เฮลโล คิตตี้ 2018 ลิมิเต็ด เอดิชั่น ล่าสุดจาก ‘JUBILEE DIAMOND’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/366269

เฮลโล คิตตี้ 2018 ลิมิเต็ด เอดิชั่น ล่าสุดจาก ‘JUBILEE DIAMOND’

เฮลโล คิตตี้ 2018 ลิมิเต็ด เอดิชั่น ล่าสุดจาก ‘JUBILEE DIAMOND’

วันพุธ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เอาใจเหล่าแฟชั่นนิสต้าและเฮลโล คิตตี้ เลิฟเวอร์ เพราะ “JUBILEE DIAMOND” (ยูบิลลี่ ไดมอนด์) ผู้ได้รับลิขสิทธิ์จากซานริโอ ในการผลิตและจำหน่ายเครื่องประดับเพชรลวดลายเฮลโลคิตตี้ (Hello Kitty) รายแรกและรายเดียวในประเทศไทย ล่าสุดเปิดตัวคอลเลคชั่น Hello Kitty 2018“Runway Voyage” (เฮลโล คิตตี้ 2018 รันเวย์ โวยาจ) ลิมิเต็ด เอดิชั่นแห่งปี ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการเดินทางท่องเที่ยว เพื่อแสดงความเป็นตัวตนที่เปี่ยมความมั่นใจตามเมืองแห่งแฟชั่นสุดเจ๋งทั่วโลก กับไอเท็มเครื่องประดับสุดคิ้วท์เติมเต็มโททัลลุค เพราะแบรนด์ยังคงให้สาวๆ เอ็นจอยกับการมิกซ์แอนด์แมตช์ในทุกสไตล์ที่เป็นตัวเอง ทั้งแบบสาวหวาน สาวเปรี้ยว สาวมินิมอล ด้วยดีไซน์ลูกเล่นให้สามารถปรับเปลี่ยนสวมใส่ได้หลากหลายรูปแบบ อาทิ แหวนเปลี่ยนเป็นจี้ หรือต่างหูที่ใส่ได้ 3 แบบในหนึ่งเดียว มาพร้อมมินิ คิตตี้ แอคเซสซอรี่ 8 แบบ สนุกสนานได้ทุกลุค

สำหรับคอลเลคชั่นสุดพิเศษนี้รังสรรค์ชิ้นงานด้วยทองคำชมพูแท้ (Pink Gold) ประดับด้วยเพชรแท้คุณภาพน้ำ 99 E-Color (อี คัลเลอร์) เปล่งประกายแวววาว สีขาวใส ประณีตในการผลิตด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงทุกขั้นตอน ได้รับการคัดสรรอย่างพิถีพิถันจากประเทศเบลเยียม ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเจียระไนเพชรที่ดีที่สุดของโลก เพื่อให้ได้เพชรคุณภาพอยู่บนจิวเวลรี่สุดชิค

เริ่มที่ Hello Kitty Ring (เฮลโล คิตตี้ ริง) แหวนยอดนิยม ไอเดียการออกแบบยังคงความน่ารักที่เป็นเอกลักษณ์แฝงความเปรี้ยวทันสมัย เพิ่มมิติแห่งงานดีไซน์ด้วยลายทวิสต์ที่ตัวเรือน มีให้เลือกทั้งแบบ Pink Gold และแบบประดับเพชรเต็ม เสริมความโดดเด่นด้วยการปรับเปลี่ยนเป็นจี้ได้ในหนึ่งเดียวพร้อมคอมพลีทลุคให้เป๊ะปัง, Hello Kitty Pendant (เฮลโล คิตตี้ เพนเดนท์)จี้พร้อมสร้อย มีให้เลือกทั้งแบบหน้า Hello Kitty สุดคลาสสิก และแบบลายชื่อ Hello Kitty ภายในโครงหน้าซิกเนเจอร์ ทำจาก Pink Gold ประดับเพชรแท้ เสริมความเก๋ด้วยการปรับความยาวของสายสร้อยได้ตามใจชอบ หรือจะเลือกใส่ซ้อนกัน 2 เส้นก็ลงตัวสุดๆ ส่วน Hello Kitty Hoop Earrings (เฮลโล คิตตี้ ฮูป เอียร์ริงส์) ต่างหูแบบห่วง มีให้เลือกทั้งแบบ Pink Gold และเพชรเต็มตามความชอบที่ต่างสไตล์แฝงความเก๋ด้วยซิกเนเจอร์ของเฮลโล คิตตี้ที่ตัวแป้นด้านหลัง พร้อมเพิ่มลูกเล่นเติมความคอมพลีทให้ถึงขีดสุดด้วยมินิ คิตตี้, Hello Kitty Stud Earrings (เฮลโล คิตตี้ สตั๊ด เอียร์ริงส์) ต่างหูแบบใส่ติดหู หน้า Hello Kitty ยอดฮิต โดดเด่นด้วยการดีไซน์ให้ใส่ได้ถึง 3 รูปแบบ เพื่อแมตช์ลุคให้สวยเก๋ตามสไตล์ หรือจะเติมเต็มเสน่ห์ให้ปังแอนด์เปรี้ยวระยิบระยับด้วยแบบเพชรเต็มก็จะได้ลุคที่เปลี่ยนไปจากเดิม และ Hello Kitty Bangle (เฮลโล คิตตี้ แบงเกิล) กำไลข้อมือไอเท็มสุดคลาสสิกที่สวมใส่ได้ทุกวัน มีให้เลือก 3 แบบ 3 สไตล์แต่ลงตัวสุดๆ โดยมี 2 แบบที่เพิ่มมินิ คิตตี้ให้ฟรุ้งฟริ้งเพียงขยับมือ หรือแบบเน้นเพชรในลุคสวยมีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร

บรรเทาอาการเจ็บคอด้วยสูตรธรรมชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/366301

บรรเทาอาการเจ็บคอด้วยสูตรธรรมชาติ

บรรเทาอาการเจ็บคอด้วยสูตรธรรมชาติ

วันพุธ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวฝนตก หลายๆ คนที่สุขภาพเคยแข็งแรงก็กลับอ่อนแอลง ทั้งเป็นหวัด คัดจมูก มีไข้ หรือแม้แต่มีอาการเจ็บคอให้กังวลใจ ไลฟ์เซ็นเตอร์บล็อกhttps://lifecenterthailand.wordpress.com มีความรู้ดีๆ มาแนะนำเกี่ยวกับการบรรเทาอาการเจ็บคอแบบได้ผล ประหยัด ทำได้ง่ายมากๆ และที่สำคัญ เป็นสูตรจากธรรมชาติ

สูตรแรก น้ำ+เกลือ เป็นสูตรมรดกตกทอดกันมานานเลยทีเดียวสำหรับการใช้น้ำอุ่น (1ถ้วย) + เกลือ (1/4 ช้อนชา) นำมากลั้วคอสักพัก ก่อนจะบ้วนทิ้งน้ำอุ่นกับเกลือจะช่วยลดเชื้อแบคทีเรียตัวร้าย อาการเจ็บคอจึงลดลงไปด้วย

สูตร 2 น้ำผึ้ง + มะนาว + ขิง + น้ำ เพิ่มความเข้มข้นกันสักนิด สำหรับใครที่เจ็บคอมากหน่อย ลองใช้ น้ำผึ้ง (1 ช้อนชา) + น้ำมะนาว (ประมาณครึ่งซีก)+ น้ำขิง ( 1 ช้อนชา) + น้ำอุ่น เสร็จแล้ว นำมากลั้วคอสักพัก น้ำผึ้งจะช่วยกำจัดเชื้อไวรัส และแบคทีเรียที่มาสร้างความระคายเคืองให้กับคอของเรา และน้ำมะนาวจะช่วยให้ลำคอชุ่มชื่น จะช่วยในเรื่องการรักษาโรคภูมิแพ้ สูตรนี้นอกจากจะช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอได้ดีแล้ว ยังช่วยให้สดชื่น และลำคอโล่งขึ้นเยอะเลยค่ะ

