เปลี่ยนมุมมองให้ภาษาอังกฤษ เป็นเรื่องใกล้ตัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/358725

เปลี่ยนมุมมองให้ภาษาอังกฤษ เป็นเรื่องใกล้ตัว

เปลี่ยนมุมมองให้ภาษาอังกฤษ เป็นเรื่องใกล้ตัว

วันจันทร์ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ภาษาอังกฤษ ถือเป็นทักษะพื้นฐานในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองในโลกยุคดิจิทัล นอกจากการเรียนรู้ภาคทฤษฎีในห้องเรียนแล้ว การฝึกใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน ยังช่วยฝึกฝนให้เด็กไทยสามารถพัฒนาศักยภาพในการสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างมั่นใจและสนุกมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการใช้ทักษะการฟัง พูด อ่าน เขียน ร่วมกับเจ้าของภาษาด้วยแล้ว จะยิ่งช่วยสร้างบรรยากาศให้เด็กๆ กล้าแสดงออกและเปิดรับสิ่งใหม่ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้โครงการสานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง โดย เอไอเอส ได้จัดกิจกรรม “AIS-SINGTEL ENGLISH CAMP 2018” (เอไอเอส-สิงค์เทล อิงลิช แคมป์ 2018) ขึ้น โดยมีน้องๆ ในโครงการฯ ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายถึงระดับมหาวิทยาลัย จำนวน 40 คน ร่วมฝึกทักษะภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษาเป็นเวลา 4 คืน 5 วัน ณ สวนสัตว์เปิด เขาเขียว จังหวัดชลบุรี

กิจกรรม “AIS-SINGTEL ENGLISH CAMP 2018” ครั้งนี้ ได้ทลายกำแพงทางภาษาผ่านกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ เพื่อเปิดโอกาสให้น้องๆ และอาสาสมัครจากต่างประเทศ ประกอบด้วย โอเปอเรเตอร์ในกลุ่มสิงค์เทลถึง 3 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และออสเตรเลีย พร้อมด้วยพนักงานจิตอาสาจากเอไอเอส รวมทั้งหมด 32 คน ได้ทำความคุ้นเคยและแลกเปลี่ยนพูดคุยกันอย่างใกล้ชิด โดยหลังจากแบ่งกลุ่มน้องๆ และพี่เลี้ยงอาสาสมัครแล้ว แต่ละกลุ่มจะได้รับโจทย์ที่จะได้ฝึกทักษะการพูดภาษาอังกฤษอย่างเต็มที่ เช่น กิจกรรม Zoo Tour (ซู ทัวร์) และกิจกรรม AIS Got Talent (เอไอเอส ก็อต ทาเลนต์) เป็นต้น ซึ่งล้วนแล้วแต่ส่งเสริมให้ทุกคนได้คิดสร้างสรรค์ และลงมือทำ เพื่อช่วยจุดประกายให้น้องๆ ได้เห็นความสำคัญและเปลี่ยนมุมมองให้ภาษาอังกฤษเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมากขึ้น หลังจากจบกิจกรรมนี้ไปแล้ว สิ่งที่เราคาดหวังคือ น้องๆ จะนำเอาเทคนิคการเรียนรู้ การฝึกภาษาอังกฤษไปประยุกต์ใช้ต่อ ไม่ว่าจะเป็นการฝึกพูด หัดเขียน และใช้สื่อดิจิทัลให้เกิดประโยชน์ และในที่สุดภาษาอังกฤษจะเป็นเครื่องมือช่วยเปิดโอกาสให้น้องๆ ก้าวออกจากกรอบที่คุ้นเคย และสามารถลงมือทำสิ่งต่างๆ เพื่อให้ตัวเองก้าวหน้าได้อย่างมั่นใจ

ด้าน คริสโตเฟอร์ ไรท์ ครูสอนภาษาอังกฤษชื่อดัง ที่มาร่วมเป็นวิทยากร กล่าวว่า “ภาษาอังกฤษมีความสำคัญมากในปัจจุบัน เพราะในองค์กรต่างๆ แม้แต่การติดต่องานกับคนไทยด้วยกันเองก็ต้องใช้ภาษาอังกฤษ ซึ่งอุปสรรคสำคัญที่ทำให้คนไทยไม่เก่งภาษาอังกฤษ คือ ไม่กล้าพูด และเมื่อเรียนแล้วไม่ได้ถูกนำไปใช้ ส่วนตัวแล้วมีเคล็ดลับที่อยากแนะนำคือ ไม่ใช่แค่เรียนรู้ แต่ต้องเลียนแบบ ทั้ง man and media (แมน แอนด์ มีเดีย) คือเลียนแบบวิธีพูดจากชาวต่างชาติ หรือจากสื่อต่างๆ ที่ทุกวันนี้เข้าถึงกันได้ง่าย เช่น รายการสอนภาษาอังกฤษข่าวต่างประเทศ หรือภาพยนตร์ต่างๆ เมื่อได้เรียนได้ฟังแล้วต้องฝึกพูดตาม และต้องไม่กลัวที่จะสื่อสารกับชาวต่างชาติ ต้องเปลี่ยนจากอ่านด้วยตา ฟังด้วยหูเป็นอ่านด้วยปาก ฟังด้วยปาก เมื่ออ่านหรือฟังแล้วไม่ใช่แค่จำ แต่ต้องฝึกพูดออกมาด้วย”

ไบเออร์ จัดสัมมนาวิชาการแลกเปลี่ยนความรู้ การดูแลรักษาโรคที่เกิดจากลิ่มเลือดอุดตัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/358719

ไบเออร์ จัดสัมมนาวิชาการแลกเปลี่ยนความรู้  การดูแลรักษาโรคที่เกิดจากลิ่มเลือดอุดตัน

ไบเออร์ จัดสัมมนาวิชาการแลกเปลี่ยนความรู้ การดูแลรักษาโรคที่เกิดจากลิ่มเลือดอุดตัน

วันจันทร์ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

วิทยากรถ่ายทอดความรู้ (ที่ 3 จากซ้าย) อเล็กแซนเดอร์ เธอไพล์, ผศ.นพ.ครรชิต ลิขิตธนสมบัติ, เอเจย์ คัคคา, สจ๊วต คอนนอลี่, อธูล เวอร์มา, ปีเตอร์ เวอแฮม ร่วมถ่ายภาพ กับผู้บริหารจาก บริษัท ไบเออร์

บริษัท ไบเออร์ จัดงานสัมมนาวิชาการ Asia-Pacific Thrombosis Management: Connecting Patient Care เพื่อให้ความรู้และแลกเปลี่ยนข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการดูแลรักษาโรคที่เกิดจากลิ่มเลือดอุดตัน โดยมีแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านหลอดเลือดหัวใจ กว่า 200 คนจากประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิก ยุโรป และอเมริกาเหนือ เข้าร่วมงานณ โรงแรมเดอะแอทธินี โฮเทล แบงค็อก กรุงเทพ ไปเมื่อเร็วๆ นี้

