อัลบั้มใหม่ ‘คลีน แบนดิท’ แรงยกกำลังสอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/381918

อัลบั้มใหม่ ‘คลีน แบนดิท’ แรงยกกำลังสอง

อัลบั้มใหม่ ‘คลีน แบนดิท’ แรงยกกำลังสอง

วันจันทร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

“คลีน แบนดิท” Clean Bandit วงทรีโอ ในแนวทางอิเล็กทรอนิกส์-ป๊อป ปล่อยอัลบั้มชุดที่สองของพวกเขา What is Love? ออกมาให้ฟังกันแล้ว ท่ามกลางกระแสความแรงอย่างต่อเนื่องของซิงเกิ้ลจากอัลบั้มชุดนี้ ที่ทำให้อัลบั้มของพวกเขา
กลายเป็นงานที่น่าจับตามองที่สุดชุดหนึ่งของปีนี้… ก่อนหน้านี้ “คลีน แบนดิท”ปล่อยซิงเกิ้ลจาก What is Love? มาแล้วถึง 6 เพลง และท่ามกลางกระแสความนิยมของเพลง “Baby” คลีน แบนดิทก็ปล่อยอัลบั้ม What is Love? รับความแรงแบบไม่ให้ขาดตอน ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขายังตัดซิงเกิ้ลที่ 7 จากอัลบัม “Mama” ที่ร่วมงานกับ เอลลี กูลดิ้ง (Ellie Goulding) ปล่อยมาอีกเพลง ทำให้ชาร์ตทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นชาร์ตเพลงฮิตหรืออัลบั้มขายดี ต่างก็มีชื่อ “คลีน แบนดิท” ปรากฏให้เห็น รวมถึงเป็นการย้ำเน้นๆ ว่า What is Love? คืออีกหนึ่งอัลบั้มที่อัดแน่นด้วยเพลงดีๆที่ปล่อยซิงเกิ้ลออกมาให้ฟังจนเกือบครบทุกเพลงในอัลบั้มแล้ว งานนี้วอร์นเนอร์ มิวสิค จัดให้คนไทยได้สัมผัส กันได้ที่ Spotify, Apple Music, Joox, TrueID Music และ Deezer หรือดาวน์โหลด อัลบั้มมาฟังรอเพลงดังเพลงต่อไปจากงานชุดนี้ล่วงหน้ากันได้ที่ iTunes Store

‘สัมผัสพิศวง’ สะท้อนความสำคัญ การบริจาคอวัยวะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/381917

‘สัมผัสพิศวง’ สะท้อนความสำคัญ การบริจาคอวัยวะ

‘สัมผัสพิศวง’ สะท้อนความสำคัญ การบริจาคอวัยวะ

วันจันทร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ในอีกไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่จะถึงวันหยุดยาว “บรอดคาซท์ ไทยเทเลวิชั่น” โดยผู้จัด “หน่อง-อรุโณชา ภาณุพันธ์” หยิบยกข้อมูลจากศูนย์บริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย ที่ระบุไว้ว่าปัจจุบันมีผู้ป่วยที่ต้องการอวัยวะอยู่จำนวนสูงถึง 6,290 คน แต่ในขณะเดียวกันกลับมีผู้บริจาคอวัยวะเพียง 211 คน จึงนำข้อมูลเหล่านี้มาถ่ายทอดผ่านละคร “สัมผัสพิศวง The Sense”
โดยได้รับเกียรติจาก “ศรันย์ ไมตรีเวช” เจ้าของนามปากกา “ดังตฤน” นักเขียนบทความและหนังสือนิยายธรรมะหลายเล่ม มาร่วมแสดงความคิดเห็นประกอบละครในตอนที่มีชื่อว่า “ความดีที่ไม่สิ้นสุด” โดยเป็นเรื่องราวของ สิทธิ(กร๋อย-กิตติพงษ์) พ่อที่ไม่ยอมให้ อิสรา (โบว์-สาวิตรี) ลูกสาวซึ่งอยู่ในภาวะสมองตายบริจาคอวัยวะ ทั้งที่อิสราได้ทำเรื่องบริจาคอวัยวะไว้กับสภากาชาดไทยก่อนที่จะประสบอุบัติเหตุแล้ว เติมกล้า (บอย-สิทธิชัย) หมอดี (หมอก้อง-สรวิชญ์) แก้ว (จ๊ะจ๋า-พริมรตา) ฮะเก๋า (ต่อ เตชธุวานนท์) และ เสรี(จิมมี่-ศศินทร์) น้องชายของอิสราต้องร่วมมือกันทำให้พ่อเปลี่ยนความคิด และยอมทำตามความตั้งใจของอิสราที่อยากทำความดีเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่เธอจะจากโลกนี้ไป… เตรียมออกอากาศในวันจันทร์ที่ 10 ธันวาคมนี้ 10.30 น. ทางช่อง 33 HD

ชุลมุน! ‘หนุ่ม กะลา’โดดเวทีเผ่นขึ้นรถตู้ หนีหมายจับที่ระยอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/381866

ชุลมุน! ‘หนุ่ม กะลา’โดดเวทีเผ่นขึ้นรถตู้ หนีหมายจับที่ระยอง

ชุลมุน! ‘หนุ่ม กะลา’โดดเวทีเผ่นขึ้นรถตู้ หนีหมายจับที่ระยอง

วันอาทิตย์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 11.11 น.

ชุลมุน! ‘หนุ่ม กะลา’โดดเวทีเผ่นขึ้นรถตู้ หนีหมายจับที่ระยอง

จากกรณี บริษัท เพาเวอร์ เทรเชอร์ จำกัด หรือค่ายเพลงมิวสิคบักส์ ออกมาทวงสิทธิ์ พร้อมเดินหน้าเอาผิด นายณพสิน แสงสุวรรณ หรือ “หนุ่ม วงกะลา” ข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นโดยการเผยแพร่ต่อสาธารณชน โดยนำเพลง “ยาม” ของวงลาบานูนไปร้องตามสถานที่ต่างๆ จนนำไปสู่การออกหมายจับและการต่อสู้คดีตามกฎหมาย

ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 00.30 น.วันที่ 9 ธ.ค.61 นายบุญธรรม เพชรนารถ ผู้รับมอบอำนาจบริษัท เพาเวอร์ฯ พร้อมเจ้าหน้าที่บริษัท ได้เดินทางมายัง สภ.เพ จ.ระยอง พร้อมนำหมายจับศาลอาญา จ.ชุมพร คดีอาญาที่ 583/2561 ออกเมื่อวันที่ 7 ธ.ค.61 จับกุมนายณพสิน โดยนำหมายศาลแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้จับกุมนายณพสิน ที่เดินทางมาแสดงคอนเสิร์ตที่ จ.ระยอง

ทั้งนี้ หลังจากที่นายณพสิน พร้อมสมาชิกวงกะลา ได้ขึ้นแสดงคอนเสิร์ต ท่ามกลางแฟนเพลงที่เข้าชมกันแน่น เมื่อตรวจสอบด้านหลังเวทีมีเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลเพ แม่งานเทศกาลดังกล่าว ยืนเรียงแถวกันอยู่ตรงปากทางเข้าออกหลังเวที โดยไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องผ่านเข้าออก จนกระทั่งการแสดงคอนเสิร์ตจบลง หนุ่มกะลาก็รีบกระโดดลงหลังเวที และไม่สามารถมองเห็นได้ว่าขึ้นรถคันไหน ทางเจ้าหน้าที่บริษัทลิขสิทธิ์ ได้ยืนรออยู่ตรงทางเข้าออกหลังเวที

ต่อมาได้มีรถตู้ติดฟิล์มทึบขับออกมาจากหลังเวที ทางเจ้าหน้าที่บริษัทต่างเข้าขวางรถตู้ที่คาดว่า หนุ่มกะลานั่งอยู่ในรถ โดยมีการนำรถขวางด้านหน้าไว้ จนเหตุการณ์เกิดชุลมุน โดยมีชายรูปร่างใหญ่เดินมาข่มขู่ให้ถอยรถออก จนสุดท้ายอีกฝ่ายยอมเปิดทางให้ เพราะไม่สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ ทำให้มีรถอีกหลายคันขับตามกันออกมา แล้วรีบขับออกไปจากงานอย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่มีการจับกุม

