“2นิสิต”ปลื้ม! สอนเพื่อนต่างชาติ“นุ่งโจงกระเบน–รำวงมาตรฐาน”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/292854

“2นิสิต”ปลื้ม! สอนเพื่อนต่างชาติ“นุ่งโจงกระเบน–รำวงมาตรฐาน”

นิสิตมศว, สีหน้าและแววตาของ, อีกชุดคือ, ซึ่งเป็นการแสดงชุดเดียวกับ, หมู, นิสิต มศว, 2นิสิตปลื้ม, 2นิสิต, ศิลปกรรม มศว, เวบไซด์ คมชัดลึก, โอกาส, รำวงมาตรฐาน, Culture and Arts Festival 2017, มศว, น้ำทิพย์, ไภรีรำมะนา, รำมะนา, นัว, หริหระ, เทพเจ้า, น้ำทิพย์-หมู

ติดตาม นิสิต”ศิลปกรรม มศว” สอนเพื่อนต่างชาติ  “นุ่งโจงกระเบน –รำวงมาตรฐาน”…กับ”เวบไซด์ คมชัดลึก”

          หายากมากที่ใครจะมี “โอกาส” ได้สอนให้เยาวชนในระดับมหาวิทยาลัย จากต่างประเทศ “นุ่งโจงกระเบน” และสอน “รำวงมาตรฐาน” ให้กับพวกเขาและพวกเธอ แบบใกล้ชิดและมีความหมายของคำว่า “เพื่อน”

          โครงการเครือข่ายศิลปวัฒนธรรมเชิงปฏิบัติการและมหกรรมศิลปะดนตรีครั้งที่ 7 ที่มีชื่อภาษาอังกฤษว่า “Culture and Arts Festival 2017” จัดโดยคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ(มศว) กับสถาบันเครือข่าย ทางศิลปะและวัฒนธรรมระหว่างประเทศ ปี2560 นี้ มีประเทศที่มาร่วมโครงการทั้งสิ้น 10 ประเทศ คืออินโดนีเซีย สิงคโปร์ ภูฏาน รัสเซีย แม็กซิโก อินเดีย มาเลเซีย บรูไน อูสเบกีสถาน  และไทย ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาที่กำลังศึกษาด้านศิลปนาฏศิลปของประเทศนั้นๆ

"2นิสิต"ปลื้ม! สอนเพื่อนต่างชาติ“นุ่งโจงกระเบน–รำวงมาตรฐาน”

น.ส.วริศรา พรรณนารักษ์

        นางสาววริศรา พรรณนารักษ์ “น้ำทิพย์” อายุ 21 ปี เรียนอยู่ชั้นปีที่ 4 สาขานาฏศิลปศึกษา คณะศิลปกรรมศาสตร์ มศว บอกเล่าความรู้สึกว่าโครงการบอกว่า ภาคภูมิใจ ประทับใจ และสิ่งสำคัญคือได้มิตรภาพ เรามีโอกาสสอนนักศึกษาต่างชาตินุ่งโจงกระเบนและรำวงมาตรฐาน เป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการจริงๆ ในฐานะที่เราเรียนครูและเมื่อสำเร็จการศึกษาต้องไปเป็นครูสอนนาฏศิลป์ ทำให้เราเห็นว่าไม่ว่าลูกศิลป์เราจะเป็นใคร เราต้องสอนและฝึกฝนให้เขาลงมือทำจริงให้ได้ อย่างเข้าใจ สนุกและมีความสุขกับนาฏศิลป์ไทย ซึ่งเป็นมรดกของชาติ

"2นิสิต"ปลื้ม! สอนเพื่อนต่างชาติ“นุ่งโจงกระเบน–รำวงมาตรฐาน”

นักศึกษาต่างชาติฝึกหัดรำวงมาตรฐาน

        ทั้งนี้ “น้ำทิพย์” ยังมีโอกาส ได้แสดงชุดต้อนรับเพื่อนนักศึกษาต่างชาติในชุด “ไภรีรำมะนา” เป็นการแสดงของภาคใต้ ที่แสดงให้เห็นถึงการอวดลีลาการตีกลอง ของผู้หญิง มีการเล่นกลองเป็นคู่ เป็นหมู่คณะ ที่จะเกิดลีลาท่าทางที่หลากหลายมากขึ้น และเห็นถึงความสวยงาม พร้อมเพรียงของลีลาการตีกลอง

"2นิสิต"ปลื้ม! สอนเพื่อนต่างชาติ“นุ่งโจงกระเบน–รำวงมาตรฐาน”

         รอยยิ้มตามมากับคำพูดต่อว่า นอกจาดนี้ยังได้เรียนรู้การแสดงของแต่ละประเทศอย่าง ประเทศรัสเซียมีการเต้นในรูปแบบ ที่ใช้เท้าเป็นส่วนใหญ่ ประเทศอินโดนีเซีย เป็นการปรบมือในหลากหลายรูปแบบประกอบจังหวะเพลงที่สนุกสนาน และประเทศอินเดีย ได้เรียนรู้เครื่องดนตรีของประเทศอินเดีย

        “การเรียนรู้นอกชั้นเรียน ผ่านการลงมือและปฏิบัติทำจริง มันสำคัญมากๆ และจะอยู่นความทรงจำมิรู้ลืม เหมือนเช่นเพื่อนๆ ต่างชาติจะจดจำการนุ่งผ้าโจงกระเบนและรำวงมาตรฐานแบบไทยได้”

            "2นิสิต"ปลื้ม! สอนเพื่อนต่างชาติ“นุ่งโจงกระเบน–รำวงมาตรฐาน”

