เจ้าหน้าที่อินโดเร่งค้นหาเหยื่อสึนามิ ยอดตายสูงกว่า 373 ราย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/574982

  • วันที่ 25 ธ.ค. 2561 เวลา 13:08 น.

เจ้าหน้าที่อินโดเร่งค้นหาเหยื่อสึนามิ ยอดตายสูงกว่า 373 ราย

กู้ภัยอินโดนีเซียเร่งเดินหน้าค้นหาผู้รอดชีวิตเหยื่อคลื่นสึนามิถล่ม ยังคงสูญหายอีก 128 คน

รอยเตอร์รายงานว่า เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยอินโดนีเซียยังคงเดินหน้าค้นหาผู้รอดชีวิตจากเหตุคลื่นสึนามิพัดถล่มชายฝั่งช่องแคบซุนดา ทางภาคตะวันตกของประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเกิดจากเหตุปะทุของผู้เขาไฟอานัก กรากาตัว

 

โดยรายงานระบุว่าขณะนี้ยอดผู้เสียชีวิตสูงถึง 373 รายแล้ว บาดเจ็บอยู่ที่ 1,459 ราย ขณะที่ผู้สูงหายอยู่ที่ 128 คน โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังทำงานแข่งกับเวลาแม้ว่าความหวังในการพบผู้รอดชีวิตจะริบหรี่ลงก็ตามที

 

 

การค้นหาได้มุ่งเน้นไปแถบพื้นที่ของหาดคาริต้า ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมตั้งอยู่ทางตะวันตกของเกาะชวา  เนื่องจากเป็นพื้นที่มีความเสียหายมากที่สุด โดยเหตุสึนามิพัดถล่มครั้งนี้นับเป็นภัยธรรมชาติครั้งที่3 แล้วของอินโดนีเซีย โดยก่อนหน้านี้คือเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิพัดถล่มบนเกาะลอมบอกเมื่อเดือนสิงหาคม และแผ่นดินไหวในเมืองปาลู บนเกาะสุลาเวสีเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ซึ่งเหตุที่เมืองปาลูนั้นพบผู้เสียชีวิตมากที่สุดถึงกว่า 2,000 คน

 

สื่ออ้างจีนคุมเข้มห้ามฉลองคริสต์มาสหลายพื้นที่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/574971

  • วันที่ 25 ธ.ค. 2561 เวลา 11:52 น.

สื่ออ้างจีนคุมเข้มห้ามฉลองคริสต์มาสหลายพื้นที่

สื่อสหรัฐอ้างคริสต์มาสจีนหลายพื้นที่กร่อย ทางการคุมเข้มฉลอง ระบุขัดวัฒนธรรมชาตินิยม

สำนักข่าวเอพีรายงานโดยอ้างว่า วันนี้ (25 ธ.ค.) เนื่องในวันเทศกาลคริสต์มาสตามวัฒนธรรมยุโรปในหลายพื้นที่ของประเทศจีนนั้นค่อนข้างเหงียบเหงา

โดยพบว่าหลายพื้นที่ของจีนนั้นมีการสั่งห้ามจัดเทศกาลคริสต์มาสในหลายเมือง โดยเฉพาะการจัดกิจกรรมคริสต์มาสตามโรงเรียน และสถานที่ราชการต่างๆ เนื่องจากทางการต้องการให้ความสำคัญกับการส่งเสริมวัฒนธรรมจีนแบบดั่งเดิมแทน

รายงานระบุว่าที่เมือง Langfang ทางเหนืองของมณฑลเห่อเป่ย เจ้าหน้าที่ทางการได้สั่งปลดของประดับตกแต่งที่เกี่ยวกับคริสต์มาสทั้งหมด และห้ามไม่ให้ร้านค้าขายสินค้าที่เกี่ยวกับคริสต์มาสทั้งหมด โดยเจ้าหน้าที่ทางการได้อ้างว่ามาตรการดังกล่าวมีขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์เพื่อรักษา”เสถียรภาพและควบคุมแผงลอยริมถนน”

 

รายงานระบุว่าที่เมือง Langfang ทางเหนืองของมณฑลเห่อเป่ย เจ้าหน้าที่ทางการได้สั่งปลดของประดับตกแต่งที่เกี่ยวกับคริสต์มาสทั้งหมด และห้ามไม่ให้ร้านค้าขายสินค้าที่เกี่ยวกับคริสต์มาสทั้งหมด โดยเจ้าหน้าที่ทางการได้อ้างว่ามาตรการดังกล่าวมีขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์เพื่อรักษา”เสถียรภาพและควบคุมแผงลอยริมถนน”

ที่เมืองฉางชา มณฑลหูหนานทางตอนกลางของประเทศ สำนักการศึกษาในพื้นที่ได้ออกประกาศเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาระบุห้ามไม่ให้โรงเรียนในพื้นที่จัดงานฉลองตามแบบ”เทศกาลตะวันตก” โดยเฉพาะเทศกาลคริสมาส เช่นของประดับตกแต่งต่างๆ ขณะที่สำนักข่าวเอพีรายงานระบุว่าพบอย่างน้อย 4 เมืองและอีก 1 เขตปกครองในจีนที่ห้ามประดับของตกแต่งในเทศกาลคริสต์มาส

