รอบชิงชนะเลิศแข่งขันโครงงานโปรแกรมมิ่ง เฟ้นหาโปรแกรมเมอร์เยาวชนไทยไปชิงแชมป์นานาชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/369496

รอบชิงชนะเลิศแข่งขันโครงงานโปรแกรมมิ่ง เฟ้นหาโปรแกรมเมอร์เยาวชนไทยไปชิงแชมป์นานาชาติ

รอบชิงชนะเลิศแข่งขันโครงงานโปรแกรมมิ่ง เฟ้นหาโปรแกรมเมอร์เยาวชนไทยไปชิงแชมป์นานาชาติ

วันพฤหัสบดี ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

CODE.GAME จัดการแข่งขันโครงงานโปรแกรมมิ่ง “CODE.GAME International Creative Coding Competition Thailand Open” รอบชิงชนะเลิศ ในวันที่ 18 ตุลาคม 2561 ที่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มี 60 โปรแกรมเมอร์เยาวชนไทยมากฝีมือจากทั่วประเทศ ร่วมประชันความสามารถการเขียนโค้ดมากที่สุดในหัวข้อ “ประเทศไทยสีเขียว” ผู้ชนะเลิศจะได้เป็นตัวแทนของ
ประเทศไทยเข้าร่วมแข่งขันชิงแชมป์ระดับนานาชาติที่ดุเดือดที่สุดในโลกของโปรแกรมเมอร์ “CODE.GAME International Creative Coding Competition” ที่ สาธารณรัฐประชาชนจีน

มร.ซ่งซิ่ง ผู้จัดการพัฒนาธุรกิจประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ Codemao (CODE.GAME ) เปิดเผยว่า การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศประจำประเทศไทยของโครงงานโปรแกรมมิ่ง ซึ่งจัดทำโดย CODE.GAME กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว หลังจากที่ผ่านการเตรียมตัวกว่าครึ่งปีและการแข่งขันขั้นแรกในรูปแบบออฟไลน์กันไปแล้ว โดยการแข่งขันครั้งนี้จะมีขึ้นในวันที่ 18 ตุลาคม 2561 ที่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เราจะค้นหาเด็กไทยที่มีความสามารถในการเขียนโค้ดมากที่สุด ผู้ชนะจะได้เป็นตัวแทนของประเทศไทยไปร่วมการแข่งขันชิงแชมป์นานาชาติ “CODE.GAME International Creative Coding Competition” ที่ สาธารณรัฐประชาชนจีน ร่วมกับเยาวชนจากชาติอื่นๆ ต่อไป

ทั้งนี้ การแข่งขันของโครงงานโปรแกรมมิ่ง ซึ่งจัดทำโดย CODE.GAME นั้นถือเป็นการแข่งขันที่ดุเดือดที่สุดในโลกของโปรแกรมเมอร์ในฤดูร้อนนี้เลยก็ว่าได้ อีกทั้ง ยังสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักเรียนกว่า 1,000 คน ของโรงเรียนกว่า 20 แห่งในกรุงเทพฯ ภูเก็ต และเชียงใหม่ ซึ่งผู้เข้าแข่งขันจะใช้ BOX.GAME ของ Codemao ในการเข้าแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ โดยจะมีบล็อกโค้ดเป็นเครื่องมือในการเขียนโปรแกรม ประกอบกับการใช้ความคิดที่แปลกใหม่ เพื่อสร้างจุดกำเนิดของแรงบันดาลใจให้ผู้เข้าแข่งขันได้ปลดปล่อยแนวความคิดสร้างสรรค์และสร้างผลงานเกมส์กว่า 1,000 ชิ้น ที่รวมทั้งเนื้อเรื่องและความสนุกสนานน่าสนใจไว้ด้วยกัน

“รัฐบาลไทยได้ดำเนินแผนการอนุรักษ์โลกสีเขียวขึ้นตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อน ครั้งนี้โครงงานโปรแกรมมิ่ง ซึ่งจัดทำโดย CODE.GAME ก็ได้เห็นพ้องกับแนวคิดของรัฐบาลไทย โดยน้ำ “โลกสีเขียว” ผสานเข้ามาในการแข่งขันนี้ อีกทั้งยังส่งเสริมให้ผู้เข้าแข่งขันนั้นได้ใช้จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์อย่างเต็มที่โดยการใช้ BOX.GAME สร้าง “ประเทศไทยสีเขียว” ขึ้นมา โดยจะมีนักโปรแกรมเมอร์ที่มีฝีมือ จำนวน 60 คน เดินทางจากทั่วประเทศไทยมารวมตัวกันอยู่ที่กรุงเทพฯเพื่อเข้าแข่งขัน ทางเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าพวกเขาจะกลายเป็นพลังอันแข็งแกร่งในการพัฒนาการเขียนโปรแกรมให้ก้าวไกลไปข้างหน้าได้ยิ่งขึ้น” มร.ซ่งซิ่ง กล่าว

สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Codemao หรือการแข่งขันโครงการโปรแกรมมิ่ง ซึ่งจัดโดย CODE.GAME ได้ที่ http://www.code.game และ เฟซบุ๊ค : http://www.facebook/codegame4kids

ซีพีเชื่อในพลังคนรุ่นใหม่ ส่งเยาวชนไทย ประชุมสุดยอดผู้นำเยาวชนระดับโลก ที่กรุงเฮก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/369494

ซีพีเชื่อในพลังคนรุ่นใหม่ ส่งเยาวชนไทย ประชุมสุดยอดผู้นำเยาวชนระดับโลก ที่กรุงเฮก

ซีพีเชื่อในพลังคนรุ่นใหม่ ส่งเยาวชนไทย ประชุมสุดยอดผู้นำเยาวชนระดับโลก ที่กรุงเฮก

วันพฤหัสบดี ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ตัวแทนเยาวชนไทยทั้ง 20 คน ที่จะเข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำเยาวชนระดับโลก ที่กรุงเฮก

ซีพีสานฝัน ปันโอกาส เชื่อในพลังคนรุ่นใหม่ ประกาศส่งตัวแทนเยาวชนคนรุ่นใหม่จากประเทศไทยเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำเยาวชนระดับโลก “One Young World Summit 2018”
ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 17-20 ตุลาคม นี้ ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์เพื่อระดมพลังความคิดสร้างสรรค์พร้อมเปลี่ยนแปลงโลกและประเทศไทยไปสู่ความยั่งยืน คาดว่าจะมีผู้นำเยาวชนรุ่นใหม่เข้าร่วมไม่น้อยกว่า 1,700 คนจากทั่วทุกมุมโลก

เครือเจริญโภคภัณฑ์มีความมุ่งมั่นและเชื่อในพลังคนรุ่นใหม่ เปิดบ้านต้อนรับตัวแทนเยาวชนคนรุ่นใหม่ทั้ง 20 คน จากกลุ่มธุรกิจต่างๆ ในเครือฯและจากองค์กรภายนอก เข้าร่วมเตรียมความพร้อมในงาน CP One Young World 2018 Call to Action เพื่อสร้างแรงบันดาลใจโดยผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ได้เปิดมุมมองความคิดให้ตัวแทนเยาวชนคนรุ่นใหม่ทั้ง20 คน สำหรับบรรยากาศภายในงานเยาวชนคนรุ่นใหม่ได้รับความรู้ จุดประกายความคิด สร้างวิสัยทัศน์ พร้อมเข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำรุ่นใหม่ “One Young World Summit 2018” ครั้งที่ 9 ณ กรุงเฮกประเทศเนเธอร์แลนด์

