เซเลบฯ แชร์แนวคิดทำธุรกิจให้รอดยุคดิจิทัล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/384144

เซเลบฯ แชร์แนวคิดทำธุรกิจให้รอดยุคดิจิทัล

เซเลบฯ แชร์แนวคิดทำธุรกิจให้รอดยุคดิจิทัล

วันศุกร์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา และ เอกชัย สุขุมวิทยา

ทุกความสำเร็จมักเกิดจากการเรียนรู้อย่างไม่หยุดนิ่งเพราะในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญส่งผลให้ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนเปลี่ยนไป เหล่านักธุรกิจต่างก็ต้องคอยอัพเดทเทรนด์นวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะนำมาใช้ต่อยอดการทำงานให้ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด 4 เซเลบริตี้เจ้าของธุรกิจชื่อดัง ได้แก่ วาริธร กันท์ไพบูลย์, วรนันท์ จันทรัศมี,เอกชัย สุขุมวิทยา และจรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยาได้มาร่วมเผยถึงเทรนด์การทำธุรกิจปี 2019 ตามแบบฉบับนักธุรกิจมืออาชีพ รวมถึงการสร้างแรงบันดาลใจให้การทำงานอย่างคนรุ่นใหม่ ที่งาน Open House ปี 2018 ของวิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

เริ่มจาก วาริธร กันท์ไพบูลย์ ดีไซเนอร์สาวเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าวาริธร บูติค (VARITHORN BOUTIQUE) ซึ่งโด่งดังในโลกโซเชียล รวมถึงตลาดในประเทศจีน และเร็วๆ นี้กำลังจะขยายสาขาไปประเทศมาเลเซีย เผยว่า “สิ่งสำคัญของการทำธุรกิจในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีอิทธิพลต่อผู้บริโภคแบบนี้ เราต้องไม่หยุดมองหาช่องทางการขายใหม่ๆ อย่างตอนนี้ที่กำลังนิยมและ
ได้ผลดีเลยก็คือ ไลน์แอท (Line@) ที่ทำให้เราสามารถปิดการขายได้เร็วมาก เพราะเพื่อนในไลน์แอท ก็คือกลุ่มลูกค้าที่สนใจแบรนด์เราอยู่แล้ว เวลาที่มีอัพเดทสินค้าใหม่ๆ ไป เขาก็จะตอบรับและสั่งซื้อค่อนข้างเร็ว ส่วนเรื่องการทำเสื้อผ้า แน่นอนว่าการที่จะให้เป็นที่ยอมรับในระยะยาวนั้นคุณภาพสินค้าต้องดี ตัดเย็บดี เลือกใช้ผ้าที่สวมใส่สบาย ส่วนดีไซน์เราจะออกแบบใหม่ทุกสัปดาห์ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานของคน เพราะการที่เรามีแบบใหม่ๆ อยู่เสมอจะช่วยดึงความสนใจของคนได้ดีกว่า”

วรนันท์ จันทรัศมี

วรนันท์ จันทรัศมี ทายาทธุรกิจยักษ์ใหญ่ ศูนย์การค้าไดอาน่าคอมเพล็กซ์ หาดใหญ่ในเครือพิธานกรุ๊ป เผยว่า “การทำธุรกิจห้าง ในยุคนี้มีความท้าทายมาก เพราะคู่แข่งค่อนข้างมาก ลูกค้ามีตัวเลือกมากขึ้น ฉะนั้นต้องสร้างจุดเด่นให้กับแบรนด์ของตนเอง สร้างให้ห้างฯ ของเราเป็นไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์ที่มีบริการและผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ทุกคนได้อย่างครอบคลุม พยายามจัดอีเว้นท์บ่อยๆ เพื่อให้เกิดกิจกรรมหมุนเวียน ทำให้คนอยากมาที่ห้างฯ การใช้เรื่องของออนไลน์นั้นมีส่วนช่วยมาก เพื่อเพิ่มช่องทางการซื้อสินค้าให้กับคนมากขึ้น อีกทั้ง ยังเป็นการขยายช่องทางการขายไปยังทั่วประเทศ ที่ไม่ใช่แค่หาดใหญ่ที่เดียว โดยเรามีทำเป็นเว็บไซต์ อินสตาแกรม เฟซบุ๊คแฟนเพจ ไลน์แอท (Line@) รวมถึงเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ในมาร์เก็ตเพลสยอดนิยมเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งช่องทาง ซึ่งการทำตลาดออนไลน์นั้นเราจะให้ความสำคัญที่บริการจัดส่งต้องรวดเร็ว และการทำคอนเทนท์ต้องโดดเด่น ดึงดูดให้คนอยากซื้อ เช่น รูปสวย ราคาชัด มีรายละเอียดบอกครบถ้วน รวมถึงมีแอดมินคอยตอบคำถามอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ ในอนาคตก็มีวางแผนจะขยายการขายและจัดส่งไปยังประเทศใกล้เคียง อย่างเวียดนามและลาว เพราะเรามองว่าการทำธุรกิจออนไลน์นั้นสามารถเติบโตได้อย่างไม่มีขีดจำกัด”

เอกชัย สุขุมวิทยา นักธุรกิจหนุ่มผู้ปลุกปั้นคาเฟ่ชื่อดัง “คาซ่า ลาแปง” (Casa Lapin) เล่าว่า “สำหรับคาซ่า ลาแปง แบรนด์นี้ค่อนข้างจะเป็นที่รู้จักในกลุ่มคอฟฟี่เลิฟเวอร์อยู่แล้ว แต่เราเข้ามาพัฒนาแบรนด์ดิ้งให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างและระดับสากลมากขึ้น ด้วยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาจัดการการทำงานภายในให้เป็นระบบ ทำการตลาดเพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้า อย่างพวกแอพพลิเคชั่นสะสมแต้ม รวมถึงดูเทรนด์การดื่มกาแฟของคนในแต่ละยุค อย่างสมัยนี้คนติดโซเชียลมากขึ้น อยากนำเสนอไลฟ์สไตล์ผ่านพื้นที่ออนไลน์ของตนเอง ซึ่งคาเฟ่มักเป็นหนึ่งในสถานที่อันดับต้นๆที่คนมักจะชอบมาถ่ายรูปและเช็คอิน ฉะนั้นการทำร้านกาแฟยุคนี้ร้านก็ต้องสวย มีคาแร็กเตอร์ บรรยากาศดี สามารถนำเสนอไลฟ์สไตล์ดีๆ ให้กับผู้มาเยือนได้ แต่ในขณะเดียวกันเรื่องคุณภาพก็ต้องสำคัญ เพราะจริงๆ แล้วการทำกาแฟนั้นมีขั้นตอนที่ละเอียด กว่าจะได้กาแฟแต่ละแก้วนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าเราอยากเจาะกลุ่มคนที่ชื่นชอบการดื่มกาแฟจริงๆ ก็ต้องใส่ใจเรื่องคุณภาพและความหลากหลายของเมล็ดกาแฟด้วย”

วาริธร กันท์ไพบูลย์

ปิดท้ายที่สาวเก่ง จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา เจ้าของธุรกิจอาหารปูดองสไตล์เกาหลี เจ้าแรกของเมืองไทย ปูดองอันยอง และร้านอาหาร โซลจูปูดอง เผยว่า “จุ๋ยเริ่มธุรกิจอาหารแบบออนไลน์ เพราะรู้ว่าเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนสมัยนี้ได้ดีที่สุด ซึ่งมีการจัดโปรโมชั่นใหม่ๆ อยู่เสมอ โปรโมทผ่านไลน์แอท (Line@) และบนโซเชียลของตัวเอง เน้นการถ่ายภาพและทำวีดีโอให้น่าสนใจ อย่างอาหารก็ต้องจัดจานให้สวย หน้าตาและสีสันน่ารับประทาน สร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ บ้าง เพื่อสร้างความไม่จำเจ โดยสิ่งเหล่านี้ต้องเริ่มต้นจากการวางแผนที่ดี ไม่ว่าจะทำเล็กหรือใหญ่ ก็ต้องทำให้มีขั้นตอน มีจุดยืน รู้ว่าเราต้องการอะไร ทำไปขายใคร อย่าตามแค่กระแสอย่างเดียว และทุกอย่างต้องดูดีทั้งรสชาติ หน้าตา รวมถึงการสร้างเรื่องราวให้แบรนด์ ใครอยากเริ่มทำธุรกิจอาหารแต่ยังมีทุนไม่มาก ก็ให้เริ่มจากการขายออนไลน์ก่อน และถ้าจะมีหน้าร้านด้วย ก็ให้เลือกจากทำเลเป็นอันดับแรก เพราะการเดินทางสำคัญมากส่วนการหาแรงบันดาลใจให้กับวันทำงาน เรามักจะใช้เวลาอยู่กับครอบครัว เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นกัน และชวนกันไปทำบุญอยู่เสมอ”

Exness จับมือ Real Madrid จัดคลินิกฟุตบอลเพื่อเด็กผู้ด้อยโอกาส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/384143

Exness จับมือ Real Madrid จัดคลินิกฟุตบอลเพื่อเด็กผู้ด้อยโอกาส

Exness จับมือ Real Madrid จัดคลินิกฟุตบอลเพื่อเด็กผู้ด้อยโอกาส

วันศุกร์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

อนามิกา สินธนนพคุณ, มร. ปีเตอร์ วาลอฟ และ อัลเวโร อาร์เบโรอา พร้อมทีมสตาฟโคช

Exness (เอ็กเนส) โบรกเกอร์ซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราออนไลน์ผู้ชนะรางวัลระดับโลก ร่วมกับสโมสรเรอัล มาดริด จัดกิจกรรมคลินิกฟุตบอลให้น้องๆ ผู้ด้อยโอกาสในประเทศไทยที่ได้รับคัดเลือกจาก3 องค์กรการกุศล ได้แก่ มูลนิธิบ้านนกขมิ้น มูลนิธิส่งเสริมการพัฒนาบุคคลศูนย์เมอร์ซี่ และมูลนิธิคุณพ่อเรย์ซึ่งงานนี้ สโมสรเรอัล มาดริด ยกทัพบุคลากรคุณภาพอย่างตำนานอดีตกองหลังและแอมบาสซาเดอร์ของสโมสรอย่าง อัลบาโร อาร์เบโลอา และโค้ชคาร์ลอส อัลเบิร์ต มาถ่ายทอดทักษะฟุตบอลให้กับน้องๆ ณ สนามฟุตบอลเอสซีจี สเตเดียม เมืองทองธานี

มร. ปีเตอร์ วาลอฟ ประธานผู้บริหารบริษัทเอ็กเนส เผยว่า “เอ็กเนสตั้งใจจัดกิจกรรมคลินิกฟุตบอลขึ้นมาเพื่อหยิบยื่นโอกาสสุดพิเศษให้กับน้องๆ ผู้ด้อยโอกาสในไทย โดยน้องๆ เหล่านี้ จะได้รับประสบการณ์แบบครั้งหนึ่งในชีวิต ที่ได้ผ่านการฝึกฝนทักษะการเล่นฟุตบอลกับโค้ชและนักเตะลีเจ้นท์ของสโมสรเรอัล มาดริด ซึ่งสโมสรฟุตบอลเรอัล มาดริดสนับสนุนความเป็นเลิศ เป็นผู้นำที่เปี่ยมไปด้วยศักยภาพ และการดำเนินการที่เป็นกลาง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ คือปัจจัยพื้นฐานสำคัญของบริษัทเอ็กเนสเช่นกัน”

ด้านนักเตะระดับตำนานของเรอัลมาดริด อัลบาโร อาร์เบโลอา กล่าวว่า “เรอัล มาดริด รู้สึกภูมิใจและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสถ่ายทอดองค์ความรู้และให้การสนับสนุนโครงการริเริ่มเพื่อสังคมโครงการนี้”

สตาฟโคช ให้คำแนะนำเด็กๆ อย่างใกล้ชิด

อนามิกา สินธนนพคุณ ผู้อำนวยการฝ่ายภูมิภาคของเอ็กเนส กล่าวเสริมว่า “เด็กทุกคนควรที่จะได้รับโอกาสการเล่นฟุตบอลอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์และทักษะด้านการเตะบอล ทั้งยังเป็นการสร้างความทรงจำดีๆ ให้กับพวกเขา และเนื่องจากเอ็กเนส เป็นพาร์ทเนอร์กับเรอัล มาดริด เราจึงถือโอกาสนี้ จัดเป็นกิจกรรมคลินิกฟุตบอลเพื่อหยิบยื่นประสบการณ์อันล้ำค่าที่น้องๆ จะไม่มีวันลืมให้พวกเขา และหวังว่าโอกาสสุดพิเศษนี้ จะเป็นแรงบันดาลใจที่ผลักดันให้น้องๆ เดินหน้าฝึกฝนพัฒนาทักษะการเตะบอลอย่างต่อเนื่องไปในอนาคต” อนามิกา สินธนนพคุณ ผู้อำนวยการฝ่ายภูมิภาคของเอ็กเนสกล่าวถึงโครงการนี้

กิจกรรมคลินิกฟุตบอลในครั้งนี้ เต็มไปด้วยความสุขสนุกสนาน เพราะน้องๆผู้ด้อยโอกาสได้ร่วมกันเรียนรู้ ฝึกฝน ลับคม ทักษะการเล่นฟุตบอลจากโค้ชมืออาชีพและนักเตะในตำนานของสโมสรเรอัล มาดริด ซึ่งเป็นฮีโร่ของพวกเขา โดยนอกจากประสบการณ์และความทรงจำดีๆ ที่น้องๆ ได้รับกลับบ้านไปน้องๆ ทุกคน ยังได้รับเกียรติบัตรจากเอ็กเนสและเรอัล มาดริดไว้เป็นสิ่งเตือนใจว่าครั้งหนึ่งพวกเขาเคยร่วมกิจกรรมคลินิกฟุตบอลกับสโมสรเรอัล มาดริด โดยเอ็กเนส ซึ่งถือเป็นประสบการณ์อันล้ำค่า เป็นการเสริมสร้างความมั่นใจ และเป็นแรงบันดาลใจที่จะหล่อหลอมให้พวกเขา
สานฝันสู่การเป็นนักเตะมืออาชีพต่อไปในอนาคต

น้องๆ โชว์ฟอร์มหลังเรียนรู้เทคนิคจากโค้ช

14 ชุมชนภูเก็ต 14 แรงบันดาลใจสู่ Chef Table Dinner

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/384151

14 ชุมชนภูเก็ต 14 แรงบันดาลใจสู่ Chef Table Dinner

14 ชุมชนภูเก็ต 14 แรงบันดาลใจสู่ Chef Table Dinner

วันศุกร์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ATTITUDESTAY ร่วมกับ บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีจังหวัดภูเก็ต จำกัด และกลุ่ม SO PHUKET ร่วมมือกับพันธมิตรเครือข่าย อาทิ สายการบิน Thai Vietjet, แม่โขง, ร้านดีบุกเฮ้าส์ จัดแสดงนิทรรศการภาพถ่ายวิถีชีวิตชุมชน พร้อมชิมอาหารค่ำมื้อพิเศษฝีมือเชฟชื่อดัง จากโครงการ F.A.T Phuket (Food ArtTown) ครั้งที่ 1 ภายใต้คอนเซ็ปต์ Chef Table Dinner ในชื่องาน F.A.T Table :Local community inspiration cheftable dinner รังสรรค์เมนูอาหารปักษ์ใต้จากวัตถุดิบเลื่องชื่อของท้องถิ่นรวม 14 ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีตั้งแต่ปลาฉิ้งฉ้างตัวจิ๋วไปจนถึงกุ้งมังกรตัวโต จับคู่กับค็อกเทลรสละมุน บนโต๊ะดินเนอร์สุดเก๋ไก๋ ณ ร้านดีบุกเฮ้าส์ จังหวัดภูเก็ต

วรเดช มณีศรี ผู้บริหาร ATTITUDESTAY กล่าวว่า งาน F.A.T Table นี้จัดขึ้นเพื่อสานต่อโครงการที่ทาง ATTITUDESTAY ได้รับมอบหมายจากสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดภูเก็ต ในการจัดทำหนังสือและเส้นทางชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี โดยได้ดึงเสน่ห์และอัตลักษณ์ของชุมชน OTOP นวัตวิถี 11 ชุมชนจังหวัดภูเก็ต ประกอบด้วย บ้านสะปำ บ้านแหลมพันวา บ้านบางคณฑีบ้านบางหวาน บ้านนอกเล บ้านนาคาบ้านม่าหนิก บ้านบางโรง บ้านเคียน บ้านลิพอนใต้ บ้านท่าฉัตรไชย และอีก 3 ชุมชน OTOP Village ประกอบด้วย บ้านไม้ขาว บ้านบ่อแร่ บ้านหัวควน

ด้วยฝีมือ 4 เชฟรุ่นใหม่ นำโดยเชฟแบล็ก-ภานุภน บุลสุวรรณจาก Blackitch Artisan Kitchen, เชฟแวน-เฉลิมพล โรหิตรัตนะจากร้าน DAG, เชฟม่อน-สุวิจักขณ์กังแฮ จากร้านกาบกล้วย และ เชฟเติ้ล-กรณัฎฐ์ รอบคอบ อดีตเชฟจากร้าน 80/20 และมิกซ์โซโลจิสท์ชื่อดังดีกรีเวิลด์แชมป์ โดย ตั้ม-ณฐกรแจ้งเร็ว จากร้าน Vaporbangkok และ วิน จากร้านดีบุกเฮ้าส์ ที่ดึงเอาวัตุดิบท้องถิ่นมาสร้างสรรค์เป็น 7 เมนูอาหารที่เข้ากันกับ 7 เครื่องดื่มสุดพิเศษ และหาทานไม่ได้ที่ไหน ไม่ว่าจะเป็น เมนูเรียกน้ำย่อย เบือทอดกุ้งฝอย ยำหญ้าช้องหมูสับ จากบ้านบางโรง, ข้าวหลามเกรโมลาต้าปลาฉิ้งฉ้างยอดหมุย จากบ้านเคียน, ข้าวแต๋น ซอสข้าวพาเมซาน หมูฮ้องเปรี้ยว จากบ้านม่าหนิก, และ ดอกพุดทอด ซอสกาละแมเปรี้ยว จากบ้านลิพอนใต้

ต่อด้วยอาหารจานหลัก ที่เสิร์ฟพร้อมข้าวสะปำและข้าวหุงเกี๊ยน อย่าง แกงกะทิเนื้อควายกับผักลิ้นห่านทอด จากบ้านนอกเล, ยำบูดูหยวกกล้วยป่า มัสมั่นกรอบ จากบ้านบางคณฑี, อกเป็ดเทศราดซอสเคยเปรี้ยว จากบ้านบางหวาน,แยมมะอึกหมึกโวยวาย & ผักพื้นบ้านจากบ้านพันวา ปิดท้ายด้วยเมนูของหวานเกี่ยมโก้ยสับปะรดปลาแห้ง และลอดช่องใบเตย พานาคอตต้าซอสคาราเมลน้ำตาลมะพร้าวชาเออเกรย ครัมเบิ้ลถั่ว

ทุกเมนูอร่อยจนต้องบอกต่อกันเลยทีเดียว สำหรับครั้งต่อไปของ Chef Table Dinner ในโครงการ F.A.T Phuket (Food Art Town) จะจัดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 สามารถ Inbox เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่ https://www.facebook.com/voradech.m

มาดามทุสโซ กรุงเทพฯ เปิดตัวขวัญใจมหาชน หุ่นขี้ผึ้ง‘คาทรินา เคฟ’และ‘รันบีร์ กาปูร์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/384154

มาดามทุสโซ กรุงเทพฯ เปิดตัวขวัญใจมหาชน หุ่นขี้ผึ้ง‘คาทรินา เคฟ’และ‘รันบีร์ กาปูร์’

มาดามทุสโซ กรุงเทพฯ เปิดตัวขวัญใจมหาชน หุ่นขี้ผึ้ง‘คาทรินา เคฟ’และ‘รันบีร์ กาปูร์’

วันศุกร์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ไม่ใช่แค่ในระดับบอลลีวู้ด แต่นางเอกสาวสวยลูกครึ่งอินเดีย-อังกฤษคาทรินา เคฟ (Katrina Kaif) กลายเป็นดาราชาวอินเดียคนล่าสุดที่ได้รับการโหวตจากแฟนๆ อย่างท่วมท้น ให้มีการปั้นหุ่น
ขี้ผึ้งและจัดแสดงที่ มาดามทุสโซ ลอนดอน โดยนอกจากชื่อเสียงที่โด่งดังด้านการแสดงจากภาพยนตร์เรื่องแรก Boom เมื่อปี ค.ศ. 2003 และเรื่องล่าสุด Dhoom ภาค 3 แล้ว คาทรินายังเป็นที่รู้จักในฐานะที่เป็นนักแสดงหน้าสวย จนได้เป็นนักแสดงบอลลีวู้ดคนแรกที่มี ตุ๊กตาบาร์บี้ (Barbie) ซึ่งออกแบบตามตนเอง และล่าสุด หุ่นขี้ผึ้งของ คาทรินา เคฟก็ได้มาถึง มาดามทุสโซ กรุงเทพฯ แล้ว เพื่อเพิ่มความอลังการระดับซูเปอร์สตาร์ให้กับบรรยากาศงานประกาศรางวัล IIFA Awards ในโซนบอลลีวู้ด

ด้าน รันบีร์ กาปูร์ (Ranbir Kapoor) ดาราหนุ่มมากความสามารถระดับแถวหน้าของบอลลีวู้ด การันตีด้วยการได้รับการจัดอันดับว่าเป็นดาราที่ค่าตัวสูงสุดคนหนึ่งของวงการภาพยนตร์ฮินดู และยังติดอันดับในรายชื่อ 100 คนดังในอินเดียของ Forbes ตั้งแต่ ค.ศ.2012ก็มาในรูปของหุ่นขี้ผึ้งลุคเนี้ยบ ด้วยสูทจากดีไซเนอร์ชาวอินเดีย มานิช มาลโฮตรา (Manish Malhotra) ที่มาจัดแสดงอยู่เคียงข้างหุ่นของ คาทรินา เคฟ บนพรมเขียวในโซนบอลลีวู้ด ณ มาดามทุสโซ กรุงเทพฯ โดยแฟนๆ ชาวไทย สามารถเดิน “พรมเขียว”ไปกับทั้ง 2 ซุป’ตาร์ และสัมผัสประสบการณ์บอลลีวู้ดด้วยตัวเองได้ที่ มาดามทุสโซ กรุงเทพฯ ชั้น 4 สยามดิสคัฟเวอรี่ ราคาบัตรเข้าชมสำหรับคนไทย ผู้ใหญ่ ราคา 590 บาท และเด็ก (อายุ 3-11 ปี) ราคา 490 บาท (www.madametussauds.com/Bangkok)

สอบศิลปะการเต้นยาวชนนักเต้นเด็กไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/384140

สอบศิลปะการเต้นยาวชนนักเต้นเด็กไทย

สอบศิลปะการเต้นยาวชนนักเต้นเด็กไทย

วันศุกร์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

CSTD ประเทศไทย ร่วมกับ CSTD ออสเตรเลีย จัดการสอบศิลปะการเต้นให้แก่เยาวชนนักเต้นเด็กไทยในกิจกรรม CSTD PublicPerformance Examination ประจำปี 2561

นางสาววัลลภา ปัจฉิมสวัสดิ์ ผู้แทนสถาบัน CSTD ประเทศไทย พร้อมด้วย Ms.Joanne Richardsผู้แทนสถาบัน CSTD จากประเทศออสเตรเลียจัดกิจกรรมการสอบ CSTD Public Performance Examination ประจำปี 2561 ในระดับ Junior Public Examination ประเภท Dorothy Gladstone Award ในรูปแบบ Classical Ballet, Modern Jazz Dance, Contemporary Dance และระดับ Senior Public Examination ในรูปแบบ Modern Jazz Shield ซึ่งเป็นการสอบประเภทพิเศษที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้พัฒนาทักษะการแสดงสดต่อหน้าผู้ชมบนเวทีในชุดแสดงจริง พร้อมมุ่งเน้นให้ได้มีโอกาสแสดงความสามารถและฝึกความกล้าแสดงออกนอกห้องเรียนเมื่อเร็วๆ นี้

‘ปุ๋ย-ภรณ์ทิพย์’มาไทยบริจาคทุนการศึกษา 1.3 ล้านบาทผ่านมูลนิธิ Teach for Thailand (สอนเพื่อประเทศไทย)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/383940

‘ปุ๋ย-ภรณ์ทิพย์’มาไทยบริจาคทุนการศึกษา 1.3 ล้านบาทผ่านมูลนิธิ Teach for Thailand (สอนเพื่อประเทศไทย)

‘ปุ๋ย-ภรณ์ทิพย์’มาไทยบริจาคทุนการศึกษา 1.3 ล้านบาทผ่านมูลนิธิ Teach for Thailand (สอนเพื่อประเทศไทย)

วันพฤหัสบดี ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เป็นที่รู้กันว่า “พี่ปุ๋ย” ภรณ์ทิพย์นาคหิรัญกนก ไซมอน นางงามจักรวาลคนที่สองของไทย มุ่งเรื่องการช่วยเหลือด้านศึกษาสำหรับเด็กๆ เยาวชน ล่าสุดในโอกาสเดินทางมาประเทศไทย เพื่อร่วมเป็นหนึ่งในคณะกรรมการตัดสินการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2018 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ พร้อมถือโอกาสบริจาคทุนการศึกษา ในนามของมูลนิธิแองเจล วิง อินเตอร์เนชั่นแนล ให้กับมูลนิธิ Teach for Thailand

ทั้งนี้ มูลนิธิแองเจล วิง อินเตอร์เนชั่นแนล ได้ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง กับมูลนิธิ Teach for Thailand ที่ก่อตั้งมานานด้วยวัตถุประสงค์ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและสร้างเครือข่ายผู้นำ ที่ผ่านมามูลนิธิได้ทำงานร่วมกับโรงเรียนเพื่อระบบการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพ ซึ่งครั้งนี้มีการบริจาคอุปกรณ์การเรียนเพื่อเพิ่มขยายการเรียนรู้ที่สมบูรณ์ รวมถึงสนับสนุนห้องสมุดและอุปกรณ์ด้านคอมพิวเตอร์แก่โรงเรียนวัดเวฬุวนาราม เขตดอนเมือง กรุงเทพฯหลังจากนี้ก็จะมี โรงเรียนชวนชม หมู่บ้านพัฒนา เขตกรุงเทพมหานคร

ปุ๋ย-ภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก ไซมอนผู้ก่อตั้ง มูลนิธิ แองเจล วิง อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า “ปุ๋ยมีโอกาสได้รับทราบถึงปัญหาที่ทาง Teach For Thailand ได้ประสบมาโดยตลอด ในขณะเดียวกันปุ๋ยก็ได้พบว่าถึงแม้จะประสบปัญหาขัดข้องมากมาย ทีมงานก็สามารถเอาชนะและรับมือกับอุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างดีเยี่ยม ปุ๋ยภูมิใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้ Teach For Thailand สามารถก้าวไปสู่เป้าหมาย และเป็นแกนนำที่สำคัญให้แก่ชุมชน รวมถึงมีความยินดีอย่างยิ่งที่รายได้ที่ทาง Angels Wings Foundation International ได้ร่วมบริจาคในครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือเด็กๆ ให้มีโอกาสเพิ่มมากขึ้น รวมถึงช่วยให้เด็กๆ ได้มีห้องเรียนที่ดียิ่งขึ้นไปอีก Angels Wings Foundation International เชื่อว่าความรู้ คือการส่งเสริมและเพิ่มพลัง และโอกาสที่ดีที่สุดให้แก่เด็กๆ ซึ่ง Teach For Thailand แสดงให้เห็นถึงความเสียสละอันยิ่งใหญ่นี้ให้แก่เด็กๆ ทุกคน”

สำหรับปีนี้ได้ให้การสนับสนุน Teach of Thailand Fellowship Program เป็นจำนวน 1,300,000 บาท เพื่อสนับสนุนโรงเรียนในเครือข่ายการบริจาคครั้งนี้ได้มอบเครื่องคอมพิวเตอร์ จำนวน40 เครื่อง ให้กับโรงเรียนชวนชม หมู่บ้านพัฒนา และบริจาคห้องสมุด ให้กับโรงเรียนวัดเวฬุวนาราม เพื่อพัฒนาศักยภาพให้กับเยาวชนอีกด้วย

ผลิตภัณฑ์ความงามคุณภาพเยี่ยมแห่งปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/385303

ผลิตภัณฑ์ความงามคุณภาพเยี่ยมแห่งปี

ผลิตภัณฑ์ความงามคุณภาพเยี่ยมแห่งปี

วันพฤหัสบดี ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

แพรวนิตยสารในเครือ บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) สื่อสำหรับผู้หญิงที่นำเสนอเนื้อหาเรื่องราวน่าสนใจด้านต่างๆ รวมถึงเรื่องของความสวยความงาม ที่ครองใจคนอ่านมาเป็นเวลานาน ในปีนี้จัด PRAEW ICONIC BEAUTY 2018 ขึ้นในคอนเซ็ปต์ The Secret Weapon โดยเชิญเหล่าบิวตี้บล็อกเกอร์ กูรูผู้เชี่ยวชาญ พร้อมด้วยหนุ่มฮอตคนดัง ร่วมเป็นกรรมการคัดเลือกผลิตภัณฑ์ที่ถือเป็นที่สุด เพื่อเฟ้นหาสุดยอดผลิตภัณฑ์ที่จะคว้ารางวัลในปีนี้ที่ครองใจสาวๆ อันเสมือนเป็นอาวุธลับเสริมความงามให้สวยเริ่ดตามสไตล์ในแบบฉบับของแต่ละบุคคล ณ แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

พัดชา ศุภนิมิตร บรรณาธิการความงามนิตยสารแพรว หรือ พัดชา แพรวนิสต้า เจ้าของบิวตี้คอลัมน์ทั้งในนิตยสารแพรวและทาง www.praew.com เผยว่า PRAEW ICONIC BEAUTY 2018 เป็นงานที่เราจัดเป็นประจำทุกปี ต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 4 เพื่อเฟ้นหาผลิตภัณฑ์ความงามคุณภาพเยี่ยมและจัดมอบรางวัลโดยนิตยสารแพรว นิตยสารผู้หญิงอันดับหนึ่งของเมืองไทย ที่ทำการรวบรวมผลิตภัณฑ์ความงามจากแบรนด์ชั้นนำ มาผ่านกระบวนการคัดสรรอย่างเข้มข้น โดยแยกตามประเภทของผลิตภัณฑ์ พร้อมใส่ความพิเศษสำหรับปีนี้

สำหรับปี 2018 นี้ ทีมงานแพรวได้รวบรวมผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการคัดสรรอย่างเข้มข้นแยกออกเป็นประเภทต่างๆ ได้ 6 ประเภท ได้แก่ 1.Skincare 2.Make up 3.Hair care & Styling4.Perfume 5.Beauty specialist 6.ETC. ซึ่งทั้งหมดผ่านการทดลองใช้และได้ผลลัพธ์ดีงามการันตีโดย 4 คณะกรรมการ ผู้ทำหน้าที่เป็นสายลับและช่วยไขความลับความงามในครั้งนี้ด้วยตนเอง นำโดย PADCHA Praewnista (พัดชาศุภนิมิตร) บิวตี้ เอดิเตอร์ นิตยสารแพรว ทราย Feonalita (ศรัณยา สาธุกิจชัย) บิวตี้บล็อกเกอร์สุดแซ่บผู้ฉีกกฎที่ว่าผู้หญิงสวยไม่จำเป็นต้องผอมเพรียวเท่านั้น ทราย Mhunoiii (นันทวรรณ พรชัยจันทร์เพ็ญ) บิวตี้บล็อกเกอร์ขวัญใจฟอลโลเวอร์ ที่พลีชีพเผยโฉมหน้าแถมรีวิวละเอียดยิบแบบไม่มีกั๊กในทุกดีเทลและพิเศษยิ่งขึ้นอีก คือมุมมองความรู้สึกจากการสัมผัสผลิตภัณฑ์ความงามในทัศนะของผู้ชาย โดยมี โอ๊ต-ปราโมทย์ ปาทาน หนุ่มที่ถือว่าฮอตสุดยาวตลอดปีแถมมีผลงานเป็นที่รู้จักในหลากหลายวงการมาเป็นตัวแทน

โดยงานนี้มี ระริน อุทกะพันธุ์ ปัญจรุ่งโรจน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยทีมผู้บริหารเครืออมรินทร์ฯ รวมทั้งผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอน ร่วมเป็นสักขีพยานและเป็นเกียรติ โดยมี ศิริเพ็ญผลัญชัย บรรณาธิการบริหารนิตยสารแพรว ขึ้นมอบรางวัลสุดพิเศษในปีนี้ จำนวนรวม 84 รางวัล โดยหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรางวัล อาทิ คลาแรงส์ ได้แก่ RENEW PLUS BODYSERUM และ ICONIC BODY SHAPING &FIRMING BODY SERUM, นาร์ส ผลิตภัณฑ์ ORGASM BLUSH ICONIC LEGENDARY SHADE BLUSH ON, ลาแมร์ ได้แก่ CRÈME DE LA MER ICONIC LEGENDARY MOISTURIZING CREAM, โพลา ได้แก่ WRINKLE SHOT SERUM ICONIC HIGH PERFORMANCE ANTI-AGING SERUM เป็นต้น

สำหรับผลิตภัณฑ์ใดบ้างที่ถือเป็นสุดยอดที่โดนใจผู้ใช้ สามารถติดตามการเผยโฉมพร้อมรายชื่อผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่สุดของปีนี้ได้ในนิตยสาร
แพรวฉบับเดือนธันวาคม 2561 และพบกับความพิเศษรวมถึงข่าวสารอื่นๆ จากทุกแวดวงเพิ่มเติมได้ทาง www.praew.com และ Facebook: นิตยสารแพรว

พิพิธภัณฑ์ผ้าฯ ชวนเลือกซื้อของขวัญปีใหม่ ด้วยของที่ระลึกจากคอลเลคชั่นบาติกทรงคุณค่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/383942

พิพิธภัณฑ์ผ้าฯ ชวนเลือกซื้อของขวัญปีใหม่ ด้วยของที่ระลึกจากคอลเลคชั่นบาติกทรงคุณค่า

พิพิธภัณฑ์ผ้าฯ ชวนเลือกซื้อของขวัญปีใหม่ ด้วยของที่ระลึกจากคอลเลคชั่นบาติกทรงคุณค่า

วันพฤหัสบดี ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สำหรับเทศกาลปีใหม่ที่ใกล้จะถึงนี้ พิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เชิญชวนผู้ที่กำลังมองหาของขวัญปีใหม่ที่มีคุณค่าน่าสะสม และเปี่ยมไปด้วยความหมาย เพื่อมอบให้ผู้เป็นที่รัก ด้วยผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกจากคอลเลคชั่นบาติกหลากหลายรูปแบบซึ่งนำลวดลายมาจากส่วนหนึ่งของผืนผ้าบาติกสุดวิจิตรจากนิทรรศการผ้าบาติกในพระปิยมหาราช : สายสัมพันธ์สยามและชวา มาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เหมาะสำหรับเป็นของใช้ในชีวิตประจำวัน รวมทั้งมีดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นไม่ซ้ำใคร ในราคาย่อมเยา โดยมีกลุ่มผลิตภัณฑ์ประเภทต่างๆ ให้เลือกสรรมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่นเครื่องแต่งกาย,เครื่องประดับ, เครื่องเขียน, อุปกรณ์สำนักงาน, ของประดับตกแต่งบ้าน, ของใช้ภายในบ้าน เป็นต้น

เครื่องแต่งกายและเครื่องประดับ อาทิ ผ้าพันคอแบบยาว ทำจากผ้าซาตินพิมพ์ลายผ้าบาติก มีให้เลือก 2 ลาย ได้แก่ ลายดอกไม้แสนอ่อนหวานที่นำต้นแบบมาจากโรงเขียนผ้าของ เอ.เจ.เอฟ.ยานส์ และลวดลายจากผ้าคาดอก ลายเซเมน
อากุง เซล็อก กรุดาห์ จากโรงเขียนผ้าของนางแวน ลาวิก แวน แพบสต์ราคา 800 บาท, กระเป๋าทรงกลม อ่อนหวานด้วยลายพรรณไม้สลับกับดอกไม้ขนาดใหญ่ ซึ่งลายนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากผ้าบาติก จากเมืองอินดรามายู ราคา 550 บาท

ของประดับตกแต่งบ้าน อาทิ หมอนอิงทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีให้เลือก 2 ลาย ได้แก่ ลวดลายจากผ้าโพกศีรษะที่มีความประณีต งดงามในการวางลายและการย้อมสีที่มีเอกลักษณ์ และลวดลายจากผ้าโพกศีรษะ ลายกาบาห์ สินาวูร์ มี 2 ขนาด ได้แก่ ขนาด 10×16 นิ้ว ราคา 650 บาท และ ขนาด 18X18 นิ้ว
ราคา 750 บาท

อุปกรณ์เครื่องเขียน อาทิ สมุดไร้เส้น ขนาดเอ 5มีให้เลือก 2 ลาย ได้แก่ ผ้าบาติกลายสิริกิติ์ ซึ่งออกแบบขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และลายปารัง เคมเบง สวยงามด้วยความอ่อนช้อยของเถาไม้ที่เลื้อยทอดยอด ราคา 250 บาท, แฟ้มพลาสติก ขนาดเอ 4 มีให้เลือก 2 ลาย ได้แก่ ลายกาบาห์สินาวูร์ โดยนำลวดลายมาจากผ้าโพกศีรษะ และลายจัมบลัง โทนสีน้ำตาลและน้ำเงิน ตามแบบฉบับผ้าบาติกของเมืองบันยูมาสราคา 85 บาท

ของใช้ในบ้าน อาทิ ร่มแบบปลี่ยนสี ที่มาพร้อมความพิเศษตรงกลางร่มจะเปลี่ยนสีเมื่อโดนน้ำ โดยนำลวดลายดอกไม้แสนอ่อนหวานมาจากผ้าบาติก เมืองอินดรามายู ราคา 420 บาท,ที่ห้อยกระเป๋าเดินทาง มี 2 แบบให้เลือก ได้แก่ รูปช้าง และรูปนกฟีนิกซ์ โดดเด่นด้วยลวดลายที่นำมาจากผ้านุ่งลายโกตัก เซริบูซึ่งมีภาพเขียนรูปสัตว์ และพืชพรรณต่างๆ ที่สวยงาม ราคา 150 บาท

ผู้สนใจสามารถเลือกชมของที่ระลึกและผลิตภัณฑ์จากผ้าไหมหลากหลายรูปแบบ ได้ที่ร้านพิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ หอรัษฎากรพิพัฒน์ในพระบรมมหาราชวัง หรือติดต่อผ่านทางเฟซบุ๊คแฟนเพจ @qsmtshop และทางเว็บไซต์ http://www.qsmtthailand.org/shop/ สำหรับนิทรรศการผ้าบาติกในพระปิยมหาราช : สายสัมพันธ์สยามและชวา เปิดให้เข้าชมตั้งแต่นี้ ถึงเดือนพฤษภาคม 2564 ณ ห้องจัดแสดง 3-4 พร้อมกันนี้ยังมีนิทรรศการ “งามสมบรมราชินีนาถ” (Fit for a Queen: Her Majesty Queen Sirikit’s Creations by Balmain) ณ ห้องจัดแสดง 1-2 ด้วย

พิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบรมมหาราชวัง เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00-16.30 น. ปิดจำหน่ายบัตรเข้าชมเวลา 15.30 น.บัตรเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ ราคา 150 บาท ผู้สูงอายุ (65 ปีขึ้นไป) ราคา 80 บาท นักเรียนหรือนักศึกษา (โปรดแสดงบัตรประจำตัว) และเด็ก อายุ 12-18 ปี ราคา 50 บาทเด็กอายุต่ำว่า 12 ปี ไม่เสียค่าใช้จ่าย

เผยผลสำรวจคุณแม่ไทยช็อปออนไลน์โด่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/383934

เผยผลสำรวจคุณแม่ไทยช็อปออนไลน์โด่ง

เผยผลสำรวจคุณแม่ไทยช็อปออนไลน์โด่ง

วันพฤหัสบดี ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

theasianparent.com เว็บไซต์ครอบครัวชื่อดังในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เผยผลการศึกษาพฤติกรรมการเสพสื่อของคุณแม่เอเชียยุคใหม่ประจำปี จากการใช้จ่ายในครัวเรือนของกลุ่มคุณแม่ไทยพบเป็นผู้ทรงอิทธิพลในการซื้อของเข้าบ้าน และมีพฤติกรรมช็อปออนไลน์สูงโดยใช้ smartphone เป็นเครื่องมือในการช็อปผ่านทางเว็บไซต์ดัง และช่องทางโซเชียลมีเดีย Facebook และ LINEติดอันดับยอดนิยม

กลุ่มคุณแม่ไทย เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูงและเป็นเป้าหมายทางการตลาดที่น่าจับตามองครอบคลุมทุกผลิตภัณท์และบริการตั้งแต่ผลิตภัณท์สำหรับลูกน้อยยันสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งเป็นไปในทางเดียวกันทั้งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งนี้ ในเรื่องของการใช้อินเตอร์เนตของคุณแม่ไทยรวมทั้งการใช้ชีวิตในรูปแบบดิจิทัล ได้เพิ่มจำนวนสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องซึ่งเป็นเรื่องที่ท้าทายและเป็นโอกาสสำหรับนักการตลาดในการที่จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายกลุ่มนี้ เพราะเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลในการตัดสินใจซื้อสูง ซึ่งไม่ได้ซื้อเฉพาะสำหรับตนเองเท่านั้น แต่รวมถึงทุกคนในครอบครัว โดยการทำการตลาดให้เข้าถึงกลุ่มคุณแม่ในปัจจุบันนี้ จำเป็นต้องเน้นในเรื่องของดิจิทัลเป็นลำดับแรก

พิลาวรรณ วานิชชินชัย Deputy Country Manager กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการทำผลสำรวจนี้ 1.เพื่อให้ทราบถึงความชอบและความถี่ในการใช้สื่อออนไลน์ของกลุ่มคุณแม่ 2.เพื่อให้ทราบถึงแนวโน้มของพฤติกรรมและทัศนคติในการใช้อินเตอร์เนตของกลุ่มคุณแม่ 3.เพื่อให้นักการตลาดทราบถึงพฤติกรรมของกลุ่มคุณแม่ และวิธีการทำการตลาดเพื่อพิชิตใจกลุ่มเป้าหมาย

จากการสุ่มสำรวจคุณแม่กลุ่มตัวอย่าง จำนวนกว่า 1,000 คน โดยการทำแบบประเมินทางออนไลน์ ผลสำรวจออกมาน่าสนใจดังนี้ คุณแม่ส่วนใหญ่มีการใช้งานอินเตอร์เนตมากขึ้นหลังจากตั้งครรภ์ โดยใช้งานมากถึง 46.69%เพิ่มขึ้นมากกว่า 4 ชั่วโมงต่อวัน (20.75%) ซึ่งเวลาส่วนใหญ่จะใช้ไปกับการท่องโซเชียลมากที่สุด (77.10%) รองลงมาจะเป็นการเข้าไปหาข้อมูลตามเว็บไซต์เกี่ยวกับครอบครัว (Parenting Sites) (75.31%)ถัดมาคือ ซื้อของออนไลน์ (62.43%)เสิร์ชหาข้อมูลทั่วไปทางอินเตอร์เนต(42.58%) เช็คอีเมล (37.57%) และเรื่องอื่นๆ (4.29%) ตามลำดับ

อุปกรณ์ที่ใช้ในการค้นหาข้อมูล เป็นโทรศัพท์เคลื่อนที่ (91.95%) โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 1-3 ชั่วโมงต่อวันถัดมาเป็นคอมพิวเตอร์ (7.51%) ใช้เวลาน้อยกว่า 1 ชั่วโมงในแต่ละวัน และแท็บเลต(0.54%) ใช้เวลาน้อยกว่า 1 ชั่วโมงในแต่ละวันเช่นกัน ระบบปฏิบัติการที่ใช้ส่วนใหญ่จะเป็นแอนดรอยด์ อยู่ที่ 70.66% ในขณะที่ ios มีเพียง 29.34% เท่านั้น แต่หากแยกโทรศัพท์ออกเป็นแบรนด์ต่างๆ พบว่า อันดับหนึ่งที่มีผู้ใช้มากที่สุด คือiPhone (29.34%) ตามมาด้วย Samsung (26.30%) Vivo (12.16%) และ Huawei (9.48%) ตามลำดับ

การติดตามโซเชียลมีเดียของสินค้าและบริการแบรนด์ต่างๆ นั้น คุณแม่มักจะติดตามเพราะต้องการอัปเดตสินค้าล่าสุดหรือข้อเสนอใหม่ๆ เป็นอันดับแรก (77.10%)รองลงมา คือต้องการทราบถึงโปรโมชั่นและส่วนลดต่างๆ (74.42%) สำหรับประเภทของสินค้าหรือบริการที่คุณแม่ติดตามมากที่สุด 5 อันดับ ได้แก่ สินค้าเด็ก (87.30%) สินค้าแฟชั่นและของออนไลน์ (57.96%) อาหาร (52.95%) สุขภาพ (41.68%) และการท่องเที่ยว (36.49%) ตามลำดับ

ทางด้านของการซื้อสินค้าออนไลน์ แม่ไทยส่วนใหญ่จะซื้อของอย่างน้อยเดือนละครั้ง คิดเป็น 91.05% แบ่งเป็น ซื้อประมาณ 2-3 ครั้งต่อเดือน (31.66%) ซื้อเดือนละครั้ง (30.05%) หลายครั้งต่อสัปดาห์ (15.21%) และทุกสัปดาห์ (14.13%) ตามลำดับ เหตุผลที่คุณแม่ชอบซื้อสินค้าออนไลน์เพราะว่าสะดวก (83.89%) ประหยัดเวลา ไม่ต้องออกจากบ้าน (83.10%) และยังได้ราคาที่ถูกกว่า โปรโมชั่นที่ดีกว่า (77.41%)

ประเภทสินค้าที่คุณแม่มักจะซื้อผ่านทางออนไลน์บ่อยๆ 5 อันดับ ได้แก่เสื้อผ้าเด็ก (74.26%) รองลงมาเป็นของใช้เด็ก (69.55%) ถัดมาเป็นเสื้อผ้าสำหรับแม่เอง (45.38%) สินค้าเกี่ยวกับเครื่องสำอางและความงาม (39.29%) ของใช้ทั่วไป (39.10%) ของใช้ภายในบ้าน(27.31%) และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ (11.79%)ตามลำดับ

สำหรับช่องทางที่ใช้ซื้อของออนไลน์ อันดับหนึ่งคือ ทางเฟซบุ๊ค (75.44%) อันดับรองลงมา คือ Lazada (70.73%) ถัดมาเป็น Shopee (61.49%) และ Line (42.24%) ตามลำดับ  โดยที่ “คุณแม่” กว่า 98% มักจะเป็นผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินใจซื้อของเข้าบ้าน และคุณแม่มากถึง 58.86% มักจะเป็นคนตัดสินใจซื้อของเข้าบ้านทุกครั้ง ส่วนคุณแม่อีก 39.18% จะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคนอื่นบ้างในบางโอกาส

วีรติ ถิ่นนาเวียง Associate Regional Head of content ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ทิคเกิ้ลมีเดีย เป็นผู้ผลิตสื่อออนไลน์อันดับหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มุ่งสร้างเนื้อหาเพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้หญิงโดยเฉพาะปัจจุบันมีเว็บไซต์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในด้านต่างๆ ของผู้หญิงถึง 4 เว็บไซต์ ได้แก่ th.theasianparent.com เว็บไซต์ครอบครัวอันดับหนึ่งของประเทศไทย ได้เข้ามาให้บริการในประเทศไทยเมื่อปี 2557 มียอดผู้เข้าชมเว็บไซต์เกือบ 4 ล้านคนต่อเดือน มีผู้ติดตามในแฟนเพจมากกว่า 1 ล้านคน เราสร้างสรรค์และพัฒนาคอนเทนต์ของโดยอ้างอิงจากข้อมูลเชิงลึกจากการสำรวจและติดตามพฤติกรรมของผู้อ่านของเราอย่างใกล้ชิด ใน Social Media ซึ่งมีผู้เข้ามาใช้งานและการมีส่วนร่วมที่สูง  ทำให้เราผลิตคอนเทนต์ได้ตรงตามความต้องการและตอบโจทย์ชีวิตและปัญหาของคุณแม่ไทยซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายได้ดีรวมไปถึงการมี Social Media ที่แข็งแรง มีผู้ติดตามจำนวนมาก ทำให้ theAsianparent เป็นมากกว่าเว็บไซต์ที่ให้ความรู้ แต่เรายังเป็นสังคมออนไลน์ที่เปิดโอกาสให้กลุ่มคุณแม่ได้เข้ามาส่วนร่วมและแสดงความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ระหว่างคุณแม่ด้วยกันเองอีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมี Asian Money Guide ซึ่งเป็นเว็บไซต์เกี่ยวกับการเงินและการออมในแบบฉบับของผู้หญิง และสองเว็บไซต์ที่เพิ่งเปิดตัวล่าสุด คือ Herstyle Asia นำเสนอเกี่ยวกับแฟชั่นและความสวยความงาม และ Nonilo นำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับอาหาร งาน DIY และการตกแต่งบ้าน อีกด้วย

ติดตามเว็บไซต์ต่างๆ ได้ที่https://th.theasianparent.com และ http://www.asianmoneyguide.com หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ infoth@ tickledmedia.com

ไทยสมายล์เสิร์ฟเมนู จากร้าน After You

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/383932

ไทยสมายล์เสิร์ฟเมนู จากร้าน After You

ไทยสมายล์เสิร์ฟเมนู จากร้าน After You

วันพฤหัสบดี ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้ สายการบินไทยสมายล์ขอเติมรอยยิ้มให้แก่ผู้โดยสารทุกที่นั่ง ทุกเที่ยวบิน ด้วยบริการเมนูสุดพิเศษจากร้าน After You

เมนูสุดพิเศษนี้ ได้แก่ขนมปังเนยสดนูเทลล่า (NutellaButter Bun) สำหรับเที่ยวบินขาเข้าเส้นทางในประเทศและระหว่างประเทศ และดาร์กช็อกโกแลตฟัดจ์เค้ก (Dark ChocolateFudge Cake) สำหรับเที่ยวบินขาเข้าเฉพาะเส้นทาง ชัยปุระ ลัคเนา และมุมไบประเทศอินเดีย ขนมปังครีมเนยสด (ButterBun) สำหรับเที่ยวบินขาออกเส้นทางในประเทศและระหว่างประเทศ และเค้กกล้วยตากผสมวอลนัท (Sun DriedBanana Walnut Cake) ให้บริการเฉพาะเที่ยวบินขาออก เส้นทาง ชัยปุระ ลัคเนาและมุมไบ ประเทศอินเดีย โดยเมนูทั้งหมดมาจากร้าน After You ที่คัดสรรวัตถุดิบพิเศษ ผ่านการปรุงอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ได้เค้กที่มีความหอมอร่อย รสชาติหวานหอมกลมกล่อมกำลังดี

เมนูสุดพิเศษพร้อมบริการให้แก่ผู้โดยสารตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2561-1 มกราคม 2562 รวม 8 วัน (ยกเว้นเที่ยวบิน WE011 UTH-BKK, WE051 KKC-BKK WE177 CNX-BKK, WE419/420 BKK-KUL-BKK, WE426 PEN-BKK, WE609 HKG-HKT หรือจนกว่าสินค้าจะหมด) ตอกย้ำการบริการแบบ Full Service ของสายการบินไทยสมายล์ และยังร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปีอีกด้วย บินไปกับสายการบินยอดเยี่ยมในภูมิภาคเอเชีย สายการบินอันดับหนึ่งของไทย และรางวัลที่นั่งชั้นประหยัดยอดเยี่ยมในภูมิภาคเอเชียจาก TripAdvisor Travelers’Choice Awards 2018