ขณะที่รายงานยังอ้างอีกว่ามีห้างสรรพสินค้าในอีกหลายเมืองเช่น ในเมืองเหิงหยาง ในมณฑลหูหนาน เมืองฝูปิง ในมณฑลเหอเป่ย เมืองปานหลงในเมืองคุนหมิงในมณฑลยูนนาน ไปจนถึงมหาวิทยาลัยบางแห่งในนครเซี่ยงไฮ้ที่ถูกทางการสั่งห้ามจัดกิจกรรมเกี่ยวกับเทศกาลคริสต์มาสด้วยเช่นกัน

 

 

นอกจากนี้ยังพบรายงานว่าคุณครูในเมือง Huangshan มณฑลอันฮุย ได้ส่งต่อข้อความผ่านแอปพลิเคชั่นวีแชท และคิวคิว ระบุุถึงคำสั่งห้ามดังกล่าว พร้อมระบุว่าครูควรส่งเสริมวัฒนธรรมจีนให้กับนักเรียนเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบาย “วัฒนธรรมแบบชาตินิยม” ของรัฐบาลจีน ซึ่งทางการจีนได้ประกาศไปเมื่อปีที่แล้ว โดยตั้งเป้างเสริมวัฒนธรรมดั้งเดิมของจีนในระดับนานาชาติภายใน ค.ศ.2025

อย่างไรก็ดี จากการตรวจสอบของโพสต์ทูเดย์ออนไลน์ในสำนักข่าวแห่งอื่นๆนั้น ต่างรายงานตรงกันว่าบรรยากาศงานฉลองคริสต์มาสในจีนนั้นยังคงเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ โดยพบว่าในเมืองใหญ่อย่างกรุงปักกิ่ง และนครเซี่ยงไฮ้นั้นมีการจัดของประดับตกแต่งในเทศกาลคริสต์มาสกันอย่างแพร่หลาย รวมถึงบรรดาโบสถ์คริสต์หลายแห่งก็เปิดทำพิธีทางศาสนาในวันนี้พร้อมกับมีชาวจีนที่เป็นคริสต์ศาสนิกชนเข้าร่วมอย่างแพร่หลายด้วยเช่นกัน โดยที่มหาวิหารเซาท์คาทอลิกในกรุงปักกิ่งมีรายงานว่าในปีที่แล้วมีชาวจีนที่นับถือคริสต์เกือบ 50,000 คนมาร่วมประกอบพิธีมิสซา โดยในรายงานของเอพีระบุว่าทางการจีนได้สั่งปิดวิหารใหญ่ในกรุงปักกิ่ง แต่จากการตรวจสอบพบว่าวิหารดังกล่าวนั้นปิดปรับปรุงใหญ่ไปเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา แต่ก็ยังคงเปิดทำพิธีทางศาสนาในโอกาสสำคัญอย่างเทศกาลคริสต์มาสนี้เช่นเดิม

ทั้งนี้ในวันที่ 25 ธ.ค. นั้นยังคงเป็นวันทำงานตามปกติของจีนจึงไม่ได้มีบรรยากาศของการเฉลิมฉลองเป็นการพิเศษแต่อย่างใดเหมือนกับหลายชาติตะวันตก

นอกจากนี้ยังพบว่าเมื่อวันที่ 23 ธ.ค. ที่ผ่านมาในเมืองเซิ่นหยางในมณฑลเหลี่ยวหนิงได้มีการจัดกิจกรรมเดินวิ่งโดยผู้เข้าร่วมจำนวนมากได้พร้อมใจกันแต่งชุดซานตาครอสเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมากเช่นกัน ซึ่งดูเหมือนจะขัดกับรายงานดังกล่าวของสื่อสหรัฐฯ

 

ภูเขาไฟเอตนาในอิตาลีปะทุพร้อมพ่นเถ้าถ่าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/574961

  • วันที่ 25 ธ.ค. 2561 เวลา 10:41 น.

ภูเขาไฟเอตนาในอิตาลีปะทุพร้อมพ่นเถ้าถ่าน

ภูเขาไฟเอตนา บนเกาะซิซิลีของอิตาลี ปะทุพร้อมแผ่นดินไหวตามมากว่า130ครั้ง

สำนักธรณีฟิสิกส์และภูเขาไฟแห่งชาติอิตาลี (INGV) ได้รายงานว่าภูเขาไฟเอตนาบนเกาะซิซิลี ซึ่งมีความสูง 3,323 เมตร ซึ่งตั้งอยู่ด้านตะวันออกของเกาะซิซิลิ ใกล้กับเมืองคาตาเนีย ทางใต้ของอิตาลี ได้เกิดระเบิดขึ้นหลังจากนิ่งสงบเป็นเวลาหลายสิบปี

ส่งผลให้ภูเขาไฟปะทุเถ้าถ่านฟุ้งกระจายไปในอากาศ โดยการปะทุครั้งนี้อยู่ห่างจากหมู่บ้านและเขตชุมชนที่อยู่ใกล้เคียงราว 30 กิโลเมตร และเป็นการการปะทุด้านข้างของภูเขาไฟ

 

 

INGV ระบุว่าภูเขาไฟนี้ปะทุขึ้นเมื่อเวลา 08.50 น. ของวันจันทร์ที่ 24 ธ.ค.ตามเวลาท้องถิ่น และได้พ่นลาวาสูงขึ้นไปในอากาศกว่า 2,000 – 3,000 เมตร

พร้อมทั้งมีลาวาเหลวร้อนไหลออกมาตามรอยแตกด้านข้างของปล่องภูเขาไฟด้านทะวันออกเฉียงเหนือ และเกิดแผ่นดินไหวตามมากว่า 130 ครั้ง โดยครั้งที่รุนแรงที่สุดวัดแรงสั่นสะเทือนได้ 4.3 แม็กนิจูด

 

 

เถ้าถ่านที่พ่นออกมานั่นได้ส่งผลให้กระทบต่อเส้นทางการบินบางส่วน แต่ทางสนามบินในพื้นที่ยังคงให้บริการตามปกติ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวไม่ใช่เส้นทางบินที่พลุกพล่านมากนัก จึงไม่กระทบต่อการเดินทางเท่าใด

ทั้งนี้ จากประวัติของภูเขาไฟพบว่าเคยเกิดการปะทุครั้งใหญ่เมื่อ 2,700 ปีก่อน และที่ผ่านมาก็เกิดการปะทุหลาครั้งเป็นการปะทุแค่เล็กน้อยเท่านั้น โดยในครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน แต่นักวิทยาศาสตร์ยังคงเฝ้าระวังการปะทุเป็นพิเศษ เนื่องจากหวั่นวิตกว่าอาจเกิดการปะทุครั้งใหญ่ตามมา

ผู้เชี่ยวชาญเผยสาเหตุสึนามิอินโดฯสร้างความเสียหายรุนแรง แม้ขนาดคลื่นไม่ใหญ่มาก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/574878

  • วันที่ 24 ธ.ค. 2561 เวลา 12:20 น.

ผู้เชี่ยวชาญเผยสาเหตุสึนามิอินโดฯสร้างความเสียหายรุนแรง แม้ขนาดคลื่นไม่ใหญ่มาก

ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุคลื่นสึนามิที่อินโดฯเพิ่มเป็น281ศพ ผู้เชี่ยวชาญชี้แม่คลื่นไม่ใหญ่แต่สร้างผลกระทบรุนแรงเพราะมีการสร้างบ้านเรือนตามแนวชายฝั่งมากขึ้น

สำนักงานจัดการภัยพิบัติของอินโดนีเซียเปิดเผยว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิถล่มชายฝั่งช่องแคบซุนดา ทางภาคตะวันตกของประเทศอินโดนีเซีย เพิ่มขึ้นเป็น 281 คน

ขณะที่ สำนักงานอุตุนิยมวิทยาและธรณีฟิสิกส์ ระบุว่า การปะทุของภูเขาไฟ “บุตรแห่งกรากาตัว” หรือ อานัก กรากาตัว ทำให้เกิดดินถล่มใต้มหาสมุทร และเกิดเป็นคลื่นยักษ์สึนามิ

นอกจากนี้ คลื่นยึกษ์สึนามิยังได้สร้างความเสียหายต่อบ้านเรือน 556 หลังคาเรือน โรงแรม 9 แห่ง และเรือ 360 ลำในเขตปันเดอกลังและเซรังในจังหวัดบันเติน และเขตลัมปุงใต้ในจังหวัดลัมปุง

ด้าน เกการ์ ปราเช็ตยา ผู้ร่วมก่อตั้งศูนย์วิจัยคลื่นสึนามิอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า แม้ว่าคลื่นยักษ์สึนามิครั้งนี้อาจไม่ได้เป็นคลื่นขนาดใหญ่มาก และมีความสูงเพียง 1 เมตรเท่านั้น แต่ปัญหาที่ทำให้ผลกระทบรุนแรงคือการสร้างอาคารบ้านเรือนตามแนวชายฝั่งมากขึ้น

ภาพ เอเอฟพี

ทรัมป์ป่วนสภาคองเกรส! สหรัฐชัตดาวน์ยาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/574845

  • วันที่ 24 ธ.ค. 2561 เวลา 07:09 น.

ทรัมป์ป่วนสภาคองเกรส! สหรัฐชัตดาวน์ยาว

ทรัมป์ป่วนคองเกรส สหรัฐชัตดาวน์ครั้งที่ 3 ในรอบปี หลังหาข้อตกลงไม่ได้เรื่องงบสร้างกำแพงยักษ์กั้นสหรัฐ-เม็กซิโก

สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐจะกลับมาประชุมเต็มรูปแบบอีกครั้ง ในวันที่ 27 ธ.ค.นี้ เพื่อลงมติร่างงบประมาณระยะสั้นให้หน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐ ส่งผลให้หน่วยงานบางส่วนคาดว่าจะต้องเผชิญภาวะชัตดาวน์ หรือต้องปิดทำการลง ไปจนถึงหลังเทศกาลคริสต์มาส เนื่องจากสภาคองเกรสไม่สามารถผ่านร่างงบประมาณได้ หลังพรรคเดโมแครตและประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ขัดแย้งกันในประเด็นที่ทรัมป์ต้องการให้เพิ่มงบ 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.62 แสนล้านบาท) เพื่อสร้างกำแพงตลอดชายแดนเม็กซิโก

เอพีรายงานว่า นับเป็นครั้งที่ 3 ในปีนี้ที่สหรัฐต้องเผชิญกับภาวะชัตดาวน์ ซึ่งข้าราชการของหน่วยงานรัฐบาลราว 1 ใน 4 เช่น กระทรวงยุติธรรม กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ และกระทรวงเกษตร กว่า 8 แสนคน ต้องได้รับผลกระทบ ซึ่งรวมถึงการต้องทำงานโดยไม่ได้รับค่าจ้าง หรือต้องถูกพักงานโดยไม่รับค่าจ้าง

ทั้งนี้ ทรัมป์ขู่ผ่านทวิตเตอร์เมื่อเช้าวันที่ 22 ธ.ค.ว่า การชัตดาวน์ครั้งนี้อาจจะขยายระยะเวลาออกไปเรื่อยๆ หากสภายังไม่สามารถทำตามความต้องการของทรัมป์ในเรื่องงบสร้างกำแพงได้

ด้านแถลงการณ์ร่วมของ ชัคค์ ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภา และแนนซี เพโลซี ผู้นำเสียงข้างน้อยในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ระบุว่า เดโมแครตได้ยื่นข้อเสนอหลายอย่างให้เพื่อให้ไม่เกิดภาวะชัตดาวน์แล้ว รวมถึงเสนองบประมาณด้านความปลอดภัยในชายแดนที่มีเหตุผลและมีประสิทธิภาพ มากกว่าการสร้างกำแพงที่ไร้ประสิทธิภาพและมีราคาแพงของทรัมป์

ภาพ เอเอฟพี

เศรษฐีโลกสูญเงิน16ล้านล้าน หลังหุ้นร่วงหนักฉุดสินทรัพย์ลดฮวบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/574834

  • วันที่ 23 ธ.ค. 2561 เวลา 17:55 น.

เศรษฐีโลกสูญเงิน16ล้านล้าน หลังหุ้นร่วงหนักฉุดสินทรัพย์ลดฮวบ

ความมั่งคั่งเศรษฐีโลกลดฮวบ 16 ล้านล้าน หลังตลาดหุ้นโลกดิ่งหนัก หุ้นสหรัฐร่วงหนักรอบสัปดาห์เลวร้ายสุด 10 ปี

บลูมเบิร์กรายงานว่า สินทรัพย์ของมหาเศรษฐีทั่วโลกลดลงถึง 5.11 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 16 ล้านล้านบาท) ในปี 2018 เป็นผลมาจากตลาดหุ้นทั่วโลกที่ร่วงลงอย่างหนัก โดยเฉพาะในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งตลาดหุ้นหลายแห่งเผชิญแรงเทขายจนเข้าสู่ภาวะตลาดหมี

ดัชนี บลูมเบิร์ก บิลเลียนแนร์ อินเด็กซ์ ซึ่งจัดอันดับสินทรัพย์เศรษฐีโลก 500 ราย พบว่า มูลค่าสินทรัพย์ของเศรษฐีโลกทั้งหมดอยู่ที่ 4.7 ล้านล้านดอลลาร์ (ราว 153 ล้านล้านบาท) ในขณะนี้ ซึ่งลดลงเป็นครั้งที่ 2 นับตั้งแต่เริ่มทำดัชนีในปี 2012

สำหรับในสหรัฐนั้น บลูมเบิร์กระบุว่า สินทรัพย์ของมหาเศรษฐี 173 ราย ลดลง 5.9% มาอยู่ที่รวมกันทั้งหมด 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ (ราว 61 ล้านล้านบาท) โดย เจฟฟ์ เบซอส ผู้ก่อตั้งแอมะซอน ยักษ์อี-คอมเมิร์ซสหรัฐ ซึ่งร่ำรวยขึ้นมากที่สุดในโลกในปีนี้เมื่อเดือน ก.ย. มีสินทรัพย์ลดลง 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 5.21 แสนล้านบาท) ด้านสินทรัพย์ของ มาร์ก ซัคเกอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊กลดลงมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ถึง 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 7.49 แสนล้านบาท) นับตั้งแต่เดือน ม.ค.

ขณะเดียวกัน บลูมเบิร์กเปิดเผยว่า ในปีนี้นับเป็นครั้งแรกที่ความมั่งคั่งของมหาเศรษฐีเอเชียลดลงในรอบ 6 ปี โดยเศรษฐีเอเชีย 128 คน มีสินทรัพย์ลดลง 1.44 แสนล้านดอลลาร์ (ราว 4.69 ล้านล้านบาท) โดยเศรษฐีจีนมีสินทรัพย์ลดลงมากที่สุดในเอเชีย ซึ่งสัดส่วน 2 ใน 3 รวยลดลง

“สภาพตลาดหุ้นที่ย่ำแย่ในปีนี้ และความไม่แน่นอนจากเรื่องความตึงเครียดทางการค้ามีแนวโน้มเพิ่มความท้าทายให้หลายภาคธุรกิจ” ฟิลิป ไวแอตต์ นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารยูบีเอสกล่าว

อย่างไรก็ดี ไวแอตต์มองว่าแนวโน้มดังกล่าวไม่น่าดำเนินไปต่อเนื่องในปีหน้า เนื่องจากเอเชียมีปัจจัยแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างมหาเศรษฐีหน้าใหม่ เช่น เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ดึงดูดการลงทุนจากเอกชนและนโยบายสนับสนุนของรัฐบาล

ทั้งนี้ ตลาดหุ้นโลกเจอแรงเทขายอย่างหนักตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะในตลาดหุ้นสหรัฐ ซึ่งดัชนีอุตสาหกรรมดาโจนส์ปรับลงเกือบ 7% นับเป็นการลดลงรอบสัปดาห์ที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจ 2008 ขณะที่ดัชนีแนสแด็กเข้าสู่ภาวะตลาดหมีเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ปรับลง 21.9% จากระดับสูงสุดเมื่อวันที่ 29 ส.ค. ด้านดัชนีเอส แอนด์ พี 500 ลดลงแล้ว 17.5% จากระดับสูงสุดวันที่ 20 ก.ย.

