เคล็ดลับจาก”หมอเกรซ” ในการกำจัดไขมันส่วนเกินให้ใบหน้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/375782

news_default

เคล็ดลับจาก”หมอเกรซ” ในการกำจัดไขมันส่วนเกินให้ใบหน้า

วันศุกร์ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 13.16 น.

หลายๆ คนคงเคยจะได้ยินเรื่องของ ไขมันทรานส์ กันใช่ไหมคะ ซึ่งไขมันทรานส์นั้นเป็นไขมันที่จัดอยู่ในชนิดไขมันเลว พบได้ในพวกเบเกอรี่ และอาหารที่มีส่วนผสมของเนยขาว เนยเทียม ครีมเทียม และมาการีน ซึ่งหลังจากที่ไขมันทรานส์เข้าไปสู่ร่างกายแล้ว จะสะสมกลายเป็นไขมันส่วนเกิน ทำให้รูปร่างอวบใหญ่ และยังมีส่วนทำให้ใบหน้าใหญ่เนื่องจากไขมันไปสะสมอีกด้วย

ซึ่งตอนนี้เรื่องของไขมันทรานส์นั้นทำเอาหลายๆ ประเทศตื่นตัวกันมากขึ้น เพราะนอกจากจะทำให้ร่างกายและใบหน้าดูอ้วนขึ้น เพราะมีไขมันเลวไปสะสมแล้วนั้น ยังเป็นบ่อเกิดของโรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคเบาหวาน ไขมันอุดตัน โรคหัวใจ และยังไปลดไขมันดีในร่างกายลงอีกด้วย

ซึ่งผู้ที่ชอบรับประทานเบเกอรี่ หรือฟาสต์ฟู้ดนั้น อาจจะมีไขมันเลว แปรเปลี่ยนเป็นไขมันส่วนเกินสะสมทั้งในร่างกาย และใบหน้า โดยร่างกายนั้นมีวิธีทางที่จะลดไขมันเลวออกจากร่างกายได้ก็คือการออกกำลังกาย ลดน้ำหนัก ส่วนไขมันส่วนเกินที่สะสมอยู่บนใบหน้านั้นคงจะทำให้หลายๆ คนกังวลใจ และขาดความมั่นใจ เพราะทำให้ใบหน้าใหญ่ มีเหนียง แก้มห้อย ใบหน้าไม่ได้รูปกันเลยก็ได้

ซึ่งหมอเกรซพญเสาวภาคย์พงศ์ศศิธรมีเคล็ดลับมาแนะนำหลายๆ คนที่ประสบปัญหา ไขมันส่วนเกินสะสมบนใบหน้ามากเกินไป อยากจะมีหน้าเรียวเล็กได้รูปแบบวีเชฟ นวัตกรรมการ “ฉีดไหมไลโป” สามารถช่วยคุณได้ ซึ่งการฉีดไหมไลโปนั้นเป็นเทคนิคศาสตร์แบบ Homeopathic” หรือการรักษาตามแนวธรรมชาติบำบัด ผลิตด้วยสารสดจากธรรมชาติ ไม่มีส่วนผสมของสิ่งแปลกปลอมที่จะก่อให้เกิดการตกค้างภายในร่างกายเลย เรียกได้ว่าเป็นเทคนิคใหม่ที่ทั้งดีและมีประโยชน์ต่อสาวๆ

โดยผลลัพธ์นั้นจะช่วยให้ใบหน้าของคุณยกกระชับ เต่งตึง ได้รูป และช่วยสลายไขมันส่วนเกินบนใบหน้าโดยวิธีตามธรรมชาติ ร่างกายจะค่อยๆ สลายไขมันส่วนเกินออกโดยที่คุณจะไม่มีผลข้างเคียง อีกทั้งยังไม่ทิ้งสิ่งแปลกปลอมไว้ในร่างกายอีกด้วย

โดยหมอเกรซได้เผยว่า “การฉีดไหม ไม่ใช่การร้อยไหม เพราะไม่ต้องฉีดยาชา ไม่ต้องพักฟื้น และตัวเข็มก็เป็นเข็มชนิดหัวเล็กๆ จิ้มลงไปบริเวณผิวหน้าด้านบนแบบไม่ลึกมาก และก็สามารถฉีดไหมเข้าไปสลายไขมันพร้อมยกกระชับหน้าได้แบบรวดเร็วทันใจจริงๆ”

ไหมไลโปนี้ ผลิตโดยสารสกัดจากธรรมชาติทั้งหมด ไม่ก่อให้เกิดอันตรายหรือผลข้างเคียงใด ๆ อย่างแน่นอน โดยจะมีทั้งสารสกัดจากรากไม้สมุนไพรดอกโคนสีม่วง ที่ช่วยต้านไวรัสแบคทีเรีย และเชื้อราได้ รวมถึงสารสกัดจากสมุนไพรนานาชนิดที่ช่วยกกำจัดพิษหรือของเสียให้ออกจากร่างกาย รวมถึงสารสกัดจากพืชและสมุนไพรอีกมากมายที่จะมาเพิ่มการสร้างคอลลาเจน ฟื้นฟู ซ่อมแซมและคืนความอ่อนวัยให้แก่ผิวของเราอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นการกำจัดไขมันส่วนเกินออกจากร่างกายแล้ว ยังช่วยฟื้นฟู ทำให้ใบหน้าของเราดูสวยกระชับได้รูป และตอนนี้การฉีดไหมไลโปนั้นเป็นที่นิยมในหมู่สาวๆ มากเลยล่ะค่ะ

หากใครสนใจอยากฉีดไหมไลโปนี้ สามารถเข้ามาติดต่อสอบถามได้ที่ Dr. Grace Clinic ได้เลยค่ะ รับรองว่าไม่ผิดหวัง และประทับใจ ใบหน้าดูดีขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ

สบยช.เผยเทคนิคการเลิกสุราอย่างได้ผล แนะหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นภานนอก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/375745

สบยช.เผยเทคนิคการเลิกสุราอย่างได้ผล แนะหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นภานนอก

วันศุกร์ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 09.49 น.

สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) กรมการแพทย์  เผยผู้เข้ารับการบำบัดสุรามากเป็นลำดับที่ 2 รองจากยาบ้า พร้อมแนะเทคนิคการเลิกสุราอย่างได้ผล

นายแพทย์ภาสกร ชัยวานิชศิริ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า สุรา คือ เครื่องดื่มที่มีเอทิลแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบที่สำคัญ มีฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง เมื่อสุราเข้าสู่ร่างกายจะทำให้เกิดพิษต่อสมองและอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย เช่น ผลต่อสมอง ทำให้สมองเสื่อม ความคิดความจำบกพร่อง ผลต่อตับ ในระยะแรกจะเกิดไขมันสะสมในตับ ต่อมาจะเกิดภาวะตับอักเสบ และภาวะตับแข็งตามมา ผลต่อระบบทางเดินอาหาร เกิดแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ ผลต่อระบบสืบพันธุ์ ทำให้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ โดยพิษแบบเฉียบพลัน ทำให้ขาดสติ ควบคุมตัวเองไม่ได้ อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุหรือทะเลาะวิวาทได้ง่าย