ต่อมา นายบุญธรรมได้เดินทางมาลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.เพ กรณีที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมผู้ต้องหา ทั้งๆที่มีหมายศาลมาแสดง จึงเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ มาตรา 157 ซึ่งพยายามโทร.ติดต่อหลายครั้งแต่ก็ติดต่อไม่ได้ ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งการเข้าจับกุมก็ไม่ได้จับกุมขณะแสดง แต่เป็นการจับกุมหลังการแสดงจบ จึงไม่มีผลกระทบต่องาน ไม่ทราบว่าเป็นเพราะเหตุใด

สำหรับเพลงที่ “หนุ่ม วงกะลา” นำมาร้องจนนำไปสู่การออกหมายจับ คือ เพลง “ยาม” ของวงลาบานูน โดยร้องในการแสดงคอนเสิร์ตที่งานกาชาด ต.หนองใหญ่ อ.เมือง จ.ชุมพร เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2560 มีการแจ้งความไว้ที่ สภ.เมือง จ.ชุมพร จนนำไปสู่การออกหมายจับ เพราะทางบริษัทให้โอกาสมาหลายครั้ง แต่ทางผู้ต้องหากลับไม่ยอมเจรจา ทั้งๆที่รู้ว่ากระทำผิด

ด้าน จีนี่ เรคคอร์ด ต้นสังกัดของ “หนุ่ม วงกะลา” เผยเบื้องต้นว่าขณะนี้ยังไม่ได้รับการรายงานใดๆ และยังไม่มีรายละเอียด แต่คาดว่า “หนุ่ม วงกะลา” คงไม่น่าจะร้องเพลงยามอีก

‘ตั้ม+โดม’ สร้างสีสัน FM ONE KEEP EATING RALLY 4

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/381796

‘ตั้ม+โดม’ สร้างสีสัน FM ONE KEEP EATING RALLY 4

‘ตั้ม+โดม’ สร้างสีสัน FM ONE KEEP EATING RALLY 4

วันอาทิตย์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

กิจกรรม “FM ONE KEEP EATING RALLY ครั้งที่ 4”ปิดฉากลงอย่างสวยงาม นำทีมโดยทัพดีเจ อาทิ ดีเจต้อง-ศุภัชญา,ดีเจกวาง-อรการ, ดีเจต๊อป-ณพล, ดีเจบอมบ์ โทณะวณิก และ ดีเจป๋อ-ตฤท ที่พาผู้เข้าร่วมแรลลี่เดินทางชิมของอร่อยตลอดเส้นทางกรุงเทพฯ-เขาใหญ่ จุดหมายปลายทาง “อัตตา เลคไซด์ รีสอร์ท สวีท” งานนี้เรียกว่าไม่อิ่มไม่จุกไม่มีเลิกกิน ก่อนปิดท้ายด้วยคอนเสิร์ตจากสองหนุ่มอารมณ์ดี “ตั้ม-วราวุธ โพธิ์ยิ้ม และ โดม-จารุวัฒน์ เชี่ยวอร่าม” ที่ขนเพลงดังมาให้ได้แดนซ์กันแบบจุใจ แถมยังใจดีให้แฟนเพลงขอเพลงได้แบบสดๆ บนเวที ก่อนที่เช้าวันอาทิตย์เหล่าดีเจจะชักชวนผู้เข้าร่วมแรลลี่ไปร่วมเลี้ยงอาหารกลางวันน้องๆ ณ โรงเรียนสอนคนตาบอดมกุฏคีรีวัน (เขาใหญ่) ถือเป็นกิจกรรมส่งท้ายปลายปีอย่างสวยงาม ปีหน้าฟ้าใหม่เหล่าดีเจเผยว่าเตรียมพบกิจกรรมสุดเซอร์ไพรส์ของ “FM ONE 103.5” ได้อีกเช่นเคย

ดาราพาเที่ยว : ‘เนม-ปราการ’ ท้าหนาวเล่นสกี สนุกสุดเหวี่ยง ที่นิเซโกะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/381800

ดาราพาเที่ยว : ‘เนม-ปราการ’ ท้าหนาวเล่นสกี สนุกสุดเหวี่ยง ที่นิเซโกะ

ดาราพาเที่ยว : ‘เนม-ปราการ’ ท้าหนาวเล่นสกี สนุกสุดเหวี่ยง ที่นิเซโกะ

วันอาทิตย์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ถึงแม้ตารางงานคอนเสิร์ต การทำเพลงหรือแม้กระทั่งการดูแลภรรยาและลูกยุ่งเหยิงสักแค่ไหน นักร้องหนุ่ม “เนม เก็ตสึโนวา” หรือ เนม-ปราการ ไรวา ก็ไม่ลืมที่จะจัดสรรเวลาให้กับตัวเอง เพื่อออกไปเปิดประสบการณ์ ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะการเล่นสกี กิจกรรมสุดท้าทายที่เนมต้องไม่พลาดในแต่ละปี ซึ่งแน่นอนทริปนี้ เนมก็ได้ไปเล่นที่นิเซโกะ ประเทศญี่ปุ่น บรรยากาศจะสนุกสนานแค่ไหนตามหนุ่มเนมไปเที่ยวกันค่ะ

ญี่ปุ่นเที่ยวล่าสุด “ผมไปฮอกไกโดมา เมื่อช่วงต้นปีครับ หน้าหนาวพอดี คือผมกับเพื่อนๆ จะแพลนไปกันทุกปีอยู่แล้ว ผมชอบไปสกี นั่งรถไปซับโปโรไปนิเซโกะ แล้วก็ไปเล่นสกีกับเพื่อนๆ สวยมากเป็นความทรงจำที่ดีสำหรับเรามากนะผมจะเป็นประเภทไม่เคยแบ๊กแพ็กคนเดียว ฉะนั้นเวลาไปกับเพื่อนก็จะสนุกและมีความทรงจำดีๆ กลับมาเสมอ”

เช่ารถตะลอนเที่ยว “เราเช่ารถขับไปเที่ยวเมืองต่างๆ แถวๆ นั้น เพราะฮอกไกโด มีหลายเมืองที่น่าเที่ยวเยอะมากๆ การไปเที่ยวของผมจะเป็นการไปแบบเมืองเล็กๆ น่ารักๆ ผมจะชอบขับรถในต่างประเทศ หรือต่างจังหวัดมากๆ แล้วยิ่งพอไปเจอบรรยากาศ อากาศ ทิวทัศน์ ภูเขา แม่น้ำ มันขาวไปหมดเลย สวยงามมาก แต่บางครั้งก็มีหลงบ้าง ซึ่งตรงนี้แหละที่ผมว่ามันสนุก ทางข้างหน้าเราจะไปเจออะไรตรงไหนยังไง อย่างบางทีจีพีเอสบอกให้เลี้ยวตรงนี้ ปรากฏว่าเจอหิมะไปต่อไม่ได้ ก็ต้องถอยรถกันออกมา ก็จะใช้เวลาในการเที่ยวอยู่กันประมาณอาทิตย์กว่าๆ ถือว่าเป็นทริปค่อนข้างเหนื่อยเหมือนกัน วันหนึ่งเราไปสกี อีกวันเราขับรถตะลอนเที่ยว ก็ใช้พลังเยอะครับทริปนี้ แต่สนุกมากๆ”

ติดใจ ไปแล้วต้องห้ามพลาด “สำหรับนิเซโกะ คนที่ไม่เล่นสกี ก็ไม่เป็นไร เพราะว่าเมืองนี้สวยมาก เดินเล่นก็สนุก เพลินดี จะไปกับเพื่อนหรือครอบครัวก็สนุก อย่างผมไปกับเพื่อน ก็จะพักที่รีสอร์ทของสกี ซึ่งแต่ละครั้งที่ไปก็ไม่ได้พักที่เดิมนะ เปลี่ยนไปเรื่อยๆ หรือบางทริปไปกันหลายคน ก็จะเช่าบ้านพัก ซื้อของจากซูเปอร์มาร์เก็ต ไปทำกินกันเองสดๆ หรือบางทีคิดถึงอาหารไทยก็ทำอาหารไทยกินกัน”

ทริปฮันนีมูน “แพลนกันไว้ว่าจะไปยุโรป ลอนดอน ปารีส กันครับ คือตั้งแต่แต่งงานวิถีการท่องเที่ยวเรามันก็เริ่มเปลี่ยนไปเหมือนกันนะ เพราะว่าเวลาเราไปก็ไม่ได้ไปคนเดียวแล้ว และคงยากมากที่จะออกไปคนเดียว ตอนนี้แฟนผมก็ท้องอยู่ด้วย คงต้องเว้นช่วงนิดหนึ่ง แรกๆ อาจจะไปไหนไม่ค่อยได้เท่าไหร่ เลยไปจนถึงช่วงที่เขายังเล็กๆ ด้วย เราก็ไม่อยากให้ไปไหนหรอก เพราะถึงเขาไปก็คงจะยังไม่รับรู้ว่าที่ไหนอยู่ดี แล้วก็กลัวลูกไปร้องไห้บนเครื่องบิน เกรงใจคนอื่นเขานะ เพราะเราเองเวลาเจอก็ไม่ชอบเหมือนกัน (หัวเราะ) ก็ต้องคิดเยอะนิดหนึ่ง ถ้าจะพาเขาไปเที่ยวที่ไหน”

ต้องไปสักครั้ง “ผมอยากไปที่แอฟริกาครับ ไปเที่ยวที่ซาฟารี ล่องไพรส่องสัตว์ป่าในเขตทางใต้ของทวีปแอฟริกา คือผมเห็นคนเขาถ่ายรูปกับสัตว์แบบใกล้ๆ ผมชอบสัตว์ด้วย ไม่เคยไปก็น่าลองไปดูเหมือนกัน และมีวัฒนธรรมที่เราไม่เคยสัมผัส มีคนไปมาเขาบอกว่าดีก็อยากไปให้ถึงสักวันครับ”

เห็นโลกใหม่ที่ใหญ่ขึ้น “ผมว่าการเที่ยวเหมือนเป็นการให้เราได้เดินทางได้ปลดปล่อยอะไรหลายๆ อย่าง ได้ไปสูดอากาศ ชาร์จแบตใหม่ รีเฟรสตัวเอง ผมว่าการท่องเที่ยวเป็นอะไรที่ดีมากๆไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ตาม ฉะนั้นเวลาที่ผมไปเที่ยวผมจะคิดว่านี่คือการพักผ่อนอย่างแท้จริง เราไม่ต้องเครียดเรื่องงาน ไม่ต้องเครียดปัญหาชีวิต ได้เปิดมุมมองใหม่ๆ เจอคนที่แตกต่าง เป็นอะไรที่สนุกและมีความสุข ผมชอบและรักการท่องเที่ยวมาก เป็นสิ่งที่ทุกคนจะต้องลอง และหาเวลาให้กับการได้ออกทริปบ้าง”

การท่องเที่ยวคือการผจญภัยอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งทำให้ชีวิตเราได้เรียนรู้โลกกว้างอย่างไม่มีวันสิ้นสุด

หยินหยาง

ที-เจ็ทเซ็ตเตอร์ ชวนพิสูจน์ปรากฏการณ์ครั้งแรกในประเทศไทย!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/381784

ที-เจ็ทเซ็ตเตอร์ ชวนพิสูจน์ปรากฏการณ์ครั้งแรกในประเทศไทย!

ที-เจ็ทเซ็ตเตอร์ ชวนพิสูจน์ปรากฏการณ์ครั้งแรกในประเทศไทย!

วันอาทิตย์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ที-เจ็ทเซ็ตเตอร์ จูงมือ แน๊ต-สุภาพร ภรรยาคนสวยสัมผัสปรากฏการณ์ครั้งแรกในประเทศไทย! เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์กรุ้ป ร่วมกับข้าวเกรียบกุ้งคาลบี้แบรนด์อันดับ 1ในญี่ปุ่น จัดทำภาพยนตร์โฆษณาDigital Soundcheck โดยนำจุดเด่นในเรื่องความกรอบของข้าวเกรียบกุ้งคาลบี้มานำเสนอผ่านรูปแบบของภาพยนตร์การ์ตูนเซนไต หรือที่คนไทยรู้จักในชื่อ ขบวนการห้าสี ซีรี่ส์การ์ตูนชื่อดังในประเทศญี่ปุ่นมาสร้างเป็นภาพยนตร์โฆษณาทำให้ผู้ชมได้สัมผัสกับความแปลกใหม่ และพลังเสียงความกรอบของข้าวเกรียบกุ้งไปพร้อมๆ กับการรับชมภายในโรงภาพยนตร์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ที่มีระบบ ภาพ และเสียงดิจิตอลสมบูรณ์แบบคมชัด สมจริง โดยมีเจ้าพ่อเพลงป๊อปร็อก ที-เจ็ทเซ็ตเตอร์ มาร่วมงาน โดยภาพยนตร์โฆษณาชุดดังกล่าวจะเริ่มฉายในโรงภาพยนตร์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด จำนวน 125 สาขา 221 โรง ตั้งแต่วันที่ 6 ธันวาคม 2561 เป็นต้นไป

ยิ่งร้อง ยิ่งมีลุ้น ค้นหาแชมป์ยกครอบครัวใน ‘ร้อง เล่น เต้นยกครัว ซีซั่น 2’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/381756

ยิ่งร้อง ยิ่งมีลุ้น ค้นหาแชมป์ยกครอบครัวใน 'ร้อง เล่น เต้นยกครัว ซีซั่น 2'

ยิ่งร้อง ยิ่งมีลุ้น ค้นหาแชมป์ยกครอบครัวใน ‘ร้อง เล่น เต้นยกครัว ซีซั่น 2’

วันอาทิตย์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ใกล้เข้ามาทุกขณะกับการค้นหาแชมป์ “ร้อง เล่น  เต้นยกครัว”  ซีซั่น 2  ที่ทุกครอบครัวยกความสามารถมาโชว์กันแบบจัดเต็ม ไม่มีใครยอมใคร  โดยมีพิธีกรหนุ่มหล่อ พี่ไม้  นนทพันธ์ พร้อมคู่หูสายฮารุ่นใหญ่ ลุงรงค์ จตุรงค์  รับหน้าที่ดำเนินรายการส่งต่อความสนุกสู่คุณผู้ชมเช่นเคย

สำหรับคอมเมนเตเตอร์ ในสัปดาห์นี้ ได้แก่   ชมพู ฟรุตตี้, ตั๊ก ศิริพร และใบเฟิร์น พัสกร ซึ่งต้องระดมความคิดกันอย่างหนัก เพราะทุกทีมที่แข่งขันนั้นล้วนมีดีกรีแชมป์ประจำวันการันตีความสามารถมาแล้ว  ดังนั้นการตัดสินใจแต่ละวัน เลยสร้างความหนักให้ให้กับคอมเมนเตเตอร์ทั้งหมดโดยอัตโนมัติ เริ่มค้นหาแชมป์ ในวันจันทร์ที่ 10  ธันวาคม  พบกับ “น้องวิค-น้องวิน” สองพี่น้องที่สร้างความประทับใจกับการขี่คอพี่ชายร้องเพลง “Despacito” ต่อด้วย “น้องอายจัง-น้องนีออน” กับการแดนซ์สุดเหวี่ยงในชุดกี่เพ้าประยุกต์ ในเพลง “หมวยนี่คะ” ปิดท้ายวันนี้กับ  “น้องไข่ตุ๋น” ที่ควงคุณพ่อมาเต้นเบา ๆ กับเพลงลูกทุ่งจังหวะสนุก ๆ “ปูนาขาเก”   ส่วนวันอังคาร ที่ 11 ธันวาคม  พบกับ “น้องนิชชี่-น้องณิฌา-น้องนาชิ” ที่ยกครอบครัวมาโชว์ความเป็นไทย เต็มรูปแบบในเพลง “ตัวร้ายที่รักเธอ” ต่อด้วยเพลงลูกทุ่งช้า ๆ จาก “น้องกิมกลอย” ที่ชวนคุณพ่อมาแข่งขันในเพลง“คนกล่อมโลก” ปิดท้ายกับ “น้องปอป่าน-น้องปูเป้” ด้วยเสียงหวาน ๆ ในเพลงที่มีความหมายลึกซึ้ง “คนเจ้าน้ำตา”  วันพุธที่ 12 ธันวาคม   พบกับ “น้องไอคิว-น้องมินนี่” ที่มาโยก โชว์สเต็ปแดนซ์ซะเวทีสะเทือน ในเพลง  “กินข้าวกับน้ำพริก” ต่อด้วย “น้องไมตี้” ที่จูงมือคุณพ่อ มาโชว์พลังชาวร็อกร่วมกัน ในเพลง “โปรดส่งใครมารักฉันที” ปิดท้ายวันนี้ที่  “น้องกานดิส” กับคุณแม่กับบทเพลงอมตะ น่าฟังในเพลง “ไฟรัก” วันพฤหัสบดีที่  13 ธันวาคม  พบกับ “น้องโฟกัส” และคุณแม่ที่ใส่เต็มกับการโชว์เพลง “Good morning teacher” , “น้องมิกิ-น้องคุณ” มาสร้างสีสันความน่ารักในเพลง “กินข้าวยัง” ปิดท้ายกับ “น้องกะรัต” และคุณพ่อในเพลงซึ้ง ๆ “เจ้าน้ำตา”  วันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม  พบกับ “น้องบีเลิฟ-น้องเอแคลร์” กับแฟชั่นชุดแฟนซี ในเพลง “I just can’t wait to be king” แดนซ์กันต่อกับ  “น้องแพรวา” ที่ควงคุณแม่มาโชว์สเต็ป ในเพลง “I will survive” ปิดท้ายสัปดาห์นี้กับ  “น้องแอร่อน-น้องใบเตย” ที่มาโชว์ลีลาการเต้นที่พลิ้วไหว ไปกับเพลง “สาวดำรำพัน”  นับเป็นการแข่งขันที่สร้างทั้งความสุข ความอบอุ่นและต้องลุ้นไปพร้อมกันว่าท้ายที่สุดแล้ว ใครจะผ่านด่านเข้ารอบไปรอชิงตำแหน่ง บิ๊กแชมป์ พร้อมเงินรางวัล 100,000บาท

ติดตามความสนุก ความบันเทิง และค้นหาสุดยอดแชมป์ไปกับพวกเราได้ในรายการ  “ร้อง เล่น เต้นยกครัว ซีซั่น 2”  วันจันทร์ที่ 10 ธันวาคม – 14 ธันวาคม นี้ เวลา 17.15 น. ทางช่อง 7HD หรือสามารถรับชมการออกอากาศย้อนหลังได้ทาง BUGABOO.TV

Hollywood stars : 9 ธันวาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/381789

Hollywood stars : 9 ธันวาคม 2561

Hollywood stars : 9 ธันวาคม 2561

วันอาทิตย์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

แซนดร้า โอ – แอนดี้ แซมเบิร์ก

O งานประกาศผลรางวัลลูกโลกทองคำปีหน้า การันตีความฮาแน่นอนเมื่อผู้จัดงานอย่าง สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งฮอลลีวู้ด จับ 2 ดาราตลกแซนดร้า โอ และ แอนดี้ แซมเบิร์ก มารับหน้าที่พิธีกรของงาน แม้จะเป็นการทำหน้าที่พิธีกรลูกโลกทองคำครั้งแรกของทั้งคู่ แต่ผู้จัดงานมั่นใจว่า แซนดร้า และแอนดี้จะแท็กทีมกันปล่อยมุขฮาแบบมีสไตล์ และสร้างเสน่ห์ให้กับงานในปีหน้าได้แน่นอน งานนี้ คอหนังก็รอดูการทำหน้าที่สำคัญ พร้อมกับลุ้นผลรางวัลด้านภาพยนตร์และทีวีบนเวทีลูกโลกทองคำ 2019 ได้ในวันที่ 6 มกราคมปีหน้า

ปริยังกา โชปรา – นิค โจนาส

O ปริยังกา โชปรา นักแสดงหญิงบอลลีวู้ดวัย 36 ปี และ นิค โจนาส นักร้องอเมริกันวัย 26 ปี จัดพิธีวิวาห์อย่างหรูหราที่พระราชวังอุเมดภวันในเมืองจูดห์ปูร์ของรัฐราชสถาน ประเทศอินเดีย ท่ามกลางครอบครัว ญาติมิตรและเพื่อนฝูงโดยฉลองด้วยการจุดพลุดอกไม้ไฟตระการตาเหนือท้องฟ้า งานวิวาห์ที่มีการฉลองอย่างต่อเนื่องมาจนถึงวันอาทิตย์ที่แล้วโดยมีพิธีแบบฮินดูด้วย ได้ชื่อว่าเป็นงานวิวาห์แห่งปีของอินเดีย โชปราวัย 36 ปี และโจนาสวัย 26 ปี หมั้นหมายกันตามประเพณีอินเดียเมื่อเดือนสิงหาคมและแชร์ภาพลงสังคมออนไลน์ ปริยังกา โชปรา นักแสดงคนสวยเจ้าของมงกุฎมิสเวิลด์ 2000 เป็นหนึ่งในคนบันเทิงฮอลลีวู้ดที่โด่งดังที่สุดและเป็นนักแสดงอินเดียเพียงไม่กี่คนที่ประสบความสำเร็จในวงการบันเทิงฝั่งตะวันตก เคยร่วมแสดงในซีรี่ส์ทางเอบีซีเรื่อง “Quantico” และมีผลงานเพลงร่วมกับศิลปินเพลงระดับท็อปชาร์ตของสหรัฐ ส่วนหนุ่มโจนาสประสบความสำเร็จตั้งแต่ยังเป็นหนุ่มน้อยจากนักร้องนำแห่งวงเดอะ โจนาส บราเธอร์ส

เควนติน ทาเรนติโน

O เช่นเดียวกับผู้กำกับหนังแนวเลือดสาด เควนติน ทาเรนติโนที่ตัดสินใจสละโสดตอนอายุ 55 ปี กับ ดาเนียลลา พิค นางแบบชาวอิสราเอล ทันทีที่ปิดกล้องหนังเรื่อง Once Upon a Time In Hollywood โดยคู่นี้พบรักกันตั้งแต่ปี 2009 ก่อนหมั้นหมายเมื่อปีที่แล้วในที่สุดรักก็ลงล็อกเข้าพิธีวิวาห์หวานแบบเป็นส่วนตัวไปเมื่อวันพุธที่ผ่านมา

คริส อีแวนส์

O คริส อีแวนส์ อาจจะยังไม่ได้ถอดชุดกัปตันอเมริกาเร็วๆ นี้ แม้เจ้าตัวจะเพิ่งทวิตข้อความดราม่าทำนองว่าเตรียมอำลาบทซูเปอร์ฮีโร่ที่เขาแสดงมานานถึง 8 ปี เพราะผู้กำกับ โจ รุสโซ จากหนัง Avengers : Infinity War และ Captain America เผยกับเอพีว่าอีแวนส์อาจจะรู้สึกอินกว่าคนอื่น เพราะเขายังไม่ปิดจ๊อบนี้อย่างเป็นทางการ ถึงอย่างนั้น รุสโซ ก็บอกว่าเขาไม่สามารถจะอธิบายละเอียดได้ แต่ต่อไปผู้ชมจะเข้าใจในสิ่งที่เขาพูดเอง ยิ่งผู้กำกับพูดแบบนี้ก็ยิ่งทำให้แฟนหนังตั้งตารอดู Avengers ภาค 4 ซึ่งถือเป็นภาคปิดฉากของหนังรวมดาวซูเปอร์ฮีโร่ฝั่งมาร์เวลซัมเมอร์ปีหน้ามากขึ้น

เอ็ดดี้ เมอร์ฟี่

O ข่าวดีของ เอ็ดดี้ เมอร์ฟี่ ที่กลับมาเป็นคุณพ่ออ่อนตอนอายุ 57 เมื่อ เพจ บุทเชอร์ คู่หมั้นคนสวย คลอดลูกชายมาให้เขาชื่นชมเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว พร้อมตั้งชื่อว่า น้องแมกซ์ ชาร์ลส์ โดยหนูน้อยแมกซ์เป็นลูกคนที่ 10 ของ เอ็ดดี้ แต่เป็นลูกคนที่ 2 ของเขากับเพจนับตั้งแต่ทั้งคู่คบหากันตั้งแต่ปี 2012 ซึ่งลูกคนโตของเอ็ดดี้ อายุ 29 ปีเข้าไปแล้ว

แบรด พิตต์ – แองเจลิน่า โจลี

O หลังเปิดศึกชิงลูกมานานกว่า 2 ปี ในที่สุดคู่ร้างสะท้านโลก แบรด พิตต์ กับ แองเจลิน่า โจลี ก็ได้บทสรุปที่ลงตัวสำหรับทั้งสองฝ่ายเมื่อทนายความฝ่ายโจลีเปิดเผยว่า โจลีและแบรดได้เซ็นสัญญาในข้อตกลงเรื่องสิทธิการดูแลลูกๆทั้ง 6 คน ภายใต้คำแนะนำของเจ้าหน้าที่ประเมินด้านการดูแลเด็ก เพียงแต่ข้อตกลงทุกอย่างจะถูกปิดเป็นความลับสุดยอดเพื่อเป็นผลดีต่อเด็ก ขณะที่พิตต์ก็นิ่งเงียบไม่ส่งทนายมายืนยันเรื่องนี้แต่อย่างใด ที่ผ่านมา โจลีเป็นฝ่ายฟ้องหย่า ขออำนาจศาลในการดูแลลูกๆ ทั้งหมด และให้สิทธิพิตต์ในการมาเยี่ยมได้เท่านั้นซึ่งศาลยังเคยเตือนโจลีว่าอย่ากีดกันลูกๆ จากพ่อ ไม่อย่างนั้นเธออาจสูญเสียสิทธิการดูแลลูกไป แม้เรื่องลูกจะลงตัวแล้ว แต่คดีฟ้องหย่าระหว่างสองคู่รักคนดังก็ยังไม่เรียบร้อยอย่างเป็นทางการ

‘แม็กกี้-อาภา’ ควง ‘ฝ้าย-นิชานันท์’ นำทีมคนบันเทิง เข้ารับรางวัล ‘คนดีศรีแผ่นดิน’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/381785

‘แม็กกี้-อาภา’ ควง ‘ฝ้าย-นิชานันท์’ นำทีมคนบันเทิง เข้ารับรางวัล ‘คนดีศรีแผ่นดิน’

‘แม็กกี้-อาภา’ ควง ‘ฝ้าย-นิชานันท์’ นำทีมคนบันเทิง เข้ารับรางวัล ‘คนดีศรีแผ่นดิน’

วันอาทิตย์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

มูลนิธิ ๑๐๐ พระชันษา สมเด็จพระญาณสังวรานุสรณ์ ในพระสังฆราชูปถัมภ์โดยท่านประธานมูลนิธิฯ รองศาสตราจารย์ นายแพทย์พิทยา จารุพูนผล จัดงานโครงการ คนดีศรีแผ่นดิน ตามรอยพระราชา ประจำปี ๒๕๖๑ โดยมีพิธีมอบโล่รางวัลคนดี ที่ดำรงชีวิตอยู่บนหลักสุจริตธรรมและบำเพ็ญคุณประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวมตามรอยเบื้องพระยุคลบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมราชชนก และเพื่อคัดเลือกบุคคลที่เป็นแบบอย่างที่ดีทางด้านคุณธรรม จริยธรรม ทำงานอย่างซื่อสัตย์สุจริต เพื่อความมั่นคงของครอบครัวตนเอง และช่วยเหลือประเทศชาติเมื่อมีโอกาส โดยได้รับความเมตตาจากสมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พรหมคุตโต) เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร และประธานที่ปรึกษามูลนิธิฯ ฝ่ายบรรพชิตเป็นประธานในพิธีมอบ

งานนี้มีสองนักแสดงสาวจากช่อง 7HD แม็กกี้-อาภา ภาวิไล นางเอกจากละคร “ไฮโซสะออน” และ ฝ้าย-นิชานันท์ฝั้นแก้ว นักแสดงจากละคร“เด็กเสเพล” ค่ายนวประทานพร นำทีมคนบันเทิงเข้ารับโล่รางวัลคนดี อาทิสมบัติ เมทะนี, ดามพ์ ดัสกร, แก้ว-อภิรดี, โดโด้-ยุทธพิชัย, ดร.ชายแฮ็คส์-วโรดม ศิริสุข, นุ้ย-เกศริน เอกธวัชกุล,สองนักแสดงจากค่ายไอพีเอ็ม นิวนพวรรธน์และ ฝ้าย-พรชนก รวมทั้ง คุณนพพธรพรหมรัตน์ (ผู้บริหารร้านอาหาร Star8)เป็นต้น โดยมี นาวาเอกพิเศษ ธีร์ฎะวัฒน์(ภูพิพัฒน์) กุหลาบซ้อน หนึ่งในคณะกรรมการจัดงานให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ณ อาคาร ๑๐๐ ปี วัดบวรนิเวศวิหาร บางลำพู

Star Retro : สีสันชีวิต ลูกทุ่งดัง ‘มนต์สิทธิ์ คำสร้อย’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/381802

Star Retro : สีสันชีวิต ลูกทุ่งดัง ‘มนต์สิทธิ์ คำสร้อย’

Star Retro : สีสันชีวิต ลูกทุ่งดัง ‘มนต์สิทธิ์ คำสร้อย’

วันอาทิตย์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นอกจากจะจับไมค์ร้องเพลงไม่ได้ขาด ทุกวันนี้ มนต์สิทธิ์ คำสร้อย ยังโด่งดังทางด้านใบ้ตัวเลข?! จนมีแฟนๆ นำไปตีความ ถูกรางวัล ร่ำรวยกันไปนักต่อนัก พอ “ทีมข่าวบันเทิงแนวน้า” มีโอกาสอัพเดทชีวิต ความรัก และความเป็นไป ของนักร้องลูกทุ่งคนดัง จึงไม่พลาดที่จะสะกิดถาม จริงหรือที่คนเขาว่า มนต์สิทธิ์จะเปิดสำนัก!?

“ไม่เปิดครับ คือเราเป็นคนที่รักในการร้องเพลงจะไปเปิดสำนักได้ยังไง เพียงแต่ว่าเราเป็นคนที่ชอบเลข ชอบหวย ถ้าใครถามมาเราก็ตอบไป คงไม่กล้าไปตั้งสำนักหรอก เดี๋ยวคนจะไปบุกสำนักตามฆ่าเอา ถ้าเราบอกไม่แม่น (หัวเราะ) คนเราความหวังมันต้องมีทุกคน แต่คนเราจะโชคดีหรือโชคไม่ดีมันอยู่ที่วาสนาด้วย”

ชีวิตประจำวัน

ส่วนมากก็จะเดินสายร้องเพลงครับเป็นช่วงผ้าป่า กฐิน จะไปเกือบทุกวัน ไปจังหวัดนั้นขึ้นเครื่องลงจังหวัดนี้ เป็นงานจ้าง บางทีก็ไปฟรี เพราะว่าเป็นงานบุญ หรือบางคนบอกว่ามนต์สิทธิ์มาช่วยงานนี้หน่อย ให้ค่ารถนิดๆ หน่อยๆก็ไปให้ ส่วนมากงานกฐินจะเป็นการกุศลอย่าแพงนะมนต์สิทธิ์ ก็ไม่แพง ฟรียังไปเลย ส่วนงานแสดงละครตอนนี้ยังไม่มีติดต่อเข้ามา

เพลงประจำที่ต้องร้อง

สั่งนาง, จดหมายผิดซอง, ขายควายช่วยแม่ ซึ่งเป็นเพลงประจำตัวเรา เวลาไปต่างจังหวัดก็ยังได้รับการต้อนรับจากแฟนเพลงเหมือนเดิม แฟนเพลงยังเรียกว่าพี่มนต์สิทธิ์อยู่ ทั้งที่เราก็อายุเลข 5 แล้วนะ (หัวเราะ) ก็ดีใจที่เขายังเรียกเราว่าพี่อยู่ เขาก็เล่นกับเราด้วย ส่วนมากเวลาอยู่หน้าเวทีเราจะเล่นสนุกจะไม่ให้หน้าเวทีมันแห้ง พูดอีสานบ้างกลางบ้างใส่ความเป็นตัวเรา มนต์สิทธิ์ไปเล่นที่ไหนก็ต้องมีเสียงหัวเราะตลอด สนุกทุกที่ เต้นกันมันส์ งานเพลงช่วงนี้เราอาจจะเงียบ แต่ว่างานจ้างงานแสดงยังมีเรื่อยๆ เพลงใหม่ยังทำอยู่เรื่อยๆ ลงในยูทูบทำกับค่ายชัวร์เอ็นเทอร์เทนเมนท์ อีกไม่นานเกินรอได้ฟังกันแน่นอนครับ เป็นเพลงหวานๆ ออกอีสาน ช่วงนี้รู้สึกว่าคนฮิตอะไรที่เป็นอีสาน มนต์สิทธิ์ก็เลยลองทำบ้าง แต่เราก็ไม่คิดว่าจะโด่งดังเหมือนสมัย “จดหมายผิดซอง” หรือว่า “สั่งนาง” เพียงแต่ว่าเรายังต้องการให้ชื่อเรายังอยู่ในใจแฟนเพลงเรื่อยๆ อย่าให้มันลง อยากอยู่อย่างนี้ไปเรื่อยๆ อยากให้คนรู้ว่ามนต์สิทธิ์ยังร้องเพลงอยู่นะ ซึ่งคนรุ่นอายุ 30 ขึ้นไปก็ยังจำมนต์สิทธิ์ได้ แต่รุ่นเล็กเขาก็ไม่รู้จักหรอก ก็ไม่เป็นไรครับ

ชื่อเสียงที่เปลี่ยนไป

มันเป็นวัฏจักรเป็นธรรมดา เราพยายามทำตัวให้ดีก็พอ และอย่าให้เขามองเราไปทางลบก็แล้วกัน อย่างทุกวันนี้คนก็จะมองเราไปทางลบนะ คือเราไม่ได้บอกหวยบอกเลข เราก็ลงไปตามธรรมชาติของเรา พื้นที่เฟซบุ๊คของเรา แล้วเขาไปส่อง บางคนเขาส่องแล้วเขาไปซื้อตามแล้วมันถูก ก็เลยบอกต่อกันไป บางคนก็หาว่าเราจะตั้งสำนัก จะเลิกร้องเพลงแล้วเหรอ ก็มีคนคิดคนพูดไปในหลายแง่หลายมุม ต่างคนต่างมองคนละมุม แต่จริงๆ แล้วเราก็ใช้ชีวิตปกติ คือถ้าหากว่าคนซื้อตามถูก มันก็โอเค แต่ถ้าไม่ถูกก็อย่าว่ากัน (ยิ้ม) บางทีผมบอกถูกเป็น6-7 งวด พอเขามาตามเรางวดที่ 8 แล้วไม่ถูกมันก็ช่วยไม่ได้

มีความสุขกับสิ่งที่ทำ

ชีวิตทุกวันนี้ แฮปปี้ดีครับ เลี้ยงหมูเลี้ยงหมาอยู่ที่บ้าน ถ้าวันไหนไม่ได้ไปทัวร์คอนเสิร์ตก็จะอยู่กับบ้านเลี้ยงหมาคุยกับหมา และฟังเพลงลูกทุ่งไปตามประสาของเราไปฟังเพลงเก่าๆ ว่าเพลงลูกทุ่งสมัยก่อนเราเป็นยังไงมาจนถึงสมัยนี้ ก็เลยทำให้เราเห็นความต่างของเพลงลูกทุ่งในสมัยก่อนกับสมัยนี้ สมัยนั้นร้องออกมาแล้วมันเห็นภาพเลย สมัยนี้ร้องออกมาไม่รู้อะไร คือร้องไปเถอะเดี๋ยวก็ดัง

ยังคงครองความโสด

ยังไม่มีครอบครัวครับ ก็อยู่เป็นโสดอยู่ตลอดแบบนี้ เห็นเด็กๆ น่ารักก็เรียกเขาว่าลูกหมด เด็กผู้หญิงก็มี เด็กผู้ชายก็มี (หัวเราะ) คนจะบอกว่ามนต์สิทธิ์เป็นตุ๊ดเป็นเกย์บ้าง แต่เราก็ไม่แคร์ ไม่สนใจ พูดไปเถอะ บางทีคนพูดมากๆ ว่าทำไมมนต์สิทธิ์คบแต่เด็กผู้ชาย เราก็มาคบเด็กผู้หญิงบ้าง เรียกว่าเป็นลูก เอ็นดูทุกเพศทุกวัยแหละ ไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็ก หรือว่ารุ่นผู้ใหญ่ เราก็เอ็นดูหมด ไม่มีใครเป็นตัวเป็นตน เพราะว่าชอบสันโดษ อยากไปไหนมาไหนก็ไป ถ้าเรามีเมียจะไปไหนเขาก็ต้องตามติดเราไปด้วย บางงานเราก็ไม่อยากให้ไปด้วย ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ ถ้าเรามีครอบครัว ไปไหนมาไหนมันก็จะยุ่งยากนิดนึง นอกจากว่าคนที่เขาเข้าใจอาชีพของเราซึ่งมันก็ยาก ส่วนมากจะหึงหวง เมื่อก่อนก็เคยมีแฟน แล้วเราก็บอกเขาว่าอย่าไปหึงหวงเรานะ เพราะเราเป็นศิลปิน ชีวิตเราเป็นแบบนี้ คนถ่ายรูปคนเดินด้วย มาจับไม้จับมือเรา แฟนเพลงบางคนกอดสนิทชิดเชื้อเลยนะ แต่ไม่มีอะไร กอดกันแบบสนุกสนาน แต่พอแฟนไปเห็น เขาก็จะไม่พอใจ มันก็ลำบากใจเราก็เลยจำเป็นต้องแยกย้ายกันไป ไม่มีทายาทสืบสกุล ก็มีแต่ลูกกับภรรยาคนเก่าแหละครับ กับภรรยาที่เป็นข่าว แต่ว่าเขาก็เป็นลูกสาว ไม่มีลูกชาย ก็อยากจะหาเด็กมาเป็นลูกบุญธรรมอยู่เหมือนกัน แต่ว่ามันก็ไม่ได้อย่างที่ใจเราคิดเราหวัง การที่จะเอาลูกคนอื่นมาเลี้ยงโดยที่ไม่ใช่สายเลือดของเรา

ย้อนวันวานกว่าจะมาถึงวันนี้

ผมเป็นคนจังหวัดมุกดาหาร อำเภอนิคมคำสร้อย สมัยก่อนเวลามีประกวดร้องเพลงที่ไหนเราไปหมดเลยนะ เป็นคนที่ชอบร้องเพลงตั้งแต่เด็กแล้วจำได้อายุ 7 ขวบก็ร้องเพลงของ “แม่ผ่องศรี วรนุช” คือตอนนั้นเป็นเด็กเสียงเราแหลมก็เลยสามารถร้องคีย์ผู้หญิงได้ แต่ว่าก็ไม่ได้ชนะอะไรนะ ตกรอบได้ยาสีฟัน สบู่ยา ครีมมาทาหน้าให้ขาว เงินไม่ได้จะได้เป็นของมากกว่าเพราะว่าตกรอบ ก็เดินสายไปเรื่อยๆ ทำงานอยู่ห้องอาหารเป็นเด็กเสิร์ฟ และได้ร้องเพลงบ้าง ด้วยความที่เราเป็นคนชอบบันเทิง ชอบเสียงเพลง ห้องอาหารเขาไม่รับผู้ชาย เราก็บอกว่ารับเรามาเป็นพนักงานล้างจาน พนักงานรับรถก็ได้ เขาก็เลยรับ แล้วเราก็จะขอร้องเพลงตลอดเวลาไม่มีแขกขอร้องหน่อยนะ เขาได้ฟังกันก็บอกว่าร้องดีนี่นา งั้นแขกมาช่วยร้องให้แขกฟังหน่อยนะ ก็เลยเข้าหูเข้าตาเจ้าของร้าน และพอมีงานประกวดร้องเพลงที่ไหนเราก็ไป ก็จนมาได้ที่ 2 ที่งานทุ่งศรีเมือง จังหวัดอุบลฯ เมื่อปี 2536 ตอนอายุ 29 ได้รางวัลเป็นเงินสดสามพันบาท และเครื่องเล่นเทป 1 เครื่อง แล้วคนจัดงานเขาก็เลยเอาเรามาบันทึกเสียง เพราะว่าคนที่ได้ที่ 1 เขาเป็นผู้หญิงและมีครอบครัวแล้ว เลือกที่จะมาปั้นเรา ส่งเพลงไปให้ค่ายต่างๆ ก็ไม่มีค่ายไหนเอาหรอก เพราะว่าดูหน้าแล้วเราไม่หล่อเลย หน้าตาไม่ดี เสียงดีอยู่ แต่เขาก็ไม่เอา เพลง “ขายควายช่วยแม่” นี่แหละครับ เอาไปให้ค่ายไหนฟัง เขาก็ไม่เอา แต่พอมาค่ายชัวร์ ออดิโอ เขาก็เอา ได้อัดแผ่นและเปิดตัวเป็นมนต์สิทธิ์ คำสร้อย ตั้งแต่แรกเลย ก็ได้เลย ถือกำเนิดเป็นศิลปินนักร้องลูกทุ่งในปี 2538 เพลงขายควายช่วยแม่ ดังมาก หลังจากนั้นก็มีเพลง จดหมายผิดซอง, สั่งนาง, คิดถึงจังเลย,โกสัมพี ตามออกมาเรื่อยๆ

ตั้งรับกับชื่อเสียง

ก็พยายามทำตัวสบายๆ กับคนทั่วไป แต่ก็ต้องยอมรับว่าตอนนั้นดังมาก ขี้เหร่ก็ขี้เหร่นะ (ยิ้ม) ก็ตกใจเหมือนกันไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมาดังแบบนี้ เด็กบ้านนอกคนนึง ไม่คิดจริงๆ แต่พอดังขึ้นมาก็รู้สึกเลยว่าอ๋อความโด่งดังมันเป็นแบบนี้เหรอ ชีวิตเปลี่ยนไปมาก ที่บ้านฐานะดีขึ้น เราสามารถส่งเงินไปให้ที่บ้านจุนเจือครอบครัวได้เยอะมากๆ ลูกหลานเราก็ส่งเรียนกันแทบทุกคน แล้วก็ซื้อมอเตอร์ไซค์ให้เขาขับไปโรงเรียน จากหนุ่มบ้านนอกคนนึงที่บ้านก็ไม่ได้ลำบากมากแต่ก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร คือพอมีพอกิน แล้วเราก็ทำงานหาเงินมาตั้งแต่เด็ก เราไม่เคยใช้ชีวิตฟู่ฟ่าเลย ทุกวันนี้ก็ไม่ได้ฟู่ฟ่านะเฉยๆ ธรรมดา ยังใช้ชีวิตเหมือนเดิม อยากกินอะไรก็กิน เมื่อก่อนจะไปคอนเสิร์ตตลอด อยู่ใต้3 เดือน 1 เดือนอยู่ในรถบัสตลอดก็สนุกดีนะ แต่เหนื่อยหน่อย สนุกที่ได้เห็นสถานที่ได้เจอผู้คนมากมาย ที่ผ่านมาเราได้เห็นได้ไปมาหมดแล้วนะเมืองไทย

เหมือนสวรรค์สร้าง

รู้สึกว่าอยากจะขอบคุณสวรรค์ที่ให้เราเดินมาทางนี้ น่าจะเป็นทางที่เทวดาฟ้าดินเขาให้เราเดินทางมาตรงนี้แล้ว ขอบคุณดีเจที่จังหวัดอุบลฯ “คุณมนต์รัก กลิ่นบุปผา” ที่เขาส่งเรามาอยู่ค่ายชัวร์ ออดิโอ ทำให้เราได้มาเป็นศิลปินจนถึงทุกวันนี้อยู่กับชัวร์นานแล้วนะตั้งแต่ปี’37 อยู่มาตลอดไม่เคยไปไหน ก็มีคนมาชวนแต่เราก็ไม่อยากไป จะไปทำไมไปอะไร บางทีเขาก็บอกอัด 10 เพลงให้ล้านนึง เราก็ไม่เอาไม่ไป อยู่ในชัวร์ก็คือชัวร์นี่แหละ ได้ทำเพลงกับที่นี่เรื่อยๆ หลังจากนั้นชีวิตก็คงที่มาเรื่อยๆ ก็มีเพื่อนฝูงที่สนิทกันนะแต่ส่วนมากจะเป็นผู้หญิงไม่ค่อยมีเพื่อนผู้ชายกลัวเขาจะชวนไปกินเหล้าเมายาเราไม่ชอบ เพื่อนศิลปินด้วยกันที่สนิทก็มี “ดำรงค์ วงศ์ทอง” เรียกว่าทุกคนรวมทั้งค่ายอื่นด้วย คือเราก็รู้จักกันหมด ไม่ว่าจะเป็น จินตหรา พูนลาภ,ยิ่งยง ยอดบัวงาม, ดาว มยุรีย์ หลายคน เราไม่ได้มองว่าทุกคนเหล่านี้เป็นคู่แข่งเรานะ คือมันสนุกดี เหมือนว่าพี่น้องเราเดินทางไปด้วยกันลูกทุ่งเหมือนกัน เป็นญาติพี่น้องกันมากกว่า ไม่มีใครเป็นคู่แข่งใคร ชอบตรงที่ว่าคนเราเป็นลูกทุ่งด้วยกันเราไปด้วยกันมีอะไรกินด้วยกันสนุกสนานเฮฮาแฮปปี้กัน เจอหน้ากันยิ้มแย้มทักทายแค่นี้ก็สุดยอดแล้วล่ะ

ถ้าไม่เป็นนักร้องลูกทุ่ง

ตอบได้เลยว่าเป็นชาวนาแน่นอน ถ้าเราแต่งงานมีครอบครัวก็คือได้เป็นชาวนา แต่บังเอิญว่าเราไม่แต่ง คือตอนนั้นพ่อแม่หาผู้หญิงให้แล้วนะ แต่เราไม่ชอบไม่เอา มันยังไม่อยากมีใคร ตอนนั้นอายุ 24-25 แล้ว พ่อแม่ก็อยากให้แต่งงาน คือไม่เชิงบังคับนะครับบอกว่าจะหาเมียให้เพื่อที่เราจะได้มีหลักมีฐาน และอีกอย่างคือเราเป็นคนขี้ดื้อ (ยิ้ม) คือซนครับเป็นคนที่ไม่ค่อยเชื่อฟังพ่อแม่สอน เขาก็เลยหาผู้หญิงให้ แต่เราก็ไม่สนใจ เลยตัดสินใจเข้ามาทำงานในตัวเมืองมุกดาหาร ไปสมัครเสิร์ฟ ทำงานผ่านมาแล้วหลายอย่างมากในชีวิตนี้ที่บ้านเขาก็ไปตามตัวกลับแล้วเขาก็ว่าด้วยแต่เราก็ไม่กลับ แม่กับพ่อเขาจะชอบลูกชายคนโต เหมือนฝากความหวังไว้กับพี่ชายเราเพราะว่าเขาเป็นคนขยัน เป็นคนที่ทำไร่ไถนาเก่ง ทำงานให้พ่อแม่เลี้ยงดูพ่อแม่ได้ แต่เราเป็นลูกคนสุดท้องที่ไม่สนใจใคร ใครจะไปตามเราก็ไม่กลับ แม่ก็เป็นห่วงมากคิดถึงลูกเราก็เลยตัดสินใจบอกแม่ไปว่าเราจะไม่ขอเงินทางบ้านแม่ก็บอกว่าไม่เป็นไรแค่ขอให้เราเลี้ยงตัวเองให้มันรอดก็พอ ไม่ต้องมาส่งทางบ้านนะ

จากคำทำนายของหมอดู

แม่ไปดูหมอซึ่งหมอดูเขาบอกว่าแม่จะได้พึ่งพาลูกคนสุดท้องนะ แม่ก็บอกว่าไม่เชื่อยังไงก็ไม่เชื่อ มันเป็นไปไม่ได้หรอก เพราะว่าเรียกเรากลับบ้านไปทำนา เราก็ไม่ยอมไป จะพึ่งได้ยังไง แต่ถ้าบอกว่าได้พึ่งลูกชายคนโตน่ะ แม่เชื่อนี่คือเป็นตอนที่เราดังแล้วนะ แม่มาเล่าให้ฟังว่าแม่เคยไปดูหมอ ที่แม่มาเล่าทีหลังเพราะว่าจะรอดูสิว่าจะแม่นอย่างที่หมอดูว่าไหม ออกจากบ้านตั้งแต่อายุ 17 จนกระทั่งอายุ 28 ก็แล้ว ยังไม่เห็นวี่แววอะไร จนอายุ 29 เราก็ไปบอกที่บ้านว่าเราจะเป็นนักร้องแล้วนะ เขาพาไปอัดแผ่นแล้ว แม่ก็ตกใจสิ จริงเหรอ พูดให้เพื่อนฟังทั่งบ้านทั่วเมือง บางคนก็บอกว่าเชื่อไว้ก่อน แล้วพอเราโด่งดัง ได้เอาเงินไปให้พ่อแม่ซื้อสร้อยซื้อข้าวของให้เขา พ่อแม่ก็เลยเล่าให้ฟังว่าเคยไปดูหมอมา แล้วหมอดูบอกว่าจะได้พึ่งพาเอ็งนะ แต่พ่อแม่ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะพึ่งพาได้สรุปแล้วว่าพ่อแม่ก็ภูมิใจในตัวเราที่สุด เราโด่งดังพาพ่อแม่มาอัดรายการ นั่งเครื่องบินมาจากที่ไม่เคยนั่งกันนะ แล้วแม่ก็ไปตามหาหมอดูคนนั้นอยู่ แต่ว่าไม่เจอแล้ว ไม่รู้ว่าหายไปไหน (หัวเราะ) ก็ภูมิใจในตัวเองอยู่นะครับ คือเราไม่คิดว่าคนจบ ป.3 จะได้มาร้องรำทำเพลง จะได้มาเป็นนักร้อง มันไม่น่าได้นะ คนจบแค่นี้ความรู้ไม่มี แต่เราใช้เสียงในการทำมาหากินจนเรามีชื่อเสียงถึงทุกวันนี้ ก็นับว่าเป็นบุญของพ่อของแม่ที่เขาสร้างมา เราไม่เชื่อว่าเป็นบุญเราคิดว่าเป็นบุญที่พ่อแม่เราสร้างมามากกว่าเขาอาจจะทำดีไม่เคยโกรธใคร ญาติพี่น้องทะเลาะว่ากันเขาก็ไม่โกรธเลย แต่พอเรามามีชื่อเสียงแล้วสร้างทุกอย่างให้ ทุกคนเขาก็ชื่นชมเรา เพื่อนฝูงทุกคนก็เข้ามายินดีด้วย แต่การที่เราจะยืนอยู่ตรงนี้ได้นั้น หนึ่งเราต้องซื่อสัตย์ สองทำดีสามอย่าโกหก ทุกสิ่งทุกอย่างเราพูดความจริงและทำดีตลอด ซื่อสัตย์ต่อการงาน ซื่อสัตย์ต่อพ่อแม่ญาติพี่น้อง จะทำให้เราประสบความสำเร็จและความอดทนต้องมาที่หนึ่งเลยนะ ทุกอย่างถ้าเราไม่มีความอดทนจะไม่ประสบความสำเร็จ

จากใจ ‘มนต์สิทธิ์ คำสร้อย’

อยากจะบอกมิตรรักแฟนเพลงว่า จะร้องเพลงอย่างนี้ตลอดไปให้ทุกคนฟัง ตราบใดที่ยังมีเสียงร้องเพลงอยู่ ก็จะร้องเพลงให้แฟนเพลงฟัง ก็คงไม่ไปทำอย่างอื่นหรอกเพราะว่าเราทำไม่เป็น บางคนบอกว่าทำไมไม่เปิดร้านส้มตำ ไม่เปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยว คือเราไม่ถนัดทางนั้น เราถนัดร้องเพลง แต่ถ้าเปิดไปแล้วมันจะเสียเงินไปเปล่าๆ ตำส้มตำอร่อยทำไมไม่เปิดร้านล่ะ ไม่เปิดหรอกตำอร่อยแค่ครกเดียวนี่แหละ (หัวเราะ) ครกต่อไปก็ไม่อร่อยแล้วอย่างวันนี้สถานที่ที่เรามาพูดคุยกันเราก็อยู่ที่ร้าน ซูชิมั้ย 5 อินทามระ 12 เจ้าของร้าน “คุณเอก” และ”พี่หญิง” ผู้จัดการร้านก็น่ารักเทคแคร์มนต์สิทธิ์ดีมาก กลายเป็นร้านประจำที่ชอบมานั่งกิน เพราะว่าเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นข้างๆ ก็ยังมีร้านกาแฟอีก ชอบกินปลาแซลมอน ข้าวปั้น เมื่อก่อนก็ไม่ชอบหรอก แต่พอไปญี่ปุ่นได้ลองกินก็ติดใจ สมัยก่อนกินแต่ปลาร้าเนาะ(หัวเราะ) พอไปญี่ปุ่นก็ติดใจมาเมืองไทยก็ต้องกิน ถ้าแฟนเพลงแวะเวียนมาแถวนี้ก็อาจจะได้เจอมนต์สิทธิ์นะครับ เพราะว่าเป็นลูกค้าประจำ แต่ว่าจะใส่หมวกนิดนึงไม่ใช่พรางตัวนะแต่เพราะไม่ได้ทำผม เข้ามาทักทายถ่ายรูปกันได้ มนต์สิทธิ์ คำสร้อย คนเดิมของมิตรรักแฟนเพลง

ใช้ชีวิตให้เป็นสุขอยู่กับเสียงเพลง และไม่ลืมความเป็นตัวตนของตนเอง และนี่ก็คือนักร้องลูกทุ่งเลือดอีสาน ที่คนไทยต่างคุ้นเคย “มนต์สิทธิ์ คำสร้อย”

กุหลาบสีเงิน