ก่อนหน้านี้ การขึ้นดอกเบี้ยและหั่นเป้าจีดีพีสหรัฐของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการประชุมวันที่ 19 ธ.ค. เป็นปัจจัยหลักฉุดตลาดหุ้น รวมถึงความวิตกเรื่องเศรษฐกิจโลกโตชะลอ และความตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐที่กลับมาทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง หลังสหรัฐกล่าวหาว่า จีนดำเนินปฏิบัติการจารกรรมไซเบอร์

ภาพ เอเอฟพี

ยอดเหยื่อสึนามิพัดถล่มอินโดฯพุ่งเป็น168คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/574833

  • วันที่ 23 ธ.ค. 2561 เวลา 17:35 น.

ยอดเหยื่อสึนามิพัดถล่มอินโดฯพุ่งเป็น168คน

ทางการอินโดฯรายงานยอดผู้เสียชีวิตจากคลื่นยักษ์สึนามิเพิ่มเป็น 168 คน บาดเจ็บ 745 คน ขณะที่สถานทูตไทยเผยยังไม่พบคนไทยได้รับผลกระทบ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายซูโตโป เปอร์โว นูโกรโฮ โฆษกสำนักงานบรรเทาภัยพิบัติแห่งชาติของอินโดนีเซีย แถลงว่า จากเหตุการณ์คลื่นสึนามิพัดถล่มบริเวณช่องแคบซุนดา ระหว่างเกาะสุมาตราและเกาะชวาทางภาคตะวันตกของประเทศอินโดนีเซีย เมื่อช่วงค่ำวันที่ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้ล่าสุดมียอดผู้เสียชีวิต 168 คน และได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 745 คน รวมทั้งมีอาคารบ้านเรือนเสียหายกว่า 430 หลังคาเรือน

ด้าน สถานทูตไทยประจำกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย รายงานว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น ยังไม่พบว่ามีคนไทยได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว

“กรณีคนไทยได้รับผลกระทบ สามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา +62 811 186253 ตลอด 24 ชั่วโมง”สถานทูตไทยประจำกรุงจาการ์ตา ระบุ

ทั้งนี้คลื่นสึนามิที่เกิดขึ้นมีสาเหตุมาจากการปะทุของภูเขาไฟกรากะตัว ซึ่งทำให้เกิดดินถล่มใต้มหาสมุทรและเกิดเป็นคลื่นยักษ์สึนามิ

ภาพ เอเอฟพี

น้ำใจหลั่งไหลช่วยหนุ่มไต้หวันโหมงานเพื่อครอบครัวจนหลับในชนเฟอร์รารี3คันรวด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/574818

  • วันที่ 23 ธ.ค. 2561 เวลา 13:28 น.

น้ำใจหลั่งไหลช่วยหนุ่มไต้หวันโหมงานเพื่อครอบครัวจนหลับในชนเฟอร์รารี3คันรวด

ชาวไต้หวันหลั่งไหลช่วยเหลือชายหนุ่มร่วมชาติที่โหมงานหนักเพื่อครอบครัวจนหลับในขับรถชนเฟอร์รารี3คันค่าซ่อม12.75ล้าน

น้ำใจจากชาวไต้หวันเพื่อนร่วมชาติหลั่งไหลไปช่วยเหลือหนุ่มวัย 20 ปี ที่โหมงานหนักเพื่อช่วยเหลือครอบครัวจนเกิดหลับในพุ่งชนรถซูเปอร์คาร์เฟอร์รารีเสียหาย 3 คันรวด และต้องช็อกอีกครั้งเมื่อเจอบิลค่าซ่อมรถให้คู่กรณีถึง 12 ล้านเหรียญไต้หวัน หรือราว 12.75 ล้านบาท ทั้งที่ตัวเองต้องหาเช้ากินค่ำ

หลินชินเสียง ถือเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงของครอบครัว และต้องลาออกจากโรงเรียนกลางคันเพื่อช่วยครอบครัวหาเงิน รวมทั้งช่วยแม่ดูแลกิจการร้านค้าธูปและกระดาษเงินกระดาษทองในนิวไทเปซิตี้ หลังจากพ่อเสียชีวิตไปเมื่อ 5 ปีก่อน โดยเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมาหนุ่มกตัญญูต้องเข้ากะทำงานที่ร้านอาหารจนถึง 03.00 น. เมื่อกลับถึงบ้านก็พบว่าแม่ไม่สบาย เจ้าตัวจึงรับหน้าที่นำธูปไปส่งที่วัดใกล้เคียงแทนเพื่อให้ทันเวลางานฉลองของวัด

ต่อมาราว 05.40 น. หลินที่เหน็ดเหนื่อยจาการทำงานมาทั้งวันเกิดหลับในจนรถกระบะของเขาพุ่งไปชนรถเฟอร์รารี 3 คัน จนกระจกข้างหัก สีถลอก และมีร่องรอยบุบด้านซ้าย ส่วนรถของเขาเองกันชนหน้าหลุด กระโปรงหน้ายุบ เจ้าของรถซูเปอร์คาร์ทั้ง 3 คันซึ่งเป็นกลุ่มเพื่อนที่นำรถมาจอดพักข้างทางรอเวลาเช้าเพื่อขับไปชมวิวที่เมืองอี๋หลานและยืนอยู้ข้างๆ รถขณะเกิดเหตุไม่ได้รับบาดเจ็บ

จากการตรวจสอบของตำรวจไม่พบปริมาณแอลกอฮอล์ในตัวหลิน และไม่เคยมีประวัติการขับรถผิดกฎหมาย

หลินเผยกับบีบีซีว่า ตอนนั้นเขาตกใจมากและคิดว่าตัวเองเจอปัญหาใหญ่เข้าให้แล้ว แต่ก็ต้องตะลึงอีกครั้ง เมื่อผู้จำหน่ายรถซูเปอร์คาร์ตีราคาค่าซ่อมรถทั้ง 3 คันไว้ที่ 12 ล้านเหรียญไต้หวัน หรือราว 12.75 ล้านบาท โดยทุกวันนี้หลินได้เงินเดือนเดือนละ 35,000 เหรียญไต้หวัน หรือราว 37,163 บาท หากจะใช้เงินเดือนทั้งเดือนจ่ายค่าเสียหาย เขาต้องใช้เวลาทั้งหมด 28 ปีจึงจะชดใช้หมดทุกบาททุกสตางค์

เมื่ออุบัติเหตุครั้งนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ปรากฏว่าชาวไต้หวันพากันติดต่อไปยังสถานีตำรวจท้องที่ที่เกิดเหตุเพื่อเสนอมอบเงินช่วยเหลือค่าซ่อมรถหรูและค่าดำเนินคดีต่างๆ บางคนถึงกับเดินทางไปช่วยซื้อสินค้าจากร้านของครอบครัวนี้ล้นหลาม รวมถึงทางการท้องถิ่นที่ช่วยเปิดบัญชีระดมเงินซึ่งมีการบริจาคแล้วกว่า 100 ครั้ง บางคนบริจาคเข้าบัญชีนี้มากถึง 199,982 เหรียญไต้หวัน หรือราว 212,395 บาท รวมแล้วระดมเงินได้กว่า 740,000 เหรียญไต้หวัน หรือราว 785,934 บาท

นอกจากนี้ โรงเรียนที่หลินลาออกตั้งแต่มัธยมต้นก็มอบทุนให้เขากลับไปเรียนต่อ ส่วนผู้ใช้โซเชียลที่เข้าใจหัวอกคนหาเช้ากินค่ำก็พากันขอร้องให้เจ้าของรถยกโทษและไม่เรียกร้องค่าเสียหายจากหลิน ทว่า หนึ่งในเจ้าของรถกลับประกาศต่อสาธารณะว่า เขาทำงานอย่างยากเย็นเพื่อเก็บเงินซื้อรถคันที่เสียหาย ดังนั้น เขาต้องได้รับเงินชดเชย ผิดกับเจ้าของรถอีกสองคันที่เหลือที่บอกให้หลินค่อยๆ จ่ายค่าเสียหายไปก่อนระหว่างที่บริษัทประกันกำลังพิจารณาว่าประกันคุ้มครองความเสียหายเท่าไร

เมื่อความช่วยเหลือหลั่งไหลมาอย่างไม่คาดฝันเช่นนี้ หลินเผยด้วยน้ำเสียงตื้นตันว่า “ขอบคุณที่ทุกคนยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือและให้กำลังใจผม บางคนขับรถมาหลายร้อยกิโลเมตรเพื่อมาบริจาคเงิน บางคนก็ตามหาทางมาที่ร้านผมอยู่นาน บางคนก็ไม่ได้ร่ำรวยแต่ก็ยังบริจาคเงิน” และยืนยันว่าการชดใช้ค่าเสียหายคือสิ่งที่ถูกต้อง แม้จะเป็นเงินจำนวนมหาศาลสำหรับคนวัย 20 ปีอย่างเขาก็ตาม

ภาพ : เอเอฟพี

ที่มา www.m2fnews.com

นาทีชีวิต!คลิปคลื่นสึนามิพัดถล่มเวทีคอนเสิร์ตในอินโดฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/574816

  • วันที่ 23 ธ.ค. 2561 เวลา 13:05 น.

นาทีชีวิต!คลิปคลื่นสึนามิพัดถล่มเวทีคอนเสิร์ตในอินโดฯ

เผยคลิปคลื่นยักษ์สึนามิพัดถล่มเวทีคอนเสิร์ตกวาดนักดนตรี-ผู้ชมไปกับสายน้ำ ที่อินโดนีเซีย ขณะที่ยอดเสียชีวิตพุ่งกว่า 62 รายแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศได้เผยแพร่คลิปเหตุการณ์ระทึกขณะที่คลื่นยักษ์สึนามิได้พัดถล่มเวทีคอนเสิร์ตที่กำลังแสดงภายในงานฉลองสิ้นปีในจังหวัด บันเตินของอินโดนีเซีย

คลิปดังกล่าวเผยให้เห็นบรรยากาศคอนเสิร์ตของวงเซเว่นทีน ซึ่งเป็นวงดนตรีในพื้นที่ที่กำลังขึ้นแสดงบนเวทีท่ามกลางผู้ชมจำนวนมาก แต่จู่ๆคลื่นยักษ์ก็พัดเข้าถล่มเวทีจนพังราบในพริบตาพร้อมกับกวาดเอานักดนตรีและผู้ชมไปกับสายน้ำ

ด้าน นายซูโตโป เปอร์โว นูโกรโฮ โฆษกสำนักงานบรรเทาภัยพิบัติแห่งชาติของอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 62 คน และได้รับบาดเจ็บ 584 คน รวมทั้งมีอาคารบ้านเรือนเสียหายกว่า 430 หลังคาเรือน หลังเกิดคลื่นยักษ์สึนามิถล่มชายฝั่งช่องแคบซุนดาทางภาคตะวันตกของประเทศอินโดนีเซีย เมื่อคืนวันเสาร์เวลา 21.27 น.ตามเวลาท้องถิ่น

รายงานข่าวระบุว่า ผู้ประสบเหตุส่วนใหญ่เป็นชาวอินโดนีเซียที่กำลังท่องเที่ยวช่วงวันหยุดในพื้นที่ประสบภัย ซึ่งประกอบด้วยเขตปันเดอกลังและเซรังในจังหวัดบันเติน และเขตลัมปุงใต้ในจังหวัดลัมปุง

เหตุคลื่นยักษ์สึนามิเกิดจากการปะทุของภูเขาไฟกรากะตัว ทำให้เกิดดินถล่มใต้มหาสมุทรและเกิดเป็นคลื่นยักษ์พัดถล่มชายฝั่ง

“กรากะตัว” ภูเขาไฟมรณะแห่งอินโดนีเซีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/574815

  • วันที่ 23 ธ.ค. 2561 เวลา 12:45 น.

"กรากะตัว" ภูเขาไฟมรณะแห่งอินโดนีเซีย

“บุตรแห่งกรากะตัว” ภูเขาไฟมรณะแห่งอินโดนีเซีย ที่เคยทำให้ท้องฟ้าเหนือพื้นโลกต้องมืดมิดไปชั่วขณะ

ย้อนเหตุการณ์ระเบิดครั้งรุนแรงของ ภูเขาไฟกรากะตัว แห่งอินโดนีเซีย ที่ได้พ่นเถ้าถ่านสู่ท้องฟ้าจนบดบังแสงอาทิตย์ทำให้โลกมืดไปชั่วขณะ

การปะทุครั้งล่าสุดของภูเขาไฟกรากะตัว (Krakatoa) ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะชื่อเดียวกันบริเวณกลางทะเลระหว่างเกาะชวา กับ เกาะสุมาตรา ได้ส่งผลให้เกิดดินถล่มใต้มหาสมุทรและเกิดเป็นคลื่นยักษ์สึนามิพักถล่มชายฝั่งทางภาคตะวันตกของอินโดนีเซียเมื่อคืนวันที่ 22 ธ.ค.ตามเวลาท้องถิ่น คร่าชีวิตผู้คนไปกว่าครึ่งร้อย บาดเจ็บอีกกว่าครึ่งพัน

ภูเขาไฟกรากะตัว ได้รับการขนานนามว่า “บุตรแห่งกรากะตัว” ก่อนหน้านี้การระเบิดของภูเขาไฟลูกนี้ก่อให้เกิดหายนะครั้งใหญ่ในประเทศอินโดนีเซีย พื้นที่โดยรอบถูกทำลายล้างอย่างราบคาบ ท้องฟ้ามืดมิดจากเถ้าถ่านที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้านานนับสัปดาห์

นี่คือหนึ่งในภูเขาไฟมรณะของโลกที่ตั้งอยู่บนวงแหวนไฟ ( Ring of Fire) และนี่คือเรื่องราวของ “บุตรแห่งกรากะตัว”

ภูเขาไฟกรากะตัว ตั้งอยู่เป็นเกาะที่มีชื่อเดียวกัน ซึ่งอยู่บนวงแหวนไฟที่พาดผ่านใจกลางเกาะ ยอดปล่องภูเขาไฟที่สูงที่สุดในเกาะมีความสูง 820 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง

ในอดีตที่ผ่านมา ภูเขาไฟกรากะตัวมีการระเบิดเล็กๆน้อยๆหลายครั้ง แต่การระเบิดได้พ่นแร่ธาตุออกมาทำให้เกาะอุดมสมบูรณ์ขึ้น ชาวบ้านจึงไม่ได้ตระหนักถึงภัยอันตรายของภูเขาไฟระเบิด ภูเขาไฟกรากะตัวเกิดการระเบิดครั้งใหญ่ขึ้นใน พ.ศ. 2224 หลังจากนั้น กรากาตัวก็สงบไปนานกว่า 200 ปี

การระเบิดครั้งรุนแรงสุดของ “ภูเขาไฟกรากะตัว”

ปี พ.ศ.2426 ภูเขาไฟกรากะตัวที่เงียบสงบมานานก็เกิดระเบิดขึ้นถึง 3 ครั้งในปีเดียว

วันที่ 20 พฤษภาคม 2426 ภูเขาไฟกรากะตัวระเบิดขึ้นอย่างรุนแรงพ่นเถ้าถ่านควันไฟอีกจำนวนมากออกมา ผู้คนประหลาดใจมากที่เห็นภูเขาไฟที่เงียบสงบมานานเกิดระเบิดขึ้น แต่ต่อมาเหตุการณ์ค่อยๆสงบลง และหลังจากนั้นภูเขาไฟก็มีการระเบิดเล็กๆน้อยๆหลายครั้ง

กระทั่งวันที่ 26 สิงหาคม 2426 กรากะตัวระเบิดขึ้นอย่างรุนแรงอีกครั้ง เกาะทั้งเกาะสั่นสะเทือน เถ้าถ่านฝุ่นควันปลิวไปทั่วท้องฟ้า และได้เกิดระเบิดขนาดกลางมาอีกหลายครั้ง ชาวบ้านต่างเกิดความหวาดกลัว

มีรายงานว่า แม้ผู้ที่กำลังอยู่ในเรือที่อยู่ห่างจากกรากะตัวถึง 16 กิโลเมตรก็ยังเห็นการระเบิดอย่างชัดเจน และรู้สึกได้ว่าน้ำทะเลรอบเรือมีอุณหภูมิสูงขึ้นมาก การระเบิดดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ผู้คนเริ่มล่องเรืออพยพไปจากเกาะ ส่วนผู้ที่เลือกจะอยู่ในเกาะก็พยายามหาที่กำบังให้ปลอดภัยที่สุด

วันที่ 27 สิงหาคม 2426 เวลา 10.00น. เป็นวันที่จารึกในประวัติศาสตร์ว่าภูเขาไฟกรากะตัว ได้เกิดการระเบิดครั้งใหญ่ที่สุด แรงระเบิดคร่าชีวิตทุกคนที่ยังอยู่บนเกาะ พื้นที่ร้อยละ 65.52 ของเกาะกลายเป็นเถ้าธุลีอย่างสิ้นเชิง

เถ้าถ่านฝุ่นควันที่ถูกพ่นออกมาจากปากปล่องลอยสูงขึ้นไปถึง 80 กิโลเมตร พื้นที่ในรัศมี 240 กิโลเมตรรออบเกาะถูกเถ้าธุลีของภูเขาไฟบดบังแสงอาทิตย์จนมืดมิดราวกับเวลากลางคืน

เสียงระเบิดในครั้งนั้นดังสนั่นปฐพีจนผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมืองปัตตาเวียที่ห่างออกไปถึง 150 กิโลเมตรยังต้องเอามืออุดหู ขณะที่ผู้คนที่อาศัยบนเกาะโรดริเกซซึ่งอยู่ห่างจากกรากาตัวถึง 4,776 กิโลเมตรก็ได้ยินเสียงระเบิดเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้การระเบิดยังทำให้เกิดคลื่นสึนามิ สูงกว่า 30 เมตร พัดเข้าถล่มเกาะหลายแห่ง แรงแผ่นดินไหวจากการระเบิดของภูเขาไฟกรากาตัวตรวจจับได้แม้แต่ในสหราชอาณาจักร

เหตุการณ์ในครั้งนั้นคร่าชีวิตผู้คนไปมากถึง 36,000 คน

ภาพวาดเหตุการณ์ระเบิคครั้งรุนแรงของภูเขาไฟกรากะตัวในปีพ.ศ.2426

“วงแหวนไฟ” แนวภูเขาไฟของโลก

“วงแหวนไฟ” ( Ring of Fire) เป็นบริเวณในมหาสมุทรแปซิฟิกที่เกิดแผ่นดินไหวและภูเขาไฟระเบิดบ่อยครั้ง มีลักษณะเป็นเส้นเกือกม้า ความยาวรวมประมาณ 40,000 กิโลเมตร และวางตัวตามแนวร่องสมุทร แนวภูเขาไฟและบริเวณขอบแผ่นเปลือกโลก โดยมีภูเขาไฟที่ตั้งอยู่ภายในวงแหวนไฟทั้งหมด 452 ลูก และเป็นพื้นที่ที่มีภูเขาไฟคุกกรุ่นอยู่กว่าร้อยละ 75 ของภูเขาไฟคุกรุ่นทั้งโลก

ภูเขาไฟที่มีชื่อเสียงที่ตั้งอยู่ในวงแหวนไฟ เช่น ภูเขาไฟบียาร์รีกา ประเทศชิลี, ภูเขาไฟเซนต์เฮเลนส์ สหรัฐอเมริกา เคยเกิดการระเบิดครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ค.ศ. 1980 , ภูเขาไฟฟุจิ ประเทศญี่ปุ่น ระเบิดครั้งล่าสุดเมื่อ ค.ศ. 1707 , ภูเขาไฟปินาตูโบ ภูเขาไฟมายอน ภูเขาไฟตาอัล และภูเขาไฟกันลาออน ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งภูเขาไฟปินาตูโบเคยเกิดระเบิดครั้งใหญ่ที่สุดเมื่อปี ค.ศ. 1991, ภูเขาไฟแทมโบรา ภูเขาไฟเคลูด และภูเขาไฟเมราปี ประเทศอินโดนีเซีย; ภูเขาไฟลูอาเปทู ประเทศนิวซีแลนด์ และภูเขาไฟเอริบัส ทวีปแอนตาร์กติกา

ประเทศที่ตั้งหรือมีพื้นที่บางส่วนอยู่ในแนววงแหวนไฟ ได้แก่ ประเทศเบลีซ โบลิเวีย บราซิล แคนาดา โคลอมเบีย ชิลี คอสตาริกา เอกวาดอร์ ติมอร์-เลสเต เอลซัลวาดอร์ ไมโครนีเซีย ฟิจิ กัวเตมาลา ฮอนดูรัส อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น คิริบาส เม็กซิโก นิวซีแลนด์ นิการากัว ปาเลา ปาปัวนิวกินี ปานามา เปรู ฟิลิปปินส์ รัสเซีย ซามัว หมู่เกาะโซโลมอน ตองกา ตูวาลู และสหรัฐอเมริกา

ข้อมูล และภาพจาก wikipedia, เอเอฟพี