หลังการดื่มอย่างหนักเช้าตื่นมาจะเมาค้าง ทำให้อ่อนเพลีย คลื่นไส้ ปวดศีรษะ หัวใจเต้นเร็ว และพิษแบบเรื้อรัง จะหมกมุ่นกับการหาสุราดื่มตลอดเวลา ทำให้สุขภาพร่างกายทรุดโทรม ขาดความรับผิดชอบ การทำหน้าที่ในชีวิตบกพร่อง การดื่มสุราเป็นระยะเวลานานส่งผลกระทบต่อผู้ติดสุราทำให้เสียสุขภาพ เสียสัมพันธภาพกับคนในครอบครัวและเสียการงาน ซึ่งการสูญเสียเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของผู้ติดสุรา จึงควรได้รับการบำบัดรักษาควบคู่กับการปรับเปลี่ยนกระบวนการคิด เพื่อเลิกสุราอย่างได้ผล

นายแพทย์สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กล่าวเพิ่มเติมว่า การบำบัดรักษาสุรามี 2 รูปแบบ คือ การบำบัดรักษาแบบผู้ป่วยนอก เหมาะสำหรับผู้ติดแบบไม่รุนแรงมาก สามารถดูแลการรับประทานยาและควบคุมการหยุดดื่มได้ ไม่มีภาวะแทรกซ้อนทางกายที่รุนแรง  และการบำบัดแบบผู้ป่วยใน เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่สามารถควบคุมการดื่มได้ โดยแพทย์จะบำบัดรักษาอาการถอนพิษสุราและภาวะแทรกซ้อน จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูสมรรถภาพ  และฟื้นฟูกระบวนการคิดควบคู่กันไป หลังการบำบัดรักษาแล้ว ผู้ป่วยอาจมีปัจจัยมากระตุ้นให้นำไปสู่การดื่มสุราซ้ำอีก จึงควรปรับเปลี่ยนการดำเนินชีวิตและวิธีคิดเพื่อการเลิกสุราอย่างได้ผล

โดยหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นจากภายนอก เช่น ร้านค้าที่จำหน่ายสุรา เบียร์ งานเลี้ยงต่างๆ เพื่อนๆที่เคยดื่ม ฯลฯ สิ่งกระตุ้นจากภายใน เช่น อารมณ์โกรธ หงุดหงิด เบื่อหน่าย ความอยากดื่มสามารถป้องกันและลดความอยากด้วยการรับประทานอาหารให้อิ่มก่อนการดื่มจะช่วยได้มาก  และควรปรับเปลี่ยนความคิดที่นำไปสู่การดื่มสุรา เช่น ขอดื่มครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย แต่ในความจริงแล้วครั้งสุดท้ายได้ผ่านไปแล้วถ้าไม่ดื่มอีก และอย่าดื่มแก้วแรกเพราะมีโอกาสเสี่ยงที่ทำให้ดื่มแบบติดลมอาจทำให้กลับมาติดซ้ำอีกได้

ทั้งนี้ครอบครัวควรช่วยดูแลและให้กำลังใจผู้ป่วยให้หยุดดื่มได้อย่างต่อเนื่อง เมื่อผู้ป่วยหยุดดื่มได้ควรแสดงความชื่นชมเพื่อให้ผู้ป่วยเห็นว่าเป็นสิ่งที่เขาสามารถปฏิบัติได้ และเกิดกำลังใจในการเลิกดื่ม หากประสบปัญหาเกี่ยวกับสุรา หรือยาเสพติด สามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่ สายด่วนยาเสพติด 1165 หรือที่สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กรมการแพทย์  จังหวัดปทุมธานี และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ในส่วนภูมิภาคทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ขอนแก่น อุดรธานี สงขลา และปัตตานี สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.pmindat.go.th

โสดให้สุด อย่าหยุดช็อป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/375642

news_default

โสดให้สุด อย่าหยุดช็อป

วันศุกร์ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียมและ ดิ เอ็มควอเทียร์ ร่วมกับ นิตยสาร แพรว จัดงาน “แต๊งค์ ก๊อด แอม ซิงเกิ้ล” (Thank God I’m Single – T.G.I.S.) ภายใต้คอนเซ็ปต์ “โสดให้สุด อย่าหยุดช็อป” รวบรวมกิจกรรมที่จะทำให้คุณต้องขอบคุณความโสด อาทิมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินขวัญใจคนโสด อย่าง เบล-สุพล, อิ้งค์-วรันธร, แอมมี่ The Bottom Blues,แพรว-คณิตกุล, วง Klear และอีกมากมาย สร้างแรงบันดาลใจโสดอย่างไรให้สตรอง ในทอล์กโชว์สุดพิเศษกับ โอปอล์-ปาณิสรา และเพลิดเพลินกับ มาร์เก็ต “โสดโปรดขาย” เปิดกรุของคนเคยรักจากบรรดาแพรวนิสต้าและเซเลบฯชื่อดัง พิเศษช็อปภายในศูนย์การค้าลดสูงสุด 80% และลงทะเบียนคนโสดรับบัตร Single ID Card รับของที่ระลึกและสิทธิพิเศษมากมาย ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 ณ ควอเทียร์ อเวนิว ชั้น G ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์

แฟชั่น ดนตรี และไลฟ์สไตล์ ‘FLY beyond tonight ปี 2’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/375654

แฟชั่น ดนตรี และไลฟ์สไตล์ ‘FLY beyond tonight ปี 2’

วันศุกร์ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

MILIN เปิดคอลเลคชั่น “First Class Express” เนรมิตชายหาดหัวหินสู่รันเวย์ คอนเซ็ปต์ริเวียร่า บีช ผสานแรงบันดาลใจผ่านแฟชั่น ดนตรี และไลฟ์สไตล์ไว้อย่างลงตัว ในเทศกาลดนตรี “FLY beyond tonight ปี 2”

เกรย์ กูซ (GREY GOOSE) นำโดย กสิณสุข มะกล่ำทอง ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ GREY GOOSE จับมือสองแฟชั่นดีไซเนอร์ชื่อดัง มิลิน (MILIN) & ซิกซ์ทเวลฟ์ (612SIXTWELVE) ร่วมด้วย ZAAP PARTY, พราว เรียลเอสเตท, ศิลปินดีเจดังทั้งไทยและเทศ และอีกมากมาย จัดงานเทศกาลดนตรีครั้งใหญ่ของเมืองไทยที่ผสมผสานแฟชั่นและความหลากหลายของไลฟ์สไตล์ไว้ด้วยกัน ภายใต้ชื่องาน “FLY BEYOND TONIGHT ปี 2” ที่กลับมาให้ตื่นเต้นกันกว่าเคย ด้วยการเนรมิตสุดสัปดาห์ที่เมืองหัวหินให้กลายเป็นช่วงเวลาสุดพิเศษริมทะเล กับแฟชั่นโชว์เปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดของสองแฟชั่นแบรนด์ดังกับแบรนด์ มิลิน (MILIN) และ ซิกซ์ทเวลฟ์ (612SIXTWELVE) บนรันเวย์ริมชายหาดในคอนเซ็ปต์ ริเวียร่า บีช (Riviera Beach)

