จีนอาจยึดท่าเรือเคนยา หากเบี้ยวชำระหนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/575366

  • วันที่ 29 ธ.ค. 2561 เวลา 14:50 น.

จีนอาจยึดท่าเรือเคนยา หากเบี้ยวชำระหนี้

สื่ออ้าง จีนอาจเทคโอเวอร์ท่าเรือใหญ่สุดในเคนยา หากไม่สามารถชำระหนี้เงินกู้สร้างทางรถไฟมูลค่าแสนล้านได้ตามกำหนด

African Stand สื่อท้องถิ่นในทวีปแอฟริกาได้นำเสนอรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบของรัฐรายหนึ่งว่า เคนยาอาจจะต้องสูญเสียท่าเรือในเมืองมอมบาซา ซึ่งเป็นท่าเรือใหญ่ที่สุดของประเทศ และเป็นท่าเรือสำคัญแห่งหนึ่งในทวีปแอฟริกาให้กับรัฐบาลจีน เนื่องจากมีทีท่าว่าเคนยาอาจจะไม่สามารถชำระหนี้เงินกู้สร้างรถไฟเส้นทางระหว่างเมืองมอมบาซา ไปยังกรุงไนโรบีเมืองหลวง ระยะทาง 485 กิโลเมตร ได้ตามระยะเวลาที่กำหนด

สื่อแอฟริกาแห่งนี้ระบุว่า หลายปีที่ผ่านมารัฐบาลเคนยาได้กู้เงินจำนวนมหาศาลจากจีนเพื่อนำมาลงทุนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหลายอย่างของประเทศ ทั้งท่าเรือ ถนน-ทางรถไฟสายต่างๆ ในจำนวนนี้ที่เป็นเงินกู้มากที่สุดคือโครงการเส้นทางรถไฟสายมอมบาซา – ไนโรบี ของรัฐบาลเคนยา

เส้นทางดังกล่าวนั้นได้เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการมาตั้งแต่ปีเดือนพฤษภาคม 2017 และนับว่าเป็นเส้นทางขนส่งสำคัญของประเทศที่นำส่งสินค้าจากท่าเรือสู่เมืองหลวง

รายงานระบุว่า ธนาคารเพื่อการส่งออกของจีน (Exim Bank of China) ได้กลายมาเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของบริษัทการรถไฟเคนยา Kenya Railways Corporation (KRC) และได้เป็นภาระผูกพันที่อาจส่งผลให้ KRC ไม่สามารถชำระหนี้ให้กับธนาคารจีนได้ตามกำหนด

อีกทั้งในช่วงที่รัฐบาลเคนยาได้ลงนามในข้อตกลงกับจีนนั้น บางส่วนของข้อตกลงระบุว่า ท่าเรือเคนยานั้นจะไม่ได้รับการคุ้มกันจากรัฐบาลเคนยา เนื่องจากรัฐบาลได้สละทรัพย์สินของท่าเรือให้เป็นเครื่องค้ำประกันเงินกู้แล้ว

เส้นทางรถไฟสาย ไนโรบี-มอมบาซา

รายงานของสื่อแอฟริกายังสอดคล้องกับสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือมูดีส์ ที่ระบุเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาว่า เคนยาอาจต้องเผชิญการสูญเสียทรัพย์สินของรัฐที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ด้านการขนส่งของประเทศ ให้กับรัฐบาลปักกิ่ง

ทั้งนี้ โครงการก่อสร้างทางรถไฟในเคนยานั้น ได้ดำเนินการก่อสร้างโดยบริษัท China Road and Bridge Corporation (CRBC) และแทบจะไม่มีหวังในการชำระหนี้เงินกู้ตามแผน เนื่องจากผลการดำเนินงานในปีแรกหลังจากเปิดใช้งานนั้นอยู่ที่เพียง 98 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3 พันล้านบาท) ขณะที่จีนให้เงินกู้ในการก่อสร้างสูงถึง 4.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ (เกือบ 162,000 ล้านบาท) อย่างไรก็ดีรายงานไม่ได้ระบุว่าจีนให้เวลาในการชำระหนี้เงินกู้นานเท่าใด

ภาพ : the-star.co.ke

อย่างไรก็ดี หลังมีรายงานข่าวดังกล่าวออกไปนั้น ทางด้านรัฐบาลปักกิ่งโดยกระทรวงการต่างประเทศได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า จีนไม่มีเจตนาขู่ หรือบีบบังคับชำระหนี้ของเคนยา ในการยืดท่าเรือสำคัญจากเคนยาแต่อย่างใด โดยจากการตรวจสอบข้อตกลงที่มีร่วมกันของสองรัฐบาลนั้นไม่มีส่วนที่ระบุถึงท่าเรือดังกล่าวแต่อย่างใด

ด้านประธานาธิบดี Uhuru Kenyatta แห่งเคนยาได้ระบุว่า จีนไม่มีทางยึดท่าเรือมอมบาซาอย่างแน่นอน ดังนั้นไม่ต้องสนใจรายงานข่าวก่อนหน้านี้ พร้อมทั้งได้กล่าวปกป้องรัฐบาลปักกิ่งว่า

“จีนไม่ได้ต้องการล่าอาณานิคมพวกเรา แต่พวกเขาเข้าใจความต้องการของเรา ซึ่งข้อเท็จจริงนั้นยังคงเหลือระยะเวลาชำระหนี้อีกหลายปี รัฐบาลเราจะยังคงมองหาเงินกู้พร้อมกับพัฒนาด้านต่างๆต่อไป”

ยกเลิกเตือนภัยสึนามิ แผ่นดินไหวฟิลิปปินส์ 7.2 แมกนิจูด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/575354

  • วันที่ 29 ธ.ค. 2561 เวลา 13:03 น.

ยกเลิกเตือนภัยสึนามิ แผ่นดินไหวฟิลิปปินส์ 7.2 แมกนิจูด

ยกเลิกเตือนภัยสึนามิ เหตุแผ่นดินไหว 7.2 ใกล้เกาะมินดาเนาของฟิลิปปินส์ แนะปชช.ออกห่างชายฝั่ง

ศูนย์เฝ้าระวังและเตือนภัยสึนามิ ขององค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐ (NOAA) ได้ยกเลิกประกาศเตือนภัยสึนามิหลังจากเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.2 แมกนิจูด ที่บริเวณนอกชายฝั่งเกาะมินดาเนาของฟิลิปปินส์ เมื่อเวลา 11.39 น.ของวันนี้ (29 ธ.ค.)

รายงานระบุว่าจากการตรวจสอบไม่พบคลื่นสึนามิขนาดใหญ่ที่อาจเป็นอันตรายต่อชายฝั่งแต่อย่างใด มีเพียงคำเตือนคลื่นขนาดเล็กที่มีความสูงไม่เกิน 30 ซม. เท่านั้น

สอดคล้องกับข้อมูลจากสำนักภูเขาไฟวิทยาและแผ่นดินไหวแห่งชาติฟิลิปปินส์ (PHIVOLCS) ระบุว่าจากเหตุแผ่นดินไหวนี้มีขนาด 7.1 แมกนิจูด และตรวจพบการกระจายตัวในระดับต่ำของคลื่นในทะเลเท่านั้น แต่อย่างไรก็ดีทางการยังคงคำเตือนไม่ให้ประชาชนอยู่ใกล้ชายฝั่งริมทะเลในหลายพื้น โดยเฉพาะบริเวณเมืองดาเวาซึ่งเป็นเมืองที่มีประชากรหนาแน่นกว่า 1.6 ล้านคน

 

ทรัมป์โทษเดโมแครต ตัวการชัตดาวน์ ขู่ปิดพรมแดนเม็กซิโก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/575351

  • วันที่ 29 ธ.ค. 2561 เวลา 12:10 น.

ทรัมป์โทษเดโมแครต ตัวการชัตดาวน์ ขู่ปิดพรมแดนเม็กซิโก

ปธน.ทรัมป์ขู่ปิดพรมแดนทางใต้ของสหรัฐทั้งหมด หากสภาไม่อนุมัติงบสร้างกำแพง

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐได้ทวีตข้อความผ่านบัญชีทวิตเตอร์ส่วนตัวระบุถึงปัญหาการปิดตัวของภาคหน่วยงานราชการสหรัฐในบางส่วน หรือ ชัตดาวน์ ซึ่งเริ่มต้นมาตั้งแต่เที่ยงคืนวันที่ 22 ธ.ค. ที่ผ่านมา จากประเด็นที่สภาคงเกรสโดยบรรดา ส.ว. รีพับลิกกันบางส่วน และส.ว. เดโมแครตทั้งหมด ต่างไม่ยอมอนุมัติแผนร่างงบประมาณประจำปีหน้า ซึ่งในแผนดังกล่าวนั้นมีประเด็นเรื่องงบประมาณจำนวน 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการสร้างกำแพงป้องกันตามแนวชายแดนเม็กซิโก – สหรัฐด้วย ส่งผลให้การชัตดาวน์ดังกล่าวนี้ยังคงดำเนินอยู่จนถึงปัจจุบันและมีทีท่าว่าจะยืดเยื้อต่อไปอีก

 

 

ข้อความของประธานาธิบดีทรัมป์ ได้กล่าวโทษถึงบรรดานักการเมืองฝั่งเดโดแครตว่าเป็นตัวการที่ต้องทำให้การชัตดาวน์ยืดเยื้อ และบีบบังคับให้รัฐบาลต้องทำการปิดพรมแดนทางใต้ทั้งหมด เพื่อยุติปัญหาการอพยพเข้าเมืองผิดกฎหมาย จนกว่าสภาคองเกรสจะอนุมัติงบประมาณสร้างกำแพง

การชัตดาวน์บางส่วนครั้งนี้ส่งผลให้บรรดาเจ้าหน้าที่ในบางหน่วยงานของรัฐบาลต้องทำงานโดยไม่ได้รับค่าจ้าง หรือต้องหยุดงานเป็นจำนวนราว 8 แสนคน อีกทั้งการชัตดาวน์ครั้งนี้คาดว่าจะยืดเยื้อไปจนถึงหลังปีใหม่ เนื่องจากในวันที่ 3 ม.ค. เป็นต้นไปบรรดาพรรคเดโมแครตจะเข้ามาครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฏร ซึ่งจะยิ่งส่งผลให้สถานการณ์เขม็งเกลียวยิ่งขึ้น

 

 

อย่างไรก็ดี ยังไม่ชัดเจนนักว่าหากเป็นไปตามที่ปธน.ทรัมป์ขู่ เขาจะใช้อำนาจทางใดในการสั่งปิดพรมแดนทางใต้ทั้งหมดตามที่ระบุผ่านทวิต

ทั้งนี้ จากผลสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์ / Ipsos ที่เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดี ระบุว่าร้อยละ 47% ของชาวอเมริกันมองว่าปธน.ทรัมป์คือผู้รับผิดชอบเหตุชัตดาวน์ ขณะที่ร้อยละ 33% ที่ตำหนิว่าเป็นความผิดของพรรคเดโมแครต

แผ่นดินไหว 7.2 เขย่าฟิลิปปินส์ เตือนภัยสึนามิ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/575342

  • วันที่ 29 ธ.ค. 2561 เวลา 11:29 น.

แผ่นดินไหว 7.2 เขย่าฟิลิปปินส์ เตือนภัยสึนามิ

เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.2 แมกนิจูด บริเวณเกาะมินดาเนา ของฟิลิปปินส์ พร้อมเตือนภัยสึนามิบริเวณชายฝั่ง

สำนักเฝ้าระวังสึนามิของ องค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐ หรือ NOAA ได้ออกประกาศแจ้งเตือนภัยสึนามิบริเวณชายฝั่งของประเทศฟิลิปปินส์ และบางส่วนทางฝั่งตะวันของประเทศอินโดนีเซีย เนื่องจากเกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.2 แมกนิจูดที่บริเวณทางใต้นอกชายฝั่งเกาะมินดาเนา ประเทศฟิลิปปินส์เมื่อเวลา 11.39 น. ตามเวลาท้องถิ่น มีความลึกประมาณ 48 กิโลเมตร ขณะที่ข้อมูลจากสำนักสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐ (USGS) ระบุแผ่นดินไหวมีขนาด 7.0 แมกนิจูด

ศูนย์เตือนภัยสึนามิของ NOAA ได้ออกประกาศเตือนภัยคลื่นสึนามิเป็นบริเวณรัศมีถึง 300 กิโลเมตรรอบจุดศูนย์กลางโดยเฉพาะในบริเวณทะเลเซเลบีส

หน่วยงานรัฐบาลในท้องถิ่นได้แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ชายฝั่งถึงความเสี่ยงของคลื่นสึนามิแล้ว โดยเฉพาะที่บริเวณหมู่เกาะ Geme และ Tabukan Tengah (อินโดนีเซีย) และดาเวา (ฟิลิปปินส์) อาจพบคลื่นสึนามิภายในไม่กี่ชั่วโมง โดยเฉพาะที่เมืองดาเวา ซึ่งเป็นเมืองที่มีประชากรหนาแน่นถึง 1.6 ล้านคน ขณะนี้ยังไม่มีรายงานตัวเลขผู้เสียชีวิต หรือรายละเอียดความเสียหายจากแผ่นดินไหว

อย่างไรดีเหตุสึนามิดังกล่าว ไม่ส่งกระทบต่อพื้นที่ชายฝั่งประเทศไทยแต่อย่างใด

ทีมนักดำน้ำอังกฤษ ติดโผ่ชื่อเข้ารับพระราชทานเครื่องราชฯ – เหรียญกล้าหาญ จากควีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/575331

  • วันที่ 29 ธ.ค. 2561 เวลา 10:29 น.

ทีมนักดำน้ำอังกฤษ ติดโผ่ชื่อเข้ารับพระราชทานเครื่องราชฯ - เหรียญกล้าหาญ จากควีน

7 นักดำน้ำถ้ำหลวงชาวอังกฤษ มีรายชื่อเข้ารับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และเหรียญกล้าหาญ จากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2

บีบีซีรายงานว่า สำนักนายกรัฐมนตรีอังกฤษ เลขที่ 10 ถนนดาวนิ่ง ได้ประกาศรายชื่อบุคคลมีชื่อเสียงจากหลายแวดวงการ ที่ได้เข้ารับพระราชทานเครื่องราชเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และเหรียญกล้าหาญ จากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ในปี2019นี้ โดยหนึ่งในรายชื่อเหล่านี้มีทีมนักดำน้ำถ้ำหลวงชาวอังกฤษที่ได้รับการเชิดชูเกียรติจากสำนักพระราชวังอังกฤษด้วย

 

ริชาร์ด สแตนตัน และนายจอห์น โวลันเธน

 

โดยนายริชาร์ด สแตนตัน และนายจอห์น โวลันเธน จะได้รับเหรียญเชิดชูเกียรติ George Medal ซึ่งเป็นเหรียญเชิดชูเกียรติสูงสุดอันดับสองที่มอบให้แก่พลเรือน

นักดำน้ำอีกสองคนจะได้รับเหรียญกล้าหาญของพระราชินี (Queen’s Gallantry Medal) คือ นายคริสโตเฟอร์ จีเวลล์ และ นายเจสัน มัลลินสัน

 

เวอร์นอน อันส์เวิร์ธ

 

ส่วนนายเวอร์นอน อันสเวิร์ธ นายโจชัว แบรชลีย์ และนายคอนนอร์ โร จะได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์จักรวรรดิบริติช (Order of the British Empire) ลำดับชั้น MBE จากความเสียสละและมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือทีมหมูป่าทั้ง 13 คน

 

Member of the Most Excellent Order of the British Empire (MBE) ภาพ : Gov.uk

 

ทั้งนี้ กำหนดการเข้ารับพระราชทานเครื่องราชฯ และเหรียญเชิดชูเกียรติดังกล่าวนั้นทางสำนักพระราชวังอังกฤษจะประกาศให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง โดยคาดว่าสมเด็จเจ้าฟ้าชายชาร์ลส จะทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจดังกล่าวแทนสมเด็จพระราชินีฯ

จีนทดสอบต้นแบบเครื่องบินพาณิชย์เป็นผลสำเร็จ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/575300

  • วันที่ 28 ธ.ค. 2561 เวลา 18:29 น.

จีนทดสอบต้นแบบเครื่องบินพาณิชย์เป็นผลสำเร็จ

โคแม็ก ซี919 เครื่องบินโดยสารสัญชาติจีนลำที่ 3 ขึ้นบินทดสอบเป็นครั้งแรก คาดให้บริการเชิงพาณิชย์ในปี 2021

สื่อจีนรายงานว่า เมื่อเวลา 12.45 ตามเวลาท้องถิ่นของวันนี้ ( 28 ธ.ค.) เครื่องบินโดยสารต้นแบบรุ่น COMAC C919 ลำที่สาม ได้ประสบความสำเร็จในการบินทดสอบเป็นครั้งแก โดยได้ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าและสามารถลงจอดที่สนามบินนานาชาติผู่ตง ของนครเซี่ยงไฮ้ ได้อย่างปลอดภัยเป็นครั้งแรก

รายงานระบุว่าแม้การทดสอบครั้งนี้จะประสบความสำเร็จในการทดสอบในครั้งแรกแล้ว ยังจะต้องมีการทดสอบบินในอีก 3-4 ครั้งต่อไป

การทดสอบครั้งนี้กินเวลาบินรวม 1 ชั่วโมง 38 นาที โดยสามารถบรรลุการทดสอบทั้งหมด 21 รายการได้อย่างเป็นผลสำเร็จ

สำหรับคุณสมบัติของเครื่องบินเมดอินไชน่ารุ่นนี้นั้น ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นคู่แข่งกับเครื่องโบอิ้ง รุ่น 737 และ แอร์บัส รุ่น เอ320 โดยสามารถจุผู้โดยสารได้มากถึง 160 คน มีพิสัยการบินไกลถึง 5,000 กิโลเมตร โดยคาดว่าจะสามารถผลิตและถูกนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ในปี 2021

 

ด้านบริษัท คอมเมอร์เชียล แอร์คราฟต์ คอร์ป (Commercial Aircraft Corp. of China Ltd.) ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตเครื่องบินสัญชาติจีน นั้นระบุว่า ขั้นตอนต่อไปจะมีการนำเครื่องรุ่นนี้ไปทดสอบยังเมืองซีอานต่อไป โดยเครื่องโคแม็กลำนี้ นับเป็นเครื่องรุ่น 919 ลำที่ 3 แล้วที่มีการผลิตและทดสอบ จากที่ก่อนหน้านี้มีการทดสอบลำที่สองไปเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ซึ่งเกิดขึ้น 7 เดือนหลังจากเครื่องบินต้นแบบลำแรกทดสอบบินครั้งแรก

โคแม็ก ตั้งเป้าจะนำเครื่องรุ่นดังกล่าวผ่านการทดสอบจากหน่วยงานกำกับการบินพลเรือนของจีน รวมถึงหน่วยงานด้านการบินพลเรือนในระดับนานาชาติต่อไป ก่อนจะนำให้บริการเชิงพาณิชย์ ซึ่งนับว่าความสำเร็จในการผลิตเครื่องบินโดยสารเมดอินไชน่าครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งในความสำเร็จด้านเทคโนโลยีการบินของจีนที่จะกลายเป็นคู่แข่งในตลาดเครื่องบินระดับโลกในอนาคต

 

สีจิ้งผิงสั่งคณะโปลิตบูโร ทำกิจกรรมวิจารณ์และประเมินตนเอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/575297

  • วันที่ 28 ธ.ค. 2561 เวลา 17:15 น.

สีจิ้งผิงสั่งคณะโปลิตบูโร ทำกิจกรรมวิจารณ์และประเมินตนเอง

ผู้นำจีนสั่งสมาชิกระดับสูงในพรรคคอมมิวนิสต์ ทำการประเมินความซื่อสัตย์และวิจารณ์ตนเอง

เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์รายงานว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกรมการเมืองของพรรคคอมมิวนิสต์จีน (โปลิตบูโร) ซึ่งมีประธานาธิบดี สีจิ้งผิง นั่งเป็นประธาน ได้มีคำสั่งให้ผู้บริหารระดับสูงในคณะโปลิตบูโร ทั้ง 25 คน ทำกิจกรรมที่เรียกว่า การวิจารณ์และประเมินตนเอง ถึงผลงาน และความซื่อสัตย์ตลอดระยะเวลาสองปีทีผ่านมานับตั้งแต่คณะโปลิตบูโรของพรรคคอมมิวนิสต์ชุดใหม่เข้ารับตำแหน่งเมื่อปี 2017

 

ภาพ : Xinhua

 

การประชุมดังกล่าวนี้มีขี้นที่กรุงปักกิ่งตลอดช่วงสัปดาห์ทีผ่านมา โดยเนื้อหาส่วนใหญ่ที่ประธานาธิบดีจิ้งผิงเป็นผู้นั่งหัวโต๊ะการประชุมนั้นเกี่ยวข้องกับการกำหนดนโยบายในด้านต่างๆภายในปี 2019 โดยช่วงหนึ่งผู้นำสีได้เรียกร้องให้มีการทำกิจกรรมทบทวนและวิจารณ์ตนเอง ซึ่งเป็นกิจกรรมเชิงจิตวิทยาในระหว่างการประชุมดังกล่าว

อย่างไรก็ดีรายงานไม่ได้ระบุว่ากิจกรรมทบทวนและวิจารณ์ตนเองนี้ มีรายละเอียดเป็นอย่างไร แต่ตามรายงานของสำนักข่าวซินหัวระบุว่า สมาชิกระดับสูงทั้ง 25 คนต้องทำการตอบคำถามเช่น ได้นำคำแนะนำของปธน.สี ไปปรับใช้ในงานอย่างไร ดำเนินงานในด้านต่างๆเป็นไปตามกฎระเบียบของพรรคหรือไม่ รวมถึงที่ผ่านมาเคยกระทำผิดพลาดในสิ่งใดต่อทั้งพรรคฯและต่อผู้นำสีบ้าง

 

ภาพ : Xinhua

 

ทั้งนี้ ศูนย์อำนาจใหญ่ของคณะโปลิตบูโรทั้ง 25 คนนั้น ขึ้นอยู่กับปธน.สีจิ้งผิง นับตั้งแต่ที่ปธน.สี ขึ้นรับตำแหน่งผู้นำจีนในปี 2012 ก่อนที่จะมีการแก้ไขธรรมนูญของจีน ซึ่งเปิดทางให้ผู้นำสีครองอำนาจในฐานะประธานาธิบดี และผู้นำสูงสุดของพรรคไปได้โดยไม่มีกำหนดระยะเวลา

Willy Lam ศาสตาจารย์ด้านจีนศึกษา จากมหาวิทยาลัยฮ่องกง และนักวิเคราะห์การเมืองมองว่า แม้ประธานาธิบดีสี จะทรงอำนาจในทางการเมืองอย่างมาก แต่อำนาจของเขากลับถูกท้าทายจากปัจจัยภายนอกในประเด็นสงครามการค้ากับสหรัฐจนส่งผลให้เศรษฐกิจของจีนชะลอตัว

และจะส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจและแผนปฏิรูปเศรษฐกิจและสังคมของจีน ซึ่งนำไปสู่ความเครียด หรือความขัดแย้งในคณะโปลิตบูโรถึงความภักดีต่อประธานาธิบดีสี และกำลังเป็นความท้าทายที่อาจทำให้ปธน.สีเริ่มรู้สึก “ระแวงหรือไม่ปลอดภัย”

 

 

สอดคล้องกับตอนหนึ่งที่ปธน.สี ได้กล่าวต่อที่ประชุมโดยย่องยองแนวคิด ประชาธิปไตยแบบรวมศูนย์ “democratic centralism” ซึ่งเป็นหนึ่งในหลักการพื้นฐานของลัทธิเลนิน ซึ่งผู้นำระดับสูงแต่ละคนนั้นมีอำนาจมาก พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีความสามัคคีกันภายในพรรค

ทั้งนี้ การทำกิจกรรมในลักษณะดังกล่าวเคยเกิดขึ้นมาแล้วในช่วงปฏิวัติวัฒนธรรม สมัยประธานเหมา เจ๋อตุง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบความซื่อสัตย์ และกระชับความสัมพันธ์ของสมาชิกในกลุ่ม

เยอรมนีเตรียมรับทหารต่างแดนเข้ากองทัพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/575281

  • วันที่ 28 ธ.ค. 2561 เวลา 15:19 น.

เยอรมนีเตรียมรับทหารต่างแดนเข้ากองทัพ

เยอรมนีพิจารณาเปิดรับพลเมืองจากประเทศในอียู เข้ารับราชการในกองทัพ หลังประสบปัญหาขาดแคลนบุคลากร

สื่อท้องถิ่นเยอรมนีรายงานว่า นางอัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเยน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเยอรมนี และในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุดแห่งกองทัพสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (Bundeswehr) ได้เปิดเผยว่า รัฐบาลเยอรมนีกำลังพิจารณาเปิดโอกาสให้พลเมืองจากชาติอื่นในกลุ่มประเทศอียู สามารถเข้ารับราชการทหารในกองทัพของเยอรมนีได้ โดยเฉพาะในกลุ่มสาขาสำคัญที่ขาดแคลนเช่น ผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีและแพทย์

 

นางอัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเยน

 

ข้อเสนอดังกล่าวของรัฐบาลเยอรมนีครั้งนี้ ได้สร้างการโต้เถึยงอย่างมากเนื่องจากเป็นการเปิดรับ “ทหารรับจ้าง” เข้าประจำการในกองทัพ แทนที่จะเป็นกองกำลังจากพลเมืองเยอรมนีเสียเอง อีกทั้งยังถูกมองว่าอาจมีปัญหาในประเด็น “ความจงรักภักดี” ต่อเยอรมนีด้วย เนื่องจากไม่ใช้ทหารที่ทำหน้าที่รบเพื่อประเทศบ้านเกิดของตน

ด้านพลเอก อีเบอร์ฮาร์ด ซอร์น ในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพเยอรมนี (Generalinspekteur der Bundeswehr)ได้เปิดเผยต่อหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นว่า แนวคิดดังกล่าวนี้จะเป็นเพียง “ทางเลือก” หนึ่งเท่านั้นในการสรรหาบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเข้าประจำการในกองทัพ

 

 

โดยที่ผ่านมากองทัพเยอรมนีประสบปัญหาที่ทำให้ด้อยกว่ากองทัพประเทศอื่นๆในแง่กำลังพล เนื่องจากขาดกำลังพลที่มีทักษะเฉพาะทางที่จะเข้ามารับการราชการทหาร โดยแรงานเหล่านี้เลือกทำงานในองค์กรเอกชนมากกว่า ทางกองทัพจึงต้องมองในทุกทางเลือกที่จะเป็นไปได้

ด้านรัฐบาลเยอรมนีได้เปิดรับฟังความคิดเห็น และประชาพิจารณ์โดยส่วนใหญ่ต่างแสดงความกังวลในด้านที่ว่าจะพบกับปัญหาด้านความมั่นคงในลักษณะถูกสอดแนม จากพลเมืองอียูชาติอื่น อีกทั้งจะเป็นการแย่งงานชาวเยอรมันด้วย

 

 

อย่างไรก็ดี ประเทศเยอรมนีได้ยกเลิกการเกณฑ์ทหารในปี 2011 เปลี่ยนมาเป็นระบบสมัครใจเข้ากองทัพแทน ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีด้วยสวัสดิการที่ไม่แพ้กับงานในองค์กรเอกชน โดยปีที่ผ่านมานั้นกองทัพเยอรมนี มีอัตรากำลังพลเพิ่มมากขึ้นถึง 6,500 นาย เป็น182,000 และตั้งเป้ามีอัตรากำลังพลเพิ่มขึ้นเป็น 203,000 นาย ในปี 2025

สหรัฐส่อชัตดาวน์ข้ามปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/575276

  • วันที่ 28 ธ.ค. 2561 เวลา 14:18 น.

สหรัฐส่อชัตดาวน์ข้ามปี

รบ.สหรัฐป่วน ชัตดาวน์ส่อยืดเยื้อข้ามปี หลังคองเกรสยังไม่มีท่าทีบรรลุข้อตกลงงบสร้างกำแพง

สื่อสหรัฐรายงานว่า ขณะนี้สถานการณ์ปิดตัวของหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐบางส่วนส่อเค้ายืดเยื้อ หลังจากที่การชัตดาวน์เริ่มมีผลมาตั้งแต่หลังเที่ยงคืนของวันที่ 21 ธ.ค. เป็นต้นมา สืบเนื่องจาก ส.ว. ในสภาคองเกรสไม่เห็นชอบในการอนุมัติงบประมาณบางส่วน ซึ่งครอบคลุมถึงประเด็นการสร้างกำแพงตามแนวชายแดนสหรัฐ-เม็กซิโก วงเงิน 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ส่งผลให้บรรดาส.ว.รีพับลิกกันบางส่วน และส.ว. เดโมแครต ส่วนใหญ่ไม่พอใจแผนการสร้างกำแพงดังกล่าว จึงไม่หยั่งเสียงให้มีการผ่านการเห็นชอบ

 

 

ด้านประธานาธิบดีทรัมป์ ได้กล่าวโทษพรรคเดโมแครตว่าเป็นตัวการที่ทำให้การชัดดาวน์ครั้งนี้ยืดเยื้อ และส่งผลให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลในบางหน่วยงานต้องทำงานโดยไม่ได้รับค่าจ้าง ในช่วงวันหยุดเทศกาลคริสต์มาสที่ผ่านมา รวมถึงเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงด้วย

ในขณะที่หน่วยงานส่วนใหญ่ของรัฐบาลนั้นได้รับการอนุมัติงบประมาณจนถึงสิ้นเดือนกันยายนปีหน้าแล้ว

 

 

ปธน.ทรัมป์ระบุว่า เขาได้พูดอย่างชัดเจนแล้วถึงงบสร้างกำแพงดังกล่าว มีเพื่อใช้รักษาความปลอดภัยตามแนวพรมแดน รวมถึงป้องกันการลักลอบขนยาเสพติดเข้าสหรัฐด้วย ด้านสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเปิดประชุมไม่กี่นาทีในวันเดียวกันโดยไม่ได้มีข้อสรุปใด ๆ และได้เลื่อนการประชุมไปเป็นสัปดาห์หน้า

ด้านสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเปิดประชุมไม่กี่นาทีในวันเดียวกันโดยไม่ได้มีข้อสรุปใด ๆ และได้เลื่อนการประชุมไปเป็นสัปดาห์หน้า

ทั้งนี้ หากการชัตดาวน์ยืดเยื้อไปจนถึงหลังวันที่ 3 มกราคมปี 2019 นั้นสถานการณ์จะยิ่งร้ายแรงมากขึ้น เนื่องจากสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่ที่นำโดยพรรคเดโมแครตจะเข้ามาครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะส่งผลให้การผ่านร่างงบประมาณต่างๆตามที่ปธน.ทรัมป์ต้องการนั้นเผชิญอุปสรรคยิ่งขึ้น

สุดงง โฆษณาท่องเที่ยวโสมเหนือ โผล่สนามบอลอังกฤษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/575267

  • วันที่ 28 ธ.ค. 2561 เวลา 12:49 น.

สุดงง โฆษณาท่องเที่ยวโสมเหนือ โผล่สนามบอลอังกฤษ

ป้ายโฆษณาเว็บการท่องเที่ยวเกาหลีเหนือ โผล่เป็นสปอนเซอร์สโมสรฟุตบอลอังกฤษ

สกายนิวส์ของอังกฤษรายงานว่า บรรดาผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียหลายรายต่างแชร์ภาพของป้ายโฆษณาริมขอบสนามของสโมสรฟุตบอลไบลธ์ สปาร์ตันส์ โดยป้ายดังกล่าวมีเนื้อหาสื่อถือเว็บไซต์การท่องเที่ยวเกาหลีเหนือ พร้อมข้อความระบุว่า “Visit North Korea www.visitthedprk.org”

ภาพดังกล่าวนี้ถูกถ่ายขึ้นโดยแฟนบอลสโมสรไบลธ์ สปาตันส์ นัดระหว่างแข่งขันกับสโมสรฟุตบอลสเปนนีมูร์ ทาวน์ เมื่อช่วงวันพุธที่ผ่านมา (26 ธ.ค.)

https://twitter.com/BSAFCCommercial/status/1078253535526113280

หลังจากภาพดังกล่าวถูกส่งต่อออกไปอย่างรวดเร็วนั้น ด้านสโมสรไบลธ์ สปาร์ตันส์ ซึ่งเป็นเจ้าบ้านเปิดสนามแข่งกับสโมสรฟุสเปนนีมูร์ ทาวน์ นั้นได้ยืนยันว่าภาพโฆษณาดังกล่าวนั้นเป็นภาพจริง และมีการซื้อโฆษณากับทางสโมสรจริง

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่าเว็บไซต์การท่องเที่ยวเกาหลีเหนือดังกล่าวนั้น ไม่ใช่หน่วยงานของรัฐบาลเปียงยางแต่อย่างใด

 

แต่เป็นหน่วยงานเอกชนที่ดำเนินการจัดโปรแกรมทัวร์เพื่อสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ของการท่องเที่ยวในเกาหลีเหนือ โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่มณฑลกวางตุ้ง ของจีน และมีสำนักงานทำการในอังกฤษด้วยเช่นกัน

ภายในเว็บไซต์ดังกล่าวนั้นระบุถึงจุดประสงค์ของการส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลีเหนือว่า ไม่ได้มีจุดประสงค์ในทางการเมือง แต่ต้องการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การเรียนรู้เพื่อความเข้าใจต่อประเทศเกาหลีเหนือ ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสันติภาพของเกาหลีเหนือ มากกว่าการสร้างกำแพงปิดกั้นเกาหลีเหนือจากโลกภายนอก