น.ส.ผกามาศ  แซ่โล้

        ส่วน นางสาวผกามาศ แซ่โล้ “หมู” อายุ 21 ปี เรียนชั้นปีที่ 4นาฏศิลป์ศึกษา คณะศิลปกรรมศาสตร์ เล่าว่า เกิดความประทับใจ และภูมิใจ ดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในงานนี้ นอกจากการเป็นนักแสดงเเล้ว งานนี้ยังทำให้หนูได้ฝึกอะไรหลายๆอย่าง เช่นได้ทำงานในส่วนของการเตรียมงาน ติดต่อประสานงาน ซึ่งเหมือนเป็นการฝึกความรับผิดชอบในตัวหนูด้วย

          "2นิสิต"ปลื้ม! สอนเพื่อนต่างชาติ“นุ่งโจงกระเบน–รำวงมาตรฐาน”

เตรียมจับผ้าเพื่อนุ่งโจงกระเบน

"2นิสิต"ปลื้ม! สอนเพื่อนต่างชาติ“นุ่งโจงกระเบน–รำวงมาตรฐาน”

         “หมู” กล่าวอีกว่า รวมทั้งหนูยังได้เพื่อนใหม่ ที่มาจากหลายๆ ประเทศ มาจากหลายสถาบันการศึกษา และที่สำคัญมากๆ คือ ได้สอนเพื่อนๆนุ่งผ้าโจงกระเบน สอนรำวงมาตรฐาน ทำให้เห็นว่า เรื่องราวของศิลปวัฒนธรรมเรียนรู้และทำความเข้าใจได้ ผ้าทางการดูและลงมือ “สัมผัส” จริงๆ

         ” นับเป็นความโชคดีของพวกเราชาว มศว ที่เพื่อนต่างชาติ จากหลายประเทศ ได้เดินทางมาที่ประเทศไทย และมาซึมซับ ความเป็นไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ ศิลปวัฒนธรรมการแสดงต่างๆ การอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อให้เพื่อนใหม่ได้เข้าใจความเป็นไทย จึงมีความหมายมาก”

"2นิสิต"ปลื้ม! สอนเพื่อนต่างชาติ“นุ่งโจงกระเบน–รำวงมาตรฐาน”

"2นิสิต"ปลื้ม! สอนเพื่อนต่างชาติ“นุ่งโจงกระเบน–รำวงมาตรฐาน”

        เธอได้แสดงเพื่อต้อนรำ เพื่อนๆ ด้วยการแสดง 3 ชุด คือ “ไภรีรำมะนา” เป็นการแสดงที่ทำให้เห็นถึงลีลาการตีกลองของผู้หญิง โดยมีอุปกรณ์คือ”รำมะนา” ซึ่งเป็นการแสดงชุดเดียวกับ”น้ำทิพย์” อีกชุดคือ “นัว” เป็นการเเสดงที่นำเอาบทอัศจรรย์มาตีความเป็นการเเสดง และการแสดงชุดสุดท้ายคือ “หริหระ” เป็นการแสดงที่ทำให้เห็นถึงความเชื่อความศรัทธาที่หลอมรวมกันจนกลายเป็น”เทพเจ้า”

"2นิสิต"ปลื้ม! สอนเพื่อนต่างชาติ“นุ่งโจงกระเบน–รำวงมาตรฐาน”

         สีหน้าและแววตาของ”น้ำทิพย์-หมู”สองสาวจาก สาขานาฏศิลปศึกษา  มศว บ่งบอกให้รู้ว่า เธอทั้งคู่อิ่มอกอิ่มใจอย่างไรที่ได้ ร่วมสอนเพื่อนต่างชาติให้รู้จักศิลปวัฒนธรรมไทย และภูมิใจที่ได้เป็นตัวแทนคนไทยถ่ายทอดให้ชาวต่างชาติได้รู้ว่าการแสดงในแต่ละชุดนั้น ล้วนแล้วแต่มีความเป็นมา แทบทั้งสิ้น

ช่วยร.ร.ล้างหนี้ค่าน้ำ-ค่าไฟ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/292865

ช่วยร.ร.ล้างหนี้ค่าน้ำ-ค่าไฟ

กพฐ, ค่าน้ำ, ค่าไฟ, ค่าสาธารณูปโภค, ธีระเกียรติ,  กพฐ, สพฐ, ศธจ, สพป, สพม, Benchmarks

“ธีระเกียรติ” สั่งสพฐ.นำงบฯเหลือจ่ายมาช่วยโรงเรียนเคลียร์หนี้ค่าน้ำ ค่าไฟที่ค้างให้มากที่สุด อย่าให้เหลือค้าง เพื่อร.ร.มีเงินเหลือมาพัฒนาคุณภาพ

      เมื่อวันที่ 22 ส.ค.60 ที่จ.นครราชสีมา ดร.ชัยพฤกษ์  เสรีรักษ์  ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ ได้หารือกับนายการุณ  สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน( กพฐ.) โดยมอบนโยบาย เรื่อง ในการใช้งบประมาณเหลือจ่าย ปีงบประมาณ 2560 ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ให้นำไปใช้เพื่อดูแลช่วยเหลือสถานศึกษาเป็นหลัก โดยเฉพาะการดูแลค่าใช้จ่ายเรื่องสาธารณูปโภค ในโรงเรียนที่พยายามจ่ายแล้ว แต่เกินกำลัง มีหนี้ซ้ำซากให้ดูแลช่วยเหลือให้โรงเรียนเหล่านี้สามารถล้างหนี้ได้ เพื้อจะได้ มีเงินเหลือไปพัฒนาการจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ทั้งนี้ รมว.ศึกษาธิการ เน้นว่า ต้องเป็นโรงเรียนที่เดือดร้อนจริง ๆ

“นพ.ธีระเกียรติ มีนโยบายและย้ำว่าให้ช่วยเรื่องค่าสาธารณูปโภคของโรงเรียนมากกว่า ปีที่ผ่านมา ซึ่งโดยปกติเงินค่าสาธารณูปโภคของโรงเรียนจะมีเงิน พอจ่ายได้เพียง 4-5 เดือนเท่านั้น ที่เหลือต้นสังกัดอาจจะเข้ามาช่วยจ่ายให้ส่วนหนึ่ง เช่นจ่ายให้ 1 หรือ 2 เดือน แต่ปีนี้อยากให้เคลียร์หนี้ย้อนหลัง และวางบิลจ่ายให้จนถึงปัจจุบันให้มากที่สุด อาจจะช่วยจ่ายให้ได้ประมาณ  10 เดือน  และหากมีเงินเหลือจ่ายให้นำไปช่วยสนับสนุนในการปรับปรุงหรือการดำเนินการสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ด้วย สามารถทำได้เพราะเป็นการบูรณาการการใช้งบประมาณ ภายในกระทรวงเดียวกัน”ดร.ชัยพฤกษ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม นพ.ธีระเกียรติ ยังได้มอบนโยบายให้ ศธจ.ไป ร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.)  และโรงเรียนเอกชน  เป็นแกนหลักดำเนินการยกระดับคุณภาพโรงเรียน  โดยให้ทุกจังหวัด หาโรงเรียนที่มีมาตรฐาน หรือ ‘Benchmarks’ คือ โรงเรียนที่จัดการศึกษาโดดเด่นและเป็นที่ยอมรับทั้งรัฐและเอกชนมาจังหวัดละ 1 โรงเรียน  เพื่อช่วยพัฒนาโรงเรียนอื่นๆภายในจังหวัดให้เทียบเคียงกับโรงเรียนซึ่งเป็นที่ยอมรับ โดยทุกโรงเรียนต้องทำแผนพัฒนาที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่แผนยุทธศาสตร์ที่เป็นนามธรรมจับต้องไม่ได้

แห่ชมสุริยุปราคาเต็มดวงครั้งยิ่งใหญ่ของสหรัฐอเมริกา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/292855

แห่ชมสุริยุปราคาเต็มดวงครั้งยิ่งใหญ่ของสหรัฐอเมริกา

ภาพปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวง ณ วัดพุทธโอเรกอน สหรัฐอเมริกา, องค์การมหาชน, สดร

สดร. เผยภาพสุริยุปราคาเต็มดวงครั้งยิ่งใหญ่ของสหรัฐอเมริกา

       สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.)  กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เผยภาพปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวง ณ วัดพุทธโอเรกอน สหรัฐอเมริกา

แห่ชมสุริยุปราคาเต็มดวงครั้งยิ่งใหญ่ของสหรัฐอเมริกา 

 

แห่ชมสุริยุปราคาเต็มดวงครั้งยิ่งใหญ่ของสหรัฐอเมริกา 

สุริยุปราคาเต็มดวงครั้งนี้ มีชาวอเมริกัน นักดาราศาสตร์และนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก แห่ชมปรากฎการณ์อย่างคึกคัก คราสเต็มดวงพาดผ่านกลางสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ฝั่งตะวันตกจนถึงตะวันออก นับเป็นสุริยุปราคาเต็มดวงครั้งยิ่งใหญ่ที่พาดผ่านแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐอเมริกาในรอบ 38 ปี

แห่ชมสุริยุปราคาเต็มดวงครั้งยิ่งใหญ่ของสหรัฐอเมริกา 

​แห่ชมสุริยุปราคาเต็มดวงครั้งยิ่งใหญ่ของสหรัฐอเมริกา 


เม็ดดินอินทรีย์ ปลูกต้นไม้คอนโด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/292853

เม็ดดินอินทรีย์ ปลูกต้นไม้คอนโด

เม็ดดินอินทรีย์ ปลูกต้นไม้คอนโด, ผศดรสุทัศน์ จันบัวลา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต, เม็ดดินอินทรีย์ (Oganic Expaned Clay), เม็ดดินอินทรีย์, ปลูกต้นไม้คอนโด, Oganic Expaned Clay

มสด.สร้างต่อยอดนวัตกรรม จากแนวคิดกระถางต้นไม้มวลเบาสู่ “เม็ดดินอินทรีย์”ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มคนรุ่นใหม่ บุคคลที่อาศัยคอนโด แต่รักธรรมชาติอยากปลูกต้นไม้

      ผศ.ดร.สุทัศน์ จันบัวลา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวถึงนวัตกรรมใหม่จากงานวิจัย “เม็ดดินอินทรีย์” (Oganic Expaned Clay) ว่า งานวิจัยนี้ เกิดการต่อยอดมาจาก กระถางต้นไม้มวลเบา ผลิตจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เมื่อ 2 ปีที่แล้ว

เม็ดดินอินทรีย์ ปลูกต้นไม้คอนโด

     ซึ่ง เม็ดดินอินทรีย์ ได้เกิดจากการนำกากตะกอนจากระบบบำบัดน้ำเสียโรงงานอุตสาหกรรมอาหารไปใช้เป็นส่วนผสมของเม็ดดินเผา สำหรับใช้เป็นวัสดุสำหรับปลูกพืชหรือคลุมดิน นำมาผสมกับปุ๋ยอินทรีย์ ดิน แกลบ และเถ้าแกลบ ผ่านอุณภูมิการเผาที่เหมาะสม และมีองค์ประกอบของธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญการเจริญเติบโตของพืช

     ซึ่งมหาวิทยาลัยสวนดุสิตจะนำเสนอผลงานวิจัย และจัดแสดงหาตลาดผู้ประกอบการในงาน Thailand Research Expo 2017 ระหว่างวันที่ 23 – 27 สิงหาคม 2560 ณ ศูนย์ประชุมบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์