ในงานมีดารา เซเลบริตี้ คนดังมากมาย อาทิ โยเกิร์ต-ณัฐฐชาช์ บุญประชม, สุวัจน์ ลิปตพัลลภ, ก้อง ทัพพะรังสี, น้ำตาล-ชลิตา ส่วนเสน่ห์, เขริกา โชติวิจิตร, ปาวา นาคาศัย, จุฬาลักษณ์ ผลภิภม, นิธิ พัฒนภักดี, ปิยะวัฒน์ เข็มเพชร, ณัฐเศรษฐ์ พูนทรัพย์มณี,แยม-มทิรา ตันติประสุต, เปรมณัช สุวรรณานนท์, ปรมะ อิ่มอโนทัย, หลิน-มชณต สุวรรณมาศ และ กัญญาวีร์ สองเมือง มาร่วมสร้างปรากฏการณ์สุดพิเศษ ณ 3 สถานที่ริมทะเลหัวหิน ได้แก่ อินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท, วานานาวา คอร์ทยาร์ดและ วานานาวา สกาย

สำหรับแบรนด์ มิลิน (Milin) ดีไซเนอร์สาวคนเก่ง มี่-มิลิน ยุวจรัสกุล กล่าวถึงคอลเลคชั่น“First Class Express” ว่า ได้นำแรงบันดาลใจจากเหตุการณ์สุดแปลกที่เกิดขึ้นจริงนี้มาตีความใหม่ผ่านเรื่องราวของสาวที่เดินทางข้ามเวลาและมิติลึกลับจากอดีตมาสู่ปัจจุบัน เทคนิคโดดเด่นประจำคอลเลคชั่นนี้คือ การเย็บแบบสม็อค แขนระฆัง และการจับเดรป ซึ่งเป็นเทคนิคที่มักใช้กับชุดกลางคืนหรือคอสตูมการแสดงมาทำให้เสื้อทรง Oversized มีโครงสร้างเด่นชัดและเข้ากับสรีระมากขึ้น

ติดตามและร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความเป็นที่สุดแห่งที่สุดประสบการณ์เพลงและแฟชั่น กับเทศกาลดนตรีสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Fly Beyond Tonight” ในประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ทั่วโลกและติดตามความเคลื่อนไหวกิจกรรมต่างๆ ของแบรนด์ได้ที่ #FlyBeyondTonight #GreyGooseLife #GreyGooseThailand

ยูนิเซฟ ชวนเช็คอินสตรีทอาร์ต สะท้อนปัญหาเด็กในประเทศไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/375648

ยูนิเซฟ ชวนเช็คอินสตรีทอาร์ต สะท้อนปัญหาเด็กในประเทศไทย

วันศุกร์ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

หลังจากเปิดตัวโครงการ “อาร์ต ฟอร์เดอะ ฟิวเจอร์” ซึ่ง ยูนิเซฟ ร่วมมือกับ16 ศิลปินไทย มาเปล่งเสียงแทนเด็กๆผ่านงานศิลปะเพื่อสะท้อนถึงปัญหาของเด็กๆ และวัยรุ่นในประเทศไทย ภายใต้ประเด็นปัญหาต่างๆ วันนี้เราจะบอกลายแทงให้คนรักงานศิลป์ตามไปเช็คอินส่องงานสตรีทอาร์ตทั้ง 16 ชิ้นทั่วกรุงเทพฯ และร่วมปักหมุดเป็นส่วนหนึ่งในการรับรู้ปัญหาของเด็กๆ ในประเทศไทย

เช็คอินจุดที่ 1 Yelo House ลงสถานีรถไฟฟ้าสนามกีฬาแห่งชาติ เดินต่ออีกเล็กน้อยไปยังซอยเกษมสันต์ 1 มีโกดังเก่าที่ถูกรีโนเวทให้เป็นสเปซสำหรับจัดแสดงผลงานศิลปะและแหล่งพบปะสังสรรค์สำหรับผู้มีไอเดีย คุณจะพบผลงาน 4 ชิ้น ได้แก่ ปลายสายรุ้ง (over the rainbow) ที่ ชนารดี ฉัตรกุล ณ อยุธยา ตั้งใจบอกเล่าความสำคัญของการปฏิสัมพันธ์ระหว่างพ่อ-แม่-ลูก ส่วนผลงาน เธอกับฉัน (The Dream of Education) ผลงานศิลปะบนผ้าแคนวาสของ ศุภโชค ชุมสาย ณ อยุธยา สะท้อนปัญหาอันน่ากังวลของวัยรุ่นไทยที่มีอัตราการคลอดบุตรก่อนวัยอันควร คนช่างฝันไม่ได้มีเพียงแค่ฉัน (You May Say I’m a Dreamer, But I’m Not The Only One) โดย พิชฐญาณ์ โอสถเจริญผล ซึ่งต้องการให้ทุกคนได้เห็นว่าเด็กทุกคนมีความฝัน แต่สิ่งที่พวกเขาต้องการคือ “โอกาสที่เท่าเทียม” และผลงาน ฉันไม่อยากเล่น (I’m not going to Play) ของ ดริสา ริเอธี การพจน์ ที่ต้องการรณรงค์เรื่องความรุนแรงในเด็ก

เช็คอินจุดที่ 2 Woof Pack ย่านพระรามสี่ จัดแสดงผลงานของ 3 ศิลปิน The Silence of Danger All Around ของ ปกรณ์ ธนานนท์ กราฟิตี้เด็กที่อยู่ตรงกลางรายล้อมไปด้วยเทคโนโลยีต่างๆ ซึ่งล้วนมีความรุนแรงแอบแฝงเข้ามามากมาย ผลงาน NextGeneration สีอะคริลิกและสีสเปรย์บนกำแพง ที่ Jayoto-อุทิศ โพธิ์คำ ต้องการสื่อให้เห็นว่าการลงโทษด้วยความรุนแรงไม่ว่าจะด้วยทางวาจาหรือทางร่างกาย ส่งผลร้ายต่อเด็กในอนาคตอย่างไร ส่วน Destination ผลงาน installation ของ ปรัชญพร วรนันท์ ที่ร่วมรณรงค์เรื่องการศึกษาของเด็กข้ามชาติ ให้ผลงานชิ้นนี้แทนความหวังในการอดทนในชีวิต และแทนคำขอบคุณความตั้งใจของทุกคนที่มีส่วนร่วมช่วยเหลือเด็ก ๆ เหล่านี้

เช็คอินจุดที่ 3 แอร์พอร์ต เรลลิ้งค์ มักกะสัน จุดนี้จัดแสดงผลงานปัญหาเด็กสองชิ้นด้วยกัน เริ่มจาก ห้องเรียนภาพหุ่นนิ่ง (Still Life Class#1) โดย พีรเวทย์ กระแสโสม ได้รับแรงบันดาลใจจากชีวิตประจำวันของศิลปินที่สอนหนังสือให้เด็กและเยาวชนที่กระทำความผิดในสถานที่ควบคุมพิเศษ ต่อด้วยผลงานสีอะคริลิกบนหนังสือพิมพ์ของ ไพโรจน์ พิเชฐเมธากุล ที่ชื่อว่า ความหวัง (Hope) ต้องการกระตุ้นให้ผู้คนตระหนักถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเยาวชนและปัญหาการติดเชื้อเอชไอวี

เช็คอินจุดที่ 4 ย่านเจริญกรุง พิกัดนี้มีผลงานศิลปะ 6 ชิ้น กระจายตัวอยู่ตามซอยต่างๆ อาทิ ซอยเจริญกรุง 31 ผลงานมหาลัยชีวิต (Universal of Life) ของศิลปินชาญณรงค์ ขลุกเอียด ต้องการรณรงค์เรื่องการไม่มีโอกาสทางการศึกษาของเด็กๆ ส่วน จักรกฤษณ์ อนันตกุล ได้ฝากผลงาน Book เอาไว้บนกำแพงในซอย เจริญกรุง 32 ย่านท่าเรือสี่พระยาใกล้กับสถานทูตโปรตุเกส ด้วยคอนเซ็ปต์ง่ายๆ คือ เด็กทุกคนต้องการหนังสืออย่างน้อย 3 เล่ม เพราะเด็กในครัวเรือนยากจนจำนวนมากไม่เคยได้อ่านหนังสือส่งผลกระทบต่อพัฒนาการช่วงปฐมวัยหลายๆ ด้าน

เช็คอินจุดที่ 5 พระนคร บาร์ ผลงาน พลาด (Error) ของ สยาม เนียมนำ โดดเด่นอยู่บนตึกเป็นภาพชีวิตของเด็กสาวที่ไม่ได้สวยงามอย่างที่คาดหวังไว้ จากการท้องไม่พร้อมผลงานชิ้นนี้ต้องการรณรงค์ปัญหาท้องก่อนวันอันควรที่มีอัตราเพิ่มขึ้นทุกปี

นอกจากการเช็คอินเสพงานศิลป์ในสถานที่เหล่านี้แล้ว คุณสามารถลงชื่อเพื่ออนาคตที่ดีขึ้นของเด็กๆ ได้ที่นี่ https://www.unicef.or.th/70years และชื่อของคุณจะไปปรากฏอยู่บนผลงานศิลปะหนึ่งใน 16 ชิ้นนี้เพราะเพียงแค่คุณรับรู้และตระหนักถึงปัญหาเด็กในประเทศไทย เท่านี้ก็เท่ากับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่คุณจะยืนหยัดช่วยเหลือเด็กๆ เหล่านั้น และนำไปสู่การผลักดันแก้ไขปัญหาต่อไป

สายชิม แชะ แชร์ ห้ามพลาด ประกวดภาพถ่ายอาหารเชิงไลฟ์สไตล์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/375634

เป็ด-ชญานี ชมแสงจันทร์

สายชิม แชะ แชร์ ห้ามพลาด ประกวดภาพถ่ายอาหารเชิงไลฟ์สไตล์

วันศุกร์ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

มร.ไรอัน อาว

พิงค์เลดี้ (Pink Lady®) แบรนด์แอปเปิ้ลอันดับหนึ่งในประเทศอังกฤษและยุโรป จัดงานเปิดตัวแคมเปญใหญ่#PinkLadyClicksTH กิจกรรมประกวดถ่ายภาพและวีดีโอที่เชิญชวนให้ทุกคนร่วมโพสต์ภาพหรือวีดีโออาหารเชิงไลฟ์สไตล์ ภายใต้ธีม “AlwaysWow” ผ่านโซเชียลมีเดีย พร้อมติด#PinkLadyClicksTH เพื่อลุ้นชิงรางวัลใหญ่บินลัดฟ้าไปชมงานPink Lady® Food Photographerof The Year 2019 ณ กรุงลอนดอนประเทศอังกฤษ โดยได้ เป็ด-ชญานี ชมแสงจันทร์ ช่างภาพชื่อดังมาร่วมเป็นกรรมการในการตัดสิน และเชฟตาม-ชุดารี เทพาคำ เซเลบริตี้เชฟสาวชื่อดังมารังสรรค์เมนูพิเศษจากแอปเปิ้ล พิงค์เลดี้ทั้งนี้ ยังได้รับเกียรติจากเหล่าเซเลบริตี้คนรุ่นใหม่ อาทิ ณิกษ์ อนุมานราชธน, ภัณฑิลาเทพาคำ, พรพรรณ รัตนหิรัญญา และ วงศกรฉัตรอมรวงศ์ เข้าร่วมชมงานแสดงภาพถ่ายสุดเก๋ ณ สำนักงาน GlowFish อาคารสาทรธานี

มร.ไรอัน อาว ผู้จัดการแบรนด์ระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและอินเดีย พิงค์เลดี้ กล่าวว่า พิงค์เลดี้ เป็นแบรนด์แอปเปิ้ลที่ไม่เพียงแค่ต้องการให้ผู้บริโภคได้ลิ้มลองแอปเปิ้ลที่รสชาติดีที่สุด แต่เรายังมุ่งมั่นที่จะทำความรู้จักและเรียนรู้ความสนใจของผู้บริโภค เพื่อที่เราจะได้เป็นแรงบันดาลใจและกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค จึงเป็นที่มาของการจัดกิจกรรมประกวดถ่ายภาพและวีดีโอ ภายใต้แคมเปญ #PinkLadyClicksTH ที่สะท้อนไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ชอบแชร์ภาพเรื่องราวในชีวิตผ่านโซเชียลมีเดีย โดยงานนี้พิงค์เลดี้เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถโพสต์ภาพหรือวีดีโออาหารเชิงไลฟ์ไตล์ พร้อมติดแฮชเทค #PinkLadyClicksTH ไม่จำกัดว่าจะเป็นภาพอาหารจานโปรด คาเฟ่ฮอปปิ้ง หรือเชฟกำลังทำอาหารก็ได้ เพียงแค่ภาพนั้นต้องสื่อเรื่องราวที่น่าประทับใจ สร้างความรู้สึก Always Wow ตามธีมการแข่งขัน

กิจกรรมประกวดภาพถ่ายในแคมเปญ #PinkLadyClicksTH สืบเนื่องมาจากงานประกวดภาพถ่ายอันโด่งดังจากประเทศอังกฤษ Pink Lady® Food Photographer of the year งานที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากช่างภาพฝีมือดีทั่วโลก จนถึงปีล่าสุดที่มีคนส่งภาพเข้าประกวดมากว่า 50,000 ภาพ จาก 60 ประเทศทั่วโลก ซึ่งภายในงานเปิดตัวแคมเปญ #PinkLadyClicksTH ได้มีการจัดแสดงภาพถ่ายของผู้ชนะ Food Photographer of The Year 2018 จากประเทศอังกฤษอีกด้วย

เป็ด-ชญานี ชมแสงจันทร์ ช่างภาพและกราฟิกดีไซเนอร์ ที่กำลังมาแรงในตอนนี้ได้ร่วมเป็นกรรมการในการตัดสิน ได้แชร์ประสบการณ์การถ่ายภาพว่า “การถ่ายภาพอาหารเป็นสิ่งที่ทุกคนทำกันจนเป็นไลฟ์ไตล์อยู่แล้ว แต่งานนี้ทำให้การถ่ายภาพเป็นเรื่องสนุกขึ้นไปอีก สำหรับการเกณฑ์การตัดสินในครั้งนี้ เป็ดไม่ได้มองแค่เทคนิค แต่อยากจะเห็นเรื่องราวที่ทุกคนต้องการจะบอกเล่ามากกว่าลองค้นหาสไตล์ภาพที่ชอบ แล้วเริ่มฝึกจากตรงนั้น เมื่อเราได้ถ่ายสิ่งเราชอบ ภาพจะออกมาดียิ่งขึ้นอยากเชิญชวนทุกคนให้ร่วมส่งภาพเข้าประกวดกัน เพราะรางวัลน่าสนใจมาก และงานนี้ไม่ได้ให้กรรมการให้คะแนนอย่างเดียว เรายังเปิดให้ทุกคนได้เข้ามาร่วมโหวตบนเว็บไซต์ด้วย”

เชฟตาม-ชุดารี เทพาคำ ซึ่งมาครีเอทเมนูพิเศษจากแอปเปิ้ลพิงค์เลดี้ให้ได้ชิมภายในงาน เล่าถึงเทรนด์ของอาหารในปัจจุบันว่า “การเลือกวัตถุดิบเป็นสิ่งที่ตามให้ความสำคัญมากโดยปัจจุบัน คนเริ่มหันมาใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลมากขึ้น เพราะวัตถุที่สดใหม่จะทำให้รสชาติอาหารดียิ่งขึ้น ในฐานะเชฟคิดว่าเทรนด์การโพสต์รูปอาหารลงโซเชียลมีเดียเป็นเรื่องน่าสนุก เพราะกระตุ้นให้เราได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการทำอาหารที่ดูหน้าตาแปลกใหม่และสร้างความตื่นเต้นให้กับคนทาน โดยงานนี้ ตามได้ลองนำแอปเปิ้ลพิงค์เลดี้ ซึ่งเป็นแอปเปิ้ลที่มีรสชาติโดดเด่น เนื้อหวานกรอบ มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ มาทำเป็นของคาว ด้วยรสชาติที่เข้มขนของพิงค์เลดี้ พอเอามาปรุงกับเนื้อสัตว์จะช่วยชูรสชาติให้อร่อยขึ้นไปอีก

ด้านเซเลบริตี้สาวนักธุรกิจ พรพรรณ รัตนหิรัญญา เป็นอีกหนึ่งคนรุ่นใหม่ที่ชอบถ่ายภาพอาหารแชร์บนโซเชียล เล่าว่า “พอลลี่เป็นคนชอบไปลองทานอาหารที่ใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลาที่เราชอบอาหารจานไหนก็จะถ่ายภาพแล้วโพสต์ลงอินสตาแกรมเพื่อเป็นการให้เกียรติเชฟที่ทำอาหาร และยังเป็นช่องทางที่พอลลี่ไว้อัพเดทและแชร์ร้านใหม่ๆ ในหมู่เพื่อนๆ ด้วย พอลลี่คิดว่ากิจกรรมประกวดถ่ายภาพ #PinkLadyClicksTH ในครั้งนี้ น่าสนใจมาก เพราะเป็นการเอาเรื่องที่ทุกคนทำอยู่แล้ว มาทำให้กลายเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น และสนุกกว่าเดิม

สายชิม แชะ แชร์ สนใจเข้าร่วมแคมเปญ #PinkLadyClicksTH เพียงโพสต์ภาพหรือวีดีโอเกี่ยวกับอาหารภายใต้ธีม “Always Wow” ผ่านโซเชียลมีเดียพร้อมติด#PinkLadyClicksTH เพื่อลุ้นชิงรางวัลใหญ่ บินลัดฟ้าไปชมงาน Pink Lady® Food Photographer of The Year 2019 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยสามารถร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562

เป็ด-ชญานี ชมแสงจันทร์

เป็ด-ชญานี ชมแสงจันทร์

เชฟตาม-ชุดารี เทพาคำ

เชฟตาม-ชุดารี เทพาคำ

พรพรรณ รัตนหิรัญญา

พรพรรณ รัตนหิรัญญา

พวงกุญแจ Nok Gives Life 400 ดวงใจช่วยได้หนึ่งชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/375630

news_default

พวงกุญแจ Nok Gives Life 400 ดวงใจช่วยได้หนึ่งชีวิต

วันศุกร์ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สายการบินนกแอร์สานต่อโครงการ “Nok Gives Life : 400 ดวงใจช่วยได้หนึ่งชีวิต” นำรายได้จากการขายพวงกุญแจ Nok Gives Life บริจาคให้มูลนิธิเด็กโรคหัวใจฯ หลัง 13 ปีที่ผ่านมาช่วยผู้ป่วยผ่าตัดโรคหัวใจไปแล้ว 500 ราย ร่วมแบ่งปันสร้างโอกาสให้สังคมด้วยการซื้อพวงกุญแจได้ทุกสนามบินและบนทุกเที่ยวบินของนกแอร์ ภายในวันที่ 31 ธันวาคมนี้

จรัสพรรณ ศรีสวัสดิ์ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายภาพลักษณ์และสื่อสารองค์กร กล่าวว่า สายการบินนกแอร์ สายการบินของคนไทย นอกจากมอบการเดินทางที่สะดวกสบายแก่คนไทยมาอย่างยาวนานถึง 14 ปีแล้ว นกแอร์ยังมองเห็นถึงความเหลื่อมล้ำทางสังคมและตั้งใจที่จะมอบโอกาสเพื่อลดความเหลื่อมล้ำพร้อมขยายโอกาสแก่สังคม โดยเฉพาะเรื่องพัฒนาการเด็ก ซึ่งนกแอร์ได้จัดกิจกรรมเพื่อสังคมต่อเนื่องมากว่า 5 ปี โดยแบ่งออกเป็น 4 ด้าน ดังนี้1.นกแบ่งปัน (Nok Sharing) 2.นกเรียนรู้(Nok Learning) 3.นกมองไกล (Nok Visionary) 4.นกอิ่มใจ (Nok Delights)

ในปี 2561 นี้ นกแอร์ยังคงสานต่อโครงการ “Nok Gives Life : 400 ดวงใจช่วยได้หนึ่งชีวิต” หนึ่งในโครงการภายใต้ “นกแบ่งปัน” ที่ดำเนินงานต่อเนื่องมาถึงปีที่ 13 โดยเป็นการนำรายได้ทั้งหมดจากการขายพวงกุญแจ Nok Gives Life หลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปบริจาคให้กับมูลนิธิเด็กโรคหัวใจ ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยเด็กที่เป็นโรคหัวใจที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ซึ่งนับเป็นโครงการที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมกับนกแอร์ได้

“การให้โอกาสเป็นหนึ่งในการให้ที่งดงามที่สุด และความสุขจากการแบ่งปันความรักให้ผู้ขาดโอกาสได้มีชีวิตใหม่จะช่วยให้สังคมไทยน่าอยู่และงดงามขึ้น ซึ่งนับตั้งแต่ดำเนินโครงการ Nok Gives Life มากว่า 13 ปี นกแอร์และผู้ร่วมบริจาคมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือผู้ป่วยให้ได้รับการผ่าตัดหัวใจไปแล้วกว่า 500 รายทำให้ผู้ป่วยที่ขาดโอกาสได้มีชีวิตความเป็นอยู่ สุขภาพร่างกายแข็งแรงมากยิ่งขึ้น”

สามารถร่วมสนับสนุนโครงการ “Nok Gives Life : 400 ดวงใจช่วยได้หนึ่งชีวิต” ด้วยการซื้อพวงกุญแจ Nok Gives Life ได้ที่ทุกสนามบินและบนทุกเที่ยวบินของนกแอร์ ภายใน 31 ธันวาคม 2561 นี้ หรือสอบถามได้ที่ฝ่ายภาพลักษณ์และสื่อสารองค์กร บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) อีเมล์CSR@nokair.com หรือ โทร.02-6272000

คุณแหน : 9 พฤศจิกายน 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/375653

คุณแหน : 9 พฤศจิกายน 2561

วันศุกร์ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll งาน “จิตรลดากตัญญูรู้คุณครู” เย็นวันพฤหัสบดีที่ 8 พ.ย. ที่ผ่านมา ณ ห้องสวยของราชนาวิกสภา ริมแม่น้ำเจ้าพระยา…“องค์บริหารฯ”สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯทรงเป็นองค์ประธาน…ทรงนำความชื่นใจมายัง“ครู”เก่าๆ แก่ๆ…มิเพียงทรงเป็น“เจ้านาย”เจ้าของโรงเรียนจิตรลดา…หากทรงเป็น“ศิษย์”ที่ถึงพร้อมใน“ความกตัญญู”ต่อ“ครู”…ไฮไลท์ของงานเป็นฉลองวันเกิด 8 รอบ 7 รอบ ของ“ปูชนียครู”ท่านผู้หญิง ดร.ทัศนีย์ บุณยคุปต์และ ท่านผู้หญิงอังกาบ บุณยัษฐิติ สองใน“สามทหารเสือ”ที่บุกเบิกโรงเรียนในวังจนเป็นเลิศในวิชาการและเปิดโอกาส“กว้าง”ให้เด็กในสังคม“ด้อยโอกาส”ได้ประโยชน์จาก“ครู”และ“ศิษย์”ที่มุ่งพัฒนา“ส่วนรวม” ตามพระราชปณิธานในหลวง ร.9  องค์ผู้ก่อตั้ง..งานนี้เลี้ยงเกษียณครูเก่าที่ร่ำลาอาลัยโรงเรียน“ตำนาน”พระมหากรุณาธิคุณ…

ll ศิษย์เก่านักร้องเสียง Soprano นักร้องรางวัลเหรียญทองโอลิมปิกวงสวนพลูคอรัส ดาวินา คุณวิภูศิลกุล นักเรียนทุนแบงก์ชาติตอบแทน“จิตรลดา”…ตั้งวงคอรัสร้องเพลงสรรเสริญ“ครู”ในงาน..ส่วนสามี ภูมิ ศิรประภาศิริ…สมัครช่วยวงโดยไม่ต้องบังคับ…เพราะรู้คุณ“จิตรลดา”…เป็นนักเรียน“ทุนเล่าเรียนหลวง”ได้ไปศึกษาถึงHarvard แม้ประเทศไทยยุคนั้นจะประสบภัยเศรษฐกิจย่ำแย่…

ll งานวันเกิด 7 รอบ ม.ร.ว.กำลูนเทพ เทวกุล ยังคงคึกคักเพราะร่มไทรที่“นกกา”เคยเกาะจนเป็นนายอำเภอ-ผู้ว่าฯยังร่มเย็น…ลูกน้องเก่า ฉัตรชัย พรหมเลิศแวะมากราบสวัสดี“นายหม่อม”ถึงบ้านบางเขน…ยังความชุ่มชื่นหัวใจ“นายชรา”และบริวารรอบข้างเป็นยิ่งนัก…

ll ชยพล กนกพฤกษ์ ไม่ได้ร่ำรวยไร้สาระ…ยังใช้เวลาบั้นปลายคิดโครงการให้“ชุมชนงิ้วราย”บ้านเกิดได้กลับมาคึกคัก…หลังจากถนน“บรรหาร”เปลี่ยนเส้นทางสัญจรทางน้ำไปสุพรรณ…เจ้าสัวสั่งเดินหน้าปรับผังชุมชนเชื่อมโยงชุมชนใกล้เคียง…จัดเป็น นครชัยศรี…เส้นทางแห่งผลไม้…อาหารอร่อย…

ll อรรถพล สุนทรวิเนตร์ เศรษฐีเมียสวย…ไม่ยอมแพ้วัย 70 ที่จะร่วงโรย…ตัดสินใจฉีด Stemcell ลดอายุ 30 ปี…เพื่อนฝูงเศรษฐี OSK80 เอาใจช่วย“หนูทดลอง”…ถ้าได้ผล…คิวต่อไปจะเป็นของชาตรี ศิริพานิชกร,เกียรติพงศ์ น้อยใจบุญ,ดำรงค์ สุริยาปี ฯลฯ…ที่ไม่สนับสนุนกลับเป็นหมอใหญ่ นพ.สุรวฒิ ปรีชานนท์ ที่เดินสายไปทางธรรม…

ll กฐินวัดปากน้ำญี่ปุ่น จังหวัดชิบะ ปีนี้รับรองอาหารต้องอร่อยสุดยอด เถ้าแก่เนี้ย “ฮั่วเซ่งฮง” วราภรณ์ พิริยเลิศศักดิ์ เป็นประธานการันตีเมนูเก่าๆ ของวัด อาทิ ผัดไทยไข่กะเทย,ขาหมูแก้วใจฯลฯ ต้องชิดซ้าย…ฮั่งเซ่งฮง ติ่มซำ เป็ดปักกิ่ง หูฉลาม…ฮ้อ…พระจากวัดท่าน ว.“ไร่เชิญตะวัน” คงไม่อร่อยจนลืมกลับวัดเชียงราย…นะตุ๊เจ้า…

ll ขอแสดงความเสียใจกับ ดร.ประวิทย์ โรจนเพียรสถิต ที่สูญเสียบุตรชาย เสริมศักดิ์โรจนเพียรสถิต จากไปอย่างไม่มีวันกลับเมื่อเช้าวันที่ 8 พ.ย. เพื่อนๆ ต้องคอยปลอบใจ“แก้ว”ภริยา…มีสวดพระอภิธรรมที่ศาลา 9วัดโสมนัสฯ เริ่ม 8 พ.ย. …

ll ถูกโฉลกกับคำ“มา”…ศรีชนก วัฒนศิริ กรรมการหลายยุคของสมาคมศิษย์เก่า“มาแตร์”…เคยบุกเบิก“มาม่า”ออกสู่สากลโด่งดัง…วันนี้คุณน้องมีเค้กของตัวเอง“มาร์โก้”…เค้กนุ่มสไตล์ฝรั่งเศสสูตรเก่าสมัยที่เคยไปอยู่ปารีส…กินแล้ว“นุ่มนวล”หน้าเด็กเหมือน“คุณน้อง”…ที่ดูไม่ออกว่า60 แล้ว…(ฮา)…ll

ภิญญ์สิรี

‘ไอคอนสยาม’เนรมิต‘ไอคอนคราฟต์’ พื้นที่นำเสนอคุณค่าความเป็นไทย ผ่านงานนวัตศิลป์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/375631

ไชยยง รัตนอังกูร

‘ไอคอนสยาม’เนรมิต‘ไอคอนคราฟต์’ พื้นที่นำเสนอคุณค่าความเป็นไทย ผ่านงานนวัตศิลป์

วันศุกร์ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ไอคอนสยาม อภิมหาโครงการเมืองแห่งการใช้ชีวิตสู่โลกอนาคต สัญลักษณ์แห่งความรุ่งโรจน์ของไทยริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยามูลค่า 54,000 ล้านบาท ซึ่งจะเปิดให้บริการในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 นี้ ประกาศเปิดตัว“ไอคอนคราฟต์” พื้นที่ที่เนรมิตขึ้นเป็นพิเศษในไอคอนสยาม เพื่อนำเสนอคุณค่าความเป็นไทย ด้วยการรวบรวมงานนวัตศิลป์และงานคราฟต์แบบร่วมสมัยหลากหลายประเภทของคนไทยมาไว้ในที่เดียว เปิดโอกาสให้ช่างฝีมือไทยได้ต่อยอดความสามารถ เพิ่มคุณค่าในผลงาน ตลอดจนเพิ่มโอกาสและเพิ่มพื้นที่จัดแสดงและจำหน่ายผลงาน ที่จะเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

นายไชยยง รัตนอังกูร ผู้บริหาร บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า ไอคอนสยาม ถูกรังสรรค์ขึ้นภายใต้แนวคิด “การสร้างประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย” หรือ Creating Shared Value และ “การร่วมกันรังสรรค์” หรือCo-Creation โดยมุ่งหวังที่จะรวบรวมสิ่งที่ดีที่สุดของไทยกับสิ่งที่ดีที่สุดของโลกเข้าไว้ด้วยกัน และนำเสนอคุณค่าความเป็นไทยให้ทั่วโลกได้รู้จักและร่วมชื่นชม จึงเป็นแรงบันดาลใจในการเนรมิตพื้นที่กว่า 2,500 ตารางเมตร บนชั้น 4 และชั้น 5 ของไอคอนสยาม ให้เป็นอีกหนึ่งพื้นที่พิเศษใช้ชื่อว่า “ไอคอนคราฟต์” โดยผนึกความร่วมมือกับนักออกแบบ นักสร้างสรรค์ นักพัฒนานวัตกรรม และช่างฝีมือหลากหลายแขนง จำนวนกว่า 300 ราย ร่วมกันนำเสนองานนวัตศิลป์และงานคราฟต์ของไทยอย่างสร้างสรรค์ เพื่อสืบสานภูมิปัญญางานช่างฝีมือของไทยส่งเสริมให้เกิดการต่อยอดเพื่อยกระดับและเพิ่มคุณค่า ตลอดจนเผยแพร่งานนวัตศิลป์และงานคราฟต์ฝีมือคนไทยให้เป็นที่รู้จักและเป็นที่ยอมรับในระดับโลก ขณะเดียวกันไอคอนคราฟต์มุ่งหวังจะเป็นอีกแม็กเนตหนึ่งทางด้านการท่องเที่ยวที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกผู้ชื่นชอบงานคราฟต์ให้อยากเดินทางมาเยือนประเทศไทย

ไอคอนคราฟต์ ถูกนำเสนอภายใต้คอนเซ็ปต์ Innovative Craft designed for everyday life คือการนำงานแบบเก่าและความโบราณมาปรับให้เป็นงานสมัยใหม่ เกิดเป็นศูนย์กลางงานนวัตศิลป์และงานคราฟต์ไทยแบบร่วมสมัยที่ไม่เคยมีที่ไหนมาก่อน โดยนักออกแบบรุ่นใหม่จะได้มีโอกาสนำทักษะงานช่างจากอดีตซึ่งมีคุณค่ามาสืบสานและพัฒนาต่อยอดให้เกิดเป็นรูปแบบที่น่าสนใจ มีความแปลกใหม่ สามารถเข้าถึงได้ง่าย ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากต่างชาติ

การจัดสรรพื้นที่ของไอคอนคราฟต์ได้แรงบันดาลใจส่วนหนึ่งมาจากสาขาวิชาชีพของช่างสิบหมู่ของไทย โดยแบ่งเป็น 7 โซนหลัก ได้แก่ (1) The Smith งานช่างทอง ช่างโลหะต่างๆ (2) The Painter งานลงสีลงยา งานเขียนวาดลวดลาย งานลงรักปิดทอง (3) The Sculptor งานปั้น (4) The Carpenter งานช่างไม้ ช่างแกะสลัก (5) The Weaver งานช่างทอ ช่างจักสาน (6) The Gastronomer งานปรุง งานสร้างสรรค์อาหาร และ (7) The Therapist งานแพทย์แผนไทยและผลิตภัณฑ์สำหรับการบำบัดและดูแลสุขภาพ นอกจากนี้ยังมีโซนสำหรับจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เป็น House Brand ของไอคอนคราฟต์ โซนเฉพาะสำหรับนักออกแบบรับเชิญที่จะเข้ามาจัดแสดงผลงานแบบหมุนเวียน โซนที่เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเข้ามาร่วมสร้างสรรค์ผลงานได้ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของศิลปินนักออกแบบผู้เชี่ยวชาญ และโซนพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย

นางปารีสา จาตนิลพันธุ์ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัท สยามพิวรรธน์รีเทล โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า ไอคอนคราฟต์จะเป็นเสมือน Multi-Brand Store ขนาดใหญ่ที่รวบรวมงานนวัตศิลป์และงานคราฟต์ของคนไทยมานำเสนอในรูปแบบที่ทันสมัย โดยได้คัดเลือกผู้ประกอบการและศิลปินนักออกแบบทั้งรายใหม่และรายเดิมที่อยากจะเปลี่ยนภาพลักษณ์ใหม่ รวมไปถึงผู้ประกอบการและนักออกแบบจากหน่วยงานภาครัฐอาทิ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงอุตสาหกรรม และศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ เข้ามาร่วมมือกับไอคอนสยามในด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งการทำงาน การขาย การพัฒนาออกแบบผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ ให้ดูทันสมัยและใช้งานได้จริง จึงเป็นการทำงานร่วมกันอย่างแท้จริงเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้แก่วงการงานนวัตศิลป์และงานคราฟต์ของไทย

นายดวงฤทธิ์ บุนนาค สถาปนิกผู้ออกแบบพื้นที่ไอคอนคราฟต์ กล่าวว่า ไอคอนคราฟต์ ตั้งอยู่บนพื้นที่ชั้น 4 และชั้น 5 ของไอคอนสยามฝั่งที่ติดแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ที่โดดเด่นและมีความสำคัญมาก จึงมีแนวคิดที่จะทำให้เป็นเสมือนหัวแหวนที่ดึงดูดความสนใจของผู้คนที่มาเยือนไอคอนสยาม ภายใต้หัวใจสำคัญคือ การออกแบบให้มีลักษณะและความรู้สึกแบบไทย แต่ก็มีความทันสมัยและอยู่ร่วมกับปัจจุบันได้อย่างกลมกลืน โดยได้นำรากของวัฒนธรรมและงานฝีมือมาใช้ในงานสถาปัตยกรรมในมุมมองแบบใหม่ ซึ่งเป็นมุมมองของสถาปนิก ที่แตกต่างไปจากมุมมองของนักออกแบบผลิตภัณฑ์ ทำให้สามารถถ่ายทอดเรื่องราวของงานคราฟต์ได้อย่างแปลกใหม่น่าสนใจ นอกจากนั้น ยังได้ผสมผสานกับแนวคิดการสร้างงานแบบ Authenticity มีความตรงไปตรงมาตั้งแต่ระดับโครงสร้าง คือสถาปัตยกรรมในไอคอนคราฟต์จะต้องสวยงามทั้งภายนอกและมีโครงสร้างที่เหมือนกันอยู่ด้านในด้วย ไม่ได้เป็นเพียงโครงธรรมดาที่ตกแต่งสวยงามเฉพาะด้านนอกเท่านั้น

ม.ล.ภาวิณี สันติศิริ ซึ่งให้เกียรติมาร่วมสร้างสรรค์ไอคอนคราฟต์ในฐานะ Art Director ผู้ควบคุมการตกแต่งภายใน กล่าวว่า พื้นที่ทั้งหมดของไอคอนคราฟต์ได้รับการตกแต่งภายในให้มีความเป็นไทยที่ผสมผสานความทันสมัยเอาไว้อย่างกลมกลืน โดยได้หยิบยกอาชีพช่างสิบหมู่ส่วนหนึ่งมาเป็นแนวคิดและแรงบันดาลใจในการจัดสรรพื้นที่ ทั้ง 7 โซนจะมี Art Installation หรืองานศิลปะประจำโซน ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นตัวแทนในการบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาและภูมิปัญญาเบื้องหลังผลงานหรือผลิตภัณฑ์ในโซนนั้นๆ โดยได้รับเกียรติจากศิลปิน นักออกแบบที่มีชื่อเสียง หรือปรมาจารย์ทางด้านงานคราฟต์มาร่วมสร้างสรรค์ Art Installation ได้แก่ โซน The Smith โดย จิระเดช และคุณพรพิไล มีมาลัย เจ้าของรางวัล Asian Cultural Council Fellowship Awards New York ปี 2010 โซน The Painter โดย พลอย จริยเวช นักเขียน นักแปล และนักออกแบบคอนเซ็ปต์ชื่อดัง โซน The Sculptor โดย อุดม อุดมศรีอนันต์ เจ้าของรางวัล Grand Prize Award จากงาน Design of the Year 2004 โซน The Carpenter โดย สุวรรณคงขุนเทียน เจ้าของรางวัล Grand Prize Award จากงาน Design of the Year 2004 โซน The Weaver โดย น้ำฝน ไล่สัตรูไกล นักออกแบบผู้เชี่ยวชาญการผสมผสานศิลปะ สิ่งทอ และแฟชั่นเข้าด้วยกัน เจ้าของรางวัล Design of the Year Award 2017 สาขา Textile Design โซน The Gastronomer โดย ผศ.เอกรัตน์ วงษ์จริต และโซน The Therapist โดย สกุล อินทกุล ศิลปินนักจัดดอกไม้ชื่อดังระดับโลก และผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมดอกไม้

ไอคอนคราฟต์ มีกำหนดเปิดให้บริการพร้อมไอคอนสยาม ในวันที่ 10 พฤศจิกายนนี้ โดยมีอีกหนึ่งไฮไลท์พิเศษคือ นิทรรศการ “สยามทำมือ” ซึ่งจะจัดแสดงต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 31 มกราคม 2562 ผลงานโดยวิภูศรีวิลาส ศิลปินไทยชื่อดังที่ประสบความสำเร็จในระดับสากล ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศออสเตรเลียมานานกว่า 15 ปีและมีงานแสดงผลงานเซรามิคในหลายประเทศทั่วโลก

ไชยยง รัตนอังกูร

ไชยยง รัตนอังกูร

ปารีสา จาตนิลพันธุ์

ปารีสา จาตนิลพันธุ์

ดวงฤทธิ์ บุนนาค

ดวงฤทธิ์ บุนนาค

ม.ล.ภาวิณี สันติศิริ

ม.ล.ภาวิณี สันติศิริ

ติ่มซำ รสมือเชฟรับเชิญ เจฟฟรีย์ กวาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/375629

ติ่มซำ รสมือเชฟรับเชิญ เจฟฟรีย์ กวาน

วันศุกร์ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

อาหารยอดนิยมอย่างหนึ่งของจีนที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก คือ “ติ่มซำ” ซึ่งมีต้นกำเนิดที่มณฑลกวางตุ้ง เล่ากันว่าในสมัยก่อนนั้นตามเส้นทางสายไหม มีพ่อค้าและนักแสวงโชคสัญจรกันอย่างเนืองแน่น และระหว่างทางมักจะหาสถานที่แวะพักผ่อน จึงเกิด “ร้านน้ำชา” ขึ้นระหว่างทางมากมาย เพื่อต้อนรับนักเดินทาง และขณะที่ดื่มชาต้องมีอาหารกินเล่น บรรดาเจ้าของร้านจึงเริ่มคิดเมนูอาหารจานเล็กๆรับประทานง่ายๆ คู่กับน้ำชา จนกลายเป็นอาหารยอดนิยมจนถึงปัจจุบัน

ติ่มซำเป็นอาหารคำเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ นอกจากรูปลักษณ์ที่ต้องดูน่ารับประทานการเลือกวัตถุดิบและการปรุงก็สำคัญไม่แพ้กัน เชฟติ่มซำจะต้องไม่ปะปนกับเชฟทำอาหารทั่วไป โดยจะต้องเฉพาะเจาะจงแค่ติ่มซำเท่านั้น และใช้เวลาฝึกไม่น้อยกว่า 3 ปี

ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 11 พฤศจิยายน 2561 ห้องอาหารจีนหลงฟ่ง โรงแรมสวิสโฮเต็ล กรุงเทพฯ รัชดา (ชื่อเดิม โรงแรมสวิสโฮเต็ล เลอ คองคอร์ด กรุงเทพฯ) ได้เชิญ เชฟเจฟฟรีย์กวาน มาสเตอร์เชฟติ่มซำ จากห้องอาหารจีน Red ที่มีชื่อเสียงของโรงแรม พูลแมน กัวลาลัมเปอร์ ซิตี้เซ็นเตอร์ประเทศมาเลเซีย มาโชว์เมนูขึ้นชื่อระดับเหรียญทอง ได้แก่ ฮะเก๋ากุ้งหน่อไม้ฝรั่ง ขนมจีบกุ้งเห็ดหอม ฮะเก๋าหมึกดำหอยเชลล์ฟองเต้าหู้ทอดไส้กุ้ง กุ้งทอดซอสเซี่ยงไฮ้ เกี๊ยวกุ้งทอดซอสวาซาบิ เผือกทอดไส้หมูพริกไทดำ ซาลาเปาชาโคลไข่เค็มลาวา และอีกหลากหลายเมนู โดยเสิร์ฟทั้งแบบบุฟเฟ่ต์ และ อะ ลา คาร์ท เฉพาะวันศุกร์บุฟเฟ่ต์มื้อกลางวัน/มื้อเย็น ราคา 790++ บาท ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ บุฟเฟ่ต์มื้อกลางวัน/มื้อเย็น ราคา 890++ บาท สอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่โทร.02-6942222 ต่อ 1560 หรืออีเมล : fb.bangkok@swissotel.com