Science Update : สูตรอาหารวัวลดเรอ-ผายลม ลดโลกร้อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/368670

Science Update : สูตรอาหารวัวลดเรอ-ผายลม ลดโลกร้อน

Science Update : สูตรอาหารวัวลดเรอ-ผายลม ลดโลกร้อน

วันอาทิตย์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

บริษัทอโกแล็ง บริษัทผู้ผลิตอาหารสัตว์ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พัฒนาสูตรอาหารที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซมีเทนในปศุสัตว์เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาโลกร้อน โดยอาหารสูตรพิเศษนี้จะช่วยลดการปล่อยก๊าซลงได้ร้อยละ 10 หลังจากมีรายงานพบว่าวัวตัวหนึ่งจะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาถึง 3 ตันต่อปี นอกจากนี้อาหารสูตรทดลองยังช่วยทำให้วัวให้น้ำนมได้มากขึ้นและมีคุณภาพดีขึ้น ทางโรงงานผลิตอาหารสำหรับวัว 1 ล้านตัวในแต่ละปี ขณะที่สหภาพยุโรป (อียู) มีวัวอยู่ 25-28 ล้านตัว โดยสามารถลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 300,000 ตัน ในปัจจุบัน สหประชาชาติรายงานว่า ภาคปศุสัตว์เพื่อการเกษตรเพียงแห่งเดียวปล่อยก๊าซเรือนกระจกถึงร้อยละ 18 ของภาวะโลกร้อนโดยหนึ่งในสี่มาจากอาการท้องอืดและแน่นท้องในวัวควาย

โซไซตี้ : รวมพลัง 100 ร้านค้า The Platinum Empowering SMEs

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/368683

โซไซตี้ : รวมพลัง 100 ร้านค้า The Platinum Empowering SMEs

โซไซตี้ : รวมพลัง 100 ร้านค้า The Platinum Empowering SMEs

วันอาทิตย์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

บมจ. เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป ผู้บริหาร ศูนย์การค้า เดอะ แพลทินัม แฟชั่น มอลล์ จัดงาน รวมพลัง 100 ร้านค้า The Platinum Empowering SMEs เพื่อเป็นการประกาศศักยภาพแบรนด์แฟชั่นไทยให้ก้าวไกลไปทั่วโลก โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก สรัญพงศ์ อัครพงษ์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการออกแบบอุตสาหกรรมและบรรจุภัณฑ์ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานภายในงาน พร้อมมอบใบประกาศนียบัตรให้กับ 100 ร้านค้า SME ไทย ในโครงการ The Platinum Empowering SMEs โอกาสนี้ สมพร นาคซื่อตรง รองกรรมการผู้จัดการ บมจ. เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป ได้มอบรางวัลพิเศษ Platinum Star Designer ให้กับ 5 ร้านค้าชั้นนำสุดโดดเด่นได้แก่ พาณิภัค วัฒโนดม ร้านเดอ เบอรี่(De Berry), ชนุรักษ์ แซ่ย่าง ร้านวีแชนเนล(V Shanel), ศิริวรรณ ดีรักษา ร้านโปร ช้อป (Pro Shop), ธัญจิรา สุคนธากร ร้านโมเดลคิดส์(Model Kids) และ ล้อมพร ผาติหัตถกรร้านโอเอซิส (Oasis) ในโอกาสที่ทั้ง 5 ร้านเป็นร้านค้าต้นแบบในการพัฒนา แบรนด์สินค้าอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ภายในงานยังมีแฟชั่นโชว์เสื้อผ้า เครื่องประดับ มิกซ์แอนด์แมทช์ ใหม่ล่าสุด จากไทยดีไซน์แบรนด์ ในโครงการ The Platinum Empowering SMEs สวมใส่โดยนายแบบ นางแบบชั้นนำ มากกว่า 20 ชุด สร้างความตื่นตาตื่นใจ และความภาคภูมิใจกับผู้ประกอบการร้านค้ากว่า 150 ชีวิต ที่มาร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ ห้องแซฟไฟร์ ชั้น 7 โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ แพลทินัม ประตูน้ำ

สรัญพงศ์ อัครพงษ์ ผอ.กลุ่มงานส่งเสริมการออกแบบอุตสาหกรรมและบรรจุภัณฑ์ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม และ สมพร นาคซื่อตรง รอง กก.ผจก. บมจ. เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป เป็นประธานในงานและมอบรางวัล Platinum Star Designer ให้กับ 5 ร้านค้าชั้นนำสุดโดดเด่น

เซเลบฯ สายเฮลท์ตี้ แนะเทคนิค ชวนวิ่งเปลี่ยนไซส์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/368681

เซเลบฯ สายเฮลท์ตี้ แนะเทคนิค ชวนวิ่งเปลี่ยนไซส์

เซเลบฯ สายเฮลท์ตี้ แนะเทคนิค ชวนวิ่งเปลี่ยนไซส์

วันอาทิตย์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

“การวิ่ง” ถือเป็นการออกกำลังกายที่ทำให้สุขภาพแข็งแรง ช่วยลดน้ำหนัก ที่สำคัญคือเป็นการออกกำลังกายที่ประหยัด ไม่ต้องลงทุนหรือเสียค่าใช้จ่ายไปกับค่าอุปกรณ์และสถานที่ออกกำลังมากนัก แต่การวิ่งให้เกิดประโยชน์สูงสุดจำเป็นต้องวิ่งให้ถูกวิธี เพราะไม่เช่นนั้นอาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้ ล่าสุด ศูนย์การค้า ธัญญาพาร์คศรีนครินทร์ ได้จัดกิจกรรม “วิ่งเปลี่ยนไซส์ครั้งที่ 2” (Thanya Park Roof Run & Walk Season 2) ชวนประชาชนคนรักสุขภาพย่านศรีนครินทร์และพื้นที่ใกล้เคียงออกมาวิ่งออกกำลังกายไปด้วยกัน บริเวณลู่วิ่งลอยฟ้า พร้อมเชิญเซเลบริตี้สายเฮลท์ตี้ มาให้คำแนะนำเหล่านักวิ่งมือใหม่ ได้นำไปใช้เป็นเคล็ดลับเตรียมพร้อมวิ่งเปลี่ยนไซส์

แอ้ม-ปวีณลักษณ์ ลิมปิชาติ เซเลบฯ สาวสุดแอ๊กทีฟ ที่ชื่นชอบการออกกำลังกายด้วยการวิ่งเป็นชีวิตจิตใจ เล่าว่า “ส่วนตัวแล้วสนใจการวิ่งเพื่อออกกำลังกายและดูแลสุขภาพ ตั้งแต่
สมัยเรียนอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย เนื่องจากไลฟ์สไตล์ของคนส่วนใหญ่ที่นั่นพอมีเวลาหรืออากาศดีก็จะออกมาวิ่ง ถือเป็นการออกกำลังกายที่ใช้ทุกส่วนของร่างกาย ช่วยสร้างกล้ามเนื้อและทำให้หัวใจแข็งแรง ที่สำคัญคือการวิ่งสามารถทำได้ทุกที่ทั้งในยิมหรือกลางแจ้ง และยังเป็นกีฬาที่สามารถเล่นได้คนเดียวไม่ต้องอาศัยคู่เล่นเหมือนกีฬาประเภทอื่น ทำให้การวิ่งกลายเป็นสิ่งหนึ่งที่ต้องทำในชีวิตประจำวัน อีกทั้งยังเคยลงวิ่งประเภทมินิมาราธอนระยะทาง 10 กิโลเมตร เพราะอยากพัฒนาศักยภาพการวิ่งของตัวเองให้เพิ่มมากขึ้น

พญ.สุจิตรา สมบุญธรรม ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรกรรม, ผิวหนังเวชศาสตร์ชะลอวัยและเวชศาสตร์ครอบครัว และกก.บริหาร ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์

ด้านหนุ่มหล่อมาดเข้ม นนท์ อัมระนันทน์ ลูกชายสุดที่รักของคุณแม่ฮอลลี่ อัมระนันทน์ เล่าว่า “เนื่องจากตัวเองเป็นโรคภูมิแพ้มาตั้งแต่เด็ก ถ้าอากาศเปลี่ยนหรือเจอฝุ่นมาก ก็จะมีอาการคัดจมูก จาม บางครั้งก็มีไข้ ดังนั้นโดยส่วนตัวจึงจำเป็นต้องรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงมากกว่าคนอื่นๆ ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดนอกจากเรื่องความสะอาดและการพักผ่อนให้เพียงพอแล้ว การออกกำลังกายเป็นประจำก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ โดยส่วนตัวจะเน้นการวิ่งสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง ครั้งละ 45-60 นาที เสริมด้วยการยกน้ำหนักบ้างเพื่อสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง ที่เห็นการเปลี่ยนแปลงได้ชัดจากการวิ่งเป็นประจำคือ รูปร่างที่แข็งแรงขึ้น อาการของโรคภูมิแพ้ลดน้อยลง

พญ.สุจิตรา สมบุญธรรม ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรกรรม, ผิวหนัง เวชศาสตร์ชะลอวัยและเวชศาสตร์ครอบครัว และกรรมการบริหาร ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ เผยว่า “ปัจจุบันนี้ผู้คนหันมาสนใจและใส่ใจในสุขภาพร่างกายของ ตัวเองมากขึ้น ด้วยเหตุผลมากมาย เช่น ต้องการให้รูปร่างดี ต้องการมีชีวิตที่สดใสแข็งแรง ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ เป็นต้น ด้วยวิธีการและเคล็ดลับการออกกำลังกายในรูปแบบต่างๆ ซึ่งอีกหนึ่งวิธีที่หลายคนนิยมใช้คือ “การวิ่ง” เพราะการวิ่งที่ถูกวิธีและเหมาะสม จะทำให้ร่างกายพัฒนากล้ามเนื้อขา ช่วยลดอาการของข้อเข่า และช่วยลดน้ำหนัก ส่งผลดีต่อสุขภาพในระยะยาวเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพด้านต่างๆ ก็จะลดน้อยลง

แอ้ม-ปวีณลักษณ์ ลิมปิชาติ แนะเทคนิคการเตรียมความพร้อมก่อนวิ่ง

ล่าสุด ศูนย์การค้า ธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ได้จัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายด้วยการวิ่งอย่างน้อยวันละ 1 กิโลเมตร ภายใต้ชื่อ “วิ่งเปลี่ยนไซส์ ครั้งที่ 2” โดยเชิญชวนประชาชนคนรักสุขภาพย่านศรีนครินทร์และพื้นที่ใกล้เคียงออกมาวิ่งออกกำลังกายไปด้วยกัน บริเวณลู่วิ่งลอยฟ้า ศูนย์การค้า ธัญญาพาร์ค อย่างน้อยวันละ 1 กิโลเมตร ตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม-22 ธันวาคม 2561 รวม 64 วัน เพื่อเป้าหมายอย่างน้อย 64 กิโลเมตร พิชิตการเผาผลาญไขมันอย่างน้อย 6,400 กิโลแคลอรี่ นอกจากนี้ผู้เข้าแข่งขันจะได้เข้าร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อปเพื่อเรียนรู้ เทคนิคการออกกำลังกาย การรับประทานอาหาร และการวิ่งที่ถูกวิธี เป็นประจำทุกสัปดาห์จากกูรูผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกายและนักโภชนาการ โดยผู้เข้าแข่งขันที่ลดน้ำหนักหรือเปลี่ยนไซส์ได้สูงสุด รวมทั้งผู้เข้าแข่งขันที่ปฏิบัติตามกติกาและสามารถลดน้ำหนักได้ตามเป้าหมายจะได้รับรางวัลต่างๆ มูลค่ารวมกว่า 60,000 บาทเปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 19 ตุลาคม 2561 สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ โทร.02-1086000 ดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ www.thanyapark.com, Facebook : Thanyapark, Line : @Thanyaparknews

นนท์ อัมระนันทน์ แนะนำเคล็ดลับสำหรับนักวิ่งมือใหม่

แหวกฟ้าหาฝัน : De Stijl in Berardo Museum Lisbon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/368658

แหวกฟ้าหาฝัน : De Stijl in Berardo Museum Lisbon

แหวกฟ้าหาฝัน : De Stijl in Berardo Museum Lisbon

วันอาทิตย์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

งานของ Georgie Vantongerloo

De Stijl หรือ The Style ในภาษาดัทช์หมายถึงศิลปะแนว Neoplasticism ที่ถือกำเนิดขึ้นในเมือง Leiden ฮอลแลนด์ ในปี 1917 นักประวัติศาสตร์ศิลป์ถือว่างานศิลปะที่ถือกำเนิดขึ้นในเนเธอร์แลนด์ในระหว่าง 1917-31 นี้ เป็นงาน Pure abstract หรือนามธรรมล้วนๆ ที่มีการลดทั้งรูปแบบและสี ผลงานจิตรกรรมส่วนใหญ่จะเหลือแค่ส่วนประกอบทางแนวตั้งหรือแนวนอนสีดำ ขาว และแม่สีต่างๆ เช่น แดง เหลือง น้ำเงิน แนวทางศิลปะแบบ Neoplasticism เน้นการสร้างสมดุลโดยใช้รูปร่างที่สมมาตรมาเติมสีสัน เช่น ขาว ดำ เทา ส่วนเส้นสายที่เพิ่มเติมลงไปในงานจิตรกรรมไม่ว่าจะเป็นแนวนอนหรือแนวตั้งเป็นตัวแทนของธรรมชาติ เช่น ทัศนียภาพ คน หรือสิ่งของ เมื่อเส้นเหล่านี้ตัดกันก็ทำให้เกิดภาพจัตุรัสหรือภาพที่มีเหลี่ยมมุมจึงทำให้เกิดสมดุลใหม่ การทำให้ง่ายและกลมกลืนของภาพ Composition แนวนี้ได้กำจัดความขัดแย้งของสีลงจนทำให้ผลงานดูบริสุทธิ์ นอกจากงานแนวจิตรกรรมแล้ว แนวคิด De Stijl ยังถูกนำไปใช้ในงานสถาปัตยกรรม การออกแบบและงานประติมากรรมเฉกเช่นเดียวกันกับศิลปะแนว Constructivism ด้วย

Composition ของ Jean Gorin

ศิลปินแนว De Stijl ที่โดดเด่นที่สุดของดัทช์คงไม่มีใครเกิน Piet Mondrian เขาเกิดที่ Amersfoort ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในครอบครัวที่บิดาเป็นครูสอนวาดรูป และเข้าเรียนศิลปะกับ Academy for Fine Art ในอัมสเตอร์ดัม จนกลายเป็นครูสอนศิลปะให้กับเด็กประถม ในช่วงเวลานั้นเขาได้รับอิทธิพลจากศิลปะแนวImpressionism จึงผลิตผลงานทิวทัศน์แนว Naturalism และ Impressionism ออกมา ในระหว่าง 1911-14 เขาย้ายไปอยู่ปารีส เพราะต้องการเปลี่ยนผลงานเป็นแนวทางศิลปะที่ใหม่ขึ้นจึงมีโอกาสใกล้ชิดกับศิลปินแนว Cubism ส่งผลให้เขาผลิตผลงานแนว Cubism ออกมา หลังจากอิ่มตัวกับการพยายามเป็นแบบคนอื่น เขาก็ย้ายกลับไปอยู่เนเธอร์แลนด์และร่วมกับ Theo Van Doesburg ก่อตั้งแนวทางศิลปะใหม่โดยเรียกว่า Neoplasticism โดยได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ความจริง และนามธรรม

Mondrian เห็นว่า การนำเส้นและสีมาบรรจงใส่บนพื้นราบก็สามารถแสดงออกถึงความสวยงามได้แล้ว เขาจึงนำเส้นตรงตามแนวนอนและแนวตั้งมาสร้างงานด้วยความตระหนักรู้โดยไม่จำเป็นต้องคำนวณ แต่ใช้สัญชาตญาณมาสร้างสรรค์ให้มีความกลมกลืนและมีจังหวะส่งผลให้เกิดความงามอย่างมีศิลป์ได้ ผลงานศิลปะของเขาออกแนวอุดมคติ และให้ความสำคัญเกี่ยวกับความหมายของจักรวาล เขาย้ำว่าศิลปะเป็นความจริงระดับสูงที่ไม่มีทิศทางกำหนด ศิลปินต้องให้ความสำคัญกับความจริงให้น้อยเพราะความจริงที่มากเกินไปจะต่อต้านจิตวิญญาณ

Relief ของ Cesar Domela

เพื่อให้เข้าถึงความงามอย่างแท้จริง เขาจึงจำกัดวงของเส้นสีที่ใช้อยู่เพียงแค่ 3 สี คือ ดำ ขาว เทา กับเส้นตรงตามแนวตั้งและแนวนอนเท่านั้น แม้งานของเขาจะมีเพียงแค่ 2 เส้นและ 3 สี แต่เขากลับเป็นผู้ที่มีอิทธิพลต่อวงการศิลปะในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 20 อย่างมหาศาลไม่เพียงแต่งานจิตรกรรมแนว Abstract เท่านั้น แต่ยังรวมทั้งการเคลื่อนไหวทางด้านศิลปะสำคัญๆ ทั้งการออกแบบ การพิมพ์ แฟชั่น และสถาปัตยกรรมอีกหลากหลายแนว เช่น Abstract Expressionism, Minimalism อีกต่างหากด้วย

นอกจากนักท่องเที่ยวที่มาเยือน Berardo Museum จะได้ศึกษางาน De Stijl ของ Piet Mondrian แล้วที่นี่ยังมีงานแนวนี้จากศิลปินอีกหลายชาติ เช่น Composition ของ Jean Gorin จิตรกรและนักประติมากรรมชาวฝรั่งเศส Relief ของ Cesar Domela จิตรกร นักประติมากรรม และนักถ่ายภาพชาวดัทช์ รวมทั้งงานอีกหลายชิ้นของ Georgie Vantongerloo จิตรกรและนักประติมากรรมชาวเบลเยียมด้วย

นักท่องเที่ยวจะเห็นว่า งานส่วนใหญ่ที่ศิลปินแนว De Stijl สร้างสรรค์จะปล่อยให้ผู้ชมได้มีโอกาสคิด ใช้จินตนาการอย่างเต็มที่ และมีส่วนร่วมกับงานไปพร้อมกันด้วยโดยปราศจากการยัดเยียด ศิลปินส่วนใหญ่จึงมักไม่กำหนดชื่อภาพ นักท่องเที่ยวที่ไม่คุ้นเคยก็อาจรู้สึกอึดอัดจากความไม่เข้าใจศิลปิน และทำให้การดูงานขาดความสนุก เข้าใจยาก ไม่เข้าใจจนอาจรู้สึกเบื่อหน่ายได้ ถึงกระนั้นก็ตาม นักท่องเที่ยวที่คุ้นเคยกับงานแนว Contemporary Art จะพบผลงานแนวนี้จาก Museum Contemporary Art ทั่วโลกเป็นนิจสิน อันเป็นผลจากงานแนวนี้เป็นแรงบันดาลใจของ Modern Art ในยุคปัจจุบันนั่นเอง

Tableau with yellow, blue, red ของ Piet Mondrian

คุณแหน : 7 ตุลาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/368678

คุณแหน : 7 ตุลาคม 2561

วันอาทิตย์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll “วันนี้ต้องรักกันอย่าให้เกิดอะไรขึ้นอีก วันหน้าไม่ได้แล้วไปดูประชาธิปไตยมันเป็นอย่างไร ก็ว่ามาอย่าทะเลาะกันด้วยประชาธิปไตย ด้วยรัฐธรรมนูญอีกเลยพอแล้วอีก ๑๐-๑๕ ปีข้างหน้าบ้านเมืองต้องเปลี่ยนแปลง ฯลฯ” วาทะของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช.และนายกรัฐมนตรี กล่าวหลังการตรวจการพัฒนาจุดเชื่อมต่อ ล้อ รางเรือ…

ll นานๆ จะได้ฟังสัมภาษณ์ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทยกล่าว “ถ้าคิดว่าการลงพื้นที่ของนายกฯ เป็นการหาเสียงทางการเมืองขอให้ฝังไว้ในดี เอ็น เอ ของนักการเมือง ว่าต้องทำแบบที่นายกฯทำ แต่ไม่ใช่ลงพื้นที่แล้วด่ากันไป ด่ากันมา ประชาชนฟังดีๆ แล้วได้อะไร ฯลฯ” คงจะสุดยากกระมัง การเปลี่ยน ดีเอ็นเอ…

ll รองนายกฯ วิษณุ เครืองาม ย้ำประชาชน ใส่เสื้อเหลือง งดแต่งดำ ชวนจัดกิจกรรมพร้อมเพรียงทั่วประเทศ น้อมรำลึกวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ๑๓ ตุลาคมนี้…

ll ถูกให้ลาออก จากตำแหน่งวันละหลายๆ ครั้ง อุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม (ว่าที่หัวหน้าพรรคพลังประชาชน) “มาถึงวันนี้เป็นการตัดสินใจที่สำคัญของผมและไม่ง่ายเลย แต่ก็ตัดสินใจไปแล้ว และตัดสินใจด้วยความภาคภูมิใจที่สุดครั้งหนึ่งของชีวิตก็ว่าได้ คือ การตัดสินใจอาสาเข้ามาทำงานการเมืองอย่างเต็มตัวเป็นครั้งแรก”…

ll ให้ตกใจและสังวรสำหรับคนไทยทุกท่านเกี่ยวกับเรื่อง สารตกค้างในผลไม้ หกสิบเปอร์เซ็นต์ ล้างไม่ออกในเฟซบุ๊คของ Thiravat Hemachudha หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องควรรีบดำเนินการทำงานอย่างจริงจัง เพื่อคนไทยจะได้ไหม ฝากไว้กับ นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดสาธารณสุข ใหม่ถอดด้าม…

ll ขอแสดงความยินดีกับ จังหวัดใหญ่อย่างลพบุรี ได้รับรางวัลจังหวัดสะอาด ส่วนจังหวัดขนาดกลางได้แก่ เลย และลำพูน เป็นจังหวัดขนาดเล็กที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ โดยการจัดของอธิบดีส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) สุทธิพงษ์ จุลเจริญ…

ll ขอแสดงความยินดีกับ รศ.ทพญ.วาสนา พัฒนพีระเดช ได้รับพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์เมื่อ ๔ ตุลาคมจากจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยปีการศึกษา ๒๕๖๐…ll

น้องโน้ต

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘หอระฆังวัด’ ปฐมภูมิแห่งการตื่นรู้ถึงพุทธธรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/368661

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘หอระฆังวัด’ ปฐมภูมิแห่งการตื่นรู้ถึงพุทธธรรม

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘หอระฆังวัด’ ปฐมภูมิแห่งการตื่นรู้ถึงพุทธธรรม

วันอาทิตย์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

หอกังสดาลวัดพระธาตุหริภุญชัย

ช่วงนี้มีเหตุการณ์เกี่ยวกับหอระฆัง ๒ เรื่อง คือกรณีหอระฆังทรุดและการร้องเรียนให้วัดลดเสียงตีระฆังลงจนสร้างกระแสสังคมให้แสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวางอาทิตย์นี้ขอตามรอย “ระฆัง” ที่มีบทบาทในการพระศาสนา จากการสำรวจทางโบราณคดีนั้นพบว่ามนุษย์รู้จักใช้หินเคาะแผ่นหินให้เกิดเสียงขึ้นแล้วเรียกว่า “กังสดาลหิน” ก่อนที่จะรู้จักทำแผ่นโลหะเคาะให้มีเสียงดังกังวานซึ่งน่าจะเป็นรูปแบบกังสดาลที่เกิดขึ้นก่อนจะมีการสร้างเป็นรูประฆัง

วัดสังกัส-ระฆังใหญ่

ในสมัยพระพุทธกาลมีเรื่องเล่าว่าผู้สร้างระฆังเป็นคนแรก คือ นางวิสาขา ซึ่งเป็นอริยบุคคล ผู้สำเร็จธรรมเป็นพระโสดาบันตั้งแต่ยังสาว นางเกิดในตระกูลเศรษฐี เมืองภัททิยะ แคว้นอังคะ เป็นบุตรีของธนญชัยเศรษฐี และสุมนาเทวี มีปู่ชื่อเมณฑกเศรษฐี ต่อมาคนในตระกูลเศรษฐีนี้ได้ย้ายไปอยู่เมืองสาวัตถีของพระเจ้าปเสนทิโกศล และนางได้แต่งงานกับปุณณวัฒนกุมาร บุตรของมิคารเศรษฐี ด้วยความถึงพร้อมแห่งเบญจกัลยาณีของนางนั้นทำให้นางศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ตามประวัตินั้้นว่า วันหนึ่งนางวิสาขาเมื่อมาถึงวัด นางได้ถอดเครื่องประดับมหาลดาปสาธน์มอบให้สาวใช้ผู้ติดตามดูแล ด้วยเห็นว่าการใส่เครื่องประดับมากมายเข้าไปในศาลาฟังธรรมนั้นเป็นการไม่สมควรยิ่ง

ระฆังในพิพิธภัณฑ์ฯ

หลังจากนางฟังธรรมแล้วนางเดินกลับคฤหาสน์ สาวใช้เกิดลืมเครื่องประดับไว้ที่ข้างหน้าศาลาฟังธรรม ซึ่งพระอานนท์เห็นเข้าจึงเก็บรักษาไว้เสียข้างใน นางวิสาขาได้บอกสาวใช้ไปนำเครื่องประดับกลับมา โดยกำชับว่า หากพบว่าเครื่องประดับยังคงวางอยู่ที่เดิม ก็จงนำกลับมาแต่ถ้าพระคุณเจ้าเคลื่อนย้ายไปจากที่เดิมแล้วก็ถือว่าได้ถวายพระสงฆ์แล้วไม่ต้องขอกลับมา สุดท้ายสาวใช้ไม่ได้นำเครื่องประดับดังกล่าวกลับ นางวิสาขาเห็นว่าหากพระสงฆ์เก็บรักษาเครื่องประดับของสตรีเอาไว้ก็ไม่เป็นประโยชน์ จึงได้ช่วยประกาศขายเครื่องประดับนั้นโดยมีราคถึง ๙ โกฏิ กับ ๑ แสนกหาปณะ แต่ก็ไม่มีใครสามารถซื้อได้ สุดท้ายนางจึงขอซื้อไว้เอง แล้วนำเงินจำนวนนั้นมาสร้างวัดพระวิหารบุพผาราม ให้เป็นที่พำนักของพระภิกษุสงฆ์ คราวนั้นนางได้สร้างระฆังแขวนไว้รอบชายคาพระวิหารและปราสาท เวลามีลมพัดกระดิ่งกระทบกับระฆังเสียงดังกังวานสดใสดุจเสียงแห่งบุญกุศลที่ส่งเสียงไปถึงประตูสวรรค์

หอระฆังไม้วัดศรีบุญเรือง

หลังพุทธกาลผ่านมาแล้ว ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๓ เมื่อพระศาสนาเผยแพร่ไปดินแดนต่างๆ จึงนำเอาการสร้างระฆังแขวนขึ้นตามวัดวาอารามต่างๆ ในประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนา ซึ่งพากันนิยมสร้างระฆังสืบมาจนถึงปัจจุบัน จนมีการสร้างรูประฆังและหอระฆังขึ้นในวัดทุกแห่งสำหรับเป็นอาคารแขวนระฆังเพื่อใช้ตีบอกสัญญาณเวลาแก่พระสงฆ์ในการลงทำวัตรและประกอบสมณกิจ หอระฆังนั้นมีการสร้างด้วยไม้ อาคารก่ออิฐถือปูน และคอนกรีตเสริมเหล็ก ทำเป็นอาคารสวยงามในแบบสี่เหลี่ยมหกเหลี่ยม แปดเหลี่ยม และทรงกลมตามสถาปัตยกรรมนิยมแต่ละสมัย โดยมีการสร้างทรงหลังคาแบบต่างๆ เช่น หลังคาหน้าจั่วธรรมดา (ทรงคฤห์)-มณฑป-อาคารจัตุรมุข-อาคารบุษบก-อาคารยอดมงกุฎ-ยอดพระเกี้ยว-ยอดเจดีย์-ยอดปรางค์-อาคารทรงปราสาท หรืออาคารสถาปัตยกรรมตะวันตก หรือจีน ให้เป็นสื่อความหมายและแสดงสัญลักษณ์ทางพุทธปรัชญาให้รู้ว่าเป็นหอระฆังแห่งการตื่นรู้และเข้าถึงสัจธรรม ที่ให้ความรู้สึกแห่งสันติสุขในพระศาสนา

ระฆังพ่อขุนรามคำแหง

สำหรับหอระฆังที่งดงามที่สุดนั้นคือหอระฆังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว สร้างขึ้นในรัชกาลที่ ๑สืบเนื่องจากมีการขุดพบระฆังลูกหนึ่งที่วัดบางหว้าใหญ่ ซึ่งมีเสียงไพเราะมาก รัชกาลที่ ๑ จึงขอมาใช้ที่หอระฆังในวัดพระแก้วและโปรดให้สร้างหอระฆัง พร้อมสร้างระฆังอีก ๕ ลูก แทนที่วัดบางหว้าใหญ่ ทำให้วัดนี้มีชื่อว่าวัดระฆัง มาจนทุกวันนี้ แม้รัชกาลที่ ๔ จะตั้งว่าวัดราชคัณฑิยาราม ก็ไม่นิยมเท่า

ระฆังสำริดสมัยสุโขทัย

ต่อมาหอระฆังในวัดพระแก้วนี้ รัชกาลที่ ๔ ได้ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใหม่ให้มีลักษณะคล้ายสถาปัตยกรรมไทยย่อมุมไม้สิบสอง คือตรงมุมทั้งสี่นั้นย่อเป็นมุมสามมุม ประดับด้วยเครื่องถ้วยชามแบบจีน เป็นลวดลายต่างๆ วิจิตรพิสดาร หอระฆังที่ปรากฏในพระอารามหลวงนั้นมีรูปแบบงดงามด้วยศิลปกรรมหลายแบบ เช่น หอระฆังของวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หลังคาทรงบุษบก หอระฆังของวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หลังคาจตุรมุขยอดทรงเจดีย์ย่อไม้สิบสอง หอระฆังของวัดสำโรงเป็นอาคารไม้ หลังคาทรงคฤห์ จั่วประดับช่อฟ้าใบระกา หางหงส์ เป็นต้น หอระฆังจึงเป็นสัญลักษณ์การตื่นรู้ในพระพุทธศาสนามาแต่โบราณ

หอระฆังวัดพระเชตุพนฯ

หอระฆังของวัดพระแก้ว

กังสดาล

กังสดาลหิน

ระฆังจีนในพิพิธภัณฑ์วังจันทรเกษม

หอระฆังวัดระฆังโฆสิตาราม

คุณแหน : 6 ตุลาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/368504

คุณแหน : 6 ตุลาคม 2561

วันเสาร์ ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll อยู่เคียงข้างนักเรียนไทยมา 50 ปี Student Weekly เป็นสื่อสิ่งพิมพ์ล่าสุดที่อำลาแผงหนังสือไปอีกฉบับแล้วตามกาลเวลา และความเปลี่ยนแปลงของสื่อสมัยใหม่..วงการสื่อกระดาษต้อง
ไว้อาลัยอีกวาระแล้ว…

ll ชาครีย์นรทิพย์ เสวิกุล อัครราชทูตที่ปรึกษา สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอังการา ตุรกี ได้รับข่าวดีจากศูนย์ ICT ของกระทรวงการต่างประเทศ ว่า ได้รางวัลที่ 1 MFA emailchallenge (ผู้ใช้อีเมล์ราชการของกระทรวงฯมากที่สุดในช่วงที่ผ่านมา) เจ้าตัวสันนิษฐานว่า คงเป็นเพราะทำงาน Thai Cultural Roadshow ซึ่งทั้งติดต่อประสานงานฝ่ายไทย/ฝ่ายตุรกี ติดตามความคืบหน้า ตลอดจนเชิญแขกเหรื่อเครือข่ายร่วมงานฯทำให้ใช้ไอทีแบบสุดคุ้ม…ทุ่มเทกับงานแบบสุดพลังแบบนี้ น่าชื่นชมนัก…

ll ยินดีกับ สุวัฒน์ เปี่ยมปัจจัย ได้รับแต่งตั้งเป็นอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ(ทน.)คนใหม่…

ll ดีใจด้วยกับ ศ.ดร.เผดิมศักดิ์-ดร.ศรีสุดาจารยะพันธ์ คุณปู่-คุณย่า ที่หลานสาวคนโต ด.ญ.อิงวา(น้ำขิง)ไปเล่นดนตรีที่ Osaka Music International Competition School ปรากฏผลได้ที่ 3 ในประเภทเล่นดนตรีทุกประเภท และเป็นที่ 2ในการเล่นเปียโน งานนี้พ่อโน้ต-แม่ปุ๊กยิ้มไม่หุบ…

ll เพื่อนราชินีรุ่น 65 ไม่ได้พบกันมา 50 ปี วารุณี เวยห์ กับ อารี กังวาลเนาวรัตน์ จึงกอดกันกลม ด้วยความคิดถึง เมื่อได้พบกันอีกครั้ง หลังจากที่ฝ่ายหลังไปดูงานที่ลาสเวกัส เมื่อหลายวันก่อน…

ll กลับจากเยอรมนีเที่ยวนี้ศิริพร จันทรางศุ ทำไอศกรีมผลไม้หลากหลายออกมาให้เพื่อนฝูงได้ชิม ซึ่งเล่าลือกันว่า รสชาติเยี่ยมมาก…

ll สาโรจน์-อาริยา อินทรครรชิต ไปท่องเที่ยวยุโรประหว่างนี้สุขสันต์หรรษากับการชมโบสถ์กลางกรุงเวียนนา และสารพัดสถานที่สวยงามแสนโรแมนติก น่าอิจฉามาก…

ll ช่วงนี้คู่เลิฟตะลอนทัวร์ ดร.ศิริพงษ์ กับ ดร.ณัฏฐา หังสพฤกษ์ บินไปพักผ่อนที่นิวยอร์ก…

ll แม้จะขี่จักรยานออกกำลังกายทุกวันแต่ สุรศักดิ์ แก้วพรหมมาลย์ไม่วายเกิด อาการเส้นเลือดหัวใจตีบ ต้องไปทำบอลลูนอยู่ขณะนี้…รายการศาสตร์พระราชาฯจึงต้องเปลี่ยนคนสรุปรายการกะทันหัน…

ll ปลายเดือนนี้ ฟองสนาน จามรจันทร์ จะไปไหว้สังเวชนียสถานที่อินเดีย…สาธุ !!……ll

บารอนเนส

สีสันแห่งเมืองใต้ ความหลากหลายที่ลงตัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/368520

สีสันแห่งเมืองใต้ ความหลากหลายที่ลงตัว

สีสันแห่งเมืองใต้ ความหลากหลายที่ลงตัว

วันเสาร์ ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เมืองใต้หรือภาคใต้ของไทยมี 14 จังหวัด แต่ละจังหวัดล้วนมีเสน่ห์และเอกลักษณ์ของตัว ไม่ว่าจะเป็น อาหารการกิน ขนมนมเนย เสื้อผ้าแพรพรรณ ขนบธรรมเนียมประเพณี และสถาปัตยกรรม รวมถึงท้องทะเล และหาดทรายแสนงาม

รายการแนวหน้าวาไรตี้ โดย ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย ผู้ดำเนินรายการ พร้อมแขกรับเชิญ คุณกฤษฎา รัตนพฤกษ์ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จะพาคุณไปสัมผัสมนต์เสน่ห์จังหวัดภาคใต้พร้อมพาไปชมและชิมอาหารขึ้นชื่อของภาคใต้ในมหกรรมอาหาร “Phuket Tasty Fest 2018 ตะเกียบคู่เดียวเฟี้ยวยกเกาะ”

คุณกฤษฎา รัตนพฤกษ์ เน้นว่าภาคใต้มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย เมื่อพูดถึงจังหวัดภาคใต้ สิ่งแรกที่นักท่องเที่ยวนึกถึงคือ ชายหาดขาว ทรายละเอียด น้ำทะเลใสสะอาด ภูเก็ต ถือเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก ส่วนทุกจังหวัดในภาคใต้มีวิถี ขนบประเพณีวัฒนธรรมแตกต่างกันออกไป ซึ่งบ่งบอกเอกลักษณ์ของแต่ละจังหวัดได้ชัดเจน

หากพูดถึงรายได้จากการท่องเที่ยวแล้ว ภาคใต้ทำรายได้สูงสุดของประเทศ สร้างรายได้ต่อปีกว่าแปดแสนล้านบาท ในส่วนของททท. พยายามส่งเสริมการท่องเที่ยวในภาคใต้ตลอดเวลา เพราะตระหนักดีว่าภาคใต้มีความหลากหลาย คนที่ชอบทะเลก็จะเลือกไปชมความงามของทะเล ส่วนคนที่ชอบอาหารการกินก็สนุกสนานไปกับอาหารแสนอร่อยนานาชนิด

โดยสรุป ททท. แบ่งภาคใต้ออกเป็น 3 โซน ได้แก่ โซน 1 คือทะเลฝั่งอันดามัน เช่น ภูเก็ต พังงา กระบี่ เป็นต้น โซนนี้มีแหล่งท่องเที่ยวที่หรูหราติดอันดับโลก สำหรับนักท่องเที่ยวที่
ใฝ่หาความหรูหราชั้นเยี่ยมยอด ก็จะไปสัมผัสที่นี่ โซนที่ 2 คือ “มุมมองใหม่” เน้นไปที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ โดยเน้นการนำเสนอวิถีชีวิต ขนบประเพณีของชาวพื้นเมือง และชูมนต์เสน่ห์ของเมืองเก่าแต่เป็นเมืองเก่าที่มีชีวิตชีวา ส่วนโซนสุดท้าย คือ กลุ่มจังหวัดภาคใต้ที่ติดกับอ่าวไทย โซนนี้จะนำเสนอสิ่งที่มีมากกว่าทะเล คือ ศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมของชาวใต้โดยแท้ โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช

ย้อนกลับไปพูดเรื่องงาน “Phuket Tasty Fest 2018 ตะเกียบคู่เดียวเฟี้ยวยกเกาะ” คุณกฤษฎา เล่าว่า งานนี้คือมหกรรมอาหารพื้นเมืองของภาคใต้ทุกจังหวัดจุดประสงค์ของการจัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นและส่งเสริมสินค้าด้านการท่องเที่ยว และด้านอาหารประจำท้องถิ่นภูเก็ต รวมถึงอาหารเด่นจากทุกจังหวัดภาคใต้และเพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ของการเป็น “Creative City of Gastronomy หรือ เมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหาร” แห่งแรกของไทย

ภูเก็ตเป็นจังหวัดที่มีความหลากหลายทางอาหารมาก เพราะที่นี่ประกอบไปด้วย คนไทยหลากหลาย ผสมผสานกับชาวจีน ชาวมุสลิม จึงมีความโดนเด่นมากในเรื่องของอาหาร เช่น ฮาลาลฟู้ด

ฮาลาลฟู้ด คือ อาหารที่ได้ผ่านกรรมวิธีในการทำ ผสม ปรุง ประกอบ หรือแปรสภาพ ตามศาสนบัญญัติ ซึ่งเป็นการรับประกันว่าชาวมุสลิมโดยทั่วไปสามารถบริโภคอาหาร หรืออุปโภค
สินค้าหรือบริการต่างๆ ได้โดยสนิทใจ นอกจากอาหารท่องถิ่นที่เป็นที่รู้จักกันดีแล้ว ที่นี่ยังมีอาหารทะเลสดสะอาดที่ทำให้นักท่องเที่ยวทุกคนติดอกติดใจในความสดอร่อยและถูกหลักอนามัยรวมไปถึงผลไม้ต่างๆตามฤดูกาลที่หากินได้ง่าย เช่น เงาะ มังคุด ทุเรียน ลองกอง เป็นต้น

เมื่อเอ่ยถึง ประเทศไทย นักท่องเที่ยวต่างชาติจะนึกถึงอาหาร เมืองไทยมีอาหารหลากหลายชนิด เช่น สตรีทฟู้ดรสอร่อย ยกตัวอย่างที่ถนนเยาวราชที่มีชื่อเสียงก้องโลก ไล่มาจนถึงจังหวัดภูเก็ตที่หลายคนพูดติดปากว่า “ไข่มุกอันดามัน”ซึ่งเป็น World Class Destination ในจังหวัดภูเก็ตเองจะมีวัฒนธรรมที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรม “เพอรานากัน” (Peranakan) คือ วัฒนธรรม อาคารสไตล์ชิโนโปรตุกีสที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่ยังคงถูกเก็บรักษาไว้อย่างน่าชื่นชม ทำให้คนรุ่นหลังหรือนักท่องเที่ยวยังได้สัมผัสความมีมนต์ขลังของการออกแบบตกแต่งสไตล์นี้

นอกจากนั้นชาวไทยเชื้อสายจีนในภูเก็ตจะมีวิธีการรับประทานอาหารที่แตกต่างออกไป ไม่เหมือนที่อื่น จึงทำให้ที่นี่มีความโดดเด่น และทั้งหมดนี้เป็นที่มาที่ไปของการจัดงานอาหาร “Phuket Tasty Fest 2018 ตะเกียบคู่เดียวเฟี้ยวยกเกาะ”

“ล่าสุด มิชลินสตาร์ ได้เข้ามาสนับสนุนภาพลักษณ์ของอาหารในจังหวัดภูเก็ตให้เด่นชัดขึ้น เราถือว่าเป็นโอกาสที่ดี”

ภูเก็ตกับการเป็น “เมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหาร” หรือ “Creative City of Gastronomy”เมื่อปี พ.ศ. 2558 โดยยูเนสโกภูเก็ตจึงเป็นเมืองแรกในประเทศไทย และในอาเซียนที่ได้รับรางวัลนี้

ข้อดีของภูเก็ต ในการเป็น “Creative City of Gastronomy” อย่างแรกคือนักท่องเที่ยวทั่วโลกรู้จักภูเก็ตมากขึ้น นอกเหนือจากเป็นจังหวัดที่เป็นเกาะที่มีสถานท่องเที่ยวสวยงามเท่านั้น City of Gastronomy เป็นชื่อที่สร้างชื่อเสียงและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้ภูเก็ต ซึ่งเป็นที่ภาคภูมิใจของชาวจังหวัดเป็นอย่างมาก และอีกประเด็นที่เราไม่มองข้ามคือ เราจะต่อยอดเพื่อเป็นแนวทางในการศึกษาอีกรูปแบบหนึ่งนอกเหนือจากการท่องเที่ยว เรายังต้องการส่งเสริมให้เยาวชนเรียนรู้ในเรื่องของอาหาร ฉะนั้นจะมองได้ว่าภูเก็ตนั้นนอกจะมีความโดดเด่นด้านแหล่งท่องเที่ยวแล้วยังมีความน่าสนใจในเรื่องของอาหารเพิ่มขึ้นอีกด้วย

พบเรื่องราวดีๆ ที่ครบครันได้ในรายการ “แนวหน้าวาไรตี้” ออกอากาศทุกวันอาทิตย์เวลา 16.00-16.25 น. ทาง TNN2 (และช่อง 784 ทางดิจิตัลทีวี)หรือTrue Visions 8 ชมรายการย้อนหลังได้ที่ youtube ผู้หญิงแนวหน้า byคุณแหน

โซไซตี้ : ‘มูลนิธิเอสซีจี’ สานต่อโครงการมอบทุนบุตรผู้พิทักษ์ป่าปีที่ 4

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/368510

โซไซตี้ : ‘มูลนิธิเอสซีจี’ สานต่อโครงการมอบทุนบุตรผู้พิทักษ์ป่าปีที่ 4

โซไซตี้ : ‘มูลนิธิเอสซีจี’ สานต่อโครงการมอบทุนบุตรผู้พิทักษ์ป่าปีที่ 4

วันเสาร์ ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

“มูลนิธิเอสซีจี” เดินหน้าโครงการมอบทุนบุตรผู้พิทักษ์ป่าปีที่ 4 ภายใต้โครงการ “Sharing the Dream Scholarship โดยมูลนิธิเอสซีจี” มอบ 160 ทุนใน 92 พื้นที่อนุรักษ์ มอบโอกาสทางการศึกษาแก่ครอบครัวฮีโร่ผู้พิทักษ์ป่า เผยตั้งเเต่เริ่มโครงการจนถึงปัจจุบัน มูลนิธิฯ มอบทุนไปแล้ว 366 ทุน 152 พื้นที่อนุรักษ์ พร้อมขยายความร่วมมือสู่กิจกรรมต่างๆภายใต้ โครงการ “HANDS FOR HEROESรวมมือเรา เพื่อคนเฝ้าป่า” โดยรายได้ทั้งหมดจากการจัดกิจกรรมจะนำไปสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ลาดตระเวนที่จำเป็นให้กับพู้พิทักษ์ป่า เบื้องต้นได้จัดซื้ออุปกรณ์ลาดตระเวนให้กับผู้พิทักษ์ป่าไปแล้ว 15 หน่วย

ขจรเดช เเสงสุพรรณ กรรมการบริหารมูลนิธิเอสซีจี เปิดเผยว่า มูลนิธิเอสซีจี ได้มอบทุนในปี 2561 ให้แก่บุตรผู้พิทักษ์ป่าจำนวน 160 ทุน ใน 92 พื้นที่อนุรักษ์ โดยได้รับการสนับสนุนข้อมูลผู้พิทักษ์ป่าจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และเครือข่ายพันธมิตร และปีนี้นับเป็นปีที่ 4 แล้วที่มูลนิธิฯดำเนินโครงการนี้ โดยเริ่มในปี 2558 เป็นปีแรก รวมจนถึงปัจจุบันได้มอบทุนให้กับบุตรผู้พิทักษ์ป่าไปแล้ว 366 ทุน 152 พื้นที่อนุรักษ์ มูลนิธิเอสซีจีตระหนักถึงความสำคัญของผู้พิทักษ์ป่า ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ท่ามกลางความเสี่ยงและอันตราย เพื่อดูแลผืนป่าและสัตว์ป่า ปกป้องทรัพยากรธรรมชาติของประเทศให้คงอยู่ ซึ่งทุนที่บุตรของผู้พิทักษ์ป่าได้รับนั้นมูลนิธิเอสซีจีจะมอบให้ต่อเนื่องไปจนจบการศึกษาระดับปริญญาตรี ทุนที่ให้นี้เป็นทุนให้เปล่า ไม่มีภาระผูกพันต้องใช้คืน เรียกได้ว่าช่วยลดความกังวลให้กับผู้พิทักษ์ป่า ไม่ต้อง “ห่วงหน้า พะวงหลัง” สามารถปฏิบัติงานได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งยังทำให้บุตรของผู้พิทักษ์ป่าได้ตระหนักถึงความดีและหน้าที่ของบิดาในฐานะ ฮีโร่ที่ปฏิบัติภารกิจที่สำคัญให้กับประเทศชาติอีกด้วย”

นอกจากการมอบทุนการศึกษาเป็นประจำทุกปีแล้ว ในปีนี้มูลนิธิฯ ยังได้ขยายความร่วมมือในการช่วยเหลือผู้พิทักษ์ป่าด้วยการจัดโครงการ “HANDS FOR HEROES รวมมือเรา เพื่อคนเฝ้าป่า” มีการจัดกิจกรรม 3กิจกรรมด้วยกัน ได้แก่ กิจกรรมเพ้นท์เสื้อ Paint for Heroes กิจกรรมเดิน-วิ่ง Run for Heroes และกิจกรรมคอนเสิร์ต Songs fromHeroes-Songs for Heroes เพื่อหารายได้นำไปสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ลาดตระเวนที่จำเป็นให้กับผู้พิทักษ์ป่า อีกทั้งยังเป็นการจุดประกายให้สังคมตระหนักถึงความสำคัญของผู้พิทักษ์ป่าโดยมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรม ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการจัดไปแล้วหนึ่งกิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมเพ้นท์เสื้อ Pain For Heroes และได้นำรายได้ไปจัดซื้ออุปกรณ์ลาดตระเวนที่จำเป็นให้กับผู้พิทักษ์ป่าไปเเล้วจำนวน 15 หน่วย

ธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กรมอุทยานฯมีความยินดีที่ได้มีส่วนในการสนับสนุนมูลนิธิเอสซีจีในการคัดเลือกบุตรผู้พิทักษ์ป่าที่เหมาะสมให้ได้รับทุนการศึกษา ผู้พิทักษ์ป่าเหล่านี้นับว่าเป็นผู้เสียสละและมีภารกิจอันยิ่งใหญ่ในการปกป้องและดูแลผืนป่ารวมไปถึงทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ การดูแลและแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้พิทักษ์ป่า นับเป็นการสร้างพลังใจให้กับพวกเขาได้รับรู้ว่าไม่ถูกทอดทิ้งและรู้สึกเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน จึงขอขอบคุณในความตั้งใจอันดีของภาคเอกชนที่ให้ความสำคัญและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนทุนการศึกษาแก่บุตรของผู้พิทักษ์ป่า ซึ่งเป็นเยาวชนของชาติให้เติบโตขึ้นอย่างมีศักยภาพและเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป

แนวหน้า ฟู้ด รีวิว : 9 วัน เทศกาลเจ เมนูสร้างสรรค์ กับ 9 โรงแรมชื่อดังทั่วกรุงเทพฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/368496

แนวหน้า ฟู้ด รีวิว : 9 วัน เทศกาลเจ เมนูสร้างสรรค์ กับ 9 โรงแรมชื่อดังทั่วกรุงเทพฯ

แนวหน้า ฟู้ด รีวิว : 9 วัน เทศกาลเจ เมนูสร้างสรรค์ กับ 9 โรงแรมชื่อดังทั่วกรุงเทพฯ

วันเสาร์ ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

กลับมาพบกันอีกครั้งในวันเสาร์สุดสัปดาห์กับคอลัมน์ “แนวหน้า ฟู้ด รีวิว” ที่จะคอยสรรหาเมนูจานเด็ด พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ ให้ผู้อ่านทุกท่านได้ทราบก่อนใคร และในสุดสัปดาห์นี้ขอต้อนรับผู้อ่านทุกท่านเข้าสู่อีกหนึ่งเทศกาลสำคัญ นั่นก็คือช่วง “เทศกาลเจ” ประเพณีถือศีลกินผัก ที่จัดต่อเนื่องตลอด 9 วัน ตั้งแต่วันที่ 9-17 ตุลาคม 2561 ที่กำลังจะถึงนี้ จึงขอพาผู้อ่านร่วมสืบสานเทศกาลแห่งความงดงามตามตำนานจีน ไปพบกับหลากหลายเมนูอาหารเจที่ไม่จำเจ เลือกสรรได้หลากหลายตามความต้องการ ทั้งแบบอลาคาร์ทเมนู เซตเมนู หรือบุฟเฟ่ต์ จาก 9 โรงแรมชั้นนำทั่วกรุงเทพฯ เริ่มต้นกันที่

โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์

โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ นำเสนอ9 เมนูอาหารเจเลิศรสสุดพิเศษ คัดสรรจากวัตถุดิบคุณภาพผ่านการปรุงอย่างพิถีพิถัน ที่เปลี่ยนการกินเจไม่ให้จำเจอีกต่อไป อาทิ ผัดกะเพราหมูเจ, ผัดผักรวมมิตร, ข้าวผัดไก่เจ, ผัดไทยเจ, ต้มยำเห็ดรวม, แกงจืดเต้าหู้สาหร่าย, แกงเขียวหวานผัก, เต้าหู้ทอด, เผือกทอด ฯลฯ ในราคาเริ่มต้นที่เมนูละ 180-240 บาท++ ทั้ง
มื้อกลางวันและมื้อค่ำ ระหว่างวันที่ 9-17 ต.ค. ที่ห้องอาหาร “เดอะเวิลด์” สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-1006255

โรงแรมเดอะ ทวิน ทาวเวอร์

โรงแรมเดอะ ทวิน ทาวเวอร์ นำเสนอเมนูอิ่มบุญได้คุณประโยชน์ทางอาหาร อาทิ ผัดผักโรงเจฟองเต้าหู้, เกาลัดผัดเทพธิดา, เต้าหู้ทอดโกเรง, ซุปข้นผักโขมรวมมิตร, ซุปเยื่อไผ่เห็ดออรินจิ ฯลฯ ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ ระหว่างวันที่ 8-17 ต.ค.ที่ห้องอาหารจีน “ฟุหมานเหลา” สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-2169555

โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ

โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ นำเสนออาหารเจต้นตำรับหลากหลายเมนู ที่ถูกคัดสรรปรุงแต่งอย่างพิถีพิถันถูกต้องตามหลักประเพณีจีน รสชาติถูกปากคนไทย อาทิ ซุปเยื่อไผ่เห็ดหอม, เต้าหู้อรหันต์, ข้าวผัดธัญพืช, มะเขือยาวหม้อดินทรงเครื่อง ฯลฯ ระหว่างวันที่ 8-17 ต.ค. ที่ห้องอาหารจีน “เดอะ มัลเบอร์รี่ไชนิส คิวซีน” และห้องอาหารนานาชาติ “เดอะ เบอร์เคลีย์ ไดนิ่ง รูม”สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-3099999 ต่อ 3134, 3143

โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค

โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค นำเสนอเมนูอาหารเจสูตรพิเศษ ที่ปรุงด้วยพืชผักตามฤดูกาล เริ่มต้นด้วยอาหารเรียกน้ำย่อยเบาๆ ฟักทองดอง ลูกพลัมแช่อิ่มเสิร์ฟพร้อมมะเขือเทศ และเมนูเพื่อสุขภาพ ปวยเล้งนึ่งราดซอสงาขาวเสี่ยวหลงเปาซุปผัก และปิดท้ายด้วยขนมจีบเจไส้เห็ดหอมและแปะก๊วยก่อนจะเสริมความอบอุ่นให้ร่างกายด้วยซุปฟักตุ๋นเยื่อไผ่เครื่องยาจีน เมนูครบเครื่องได้สุขภาพ ส่วนจานหลักนั้นเริ่มด้วย ขึ้นฉ่ายผัดรากบัวและเม็ดมะม่วงในรังเผือกทอด ตามมาด้วยฟักตุ๋น เห็ดมอเรลและเห็ดรวมน้ำแดง ก่อนจะรับขนมดอกบัวทอด พายแบบจีนไส้เม็ดบัว เป็นของหวานสำหรับมื้อพิเศษนี้ ในราคาเริ่มต้นที่จานละ 90 บาท++ ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ ระหว่างวันที่ 9-17 ต.ค. ที่ห้องอาหาร “พาโกด้า ไชนีส เรสเตอรองท์” สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-0595999

โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น

โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น นำเสนอสารพัดเมนูอาหารเจ ที่เชฟรังสรรค์มาโดยเฉพาะ ไล่เลียงกันตั้งแต่ข้าวผัดเจ, บะหมี่อรหันต์, เต้าหู้หม้อดินน้ำแดง, ผัดเห็ดรวมมิตรเจ,ผัดโหงวก๊วยเจ, เผือกทอดทรงเครื่อง, เปาะเปี๊ยะเจ, ถุงทองเจ, ก๋วยเตี๋ยวหลอดเจ, แปะก๊วยครีมอัลมอนด์, ซุปเยื่อไผ่ดอกเหมย ฯลฯ ระหว่างวันที่ 9-17 ต.ค. ที่ห้องอาหารจีน “ดรากอน” สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-5755599

โรงแรมแมนดาริน

โรงแรมแมนดาริน นำเสนอบุฟเฟ่ต์อาหารเจ ที่เน้นเมนูหลากหลายและรสชาติดี อาทิ แกงเขียวหวานเจ, แกงคั่วสับปะรดเจ,เปาะเปี๊ยะเจ, ติ่มซำเจ, ผัดผักรวมมิตรเจ, สลัดต่างๆ, ยำนานาชนิด ฯลฯ รวมทั้งของหวานจานโปรดอีกมากมาย สำหรับมื้อกลางวันในราคาท่านละ 370 บาท หรือบุฟเฟ่ต์ข้าวต้มเจ พร้อมเครื่องเคียงยำชนิดต่างๆ และอาหารเจ ให้เลือกอิ่มบุญบารมี สำหรับมื้อเย็น ในราคาท่านละ 340 บาท ระหว่างวันที่ 9-17 ต.ค. ที่ห้องอาหาร “ครัวหลวง” สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-2380230

โรงแรมรอยัลเบญจา

โรงแรมรอยัลเบญจา นำเสนออาหารเจเพื่อสุขภาพหลากหลายเมนูไม่ซ้ำที่ผ่านการปรุงอย่างพิถีพิถัน ในบุฟเฟ่ต์มื้อเที่ยงทุกวัน ในราคาท่านละ 354 บาทสุทธิ ระหว่างวันที่ 8-17 ต.ค.ที่ห้องอาหาร “เบญจมาศ” สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-6552920 ต่อ 4114-5

โรงแรมแลนด์มาร์ค กรุงเทพฯ

โรงแรมแลนด์มาร์ค กรุงเทพฯ นำเสนอบุฟเฟ่ต์อาหารเจที่เชฟจัดเตรียมขึ้นสำหรับเทศกาลนี้โดยเฉพาะ ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ พิเศษลด 50% เมื่อมาตั้งแต่ 4 ท่านขึ้นไป ที่ห้องอาหาร “เอเทรียม” และอาหารเจตำรับฮ่องกงขนานแท้และอาหารไทย จานโปรดที่ปรุงสดใหม่ด้วยวัตถุดิบชั้นดี อาทิ ซุปโป๊ยเซียน,ข้าวอบหม้อดินเจ, เป็ดย่างเจผัดกะเพรา, ผัดไทยเจ, ฉู่ฉี่กุ้งเจ ฯลฯ ที่ห้องอาหาร “กรีนเฮ้าส์” และติ่มซำเจ เมนูอาหารจานโปรดอาทิ ฮะเก๋าเจ, ขนมจีบเจ, ซาลาเปาไส้หมูแดงเจ, ก๋วยเตี๋ยวหลอดเจ, ผัดโหงวก๊วยเจรังเผือก, บะหมี่ฮกเกี้ยนเจ, ถั่วหวานผัดพริกเกลือ ฯลฯ ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ ที่ห้องอาหารจีน“ซุยเซียน” ระหว่างวันที่ 8-17 ต.ค. สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-2540404 ต่อ 7777

โรงแรมเอเชีย กรุงเทพ

โรงแรมเอเชีย กรุงเทพ นำเสนออาหารเจจานเด็ดหลากหลายเมนู มากด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่ปรุงแต่งด้วยวัตถุดิบคุณภาพดี อาทิ สลัดเต้าหู้ทรงเครื่องอิตาเลียนซอสเจ,แซนด์วิชเต้าหู้ซอสงาเจ, ขนมเบื้องญวนเจ, เฝอเจ, แกงกะหรี่เจ,บร็อคโคลี่เยื่อไผ่น้ำแดง, ผักสี่สหาย, ซุปเยื่อไผ่, เต้าหู้ผัดซอสเปรี้ยวหวาน,เต้าหู้น้ำแดง, ผัดผลไม้ 5 ชนิด, ทอดมันข้าวโพดเจ, ผัดหมี่ซั่วเจ, ขนมปังไส้ถั่วเหลืองเจ, ขนมปังไส้เห็ดเจ, พายผักโขมเจ ฯลฯทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ ระหว่างวันที่ 8-17 ต.ค. ที่ห้องอาหารจีน “เดอะ เกรทวอลล์”, ห้องอาหารนานาชาติ “ทิโวลี่ คอฟฟี่ ช็อป” และห้องอาหารเวียดนาม “ไซ่ง่อน” สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-2170808

ร่วมทำบุญเสริมสร้างบารมี ถือศีลกินเจ ละเว้นการบริโภคเนื้อสัตว์ เพื่อสุขภาพที่ดี ด้วยหลากหลาย เมนูเจน่าทาน อิ่มท้องพร้อมอิ่มบุญตลอด 9 วันนี้ ไปกับ “แนวหน้า ฟู้ด รีวิว”