คุณแหน : 27 สิงหาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/360279

คุณแหน : 27 สิงหาคม 2561

วันจันทร์ ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll ผุสดี มันตาภรณ์ ลูกสาวผู้สืบทอดห้องเสื้อของคุณแม่ยศวดี บุญ-หลง จัดแฟชั่นโชว์ Busardi Autumn/Winter 2018 …ตามไปดูความงดงามของคอลเลคชั่นล่าสุดของซีซั่นนี้ว่าได้แรงบันดาลใจจากความหลงใหลในความโรแมนติกของสวนดอกไม้ที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ถ่ายทอดเรื่องราวผ่าน “Her Garden” ที่ ห้องมณฑาทิพย์คอร์ท รร.อนันตราสยาม ถ.ราชดำริ 29 ส.ค. 17.00-19.00 น. และให้ขายบัตรหาเงินสนับสนุนสื่อสิ่งพิมพ์ นสพ.แนวหน้าด้วย บัตรใบละห้าพันบาท โทร. “คุณแหน” 02-5212690 เหลือสิบใบสุดท้าย…

ll ดำเนินกิจการมาครบ 15 บจ.ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด ยุทธศักดิ์ สุภสร ปธ. กก.พร้อมแถลงผลการดำเนินงานและเปิดตัวบัตรอีลิท คาร์ด รุ่นพิเศษ “Elite Friend of Thailand” ที่เพื่อโอกาสพิเศษแก่อาสาสมัครชาวต่างชาติที่เข้าช่วยเหลือภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน (ทีมหมูป่า) 30 ส.ค. 10.00 น. สนง.ไทยแลนด์ อีลิท คาร์ด ถ.สาทร…

llฌาปนกิจ ประยุทธ อมรรัตนเมธา สามี นิพัทธา อมรรัตนเมธา สนช. 8 ก.ย.14.00 น. เมรุวัดมกุฏกษัตริยาราม.. เปิดสวด 7 ก.ย. 19.00 น. ศาลา 5…

ll นรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดงานวิ่งระยะสั้นเพื่อการกุศล “แอคคอร์โฮเทลส์ ฮาร์ทเบรก ฮิลล์” มินิ มาราธอน ครั้งที่ 4-ใจละลายที่ปลายควน 16 ก.ย. 05.50 น. ที่เขาขาด อ.เมือง ภูเก็ต เพื่อสนับสนุน โครงการสร้างรอยยิ้มเพื่อน้อง และมอบทุนการศึกษาแก่เด็กๆ ที่ขาดโอกาส…

ll ครบรอบวันเกิดปีนี้ของ กลินท์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าไทยและประธานกก.ททท.จัดกิจกรรมตลอดทั้งวัน 8 ก.ย.ที่เขาใหญ่ เริ่มด้วยการแข่งกอล์ฟกระชับมิตร Kalin & Saroj Golf Invitation Tournament 2018 ที่สนามเขาใหญ่กอล์ฟคลับ พร้อมกิจกรรมสนุกๆ ที่ Miracles Vเสร็จแล้วแดดร่มลมตกพร้อมสังสรรค์งานวันเกิดที่บ้านเขาพระนอน โดยเป็นงานวันเกิดการกุศล ผู้ร่วมงานโปรดงดของขวัญ หากร่วมทำบุญสมทบ “มูลนิธิพลตำรวจเอกเภา สารสิน” ซึ่งเจ้าตัวได้รับมรดกตกทอดจากบิดาเป็นประธานฯ เน้นการป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน…

ll เอาใจจิวเวลรี่เลิฟเวอร์อีกครั้ง สุริยน ศรีอรทัยกุล ทุ่มทุนปรับโฉม โชว์รูมบิวตี้ เจมส์ใหม่ เพิ่มโซนเวิร์กช็อปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ให้ชมเพชรแบบวีไอพี เปิดอย่างเป็นทางการ 5 ก.ย. 16.30 น. ห้องแกรนด์ ฮอลล์ ชั้น 3 อาคารบิวตี้ เจมส์ เซ็นเตอร์ ศาลาแดง…

ll ประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) อุทิศเวลาให้กับการทำงานต่อต้านคอร์รัปชั่นไทย 7 ปี พร้อมแล้วที่จะเปิดเผยข้อมูล อุปสรรคและบทเรียนรู้ หลายรูปแบบ ที่หลายคนไม่เคยรู้ ในงานแถลงข่าว 29 ส.ค. 09.30 น. ห้องศาลาแดง โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ…ll

คุณแหน

จิตอาสาไทยซัมซุงประกันชีวิต เกาหลี-ไทยร่วมปลูกป่าชายเลนถาวร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/360276

จิตอาสาไทยซัมซุงประกันชีวิต  เกาหลี-ไทยร่วมปลูกป่าชายเลนถาวร

จิตอาสาไทยซัมซุงประกันชีวิต เกาหลี-ไทยร่วมปลูกป่าชายเลนถาวร

วันจันทร์ ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

บริษัท ไทยซัมซุง ประกันชีวิตจำกัด (มหาชน) นำพนักงานจิตอาสาของไทยซัมซุงประกันชีวิต และพนักงานจิตอาสาของซัมซุงประกันชีวิตจากประเทศเกาหลี รวมกว่า 50 ชีวิต ร่วมปลูกป่าชายเลนถาวร ณ สถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลน ที่ 6 จังหวัดเพชรบุรีในโครงการ “Green Global Project…We love Thailand” ครั้งที่ 11

ซัมซุงประกันชีวิต ประเทศเกาหลีและไทยซัมซุงประกันชีวิต เห็นถึงความสำคัญในการดำเนินกิจกรรมเพื่อตอบแทนสังคม หรือ CSR (Corporate Social Responsibility) ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจ ทั้งนี้ ทั้งสองประเทศได้จัดกิจกรรมเพื่อสังคมภายใต้คำขวัญ “We Love & Share” ปลูกฝังจิตสำนึกและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานในรูปแบบ “จิตอาสา” นำไปสู่การสร้างวัฒนธรรมองค์กร โดยได้ดำเนินการปลูกป่าชายเลนถาวรในโครงการ “GreenGlobal Project…We love Thailand” เพื่อรักษาและคืนความสมดุลแก่ระบบนิเวศป่าชายเลนของไทย และยังเป็นการรักษาพื้นที่ชายฝั่งทะเลและแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำอีกทางหนึ่ง

โครงการ Green Global Project…We love Thailand ได้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ซึ่งที่ผ่านมาจัดขึ้นมาแล้ว 10 ครั้ง ได้ปลูกพันธุ์ไม้ป่าชายเลนต่างๆ ไปแล้วกว่า 7,900 ต้น สำหรับครั้งนี้เป็นครั้งที่ 11 ของโครงการ และได้ปลูกต้นโกงกางรวม 2,000 ต้น โดยมีพนักงานจิตอาสาจากซัมซุงประกันชีวิต ประเทศเกาหลี และพนักงานจิตอาสาของไทยซัมซุงประกันชีวิตกว่า 50 คน ร่วมลงมือลงแรงกันอย่างเต็มที่ ด้วยความหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการ จะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ชุมชนที่อยู่โดยรอบป่าชายเลนแห่งนี้ในระยะยาว