หัวข้อหลักของการสัมมนา ประกอบด้วย การบรรยายเชิงลึกเกี่ยวกับการใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดรับประทานกลุ่มใหม่ หรือ (Novel Oral Anti-Coagulants: NOACs) การป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) จากสภาวะหัวใจห้องบนเต้นพลิ้ว (atrial fibrillation: AF) หรือ ภาวะการเต้นหัวใจผิดจังหวะ ซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนผู้ป่วย AF เพิ่มขึ้นถึง 72 ล้านคน ในปี 2593 อย่างไรก็ตาม เป็นที่ยอมรับว่า ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงและโรคที่เป็นร่วม ได้แก่ ภาวะไตวาย ซึ่งเป็นหนึ่งเคสที่ได้เลือกให้ได้รับการรักษาด้วยการใช้ยากลุ่ม NOACs เพื่อให้มั่นได้ว่าปลอดภัยและป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) และในงานสัมมนายังมีการนำเสนอผลการศึกษาผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยยา กลุ่ม NOACs ที่ให้ผลลัพธ์
ที่ดีและมีความปลอดภัยมากขึ้น และยังมีการบรรยายเกี่ยวกับวิธีการ การรักษา ภาวะลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำอุดตัน และการป้องกันโรคหลอดเลือด โดยในงานนี้ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานและวิทยากรรับเชิญ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ข้อมูลและการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคที่เกิดจากลิ่มเลือดอุดตัน ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ทั้งนี้ วิทยากรให้เกียรติเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับโรคที่เกิดจากลิ่มเลือดอุดตัน ในงานสัมมนาวิชาการ Asia-Pacific Thrombosis Management: Connecting Patient Care ครั้งนี้ ได้แก่ อเล็กแซนเดอร์ เธอไพล์ จากมหาวิทยาลัย McMaster ประเทศแคนาดา จาฟนา ค็อกจากมหาวิทยาลัย Dalhouise ประเทศแคนาดา เอเจย์ คัคคา จาก University of College London สหรัฐราชอาณาจักรสจ๊วต คอนนอลี่ จากมหาวิทยาลัย McMasterประเทศแคนาดา อธูล เวอร์มา จาก Southlake Regional Healthcare Center ประเทศแคนาดา ปีเตอร์ เวอแฮม จาก University Hospitals Leuven ประเทศเบลเยียม รองศาสตราจารย์นายแพทย์ ดิลก ภิยโยทัย คณบดีคณะแพทยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ครรชิต ลิขิตธนสมบัติ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี

อายุวัฒนมงคล 90 ปี เภสัชกรหญิง ขจิตพรรณ ไทยเพ็ชร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/358690

อายุวัฒนมงคล 90 ปี เภสัชกรหญิง ขจิตพรรณ ไทยเพ็ชร

อายุวัฒนมงคล 90 ปี เภสัชกรหญิง ขจิตพรรณ ไทยเพ็ชร

วันจันทร์ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ฉลองวันคล้ายวันเกิด 90 ปี “ขจิตพรรณ ไทยเพ็ชร” นายกสมาคมสตรีอาสาสมัครแห่งประเทศไทย ในพระอุปถัมภ์
สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาสิริโสภาพัณณวดีจัดเลี้ยงสังสรรค์ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่น มีลูกๆ ทั้ง 4สุภัชนี จันทร์แก้ว, สุจีปภา สิงโตกุล, ธีราวุธ ไทยเพ็ชร, สุทธิกัญญา ไทยเพ็ชร พร้อมเขย-สะใภ้ และหลานๆ มาร่วมอวยพรวันเกิด ในโอกาสนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โปรดเกล้าฯให้ผู้แทนพระองค์อัญเชิญแจกันดอกไม้พระราชทาน และในวันอังคารที่ 14 สิงหาคม 2561 ได้พระราชทานพระราชวโรกาสให้เข้าเฝ้าฯ เพื่อรับพระราชทานน้ำมหาสังข์อายุวัฒนมงคล 90 ปีที่อาคารชัยพัฒนา สวนจิตรลดา โดยครอบครัว “ไทยเพ็ชร” สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

โดยช่วงเช้าของวันเสาร์ที่ 11 สิงหาคม 2561 ณ ห้องนภาลัย โรงแรมดุสิตธานี มีแขกผู้มีเกียรติทยอยมาร่วมแสดงมุทิตาจิตแด่เจ้าของวันเกิด อาทิ ท่านผู้หญิงสุมาลี จาติกวณิช,โพธิพงษ์-ยุพา ล่ำซำ, พล.อ.สิงหา-พล.ต.(ญ) คุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ, จรรย์สมร วัธนเวคิน, ดร.ศุลีมาศ สุทธิสัมพัทน์ และคณะสมาคมต่างๆ มาร่วมอวยพรวันเกิดแล้วยังร่วมสร้างกุศลสมทบทุนสร้างอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา โรงพยาบาลศิริราช นอกจากนี้ในงานยังมีวงสุนทราภรณ์ มาร่วมขับกล่อมเพลงพิเศษ “เพลงเสน่ห์-ขจิตพรรณ” ซึ่งเป็นเพลงที่ครูเอื้อบรรเลงในวันแต่งงานของเจ้าของวันเกิด นับเป็นการบรรเลงเพลงย้อนวันวานหวานซึ้งจับใจ

ขจิตพรรณ ไทยเพ็ชร ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง นายกสมาคมสตรีอาสาสมัครแห่งประเทศไทยในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาสิริโสภาพัณณวดีโดยสมาคมนี้ก่อตั้งโดย ท่านผู้หญิงดุษฎีมาลา มาลากุล มีตราประจำสมาคมคือ ตรารวงข้าว ซึ่งท่านผู้ก่อตั้งบอกว่า รวงข้าวที่อวบอ้วนที่โน้มต่ำลงสู่พื้น ทุกชีวิตก็ต้องกินข้าว หมายความถึงว่าเราจะต้องทำตัวเหมือนรวงข้าวที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คน สตรีอาสาสมัครจึงมีหน้าที่คอยช่วยเหลือผู้อื่น ทำงานเพื่อสังคมส่วนรวม ตรงไหนที่เขาต้องการความช่วยเหลือเราก็พร้อมที่จะเข้าไปสนับสนุน โดยยึดสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์เป็นที่ตั้ง เช่น สถาบันชาติ ทหารเจ็บเราก็ไปเยี่ยม ไปให้กำลังใจ ด้านศาสนาก็ทำนุบำรุงอย่างเต็มที่ จัดทอดกฐิน ผ้าป่า วันสำคัญที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์เราก็มีกิจกรรมที่จะแสดงออกถึงการเฉลิมพระเกียรติและความจงรักภักดี อย่างนี้ นับจากปี พ.ศ.2508จนถึงปัจจุบันก็เป็นเวลา 50 ปีแล้วที่ขจิตพรรณได้อุทิศตนเพื่องานสังคมสงเคราะห์ สิ่งที่ได้กลับคืนมาคือความอิ่มเอมใจที่ได้ช่วยเหลือทำงานเพื่อสังคมส่วนรวมแม้จะเป็นเพียงจุดเล็กๆ ก็ตามแต่นอกเหนือไปจากนั้น การได้มาทำงานเพื่อสังคมยังทำให้ท่านได้มีโอกาสพบปะผู้คนจากหลากหลายอาชีพ ได้พบเจอเพื่อนๆ ที่มีอุดมการณ์เดียวกัน ได้พูด คุยแลกเปลี่ยนทัศนคติกันอยู่เสมอ อันนำไปสู่มิตรภาพที่แน่นแฟ้น และที่สำคัญคือเป็นน้ำหล่อเลี้ยงหัวใจให้ตนเองยังรู้สึกแข็งแรง พร้อมที่จะหาความรู้ใส่ตนเองอยู่เสมอ

ฉลองวันเกิดท่ามกลางความอบอุ่นจากแขกคนสำคัญ ท่านผู้หญิงสุมาลี จาติกวณิช, พล.อ.สิงหา-พล.ต.(ญ) คุณหญิงอัสนีย์
เสาวภาพ, คุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์, โพธิพงษ์-ยุพา ล่ำซำ, จรรย์สมร วัธนเวคิน, ดร.ศุลีมาศ สุทธิสัมพัทน์,
คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล, อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ และ อมรา อัศวนนท์

ฉลองวันเกิดท่ามกลางความอบอุ่นจากแขกคนสำคัญ ท่านผู้หญิงสุมาลี จาติกวณิช, พล.อ.สิงหา-พล.ต.(ญ) คุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ, คุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์, โพธิพงษ์-ยุพา ล่ำซำ, จรรย์สมร วัธนเวคิน, ดร.ศุลีมาศ สุทธิสัมพัทน์, คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล, อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ และ อมรา อัศวนนท์
ลูกๆ ทั้ง 4 ร้องเพลงมอบให้คุณแม่ในวันเกิด

ลูกๆ ทั้ง 4 ร้องเพลงมอบให้คุณแม่ในวันเกิด
ครอบครัว “ไทยเพ็ชร” ต้อนรับแขกเหรื่อด้วยรอยยิ้มอบอุ่น

ครอบครัว “ไทยเพ็ชร” ต้อนรับแขกเหรื่อด้วยรอยยิ้มอบอุ่น
พัชนี เธียรธวัช, เบญจมาศ รุจิรวงศ์, จรรยา เฮงตระกูล
และ ประภา กิจจะนะ

พัชนี เธียรธวัช, เบญจมาศ รุจิรวงศ์, จรรยา เฮงตระกูล และ ประภา กิจจะนะ
สโมสรไลออนส์ ดอนเมือง รัตนา นรพัลลภ ที่ปรึกษา พร้อมคณะมาร่วมแสดงความยินดีอบอุ่น

สโมสรไลออนส์ ดอนเมือง รัตนา นรพัลลภ ที่ปรึกษา พร้อมคณะมาร่วมแสดงความยินดีอบอุ่น
รศ.ดร.รัตนา ตุงคสวัสดิ์,ดาวศิริ อยู่ประเสริฐ, เดือนฉาย คอมันตร์, เพ็ญพักตร์ ศรีทอง, ยุวดี นิ่มสมบุญ, ฉลวย เลขาพันธ์, จารุนันท์
อึ้งภากรณ์ และ พัชนี เธียรธวัช

รศ.ดร.รัตนา ตุงคสวัสดิ์,ดาวศิริ อยู่ประเสริฐ, เดือนฉาย คอมันตร์, เพ็ญพักตร์ ศรีทอง, ยุวดี นิ่มสมบุญ, ฉลวย เลขาพันธ์, จารุนันท์ อึ้งภากรณ์ และ พัชนี เธียรธวัช
นักร้องกิตติมศักดิ์ และวงดนตรีสุนทราภรณ์ ขับกล่อมอย่างเพลิดเพลิน

นักร้องกิตติมศักดิ์ และวงดนตรีสุนทราภรณ์ ขับกล่อมอย่างเพลิดเพลิน
คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล พร้อมด้วย ดำรง วัธนเวคิน, สุรพล วัธนเวคิน, พรรณี วัธนเวคิน,
ดารณี วัธนเวคิน, ฐิตินันท์ วัธนเวคิน, วรรณสมร วรรณเมธี, กิตติพงษ์ เศวตกิติธรรม, ธีระ วัธนเวคิน
และ ดารุณี วัธนเวคิน

คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล พร้อมด้วย ดำรง วัธนเวคิน, สุรพล วัธนเวคิน, พรรณี วัธนเวคิน, ดารณี วัธนเวคิน, ฐิตินันท์ วัธนเวคิน, วรรณสมร วรรณเมธี, กิตติพงษ์ เศวตกิติธรรม, ธีระ วัธนเวคิน และ ดารุณี วัธนเวคิน
การแสดงของคณะสมาคมเบญจมราชาลัย สร้างสีสันในงาน

การแสดงของคณะสมาคมเบญจมราชาลัย สร้างสีสันในงาน
การแสดงรำอวยพร

การแสดงรำอวยพร
พล.ต.(ญ) คุณหญิงอัสนีย์-พล.อ.สิงหา เสาวภาพ กับ 
โพธิพงษ์-ยุพา ล่ำซำ

พล.ต.(ญ) คุณหญิงอัสนีย์-พล.อ.สิงหา เสาวภาพ กับ โพธิพงษ์-ยุพา ล่ำซำ
พล.อ.สิงหา-พล.ต.(ญ) คุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ กล่าวอวยพรให้กับเจ้าภาพ

พล.อ.สิงหา-พล.ต.(ญ) คุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ กล่าวอวยพรให้กับเจ้าภาพ
ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จ
พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยาม
บรมราชกุมารี โปรดเกล้าฯ ให้ผู้แทน
พระองค์อัญเชิญแจกันดอกไม้พระราชทาน และในวันอังคารที่ 14 สิงหาคม 2561 ได้พระราชทานพระราชวโรกาสให้เข้าเฝ้าฯ เพื่อรับ
พระราชทานน้ำมหาสังข์อายุวัฒนมงคล
90 ปี ที่อาคารชัยพัฒนา สวนจิตรลดา
โดยครอบครัว “ไทยเพ็ชร” สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยาม บรมราชกุมารี โปรดเกล้าฯ ให้ผู้แทน พระองค์อัญเชิญแจกันดอกไม้พระราชทาน และในวันอังคารที่ 14 สิงหาคม 2561 ได้พระราชทานพระราชวโรกาสให้เข้าเฝ้าฯ เพื่อรับ พระราชทานน้ำมหาสังข์อายุวัฒนมงคล 90 ปี ที่อาคารชัยพัฒนา สวนจิตรลดา โดยครอบครัว “ไทยเพ็ชร” สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

แฟชั่นโชว์การกุศล ‘แม่ลูกผูกพัน แบ่งปันให้น้อง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/358726

แฟชั่นโชว์การกุศล ‘แม่ลูกผูกพัน แบ่งปันให้น้อง’

แฟชั่นโชว์การกุศล ‘แม่ลูกผูกพัน แบ่งปันให้น้อง’

วันจันทร์ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จเป็นองค์ประธานในงานแฟชั่นโชว์การกุศล “แม่ลูกผูกพัน แบ่งปันให้น้อง”

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จเป็นองค์ประธานในงานแฟชั่นโชว์การกุศล “แม่ลูกผูกพัน แบ่งปันให้น้อง”จัดโดย นางสายสม วงศาสุลักษณ์ ประธานมูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์และ โรงแรมสวิสโฮเต็ล เลอ คองคอร์ดกรุงเทพฯ นำโดย นางวิภาวรรณ มหาดำรงค์กุล กรรมการผู้จัดการ นางธีรนุช รอดโพธิ์ทอง กรรมการบริหาร และนายบรูโน่ รอทส์เชลด์ผู้จัดการทั่วไป ณ ห้องเลอคองคอร์ดบอลรูม โรงแรมสวิสโฮเต็ล เลอ คองคอร์ด กรุงเทพฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหารายได้สมทบทุนการศึกษาแก่นักเรียนด้อยโอกาสที่บิดามารดาเสียชีวิตจากโรคเอดส์ ณ โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ 48 พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารีโดยโรงเรียนแห่งนี้รับอุปการะเด็กกำพร้าจากทุกจังหวัดทั่วประเทศให้ได้รับการศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ

การจัดงานแฟชั่นโชว์การกุศล “แม่ลูกผูกพัน แบ่งปันให้น้อง” ได้รับการสนับสนุนจาก กฤษฎา ทิพย์ประสิทธิ์ ออแกไนเซอร์ชื่อดัง ร่วมกับ 10 ดีไซเนอร์ชื่อดังจากห้องเสื้อระดับแนวหน้าของเมืองไทย ร่วมกันสร้างสรรค์ชุดสวยงามเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ได้แก่ Lorra by Monsiour / Somkid Wedding & Studio / Sisi BKK / Siwan / Porini / Daitong / Botanique / Suwannee by Sam / Puvasa / Niramon Couture และ Myriad Grand Monde บรรยากาศในงานจะเป็นการจิบน้ำชายามบ่ายพร้อมชมการแสดงแฟชั่นโชว์ โดยมีคู่พี่น้อง บิณฑ์ และ เอกพัน บรรลือฤทธิ์ ทำหน้าที่พิธีกรในงาน และเหล่าดารานางแบบ-นายแบบ ชั้นนำของเมืองไทย อาทิ เจนสุดา ปานโต รัศมี ทองสิริไพรศรี(ลูกหมี) และ ชลลดา เมฆราตรี (เก๋) รวมทั้งนางงามจากหลากหลายเวที อาทิ กนกกร ใจชื่น (ส้ม)Miss Thailand World 2007 อาทิตยา ตะพาบน้ำ (ท็อฟฟี่) Miss Healthy Design Center 2017 และณัฐนันท์ นารี (กรีน) Miss Asian 2017

อีกทั้ง ยังได้รับเกียรติจาก ดาราและเซเลบริตี้ มาร่วมเดินแฟชั่นคู่แม่-ลูก อาทิ อุปทูตสิริพร ภาณุพงษ์ควงคู่ลูกชาย อดิทิพ และอดิทัต ภาณุพงศ์, สุภีพงษ์พานิช ควงคู่มากับ ลูกชาย พงษ์ภัทร์ พงษ์พานิช,โดม-ปกรณ์ ลัม คู่กับคุณแม่รัตนาภรณ์ คูภิรมย์, เขมนิจ จามิกรณ์ (แพนเค้ก) คู่กับคุณแม่นวลนงจามิกรณ์, ปนัดดา วงศ์ผู้ดี และน้องอันดามัน, แพท-ณปภา และน้องเรซซิ่ง, น้ำฝน-กุณณัฏฐ์ และน้องทาเรีย,นุสบา ปุณณกันต์ และน้องกันต์ เป็นต้น

ธีรนุช รอดโพธิ์ทอง, สายสม วงศาสุลักษณ์ และ วิภาวรรณ มหาดำรงค์กุล

ธีรนุช รอดโพธิ์ทอง, สายสม วงศาสุลักษณ์ และ วิภาวรรณ มหาดำรงค์กุล
นุสบา ปุณณกันต์ และน้องกันต์

นุสบา ปุณณกันต์ และน้องกันต์
แพนเค้ก-เขมนิจ และ คุณแม่นวลนง จามิกรณ์

แพนเค้ก-เขมนิจ และ คุณแม่นวลนง จามิกรณ์
โดม-ปกรณ์ ลัม และ คุณแม่รัตนาภรณ์ 
คูภิรมย์

โดม-ปกรณ์ ลัม และ คุณแม่รัตนาภรณ์ คูภิรมย์

สืบสานพระราชปณิธาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/358724

สืบสานพระราชปณิธาน

สืบสานพระราชปณิธาน

วันจันทร์ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

พล.ท.นพ.สุปรีชา โมกขะเวส รองประธาน ทุนส่งเสริมดนตรีคลาสสิกในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ
เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ มอบทุนการศึกษาให้แก่ เอกราช จันทร์แสง และ ศุภมาส พงษ์ไพบูลย์ โดยมี คณะกรรมการทุนฯ จุมพจน์ เชื้อสาย, ผศ.(พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์, รศ.คุณหญิงวงจันทร์ พินัยนิติศาสตร์ และ พิริยาภรณ์ ธรรมมารักษ์ ร่วมพิธี ณ พระราชวังพญาไท

พ่อครัวขนมหวานแห่งราชวงศ์อิมพีเรียล สอนทำขนมฝรั่งเศสสไตล์ญี่ปุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/358732

พ่อครัวขนมหวานแห่งราชวงศ์อิมพีเรียล  สอนทำขนมฝรั่งเศสสไตล์ญี่ปุ่น

พ่อครัวขนมหวานแห่งราชวงศ์อิมพีเรียล สอนทำขนมฝรั่งเศสสไตล์ญี่ปุ่น

วันจันทร์ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เพจ Fully Baked Story เรื่องใต้เตา ร่วมย้อนรอยประวัติศาสตร์ขนมหวานในดินแดนอาทิตย์อุทัย กับหลักสูตร “True Knowledge of Japanese Cake” ที่มีความเชื่อมโยงและส่งผ่านความคิดจากวัฒนธรรมของชนชาติฝรั่งเศสต้นสายของวัฒนธรรมขนมหวานเพสทรีและร่วมซึมซับวิถีญี่ปุ่น โดย เพสทรีเชฟ คันจิโระ โมชิซุกิ ที่ได้รับการยกย่องการประกาศเกียรติคุณในระดับนานาชาติ ปัจจุบันมีตำแหน่งเป็นหัวหน้าพ่อครัวขนมหวาน ประจำราชวงศ์อิมพีเรียลของประเทศ รวมถึง
การดูแลครัวของหวานของโรงแรมอิมพีเรียล ที่ราชวงศ์ญี่ปุ่นถือครองหุ้นอยู่ อีกทั้ง ยังเป็นโค้ชทีมชาติ ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเพสทรีเชฟในประเทศมาหลายยุคหลายสมัย ทั้งเป็นที่ปรึกษาและวิทยากรรับเชิญในระดับสากล

หลักสูตร “True Knowledge of Japanese Cake” จะทำให้สามารถเรียนรู้การทำขนมหวานฝรั่งเศส ที่สามารถนำมาประยุกต์ให้เข้ากับวัฒนธรรมสไตล์ญี่ปุ่น ผ่านวิวัฒนาการการปรุง พร้อมการเสิร์ฟขนมในแต่ละช่วงเวลาการหลอมรวมระหว่าง 2 วัฒนธรรม กระบวนการทางความคิด ในการพัฒนาขนมให้มีความแปลกใหม่ตามสไตล์เพสทรีเชฟ คันจิโระ โมชิซุกิ ในวันที่ 23-25 สิงหาคม2561 (เรียน 3 วัน) ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. ดำเนินการสอนเป็น ภาษาอังกฤษ บรรยายไทย

ผู้สนใจสามารถสมัครหลักสูตร “True Knowledge of Japanese Cake” ได้ทางเพจเฟซบุ๊ค Bangkok World Pastry หรือ Fully Baked Story เรื่องใต้เตา หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร.081-8558688

พลิกผืนดินเป็นผืนนา เนรมิต‘นาล้ง’เชิดชูคุณค่าข้าวไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/358689

พลิกผืนดินเป็นผืนนา เนรมิต‘นาล้ง’เชิดชูคุณค่าข้าวไทย

พลิกผืนดินเป็นผืนนา เนรมิต‘นาล้ง’เชิดชูคุณค่าข้าวไทย

วันจันทร์ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เป็นผืนดินท้องมังกรที่มีคุณค่าทางจิตใจมาอย่างยาวนาน“ล้ง 1919” ท่าประวัติศาสตร์ศิลป์ไทย-จีน ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ฉลองการเข้าสู่ 100 ปี ล้ง 1919 นับตั้งแต่ปีคริสตศักราช 1919 ซึ่งนอกเหนือจากการเป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์แห่งการค้าไทย-จีน ยังเป็นจุดยุทธศาสตร์การค้าข้าวในอดีต จึงได้จัดงาน “นาล้ง” นิทรรศการข้าวไทย นากลางกรุงริมแม่น้ำเจ้าพระยาขึ้นเพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักรู้ความสำคัญของข้าวที่เป็นพืชเกษตรกรรมดั้งเดิมของคนไทย รวมถึงคุณค่าของข้าวไทย โดยเนรมิตผืนนาบนพื้นที่ล้ง 1919 เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้มาเรียนรู้ รวมทั้งได้มีโอกาสลงดำนาด้วยตนเอง โดยพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันพุธที่ 8 สิงหาคม 2561 เริ่มจาก พิธีทำขวัญข้าว-ไหว้แม่โพสพ เอาฤกษ์เอาชัยที่นาล้ง ซึ่งเป็นความเชื่อของชาวนาไทย ทำพิธีรับขวัญต้นข้าวที่กำลังตั้งท้องก่อนจะออกรวง พิธีดังกล่าวนำโดยหมอขวัญจาก จ.กาญจนบุรี โดยมีสมาชิกครอบครัวหวั่งหลี ร่วมพิธีอย่างอบอุ่น ทั้ง สุจินต์-วุฒิชัย-วิพุธ-วุฒิพล-ดร.ศรัณฐ์ หวั่งหลี ฯลฯ และแขกผู้มีเกียรติอาทิ นวลพรรณ ล่ำซำ, ตวงพร ทรัพย์สาคร, สมเกียรติ มรรคยาธร,เรือเอกภักดี ผ่องใส และ อนุษฐา เชาว์วิศิษฐ์ ฯลฯ มาร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดงานและชมนาล้งอย่างคับคั่ง รวมถึงทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยที่นอกจากมาชมงานแล้วยังถือโอกาสขอพรเจ้าแม่หม่าโจ้ว (คลองสาน) ก่อนเดินทางไปชิงชัยในศึกเอเชี่ยนเกมส์ ที่ประเทศอินโดนีเซีย

รุจิราภรณ์ หวั่งหลี ผู้บริหารโครงการล้ง 1919 กล่าวว่า“ปีนี้ ล้ง 1919 กำลังจะเข้าสู่การฉลอง 100 ปี จึงเกิด นาล้ง แห่งนี้ขึ้น จากความตั้งใจที่เราอยากรื้อฟื้นความทรงจำในอดีตตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษของตระกูลหวั่งหลี ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับ
การค้าขายข้าวและเพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้เห็นกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำที่เราได้ทานข้าวกัน จึงนำนาข้าวที่เชื่อว่าจะหาชมได้ยากมาจัดแสดงเป็นนิทรรศการข้าวไทย อาทิ การจำลองนาข้าวเขียวชอุ่มท่ามกลางอาคารประวัติศาสตร์การจัดแสดงข้าวสายพันธุ์ต่างๆ จากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทยนิทรรศการนำเสนอภูมิปัญญาและนวัตกรรมเกี่ยวกับข้าวในรูปแบบอินเตอร์แอ๊กทีฟ ไฮไลต์คือการให้ทุกคนได้มาทดลองการดำนา สัมผัสประสบการณ์ตรงด้วยตัวเองเป็นครั้งแรก เพราะจะมีสักกี่คนในชีวิตนี้ที่เคยได้ลองดำนาจริงๆ”

งานนี้ มาดามแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำ ไม่พลาด นำทีมแขกขอลุยโคลนลงดำนาด้วยตัวเอง สัมผัสความเป็นชาวนาและเรียนรู้คุณค่าของข้าวแบบใกล้ชิด “หลายคนรู้จักแป้งว่านามสกุลล่ำซำ แต่จริงๆ แล้วนามสกุลเดิมของคุณย่าสงวนล่ำซำ ซึ่งเป็นคุณย่าแท้ๆ ของแป้ง คือ หวั่งหลี เช่นเดียวกับคุณทวดก็นามสกุล หวั่งหลี เพราะฉะนั้น ตระกูลหวั่งหลี ซึ่งดำเนินธุรกิจค้าข้าวและเป็นโรงสีข้าวมายาวนานกว่า 180 ปี เรียกได้ว่าเป็นบรรพบุรุษของแป้งเช่นกัน งานวันนี้พาน้องๆ ฟุตบอลทีมชาติหญิง ซึ่งบ้านของหลายๆ คนเป็นชาวนาอยู่แล้วมาร่วมงาน เป็นกิจกรรมที่สนุกสนานได้ดื่มด่ำกับวีถีชีวิตแบบไทยๆ และยังอดภาคภูมิใจไม่ได้ที่ได้มาปลูกข้าวในผืนดินของบรรพบุรุษ กิจกรรมครั้งนี้จะกระตุ้นให้คนรุ่นใหม่หันมาเรียนรู้วิถีความเป็นไทย เห็นคุณค่าของข้าวไทยมากขึ้นเพราะประเทศไทยถือเป็นประเทศกสิกรรมที่ปลูกข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจหลักต่อให้โลกจะหมุนไว เข้าสู่โลกดิจิทัล แต่สุดท้ายการทำนาก็ยังเป็นประเพณีที่สืบทอดกันจากรุ่นสู่รุ่น และเกษตรกรรมก็ยังเป็นธุรกิจหลักของประเทศ

บรรยากาศภายในงานแบ่งออกเป็น 3 โซน คือ โซนแปลงนา ร่วมมือกับแปลงนาเกษตรกรจาก จ.สุพรรณบุรี ให้ทุกคนได้อิ่มเอมในบรรยากาศทุ่งนาเขียวชอุ่ม จัดแสดงนาข้าวทั้ง 3 ระยะอายุ คือ แตกกอ ตั้งท้อง และออกรวง แสดงประติมากรรมหุ่นฟางข้าวรูปพระแม่โพสพ พระแม่ธรณี และพระแม่คงคา 3 เทวีที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อของเกษตรกร รวมทั้งมีกระบือมาร่วมโชว์ให้ได้บรรยากาศท้องนาอย่างเต็มที่,โซนนิทรรศการความรู้และผลิตภัณฑ์จากภูมิภาค จัดแสดงนิทรรศการจากครอบครัวหวั่งหลี บอกเล่าเรื่องราวบนพื้นที่ฮ่วยจุ่งล้ง นิทรรศการจากเครือข่ายชาวนาไทย จัดแสดงข้าวไทยหายาก 100 สายพันธุ์ จ.ร้อยเอ็ด จัดแสดงภูมิปัญญาและนวัตกรรมข้าวหอมมะลิทุ่งกุลา ซึ่งเป็นข้าวหอมมะลิที่ดีที่สุด เสวนาประสบการณ์จาก Young Farmer กลุ่มชาวนารุ่นใหม่ และร่วมสัมผัสการหุงข้าวแบบดั้งเดิม ชิมข้าวไทยหุงหอมๆ หลายสายพันธุ์ รวมทั้งเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ข้าวสายพันธุ์ต่างๆ จากโครงการประชารัฐและเครือข่ายเกษตรกร และโซนการเรียนรู้การดำนา บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ผู้เข้าชมงานได้ดำนาจริงด้วยตัวเอง ที่นอกจากประชาชนทั่วไป ยังมีนักเรียน นิสิต นักศึกษาให้ความสนใจเข้ามาชมตลอดช่วงเวลาจัดแสดง

ทำพิธีรับขวัญข้าว-ไหว้แม่โพสพ

ทำพิธีรับขวัญข้าว-ไหว้แม่โพสพ
รุจิราภรณ์ หวั่งหลี นำทีมทำพิธีนวดข้าวหลังการเก็บเกี่ยว เพื่อเปิดงานอย่างเป็นทางการ

รุจิราภรณ์ หวั่งหลี นำทีมทำพิธีนวดข้าวหลังการเก็บเกี่ยว เพื่อเปิดงานอย่างเป็นทางการ
สุจินต์ หวั่งหลี

สุจินต์ หวั่งหลี
เรือเอกภักดี ผ่องใส, วิพุธ หวั่งหลี, สุจิตพรรณ ล่ำซำ, วุฒิชัย หวั่งหลี, รุจิราภรณ์ หวั่งหลี, ตวงพร ทรัพย์สาคร, นวลพรรณ ล่ำซำ, จิตราวิณี วรรณกร, สมเกียรติ มรรคยาธร, ผศ.พงศ์พร สุดบรรทัด และ วุฒิพล หวั่งหลี

เรือเอกภักดี ผ่องใส, วิพุธ หวั่งหลี, สุจิตพรรณ ล่ำซำ, วุฒิชัย หวั่งหลี, รุจิราภรณ์ หวั่งหลี, ตวงพร ทรัพย์สาคร, นวลพรรณ ล่ำซำ, จิตราวิณี วรรณกร, สมเกียรติ มรรคยาธร, ผศ.พงศ์พร สุดบรรทัด และ วุฒิพล หวั่งหลี
รุจิราภรณ์ หวั่งหลี และ นวลพรรณ ล่ำซำ ที่มาพร้อมทีมฟุตบอลหญิง
ทีมชาติไทย

รุจิราภรณ์ หวั่งหลี และ นวลพรรณ ล่ำซำ ที่มาพร้อมทีมฟุตบอลหญิง ทีมชาติไทย
รุจิราภรณ์ หวั่งหลี ร่วมดำนา

รุจิราภรณ์ หวั่งหลี ร่วมดำนา
วุฒิชัย หวั่งหลี

วุฒิชัย หวั่งหลี
อนุษฐา เชาว์วิศิษฐ์

อนุษฐา เชาว์วิศิษฐ์
นวลพรรณ ล่ำซำ

นวลพรรณ ล่ำซำ
ดร.ศรัณฐ์-พญ.สถิตย์หทัย และ ด.ช.ปณต หวั่งหลี

ดร.ศรัณฐ์-พญ.สถิตย์หทัย และ ด.ช.ปณต หวั่งหลี
บรรยากาศนาล้ง

บรรยากาศนาล้ง
ส่วนหนึ่งของนิทรรศการ

ส่วนหนึ่งของนิทรรศการ

แหวกฟ้าหาฝัน : Berardo Museum เมือง Lisbon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/358548

แหวกฟ้าหาฝัน : Berardo Museum เมือง Lisbon

แหวกฟ้าหาฝัน : Berardo Museum เมือง Lisbon

วันอาทิตย์ ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ด้านหน้า Exhibition Hall

นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบ Contemporary Museum ซึ่งได้มีโอกาสมาเยือนลิสบอน มิวเซียมหนึ่งที่ต้องไปเยือนให้ได้ก็คือ Berardo Museum มิวเซียมซึ่งตั้งอยู่ในย่าน Belem เขตใต้สุดของเมืองลิสบอนและตั้งอยู่บนปากแม่น้ำ Tagus นี้ ถือกำเนิดขึ้น จาก Foundation of Modern and Contemporary Art เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2006 นี่เอง มิวเซียมที่เปิดตัวครั้งแรกในวันที่ 25 มิถุนายน 2007 ตามชื่อของ Jose Berardo มหาเศรษฐี นักประติมากรรมและนักสะสมที่มั่งคั่งที่สุดคนหนึ่งของโปรตุเกสนี้ตั้งอยู่ ณ Exhibition Center of the Centro Cultural de Belém อาคารศูนย์กลางทางด้านวัฒนธรรมที่ใหญ่ที่สุดของโปรตุเกส

ทางเข้าจากถนนใหญ่

อาคารที่มีพื้นที่กว่า 140,000 ตารางเมตร นี้ถือกำเนิดขึ้นเพื่อเป็นที่อยู่ของประธานสหภาพยุโรปในปี 1992 ในการมาประชุม ณ เมืองลิสบอน แต่เนื่องจากโครงการนี้เป็นโครงการใหญ่ รัฐบาลกลางจึงเห็นควรให้จัดอาคารแห่งนี้ให้มีพื้นที่สำหรับจัดแสดงนิทรรศการและการแสดงศิลปะต่างๆ และทำการวิจัยไปในตัวด้วย โดยจัดให้มีพื้นที่ในการจัดแสดงนิทรรศการมากถึง 7 พันตารางเมตร แบบของอาคารที่ถูกสร้างขึ้นที่นักท่องเที่ยวได้เห็นในปัจจุบันเป็นผลงานของ Vittorio Gregotti และ Atelier Risco สถาปนิกชาวอิตาลีซึ่งมาจากการชนะประกวดที่มีผู้เข้าร่วมประกวดมากถึง 57 ราย

ทางเข้ามิวเซียม

Jean Francois Chougnet ผู้อำนวยการ คนแรกของมิวเซียมซึ่งเคยเป็นผู้อำนวยการของสถาบันทางด้านวัฒนธรรมและศิลปะมาแล้วหลายแห่ง เช่น Culture and Solidarity at the Regional
Council of lle-de-France, National Museum of Modern Art at the Center Pompidou Paris ได้วางนโยบายหลักเกี่ยวกับของจัดแสดงไว้ว่า มิวเซียมจะทำการจัดแสดงผลงานการเคลื่อนไหวทางด้านศิลปะของศิลปินชาวยุโรปและอเมริกันและชาวโปรตุเกสคริสต์ศตวรรษที่ 20-21 ที่ถูกนำเข้าไปประมูลกับ Christie สำนักการประมูลศิลปะที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกโดยให้ครอบคลุมแนวทางศิลปะไม่ว่าจะเป็นแนว Surrealism, Pop Art,Hyperrealism, Minimalism และ Conceptual art

Sculpture หน้ามิวเซียม

การจัดแสดงในมิวเซียมจะมีทั้งส่วนถาวรและนิทรรศการโดยโปรแกรมจะพยายามจัดให้เหมาะสม กับทุกอายุ เพศ และวัย ผลงานจัดแสดงส่วนถาวรกว่า 900 ชิ้น เป็นของศิลปินท้องถิ่นและนานาชาติกว่า 70 คน เช่น Marcel Duchamp, Pablo Picasso. Salvador Dalí, Andy Warhol, Francis Bacon, Maria Helena Vieira da Helena Silva and Helena Almeida การนำเสนอจะประกอบด้วยเนื้อหา สื่อ และเทคนิคที่มีความหลากหลายเพื่อให้ผู้ชมได้สัมผัสกับอรรถรสในการเสพศิลปะอย่างเต็มที่ ทางมิวเซียมจึงยังพยายามที่จะซื้อหางานศิลปะมาเพิ่มเติมเป็นประจำ เพื่อเป็นแรงจูงใจให้คนท้องถิ่นเยี่ยมเยือนมิวเซียมเป็นประจำและได้มีประสบการณ์แปลกใหม่อย่างสม่ำเสมอ นอกจากการจัดแสดงนิทรรศการแล้ว มิวเซียมยังมีนโยบายส่งเสริมความรู้ให้กับคนทั่วไปเฉกเช่นเดียวกันกับมิวเซียมชั้นนำทั่วทั้งยุโรปนั่นคือ อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าฟรีในทุกวันเสาร์ด้วย นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบสถาปัตยกรรมเก๋ๆ และงานแนว Contemporary Art จะได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมตั้งแต่ย่างกรายเข้าสู่บริเวณมิวเซียมเลยทีเดียว

ด้านข้าง exhibtion hall

ตัวอาคาร

Health News : ระวังแสงสีฟ้าหน้าจอทำตาบอด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/358569

Health News : ระวังแสงสีฟ้าหน้าจอทำตาบอด

Health News : ระวังแสงสีฟ้าหน้าจอทำตาบอด

วันอาทิตย์ ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโทเลโดของสหรัฐ ตีพิมพ์ผลการศึกษาลงในวารสาร Scientific Reports โดยระบุว่า การจ้องมองแสงสีฟ้า (Blue light) ซึ่งเป็นแสงที่มีความยาวคลื่นสั้นและมีพลังงานสูงจากหน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดต่อกันเป็นเวลานาน จะทำให้เกิดอาการจอประสาทตาเสื่อมเร็วก่อนวัยอันควร เนื่องจากกระจกตาและเลนส์ตาของเราไม่สามารถจะป้องกันหรือสะท้อนแสงสีฟ้าออกไปได้ สารเคมีช่วยการมองเห็นในจอตาที่เรียกว่าเรตินอล (Retinal) จึงทำปฏิกิริยากับแสงสีฟ้า ทำให้เกิดโมเลกุลมีพิษทำลายเยื่อหุ้มเซลล์รับแสงจนเซลล์ตายลงในที่สุด ทำให้สูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรเพราะจอตาไม่สามารถส่งสัญญาณสื่อประสาทไปยังสมองได้ โรคจอตาเสื่อมหรือจอประสาทตาเสื่อม (Macular degeneration ) เป็นสาเหตุราวครึ่งหนึ่งของกรณีสูญเสียการมองเห็นที่พบทั้งหมด ส่วนใหญ่พบในผู้สูงวัยอายุ 50-70 ปี แม้จะไม่ทำให้ตาบอดสนิท แต่ก็สร้างปัญหาในการอ่านและการแยกแยะใบหน้าบุคคลอย่างมาก ทั้งยังไม่มีวิธีรักษาที่ได้ผลในปัจจุบัน

pet care : อันตรายใกล้ตัวของเจ้าตูบเจ้าเหมียวจอมตะกละ (ตอนที่ 2)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/358556

pet care : อันตรายใกล้ตัวของเจ้าตูบเจ้าเหมียวจอมตะกละ (ตอนที่ 2)

pet care : อันตรายใกล้ตัวของเจ้าตูบเจ้าเหมียวจอมตะกละ (ตอนที่ 2)

วันอาทิตย์ ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

(ต่อจากสัปดาห์ที่แล้ว)

@ถ้าพบว่าสุนัขเรากินสิ่งแปลกปลอมเข้าไป(หรือเพียงแต่สงสัยก็ตาม) เราควรทำอย่างไรดี

ในกรณีที่ฉุกเฉิน เช่น สงสัยว่าสิ่งแปลกปลอมอุดตันเข้าไปในส่วนของ “หลอดลม” ก็มีความจำเป็นต้องวิ่งไปโรงพยาบาลสัตว์ที่ใกล้บ้านโดยทันที  เพราะถ้าทางเดินหายใจถูกปิดกั้น นับว่าเป็นอันตรายรุนแรงสูงสุด

ส่วนในกรณีที่เป็นเบ็ดตกปลาที่ยังมีสายเบ็ดยื่นออกมาจาก “ปาก”  ให้เจ้าของตัดสายเบ็ด (เชือกหรือเอ็น) ให้ยาว ออกมาจากปากประมาณ 1 คืบ  เพื่อช่วยสัตวแพทย์ให้ทำการเอาออกได้ง่ายขึ้น

ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม เจ้าของควรพามาพบสัตวแพทย์ให้เร็วที่สุด  เพราะหากทิ้งไว้นาน จะนำมาซึ่งผลเสียที่รุนแรงได้ เช่น การเกิดหลอดอาหารโป่งพอง หรือฉีกขาดจากการอุดตันนานๆ  หรือกระเพาะอาหารหรือลำไส้ทะลุ หากสิ่งแปลกปลอมมีความคม โดยเฉพาะไม้เสียบลูกชิ้นถ้าปล่อยทิ้งไว้นานอาจทะลุผ่านกระเพาะอาหารไปทิ่ม และฝังอยู่ในกลีบตับได้

ข้อที่ต้องคำนึงมากที่สุดคือ งดการให้อาหารหลังประสบเหตุทันที เพราะจะช่วยลดโอกาสการรั่วของอาหารหรือน้ำ ผ่านออกมาจากทางเดินอาหารเจ้าช่องอกหรือช่องท้องได้รวมถึงจะช่วยลดความเสี่ยงจากการสำลักจากการวางยาซึมหรือยาสลบ ในกรณีที่สัตวแพทย์จำเป็นต้องวางยาสลบเพื่อช่วยเหลือหรือแก้ไขอีกด้วย

@สัตวแพทย์จะชี้ชัดได้อย่างไร ว่ามีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในตัวสุนัขจริงๆ

อันดับแรกเลย ซึ่งเป็นเรื่องที่ง่ายที่สุด ก็คือโดย“การซักถามและตรวจสอบประวัติ” รวมถึงคำยืนยันของเจ้าของซึ่งเปรียบเสมือนเป็นพยานปากสำคัญ

จากนั้น “การตรวจร่างกาย” โดยการเปิดปากสำรวจในช่องปาก หรือคอส่วนต้น หรืออาจมีการคลำตรวจในช่องท้องร่วมกัน จะช่วยในการตรวจหาได้ผลยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ อาจต้องอาศัยวิธีทางรังสีวิทยา โดยการ“เอกซเรย์” หรือใช้ “เครื่องอัลตร้าซาวนด์” เพื่อช่วยวินิจฉัยโดยหากสิ่งแปลกปลอมเป็นกระดูก ก้อนหิน หรือวัตถุที่มีส่วนประกอบเป็นโลหะ ก็จะสามารถเห็นจากภาพถ่ายทางรังสีวิทยาได้แต่หากเป็นเศษพลาสติก เศษผ้า เศษด้าย เศษไม้ เมล็ดผลไม้เช่น มะม่วง ทุเรียน ก็อาจมีความจำเป็นจะต้องใช้ “เทคนิคพิเศษทางรังสีวิทยา” มาช่วยเพิ่มเติม เช่น การให้สัตว์กลืนสารทึบรังสี หรือที่เราเรียกว่า “กลืนแป้ง” เข้าไป เพื่อช่วยให้สารนั้นเข้าไปเคลือบสิ่งแปลกปลอม ทำให้เรามองเห็นได้จากภาพถ่ายรังสี รวมทั้งถ้ามีการอุดตันก็จะพบได้ว่าแป้งที่กลืนนั้นจะสะสมอยู่บริเวณส่วนหน้าที่มีการอุดตันได้อย่างชัดเจน และหากโชคร้ายที่มีการทะลุเข้าช่องท้องด้วย ก็จะพบได้ว่ามีสารทึบรังสีแพร่กระจายออกมาจากทางเดินอาหารได้อย่างชัดเจน

ในโรงพยาบาลสัตว์ที่มีเครื่องอัลตร้าซาวนด์ ก็สามารถใช้อุปกรณ์นี้ในการช่วยวินิจฉัยได้ โดยการสแกนดูความผิดปกติภายในบริเวณทางเดินอาหารที่สงสัยว่ามีการอุดตันเกิดขึ้นเพิ่มเติม ภายหลังที่วินิจฉัยโดยการเอกซเรย์แล้ว เพื่อเป็นการยืนยันขนาด รูปร่าง และลักษณะของสิ่งแปลกปลอมนั้นๆ

เรื่องราวยังไม่จบแค่นี้นะครับ สัปดาห์หน้า เรามาคุยกันต่อ ถึงวิธีการรักษาและการป้องกันปัญหานี้กันครับ

 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร

ฝ่ายประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร

คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย