ปตท.สผ.ทำเก๋ใช้เพลงแร็พ เผยแพร่ MV ภารกิจส่งต่อองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/382258

ปตท.สผ.ทำเก๋ใช้เพลงแร็พ เผยแพร่ MV ภารกิจส่งต่อองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่น

ปตท.สผ.ทำเก๋ใช้เพลงแร็พ เผยแพร่ MV ภารกิจส่งต่อองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่น

วันพุธ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

กนกพร สินธวารยัน

เรียกเสียงฮือฮาจากชาวเนตได้ไม่น้อยสำหรับ เนื้อเพลงในมิวสิกวีดีโอ“MADE IN BONGKOT” ที่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. จัดทำและเผยแพร่ MV ดังกล่าวออนไลน์ ในโอกาสที่แหล่งบงกช แหล่งก๊าซธรรมชาติที่สำคัญกลางอ่าวไทย ได้ดำเนินการผลิตมาจนครบ 25 ปีเต็มในปีนี้ โดยนอกจากจะมีความแปลกใหม่ในการทำเพลง ด้วยการนำเอาวิธีการแร็พที่ฮิตติดลมบนกันทั่วบ้านทั่วเมือง มาผสานเข้ากับการร้องแบบโอเปร่า ที่ได้ “เจ-เจตมนต์” และ “สันติ ลุนเผ่” มาฟีทเจอริ่งกันแบบลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ เนื้อหาสุดกินใจของเพลงนี้ยังสร้างมาจากเรื่องจริงแบบ Base on true story ของชาวแท่นบงกชอีกด้วย

วุฒิพล ท้วมภูมิงาม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานโครงการผลิต ปตท.สผ. หนึ่งในชาวบงกชรุ่นบุกเบิกตัวจริงเสียงจริง ที่เรื่องราวของพวกเขาโลดแล่นอยู่ในเพลง “MADE IN BONGKOT” กล่าวว่าแหล่งบงกชในยุคบุกเบิกมี “โททาล” บริษัทน้ำมันชั้นนำของโลกจากฝรั่งเศสเป็นผู้ดำเนินการ โดยทีม ปตท.สผ. คนไทย ถูกส่งไปเรียนรู้งานด้านสำรวจและผลิตปิโตรเลียมตามแหล่งต่างๆ ของโททาลทั่วโลก ตั้งแต่เทคนิคทางวิศวกรรม การออกแบบโครงสร้าง การสำรวจ การเงินการบัญชี ทรัพยากรบุคคล เพื่อกลับมาพัฒนาแหล่งบงกช


วุฒิพล ท้วมภูมิงาม

“ปี 2532 ผมได้รับโทรศัพท์จากหัวหน้าให้ไปเรียนรู้งานที่ต่างประเทศเพื่อกลับมาทำงานในโครงการบงกช ตอนนั้นก็รู้สึกภูมิใจ เพราะว่ามีวิศวกรไทยที่ได้รับเลือกอยู่แค่สองคน ผมเป็นหนึ่งในนั้นหลังจากนั้นก็มีเวลาเตรียมตัวเพียง 2 สัปดาห์ก่อนจะบินไปฝรั่งเศส ช่วงนั้นผมรับผิดชอบเรื่องของการออกแบบอุปกรณ์การผลิต หลังจากนั้น ก็ย้ายไปเรียนงานต่อที่สิงคโปร์ โดยดูเรื่องของรายละเอียดต่างๆ บนแท่น รวมๆ แล้ว 2 ประเทศ ใช้เวลาประมาณ 2 ปี งานด้านออกแบบก็จบ พร้อมสำหรับการสร้างแท่นและเริ่มปฏิบัติการในแหล่งบงกช สาเหตุที่เราต้องเรียนรู้จากต่างชาติเพราะเมื่อก่อนการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมเป็นวิทยาการค่อนข้างใหม่ เรายังไม่มีผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้ ตอนแรกที่รัฐบาลมอบหมายให้ ปตท.สผ. พัฒนาแหล่งบงกช จึงต้องส่งคนไปเรียนรู้กับฝรั่ง เพื่อที่ว่าวันหนึ่งเราคนไทยจะได้ทำงานแทนที่พนักงานต่างชาติเหล่านั้นได้”

นับจากวันแรกที่แหล่งบงกชเริ่มผลิตก๊าซธรรมชาติในปี 2536 ทีมงาน ปตท.สผ.ต้องเร่งเรียนรู้ Know-how จากโททาล ก่อนจะรับโอนการเป็นผู้ดำเนินการ ในอีก 5 ปีต่อมาให้ได้ โดยวุฒิพลเล่าถึงการทำงานใน 5 ปีแรกนั้นว่า ผู้ปฏิบัติงานในยุคบุกเบิกส่วนใหญ่เป็นชาวตะวันตกกว่า 80% ซึ่งมีวัฒนธรรมการสอนงานที่แตกต่างจากชาวเอเชีย คือ เขาจะให้เราเรียนรู้ด้วยตัวเอง ด้วยการสังเกตและจดจำ

“เวลาฝรั่งเขาสอนงาน เขาไม่ได้สอนตรงๆ ก็ต้องอาศัยสังเกตเขา เวลาสั่งงาน บางทีเขาสั่งเลย ไม่ได้มาอธิบายว่าต้องทำอย่างไร ซึ่งมันก็มีทั้งข้อดีข้อเสีย ข้อดีคือเราสามารถเรียนรู้งานได้ด้วยตัวเอง ข้อเสียคือมันอาจเสียเวลาหน่อยกว่าจะจับได้ถูกทาง บรรยากาศก็กดดันพอสมควร เพราะเรามีเป้าหมายชัดเจนว่าอีก 5 ปี เราต้องเป็นผู้ดำเนินการเอง ต้องพยายามทำให้ได้ มันมีทั้งความทั้งผิดหวัง เสียใจ และก็สมหวัง ผสมกันตลอด 5 ปีนั้นและในที่สุดเราก็ทำได้”

การถ่ายโอนสิทธิการเป็นผู้ดำเนินการหรือ Operatorship Transferของแหล่งบงกช จาก โททาลเป็น ปตท.สผ.ที่สำเร็จลุล่วงด้วยดีในปี พ.ศ.2541จึงเป็นบทพิสูจน์ว่าคนไทยมีศักยภาพในการเป็นผู้ดำเนินงานด้านสำรวจและผลิต ในฐานะผู้ดำเนินการแหล่งก๊าซฯได้ด้วยตนเอง

กนกพร สินธวารยัน วิศวกรกระบวนการผลิต ฝ่ายวิศวกรรมอุปกรณ์การผลิต ปตท.สผ. พูดคุยถึงการทำงานว่า “แรกๆ ไม่รู้จักใครเลย ผู้ชายแต่ละคนก็หน้าตาน่ากลัวกันทั้งนั้น ช่วงแรกเขาก็จะทำหน้านิ่งๆ แต่พอลองพูดคุยด้วยเรื่องต่างๆ นานา สักประมาณ 3 เดือน ก็เริ่มรู้จักกัน และค่อยๆ ปรับตัวเข้าหากันผู้หญิงบนแท่นมีน้อย มีภาวะเกิร์ลแก๊ง ผู้หญิงก็จะนอนห้องเดียวกัน รอบการทำงานบนแท่นฯ ก็มีผู้หญิงสัก 2-3คน ก็จะเริ่มจับกลุ่มกันบ้าง ฟิตเนสบ้าง บางทีก็ลงไปวิ่ง แต่ไม่ได้ถึงกับลงไปเตะบอลกับพี่ๆ เขา บางทีก็มีร้องเพลง เขามีเล่นดนตรี ก็ไปร้องเพลง ซ้อมดนตรีบ้าง

การทำงานที่สำคัญคือการเปิดใจและรับฟังความคิดเห็น บางทีเราเห็นในสิ่งที่เขาไม่เห็น เราก็เสนอไอเดียได้ถ้าสามารถพิสูจน์ว่าไอเดียนั้นสามารถทำได้จริง และเพิ่มประสิทธิภาพประสิทธิผลของการทำงาน ปตท.สผ. ให้โอกาสได้เรียนรู้งานหลากหลายมาก การได้เข้าไปอยู่ในพื้นที่ปฏิบัติงานจริงทำให้เราเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นหน้างานมากขึ้น เวลาจะปรับเปลี่ยนอะไร พัฒนาอะไร ก็จะอิงกับความเป็นจริงว่ามันจะต้องสะดวกต่อคนที่ใช้งานเครื่องมืออุปกรณ์นั้นจริงๆ”

ส่วนใครที่อยากดู MADE IN BONGKOT ฉบับเต็มๆ เข้าไปรับชมกันได้ที่ YouTube PTTEP Official ได้เลยhttps://youtu.be/X6MvZ0HQlG4

แชร์เคล็ดลับเลี้ยงลูกตามสไตล์คุณแม่เซเลบริตี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/382263

แชร์เคล็ดลับเลี้ยงลูกตามสไตล์คุณแม่เซเลบริตี้

แชร์เคล็ดลับเลี้ยงลูกตามสไตล์คุณแม่เซเลบริตี้

วันพุธ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ม.ร.ว.จันทรลัดดา (ยุคล) อุบลเดชประชารักษ์

นอกเหนือจากโภชนาการ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอันดับแรกต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็ก สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่หลายคนกังวล คือการดูแลลูกให้เหมาะกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผลิตภัณฑ์ NANKID Suprema 3 เครื่องดื่มนมสำหรับเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไปโดยเนสท์เล่ ชวนมาจับเข่าคุยกับ 3 คุณแม่เซเลบริตี้ ที่ได้ชื่อว่าเป็นคุณแม่ผู้ประสบความสำเร็จทั้งในหน้าที่การงานและในบทบาทคุณแม่ หญิงแอร์-ม.ร.ว.จันทรลัดดา(ยุคล) อุบลเดชประชารักษ์ ที่ปรึกษาด้านประชาสัมพันธ์ของศูนย์การค้าสยามพารากอน, โอ๋-อภิชญา ไกรฤกษ์ ที่ปรึกษาด้านกฏหมายของ LS HorizonLimited และ แชนนอน-ชาริณี กัลยาณมิตรคุณแม่นักธุรกิจดาวรุ่ง ผู้ก่อตั้ง ORAMIและ Venture Partner กองทุน GobiPartnersแม้จะต่างสไตล์ ต่างวิธีการแต่ก็มีวัตถุประสงค์เดียวกัน คือต้องการให้ลูกๆ เติบโตอย่างมีความสุขและสุขภาพแข็งแรง เราลองมาดูเคล็ดลับของพวกเธอกันค่ะ

หญิงแอร์-ม.ร.ว.จันทรลัดดา (ยุคล) อุบลเดชประชารักษ์ เผยถึงสไตล์การเลี้ยงลูกของเธอว่า ตามธรรมชาติเลยค่ะ ทั้งธรรมชาติที่เขาเป็นและเลี้ยงตามธรรมชาติจริงๆ หญิงฯเชื่อว่าธรรมชาติคือสิ่งที่ดีที่สุด อย่างธรรมชาติของตัวเขา เราก็จะไม่ไปกะเกณฑ์หรือบังคับอะไร เพียงแต่ว่ามีกรอบในเรื่องของความเหมาะสม ส่วนธรรมชาติจริงๆ หญิงฯ ก็อยากให้เขาได้ใกล้ชิด เพื่อรับภูมิคุ้มกันจากธรรมชาติและได้เรียนรู้จากสิ่งต่างๆ รอบตัว


อภิชญา ไกรฤกษ์

แต่สิ่งที่เป็นห่วงจริงๆ คือเรื่องของอาหารโดยเฉพาะลูกคนแรกนี่หนักสุดเลย เราเป็นห่วงในเรื่องอาหารการกินเขามาก เพราะธรรมชาติของเด็กคือระบบการย่อยอาหารยังพัฒนาไม่เต็มที่ แถมยังมีขนาดกระเพาะที่เล็ก ทานอะไรก็อิ่มง่าย เราเคยอยากให้ลูกทานข้าวเยอะๆ พอวันนั้น เราป้อนเขาไปเรื่อยๆ เราเห็นลูกทานได้เยอะเราก็ดีใจ แต่เด็กเขาไม่รู้ลิมิต สุดท้ายก็แหวะอาหารออกมา ดังนั้นสิ่งที่เราให้เขาทานต้องมีสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตอย่างครบถ้วน พอมีลูกคนที่สองคนที่สาม เราเลยรู้ว่า ต้องรู้จักเลือกสารอาหารที่เหมาะสมและให้ในปริมาณที่พอเหมาะตามธรรมชาติของเขา ดังนั้นสิ่งที่หญิงให้ความสำคัญ คืออาหารที่ย่อยง่ายอย่างโปรตีนคุณภาพที่กลุ่มคุณแม่พูดถึงเยอะในช่วงหลังๆ นี้ คือ เวย์โปรตีน ซึ่งเป็นโปรตีนที่ย่อยง่าย เราเลือกโภชนาการที่มีคุณภาพและเหมาะกับวัยของลูก

ส่วน โอ๋-อภิชญา ไกรฤกษ์ บอกว่า โอ๋จะเน้นที่การวางแผนเป็นหลักเลยค่ะ เพราะเราเป็นคุณแม่ที่ต้องทำงานไปด้วย ก็ต้องวางแผน รู้จักการแบ่งเวลา การงานต้องไม่บกพร่อง ขณะเดียวกันเรื่องลูกก็ต้องไม่พลาด เราก็จะคิดทุกสเต็ปเลยว่าจะต้องทำอะไรตอนไหนและจะพยายามทำตามแผน โอ๋จะตื่นเช้ามาใช้เวลากับลูกก่อนไปทำงาน พอทำงานเราก็ต้องเต็มที่ค่ะ คนอื่นอาจจะทำงานไปด้วยเล่นไปด้วย แต่เราลุยเต็มที่ 8 ชั่วโมง ต้องเซตเวลาตัวเองค่ะ งานไม่เสร็จก็ต้องเก็บกลับไปทำที่บ้านแทน เพื่อให้ลูกเจอเราเมื่อกลับถึงบ้าน เราจะต้องสามารถส่งเสริมเขาได้ในทุกกิจกรรม ช่วยทำการบ้าน อ่านนิทานให้ฟัง โอ๋ชอบใช้เวลาก่อนนอนกับลูกเพื่อนพูดคุยถามไถ่ถึงสิ่งต่างๆ ที่ได้เจอในแต่ละวัน


ชาริณี กัลยาณมิตร

ยิ่งเรื่องอาหารการกิน ทั้งปรึกษาคุณหมอ เซิร์จข้อมูลบนเว็บต่างๆ และถามเพื่อนๆ ที่เป็นคุณแม่เหมือนกัน ได้ยินเรื่องโปรตีนที่ผ่านการย่อยบางส่วน เป็นโปรตีนที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้เร็ว โดยจะดูให้เหมาะความเหมาะสมกับช่วงวัยของลูก

สำหรับ แชนนอน-ชาริณี กัลยาณมิตร พูดถึงประสบการณ์ในการเลี้ยงลูกแฝด ว่า สิ่งที่ท้าทายสำหรับเราคือการที่เขาเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และการที่เขาเป็นแฝดไม่ได้หมายความว่าความต้องการ หรือความสนใจของเขาจะเหมือนกัน นินญาเป็นคนชอบเข้าสังคม ขณะที่เอวาเป็นคนที่ค่อนข้างมีโลกส่วนตัวสูง แต่ก็ไม่ใช่ว่าเอวาจะมีบุคลิกแบบนี้เสมอไป ดังนั้นเราต้องคอยสังเกตลักษณะนิสัยของลูกและปรับเปลี่ยนวิธีการรับมือตามแต่สถานการณ์ ในฐานะคุณแม่แชนนอนต้องทุ่มเทเพื่อทำหน้าที่นี้อย่างต่อเนื่องไม่มีวันสิ้นสุด ส่วนเรื่องอาหารหรือผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเด็ก ถ้าจะเลือกซื้ออะไรให้ลูก ก็ต้องศึกษาให้ถ่องแท้และดูถึงความเชื่อถือของแต่ละแบรนด์ด้วย เพราะพัฒนาการของเด็กเป็นเรื่องสำคัญที่สุดของคนเป็นพ่อแม่

เทศกาลดนตรีริมหาดครั้งแรกที่บาบา บีช คลับ ภูเก็ต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/382288

เทศกาลดนตรีริมหาดครั้งแรกที่บาบา บีช คลับ ภูเก็ต

เทศกาลดนตรีริมหาดครั้งแรกที่บาบา บีช คลับ ภูเก็ต

วันพุธ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

วรสิทธิ อิสสระ ผู้บริหารศรีพันวา พร้อมด้วย นิโคลา เบเนเดตตี, เชลฟ์ แอลแลม, จาก Circoloco

Circoloco จัดเทศกาลดนตรีสุดยิ่งใหญ่ประเดิมต้นปี 2019 ยกโปรดักชั่นสุดเจ๋งแบบจัดเต็ม ทั้งเสียงดนตรีและความสนุกสนานที่ส่งตรงจากอิบิซา ประเทศสเปน มาที่ประเทศไทยเป็นครั้งแรก พร้อมสร้างความมันส์ระดับอินเตอร์ให้คนไทยได้สัมผัสที่สุดของเทศกาลดนตรีแห่งปี ที่ บาบา บีช คลับ ภูเก็ต (Baba Beach Club, Phuket) โรงแรมและวิลล่าสไตล์บีชคลับสุดหรูหรา ได้รับการขนานนามให้เป็นเพชรเม็ดงามที่มีเสน่ห์และน่าหลงใหลที่สุดในภูเก็ต วันเสาร์ที่ 19 มกราคม 2562 เวลา 14.00-02.00 น.

Circoloco หนึ่งในผู้จัดปาร์ตี้ชื่อดังจากอิบิซา เกาะในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เดินสายทัวร์แถบเอเชีย-แปซิฟิก เตรียมขนทัพความสนุกที่ทุกคนรอคอยมาถึงที่ประเทศไทยในอีกไม่นานเกินรอ โดยจะสร้างความสุขผ่านเสียงดนตรีให้กับปาร์ตี้เลิฟเวอร์ผู้หลงใหลในเสียงเพลง โดยมีศิลปินชื่อดังระดับโลกมาส่งต่อความสนุกเต็มพิกัดกันอย่างคับคั่ง อาทิ Seth Troxler, Peggy Gou, Richy Ahmed, Waff, Nic Fanciulli, Serge Devant, Lauren Lane, Bas Ibellini, Mendy เป็นต้น งานเทศกาลดนตรีที่เลื่องชื่อ มาพร้อมกับระบบเสียงที่ดีที่สุดในเอเชีย กับบรรยากาศความเป็นเฟสติวัลริมชายหาดอย่างแท้จริงที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งการเฉลิมฉลอง ซึ่งไม่เคยจัดที่ไหนมาก่อน พร้อมสร้างความทรงจำแสนวิเศษ ท่ามกลางแสงอาทิตย์อันงดงามที่บาบา บีช คลับ ภูเก็ต โดยบัตรเข้างานมีจำนวนจำกัด

สำหรับ บาบา บีช คลับ ภูเก็ต โรงแรมและวิลล่าสไตล์บีชคลับสุดหรูหรา ออกแบบอย่างพิถีพิถัน บริหารงานโดยทีมงานของโครงการ “ศรีพันวา” ที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ มีชายหาดหน้ากว้างทอดตัวยาวกว่า 200 เมตร บนหาดนาใต้ ห่างจากสนามบินนานาชาติภูเก็ตไปทางตอนเหนือ 20 นาที สนใจร่วมเทศกาลดนตรีสุดยิ่งใหญ่ต้นปี 2562 ที่ภูเก็ต ไม่ควรพลาด งานนี้เปิดโลกดนตรีใต้ดินและแนวเฮาส์ เป็นแนวที่กำลังเติบโตในบ้านเราและเพิ่มความนิยมอย่างต่อเนื่อง

สนใจติดตามรายละเอียดและข่าวสารได้ที่เว็บไซต์www.bababeachclub.com/phuket/event/circoloco/ อีเมล : phuket@bababeachclub.com หรือโทร.+66 76 429 388

เผยสถิติเรื่องที่ผู้หญิงอยากรู้ เรื่องเซ็กซ์ติดท็อปชาร์ต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/382254

เผยสถิติเรื่องที่ผู้หญิงอยากรู้ เรื่องเซ็กซ์ติดท็อปชาร์ต

เผยสถิติเรื่องที่ผู้หญิงอยากรู้ เรื่องเซ็กซ์ติดท็อปชาร์ต

วันพุธ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

รอชนี มาทานี่

Tickled Media ผู้ให้บริการด้านสื่อออนไลน์ theAsianparent, Asian Money Guide, Her StyleAsia และ Nonilo ที่มีผู้ติดตามกว่า 12 ล้านรายใน สิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย อินเดีย ฟิลิปปินส์ ฮ่องกง ศรีลังกา เวียดนาม และไต้หวัน เป็นเว็บไซต์ที่เน้นเนื้อหาสาระด้านไลฟ์สไตล์ เน้นกลุ่มเป้าหมายผู้หญิงโดยเฉพาะ เผยสถิติว่าเรื่องที่ผู้หญิงอยากรู้ แต่ไม่กล้าพูด คือเรื่องเซ็กซ์ จึงได้จัดงาน “Get Hot and Sexy with Tickled Media : ชวนสาวๆ เม้าท์เรื่องเซ็กซ์แบบอันเซ็นเซอร์”เปิดโอกาสให้ผู้หญิงคุยกันแบบลับเฉพาะ โดยมี แชนนอน กัลยาณมิตร, ส้ม-ณัชพร สายบัว,พอลลีน งามพริ้ง และ คุณากร การชะวี นักวิจัยด้านเพศศึกษาจากศูนย์ความเป็นเลิศด้านการวิจัยเพศภาวะ เพศวิถี และสุขภาพคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มาร่วมพูดคุยและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในครั้งนี้เป้าหมายการนำเสนอเพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อชีวิตประจำวันและตอบโจทย์ผู้หญิงได้อย่างดี

ข้อมูลการสำรวจจากเว็บไซต์ theAsianparent,Asian Money Guide และ Her Style Asia โดย บริษัท ทิคเกิ้ลมีเดีย จำกัด สถิติยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์ซึ่งกว่า 70% เป็นเพศหญิงพบว่า ผู้อ่านชอบอ่านเรื่องเซ็กซ์ แต่ไม่กล้าเปิดเผยหรือพูดคุยเรื่องเซ็กซ์กับคนอื่น อ้างอิงจากจำนวนยอดเข้าชมในเว็บไซต์ในบทความเรื่องเซ็กซ์มีจำนวนที่สูงมาก แต่ยอดการมีส่วนร่วม like share หรือ comment ใน Social Media เมื่อเปรียบเทียบกับบทความในเรื่องอื่นๆ น้อยมาก  และจากการสำรวจข้อมูลสำรวจจากผู้อ่าน theAsianparent, Asian Money Guide และHer Style Asia พบว่า 11% จากบทความที่มีผู้อ่านมากที่สุดเป็นเรื่องเซ็กซ์และ Top 5 คำถามเรื่องเซ็กซ์ที่ผู้หญิงอยากถาม แต่ไม่กล้าถามจากการสำรวจความคิดเห็นผู้อ่านได้แก่


(ซ้าย) คุณากร การชะวี, พอลลีน งามพริ้ง, รอชนี มาทานี่,ส้ม-ณัชพร สายบัว และ แชนนอน กัลยาณมิตร

ผู้ชายคิดอย่างไรกับชุดชั้นในเซ็กซี่ หรือชุดนอนไม่ได้นอน ผู้หญิงจำเป็นต้องใส่ไหม? 25%คนอื่นๆ เขามีเซ็กซ์กันบ่อยหรือเปล่า? ปกติคนเขามีเซ็กซ์กันนานแค่ไหน 25% Oral Sexอย่างไรให้ถูกใจคนรัก 10.7% มีเพศสัมพันธ์ท่าไหนท้องง่ายที่สุด มีเพศสัมพันธ์ ท่าไหนไม่ท้อง 8.9% อาหารมีผลอะไรกับน้ำอสุจิหรือเปล่า? 8.9%

จากการพูดคุยบนเวทีแบบอันเซ็นเซอร์โดยเริ่มคำถามจาก พอลลีน ใครเคยช่วยตัวเองบ้าง? แต่ไม่ค่อยมีสาวๆ กล้าตอบ หลังจากนั้นเข้าสู่การตอบ Top 5 คำถาม โดย ส้ม-ณัชพร สายบัวที่บอกเล่าประสบการณ์เรื่องเซ็กซ์ ได้อย่างถูกใจคนฟังทั้งในเรื่องของ Oral Sex อย่างไรให้ถูกใจคนรักความรู้สึกของผู้ชายเมื่อต้องใช้ถุงยางอนามัย ท่วงท่าที่น่าสนุกเมื่อมีเซ็กซ์ โดยสร้างความแซ่บจนได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างมาก และสามารถสร้างความมีส่วนร่วมกับผู้ฟัง โดยมีคำถามเกี่ยวกับเรื่องเซ็กซ์ ตามมาอีกหลายคำถามที่สะท้อนให้เห็นถึงทัศนคติในเรื่องเซ็กซ์ของสังคมไทยทั้งนี้ วีรติ ถิ่นนาเวียง AssociateRegional Head of Content บริษัท ทิคเกิ้ลมีเดีย ให้ข้อมูลว่า ทิคเกิ้ลมีเดียเป็นออนไลน์พับลิชเชอร์กลุ่มเป้าหมายหรือกลุ่มผู้อ่านหลักๆ ก็คือผู้หญิง สิ่งที่น่าสนใจมากกว่ายอดคนเข้าชมบทความเรื่องเซ็กซ์ที่สูงมากแล้ว พบว่ายอดการมีส่วนร่วม หรือเอนเกจเมนต์ ใน Social Media ไม่ว่าจะเป็นการ like share หรือ comment น้อยมาก หรือบางบทความไม่มีเลยและยิ่งเราทำ content เรื่องเซ็กซ์ที่ลึกลงไปเรื่อยๆ ยิ่งพบว่าผู้หญิงเรามีความอยากรู้ อยากเห็นต้องการเรียนรู้หรือมีประสบการณ์ที่ถูกต้องเกี่ยวกับเรื่องเซ็กซ์วิธีเดียวที่จะทำให้ทุกคนมีความรู้ และเข้าใจที่ถูกต้องคือการที่เราต้องรู้ว่าปัญหาที่เรามีคืออะไร


พอลลีน งามพริ้ง และ วีรติ ถิ่นนาเวียง

ด้าน คุณากร การชะวี  นักวิจัยด้านเพศศึกษา จากศูนย์ความเป็นเลิศด้านการวิจัยเพศภาวะ เพศวิถีและสุขภาพ, คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงประเด็นผู้หญิงกับการแสดงความคิดเห็นเรื่องเพศว่า ผู้หญิงไทยเริ่มตั้งแต่วัยเด็กในครอบครัวไม่ได้สอนเรื่องเพศศึกษา เรื่องเพศศึกษากลายเป็นเรื่องต้องห้ามสำหรับการพูดคุยในครอบครัว และคิดว่าเป็นหน้าที่ของสถานศึกษาที่ต้องให้ความรู้เรื่องเซ็กซ์ แต่เมื่อเข้าสู่ในวัยเรียน ระบบการศึกษาสอนแต่เรื่องร่างกายโครงสร้าง โดยไม่ได้สอนเรื่อง ความสัมพันธ์หรือการให้ความรู้ที่ถูกต้อง สิ่งที่ทั้งครอบครัวและการศึกษาไทยพยายามสอนผู้หญิงไทยกลับกลายเป็นการห้ามไม่ให้มีเพศสัมพันธ์ และการพูดเรื่องเซ็กซ์เป็นเรื่องต้องห้ามและน่าอาย

รอชนี มาทานี่ CEO and Founder TickledMedia ให้ความเห็นว่าในสายตาของชาวต่างชาติ อาจจะมองว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่เปิดเผยในการพูดคุยเรื่องเซ็กซ์ แต่จากตัวเลขจากทั้งยอดผู้เข้าชม บทความเรื่องเซ็กซ์และคำถามเรื่องเซ็กซ์ทำให้เราได้ทราบข้อมูลที่น่าสนใจว่า เรื่องเซ็กซ์สำหรับผู้หญิงไทย ยังเป็นสิ่งที่ไม่สามารถนำออกมาพูดอย่างเปิดเผยได้มากนัก

มีคำถามจากผู้ฟัง ทำอย่างไรให้ผู้หญิงมีอารมณ์เซ็กซ์ หลังจากมีบุตร เพราะไม่สามารถที่จะสนองตอบความต้องการของสามีได้  คำถามนี้เกิดขึ้นจริงกับผู้หญิงส่วนใหญ่ ที่หลังจากมีบุตรแล้วความสนใจมักจะทุ่มเทให้กับลูก โดยละเลยในเรื่องความต้องการของสามีซึ่งมักจะเลยเถิดมาเป็นปัญหาครอบครัว โดยคุณพอลลีน งามพริ้ง สาวทรานส์เจนเดอร์ ผู้ที่มีประสบการณ์เซ็กซ์ทั้งเป็นชาย และปัจจุบันเป็นหญิง ให้มุมมองในเรื่องนี้ว่าควรต้องมีการเปลี่ยนและสร้างบรรยากาศในการมีเซ็กซ์ หาตัวช่วยทั้งอุปกรณ์และสถานที่  เป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญ เพราะจะช่วยให้คู่รักที่อยู่กันมานานสามารถสร้างอารมณ์ร่วมกันให้มีความสุขได้

“เซ็กซ์กับผู้หญิง บางทีก็เป็นเหมือนของแสลง เพราะด้วยความที่วัฒนธรรมไทยปลูกฝังให้เราไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องเซ็กซ์ โดยมองว่าเป็นเรื่องน่าอาย จึงทำให้เราขาดความรู้เชิงจิตวิทยาซึ่งก็จะทำให้ชีวิตคู่ประสบปัญหาเสียเป็นส่วนใหญ่ มุ่งเน้นแต่การลงทุนในทรัพย์สินหรือความรับผิดชอบร่วมกัน แต่ละเลยเรื่องเซ็กซ์ไป” พอลลีน ให้ความเห็น

ขณะที่ วีรติ ถิ่นนาเวียง กล่าวสรุปว่า ทิคเกิ้ลมีเดีย คาดหวังว่าจะสามารถเป็นสื่อกลางสำหรับผู้หญิงที่ต้องการข้อมูลและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ในทุกๆ เรื่อง ในฐานะผู้ผลิตสื่อออนไลน์ ซึ่งกลุ่มเป้าหมายของเราคือ ผู้หญิง สิ่งที่เราพยายามจะทำนอกจากให้ความรู้ ความบันเทิง ผ่านบทความ ผ่านคอนเทนต์ในช่องทางและเว็บไซต์ต่างๆ  ในเครือของเราแล้ว อีกสิ่งที่เราให้ความสำคัญคือการส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้หญิงมีความรู้ ความมั่นใจ กล้าคิด กล้าทำและกล้าแสดงออก

ทิคเกิ้ลมีเดีย เป็นสื่อออนไลน์อันดับหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มุ่งสร้างเนื้อหาเพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้หญิงโดยเฉพาะ ปัจจุบันมีเว็บไซต์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในด้านต่างๆ ของผู้หญิงถึง 4 เว็บไซต์ ได้แก่ TheAsianparent ซึ่งเป็นเว็บไซต์เกี่ยวกับแม่และเด็กอันดับหนึ่งของประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Asian Money Guideซึ่งเป็นเว็บไซต์เกี่ยวกับการเงินและการออมในแบบฉบับของผู้หญิง และสองเว็บไซต์ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัว ได้แก่Herstyle Asia ที่นำเสนอเกี่ยวกับแฟชั่นและความสวยความงาม และ Nonilo ซึ่งนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับอาหาร งาน DIY และการตกแต่งบ้าน

LIFE & HEALTH : ดูแลสุขภาพรับไลฟ์สไตล์4.0

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/382253

LIFE&HEALTH : ดูแลสุขภาพรับไลฟ์สไตล์4.0

LIFE&HEALTH : ดูแลสุขภาพรับไลฟ์สไตล์4.0

วันพุธ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ในยุคที่เทคโนโลยีทางการแพทย์ถูกพัฒนาอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ช่วยให้คนเรามีอายุยืนยาวขึ้น อีกทั้งไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ ที่หันกลับมาดูแลสุขภาพกันมากขึ้น การเลือกรับประทานอาหารที่มาจาก ธรรมชาติ อาหารที่ช่วยเพิ่มพลังกายพลังสมอง เพื่อให้ร่างกายพร้อมรับมือกับงานหนัก และเรื่องราวต่างๆ ได้ทุกวัน รวมถึงการมาของเทคโนโลยี AI (Artificial Intelligence) หรือปัญญาประดิษฐ์ ที่เริ่มมีบทบาทสำคัญต่อการ ใช้ชีวิตของคนเราทุกวันนี้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและถูกนำมาปรับใช้เพื่อดูแลสุขภาพกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นนวัตกรรมการตรวจสุขภาพ การรักษา ระบบการดูแลสุขภาพองค์รวม เป็นต้น สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ไม่ใช่เพียงต้องการแค่การมีสุขภาพดีขึ้นเท่านั้น แต่มุ่งหวังให้คนเราได้มีอายุยืนยาวแบบสุขภาพดีอีกด้วย

ล่าสุดจากงานประชุม TheUltimate Frontier for Smart Aging ข้อมูลจาก อ.วิไลพร ทวีลาภพันทองหุ้นส่วนสายงานที่ปรึกษาบริษัทPwCConsulting (ประเทศไทย)เปิดเผยว่า จากการประชุมเวทีสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) เทคโนโลยี AI จะเข้ามามีบทบาทในการดูแลสุขภาพและการรักษาผู้ป่วยในอนาคตมากขึ้น เช่น Internet of Things (IoT) ที่สามารถเชื่อมโยงอุปกรณ์ต่างๆ ทางการแพทย์เข้ากับเครือข่ายอินเตอร์เนต เพื่อควบคุมอุปกรณ์ผ่านโทรศัพท์มือถือ ในการวินิจฉัยปรับปรุงด้านการให้การรักษาและดูแล ตลอดจนระบุพิกัดของบุคลากรทางการแพทย์รวมทั้งเครื่องมือและอุปกรณ์ในการรักษาต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ จะเห็นว่าเทคโนโลยี AI ที่เมื่อก่อนเราอาจมองเป็นเรื่องไกลตัว แต่อีกไม่นานมันจะกลายเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตประจำวันของคนเรา

นอกจากเทคโนโลยีที่ช่วยให้มนุษย์ได้รับความสะดวกสบาย ช่วยในการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แล้วสิ่งสำคัญที่เป็นหัวใจหลักของการมีสุขภาพดีขึ้นก็คือเรื่องอาหารและโภชนาการ การเริ่มต้นด้วยการดูแล ตนเองและคนรอบข้างด้วยการสร้างบริโภคนิสัยที่ดี ฉลาดเลือกรับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ นับเป็นพื้นฐานที่สาคัญที่สุดในการมีสุขภาพดีไปตลอดชีวิต ปัจจุบันแนวคิดการใช้อาหารในการป้องกันโรคและส่งเสริมสุขภาพเป็นที่ยอมรับว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินชีวิตของคนเรามากขึ้นมีงานวิจัยมากมายพบว่าสารอาหารมีผลต่อระบบการทำงานของร่างกายและสมอง และปัจจุบันมีข้อมูลของอาหารเสริมสุขภาพ (functionalfood) มากขึ้นซึ่งได้รับความสนใจที่จะใช้เป็นทางเลือกเพื่อเสริมประสิทธิภาพการทำงานของร่างกายและสมอง โดยในงานประชุมดังกล่าว ศ.นพ.โคกะโยชิฮิโกะ จากภาควิชาประสาทวิทยาคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเคียวรินประเทศญี่ปุ่น กล่าวถึงสารอาหารที่สำคัญต่อสุขภาพสมอง เช่น Krilloil ซึ่งเป็นนํ้ามันที่สกัดมาจากสัตว์ทะเลขนาดจิ๋ว ในกลุ่มเดียวกับพวกกุ้งขนาดเล็ก อุดมด้วยสารแอสตาแซนทีนที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูง ทั้งยังมีองค์ประกอบของกรดไขมันเป็นชนิดโอเมก้า 3 ซึ่งการวิจัยพบว่า Krilloilมีส่วนช่วยเสริมสร้างและป้องกันความเสื่อมของเซลส์สมองที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้และความจำ

นอกจากนี้ ศ.นพ.โคกะ โยชิฮิโกะได้ทำการศึกษาผลของการดื่มซุปไก่สกัดซึ่งเป็นอาหารฟังก์ชั่นที่ได้รับความสนใจอย่างแพร่หลายมายาวนานในแถบเอเชีย โดยสารสำคัญในซุปไกสกัด คือ ไบโอเปปไทด์อะมิโนคอมเพล็กซ์ ที่พร้อมให้ร่างกายดูดซึมไปใช้ได้ทันที ผลจากการวิจัยพบว่าซุปไก่สกัดช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของสมอง โดยช่วยให้เลือดนำออกซิเจนไปเลี้ยงสมองส่วนหน้าซึ่งเป็นสมองส่วนสำคัญที่เกี่ยวข้องกับความจำ การคิด ตัดสินใจได้ดีขึ้น

ข้อมูลจาก ดร.วาลุกา พลายงามวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต ได้แนะแนวทางการปฏิบัติตัวโดยทั่วไปเพื่อดูแลสุขภาพสมองด้วยการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี เช่น นอนให้เพียงพอวันละ 7-8 ชั่วโมง ออกกำลังกายให้สมํ่าเสมอ การพยายามฝึกให้สมองได้คิดบ่อยๆ ฝึกสมาธิ ลดความเครียด รับประทาน อาหารครบหมู่ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว และคอเลสเตอรอลสูง เป็นต้น นอกจากนี้ เพื่อเป็นการดูแลที่มากยิ่งขึ้น การเลือกเสริมอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ สารพฤษเคมี และวิตามินต่างๆ ที่จำเป็นต่อการทำงานของสมองให้เพียงพอ รวมทั้งอาหารฟังก์ชั่นจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกหนึ่งในการดูแลสุขภาพสมองเพื่อส่งเสริมสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น เพราะเซลล์สมองประมาณพันล้านเซลล์ต้องการสารอาหารในการเสริมสร้างการทำงานของเซลล์ประสาท หากขาดสารอาหารเพียงบางชนิดจำนวนเล็กน้อย ก็ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของสมองลดลงได้ ก่อนที่ร่างกายจะแสดงอาการขาดสารอาหาร เซลล์สมองทุกๆ ตัวทำงานโดยใช้สารเคมีที่เรียกว่า สารสื่อประสาท ซึ่งต้องการโปรตีน วิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ในการสร้างสารสื่อสมอง หากสมองได้รับสารอาหาร บำรุงเลี้ยงอย่าง เพียงพอสมํ่าเสมอ ก็จะทำให้สมองของคนเราทำงานได้ดี การเลือกอาหารที่ให้สารอาหารสมดุล จึงมีอิทธิพลต่อการทำงานของสมองโดยตรง

ต้องยอมรับว่าทุกวันนี้ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรุดหน้าไม่มีที่สิ้นสุด ก่อเกิด นวัตกรรมที่มีประโยชน์ สร้างความสะดวกสบายให้แก่มนุษย์ในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะเรื่องใกล้ตัว อย่าง สุขภาพ หากทุกคนมีการเตรียมพร้อมและรู้จักปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีต่างๆ ได้ ย่อมใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ผศ.(พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการมูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

ความงามและ ความน่าเกลียด : สุนทรียศิลป์แห่งมารศีแฟชั่นโชว์ FLYNOW III ประกอบนิทรรศการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/382289

ความงามและ ความน่าเกลียด : สุนทรียศิลป์แห่งมารศีแฟชั่นโชว์ FLYNOW III ประกอบนิทรรศการ

ความงามและ ความน่าเกลียด : สุนทรียศิลป์แห่งมารศีแฟชั่นโชว์ FLYNOW III ประกอบนิทรรศการ

วันพุธ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงฉายพระรูปกับคณะทำงาน

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เสด็จทอดพระเนตร แฟชั่นโชว์ FLYNOW III ประกอบนิทรรศการ Beauty and Ugliness : Aesthetic of Marsi ความงามและความน่าเกลียด : สุนทรียศิลป์แห่งมารศี ณ ห้องนิทรรศการ 5-8 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า กรุงเทพฯ โดยมี ศ.ดร.ม.ร.ว.ชิษณุสรร สวัสดิวัตน์ ประธานกรรมการมูลนิธิ หม่อมเจ้าหญิงมารศีสุขุมพันธุ์ บริพัตร,สมชัย ส่งวัฒนา ผู้บริหาร บริษัท FLYNOW III จำกัด, อนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร, ตลอดจนคณะกรรมการมูลนิธิฯ และผู้บริหารหอศิลป รับเสด็จ

ศ.ดร.ม.ร.ว.ชิษณุสรร สวัสดิวัตน์ กล่าวว่า การจัดงานนิทรรศการแสดงภาพจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ของท่านหญิงมารศีฯ ในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งที่ 3 ภายใต้การดูแลของมูลนิธิหม่อมเจ้าหญิงมารศีสุขุมพันธุ์ บริพัตร หลังจากที่เคยจัดขึ้นในปี พ.ศ. 2553 และ 2556 เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้ร่วมค้นหาความหมายแห่งสุนทรียศาสตร์จากผลงานจิตรกรรม ฝีพระหัตถ์อันทรงคุณค่ากว่า 40 ชิ้น รวมถึงของใช้ส่วนพระองค์กว่าร้อยชิ้นที่สร้างแรงบันดาลใจในงาน ศิลปะของหม่อมเจ้ามารศีสุขุมพันธุ์ บริพัตร จิตรกรหญิงชาวไทย ผู้สร้างสรรค์ผลงานตามแนวทางของศิลปะแบบเซอร์เรียลลิสต์-แฟนตาสติก (Surrealism – Fantastic Art)


ทอดพระเนตรนิทรรศการภายในงาน

“สำหรับครั้งนี้ถือเป็นการ ร่วมมือครั้งแรกระหว่างมูลนิธิฯ กับ FLYNOW III ในการสร้างสรรค์ผลงานแฟชั่นโดยอาศัยแรงบันดาลใจ จากภาพเขียนของหม่อมเจ้ามารศีฯ มาผสานกับแนวคิดและการทำงานในรูปแบบของ FLYNOW III โดยมี วัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ชมได้เข้าถึงและใกล้ชิดกับงานศิลปะมากขึ้น โดยผลงานเสื้อผ้าในคอลเลคชั่น Marsi X FLYNOW III ที่นำมาจัดแสดงนี้ประกอบด้วยชุดแฟชั่นโชว์จำนวน 14 ชุด โดยนำปรัชญาในการทำงานและแนวคิดที่มีร่วมกันใน 4 ประเด็นหลักมานำเสนอ ได้แก่ Deconstruction, Surrealism, Sadism และ Futurism เล่าเรื่องโดยสื่อถึงกระบวนการทำงานและบรรยากาศการสร้างสรรค์ งานของท่านหญิงมารศีฯ ในยุคสมัยหนึ่ง ผ่านการตีความของ FLYNOW III ในยุคปัจจุบัน ที่ต่างมีความหลงใหลในเรื่องราวต่างๆ ที่คล้ายคลึงกัน โดยหยิบยกการทำงานเบื้องหลังเวทีแฟชั่นมาสู่เบื้องหน้า เพื่อให้ ผู้ชมได้เห็นว่า กระบวนการทำงานศิลปะของท่านหญิงในยุคก่อน เมื่อเดินทางมาสู่โลกของแฟชั่นในยุค ปัจจุบัน มีกระบวนการสร้างงานที่คู่ขนานกันอย่างไร ทั้งระหว่างยุคสมัยและสถานที่ที่ต่างกันและระหว่าง การสร้างสรรค์งานของหม่อมเจ้ามารศีฯและ FLYNOW III โดยทั้งหมดนี้ถือเป็นการเชื่อมโยงกัน ของเวลาและมุมมองในเรื่องของ ความงาม ความน่าเกลียด ผ่านกระบวนการที่คู่ขนานของทั้งสองฝ่ายในการสร้างผลงานสู่ผู้ชมให้ได้ตระหนักและซาบซึ้งในความงามของชีวิต

สมชัย ส่งวัฒนา ผู้บริหาร บริษัท FLYNOW III กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับเสื้อผ้าทั้ง 14 ชุด ที่ออกแบบขึ้นนั้น เกิดจากการตั้งคำถามที่ว่า ในความจริง ความลวง ความรัก ความตาย ความสวยงาม หรือความน่าเกลียด อะไรคือกฎเกณฑ์ที่กำหนดสิ่งเหล่านี้ ก่อนจะนำมาถ่ายทอดผ่านลวดลายบนผืนผ้าที่ได้แรงบันดาลใจจากภาพเขียน ไม่ว่าจะเป็นภาพดอกไม้ สัตว์ และธรรมชาติของมนุษย์ จากภาพ อาทิ La mort aux dents, La Belle et la Bête, Le Mariage Mystique du Prince Noui Noui à Vellara, Le Bal โดยรายได้จากการจำหน่ายเสื้อผ้าทั้ง 14 ชุด FLYNOW III จะมอบให้กับมูลนิธิหม่อมเจ้าหญิงมารศีสุขุมพันธุ์ บริพัตร โดยไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ เพื่อใช้เป็นทุนการศึกษาให้แก่นักศึกษาด้านศิลปะ ตลอดจนให้การสนับสนุนนิทรรศการแสดงผลงานศิลปะของนักศึกษาและศิลปินรุ่นใหม่ ในหอศิลป์ต่างๆ

นอกเหนือจากเสื้อผ้าที่จัดแสดงในงานแฟชั่นโชว์แล้ว FLYNOW III ยังจัดทำคอลเลคชั่นเสื้อผ้า Basic Line และแอคเซสซอรี่ ที่นำภาพของท่านหญิงมารศีฯ จำนวน 5 ภาพ อาทิ La mort aux dents, La Belle et la Bête, Le Mariage Mystique du Prince Noui Noui à Vellara, Le Bal รวมถึงข้อความภาษาฝรั่งเศสที่เป็นพระปณิธานของท่านหญิง แปลเป็นไทยว่า “ศิลปะ สะท้อนชีวิตและความตาย ฉันจะใช้ความสามารถของฉัน ถ่ายทอดออกมา” มาจัดพิมพ์ลงบน เสื้อเชิ้ต เสื้อทีเชิ้ต เดรส ผ้าพันคอ ฯลฯ จำหน่ายภายในนิทรรศการ รวมถึงในช็อป FLYNOW III สาขา ดิ เอ็มโพเรียม, สยามเซ็นเตอร์, สยามพารากอน, เซ็นทรัล ลาดพร้าว และเซ็นทรัลปิ่นเกล้า โดยรายได้จากการจำหน่ายสินค้าคอลเลคชั่นดังกล่าว 20% จะมอบให้กับมูลนิธิฯ เช่นกัน

นิทรรศการ “ความงามและความน่าเกลียด : สุนทรียศิลป์แห่งมารศี” จัดแสดงระหว่างวันที่ 7 พฤศจิกายน – 23 ธันวาคม 2561 ณ ห้องนิทรรศการ 5-8 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า เปิดให้เข้าชมทุกวันพุธ-วันอาทิตย์ เวลา 09.00-18.30 น. (ยกเว้นวันจันทร์- วันอังคาร)

ตัวการและตัวช่วยเรื่องผิวแห้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/382256

ตัวการและตัวช่วยเรื่องผิวแห้ง

ตัวการและตัวช่วยเรื่องผิวแห้ง

วันพุธ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ผิวแห้ง เป็นปัญหาผิวที่พบได้บ่อยในทุกๆ ฤดูกาล ไม่จำกัดเฉพาะหน้าหนาว และไม่ใช่แค่ความชื้นของอากาศของหน้าหนาวที่ทำให้ผิวแห้ง การดูแลผิวที่ไม่ถูกต้อง แสงแดด มลภาวะ สภาพแวดล้อม ก็เป็นตัวการที่ทำให้ผิวแห้งด้วยเหมือนกัน ครีมบำรุงผิวส่วนใหญ่จึงผสมมอยส์เจอร์ไรส์เซอร์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว การทาครีมอย่างเดียวจะเป็นตัวช่วยเรื่องผิวแห้งได้ดีจริงหรือดังนั้น เรามาทำความรู้จักตัวการและตัวช่วยเรื่องผิวแห้ง เพื่อเตรียมรับมือกับศัตรูของผิวกันดีกว่า

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณและความงาม จาก Athena Clinic ชั้น 2 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี)แนะนำเรื่องการดูแลผิวแห้งว่าผิวแห้ง คือภาวะที่ระดับน้ำในชั้นใต้ผิวลดลงกว่าระดับปกติ โดยปกติผิวหนังของคนเราที่ดูสดใสผุดผ่องก็เพราะมีส่วนประกอบของน้ำ น้ำมัน และสารให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ โดยน้ำเป็นส่วนประกอบที่มีมากและสำคัญที่สุดของเซลส์ผิวหนัง สำหรับน้ำมันจากต่อมไขมันทำหน้าที่ฉาบเคลือบเพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำจากเซลล์ผิวหนัง ส่วนสารให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติจะช่วยดึงดูดน้ำไว้ให้อยู่กับผิวหนัง ดังนั้นถ้าระดับน้ำในชั้นใต้ผิวลดลง ก็จะส่งผลให้ผิวแห้งกร้าน แตกเป็นขุย คัน และเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย ซึ่งตัวการมีทั้งภายในและภายนอก ซึ่งเราสามารถป้องกันและแก้ไขได้ด้วยตัวช่วยต่างๆ ดังนี้

ตัวการที่ทำให้ผิวแห้งก็คือ 1.อายุ อายุที่มากขึ้นทำให้ต่อมผลิตไขมันทำงานลดลง ผิวขาดน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวตามธรรมชาติ และผิวไม่สามารถกักเก็บความชุ่มชื่นไว้ได้2.สภาพแวดล้อม แสงแดด มลภาวะต่างๆ และอากาศที่มีความชื้นต่ำ (หน้าหนาวหรืออยู่ในห้องปรับอากาศ) 3.การดูแลผิวที่ไม่ถูกต้อง ใช้สบู่ที่ไม่อ่อนโยนต่อผิว ใช้สครับขัดผิดบ่อยเกินความจำเป็น ใช้โลชั่นเช็ดผิวที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ และการอาบน้ำอุ่น 4.ยาบางชนิด เช่น ยาทาสิว ยาขับปัสสาวะ 5.โรคบางชนิด ผิวแห้งสามารถพบได้ร่วมกับโรคต่างๆ เช่น โรคผิวหนังผื่นแพ้(Eczema) โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) โรคต่อมไทรอยด์ทำงานน้อย (Hypothyroidism)6.ภาวะขาดสารอาหาร (Malnutrition) การขาดสารอาหารจำพวกวิตามินและกรดไขมันต่างๆ ที่จำเป็นกับผิว จะทำให้ผิวแห้งกร้านหมองคล้ำได้

ตัวช่วยในการดูแลผิวก็คือ 1.ดื่มน้ำในปริมาณที่มากพอ ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เป็นประจำ นอกจากการดื่มน้ำจะช่วยให้ในเรื่องความชุ่มชื้นของผิวแล้วยังช่วยเรื่องของการขับถ่าย และสุขภาพในด้านต่างๆ ได้ดีอีกด้วย 2.ปกป้องตัวเองจากสภาวะแวดล้อม ไม่เปิดแอร์เย็นเกินไป และไม่อาบน้ำร้อนที่ร้อนจนเกินไป ในหน้าหนาวควรทาโลชั่นอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำเลือกใช้โลชั่นให้ถูกประเภท 3.สำหรับผู้ที่มีผิวแห้งมาก  ควรเลือกโลชั่นที่มีความชุ่มชื้นมากหน่อย ทาโลชั่นอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำที่สำคัญโลชั่นเหล่านี้ไม่ควรมีส่วนผสมของน้ำหอม หรือแอลกอฮอล์ ซึ่งจะทำให้ผิวแห้งมากกว่าเดิม4.เลือกใช้สบู่ที่เหมาะกับสภาพผิวควรเลือกสบู่ที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม หรือเลือกสบู่เด็ก ที่ไม่รุนแรงต่อสภาพผิว นอกจากนี้ คุณสามารถเลือกใช้สบู่ที่มีส่วนผสมของโลชั่นเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิว 5.การเอาน้ำใส่แก้วแล้ววางไว้ใกล้ๆ ตัว : ทั้งในห้องนอน ห้องนั่งเล่นหรือที่ทำงาน โดยเฉพาะห้องที่มีความแห้งในอากาศอย่างห้องแอร์ เพราะน้ำจะช่วยเพิ่มความชื้นในอากาศ ทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นน้อยลง 6.เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เนื้อปลา น้ำมันมะกอก มะเขือเทศ บร็อคโคลี่ เมล็ดข้าวที่ยังไม่ขัดสี ธัญพืช ผักและผลไม้สด7.อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง ไขมันอิ่มตัวจากเบคอน ไอศกรีม เนย ชา กาแฟ และแอลกอฮอล์

เพียงง่ายๆ เท่านี้คุณก็ไม่ต้องกังวลใจกับผิวแห้งหยาบกร้านอีกต่อไป สามารถเผยผิวสวยเนียนนุ่มชุ่มชื่นได้อย่างมั่นใจได้ทุกฤดูกาล

ปลื้มแคมเปญเที่ยวเมืองรองคึกคัก คนแห่เที่ยวรับลมหนาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/382259

ปลื้มแคมเปญเที่ยวเมืองรองคึกคัก คนแห่เที่ยวรับลมหนาว

ปลื้มแคมเปญเที่ยวเมืองรองคึกคัก คนแห่เที่ยวรับลมหนาว

วันพุธ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเผย หลังจากกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ประกาศแจ้งสภาพอากาศบริเวณภาคเหนือว่าอุณหภูมิจะลดลงอย่างต่อเนื่องโดยยอดดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ยอดดอยอุณหภูมิติดลบ1 องศาเซลเซียส ตั้งแต่กลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ถือเป็นครั้งแรกที่อุณหภูมิติดลบของฤดูหนาวปีนี้ ทำให้มีเหมยขาบหรือน้ำค้างแข็งบนยอดหญ้าที่สนามหญ้าหน้าหน่วยพิทักษ์ยอดดอยอินทนนท์ ทำให้นักท่องเที่ยวบริเวณดังกล่าวคึกคักเป็นพิเศษ

นอกจากเชียงใหม่ซึ่งถือเป็นเมืองท่องเที่ยวหลักของภาคเหนือ ขณะนี้พบว่าจังหวัดรองอื่นๆ ก็เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น อันเป็นผลจากกระแสส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) อาทิ ที่ภูชี้ฟ้า แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดเชียงราย อุณหภูมิลดลงเหลือ 6 องศาเซลเซียส และมีลมพัดแรงทำให้หนาวมากขึ้น โดยนักท่องเที่ยวเดินเท้าขึ้นไปยังยอดภูชี้ฟ้าตั้งแต่ช่วงเช้ามืด ซึ่งอากาศเปิด ทำให้นักท่องเที่ยวได้ชมพระอาทิตย์ส่องแสงสีทองอร่ามตัดกับทะเลหมอกขาวโพลนอย่างสวยงาม และที่แม่ฮ่องสอน นักท่องเที่ยวแห่เข้าไปเที่ยวปายและในตัวเมืองแม่ฮ่องสอนกันเป็นจำนวนมาก ทำให้คาดว่าในช่วงปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงจะมีนักท่องเที่ยว จองที่พักเกือบเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ โดยจุดที่ได้รับความสนใจ เช่น บ้านจ่าโบ่ หมู่บ้านสันติชล กองแลน เป็นต้น

ขณะที่จังหวัดพะเยา ประชาชนเริ่มพากันไปออกกำลังกายริมกว๊านพะเยาเพื่อให้ร่างกายอบอุ่น หลังอากาศเย็นลง โดยวัดอุณหภูมิได้ 13 องศาเซลเซียส ส่วนชาวบ้านที่เก็บเกี่ยวข้าว ต้องนวดข้าวท่ามกลางอากาศหนาวเย็น ส่วนที่น่านนักท่องเที่ยวแห่จองที่พักและโรงแรมในช่วงปีใหม่ จนเต็มเกือบหมด จุดไฮไลท์คือ วัดภูมินทร์ ก็มีนักท่องเที่ยวแห่ไปชมจิตรกรรมฝาผนังบันลือโลก ปู่ม่านย่าม่านกระซิบรัก อย่างเนืองแน่น จังหวัดพิษณุโลก ที่บริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช มีการปลูกต้นปอเทืองในพื้นที่ 3 ไร่ จนขณะนี้ออกดอกสีเหลืองอร่าม ส่วนที่จังหวัดนครสวรรค์ ททท.สำนักงานนครสวรรค์ เปิดฤดูกาลท่องเที่ยว “เทศกาลชมทุ่งปอเทือง-ดอกทานตะวัน” ที่ไร่ธรรมชัย อำเภอตากฟ้าทำให้นักท่องเที่ยวชื่นชอบพากันไปนั่งรถชมและเซลฟี่โพสต์ภาพลงโซเชียลมีเดียกันอย่างคึกคัก

‘นิทรรศการด้วยความจงรักและภักดี’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/382265

‘นิทรรศการด้วยความจงรักและภักดี’

‘นิทรรศการด้วยความจงรักและภักดี’

วันพุธ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นประธานเปิดงาน

เพื่อน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร อบจ.จันทบุรี จัดนิทรรศการ“ด้วยความจงรักและภักดี” เพื่อสร้างและปลูกฝังจิตสำนึกเด็ก เยาวชน พร้อมน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นแนวทางการดำเนินชีวิต ทั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นประธานเปิดงานโดยมี วิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี รองผู้ว่าราชการจังหวัด ธนภณ กิจกาญจน์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี พร้อมหัวหน้าส่วนราชการทุกส่วนในจังหวัดจันทบุรี ต้อนรับ

สำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี องค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี เปิดงานกิจกรรมนิทรรศการ “ด้วยความจงรักและภักดี”เพื่อน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรและน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาเป็นแนวทางในการดำเนินการขยายผลงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน กับภาครัฐ ภาคเอกชน เยาวชน และประชาชน ซึ่งกิจกรรม “นิทรรศการด้วยความจงรักและภักดี” ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการสร้างและปลูกฝังจิตสำนึกให้เด็กและเยาวชน รวมทั้งผู้นำชุมชนให้เข้าใจและเข้าถึง การดำเนินชีวิตตามหลักตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยการดึงศักยภาพเด็กและเยาวชน รวมทั้งผู้นำชุมชน ให้เกิดการรวมกลุ่มเพื่อทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์สร้างสรรค์ต่อสังคม
ส่วนรวม

ภายในงาน ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ให้เกียรติปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “เศรษฐกิจพอเพียงหลักชัยของการพัฒนา” และได้เน้นย้ำถึงหลักปฏิบัติอย่างถูกต้องในการน้อมนำเอาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตนั้นต้องนำมาปรับใช้ให้ความเหมาะสม เข้ากับการดำเนินชีวิตของแต่ละคน โดยอยู่บนพื้นฐานของความพอประมาณ ความมีเหตุผลซึ่งจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันในตัว รวมถึงการใช้ความรู้และคุณธรรมเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิตควบคู่ไปด้วยนั่นเอง

ในส่วนของกิจกรรม นิทรรศการด้วยความจงรักและภักดี มีโซนสำหรับการเรียนรู้ต่างๆ อาทิ โซน A น่าเรียน น่ารู้เป็นโซนที่แสดงนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคชุมชน และสถานศึกษามาเข้าร่วม, โซน B อุทยานการเรียนรู้ “จากฟากฟ้าสู่มหานที ชุบชีวีเกษตรกรไทย”, โซน C น่าดู น่าชม,โซน D วิสาหกิจชุมชน 10 อำเภอ พร้อมชมนิทรรศการมีชีวิต โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและศูนย์เศรษฐกิจพอเพียง การประกวดร้องเพลงพระราชนิพนธ์ ประกวดสุนทรพจน์ และจำหน่ายสินค้าชุมชนต่างๆ มากมาย

ชมรมผู้รู้คุณแผ่นดิน ‘สายใยรักสู่บ้านกึ่งวิถีหญิง’ จ.ปทุมธานี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/382277

ชมรมผู้รู้คุณแผ่นดิน ‘สายใยรักสู่บ้านกึ่งวิถีหญิง’ จ.ปทุมธานี

ชมรมผู้รู้คุณแผ่นดิน ‘สายใยรักสู่บ้านกึ่งวิถีหญิง’ จ.ปทุมธานี

วันพุธ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานชมรมผู้รู้คุณแผ่นดิน ทำพิธีเปิดกรวยดอกไม้ ถวายพระพรชัยมงคลต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9

คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานชมรมผู้รู้คุณแผ่นดิน นำคณะกรรมการชมรมฯ ทำกิจกรรม“สายใยรักสู่บ้านกึ่งวิถีหญิง” ณ สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านกึ่งวิถี (หญิง) จังหวัดปทุมธานี โดยภายในงานมีการแสดงดนตรีเพื่อความบันเทิงและสนุกสนาน พร้อมทั้งจัดอาหารว่างและมอบของที่ระลึก เพื่อเป็นกำลังใจแก่สตรีผู้ด้อยโอกาสที่อยู่ในสถานคุ้มครองแห่งนี้ ซึ่งปัจจุบันมีสตรีที่อยู่ในสถานคุ้มครอง 570 คน โดยวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อแสดงออกถึงความห่วงใยที่มีต่อสตรีผู้ด้อยโอกาสที่ประสบปัญหาชีวิต และเพื่อเป็นตัวอย่างอันดีให้แก่คนไทยที่มีความพร้อมได้ตระหนักถึงความเดือดร้อนของเพื่อนร่วมชาติ และช่วยกันให้ความช่วยเหลือ ทั้งนี้เพื่อสนองพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้ก่อตั้งชมรมขึ้น เพื่อบำเพ็ญคุณอันเป็นประโยชน์ต่อแผ่นดิน ในการช่วยเหลือราษฎรผู้ตกทุกข์ได้ยาก และให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนผู้เดือดร้อนทั่วประเทศ โดยมี สุพิชา มานะนิติธรรม ผู้ปกครองสถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านกิ่งวิถี (หญิง) ต้อนรับ ณ สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านกึ่งวิถี (หญิง) จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันจันทร์ที่ 3 ธันวาคม ที่ผ่านมา

ภายในงาน พิยดา ลิ่วเฉลิมวงศ์ ประธานกลุ่ม 3 ของชมรมผู้รู้คุณแผ่นดิน กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงาน พร้อมด้วย คุณหญิงอุไรวรรณ สวัสดิศานต์ ที่ปรึกษาชมรมผู้รู้คุณแผ่นดิน โดยบรรยากาศอบอุ่นไปด้วยสมาชิกชมรมผู้รู้คุณแผ่นดินมาร่วมทำกิจกรรมกับผู้รับการสงเคราะห์ อาทิ เล่นเกมส์ และร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุกสนาน นอกจากนี้ประธานชมรมฯ คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ยังได้ชวนผู้รับการสงเคราะห์ร่วมกิจกรรมตีแบดมินตันกันอย่างสนุกสนานก่อนปิดฉากไปด้วยภาพแห่งความสุขทั้งผู้ให้และผู้รับไปอย่างน่าประทับใจ

ทั้งนี้ ชมรมผู้รู้คุณแผ่นดิน ก่อตั้งขึ้นด้วยความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เพื่อบำเพ็ญคุณอันเป็นประโยชน์ต่อแผ่นดิน ให้ความช่วยเหลือตามควรแก่กรณี แก่ประชาชนผู้เดือดร้อน และประกอบกิจอันเป็นสาธารณประโยชน์ และสาธารณกุศลในฐานะพสกนิกรผู้รู้คุณแผ่นดิน ประกอบด้วย 10 องค์กร ได้แก่ สมาคมนักเรียนเก่าโรงเรียนจิตรลดา, สมาคมศิษย์เซนต์ฟรังซีสซาเวียร์ ในพระบรมราชินูปถัมภ์,สมาคมศิษย์เก่าเซนต์โยเซฟ ในพระบรมราชินูปถัมภ์, สมาคมนักเรียนเก่ามาแตร์เดอีวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์,สมาคมนักเรียนเก่าราชินีในพระบรมราชินูปถัมภ์, สมาคมศิษย์เก่าวังหลัง-วัฒนา, สมาคมสตรีภาคพื้นแปซิฟิกและเอเชียอาคเนย์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์, สตรีวิทยาสมาคม ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี, สายปัญญาสมาคม ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และ มูลนิธิอุบลรัตน์ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ โดยแต่ละองค์กรจะหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมต่างๆ ในนามของชมรมผู้รู้คุณแผ่นดิน

คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานชมรมผู้รู้คุณแผ่นดิน พร้อมด้วย คุณหญิงอุไรวรรณ สวัสดิศานต์ ที่ปรึกษาชมรมผู้คุณแผ่นดิน, คณะสมาชิกชมรมผู้รู้คุณแผ่นดิน และคณะนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมบำเพ็ญประโยชน์ในครั้งนี้

คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานชมรมผู้รู้คุณแผ่นดิน พร้อมด้วย คุณหญิงอุไรวรรณ สวัสดิศานต์ ที่ปรึกษาชมรมผู้คุณแผ่นดิน, คณะสมาชิกชมรมผู้รู้คุณแผ่นดิน และคณะนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมบำเพ็ญประโยชน์ในครั้งนี้

คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานชมรมผู้รู้คุณแผ่นดิน นำคณะกรรมการชมรมฯ ทำกิจกรรม “สายใยรักสู่บ้านกึ่งวิถีหญิง” (จากซ้าย) รศ.ดร.อุทุมพร พลาวงศ์,เบญจมาศ รุจิรวงศ์, คุณหญิงอุไรวรรณ สวัสดิศานต์, พิยดา ลิ่วเฉลิมวงศ์ ประธานกลุ่ม 3 ของชมรมผู้รู้คุณแผ่นดิน, อ.รัตนา วิชญาณรัตน์,ผ่องเพ็ญ อาชาเทวัญ

คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานชมรมผู้รู้คุณแผ่นดิน นำคณะกรรมการชมรมฯ ทำกิจกรรม “สายใยรักสู่บ้านกึ่งวิถีหญิง” (จากซ้าย) รศ.ดร.อุทุมพร พลาวงศ์,เบญจมาศ รุจิรวงศ์, คุณหญิงอุไรวรรณ สวัสดิศานต์, พิยดา ลิ่วเฉลิมวงศ์ ประธานกลุ่ม 3 ของชมรมผู้รู้คุณแผ่นดิน, อ.รัตนา วิชญาณรัตน์,ผ่องเพ็ญ อาชาเทวัญ

คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานชมรมผู้รู้คุณแผ่นดิน พร้อมด้วย คุณหญิงอุไรวรรณ สวัสดิศานต์, พิยดา ลิ่วเฉลิมวงศ์ และ นิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานชมรมผู้รู้คุณแผ่นดิน พร้อมด้วย คุณหญิงอุไรวรรณ สวัสดิศานต์, พิยดา ลิ่วเฉลิมวงศ์ และ นิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานชมรมผู้รู้คุณแผ่นดิน กล่าวเปิดงาน

คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานชมรมผู้รู้คุณแผ่นดิน กล่าวเปิดงาน

พิยดา ลิ่วเฉลิมวงศ์ , กุศลินี วิเศษสรรพ์ และ ศรีสุข ภู่ชัยวัฒนานนท์

พิยดา ลิ่วเฉลิมวงศ์ , กุศลินี วิเศษสรรพ์ และ ศรีสุข ภู่ชัยวัฒนานนท์

คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล มอบของบริจาค

คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล มอบของบริจาค

มลีวัลย์ จริยากูล, เบญจมาศ รุจิรวงศ์, จีระนันท์ หล่อจีรชุณห์กุล, พิยดา ลิ่วเฉลิมวงศ์, มัทนา อิสสระอานัติพงษ์,ณัฐพร เอื้อมพรวนิช, พ.อ.(ญ) อัญพร หิญชีระนันทน์ และ กุศลินี วิเศษสรรพ์

มลีวัลย์ จริยากูล, เบญจมาศ รุจิรวงศ์, จีระนันท์ หล่อจีรชุณห์กุล, พิยดา ลิ่วเฉลิมวงศ์, มัทนา อิสสระอานัติพงษ์,ณัฐพร เอื้อมพรวนิช, พ.อ.(ญ) อัญพร หิญชีระนันทน์ และ กุศลินี วิเศษสรรพ์

คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานชมรมผู้รู้คุณแผ่นดิน และคณะกรรมการชมรมฯ ช่วยกันมอบของขวัญและของว่างให้กับผู้รับการสงเคราะห์

คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานชมรมผู้รู้คุณแผ่นดิน และคณะกรรมการชมรมฯ ช่วยกันมอบของขวัญและของว่างให้กับผู้รับการสงเคราะห์

คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล นำคณะกรรมการชมรมฯ ร่วมกิจกรรมกับผู้รับการสงเคราะห์

คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล นำคณะกรรมการชมรมฯ ร่วมกิจกรรมกับผู้รับการสงเคราะห์

ข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็น

ข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็น