กิจกรรมในวันที่สอง พนักงานจิตอาสาจากทั้งสองประเทศ ได้เดินทางไปยังโรงเรียนปัญญาวุฒิกร มอบอุปกรณ์เสริมการเรียนรู้และเงินทุนสนับสนุนด้านการศึกษา รวมทั้งจัดทำและเตรียมอาหารกลางวันให้แก่น้องๆ นักเรียน ในช่วงบ่ายได้แบ่งกลุ่มลงมือลงแรงในกิจกรรมจิตอาสา ทั้งปรับปรุงและทาสีเครื่องเล่นในสนามเด็กเล่น รวมทั้งจัดเตรียมแปลงผักสวนครัวกินได้ให้กับทางโรงเรียนอีกด้วย

แม้ว่าโครงการที่เกิดขึ้นจะเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ในการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศป่าชายเลนของประเทศ แต่ซัมซุงประกันชีวิตและไทยซัมซุงประกันชีวิต เชื่อว่าโครงการนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการสร้างจิตสำนึกร่วมในการอนุรักษ์ธรรมชาติให้เกิดขึ้นในสังคม

คลีนซิ่งน้ำแร่ประจุลบ ครั้งแรกของเมืองไทย นวัตกรรมญี่ปุ่น ผลักคราบเครื่องสำอางได้อย่างล้ำลึก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/360247

คลีนซิ่งน้ำแร่ประจุลบ ครั้งแรกของเมืองไทย  นวัตกรรมญี่ปุ่น ผลักคราบเครื่องสำอางได้อย่างล้ำลึก

คลีนซิ่งน้ำแร่ประจุลบ ครั้งแรกของเมืองไทย นวัตกรรมญี่ปุ่น ผลักคราบเครื่องสำอางได้อย่างล้ำลึก

วันจันทร์ ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สองบอสสาว สุเนตรดาว โพธิ์มณี และ ณัฐธิดา พรหมวงศ์ทิพย์

บริษัท ทีเอสดี เซอร์วิสเซส จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องสำอางนวัตกรรมจากญี่ปุ่น ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ไปให้สุดทุกความสวย” โดยการนำทัพของสองบอสสาว สุเนตรดาว โพธิ์มณี และ ณัฐธิดา พรหมวงศ์ทิพย์ นำเสนอทางเลือกใหม่สำหรับสาวบิวตี้บล็อกเกอร์หรือสายเมคอัพที่มองหาคลีนซิ่งทำความสะอาดคราบเครื่องสำอางให้สะอาดหมดจด และคืนความสดใสแลดูอ่อนเยาว์ให้แก่ผิวหน้า ด้วยการนำเข้าคลีนซิ่งนวัตกรรมใหม่จากญี่ปุ่น ภายใต้แบรนด์ เฟรยา คลีนซิ่ง (Freyja Cleansing) คลีนซิ่งน้ำแร่ประจุลบครั้งแรกของเมืองไทย ที่ไม่ใช่แค่ทำความสะอาดอย่างล้ำลึก แต่มาพร้อมการบำรุงด้วยสารสกัดสาหร่ายหิมะแดงจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ช่วยคืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวที่คุณรัก และสารบำรุงสกัดจากธรรมชาติอีกกว่า 5 ชนิด

งานเปิดตัวผลิตภัณฑ์เฟรยา คลีนซิ่ง (Freyja Cleansing) จัดขึ้นอย่างอลังการ ผ่านโชว์สุดเย้ายวนชวนฝัน จากพรีเซ็นเตอร์หน้าหวานโบวี่-อัฐมา ชีวนิชพันธ์ ในงาน เฟรยา คลีนซิ่งเดอะ นิว อินโนเวชั่น ออฟ บิวตี้ (Freyja Cleansing the new innovation of beauty) โดยได้รับเกียรติจาก แพทย์หญิงวีลาสินี นพสุรรณชัย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณและความงาม ส่งตรงความรู้และเคล็ดลับเกี่ยวกับการดูแลผิวหน้าของสาวๆ กันแบบเอ็กซ์คลูซีพ ท่ามกลางความสนใจจากบล็อกเกอร์บิวตี้ทั่วฟ้าเมืองไทย ณ ลานด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นเตอร์พอยท์ ออฟ สยามสแควร์

สุเนตรดาว โพธิ์มณี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทีเอสดี เซอร์วิสเซส จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องสำอางนวัตกรรมจากญี่ปุ่น กล่าวว่า “ที่ผ่านมาเรา เห็นถึงปัญหาและผลกระทบของสาวๆ ที่ชอบเมคอัพจัดๆ มามากมายหลายรูปแบบ บางคนละเลยในการทำความสะอาดอย่างสิ้นเชิง เพราะคิดว่าแค่ใช้โฟมล้างหน้าหรือสบู่ล้างหน้าก็เอาอยู่ แต่จริงๆ แล้วคราบเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกยังคงฝังอยู่ในรูขุมขน ก่อให้เกิดสิวอุดตันหรือสิวหัวดำต่างๆ แถมส่งผลใบหน้าหมองคล้ำอีกด้วย

ดังนั้น เพื่อคืนความสวยสดใสแก่ผิวหน้า ในฐานะผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องสำอาง เราจึงคัดสรรคลีนซิ่งที่มีนวัตกรรมใหม่ๆ ตอบโจทย์ปัญหาของสาวเมคอัพบิวตี้ได้ถูกจุด โดยนำเข้า เฟรยา คลีนซิ่ง คลีนซิ่งน้ำแร่ประจุลบ นวัตกรรมจากญี่ปุ่น ที่มีคุณสมบัติพิเศษในการผลักคราบเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกออกจากรูขุมขนได้อย่างล้ำลึก เนื่องจากน้ำแร่ประจุลบมีอนุภาคที่เล็กมาก จึงทำให้สามารถซึมเข้าสู่ชั้นผิวได้อย่างล้ำลึก ช่วยผลักสิ่งสกปรกออกจากรูขุมขนได้สะอาดหมดจด พร้อมการบำรุงจากสารสกัดสาหร่ายหิมะแดงจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่เป็นกุญแจแห่งความอ่อนเยาว์ให้ผิวที่คุณรัก และสารบำรุงสกัดจากธรรมชาติอีกกว่า 5 ชนิด อาทิ ถือเป็นอีกทางเลือกที่จะมาเป็นตัวช่วยในการทำความสะอาดเครื่องสำอางได้อย่างหมดจดอย่างแท้จริง

เพื่อการันตีคุณภาพระดับพรีเมียมแบบจัดเต็ม ภายในงานได้เชิญ แพทย์หญิงวีลาสินี นพสุรรณชัย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณและความงาม มาปลดล็อกความสวยด้วยการมอบความรู้พร้อมแนะเคล็ดลับการดูแลผิวหน้าตั้งแต่ขั้นตอนการบำรุงจนถึงขั้นตอนการทำความสะอาดให้เกลี้ยงเกลาหมดจด ไร้ทุกปัญหาบนใบหน้า

“เนื่องจากสภาพอากาศเมืองไทย เป็นโซนร้อนชื้น ส่งผลให้เกิดความมันและสิ่งสกปรกอุดตันในรูขุมขนได้ง่าย แถมปัจจุบันเครื่องสำอางหรือครีมบางชนิดมีสารต้องห้าม อย่างสเตียรอยด์ หรือสารปรอท เป็นส่วนประกอบที่ก่อให้เกิดสิวหรือการระคายเคืองต่อผิวได้ง่าย แม้แต่เครื่องสำอางหรือครีมกันแดดบางแบรนด์ที่มีคุณสมบัติติดทนนานทาเช้าครั้งเดียวอยู่ได้ถึงเย็น ก็ยากที่จะล้างออกด้วยเช่นกัน ซึ่งการใช้แค่โฟมล้างหน้าขั้นตอนเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการทำความสะอาดเครื่องสำอางและกำจัดไขมันที่อุดตันอยู่ในรูขุมขน จึงมีสารตกค้างหลงเหลืออยู่ ก่อให้เกิดสิวและผิวหน้าหมองคล้ำ ทั้งยังทำให้สารบำรุงซึมเข้าผิวได้ยากอีกด้วย ดังนั้น การเลือกผลิตภัณฑ์ที่ทำความสะอาดได้ล้ำลึกจึงเป็นตัวช่วยที่สำคัญมาก และถ้าผลิตภัณฑ์นั้นมีสารบำรุงจากธรรมชาติ ก็จะยิ่งเป็นประโยชน์ต่อผิวที่คุณรักอีกด้วย ขอแนะนำสำหรับสาวๆ ที่เป็นสิวง่าย ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่า non-comedogenic จะไม่ก่อให้เกิดสิวง่าย

สำหรับทริคการล้างเครื่องสำอางให้สะอาดหมดจด อันดับแรก ควรเช็ดลิปสติกออกก่อน แล้วตามด้วยเช็ดรอบดวงตาอย่างนุ่มนวลที่สุด ห้ามถูไป-มาเพราะจะทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่าย และเพื่อให้ได้ผลดีที่สุดควรเทน้ำยาเช็ดเครื่องสำอางลงบนสำลีให้ชุ่ม จากนั้นเพียงแค่กดค้างไว้และตบเบาๆ ลงบนผิวสักครู่เพื่อให้เครื่องสำอางค่อยๆ หลุดออกไป อันดับที่สอง ควรเช็ดเครื่องสำอางด้วยคลีนซิ่งคุณภาพดี และล้างหน้าให้สะอาดก่อนนอน เพราะขณะที่เราหลับผิวเราจะผลัดเซลล์ผิวใหม่เองโดยธรรมชาติ ถ้าหากยังมีเครื่องสำอางอุดตันรูขุมขน จะทำให้ผิวหน้าไม่สามารถหายใจได้และทำให้เกิดการอุดตันอยู่ในรูขุมขนในที่สุด”

ผลิตภัณฑ์ เฟรยา คลีนซิ่ง (Freyja cleansing)คลีนซิ่งน้ำแร่ประจุลบนวัตกรรมจากญี่ปุ่น บรรจุในแพ็กเกจขวดปั๊มสุดพรีเมียม ช่วยให้ใช้งานง่ายขึ้นเพียงหยดลงบนสำสีบริสุทธิ์แล้วปาดคราบเครื่องสำอางก่อนล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้าชนิดใดก็ได้มีวางจำหน่ายแล้วที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ หรือสามารถสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ได้ที่ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

พญ.วีลาสินี นพสุรรณชัย

พญ.วีลาสินี นพสุรรณชัย
คลีนซิ่งน้ำแร่ประจุลบ เฟรยา คลีนซิ่ง

คลีนซิ่งน้ำแร่ประจุลบ เฟรยา คลีนซิ่ง
พรีเซ็นเตอร์หน้าหวาน โบวี่-อัฐมา ชีวนิชพันธ์

พรีเซ็นเตอร์หน้าหวาน โบวี่-อัฐมา ชีวนิชพันธ์

มูลนิธิช่วยการศึกษาฯ มอบทุนนักเรียน กทม. ปีที่ 57 ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ ในรัชกาลที่ 9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/360281

มูลนิธิช่วยการศึกษาฯ มอบทุนนักเรียน กทม. ปีที่ 57  ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ ในรัชกาลที่ 9

มูลนิธิช่วยการศึกษาฯ มอบทุนนักเรียน กทม. ปีที่ 57 ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ ในรัชกาลที่ 9

วันจันทร์ ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงเจริญพระชนมพรรษา 86 พรรษา ในวันที่ 12 สิงหาคม 2561 มูลนิธิช่วยการศึกษา กรุงเทพมหานคร จัดพิธีมอบทุนสนับสนุนช่วยเหลือค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการศึกษาแก่นักเรียนของโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 57 จำนวน 380 ทุน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 พร้อมถวายพระพรให้ทรงหายจากพระอาการประชวร ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงทรงเป็นร่มขวัญของประชาชนชาวไทย เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2561 ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 1 (เสาชิงช้า)

พิธีมอบทุนสนับสนุนการศึกษา ประจำปี 2561 ซึ่ง มูลนิธิฯ จัดขึ้นเป็นปีที่ 57 ได้รับเกียรติจาก พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้บริหารกรุงเทพมหานคร อาทิ พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าฯกทม., นายโกสิน เทศวงษ์ ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าฯกทม., นายพิชญา นาควัชระ รองปลัด กทม., นายแพทย์ชวินทร์ ศิรินาค ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กทม., นายแพทย์สุนทร สุนทรชาติ รองผู้อำนวยการสำนักอนามัย กทม., นายไพโรจน์ สันตนิรันดร์ ผู้ช่วยปลัด กทม., แพทย์หญิงภาวิณี รุ่งทนต์กิจ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาระบบสาธารณสุข สำนักอนามัย และ นายธนิต กิตติพัธโนทัย รองผู้อำนวยการสำนักการศึกษา กทม. ร่วมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิฯ นำโดย ผาณิต พูนศิริวงศ์ ประธานมูลนิธิฯ, สุวิมล มหากิจศิริ, ดร.อรอนงค์ ประสังสิต, ดวงใจ ตั้งสง่า, พัชรา มาดล, นพ.เฉก ธนศิริ, เพ็ญศรี สุขเจริญผล, อพชา ชัยมงคล, รักษา แสงภู่, รศ.ดร.พรจิต สมบัติพานิช, อุไร คุณานันทกุล, ศันสนีย์ อยู่ประเสริฐ

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธี ได้กล่าวเปิดงานและให้โอวาทแก่นักเรียนที่ได้รับทุนว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาล 9 ทรงให้ความสนพระราชหฤทัยต่อการศึกษาเยาวชนของชาติเป็นอย่างยิ่ง การที่มูลนิธิช่วยการศึกษา กรุงเทพมหานคร ได้จัดให้มีการมอบทุนสนับสนุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียนของโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครมาอย่างต่อเนื่อง เป็นปีที่ 57 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล นับเป็นการสนองพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 และยังเป็นกำลังใจให้กับนักเรียนในการที่จะตั้งใจศึกษาเล่าเรียนต่อไป

“ขอขอบคุณมูลนิธิฯ และผู้ใหญ่ใจดีทุกท่านที่ได้ช่วยดูแลนักเรียน กทม. ทั้งนี้ เรามีโรงเรียนในสังกัดกว่า 400 โรงเรียน ซึ่งนักเรียนส่วนใหญ่มาจากครอบครัวชั้นกลางลงไปจนถึงผู้มีรายได้น้อย มีความขาดแคลนและขัดสน ทางกรุงเทพมหานครเองได้มีความพยายามที่จะสนับสนุนให้นักเรียนของโรงเรียนในสังกัด ได้รับการศึกษาอย่างเท่าเทียม อาทิ การมอบทุนให้กับนักเรียนเรียนดีไปทัศนศึกษาที่ประเทศสิงคโปร์ และโครงการเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เพื่อยกระดับผลการเรียนของนักเรียนกรุงเทพมหานคร รวมถึงโครงการให้ทุนเรียนศึกษาศาสตร์ในระดับปริญญา เพื่อจบมาเป็นครูโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร ในอนาคตก็ยังจะมีโครงการต่างๆ เพื่อพัฒนาศักยภาพนักเรียนของเราต่อไป ดังนั้น การได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิฯ จึงถือว่าเป็นการร่วมกันสร้างอนาคตของชาติ เพราะการศึกษาจะเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้เด็กๆ เป็นเด็กที่มีคุณภาพต่อไปในส่วนของเด็กๆ ที่ได้รับทุนในครั้งนี้ ก็ต้องพึงระลึกถึงความเมตตาจากผู้ใหญ่ทุกท่าน ที่ได้มีส่วนสนับสนุนการศึกษาของเด็กๆ จงประพฤติปฏิบัติตนตามหน้าที่ ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนเพื่อที่จะได้เป็นกำลังในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป”

ผาณิต พูนศิริวงศ์ ประธานมูลนิธิช่วยการศึกษา กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า มูลนิธิฯ จัดตั้งเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2504 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อมอบเงินสนับสนุนการศึกษาแก่นักเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ มาตั้งแต่ปีพ.ศ.2504 จนถึงปัจจุบันนับเป็นเวลา 57 ปีแล้ว ซึ่งการจัดงานทุกปีก็เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม ของทุกปี ด้วยการร่วมจิตร่วมใจทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลในครั้งนี้ ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย พระสยามเทวาธิราช สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย จงดลบันดาลให้ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงหายจากพระอาการประชวร และทรงเป็นร่มขวัญของประชาชนชาวไทยชั่วกาลนาน โดยในปีนี้มูลนิธิฯ ได้ร่วมกับ สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ได้พิจารณามอบทุนสนับสนุนช่วยเหลือค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการศึกษาแก่นักเรียน ประจำปี 2561 จำนวน 380 คน เป็นเงิน 370,000 บาท พร้อมจัดเลี้ยงอาหารกลางวัน ซึ่งทั้งหมดนี้ได้รับการสนับสนุนเงินและสิ่งของจากผู้ใหญ่ใจดีจำนวนมากที่เห็นความสำคัญของการศึกษา ในนามคณะกรรมการมูลนิธิฯ จึงขอขอบพระคุณทุกท่านที่มีจิตเมตตามา ณ โอกาสนี้”

ในการคัดเลือกนักเรียนผู้ได้รับทุน มูลนิธิฯได้รับความร่วมมือจากนักสังคมสงเคราะห์ ศูนย์บริการสาธารณสุข สำนักอนามัย ทั้ง 68 ศูนย์ ในการสัมภาษณ์ เยี่ยมบ้านและสรุปประวัติ เพื่อให้คณะกรรมการมูลนิธิพิจารณาช่วยเหลือ และภายหลังได้รับเงินสนับสนุนช่วยเหลือค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการศึกษาแล้ว นักสังคมสงเคราะห์จะได้ติดตามผลการเรียน ความประพฤติ เสนอมูลนิธิฯ เพื่อขอรับการช่วยเหลือต่อเนื่องในปีการศึกษาต่อไป

ซึ่งในปีนี้ มูลนิธิฯ ได้รับความอนุเคราะห์จากผู้ใหญ่ใจดี องค์กร ห้างร้านบริษัท ที่ได้รับสนับสนุนทั้ง เงินในการมอบทุน สิ่งของ อาหารและขนมมามอบให้กับเด็กๆ อาทิ ยุพา ล่ำซำ, อุไร คุณานันทกุล, สุวิมล มหากิจศิริ, ดร.อรอนงค์ ประสังสิต, รักษา แสงภู่,เพ็ญศรี สุขเจริญผล, ดวงใจ ตั้งสง่า, บมจ.ซีพีออลล์ มอบ ขนมจีบ-ซาลาเปา, วรวิทย์ เจนธนากุล มอบข้าวมันไก่, บมจ.ยูไนเต็ดฟู้ดส์ โดย ศุลีมาศ สุทธิสัมพัทน์ มอบขนมเซียงไฮ้แม็กซ์และข้าวโพดอบกรอบบิ๊กนอยส์, กรีนสปอต (ประเทศไทย) มอบเครื่องดื่มไวตามิ้ลค์, ภัตตาคารจันทร์เพ็ญ มอบข้าวผัดไก่สำหรับนักเรียนอิสลาม, บมจ.ดับเบิ้ลเอ(1991) มอบสมุด และโรงงานลักกี้สตาร์การทอ มอบถุงใส่ของขวัญ

ไม่เพียงเท่านั้นภายหลังเสร็จสิ้นพิธีมอบทุนการศึกษา น้องๆ นักแสดงขวัญใจเด็กๆ จากละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่อง สังข์ทอง แห่งค่ายสามเศียร ดีด้า ดาราวิดีโอ ไม่ว่าจะเป็น พระสังข์-สุรศักดิ์ สุวรรณวงษ์, นางรจนา-เกศรินทร์ น้อยผึ้ง และ เจ้าเงาะ-โอภาภูมิ ชิตาพัณณ์ และสองพิธีกร Dearis Doall กับ Amadiva จากรายการ Drag Race Thailand ที่ค่ายกันตนาส่งมาร่วมสร้างความบันเทิง ความสนุกสนานให้กับน้องๆ อย่างใกล้ชิด

“เอชเอ็มซี” ชวนคนดัง เรียนรู้รักษาตัวอย่างไร ให้ไกลโรค

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/360108

“เอชเอ็มซี” ชวนคนดัง เรียนรู้รักษาตัวอย่างไร ให้ไกลโรค

“เอชเอ็มซี” ชวนคนดัง เรียนรู้รักษาตัวอย่างไร ให้ไกลโรค

วันอาทิตย์ ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สุณี เสรีภาณุ, เจษสุดา บัวเลิศ, ณัฐนันท์-ยุพาพร สหวัฒน์

หนึ่งในโรคฮิตของคนไทย ที่ถามไถ่แล้วคนใกล้ตัวอย่างน้อย 1 คน ต้องเจอกับโรคคงหนีไม่พ้น “มะเร็ง” โรคร้ายที่คอยทำลายให้ชีวิตของเราสั้นลง แม้การดูแลสุขภาพของเราจะดีมากแค่ไหน แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสิ่งแวดล้อมนั้นมีผลต่อการใช้ชีวิต รวมทั้งการกระตุ้นให้เกิดโรคร้ายขึ้นกับเราได้อย่างสม่ำเสมอ ล่าสุด “เอชเอ็มซี” เมดิคอล เซ็นเตอร์ ที่เป็นศูนย์กลางเพื่อสุขภาพสู่ความงาม ได้ทำงานร่วมกับทาง มร.วิลลี่ ชางนักวิจัยและพัฒนาชื่อดังด้าน NK Cell (Natural Killer Cell) อันดับ 1 จากประเทศญี่ปุ่นในการเริ่มต้นรักษาอย่างจริงจัง โดยได้จัดกิจกรรม เรียนรู้เทคนิคพิชิตโรคร้ายด้วย NK Cell พร้อมเชิญเหล่าคนดัง อาทินำโดย ยุพาพร สหวัฒน์ พร้อมลูกชายภัทท สหวัฒน์ และหลานชาย ณัฐพนธ์ สหวัฒน์,ปริพันธ์ หนุนภักดี, จำนรรค์ ศิริตัน หนุนภักดี,เจษสุดา บัวเลิศ, สุณี เสรีภาณุ, ภคินสุนทรปิยะกุล, พิชญาภา อุชชิน, วีรภัทร์ชลกุลจนา, ฯลฯ มาร่วมเรียนรู้กัน รวมทั้งมีผู้ที่ผ่านประสบการณ์ตรงอย่าง สุชินภู่ภรางเดชาชัย มาร่วมแชร์ประสบการณ์ให้ฟังกัน ณ เอชเอ็มซี ชั้น 20 อาคาร 253 ถนนอโศก เมื่อหลายวันก่อน

ณัฐนันท์ สหวัฒน์ ผู้บริหาร HMC Medical Center พร้อมกำลังใจ ภัทท สหวัฒน์

นีน่า-ณัฐนันท์ สหวัฒน์ ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารแห่งเอชเอ็มซี เมดิคอล เซ็นเตอร์ เล่าเท้าความย้อนกลับไปว่า “จริงๆ จุดเริ่มต้นของที่นี่เกิดขึ้นเมื่อ 15 ปีที่แล้ว ที่ตัวเองและครอบครัวจะมีอาการไม่สบายบ่อยๆจึงเริ่มต้นจากจุดนั้นที่เรารู้มาว่ามีการแพทย์แบบเป็นการป้องกัน (Preventive) และในต่างประเทศ ถือเป็นเรื่องปกติที่ต้องดูแลสุขภาพแบบองค์รวม หมายถึง การดูแลสุขภาพทั้งภายในและภายนอก อีกทั้งตอนนั้นลูกๆ มีปัญหาที่ต้องเข้าโรงพยาบาลอยู่บ่อยๆ เลยคิดว่าถ้าเรามีสถานที่ที่ช่วยดูแลสุขภาพของเราและครอบครัวให้ดีอยู่สม่ำเสมอน่าจะเป็นทางออกที่ดี เลยเป็นที่มาของการพัฒนาเอชเอ็มซี แห่งนี้ขึ้น โดยเราพัฒนาตามเทรนด์ของโลกที่เปลี่ยนไปอยู่เสมอ มีนวัตกรรมและเครื่องมือทางการแพทย์ใหม่ๆ ที่รองรับความต้องการของลูกค้าที่มาใช้บริการที่นี่ โดยล่าสุดจะเป็นเรื่องของ NK Cell คนให้ความสนใจมากยิ่งขึ้น ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ที่เรากำลังนำเข้ามาดูแลลูกค้าของเราโดยเฉพาะค่ะ”

พญ.อภิชญา เสียงลือชา และ มร.วิลลี่ ชาง

ด้าน มร.วิลลี่ ชาง นักวิจัยและพัฒนาชื่อดังด้าน NK Cell (Natural Killer Cell) อันดับ 1 จากประเทศญี่ปุ่น ที่มาร่วมให้ความรู้ในครั้งนี้ เล่าว่า “NK Cell หรือ Natural Killer Cell เป็นเม็ดเลือดขาว
ชนิดหนึ่งในระบบเลือดซึ่งร่างกายใช้ต่อต้านเชื้อโรคที่จะเข้าสู่ร่างกายและใช้ในการกำจัดเซลล์มะเร็งหรือเซลล์กลายพันธุ์ ทั้งนี้พบว่าเซลล์กลายพันธุ์เกิดขึ้นในร่างกายตลอดเวลาที่เรายังไม่เป็นมะเร็งนั้นก็เพราะเรามีระบบเม็ดเลือดขาวที่ดีช่วยกำจัดเซลล์มะเร็งที่เกิดขึ้น จนไม่สามารถรวมตัวกันก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้ อย่างไรก็ตาม หากระบบภูมิต้านทานรวมถึงระบบเม็ดเลือดขาวทำงานได้น้อยลง เซลล์กลายพันธุ์จะสามารถเกาะตัวกันแล้วเพิ่มจำนวนขึ้นเป็นจุดเป็นเม็ดและเป็นก้อนกลายเป็นโรคมะเร็งร้ายไปในที่สุด อนึ่ง NK Cell เป็นหนึ่งในระบบเม็ดเลือดขาวที่โดดเด่น จากการที่มันสามารถกำจัดเชื้อโรคและเซลล์มะเร็งโดยไม่ต้องผ่านการจดจำอัตลักษณ์มาก่อน ทำให้ได้ชื่อว่าเซลล์เพชฌฆาต แต่ในปัจจุบัน ด้วยนวัตกรรมทางการแพทย์ จึงค้นพบวิธีการเพิ่มจำนวน NK Cells ให้กับร่างกายด้วยการนำเลือดของเราไปเพาะเพื่อให้มีจำนวน NK Cells เพิ่มขึ้น และนำกลับเข้าสู่ร่างกาย เพื่อใช้ในการป้องกันรวมถึงโรคติดเชื้อไวรัสต่างๆ ได้อีกด้วย”

ปริพันธ์ และจำนรรค์ ศิริตัน หนุนภักดี

ปริพันธ์ และจำนรรค์ ศิริตัน หนุนภักดี
สุชิน ภู่ภรางเดชาชัย

สุชิน ภู่ภรางเดชาชัย
ณัฐพนธ์ สหวัฒน์, วีรภัทร์ ชลกุลจนา, พิชญาภา อุชชิน และ ภคิน สุนทรปิยะกุล

ณัฐพนธ์ สหวัฒน์, วีรภัทร์ ชลกุลจนา, พิชญาภา อุชชิน และ ภคิน สุนทรปิยะกุล

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘เมืองเพนียด’ ภูมิเมืองท่าโบราณชายทะเลตะวันออก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/360105

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘เมืองเพนียด’  ภูมิเมืองท่าโบราณชายทะเลตะวันออก

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘เมืองเพนียด’ ภูมิเมืองท่าโบราณชายทะเลตะวันออก

วันอาทิตย์ ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

การศึกษาจากแหล่งโบราณคดี

บริเวณชายทะเลตะวันออกนั้นไม่ได้มีแต่อาชีพการประมง ที่ออกหาปลาในทะเล สวนผลไม้ หรือเหมืองอัญมณีเท่านั้น ยังพบว่าเป็นแหล่งโบราณคดีสำคัญที่น่าสนใจเพื่อต่อเชื่อมอดีตที่หายไป โดยเฉพาะการเป็นเมืองท่าโบราณในอดีตจนมาถึงเส้นทางพาณิชย์นาวีในปัจจุบัน อาทิตย์นี้ได้เดินตามรอยหาภูมิเมืองทางด้านตะวันออกไปกับ นายเมธาดล วิจักขณะ รองอธิบดีกรมศิลปากรและนักโบราณคดีผู้ทำงานพร้อมด้วยกลุ่มอาสาสมัคร ซึ่งทำให้สามารถเข้าเรียนรู้ถึงพื้นที่ซึ่งมีชื่อเรียกขานกันมานานแล้วว่า เมืองเพนียด หรือเมืองกาไว ที่เชื่อว่าเป็นเมืองโบราณเกิดขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๒-๑๘ ซึ่งปัจจุบันนี้โบราณสถานนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลคลองนารายณ์ อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี ใกล้เชิงเขาสระบาปที่มีลำน้ำสาขา คือ คลองนารายณ์ ไหลออกสู่ทะเลอ่าวไทย ผ่านพื้นที่ของเมืองนี้ แต่ด้วยเหตุที่ถูกปล่อยทิ้งจนมีการนำพื้นที่ไปสร้างบ้านทำสวนจึงทำให้ภาพรวมของเมืองโบราณนี้ค่อนข้างจะหาขอบเขตของโบราณสถานทั้งหมดได้ยาก แม้เบื้องต้นจะมีโบราณสถานให้เห็นอยู่ ไม่กี่แห่ง แต่ด้วยความที่มีเอกสารเก่าระบุพื้นที่อยู่ประกอบกับตลอดเวลานั้นมีการค้นพบโบราณวัตถุสำคัญบ่อยครั้ง จึงทำให้ชุมชนแห่งนี้มองเห็นความสำคัญของความเป็นเมืองโบราณในอดีต

เขาสระบาป

เมืองเพนียดนี้เรียกตามปากชาวบ้านด้วยลักษณะผังเมืองคล้ายรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีคันดินล้อมรอบ พื้นที่ราว ๑,๖๐๐ ไร่ เหมือนเป็นเพนียดคล้องช้าง แต่ด้วยเหตุที่พบจารึกจำนวน ๓ หลัก คือจารึกวัดทองทั่ว-ไชยชุมพล (อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๒)  จารึกเพนียด ๑ (อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๕) จารึกเพนียด (อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๕) และโบราณวัตถุอื่นๆ อีกมากมาย เช่น พระหริหระแบบพนมดา (อายุราว พ.ศ.๑๐๘๐-๑๑๕๐) ทับหลังในสมัยต่างๆ โดยเฉพาะศิลปะแบบถาลาบริวัต (พ.ศ.๑๑๕๐) ซึ่งได้รับอิทธิพลจากอินเดียโบราณในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๒ นั้น จึงเชื่อกันว่าเมืองเพนียด นั้นเป็นเมืองท่าของขอมโบราณสืบจากวัฒนธรรมอินเดีย และพื้นที่จันทบูรแห่งนี้ก็เป็นชัยภูมิสำคัญที่เชื่อมวัฒนธรรมต่างถิ่นที่เดินทางเข้าสู่พื้นที่ด้านชายทะเลตะวันออก ในการสำรวจพบเมืองเพนียดโดยสำนักฝรั่งเศสแห่งปลายบูรพาทิศ เมื่อพ.ศ.๒๔๓๖-๒๔๔๖ นั้น ทำให้กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนโบราณสถานและประกาศในราชกิจจานุเบกษาพ.ศ.๒๔๗๘

ทับหลังของโบราณสถานเพนียด

ส่วนในการสำรวจและศึกษานั้น พ.ศ.๒๕๔๒- ๒๕๔๕ สำนักโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ ๔ ปราจีนบุรี (คือสำนักศิลปากรที่ ๕ ปราจีนบุรี) ได้ดำเนินงานโบราณคดีและบูรณะโบราณสถานด้านทิศเหนือ หรือคูเพนียด ลักษณะเป็นสระน้ำรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ๒ สระ แต่ละสระมีขนาดกว้าง ๖๐ เมตรยาว ๔๐ เมตร กรุด้วยศิลาแลง มีบันไดทางขึ้น ซึ่งเชื่อว่าน่าจะสร้างขึ้นเพื่อใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๘ หลังสุดสำนักศิลปากรที่ ๕ ปราจีนบุรี ดำเนินโครงการสำรวจทำแผนผังและขุดแต่งโบราณสถานเมืองเพนียดขึ้นและพบว่ายังมีพื้นที่ของเมืองเพนียดและโบราณวัตถุอีกจำนวนมากที่ควรค่าแก่การศึกษาค้นคว้า เพื่อเชื่อมต่อความรู้ทางวิชาการและสามารถจะพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ทางด้านชายทะเลตะวันออกในอนาคต สำหรับหลักฐานสำคัญคือ จารึกเมืองเพนียด ซึ่งเป็นความพระราชโองการว่าด้วยธรรมเนียมปฏิบัติของบรรดาบุคคล ผู้เฝ้าแหนติดตามพระมหากษัตริย์ ที่จะเสด็จไปประกอบพระราชพิธีทางศาสนาในอาศรม ว่าบุคคลแต่ละตำแหน่ง แต่ละชนชั้นควรประพฤติปฏิบัติตนอย่างไร เช่น ถ้าเป็นสามัญชนก็ห้ามสวมเครื่องประดับ และห้ามเข้าไปในอาศรม ส่วนนักบวช ให้เข้าพักในอาศรมได้ แต่ถ้าเป็นนักบวชที่มีความประพฤติไม่ดี ก็ห้ามเข้าพักในอาศรม เป็นต้น

ชิ้นส่วนทับหลัง

จากข้อความจารึกนี้เหมือนกับจารึกหลักอื่นอีก ๑๑ หลัก ที่พบในพระตะบอง เสียมราบนครจำปาสัก ตะโบงฆมุม บาพนม บันทายมาส และมาสัก ซึ่งมีลักษณะการจารึกอักษรและข้อความในจารึกเหมือนกันเกือบทุกประการคือ ด้านที่ ๑ จารึกด้วยอักษรขอมโบราณ ประพันธ์เป็นโศลกภาษาสันสกฤต ๔๙ บท มีข้อความร้อยแก้วภาษาเขมรสั้นๆ จารึกไว้ตอนท้าย ส่วนด้านที่สองจารึกด้วยอักษรอินเดียเหนือ ภาษาสันสกฤต ประพันธ์เป็นโศลกเนื้อความตรงกับด้านที่ ๑ และมีโศลกสุดท้ายจารึกด้วยอักษรขอมโบราณ ซึ่งตรงกับตำแหน่งของจารึกภาษาเขมรในด้านที่ ๑ จึงกำหนดว่า จารึกหลักนี้เป็นจารึกอักษรขอมโบราณ อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๕นอกจากนี้ยังมีตำนานเมืองกาไวหรือพระนางกาไวส่วนชื่อเมืองนี้จะมีชื่อว่าอะไรนั้นต้องสืบค้นหาหลักฐานกันต่อไป…คงไม่ใช่เพนียดแน่

สิงห์ที่เหลืออยู่

สิงห์ที่เหลืออยู่
เทวรูปสำริด

เทวรูปสำริด
เสมาเก่าวัดทองทั่ว

เสมาเก่าวัดทองทั่ว
วัดทองทั่วในเมืองเพนียด

วัดทองทั่วในเมืองเพนียด
หน้ากลองมโหระทึก

หน้ากลองมโหระทึก
เมธาดล วิจักขณะ รองอธิบดีกรมศิลปากร

เมธาดล วิจักขณะ รองอธิบดีกรมศิลปากร
ศิวลึงค์ที่พบ

ศิวลึงค์ที่พบ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจัดพิธีมอบประกาศนียบัตร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/360130

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจัดพิธีมอบประกาศนียบัตร

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจัดพิธีมอบประกาศนียบัตร

วันอาทิตย์ ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีมอบประกาศนียบัตร ผู้ผ่านหลักสูตรการบริหารการท่องเที่ยวสำหรับผู้บริหารระดับสูง (กทส.) TourismManagement Program for Executives (TME) รุ่น 2 ประจำปี 2561 หลักสูตรการบริหารการท่องเที่ยวสำหรับผู้บริหารระดับสูง ณ ห้องกมลทิพย์ ชั้น 2โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพมหานคร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างองค์ความรู้ในการส่งเสริมตลาดการท่องเที่ยวตามห่วงโซ่อุปทานอย่างครบกระบวนการ

ทั้งนี้ หลักสูตรการบริหารการท่องเที่ยวสำหรับผู้บริหารระดับสูงรุ่น 2ประจำปี 2561 ได้รับการยอมรับจากผู้บริหารระดับสูงในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก ทั้งจากผู้เข้าร่วมอบรม วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้บริหาร ททท.ทาง ททท. จึงมีนโยบายที่จะพัฒนาหลักสูตรนี้ ให้เป็นที่ยอมรับ และสามารถสร้างการเชื่อมโยงการทำงานในระดับนโยบายครอบคลุมเป็นเครือข่ายและช่วยพัฒนาการท่องเที่ยว ทั้งระบบอย่างเป็นรูปธรรมได้ดีขึ้นในรุ่นถัดไปผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์พัฒนาวิชาการด้านตลาดการท่องเที่ยว (TAT Academy) กองเผยแพร่ความรู้ด้านการท่องเที่ยว ฝ่ายส่งเสริมสินค้าการท่องเที่ยว โทร. 02-2505694 ต่อ 4476-79

Science Update : พบน้ำแข็งบนพื้นผิวขั้วเหนือและใต้ของดวงจันทร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/360126

Science Update : พบน้ำแข็งบนพื้นผิวขั้วเหนือและใต้ของดวงจันทร์

Science Update : พบน้ำแข็งบนพื้นผิวขั้วเหนือและใต้ของดวงจันทร์

วันอาทิตย์ ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

วารสาร PNAS ตีพิมพ์รายงานของคณะนักดาราศาสตร์อเมริกันภายใต้โครงการสำรวจขององค์การบริหารอวกาศและการบินแห่งชาติของสหรัฐ หรือนาซา ซึ่งเผยว่า ค้นพบผืนน้ำแข็งจำนวนมากกระจายตัวอยู่บนพื้นผิวตรงขั้วเหนือและขั้วใต้ของดวงจันทร์ โดยใช้อุปกรณ์ทำแผนที่แร่ธาตุ ซึ่งตรวจสอบสภาพทางธรณีวิทยาบนดวงจันทร์ด้วยรังสีอินฟราเรด ที่ติดไปกับยานสำรวจ “จันทรายาน-1”
(Chandrayaan-1) ของอินเดีย ซึ่งถูกส่งขึ้นสู่ห้วงอวกาศตั้งแต่ปี 2551 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่ามีน้ำแข็งบนพื้นผิวกระจายอยู่ในหลายจุด ใกล้บริเวณที่เป็นเงามืดอย่างถาวรของขั้วเหนือและขั้วใต้ ซึ่งบริเวณนี้มีอุณหภูมิไม่เกิน -163 องศาเซลเซียส ทำให้น้ำแข็งไม่ละลายหายไปเพราะโดนแสงอาทิตย์ ถือเป็นครั้งแรกที่พบหลักฐานยืนยันถึงการมีอยู่ของน้ำแข็งบนดวงจันทร์โดยตรง ซึ่งแหล่งน้ำนี้สามารถนำไปใช้เป็นทรัพยากรในการสำรวจดวงจันทร์ในอนาคตได้

ตะลอนเที่ยว : ‘คนจีน’ไม่ใช่เพียงแค่นักท่องเที่ยว แต่เขาคือพี่น้องของเรา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/360107

ตะลอนเที่ยว : ‘คนจีน’ไม่ใช่เพียงแค่นักท่องเที่ยว แต่เขาคือพี่น้องของเรา

ตะลอนเที่ยว : ‘คนจีน’ไม่ใช่เพียงแค่นักท่องเที่ยว แต่เขาคือพี่น้องของเรา

วันอาทิตย์ ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ตะลอนเที่ยวสัปดาห์นี้ ขออนุญาตไม่พาคุณไปเที่ยวแบบสนุกสนานเหมือนครั้งที่ผ่านๆ มา แต่จะพาคุณไปสัมผัสกับความจริงใจที่คนไทยมีให้กับพี่น้องชาวจีนโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มหนึ่งที่เสียชีวิต เพราะอุบัติเหตุเรือฟีนิกซ์ล่มที่ภูเก็ต เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2561

หลังจากเกิดอุบัติเหตุครั้งยิ่งใหญ่ทางเรือ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การท่องเที่ยวที่เกิดกับชาวต่างชาติในจังหวัดภูเก็ต และอาจจะเรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การท่องเที่ยวทางน้ำของไทย หลังเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดผ่านพ้นไปได้ 49 วัน หลายหน่วยงานของไทย ทั้งภาครัฐ และเอกชน อาทิ รัฐบาลไทยโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงมหาดไทย โดยจังหวัดภูเก็ต คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว สภานิติบัญญัติแห่งชาติ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาคมท่องเที่ยวไทย-จีน เป็นต้น ได้จัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับชาวจีนที่เสียชีวิตเนื่องจากประสบอุบัติเหตุทางทะเล โดยจัดงานในวันที่ 22-23 สิงหาคม 2561 ณ บริเวณสวนสาธารณะสะพานหิน ภูเก็ต

โดยได้มีพิธีทางศาสนาดังนี้ การเปิดมณฑลศาสนาพิธีตามแบบมหายาน และแบบหินยาน การเจริญพระพุทธมนต์ถวายพุทธฎีกาน้อมอัญเชิญพระศรีศากยมุนีพุทธเจ้าพระอาทิตตาพุทธเจ้า พระไภษัชยคุรุพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ทุกพระองค์ เสด็จมาเป็นพุทธประธานเพื่อโปรดวิญญาณของผู้วายชนม์ และมีการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา4 ศาสนา คือ พุทธ คริสต์ พราหมณ์ ฮินดู และซิกข์ โดยในพิธีดังกล่าวมี นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ เป็นประธาน นอกจากนั้นยังมีตัวแทนจากจังหวัดภูเก็ต คือ นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตทุกคน และยังมีตัวแทนจากประเทศจีน และประเทศอื่นๆ เข้าร่วมด้วย

นายวีระศักดิ์ กล่าวว่า การจัดพิธีครั้งนี้เป็นการบอกให้คนจีนทั้งประเทศรับรู้ว่า คนไทยเสียใจกับอุบัติเหตุครั้งนี้อย่างมาก และไม่ได้คิดว่าคนจีนกับคนไทยเป็นคนที่ห่างไกลไม่มีความสัมพันธ์ต่อกัน เพราะในความเป็นจริงนั้น คนจีนและคนไทยต่างผูกพันและใกล้ชิดกันมานาน การสูญเสียในครั้งนี้ก็เปรียบเสมือนเราสูญเสียพี่น้องของเรา

ส่วนตัวแทนของประเทศจีนที่ร่วมงานบอกว่า ไม่มีใครต้องการให้เกิดอุบัติเหตุเช่นนี้ แต่เมื่อเกิดเรื่องไปแล้ว เราทุกฝ่ายก็ต้องหาทางป้องกันมิให้เกิดเรื่องเลวร้ายเช่นนี้อีก แต่แม้จะมีเรื่องเลวร้ายเช่นนี้เกิดขึ้น คนจีนก็ยังคงรักเมืองไทย รักคนไทยและยังต้องการเข้ามาเที่ยวเมืองไทยต่อไป เพราะคนจีนรู้ดีว่าคนไทยให้การต้อนรับคนจีนดุจญาติมิตร ไทยกับจีนไม่เคยห่างเหินกัน และความสัมพันธ์จะยิ่งแน่นแฟ้นยิ่งๆ ขึ้นไป

เป็นความจริงอย่างที่สุดที่ว่า คนไทยกับคนจีนมีความใกล้ชิดสนิทสนมกันอย่างมาก จนทำให้มีคำกล่าวว่า ไทยจีนพี่น้องกัน และความสัมพันธ์ฉันพี่น้องนี้จะไม่มีวันเสื่อมสลายไป

pet care : อันตรายใกล้ตัวของเจ้าตูบเจ้าเหมียวจอมตะกละ (ตอนที่ 3)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/360120

pet care : อันตรายใกล้ตัวของเจ้าตูบเจ้าเหมียวจอมตะกละ (ตอนที่ 3)

pet care : อันตรายใกล้ตัวของเจ้าตูบเจ้าเหมียวจอมตะกละ (ตอนที่ 3)

วันอาทิตย์ ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สัปดาห์ที่แล้วเราได้คุยกันคร่าวๆ เกี่ยวกับการกลืนสิ่งแปลกปลอมรวมถึงการตรวจวินิจฉัยไปแล้ว วันนี้เรามาคุยกันต่อครับ

@หากพบว่ามีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในทางเดินอาหารแล้ว จะมีวิธีรักษาอย่างไร

สำหรับแนวทางการรักษาคร่าวๆ คือ ต้องพิสูจน์ทราบให้ได้ก่อนว่า อะไรคือสิ่งแปลกปลอม? มีขนาดและลักษณะเป็นอย่างไร? ติดอยู่ที่บริเวณใด? ติดมานานแค่ไหน? การอุดตันมากแค่ไหน? สภาพของสัตว์ป่วยเป็นอย่างไร? ยังดูปกติอยู่ หรือโทรม อ่อนแรงแล้ว

ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของปัจจัยในการพิจารณาหาทางเลือก และทางออกของปัญหานี้  ทั้งนี้ยังไม่รวมถึงความพร้อมของอุปกรณ์และเครื่องมือที่คลินิก หรือโรงพยาบาลสัตว์นั้นๆ อีกด้วย

คุณหมอบอยได้ยกกรณีตัวอย่างให้เห็นดังนี้ครับ

-การติดของกระดูกก้างปลา หรือเข็มเย็บผ้า ที่ติดอยู่ในช่องปาก และเป็นสุนัขที่ใจดี ไม่ดุร้าย ก็จะง่ายต่อการเปิดปาก แล้วเอาอุปกรณ์คีบเอาออกได้โดยตรงเลย แต่ทั้งนี้ก่อนจะคีบออก สัตวแพทย์ผู้แก้ไขสามารถจะเลือกใช้ยาลดปวด หรือยาซึมกับสุนัขก่อนจะลงมือ  เพื่อช่วยให้สุนัขสงบลง และลดความเจ็บปวดเสียก่อนได้

-การติดของกระดูกสันหลังหมู (เล้ง) กระดูกไก่ (ที่แหลมคม) หรือเบ็ดตกปลา ในหลอดอาหารที่ลึกเข้าไป จากช่องปาก กรณีนี้การตรวจวินิจฉัยอาจจำเป็นต้องรวมไปถึง การตรวจสอบการฉีกขาดของหลอดอาหารเสียก่อน  ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วจะไม่ค่อยพบการฉีกขาดเพราะหลอดอาหารค่อนข้างมีความยืดหยุ่นสูง  การแก้ไขก็สามารถทำได้โดยการส่องกล้องเข้าไป เเล้วค่อยๆ คีบออกมา ทั้งนี้บริเวณของหลอดอาหารที่มักจะพบว่ามีการอุดตันมักอยู่บริเวณหลอดอาหารส่วนท้ายก่อนที่จะผ่านเข้าไปในกระเพาะอาหาร เนื่องจากมีกล้ามเนื้อหูรูดกันทำให้ไม่สามารถเข้ากระเพาะส่วนต้นเข้าไปได้

ปัญหาใหญ่จะเกิดได้มากขึ้น ในกรณีที่ไม่สามารถคีบออกหรือดันลงไปในกระเพาะได้ หรือมีการฉีกขาดของหลอดอาหาร ทำให้เศษอาหารหลุดเข้าไปในช่องอก กรณีนี้สัตวแพทย์มีความจำเป็นที่จะต้องทำการผ่าตัดเปิดช่องอกเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวในลำดับถัดไป ทั้งนี้การผ่าตัดช่องอกจำเป็นต้องอาศัย “ทีมศัลยสัตวแพทย์ที่มีความชำนาญและอุปกรณ์ช่วยเหลือ” เพิ่มเติม ซึ่งสัตวแพทย์จะทำการเตรียมพร้อมและชี้แจงทำความเข้าใจกับเจ้าของเพื่อให้ทราบถึงสถานการณ์เลวร้ายที่สุนัขประสบอยู่

-ถ้าเป็นสิ่งแปลกปลอมชิ้นไม่ใหญ่นัก และไม่มีขอบคม เช่น ก้อนหิน ลูกแก้ว หรือแม้กระทั่งกระดูกหมูที่ติดอยู่ในกระเพาะอาหาร หรือลำไส้ สัตวแพทย์จะพิจารณาว่าของเหล่านั้นมีแนวโน้มว่าจะก่อให้เกิดปัญหาการอุดตันหรือไม่ (จากการประมวลผลจากการตรวจวินิจฉัยทางรังสีวิทยา หรืออัลตร้าซาวนด์) หากไม่มีปัญหาการอุดตันเกิดขึ้น การรอคอยหรือการให้เวลาเพื่อดูสถานการณ์ก็เป็นทางเลือกหนึ่ง ซึ่งมีหลายครั้งที่พบว่าสุนัขสามารถขับถ่ายออกมาได้เองตามปกติ ทั้งนี้สัตวแพทย์อาจพิจารณาที่จะให้ยาระบายอ่อนๆ มาช่วยให้สุนัขขับถ่ายออกมาได้คล่องขึ้น

(อ่านต่อตอนจบสัปดาห์หน้านะครับ)

 

 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร

ฝ่ายประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร

คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย