สนับสนุนทีมนักแข่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/383931

สนับสนุนทีมนักแข่ง

สนับสนุนทีมนักแข่ง

วันพฤหัสบดี ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

MAXIMUS แบรนด์เสื้อผ้าหนุ่ม-สาวผู้รักอิสระกับการสวมใส่เสื้อผ้ายีนส์เพื่อการค้นพบประสบการณ์ใหม่ พร้อมความทรงจำในโลกกว้างที่เป็นตัวของคุณเอง ร่วมเป็นหนึ่งของผู้สนับสนุนทีมนักแข่ง UTR-DR.BIKE RACING TEAM ในการแข่งขัน PTT BRIC SUPERBIKE CHAMPIONSHIP 2018 โดยผลการแข่งขัน นักแข่ง UTR เข้าที่ 1 ในรุ่น ST1 PRO ROOKIE และ ที่ 2 ในรุ่น SB1 PRO ROOKIE ณ สนาม ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต สนามแข่งรถคุณภาพระดับโลกแห่งแรกและแห่งเดียวของเมืองไทยในจังหวัดบุรีรัมย์

ยื้อชีวิตผู้ป่วยกรณีฉุกเฉินด้วยการทำ CPR และการใช้เครื่อง AED

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/383928

ยื้อชีวิตผู้ป่วยกรณีฉุกเฉินด้วยการทำ CPR และการใช้เครื่อง AED

ยื้อชีวิตผู้ป่วยกรณีฉุกเฉินด้วยการทำ CPR และการใช้เครื่อง AED

วันพฤหัสบดี ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ทีมคณะแพทย์ ภาควิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี

ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา โดยกระทรวงสาธารณสุขระบุว่าโรคหัวใจเป็นสาเหตุสำคัญอันดับแรกของการเสียชีวิต ซึ่งสถิติล่าสุดของกระทรวงสาธารณสุข ณ วันที่ 16 กันยายน 2561 พบมีผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด 432,943 คน อัตราการเสียชีวิต 20,855 คน ส่วนใหญ่พบในช่วงอายุ 60 ปีขึ้นไป มีผู้ป่วยอยู่ราว 305,667 คนและเสียชีวิต 18,256 คน

ดังนั้นเพื่อเตรียมความพร้อม ในกรณีฉุกเฉิน เมื่อมีบุคคลที่มีภาวะหัวใจหยุดเต้นโอกาสที่จะมีชีวิตอยู่รอดของพวกเขาจึงขึ้นอยู่กับการได้รับ CPR จากคนใกล้เคียงเนื่องจากแพทย์ต้องใช้เวลาจนกว่าจะมาถึงที่เกิดเหตุ บริษัท ฟิลิปส์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน และ ภาควิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลรามาธิบดี จัดกิจกรรม “CPR 4 นาทีทอง… สติต้องพร้อม 2 แขนต้อง PUSH” เพื่อฝึกอบรมให้น้องๆ เยาวชนในระดับอุดมศึกษาได้ตระหนักถึงความสำคัญของการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานด้วยวิธีการปั๊มหัวใจ (CPR) และการใช้เครื่องฟื้นคืนคลื่นหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ (AED) เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการสร้างเครือข่ายสังคมแห่งการช่วยชีวิต ณ อาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน

แพทย์หญิง พรรณอร เฉลิมดำริชัย

สำหรับกิจกรรม “CPR 4 นาทีทอง… สติต้องพร้อม 2 แขนต้อง PUSH” ซึ่งเป็นกิจกรรมฝึกอบรมการช่วยชีวิตพื้นฐานด้วยการทำ CPR และการใช้เครื่อง AED ให้กับเยาวชนในระดับอุดมศึกษา โดยวิธีช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานนั้น เริ่มต้นได้ง่ายๆ ด้วยการปั๊มหัวใจ หรือ CPR (CardiopulmonaryResuscitation) ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ป่วยหมดสติและมีภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ซึ่งโดยส่วนมากเราจะพบในกรณีฉุกเฉิน เช่น อุบัติเหตุ การออกกำลังกายหนักเกินไป การตกใจหรือพบเหตุการณ์ไม่คาดฝันทำให้หัวใจเกิดการทำงานผิดปกติ การสูญเสียเลือดมาก เลือดมาเลี้ยงหัวใจไม่ทัน ทางเดินหายใจอุดกั้น รวมทั้งอาจเกิดจากการได้รับยาเกินขนาดหรือแพ้ยา ซึ่งสถิติจากสมาคมหัวใจอเมริกัน (American Heart Association: AHA) พบว่าการทำ CPR อย่างถูกวิธีสามารถช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิต (Survival Rate) ได้ถึง 3 เท่า

เครื่อง AED

แพทย์หญิง พรรณอรเฉลิมดำริชัย ภาควิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า “อุบัติเหตุ หรือเหตุการณ์ฉุกเฉินที่มีผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้น เราทุกคนเจออยู่แล้วแทบจะทุกอาทิตย์ในข่าว ดังนั้น การมีความรู้เรื่องการทำ CPR จึงมีความสำคัญอย่างมาก โดยมีหลักฐานออกมาชัดเจนว่า ประชาชนในประเทศที่มีความรู้เรื่องการกู้ชีพเบื้องต้น จะมีอัตราการรอดชีวิตมากกว่าในประเทศที่ประชาชนยังไม่มีความรู้ในเรื่องนี้ ซึ่งในต่างประเทศก็มีการตื่นตัวกันมานาน และในประเทศไทย ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ก็เริ่มมีบุคลากรทางการแพทย์ได้จัดทำการสอน CPR ขึ้น ทั้งในภาคส่วนของรัฐบาลและเอกชน เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชนทุกคน และในอนาคตก็อยากที่จะให้บรรจุในหลักสูตรการเรียน ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย เพื่อให้ทุกคนมีความรู้พื้นฐานในการกู้ชีพเบื้องต้น รวมทั้งถ้าในประเทศของเรามีเครื่อง AED ซึ่งเป็นเครื่องมือที่สำคัญ ติดตั้งในทุกๆ ที่ ที่เป็นสาธารณะหรือแหล่งชุมชนห้างสรรพสินค้า สถานีขนส่งมวลชน หรือแม้กระทั่งสถานศึกษา และองค์กรใหญ่ๆ ทุกองค์กร ก็จะเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วยจนกว่าจะถึงโรงพยาบาลมากขึ้นได้”

กิจกรรม “CPR 4 นาทีทอง… สติต้องพร้อม 2 แขนต้อง PUSH”

สำหรับกิจกรรม “4 นาทีทอง… สติต้องพร้อม 2 แขนต้อง PUSH” ตามหลักแล้วหากสมองคนเราขาดออกซิเจนไปเลี้ยงเกินกว่า 4 นาที จะมีผลทำให้เกิดการสูญเสียของเซลล์สมองบางส่วนไปอย่างถาวร แม้หัวใจจะสามารถกลับมาเต้นใหม่ได้ในภายหลังแต่สมองส่วนที่เสียหายไปแล้วจะทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถฟื้นคืนสติกลับมาได้สมบูรณ์ดังเดิมอีก ดังนั้นการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน หรือที่เรียกว่า “CPR” จึงถือเป็นหนึ่งวิธีการที่จะยื้อชีวิตของผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจหยุดเต้นกะทันหันได้เป็นอย่างดี โดยอาการหัวใจหยุดเต้นกะทันหันจะพบได้ทั้งในผู้ป่วยที่มีปัญหาโรคหัวใจมาก่อน หรือผู้ป่วยที่มีปัญหาโรคหัวใจวายเฉียบพลัน หากสามารถรู้ถึงวิธีการปฐมพยาบาลที่ถูกวิธี จะยิ่งเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยรอดชีวิต ลดการบาดเจ็บได้อีก และการช่วยฟื้นคืนชีพจะได้ผลดี และหากให้ได้ผลดีจะต้องทำควบคู่กับการใช้เครื่องฟื้นคืนคลื่นหัวใจด้วยไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ หรือ AED ก็จะเพิ่มโอกาสรอดได้ถึง ร้อยละ 45

นอกจากนี้ คุณหมอยังได้แนะ 5 ขั้นตอนเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตของผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้นนอกโรงพยาบาล ว่า 1.ประเมินสถานการณ์และแจ้งหน่วยแพทย์ฉุกเฉินให้เร็วที่สุด (Early Access) 2.ทำการนวดหัวใจที่มีคุณภาพอย่างทันท่วงที (EarlyCPR) 3.ใช้เครื่องกระตุกหัวใจด้วยไฟฟ้า ให้เร็วที่สุด(Early Defibrillation) 4.การช่วยฟื้นคืนชีพขั้นสูงอย่างมีคุณภาพ (Effective Advanced LifeSupport) และ 5.การดูแลหลังการช่วยฟื้นคืนชีพ (Post-Cardiac Arrest Care)

ซึ่งหากทำให้ถูกต้องและเป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถทำได้ง่ายๆ ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตของคนที่เรารักหรือคนรอบข้างได้

ททท.จับมือ ไอคอนสยาม สร้างปรากฏการณ์ AMAZING THAILAND COUNTDOWN 2019

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/383947

ททท.จับมือ ไอคอนสยาม สร้างปรากฏการณ์ AMAZING THAILAND COUNTDOWN 2019

ททท.จับมือ ไอคอนสยาม สร้างปรากฏการณ์ AMAZING THAILAND COUNTDOWN 2019

วันพฤหัสบดี ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ไฮไลท์การแสดงพลุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมบนโค้งน้ำเจ้าพระยา

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จับมือไอคอนสยาม องค์กรพันธมิตร ทั้งภาครัฐเอกชน และชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา รวมพลังหัวใจไทยสร้างปรากฏการณ์ความร่วมมือครั้งยิ่งใหญ่ เฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่31 ธันวาคมนี้ กับงาน AMAZING THAILAND COUNTDOWN 2019 ยิ่งใหญ่ตระการตาบนสายน้ำเจ้าพระยา ภายใต้แนวคิด “แม่น้ำแห่งความรุ่งเรือง” ไฮไลท์การแสดงพลุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมบนโค้งน้ำเจ้าพระยาระยะทาง 1,400 เมตร ครั้งแรกในประเทศไทย คาดมีผู้ร่วมรับชมในรัศมี 2 กิโลเมตรมากกว่า 1 ล้านคน พร้อมเชิดชูมรดกวัฒนธรรมไทยอันล้ำค่ากับการจัดแสดงโขนชุด “ยกรบ” อลังการและทรงคุณค่า ตอกย้ำให้แม่น้ำเจ้าพระยาสายประวัติศาสตร์นี้เป็น NATIONAL ICONIC LANDMARK และจุดหมายปลายทางสำคัญของโลก ณ เวทีหลักที่ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การจัดงาน AMAZING THAILANDCOUNTDOWN 2019 นับเป็นกิจกรรมยิ่งใหญ่ส่งท้ายปีซึ่ง ททท. จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในเดสติเนชั่นที่มีความหลากหลายของประเทศไทย เพื่อประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางแห่งการเดินทางของทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยในปีนี้ ททท. ได้กำหนดจัดกิจกรรมจำนวน 5 พื้นที่ทั่วประเทศไทย ทั้งกรุงเทพมหานคร และ 4 เมืองรองอย่าง จังหวัดนครพนม, จังหวัดเชียงราย, จังหวัดราชบุรี และจังหวัดสตูล

การแสดงโขนชุด “พระรามคืนนคร ครองเมือง”

สำหรับการจัดงานในพื้นที่กรุงเทพมหานครนั้น ททท.ร่วมกับ ไอคอนสยาม ตลอดจน องค์กรพันธมิตร ทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา วางแผนการจัดงานครั้งยิ่งใหญ่สุดตระการตาริมแม่น้ำเจ้าพระยาใจกลางกรุงเทพมหานคร ในวันที่ 31 ธันวาคมนี้ ณ พื้นที่เวทีหลักที่ ริเวอร์พาร์คไอคอนสยาม ซึ่งพื้นที่บริเวณย่านนี้ถือว่ามีความหลากหลายของวิถีชีวิตของชุมชน วัฒนธรรม ที่สามารถมอบประสบการณ์ให้แก่นักท่องเที่ยวได้ครบทุกมิติ นอกจากนี้ ทั้งผู้ประกอบการริมแม่น้ำเจ้าพระยา โรงแรม และสถานที่ท่องเที่ยวของทั้ง 2 ฝั่งแม่น้ำ จะร่วมกันจัดกิจกรรม การแสดงแสง สี เสียง, การตกแต่ง ประดับประดาสถานที่, การจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี รวมทั้งการแสดงพลุ ยิ่งใหญ่สุดตระการตาริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อเฉลิมฉลองการเข้าสู่ปีพ.ศ.2562 ซึ่งจะเป็นการจุดประกายความเรืองรองของสายน้ำเจ้าพระยาให้สว่างไสวในสายตาของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยสู่สายตานานาประเทศทั่วโลก

ด้าน นายณรงค์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการบริษัท ดิ ไอคอนสยาม ซูเปอร์ลักซ์ เรสซิเดนซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ไอคอนสยาม มีความภาคภูมิใจที่ได้ร่วมมือกับ ททท. และพันธมิตรทุกภาคส่วนในการจัดงานนี้ขึ้น เพื่อร่วมเชิดชูแม่น้ำเจ้าพระยาออกไปสู่สายตาชาวโลก ในฐานะที่ไอคอนสยามเป็นเดสติเนชั่นแห่งใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาของประเทศไทย และ ททท. ได้เลือกให้ไอคอนสยามเป็นสถานที่จัดงานดังกล่าว เราจึงได้ประสานร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจผู้ประกอบการในพื้นที่ และชุมชน เตรียมการจัดงานให้มีความยิ่งใหญ่ ด้วยการสร้างสรรค์กิจกรรมสุดประทับใจ รวมทั้งการเตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีกิจกรรมไฮไลท์สำคัญที่ต้องจับตามอง ได้แก่ การแสดงพลุที่ทำจากข้าวเหนียวไทย นับเป็นการสร้างสรรค์พลุโดยใช้นวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด “แม่น้ำแห่งความรุ่งเรือง” ที่แสดงถึงประวัติศาสตร์เรื่องราวของแม่น้ำเจ้าพระยา สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิต อารยธรรมและตำนานของความเป็นสยามประเทศจำนวนทั้งสิ้น 5 องก์ ความยาวประมาณ 5 นาที

ผู้ว่าฯ ททท. ยุทธศักดิ์ สุภสร และ ณรงค์ เจียรวนนท์

สำหรับความยิ่งใหญ่ของพลุทั้ง 5 องก์นี้จะเกิดขึ้นบนผืนแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีเรือเป็นจุดยิงพลุทั้งสิ้น 5 จุดโอบรอบโค้งน้ำ ทำให้การแสดงพลุสามารถมองเห็นได้เป็นระยะทางกว่า 1,400 เมตร ซึ่งถือเป็นการแสดงพลุที่มีระยะทางยาวที่สุดเท่าที่เคยมีมาของการแสดงพลุบนแม่น้ำเจ้าพระยาอีกทั้ง ยังครอบคลุมพื้นที่สำคัญมากมาย ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมชมพลุนี้มากกว่า 1 ล้านคนในรัศมี 2 กิโลเมตร ยิ่งกว่านั้นเพื่อเป็นการร่วมเชิดชู การแสดงโขนของไทย ในโอกาสที่องค์การยูเนสโก ประกาศยกย่องรับรอง “โขน” เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันจับต้องไม่ได้ เป็นการแสดงแห่งมวลมนุษยชาติ จึงได้จัดการแสดงโขนชุด “พระรามคืนนคร ครองเมือง” เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้คนไทย โดยเป็นการแสดงโขนชุดที่ยิ่งใหญ่อลังการ ด้วยจำนวนของนักแสดงโขน และองค์ประกอบ มีรายละเอียดตามขนบของการแสดงโขนตามแบบแผนนาฏศิลป์ไทย อาทิ เครื่องแต่งกายของการออกสู้รบพร้อมทั้งอาวุธของแต่ละฝ่าย การจัดกองทัพของพระราม และทศกัณฐ์ ซึ่งเป็นมรดกวัฒนธรรมทางภูมิปัญญาของไทยอันล้ำค่าและยิ่งใหญ่ที่จะสร้างความประทับใจ และตรึงตราต่อผู้ชม

ส่วนการแสดงสดจากศิลปินไทยและต่างประเทศชั้นนำเพื่อมอบความสุขในเทศกาลปีใหม่ให้แก่คนไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกนั้น จะมีขึ้นบนเวทีริเวอร์พาร์ค ที่สามารถรองรับแขกผู้มีเกียรติได้สูงถึง 4,000 คน และ มีศิลปินเข้าร่วมมากมายไม่ว่าจะเป็น ต้น-ธนษิต, เอม-สาธิดา และโบ๊ท-สิริโรจน์ ศิลปินจากทรู AF, ไอซ์ และศิร์ภูมิ จาก THE VOICE, ฮั่น เดอะสตาร์, เกล-โสพิชา, แกงส้ม เดอะสตาร์, ริท เดอะสตาร์, แก้ม-วิชญาณี, กันต์-นภัทร, ตงตง, ไบร์ท, เซิน และแฟรงค์ จากค่ายจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ โดยจะมีการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง 9 MCOT, PPTV, True4U, TNN และ Thai PBS ในวันที่ 31 ธันวาคม 2561 ตั้งแต่เวลา 23.00 น. เป็นต้นไป

 ดร.ศรัณฐ์ หวั่งหลี

ดร.ศรัณฐ์ หวั่งหลี

ปริญญา รักวาทิน, ภูวดี คุนผลิน, มร.เดวิด โรบินสัน

ปริญญา รักวาทิน, ภูวดี คุนผลิน, มร.เดวิด โรบินสัน

เอาชนะปัญหาส้นเท้าแตกด้วยวิธีง่ายๆ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/383925

เอาชนะปัญหาส้นเท้าแตกด้วยวิธีง่ายๆ

เอาชนะปัญหาส้นเท้าแตกด้วยวิธีง่ายๆ

วันพฤหัสบดี ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ส้นเท้าแตก นับเป็นปัญหากวนใจที่หลายๆ คนล้วนเคยประสบพบเจอ นอกจากผิวหนังบริเวณส้นเท้าจะแห้งและเป็นขุยลอกแล้ว รอยแตกยังมีร่องลึกหนาเป็นที่สะสมของเชื้อโรค เราจึงควรรู้วิธีรับมือเมื่อต้องเผชิญกับปัญหาส้นเท้าแตก

ศูนย์ผิวหนังเลเซอร์และความงาม รพ.เวชธานี โดย พญ.ดวงกมล ทัศนพงศากุลแนะนำว่า

l ไม่ปล่อยให้ผิวแห้ง เพราะมีแนวโน้มที่จะทำให้ส้นเท้าแตกได้ง่าย

l เลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่มีอากาศเย็นมาก เพราะทำให้ผิวแห้งง่าย

l เลี่ยงการปล่อยให้เท้าสัมผัสน้ำบ่อยๆ หรือแช่น้ำนานๆ

l ทาครีมสำหรับเท้า เพิ่มความชุ่มชื้น และทำให้ผิวอ่อนนุ่มขึ้น

l สวมถุงเท้าขณะนอนหลับ เพื่อคงความชุ่มชื้นให้ส้นเท้าตลอดคืน

l ไม่ปล่อยให้น้ำหนักตัวมากเกิน เพราะเมื่อส้นเท้ารับน้ำหนักมาก หนังบริเวณส้นเท้าจะหนาขึ้น และมีโอกาสเกิดรอยแตกได้ง่ายขึ้น

l เลือกรองเท้าหุ้มส้น บุพื้นภายใน และใส่ถุงเท้านุ่มๆ เลี่ยงการใส่รองเท้าส้นเปิด

l ไม่ควรเดินด้วยเท้าเปล่า โดยไม่สวมรองเท้าเป็นเวลานานๆ เพราะจะทำให้ผิวหนังบริเวณส้นเท้าเกิดการเสียดสี เริ่มหนาและแข็งขึ้นเรื่อยๆ จนแห้งและแตกในที่สุด

CPS Coffee จุดเช็คอินสุดเท่ เอาใจแฟชั่นนิสต้าคอกาแฟ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/383938

CPS Coffee จุดเช็คอินสุดเท่ เอาใจแฟชั่นนิสต้าคอกาแฟ

CPS Coffee จุดเช็คอินสุดเท่ เอาใจแฟชั่นนิสต้าคอกาแฟ

วันพฤหัสบดี ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

CPS CHAPS แบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นชื่อดังสัญชาติไทย รังสรรค์โซนกาแฟ CPS Coffee ที่เป็นการหลอมรวมแฟชั่น และไลฟ์สไตล์เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ประเดิมเปิด CPS Coffee สาขาแรก ณ ร้าน CPS CHAPS ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

เอาใจเหล่าแฟชั่นนิสต้าคอกาแฟ มาอัพเดตเทรนด์แฟชั่นสุดฮอต พร้อมดื่มด่ำกับกาแฟรสชาติพิเศษ ท่ามกลางบรรยากาศโซนคอฟฟี่บาร์สุดทันสมัย โดยแบ่งพื้นที่ในร้าน CPS CHAPS
ในบรรยากาศเรียบเท่ โก้ ด้วยโทนสีดำและคอปเปอร์ โดยมี CPS Baristaบาริสต้าที่ชำนาญเรื่องกาแฟดูแลอย่างใส่ใจ รวมถึงเบเกอรี่แสนอร่อยชนิดต่างๆ ที่พร้อมให้บริการในรูปแบบ takeaway

โซนกาแฟขนาดย่อมรอต้อนรับผู้มาเยือนด้วยคอฟฟี่บาร์ 4 ที่นั่ง บริเวณด้านหน้าช็อป CPS CHAPS บาริสต้ารังสรรค์กาแฟแก้วพิเศษ ด้วยเครื่องทำกาแฟคุณภาพ Mavam Espresso Machine จากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่มีคุณสมบัติโดดเด่นในการควบคุมอุณหภูมิน้ำได้ดี ทำให้กาแฟแต่ละแก้วมีรสชาติกลมกล่อม บ่งบอกถึงความใส่ใจและพิถีพิถัน ทั้งยังมีเมนูเครื่องดื่มหลากหลายชนิดให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ที่คิดค้นสูตรขึ้นมาใหม่ หรือชาไทย ชาเขียว โกโก้ และเครื่องดื่มพิเศษที่จะมีในช่วงเทศกาลต่างๆ

CPS Coffee มีความโดดเด่นด้วยเมนูกาแฟสูตรพิเศษ ที่ใช้เมล็ดกาแฟ ที่ผ่านการคัดสรรตามมาตรฐานระดับโลก มาคั่วแบบพิเศษเป็นสูตรใหม่ที่มีเฉพาะ CPS Coffee เท่านั้น โดยแบ่งออกเป็น 2 เมล็ดคือ Copper Stout ที่ให้รสชาติเข้มข้น และ Amber Ale ที่มีกลิ่นหอมของผลไม้เมืองร้อน ทั้งนี้ยังมีเบเกอรี่ทั้งแบบคาวและหวานมาจับคู่ให้ได้สัมผัสถึงความพิเศษจากใจ CPS Coffee ที่จะช่วยเพิ่มรสชาติให้อร่อยและลงตัวมากยิ่งขึ้น

คอกาแฟสายแฟชั่นผู้มีรสนิยม แวะเวียนมาเช็คอิน CPS Coffee แห่งแรกในประเทศไทย ณ ร้าน CPS CHAPS ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ได้ในเดือนธันวาคมนี้ พร้อมอัพเดตข่าวสาร CPS Coffee ได้ทางช่องทางต่างๆ Official Instagram: @cpscoffee / Facebook: CPS Coffee /Website: cps.coffee

คุณแหน : 20 ธันวาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/383946

คุณแหน : 20 ธันวาคม 2561

วันพฤหัสบดี ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานพระราชานุเคราะห์ในการบำเพ็ญพระราชกุศลพระราชทานในการออกเมรุ อารยา วิชิตชลชัย ภริยาศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. 22 ธ.ค.10.00 น. และ 19.00 น. พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมณ วัดโสมนัสวิหาร ..และ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานเพลิงศพ ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส23 ธ.ค. 17.00 น….

ll ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม คุณหญิงส่องแสง เมฆสวรรค์ 16-18 ธ.ค. ศาลา 2 วัดมกุฏฯ และสวดพระอภิธรรม ถึง22 ธ.ค. …

ll ก้าวเข้าสู่ปีที่ 24 รร.มณเฑียร ริเวอร์ไซด์ คริมา กุญชร ณ อยุธยา ส่งท้ายปีเทศกาลแห่งความสุขด้วยเซตคูปอง บุฟเฟ่ต์ต่างๆ พร้อมข้าวมันไก่มณเฑียรเมนูขึ้นชื่อในราคาพิเศษเพื่อสมนาคุณแก่ลูกค้า เลือกจับจองผ่านทางเว็บไซต์ www.montienhotel-riverside.com หรือ Line:@montienriverside ถึง 25 ธ.ค.นี้…

ll นพ.ธเนศ-ประภัสสร วชิรมน จัดงานแต่งงานให้บุตรชาย ดร.พิธาวัฒน์วชิรมน กับ หงหยวน เจียง ห้อง Astor บอลรูม ชั้น 14รร.เดอะ เซนต์ รีจิส ราชดำริ เที่ยง 22 ธ.ค….

ll 47 ปีแห่งความเป็นโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ชนินทธ์ โทณวณิก ประธาน กก.บริหาร จัดงาน ร่วมบันทึกย้อนรำลึกความทรงจำและเป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์หน้าใหม่ “ผูกพันด้วยใจ ก้าวไปกับดุสิต” 20 ธ.ค. 18.00-21.00 น. ห้องนภาลัย บอลรูม…

llสวด ธนิต โอปนายิกุล วัดธาตุทอง ศาลา 11  ถึง 25 ธ.ค….

ll หลังเสร็จพิธีรับปริญญาโท กรรณ บุราวาศ บุตรชายคนเล็กที่อังกฤษ ภาวิไล-พ.ต.อ.พลวัต บุราวาศ บินไปสมทบกับ อมรา ศิลปิกุล-ยุทธ จันทรา จากออลันโด้สหรัฐอเมริกา เพื่อเยี่ยมเพื่อนรักวัฒนาฯ อ้อยทิพย์ เรมองต์ที่สวิตเซอร์แลนด์ โดยเจ้าถิ่นยินดีสละบ้านให้คู่ของเพื่อนทั้งสองพักโดยเจ้าตัวไปพักกับลูกแทน…

ll เมืองไทยมาราธอน2018 รายการวิ่งมาราธอนต่อเนื่องในกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ ของ บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต โดย สาระ ล่ำซำ จะนำนักวิ่งผู้สมัครเข้าแข่งขันกว่า 10,000  คน  23 ธ.ค. เริ่มออกสตาร์ท ตี 1 ณ ถนนรอบคูเมือง เชียงใหม่ ระยะทาง 49.195 กม.และวิ่ง ฮาล์ฟมาราธอน, มินิมาราธอน, สไมล์รัน ตามลำดับ…

llฟาดเคราะห์ส่งท้ายปี อัจฉริยา เอิญ ยอดเพชร โดนสุนัขที่บ้านกัดเข้าที่คอ แผลลึก เย็บแผลเรียบร้อยแต่แพทย์ให้พักยาว…กว่าแฟนรายการทีวี. “ผู้หญิงแนวหน้ากับคุณแหน”ทางช่อง TNN 2 ที่ออนแอร์ทุกวันอาทิตย์ จะได้เห็นหน้าพิธีกรคนสวยคาดว่าคงเป็นต้นเดือนกุมภาฯปีหน้า…ll

น้อง

โครงการ‘ดาวเด่นบัวหลวง 101’ภายใต้แนวคิด‘ก้าวใหม่ : ศิลปะไทยวิวัฒน์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/383904

โครงการ‘ดาวเด่นบัวหลวง 101’ภายใต้แนวคิด‘ก้าวใหม่ : ศิลปะไทยวิวัฒน์’

โครงการ‘ดาวเด่นบัวหลวง 101’ภายใต้แนวคิด‘ก้าวใหม่ : ศิลปะไทยวิวัฒน์’

วันพฤหัสบดี ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

จัดโครงการประกวดศิลปิน  “ดาวเด่นบัวหลวง 101” ขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2551โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเปิดเวทีสร้างสรรค์ให้ศิลปินรุ่นใหม่มีโอกาสเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ตั้งแต่การทำงานร่วมกับผู้อื่น การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น กลวิธี กระบวนการสร้างสรรค์งาน และการเสริมสร้างมิตรภาพระหว่างกัน ที่ผ่านมามีเยาวชนที่ได้รับรางวัลศิลปินดาวเด่นบัวหลวงต่างก้าวเดินและเติบโตในเส้นทางศิลปะในหลากหลายบทบาท ไม่ว่าจะเป็นศิลปินอาชีพ อาจารย์ หรือโอกาสในการศึกษาต่อทั้งในประเทศและต่างประเทศ โครงการ “ดาวเด่นบัวหลวง 101” จึงนับเป็นเวทีสูงสุดเวทีหนึ่งของเยาวชน ที่เปิดโอกาสและเปิดโลกกว้างให้กับนักศึกษาศิลปะทุกคน ซึ่งตลอด 10 ปีที่ผ่านมา การจัดโครงการ “ดาวเด่นบัวหลวง 101” ได้รับกระแสตอบรับ
อย่างดีจากศิลปิน คณาจารย์ สถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาทั่วประเทศ ตลอดจนการสนับสนุนจากหน่วยงานเอกชนต่างๆ ทั้งยังได้สร้างศิลปินรุ่นใหม่ให้เป็นที่รู้จักเพิ่มขึ้น ซึ่งโครงการได้เปิดโอกาสให้นักศึกษาที่เรียนศิลปะทั่วประเทศ ได้มาเข้าค่ายอบรมเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมอง ความคิด รวมถึงเทคนิค ในการสร้างสรรค์งานศิลปะ รวมทั้งยังได้เรียนรู้จากศิลปินแห่งชาติ ศิลปินอาวุโสและผู้ทรงคุณวุฒิสาขาต่างๆ ตลอดจนเป็นการเผยแพร่ความรู้ ความรักศิลปะไปยังประชาชนทั่วไป

คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช กก.มูลนิธิบัวหลวง ประธานโครงการดาวเด่นบัวหลวง 101พร้อมด้วย อัฐพร นิมมาลัยแก้ว กก.ตัดสิน, อภิชาต รมยะรูป กก.และเลขาธิการมูลนิธิบัวหลวง,วีรเดช พนมวัน ณ อยุธยา กก.ตัดสิน, ศาสตรเมธี ดร.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ กก.ตัดสิน,ศ.กิตติคุณกำจร สุนพงษ์ศรี ประธาน กก.ตัดสิน, อ.ธงชัย รักปทุม ศิลปินแห่งชาติ กก.ตัดสิน,ศ.เกียรติคุณปรีชา เถาทอง ศิลปินแห่งชาติ กก.ตัดสิน และ อ.ปัญญา วิจินธนสาร ศิลปินแห่งชาติ กก.ตัดสิน ร่วมแสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัล

สำหรับการจัดการประกวดในปี 2561 นี้ ปีที่ 11 มีหัวข้อในการสร้างสรรค์งานคือ “ก้าวใหม่  :  ศิลปะไทยวิวัฒน์” เพื่อให้ศิลปินได้คิดจินตนาการ รวมทั้งได้แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างทางความคิด และมุมมองของแต่ละคนได้อย่างชัดเจน กิจกรรม แบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ การปฐมนิเทศและแถลงข่าวโครงการ ในวันที่ 5-7 พฤศจิกายน 2561 และการแข่งขันในวันที่24 พฤศจิกายน-3 ธันวาคม 2561 ซึ่งตลอดระยะเวลา 10 วันที่ผ่านมา นอกจากการสร้างสรรค์งานของนักศึกษาแล้ว โครงการ ยังได้จัดให้มีกิจกรรมพิเศษ “ศิลปะกับเด็กออทิสติก” โดยน้องๆ ดาวเด่นบัวหลวงได้วาดภาพลงบนถุงผ้าร่วมกับเด็กออทิสติกจากมูลนิธิออทิสติกไทย และโรงเรียนวัดราชาธิวาส และในแต่ละวันจะมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ มาบรรยายให้ความรู้ได้แก่ พระอาจารย์สันติพงศ์
เขมะปัญโญ วัดป่าสุคะโต,ศ.เกียรติคุณปรีชา เถาทองศิลปินแห่งชาติ, ศ.วิโชคมุกดามณี ศิลปินแห่งชาติ,อ.ธงชัย รักปทุม ศิลปินแห่งชาติ, ดร.ดิสพล จันศิริ,ศ.เกียรติคุณกำจร สุนพงษ์ศรี,ผศ.เอกพงษ์ ตรีตรงรวมทั้ง บริษัท นานมี จำกัดผู้สนับสนุนอุปกรณ์ศิลปะมาตลอดทุกโครงการได้มาให้คำแนะนำเรื่องสีและอุปกรณ์ศิลปะแก่นักศึกษาและ อ.วีรเดช พนมวัน ณ อยุธยามาดูแลให้คำแนะนำแก่นักศึกษาในการเริ่มต้นทำงานอีกด้วย

ทั้งนี้ ได้จัดพิธีมอบรางวัลดาวเด่นบัวหลวงโดยมี คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช กรรมการมูลนิธิบัวหลวง ประธานโครงการดาวเด่นบัวหลวง 101 เป็นประธาน ร่วมด้วยศิลปินแห่งชาติ ศ.เกียรติคุณปรีชา เถาทอง, อ.ปัญญาวิจินธนสาร, ศาสตรเมธี ดร.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์,อ.ธงชัย รักปทุม และ ศ.วิโชค  มุกดามณี ร่วมมอบรางวัล ณ ชั้น 5 หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เมื่อวันจันทร์ที่ 3 ธันวาคม 2561 ผลรางวัลดาวเด่นบัวหลวง ประจำปี 2561 มีดังนี้รางวัลศิลปินดาวเด่นบัวหลวง ยอดเยี่ยมผลงานชื่อ มิติทับซ้อน โดย ชนิสรา วรโยธานักศึกษาชั้นปีที่ 4 ภาควิชาทัศนศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ธัญบุรี รางวัลศิลปินดาวเด่นบัวหลวง ความคิดสร้างสรรค์ ผลงานชื่อ สารสัญญะ-รัก โดย กิตติพิชญ์ ทองขาว นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ภาควิชาทัศนศิลป์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย สงขลา รางวัลศิลปินดาวเด่นบัวหลวง ดีเด่น อนุชา ทับทิมดี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ภาควิชาทัศนศิลป์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ โดยผลงานที่ได้รับรางวัลจัดแสดงนิทรรศการ ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จนถึงวันที่ 27 มกราคม 2562

ดูแลตัวเองในทุกๆวัน เพื่อสุขภาพที่ดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/383927

ดูแลตัวเองในทุกๆวัน เพื่อสุขภาพที่ดี

ดูแลตัวเองในทุกๆวัน เพื่อสุขภาพที่ดี

วันพฤหัสบดี ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ผุสดี สุจิตจร ผู้บริหารจากแบลคมอร์ส กับนักแสดงที่เข้าร่วมกิจกรรม

เพื่อสร้างกระแสการเริ่มต้นเพื่อการมีสุขภาพที่ดี ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและวิตามินแบลคมอร์ส จากประเทศออสเตรเลีย นำโดยน.ส.ผุสดี สุจิตจร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท แบลคมอร์ส(ประเทศไทย) จำกัด จึงได้จัดกิจกรรม Begin Better Everyday with Blackmores เพียงทำกิจกรรมประจำวันที่ช่วยให้มีสุขภาพดีและมีความสุขในทุกๆ วัน ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ภายในงาน Begin Better Everyday with Blackmores ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและวิตามินแบลคมอร์ส ได้เชิญวิทยากรจากต่างประเทศ Ms.Chua Kay Tse ซึ่งเป็น Naturopath Advisor จากAsia Pacific Elite EntrepreneursAssociation (AEEA) ภก.ณัฐที เทียนศิริ เภสัชกรผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างสุขภาพและปรับพฤติกรรมตามหลักการชะลอวัย พร้อมด้วยเดี่ยว-สุริยนต์ อรุณวัฒนกูล, ฟรอยด์-ณัฏฐพงษ์ชาติพงศ์ และพิม- ลัทธ์กมล และ แพน- นันท์ปภัทร ปิ่นโรจน์กีรติ ร่วมพูดคุยในหัวข้อ “How To Begin Better Everyday”เพื่อสร้างแรงจูงใจ ให้กับผู้บริโภคที่ต้องการเริ่มต้นลงมือทำทุกๆ วันเพื่อให้ชีวิตดีขึ้นกว่าเดิม รวมถึงโซนกิจกรรมต่างๆ อีกมากมาย อาทิ โซนให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ Iridology Health Check วิเคราะห์สุขภาพผ่านการเช็คทางม่านตาด้วยเครื่องตรวจ Iridology พร้อมรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ Wellbeing Health Check การวิเคราะห์วัดมวลรวมของร่างกายและ Skin Health Check การวิเคราะห์สุขภาพผิวโซนกิจกรรม “Begin Better Commitment” เชิญชวนให้ทุกคนสร้างปฏิญาณการเริ่มต้นของตนเอง

เดี่ยว-สุริยนต์, Ms.Chua Kay Tse และ ภก.ณัฐที เทียนศิริ

น.ส.ผุสดี สุจิตจร เปิดเผยถึงแนวคิดการจัดกิจกรรม Begin Better Everyday with Blackmores ว่า มาจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาดูแลสุขภาพของตนเองมากขึ้นรู้จักบริหารจัดการตัวเอง เพื่อคุณภาพชีวิตและการมีสุขภาพที่ดี เช่น การออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีคุณภาพ แบลคมอร์สจึงนำแนวคิดนี้มาขยายให้ทุกคนมาเริ่มต้นทำชีวิตประจำวันให้ดีขึ้นทุกๆ วัน โดยมีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและวิตามิน แบลคมอร์สเป็นส่วนหนึ่งในแผนสุขภาพของตัวเอง เพื่อร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ด้านผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพ Ms.Chua Kay Tse ได้แนะนำเคล็ดลับ “How to Begin Better Everyday เริ่มต้นอย่างไรให้ชีวิตดีขึ้นในทุกๆ วัน” ว่า ชีวิตของคนอยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติมาเป็นเวลายาวนาน การเริ่มต้นที่ดีคือการกลับเข้าหาธรรมชาติ ออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มาจากธรรมชาติหรือผ่านกระบวนการปรุงสุกที่น้อย ทั้งนี้ในความเป็นจริงหลายคนรู้ว่าการดูแลสุขภาพทำอย่างไร แต่วิถีชีวิตประจำวันทำให้ละเลยในเรื่องดังกล่าว ดังนั้นจึงควรหันกลับมาใส่ใจเรื่องของสุขภาพเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง ส่วนการทานวิตามินหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สิ่งสำคัญจะต้องรู้ว่าร่างกายขาดสารอาหารประเภทไหน เพื่อเติมเต็มให้กับร่างกายซึ่งจะต้องได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ การทานวิตามินหลายชนิดในเวลาเดียวกัน ต้องศึกษาว่าวิตามินแต่ละเม็ดมีความซ้ำซ้อนหรือ หากไม่ซ้ำซ้อนสามารถทานได้ เพราะร่างกายสามารถจัดการนำไปใช้ได้ และเมื่อร่างกายมีสุขภาพดีแล้ว ให้เลือกรับประทานเพียงบางชนิดอย่างต่อเนื่อง

สาธิตการทำเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ 

ส่วน ภก.ณัฐที เทียนศิริ กล่าวว่า สุขภาพที่ดีจะต้องดีทั้งร่างกายและจิตใจ แต่ในปัจจุบันคนส่วนใหญ่ประสบปัญหาเรื่องความเครียด เมื่อมีความเครียดร่างกายจะนำสารอาหารหลายชนิดไปสร้างฮอร์โมน ทำให้ต้องการสารอาหารเพิ่มขึ้น เช่น วิตามิน ซี วิตามิน บี แมกนีเซียม เป็นต้น ดังนั้นเมื่อเกิดภาวะความเครียดการทานผักผลไม้ เพื่อเพิ่มสารอาหารให้กับร่างกายจึงมีความจำเป็น โดยวิตามิน บี พบมากในผักใบเขียว ธัญพืช นมไข่ วิตามิน ซี มาจากผัก ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว แมกนีเซียม มาจากข้าวกล้อง ถั่วเมล็ดแห้ง และผักใบเขียว แต่หากไม่เพียงพอการทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง แต่ต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อเลือกผลิตภัณฑ์เสริมอาหารให้เหมาะกับตัวเอง และสิ่งสำคัญที่อยากฝากถึงทุกคน คือ “ การที่จะมีสุขภาพดีได้นั้น คือการเริ่มต้นดูแลตัวเองตั้งแต่วินาทีนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีตั้งแต่ตอนนี้”

การแสดงออกกำลังกาย “Thai Fit”

พก.จัดงาน 5 ทศวรรษ ‘บ้านกึ่งวิถีชาย’ วอนสังคมเปิดรับและเข้าใจคนไข้จิตทุเลา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/383936

พก.จัดงาน 5 ทศวรรษ ‘บ้านกึ่งวิถีชาย’ วอนสังคมเปิดรับและเข้าใจคนไข้จิตทุเลา

พก.จัดงาน 5 ทศวรรษ ‘บ้านกึ่งวิถีชาย’ วอนสังคมเปิดรับและเข้าใจคนไข้จิตทุเลา

วันพฤหัสบดี ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ หรือ (พก.) จัดงาน 5 ทศวรรษแห่งการก้าวย่าง : สานรักครอบครัวสู่ชุมชน“บ้านกึ่งวิถีชาย” ปทุมธานี ต้องการเปิดกว้างให้สังคมเปิดรับและเข้าใจในคนไข้จิตทุเลา พร้อมรับสู่สังคมในอนาคต

นายจีระศักดิ์ ศรีพรหมมา หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านกึ่งวิถี (ชาย) จังหวัดปทุมธานี ถือเป็นสถานที่ที่ให้บริการสงเคราะห์และฟื้นฟูคนไข้โรคจิตที่อาการทุเลาแล้วจากโรงพยาบาลศรีธัญญา สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา และสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ และจากที่อื่นๆ ที่ไม่มีญาติหรือถูกทอดทิ้งเป็นเพศชายมีร่างกายแข็งแรง โดยปัจจุบันได้ดำเนินงานมากว่า 50 ปี ที่รับใช้สังคมมาตลอดระยะเวลาอันยาวนาน ครั้งนี้จึงได้จัดงาน 5 ทศวรรษแห่งการก้าวย่าง : สานรัก
ครอบครัวสู่ชุมชน เพื่อให้สังคมได้ทราบถึงการทำงานที่ต้องฟื้นฟูร่างกายและจิตใจคนไข้จำนวนกว่า 500 คน หวังให้กลับคืนสู่สังคมใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นๆ ได้เสมือนคนปกติทั่วไป

5 ทศวรรษแห่งการก้าวย่าง : สานรักครอบครัวสู่ชุมชน ภายใต้การดำเนินงานสถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านกึ่งวิถี (ชาย) จังหวัดปทุมธานี กับทำงานด้านการฟื้นฟูผู้ป่วยด้านจิตทุเลามากว่า 50 ปี มีความต้องการให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตได้ด้วยตนเอง อีกทั้งเป็นจุดศูนย์รวมในการพักพิงช่วยเหลือผู้ป่วยไร้บ้าน ญาติๆ ประชาชนทั่วไปที่ต้องการการช่วยเหลือ การได้รับการปรึกษาที่ถูกต้อง ซึ่งสถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านกึ่งวิถี (ชาย) จังหวัดปทุมธานี ยึดมั่นในพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร “งานช่วยคนพิการนี้ ก็มีความสำคัญอย่างยิ่งเพราะว่าผู้พิการ มิได้เป็นผู้ที่อยากพิการ แต่อยากช่วยตนเอง ถ้าเราไม่สามารถช่วยเขาให้สามารถที่จะปฏิบัติงานอะไรเพื่อชีวิต และมีเศรษฐกิจของครอบครัวจะทำให้เกิดสิ่งที่หนักในครอบครัว หนักแก่ส่วนรวม ฉะนั้นนโยบายที่จะทำก็คือ ช่วยเขาให้ช่วยตนเองได้เพื่อที่จะให้เขาสามารถเป็นประโยชน์ต่อสังคม”อันเป็นแนวทางการทำงานของสถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านกึ่งวิถี (ชาย)จังหวัดปทุมธานี ภายใต้การดำเนินงานกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ

หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวอีกว่า งาน 5 ทศวรรษแห่งการก้าวย่าง : สานรักครอบครัวสู่ชุมชน จะเป็นส่วนสำคัญในการแสดงถึงการให้ความสำคัญในชีวิตเพื่อนมนุษย์ สังคมที่ให้โอกาสในการกลับคืนสู่ชีวิตประจำวันเช่นปกติทั่วไป ดังนั้น ขวัญกำลังใจถือเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะสำหรับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานที่ทำงานอย่างหนักกับผู้ป่วยจิตทุเลาในสถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านกึ่งวิถี (ชาย) อันเป็นเสมือน “ลูก”ในการดูแลภายในสถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านกึ่งวิถี (ชาย) ตลอด 24 ชั่วโมง

“จากสถิติคนไข้จิตทุเลาที่มีจำนวนมากขึ้นในแต่ละปี ที่รับมาจากโรงพยาบาล หน่วยงานภาครัฐ ซึ่งสถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านกึ่งวิถี (ชาย) จังหวัดปทุมธานี เป็นเสมือนจุดพักในการดูแลฝึกอบรมด้านอาชีพ ก่อนส่งคืนสู่ครอบครัวและสังคมต่อไปตามลำดับ หากแต่จำนวนคนไข้มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น การส่งคืนสู่ครอบครัวอันเป็นสถาบันเริ่มต้นที่มีความรักความผูกพันและการได้รับการดูแลที่ถูกต้องจากคนในครอบครัวจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยสถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านกึ่งวิถี (ชาย) จังหวัดปทุมธานี จึงต้องการให้ครอบครัว สังคม และประชาชนทราบถึง
การทำงานตลอดระยะเวลากว่า 50 ปีที่ผ่านมา และต้องการเปิดบ้านรับครอบครัวของผู้ป่วยทุกคนกว่า 500 คน ที่สำคัญไปกว่านั้นต้องการให้สังคมเปิดรับ เข้าใจคนไข้จิตทุเลาที่พร้อมที่กลับคืนสู่สังคม และครอบครัวต่อไป” นายจีระศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย

แฟชั่นโชว์ปลุกกระแสความเท่าเทียม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/383933

แฟชั่นโชว์ปลุกกระแสความเท่าเทียม

แฟชั่นโชว์ปลุกกระแสความเท่าเทียม

วันพฤหัสบดี ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เต้-ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก สร้างปรากฏการณ์แฟชั่นโชว์ ดึงแบรนด์BeLegend Collection ร่วมสร้างความหลากหลายและเท่าเทียมในสังคมถึงเวลาของความหลากหลายและเท่าเทียม เต้-ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก สร้างปรากฏการณ์ใหม่ ดึงแบรนด์ BeLegendCollection โดยฟิตเนสโมเดลระดับโลกSergi Constance มาร่วมครีเอทแฟชั่นโชว์สุดล้ำในคอนเซ็ปต์ Be Legendชูประเด็น Time for Change เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับสังคมในการยอมรับความหลากหลาย ทั้งในเรื่องเพศสภาพ เชื้อชาติ และความเท่าเทียมกันในสังคมพร้อมขนนางแบบและนายแบบ อาทิผู้ชนะ Team Girl และ Team Boy จาก THE NEXT BOY/GIRL BAND THAILAND, สกาย ฟ้า ปริม ดารัณนิคกี้ เติร์ด โจเซฟ และอติล่า จาก THE FACE THAILAND และ THE FACE MEN THAILAND, นาตาเลีย เพลียแคม และปันปัน นาคประเสริฐ จาก DRAG RACE THAILAND มาร่วมเดินแบบในลุคสุดสตรองอย่างคับคั่ง บนเวทีไฟนอลวอล์กของรายการ THE FACE MEN THAILAND SEASON 2 เมื่อเร็วๆ นี้