ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปาฐกถาพิเศษ‘ตามรอยพระราชา’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/373884

(ซ้าย) ดร.ดนัย จันทร์เจ้าฉาย ร่วมเสวนาหัวข้อ “ตามรอยพระราชา” พร้อมด้วย นพ.จักรธรรม ธรรมศักดิ์ และ วิชชุดา ไตรธรรม

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปาฐกถาพิเศษ‘ตามรอยพระราชา’

วันพฤหัสบดี ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ร่วมปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “ตามรอยพระราชา” ในงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “หนังสือเดินทางตามรอยพระราชา” ท่องเที่ยวแหล่งเรียนรู้พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิตจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ 9 เผยทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่นอกจากจะทรงด้วยทศพิธราชธรรมแล้ว ยังเป็นพระราชาที่เป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตและการทำงานแก่พสกนิกรของพระองค์และนานาประเทศ ด้วยหลักการทรงงาน 23 ประการ

ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 23 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักพิมพ์ดีเอ็มจี และมูลนิธิธรรมดี ได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “หนังสือเดินทางตามรอยพระราชา”ท่องเที่ยวแหล่งเรียนรู้พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต จากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในหลวง รัชกาลที่ 9 บนดินแดนการเรียนรู้“ตามรอยพระราชา” ด้วย “ศาสตร์พระราชา”โดยจัดทำเป็นหนังสือเดินทางตามรอยพระราชา (The King’s Journey Learning Passport) ให้คนไทยได้สัมผัสประสบการณ์จริงเหนือจินตนาการที่ร้อยเรียงผ่านตัวอักษรในหนังสือ สู่สุดยอดทริปพัฒนาทักษะชีวิตตามรอยพระราชา พร้อมทั้งได้รับเกียรติจาก หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล  ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เป็นองค์ปาฐก ในหัวข้อ“ตามรอยพระราชา” อีกทั้งยังได้มอบชุดหนังสือมรดกแห่งแผ่นดินให้แก่โรงเรียนทั่วประเทศ เพื่อปลูกจิตสำนึกให้เยาวชนรักการอ่าน สนใจศึกษาประวัติศาสตร์ชาติไทยมีความศรัทธา ความจงรักภักดี และความกตัญญูต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคตจากพวกเราไป 2 ปีแล้ว แต่พระองค์ท่านยังประทับสถิตเสถียรอยู่ในดวงใจของประชาชนคนไทยทั้งแผ่นดินตราบจนวันนี้ จึงอยากให้ลูกหลานเยาวชนไทยช่วยกันน้อมนำพระราชกระแสของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร ในการสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรรัชกาลที่ 9 ด้วยการรู้รัก สามัคคี มีความเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนาในการประกอบทางด้านการศึกษา ด้วยความตั้งใจ ความเพียร ความซื่อสัตย์ สุจริต มีวิริยะอุตสาหะ ตลอดครูบาอาจารย์ ให้รู้จักหน้าที่ของตัวเองมีความรับผิดชอบต่อชาติบ้านเมือง ดูแลคุณพ่อ คุณแม่ ตราบจนแก่ จนเฒ่า ให้เขามีอายุมั่นขวัญยืน สร้างสรรค์สังคมไทย ให้เป็นสังคมของความรัก ให้เกิดความเป็นปึกแผ่นเป็นประชาชนชาวไทยให้จนได้

ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่นอกจากจะทรงด้วยทศพิธราชธรรมแล้ว ยังเป็นพระราชาที่เป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต และการทำงานแก่พสกนิกรของพระองค์และนานาประเทศอีกด้วย โดยมีหลักในการทรงงาน อยู่ 23 ประการ คือ จะทำอะไรต้องศึกษาข้อมูลให้เป็นระบบ, ระเบิดจากภายใน, แก้ปัญหาจากจุดเล็ก, ทำตามลำดับขั้น, ภูมิสังคม ภูมิศาสตร์ สังคมศาสตร์, ทำงานแบบองค์รวม, ไม่ติดตำรา, รู้จักประหยัด เรียบง่าย ได้ประโยชน์สูงสุด, ทำให้ง่าย, การมีส่วนร่วม,ต้องยึดประโยชน์ส่วนรวม, บริการที่จุดเดียว,ใช้ธรรมชาติช่วยธรรมชาติ, ใช้อธรรมปราบอธรรม, ปลูกป่าในใจคน, ขาดทุนคือกำไร, การพึ่งพาตนเอง, พออยู่พอกิน,เศรษฐกิจพอเพียง, ความซื่อสัตย์สุจริต จริงใจต่อกัน, ทำงานอย่างมีความสุข, ความเพียร และรู้ รัก สามัคคี ซึ่งถ้าพวกเราปฏิบัติตามได้เป็นบางข้อ หรือหลายข้อได้ ก็จะเกิดความดีงาม และเกิดความภาคภูมิใจแก่ตัวเอง และเป็นเกียรติยศแก่ครอบครัวอีกด้วย

ด้าน ดร.ดนัย จันทร์เจ้าฉาย ประธานมูลนิธิธรรมดี กล่าวว่า ตลอดรัชสมัย 70 ปี แห่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรพระองค์ทรงสร้างโครงการในพระราชดำริมากกว่า 4,700 โครงการ อันสร้างคุณูประโยชน์ให้กับประชาชนชาวไทยอย่างยิ่งก่อเกิดเป็น “ศาสตร์พระราชา” ที่ไม่มีวันล้าสมัย เพื่อเป็นการสานต่อพระราชปณิธาน ทางสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) มูลนิธิชัยพัฒนา ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) กระทรวงศึกษาธิการ และองค์กรเพื่อสังคมอื่นๆ จึงสร้างสรรค์สื่อการเรียนรู้จัดทำเป็น หนังสือเดินทางตามรอยพระราชา (The King’s Journey LearningPassport) คัดเลือก โครงการในพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 กว่า 4,700 โครงการ เหลือ 81 โครงการ แบ่งเป็น 9 เส้นทาง ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย เป็นโรดแมปให้ไปศึกษาตามเส้นทางของศาสตร์กษัตริย์ เป็นเครื่องมือเหมือนมีไกด์คอยอธิบายให้พ่อแม่ลูกได้เรียนรู้พร้อมกัน เข้าใจกัน ตรวจสอบลงมือปฏิบัติบนฐานความสามัคคี จะเป็นเครื่องช่วยอย่างดีให้ทุกคนได้แง่คิด และแรงบันดาลใจเพื่อประโยชน์สุขของทุกคน

“เพื่อให้โครงการหนังสือเดินทางตามรอยพระราชา ก่อเกิดประโยชน์ต่อสาธารณชนในวงกว้าง ทางสำนักพิมพ์ดีเอ็มจี ได้จัดทำโครงการ “ตามรอยพระราชา”เพื่อพาเด็กนักเรียน และกลุ่มองค์กรที่สร้างสรรค์สังคมต่างๆ ร่วมเดินทางตามรอยในหลวงรัชกาลที่ 9 ผู้ทรงเป็นแบบอย่างอันเป็นที่รักและศรัทธายิ่งของชาวไทยและทั่วโลก พาลงพื้นที่เรียนรู้โครงการพระราชดำริทั้งยังมีกิจกรรมเสริมทักษะภายในพื้นที่โครงการต่างๆ ทั้งด้านกายและจิต เพื่อพัฒนาให้เด็กและเยาวชน มีคุณธรรม 4.0 คือ พอเพียงวินัย สุจริต จิตอาสา เป็นการเรียนรู้นอกห้องเรียนให้แก่เด็กและเยาวชน ได้เรียนรู้ ได้สัมผัสสิ่งที่พระองค์ท่านทรงทำเพื่อปวงชนชาวไทย”

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมวัฒนธรรมด้านการอ่านและการเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ โดยการสนับสนุนหนังสือชุดมรดกแห่งแผ่นดินให้กับโรงเรียนทั่วประเทศ เพื่อให้ครูและนักเรียนได้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ ส่งเสริมวัฒนธรรมด้านการอ่าน ร่วมภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์ชาติไทย และสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นรากฐานดีงามในการสร้างคุณค่า คุณประโยชน์ต่อสังคมไทย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทร.02-6852255, 080-2362956 หรือwww.facebook.com/DMGBooksFanclub

(ซ้าย) ดร.ดนัย จันทร์เจ้าฉาย ร่วมเสวนาหัวข้อ “ตามรอยพระราชา” พร้อมด้วย นพ.จักรธรรม ธรรมศักดิ์ และ วิชชุดา ไตรธรรม

(ซ้าย) ดร.ดนัย จันทร์เจ้าฉาย ร่วมเสวนาหัวข้อ “ตามรอยพระราชา” พร้อมด้วย นพ.จักรธรรม ธรรมศักดิ์ และ วิชชุดา ไตรธรรม

หนังสือเดินทางตามรอยพระราชา

หนังสือเดินทางตามรอยพระราชา

ชวนนักช็อปส่งต่อน้ำใจให้ผู้หญิงหลังกำแพงสูง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/373857

ชวนนักช็อปส่งต่อน้ำใจให้ผู้หญิงหลังกำแพงสูง

วันพฤหัสบดี ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

กรมราชทัณฑ์ ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ร่วมด้วย บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด และกลุ่มธุรกิจในเครือ ซึ่งประกอบด้วย โรบินสัน, เซ็นทรัลพลาซา, ซูเปอร์สปอร์ต , ท็อปส์, พาวเวอร์บาย และ บีทูเอส ผนึกกำลังร่วมแบ่งปันความห่วงใยให้สังคมไทย ผ่านกิจกรรม ภายใต้ชื่อ “Robinson Lingerie Sharing”(โรบินสัน ลองจาเร แชร์ริ่ง) ส่งต่อน้ำใจให้ “ผู้หญิงหลังกำแพงสูง” เพื่อมอบเป็นสวัสดิการด้านสุขอนามัยให้กับผู้ต้องขังหญิงในทัณฑสถานทั่วประเทศ กว่า 40,000 ราย เพียงช็อปสินค้าที่ร่วมรายการตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป รับสิทธิร่วมบริจาคกางเกงชั้นในใหม่ จำนวน 1 ตัว หรือซื้อบริจาคเพิ่มเติมได้ในราคาพิเศษตัวละ 50 บาท ตั้งแต่วันนี้-11 พฤศจิกายน นี้ ที่ โรบินสัน 47 สาขาทั่วไทย

พิมพ์ใจ รุจิตานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารสินค้าชุดชั้นในสตรี บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าถ้าจะกล่าวถึง ผู้หญิงกับการใส่ใจเรื่องของสุขอนามัย ถือเป็นเรื่องสำคัญ รวมถึงการแบ่งปันน้ำใจเพื่อส่งต่อความห่วงใยสู่ผู้หญิงด้วยกัน ทางโรบินสันจึงได้จัดโครงการ “โรบินสัน ลองจาเร แชร์ริ่ง” ขึ้น เพื่อส่งต่อความห่วงใยให้กับผู้หญิง โดยเฉพาะ “ผู้หญิงหลังกำแพงสูง” ซึ่งเป็นผู้หญิงอีกกลุ่มหนึ่งที่ถูกลืมจากสังคม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อมอบเป็นสวัสดิการด้านสุขอนามัยให้กับผู้ต้องขังหญิงในทัณฑสถานทั่วประเทศ กว่า 40,000 ราย โดยเปิดโอกาสให้ลูกค้าของโรบินสัน ทั้ง 47 สาขาทั่วประเทศ ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลผู้หญิงด้วยกัน

นอกจากนี้ ในวันเปิดตัวโครงการ ยังจัดกิจกรรมเสริมความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้หญิง อาทิ การจัดงานเสวนา “การใส่บราอย่างไร… ให้ห่างไกลมะเร็งเต้านม” เพื่อเผยแพร่ความรู้ในการสวมใส่บราอย่างถูกวิธี ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านม พร้อมจัดกิจกรรมเย็บเต้านมเทียม กว่า 4000 เต้าเพื่อนำไปส่งมอบให้กับผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งเต้านมที่ยากไร้ ผ่านโรงพยาบาลของรัฐทั่วประเทศ

นฤมล รื่นอารมย์ ผู้อำนวยการส่วนพัฒนาผู้ต้องขัง ทัณฑสถานหญิงกลาง กรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า “รู้สึกขอบคุณแทนน้องๆ ผู้หญิงที่อยู่หลังกำแพงสูง ที่ยังมีหน่วยงานจากเอกชนอย่างโรบินสัน ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญด้านจิตใจและสุขภาพของผู้ต้องขังหญิงในทัณฑสถาน ซึ่งหน่วยงานของเรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้รับโอกาส รับน้ำใจจากสังคม ทำให้เห็นถึงพลังของผู้หญิงที่ส่งต่อสู่ผู้หญิง ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใดก็ตาม ถือเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่และสามารถเปลี่ยนแปลงให้สังคมไทยมีความสุขได้”

ในงานยังมีสองเซเลบริตี้ เอ๋-ชินนารี รักปทุม และ โบว์-ณชา จึงกานต์กุล มาร่วมกิจกรรมเย็บเต้านม พร้อมเผยถึงการดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากมะเร็งเต้านม เริ่มที่ โบว์-ณชา บอกว่า “การเลือกซื้อบราที่ดี คือการเลือกบราที่เหมาะสมกับเรา ใส่แล้วมั่นใจ โบว์จะเลือกซื้อบราหลากหลายแบบ และเลือกใส่ให้เหมาะสมกับกิจกรรมหรือรูปแบบในการใช้งาน เช่น ใส่ไปออกกำลังกายควรเป็นบราอีกประเภทที่ไม่ได้รัดจนเกินไป บราสำหรับใส่ออกงาน ควรเน้นความเหมาะสมและสีสัน และที่ควรทำเป็นประจำคือ การหมั่นตรวจสุขภาพเต้านมตนเองบ่อยๆ พยายามหลีกเลี่ยงการทานอาหารประเภทของทอด ย่าง ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งได้ ซึ่งโบว์ก็ได้ทราบวิธีการตรวจสุขภาพตนเองเบื้องต้นจากการจัดงานเสวนา และยังได้ร่วมกิจกรรมเย็บเต้านมเทียม เพื่อนำไปมอบให้กับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ยากไร้ ผ่านทางโรงพยาบาลต่างๆ ของรัฐทั่วประเทศ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ดีมาก”

อีกหนึ่งเซเลบริตี้รักสุขภาพ เอ๋-ชินนารี บอกว่า “ปกติเป็นคนที่รักสุขภาพมาก เป็นคนช่างเลือก ใส่ใจในการดูแลตัวเองวันนี้ได้มาร่วมฟังเสวนาเรื่องการใส่บราอย่างไรให้ถูกวิธี การดูแลตัวเองอย่างไรให้ห่างไกลจากมะเร็งเต้านม และยังได้รู้วิธีการเลือกซื้อบราที่เหมาะสมกับตัวเอง อีกทั้ง แคมเปญดังกล่าวงานนี้ยังได้รวมช่วยเหลือผู้หญิงที่อยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ กว่า 40,000 คน ให้มีสุขอนามัยที่ดี การให้อภัยถือเป็นสิ่งสำคัญที่สังคมยังต้องการ การให้โอกาสและการช่วยเหลือในสวัสดิการ ถึงแม้เป็นเพียงการช่วยเหลือเพียงเล็กน้อย ถือว่าเป็นสิ่งที่สังคมควรให้การสนับสนุน ดีใจที่โรบินสันได้เล็งเห็นและให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้หญิงหลังกำแพงสูงเหล่านี้”

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ในการมอบความห่วงใย ผ่านโครงการ“Robinson Lingerie Sharing” (โรบินสัน ลองจาเร แชร์ริ่ง) ส่งต่อน้ำใจให้ “ผู้หญิงหลังกำแพงสูง” เพียงช็อปสินค้าที่ร่วมรายการ ตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป รับสิทธิร่วมบริจาค “กางเกงชั้นในใหม่” จำนวน 1 ตัว หรือ ซื้อบริจาคเพิ่มเติมได้ในราคา พิเศษตัวละ 50 บาทได้ตั้งแต่วันนี้-11 พฤศจิกายน 61 ณ ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน 47 สาขา ทั่วประเทศ โดยทางโรบินสัน จะทำพิธีส่งมอบให้กับกรมราชทัณฑ์ นำไปแบ่งปันให้ผู้ต้องขังหญิง ทั่วประเทศ ในลำดับต่อไป

พิธีรับโล่พระราชทาน รางวัลวรรณศิลป์อุชเชนี ครั้งที่ 2 ก้าวสู่ปีที่ 3 วาระ ‘100 ปี ชาตกาล อุชเชนี กวีของกวีที่เรารัก’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/373849

พิธีรับโล่พระราชทาน รางวัลวรรณศิลป์อุชเชนี ครั้งที่ 2 ก้าวสู่ปีที่ 3 วาระ ‘100 ปี ชาตกาล อุชเชนี กวีของกวีที่เรารัก’

วันพฤหัสบดี ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานในพิธีเปิดกรวยกระทงดอกไม้ถวายความเคารพ หน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

สื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทศ ร่วมกับ สภาการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทย, คณะภคินีเซนต์ปอล เดอ ชาร์ตร,กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, กระทรวงวัฒนธรรม และ สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย จัดพิธีรับโล่พระราชทานและประกาศผลรางวัลวรรณกรรม “วรรณศิลป์อุชเชนี” ครั้งที่ 2 ประจำปี พ.ศ.2561 หัวข้อ “เพียงแค่เม็ดทราย” ซึ่งเป็นหนึ่งในผลงานวรรณกรรมโดดเด่นของอุชเชนี โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานโล่รางวัลแก่ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศในการประกวด โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล พร้อมด้วยคุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานคณะกรรมการอำนวยการและประธานจัดงาน, บาทหลวงอนุชา ไชยเดช ผู้อำนวยการสื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทย และคณะกรรมการรางวัลวรรณศิลป์อุชเชนีร่วมงาน ณ ห้องประชุม 4 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์เมื่อวันเสาร์ที่ 27 ตุลาคม 2561

ผลการตัดสินของคณะกรรมการเป็นดังนี้ ประเภทกลอนสุภาพ ระดับนักเรียน รางวัลชนะเลิศได้รับเงินรางวัล 30,000 บาทพร้อมโล่พระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้แก่บทกลอนชื่อ “แสงแห่งทราย” ของ พิริยภูมิ หง่อยกระโทก นามปากกา “แทนชีวา ศรีเสมานคร”จากจังหวัดนครราชสีมา, ประเภทกลอนสุภาพ ระดับประชาชน รางวัลชนะเลิศ รับเงินรางวัล 30,000 บาท พร้อมโล่พระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้แก่บทกลอนชื่อ “เม็ดทราย”ของ ตะวัน กองม่วง นามปากกา “ตะวันขึ้นทุกที่ทุกเวลา” จังหวัดราชบุรี,บทกลอนสุภาพ รางวัลรองชนะเลิศ 2 รางวัล รางวัลละ 10,000 บาทพร้อมใบประกาศเกียรติคุณ บทกลอน “อาสาทานตะวัน” ของนรพัลลภ ประณุทนรพาล จากกรุงเทพมหานคร, บทกลอน“ดำเนินทราย” ของ ปาลิตา ผลประดับเพ็ชร์ จากจังหวัดบุรีรัมย์, ประเภทความเรียง ระดับนักเรียน รางวัลชมเชย 2 รางวัล รางวัลละ10,000 บาท พร้อมใบประกาศเกียรติคุณ ความเรียงชื่อ “ปรัชญาจากเม็ดทราย” ของ กิตติพิชญ์ เชาว์ไวย จากกรุงเทพมหานคร, ความเรียงชื่อ “เม็ดทราย” ของ เด็กหญิงพลอยรุ้ง ละมุลจากจังหวัดสมุทรสาคร, ประเภทความเรียง ระดับประชาชน ความเรียงรางวัลดีเด่น ได้รับเงินรางวัล 30,000 บาท พร้อมโล่พระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้แก่ความเรียงชื่อ “เพียงแค่เม็ดทราย” ของ กชกร ชิณะวงศ์ จากจังหวัดเชียงใหม่, ความเรียง รางวัลรองชนะเลิศ 2 รางวัล รางวัลละ 10,000 บาท พร้อมใบประกาศเกียรติคุณ ความเรียงชื่อ “เพียงแค่เม็ดทรายบนชายหาดแห่งอนันตกาล” ของ สุวัฒน์ ยวงแก้ว นามปากกา “ดวงใจเดียวกัน” จากจังหวัดสมุทรปราการ, ความเรียงชื่อ “ใช่เพียงแค่เม็ดทราย” ของ ติกขปัญญ์ มณีนุ่ม จากจังหวัดกาญจนบุรี

นอกจากการประกาศผลการประกวดแล้ว ยังมีการส่งต่องานประกวดวรรณกรรมรางวัลวรรณศิลป์อุชเชนี ปีที่ 3 วาระ “100 ปี ชาตกาล อุชเชนี กวีของกวีที่เรารัก” โดย 3 ศิลปินแห่งชาติ อ่านบทกวีรำลึกถึงอุชเชนี โดย เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์, ชมัยภร แสงกระจ่าง (บางคมบาง) และ พิบูลศักดิ์ ละครพล ปิดท้ายงานด้วยความประทับใจอย่างยิ่งอีกด้วย

บุญรอดบริวเวอรี่หนุนเยาวชนดนตรีคลาสสิกรุ่นใหม่ บรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธ์ทรงคุณค่า‘โปร มูสิกา จูเนียร์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/373879

อาจารย์ผู้ฝึกสอน (ซ้าย) จัน เว โย จากสิงคโปร์, กิตติคุณ สดประเสริฐ, มร.โรลองด์ บาลดินี
จากเวียนนา และ ทัศนา นาควัชระ

บุญรอดบริวเวอรี่หนุนเยาวชนดนตรีคลาสสิกรุ่นใหม่ บรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธ์ทรงคุณค่า‘โปร มูสิกา จูเนียร์’

วันพฤหัสบดี ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เยาวชนที่ผ่านการคัดเลือกในโครงการโปรมูสิกา จูเนียร์ คอนเสิร์ต ปีที่ 5

ประสบความสำเร็จอย่างงดงามเป็นปีที่ 5 เวทีที่เปิดโอกาสให้เยาวชนผู้มีความสามารถด้านดนตรีคลาสสิกจากทั่วประเทศ ได้ร่วมฝึกฝนความสามารถด้านดนตรีคลาสสิก และเรียนรู้บทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สำหรับโครงการคีตราชาโปรมูสิกา จูเนียร์ แคมป์ โดยบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และบริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด ร่วมกับคณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยจัดพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่เยาวชนไทย 25 คน ผู้มีความสามารถด้านดนตรีคลาสสิกที่ได้รับการคัดเลือกจากทั่วประเทศ โดยมี วาปี ภิรมย์ภักดีรองประธานกรรมการ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด เป็นประธานในพิธีมอบเกียรติบัตร

โอกาสนี้เยาวชนจากโครงการ ยังได้ร่วมแสดงบทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในโปรมูสิกาจูเนียร์ คอนเสิร์ต ปีที่ 5 ณ หอประชุมใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด เมื่อวันที่12 ตุลาคม ที่ผ่านมา และจัดแสดงอีกรอบในวันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม ที่ผ่านมา เพื่อร่วมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รวมทั้งเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้ร่วมชื่นชมความสามารถของนักดนตรีเยาวชนรุ่นใหม่ ณ ควอเทียร์ แกลเลอรี่ ชั้นเอ็ม ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์

สำหรับการแสดงดนตรี โปร มูสิกาจูเนียร์ คอนเสิร์ต 2018 ได้เชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์มาจัดแสดงในครั้งนี้ ได้แก่ บทเพลงชุด “กินรี สวีท” ประกอบด้วยเริงวนารมย์ (Nature Waltz), พรานไพร(The Hunter), กินรี (Kinari Waltz) และ ภิรมย์รัก (A Love Story) พร้อมด้วยบทเพลงอาทิตย์อับแสง (Blue Day) และบทเพลงคลาสสิกของโยฮันน์ ซเตราสส์(Johann Strauß) ได้แก่ Die Fledermaus Overture, Pizzicato Polka และ Kaiser Waltz ซึ่งวงดุริยางค์ นีเดอร์ ออสเทอร์ไรซ์โทนคืนสทเลอร์ ออร์เคสตรา (The N.O.Tonkunstler Orchestra) ที่เคยบรรเลงบทเพลงชุดนี้ร่วมกับบทเพลงพระราชนิพนธ์อีกหลายบทเพลง ได้แก่ สายฝน, ยามเย็น, มาร์ชราชนาวิกโยธิน และมาร์ชราชวัลลภ เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา ภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทอดพระเนตรการแสดงดนตรี ณ คอนเสิร์ตฮอลล์ กรุงเวียนนา เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2507

วาปี ภิรมย์ภักดี รองประธานกรรมการ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด เผยถึงโครงการคีตราชา โปรมูสิกา จูเนียร์ แคมป์ ว่าเป็นกิจกรรมที่จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 5 เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในพระอัจฉริยภาพด้านดนตรีและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ได้พระราชทานบทเพลงพระราชนิพนธ์อันทรงคุณค่าแก่ปวงชนชาวไทยโดยมี อาจารย์ทัศนา นาควัชระ เป็นผู้อำนวยการโครงการ ได้คัดเลือกเยาวชนที่มีความสามารถด้านดนตรีเครื่องสายคลาสสิกจากทั่วประเทศให้ได้มีโอกาสเข้าร่วมอบรมค่ายดนตรีที่กรุงเทพฯ ปีนี้มีเยาวชนจำนวน 25 คน ที่ผ่านการคัดเลือกหลังการร่วมเวิร์กช็อปใน 6 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ นครราชสีมา บุรีรัมย์ ประจวบคีรีขันธ์ และสงขลา เข้าร่วมโครงการระหว่างวันที่ 5-14 ตุลาคม 2561 เพื่อฝึกฝนความสามารถด้านดนตรีคลาสสิก รวมถึงฝึกฝนบทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยได้รับเกียรติจากคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิจากคณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร รวมถึงนักดนตรีมืออาชีพหลายท่านร่วมเป็นผู้ฝึกสอน เพื่อให้เยาวชนได้พัฒนาศักยภาพด้านดนตรีอย่างถูกต้องและสืบทอดบทเพลงพระราชนิพนธ์ให้คนรุ่นใหม่ต่อไป

ณัฐวรรณ ทีปสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงานประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด กล่าวถึงความสำเร็จอีกก้าวของโครงการคีตราชา โปรมูสิกา จูเนียร์ แคมป์ ว่า “ตลอดระยะเวลา 5 ปี ของการดำเนินโครงการ นับตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา คณาจารย์ทางด้านดนตรีได้ร่วมกันมอบความรู้และประสบการณ์ทางด้านดนตรีให้แก่เยาวชนจากทั่วประเทศเป็นจำนวนนับร้อยคน ทั้งนี้ ในปี 2561 นี้ เป็นปีแรกที่บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ได้มอบทุนการศึกษาสาขาวิชาดนตรีคลาสสิก มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งเป็นประเภททุนความสามารถเป็นเลิศให้แก่เยาวชนจำนวน 3 คน ที่เคยเข้าร่วมโครงการ และมีความมุ่งมั่นที่จะศึกษาต่อทางด้านดนตรีในระดับปริญญาตรี เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เยาวชนที่มีความรู้ความสามารถทางด้านดนตรีให้ได้ศึกษาเล่าเรียนอย่างเต็มความสามารถ”

ด้าน เทวชัย ม่วงสุข นักดนตรีเชลโล วัย 17 ปี จากโรงเรียนปรินส์รอแยลวิทยาลัย หนึ่งในเยาวชนที่ได้เข้าร่วมโครงการคีตราชา โปรมูสิกา จูเนียร์ แคมป์ เผยว่า “ซาบซึ้งในบทเพลงพระราชนิพนธ์ที่เคยได้ยินมาตั้งแต่เด็กๆ และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้สนใจอยากเรียนดนตรีคลาสสิกทุกครั้งที่ได้บรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธ์ จะรู้สึกซาบซึ้งในพระปรีชาสามารถของพระองค์ท่าน ที่พระราชนิพนธ์เพลงได้ไพเราะจับใจมาก ที่ผ่านมา พยายามฝึกฝนตัวเองอย่างหนักเพื่อจะได้เข้าร่วมโครงการนี้หลังจากพลาดหวัง ออดิชั่นไม่ผ่านต่อเนื่องมาหลายปี ปีนี้ก็ประสบความสำเร็จได้เข้าร่วมโครงการเป็นครั้งแรก รู้สึกดีใจและภูมิใจในตัวเอง โครงการนี้นอกจากจะได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ด้านดนตรีแล้ว ยังได้แนวคิดในการทำงานด้านดนตรีในสาขาอื่นๆ รวมทั้งได้สังคมใหม่ๆ ได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกับคนอื่นๆ ที่สำคัญดนตรีคลาสสิกไม่ใช่ดนตรีที่ห่างไกลตัว แต่ถ้าเราลองเปิดใจแล้วจะได้เรียนรู้โลกใหม่ๆ ทั้งสังคม การพัฒนาตัวเอง การทำงานเป็นทีม และหากอยากพัฒนาทักษะด้านดนตรี ก็สามารถเข้ามาศึกษาได้จากคลิปเทคนิคการเล่นดนตรีในแฟนเพจของโครงการและพยายามฝึกฝนฝีมือไว้ ปีหน้าก็ลองมาเวิร์กช็อปและออดิชั่นกันนะครับ”

ส่วนตัวแทนเยาวชนที่เคยเข้าร่วมแคมป์และได้รับทุนการศึกษาสาขาวิชาดนตรีคลาสสิกระดับปริญญาตรี จากบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด น.ส.ธัญชิศาเรื่องลือ นักดนตรีเชลโล่ อายุ 18 ปี จากโรงเรียนสุรนารีวิทยา เข้าร่วมแคมป์ปี 2558, 2559 และ 2560 ถ่ายทอดความรู้สึกที่ได้รับโอกาสทางการศึกษาว่า “โครงการนี้ถือเป็นแคมป์ดนตรีที่เปิดโอกาสให้ได้ต่อยอดการศึกษาด้านดนตรีให้แก่ตัวเองอย่างมาก เพราะนอกจากได้พัฒนาทักษะด้านดนตรีซึ่งเป็นสิ่งที่ชอบแล้ว ยังได้รับโอกาสให้ได้ศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีด้านดนตรีตามที่ตั้งใจอีกด้วย จึงพยายามและมีความตั้งใจอย่างมากที่จะเรียนอย่างเต็มที่เพื่อจะนำความรู้ด้านดนตรีที่ร่ำเรียนมาไปพัฒนาความรู้ด้านดนตรีให้กับเด็กๆ ในจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นบ้านเกิดให้มีมาตรฐานเทียบเท่าในกรุงเทพฯ รวมทั้งมีในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นแบบอย่างในเรื่องของการใช้เวลา เพราะแม้ว่าพระองค์จะทรงงานหนักมากเพียงใด แต่พระองค์ท่านก็ทรงแบ่งเวลาเพื่อทุ่มเทให้กับดนตรีได้ด้วยเช่นกัน”

ติดตามกิจกรรมต่างๆ ของโครงการคีตราชา โปรมูสิกา จูเนียร์ แคมป์ โดย บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ได้ทางเฟซบุ๊คแฟนเพจ https://www.facebook.com/ProMusicaJunior

ณัฐวรรณ ทีปสุวรรณ หนึ่งในผู้บริหาร และ วาปี ภิรมย์ภักดี รองประธานกรรมการ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด

ณัฐวรรณ ทีปสุวรรณ หนึ่งในผู้บริหาร และ วาปี ภิรมย์ภักดี รองประธานกรรมการ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด

อาจารย์ผู้ฝึกสอน (ซ้าย) จัน เว โย จากสิงคโปร์, กิตติคุณ สดประเสริฐ, มร.โรลองด์ บาลดินี จากเวียนนา และ ทัศนา นาควัชระ

อาจารย์ผู้ฝึกสอน (ซ้าย) จัน เว โย จากสิงคโปร์, กิตติคุณ สดประเสริฐ, มร.โรลองด์ บาลดินี จากเวียนนา และ ทัศนา นาควัชระ

เทวชัย ม่วงสุข

เทวชัย ม่วงสุข

ธัญชิศา เรื่องลือ

ธัญชิศา เรื่องลือ

การแสดงบทเพลงพระราชนิพนธ์ โปรมูสิกา จูเนียร์ แคมป์

การแสดงบทเพลงพระราชนิพนธ์ โปรมูสิกา จูเนียร์ แคมป์

การแสดงบทเพลงพระราชนิพนธ์ โปรมูสิกา จูเนียร์ แคมป์

การแสดงบทเพลงพระราชนิพนธ์ โปรมูสิกา จูเนียร์ แคมป์

Local Life & Learn หนุนองค์กรทำ CSR ผ่านการท่องเที่ยว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/373891

หยาดทิพย์ ราชปาล, ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์, ลดาวัลย์ กันทวงศ์, ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าฯ ททท., บอย โกสิยพงษ์,
กงพัฒน์ ศักดาพิทักษ์ และ พิพัฒน์ วิทยาปัญญานนท์

Local Life & Learn หนุนองค์กรทำ CSR ผ่านการท่องเที่ยว

วันพฤหัสบดี ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ผู้บริหาร ททท. และผู้แทนหน่วยงาน องค์กรที่ร่วมสนับสนุน โครงการ Local Life & Learn

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จับมือ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดตัวโครงการ “Local Life & Learn” หนุนองค์กรธุรกิจเที่ยวชุมชนท้องถิ่นไทย สร้างสัมพันธ์ในหน่วยงานสร้างรายได้และความยั่งยืนสู่ชุมชน ผ่านรูปแบบการท่องเที่ยว CSR ในชุมชนและเมืองรอง ภายใต้แนวคิด TAT 360ํ รู้รอบตัว ใส่ใจรอบด้าน” ตอบโจทย์การเป็นหน่วยงานที่มีธรรมาภิบาล โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีความรับผิดชอบต่อสังคม

ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “โครงการ Local Life & Learn เริ่มจากชุมชนซึ่งเป็นหน่วยงานเล็กๆ
ที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรม ทั้งวิถีการกิน การใช้ชีวิตอยู่ลักษณะการพึ่งพาอาศัยกันของชุมชนรวมไปถึงสินค้า ตลาด ศิลปะ ที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเป็นมนต์เสน่ห์ของแต่ละชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคไทยแลนด์ 4.0 ที่ต้องการผลักดัน รวมทั้งสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนอย่างเข้าถึง ผนวกกับแนวคิดและการปฏิบัติเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคม หรือ CSR ขององค์กรต่างๆ ให้ความสำคัญ ซึ่งการทำ CSR นอกจากปลูกฝังให้พนักงานมีคุณธรรม จริยธรรม มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ในขณะเดียวกันองค์กรก็จะได้รับประโยชน์ที่นอกจากการเป็นองค์กรที่ประสบผลสำเร็จในด้านธุรกิจแล้ว ยังเป็นองค์กรที่ได้รับความเชื่อถือ ความไว้วางใจ และเป็นที่ยอมรับของสังคม ซึ่งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหรือ SET มีบริษัทจดทะเบียนกว่า 700 บริษัทล้วนมีนโยบายด้าน CSR ทั้งสิ้น หากบริษัทเหล่านี้นำแคมเปญ Local Life & Learn ไปใช้ซึ่งมีให้เลือกถึง 4 แพ็กเกจที่เหมาะสมกับแต่ละองค์กร ก็จะช่วยสร้างรายได้ความเข้มแข็ง และความยั่งยืนให้กับชุมชนและเมืองรองได้เป็นอย่างดี

ด้าน ลดาวัลย์ กันทวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาสังคม ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ SET นับเป็นหน่วยงานหนึ่งที่มีส่วนในการสนับสนุนผลักดันให้ประเทศไทยเกิดความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ ซึ่งความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของประเทศจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าเศรษฐกิจชุมชนยังไม่เข้มแข็ง และเราเล็งเห็นว่าการท่องเที่ยวชุมชนมีส่วนสำคัญในการพัฒนาความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจชุมชน ประกอบกับ SET มีบริษัทจดทะเบียนกว่า 700 บริษัท และทุกบริษัทมีการทำ CSR อยู่แล้ว แต่โครงการแพ็กเกจท่องเที่ยวในโครงการ Local Life & Learn จะช่วยเติมเต็มมากขึ้น ในการสร้างความสัมพันธ์ภายในองค์กรผ่านการท่องเที่ยววิถีชุมชน ซึ่งมีส่วนช่วยให้เกิดการพัฒนาท้องถิ่นให้เป็นไปอย่างสมดุลและยั่งยืน คนในชุมชนท้องถิ่นมีความกินดี อยู่ดีนั่นเอง ซึ่ง SET จะได้ส่งเสริมสนับสนุนให้บริษัทจดทะเบียนเข้าร่วมโครงการ Local Life & Learn อย่างเต็มที่

โครงการ Local Life & Learn มี 4 แพ็กเกจให้หน่วยงาน บริษัทต่างๆ ได้เลือกซื้อ ได้แก่ SDGs Education Package แพ็กเกจสำหรับองค์กรเพื่อการพัฒนาและเรียนรู้อย่างยั่งยืน อาทิ เรียนรู้ขจัดความหิวโหย, เรียนรู้ขจัดความยากจน, เรียนรู้การจัดการน้ำและสุขาภิบาล Growing Package แพ็กเกจท่องเที่ยวสำหรับองค์กรที่มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพ และบุคคลภายในองค์กร อาทิ ภาวะผู้นำ, ทัศนคติในการทำงาน, จิตสาธารณะ และความสามัคคี Village Route แพ็กเกจสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการท่องเที่ยววิถีชุมชนในทั่วทุกภาคของประเทศไทย และ Homestay แพ็กเกจสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบการพักผ่อนแบบสโลว์ไลฟ์ในทั่วทุกภาคของประเทศ โดยบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่เลือกซื้อแพ็กเกจในโครงการนี้ผ่าน http://www.tourismthailand.org/thailandlocalgiving จะสามารถเลือกรับสิทธิพิเศษต่างๆ ของสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการภายในเว็บไซต์ได้ และในขณะเดียวกันฝั่งผู้ขายไม่ว่าจะเป็นบริษัทท่องเที่ยวหรือคณะผู้นำทัวร์ที่เข้าร่วมโครงการ ก็สามารถนำแพ็กเกจท่องเที่ยวมาขึ้นขายบนเว็บไซต์ อันจะเป็นการนำรายได้สู่ชุมชน เป็นการช่วยส่งเสริมและสนับสนุน พัฒนาท้องถิ่นให้เป็นไปอย่างสมดุลและยั่งยืน เพื่อผลลัพธ์ ความกินดี อยู่ดี มีสุขของคนในชุมชนท้องถิ่น

นอกจากนี้ โครงการ Local Life & Learn ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจให้นักท่องเที่ยวได้เข้าร่วมอย่างมากมาย อาทิ Thailand Local Giving (ยิ่งให้ ยิ่งได้) เป็นแคมเปญเพื่อนักท่องเที่ยวหรือผู้สนใจไม่ว่าชาวไทยหรือชาวต่างชาติที่สนใจแพ็กเกจท่องเที่ยวสไตล์วิถีชุมชน ซึ่งมีให้เลือก 5 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนบ้านผารังหมี จ.พิษณุโลก ชุมชนบ้านหนองจิก จ.เพชรบุรี ชุมชนโฮมสเตย์ท้องตมใหญ่ จ.ชุมพร ชุมชนปากน้ำประแสร์ จ.ระยอง และ ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเขมราฐ นาแวง เจียด จ.อุบลราชธานี เมื่อเลือกซื้อชุมชนที่สนใจแล้ว นักท่องเที่ยวจะได้รับ “แต้มสุขใจ” เพื่อมอบให้แก่ชุมชนนั้นๆ เมื่อชุมชนได้รับแต้มสะสมตามที่กำหนด โครงการจะนำสิ่งที่ชุมชนต้องการ อาทิ อุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา หรืออุปกรณ์ช่วยชีวิต ไปมอบให้แก่ชุมชน หรือจะเป็นแคมเปญ ขยะให้โชค ไม่ว่าคุณจะไปท่องเที่ยวในสถานที่แห่งใดและนำขยะติดมือกลับมาคัดแยกและนำไปแลกของรางวัลได้ที่ อุโมงค์ขยะ 12 จุด ตามสำนักงาน ททท. ทั่วประเทศ เท่ากับคุณมีส่วนในการดูแลรักษาสภาพแวดล้อมของชุมชนให้ปลอดขยะ อีกทั้งนำไปสู่การ Up cyclingเพื่อนำขยะกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์

โดยภายในงานเปิดโครงการมีการจัดแสดงนิทรรศการผลงานศิลปะบนถังขยะ ซึ่งเป็นการสร้างสรรค์ของ ศิลปิน นักวาดภาพ และนักแสดงชื่อดัง จำนวน 10 ผลงาน อาทิโอ่ง-กงพัฒน์ ศักดาพิทักษ์ ศิลปินป๊อปอาร์ตเมืองไทย,หยาด-หยาดทิพย์ ราชปาล และ อาร์ม-พิพัฒน์ วิทยาปัญญานนท์ เพื่อร่วมรณรงค์ให้นักท่องเที่ยวตระหนักถึงการท่องเที่ยวอย่างใส่ใจสังคม ไม่นำขยะไปทิ้งในแหล่งท่องเที่ยว รู้จักการคัดแยกขยะเพื่อช่วยกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม

แม้ว่าคุณจะไม่ใช่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดเล็กหรือใหญ่ หรือจะเป็นนักท่องเที่ยวธรรมดา คุณก็มีส่วนร่วมในการสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชนและเมืองรองผ่านการท่องเที่ยวในโครงการ Local Life & Learn ได้เช่นกัน สามารถดูรายละเอียดแพ็กเกจและเลือกซื้อรูปแบบการท่องเที่ยวที่ตรงกับความต้องการได้ที่ www.tourismthailand.org/thailandlocalgiving

หยาดทิพย์ ราชปาล, ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์, ลดาวัลย์ กันทวงศ์, ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าฯ ททท., บอย โกสิยพงษ์, กงพัฒน์ ศักดาพิทักษ์ และ พิพัฒน์ วิทยาปัญญานนท์

หยาดทิพย์ ราชปาล, ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์, ลดาวัลย์ กันทวงศ์, ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าฯ ททท., บอย โกสิยพงษ์, กงพัฒน์ ศักดาพิทักษ์ และ พิพัฒน์ วิทยาปัญญานนท์

ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าฯ ททท. และ ผรณเดช พูนศิริวงศ์ กรรมการผู้จัดการ นสพ.แนวหน้า

ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าฯ ททท. และ ผรณเดช พูนศิริวงศ์ กรรมการผู้จัดการ นสพ.แนวหน้า

ผลงานศิลปะบนถังขยะฝีมือนักวาดภาพและนักแสดงชื่อดัง

ผลงานศิลปะบนถังขยะฝีมือนักวาดภาพและนักแสดงชื่อดัง

คุณแหน : 1 พฤศจิกายน 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/373890

คุณแหน : 1 พฤศจิกายน 2561

วันพฤหัสบดี ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐิน ตามที่ พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ ขอพระราชทานไปทอดถวาย ณ วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์โดยมี สุมนา อภินรเศรษฐ์ รองประธานวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ในพระองค์ฯ พร้อม กก.ต้อนรับ 10 พ.ย. 13.00  น. …

ll หลังจากพล.ต.ต.ภาณุรัตน์ มีเพียร ไม่ต้องไปประชุมที่ประเทศญี่ปุ่น “มาดามแป้น”กุลยา มีเพียร  ก็รีบเตรียมการจัดงานเลี้ยงวันคล้ายวันเกิด 5 พ.ย. ให้กับ “ผู้การติ่ง”ที่ ห้องธาราเทพ ชั้น 2 โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค ถึงแม้กะทันหันแต่รับรองว่าอบอุ่นอบอวลด้วยความรักทั้งผู้จัดและผู้ร่วมงาน…

llเข้าออกทัณฑสถานทุกเดือน ดร.ลักขณา ลีละยุทธโยธิน ไปเป็นครูสอนสัคคสาสมาธิ สายหลวงพ่อวิริยังค์ หลักสูตรสำหรับผู้ต้องขัง จัดขึ้นที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลางและเรือนจำกลางคลองเปรม เจ้าตัวปลื้มใจมาก เพราะนักศึกษาทุกคนมีความตั้งใจดีมาก..ขออนุโมทนาบุญด้วยค่ะ…

ll เพื่อนๆสายบุญ โปรดทราบขณะนี้ นพ.ชำนิ จิตตรีประเสริฐ ได้โยกย้ายไปเป็น ผอ.รพ.สงฆ์ เรียบร้อยแล้ว ใครอยากทำบุญ หรือถวายอาหารพระสงฆ์อาพาธ เชิญติดต่อ “คุณหมอนิ” ได้เลย…

llคุณหญิงสุภรณ์ วิจิตรานุช ผู้ที่ตลอดชีวิตไม่เคยเป็นประธานทอดกฐินเลย แต่เมื่อครูโยคะของคุณหญิงขอให้ช่วยรับกฐินตกค้างในระยะกระชั้นชิดที่วัดหัวนา ต.หัวนาอ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี คุณหญิงและพล.อ.สรนาท วิจิตรานุช จึงรับไว้และบอกบุญมายังญาติธรรมเพื่อสมทบทุนสร้างศาลาการเปรียญ 4 พ.ย. 10.00 น. ร่วมกุศลได้ที่บัญชี “กฐินสามัคคีวัดหัวนา จ.สุพรรณบุรี”ธ.กรุงเทพ เลขที่ 935-7-00276-6…

ll ขยันผุดโปรเจกท์ดีๆ ออกมาอยู่ตลอด รุ่งนิภา ศรีวิริยะเลิศกุล เปิดโซน “Gift Of Thailand” รวมสินค้าสวยๆ ที่มาในลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ อาทิ ผ้าพันคอลายยักษ์ กระเป๋าลายนางสีดา หมวกลายรถตุ๊กตุ๊ก ฯลฯ ที่เห็นปุ๊บก็รู้ปั๊บว่ามาจากเมืองไทย เพื่อให้ลูกค้าเซ็นทรัลได้ซื้อเป็นของฝาก หรือจะซื้อไว้ใช้เองเก๋ๆ ก็ดูดีมีสไตล์…

ll พล.อ.พูลศักดิ์ นาคพัฒน์ เป็นประธานฉลองสมรส สุภาวัลย์ บุตรสาวสุรพล-รุ่งนภา คงพิสุทธิ์ไพศาล กับดร.กิตติวัฒน์ บุตร  สมศักดิ์-วนิดาวัชระชัชวาลย์ 11 พ.ย. รร.มิลเลนเนียมฮิลตัน กรุงเทพ…

ll รมิดา รัสเซลล์ มณีเสถียร กก.บริหาร และผอ.ฝ่ายบูติคสตรี บมจ. ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล พร้อมด้วย นนทิยา จิวบางป่า, สายสม วงศาสุลักษณ์ ประธานคณะกก.อำนวยการโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ 48 พรรษาฯ จ.ลำพูน และหนึ่ง-จักรวาล ร่วมแถลงข่าวคอนเสิร์ตการกุศล “เพื่อนรัก นักร้อง เพื่อน้องรัก” 9 พ.ย. 13.30 น. Pacific city clubอาคาร ทู แปซิฟิค เพลส (ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส นานา)…ll

น้อง

หยุดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเรื่อง ‘มะเร็งเต้านม” ‘ซาบีน่า’ ผนึกพันธมิตรมอบความอุ่นใจให้ผู้หญิง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/373862

หยุดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเรื่อง ‘มะเร็งเต้านม” ‘ซาบีน่า’ ผนึกพันธมิตรมอบความอุ่นใจให้ผู้หญิง

วันพฤหัสบดี ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ด้วยความมุ่งมั่นของ “ซาบีน่า” ที่เข้าใจและใกล้ชิดผู้หญิงทุกวัย ทุกไลฟ์สไตล์ ทำให้ที่ผ่านมา “ซาบีน่า” เดินหน้าจัดแคมเปญอย่างต่อเนื่อง เพื่อรณรงค์ให้ผู้หญิงไทยเข้าใจและห่างไกลโรคมะเร็งเต้านม ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามอันดับหนึ่งของผู้หญิง

พิชชา ธนาลงกรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการตลาด บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายชุดชั้นในแบรนด์ “ซาบีน่า” กล่าวว่า สำหรับในปีนี้ “ซาบีน่า” ได้เพิ่มความคุ้มครองให้ผู้หญิง ด้วยการผนึกความร่วมมือกับบริษัทกรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และบริษัท สมิติเวช จำกัด (มหาชน)จัดแคมเปญพิเศษ “มอบความอุ่นใจ ห่างไกลมะเร็งเต้านม” โดยลูกค้าที่ซื้อผลิตภัณฑ์ซาบีน่าครบ 1,500 บาท ณ ซาบีน่า ช็อปและเคาน์เตอร์ซาบีน่าในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และทางSabina Online ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม รับฟรีกรมธรรม์คุ้มครองมะเร็งเต้านม 1 ปี ทุนประกัน 1 แสนบาทจาก บมจ.กรุงเทพประกันชีวิต และเมื่อซื้อครบ 5,000 บาทรับเพิ่มโปรแกรมตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม มูลค่า 6,500 บาท ในเครือโรงพยาบาลสมิติเวช

“แคมเปญนี้เราได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรที่ดีอย่างกรุงเทพประกันชีวิตและเครือโรงพยาบาลสมิติเวช ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของซาบีน่าที่ต้องการสร้างความตระหนักรู้ และเตือนภัยให้ผู้หญิงได้ระมัดระวัง รวมถึงหาทางป้องกัน ซึ่งเป็นวิธีที่ดีที่สุด” พิชชากล่าว

ขณะที่ นายแพทย์ชินวัตร วิสุทธิแพทย์ ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งเต้านม โรงพยาบาลสมิติเวช กล่าวว่า แม้จะมีการรณรงค์อย่างต่อเนื่อง แต่มะเร็งเต้านมยังคงเป็นภัยคุกคามผู้หญิงไทยในอันดับสูงที่สุด โดยอัตราการเกิดโรคยังขึ้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ซึ่งพบการเกิดมะเร็งเต้านมในอัตรา 20 คนต่อประชากร 1 แสนคน แต่ปัจจุบันตัวเลขล่าสุดจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ พบว่าอัตราการเกิดมะเร็งเต้านมของผู้หญิงไทยเพิ่มขึ้นเป็น 30-40 คนต่อประชากร 1 แสนคนโดยในหัวเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ เชียงใหม่ และพัทยา อัตราการเกิดอาจจะสูงขึ้น 50 คนแล้ว

สำหรับสาเหตุที่ทำให้การเกิดมะเร็งเต้านม คุณหมอบอกว่าส่วนใหญ่เกิดจากสารอนุมูลอิสระที่เกิดจากการไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่มักรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง พักผ่อนไม่เพียงพอ และมีความเครียด

“เรื่องการพันธุกรรมก็มีผล แต่ที่ผ่านมาคนไข้หลายๆ คนที่เป็นมะเร็ง เราพบว่าไม่ใช่เพราะพันธุกรรม แต่เกิดขึ้นจากตัวเอง หลักๆ ก็คือ เกิดจากไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตเป็นสำคัญ”

นอกจากนี้ คุณหมอยังให้คำแนะนำการป้องกันตัวเองให้ห่างไกลโรคมะเร็งเต้านมด้วยว่า เริ่มได้ตั้งแต่เด็ก เพราะมีงานวิจัยชิ้นหนึ่งในอังกฤษ ที่ติดตามพฤติกรรมของผู้หญิงตั้งแต่วัยเด็กอายุราว 15 ปีไปจนถึง 65 ปี เพื่อดูสัดส่วนการบริโภคว่าดื่มนมหรือไม่ ทานเนื้อสัตว์เยอะหรือไม่ ตามดูไปจนถึงอายุมากขึ้น ก็ปรากฏว่า การบริโภคตั้งแต่เด็กนั้นสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งเต้านมตอนสูงอายุ ดังนั้น ถ้าจะถามว่าควรป้องกันตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ต้องเริ่มตั้งแต่เด็ก เพราะภาวะการเกิดโรคขึ้นอยู่กับอาหารที่รับประทานเข้าไป

อย่างไรก็ตาม หากจะพูดถึงวิธีป้องกันโดยหลักการทั่วๆ ไปก็คือ ต้องทำร่างกายให้แข็งแรง ดูแลเรื่องอาหาร โดยรับประทานผักผลไม้ให้มากประมาณ 80% เป็นพืชผัก ผลไม้ ถั่ว งาธัญพืช รับประทานเนื้อสัตว์กินให้น้อยที่สุดและพยายามหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์แปรรูป หมั่นออกกำลังกาย พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ และทำจิตใจให้ปลอดโปร่งหรือที่เรียกว่า Stress Management คือสามารถจัดการกับความเครียดที่เกิดขึ้น

“วิธีป้องกันโรค ก็คือ เราต้องทำร่างกายให้แข็งแรง และเราสามารถลดความเสี่ยงด้วยตัวเองได้ ขณะที่การตรวจคัดกรองเป็นประจำ รู้ก่อนรักษาก่อน ก็หายขาดได้ คือมันไม่ได้มีโหมดป้องกันโดยตรงเหมือนกับการฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก แม้ว่าตอนนี้กำลังวิจัยอยู่ เพราะฉะนั้นเบื้องต้นวิธีที่ดีที่สุด คือ การมาตรวจเป็นประจำ ถ้าไม่เจอ เราจะได้สบายใจ และต้องปรับการใช้ชีวิตด้วย สุดท้ายถ้าเป็นก็ไม่ต้องตกใจ เพราะการแพทย์เดี๋ยวนี้ไปไกลแล้ว สามารถรักษาให้หายขาดได้”

คุณหมอชินวัตรยังให้ความรู้เรื่องการใส่เสื้อชั้นในว่าสัมพันธ์กับการเกิดโรคมะเร็งเต้านมหรือไม่ โดยยืนยันว่า การใส่เสื้อชั้นในแบบมีโครงหรือไม่มีโครง หรือการใส่ทับทั้งวัน ล้วนไม่มีผลต่อเรื่องมะเร็งเต้านมเลย

“เคยมีคนแต่งหนังสืออกมาเล่มหนึ่ง ชื่อ Dressed To Kill หน้าปกเป็นรูปเสื้อชั้นใน แล้วบอกว่า ถ้าใส่ทั้งวัน จะทำให้ระบบน้ำเหลืองไม่ดี ของเสียสะสม เกิดมะเร็งได้ จนสถาบันมะเร็งแห่งชาติที่อเมริกาออกมาบอกว่า เรื่องนี้ไม่จริง เต้านมไม่ใช่อวัยวะที่เกี่ยวกับการไหลเวียนน้ำเหลือง การใส่เสื้อชั้นในคับก็ไม่ได้ทำให้น้ำเหลืองไหลเวียนไม่ดี หรือใส่ทั้งวัน ก็ไม่ได้ทำให้เกิดการสะสมของเสีย เพราะเต้านมไม่ใช่อวัยวะที่กำจัดของเสีย อวัยวะที่กำจัดของเสียคือตับ เพราะฉะนั้นไม่เกี่ยวกันกับการใส่เสื้อชั้นใน”

จริงๆ น่าจะยังมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนในเรื่องมะเร็งเต้านมอีกมาก โดยเฉพาะในโลกโซเชียลที่ข้อมูลเคลื่อนที่เร็ว หลายครั้งที่ “เรื่องไม่จริง” ถูกแชร์อย่างกว้างขวาง ดังนั้น แนวทางที่ดีที่สุดก็คือ การคัดกรองอย่างเป็นประจำ หมั่นตรวจสอบตัวเอง และทำให้ร่างกายของเราเป็นเหมือน “ตำรวจที่เข้มแข็ง” เอาไว้คอยทั้งป้องกันและปราบปราม “ผู้ร้าย” อย่างมะเร็งเต้านม

เริ่มต้นวันนี้ ด้วยการดูแลตัวเองให้ “อุ่นใจ ห่างไกลจากมะเร็งเต้านม” กับชุดชั้นในซาบีน่า กรุงเทพประกันชีวิตและเครือโรงพยาบาลสมิติเวช

อาร์ต ฟอร์ เดอะ ฟิวเจอร์ ฉลอง 70 ปียูนิเซฟ ไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/373859

อาร์ต ฟอร์ เดอะ ฟิวเจอร์ ฉลอง 70 ปียูนิเซฟ ไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

มีเด็กในประเทศไทยจำนวนมากที่ตกอยู่ในภาวะเปราะบางด้วยสาเหตุต่างๆ เช่น ความยากจน สถานะทางกฎหมาย การไร้สัญชาติ การอยู่ในที่ห่างไกล การถูกละเมิดทำร้าย ถูกทอดทิ้ง หรือเกิดจากความทุพพลภาพทางร่างกาย ปัจจัยเหล่านี้ล้วนนำไปสู่ การพรากโอกาสในชีวิตไปจากเด็กๆ ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว การขาดโอกาสเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำให้เด็กไม่สามารถเข้าถึงสิทธิ์ หรือสิ่งต่างๆ ที่จะช่วยให้ได้มีความเป็นอยู่ที่ดีได้ ในโอกาสครบรอบ 70 ปี การดำเนินงานของยูนิเซฟในประเทศไทย จึงจัดแคมเปญพิเศษ “อาร์ต ฟอร์ เดอะ ฟิวเจอร์ (Art for The Future) คุณ…เปลี่ยนอนาคตเด็กให้ดีขึ้นได้” ถ่ายทอดปัญหาของเด็กในประเทศไทยในด้านต่างๆ โดยเชิญ 16 ศิลปินรังสรรค์ผลงานศิลปะในรูปแบบต่างๆ เพื่อสะท้อนปัญหาที่เกี่ยวกับเด็กและวัยรุ่น ที่จะปรากฏทั่วกรุงเทพฯ เพื่อร่วมรณรงค์และสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในประเทศไทย

นายโธมัส ดาวิน ผู้แทนองค์การยูนิเซฟ กล่าวว่า ยูนิเซฟทำงานเพื่อเด็กในประเทศไทยมายาวนานกว่า 70 ปี กับทุกภาคส่วน ตั้งแต่พัฒนาปัจจัยพื้นฐานเพื่อให้เด็กได้มีชีวิตอยู่รอดปลอดภัย ได้รับการปกป้องดูแล จนถึงได้รับการศึกษาและเติบโตอย่างเต็มศักยภาพ แต่ทว่ายังพบว่ามีเด็กที่ยังขาดโอกาสเพราะความเหลื่อมล้ำ โดยมากเป็นเด็กที่อาศัยอยู่ในครอบครัวที่ยากจน ซึ่งเรื่องความเหลื่อมล้ำนี้ฝังรากเหง้าอยู่ในสังคม
มาอย่างต่อเนื่อง ยูนิเซฟและพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนไม่เคยหยุดยั้งความช่วยเหลือและผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทุกมิติ

“ในโอกาสครบรอบ 70 ปีของการดำเนินงานของยูนิเซฟในประเทศไทย เราจึงจัดแคมเปญรณรงค์ครั้งใหญ่ “อาร์ต ฟอร์ เดอะ ฟิวเจอร์” (Art for The Future)คุณ..เปลี่ยนอนาคตเด็กให้ดีขึ้นได้” เพื่อสื่อสารประเด็นปัญหาต่างๆ ของเด็กในประเทศไทยผ่านผลงานศิลปะหลากหลายรูปแบบที่จะทยอยตั้งอยู่ทั่วกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยฝีมือของ 16 ศิลปินชาวไทยที่ยูนิเซฟเชิญมาเปล่งเสียงแทนเด็กๆ ซึ่งศิลปะแต่ละชิ้นมีนัยยะสะท้อนถึงปัญหาของเด็กๆ อย่างลึกซึ้งทุกคนในประเทศไทยสามารถมีส่วนร่วมในผลงานเหล่านี้ได้ด้วยการร่วมกันลงชื่อเพื่อแสดงพลังการรับรู้และตระหนักในปัญหาเหล่านี้เพื่อก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในประเทศไทยและชื่อของคุณก็จะปรากฏอยู่บนผลงานศิลปะทั้ง 16 ชิ้น อันเป็นส่วนหนึ่งของจุดเริ่มต้นในการเปลี่ยนอนาคตเด็กให้ดีขึ้นได้”

“อาร์ต ฟอร์ เดอะ ฟิวเจอร์ (Art for The Future) คุณ..เปลี่ยนอนาคตเด็กให้ดีขึ้นได้” เป็นผลงานศิลปะจำนวน 16 ชิ้น จาก 16 ศิลปิน ที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อสะท้อนปัญหา 4 ด้าน ได้แก่ ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา, ปัญหาการล่วงละเมิดและความรุนแรงต่อเด็ก, ปัญหาการเข้าไม่ถึงปัจจัยสำหรับพัฒนาการของเด็กปฐมวัย, และปัญหาของวัยรุ่น โดยจะจัดแสดงตามจุดสำคัญต่างๆ ในกรุงเทพมหานคร อาทิ ย่านเจริญกรุง, พระนครบาร์, เยโล่ เฮาส์, วูฟแพ็ค, แอร์พอร์ต เรลลิ้งค์มักกะสัน

สำหรับ 16 ศิลปินที่มาสร้างสรรค์ผลงานในแคมเปญนี้ ประกอบด้วย สยาม เนียมนำ,ศุภโชค ชุมสาย ณ อยุธยา, ชนารดี ฉัตรกุล ณ อยุธยา, พิชฐญาณ์ โอสถเจริญผล, ดริสา ริเอธีการพจน์, น้ำน้อย-ปรียศรี พรหมจินดา, เหนือ-จักรกฤษณ์ อนันตกุล, ชาญณรงค์ขลุกเอียด, ศุภิสรา เปรมกมลมาศ, ทศพร เหมือนสุวรรณ, Jayoto-อุทิศ โพธิ์คำ, ปกรณ์ ธนานนท์, ปรัชญพร วรนันท์, พีรเวทย์ กระแสโสม,ไพโรจน์ พิเชฐเมธากุล และ พิเชฐ รุจิวรารัตน์ พร้อมกันนี้ยูนิเซฟ ประเทศไทย ขอเชิญชวนชาวไทยร่วมลงชื่อเพื่อแสดงพลังสร้างความเปลี่ยนแปลง โดยเข้าไปที่www.unicef.or.th/70years ภายในวันที่ 14 พฤศจิกายน โดยชื่อของทั้ง 14 คนจะถูกนำไปเป็นส่วนหนึ่งของผลงานศิลปะทั้ง 16 ชิ้นอีกด้วย

นอกจากการรณรงค์ปัญหาผ่านผลงานศิลปะแล้ว ยูนิเซฟยังจัดทำภาพยนตร์แอนิเมชั่นชุดพิเศษ 4 เรื่อง เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจถึงปัญหาต่างๆ ที่เด็กในประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ให้เด่นชัดยิ่งขึ้นในรูปแบบแอนิเมชั่นสื่อสารเรื่องความรุนแรงในเด็กจากคนใกล้ตัว, การศึกษาของเด็กชายขอบ, การตั้งท้องก่อนวัยอันควรของวัยรุ่น และความยากจนของเด็กไทย ซึ่งสามารถติดตามภาพยนตร์แอนิเมชั่นทั้ง 4 เรื่องนี้ได้ทางเฟซบุ๊คยูนิเซฟ ประเทศไทยได้ตลอดเดือนตุลาคมนี้ ที่ https://www.facebook.com/unicefthailand/

“ไม่ว่าประเทศไทยจะพัฒนาก้าวหน้าไปเพียงใด ก็ยังมีปัญหาเรื้อรังที่เด็กๆ ต้องเผชิญอยู่อีกมากมาย ตราบใดที่ไม่สามารถกำจัดรากเหง้าของความเหลื่อมล้ำ ตราบนั้นเด็กๆ ก็ยังคงตกอยู่ในวงจรปัญหาที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นอย่างไม่สิ้นสุดเด็กๆ ไม่สามารถส่งเสียงถึงปัญหาที่ตัวเองเผชิญอยู่ได้ ศิลปะจึงทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการสื่อสารและถ่ายทอดปัญหาออกมาในรูปแบบที่มองเห็นและจับต้องได้เสียงของทุกคนมีพลังมากกว่าที่คุณคิดในการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นกับเด็กๆ และสังคมได้” นายโธมัส ดาวิน ผู้แทนองค์การยูนิเซฟ กล่าวทิ้งท้าย

วิน บัดดี้ ชวนนักแสดงเซเลบริตี้และสาวๆ BNK 48 ร่วมงาน ‘Hug For Hope ปีที่2’ พาน้องกลับบ้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/373677

วิน บัดดี้ ชวนนักแสดงเซเลบริตี้และสาวๆ BNK 48 ร่วมงาน ‘Hug For Hope ปีที่2’ พาน้องกลับบ้าน

วันพุธ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

อีกครั้งการรวมตัวของนักแสดงและเซเลบริตี้มากมายร่วมกิจกรรม “HUG for HOPEครั้งที่ 2 พาน้องกลับบ้าน” มีเด็กบางกลุ่ม ที่รอคอยการกลับบ้าน และอาจจะไม่มีโอกาสกลับสู่อ้อมกอดของพ่อแม่เพราะปัญหาความขาดแคลนด้านเครื่องมือทางการแพทย์ และอุปกรณ์ต่างๆ ในการรักษา กิจกรรม “HUG for HOPE ครั้งที่2 พาน้องกลับบ้าน” จึงเกิดขึ้นอีกครั้ง เป้าหมายต้องการระดมทุนจัดซื้อเครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์ให้มูลนิธิโรงพยาบาลเด็กเพื่อกองทุนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษามหาราชินี เพราะการรักษายังต้องการความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องโดยกิจกรรมจะจัดขึ้นเวลา 11.00-20.00 น. ของวันที่ 2-4 พฤศจิกายน 2561 (รวม 3 วัน ศุกร์-อาทิตย์) ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ศูนย์การค้าสยามพารากอน

ภูริต เนติมงคลชัย (หรือที่รู้จักกันในนาม วิน บัดดี้) Wedding Photographer และ (ผู้ก่อตั้ง โครงการ HUG for HOPE) กล่าวว่า “ผมอยากจะเชิญชวนทุกๆ ท่านมาร่วมงาน HUG for HOPE ปีที่ 2 พาน้องกลับบ้านกันครับ เป็นงานบุญแนวใหม่ที่จัดขึ้นเพื่อทุกคนในครอบครัวจริงๆ ในงานมีสินค้าแม่และเด็ก ส่วนในภาคบันเทิง มีมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง ขายกอด และประมูลของรักศิลปินดารา อาทิ (ตูน) อาทิวราห์ คงมาลัย, (ก้อย) รัชวินวงศ์วิริยะ, (กุ๊บกิ๊บ) สุมณทิพย์ ชี และ (น้องเป่าเปา) พอลลีน่า ชี, (หนิง) ปณิตา ธรรมวัฒนะและ (น้องณิริน) ปณิริน ธรรมวัฒนะ, อมิตา ทาทา ยังและ น้องเร สีณพงศ์ภิภิธ, (ดีเจพุฒ) พุฒิชัย เกษตรสิน และ (จุ๋ย) วรัทยา นิลคูหา, (เป้ย) ปานวาด บุญยรัตกลิน-(น้องโปรด) อัษศดิณย์ บุญยรัตกลิน และสาวๆ จากวง BNK48 (เจน) กุลจิราณัฐ อินทรศิลป์, (มายด์) ปณิศาศรีละเลิง, (ผักขม) สิริการย์ ชินวัชร์สุวรรณ,(มินมิน) รชยา ทัพพ์คุณานนต์, (ออม) ปุณยวีร์จึงเจริญ, (ฝ้าย) สุมิตรา ดวงแก้ว และอีกมากมายที่มาร่วมงานในครั้ง

พิเศษสุดๆ ในบริเวณงานเด็กๆ จะได้ความรู้เรื่องเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพแบบเจาะลึกได้มีโอกาสเห็นหัวใจตัวเอง ผ่านการตรวจ Ultrasound หัวใจ และยังมีการตรวจฟัน ตรวจสายตาเด็ก รวมทั้งคุณพ่อ-คุณแม่ ยังสามารถปรึกษาปัญหาลูกกับคุณหมอผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลเด็กได้ด้วย ที่สำคัญ “ทุกอย่างฟรี”

อีกหนึ่ง Hilight ของงานนี้ คือ นิทรรศการชื่อว่า “มามุด” เราจะให้ เด็กๆ แปลงร่างเป็นเชื้อโรคแล้วมุดเข้าไปในร่างกายตัวเอง ตั้งแต่เข้าปากจนไปออกก้น เพื่อเรียนรู้ว่าเชื้อโรคทำร้ายร่างกายอย่างไร

รายได้ทั้งหมดที่เกิดขึ้น เราจะนำไปซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ที่จำเป็นต่างๆ ผมขอเชิญชวนทุกท่านรวมงานและร่วมบริจาคเพื่อพาน้องๆ ในโรงพยาบาลเด็กให้มีโอกาสกลับบ้านได้เร็วที่สุดครับ ”

บริจาคเพื่อโครงการร่วมงาน “HUG forHOPE ปีที่ 2” พาน้องกลับบ้าน โอนเงินเข้าบัญชี มูลนิธิโรงพยาบาลเด็กเพื่อกองทุนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษามหาราชินี ธ.ไทยพาณิชย์ บัญชีกระแสรายวัน เลขที่บัญชี 051-3-01713-0

สำหรับผู้ที่สนใจมาออกบูธ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่คุณโจ 062-4645916 #hugforhopethailand #hugforhope2พาน้องกลับบ้าน ติดต่อข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ประชาสัมพันธ์ : ปัทมา วรดิลก (ตุ้ม) Tel :081-6111788 e-mail: tum.woradilok@gmail.com

เปลี่ยนอาหารเป็นยา ให้หมอพาคุณเข้าครัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/373626

“เมื่อหมอติด COOK” กับ หมอผิง-พญ.ธิดากานต์
รุจิพัฒนกุล

เปลี่ยนอาหารเป็นยา ให้หมอพาคุณเข้าครัว

วันพุธ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ดีเจเอกกี้-เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ์ และ หมอผิง-พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุลในวันเปิดตัวหนังสือ

เปิดตัวหนังสือ “เมื่อหมอติด COOK” หนังสือเล่มล่าสุดของ หมอผิง-พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล เปลี่ยนอาหารเป็นยา ให้หมอพาคุณเข้าครัว

พลีสเฮลท์ โซลูชั่นสำนักพิมพ์หนังสือสุขภาพรูปแบบใหม่โดยผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพหลากหลายแขนง เพื่อคนรุ่นใหม่ เปิดตัวหนังสือ “เมื่อหมอติด COOK”ผลงานเขียนลำดับที่ 16 ของ หมอผิง-พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล แพทย์วุฒิบัตรเวชศาสตร์ชะลอวัย (สหรัฐอเมริกา) นักเขียน นักแปล และเป็นบรรณาธิการบริหารพลีสเฮลท์ โซลูชั่น ที่ชื่นชอบการทำอาหารเป็นชีวิตจิตใจ นอกจากนี้ยังเป็นผู้ทรงอิทธิพลด้านสุขภาพในโซเชียลมีเดียด้วยยอดผู้ติดตามในทวิตเตอร์กว่าเจ็ดแสนคน

“เมื่อหมอติด COOK” หนังสือรวม 40 เมนูอาหารคลีน สำหรับคนที่อยากเริ่มต้นมีสุขภาพดีสไตล์หมอผิง ที่เกิดจากพฤติกรรมติด COOK ของหมอผ่านทางอินสตาแกรม @thidakarn มาตั้งแต่ปี 2012 ที่เกือบทุกเช้าวันจันทร์ถึงศุกร์ หมอจะตื่นมาทำอาหารเช้าแล้วติดแฮชแท็ก #pinkbreakfast โดยมีคอนเซ็ปต์ทำอาหารคลีนให้เป็นเรื่องง่ายและสนุก ด้วยความเชื่อที่ว่า “ถ้าหมอบอกเล่าการดูแลสุขภาพผ่านทฤษฎีต่างๆ ได้ หมอก็ต้องทำให้เห็นว่าในทางปฏิบัตินั้นสามารถทำได้จริง เพราะหมอก็ทำด้วยตัวเองจริงๆ”

หมอผิง กล่าวว่า “ทุกวันนี้เรารู้สึกอะไร คิดอะไร ก็พร้อมที่จะอัพลงโซเชียลมีเดีย แม้แต่อาหารที่เรารับประทานแต่ละมื้อ หมอเองก็เป็นหนึ่งในนั้น หมอทำอาหารเช้าและอัพลงอินสตาแกรมมาตั้งแต่เดือนมกราคม 2012 และมีคนมาไลค์ 17 คน จากนั้นก็เหมือนเป็นแรงผลักดันให้หมอทำอาหารและอัพลงไอจีเรื่อยๆ ทุกๆ เช้า ซึ่งช่วยให้หมอรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพได้ง่ายขึ้น หวังว่าเมื่อหมอติด COOK จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ผู้อ่านรู้สึกฮึดและอยากทำอาหารคลีนรับประทานเอง เพื่อจะได้หันมาดูแลสุขภาพและมีร่างกายที่แข็งแรง ห่างไกลจากอาการป่วยต่างๆ เรามาเปลี่ยนอาหารเป็นยา โดยให้หมอพาคุณเข้าครัวไปด้วยกันนะคะ”

หนังสือ “เมื่อหมอติด COOK” เปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 23 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมี ดีเจเอกกี้-เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ์ มาสร้างความสนุกสนานให้กับผู้ร่วมงาน พร้อมประเด็นถาม-ตอบแบบทุกประเด็นแบบอินไซด์ และผู้โชคดียังได้หนังสือพร้อมลายเซ็นกลับไปฝึกทำอาหารกว่า 40 เมนู ให้ได้สุขภาพดีกันทั้งครอบครัวอีกด้วย สำหรับผู้ที่สนใจหนังสือ “เมื่อหมอติด COOK” สามารถหาเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป

“เมื่อหมอติด COOK” กับ หมอผิง-พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล

“เมื่อหมอติด COOK” กับ หมอผิง-พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล