เปิดแล้ว ‘FarmKaidee’ ตลาดเกษตรออนไลน์ช่วยเกษตรกร ซื้อง่าย ขายคล่อง แค่ปลายนิ้วคลิก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/369491

เปิดแล้ว ‘FarmKaidee’ ตลาดเกษตรออนไลน์ช่วยเกษตรกร ซื้อง่าย ขายคล่อง แค่ปลายนิ้วคลิก

เปิดแล้ว ‘FarmKaidee’ ตลาดเกษตรออนไลน์ช่วยเกษตรกร ซื้อง่าย ขายคล่อง แค่ปลายนิ้วคลิก

วันพฤหัสบดี ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

กร ทัพพะรังสี อดีตรองนายกรัฐมนตรี

เปิดตัวเป็นที่เรียบร้อย Farm Kaidee (ฟาร์มขายดี) ตลาดเกษตรออนไลน์เพื่อเกษตรกรไทยทุกคน แฟลตฟอร์มใหม่ของ Kaidee ที่จะทำให้การซื้อ-ขายของออนไลน์เป็นเรื่องง่ายสำหรับเกษตรกรไทย งานนี้ซีอีโอคนเก่ง ทิวา ยอร์ค ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร/เฮดโค้ช Kaideeเดินหน้าพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อการซื้อ-ขาย ตอบโจทย์ทุกเซ็กเม้นท์ของคนไทย ด้วยการนำเทคโนโลยีเขยิบเข้ามาใกล้ชิดเกษตรกรไทย ถือเป็นการทำเพื่อสังคมหนุนเกษตรกรไทยได้มีพื้นที่ซื้อ-ขายบนโลกออนไลน์ที่ง่ายขึ้น โดยได้รับเกียรติจาก กร ทัพพะรังสี อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ ดร.พันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงศ์ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมงานพร้อมเชิญ ม.ล.ขวัญทิพย์ เทวกุล หรือ เชฟป้อมจากรายการมาสเตอร์เชฟ ประเทศไทย มาร่วมพูดคุยหัวข้อ “เทคโนโลยีกับการยกระดับเกษตรกรไทย” ให้เป็นเรื่องง่ายแค่ปลายนิ้วคลิก

นายทิวา ยอร์ค ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร/เฮดโค้ช Kaidee กล่าวว่า “เราเห็นว่าวัยแรงงานส่วนใหญ่ ของไทยยังทำงานอยู่ในภาคเกษตรกรรม คิดเป็นจำนวนกว่า31% ของประชากรวัยแรงงาน และก็เป็นคนกลุ่มนี้ที่มีรายได้ต่อหัวต่อปีต่ำที่สุดของประเทศเรา ผลผลิตจากภาคการเกษตรคิดเป็นเพียงร้อยละ 10 ของผลิตภัณฑ์ มวลรวมในประเทศ )GDP) และเกษตรกรก็ไม่สามารถกำหนดราคาสินค้าได้เอง เพราะราคาสินค้าเกษตรนั้น ตลาดโลกเป็นผู้กำหนด ทาง Kaidee เองพบว่าบนแพลตฟอร์ม Kaidee ก็มีเกษตรกรเข้ามาใช้งานกันอยู่แล้ว จึงเกิดเป็นความตั้งใจที่จะสร้างตลาดออนไลน์ FarmKaidee ขึ้นมาเพื่อพี่น้องเกษตรกรไทย โดยเฉพาะให้เกษตรกรไทยสามารถเข้าถึงผู้บริโภคที่อยู่บนออนไลน์ได้ง่าย ไม่จำเป็นต้อง เสียเวลาทำการตลาดออนไลน์ที่ยุ่งยาก เพราะFarmKaidee สามารถตอบโจทย์สิ่งที่ง่ายที่สุดในการซื้อ-ขายได้ นั่นคือ เป็นตลาดกลางที่ให้ผู้ซื้อและผู้ขายมาเจอกัน“

ม.ล.ขวัญทิพย์ เทวกุล หรือ เชฟป้อม

ภายในงาน ม.ล.ขวัญทิพย์ เทวกุล หรือ เชฟป้อม จากรายการมาสเตอร์เชฟ ประเทศไทย มาร่วมพูดคุยหัวข้อ “เทคโนโลยีกับการยกระดับเกษตรกรไทย” โดยกล่าวว่า รู้สึกแฮปปี้มากที่จะได้สั่งวัตถุดิบโดยตรงแบบสดๆ แบบออนไลน์ เพราะสามารถเลือกแหล่งวัตถุดิบได้ ซึ่งแต่ละที่รสชาติก็จะต่างกัน และช่วงท้าย เชฟป้อม ยังโชว์ปรุงอาหารสดๆ ที่ไม่ผ่านความร้อน กับเมนูทูน่าทาร์ทาร์ มาให้ทุกคนได้ชิมกันในงานอีกด้วย

อีกทั้ง ผู้บริหารและเหล่าคนดังในแวดวงตลาดออนไลน์นอกจากร่วมแสดงความยินดีแล้ว ยังเผยถึงโอกาสของเกษตรกรไทยในการค้าขายผ่านช่องทางออนไลน์ เริ่มที่ ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท วงใน มีเดีย จำกัด เผยว่า “ปลื้มใจแทนเกษตรกร เพราะ Kaidee เป็นแอพพลิเคชั่นด้านอีคอมเมิร์ชอันดับต้นๆ ของไทยอยู่แล้ว ที่มีคนใช้มากมาย และเกษตรกรก็เริ่มใช้กันมาก ที่ทำตรงนี้มาเพื่อให้เกษตรกรได้มาใช้เพิ่มขึ้นอีก เช่น เกษตรกรขายให้กับผู้บริโภค หรือเกษตรกรขายให้กับธุรกิจ หรือแม้กระทั่งเกษตรกรขายกันเอง หรือคนที่อยากจะขายของให้เกษตรกร ก็เป็นไปได้เช่น รถไถ เครื่องจักร ต่างๆ ผมมองว่ามันเป็นโอกาสที่ดีมากๆ ของเกษตรกร และคนที่อยากจะเข้ามาซื้อสินค้าจากเกษตรกร และเป็นช่องทางใหม่ๆ ที่ง่ายต่อการซื้อ-ขายสินค้าด้วยครับ”

ซีอีโอ Kaidee ทิวา ยอร์ค

ปวริศา ชุมวิกรานต์ ผู้บริหารฝ่ายการตลาด LINE MOBILE ประเทศไทย เผยว่า“อยากบอกเกษตรกรว่า วันนี้โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว ซึ่งทาง Kaidee ได้เข้ามาช่วยคุณทำการตลาดโลกออนไลน์ให้ง่ายขึ้น เอาของเข้ามาขายกันได้เลย ใช้ง่าย เพราะมีคนเข้ามาดูต่อวันเยอะมาก และเกษตรกรสามารถซื้อ-ขายกันได้โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางนะคะ”

ชาริณี แชนนอน กัลยาณมิตร ผู้ก่อตั้ง MOXY และปัจจุบันเป็นผู้บริหารสาวเก่งแห่ง Whatsnew เล่าว่า “ดีใจ และภูมิใจที่มี FarmKaidee เพราะปัญหาเรื่องชาวนาหรืออาชีพเกษตรกร ก็มีมานานแล้ว เห็นหลายส่วนก็พยายามเข้ามาช่วยกันแก้ แต่อาจจะไม่ถูกจุด ดีใจที่ FarmKaidee เข้ามาช่วยแก้ปัญหาเรื่องเทคโนโลยีกับเกษตรกร เป็นแอพพลิเคชั่นที่ใช้งานง่าย แค่ถ่ายรูปก็โพสต์ขายของได้เลย และเรื่องการทำการตลาดออนไลน์ ทาง FarmKaidee มีคนเข้ามาดูเยอะมากๆ เป็นล้านคนต่อวัน ก็จะทำให้คนเห็นสินค้าเราง่ายขึ้น คิดว่าจะมาช่วยเกษตรกรให้มีช่องทางหารายได้เพิ่มขึ้นค่ะ”

ยอด ชินสุภัคกุล

นอกจากนี้ ยังมีเหล่าดาราและเซเลบริตี้ยุค4.0 ที่มีความสนใจในเทคโนโลยีเข้าร่วมงานคับคั่ง อาทิ วรรณาสวัสดิกูล, อริยะ พนมยงค์, กฤตธี มโนลีหกุล, สมิตา ธนะโสภณ, ณัฐวุฒิ พึงเจริญพงศ์,ดร.ขวัญ หากทรงกิจพงษ์ รอสส์, ลิน จิตติวาณิชย์, ไมเคิล จิตติวาณิชย์, กรกนก ยงสกุล,ศรัยฉัตร จีระแพทย์, ลินดา ศรีเฟื่องฟุ้ง, ม.ล.ขวัญทิพย์ เทวกุล, ชาคริต แย้มนาม, ตุ๊ก-ชนกวนันท์ รักชีพ, จ๊ะจ๋า-พริมรตา เดชอุดม,แซน-พนมกร ตังทัตสวัสดิ์ และ กิก-ดนัย จารุจินดาเป็นต้น เรียกว่าต่อไปนี้ การซื้อ-ขายของออนไลน์จะเป็นเรื่องง่ายของเกษตรกรไทยทุกคน

เอ็กซ์คลูซีฟดินเนอร์กับเชฟตาม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/369501

เอ็กซ์คลูซีฟดินเนอร์กับเชฟตาม

เอ็กซ์คลูซีฟดินเนอร์กับเชฟตาม

วันพฤหัสบดี ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เชฟตาม- ชุดารี เทพาคำ

โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ ร่วมกับ เชฟตาม-ชุดารี เทพาคำ ผู้ชนะเลิศท็อปเชฟไทยแลนด์ คนแรกของประเทศไทย (Top Chef Thailand) จัดป๊อปอัพดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ วันที่ 18-20 ตุลาคม 2561 เพียง 3 คืน เท่านั้น ณ ห้องอาหารไทย สไปซ์ มาร์เก็ต

เชฟตาม-ชุดารี เทพาคำ เชฟสาวรุ่นใหม่ผู้ชนะเลิศจากการแข่งขันในรายการเรียลิตี้ ท็อปเชฟไทยแลนด์ ปี 2560 เธอเป็นผู้เข้าแข่งขันที่อายุน้อยที่สุดในรายการ (อายุ 24 ปี) เชฟตามจบการศึกษาจาก The International Culinary Center ประเทศสหรัฐอเมริกา และได้ร่วมทำงานกับเชฟแดน บาร์เบอร์ (Dan Barber) เชฟชื่อดัง ณ ร้านอาหาร Blue Hill at Stone Barnsในมหานครนิวยอร์ก ก่อนจะมาลงแข่งขันในรายการนี้

ห้องอาหารไทยสไปซ์ มาร์เก็ต

เอ็กซ์คลูซีฟดินเนอร์ในครั้งนี้ เชฟตาม ได้คัดสรรวัตถุดิบชั้นดีและมีเป็นเอกลักษณ์เฉพาะในแต่ละท้องถิ่นจากทุกภาคของประเทศไทย รังสรรค์ด้วยส่วนผสมสมุนไพรและเครื่องเทศ ให้สอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ของห้องอาหารไทย สไปซ์ มาร์เก็ต โดยจะนำเสนออาหารไทยในรูปแบบที่ทันสมัย เมนูใหม่สำหรับดินเนอร์ 6 คอร์สสุดพิเศษนี้ คือ “เทอร์รีนเป็ดเครื่องเทศลาบเหนือและมูสตับไก่ เสิร์ฟกับขนมปังข้าวก่ำปิ้ง”, “บะหมี่เย็น เสิร์ฟพร้อมซอสปลาทูกลิ่นกระชาย และผักดอง”, “ยำปูม้าใบชะพลู พร้อมซอสแกงคั่วและขมิ้นขาว”, “ไก่ตะเภาทองอบขมิ้น เสิร์ฟกับข้าวเม่าดอยห่อใบขมิ้น และซุปไก่ข้น”, “เนื้อซี่โครงวากิวไทยตุ๋นซอสเครื่องเทศจีน 12 ชั่วโมง เสิร์ฟพร้อมลาซานญ่า ทำจากมันแกวและใบเหลียง” และ “พานาคอตต้าน้ำผึ้งป่าเสิร์ฟกับลูกหม่อนและครัมเบิ้ลน้ำตาลอ้อย” ในราคา 3,500 บาท ++ ต่อท่าน (ราคาไม่รวมเครื่องดื่ม ภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าบริการ)

นอกจากนี้ ยังมีค็อกเทลสูตรพิเศษ สไตล์ทรอปิคอล ปรุงโดยบาร์เทนเดอร์รับเชิญจาก ไทยพิโอก้า(Thaipioka) คุณต่อ-วิภพ จินาพันธ์ และหัวหน้าบาร์เทนเดอร์ บอย-ชาญชัย รอดบำรุง ที่โดดเด่นด้วยการใช้วัตถุดิบจากพืชผักและสมุนไพรของไทย อาทิ “Niam – Kamquat”, “Phraya Old Fashioned”, “Turmeric Thai Tea” และ “Ground Toasted Rice – Yogurt” เพื่อให้ได้รสชาติที่ลงตัวเมื่อทานคู่กับอาหารในค่ำคืนพิเศษนี้

สำรองที่นั่งล่วงหน้าเพียงคืนละ 40 ที่นั่ง 3 คืนเท่านั้น ตั้งแต่ 18-20 ตุลาคม 2561 เริ่มเวลา 18.30 น.ณ ห้องอาหารไทยสไปซ์ มาร์เก็ต ชั้น 1 โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ (รถไฟฟ้า BTS ราชดำริ) โทร.02-1268866 ต่อ 1232 อีเมล์: spicemarket.asia@anantara.com เว็บไซต์ http://www.siam-bangkok.anantara.com

ห่วงวัยรุ่นและวัยทำงานทำพฤติกรรมเสี่ยง เป็นโรคหลอดเลือดสมองตีบเพิ่มมากขึ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/369484

ห่วงวัยรุ่นและวัยทำงานทำพฤติกรรมเสี่ยง เป็นโรคหลอดเลือดสมองตีบเพิ่มมากขึ้น

ห่วงวัยรุ่นและวัยทำงานทำพฤติกรรมเสี่ยง เป็นโรคหลอดเลือดสมองตีบเพิ่มมากขึ้น

วันพฤหัสบดี ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

โรคหลอดเลือดสมองตีบ” หลายคนอาจคิดว่าเป็นโรคไกลตัว เพราะส่วนใหญ่มักเกิดกับผู้สูงอายุ แต่ด้วยวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปในปัจจุบัน ประกอบกับพฤติกรรมการใช้ชีวิต ที่นำพาตนเองไปสู่ปัจจัยเสี่ยงโดยไม่ทันคาดคิด อาทิ การรับประทานอาหาร การสูบบุหรี่ หรือขาดการออกกำลังกายอย่างพอเพียง ทำให้โรคหลอดเลือดสมองตีบสามารถเกิดขึ้นได้กับวัยรุ่นและวัยทำงานมากขึ้น ซึ่งผู้ที่เป็นโรคนี้มักมีอาการรุนแรงบางรายอาจเป็นอัมพฤกษ์หรืออัมพาตได้

พญ.ศุภมาศ วิบูรณ์สุขสันต์ อายุรศาสตร์โรคสมองและระบบประสาท รพ.เวชธานีเผยว่า โรคหลอดเลือดสมองตีบ คือ ภาวะที่เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ทำให้สมองทำงานผิดปกติ สาเหตุอาจเกิดจากการตีบตันของหลอดเลือด อันเนื่องมาจากการเกาะของคราบไขมัน หินปูน หรืออาจเกิดจากลิ่มเลือดอุดตันที่หลอดเลือด โดยผู้ป่วยมักมาพบแพทย์ด้วยอาการผิดปกติของระบบประสาทอย่างเฉียบพลัน ซึ่งอาการและความรุนแรงขึ้นอยู่กับตำแหน่งสมองที่ขาดเลือด โดยส่วนใหญ่แล้วผู้ป่วยมักมาด้วยอาการชาบริเวณใบหน้าครึ่งซีก ปากเบี้ยว ลิ้นแข็ง พูดไม่ชัด แขนขาอ่อนแรง บางรายอาจมาด้วยอาการมองเห็นผิดปกติ เช่น ตามัว เห็นภาพซ้อน เดินเซ สูญเสียการทรงตัว เป็นต้น

พญ.ศุภมาศ วิบูรณ์สุขสันต์

สำหรับปัจจัยเสี่ยงของการเป็นโรคหลอดเลือดสมองตีบ ระหว่างผู้สูงอายุ และวัยรุ่นวัยทำงาน สามารถแบ่งได้เป็น 2 ปัจจัย ได้แก่1.ปัจจัยที่เหมือนกัน และสามารถป้องกันได้เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การรับประทานอาหาร อันก่อให้เกิด ภาวะเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง นอกจากนี้ยังรวมไปถึง การสูบบุหรี่ เป็นต้น 2.ปัจจัยที่แตกต่างกัน และควบคุมไม่ได้ เช่น อายุเมื่ออายุมากขึ้น ความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดสมองตีบก็จะเพิ่มตามขึ้นด้วย แต่ในวัยรุ่นหรือวัยทำงาน จะมีโรคบางโรคที่ส่งผลให้เกิดโรคสมองตีบได้ เช่น โรคหัวใจผิดปกติลิ้นหัวใจผิดปกติ หัวใจเต้นผิดจังหวะ ความผิดปกติของการแข็งตัวของหลอดเลือด หรือ โรคหลอดเลือดผิดปกติจากพันธุกรรม หรือการอักเสบของหลอดเลือด เป็นต้น

ส่วน การตรวจวินิจฉัยโรคหลอดเลือดสมองตีบทั้งในผู้สูงอายุ และวัยรุ่นวัยทำงาน สามารถตรวจได้หลายวิธี ตั้งแต่การตรวจสแกนคอมพิวเตอร์ ฉีดสีดูหลอดเลือด หรือการตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า MRI สมอง เป็นต้น แต่ปัจจุบันมีวิธีที่ง่ายกว่า สามารถทำได้ทันที คือ การตรวจอัลตราซาวนด์หลอดเลือดที่คอ ซึ่งการตรวจนี้สามารถดูได้ทั้งขนาดของหลอดเลือด และเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง รวมถึงสามารถดูคราบหินปูน และคราบไขมันที่เกาะตามเส้นเลือดได้อีกด้วย ซึ่งผู้ที่ควรตรวจด้วยวิธีอัลตราซาวนด์หลอดเลือดที่คอ ได้แก่ผู้ที่มีอาการหลอดเลือดสมองตีบเฉียบพลัน ผู้ป่วยที่แพทย์ตรวจพบเสียงฟู่ผิดปกติที่คอ ทั้งที่อาจจะเคยหรือไม่เคยมีอาการหลอดเลือดสมองตีบมาก่อน ผู้ป่วยที่ต้องการประเมินก่อนการผ่าตัด เพื่อดูความเสี่ยงของการเกิดหลอดเลือดสมองตีบ โดยเฉพาะการผ่าตัดที่มีความเสี่ยงสูง เช่น การผ่าตัดหลอดเลือดและหัวใจ

คนไข้ที่เป็นโรคกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เบาหวานไขมัน ความดันโลหิตสูง หรือคนไข้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหลอดเลือดสมองตีบ

นอกจากนี้ คุณหมอ ได้แนะนำการรักษาโรคหลอดเลือดสมองตีบระยะเฉียบพลันว่าปัจจุบันมีวิธีการรักษาด้วยยาฉีดละลายลิ่มเลือดเข้าทางหลอดเลือดดำ หรือการใส่สายสวนหลอดเลือด ซึ่งเป็นการเปิดหลอดเลือดไปเลี้ยงสมองได้รวดเร็ว ลดความเสี่ยงของการเกิดอัมพฤกษ์หรืออัมพาต ซึ่งการรักษาดังกล่าวจะสามารถทำได้ หากผู้ป่วยมีอาการและมาถึงโรงพยาบาลภายใน 4 ชั่วโมงครึ่ง และ 6 ชั่วโมงตามลำดับ และไม่มีข้อห้ามของการรักษา ดังนั้นหากมีอาการผิดปกติ ที่สงสัยว่าหลอดเลือดสมองตีบตันเฉียบพลัน จึงควรรีบมาโรงพยาบาลทันที

ส่วนการป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดสมองตีบ จะเน้นที่การตรวจหาปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองตีบ หากตรวจพบและรักษาได้เร็ว จะสามารถป้องกันโรคหลอดเลือดสมองตีบได้ รวมไปถึงการงดสูบบุหรี่ และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็สามารถช่วยป้องกันได้เช่นกัน

ภัตตาคารบลู เอเลเฟ่นท์ รังสรรค์เมนูเพื่อสุขภาพ ช่วยเหลือโครงการผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/369483

ภัตตาคารบลู เอเลเฟ่นท์ รังสรรค์เมนูเพื่อสุขภาพ ช่วยเหลือโครงการผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านม

ภัตตาคารบลู เอเลเฟ่นท์ รังสรรค์เมนูเพื่อสุขภาพ ช่วยเหลือโครงการผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านม

วันพฤหัสบดี ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ตำแก่นตะวันลูกยอกับกุ้งแม่น้ำย่าง

เชฟนูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้ ผู้ก่อตั้งโรงเรียนสอนทำอาหารและเชฟแห่งภัตตาคารบลู เอเลเฟ่นท์หนึ่งในฐานะทูตกิตติมศักดิ์ของโครงการรณรงค์ต้านภัยมะเร็งเต้านม เสิร์ฟเมนูเพื่อสุขภาพ“Go Pink with Chef Nooror Menu 2018” นำวัตถุดิบชั้นเยี่ยมแต่ละท้องถิ่นทางภาคใต้มารังสรรค์เป็นเมนูสุดพิเศษ อาทิ เมนูเรียกน้ำย่อยอย่างตำแก่นตะวันลูกยอกับกุ้งแม่น้ำย่าง ตามด้วยแกงกะทิน้ำยาปลาหิมะกับข้าวปุ้น ขนมหวานสาคูรังนกแป๊ะก๊วย นมอัลมอนด์ ตบท้ายเรียกความสดชื่นด้วยเครื่องดื่มน้ำมะม่วงหาวมะนาวโห่ โดยรายได้ส่วนหนึ่งสมทบทุนให้กับ มูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมตลอดเดือนตุลาคมนี้

สาคูรังนกแป๊ะก๊วยนมอัลมอนด์

สาคูรังนกแป๊ะก๊วยนมอัลมอนด์

การแสดงดนตรีถวายความรำลึก ‘49 in Memory-ในความทรงจำนิรันดร์’ ครบรอบ 2 ปีแห่งการสวรรคต ในหลวง รัชกาลที่ 9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/369512

การแสดงดนตรีถวายความรำลึก ‘49 in Memory-ในความทรงจำนิรันดร์’ ครบรอบ 2 ปีแห่งการสวรรคต ในหลวง รัชกาลที่ 9

การแสดงดนตรีถวายความรำลึก ‘49 in Memory-ในความทรงจำนิรันดร์’ ครบรอบ 2 ปีแห่งการสวรรคต ในหลวง รัชกาลที่ 9

วันพฤหัสบดี ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เนื่องในโอกาสวันครบรอบ 2 ปี วันคล้ายวันสวรรคต (13 ตุลาคม 2561) ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร คณะมนุษยศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สถานเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ ประจำประเทศไทย มูลนิธิคีตรัตน์ ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม และ ดิ เอ็มควอเทียร์ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด จัดงานแถลงข่าวการแสดงดนตรีถวายความรำลึก “49 in Memory-ในความทรงจำนิรันดร์” เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และสืบสานเรื่องราวพระเกียรติคุณทางด้านดนตรี ให้เป็นที่ประจักษ์และจดจำต่อชนรุ่นหลังสืบไป โดยมี ฯพณฯ เกส ปีเตอร์ ราเดอ เอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ ประจำประเทศไทย พร้อมด้วย รศ.ดร.กิติมา อินทรัมพรรย์ คณบดีคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, รศ.ดร.ภาธร ศรีกรานนท์ รักษาการประธานกรรมการมูลนิธิคีตรัตน์ และ สุธาวดี ศิริธนชัย รองกรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ ให้เกียรติร่วมงาน ณ ชั้น 5 ฮีลิกซ์ การ์เด้นท์ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์

รศ.ดร.กิติมา อินทรัมพรรย์ คณบดีคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เผยว่า “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระเกียรติคุณทางดนตรีและพระมหากรุณาธิคุณต่อมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พระราชทานเพลงประจำมหาวิทยาลัย “เกษตรศาสตร์” โดยพระราชนิพนธ์เพลงเกษตรศาสตร์เมื่อวันที่ 17 ธันวาคมพ.ศ.2509 และทรงดนตรีร่วมกับวง อ.ส.วันศุกร์ อย่างต่อเนื่องมาจนถึงปี พ.ศ.2515 รวมจำนวน 9 ครั้ง นับเป็นความทรงจำที่ตราตรึงอยู่ในหัวใจของชาวมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ไม่ลืมเลือน และเนื่องในโอกาสวันครบรอบ 2 ปี วันคล้ายวันสวรรคต ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จึงจัดงานแสดงดนตรีถวายความรำลึก ’49 in Memory-ในความทรงจำนิรันดร์”

วง Kasetsart University Wind Symphony ของคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้รับเกียรติในการร่วมแสดงดนตรีบทเพลงพระราชนิพนธ์ ร่วมกับวงดัตช์ สวิง คอลเลจ แบนด์ จากประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยวง KU Wind เปรียบเสมือนสื่อทางวัฒนธรรมที่จะแสดงออกถึงเกียรติภูมิและศักยภาพของมหาวิทยาลัยและของประเทศไทยซึ่งได้รับรางวัลเหรียญทองเกียรตินิยมจากการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ การประกวดดนตรีโลก World Music Contest 2017 ครั้งที่ 18ณ ประเทศเนเธอร์แลนด์

นอกจากนี้ คณะมนุษยศาสตร์ได้จัดตั้ง “ศูนย์การเรียนรู้ทางดนตรีแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์” โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเผยแพร่พระปรีชาสามารถทางดนตรีของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร ซึ่งคาดว่าจะได้รับอนุมัติจัดตั้งอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี พ.ศ.2562 นอกเหนือจากวัตถุประสงค์หลักแล้ว ศูนย์การเรียนรู้ฯ แห่งนี้ จะเป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนความรู้ด้านดนตรีและการทดสอบมาตรฐานทางดนตรีฯให้แก่เยาวชน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป โดยมีที่ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกับพิพิธภัณฑ์และวัฒนธรรมการเกษตร สถาบันภาษาศาสตร์และวัฒนธรรมศึกษาราชนครินทร์ในอนาคต พร้อมการจัดตั้ง “กองทุนพัฒนาดนตรี” เพื่อใช้ในการขับเคลื่อนและบริหารจัดการศูนย์การเรียนรู้ทางดนตรีแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตลอดจนเสริมศักยภาพทางดนตรีของภาควิชาดนตรีให้มีความก้าวหน้าและได้มาตรฐานสากล”

ด้าน ฯพณฯ เกส ปีเตอร์ ราเดอ เอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ ประจำประเทศไทยกล่าวว่า “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงเป็นที่รู้จักในฐานะ “พระมหากษัตริย์นักดนตรีแจ๊ส”โดยนอกจากจะทรงอุทิศพระองค์เพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรแล้ว ยังทรงสนพระราชหฤทัยและทรงมีพระปรีชาสามารถอย่างยิ่งในด้านดนตรีแจ๊สดังปรากฏในบทเพลงพระราชนิพนธ์ทั้ง 49 เพลง ที่มีทั้งบทเพลงที่ให้ความสนุกสนานครึกครื้นมีความแปลกใหม่และให้ความรู้สึกซาบซึ้ง เช่นเพลงพรปีใหม่ เพลงยิ้มสู้ และเพลงมาร์ชราชวัลลภพระองค์ท่านทรงทำให้คนไทยได้รู้จักดนตรีของโลกตะวันตก และทรงใช้เพลงแจ๊สเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมระหว่างประเทศไทยกับประเทศอื่นๆ ในโลก

รศ.ดร.ภาธร ศรีกรานนท์ รักษาการประธานกรรมการมูลนิธิคีตรัตน์ เผยว่า“พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร โปรดดนตรีแจ๊สเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะดนตรีนิวออร์ลีนส์แจ๊ส ที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศสหรัฐฯ แต่ทั้งนี้ในสมัยที่ประทับอยู่ในทวีปยุโรป ดนตรีนิวส์ออร์ลีนส์ที่ทรงได้ฟังและต่อมาได้เป็นแรงบันดาลใจให้กับพระองค์ด้วยเช่นกันนั้นเป็นดนตรีนิวออร์ลีนส์ที่บรรเลงในยุโรป เพราะนักดนตรีที่เป็นคนแอฟริกันอเมริกันในขณะนั้นออกจากสหรัฐอเมริกามาแสดงในยุโรป และได้ทำให้ดนตรีนิวออร์ลีนส์แพร่หลายในยุโรปอย่างมากซึ่งวง ดัตช์ สวิง คอลเลจ แบนด์ ก็เป็นวงดนตรีแจ๊สระดับโลกอีกวงหนึ่งที่มีชื่อเสียงมาก เป็นอีกวงที่พระองค์ท่านทรงรู้จักและทรงเคยได้ฟังสมัยที่ยังประทับอยู่ในต่างประเทศ และจากเมื่อครั้งก่อนที่นำดนตรีนิวออร์ลีนส์ มาจัดการแสดงถวายพระองค์ท่านที่ท่าน้ำศิริราช

นอกจากวงแจ๊สจากเมืองนิวออร์ลีนส์แล้วก็ยังมีวง ดัตช์ สวิง คอลเลจ แบนด์ ที่ตั้งใจจะนำมาเล่นถวายพระองค์ท่านเฉพาะพระพักตร์แต่ก็ไม่มีโอกาส และในโอกาสที่ครบรอบ 2 ปีแห่งการสวรรคต จึงตั้งใจนำวง ดัตช์ สวิง คอลเลจ แบนด์ นี้มาเล่นถวายความรำลึกแด่พระองค์ท่าน และอยากเชิญชวนคนไทยมาร่วมกันถวายความรำลึกผ่านดนตรีที่พระองค์ท่านโปรดไปพร้อมๆ กัน ให้ดังไปถึงข้างบน ให้พระองค์ท่านอยู่ในใจ อยู่ในความทรงจำที่ดีที่สุดของพวกเราตลอดไป และจะนำปณิธานดีๆ สิ่งดีๆ ที่พระองค์ท่านทรงสอนพวกเราไว้นำมาปฏิบัติ และสืบสานให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป

ผมได้เห็นและทราบวัตถุประสงค์ของการจัดตั้ง “ศูนย์การเรียนรู้ทางดนตรีแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์” เห็นว่าเป็นประโยชน์และสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของมูลนิธิฯ ทางคีตรัตน์จึงได้สนับสนุนโครงการดังกล่าวโดยมอบทุนสนับสนุนเป็นจำนวนเงิน 1,000,000 บาทรวมทั้งความร่วมมือในการทำงานร่วมกันในอนาคต โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีส่วนช่วยยกระดับความสามารถในการเรียนรู้และพัฒนาการเรียนรู้วิชาการทางดนตรีของคนไทย”

ทั้งนี้ ภายในงานจะได้รับชมการแสดงดนตรีจากวงดนตรีไทยและต่างประเทศนำโดยวง KU WIND และ Dutch Swing College Band วง The Jazzminions ซึ่งเป็นการแสดงทั้งแบบวงคลาสสิกและแบบแจ๊ส ระหว่างวันที่ 13-15 ตุลาคม 2561 เวลา 17.00-21.00 น. ณ บริเวณ ควอเทียร์พาร์ค ชั้น M ศูนย์การค้าดิ เอ็มควอเทียร์ติดตามข้อมูลข่าวสารและกิจกรรมของมูลนิธิคีตรัตน์ ได้ที่ www.facebook.com/KitaratFoundation

ความงามและความน่าเกลียด : สุนทรียศิลป์แห่งมารศี จิตรกรรมฝีพระหัตถ์อันทรงคุณของ ม.จ.มารศีสุขุมพันธุ์ บริพัตร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/369467

ความงามและความน่าเกลียด : สุนทรียศิลป์แห่งมารศี จิตรกรรมฝีพระหัตถ์อันทรงคุณของ ม.จ.มารศีสุขุมพันธุ์ บริพัตร

ความงามและความน่าเกลียด : สุนทรียศิลป์แห่งมารศี จิตรกรรมฝีพระหัตถ์อันทรงคุณของ ม.จ.มารศีสุขุมพันธุ์ บริพัตร

วันพฤหัสบดี ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

มูลนิธิหม่อมเจ้าหญิงมารศีสุขุมพันธุ์ บริพัตร ร่วมกับ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป์ขอเชิญชมนิทรรศการศิลปะ Beauty and Ugliness : Aesthetic of Marsi ความงามและความน่าเกลียด :
สุนทรียศิลป์ แห่งมารศี นิทรรศการใหญ่ครั้งแรก ในรอบ 5 ปี ที่จะนำผู้ชมร่วมค้นหาความหมายแห่งสุนทรียศาสตร์จากผลงานจิตรกรรมฝีพระหัตถ์อันทรงคุณค่ากว่า 40 ชิ้น ของหม่อมเจ้ามารศีสุขุมพันธุ์บริพัตร จิตรกรหญิงชาวไทยผู้สร้างสรรค์ ผลงานอันเปี่ยมล้นด้วยตัวตนและจิตวิญญาณ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า ตั้งแต่ 7 พฤศจิกายน-23 ธันวาคม พ.ศ.2561 (ปิดวันจันทร์-อังคาร)

ในแวดวงศิลปะ ผลงานจิตรกรรมของหม่อมเจ้ามารศีสุขุมพันธ์ุ บริพัตร ล้วนได้รับการยกย่องทั้งในแง่ของ ความละเอียดอ่อน มีจินตนาการและใช้ภาพสัญลักษณ์ที่แฝงปรัชญาผสมผสานรวมกัน จากแนวคิดทั้งตะวันออก และตะวันตก ที่ผ่านมามูลนิธิหม่อมเจ้าหญิงมารศีสุขุมพันธุ์ บริพัตร ได้จัดแสดงนิทรรศการภาพเขียนฝีพระหัตถ์ ของหม่อมเจ้ามารศีฯในประเทศไทยมาแล้ว 2 ครั้ง เมื่อปี พ.ศ.2553 และ พ.ศ.2556 ภายใต้แง่มุมและหัวข้อ ที่แตกต่างกัน โดยในครั้งที่ 3 นี้ ผศ.ดร.ศุภชัย อารีรุ่งเรือง ภัณฑารักษ์นิทรรศการได้เลือกหยิบ มุมมองเกี่ยวกับการตีความเรื่องสุนทรียศาสตร์ในผลงาน ของหม่อมเจ้ามารศีฯมานำเสนอผ่านผลงานจิตรกรรม ฝีพระหัตถ์ ตลอดจนภาพวาดเส้น วัตถุสิ่งของ หนังสือ และภาพยนตร์สารคดีส่วนพระองค์ เพื่อสะท้อนให้เห็น “ความงามและความน่าเกลียด : สุนทรียศิลป์แห่งมารศี Beauty and Ugliness : Aesthetic of Marsi โดยตีความออกมาเป็นคำสำคัญ 4 คำ ผ่านการจัดแสดง 4 ห้องหลัก ได้แก่ ความงาม (Beauty) การสร้างความเข้าใจ และตีความผลงานในด้านความงาม แบบหม่อมเจ้ามารศีฯ ผ่านสัญลักษณ์ ภาพแทนจากดอกไม้ สัตว์เลี้ยง คน รวมถึงตัวบทวรรณกรรม, ความน่าเกลียด (Ugliness) แสดงผลงานที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการใช้ภาพสัญลักษณ์ของ ความน่าเกลียด ความตาย ความอัปลักษณ์ของรูปกายที่ไม่จีรัง โครงกระดูก ภาพครึ่งคนครึ่งสัตว์ ราวกับการสร้างอุปลักษณ์ให้ปรากฏในภาพจิตรกรรม, เส้นทางศิลปะของหม่อมเจ้ามารศีฯ (Chronology of Marsi and Art History)แสดงเนื้อหาพัฒนาการ ในด้านการสร้างสรรค์งานศิลปะของท่าน ด้วยการเทียบลำดับเวลาของเหตุการณ์ ศิลปิน ปรากฏการณ์ทั้งในประเทศไทย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และโลก เป็นการสร้างการเรียนรู้ ให้เข้าใจว่างานของท่านจัดอยู่ในพื้นที่ประวัติศาสตร์ศิลป์ที่ทำให้เกิดการกระตุ้นให้สนใจศึกษาเปรียบเทียบงานในเชิงลึกต่อไป, สัจจะ (Truth) แสดงเนื้อหาเกี่ยวกับสิ่งที่หม่อมเจ้ามารศีฯ ได้พิสูจน์ให้เห็น “สัจจะ” ในเส้นทางเลือกที่จะเป็น “ศิลปิน” จนกระทั่งถึงวาระสุดท้ายของชีวิต และผลงานของท่านแสดงให้เห็นถึง “สัจธรรม” ของชีวิตมนุษย์ที่มีทั้งความรัก ความสุข ความตาย

นอกเหนือจากผลงานศิลปะในงานที่เปิดให้เข้าชมแล้ว ภายในงานยังมีกิจกรรมส่งเสริมด้าน ศิลปศึกษา ไม่ว่าจะเป็นการเสวนาประเด็นเรื่องความงามและความน่าเกลียด (Beauty and Ugliness)ที่ปรากฏในผลงานหม่อมเจ้ามารศีสุขุมพันธุ์ บริพัตร กิจกรรมเวิร์กช็อป ฯลฯ โดยได้รับการสนับสนุนจาก Flynow III ร่วมถ่ายทอดจินตนาการดังกล่าวผ่านแฟชั่นและผลิตภัณฑ์คอลเลคชั่นพิเศษอีกด้วย

คุณแหน : 11 ตุลาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/369510

คุณแหน : 11 ตุลาคม 2561

วันพฤหัสบดี ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll วันคล้ายวันสวรรคต13 ตุลาคมนี้ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล จัดงาน “ศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์” ตลอดทั้งวันเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรสถิตกลางใจประชาราษฎร์ ตราบนิจนิรันดร์…

ll ผศ.(พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์ จัดทัวร์ล่วงหน้าหลายเดือนเพื่อพาคุณแม่ วัย 80 กว่า พร้อมลูกน้องอีก 20 กว่าชีวิต ไปไหว้พระที่ไต้หวัน วันเดินทางเห็นข่าวพายุไต้ฝุ่น “จ่ามี”จะเข้าไต้หวัน เตรียมตัวเตรียมใจพร้อมพบฝนตกหนัก แต่เมื่อไปถึงโชคดีที่“จ่ามี” เลี้ยวไปเที่ยวญี่ปุ่นแทน แต่ก็ทำให้คณะนอกจากไม่เจอฝนแล้วยังได้แดดจัดๆ อีกด้วย ปรากฏว่าเสื้อผ้าที่เตรียมไปผิดคอลเลคชั่นทั้งหมด…

ll นักอ่านมีนัดกับงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 23 และเทศกาลหนังสือเด็กและเยาวชน ครั้งที่ 12 กับแนวคิด“อ่านออกเสียง” สนุกกับนิทรรศการหนังสือสาบสูญ 3018 นิทรรศการ Wonder Land นิทรรศการท่องโลกมหัศจรรย์และเวทีเสวนา 17-28 ต.ค. ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดย ศ.นพ.เกษม วัฒนชัย ปาฐกถาพิเศษ “การอ่านสร้างนวัตกรรม” 21 ต.ค. 11.00 น….

ll วีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธาน ในพิธีเปิดนิทรรศการ “Beyond Artistic Boundary ความงามข้ามขอบเขต”  11 ต.ค.เวลา 17.00 น. หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ถ.ราชดำเนินโดย คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิชรองประธานกรรมการบริหารหอศิลป์ฯกล่าวต้อนรับ…

ll ในงานฉลองโอกาสที่ ชาติศิริ โสภณพนิช กจก.ใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ ได้รับพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาฯ …

ll ผู้ไปร่วมงานเลี้ยงยินดีและเต็มใจไปร่วมงานเมื่อ ณินทิรา โสภณพนิช เป็นโต้โผใหญ่ โทร.เชิญแขกสนิททุกคนด้วยตนเอง ที่บางกอกคลับเมื่อวันก่อน…

ll ตลอดเดือนตุลาคมนี้ คริสปี้ครีม ฉลองเทศกาลฮาโลวีน  ออกโดนัทหน้าใหม่ 3 รสชาติ ฮาโลวีน โดนัท พร้อม มัมมี่โดนัท และ แบท โดนัท ให้ลิ้มรสความอร่อยที่ร้านคริสปี้ครีม ทั้ง 31 สาขา…ll

น้อง

โรคฮิตใน ผู้สูงอายุ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/369479

โรคฮิตใน ผู้สูงอายุ

โรคฮิตใน ผู้สูงอายุ

วันพฤหัสบดี ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นับเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิตที่สังขารย่อมร่วงโรยไปในอายุที่มากขึ้น เป็นเหตุให้ในผู้สูงอายุมักมีโรคประจำตัวต่างๆมากกว่าคนในช่วงอายุอื่นๆ โดยปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยมีทั้งโรคเรื้อรัง และโรคที่เกิดเฉพาะกับผู้สูงอายุ

พญ.สกุณี ภระกูลสุขสถิต จากโรงพยาบาลจุฬาฯ สภากาชาดไทย ให้รายละเอียดว่า แบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่ กลุ่มโรคเรื้อรังทั่วไป สาเหตุของโรคกลุ่มโรคเรื้อรังทั่วไปอาจพบโรคในกลุ่มนี้ได้ตั้งแต่ก่อนอายุ 60 ปี เกิดจากสาเหตุทางพันธุกรรม หรือสาเหตุจากพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสม เช่น การบริโภคมากเกินความต้องการของร่างกาย ขาดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การดื่มสุรา สูบบุหรี่ ฯลฯ  ซึ่งจะนำไปสู่การเกิดโรคในกลุ่มนี้ ได้แก่ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคตับอักเสบ เป็นต้น เมื่ออายุมากขึ้นมีโอกาสเกิดโรคมากขึ้น และหรือมีโรคร่วมอื่นๆ ทำให้มีอาการมากกว่า 1 โรค หากควบคุมโรคได้ไม่ดีเมื่อเวลาผ่านไปอาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น โรคไตโรคหัวใจ อัมพาต อัมพฤกษ์ ตามมาได้

กลุ่มโรคที่เกิดเฉพาะในผู้สูงอายุสาเหตุของโรค เกิดจากความเสื่อมถอยของร่างกายและอวัยวะภายในต่างๆ ตามอายุที่มากขึ้น เช่นการได้ยินลดลงหรือหูตึง การมองเห็นลดลง ตาฝ้าฟางในคนสูงอายุ ความจำแย่ลงจนอาจพัฒนาเป็นโรคสมองเสื่อม โรคกระดูกข้อเสื่อมต่างๆ เช่นข้อเข่าเสื่อม ข้อสะโพกเสื่อม ข้อหลังเสื่อม ปัญหาเรื่องการกลั้นการขับถ่ายไม่อยู่ เป็นต้นบางโรคอาจเกิดตามเพศตัวอย่างเช่น ในเพศหญิงมักจะมีอาการบางอย่างชัดเจนขึ้นในวัยหลังหมดประจำเดือน(วัยทอง) เช่น ผิวแห้ง ผมบาง กระดูกบาง กระดูกพรุนส่วนในเพศชายอาจมีปัญหาเกี่ยวกับต่อมลูกหมากเช่น โรคต่อมลูกหมากโต เป็นต้น

สำหรับการเตรียมตัวเพื่อรับมือกับโรคต่างๆ ในวัยสูงอายุ เนื่องจากในวัยสูงอายุมีความเสี่ยงสูงที่จะมีปัญหาสุขภาพต่างๆ ส่วนใหญ่มักมีมากกว่า 1 ปัญหา และมักเป็นปัญหาที่มีความสลับซับซ้อน ดังนั้นหากเราปรารถนาที่จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีในวัยสูงอายุจึงควรมีการเตรียมตัวให้ครอบคลุมปัญหาต่างๆ เหล่านั้น โดยควรมีการเตรียมพร้อมทั้ง3 ด้าน ได้แก่ 1.ด้านร่างกายเป็นการดูแลเพื่อป้องกันและลดความเสื่อมถอยของร่างกายและอวัยวะต่างๆประกอบด้วย การสร้างเสริมสุขภาพ เช่น การออกกำลังกาย การเลือกรับประทานอาหาร งดเว้นสุรา บุหรี่ สารเสพติด รวมถึงการพักผ่อนให้เพียงพอการป้องกันโรค เช่น การฉีดวัคซีน การตรวจสุขภาพประจำปี การดูแลตนเองเมื่อเป็นโรคแล้ว เช่น มีวินัยในการรับประทานยา และมารับการตรวจรักษาสม่ำเสมอ 2.ด้านจิตใจ ปัญหาด้านจิตใจในผู้สูงอายุ เป็นอีกด้านที่พบได้บ่อย เช่น เรื่องความสูญเสียเกี่ยวกับความสามารถของตนเอง การสูญเสียการยอมรับนับถือในสังคม รวมไปถึงการสูญเสียบุคคลในครอบครัว เป็นต้น ดังนั้นจึงควรฝึกจัดการกับความเครียด ฝึกปล่อยวางไม่ยึดติด และฝึกเคารพนับถือตนเอง ฯลฯ ซึ่งถือเป็นหนทางหนึ่งเพื่อช่วยลดการเกิดปัญหาสุขภาพจิตในคนสูงอายุได้ 3.ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม การดูแลด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมกับวัยสูงอายุ เป็นด้านที่มักถูกละเลย แต่หากมีการเตรียมตัวที่ดีถือเป็นอีกด้านที่ทำให้ผู้สูงอายุมีชีวิตอย่างมีความสุขและมีคุณค่า การเตรียมความพร้อมในด้านนี้ ได้แก่ การรักษาความสัมพันธ์กับคนในครอบครัว การมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ของสังคม เช่น การพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูง การทำกิจกรรมจิตอาสาต่างๆ จะทำให้ลดความเหงา โดดเดี่ยว และรู้สึกมีคุณค่าในตัวเอง

นอกจากนี้ ลูกหลาน ควรเตรียมบ้านให้เหมาะกับผู้สูงอายุ เช่น เรื่องแสงสว่างภายในบ้าน การจัดวางสิ่งของต่างๆ ในบ้านให้เป็นระเบียบเรียบร้อย การติดตั้งอุปกรณ์ช่วยการพยุงตัว เช่น ราวในห้องน้ำ ฯลฯ เป็นต้น ซึ่งสามารถช่วยลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุการพลัดตกหกล้มในบ้าน และนับเป็นการเตรียมพร้อมเพื่อให้ผู้สูงอายุได้ดำรงชีวิตในบ้านอย่างมีความสุข

ผู้สนใจ สามารถติดต่อขอรับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ที่ อาคาร สธ. ศูนย์การดูแลผู้สูงวัยแบบบูรณาการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

ฉลอง 56 ปี สยามเจมส์ เฮอริเทจ เปิดตัวเครื่องประดับชิ้นมาสเตอร์พีซ สุดเลอค่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/369502

ฉลอง 56 ปี สยามเจมส์ เฮอริเทจ เปิดตัวเครื่องประดับชิ้นมาสเตอร์พีซ สุดเลอค่า

ฉลอง 56 ปี สยามเจมส์ เฮอริเทจ เปิดตัวเครื่องประดับชิ้นมาสเตอร์พีซ สุดเลอค่า

วันพฤหัสบดี ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ปานชนก จิตชินะกุล จัดงานฉลองความสำเร็จครบรอบ 56 ปี สยามเจมส์ เฮอริเทจ

สยามเจมส์ เฮอริเทจ พิพิธภัณฑ์อัญมณีไทยและผู้จัดจำหน่ายเครื่องประดับอัญมณี จัดงานฉลองความสำเร็จครบรอบ 56 ปี กับเส้นทางแห่งการเปลี่ยนผ่านจากผู้จัดจำหน่ายอัญมณี สู่การเป็นผู้มอบประสบการณ์ประทับใจด้านอัญมณี เปิดตัวเครื่องประดับมาสเตอร์พีซ Heavenly Bird of Siam ที่รังสรรค์ขึ้นมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยมีสาวงาม นิโคลีนพิชาภา ลิมศนุกาญจน์ มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2018 เป็นผู้สวมใส่ภายใต้แนวคิดความงามที่เลอค่าเป็นนิรันดร์

ปานชนก จิตชินะกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสด้านปฏิบัติการ สยามเจมส์ เฮอริเทจ กล่าวว่า เพื่อฉลองความสำเร็จกว่าครึ่งศตวรรษของ สยามเจมส์ เฮอริเทจ เราจึงได้ออกแบบ
จัดทำเครื่องประดับชิ้นมาสเตอร์พีซในเซต Heavenly Bird of Siam ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากตำนานของนกฟีนิกซ์ ตามความเชื่อโบราณในหลายประเทศว่าเป็นนกศักดิ์สิทธิ์และสวยงาม อีกทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นอมตะ จึงเป็นที่มาของเครื่องประดับชิ้นเอกที่ สยามเจมส์ เฮอริเทจ ตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อเป็นมาสเตอร์พีซเซต สำหรับการฉลองครบรอบ 56 ปี ที่ได้ดำเนินธุรกิจอยู่คู่ประเทศไทยมาอย่างยาวนาน

นิโคลีน พิชาภา ลิมศนุกาญจน์ มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2018 กับ Heavenly Bird of Siam

ตลอดระยะเวลา 56 ปี สยามเจมส์ เฮอริเทจ เป็นหนึ่งในผู้ประกอบธุรกิจเครื่องประดับและอัญมณีของประเทศไทยในยุคแรกๆ โดยเฉพาะกับกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เรามีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในเรื่องคุณภาพ มาตรฐานของสินค้าและการบริการ อีกทั้ง ยังคงมุ่งมั่นผลักดันงานหัตถศิลป์ชั้นสูงที่ถูกรังสรรค์ออกมาอย่างประณีตงดงามโดยช่างฝีมือคนไทยให้ได้รับการยอมรับในระดับโลก จึงทำให้เกิดการพัฒนาจากการเป็นผู้จัดจำหน่ายเครื่องประดับอัญมณี สู่การเป็นผู้มอบประสบการณ์ประทับใจให้นักท่องเที่ยวได้รับความรู้ความเข้าใจที่แท้จริงเกี่ยวกับอัญมณีจากทั่วโลก ผ่านพิพิธภัณฑ์ ซึ่งเรามุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนภาครัฐ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย ให้มีคุณภาพและมาตรฐานระดับสากล

สำหรับ สร้อยคอทับทิมน้ำงามประดับด้วยเพชร Heavenly Bird of Siam ที่นำมาเปิดตัวในครั้งนี้ โดย นิโคลีน พิชาภา ลิมศนุกาญจน์ มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2018 เป็นผู้สวมใส่โดยจี้รูปนกสามารถถอดแยกออกมาเป็นเข็มกลัดได้ ตัวเรือนทองคำ 18K ฝังทับทิมเม็ดกลาง 1 เม็ดขนาด 10.03 กะรัต และประดับไปด้วยทับทิมบริวารกว่า 200 เม็ด รวม 28.6 กะรัตรายล้อมด้วยเพชร รวม 9.26 กะรัต มูลค่า 38 ล้านบาทมีความสวยสง่า หรูหรา และมีความหมายอันเป็นมงคล โดยเครื่องประดับชิ้นนี้รังสรรค์ขึ้นเพื่อส่งมอบความประทับใจและคำอวยพรที่ผู้ครอบครองจะก้าวไปสู่อนาคตที่รุ่งเรือง

ผู้บริหารสยามเจมส์ เฮอริเทจ ปานชนก จิตชินะกุล

นอกจากนี้ ในงานฉลองครบรอบ 56 ปี สยามเจมส์เฮอริเทจ ยังได้จัดนิทรรศการบอกเล่าความเป็นมาภายใต้แนวคิดร่วมสมัย ด้วยการเนรมิตโถงช้างทองคำสองพ่อลูกให้กลายเป็นฉากในตำนานของวรรณคดีไทย โดยจำลองความยิ่งใหญ่ตระการตาของสระอโนดาต ซึ่งเป็นสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ถูกแสงส่องให้ร้อน และไม่มีวันเหือดแห้งจนกว่าจะสิ้นมหากัลป์ และเขาพระสุเมรุที่อยู่ในป่าหิมพานต์ รายล้อมไปด้วยกินรี 7 พี่น้องมาเล่นน้ำในสระอโนดาต และ “มโนราห์” 1 ใน 7 กินรีที่ถูกพรานบุญจับไปมอบให้กับพระสุธน จนก่อเกิดเป็นความรักที่ต้องฝ่าฝันอุปสรรค เพื่อสื่อถึงเรื่องราวของสยามเจมส์ เฮอริเทจ ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายยุคสมัย แต่ก็ยังคงยืนหยัดอย่างแข็งแกร่ง และพร้อมเติบโตต่อไปแบบไม่มีที่สิ้นสุด

ทั้งนี้ สยามเจมส์ เฮอริเทจ ยังได้จัดกิจกรรมพิเศษ “Grand Lucky Dip” กิจกรรม 56 ปี 56 วัน เพื่อแทนคำขอบคุณลูกค้าที่ให้การสนับสนุนการเติบโตมาจนถึง 56 ปีโดยลูกค้าที่ซื้อสินค้าครบ 56,000 บาท ขึ้นไป รับสิทธิ์จับรางวัลสุดพิเศษ รวมมูลค่ากว่า 6 ล้านบาท ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 ณ สยามเจมส์ เฮอริเทจ (ถนนประดิษฐ์มนูธรรม)

นิทรรศการ ‘คิดถึง…สมเด็จย่า’ ครั้งที่ 21

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/369498

นิทรรศการ ‘คิดถึง...สมเด็จย่า’ ครั้งที่ 21

นิทรรศการ ‘คิดถึง…สมเด็จย่า’ ครั้งที่ 21

วันพฤหัสบดี ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ บริษัทสยามพิวรรธน์ จำกัด  และ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เชิญชวนชาวไทยร่วมเทิดพระเกียรติและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี  ที่ทรงมีต่อราษฎรไทย ในนิทรรศการ “คิดถึง…สมเด็จย่า” ครั้งที่ 21 ในการนี้ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานเปิดและทอดพระเนตรนิทรรศการ และกิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้น ในวันพุธที่17 ตุลาคมนี้ เวลา 17.30 น. ณ ไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยงานจะขึ้นระหว่างวันที่ 17-28 ตุลาคม 2561

สำหรับนิทรรศการ “คิดถึง…สมเด็จย่า” ครั้งที่ 21 นี้จัดขึ้นในชื่อ “รักและคิดถึง” เพื่อเทิดพระเกียรติและรำลึกถึงการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีครบ 23 ปี ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย และย้อนรำลึกถึงพระจริยวัตรอันงดงามอ่อนโยน เปี่ยมด้วยความรักความเมตตา เพื่อน้อมนำพาให้ชนรุ่นหลังยึดถือเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต นิทรรศการนำเสนอช่วงเวลาสำคัญตลอดพระชนม์ชีพ โดยแบ่งออกเป็น 7 ช่วง ได้แก่ ช่วงที่ 1เด็กหญิงสังวาลย์ ช่วงที่ 2 หม่อมสังวาลย์ในสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดชกรมขุนสงขลานครินทร์ ช่วงที่ 3 พระราชชนนีศรีสังวาลย์ ช่วงที่ 4 สมเด็จพระราชชนนี ศรีสังวาลย์ ช่วงที่ 5 สมเด็จย่า ช่วงที่ 6 แม่ฟ้าหลวงช่วงที่ 7 สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี