป์ออฟเดอะแชมป์ปี 60

กลุ่มที่ 1 กลุ่มอาหารเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ “ชนะเลิศ” ได้แก่ วิทยาลัยยเทคนิคสตูล เครื่องทำความสะอาดรังนกนางแอ่นด้วยลำโพง กลุ่มที่ 2 กลุ่มสาธารณสุข สุขภาพและเทคโนโลยีทางการแพทย์ ได้แก่ วิทยาลัยสารพัดช่างสี่พระยา เครื่องช่วยฟังชนิดใส่หลังใบหู กลุ่มที่ 3 กลุ่มเครื่องมืออุปกรณ์อัจฉริยะ ระบบเครื่องกลที่ใช้อิเล็กทรอนิกส์ควบคุมปัญญาประดิษฐ์ และใช้เทคโนโลยีสมองกลฝังตัว ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี เครื่องถอดและประกอบโช๊คอัพแมคเฟอร์สันสทรัทแบบถอดประกอบคู่กึ่งอัตโนมัติ กลุ่มที่ 4 กลุ่มสร้างสรรค์วัฒนธรรมการศึกษาและสังคม ที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิต ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ ชุดตรวจค้นต้นแบบเอนกประสงค์สำหรับผู้รักษาความปลอดภัย กลุ่มที่ 5 กลุ่มสิ่งแวดล้อมและพลังงาน ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคหนองคาย เตาเผาพ่นไฟแบบเติมเชื้อเพลิงอัตโนมัติ

ดร.สุเทพ กล่าวต่อว่า สอศ.ได้สนับสนุนให้สถานศึกษาในสังกัดคิดค้นนวัตกรรมที่เกิดจากการจัดการเรียนการสอนในสาขาวิชาชีพต่าง ๆ ซึ่งนวัตกรรมของอาชีวะเป็นนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวัน หรือในการประกอบอาชีพต่าง ๆ ทำให้คุณภาพชีวิตและการประกอบอาชีพมีความสะดวกสบายมากขึ้น ผลงานเหล่านี้ได้นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หลายชิ้นงาน และมีการพัฒนารูปแบบและศักยภาพให้สูงขึ้นตามลำดับ ซึ่งเชื่อมั่นว่าการศึกษาอาชีวศึกษาได้ดำเนินมาอย่างถูกทาง โดยเน้นการปฏิบัติจริงเป็นหลักเพื่อให้นักศึกษามีความพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่โลกอาชีพได้อย่างแท้จริง

กกอ.ชุดใหม่เหลือ 18 คนคาดเริ่มสรรหาธ.ค.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/296741

กกอ.ชุดใหม่เหลือ 18 คนคาดเริ่มสรรหาธ.ค.นี้

ลดสัดส่วน, การสรรหา, ชุดใหม่, กกอ, หมอธี, เหลือ

เผยสรรหา กกอ.ชุดใหม่เดินหน้าตามกฎหมายปกติ ลดสัดส่วนจากเดิม 28 คน เหลือ 18 คน เพิ่มปลัด ก.วิทย์ เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง เตรียมส่งร่างกฎ ศธ.ให้ “หมอธี” ก่อนเสนอครม.

      นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ได้เสนอร่างกฎกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เกี่ยวกับการสรรหาคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ชุดใหม่ ที่จะเข้ามาทำหน้าที่แทนชุดเดิมที่หมดวาระลงเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งเรื่องนี้ตนได้มีการหารือกับทาง สกอ. มาระยะหนึ่งแล้ว และแน่นอนว่าเรากำลังจะมีการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษาขึ้น และมีข้อเสนอให้ปรับปรุง กกอ. ด้วย ดังนั้นจึงถือเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะดำเนินการปรับ กกอ. ในช่วงเวลานี้

ส่วนในอนาคตจะมีการดำเนินการอย่างไรก็คงต้องมีการหารืออีกครั้ง เพราะส่วนตัวคิดว่าเมื่อมีกระทรวงการอุดมศึกษาเกิดขึ้น ก็จะต้องมีการสรรหา กกอ. ใหม่อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม การดำเนินการในขณะนี้คงจะต้องยึดกฎหมายปัจจุบันที่มีการวางตำแหน่งต่างๆ ไว้แล้วก่อน ส่วนจำนวนกรรมการ กกอ. ชุดใหม่ ก็ถือว่าลดลงจากเดิมมาก โดยขั้นตอนต่อจากนี้ก็จะต้องนำร่างกฎ ศธ. ดังกล่าวมาดูในรายละเอียดว่าเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ ก่อนที่จะมีการเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป

ด้านนายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (เลขาฯ กกอ.) กล่าวว่า สำหรับ กกอ. ชุดใหม่ จะมีคณะกรรมการทั้งหมด 18 คน จากเดิม 28 คน ประกอบด้วย กรรมการโดยตำแหน่ง 8 คน ผู้ทรงคุณวุฒิ 10 คน ทั้งนี้ ในส่วนของกรรมการโดยตำแหน่งมีการเพิ่ม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เข้ามาเป็นกรรมการด้วย ซึ่งเมื่อ รมว.ศธ. เห็นชอบแล้ว ก็จะส่งร่างกฎ ศธ. ดังกล่าวให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา เพื่อให้ความเห็นกลับมา จากนั้นก็จะส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกา ก่อนที่จะนำเสนอให้ ครม. ทั้งนี้ ตนคาดว่าน่าจะเริ่มกระบวนการสรรหากรรมการ กกอ. ชุดใหม่ได้ ช่วงเดือนธันวาคมนี้

ต้องอ่านวิธีแก้เด็กอ่านไม่ออก-เขียนไม่ได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/296758

ต้องอ่านวิธีแก้เด็กอ่านไม่ออก-เขียนไม่ได้

ห้องเรียนปไก่, สพป, ตาก, Read Right for Child (RRC), รรชายขอบ, บ้านเปิงเคลิ่ง, ห้องเรียน, อมาตยกุล

“ห้องเรียน ป.ไก่” โรงเรียนท่านผู้หญิงวิไล อมาตยกุล (บ้านเปิงเคลิ่ง) สพป.ตาก เขต 2 ถูกคิดขึ้นมาป้องกันและแก้ไขปัญหาอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ของผู้เรียนในชั้นประถม

        โรงเรียนท่านผู้หญิงวิไล อมาตยกุล (บ้านเปิงเคลิ่ง) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2 เป็นโรงเรียนขยายโอกาส เปิดทำการสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล – มัธยมศึกษาตอนปลาย มีนักเรียนทั้งสิ้น 924 คน ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านเปิงเคลิ่ง อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ห่างจากตัวจังหวัดตาก 302 กิโลเมตร ติดชายแดนไทย – พม่า ประชาชนส่วนใหญ่เป็นชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงที่มีฐานะยากจน ไม่ได้ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาหลักในการติดต่อสื่อสาร

ต้องอ่านวิธีแก้เด็กอ่านไม่ออก-เขียนไม่ได้

       ด้วยเหตุนี้โรงเรียนผู้หญิงวิไล อมาตยกุล (บ้านเปิงเคลิ่ง) ได้จัดทำโครงการ “ห้องเรียน ป.ไก่” ขึ้นมา เพื่อแก้ไขปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ของผู้เรียนในระดับชั้นประถมศึกษา โดยคัดกรองผู้เรียนในระดับชั้น ป.3- ป.6 ที่มีปัญหาด้านการอ่านการเขียนภาษาไทย  โดยใช้ตำราของ Read Right for Child (RRC) แนวคิดของนายอโณทัย ไทยวรรณศรี ผอ.สพป.ตาก เขต 2 ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยเฉพาะเด็กกลุ่มชาติพันธุ์ให้สูงและดียิ่งขึ้นโดยนำร่องจากห้องเรียนสาขาอำเภอท่าสองยางที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2

        สิปปนนท์ มั่งอะนะ ผู้อำนวยการโรงเรียนท่านผู้หญิงวิไล อมาตยกุล (บ้านเปิงเคลิ่ง) อธิบายว่า“ห้องเรียน ป.ไก่” เป็นโครงการที่นำมาใช้ในการแก้ปัญหาในการเรียนรู้ด้านภาษาไทย นักเรียนชาวเขา ไม่ได้ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาหลักในการสื่อสาร ทำให้เกิดปัญหาการเรียนรู้ไม่ใช่แค่วิชาภาษาไทย แต่จะพ่วงไปกับทุกๆ วิชา เนื่องจากเด็กเหล่านี้อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ไม่เข้าใจความหมายของคำในภาษาไทยมากพอ ซึ่งจะส่งผลถึงการเรียนรู้ต่างๆ ที่คุณครูสอนไปนั้นเด็กไม่เข้าใจ เรียนไม่รู้เรื่อง จนบ้างคนอายต้องไปนั่งอยู่หลังห้องหรือไม่อยากเข้าเรียน ห้องเรียน ป.ไก่ จึงถูกสร้างมาเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้

ต้องอ่านวิธีแก้เด็กอ่านไม่ออก-เขียนไม่ได้

สิปปนนท์ มั่งอะนะ

       โดย ป. นี้หมายถึงการป้องกัน ซึ่งดำเนินการปรับกระบวนการเรียนการสอนในวิชาภาษาไทยใหม่สำหรับระดับชั้น ป.1 และ ป.2 ซึ่งเป็นชั้นเรียนแรกและชั้นเรียนสำคัญในการสอนให้นักเรียนอ่านเขียนภาษาไทยได้ และ ไก่ นั้นหมายถึงการแก้ไข ซึ่งได้คัดกรองเด็กนักเรียนในระดับชั้น ป.3 – ป.6 มาประเมินความสามารถในการอ่านเขียนภาษาไทย

       “เหตุที่เริ่มจากชั้น ป.3 เพราะ การเรียนสะกดคำนั้น ส่วนใหญ่จะมีอยู่ในชั้น ป.1 และ ป.2 นั้นหมายความว่า หากเด็กนักเรียนคนไหนอยู่ ป.3 แล้วยังสะกดคำไม่ได้ ก็จะมีโอกาสที่จะอ่านหนังสือไม่ออกไปตลอดนั้นเอง จึงเริ่มคัดเด็กตั้งแต่ ป.3 ขึ้นมา ให้มาเรียนในห้องเรียนพิเศษที่เราเรียกว่า ห้อง ป.ไก่ ซึ่งได้จัดบรรยากาศในห้องเรียนให้เหมาะสมและน่าเรียน ใช้กระบวนการเรียนรู้ที่นำหลายทักษะมาใช้ร่วมกัน เปลี่ยนสื่อการเรียนใหม่โดยเราเลือกใช้สื่อการสอนของ สพป.ตาก 2 (RRC) ทั้งหมดเพื่อให้เด็กเกิดการเรียนรู้ที่ดีและเรียนรู้ได้ไว โดยเด็กนักเรียนคนไหนผ่านการประเมินแล้วก็จะกลับไปสู่ห้องเรียนเดิม เพื่อเรียนกับเพื่อนตามปกติ”  นายสิปปนนท์ กล่าว

ต้องอ่านวิธีแก้เด็กอ่านไม่ออก-เขียนไม่ได้

ครูนงนุช ศิริพร

        ครูนงนุช ศิริพร ครูผู้สอนห้องเรียน ป.ไก่ ในฐานะครูผู้สอนห้องเรียน ป.ไก่ เล่าว่ามีการจัดกระบวนการเรียนการสอนโดย แบ่งช่วงเวลาในแต่ละวันออกเป็น 3 ช่วง คือ ช่วงเช้า ช่วงกลางวัน และช่วงบ่าย โดยในแต่ละช่วงจะมีครูดูแลในการจัดกิจกรรมสำหรับผู้เรียน  ซึ่งโดยส่วนใหญ่กิจกรรมที่ใช้ในการเรียนการสอนสำหรับห้องเรียน ป.ไก่ จะเป็นไปในแนวเรียนปนเล่น มีกิจกรรมที่สนุกสนานระหว่างช่วงที่ผู้เรียนได้ทำกิจกรรม เพื่อให้เกิดความผ่อนคลาย เพราะผู้เรียนในห้องเรียนนี้อ่านหนังสือไม่ได้และสื่อการเรียนการสอนที่ใช้ คือ RRC ซึ่งเป็นสื่อการเรียนการสอนของ สพป.ตาก เขต 2 เนื้อหาจะมีความน่าสนใจ มีรูปภาพที่สวยงาม สามารถกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้มากยิ่งขึ้นและพัฒนาตนเองในด้านการอ่านการเขียนที่ดีขึ้นได้

ต้องอ่านวิธีแก้เด็กอ่านไม่ออก-เขียนไม่ได้

 เด็กชายสุรกิจ ไม่มีนามสกุล

       เด็กชายสุรกิจ ไม่มีนามสกุล นักเรียนห้องเรียน ป.ไก่ บอกว่าจากการที่ถูกคัดกรองเข้ามาอยู่ในห้องเรียน ป.ไก่ ตอนแรกไม่อยากเข้ามาอยู่ ด้วยความที่กลัวว่าเพื่อนจะล้อและอายที่ใครๆ จะมองว่าอ่านหนังสือไม่ออก แต่เมื่อได้เข้ามาอยู่ในห้องเรียน ป.ไก่ เป็นห้องเรียนที่น่าเรียนมาก และครูที่สอนก็มีกิจกกรมที่หลากหลายได้ลงมือทำใบงานต่างๆ ด้วยตนเองทำให้การเขียนการอ่านดีขึ้น ต้องขอขอบคุณห้องเรียน ป.ไก่ ที่ทำให้อ่านหนังสือได้ดีขึ้น

     เช่นเดียวกับ เด็กหญิงวรดา ไม่มีนามสกุล นักเรียนที่อ่านหนังสือไม่ได้” ถูกล้อถูกแซว แต่เมื่อได้มาอยู่ห้อง ป.ไก่ ครูผู้สอนได้อธิบายถึงที่มาของห้องเรียน ป.ไก่ จึงทำให้รู้ว่าที่ต้องมาอยู่ห้องเรียนนี้เพราะตัวเราเองและครูจะช่วยแก้ปัญหาด้านการอ่านการเขียนให้ดีขึ้น ห้องเรียน ป.ไก่ ที่ทำให้อ่านดีขึ้นและพัฒนาตนเองให้ดีขึ้นกว่าเดิม

ต้องอ่านวิธีแก้เด็กอ่านไม่ออก-เขียนไม่ได้

       ผู้อำนวยการโรงเรียนท่านผู้หญิงวิไล อมาตยกุล (บ้านเปิงเคลิ่ง) กล่าวด้วยว่า จากการที่ได้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนห้องเรียน ป.ไก่ แบบเรียนปนเล่น ทำให้นักเรียนมีความสุขกับการเรียน ผลตอบรับที่ได้นักเรียนมีพัฒนาการด้านการอ่านการเขียนภาษาไทยที่ดีขึ้น อีกทั้งในส่วนของผู้ปกครองได้ให้คำชื่นชม และยอมรับกับพัฒนาด้านการเรียนของนักเรียนในทางที่ดีขึ้น จากนักเรียนที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ สามารถอ่านออกเขียนได้ผ่าน

        โดยการทดสอบการอ่านจากครูประจำชั้น ได้เห็นพัฒนาการด้านการอ่านการเขียนที่ดีขึ้น เห็นความตั้งใจของคณะครูและเด็กๆ นักเรียนทุกคนในห้องเรียน ป.ไก่ ทำให้ผลที่ออกมาเป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างมาก ส่งผลให้การจัดการศึกษาในพื้นที่ชายแดนและถิ่นทุรกันดาร มีประสิทธิภาพและเกิดผลดีต่อผู้เรียนได้ดียิ่งขึ้น.

 0 ศตายุ วาดพิมาย  0

นักประชาสัมพันธ์ สพป.ตาก เขต 2

มฟล.ครบ 19 ปี ตั้งศูนย์บริการสุขภาพครบวงจรภาคเหนือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/296742

มฟล.ครบ 19 ปี ตั้งศูนย์บริการสุขภาพครบวงจรภาคเหนือ

มฟล, 19 ปี, ศูนย์บริการสุขภาพ, ภาคเหนือ, ครบวงจร, แม่ฟ้าหลวง

มฟล.ครบรอบ 19 ปี อธิการบดีรายงานประชาชน เตรียมจัดตั้งโครงการศูนย์บริการสุขภาพแบบครบวงจรแห่งภาคเหนือและอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง เน้นผู้สูงผู้อายุให้การดูแลสุขภาพตลอดจนพัฒนาศักยภาพ

       ก้าวสู่ปีที่ 19 มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ในวันที่ 25 กันยายน 2560 โดยได้ จัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสครบรอบ 19 ปี สถาปนามหาวิทยาลัย ที่มฟล.จ.เชียงราย เริ่มด้วยพิธีทำบุญตักบาตร พระสงฆ์ 160 รูป, พิธีถวายสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี, พิธีทางศาสนา และกิจกรรมรายงานประชาชน ซึ่งมี รศ.ดร. วันชัย ศิริชนะ อธิการบดี คณะผู้บริหาร คณาจารย์ พนักงาน และนักศึกษา ตลอดจนผู้แทนหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมตลอดพิธีการ

รศ.ดร.วันชัย กล่าวว่าบนเส้นทางของมหาวิทยาลัยยึดมั่นตามรอยพระราชปณิธานของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี คือ ปลูกป่าสร้างคน ซึ่งตลอดระยะเวลา 19 ปีที่ผ่านมาได้ฟื้นผืนป่าและผลิตบัณฑิตทรัพยากรบุคคลอย่างมีคุณภาพ รวมถึง ได้ผลักดันให้มหาวิทยาลัยแห่งนี้ก้าวเดินไปข้างหน้าสู่ความยอมรับของสังคมและนานาประเทศ ผลิตบัณฑิตคุณภาพออกไปรับใช้สังคมแล้ว 20,465คน ที่กระจายตัวทำงานอยู่ในทุกภาคส่วนทั้งในประเทศและต่างประเทศ  โดยตั้งเป้าเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำต่อภูมิภาคทั้งระดับอาเซียนและเอเชีย โดยในปี พ.ศ.2555 ได้ก่อตั้งสำนักวิชาแพทยศาสตร์และสำนักวิชาทันตแพทยศาสตร์ ก่อนที่เปิดรับนักศึกษาแพทยศาสตร์รุ่นแรกในปี 2556

ปัจจุบันรับนักศึกษาแพทยศาสตร์เป็นรุ่นที่ 5  และเปิดรับนักศึกษาทันตแพทยศาสตร์รุ่นแรกในปี 2557 ปัจจุบันรับนักศึกษาทันตแพทยศาสตร์เป็นรุ่นที่ 4 ด้วยวัตถุประสงค์ในทิศทางเดียวกันที่ว่าเพื่อเตรียมกำลังคนด้านสุขภาพที่มีคุณลักษณะพิเศษ มีความรู้ความเชี่ยวชาญในวิชาชีพแล้วยังมีใจมีความสามารถที่จะทำงานกับชุมชนหรือในพื้นที่ชนบทห่างไกล เพื่อรองรับการทำงานดูแลสุขภาพประชาชนในเขตภาคเหนือตอนบน และทั่วประเทศ ตลอดจนประเทศในเขตอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง  การผลิตบัณฑิตเป็นภารกิจสำคัญหนึ่งของมหาวิทยาลัย ที่มฟล.ดำเนินการได้ตามคาดหวัง ทั้งยังได้เสียงสะท้อนจากผู้ใช้บัณฑิตเสมอว่ามีความพึงพอใจบัณฑิต มฟล. ในหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นความรู้ความสามารถในวิชาชีพหรือทักษะในเชิงภาษาต่างประเทศก็ตาม

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยต้องเป็นที่พึ่งทางปัญญาให้กับสังคม ได้ส่งเสริมให้อาจารย์ทำงานวิจัยอย่างต่อเนื่อง มีผลงานวิจัยเชิงประยุกต์สามารถที่จะนำไปสู่การปฏิบัติได้เป็นจำนวนมาก มีผลงานหลายชิ้นได้จดสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการบริการวิชาการแก่ชุมชนอย่างจริงจังต่อเนื่องตลอดปี  สำหรับผลงานวิจัยในช่วงที่ผ่านมา มีการเข้าไปพัฒนาเพิ่มมูลค่าสินค้าการเกษตรหรือพืชสมุนไพรไทยต่างๆ เช่น โครงการเชียงรายเมืองสมุนไพร เป็นการผลักดันการใช้สมุนไพรให้เป็นที่ยอมรับและได้มาตรฐาน เป็นต้น

อธิการบดี มฟล. กล่าวต่อไปว่ามหาวิทยาลัยอยู่ระหว่างการดำเนินการจัดตั้งศูนย์การแพทย์ โดยสำนักวิชาแพทยศาสตร์ มูลค่า 6,000 ล้านบาท เพื่อเป็นศูนย์การแพทย์ที่ได้มาตรฐานและเป็นโรงพยาบาลขนาด 400 เตียง มีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2561 และเปิดให้บริการอย่างเต็มตัวในปี 2562  และ เมื่อเร็วๆ นี้ ยังได้รับงบประมาณ  ให้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์บริการสุขภาพแบบครบวงจรแห่งภาคเหนือและอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เพื่อสร้างและพัฒนาระบบบริการสุขภาพแบบครบวงจรที่มีคุณภาพชั้นนำ เป็นศูนย์กลางการดูแลสุขภาพ และพัฒนาศักยภาพของศูนย์สุขภาพและผู้สูงอายุ เป็นการเสริมสร้างคุณภาพชีวิต และการมีสุขภาพที่ดี โดยกำหนดแผนดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ 2561 เป็นต้นไป

เช็คด่วน!!ผมร่วงมาก สัญญาณเตือนโรคไทรอยด์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/296622

เช็คด่วน!!ผมร่วงมาก สัญญาณเตือนโรคไทรอยด์

ผมร่วงมาก, ผมร่วงไทยรอย, เส้น

ปัจจุบันคนปกติทั่วไปจะมีเส้นผมประมาณ 80,000-120,000 เส้น และจะร่วงเป็นประจำทุกวัน วันละ 30-50 เส้น ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นกับเพศชายมากกว่าเพศหญิง ที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป

      หากบางรายมีผมร่วงมากเกินกว่าปกติ จะส่งผลให้เกิดปัญหาผมร่วง ผมบาง และศีรษะล้านจนเกิดความกังวลและขาดความมั่นใจในชีวิตประจำวันในที่สุด  ดังนั้นการตรวจปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตรวจวิเคราะห์เส้นผมเบื้องต้น ผ่านเครื่องมือ Hair Analysis  ในการตรวจโครงสร้าง ขนาด ความหนาแน่นของหนังศีรษะ เพื่อหาสาเหตุของเกิดผมบาง ซึ่งส่วนใหญ่ผมบางเกิดจากกรรมพันธุ์  ฮอร์โมน  การรับประทานยา รวมไปถึงภาวะโรคทางกาย เช่น โรคไทรอยด์ ภูมิแพ้ตัวเอง SLE  เบาหวาน ภาวะความเครียดและการรับประทานอาหารที่ไม่เพียงพอไม่ถูกตามหลักโภชนาการ  เป็นต้น

นพ.ถนอมกิต เพราะสุนทร แพทย์ผ่าตัดผิวหนังและเส้นผม โรงพยาบาลพระรามเก้า กล่าวว่า  โรคไทรอยด์ นับว่าเป็นโรคที่เกิดจากภาวะกายอันดับ 1 ที่เป็นสาเหตุทำให้ผมหลุดร่วงมากที่สุด ซึ่งจะมีสภาวะที่ต่อมไทรอยด์สร้างฮอร์โมนผิดปกติ ส่วนใหญ่จะเกิดจากพันธุกรรม และมักพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชายของคนที่ป่วยด้วยโรคไทรอยด์ ส่วนอาการแรกที่เป็นสัญญาณเตือนภัย คือ เส้นผมจะร่วงมากผิดปกติ อันเนื่องมาจากคนที่เป็นโรคไทรอยด์นี้  ร่างกายจะขับไขมันออกมาทางผิวหนังมาก ทำให้หนังศีรษะมัน รากผมอ่อนแอ เป็นสาเหตุทำให้ผมร่วงได้ง่าย   นอกจากนี้ โรคนี้ยังจะมีอาการอื่นแทรกซ้อนเข้ามาด้วย  เช่น นอนไม่หลับ ตาโปน กล้ามเนื้ออ่อนแรง เหนื่อยง่าย และน้ำหนักลด  เกิดความเครียดตลอดเวลา ซึ่งเป็นหนึ่งปัจจัยหลัก ๆ ที่ทำให้เกิดอาการผมร่วงได้ง่ายเช่นกัน

เช็คด่วน!!ผมร่วงมาก สัญญาณเตือนโรคไทรอยด์

นพ.ถนอมกิต เพราะสุนทร

ส่วนวิธีการรักษาเส้นผมที่เกิดจากการหลุดร่วง คือ ควรตรวจวิเคราะห์ วินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้วยภาวะโรคทางกายในการตรวจสุขภาพเบื้องต้นก่อน ด้วยวิธีการเจาะเลือด เพื่อหาสาเหตุของโรค หากพบว่าเป็นไทรอยด์แล้ว โรคนี้จะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ แบบไฮโปไทรอยด์  (Hypothyroidism) ที่ผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ออกมาไม่เพียงพอ โดยต่อมไทรอยด์ซึ่งอยู่ด้านหน้าส่วนล่างของคอ ทำหน้าที่ผลิตและส่งฮอร์โมนไทรอยด์เข้าไปในกระแสเลือด โดยลักษณะอาการผู้ป่วยจะมีน้ำหนักมาก เพราะร่างกายไม่สามารถเผาผลาญอาหารได้ และส่งผลให้ผมร่วง ซึ่งกลุ่มนี้จะต้องได้รับฮอร์โมนกลับเข้าไปด้วย

ส่วนแบบไฮเปอร์ไทรอยด์  ส่วนใหญ่จะเกิดจากต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ  ลักษณะอาการของผู้ป่วยจะมีอาการที่ผอมมาก คอโต ตาโปน ตัวเหลืองและผมร่วงในที่สุด ซึ่งทั้งสองกลุ่มนี้จำเป็นต้องตรวจวินิจฉัยสุขภาพเบื้องต้น เพื่อรักษาโรคไปพร้อมกับการตรวจรักษาเส้นผม โดยขั้นตอนการรักษาเส้นผมแพทย์จะทำการตรวจวิเคราะห์สาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้เกิดผมร่วง และเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วย ทั้งนี้วิธีการรักษามีได้หลายวิธี อาทิ การรักษาด้วยการรับประทานยาและวิตามินเสริม การใช้เลเซอร์ยิงลงบนหนังศีรษะเพื่อกระตุ้นเซลล์รากผมที่เสื่อมสภาพ และการใช้แสงสีแดงที่มีลักษณะเป็นหลอด LED จำนวนมากฉายลงบริเวณเส้นผมและหนังศีรษะเพื่อช่วยเร่งการเจริญเติบโตของเซลล์รากผมและเร่งการหมุนเวียนของโลหิต เพื่อเพิ่มความมั่นใจกลับคืนสู่ผู้ป่วยอีกครั้ง

เซรั่มบำรุงหน้า สารสกัดเงาะพันธุ์สีชมพู

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/296615

เซรั่มบำรุงหน้า สารสกัดเงาะพันธุ์สีชมพู

สารสกัดเงาะพันธุ์สีชมพู, เซรั่มบำรุงหน้า, นักวิจัย

นักวิจัย มทร.ธัญบุรี นำกะทิพัฒนาเทคโนโลยีนีโอโซม และสารสกัดเงาะพันธุ์สีชมพู เพิ่มความขาว สู่เซรั่มบำรุงหน้า

       “เพิ่มมูลค่าให้กับมะพร้าว และการนำทรัพยากรท้องถิ่น คือเงาะพันธุ์สีชมพู อ.ขลุง จังหวัดจันทบุรีมาใช้ประโยชน์ในเชิงอนุรักษ์ มาทำการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เซรั่มบำรุงหน้า ขาวกระจ่างใส ลดฝ้ากระจุดด่างดำ”ผศ.ดร.กรวินท์วิชญ์ บุญพิสุทธินันท์ นักวิจัยและอาจารย์วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย บอกกล่าวถึงที่มาของ “ผลิตภัณฑ์เซรั่มบำรุงผิวหน้าที่ใช้เทคโนโลยีนีโอโซมซึ่งพัฒนาด้วยกะทิ” รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1ประเภทเกษตรศาสตร์ การประกวดสิ่งประดิษฐ์และเทคโนโลยี งานประชุมวิชาการมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ครั้งที่ 9 (9 th RMUTNC)

เซรั่มบำรุงหน้า สารสกัดเงาะพันธุ์สีชมพู

ผศ.ดร.กรวินท์วิชญ์ บุญพิสุทธินันท์ เล่าว่า นำเทคโนโลยีนาโน โดยใช้ “นีโอโซม” เหมือนถุงที่ค่อยห่อหุ้ม ซึ่งประกอบด้วย แรงตึงผิว และคลอเรสเตอรอล และอาจเติมใส่กรดสเตียริกลงไปเพื่อเพิ่มความคงตัวและประสิทธิภาพการกักเก็บ แต่ด้วยราคาแพงและต้องนำเข้าจากประเทศ จึงได้ค้นคว้าวิจัยและหาข้อมูล พบว่า กะทิมีสมบัติเป็นสารอิมัลซิไฟเออร์ที่ดี เมื่อนำมาผสมกับนีโออนุภาคเล็ก เพื่อประสิทธิภาพในการกักเก็บสารสำคัญสูงได้ถึง 80 %   ซึ่งดีกว่ากรดสเตียริก นอกจากนี้ยังได้นำนีโอโซมที่พัฒนาได้ไปกักเก็บสารสกัดจากเงาะพันธุ์สีชมพู ซึ่งเป็นพืชพื้นเมืองของ อ.ขลุง จังหวัดจันทบุรี จากงานวิจัยก่อนหน้า ซึ่งมีฤทธิ์ต้านสารอนุมูลอิสระ กระตุ้นคอลลาเจนและลดการสร้างเมลานินเทียบเท่าได้กับกลูต้าไธโอน และนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เซรั่มบำรุงผิวหน้า ซึ่งจะช่วยบำรุงให้ผิวหน้ากระจ่างใส ลดริ้วรอย ลดฝ้า กระ และจุดด่างดำ ช่วยฟื้นฟูและปรับสภาพผิวให้สม่ำเสมอ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยในการซึมผ่านสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้น ไม่ทำให้เหนียวเหนอะหนะ สามารถบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นได้ดี

เซรั่มบำรุงหน้า สารสกัดเงาะพันธุ์สีชมพูเซรั่มบำรุงหน้า สารสกัดเงาะพันธุ์สีชมพูเซรั่มบำรุงหน้า สารสกัดเงาะพันธุ์สีชมพู

        “การวิจัยและพัฒนาผลผลิตทางการเกษตรได้อย่างลงตัว โดยการเพิ่มมูลค่าให้กับมะพร้าว  และ การใช้ประโยชน์ในเชิงอนุรักษ์ ของเงาะพันธุ์สีชมพู ให้กับจังหวัดจันทบุรี จะช่วยลดการนำเข้าสารเคมีจากต่างประเทศ และช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจของไทยได้” ผศ.ดร.กรวินท์วิชญ์  กล่าวทิ้งท้าย

ผู้ประกอบการที่สนใจนำไปต่อยอดในเชิงพาณิชย์ สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ ผศ.ดร.กรวินท์วิชญ์ วิทยาลัยการแพทย์  โทร.0-2592-1999 ต่อ 1112

ชวนคนไทยวิ่ง ช่วยเหลือเด็ก-เยาวชนจากน้ำเมา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/296627

ชวนคนไทยวิ่ง ช่วยเหลือเด็ก-เยาวชนจากน้ำเมา

น้ำเมา, วิ่ง, Friends, 2017

ชวนคนไทยพักตับ..รักษ์สุขภาพต่อ จัดโครงการเดิน-วิ่งการกุศล SDN Run for Friends 2017 ตั้งกองทุนฯ ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำเมา มีมากถึง ร้อยละ24.6

       เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 23 กันยายน 2560  ที่ สวนนวมินทร์ภิรมย์ เขตบึงกุ่ม  กทม.  สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ มูลนิธิเครือข่ายพลังสังคม สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) และภาคีเครือข่ายต่างๆ จัดกิจกรรมโครงการเดิน-วิ่งการกุศล SDN Run for Friends 2017 เพื่อส่งเสริมสุขภาพจากการออกกำลังกาย หลังจากการร่วมกันงดดื่มน้ำเมาพักตับในช่วงเข้าพรรษา โดยมีนักวิ่งจากสมาพันธ์และมูลนิธิชมรมเดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพไทย ชมรมวิ่งสวนเสรีไทย ชมรมวิ่งสวนพฤกษ 99 และชมรมคนหัวใจเพชร กทม.ฯลฯทั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 600 คน  ซึ่งรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจากการจัดกิจกรรมครั้งนี้ จะนำไปจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือเด็ก-เยาวชน และครอบครัว ได้รับผลกระทบจากน้ำเมา

ชวนคนไทยวิ่ง ช่วยเหลือเด็ก-เยาวชนจากน้ำเมา

โดย ดร.นพ.บัณฑิต ศรไพศาล รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)  ประธานในพิธีกล่าวว่า สสส. และภาคีเครือข่าย ส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนรู้เท่าทันถึงอันตรายและผลกระทบของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาโดยตลอด โดยให้ความสำคัญกับการรณรงค์ป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ รวมถึงการช่วยเหลือบำบัดการเลิกดื่ม เพื่อลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากสังคมไทยได้ให้มากที่สุด โดยข้อมูลจากรายงานการศึกษาผลกระทบของการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อบุคคลรอบข้างผู้ดื่ม ในประเทศไทย (ระยะที่ 1), 2558  โดยสำนักวิจัยนโยบายสร้างเสริมสุขภาพ สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ สนับสนุนโดยศูนย์วิจัยปัญหาสุรา ได้เก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์ในกลุ่มประชากรไทย ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,695 คน  ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ ขอนแก่น สุราษฎร์ธานี ชลบุรี และกรุงเทพมหานคร ผลการศึกษาพบว่า ประชากรไทย 82% ระบุว่าเคยได้รับผลกระทบจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของผู้อื่น โดยเมื่อพิจารณาผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อเด็ก พบว่ามีเด็กในความดูแลที่ได้รับผลกระทบจากการดื่มของผู้ตอบ 24.6% จากจำนวนกลุ่มตัวอย่างที่มีเด็ก/เยาวชนอายุตำกว่า 18 ปี ภายใต้การดูแล 937 คน

ชวนคนไทยวิ่ง ช่วยเหลือเด็ก-เยาวชนจากน้ำเมา

“ความรุนแรงเหล่านี้ ส่งผลเสียต่อทั้งสุขภาพกายและใจ คุณภาพชีวิตและพัฒนาการของเด็ก ตลอดจนส่งผลต่อการมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่างๆ เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ด้วย การมีคนดื่มหนักในครอบครัวเพิ่มโอกาสที่เด็กจะได้รับผลกระทบจากแอลกอฮอล์ 3.3 เท่า ซึ่งมักจะได้รับผลกระทบจากการดื่มของพ่อแม่มากที่สุด 5.7%  คนแปลกหน้าหรือคนในชุมชน 5.7% ญาติพี่น้อง 3.5% และเพื่อน 1.4% จะเห็นได้ว่าผลกระทบจากการดื่มเกิดขึ้นได้หลากหลายเป็นวงกว้างและรอบด้าน  ทั้งนี้การจัดกิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศล SDN Run for Friends 2017 ในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดีและรู้เท่าทันอันตรายของน้ำเมา และยังร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือเด็ก เยาวชน และครอบครัวของผู้ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย”

ชวนคนไทยวิ่ง ช่วยเหลือเด็ก-เยาวชนจากน้ำเมา

เภสัชกรสงกรานต์  ภาคโชคดี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.)  กล่าวว่า สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า และชมรมคนหัวเพชร ตลอดจนภาคีเครือข่าย ได้มีแนวคิดจัดโครงการเดิน-วิ่งการกุศล SDN Run for Friends 2017 เพื่อเป็นการระดมทุนในการสนับสนุน “กองทุนเพื่อช่วยเหลือเด็ก-เยาวชน และครอบครัว ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำเมา”  พร้อมกันนี้ เพื่อต้องการให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรม มีสุขภาพที่ดี จากการออกกำลังกาย จากการร่วมกันพักตับในช่วงเข้าพรรษา  รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจากกิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศล จะนำไปสนับสนุนกองทุน เพื่อช่วยเหลือเด็กเยาวชน และครอบครัว ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำเมา โดยมีพลเมืองจิตอาสาจากนักรณรงค์คนหัวใจเพชรที่เลิกเหล้าได้มากกว่า 3 ปี ที่ผ่านกระบวนการ เพื่อเป็นนักรณรงค์ เปลี่ยนแปลงค่านิยมสังคม และชวนคนลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่ต่างๆ  เป็นกลุ่มชมรม ในชุมชน อำเภอ จังหวัด ทั่วประเทศ  จะช่วยดูแลปัญหาในพื้นที่พร้อมทั้งนำเสนอเรื่องราวเพื่อสื่อสารเบื้องต้น ในกรณีที่มีเด็ก-เยาวชนและครอบครัว ที่เป็นผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำเมาเกิดความดือดร้อนและต้องการความช่วยเหลือในพื้นที่ของตนเอง

ชวนคนไทยวิ่ง ช่วยเหลือเด็ก-เยาวชนจากน้ำเมา

“รูปแบบของการช่วยเหลือและสนับสนุนจากเงินกองทุนจะมีดังนี้ 1.) การให้ความช่วยเหลือเด็กเยาวชนครอบครัวได้รับผลกระทบแบบเร่งด่วนฉุกเฉิน คณะกรรมการกองทุนฯ จะพิจารณาให้การช่วยเหลือเป็นกรณีไป 2.) การให้การสนับสนุนชมรมคนหัวใจเพชรเพื่อไปดำเนินการขับเคลื่อนงานให้เกิดการเลิกเหล้าแบบต่อเนื่องในพื้นที่ เบื้องต้นคณะกรรมการกองทุนฯ จะพิจารณาแนวทางและรูปแบบ โดยตั้งเงื่อนไขและข้อกำหนดการใช้งบประมาณเพื่อช่วยเหลือ ผู้ได้รับผลกระทบในแต่ละปี” ภก.สงกรานต์กล่าว

  นายวิษณุ  ศรีทะวงศ์ ประธานมูลนิธิเครือข่ายพลังสังคม กล่าวว่าแต่ละปี สังคมไทยจะมีข่าวเศร้าและความสูญเสียที่เกิดกับเด็ก-เยาวชนและครอบครัว ที่มีผลกระทบมาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอลเป็นจำนวนมาก ถึงเวลาแล้วที่ผู้คนในสังคมไทย จะต้องช่วยกันดูแลและโอบอุ้ม ให้กำลังใจผู้คนที่ได้รับผลกระทบเหล้านี้ ประกอบกับการวิ่งที่กลายเป็น Trend สำคัญในการดูแลส่งเสริมสุขภาพเชิงรุก ที่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเสี่ยงจากการบริโภคอลกอฮอล์ ไปสู่การดูแลสุขภาพระยะยาว มูลนิธิเครือข่ายพลังสังคม จึงเห็นเป็นโอกาสสำคัญในการริเริ่ม และเชิญชวนภาคีเครือข่าย นักวิ่ง และประชาชนทั่วไป สร้างประวัติศาสตร์ร่วมกัน ในการก่อตั้ง   กองทุนเพื่อช่วยเหลือเด็กเยาวชน และครอบครัว     ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำเมา ซึ่งเป็นการสร้างการมีส่วนร่วมและการดูแลผู้คนในสังคมด้วยหัวใจร่วมกัน”

ชวนคนไทยวิ่ง ช่วยเหลือเด็ก-เยาวชนจากน้ำเมา

ทั้งนี้ ประชาชนที่สนใจช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สามารถร่วมบริจาคได้ที่ บัญชี  นายวิษณุ  ศรีทะวงศ์  ธ.กรุงไทย (เทสโก้โลตัส บางใหญ่) เลขที่บัญชี 399-0-29565-9 หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เบอร์โทร 0 2943 3300 และ fb Page : www.facebook.com/sdnrunforfriends/