       ผศ.ดร.สุทัศน์ กล่าวต่อว่า เม็ดดินอินทรีย์ ผ่านการวิจัยหลายครั้ง จึงมั่นใจในคุณสมบัติพิเศษที่แตกต่างจากผลิตภัณฑ์บนท้องตลาดทั่วไป อาทิ สามารถระบายน้ำได้ดีกว่า เพราะมีส่วนผสมของแกลบทำให้ผิวมีรูพรุนขนาดเล็กเป็นจำนวนมากกระจายอยู่บนเนื้อเม็ดดิน, มีน้ำหนักเบา และดูดซับน้ำและปุ๋ยได้ดี จึงสามารถรักษาความชุ่มชื้นของดินไว้ในอุณหูมิที่พอเหมาะต่อการเจริญเติบของต้นไม้

เม็ดดินอินทรีย์ ปลูกต้นไม้คอนโด

     ดังนั้น เม็ดดินอินทรีย์ จึงตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มคนรุ่นใหม่ บุคคลที่อาศัยคอนโด แต่รักธรรมชาติอยากปลูกต้นไม้ เพราะแค่รดน้ำต้นไม้เพียงครั้งเดียว หรือ 2 ครั้ง/สัปดาห์ ต้นไม้ก็สามารถเจริญเติบโตได้

     โดยอาศัยเม็ดดินช่วยรักษาความชุ่มชื่นและปล่อยธาตุอาหารที่จำเป็นต่อต้นไม้ออกมา ลดต้นทุนการดูแล และเม็ดดินอินทรีย์ ยังเพิ่มมูลค่าในตัวเอง กลายเป็นผลิตภัณฑ์ประดับตกแต่งเพื่อความสวยงามด้วย

เม็ดดินอินทรีย์ ปลูกต้นไม้คอนโด

     ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ได้มีการยื่นขอจดอนุสิทธิบัตรในนามมหาวิทยาลัยสวนดุสิตเป็นที่เรียบร้อย นับเป็นการการันตีความสามารถ และองค์ความรู้ของอาจาร์คณะวิทยาศาสตร์ฯ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งอนาคตข้างหน้า จะคิดค้นต่อยอดจากนวัตกรรม จากเม็ดดินอินทรีย์ธรรมดาให้มีสีสันหลากหลายขึ้น และเปลี่ยนรูปทรงเพิ่มขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้เลือกประดับให้เหมาะกับกระถางต้นไม้ หรือสถานที่ตามความเหมาะสมต่อไป

สอนอ่าน-เขียนภาษาไทยจากคำใกล้ตัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/292849

สอนอ่าน-เขียนภาษาไทยจากคำใกล้ตัว

การสำรวจ, กศน, สอนผู้ไม่รู้หนังสือ, กศน, แม่ฟ้าหลวง, ศศช, ตชด, สพฐ

กศน.เดินหน้าสำรวจตัวเลขกลุ่มผู้ไม่รู้หนังสือ หรือลืมหนังสือใหม่ เผยรวบรวมคำที่ใช้ประจำวัน อาชีพ สุขภาพที่ใช้บ่อย เชื่อมโยงให้เป็นประโยคไม่ใช่แค่จำคำ มาใช้สอน

         การส่งเสริมให้ประชาชนคนไทยรู้หนังสือ อ่านออกเขียนได้และใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ดำเนินการ  เมื่อวันที่ 22 ส.ค.60- นายกฤตชัย อรุณรัตน์ เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) กล่าวว่า ปัจจุบันสำนักงาน กศน.จัดการเรียนการรู้ใน 2 รูปแบบ คือ จัดตามหลักสูตรการศึกษาพื้นฐานปกติ และหลักสูตรสำหรับผู้ไม่รู้หนังสือ ซึ่งเป็นโครงการนำร่องตาม พระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่อำเภอ อมก๋อย จังหวัด เชียงใหม่ และอำเภอ แม่ระมาด จังหวัดตาก โดยให้ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” (ศศช.)ดำเนินการสอนผู้ไม่รู้หนังสือ ด้วยการประสานงานกับตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในการจัดการเรียนการสอนให้แก่ผู้ไม่รู้หนังสือ ซึ่งผลการนำร่องประสบความสำเร็จในระดับที่น่าพอใจ

“ขณะนี้การสอนผู้ไม่รู้หนังสือ ได้มีการขยายผลนำรูปแบบที่จัดในพื้นที่ภาคเหนือ ไปจัดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยให้กศน.ตำบลเป็นผู้ดำเนินการ และยังมีความพยายามที่จะขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศให้มากขึ้นด้วย  โดยหลักการจัดการเรียนการสอนทั้ง  2 พื้นที่ จะมีความเหมือนกันเนื่องจากกลุ่มเป้าหมาย คือ ประชาชนที่ไม่ใช้ภาษาไทยเป็นหลัก”นายกฤตชัย กล่าว

เลขาธิการ กศน.กล่าวต่อไปว่า  ทั้งนี้ จะปรับวิธีการเรียนการสอนที่เน้นใช้คำใกล้ตัว ซึ่งกศน.กำลังรวบรวมคำที่เกี่ยวกับ สุขภาพอนามัย อาชีพต่างๆ มาใช้ในการจัดการเรียนการสอน เพื่อให้ผู้เรียนสามารถอธิบายและสื่อสารได้ในชีวิตประจำวัน และมีความมั่นใจมากขึ้น เช่น ปวดท้อง ก็บอกได้ว่าปวดมากน้อยแค่ไหน ปวดอย่างไร ที่สำคัญจะให้พยายามสื่อสารได้ถึงขั้นวิเคราะห์ โดยเน้นการเชื่อมโยงให้เป็นประโยคไม่ใช่สอนเป็นคำๆ เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เป้าหมายของการดำเนินการ คือ ผลสัมฤทธิ์จากการประเมินที่มีการพัฒนาต่อ ยอดเพิ่มขึ้น กรณีกลุ่มผู้ไม่รู้หนังสือ กลุ่มผู้ลืมหนังสือ ซึ่งเกณฑ์การวัดจะดูที่การพัฒนา เช่น ผู้ไม่รู้หนังสือสามารถอ่านออก เขียนได้ ขณะที่ผู้ลืมหนังสือสามารถฟื้นการอ่านออก เขียนได้กลับคืนมา โดยขณะนี้กำลังจะมีการทบทวน สำรวจ กลุ่มเป้าหมายใหม่ เพราะตัวเลขมีการเปลี่ยนแปลงแต่กลุ่มเป้าหมายที่ได้มีการสำรวจไว้ในแผนปฏิบัติการในปี 2560 ก็จะดำเนินการให้ได้ทั้ง100%

พรบ.จัดซื้อจัดจ้างใหม่กระทบผู้ป่วย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/292850

พรบ.จัดซื้อจัดจ้างใหม่กระทบผู้ป่วย

กฎหมายใหม่กระทบการซื้อยา-อวัยวะเทียมให้คนป่วย, พรบจัดซื้อจัดจ้างใหม่กระทบผู้ป่วย, พรบ, จัดซื้อจัดจ้าง, ใหม่, กระทบ, ผู้ป่วย

กลุ่มร.ร.แพทย์ออกแถลงการณ์หวั่นพรบ.จัดซื้อจัดจ้างใหม่กระทบผู้ป่วย เหตุไม่ให้รพ.ซื้อยาต้นแบบจำเป็นให้ผู้ป่วยเอง วอนเปิดช่อง

พรบ.จัดซื้อจัดจ้างใหม่กระทบผู้ป่วย


สาธิต จุฬาฯ ผนึกญี่ปุ่น เปิดโลกนร.จากประสบการณ์จริง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/292801

สาธิต จุฬาฯ ผนึกญี่ปุ่น เปิดโลกนร.จากประสบการณ์จริง

ญี่ปุ่น, สาธิตจุฬาฯ ฝ่ายประถม, สาธิต, จุฬาฯ, ผนึกญี่ปุ่น

โรงเรียนสาธิต จุฬาฯ ฝ่ายประถม จับมือเมือง KOGE , Fukuoka ประเทศญี่ปุ่น ลงนามโรงเรียนพี่น้อง แลกเปลี่ยนนักเรียน เรียนรู้วัฒนธรรม การใช้ชีวิตจากประสบการณ์จริง

      โลกของการเรียนรู้โดยใช้หูฟัง ตาดู เกิดขึ้นได้ตลอดเวลาเพียงปลายนิ้วสัมผัสไปบนแป้นคอมพิวเตอร์ แต่บางครั้งการฟัง ดู โดยไม่ได้ไปสัมผัส เรียนรู้จากสถานการณ์จริง อาจทำให้เกิดการเรียนรู้แต่ไม่สามารถจดจำได้เท่ากับการรู้สึกได้ไปลงพื้นที่จริง   โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม  ซึ่งเล็งเห็นความสำคัญในการเปิดโลกของการเรียนรู้เด็กๆ ผ่านสถานการณ์จริง ได้ร่วมมือกับเมืองKOGE, Fukuoka ประเทศญี่ปุ่น  ในการแลกเปลี่ยนนักเรียนระดับประถมศึกษา มาเป็นเวลานานกว่า 2 ปี

โดยล่าสุด คณะผู้บริหารและนักเรียน จากเมือง KOGE, FUKUOKA ประเทศญี่ปุ่น  ได้เดินทางมาเรียนรู้ ที่ประเทศไทย พร้อมจัดทำสัญญาความร่วมมือโครงการโรงเรียนพี่น้อง สาธิต จุฬาฯ ฝ่ายประถม ซึ่งมีนายชุนซุเกะ ซูโบเนะ นายกเทศมนตรี เมือง KOGE และผศ.ทินกร บัวพูล ผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิต จุฬาฯ ฝ่ายประถม ลงนาม

สาธิต จุฬาฯ ผนึกญี่ปุ่น เปิดโลกนร.จากประสบการณ์จริง

      ผศ.ทินกร กล่าวว่าโรงเรียนสาธิต จุฬาฯ ฝ่ายประถม ได้มีความร่วมมือกับทางเมือง KOGE ในการแลกเปลี่ยนนักเรียนให้ได้ไปเรียนรู้ในแต่ละประเทศ ตั้งแต่เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ทางคณะผู้บริหารและนักเรียนเมือง KOGE ได้มาเยี่ยมชมที่ประเทศไทย โดยก่อนหน้านี้มีเพียงนักเรียนไทยไปที่นั้น เนื่องจากผู้ปกครองของนักเรียนประเทศญี่ปุ่นเล็งเห็นว่าหลายๆ ประเทศ รวมถึงประเทศไทยในขณะนั้นมีเหตุการณ์บ้านเมืองไม่สงบกังวลว่าหากลูกหลานมาประเทศไทยจะได้รับผลกระทบ แต่ขณะนี้ทางนายกเทศมนตรี เมือง KOGE เป็นผู้นำคณะมาด้วยตนเอง  และเดินทางมาเพียง 3 วัน ซึ่งทางโรงเรียนได้มีการจัดกิจกรรม ทั้งการเข้าร่วมชั้นเรียนดนตรี เล่นกีฬา  และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม เพื่อต้อนรับคณะผู้บริหาร และนักเรียนแล้ว