สูตร 3 พริกป่น + น้ำ สูตรนี้เหมาะสำหรับคนใจเด็ด ใช้พริกป่น (2 ช้อนชา) + น้ำร้อน 1 ถ้วย เช่นเคยนำมากลั้วคอสัก 15 นาที ด้วยความเผ็ดร้อนของพริกจะช่วยไปบรรเทาอาการเจ็บคอได้ โดยพริกจะทำหน้าที่เป็นเหมือนยาแก้อักเสบกลายๆ เมื่อลดอาการอักเสบได้คอของเราก็จะกลับมาแข็งแรงได้โดยไว ห่างหายจากอาการไอ อาการเจ็บคอ สูตร 4 กานพลู + น้ำ สูตรนี้หอมเป็นพิเศษ ลองหากานพลูแบบอบแห้ง นำมาบดให้ละเอียด สูตรนี้จะใช้กานพลูบดละเอียด (2 ช้อนชา) + น้ำร้อน 1 ถ้วย นำมากลั้วคอ อาจจะกลั้วบ่อยสักนิดนะคะกานพลูมีสารต้านเชื้อแบคทีเรีย และช่วยลดอาการอักเสบค่ะ สูตร 5 ขมิ้นชัน + เกลือ + น้ำ ลองหาขมิ้นชันจะเป็นแบบที่บดแล้ว หรือแบบที่เป็นผงก็จะสะดวกดี สูตรนี้จะใช้ ขมิ้นชัน (1 ช้อนชา) + เกลือ (1 ช้อนชา)+ น้ำร้อน 1 ถ้วย ได้ส่วนผสมแล้วก็นำมากลั้วคอสักพัก คุณสมบัติของขมิ้นชันนี้เป็นเสมือนสารต้านอนุมูลอิสระอย่างดี ส่วนเกลือก็จะช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย จึงเป็นอีกสูตรที่จะช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอได้ดีทีเลยเดียว

สูตร 6 แอปเปิ้ลไซเดอร์ + เกลือ สูตรนี้จะเหมาะกับคนที่เจ็บคอ และมีอาการไอร่วมด้วย ลองใช้ แอปเปิ้ลไซเดอร์ (1 ช้อนชา) + น้ำร้อน 1 ถ้วย แล้วนำมากลั้วคอสักพัก แอปเปิลไซเดอร์จะไปช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อโรคบางชนิดในคอของเรา จึงช่วยลดอาการเจ็บคอ และยังทำให้ไอน้อยลง สูตร 7 ชาเขียวร้อน สูตรนี้ไม่มีส่วนผสมอะไรมาก ใช้เพียงชาเขียวกับน้ำร้อนมาจิบ ใช้ชาที่เข้มข้นสักหน่อย แล้วใช้วิธีการจิบไปเรื่อยๆ ชาเขียวมีสารต้านอนุมูลอิสระ และช่วยลดอาการติดเชื้อ แค่จิบชาเขียวบ่อยๆ เรื่อยๆ น้ำอุ่นๆ จะช่วยละลายเสมหะ ทำให้หายเจ็บคอไปในที่สุด สูตร 8 ชาราสเบอร์รี่ นอกจากชาเขียวแล้ว ชาราสเบอร์รี่ก็ช่วยได้ ลองชงชาราสเบอร์รี่มาจิบ หรือจะนำมากลั้วคอก็ได้ เพราะชาราสเบอร์รี่นอกจากจะมีกลิ่นหอมหวนชวนรับประทานแล้ว ยังมีคุณสมบัติในการป้องกัน และบรรเทาอาการหวัด คัดจมูก สมานแผล จึงเหมาะกับการนำมาทานแก้เจ็บคอ

TIJ และ UN Women หนุนความเท่าเทียมทางเพศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/366293

TIJ และ UN Women หนุนความเท่าเทียมทางเพศ

TIJ และ UN Women หนุนความเท่าเทียมทางเพศ

วันพุธ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สร้างพลังการเปลี่ยนแปลงด้านสิทธิสตรีและความเสมอภาคระหว่างเพศในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ร่วมกับองค์การเพื่อการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศและเพิ่มพลังของผู้หญิงแห่งสหประชาชาติ (UN Women) เดินหน้าการส่งเสริมการเข้าถึงความยุติธรรม และเสริมพลังให้กับผู้หญิงในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการสร้างแนวทางปรับปรุงกฎหมายการพัฒนางานวิจัยและศักยภาพผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดปัญหาความรุนแรงและไม่เท่าเทียมทางเพศของผู้หญิงและเด็กหญิง นำมาสู่การพัฒนาสังคมที่เป็นธรรมอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับหนึ่งในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) ทั้ง 17 ประการ

กิตติภูมิ เนียมหอม รักษาการหัวหน้ากลุ่มโครงการส่งเสริมสิทธิผู้หญิงและเด็ก กล่าวว่า สิทธิในการเข้าถึงความยุติธรรมของผู้หญิง เป็นองค์ประกอบพื้นฐานของหลักนิติธรรม การมีธรรมาภิบาลและกฎหมายสิทธิมนุษยชน นำไปสู่การพัฒนาสังคมโดยไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลังTIJ และ UN Women ได้มีแผนงานสนับสนุนผลสัมฤทธิ์เหล่านี้ โดยในปี 2561-2562 จะมุ่งเน้นกิจกรรมเพื่อการเสริมสร้างเครื่องมือทางกฎหมาย สร้างความเข้าใจความละเอียดอ่อนทางเพศภาวะและการพัฒนาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ของผู้ปฏิบัติงานสร้างการตระหนักรู้และเสริมสร้างทัศนคติของคนในสังคมผ่านรูปแบบความร่วมมือใหม่ๆ ทั้งจากภาครัฐ ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน

ที่ผ่านมา UN Women ได้ดำเนินงานผลักดันสิทธิและความเสมอภาคทางเพศในประเทศไทยและภูมิภาคแปซิฟิกมาอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมความยุติธรรมทางอาญา และสร้างพลังการเปลี่ยนแปลงบรรทัดฐานทางสังคมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ผ่าน SpeakUpSpeakOut แคมเปญ และ HeforShe แคมเปญ อีกทั้ง ได้มีการขยายความร่วมมือกับศาลครอบครัวกลางและเยาวชนแห่งประเทศไทยจัดทำมาตรฐานขั้นตอนการปฏิบัติงานในการคุ้มครองผู้เสียหายและผู้กระทำผิดหญิง

นอกจากนี้ในปีที่ผ่านมา (2561) TIJ และ UN Women ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานและจัดโปรแกรมพัฒนาผู้ปฏิบัติงานในกระบวนการยุติธรรม ตลอดจนงานวิจัยต่างๆ ที่ตีแผ่ข้อมูลเชิงลึกของสถานการณ์ความไม่เสมอภาคและความรุนแรงทางเพศในระดับประเทศ อาทิ รายงานการศึกษาเรื่อง คดีข่มขืน ความเข้าใจเรื่องการตอบสนองของกระบวนการยุติธรรมทางอาญาต่อความรุนแรงทางเพศในไทยและเวียดนาม ซึ่งชี้ว่าผู้เสียหายจากความรุนแรงทางเพศต้องเผชิญแนวปฏิบัติทางกฎหมาย ทัศนคติทั่วไปเกี่ยวกับความรุนแรงทางเพศ เป็นผลให้เกิดการยอมความหรือล้มคดี ซึ่งผลจากการศึกษานี้นำมาสู่แนวทางปรับปรุงกรอบกฎหมายต่อไป

ความร่วมมืออย่างบูรณาการจากทุกภาคส่วนในสังคม การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และทรัพยากรของสหประชาชาติทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค จะเป็นประโยชน์ในการค้นหาแนวทางปรับปรุงข้อกฎหมายและการปฏิบัติต่อผู้หญิงในกระบวนการยุติธรรม ตลอดจนสร้างบรรทัดฐานทางสังคม เพื่อยกระดับสิทธิและการเข้าถึงความยุติธรรมของผู้หญิงในประเทศไทย เป็นการยุติอาชญากรรมและพฤติกรรมลอยนวลของผู้กระทำรุนแรงทางเพศที่เกิดขึ้น อันจะนำมาสู่การพัฒนาสังคมที่ยั่งยืนต่อไป

กิตติภูมิ เนียมหอม

กิตติภูมิ เนียมหอม

ทันตกรรมความงามมาแรง ‘Beyond Smile Dental Clinic’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/366275

ทันตกรรมความงามมาแรง 'Beyond Smile Dental Clinic'

ทันตกรรมความงามมาแรง ‘Beyond Smile Dental Clinic’

วันอังคาร ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561, 16.13 น.

ปัญหาของคนไทยเรื่อง “ฟัน” ถือเป็นเรื่องใหญ่ และเรื้อรังมานาน คนส่วนใหญ่มักมองข้ามการดูแลสุขภาพช่องปาก และเลือกหาหมอฟันเป็นที่สุดท้าย ทั้งที่ความเป็นจริง เรื่องของ “ฟัน” เป็นเรื่องที่สำคัญพอ ๆ กับ ดวงตา จมูก และปาก ในยุคของเทรนด์ความงามและศัลยกรรมมาแรง Beyond Smile Dental Clinic 1 ใน 10 คลินิคทันตกรรมยอดนิยมระดับเอเชียใต้ เลือกชูกลยุทธ์ “Smile Design ออกแบบรอยยิ้ม” คือการมีรอยยิ้มและฟันที่สวยงาม โดยใช้ระบบดิจิทัลเข้ามาช่วยในการจัดฟันแบบ Invisalign วิเคราะห์และออกแบบรอยยิ้มให้กับคนไข้ เพื่อให้มีรอยยิ้มที่สมส่วนและเข้ากับใบหน้า และริมฝีปากของคนไข้ได้มากที่สุด โดย ทพญ.ณัฐวรรณ วงศ์สุขเกษม กรรมการผู้จัดการบริษัท บียอนต์ สไมล์ จำกัด เผยว่า

“ที่ผ่านมาปัญหาของคนไทยส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับสุขภาพช่องปาก มักมองข้ามจุดนี้ไป อาจเป็นเพราะว่าอาการของโรคและความรุนแรงไม่ได้เยอะเหมือนป่วยทางร่างกายอย่างบางคนเป็นโรคหัวใจ ความดันในเลือดสูง มักมีอาการแสดงออกเยอะ และส่งผลกับการใช้ชีวิตประจำวันเยอะเลยทำให้ไม่เห็นความสำคัญของการดูแลสุขภาพช่องปาก บวกกับการขาดความรู้ เหมือนเราไม่ค่อยได้รับความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับด้านนี้มากพอ  ว่าสุขภาพช่องปากไม่แข็งแรงจะส่งผลอะไรได้หลายอย่าง อาทิ ถ้าเราปวดฟันแล้วไม่ดูแลจะทำให้ไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เราเคี้ยวอาหารไม่ละเอียดส่งผลต่อระบบย่อยอาหารในร่างกายตามมา และฟันผุก็ส่งผลถึงโรคหัวใจได้อีกด้วย  แต่ปัจจุบัน  เทรนด์ความงามมาแรง คนไข้มาทำฟันเริ่มไม่ได้มาทำเพื่อการรักษาแล้ว เค้าจะเริ่มมาทำเพื่อความสวยงามมากขึ้น อย่างเมื่อก่อนจะแก้ปัญหาอย่างเดียว ฟันผุเราก็อุด ฟันบิ่นเราก็เติมขึ้นมา แต่ตอนนี้เทรนด์ความงามมาแรงมากไม่ใช่แค่การรักษาอย่างเดียว แต่ต้องใช้งานได้ดี ต้องสวยด้วย

Beyond Smile Dental Clinic ได้ออกแบบกลยุทธ์ให้เข้ากับเทรนด์ความงามในยุคนี้ชื่อ “Smile Design ออกแบบรอยยิ้ม” เป็นการวิเคราะห์และออกแบบรอยยิ้มให้กับคนไข้ เพื่อให้มีรอยยิ้มที่สมส่วนและเข้ากับใบหน้า และริมฝีปากของคนไข้ได้มากที่สุด โดยใช้ระบบดิจิทัลเข้ามาช่วยในการจัดฟันแบบ Invisalign ซึ่งมีผลดีมากกว่าการจัดฟันแบบธรรมดา สมัยก่อนจะเน้นการเรียงฟันอย่างเดียวให้สวยงาม อาจจะไม่ได้คำนึงถึงโครงหน้าและรอยยิ้มของคนไข้ว่าควรมีลักษณะอย่างไร ตรงส่วนนี้จะทำให้ Smile Design เข้ามามีบทบาทในการจัดฟัน ปัจจุบันซึ่งเราจะออกแบบรอยยิ้ม ให้เหมาะสมกับโครงหน้าของคนไข้ก่อน ทำให้ทราบว่าลักษณะฟันควรเป็นอย่างไร ตำแหน่งของฟันที่ถูกต้องควรอยู่ตรงไหน แล้วจะนำข้อมูลเหล่านั้นเข้ามาร่วมออกแบบการจัดฟัน เรียงฟันโดยการจัดฟันใสแบบ Invisalign ซึ่งใช้เวลาในการจัดน้อยกว่าปกติประมาณ 1 ปี  สำหรับขั้นตอนของการจัดขั้นแรกตรวจสภาพฟันเบื้องต้น ขั้นต่อมาคุณหมอจะทำการถ่ายรูปรอยยิ้มของคนไข้ในมุมต่าง ๆ และทำการแสกนฟันด้วยเครื่องสแกนดิจิทัล iTero จากนั้นคุณหมอจะนำข้อมูลทั้งหมดเข้าโปรแกรม เพื่อทำ Smile Design และเมื่อได้รอยยิ้มที่เหมาะสมแล้ว คุณหมอจะนำข้อมูลมาออกแบบตำแหน่งฟันร่วมกับการจัดฟันใสเพื่อให้ฟันอยู่ในตำแหน่งที่เมหาะสมและสร้างรอยยิ้มที่สวยงามรับกับโครงหน้า การจัดฟันใสแบบนี้จะช่วยทำให้ฟันเรียงตัวสวย ปรับรูปหน้า และทำให้คนไข้ยิ้มได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น”

ทพญ.ณัฐวรรณ กล่าวต่อว่า “เมื่อก่อนเรามักจัดฟันเป็นแบบเหล็กเวลารับประทานอาหารมักมีเศษอาหารติด แต่เดี๋ยวนี้เทรนด์เปลี่ยนไปกลายเป็นจัดฟันใส ซึ่งการจัดฟันแบบนี้เน้นไปที่ความสวยงามเป็นหลัก ช่วยปรับการเรียงตัวของฟัน ไม่ต้องพึ่งเครื่องมือการจัดฟันแบบติดแน่นที่ผิวฟันอย่างที่นิยมใช้กันทั่วไป วิธีนี้กำลังมาแรงไม่ใช่แค่ในเมืองไทย แต่เป็นที่นิยมทั่วโลก ดารานักแสดงนิยมทำกันมาก เพราะไม่ต้องใช้เหล็กดัด สามารถเคี้ยวอาหารได้ตามปกติ ง่ายต่อการดูแลรักษา เพราะสามารถถอดออกและแปรงฟันได้ตามปกติ จึงทำให้ง่ายต่อไล์ฟสไตล์ไม่ต้องกังวลว่าเครื่องมือจะหลุดบาดปาก แต่ในการรักษาผู้ใช้ต้องมีระเบียบวินัยถ้าผู้ใช้สวมใส่เครื่องมือประมาณ 20-22 ชั่วโมงต่อวัน และถอดออกเฉพาะเวลารับประทานหรือทำความสะอาดฟัน จะทำให้ฟันเข้าที่ได้เร็วยิ่งขึ้นซึ่งระยะเวลาในการรักษาอย่างเร็วที่สุดคือ 3 เดือนครึ่ง ส่วนช้าสุดไม่มีจำกัด อยู่ที่สภาพของฟันและระเบียบวินัยของผู้ใช้ แต่ข้อเสียของการจัดฟันวิธีนี้คือราคาค่อนข้างสูง และถ้าเกิดปัญหา หรือทำหายต้องทำใหม่เลย ส่วนการจัดฟันผลข้างเคียงที่ผู้รักษาต้องพึงทราบคือการจัดฟันคือการจัดเรียงฟันใหม่เป็นการบังคับฟันให้ไปอยู่ตำแหน่งที่สวย ดังนั้นถ้ามีการขยับก็ต้องมีบ้างที่มีการอ่อนแอลง แต่เมื่อเราทำการรักษาถูกหลัก ให้เวลากับมันและไม่ไปเร่งรีบมากเกินไปก็จะไม่มีผลมากมายซึ่งทั้งนี้ก็ต้องอยู่กับการดูแลรักษาของคนไข้เองด้วย การดูแลแปรงฟันให้ถูกหลัก การรับประทานอาหารให้ถูกสุขลักษณะไม่แข็งจนเกินไป มาพบหมอตามที่หมอนัด จะช่วยทำให้ไม่มีปัญหาใหญ่ในอนาคต”

“หลังจากที่เราเปิดตัวการจัดฟันแบบนี้ไปไม่นาน ปรากฎว่ามีกระแสตอบรับมาก 3 ปีที่ผ่านมาถือว่าธุรกิจเติบโตและดีมากขึ้น เราพยายามให้การดูแลบริการคนไข้อย่างดีที่สุดซึ่งธุรกิจนี้เราจะมองแต่ผลกำไรอย่างเดียวไม่ได้ เราต้องมองในแง่ของการรักษา เน้นการรักษาให้ดีเป็นหลัก เราคิดว่าถ้าเราตั้งใจทำอะไรอย่างหนึ่งเพื่อเขา เราคิดว่าเขาจะรู้สึกได้ว่าเราตั้งใจใส่ใจ ทำให้เขาอย่างสุดความสามารถ ธุรกิจทันตกรรมเราไม่สามารถมองถึงแค่ตัวเงินอย่างเดียวได้ เราต้องมีความมีจรรยาบรรณ มีความหวังดีที่ต้องการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับคนไข้ รักษาให้ดีและถูกหลักที่สุด เพื่อให้เขามีการใช้ชีวิตสุขภาพที่ดี ปัจจุบันกลุ่มเป้าหมายที่เข้ามาทำการรักษาจะเป็นระดับ B+ ถึง A ธุรกิจเติบโตเกิน 50 % โดยเฉพาะในด้านการจัดฟันใส เราถือเป็น 1 ใน 10 ของคลินิคที่มีเคสด้านการจัดฟันใสเยอะที่สุดในเอเชียใต้ ที่ผ่านมานอกจากคนไทย เรามีลูกค้าต่างชาติมาใช้บริการ อาทิ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ญี่ปุ่น เกาหลี อเมริกา และทางยุโรป ซึ่งแพทย์ของเราสื่อสารภาษาอังกฤษได้ พูดได้ สื่อสารให้เข้าใจได้ ทำให้เขารู้สึกไว้ใจเราสื่อสารกับเขารู้เรื่องทำให้เขามาทำต่อเนื่อง และแนะนำต่อ ส่วนกลยุทธ์การสื่อสารการตลาดของเราเน้นโซเชียลเป็นหลัก เรามี Facebook , Website และ IG ตอนนี้กำลังจะทำ Youtube และเราเริ่มใช้นักแสดง นางแบบ ที่มาทำการรักษาจริงช่วยรีวิวให้ ตอนนี้เราก็มีแผนที่จะเตรียมขยายสาขา 2 และตั้งใจจะเพิ่มเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในการดูแลรักษาคนไข้ที่มาใช้บริการให้ครอบคลุมการดูแลรักษามากขึ้นอีกด้วย” ทพญ.ณัฐวรรณ กล่าวปิดท้าย สำหรับผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  Beyond Smile Dental Clinic upper ชั้น U ศูนย์การค้า the phyll สุขุมวิท 54 Faceook : beyondsmilethailand หรือ โทร 092 421 8484

อัพเดท 3 เทรนด์เมคอัพ‘ออทั่ม/วินเทอร์ 2018’ เปลี่ยนมุมมองใหม่ให้ผู้หญิง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/366076

อัพเดท 3 เทรนด์เมคอัพ‘ออทั่ม/วินเทอร์ 2018’  เปลี่ยนมุมมองใหม่ให้ผู้หญิง

อัพเดท 3 เทรนด์เมคอัพ‘ออทั่ม/วินเทอร์ 2018’ เปลี่ยนมุมมองใหม่ให้ผู้หญิง

วันอังคาร ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ตื่นตาตื่นใจกันอีกครั้ง สำหรับ สีสันแห่งเมคอัพ ต้นฤดูหนาวที่กำลังย่างกรายเข้ามา เพื่อเอาใจสาวกความงาม โดย เซ็นทรัล ได้จัดแคมเปญ “Beauty Galerie Presents Central | ZEN The Rebel Girl” (บิวตี้ แกลเลอรี่ พรีเซ็นต์ เซ็นทรัล | เซน เดอะ รีเบล เกิร์ล) อัพเดทเทรนด์การแต่งหน้ารับฤดูใบไม้ร่วง/หนาว 2018 ในธีม “The Rebel Girl” (เดอะ รีเบล เกิร์ล) โดยนำแรงบันดาลใจจากความงามที่น่าหลงใหลอย่างร้ายกาจกับทุกบทบาทที่ซ่อนอยู่ในตัวหญิงสาว ถ่ายทอดผ่าน 3 คีย์เมคอัพลุคเฉดสีสวยอินเทรนด์

ณัฐธีรา บุญศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด กล่าวว่า “ห้างเซ็นทรัล และเซน เป็นผู้นำเทรนด์ในด้านความงามและแฟชั่นของเมืองไทย จึงไม่หยุดนิ่งที่จะคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อมอบให้กับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นสินค้าคุณภาพดีและบริการชั้นเลิศจากแบรนด์ชั้นนำ ตลอดจนการสร้างประสบการณ์พิเศษและอัพเดทเทรนด์ใหม่ๆ อยู่เสมอ อย่างการจัดแคมเปญ บิวตี้ แกลเลอรี่พรีเซ็นต์ เซ็นทรัล | เซน เดอะ รีเบล เกิร์ล เราต้องการอัพเดทเมคอัพเทรนด์ฤดูใบไม้ร่วง/หนาว 2018 ที่ปีนี้มาพร้อมกับธีม “เดอะรีเบล เกิร์ล” เป็นการเปลี่ยนมุมมองความงามใหม่อย่างไม่ซ้ำใคร โดยนำแรงบันดาลใจจากความงามอันน่าหลงใหลอย่างร้ายกาจกับบทบาทที่ซ่อนอยู่ในตัวหญิงสาวมาสร้างสรรค์เป็น 3 คีย์เมคอัพลุค ได้แก่ สาวซนปนซ่า (แซสซี่) สาวมาดมั่นน่าค้นหา(มิสทิคัล) และสาวหวานไร้เดียงสา (กู๊ดเกิร์ล) เพื่อให้ผู้ชื่นชอบความสวยความงามได้ตื่นตาตื่นใจและหลงใหลไปกับเฉดสีของเมคอัพเทรนด์ในปีนี้ค่ะ”

เริ่มจากเทรนด์ Sassy (แซสซี่) สะท้อนลุคสาวซนปนซ่า ด้วยเฉดสีที่ไม่ธรรมดา อย่างสีน้ำเงิน Soda Blue ให้ความรู้สึกสนุกสนาน พร้อมลงรองพื้นเนื้อบางเบาเพื่อขับผิวสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ แต้มสีแดงม่วงผลเบอร์รี่บนโหนกแก้ม แล้วใช้นิ้วเกลี่ยเพื่อให้สีดูไม่เรียบสนิท เสมือนสีแก้มแดงระเรื่อหลังออกกำลังกาย ปิดท้ายเพื่อให้สวยสมบูรณ์แบบ ด้วยการเติมปากเฉด Retro Apricot สีส้มอมแดงเพื่อเพิ่มดีกรีความเผ็ดร้อน และให้กลิ่นอายแห่งความเป็น Retro ในยุค Pop Art อย่างงดงาม

ถัดมากับเทรนด์ Mystical (มิสทิคัล)สะท้อนลุคสาวมั่นทรงเสน่ห์น่าค้นหา ด้วยเมคอัพสีเด่นอย่างส้มแสงอาทิตย์ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงและสีชมพูอ่อนของเกลือหิมาลายันเพิ่มความงดงามอย่างเลอค่าให้กับลุค พร้อมเพิ่มความโดดเด่นชวนหลงใหลให้กับดวงตาด้วยเฉดสีเขียว ปิดท้ายด้วยการแตะชิมเมอร์บริเวณโหนกแก้มและใต้ตา เพื่อเสริมลุคให้ผิวหน้าสว่างไสว นุ่มนวล ผ่องประกายระยิบระยับและสะกดทุกสายตา

ปิดท้ายกับเทรนด์ Good Girl (กู๊ดเกิร์ล) สะท้อนลุคสาวหวาน ไร้เดียงสา เน้นโทนสีชมพูควบคู่กับเฉดสีพาสเทล เพื่อเผยถึงความอ่อนโยน น่าทะนุถนอม พร้อมเพิ่มความโดดเด่นให้กับลุคด้วยการแต้มสีชมพูเชอร์รี่บริเวณพวงแก้มและริมฝีปากให้ดูสุขภาพดีและอ่อนเยาว์ แต่งรอบดวงตาด้วยสีน้ำตาลเชสนัท ปิดท้ายด้วยการเฉดดิ้งโดยใช้สีเงิน ช่วยให้รูปหน้ามีมิติดุจความงดงามอันคลาสสิกไร้กาลเวลา

เลือกสวยกับ 3 เทรนด์เมคอัพได้แล้ววันนี้

ยอดวิวทะลุ 1 ล้านใน 3 วัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/366065

ยอดวิวทะลุ 1 ล้านใน 3 วัน

ยอดวิวทะลุ 1 ล้านใน 3 วัน

วันอังคาร ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

“พี่ไม่ชอบเลยอ่ะ” วลีเด็ดจากโฆษณาตัวใหม่ล่าสุด ที่ พัชรา ทวีชัยวัฒนะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ อลิอันซ์ อยุธยา ร่วมคิด ร่วมแสดงเองนั้น เป็นไปตามสไตล์การทำงานของหญิงเเกร่งที่เฉียบขาด ชัดเจน ตรงไปตรงมา แต่เห็นเป็นคนพูดตรงๆ แบบนี้ จริงๆ แล้วเธอนั้นใจบุญสุดๆ แม้จะได้ค่าตัวจากการเล่นหนังโฆษณาเรื่องนี้แต่ก็นำไปบริจาคให้มูลนิธิบ้านลุงสนิท จังหวัดราชบุรี เพื่อดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุไร้ญาติทุกบาททุกสตางค์ และผลบุญก็หนุนนำส่งให้ยอดวิวทะลุ 1 ล้าน ภายใน 3 วัน

นิทรรศการภาพถ่ายจาก 4 ช่างภาพ 4 ประเทศ France eMotion

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/366088

นิทรรศการภาพถ่ายจาก 4 ช่างภาพ 4 ประเทศ France eMotion

นิทรรศการภาพถ่ายจาก 4 ช่างภาพ 4 ประเทศ France eMotion

วันอังคาร ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เปิดโลกกว้างไกล นิทรรศการ France eMotion…เที่ยวไปกับแอนิเมชั่น จัดโดยอุทยานการเรียนรู้ TK park ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย เปิดประตูท่องเที่ยวฝรั่งเศสผ่านนิทรรศการภาพถ่ายสถานที่ท่องเที่ยวจาก 4 ช่างภาพ 4 ประเทศ ที่จะทำให้ผู้ชมได้รู้จักมรดกที่ทรงคุณค่าของฝรั่งเศสด้วยมุมมองแปลกใหม่ และตื่นตาตื่นใจไปกับการสร้างสรรค์ภาพด้วยแอนิเมชั่น ที่จะทำให้โลกแห่งความจริงกับโลกแห่งจินตนาการเชื่อมต่อเข้าหากันได้

มร.ฌอง-เอิดส์ ดูรองด์ ผู้ช่วยทูตฝ่ายโสตทัศน์ สถานเอกอัคราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า นิทรรศการ France eMotion…เที่ยวไปกับแอนิเมชั่น เป็นการจัดแสดงภาพถ่ายสถานที่ท่องเที่ยวจำนวน 35 ภาพ จากช่างภาพ 4 ท่าน ได้แก่ Ishola Akpo ชาวเบนิน Edu Monteiro ชาวบราซิล David Schalliol ชาวอเมริกัน และ Lourdes Segade ชาวสเปน ที่เดินทางเข้าไปในประเทศฝรั่งเศส ระหว่างท่องเที่ยวพวกเขาได้บันทึกภาพสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ซึ่งเป็นมรดกทรงคุณค่าของฝรั่งเศสแต่ละแห่งด้วยมุมมองแปลกใหม่

การจัดนิทรรศการครั้งนี้ เป็นการนำภาพถ่ายจำนวน 35 ภาพมาจัดแสดงโดยใช้เทคนิคการนำภาพ 2 ภาพมาเชื่อมต่อกันทำให้เกิดภาพพาโนรามาอันงดงามและน่าทึ่ง โดยนิทรรศการแบ่งออกเป็น 4 ส่วนหลักๆ ได้แก่ ส่วนที่ 1 จากช่องโค้งของที่หนึ่งสู่อีกที่หนึ่ง…เพลิดเพลินไปกับลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่ดูเรียบง่ายอย่างช่องโค้งซึ่งมีวิวัฒนาการผ่านกาลเวลามาอย่างยาวนานส่วนที่ 2 หวนคะนึงถึงอดีต..ย้อนระลึกถึงประวัติความเป็นมาในอดีตที่ยังคงทิ้งร่องรอยไว้ตามปราสาทและป้อมปราการ” ส่วนที่ 3 โลกแห่งพิพิธภัณฑ์…อัศจรรย์ใจไปกับศิลปะที่พบเห็นได้ในทุกหนแห่งไม่ว่าจะเป็นตามคฤหาสน์ วัง โรงงานเก่า หรือแม้แต่สิ่งปลูกสร้างล้ำสมัย และส่วนที่ 4 การเปลี่ยนโฉม…ตื่นตาตื่นใจกับสถานที่ในมุมมองแปลกใหม่ซึ่งถ่ายทอดโดยฝีมือการถ่ายภาพชั้นยอด

นอกจากนี้ยังได้นำเทคโนโลยี AR ในการสร้างสรรค์แอนิเมชั่นมาเติมสีสันจินตนาการให้กับนิทรรศการ โดย Julie Stephen Chheng และ Thomas Pons ใส่ตัวการ์ตูนเข้ามาให้เคลื่อนไหวอย่างมีชีวิตชีวาไปตามภาพต่างๆ ทำให้โลกแห่งความจริงและโลกแห่งจินตนาการเชื่อมเข้าหากันให้ผู้ชมได้สัมผัสสถานที่ท่องเที่ยวแต่ละแห่งได้อย่างมีอรรถรสมากขึ้น เพียงดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นFrance eMotion ทั้งในระบบ iOS และ Android ได้จาก App Store หรือ Google Play ไว้บนมือถือ และเมื่อเข้าชมนิทรรศการเพียงเปิดหน้ากล้องจากมือถือไปที่ภาพต่างๆ ก็จะให้สามารถสนุกสนานไปกับการท่องเที่ยวในรูปแบบแอนิเมชั่นทันที

อย่าพลาด เข้าชมนิทรรศการ France eMotion…เที่ยวไปกับแอนิเมชั่น ได้ตั้งแต่วันนี้- วันพฤหัสบดีที่ 27 กันยายน 2561 เวลา 11.00 – 17.00 น. ณ ลานสานฝัน อุทยานการเรียนรู้ TK park ชั้น 8 Dazzle Zoneศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ผู้ที่สนใจที่อยู่ในจังหวัดต่างๆ สามารถติดตามชมนิทรรศการFrance eMotion…เที่ยวไปกับแอนิเมชั่นนี้กับเครือข่ายของอุทยานการเรียนรู้ TK park ดังนี้ วันที่ 2-8 ตุลาคม 2561 ณ ศูนย์การเรียนรู้เมืองฉะเชิงเทรา (KCC) จ.ฉะเชิงเทรา, วันที่ 16-22ตุลาคม 2561 จัดที่อุทยานการเรียนรู้ปัตตานี จ.ปัตตานี, วันที่ 6-11 พฤศจิกายน 2561 จัดที่ ศูนย์การเรียนรู้ปัทมะเสวี จ.ลำปาง,วันที่ 19-25 พฤศจิกายน 2561 จัดที่อุทยานการเรียนรู้ตราด จ.ตราด, วันที่ 11-24 ธันวาคม 2561 จัดที่อุทยานการเรียนรู้นครภูเก็ต (PK park) จ.ภูเก็ต, วันที่ 5-11 มกราคม 2562 อุทยานการเรียนรู้นครราชสีมา (TK Square Korat) จ.นครราชสีมา, วันที่19-27 มกราคม 2562 จัดที่ศูนย์การเรียนรู้ ICT เทศบาลนครพิษณุโลก จ.พิษณุโลก, วันที่ 5-10 กุมภาพันธ์ 2562 จัดที่อุทยานการเรียนรู้ยะลา จ.ยะลา และวันที่ 18-24 กุมภาพันธ์ 2562 จัดที่อุทยานการเรียนรู้ร้อยเอ็ด จ.ร้อยเอ็ด

มูลนิธิอากอนชู ประเทศญี่ปุ่น มอบทุนการศึกษา แก่นศ.วารสาร มธ. ท่าพระจันทร์ และ นศ.ศูนย์ลำปาง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/366084

มูลนิธิอากอนชู ประเทศญี่ปุ่น มอบทุนการศึกษา  แก่นศ.วารสาร มธ. ท่าพระจันทร์ และ นศ.ศูนย์ลำปาง

มูลนิธิอากอนชู ประเทศญี่ปุ่น มอบทุนการศึกษา แก่นศ.วารสาร มธ. ท่าพระจันทร์ และ นศ.ศูนย์ลำปาง

วันอังคาร ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นประธานมอบทุนการศึกษามูลนิธิ Agon Shu แก่นักศึกษาคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ประจำปีการศึกษา 2561 มอบทุนแก่นักศึกษาคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน เป็นปีที่ 17 พร้อมด้วย Ms.Kazuko Maki ผู้อำนวยการฝ่ายต่างประเทศ มูลนิธิอากอนชู ประเทศญี่ปุ่น ร่วมมอบทุนการศึกษาแก่นักศึกษาระดับปริญญาตรี จำนวน 20 ราย โดยมีผาณิต พูนศิริวงศ์ อดีตนายกสมาคมวารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ในฐานะผู้ประสานงานมูลนิธิ Agon Shu, ผศ.ดร.สุปราณี ลิสวัสดิ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์, ผศ.ดร.อัจฉรา ปัณฑรานุวงศ์ คณบดีคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน และ ผศ.ญาณิศา บุญประสิทธิ์ รองคณบดีฝ่ายการนักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ ร่วมเป็นสักขีพยานในการมอบทุนการศึกษาครั้งนี้ ณ ห้อง JM 402 คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ท่าพระจันทร์ เมื่อวันที่ 4 กันยายน พ.ศ.2561

จากนั้นวันที่ 5 กันยายน ที่ผ่านมา Ms.Kazuko Maki ผู้อำนวยการฝ่ายต่างประเทศ มูลนิธิอากอนชู ประเทศญี่ปุ่น เดินทางมามอบทุนการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2561 ให้กับนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง ณ ห้อง 3413 ชั้น 4 อาคารเรียนรวม 5 ชั้น โดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง ต้อนรับคณะจากมูลนิธิฯ อย่างอบอุ่น

รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ตั้งแต่ปี พ.ศ.2547 ถึงปัจจุบัน พ.ศ.2561 รวมระยะเวลา 14 ปี มูลนิธิได้มอบทุนการศึกษาให้นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง จำนวน 355 ทุน คิดเป็นเงินรวมทั้งสิ้น 7,100,000 บาท (เจ็ดล้านหนึ่งแสนบาทถ้วน) ซึ่งเป็นเงินไม่น้อยเลยที่องค์กรใดองค์กรหนึ่งจะมอบให้กับนักศึกษาโดยไม่มีเงื่อนไข มูลนิธิอากอนชู ได้มีส่วนอย่างมากที่ได้ให้โอกาสแก่นักศึกษาระดับอุดมศึกษา สามารถก้าวสู่อนาคตอีกขั้นหนึ่งได้อย่างไม่ลำบากจนเกินไปนัก ในนามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงรู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่มีมิตรแท้และเป็นมิตรที่ถาวร ยืนนานอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวเพิ่มว่า นอกจากมูลนิธิอากอนชูจะมอบทุนการศึกษาให้กับนักศึกษาแล้ว มูลนิธิอากอนชูยังได้สนับสนุนงบประมาณในการจัดซื้อครุภัณฑ์พร้อมติดตั้ง ในห้องอบรมฐานข้อมูลของห้องสมุด (Software Training Center) ณ อาคารนวัตกรรมบริการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง จำนวน 3,000,000 บาท (สามล้านบาทถ้วน) อีกด้วย

ศ.ดร.ไพโรจน์ กัมพูสิริ รองอธิการบดีฝ่ายกฎหมายและบริหารศูนย์ลำปาง เปิดเผยว่าในปีนี้มูลนิธิอากอนชูได้มอบทุนการศึกษาฯ ให้กับนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง จำนวน 600,000 บาท ได้แบ่งออกเป็น 30 ทุน ทุนละ 20,000 บาท โดยมหาวิทยาลัยจัดสรรให้กับนักศึกษาที่มีความจำเป็นด้วย กระบวนการคัดเลือกที่เที่ยงธรรมและโปร่งใส นักศึกษาที่ได้รับทุนมาจากคณะต่างๆ ดังนี้ คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ 11 ทุน, วิทยาลัยสหวิทยาการ 5 ทุน, คณะนิติศาสตร์ 8 ทุน, คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี2 ทุน และคณะสาธารณสุขศาสตร์ 4 ทุน ทั้งนี้ต้องขอบคุณมูลนิธิอากอนชู ที่ได้หยิบยื่นแสงสว่างให้นักศึกษาได้มีอนาคตที่สดใสขึ้น ให้นักศึกษามีกำลังใจในการศึกษาเล่าเรียนมากขึ้น

หลังเสร็จสิ้นพิธีมอบทุนการศึกษาแล้ว อ.พิมพ์ฉัตร รสสุธรรม ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษาและประชาสัมพันธ์ ศูนย์ลำปาง นำผู้แทนมูลนิธิอากอนชู เยี่ยมชมห้องอบรมฐานข้อมูลของห้องสมุด (Software Training Center)ณ อาคารนวัตกรรมบริการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง ที่มูลนิธิอากอนชูได้สนับสนุนงบประมาณในการจัดซื้อครุภัณฑ์พร้อมติดตั้งจำนวน 3,000,000 บาท จากนั้นได้นำผู้แทนฯ เดินทางไปเยี่ยมบ้านนักศึกษาที่ได้รับทุนการศึกษาประจำปีการศึกษา 2561 ณ ตำบลห้างฉัตร จังหวัดลำปาง อีกด้วย

ประกวดหนังสั้น ‘ความรู้สร้างคน พลังงานสร้างชาติ’ ส่งต่อองค์ความรู้การสำรวจและผลิตปิโตรเลียมผ่านภาพยนตร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/366066

ประกวดหนังสั้น ‘ความรู้สร้างคน พลังงานสร้างชาติ’  ส่งต่อองค์ความรู้การสำรวจและผลิตปิโตรเลียมผ่านภาพยนตร์

ประกวดหนังสั้น ‘ความรู้สร้างคน พลังงานสร้างชาติ’ ส่งต่อองค์ความรู้การสำรวจและผลิตปิโตรเลียมผ่านภาพยนตร์

วันอังคาร ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

โศภิษฐา โชติช่วง

บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดตัวโครงการประกวดหนังสั้น หัวข้อ “ความรู้สร้างคน พลังงานสร้างชาติ”ในโอกาสครบรอบ 25 ปี แหล่งก๊าซธรรมชาติบงกช ซึ่งนับเป็นโรงเรียนต้นแบบและเป็นจุดกำเนิดของการสั่งสม องค์ความรู้ในการสำรวจ พัฒนาและผลิตปิโตรเลียมของคนไทย เพื่อกระตุ้นให้เยาวชนตระหนักถึงความสำคัญของการส่งต่อองค์ความรู้ดังกล่าวในการเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศ โดยใช้หนังสั้นเป็นสื่อในการเล่าเรื่องผ่านมุมมองของคนรุ่นใหม่ ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 2 แสนบาท ผู้ชนะยังมีโอกาสสัมผัสประสบการณ์จริงกับกองถ่ายภาพยนตร์และฝึกงานกับบริษัทโฆษณาชื่อดัง

นางสาวโศภิษฐา โชติช่วง ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายสื่อสารองค์กร ปตท.สผ. เปิดเผยว่า ภารกิจของ ปตท.สผ. ไม่ใช่แค่การเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานเพียงอย่างเดียว แต่ยังมุ่งเน้นการส่งต่อองค์ความรู้ในการสำรวจ พัฒนาและผลิตปิโตรเลียมจากรุ่นสู่รุ่นเพื่อให้คนไทยมีพลังงานใช้อย่างยั่งยืน ดังนั้น เพื่อให้เห็นถึงความตั้งใจในการสานต่อภารกิจและการถ่ายทอด “องค์ความรู้” ดังกล่าว โครงการประกวดหนังสั้นภายใต้หัวข้อ “ความรู้สร้างคนพลังงานสร้างชาติ” จึงเกิดขึ้นพร้อมกับความร่วมมืออย่างดีจากผู้เชี่ยวชาญในวงการภาพยนตร์และวงการโฆษณา เพื่อร่วมกันผลักดันให้กิจกรรมครั้งนี้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ และเปิดโอกาสให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการผลิตสื่อภาพยนตร์ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ของการสำรวจ พัฒนาและผลิตปิโตรเลียมในแหล่งก๊าซธรรมชาติบงกชซึ่งอยู่เบื้องหลังการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และสร้างคุณประโยชน์ให้กับสังคมไทย

“ปตท.สผ. เชื่อมั่นในการถ่ายทอดองค์ความรู้ เพราะความรู้นั้นจะมีคุณค่ามากขึ้นเมื่อมีการส่งต่อให้แก่กัน ซึ่งสุดท้ายแล้วประโยชน์จะอยู่ที่สังคมและประเทศของเรา สำหรับเยาวชนที่สมัครเข้าร่วมโครงการจะได้เรียนรู้ถึงศักยภาพของบริษัทไทยในการปฏิบัติภารกิจ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศสิ่งที่เราอยากเห็นจากการทำหนังสั้นของน้องๆ คือ ความสามารถในการถ่ายทอดภารกิจนั้นออกมาภายใต้มุมมองใหม่ๆ ที่น่าสนใจ เพื่อให้ผู้ชมผลงานตระหนักถึงความสำคัญของการที่คนไทยได้สร้างและพัฒนาองค์ความรู้ด้านการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมเช่นที่แหล่งบงกชในอ่าวไทยซึ่งทำหน้าที่ผลิตก๊าซธรรมชาติมาตลอด 25 ปี ซึ่งไม่ใช่แค่ให้คนไทยมีพลังงานใช้ในวันนี้เท่านั้น แต่ยังส่งต่อองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่น เพื่อให้คนไทยมีพลังงานใช้อย่างยั่งยืนตลอดไปด้วย”

สำหรับไฮไลท์ของการประกวดหนังสั้นครั้งนี้ คือโอกาสของเยาวชนที่จะได้ร่วมเวิร์กช็อปหลักสูตรพิเศษที่ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง บอล-วิทยา ทองอยู่ยงเตรียมถ่ายทอดประสบการณ์และองค์ความรู้ในการผลิตภาพยนตร์ เพื่อให้น้องๆ เข้าใจกระบวนการทำงานและได้หลักคิดในการผลิตหนังที่คนดูสนุกสนานและได้รับความบันเทิง โดยเนื้อหาของความรู้ที่สอดแทรกนั้นไม่ทำให้หนังสนุกน้อยลง เมื่อเริ่มค้นคว้าข้อมูลเพื่อเตรียมร่วมโครงการกับ ปตท.สผ. รู้สึกทึ่งกับการทำงานและการดำเนินชีวิตกลางทะเล ที่ฟังดูเหมือนสบายๆ แต่กลับพบว่าภาระหน้าที่ที่รับผิดชอบในการส่งก๊าซธรรมชาติให้คนบนฝั่งได้ใช้และไม่เกิดข้อผิดพลาด เพื่อให้คนไทยมีพลังงานใช้นั้น เป็นงานที่กดดันและใช้ความรับผิดชอบสูงมาก

“ผมไม่เคยรู้เลยว่า คนไทยเราเก่งขนาดนี้ ที่สำคัญไม่ใช่ว่าเก่งคนเดียวโดดๆ แต่ยังมีการส่งต่อองค์ความรู้กันแบบรุ่นต่อรุ่นซึ่งการส่งต่อนี่แหละคือกระบวนการสร้างและพัฒนาองค์ความรู้ จนคนไทยเราสามารถดำเนินการในการสำรวจ พัฒนาและผลิตปิโตรเลียมได้เอง น่าทึ่งมาก แต่เราไม่เคยรับรู้เรื่องราวแบบนี้มาก่อน เพราะฉะนั้นเป็นโอกาสที่ดีมากสำหรับน้องๆ ที่จะได้เข้าเป็นส่วนหนึ่งในการถ่ายทอดบอกเล่าเรื่องราวเหล่านี้ไปยังคนรุ่นใหม่”

ทั้งนี้ โครงการประกวดหนังสั้น หัวข้อ “ความรู้สร้างคน พลังงานสร้างชาติ”ได้ปิดรับสมัครไปเรียบร้อยแล้ว สามารถติดตามความคืบหน้าของโครงการได้ที่ http://www.pttep.com, www.pttepshortfilm.comและ http://www.facebook.com/pttepplc

บอล-วิทยา ทองอยู่ยง

บอล-วิทยา ทองอยู่ยง

DEAN & DELUCA ฉลองครบรอบ 8 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/366081

DEAN & DELUCA ฉลองครบรอบ 8 ปี

DEAN & DELUCA ฉลองครบรอบ 8 ปี

วันอังคาร ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

จัดงานฉลองครั้งยิ่งใหญ่ครบรอบ 8 ปี Dean and Deluca ในประเทศไทยและครบรอบ 41 ปี ของการก่อตั้งแบรนด์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Flashback” นำโดย สรพจน์เตชะไกรศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดีน แอนด์ เดลูก้า เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด และเจ้าของแบรนด์อาหารและเครื่องดื่มกูร์เมต์ไอคอนจากนิวยอร์ก และ สมศักดิ์ หงษ์ศรีจินดา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดีน แอนด์ เดลูก้า เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมกับเหล่าเซเลบฯชื่อดัง อาทิ จิตติมา วรรธนะสิน, อติชาต รักษะจิตร, ญาณินท์ วีระไวทยะ, ศุภชัย กาญจนศักดิ์ชัย, ดร.ศรัณฐ์หวั่งหลี, พิรชัย เบญจรงคกุล, หม่อมเจ้านภัสรัชนี, ม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล และ มาลินี โคทส์ ฯลฯ ที่มาร่วมงานคับคั่ง ที่ร้าน Dean and Deluca ชั้น 1 ตึกมหานคร คิวบ์ เมื่อวันก่อน

ดีน แอนด์ เดลูก้า แบรนด์ร้านอาหารและคาเฟ่ชื่อดัง ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในย่านโซโห มหานครนิวยอร์ก ในปี 1977 โดย โจเอล ดีน, จอร์จิโอ เดลูก้า และ แจ็ก เซกลิก ซึ่งหลงใหลในอาหารและวัตถุดิบชั้นเลิศที่คัดสรรจากทั่วทุกมุมโลก จนโด่งเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง นอกจากนี้ Dean and Deluca มีเมล็ดกาแฟที่ดีเยี่ยมและเครื่องดื่มหลากหลายเมนูมาทำให้ลูกค้าของดีน แอนด์ เดลูก้า ได้สัมผัสรสชาติระดับพรีเมียม รวมถึงมีเครื่องใช้ในครัววางจัดจำหน่ายที่ร้านด้วยเช่นกัน รวมถึงเป็นร้านที่เหล่าเซเลบริตี้ชื่นชอบ อาทิ เอ็มมา วอตสัน, ซาราห์ เจสสิก้า พาร์กเกอร์ และ ดาโกตา แฟนนิง

บรรยากาศ บริเวณหน้าร้านตกแต่งด้วยริบบิ้นสีแดงขนาดใหญ่เหมือนของขวัญครบรอบ 8 ปีดีน แอนด์ เดลูก้าที่มอบให้แก่ลูกค้า ส่วนภายในงาน เต็มไปด้วยความสนุกสนานและอบอุ่นเป็นกันเองของเหล่าบรรดาแขกที่มาร่วมงาน มีมุมอาหารที่คัดสรรอย่างพิถีพิถันไว้อย่างคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็นพิซซ่าที่อบใหม่ๆหลากหลายหน้า เบเกอรี่ หรือ สเตชั่นพาสตาที่มีเชฟฝีมือระดับโลกมาปรุงให้แบบเอ็กซ์คลูซีฟนอกจากนั้นยังมีสาธิตวิธีการทำ “เขาใหญ่แพนเค้ก” ซึ่งเป็นเมนูพิเศษที่มีขายเฉพาะดีน แอนด์ เดลูก้า สาขาเขาใหญ่เท่านั้น

สมศักดิ์ หงษ์ศรีจินดา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดีน แอนด์ เดลูก้า เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา เรามีความตั้งใจและมุ่งมั่นที่จะรักษามาตรฐานที่ดีทั้งด้านบริการและคุณภาพอาหาร อีกทั้งยังคงพัฒนาเพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ผู้ที่ชื่นชอบอาหารและการทำอาหาร เพลิดเพลินไปกับสุดยอดเมนูอาหารของเรา”

และในโอกาส ฉลองครบรอบ 8 ปีในประเทศไทย ดีน แอนด์ เดลูก้า จัดคอนเซ็ปต์ “Flashback” ที่จะชวนคุณย้อนเวลาไปกับ 8 เมนูยอดนิยมประจำเทศกาลที่หวนคืนกลับมาให้ลิ้มลองกันอีกครั้ง ได้แก่ The Dean Pancake (แพนเค้กสูตรลับของดีน แอนด์ เดลูก้า), Crab Louis Salad (สลัดปู), Nicoise Salad (นิซัวซ์สลัด), Meatloaf (มีทโลฟ), Piri Piri Chicken (ไก่ย่างสไปซี่พิริพิริ), Chicken Enchilada(ไก่แมกซิกันเอนชิลาด้า), Fish Taco (ทาโก้ปลาคอด) และ New York Sundae (ไอศกรีมนิวยอร์ก ซันเดย์) ที่มีให้เลือกถึง 3 รสชาติด้วยกัน คือ Chocolate Rocky Road Sundae (ช็อกโกแลต ร็อกกี้ โร้ด ซันเดย์, Strawberry Crumble Sundae (สตรอเบอร์รี่ ครัมเบิ้ลซันเดย์ ), Banana Nutty Caramel Sundae (บานาน่า นัตตี้ คาราเมล ซันเดย์)

นอกจากเมนูสุดพิเศษแล้ว ดีน แอนด์ เดลูก้า ยังมีกิจกรรม “Snap and Share” ให้แฟนคลับได้ลุ้นเป็น 8 ผู้โชคดี รับ Surprise Box มูลค่ามากกว่า 3,000 บาท เพียงแค่ถ่ายรูปเมนูอาหาร, เครื่องดื่ม หรือผลิตภัณฑ์ใดก็ได้ของดีน แอนด์ เดลูก้า คู่กับ Chocolate Lollipop ฉลองครบรอบ 8 ปี แล้วโพสต์ลงเฟซบุ๊คและอินสตาแกรม พร้อมติด #8yrsdeandelucath ซึ่งจะประกาศผลทุกอาทิตย์ อาทิตย์ละ 1 รางวัล ซึ่งเมนูสุดพิเศษนี้และกิจกรรมนี้เริ่มตั้งแต่วันนี้-31 ตุลาคมนี้

สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ DEAN & DELUCA Thailand