องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ มอบรางวัลเยาวชนแห่งชาติปีนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/366069

องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ มอบรางวัลเยาวชนแห่งชาติปีนี้

องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ มอบรางวัลเยาวชนแห่งชาติปีนี้

วันอังคาร ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ผู้แทนพระองค์ กล่าวโอวาทให้กับเยาวชน

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ผู้แทนพระองค์ เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันเยาวชนแห่งชาติประจำปี 2561 ภายใต้แนวคิด “ภูมิธรรม ภูมิไทยเยาวชนรุ่นใหม่ภูมิใจแผ่นดินเกิด” พร้อมมอบโล่เกียรติยศและเกียรติบัตรแก่เด็กและเยาวชนดีเด่นแห่งชาติและผู้ทำคุณประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชน ประจำปี 2561 และเยี่ยมชมนิทรรศการประวัติความเป็นมาของวันเยาวชนแห่งชาติ,นิทรรศการพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่เกี่ยวกับเด็กและเยาวชน รวมถึงผลงานของผู้ได้รับรางวัลทั้ง 11 สาขา ซึ่งกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดขึ้นเป็นเป็นประจำทุกปี โดยมี พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์พร้อมด้วย ดร.ปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เข้าร่วมงาน ณ ห้องแกรนด์ไดมอนด์ บอลรูม อาคารอิมแพ็คฟอรั่ม เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ในฐานะผู้แทนพระองค์ กล่าวโอวาทให้กับเยาวชน ว่า “ตามที่ได้รับรายงานให้ทราบถึงวัตถุประสงค์การจัดงานและรูปแบบของกิจกรรมต่างๆ ซึ่งท่านทั้งหลายได้ร่วมกันจัดขึ้นในปีนี้ นับเป็นเรื่องน่าชื่นชมอย่างยิ่ง เพราะได้แสดงให้เห็นความมุ่งมั่นตั้งใจดีที่จะพัฒนาเยาวชนผู้เป็นกำลังสำคัญของชาติให้เติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพทั้งในด้านร่างกายจิตใจและสติปัญญา เยาวชนผู้ได้เข้าร่วมงานทุกคนจึงควรใช้โอกาสอันดีนี้เรียนรู้และฝึกฝนพัฒนาตนเองให้เป็นผู้มีความรู้และคุณธรรม สร้างเสริมคุณสมบัติของตนให้เป็นผู้มีความกระตือรือร้น สนใจใฝ่หาความรู้มีความขยันหมั่นเพียร มีระเบียบวินัย มีปัญญา รู้คิด รู้ผิด รู้ชอบ และนำคุณสมบัติที่ได้สร้างสมขึ้นนี้ไปใช้เป็นเครื่องมือต่อยอดในการพัฒนาตนเองให้เป็นพลเมืองที่ดีและมีคุณภาพ เป็นกำลังสร้างสรรค์ความเจริญมั่นคงแก่ชาติบ้านเมืองสืบไป”

ด้าน พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า “เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระมหากษัตริย์ในพระบรมราชจักรีวงศ์สองพระองค์ คือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 ซึ่งทั้งสองพระองค์ได้เสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ ในขณะที่ยังทรงพระเยาว์ คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2528 กำหนดให้วันที่ 20 กันยายนของทุกปี เป็นวันเยาวชนแห่งชาติ ทั้งนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) ได้ให้ความสำคัญ จึงจัดงานวันเยาวชนแห่งชาติเป็นประจำทุกปี เพื่อให้เยาวชนมีความกระตือรือร้นที่จะพัฒนาตนเอง มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ อีกทั้งเป็นการกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนของสังคมได้ตระหนักถึงความสำคัญของเยาวชน และมีส่วนร่วมส่งเสริมสนับสนุนการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาเยาวชน”

สำหรับงานเยาวชนแห่งชาติประจำปี 2561 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ภูมิธรรม ภูมิไทย เยาวชนรุ่นใหม่ภูมิใจแผ่นดินเกิด” เพื่อเชิดชูเด็ก เยาวชน บุคคล องค์กรที่ทำงานด้านการพัฒนาสังคมดีเด่น และสนับสนุนสร้างแรงจูงใจแก่ผู้ทำคุณงามความดี มีความสามารถเป็นแบบอย่าง มีสภาวะเป็นผู้นำที่เข้มแข็งมากขึ้น สามารถช่วยเหลือสังคมได้อย่างเต็มศักยภาพ เผยแพร่ต่อสาธารณชน รวมทั้งเพื่อผลักดันให้เกิดการส่งเสริมเยาวชนและบุคคลที่เป็นแบบอย่างเป็นระบบต่อเนื่อง โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิเป็นคณะกรรมการสรรหาและเชิดชูเด็ก และเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ และผู้ทำคุณประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชน 11 สาขา อาทิ สาขาการศึกษาและวิชาการ, สาขากีฬาและนันทนาการ, สาขาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ คอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยี,สาขาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, สาขาพัฒนาเยาวชน บำเพ็ญประโยชน์ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเยาวชน, สาขาศิลปวัฒนธรรม, สาขาศีลธรรม จริยธรรม และคุณธรรม, สาขาสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม เป็นต้น ซึ่งในปีนี้ มีผู้ผ่านการพิจารณาได้รับรางวัลฯ จำนวนทั้งสิ้น 148 คน แบ่งเป็น เด็กและเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ 104 คน กลุ่มเด็กและเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ 18 กลุ่ม บุคคลผู้ทำคุณประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชน 17 คน และองค์กรที่ทำคุณประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชน 9 องค์กร

น.ส.ณัฐชา ศรีธวัชพงศ์ กำลังศึกษาระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 1 คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนึ่งในผู้ได้รับรางวัลเด็กและเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ สาขา คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ คอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยี และเป็นตัวแทนของประเทศไทยไปแข่งขันชีววิทยาโอลิมปิกระหว่างประเทศ ณ เมืองโคเวนทรี สหราชอาณาจักร เมื่อปี 2560 ซึ่งได้รับรางวัลเหรียญเงินมาครอง ได้เผยว่า “รู้สึกเป็นเกียรติมากๆ ไม่เคยคิดมาก่อนว่าสิ่งที่เรามุ่งมั่น และตั้งใจ จะผลักดันให้เราได้มาอยู่ตรงนี้ จากประสบการณ์ในการแข่งขันโอลิมปิกที่ผ่านมา ตนหวังว่าในอนาคตเยาวชนที่ได้เข้าร่วมการแข่งขันน่าจะเป็นอีกแรงขับเคลื่อนโลกให้พัฒนาขึ้นต่อไป”

พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข มอบเกียรติบัตรแก่เด็กและเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ

พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข มอบเกียรติบัตรแก่เด็กและเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ

พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข พร้อมด้วย พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ และ ดร.ปรเมธี วิมลศิริ เยี่ยมชมผลงานของผู้ได้รับรางวัล

พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข พร้อมด้วย พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ และ ดร.ปรเมธี วิมลศิริ เยี่ยมชมผลงานของผู้ได้รับรางวัล
ณัฐชา ศรีธวัชพงศ์ ผู้ได้รับรางวัลเด็กและเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ

ณัฐชา ศรีธวัชพงศ์ ผู้ได้รับรางวัลเด็กและเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ

คุณแหน : 25 กันยายน 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/366086

คุณแหน : 25 กันยายน 2561

วันอังคาร ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll ท่านผู้หญิงสุมาลี จาติกวนิช เป็นประธานฯในงาน From Glory to Global ในโอกาสครบ 144 ปีวัฒนาวิทยาลัย วันที่ 6-7 ต.ค. ลานทิพย์ ทวาทศิน ขอเชิญศิษย์เก่าทุกคนร่วมงานกัน…

ll คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) จัดสัมมนาเรื่อง “กางแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา..พลิกโฉมหน้าประเทศไทย” โดยมี ศ.กิตติคุณ จรัส สุวรรณเวลา นำเสนอภาพรวม รศ.นพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ บรรยายพิเศษ เรื่อง “สาระสำคัญ (ร่าง) แผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา สู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จ” จากนั้น รับฟังเสียงสะท้อนและ ตอบคำถาม วันที่ 26 ก.ย. เวลา 09.00-13.30 น. ณ โรงแรมรามาการ์เด้นท์…

ll เรื่องงานบุญงานกุศล ศ.ดร.อัจฉรา งามอุโฆษ จันทร์ฉาย และ รศ.จินตนา สนิทวงศ์ บุญบงการ นำนิสิตเก่าบัญชีจุฬาฯรุ่น 48 และเพื่อนๆ ไปทอดกฐินสามัคคีวัดป่ากกสะทอน บ้านตาด อุดรธานี เพื่อหลวงตามหาบัว วันที่ 11 พ.ย.เวลา 14.00 น. …ใครศรัทธาร่วมทำบุญติดต่อที่คณะได้ตั้งแต่บัดนี้…

ll ศ.ดร.สุพจน์ เตชวรสินสกุล เล่าว่าวันเปิดตัวก่อตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้านวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม ศ.อรุณ สรเทศน์ ระดับสากลของจุฬาฯวันก่อน มีเงินประเดิม 20 ล้านบาทแล้ว แต่ตอนนี้ยังขาดอีก 70 ล้านบาท…คาดว่าชาวอินทาเนียร์คงช่วยกันคนละไม้ละมือทำให้บรรลุเป้าหมายแน่นอน…

ll จุฬาฯอีกข่าว คณะครุศาสตร์ ครุศิลป์ จุฬาฯตั้งมาครบ 50 ปี มีงานแสดงนิทรรศการที่อาคาร 1 คณะครุศาสตร์ จนถึงวันที่ 10 ต.ค.เชิญศิษย์เก่า Home Coming Day กัน…

ll ครบรอบวันเกิด 61 ปี สุชีรา ภริยา พล.ท.สุพล ไชยพิณ ไปทำบุญเลี้ยงผู้สูงวัยของมูลนิธิหลวงพ่อเปิ่น นครปฐม หลังส่งครอบครัวลูกสาวที่มาเยือนบ้านและเที่ยวญี่ปุ่นกลับไปอังกฤษแล้ว…

ll ไกรสีห์ กลิ่นสุวรรณ ทำบุญขึ้นบ้านใหม่ ที่บ้าน “กลิ่นสุวรรณ” และฉลองวันเกิดให้ ดร.ปิยฉัตร ภรรยา วันที่ 5 ต.ค.นี้ ขอให้สุขีแฮปปี้เบิร์ธเดย์ล่วงหน้าเจ้าค่ะ…

ll สปิริตแรงกล้า รัชนี เอมะรุจิ อดีตรองอธิบดีฯไปร่วมงาน KM ซึ่งกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมจัดที่กาญจนบุรี ที่ผ่านมา ส่วนงานเลี้ยงเกษียณรุ่นน้องท่านรองฯก็มาร่วมงานทุกปีไม่เคยขาด…น่ารักแท้เทียว…

ll ทั้งหล่อและเก่ง อดิรุจ อุดมศักดิ์ เรียนจบปริญญาตรีเกียรตินิยมอันดับ 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯสาขาปิโตรเคมีวิศวกรรม และจะเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรต้นต.ค.นี้…

ll ไพศาล-ดวงพร ศรีตุลานนท์ ปลื้มใจหายเหนื่อยหลังจัดงานแต่งลูกชายได้ลูกสะใภ้มาเรียบร้อยแล้วเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา…

ll ทิพยประกันภัยทิพยประกันชีวิต จัดคอนเสิร์ต The Brother Four : Life In Bangkok เจ้าของเพลง Greenfieldที่เลื่องชื่อ ในวันที่ 10 ต.ค.เวลา 17.00 น.ที่โชว์ ดีซี. พระรามเก้า…

ll อารามหนีรถซิ่งเพื่อข้ามถนนมารับทานอาหารญี่ปุ่นย่านพระโขนง สมเถา สุจริตกุล เกิดสะดุดหกล้มในวัยใกล้เกษียณ เกิดแผลถลอกแล้วติดเชื้อ ต้องไปนอนล้างแผลทางน้ำเกลือติดต่อกัน 5 วันที่รามาธิบดี…ฟาดเคราะห์โครมใหญ่ แต่ถือว่ายังโชคดีที่ คุณพ่อสมปอง-คุณแม่ถ่ายเถา ซึ่งไปด้วยกันไม่ล้มเป็นโดมิโนไปด้วย !!…ll

บารอนเนส

งานวิจัยชี้อาหารเมดิเตอร์เรเนียน ดีต่อสมอง มีส่วนช่วยให้ผลการเรียนดีขึ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/366060

งานวิจัยชี้อาหารเมดิเตอร์เรเนียน  ดีต่อสมอง มีส่วนช่วยให้ผลการเรียนดีขึ้น

งานวิจัยชี้อาหารเมดิเตอร์เรเนียน ดีต่อสมอง มีส่วนช่วยให้ผลการเรียนดีขึ้น

วันอังคาร ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

งานวิจัยชิ้นใหม่ พบว่าการบริโภคอาหารเมดิเตอร์เรเนียนที่อุดมไปด้วยสารอาหารต่างๆ ที่มาจากพืชผักและน้ำมันมะกอก มีส่วนในการพัฒนาผลการเรียนในวิชาหลักในโรงเรียน รวมถึงช่วยส่งเสริมทักษะด้านการพูดในวัยรุ่นนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย เยาเม ปริเมร์ ในประเทศสเปน พบว่า การบริโภคอาหารเมดิเตอร์เรเนียนเป็นประจำช่วยให้เรียนได้ดีขึ้น เพราะการรับประทานอาหารที่มีไขมันดีสูงอย่างน้ำมันมะกอกและปลาอย่างสม่ำเสมอช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางสมองและช่วยทำให้นอนหลับดีขึ้น

“ผลการเรียนในช่วงวัยรุ่นมีส่วนสำคัญต่อสุขภาพและการทำงานในอนาคต” นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย เยาเมปริเมร์ ในเมืองคาสเตยอน ประเทศสเปน กล่าว

การศึกษาดังกล่าวที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ Acta Paediatrica1 ได้เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างวัยรุ่นจากเมืองคาสเตยอน ประเทศสเปน จำนวน 269 คน ซึ่งมีอายุเฉลี่ย 13.9 ปี จากการวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าว พบว่าการรับประทานอาหารเมดิเตอร์เรเนียนเป็นประจำส่งผลให้คะแนนในวิชาหลัก การเรียนภาษา และทักษะด้านการพูดดีขึ้น รวมถึงเกรดเฉลี่ยสูงขึ้นกว่าค่าเฉลี่ยโดยรวม

ขณะที่สถาบันประสาทวิทยาการศึกษาในกรุงลอนดอน ชี้ว่า โภชนาการมีส่วนเกี่ยวข้องกับผลการศึกษาของนักเรียน โดยเฉพาะเมื่อต้องใช้การคิดวิเคราะห์ และความจำระยะสั้น

นอกจากผลงานวิจัยข้างต้น ยังเป็นที่ทราบกันดีว่า อาหารเมดิเตอร์เรเนียนเต็มไปด้วยคุณประโยชน์ทางโภชนาการที่ได้จากผักผลไม้สด ธัญพืชเต็มเมล็ด ถั่วนานาชนิด น้ำมันมะกอก และเนื้อปลา ซึ่งล้วนอุดมด้วยวิตามิน ไขมันดี และแร่ธาตุต่างๆ ที่ช่วยให้ร่างกายและสมองทำงานอย่างมีประสิทธิภาพเต็มที่

ผู้ปกครองจึงสามารถมีส่วนช่วยในการส่งเสริมการเรียนรู้ของบุตรหลาน ด้วยการดูแลอาหารที่เด็กๆ รับประทานในแต่ละวัน การปรุงเมนูไทยแบบง่ายๆ โดยใช้ส่วนผสมแบบฉบับชาวเมดิเตอร์เรเนียนที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการอย่าง ข้าวผัดปลาแซลมอน ผัดผักรวมมิตร หรือก๋วยเตี๋ยวผัดกุ้ง โดยใช้น้ำมันมะกอก ก็ช่วยเสริมศักยภาพสมองของลูกได้

“น้ำมันมะกอก เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และคุณสมบัติในการช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด นอกจากนี้ ก็ยังมีงานวิจัยที่ออกมาอย่างต่อเนื่องที่ช่วยยืนยันคุณประโยชน์ของน้ำมันมะกอกที่มีต่อสุขภาพที่ได้รับการสืบต่อกันมานานหลายศตวรรษ จากผลการวิจัยที่ชี้ว่า การบริโภคอาหารเมดิเตอร์เรเนียนและน้ำมันมะกอกมีส่วนช่วยให้วัยรุ่นมีพัฒนาการด้านการเรียนที่ดี เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่มีส่วนในการนำเสนอน้ำมันมะกอกที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภคชาวไทย” อัลแบร์โต เปเรซ มาร์ตินผู้อำนวยการ Bertolli ประจำประเทศไทย กล่าว

ขณะที่ แพทย์หญิงเอริกา สตีลล์ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพครอบครัวแบบองค์รวม จากรัฐเวอร์จิเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างน้ำมันมะกอกกับพัฒนาการทางสมองมาอย่างต่อเนื่อง เธอได้กล่าวว่า“อาหารเมดิเตอร์เรเนียน มีผลดีต่อสุขภาพและพัฒนาการของสมอง เนื่องจากมีกรดไขมันโอเมก้า 3 หรือ “ไขมันอัจฉริยะ” ในปริมาณมาก ซึ่งเป็นโครงสร้างไขมันสำคัญในสมอง ทำให้สามารถจดจำสิ่งต่างๆ ได้แม่นยำมากขึ้น” สอดคล้องกับการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารประสาทวิทยา ที่พบว่า คนที่มีปริมาณโอเมก้า 3 ในเลือดต่ำ เมื่อทำแบบทดสอบที่เกี่ยวข้องกับความทรงจำและการแก้ปัญหา จะได้คะแนนต่ำกว่าคนที่มีปริมาณโอเมก้า 3 สูง เป็นเครื่องช่วยยืนยันว่า นอกจากอาหารเมดิเตอร์เรเนียนจะดีต่อใจแล้ว ยังดีต่อสมองอีกด้วย

ทรูคอฟฟี่อบรมผู้บกพร่องทางการได้ยิน พัฒนาเป็นบาริสต้ามืออาชีพ ส่งต่อความรู้รุ่น 2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/366068

ทรูคอฟฟี่อบรมผู้บกพร่องทางการได้ยิน  พัฒนาเป็นบาริสต้ามืออาชีพ ส่งต่อความรู้รุ่น 2

ทรูคอฟฟี่อบรมผู้บกพร่องทางการได้ยิน พัฒนาเป็นบาริสต้ามืออาชีพ ส่งต่อความรู้รุ่น 2

วันอังคาร ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เครือเจริญโภคภัณฑ์และกลุ่มทรู สานต่อ True Coffee Deaf Barista รุ่นที่ 2 โครงการแรกที่เปิดโอกาสให้ผู้บกพร่องทางการได้ยินพัฒนาเป็นบาริสต้ามืออาชีพ สนองนโยบายภาครัฐในการสร้างงานอย่างยั่งยืนแก่กลุ่มคนพิการ

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดย นายสมคิด สมศรี อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เป็นประธานเปิดงาน True Coffee Deaf Barista 2018 จากการผนึกกำลังของเครือเจริญโภคภัณฑ์ และทรู คอร์ปอเรชั่น โดย ดร.อธิป อัศวานันท์ ผู้บริหารสำนักบริหารความยั่งยืน เครือเจริญโภคภัณฑ์ และผู้อำนวยการด้านการพัฒนานโยบายเชิงกลยุทธ์ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น นายชัยสิทธิ์ สุทธิขจรกิจการ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู ไลฟ์สไตล์ รีเทล จำกัด และมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ โดยประธานมูลนิธิฯศาสตราจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ พร้อมด้วยสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย โดย นายวิทยุต บุนนาค นายกสมาคม ซึ่งจัดขึ้นเป็นรุ่นที่ 2 เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม สร้างอาชีพอย่างยั่งยืนแก่กลุ่มคนพิการตอบสนองนโยบายภาครัฐซึ่งถือเป็นโครงการแรกที่เปิดโอกาสให้ผู้บกพร่องทางการได้ยิน พัฒนาเป็นบาริสต้ามืออาชีพ โดยผู้ผ่านการคัดเลือกจะได้เข้าทำงานเป็นพนักงานทรู ซึ่งจะเข้ารับการฝึกอบรมทักษะอาชีพด้านการชงกาแฟและเครื่องดื่ม รวมไปถึงขั้นตอนการให้บริการตามหลักสูตรพิเศษ ที่พัฒนาโดยทีมงานคุณภาพจากทรูคอฟฟี่ อีกทั้งยังมีเหล่าบาริสต้าผู้บกพร่องทางการได้ยินรุ่นแรกมาช่วยส่งต่อความรู้แบบ “ชวนพี่สอนน้อง” ให้ง่ายต่อการเรียนรู้ และสนุกกับการทำงานร่วมกับผู้คนในสังคมได้แบบมืออาชีพอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ True Coffee Deaf Barista 2018 ที่ผ่านการคัดเลือก ได้แก่ น.ส.สุดา ชื่นดอนกลอย, น.ส.นิธิดา วรรณวัตร, นายประภัทร กัลยาลอง และ น.ส.ชยุดา สิ้นภัย ซึ่งจะได้เข้ารับการฝึกฝนที่ร้านทรูคอฟฟี่ สาขานิทรรศน์รัตนโกสินทร์ เพื่อพัฒนาทักษะและความชำนาญ ก่อนจะเข้าปฏิบัติงานจริงที่สาขา ซิน เสียน เยอะ เป้า ต่อไป

เปิดงานมหกรรมเกษตรอินทรีย์ รวมพลังร้อยใจทุกภาคส่วนในพื้นที่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/366067

เปิดงานมหกรรมเกษตรอินทรีย์ รวมพลังร้อยใจทุกภาคส่วนในพื้นที่

เปิดงานมหกรรมเกษตรอินทรีย์ รวมพลังร้อยใจทุกภาคส่วนในพื้นที่

วันอังคาร ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

วิวัฒน์ ศัลยกำธร รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงาน

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร เป็นประธานเปิดงาน “มหกรรมเกษตรอินทรีย์ รวมพลังร้อยใจทุกภาคส่วนในพื้นที่” ครั้งที่ 4 จังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมลงนามร่วมบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ของกลุ่มจังหวัดของกลุ่มจังหวัดตะวันออก 1 กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 2 และกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน เมื่อเร็วๆ นี้ ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดฉะเชิงเทรา

นายเข้มเเข็ง ยุติธรรมดำรงรองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดินด้านวิชาการ พร้อมด้วยข้าราชการ เจ้าหน้าที่กรมพัฒนาที่ดิน ต้อนรับ นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประธานพิธีเปิดงาน “มหกรรมเกษตรอินทรีย์ รวมพลังร้อยใจทุกภาคส่วนในพื้นที่” ครั้งที่ 4 จังหวัดฉะเชิงเทรา และลงนามร่วมบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ของกลุ่มจังหวัดของกลุ่มจังหวัดตะวันออก 1 กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 2 และกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน พร้อมมอบนโยบายแสดงเจตนารมย์ร่วมกับผู้แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผู้แทนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข จากนั้นได้ร่วมรณรงค์ “รวมพลังเกษตรกรไทย หยุดการใช้สารเคมี” และได้มอบป้ายสัญลักษณ์การขับเคลื่อน พร้อมนำประกาศ “ปฏิญญาว่าด้วยประกาศแสดงความมุ่งมั่นในการร่วมรณรงค์หยุดยั้งการใช้สารเคมีในการเกษตร และเยี่ยมชมนิทรรศการเกษตรอินทรีย์และการแสดงสินค้าเกษตรอินทรีย์ของกลุ่มเกษตรกร

ทั้งนี้ กิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย นิทรรศการเกษตรอินทรีย์ ความก้าวหน้าการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ การสร้างความเข้าใจเรื่องเกษตรอินทรีย์และเกษตรปลอดภัย นโยบายการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์เชิงพื้นที่ ปักธงรบหยุดสารพิษอันตรายร้ายแรง เป้าหมายการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ของกลุ่มจังหวัดทั้ง 3 กลุ่ม นิทรรศการของกลุ่มเกษตรกรเกษตรอินทรีย์และการแสดงสินค้าเกษตรอินทรีย์ของกลุ่มเกษตรกรจากจังหวัดที่เกี่ยวข้องจำนวน 14 จังหวัด 3 กลุ่มจังหวัด

แม่ฟ้าหลวงเปิดตัว Explore Chiang Rai แอพพลิเคชั่นสองภาษา (ไทย-จีน)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/366087

แม่ฟ้าหลวงเปิดตัว Explore Chiang Rai  แอพพลิเคชั่นสองภาษา (ไทย-จีน)

แม่ฟ้าหลวงเปิดตัว Explore Chiang Rai แอพพลิเคชั่นสองภาษา (ไทย-จีน)

วันอังคาร ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

รศ.หวาง เจี้ยน จวิน ผอ.สถาบันขงจื้อแห่งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง, เสริฐ ไชยยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬา จ.เชียงราย, รศ.ดร.ชยาพร วัฒนะศิริ รองอธิการฯ และ รศ.ดร.วันชัย ศิริชนะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง, สัมฤทธิ์ สวามิภักดิ์ ปลัดจังหวัดเชียงราย, ผศ.ดร.ร่มเย็น โกไศยกานนท์ รองอธิการฯ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และ พ.ต.ท.ฉันทฤทธิ์ เหล่าไพโรจน์จารี สารวัตรตำรวจท่องเที่ยวเชียงราย

เพราะเล็งเห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยีและนโยบาย Thailand 4.0 สำนักวิชาจีนวิทยา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จึงต้องการใช้ความรู้ด้านภาษามาพัฒนาการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ได้มีแนวคิดในการจัดทำเครื่องมือในการช่วยสนับสนุนแหล่งข้อมูลการท่องเที่ยวขึ้น จึงเกิดเป็นแอพพลิเคชั่น ท่องเที่ยว Explore Chiang Rai แอพพลิเคชั่น สองภาษา (ไทย-จีน) รวบรวมทุกเรื่องราวของการท่องเที่ยว แหล่งกิน ช็อปปิ้งที่พัก ไว้ครบครัน เพื่อตอบสนองนักท่องเที่ยวชาวจีนที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย

รองศาสตราจารย์ ดร.วันชัย ศิริชนะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า “Explore Chiang Rai แอพพลิเคชั่นสองภาษา (ไทย-จีน) ที่จัดทำขึ้นในครั้งนี้ มีจุดประสงค์เพื่อรองรับตลาดการท่องเที่ยว ของจังหวัดเชียงรายในอนาคต เนื่องจากปัจจุบันจังหวัดเชียงรายเป็นจังหวัดหนึ่งที่นักท่องเที่ยว ชาวจีนนิยมมาท่องเที่ยวกันเป็นจำนวนมาก แต่แอพพลิเคชั่นภาษาไทย-จีนสำหรับให้ข้อมูลข่าวสารแก่นักท่องเที่ยวเหล่านี้ยังมีอยู่น้อย และไม่สมบูรณ์ ทางผู้จัดทำโครงการจึงมีความคิดที่จะจัดทำแอพพลิเคชั่น ที่สามารถใช้ได้บนเว็บไซต์และโทรศัพท์มือถือ เพื่อให้นักท่องเที่ยวชาวจีนสามารถเข้าถึงข้อมูลการท่องเที่ยวได้ง่ายขึ้นและยังเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการในท้องถิ่นโดยในแอพพลิเคชั่น มีช่องทางให้นำเสนอสินค้า บริการและกิจกรรมต่างๆ ของท้องถิ่นอีกด้วย ซึ่งจะช่วยให้นักท่องเที่ยวชาวจีน ได้เข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อการท่องเที่ยวในจังหวัด อีกทั้งยังเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการในการสร้างโอกาสทางธุรกิจของตน ประโยชน์ทั้งสิ้นนี้จะนำความเข้มแข็ง มาสู่ธุรกิจการท่องเที่ยว ของจังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นรากฐานส่วนหนึ่งของความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งเป็นการนำองค์ความรู้ที่มีสร้างประโยชน์ให้กับประเทศไทย”

แอพพลิเคชั่น Explore Chiang Rai ถูกวางไว้ให้มีองค์ประกอบสำคัญทั้งหมด 8 ด้าน 1.ข้อมูลการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงรายในลักษณะของเนื้อหาและวีดีโอแนะนำสถานที่ ท่องเที่ยวทั้งสองภาษา (ไทย-จีน) 2.แผนที่และการนำทาง โดยอ้างอิงจาก Google Map หรือ Baidu Map 3.Blog สำหรับแนะนำแผนการเดินทางหรือแผนการท่องเที่ยว โดยจะเป็นลักษณะของ บทความแนะนำจากผู้ที่เคยไปมาแล้ว หรือแนะนำเส้นทางการท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์ 4.Blog สำหรับแชร์รูปภาพหรือเขียนแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวด้วยตัวนักท่องเที่ยวเอง โดยรองรับทั้งสองภาษา (ไทย-จีน) 5.แนะนำอาหารและสินค้าท้องถิ่น เป็นส่วนของการแนะนำร้านอาหารในท้องถิ่นและแนะนำผลิตผล พิเศษของท้องถิ่นและช่องทางการขาย 6.แนะนำที่พักในท้องถิ่น หรือโรงแรมชื่อดังและเป็นตัวกลางเชื่อมโยงไปยังผู้ให้บริการการจองที่พักหรือโรงแรม 7.อุปกรณ์และการให้ความช่วยเหลือด้านการท่องเที่ยว เช่น พยากรณ์อากาศ เข็มทิศ หรือช่วงทางการติดต่อเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานท้องถิ่นในกรณีฉุกเฉิน 8.มุมภาษา ในส่วนนี้จะช่วยในเรื่องปัญหาทางการสื่อสาร โดยนำเสนอเครื่องมือช่วยแปลภาษา รวมไปถึงการนำเสนอบทสนทนาง่ายๆ หรือคำศัพท์ที่จำเป็นต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติและผู้ประกอบการในท้องถิ่น และยังมีเมนูสอนบทสนทนาภาษาจีนเพื่อผู้ประกอบการและเมนูบทสอนสนทนาภาษาไทย เพื่อนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อให้ผู้ประกอบการในท้องถิ่นหรือแม้แต่นักท่องเที่ยวสามารถศึกษา เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง

โดยทั้ง 8 องค์ประกอบที่กล่าวไปข้างต้นนั้นได้ผ่านการสังเคราะห์จากความต้องการในปัจจุบัน และผ่านการเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของแอพพลิเคชั่นอื่นแล้วเป็นอย่างดี

ทั้งนี้ แอพพลิเคชั่น Explore Chiang Rai นี้สามารถดาวน์โหลดใช้บริการได้ทั้งในระบบ IOS และ Andriod รวมไปถึงWebsite ด้วยโดยสามารถเข้าไปค้นหาคำว่า Explore Chiang Rai หรือ http://www.explorechiangrai.com/

‘อาร์โซ’ความงดงามแห่งกาลเวลา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/366072

‘อาร์โซ’ความงดงามแห่งกาลเวลา

‘อาร์โซ’ความงดงามแห่งกาลเวลา

วันอังคาร ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

แอร์เมส รังสรรค์เรือนเวลา “อาร์โซ” อัตลักษณ์แห่งความงามผ่านการปรับโฉมเรือนเวลาแบบเดิม ให้โลดแล่นมีชีวิตชีวา ทว่าคงไว้ซึ่งสไตล์เฉพาะตัว นี่คือผลงานที่ อองรี ดอริญี รังสรรค์ขึ้นในปี 1978 ผสมผสานลูกเล่นเพื่อสร้างความต่างให้นาฬิกาคลาสสิกด้วยหูสายแบบอสมมาตรทุกองค์ประกอบของนาฬิกาเรือนนี้ผ่านการพิเคราะห์อย่างมีชั้นเชิง เผยให้เห็นความงามสง่าที่ไม่ยอมจำนนอยู่ใต้กรอบเกณฑ์อันเคร่งครัดใดๆ

การนำเสนอความต่างระหว่างแบบแผนที่เข้มงวดและความกล้าที่จะสร้างสรรค์ หล่อหลอมกันเป็นจิตวิญญาณอิสระ พร้อมเปิดรับจินตนาการของประดิษฐกรรมแห่งเวลารุ่นอาร์โซ

หน้าปัดมีให้เลือกสองขนาด คือ ขนาด 36 มม. และ 28 มม. ขอบตัวเรือนด้านในประดับอัญมณีสุกสกาวรังสรรค์ด้วยเทคนิคไม่เหมือนใคร เจิดจรัสด้วยเพชรจำนวน 70 หรือ 60 เม็ด ที่ประดับลงบนหน้าปัดเปลือกหอยมุกที่ใช้เทคนิคตัดต่อลาย (Marquetry) อวดโฉมลวดลายของ “ม้า” อันเป็นจุดเด่นของแอร์เมสนอกจากนี้ ยังมีเรือนเวลาใหม่ ขนาด 28 มม.ประดับเพชร 56 เม็ด บนขอบตัวเรือนด้านนอก พื้นหน้าปัดสีดำเข้มที่ทำขึ้นด้วยเทคนิคชองเปลอเว่และเคลือบเงาทับ

เรือนเวลาอาร์โซ กาวาลส์(Arceau Cavales) ถ่ายทอดความเชี่ยวชาญอันเป็นเลิศของช่างทำนาฬิกาแอร์เมส พร้อมเล่าขานมุมมองแห่งเวลาอันเป็นเอกลักษณ์ของแอร์เมส

ทำความสะอาดผิวและลดเลือนริ้วรอย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/366059

ทำความสะอาดผิวและลดเลือนริ้วรอย

ทำความสะอาดผิวและลดเลือนริ้วรอย

วันอังคาร ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

CAC’SA เปิดตัวนวัตกรรมทำความสะอาดผิวหน้าลดเลือนริ้วรอย ด้วย SWT7 สุดยอดสารสกัดแห่งการบำรุงผิว รายแรกในประเทศไทย

ครั้งแรกกับผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ช่วยทำความสะอาดผิวไปพร้อมๆ กับฟื้นบำรุงผิวหน้าในขั้นตอนเดียว CAC’SA (ซี-เอ-ซี-เอส-เอ) ผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอางรูปแบบใหม่ที่ไม่ดึงน้ำจากชั้นใต้ผิวหนังออกมา ได้คิดค้น Facial Treatment Cleansing Serum-In-Oil ความมหัศจรรย์แห่งสารสกัด ซอเทีย ชิราต้าร์ (Swertia Chirata) อันทรงคุณค่าจากเทือกเขาหิมาลัย จะช่วยในการปรับสภาพผิวให้คืนความแข็งแรง ริ้วรอยแลดูลดเลือนอย่างเห็นได้ชัด ผสานการทำงานกับ Argan Oil น้ำมันสกัดของใบอาร์แกนเข้มข้นจากโมร็อกโก ช่วยขจัดสิ่งสกปรกจากเครื่องสำอางตกค้างบนใบหน้าได้อย่างหมดจด อุดมด้วยวิตามินอี ซึ่งช่วยต่อต้านการเกิดอนุมูลอิสระและช่วยปกป้องผิวจากความแห้งกร้านบ่อเกิดแห่งริ้วรอย ถือเป็นศาสตร์และนวัตกรรมใหม่ที่จะปฏิวัติทุกการล้างหน้า พร้อมทั้งบำรุงผิวอย่างอ่อนโยนให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์นุ่มขึ้นทันทีหลังใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง

CAC’SA (ซี-เอ-ซี-เอส-เอ)ชวนสัมผัสประสบการณ์ล้างหน้าที่เหนือกว่าใครได้ที่จุดจำหน่ายหาซื้อได้ที่ www.cacsashop.com หรือสามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/cacsabeauty

ททท. ชูโมเดลสุดเจ๋ง สร้างเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/366074

ททท. ชูโมเดลสุดเจ๋ง สร้างเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์

ททท. ชูโมเดลสุดเจ๋ง สร้างเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์

วันอังคาร ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

กลุ่ม Foreigner ผู้อยากแลกเปลี่ยนเรียนรู้

ททท.จัดทำเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ สินค้าท่องเที่ยว ให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย ในจังหวัด “จันทบุรี” ภายใต้คอนเซ็ปต์ สุขทุกวัน จันทบุรี (Joyful Chanthaburi) ขานรับแนวคิด ชุมชนเติบใหญ่เมืองไทยเติบโต (Amazing Thailand Go Local) ชูโมเดลสุดเวิร์ก ชุมชนฮึกเฮิมพร้อมพัฒนา เพื่อรับนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ร่วมกัน โดยจัดทำเส้นทาง ให้เหมาะกับแต่ละกลุ่ม ประกอบด้วย Power Women – ผู้หญิงเที่ยวเดี่ยว และเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนสาว, Gen Y – คนรุ่นใหม่ มุ่งค้นหาประสบการณ์ใหม่, Family and Kids – ครอบครัวนักเปิดโลก, และกลุ่ม Foreigner สายเอเชียผู้อยากแลกเปลี่ยนเรียนรู้

นิธี สีแพร ผู้อำนวยการ ฝ่ายส่งเสริมสินค้าการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าโดย ททท. ได้จัดกระบวนการก่อนลงพื้นที่พัฒนาชุมชนดึงผู้นำด้านการท่องเที่ยวกลุ่มต่างๆ ร่วมเข้ากระบวนการ User co-creation workshopผ่านกิจกรรมการโหวตและทำแบบสอบถามเพื่อศึกษาความต้องการเบื้องลึก ของกลุ่มเป้าหมายในการวางแผน ท่องเที่ยวในจังหวัดจันทบุรี และนำผลจากการศึกษาที่ได้ ไปทำงานร่วมกับชุมชน เพื่อเพิ่มศักยภาพในการออกแบบเส้นทางท่องเที่ยว กิจกรรมท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์ของฝากของที่ระลึก เพื่อสร้างประสบการณ์ให้ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายแบบเฉพาะเจาะจง โดยชุมชนในจังหวัดจันทบุรี ที่เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ประกอบไปด้วย ชุมชนบางสระเก้าชุมชนท่าแฉลบ ชุมชนรักษ์เขาบายศรี ชุมชนเสม็ดงาม และชุมชนบ้านปัถวี

โดยโครงการสร้างสรรค์สินค้าท่องเที่ยวเพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการตลาดและสร้างความเข้มแข็งสู่ชุมชน (Local Strength) ของจังหวัดจันทบุรี จัดทำขึ้นเพื่อพัฒนาสินค้าท่องเที่ยวให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด และเพิ่มศักยภาพบุคลากร ในชุมชนให้มีความคิดสร้างสรรค์ บูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นทั้งด้านผลิตภัณฑ์และการท่องเที่ยว ที่สอดคล้อง กับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของตนโดยดึงอัตลักษณ์ที่โดดเด่นให้ออกมาเป็นจุดขาย ควบคู่กับการจัดกิจกรรม ด้านการตลาด และแนวทางส่งเสริมการขาย เพื่อสร้างกระแสการเดินทางท่องเที่ยวไปในชุมชนเพิ่มการจับจ่ายใช้สอยภายในท้องถิ่น สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนได้อย่างยั่งยืน

ซึ่งขณะนี้โครงการได้ดำเนินการมาถึงขั้นตอนการทดลองดึงนักท่องเที่ยวตัวจริงลงไปทดสอบเส้นทางพร้อมเตรียมประเมินผลการท่องเที่ยว ซึ่งผลประเมินดังกล่าว จะถูกนำไปพัฒนาต่อยอดจนเกิดผลลัพธ์ทางการท่องเที่ยวที่ดีที่สุดต่อไป

สำหรับรายละเอียดของโครงการ รวมถึงข้อมูลเส้นทางและการติดต่อสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในแต่ละชุมชน สามารถค้นหาได้ที่เว็บไซต์ของโครงการ www.creativedistrictthailand.com และ Facebook: Creative District Thailand

Power Women-ผู้หญิงเที่ยวเดี่ยว และเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนสาว

Power Women-ผู้หญิงเที่ยวเดี่ยว และเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนสาว

รู้ทุกอาการชา รักษาทัน ป้องกันตรงจุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/365845

รู้ทุกอาการชา รักษาทัน ป้องกันตรงจุด

รู้ทุกอาการชา รักษาทัน ป้องกันตรงจุด

วันจันทร์ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ชามือ-ชาเท้า เกิดขึ้นได้กับทุกคน และเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การอยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานาน ส่งผลให้เส้นประสาทได้รับการกดทับเป็นประจำ แต่หากเป็นบ่อยๆ และทวีความรุนแรงมากขึ้น อาจเป็นเพราะความผิดปกติของปลายประสาท

นายแพทย์นริศ สมิตาสิน อายุรแพทย์โรคสมองและระบบประสาท โรงพยาบาลเวชธานี ให้ข้อมูลว่า แม้อาการชา จะเกิดขึ้นชั่วครั้งชั่วคราว และสามารถหายได้เอง แต่อาการชาปลายมือปลายเท้า อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรค หรือภาวะผิดปกติบางประการ ยกตัวอย่างเช่น ชานิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลางและนิ้วนางครึ่งซีก อาจเป็นสัญญาณของโรคเส้นประสาทบริเวณมือถูกบีบรัด, ชานิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลาง และปวดมือร้าวถึงแขน อาจเกิดจากหมอนรองกระดูกสันหลังบริเวณคอกดทับเส้นประสาท, ชาปลายเท้าและปลายมือ อาจเกิดจากปลายประสาทอักเสบ ภาวะขาดวิตามินบี 1 บี 6 หรือบี 12, ชานิ้วก้อย นิ้วนาง และด้านข้างฝ่ามือ อาจเกิดจากเส้นประสาทบริเวณข้อศอกถูกกดทับ, ชาง่ามนิ้วโป้งและนิ้วชี้ อาจเกิดจากเส้นประสาทกดทับที่ต้นแขน, ชาทั้งเท้าลามถึงสะโพก อาจเกิดจากหมอนรองกระดูกสันหลังบริเวณเอวเคลื่อนทับเส้นประสาท

ทั้งนี้ หากอาการชาไม่ดีขึ้นภายในระยะเวลา 1 สัปดาห์ ควบรีบพบแพทย์ก่อนอาการลุกลามมากขึ้น โดยแพทย์จะตรวจประสาทและกล้ามเนื้อด้วยไฟฟ้า (Electrodiagnosis) เพื่อใช้วินิจฉัยและวางแผนการรักษาโรค ซึ่งประกอบด้วย การตรวจคลื่นไฟฟ้าของกล้ามเนื้อ (Electromyography: EMG) และการตรวจการทำงานของเส้นประสาทด้วยคลื่นไฟฟ้า (Nerve Conduction Study: NCS) การตรวจ EMG/NCS จะตรวจบริเวณ แขน ขา และใบหน้าบางตำแหน่ง โดยทั่วไปจะตรวจ แขนข้างละ 4 ตำแหน่ง และขาข้างละ 5 ตำแหน่ง (ขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วย) เริ่มจากการตรวจเส้นประสาทด้วยคลื่นไฟฟ้า เพื่อดูว่าเส้นประสาทปกติหรือไม่ หรือถูกกดทับบริเวณใด ต่อด้วยการตรวจกล้ามเนื้อ โดยใช้เข็มสอดเข้าไปบริเวณกล้ามเนื้อ ซึ่งจะวัดค่าทั้งตอนขยับและไม่ขยับกล้ามเนื้อ เพื่อดูการอักเสบหรือการเสื่อมของกล้ามเนื้อ ค่าที่ได้จากการตรวจ EMG/NCS จะแปรผลออกมาเป็นกราฟ ซึ่งแพทย์สามารถนำไปอ่านค่า และวินิจฉัยหาสาเหตุได้

ทั้งนี้ การตรวจประสาทและกล้ามเนื้อด้วยไฟฟ้า ให้ผลค่อนข้างละเอียดมากกว่าการตรวจร่างกายทั่วไป สามารถบอกได้ชัดเจนว่า อาการชาเกิดจากสาเหตุอะไร เช่น พังผืดทับเส้นประสาท กล้ามเนื้ออักเสบ เส้นประสาทเสื่อม กล้ามเนื้ออ่อนแรง ฯลฯ เพื่อวางแผนการรักษาได้อย่างตรงจุด

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ควรตรวจเส้นประสาทและกล้ามเนื้อด้วยไฟฟ้า คือผู้ที่มีอาการชาบริเวณปลายมือปลายเท้า ผู้ป่วยมีอาการปวดต้นคอร้าวลงแขน ผู้ป่วยมีอาการปวดหลังร้าวลงขา และผู้มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง หนังตาตก