เมื่อ 2 ปีที่แล้วได้ศ.กิตติคุณ ดร.สุรินทร์ พงศ์ศุภสมิทธิ์ อดีตอาจารย์จุฬาฯ และเป็นประธานชมรมไทย-ฟูกูโอกะ ซึ่งอาจารย์เป็นคนทำคณะอาจารย์ไปเยี่ยมชมเมืองฟุกุโอกะ และมองว่าน่าจะมีการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์ทั้งด้านการศึกษา และวัฒนธรรม  ให้เด็กได้ไปเรียนรู้พื้นที่ในต่างประเทศ และเมือง KOGE เป็นได้มาหารือกับทางโรงเรียนสาธิต จุฬาฯ  ฝ่ายประถม จึงได้มีการแลกเปลี่ยนคณะครู นักเรียนร่วมกัน โดยใน2 ปี ทางโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ฝ่ายประถม ได้มีโอกาสนำคณะครู และนักเรียนจำนวน 20 คน ไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่ เมือง KOGE แล้ว

สาธิต จุฬาฯ ผนึกญี่ปุ่น เปิดโลกนร.จากประสบการณ์จริง

       “การติดต่อสื่อสารขณะนี้ ไม่ใช่เพียงผู้คนในประเทศเท่านั้น แต่ต้องสร้างความสัมพันธ์ต่างประเทศด้วย ซึ่งการติดต่อสื่อสารเชิงประจักษ์ต้องเป็นการลงพื้นที่  เพื่อให้เด็กเกิดความรู้สึก มีความเข้าใจทั้งด้านวัฒนธรรม  เรียนรู้พฤติกรรมของเพื่อนๆ จากประเทศอื่น  มีความมั่นใจการสื่อสาร เพราะขณะนี้เรามีการสอนภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น และภาษาเกาหลี ให้เด็กได้เรียนรู้ แต่อาจจะไม่เกิดการซึมลึกเท่ากับการลงพื้นที่ได้ฟังสำเนียงเจ้าของภาษา อีกทั้งเด็กจะได้ปรับตัวอยู่ร่วมในสภาพแวดล้อมแตกต่างกันออกไป” ผศ.ทินกร  กล่าว

ด้าน นายชุนซุเกะ กล่าวว่า 20 กว่า ทางเมือง KOGE ได้ทำการแลกเปลี่ยนกับทางวัฒนธรรมหลายประเทศ เช่น  ออสเตรเลีย โดยประเทศส่วนใหญ่จะพูดภาษาอังกฤษและใช้เวลาในการเดินทางนาน แต่การเดินทางมาประเทศไทยใช้เวลาไม่นาน อีกทั้งเป็นประเทศที่มีมิตรไมตรีกับญี่ปุ่นมากยาวนาน ทำให้สบายใจที่เลือกมาที่เมืองไทย นอกจากนั้น ตนเป็นนักการเมืองที่อยากทำงานเพื่อสังคม  เพื่อเด็กๆ หากมาเรียน หรือต้องมาเที่ยวที่เมืองไทย ก็อยากให้นักเรียนมาโรงเรียนที่ดีในประเทศไทย  จึงได้เลือกโรงเรียนสาธิต จุฬาฯ ฝ่ายประถม

สาธิต จุฬาฯ ผนึกญี่ปุ่น เปิดโลกนร.จากประสบการณ์จริง

“การลงนามร่วมกันครั้งนี้ ผมรู้สึกประทับใจที่ทางโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ฝ่ายประถมต้อนรับอย่างดี และอยากทำให้โครงการนี้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ ซึ่งการพานักเรียนญี่ปุ่นมาที่นี้ จะทำให้พวกเขาเกิดการเรียนรู้ เข้าใจ และได้รับรู้มุมมองของชาวต่างชาติต่อประเทศญี่ปุ่น  อยากให้เด็กมีความรับผิดชอบ  สำนักรักบ้านเกิดของตนเองมากขึ้น ดังนั้น อยากให้นักเรียนญี่ปุ่นและไทยได้ค้นหาตัวเอง และมีความรับผิดชอบในชีวิตทุกด้าน อย่างไรก็ตาม การเรียนรู้ของเด็ก สิ่งที่จำเป็นอีกอย่าง คือ ต้องมีผู้ใหญ่เป็นแบบอย่างที่ดี ซึ่งประเทศไทยโชคดีที่ได้ศ.กิตติคุณ ดร.สุรินทร์ เป็นผู้สนับสนุนให้เกิดการแลกเปลี่ยนโครงการดังกล่าว เปิดมุมมองการเรียนรู้แก่เด็กๆ” นายชุนซุเกะ กล่าว

      ศ.กิตติคุณ ดร.สุรินทร์ กล่าวว่าโครงการนี้จะทำให้เด็กได้เห็นและรับรู้แนวปฏิบัติผ่านประสบการณ์จริง เพราะการที่พวกเขาได้เห็น รับฟังเรื่องราวผ่านสื่อต่างๆ แต่ไม่ได้เรียนรู้จากสถานที่จริง อาจทำไม่เห็นภาพที่ชัดเจน เมื่อได้แลกเปลี่ยนไปญี่ปุ่น อยู่ในครอบครัว เห็นระเบียบวินัย ทานอาหาร การใช้ชีวิตของคนญี่ปุ่น ทำให้นักเรียนไทยได้เห็นว่าที่ได้ยิน ได้ฟังของสื่อ เรียนรู้จากสถานที่จริง  สัมผัสด้วยใจที่อยากจะทำให้บ้านเมืองสะอาดเป็นอย่างไร รวมถึงได้เห็นพ่อแม่ชาวญี่ปุ่น ซึ่งเป็นแบบอย่างในการให้เด็กๆ พยายามช่วยเหลือ อย่างไรก็ตาม หลักการเรียนรู้ของประเทศญี่ปุ่นนั้น ต้องให้ความรู้ ประสบการณ์ สามัญสำนึกด้วยตนเอง และการตัดสินใจที่ถูกต้อง

สาธิต จุฬาฯ ผนึกญี่ปุ่น เปิดโลกนร.จากประสบการณ์จริง

ตบท้ายด้วย ผศ.ทญ.ดร.อรพินท์ โคมิน ประธานหน่วยทันตกรรมผู้สูงอายุ คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ในฐานะผู้ปกครอง กล่าวว่าการให้ลูกๆได้มีโอกาสไปใช้ชีวิตอยู่ที่ญี่ปุ่น แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่ช่วยเพิ่มเติมประสบการณ์การเรียนรู้ร่วมกับผู้อื่น การใช้ภาษาในการสื่อสาร และที่สำคัญทำให้เด็กรู้จักรับผิดชอบ ดูแลตัวเองได้มากขึ้น ซึ่งการเรียนรู้ชั้นเรียนอย่างเดียว หรือตามสื่อต่างๆ อาจไม่เพียงพอ หากไม่ได้ลงไปสัมผัสจากสถานที่จริง ประสบการณ์จริง หน้าที่ของพ่อแม่ต้องคอยให้คำแนะนำ สนับสนุน และเปิดมุมมอง ประสบการณ์ชีวิตให้แก่ลูก อาจไม่จำเป็นต้องไปต่างประเทศ ในประเทศไทยมีแหล่งเรียนรู้มากมายที่พ่อแม่จะช่วยเติมเต็มแก่ลูก

“สีคิ้วโมเดล”ปั้นเด็กสายอาชีพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/292792

“สีคิ้วโมเดล”ปั้นเด็กสายอาชีพ

“สุรเชษฐ์”ลงพื้นที่ ครม.สัญจร ที่วกษ.นครราชสีมา เร่งผลิตผู้เรียนสายอาชีพ หวังช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ

     เมื่อวันที่ 21 ส.ค.60- พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.ศึกษาธิการ พร้อมด้วย ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) และผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ลงพื้นที่ติดตามการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นอกสถานที่ หรือ ครม.สัญจร ครั้งแรกที่จังหวัดนครราชสีมา เพื่อต้องรับฟังความคิดเห็น และเสียงสะท้อน จากการดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายรัฐในพื้นที่โดยตรง เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาที่ตรงจุด

โดย พล.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ตนในฐานะกำกับดูแลงานของ สอศ. ได้ลงพื้นที่ครั้งนี้ได้ติดตามการดำเนินการพัฒนาประเทศให้ก้าวสู่ความทันสมัย ตามนโยบายประเทศไทย 4.0 ที่จะต้องเปิดสอนหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมหลักของประเทศ ซึ่ง วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครราชสีมา ได้มีการดำเนินการโครงการ “สีคิ้วโมเดล” (Smart Farmer & Modern Farm) การปลูกข้าวดำนาด้วยเครื่องจักร การปลูก “ดาวเรืองเหลืองราชันย์” แผนกสัตวศาสตร์ ฟาร์มโคเนื้อ โคนม ไข่ไก่อารมณ์ดี รวมถึงการบริหารโครงการหารายได้ระหว่างเรียน ของแผนกวิชาอุตสาหกรรมเกษตร การจำหน่ายสินค้าเกษตรแปรรูป และบริการเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์น้ำแกงเปรอะสมุนไพรพร้อมปรุงบรรจุกระป๋อง ผลิตภัณฑ์แกงเปรอะสมุนไพรสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์ไวน์ผลไม้ ผลิตภัณฑ์น้ำนมข้าวโพด ซึ่งดำเนินการได้อย่างดีเยี่ยม

นอกจากนี้ยังได้ตรวจเยี่ยมการสาธิตการสอนรูปแบบ STEM Education และเยี่ยมชมนิทรรศการสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ ที่วิทยาลัยเทคนิคสุรนารี ด้วย

ด้าน ดร.สุเทพ กล่าวว่า สำหรับการลงพื้นที่ติดตาม ครม.สัญจร ร่วมกับ รมช.ศึกษาธิการ ครั้งนี้ ในส่วนงานขับเคลื่อนการอาชีวศึกษาในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมานั้นจะดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการผลิตผู้เรียนสายอาชีพตอบโจทย์ความต้องการของประเทศในอนาคตให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงนวัตกรรมต่างๆของเด็กอาชีวจะมีการต่อยอดองค์ความรู้ผลงานของเด็กให้เกิดความหลากหลาย พร้อมกับสนับสนุนให้เด็กอาชีวะได้สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ เพื่อนำมาใช้งานให้เกิดประโยชน์กับประเทศและสังคม รวมถึงสร้างโอกาสให้แก่ผู้ยากจนและด้อยโอกาสได้เข้าถึงการเรียอาชีวศึกษามากขึ้น ซึ่งทีสำคัญจะต้องเร่งสร้างความรู้ให้กับผู้ปกครองในการส่งบุตรหลานมาเรียนสายอาชีพ เพื่อมาเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศในอนาคต

จ่อเปิดทาง!!”อกศจ.บุคคล”โยกย้ายในจังหวัด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/292767

จ่อเปิดทาง!!”อกศจ.บุคคล”โยกย้ายในจังหวัด

ผอเขต, อกศจบุคคล, กศจ, ศธจ, อกศจ, สพท, คสช, คปภ, กคศ

ศธ.เตรียมแก้ไขให้อำนาจโยกย้ายในจังหวัดสิ้นสุด ที่อกศจ.ด้านบุคคล มีผอ.ทุกเขตเป็นกรรมการ ให้สป.ศธ.วางตัวชี้วัดทำงานผอ.สพท.ชี้คัดผอ.สพท.ต้องสอดคล้องกับเกณฑ์

    ที่โรงเรียนอัสสัมชัญนครรราชสีมา จ.นครราชสีมา ในการประชุมมอบนโยบายคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.)/คณะอนุกกรรมการ กศจ.และบุคลากรสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) นครราชสีมา เมื่อวันที่ 21 ส.ค.60-นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวตอนหนึ่งว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคมาเป็นเวลา 1 ปีกว่า  มีเสียงสะท้อนมาว่าผู้ว่าราชการจังหวัดจะเป็นโรคซึมเศร้า หลายคนอยากลาออกจากการเป็นประธานบอร์ด กศจ.เพราะที่ผ่านมาการประชุมส่วนใหญ่ 70-80% เป็นเรื่องโยกย้าย

เพราะฉะนั้น ที่ผ่านมาได้มีการกำหนดใหม่แล้วว่าการประชุมต้องนำวาระเรื่องการพัฒนาการศึกษาเป็นวาระแรก ขณะที่งานบริหารบุคคลจะมีแก้ไขอำนาจในการแต่งตั้งโยกย้าย จากเดิมที่เป็นของ กศจ.เป็นคณะอนุกรรมการ (อกศจ.) ด้านการบริหารงานบุคคล โดยมีผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทุกเขตในจังหวัด เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง เพื่อให้มีอำนาจเบ็ดเสร็จไม่ต้องเสนอเข้ากศจ.อีก

ทั้งนี้ ศธ.ได้เสนอขอแก้ไขคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 19/2559 เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาค ซึ่งดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้ตอบว่าเป็นอำนาจของ คณะกรรมการขับเคลื่อนปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค (คปภ.) ที่จะออกคำสั่งได้ เพื่อเป็นการปลดล็อค ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา

“กศจ.ได้สะท้อนปัญหาการทำงานที่ผ่านมา ซึ่งไม่ค่อยได้รับความร่วมมือจากเขตพื้นที่ฯ ทำให้การขับเคลื่อนงานเป็นไปด้วยความล่าช้า ดังนั้น สำนักงานปลัด ศธ.จะต้องไปกำหนดตัวชี้วัดในการปฏิบัติหน้าที่ของผอ.เขตพื้นที่ฯ และเร็วๆนี้จะมีการสอบคัดเลือกผอ.เขตพื้นที่ฯ ที่ว่างอยู่ 110 อัตรา ซึ่งคณะกรรมการคัดเลือกจะต้องคัดเลือกคนให้ตรงกับตัวชี้วัด หากผอ.เขตพื้นที่ฯไม่ให้ความร่วมมือ จะเสนอให้เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ย้ายออกจากพื้นที่”นพ.ธีระเกียรติ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ยังมีเสียงสะท้อนเกี่ยวกับหนังสือเวียนของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ที่สร้างความสับสนให้แก่ผู้ปฏิบัติ จึงขอให้สำนักงาน ก.ค.ศ.ไปปรับปรุงวิธีการออกหนังสือเวียนให้เข้าใจง่าย ชัดเจนและเป็นแนวทางเดียวกัน

เลื่อนเปิด-ปิดอาเซียนมหา’ลัยตัดสิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/292710

เลื่อนเปิด-ปิดอาเซียนมหา’ลัยตัดสิน

ปิดอาเซียน, เลื่อนเปิด, หมอธี, ปอมท, ทปอ

“หมอธี” เผยข้อเสนอเลื่อนเปิด-ปิดเทอมอาเซียน ศธ.กำหนดเองไม่ได้ ชี้ มหาวิทยาลัยเป็นนิติบุคคลต้องไปตกลงกันเอง

       ภายในสัปดาห์นี้ที่ประชุมประธานสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย(ปอมท.) เตรียมจะยื่นiหนังสือร้องเรียนถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้ยกเลิกการเปิด-ปิดภาคเรียนตามอาเซียน และกลับไปเปิดปิดภาคเรียนตามเดิม คือ เปิดภาคเรียนที่1ช่วงเดือนพฤษภาคม-เดือนตุลาคม และเปิดภาคเรียนที่2 ช่วงเดือนพฤษจิกายน-เดือนเมษายนของทุกปี

เมื่อวันที่ 21 ส.ค.60 ที่จังหวัดนครราชสีมา นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบข้อเสนอดังกล่าว แต่เท่าที่ทราบเรื่องนี้ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) มีมติมานานแล้วถือว่าจบแล้ว ส่วนตัวมองว่ามหาวิทยาลัยเป็นนิติบุคคล มีอำนาจในการพิจารณาจะเปิด-ปิดช่วงเวลาใด จึงต้องไปคุยตกลงกันเอง ตนไม่สามารถให้ความเห็นได้  และไม่ควรไปสั่ง รวมถึงนายกฯ ก็คงมอบให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ ซึ่งก็คือ ทปอ.ปอมท.และเครือข่ายมหาวิทยาลัยต่างๆต้องไปตกลงกัน

“ถ้าจะพูดเรื่องผลกระทบการเปิด-ปิดตามอาเซียน ตรงนี้ต้องถามกลับไปว่าถ้ากลับไปเปิด- ปิดแบบเดิมจะมีผลกระทบกับใครบ้าง ต้องไปคุยกันเอง เรากำหนดไม่ได้ และไม่ควรกำหนดเอง โดยไปฟังคำร้องเรียนมา เพราะจะทำให้เกิดความโกลาหล ผมไม่ได้โยน แต่ผมไม่มีความเห็น เพราะฉะนั้น ขึ้นอยู่กับ ทปอ.และมหาวิทยาลัยต้องไปคุยกัน”นพ.ธีระเกียรติ กล่าว