ศุภชัย เจียรวนนท์

นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดเผยว่าเครือเจริญโภคภัณฑ์เชื่อมั่นในพลังของเยาวชนคนรุ่นใหม่ และมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักการพัฒนาที่ยั่งยืน จึงได้เดินหน้าโครงการ “ซีพีสานฝัน ปันโอกาสสู่ผู้นำรุ่นใหม่ One Young World” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ภายใต้แนวคิด “เชื่อในพลังของคนรุ่นใหม่ในเวทีระดับโลก เพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย และโลกให้ดียิ่งขึ้น”โดยสนับสนุนผู้นำรุ่นใหม่จากกลุ่มธุรกิจต่างๆ ในเครือเจริญโภคภัณฑ์และผู้นำเยาวชนจากองค์กรภายนอก รวม 20 คน เป็นตัวแทนจากประเทศไทยเข้าร่วมในการประชุมสุดยอดผู้นำเยาวชนระดับโลก “One Young World 2018” เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดการเปลี่ยนโลกไปสู่ความยั่งยืนใน 5 ประเด็นปัญหาสำคัญของโลกได้แก่ 1.การศึกษา 2.สิ่งแวดล้อม 3.สุขภาพ 4.สิทธิมนุษยชน และ 5.การบรรเทาปัญหาความยากจนและการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ

“เพราะเครือเจริญโภคภัณฑ์เชื่อมั่นว่าแรงบันดาลใจและองค์ความรู้ต่างๆ จากการประชุม One Young World ซึ่งเป็นที่รวมของพลังความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่จะสามารถกำหนดทิศทางและอนาคตของโลกให้เปลี่ยนแปลงไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นความมุ่งมั่นของเครือเจริญโภคภัณฑ์ในการสร้างคนรุ่นใหม่ให้เติบโตก้าวหน้ามีดีเอ็นเอความเป็นผู้นำและสร้างสรรค์นวัตกรรมรองรับการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้เกิดการพัฒนาสังคมไทยและธุรกิจของเครือฯให้เติบโตอย่างยั่งยืน บนค่านิยมองค์กรที่ถ่ายทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่นภายใต้ค่านิยม 3 ประโยชน์ คือ เพื่อประเทศชาติเพื่อประชาชน และเพื่อองค์กร โดยใช้ยุทธศาสตร์ 3 Hs ได้แก่ Heart : มุ่งมั่นทำธุรกิจด้วยใจที่ยั่งยืน Health : มุ่งมั่นสร้างสังคมที่ยั่งยืน Home : มุ่งมั่นเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ทั้งนี้ เพื่อสอดคล้องกับเป้าหมายขององค์การสหประชาชาติ (SDGs) หรือ Sustainable Development Goals ด้วย”

ทั้งนี้ เครือฯ ได้เตรียมความพร้อมเพื่อเข้าร่วมการประชุม One Young World Summit 2018 โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิดมุมมองต่อ 5 ประเด็นสำคัญของการประชุมในครั้งนี้ อาทิ ไปศึกษาดูงานยัง “มูลนิธิสถาบันออทิสติกไทย” และเยี่ยมชม “หมู่บ้านเกษตรกรรมหนองหว้า” เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ ต่อประเด็นเรื่องการศึกษา และการบรรเทาปัญหาความยากจนและการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นบทบาทและภารกิจด้านความยั่งยืนของเครือเจริญโภคภัณฑ์ในการขับเคลื่อนสังคมโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และยังจะได้รับการฝึกอบรมเพื่อเพิ่มพูนศักยภาพและวิสัยทัศน์ผ่านเวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับเหล่าวิทยากรชั้นนำของประเทศในหัวข้อต่างๆ ณ สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ CP Leadership Institute เป็นเวลาเกือบ 1 สัปดาห์ เพื่อเปิดมุมมองใหม่
ในระดับโลก

การประชุม One Young World Summit มีการจัดประชุมมาแล้วทั้งสิ้น 8 ครั้งครั้งแรกจัดขึ้นในปี พ.ศ.2553 ที่กรุงลอนดอน หลังจากนั้น ได้มีการจัดประชุมนี้อย่างต่อเนื่องที่ ซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์, พิตส์เบิร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา, โจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้, ดับลิน สาธารณรัฐไอร์แลนด์, กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย, ออตตาวา ประเทศแคนาดา, โบโกตา ประเทศโคลัมเบีย ตามลำดับ และมีจุดเด่นคือ เป็นเวทีที่สร้างแบบแผนการดำเนินงานแก่เยาวชนคนรุ่นใหม่ในการคิดและลงมือปฏิบัติในประเด็นปัญหาต่างๆ ที่โลกกำลังเผชิญเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น โดยมีองค์กรธุรกิจชั้นนำกว่า 500 องค์กรทั่วโลก (จากการระบุในนิตยสาร Fortune 500 หรือดัชนีFTSE 100) ให้การสนับสนุนการประชุมOne Young World Summit มาตั้งแต่ต้น อาทิ Google, Facebook, Coca-Cola, Unilever, Barclays เป็นต้น

สำหรับการประชุมสุดยอดผู้นำรุ่นใหม่ “One Young World Summit 2018” คาดว่าจะมีผู้นำเยาวชนรุ่นใหม่เข้าร่วมไม่น้อยกว่า 1,700 คนจากทั่วทุกมุมโลกมารวมกัน ซึ่งจำนวนประเทศที่เข้าร่วมมีมากเทียบเท่ากับประเทศที่เข้าแข่งขันกีฬาโอลิมปิก โดยในการประชุมทุกครั้งจะได้รับเกียรติจากผู้นำระดับโลกอาทิ ศาสตราจารย์มูฮัมหมัด ยูนูส ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ นายจัสติน ทรูโดนายกรัฐมนตรีประเทศแคนาดา อีกทั้ง ยังมีบุคคลที่มีชื่อเสียงในระดับโลกหลากสาขาอาชีพ ที่จะมาร่วมสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้นำเยาวชนจากทั่วโลก พร้อมผนึกกำลังสร้าง
เครือข่ายผู้นำและเยาวชนคนรุ่นใหม่เพื่อผลักดันให้โลกใบนี้ให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน ปัจจุบันมีเครือข่ายผู้นำเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่เกิดขึ้นจากเวทีนี้จำนวนกว่า 9,000 คนทั่วโลก และมีผู้คนมากกว่า 14.6 ล้านคน ที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นจากโครงการที่ดำเนินงานโดยทูตเยาวชน One Young World และในปีนี้พิธีกรชื่อดังจากประเทศไทย วู้ดดี้-วุฒิธร มิลินทจินดายังได้รับเชิญเป็นวิทยากร (Counsellor)ขึ้นแสดงความคิดเห็นในประเด็นความหลากหลายทางเพศ LGBT+ และสิทธิมนุษยชน บนเวทีการประชุมในปีนี้ด้วย

4 หนุ่มผู้หลงใหลในงานศิลปะ เปิดตัว www.koolator.com สร้างแหล่งรวมงานศิลปะออนไลน์รูปแบบใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/369471

4 หนุ่มผู้หลงใหลในงานศิลปะ เปิดตัว www.koolator.com สร้างแหล่งรวมงานศิลปะออนไลน์รูปแบบใหม่

4 หนุ่มผู้หลงใหลในงานศิลปะ เปิดตัว http://www.koolator.com สร้างแหล่งรวมงานศิลปะออนไลน์รูปแบบใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

4 หนุ่ม ยศ สมบูรณ์กุลวุฒิ, ยุทธนา บุญอ้อม, มิ่งมงคล ทวีกุลวัฒน์ และ พลพงษ์ จิระพนธุ์

มิ่งมงคล ทวีกุลวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร,ยศ สมบูรณ์กุลวุฒิ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท คูล เอเจนซี่ จำกัด,ยุทธนา บุญอ้อม ประธานกรรมการ บริษัท แก่น 555 จำกัด และ พลพงษ์ จิระพนธุ์ ประธานกรรมการ บริษัท ฮาร์ทเวิร์ค จำกัด จับมือจัดงานเปิดตัว “KOOLATOR: ONLINE ART GALLERY” สร้างแหล่งรวบรวมภาพ Re-Master ของศิลปินที่มีชื่อเสียงในประเทศไทยไว้มากที่สุดบนโลกออนไลน์รูปแบบใหม่ครั้งแรกของประเทศไทย โดยงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ณ บริเวณชั้น 2-4 วีว่ามาร์เก็ต ทองหล่อ ท่ามกลางบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความชื่นมื่นของบรรดาเพื่อนผองน้องพี่เซเลบริตี้, ดารา และศิลปิน พร้อมแขกวีไอพีตบเท้าเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

ปัณพัท เตชเมธากุล

ความเป็นมาของ www.koolator.com เกิดมาจากการที่ 4 หนุ่มผู้หลงใหลในงานศิลปะ อยากได้ภาพศิลปะสวยๆ ลิมิเต็ดอิดิชั่นที่มีคาแร็กเตอร์ของภาพชัดเจน มีลายเส้นของศิลปินมีชื่อเสียง
ในวงการของเมืองไทย ที่บ่งบอกถึงความเป็นตัวตนของศิลปินท่านนั้นๆ อย่างชัดเจนมาประดับตกแต่งคอนโดฯและตกแต่งบ้าน ที่สำคัญราคาต้องไม่แพง สามารถจับต้องได้ ขณะเดียวกันไม่มีเวลาไปเดินช็อปปิ้งภาพวาดตามงานจัดแสดงภาพศิลปะต่างๆ ความต้องการเหล่านี้นี่เองที่ทำให้ ทั้ง 4 หนุ่มจึงได้มานั่งจับเข่าคุยกันอย่างจริงจัง เพราะมีความเชื่ออีกว่า ในวงการศิลปะของเมืองไทยก็มีศิลปินมากฝีมือไม่น้อย ที่ไม่มีพื้นที่จัดแสดงภาพของตนเองเช่นเดียวกันจึงทำให้ www.koolator.com เกิดขึ้นมา และตั้งใจสร้างให้เป็นแหล่งรวบรวมภาพ Re-Master ของศิลปินมีชื่อเสียงในประเทศไทยไว้มากที่สุดบนโลกออนไลน์รูปแบบใหม่ครั้งแรกของประเทศไทย ซึ่งงานศิลปะที่หลากหลายนี้จะทำให้คุณได้เสพงานศิลป์เคล้ากลิ่นความอาร์ตได้อย่างเพลิดเพลินที่เดียวที่สามารถสั่งซื้อผลงานจากศิลปินที่ชื่นชอบได้อย่างง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัส ซึ่งภาพรีมาสเตอร์แต่ละภาพ สามารถเลือกขนาดตามที่ต้องการได้และจะมีการรีมาสเตอร์ภาพแต่ละภาพจำนวนจำกัดไม่มากนัก

ปิยนาฏ ต้นมาลี

ภายในงานนี้ มีไฮไลท์ นำภาพRe-Master ของศิลปินมีชื่อเสียงในประเทศไทยมาจัดแสดง อาทิ ภาพจากศิลปิน ทวีศักดิ์ ศรีทองดี (Lolay),กงพัฒน์ ศักดาพิทักษ์ (Ong Kongpats),ปัณพัท เตชเมธากุล (Yoon), กันตภณ เมธีกุล(Gongkan), อารักษ์ อ่อนวิลัย (Sahred Toy), พฤษ์พล มุกดาสนิท (MMFK), พิเชฐ รุจิวรารัตน์ (TIKKYWOW), ชนารดี ฉัตรกุล ณ อยุธยา (Juli Baker and Summer), ปริญญา พิเชษฐศิริพร (Benzilla),ปิยนาฏ ต้นมาลี (Kapi) นอกจากนี้บรรดาศิลปิน Koolator ยังถ่ายทอดความรู้สึกประทับใจที่ได้มาร่วมงาน สื่อออกมายังภาพวาด ส่งต่อความสุข ซึ่งแต่ละท่านก็มีภาพวาดที่เป็นเอกลักษณ์มีลายเส้นของตัวเองชัดเจนสามารถเข้าไปชมภาพอาร์ตสวยๆ ได้ที่ www.koolator.com

ปริญญา พิเชษฐศิริพร

ปริญญา พิเชษฐศิริพร

ดนัย สรไกรกิตติกูล

ดนัย สรไกรกิตติกูล

วันทิตา ลิ่วเฉลิมวงศ์

วันทิตา ลิ่วเฉลิมวงศ์

ลสา โสภณพนิช

ลสา โสภณพนิช

พิเชฐ รุจิวรารัตน์

พิเชฐ รุจิวรารัตน์

อารักษ์ อ่อนวิลัย

อารักษ์ อ่อนวิลัย

โอเรียนทอล พริ้นเซส จับมือ วทานิกา เปิดตัวกระเป๋าสุดเก๋ ‘โอเรียนทอล ชิค’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/369500

โอเรียนทอล พริ้นเซส จับมือ วทานิกา เปิดตัวกระเป๋าสุดเก๋ ‘โอเรียนทอล ชิค’

โอเรียนทอล พริ้นเซส จับมือ วทานิกา เปิดตัวกระเป๋าสุดเก๋ ‘โอเรียนทอล ชิค’

วันพฤหัสบดี ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

โอเรียนทอล พริ้นเซส (Oriental Princess) มุ่งสู่การเป็นไลฟ์สไตล์ แบรนด์ เปิดตัวกระเป๋าซิกเนเจอร์ในชื่อ “โอเรียนทอล พริ้นเซส วีด้า แอนด์ แวนด้า ซิกเนเจอร์ แบ็กส์ ดีไซน์ บาย วทานิกา” (Oriental Princess Veda and Vanda Signature Bags Designed by VATANIKA) โดยมี วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา ดีไซเนอร์เจ้าของแบรนด์ VATANIKA แฟชั่นไอคอนระดับท็อปของเมืองไทย ร่วมออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ “โอเรียนทอล ชิค” (Oriental Chic) โดดเด่นด้วยการผสานกลิ่นอายแห่งแฟชั่นและสีสันความงามแห่งโลกตะวันออก อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของโอเรียนทอล พริ้นเซส เข้ากับสไตล์อันโฉบเฉี่ยวและมั่นใจของแบรนด์ VATANIKA ได้อย่างลงตัว

อภัยพร ศรีสุข ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท โอ.พี.เนเชอรัล โปรดักส์ จำกัด กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 28 ปีที่โอเรียนทอล พริ้นเซส ยึดมั่นในปรัชญาของแบรนด์ในการเข้าใจผู้หญิงและรู้ดีว่าผู้หญิงแต่ละคนมีความงาม และไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันเราจึงสนับสนุนให้ผู้หญิงกล้าและมั่นใจที่จะสวยในแบบของตัวเอง ผ่านการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของแบรนด์ซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นจากการผสมผสานไลฟ์สไตล์ของผู้หญิงเอเชียเข้ากับเทรนด์ความงามในแต่ละยุคสมัย ครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์ในกลุ่มสกินแคร์ กลุ่มความหอม กลุ่มสีสัน และกลุ่มไลฟ์สไตล์ทำให้โอเรียนทอล พริ้นเซส เป็นแบรนด์ที่ได้การตอบรับเป็นอย่างดีจากสาวๆ ทั่วประเทศ และเพื่อเป็นการเติมเต็มทุกความสวยให้กับสาวๆ ในปีนี้ โอเรียนทอลพริ้นเซส จึงมุ่งสู่ความเป็น “ไลฟ์สไตล์ แบรนด์” ที่เราจะไม่เพียงชวนให้ผู้หญิงดูแลแค่ผิวพรรณ หรือการแต่งแต้มสีสันเท่านั้น แต่เราจะมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ช่วยให้ผู้หญิงสวยและมั่นใจขึ้น

“ผลิตภัณฑ์แรกที่เราขอแนะนำ คือผลิตภัณฑ์ในกลุ่มกระเป๋าในชื่อ Oriental Princess Veda and Vanda Signature Bags Designed by VATANIKA เป็นความร่วมมือกับดีไซเนอร์ระดับแถวหน้าของเมืองไทยอย่าง แพร-วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา เจ้าของแบรนด์ VATANIKA ที่มีชื่อเสียงทั้งในแวดวงแฟชั่นเมืองไทยและต่างประเทศ ซึ่งเธอก็สามารถถ่ายทอดลวดลายออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ได้อย่างสวยงามและเข้าถึงแบรนด์อย่างแท้จริงภายใต้คอนเซ็ปต์ “โอเรียนทอล ชิค” เป็นการผสานกลิ่นอายแฟชั่นและสีสันความงามแห่งโลกตะวันออก อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของโอเรียนทอล พริ้นเซส เข้ากับสไตล์อันโฉบเฉี่ยวและความมั่นใจของแบรนด์ VATANIKA โดยเฉพาะกระเป๋า “วีด้า เซซเชิลซิกเนเจอร์ แบ็กส์” ซึ่งเป็นเอ็กซ์คลูซีฟดีไซน์ของโอเรียนทอล พริ้นเซส และ “แวนด้า” ที่มีให้เลือกสรรถึง4 รูปทรงด้วยกัน ได้แก่ กระเป๋าคลัทช์ กระเป๋าครอสบอดี้ กระเป๋าเครื่องสำอางขนาดกลาง และขนาดเล็ก ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของสาวๆ ได้อย่างครบครัน เชื่อว่าจะเป็นอีกหนึ่งบิวตี้ไอเท็มที่ช่วยเติมเต็มลุคในแต่ละวัน ให้ผู้หญิงที่ไม่หยุดสวยทุกคนมีความมั่นใจมากขึ้น”

กระเป๋า “โอเรียนทอล พริ้นเซส วีด้าแอนด์ แวนด้า ซิกเนเจอร์ แบ็กส์ ดีไซน์ บาย วทานิกา” สุดพิเศษผลิตขึ้นจำนวนจำกัดวางจำหน่าย ณ ร้านโอเรียนทอล พริ้นเซส 285 สาขาทั่วประเทศ

สหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์เหนือรุกตลาดไทยด้วยสุดยอดผลิตภัณฑ์จากนม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/369416

สหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์เหนือรุกตลาดไทยด้วยสุดยอดผลิตภัณฑ์จากนม

สหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์เหนือรุกตลาดไทยด้วยสุดยอดผลิตภัณฑ์จากนม

วันพุธ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 14.33 น.

The Dairy Council for Northern Irelandหรือองค์กรส่งเสริมการบริโภคนมและผลิตภัณฑ์จากนมแห่งประเทศไอร์แลนด์เหนือก่อตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการบริโภคนมและผลิตภัณฑ์จากนม เป็นเวลากว่าหลายทศวรรษแล้วที่องค์กรแห่งนี้ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางสื่อสารข้อมูลเกี่ยวกับนมและผลิตภัณฑ์จากนมที่เป็นประโยชน์ให้แก่ผู้บริโภค อาทิ ข้อมูลทางโภชนาการ, คุณประโยชน์, ปริมาณที่แนะนำในการบริโภค อีกทั้งยังเป็นสื่อกลางสำคัญในการประชาสัมพันธ์ข่าวสาร และอัพเดทผลการวิจัยที่เชื่อถือได้ให้กับนักวิจัยในสายงานเกี่ยวข้องทั่วโลก ภายใต้การควบคุมดูแลมาตรฐานที่เคร่งครัดเพื่อผู้บริโภคแห่งสหภาพยุโรป (European Union)The Dairy Council for Northern Irelandรับรองว่านมและผลิตภัณฑ์จากนมจากสหราชอาณาจักรผลิตขึ้นด้วยกรรมวิธีที่พิถีพิถันเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพเยี่ยม พร้อมคุณค่าทางโภชนาการที่ครบถ้วน โดยในแต่ละปีส่งออกนมและผลิตภัณฑ์จากนมมากกว่าปีละ 1,000 ล้านลิตร

ไมค์ จอห์นสตัน ประธานองค์กรส่งเสริมนมและผลิตภัณฑ์จากนมแห่งประเทศไอร์แลนด์เหนือ The Dairy Council for Northern Ireland กล่าวว่า “องค์กรส่งเสริมการบริโภคนมและผลิตภัณฑ์จากนมแห่งประเทศไอร์แลนด์เหนือได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากสหภาพยุโรปเพื่อขยายอุตสาหกรรมการส่งออกนมและผลิตภัณฑ์จากนมไปยังหลายประเทศทั่วโลก เล็งเห็นถึงความสามารถในการเติบโตของตลาดผลิตภัณฑ์จากนมในกลุ่มประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะประเทศไทย มุ่งเน้นการทำธุรกิจในรูปแบบ business-to-business หรือ B2B โดยภายในปี 2563 ตั้งเป้าอัตราการเติบโตของตลาดผลิตภัณฑ์นมในประเทศไทยขึ้นเป็น 10 เปอร์เซ็นต์”

สหราชอาณาจักรตระหนักถึงพันธะสัญญาต่อผู้บริโภคในการผลิตนมและผลิตภัณฑ์จากนมให้ได้คุณภาพสูงสุดภายใต้การควบคุมดูแลของสหภาพยุโรปดังนั้นจึงให้ความสำคัญกับมาตรการตรวจสอบในทุกขั้นตอน อาทิ การลงทะเบียนและเข้ารับการตรวจสอบจากกระทรวงการเกษตรและสิ่งแวดล้อมของฟาร์มโคนมและโรงงานบรรจุ, การตรวจสอบวัตถุดิบที่จะนำมาใช้เป็นอาหารโคนม, การจัดส่งนมสด, กระบวนการแปรรูป, และ การจัดจำหน่าย อย่างสม่ำเสมอเพื่อการันตีคุณภาพและความปลอดภัยตามมาตรฐาน

นอกเหนือจากข้อกำหนดทางด้านมาตรฐานและการตรวจสอบต่าง ๆแล้ว ภูมิประเทศและภูมิอากาศ อีกทั้งประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์นมอีกด้วย

สหราชอาณาจักรตั้งอยู่ในภูมิภาคที่มีฝนตกชุกซึ่งเอื้อต่อการเจริญเติบโตของหญ้าเขียว อาหารหลักและแหล่งอาหารสำคัญของโคนม ดังนั้นจึงสามารถปลูกหญ้าเขียวให้เพียงพอต่อจำนวนโคนมได้ตลอดทั้งปีโดยไม่ต้องใช้สารเคมีในการเร่งการเจริญเติบโต ผู้บริโภคจึงมั่นใจได้ว่าโคนมได้รับสารอาหารเพียงพอเพื่อผลิตน้ำนมที่มีคุณค่าครบถ้วน

หากกล่าวถึงความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมแล้ว ฟาร์มโคนมและโรงงานบรรจุในสหราชอาณาจักรล้วนแต่เป็นกิจการที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น โดยสั่งสมประสบการณ์มาอย่างยาวนาน จนเรียกได้ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญและบริษัทคู่ค้าที่สำคัญในการผลิตและส่งต่อผลิตภัณฑ์ไปยังผู้บริโภค นมและผลิตภัณฑ์จากนมจากสหราชอาณาจักรผลิตและส่งออกไปยัง 80 ประเทศทั่วโลกหากกล่าวถึงเคล็ดลับความสำเร็จ ก็คงเป็นการตั้งมาตรฐานคุณภาพที่สูงและคงที่เพื่อผลประโยชน์ของผู้บริโภคประกอบกับกรรมวิธีผลิตอันพิถีพิถันเพื่อให้ได้นมและผลิตภัณฑ์จากนมที่ดีมีคุณภาพสูงสุด

เป็นเวลากว่า 20 ปีแล้วที่นมและผลิตภัณฑ์จากนมจากสหราชอาณาจักรส่งออกมายังประเทศไทย ตกลงร่วมมือทำธุรกิจกับบริษัท สยามฟู้ดส์ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าประเภทอาหารสดและอาหารแช่แข็งคุณภาพพรีเมี่ยมโดยมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าหลักคือลูกค้ารายใหญ่ซึ่งเป็นผู้ประกอบกิจการร้านอาหาร, โรงแรม, และผู้ผลิตอาหารทั่วราชอาณาจักร

เกี่ยวกับ Dairy Council for Northern Ireland

The Dairy Council for Northern Irelandหรือองค์กรส่งเสริมการบริโภคนมและผลิตภัณฑ์จากนมแห่งประเทศไอร์แลนด์เหนือตั้งอยู่ที่เมืองเบลฟาสต์ ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของอุตสาหกรรมนมและผลิตภัณฑ์จากนมแห่งประเทศไอร์แลนด์เหนือ เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับคุณประโยชน์ที่มากมายจากผลการวิจัยต่างๆ, งานสัมมนา, และแคมเปญที่จัดขึ้นเพื่อโน้มน้าวให้ประชาชนหันมาบริโภคนมและผลิตภัณฑ์จากนมให้มากขึ้นศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.dairycouncil.co.uk

ผลิตภัณฑ์วางจัดจำหน่ายที่ศูนย์จำหน่ายสินค้า Makro(แม็คโคร) ทั่วประเทศติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ www.addedvaluedairyproduct.eu

เผยโฉม 20 ทริปสายกิน 55 เมืองรอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/369260

เผยโฉม 20 ทริปสายกิน 55 เมืองรอง

เผยโฉม 20 ทริปสายกิน 55 เมืองรอง

วันพุธ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ Hotel Quickly, Air Asia,Major Cineplex และ Plan B ประกาศผล20 สุดยอดทริปสายกินที่ต้องตามรอยในโครงการ Locallicious หรือโครงการจัดประกวด Thailand Food Tourism Challenge เปิดโอกาสให้ประชาชนในสาขาอาชีพต่างๆ ส่งทริปกินสุดว้าวที่ทุกคนต้องตามรอยตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาจนได้ 20 ทริปสุดว้าวที่เข้ารอบจากผลโหวตโดยมหาชนและผลตัดสินจากคณะกรรมการ โดยมีการประกาศผลผู้เข้ารอบไปเมื่อเร็วๆ นี้ในงาน “Thailand Food Tourism Mart” พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ไปสัมผัสจริงและเป็นการเฟ้นหาผู้ชนะเลิศของโครงการจากทริปที่มียอดจองสูงที่สุด

นายนพดล ภาคพรต รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า โครงการดังกล่าวได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อเน้นโปรโมตเส้นทางอาหารถิ่น เรียนรู้วัตถุดิบและวัฒนธรรมด้านอาหารร่วมกับเชฟชุมชน โดยมีวัตถุประสงค์กระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวใน 55 เมืองรองทั่วประเทศ ยกระดับแหล่งท่องเที่ยวเมืองรองโดยใช้อาหารเป็นเครื่องมือในการทำ Destination Marketing ผลักดันสินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของแต่ละจังหวัดให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง พัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอาหาร Food Tourism ให้เป็นจุดขายทางการตลาด และกระจายโอกาสเชิงรายได้ลงสู่เมืองรอง

“ทริปกินสุดว้าวที่ส่งร่วมประกวดจาก 155 ทีม เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่ามีผู้คนในประเทศจำนวนมากที่มีความต้องการผลักดันการท่องเที่ยวให้ลงไปสู่ชุมชน โดยทริปทุกทริปได้ผ่านการพัฒนาและสร้างสรรค์มาจากการลงเที่ยวจริง จากคนในชุมชนจริงๆ หรือแม้แต่จากเจ้าของถิ่นนั้นจริงๆ ซึ่งทำให้แต่ละทริปมีความน่าเชื่อถือและแสดงออกถึงอัตลักษณ์ของชุมชนได้อย่างแท้จริงและชัดเจน ในส่วนของ ททท. เองมีภารกิจคือการผลักดันให้ทุกทริปเกิดการขายจริง และสามารถสร้างรายได้ที่แท้จริงแก่ผู้เข้าประกวดรวมถึงชุมชนต่างๆในที่สุด”

โดย 20 ทริปสำหรับสายกินที่เข้ารอบ ประกอบด้วย เส้นทางท่องกิน ถิ่นใต้จ.นครศรีธรรมราช, Eat green X Meet local จ.ปราจีนบุรี, tast of uthaithani จ.อุทัยธานี, หนองบัวลำภู เมืองที่ถูกลืม จ.หนองบัวลำภู, The Hidden Cuisine ตอน อาหาร ขุนเขา และไอหมอกที่ผาหมีจ.เชียงราย, 2 คืน 3 วันเที่ยวสุพรรณฯ หรรษากว่าที่คิด จ.สุพรรณบุรี, กินแม่สอด เที่ยวพบพระ จ.ตาก, เชียงราย “นอนกลางดิน กินกลางดอย” จ.เชียงราย,จกปลาร้า คลุกข้าวแดง นอนตะแคงแดนแสปยา จ.ชัยนาท, แบกเป้ไปอู่ทอง ส่องลาวครั่งบนฝั่งสยาม จ.อุตรดิตถ์, โน้นนี่น่าน…ก็อร่อย!! จ.น่าน, แซ่บคั่ก ริมของ จ.อุบลราชธานี, Food Connection Trip จ.เชียงราย, ท่องเที่ยว Have fun สีสันจันทบูรณ์ จ.จันทบุรี, กินข้าวบ้านกูเมาะ จ.สุโขทัย, คีรีวงกต จ.อุดรธานี, เฮ็ดแบบอีสาน อยู่แบบอีสาน จ.สกลนคร, ตราดสไตล์ 2018จ.ตราด, แอ่วผ่อนา พาไปกิ๋น (บ่าหนัด)in นางแล จ.เชียงราย และ ผจญภัยตามล่าอาหารสุดว้าว เมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์

ภายในงาน Thailand Food Tourism Mart ยังได้มีการประกาศผลทริปชนะเลิศจากผลตัดสินคณะกรรมการได้รับรางวัลเงินสด 100,000 บาท ได้แก่ทริป “เส้นทางท่องกิน ถิ่นใต้นครศรีธรรมราช” มีไฮไลท์ของคือการพานักท่องเที่ยวไปสัมผัสมนต์เสน่ห์ 5 อาของแดนใต้ ทั้ง อากาศ อาหาร อาภรณ์ อารยธรรม และอาราม

ทั้งนี้ โครงการยังจะมีการเฟ้นหาสุดยอดผู้ชนะเลิศอีกครั้งจากผลตัดสินโดยประชาชน ซึ่งคะแนนจะมาจากยอดจองของทริปผ่านเว็บไซต์ของโครงการ สำหรับผู้ที่สนใจอยากเปิดประสบการณ์อาหารถิ่นที่สายกินต้องห้ามพลาดสามารถจองทริปได้แล้วตั้งแต่วันนี้ที่ www.thelocallicious.com หรือเฟซบุ๊ค: The Locallicious

เคล็ดลับของการมีชีวิตยืนยาว สุขภาพดี เริ่มที่ตัวเอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/369233

เคล็ดลับของการมีชีวิตยืนยาว สุขภาพดี เริ่มที่ตัวเอง

เคล็ดลับของการมีชีวิตยืนยาว สุขภาพดี เริ่มที่ตัวเอง

วันพุธ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ศ.พญ.อรพรรณ โพชนุกุล

ญี่ปุ่นเป็นประเทศพัฒนาเร็ว แต่ปัจจุบันมีผู้สูงวัยเต็มไปหมดกระนั้นความขยัน และหัวสมองที่ชาญฉลาด ก็ไม่ปล่อยให้ว่างเปล่านำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อรองรับประชากรสูงวัย โดยเฉพาะอาหารทางการแพทย์ ล่าสุด มร.ชินซึเกะ ยุอาสะและ ธนัญ สันตโยดม ประธานกรรมการ บริษัท ไทยโอซูก้าจำกัด จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ผลิตภัณฑ์ ONCE PRO ที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ เหมาะสำหรับผู้ต้องการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และผู้ที่ต้องการดูแลรักษาสุขภาพ ที่สำคัญผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชีนวัตกรรมไทย

ในงานได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์แพทย์หญิงอรพรรณโพชนุกุล รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านภูมิแพ้ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ร่วมงานเผยหลัก 4 E มาตรการป้องกันโรคด้วยไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ทำได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง พร้อมทั้งครอบครัวของ ณัฐวุฒิ ศรีหมอก หรือ “กอล์ฟ ฟักกลิ้ง ฮีโร่” ประสบการณ์จริง เผชิญโรคเบาหวานมาหลายปี เคยมีค่าดัชนีน้ำตาลพุ่งสูงถึง 700 มีอาการ มึน วูบ หมอสั่งคุมอาหาร แต่ก็ไม่เชื่อฟัง คิดว่าถ้าควบคุมอาหาร จะไม่มีความสุขยอมตายดีกว่า กระทั่งวันหนึ่งเห็นภรรยาตั้งท้องก็เป็นจุดเปลี่ยนเมื่อเร็วๆ นี้ ที่ ห้องบอลรูม โรงแรมเซนท์ รีจิส

มร.ชินซึเกะ ยุอาสะ เผยว่า “ที่ผ่านมา ภาวะผู้ป่วยเบาหวานมากขึ้นเนื่องจาก พฤติกรรมการดำรงชีวิต ที่เร่งรีบ จนขาดการออกกำลังกาย และการรับประทานอาหาร ที่ยังทานอาหารโดยไม่คำนึงถึงสุขภาพ ทำให้กลุ่มผู้ป่วยเบาหวานเพิ่มมากขึ้น และความเอาใจใส่ในด้านโภชนาการของคนไทยอยู่ในเกณฑ์ที่ดีพอเพราะบางคนเลือกที่จะรับประทาน และเมื่อป่วย ค่อยกินยารักษา ไม่เน้นที่ป้องกันแต่แรก แต่ในอนาคต ถ้ามีการให้ความรู้ด้านโภชนาการแก่ประชาชนทั่วไปมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ หรือ ภาคประชาชน ก็จะเป็นการป้องกันภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ในกลุ่มผู้ป่วยมีเหล่านี้ ได้ (Prevention) อาจทำให้จำนวนผู้ป่วย เบาหวานลดลง”

ศาสตราจารย์แพทย์หญิงอรพรรณ โพชนุกุล เผยว่า เคล็ดลับของการมีชีวิตยืนยาว สุขภาพดี เริ่มที่ตัวเอง ปรับความคิดในหัว บอกตัวเองว่า เพราะเรามีแค่ชีวิตเดียว เราจึงต้องดูแลอย่างเต็มที่ และทำทุกวันให้มีความสุข ส่วนตัวมีสูตร สมการ 4 Eชอบตั้งสูตร เพราะเป็นแพทย์, อาจารย์สอนนักศึกษาแพทย์,ผู้บริหาร ฯลฯ บอกกับตัวเองว่า แก่ไป ไม่ใช้ยาเยอะ ทีนี้จะทำอย่างไรให้เราแก่ไปแล้วไม่ต้องใช้ยา เรามาเปลี่ยนไลฟ์สไตล์เป็นตัวช่วยเราในอนาคตได้ไหม เกิดเป็นหลัก 4 E นี้ เริ่มจากตนเอง ในชีวิตประจำวัน E exercise ออกกำลังกาย ทำให้เป็นไลฟ์สไตล์ของตัวเองให้ได้ เช่น ตั้งเป้าหมาย อาทิตย์หนึ่ง จะวิ่ง จะเดินกี่รอบ,Eating แต่ก่อนยึด ง่าย สะดวก เอาไว แต่ต้องดูคุณภาพและสารอาหารที่ได้รับด้วย เอาให้ครบห้าหมู่ อย่าอดอาหารเด็ดขาด

Environment สภาพแวดล้อม ทุกอย่างที่แวดล้อมตัวคุณต้องทำให้คุณรู้สึกสดชื่นในแต่ละวัน ดังนั้น เข้าหาสิ่งที่บวก คนคิดบวก คิดดี, Emotion ข้อนี้สำคัญมาก ทุกคนลืมสำรวจสภาพจิตใจ สิ่งนี้เกิดจากภายใน คนทั่วไปจะมองอะไรที่ทำให้เรามีความสุข ไปไขว่คว้าสิ่งนั้น นี่คือจากภายนอกไป อยู่กับตัวเองแล้วสังเกตว่าอะไรที่ทำให้เรามีความสุขจริงๆ กันแน่ หาให้เจอ เพราะแต่ละคนไม่เหมือนกัน เมื่อยึดหลักนี้แล้ว ลงมือทำ ทีนี้ทำอย่างไรให้ไปถึงเป้าหมาย ตอนเริ่มตั้งเป้าเล็กๆ ก่อน แล้วค่อยขยับพอเหนื่อย อย่าท้อ ให้คิดว่าเรากำลังลงทุนกับชีวิตของเราเองจะหยุดได้อย่างไร อาจารย์หมอคอนเฟิร์มสูตรนี้ เพราะใช้กับตัวเองจริงๆ มา 20 ปีแล้ว ทุกวันนี้น้ำหนักยังเท่าเดิมอยู่เลย”

นอกจากนี้ ภายในงานยังได้เห็นภาพน่ารักๆ ของครอบครัวนักแร็พคนดัง “กอล์ฟ ฟักกลิ้ง ฮีโร่” ภรรยา และ “น้องชูใจ” พร้อมเผยประสบการณ์ตรงว่า “แต่ก่อนไม่ค่อยดูแลรักษาสุขภาพของตัวเอง อยากกินอะไรก็กิน ตามใจปาก ขาดการออกกำลังกาย ไม่ได้สนใจอะไรมาก คิดว่าชีวิตเดียว ใช้ให้คุ้ม จากไปก็ไม่เป็นอะไร ไม่ได้เดือดร้อนใคร แต่ถ้าหิวหรืออยาก แล้วไม่ทาน เดือดร้อนตัวเองแน่ ผลก็เลยอย่างที่เห็น อ้วน แล้วก็ค่าน้ำตาลในเลือดสูง เป็นเบาหวานไปตลอด เป็นอุปสรรคมากเพราะเรื้อรัง ต้องคุมด้วยการทานยา ทานไปตลอดก็คงไม่ดี ทีแรกเลยก็ไม่ได้สนใจจะดูแลตัวเองให้ดีขึ้นมากนัก กระทั่งเห็นคนนี้แหล่ะครับ น้องชูใจ จุดเปลี่ยนของผม การมีครอบครัวและลูกสาวน่ารัก ทำให้ผมไม่ยอมจากเขาไปง่ายๆ แล้วก็เป็นแรงบันดาลใจในการแต่งเพลง ไม่อยากให้คนกว่าจะคิดได้ก็เกือบสายไปแล้ว เหมือนผมสื่อสารผ่านเพลง ฟังง่าย กินใจ น่าจะตรงกับคอนเซ็ปต์ชีวิตหลายๆ คน ที่ไม่อยากจากคนที่รักไปง่ายๆ เนื้อเพลงบางส่วนที่ผมชอบและตรงกับใจผมมากเลย เช่นอยากจะอยู่ตรงนี้ให้นานเท่านาน ฉันมีความสุขเมื่อเห็นเธอมีความสุข ไม่ต้องกลัวอะไร, Oh Baby Do it Once Once Once Once, Baby Once Once in a life time ฯลฯ เชื่อผมเถอะ ถ้าคุณรักใครสักคนมันจะเปลี่ยนโลกไปตลอดกาล ถ้าคุณต้องมีชีวิตอยู่เพื่อใครสักคน อย่าให้โรคภัยเป็นอุปสรรคครับ”

มร.ชินซึเกะ ยุอาสะ

มร.ชินซึเกะ ยุอาสะ

ครอบครัว “กอล์ฟ ฟักกลิ้ง ฮีโร่”

ครอบครัว “กอล์ฟ ฟักกลิ้ง ฮีโร่”

เปิดเวที Youth Can! ส่งเยาวชนโสสะ สู่โลกของการทำงาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/369251

เปิดเวที Youth Can! ส่งเยาวชนโสสะ สู่โลกของการทำงาน

เปิดเวที Youth Can! ส่งเยาวชนโสสะ สู่โลกของการทำงาน

วันพุธ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เพื่อการเตรียมพร้อมสู่ตลาดแรงงานในอนาคต โสสะ เปิดเวที Youth Can! เยาวชน เราทำได้ เป็นแคมเปญในระดับนานาชาติ ที่องค์กรเอส โอ เอส สากล มีนโยบายให้ประเทศสมาชิกดำเนินกิจกรรมเพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ และในประเทศไทยเรามูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศสมาชิก ได้จัดกิจกรรม Youth Can! เยาวชน เราทำได้ เป็นครั้งแรกเมื่อวันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม 2561 ที่ผ่านมา ณ ห้องบอลรูม 2 ชั้น 4 โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพ โดยได้รับเกียรติจากพลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานขึ้นเปิดงาน และ บรรยายพิเศษ หัวข้อ “เยาวชนคนรุ่นใหม่กับตลาดแรงงานไทย”

โดย พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว ได้กล่าวว่า ปัจจุบันแรงงานไทยเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานโลกอย่างมาก ทั้งอุตสาหกรรมยานยนต์, อิเล็กทรอนิกส์, ท่องเที่ยว, เกษตร ฯลฯ นอกจากทักษะฝีมือที่ดีเยี่ยมแล้ว คนไทยยังมีความอดทน อัธยาศัยดี และสิ่งที่เราต้องการให้มีสำหรับคนรุ่นใหม่ควบคู่กับทักษะฝีมือ ความชำนาญในสาขาอาชีพ ก็คือความมีระเบียบวินัย มีน้ำใจ มีความรับผิดชอบ อีกทั้งภาษาที่ต้องพัฒนาเพื่อเตรียมความพร้อมสู่โลกไร้พรมแดน ที่แรงงานสามารถทำงานได้ทุกประเทศ”

พลตำรวจตรี นรวัฒน์ เจริญรัชต์ภาคย์ ประธานกรรมการอำนวยการ มูลนิธิโสสะฯ ได้กล่าวถึงการจัดงานในครั้งนี้ว่า “ช่วงที่เด็กๆ โสสะจะออกไป แล้วมีงานทำที่มั่นคงพึ่งพาตัวเองได้ ถือว่าเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของคนคนหนึ่ง ดังนั้นในเวที “Youth Can!” “เยาวชน เราทำได้” ครั้งนี้เป็นการเตรียมความพร้อมให้กับเยาวชนโสสะที่กำลังจะเข้าสู่โลกของการทำงาน เป็นอีกทางหนึ่งที่ทำให้มูลนิธิฯ บรรลุเป้าหมายสูงสุดในการเลี้ยงดู คือ เยาวชนจากโสสะสามารถออกไปประกอบอาชีพและพึ่งพาตัวเองได้ในสังคมต่อไป”

ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวได้มีตัวแทนองค์กรธุรกิจระดับโลกจาก DHL Thailand, IKEA Thailand, Borg Warner เข้าร่วมเป็นพี่เลี้ยงเพื่อให้ความรู้ ถ่ายทอดประสบการณ์ในการทำงานจริงๆ พร้อมแนะแนวทางในการเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ เพื่อเข้าสมัครงานตามสายอาชีพที่ต้องการ

ศิรินทร์ อาศน์ศิลารัตน์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด IKEA Thailand เผยว่า“เวลาสัมภาษณ์เยาวชนเข้าทำงานกับเรา เราไม่ได้ดูที่วุฒิอย่างเดียวแต่เรามองที่ค่านิยมความเป็นองค์กรของเขาก่อนอย่างเป็นคนเรียบง่าย อ่อนน้อมถ่อมตน แต่ก็ไม่กลัวที่จะแสดงความคิดเห็น เวลาเข้าไปทำงานร่วมกันแล้วให้ความรู้สึกเป็นกลุ่มเดียวกัน ที่สำคัญคือความอดทน การทำงานกับเยาวชนที่เพิ่งเข้าสู่โลกของการทำงาน มีปัญหาอยู่บ้าง แต่มันก็ไม่ได้เป็นอุปสรรค เราก็ยังมุ่งมั่นที่จะรับน้องๆ เยาวชนเข้าร่วมงานในแผนกต่างๆ ของอีเกีย ซึ่งหากน้องๆ ตั้งใจและรักที่จะทำงานกับอีเกียยังสามารถเติบโตทั้งสาขาในประเทศ กระทั่งทำงานไปตามสาขาต่างๆ ของอีเกียที่มีเกือบ 400 สาขาทั่วโลก”

ส่วน แบงค์-ทักษ์สุธี วารีผล หนึ่งในเยาวชนจากบ้านเด็กโสสะฯ ที่ปัจจุบันเป็นนักข่าวทางช่อง สมาร์ท SME สตาร์ทรู 49 และยังเป็นพิธีกรอีเว้นท์ซึ่งรับทำเป็นพาร์ทไทม์ แบงค์เป็นเด็กหนุ่มที่ไม่เคยคิดที่จะนั่งรอโอกาส เขาฝึกเป็นนักแสดงหุ่นคนตั้งแต่เรียนอยู่มัธยม และฝึกฝนเป็นพิธีกรตามงานต่างๆ จนมีรายได้จุนเจือตัวเอง

“4 ปีในรั้วมหา’ลัย ที่ผมได้โอกาสจากมูลนิธิเด็กโสสะฯ ผมใช้ชีวิตช่วงนั้นอย่างคุ้มค่าที่สุดใครให้เรียนอะไร ผมเรียน ให้ทำอะไร ผมทำ ในช่วงปี 4 ผมได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมกับทาง DHL มีการแนะนำให้เขียนเรซูเม่ การนำเสนอตัวเองผ่านตัวอักษรให้คนที่ได้อ่านประทับใจและอยากสัมภาษณ์เรามันสำคัญมากๆ จำได้ว่าผมเอาความรู้ครั้งนั้นมาสมัครงาน ซึ่งต้องแข่งกับคนอื่นๆ อีก 3 สถาบัน แต่องค์กรเลือกผมเข้าทำงาน ไม่ใช่เพราะผมเรียนเก่งเกรดดี แต่ด้วยความชัดเจนแตกฉานในสิ่งที่ผมเขียนออกมา ต้องขอบคุณโอกาสในการได้เรียนรู้ที่ทำให้ผมเข้าสู่การทำงานได้สำเร็จ”

ทางมูลนิธิเด็กโสสะฯ หวังว่าเวที Youth Can! เยาวชน เราทำได้ จะทำให้ผู้ที่ต้องการสนับสนุนมูลนิธิเด็กโสสะ แห่งประเทศไทยฯ ได้เข้าใจถึงเป้าหมายของมูลนิธิเด็กโสสะฯ ที่ต้องการให้เด็กได้รับการศึกษาสูงสุด จนออกไปประกอบอาชีพเลี้ยงดูตัวเองได้ เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพและคุณธรรม ของสังคมไทยต่อไป สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารของมูลนิธิเด็กโสสะฯ ได้ที่ http://www.facebook.com/SOSthailand หรือ http://www.sosthailand.org หรือ โทร.02-3801177

คอนเสิร์ตการกุศล‘วาโก้โบว์ชมพู สู้มะเร็งเต้านม’ มอบ 4 ล้านบาทช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งเต้านมยากไร้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/369230

คอนเสิร์ตการกุศล‘วาโก้โบว์ชมพู สู้มะเร็งเต้านม’ มอบ 4 ล้านบาทช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งเต้านมยากไร้

คอนเสิร์ตการกุศล‘วาโก้โบว์ชมพู สู้มะเร็งเต้านม’ มอบ 4 ล้านบาทช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งเต้านมยากไร้

วันพุธ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ทั้ง 3 ศิลปินย้ำความสำคัญของการตรวจมะเร็งเต้านม

จบลงแล้วอย่างประทับใจพร้อมอิ่มบุญกับคอนเสิร์ตการกุศล “Wacoal Pink Ribbon Charity Concert” ครั้งแรกของผลิตภัณฑ์ชุดชั้นในวาโก้ ภายใต้โครงการ “วาโก้โบว์ชมพู สู้มะเร็งเต้านม” เพื่อระดมทุนช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งเต้านมยากไร้ นำโดยนักร้องที่ฮอตที่สุดในขณะนี้ เป๊ก-ผลิตโชค อายนบุตรพร้อม 2 ศิลปินรับเชิญพิเศษ แก้ม-วิชญานี เปียกลิ่น และ ป๋อมแป๋ม-นิติ ชัยชิตาทร ที่มาร่วมร้อง-เล่น-เต้น-โชว์ แบบไม่มีใครยอมใคร เพื่อมอบความสุขให้กับแฟนเพลง และเป็นการขอบคุณทุกคนที่มาร่วมทำบุญกันในครั้งนี้ ณ GMM Live House ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

นายธรรมรัตน์ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการและรองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เผยว่า “รู้สึกยินดีและขอขอบคุณแฟนคลับของศิลปินทุกคนและผู้มีจิตกุศลที่ให้การตอบรับคอนเสิร์ตการกุศลครั้งแรกของวาโก้เป็นอย่างดี หลังจากเปิดจำหน่ายบัตรจำนวน 2,000 ใบ ก็ขายหมดทันทีใน 10 นาทีเท่านั้น โดยวาโก้จะมอบรายได้ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่าย รวม 4,000,000 บาท เพื่อช่วยเหลือเรื่องการดูแลรักษาผู้ป่วยมะเร็งเต้านมยากไร้ ให้กับสมาคมโรคมะเร็งแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ มูลนิธิรามาธิบดีในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนฯ และมูลนิธิสถาบันมะเร็งแห่งชาติต่อไป”

ทั้งนี้ โครงการ “วาโก้โบว์ชมพู สู้มะเร็งเต้านม” ได้ดำเนินภารกิจต่อเนื่องมายาวนานถึง 18 ปี ด้วยปณิธานตั้งมั่นที่จะช่วยเหลือสังคมเพื่อให้ผู้หญิงไทยห่างไกลและปลอดภัยจากมะเร็งเต้านม นอกจากจะรณรงค์สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับอันตรายของมะเร็งเต้านมแล้ว ยังกระตุ้นให้ทุกคนหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ด้วยการหมั่นตรวจคลำเต้านมด้วยตนเองทุกเดือน ควบคู่ไปกับการตรวจแมมโมแกรมทุกปี และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตเพราะโรคนี้หากตรวจพบเร็วก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายมากขึ้น

อีกทั้งยังได้ระดมทุนหารายได้เพื่อต่อลมหายใจแก่ผู้ป่วยยากไร้มาโดยตลอดผ่านกิจกรรมลักษณะต่างๆ ครอบคลุมทั้งการป้องกัน การรักษา และการสร้างสมดุล เช่น การจัดสัมมนาการออกบูธนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับมะเร็งเต้านมและการตรวจสุขภาพเต้านมอย่างถูกวิธี การบริจาคทุนสนับสนุนงานวิจัยต้านมะเร็งเต้านม กิจกรรมจิตอาสาเย็บหมวกเพื่อผู้ป่วยมะเร็งเต้านมการจำหน่ายของที่ระลึกชุดพิเศษ การสนับสนุนทุนทรัพย์เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ การบริจาคบาลานซ์ซิ่งบราหรือชุดชั้นในเพื่อผู้ได้รับการผ่าตัดมะเร็งเต้านมพร้อมเต้านมเทียม การบริจาครถเอกซเรย์เต้านมเคลื่อนที่ DMMU (Digital Mammography Mobile Unit) คันแรกของประเทศไทย การจัดสร้างศูนย์มะเร็งเต้านมณ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ฯลฯ จนมาถึงคอนเสิร์ตการกุศลครั้งนี้ที่วาโก้จัดขึ้น และประสบความสำเร็จจากการขายบัตรคอนเสิร์ต ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมยากไร้จำนวนมากได้มีโอกาสกลับไปมีชีวิตที่เป็นสุขอีกครั้ง

ด้าน นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ และนายกสมาคมโรคมะเร็งแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ กล่าวว่า “ปัจจุบันมะเร็งเต้านมยังคงครองแชมป์โรคมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 1 ในผู้หญิงไทย เห็นได้จากการที่ทุกปีจะพบผู้ป่วยรายใหม่มากกว่า 13,000 รายโดยผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ทุกช่วงมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้ได้ทุกคน โดยเฉพาะกลุ่มที่อายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป จึงอยากให้ทุกคนหันมาดูแลสุขภาพและไปพบแพทย์ทันทีที่พบสิ่งผิดปกติบริเวณเต้านม เพราะผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่เสียชีวิตมักมาพบแพทย์เมื่อมะเร็งเต้านมได้ลุกลามและแพร่กระจายแล้ว ในโอกาสนี้จึงขอเป็นตัวแทนผู้ป่วยมะเร็งเต้านมยากไร้ที่อยู่ในการดูแลของทางสมาคมฯ และสถาบันมะเร็งแห่งชาติกล่าวขอบคุณที่ผู้มีจิตศรัทธาได้มาร่วมบุญกันในครั้งนี้”

ด้าน เป๊ก-ผลิตโชค อายนบุตร เผยความรู้สึกว่า “ยินดีมากที่ได้มีโอกาสทำอะไรดีๆ เพื่อต่อลมหายใจให้กับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมร่วมกับแฟนเพลงทุกคน และอยากให้งานคอนเสิร์ตในครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งเสียงและหนึ่งกำลังใจให้ผู้หญิงทุกคนหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพตัวเองและคนที่คุณรัก เพื่อห่างไกลจากโรคมะเร็งเต้านม และมีชีวิตอยู่เพื่อทำสิ่งดีๆ กลับคืนสู่สังคมต่อไป”

มอบรายได้ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่าย จำนวน 4 ล้านบาท ช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งเต้านมยากไร้

มอบรายได้ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่าย จำนวน 4 ล้านบาท ช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งเต้านมยากไร้

วันพระราชทานกำเนิดโรงพยาบาล สมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา ครบ 116 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/369264

วันพระราชทานกำเนิดโรงพยาบาล สมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา ครบ 116 ปี

วันพระราชทานกำเนิดโรงพยาบาล สมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา ครบ 116 ปี

วันพุธ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

พิธีทำบุญตักบาตรพระภิกษุสงฆ์ จำนวน 117 รูป

เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าสภากาชาดไทยได้มีการจัดงาน “วันพระราชทานกำเนิดโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา ครบ 116 ปี” ขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ โดยมี ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์ศักดิ์ชัย ลิ้มทองกุลผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย และรักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานกลาง สภากาชาดไทย เป็นประธานในพิธี กิจกรรมภายในงานประกอบด้วยพิธีทำบุญตักบาตรพระภิกษุสงฆ์ จำนวน 117 รูป พิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า จากนั้นร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลณ ห้องประชุมลีลาวดี 1 อาคารอนุสรณ์ ๑๐๐ ปี

โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา นอกจากจะเป็นสถานที่สำหรับรักษาพยาบาลที่มีอายุยืนยาว 116 ปี ตามพระราชปณิธานของสมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า แล้ว ยังเปิดให้ประชาชนเข้าชมพิพิธภัณฑ์ที่ตึกพระพันวัสสา ซึ่งเป็นตึกโบราณที่ยังคงอนุรักษ์สถาปัตยกรรมแบบยุโรปประยุกต์ที่สร้างขึ้นสำหรับเมืองร้อน และมีบริการเรือนพักตากอากาศชายทะเล บรรยากาศร่มรื่น เย็นสบายติดชายทะเล โดยตึกพระพันวัสสาและกลุ่มเรือนน้ำ ได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่น ประจำปี 2545 จากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ นอกจากนี้ โรงพยาบาลยังมีการบริการทางการแพทย์ โปรแกรมตรวจสุขภาพ นวดเพื่อสุขภาพ (คลินิกการแพทย์แผนไทยประยุกต์)การรับบริจาคโลหิต ดวงตา อวัยวะ และร่างกายด้วย

สำหรับผู้สนใจเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์หรือสนใจจองเรือนพักตากอากาศชายทะเล สามารถติดต่อได้ที่ ฝ่ายบริหารงานทั่วไป โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา สภากาชาดไทยโทร.038-320200 ต่อ 1313 และ 1000หรือสอบถามข้อมูลทั่วไปได้ที่สายด่วนสภากาชาดไทย 1664

ตึกพระพันวัสสา ในสมัยก่อน

ตึกพระพันวัสสา ในสมัยก่อน

ตึกพระพันวัสสา ในปัจจุบัน ที่ตั้งพิพิธภัณฑ์สมเด็จพระศรี สวรินทิรา บรมราชเทวี

ตึกพระพันวัสสา ในปัจจุบัน ที่ตั้งพิพิธภัณฑ์สมเด็จพระศรี สวรินทิรา บรมราชเทวี

เรือนพักตากอากาศ ในปัจจุบัน

เรือนพักตากอากาศ ในปัจจุบัน