กลุ่มเสื้อกั๊กเหลืองฝรั่งเศสยังประท้วงต่อเนื่อง แต่จำนวนม็อบเริ่มลดลง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/574065

  • วันที่ 16 ธ.ค. 2561 เวลา 10:43 น.

กลุ่มเสื้อกั๊กเหลืองฝรั่งเศสยังประท้วงต่อเนื่อง แต่จำนวนม็อบเริ่มลดลง

กลุ่มเสื้อกั๊กเหลืองในฝรั่งเศสยังคงเดินหน้าประท้วงนโยบายขึ้นราคาน้ำมันต่อเนื่อง แต่จำนวนผู้ชุมนุมเริ่มลดลง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มเสื้อกั๊กเหลืองที่ออกเดินขบวนประท้วงในฝรั่งเศส เพื่อแสดงจุดยืนต่อต้านนโยบายปรับขึ้นราคาเชื้อเพลิงและค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นยังคงหน้าประท้วงอย่างต่อเนื่อง

แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าจำนวนผู้ชุมนุมลดน้อยลงกว่าเดิม หลังจากที่ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครองแห่งฝรั่งเศส ได้ยื่นข้อเสนอให้กับกลุ่มผู้ประท้วง

กระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศสรายงานว่า จำนวนผู้ประท้วงลดลงเหลือราว 66,000 คน เทียบกับระดับ 125,000 คนเมื่อวันที่ 8 ธ.ค. ที่ผ่านมา

สำหรับในกรุงปารีส ณ เวลา 14.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ตัวเลขของผู้ชุมนุมลดลงแตะที่ 2,200 คน ลดลงจากสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ระดับ 10,000 คน

ภาพ เอเอฟพี

สหรัฐเลื่อนขึ้นภาษีสินค้าจีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/574050

  • วันที่ 16 ธ.ค. 2561 เวลา 08:01 น.

สหรัฐเลื่อนขึ้นภาษีสินค้าจีน

สหรัฐเลื่อนขึ้นภาษีสินค้าจีน 3 เดือน หลังจีนยอมถอยระงับขึ้นภาษีรถสหรัฐชั่วคราว

สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) ประกาศเลื่อนวันขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.5 ล้านล้านบาท) ไปเป็นวันที่ 2 มี.ค. 2562 จากกำหนดเดิมวันที่ 1 ม.ค. 2562 ซึ่งเป็นวันที่รัฐบาลสหรัฐระบุว่าจะปรับขึ้นภาษีกับสินค้าจีนจาก 10% ไปเป็น 25% ขณะที่สหรัฐและจีนกำลังเจรจาแก้ไขข้อพิพาททางการค้าและการแก้ปัญหาละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา นับเป็นสัญญาณบวกล่าสุดที่บ่งชี้ว่า ข้อพิพาททางการค้าระหว่างสองชาติอาจคลี่คลายลง หลังผู้นำทั้งสองฝ่ายตกลงหย่าศึกชั่วคราว 90 วัน ระหว่างการเจรจานอกรอบการประชุม จี20 ครั้งที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี ยูเอสทีอาร์ระบุว่า การประกาศล่าสุดไม่มีผลกับสินค้าจีนมูลค่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 1.64 ล้านล้านบาท) ที่สหรัฐเก็บภาษีไปแล้ว 25% ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบด้วยสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เช่น เซมิคอนดักเตอร์ แผงวงจรไฟฟ้า และชิ้นส่วนเครื่องจักร

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวของสหรัฐเกิดหลังกระทรวงการคลังจีนประกาศว่า จะระงับขึ้นภาษีรถยนต์และชิ้นส่วนที่ผลิตในสหรัฐเพิ่มเติม 25% เป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2562 ส่งผลให้อัตราภาษีลดจาก 40% เหลือ 15% เป็นอัตราเดิมก่อนที่จีนจะขึ้นภาษีเพื่อตอบโต้สหรัฐเมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา โดยจีนจะระงับการขึ้นภาษีเพิ่มเติม 25% กับรถยนต์ รถบรรทุก และชิ้นส่วนรถยนต์ 144 รายการ และภาษี 5% กับชิ้นส่วนรถ 67 รายการ n

ผู้นำจีนประกาศชัยชนะเหนือคอรัปชั่นภายในพรรคคอมมิวนิสต์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/574038

  • วันที่ 15 ธ.ค. 2561 เวลา 18:29 น.

ผู้นำจีนประกาศชัยชนะเหนือคอรัปชั่นภายในพรรคคอมมิวนิสต์

ปธน.สีจิ้งผิง ประกาศมีชัยชนะอย่างท่วมท้นต่อการกวาดล้างทุจริตภายในพรรคคอมมิวนิสต์ ลั่นเดินหน้าถอนรากถอนโคนทุจริตในทุกระดับ

สำนักข่าวซีซีทีวีของทางการจีน รายงานระบุว่า ประธานาธิบดีสีจิ้งผิงได้ประกาศต่อที่ประชุมคณะกรรมการด้านการเมืองของพรรคคอมมิวนิตส์จีน ถึงชัยชนะอย่างท่วมท้นต่อการกวาดล้างทุจริตคอรัปชั่นภายในพรรค

การประกาศของผู้นำจีนครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ซึ่งขณะนั้นประธานาธิบดีสีได้ระบุว่า การกวาดล้างทุจริตของจีนกำลังเดินหน้าอย่างท่วมท้น รายงานจากสื่อทางการจีนยังระบุอีกว่า การเปลี่ยนจากคำว่า “เดินหน้า” เป็น “ชัยชนะ” สะท้อนถึงการประเมินที่สำคัญของผุ้นำจีน

ปธน.สียังระบุเพิ่มเติมอีกว่า ในอนาคตยังคงจะต้องยกดำเนินมาตรการต่อต้านทุจริตภายในภาครัฐต่อไปแบบ “ยกเครื่อง” เพื่อให้ระบบกำกับดูแลสมาชิกพรรคและลูกจ้างของรัฐมีความทันสมัย

โดยตลอดในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2018 นี้ ทางการจีนได้กวาดล้างคดีทุจริตไปแล้วกว่า 464,000 คดี มีคนถูกลงโทษ 406,000 ราย

ซีซีทีวียังรายงานโดยระบุเพิ่มเติ่มอีกว่า คณะกรรมการด้านการเมืองของพรรคจะดำเนินมาตรการลดการทุจริตอย่างแข็งขัน โดยจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการกำกับดูแลแห่งชาติขึ้นเดือนมีนาคม ซึ่งจะขยายการกวาดล้างทุจริตไปถึงลูกจ้างของรัฐ รวมถึงให้อำนาจทางกฎหมายแก่การสอบสวนภายในพรรคและวิธีการต่าง ๆ ในการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยทุจริต

อย่างไรก็ดี จากการจัดอันดับดัชนีคอรัปชั่นโลก (corruption perception index 2017) ระบุว่า จีนอยู่ในอับดับที่ 77 จากทั้งหมด 180 ประเทศที่มีปัญหาคอรัปชั่นมากที่สุดในโลก หรือคิดเป็นคะแนน 41 จาก 100 คะแนนเต็ม

โบอิ้งเปิดโรงงาน 737 แห่งแรกในจีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/574031

  • วันที่ 15 ธ.ค. 2561 เวลา 16:31 น.

โบอิ้งเปิดโรงงาน 737 แห่งแรกในจีน

โบอิ้งเปิดโรงงานผลิตเครื่องบินรุ่น 737 เป็นแห่งแรกในจีน ท่ามกลางสงครามการค้า

รอยเตอร์รายงานว่า บริษัทผลิตเครื่องบินโบอิ้งของสหรัฐฯ ได้เปิดโรงงานพ่นสีและตกแต่งภายในของเครื่องบินโดยสารรุ่นโบอิ้ง 737 แม็กซ์ นอกแผ่นดินสหรัฐเป็นแห่งแรกที่เมืองโจวซาน แถบมณฑลเจ้อเจียงของจีน วันนี้ (15 ธ.ค.) ซึ่งการเปิดโรงงานประกอบเครื่องบินแห่งแรกนอกสหรัฐครั้งนี้ นับเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ของโบอิ้งที่พยายามเจาะตลาดการบินของจีน แม้ว่าจะมีขึ้นท่ามกลางสถานการณ์สงครามทางการค้าของสหรัฐ-จีนที่กำลังดุเดือดอีกครั้ง

 

737 MAX ลำแรกที่ออกจากโรงงานโบอิ้งในโจวซาน

 

สำหรับการขยายโรงงานประกอบเครื่องบินของโบอิ้งบนแผ่นดินจีนครั้งนี้ นับว่าเกิดขึ้นภายหลังจากที่ก่อนหน้านี้ทางบริษัทแอร์บัส ผู้ผลิตเครื่องบินฝั่งยุโรป ได้ตั้งโรงงานประกอบเครื่องบินรุ่น A320 ที่ประเทศจีนไปก่อนหน้านี้แล้ว และนับเป็นการแข่งขันครั้งล่าสุดของผู้ผลิตเครื่องบินทั้งสองค่ายที่มุ่งเจาะตลาดในแถบเอเชีย โดยเฉพาะตลาดการบินในประเทศจีนที่มีการเติบโตและแข่งขันสูง

ในเบื้องต้นโรงงานแห่งนี้จะทำการประกอบพร้อมส่งมอบเครื่องบินรุ่น 737 ให้กับทางสายการบินขนาดใหญ่ของจีนจำนวน 4 แห่ง

ด้านนาย John Bruns ประธานโบอิ้งในจีนระบุว่า เบื้องต้นโรงงานแห่งนี้ยังไม่สามารถประกอบเครื่อง 737 ได้อย่างสมบูรณ์แบบตั้งแต่ต้นจนสิ้นสุดกระบวนการผลิต โดยในช่วงแรกเครื่อง 737 MAX ที่ส่งมอบให้สายการบินจีนนั้น ยังคงผลิตที่โรงงานโบอิ้งในสหรัฐ แต่โรงงานในโจวซานแห่งนี้จะรับหน้าที่พ่นสี ตกแต่ง ติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆภายในห้องโดยสารเท่านั้น แต่ก็เตรียมจะขยายสายการผลิตในส่วนอื่นต่อไป

 

 

โบอิ้งมีแผนจะส่งมอบเครื่องบินให้กับลูกค้าในจำนวน 100 ลำต่อปี และคาดว่าจะมีการส่งมอบเครื่องบินใหม่จำนวนกว่า 7,700 ลำ สู่ตลาดของจีน-เอเชียภายในอีก 20 ปีข้างหน้า คิดเป็นมูลค่ามากถึง 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

อย่างไรก็ดี พิธีเปิดโรงงานดังกล่าวกลับถูกกลบด้วยกระแสข่าวความขัดแย้งในประเด็นสงครามการค้าระหว่างจีน-สหรัฐที่กลับขึ้นมาปะทุอีกรอบ จากกรณีที่ทางการแคนาดาจับตัวซีเอฟโอสาวของบริษัทหัวเว่ย ซึ่งเป็นการจับกุมตามใบสั่งของสหรัฐ หลังจากก่อนหน้านี้ที่ประธานาธิบดีสีจิ้งผิง ของจีน และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามยุติการตั้งกำแพงภาษีสินค้าชั่วคราวไปอีก 90 วัน

แคนาดาพบเพชรสีเหลืองเม็ดใหญ่ถึงห้าร้อยกะรัต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/574018

  • วันที่ 15 ธ.ค. 2561 เวลา 14:50 น.

แคนาดาพบเพชรสีเหลืองเม็ดใหญ่ถึงห้าร้อยกะรัต

เหมืองในแคนาดาพบเพชรสีเหลืองขนาดเท่ากับไข่ไก่ เม็ดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบในแถบอเมริกาเหนือ

บริษัท Dominion Diamond Mines ซึ่งเป็นบริษัททำเหมืองเพชรสัญชาติแคนาดาได้เปิดเผยว่า มีการพบเพชรสีเหลืองเม็ดใหญ่ที่สุดเท่าที่มีการขุดพบในแถบอเมริกาเหนือ มีน้ำหนักรวมถึง 552 กะรัตรายงานระบุว่าเพชรเม็ดดังกล่าวถูกพบที่เหมือง Diavik Diamond Mine ในเขตนอร์ทเวสต์เทร์ริทอรีส์ ดินแดนอันห่างไกลทางเหนือของแคนาดาเมื่อช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

เพชรเม็ดดังกล่าววัดขนาดได้เส้นผ่าศูนย์กลางได้ 1.5-2 นิ้ว และมีความสูงอีก 2 นิ้ว หรือมีขนาดเทียบเท่าพอๆกับไข่ไก่

อย่างไรก็ดีทางบริษัทเหมืองของแคนาดาแห่งนี้ระบุว่า ยังไม่มีการนำเพชรดังกล่าวออกขายสู่ท้องตลาด แต่เตรียมจะส่งให้บริษัทเจียระไนเพชรเพื่อออกแบบให้เหมาะสมต่อไป ทั้งนี้ยังไม่มีการตั้งราคาของเพชรเม็ดดังกล่าวว่ามีมูลค่าเท่าไหร่

จากประวัติของเหมืองแห่งนี้ เคยพบเพชรเม็ดใหญ่ขนาด 187.7 กะรัต มาแล้วในปี 2015 ซึ่งมีการตั้งชื่อเพชรเม็ดดังกล่าวว่า Diavik Foxfire โดยภายหลังเพชร Diavik Foxfire ขนาด 187.7 กะรัตนั้นถูกเจียระไนออกไปทำเป็นต่างหูขนาด 77.7 กะรัต ซึ่งต่อมามีการนำไปประมูลที่สำนักประมูลคริสตี้เคาะราคาสูงถึง 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ผู้โดยสารระทึก เครื่องบินเม็กซิโกชนวัตถุปริศนาขณะลงจอด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/574004

  • วันที่ 15 ธ.ค. 2561 เวลา 13:47 น.

ผู้โดยสารระทึก เครื่องบินเม็กซิโกชนวัตถุปริศนาขณะลงจอด

หัวเครื่องบินโบอิ้ง 737 ของสายการบินเม็กซิโกยุบเป็นรูโหว่ คาดบินชนโดรนขณะลงจอด

สื่อต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. ที่ผ่านมาเกิดเหตุระทึกกับเครื่องบินโบอิ้งรุ่น 737-800 ของสายการบินแอร์โรเม็กซิโก ขณะที่กำลังลงจอดยังท่าอากาศยานนานาชาติตีฮัวนา ในรัฐบาฮากาลิฟอร์เนีย โดยพบว่าเครื่องบินลำดังกล่าวได้กระแทกเข้ากับวัตถุบางอย่างขณะกำลังลงจอด จนส่งผลให้ส่วนหัวของเครื่องบินเป็นรูโหว่ได้รับความเสียหาย

อย่างไรก็ดี เครื่องบินลำดังกล่าวสามารถลงจอดได้อย่างปลอดภัย และไม่มีผู้โดยสารหรือลูกเรือคนใดได้รับบาดเจ็บ

 

 

รายงานระบุว่า เครื่องบินดังกล่าวอยู่ระหว่างเส้นทางบินจากเมืองกวาดาลาฮารา มายังเมืองติฮัวนา

ผู้ช่วยนักบินได้เปิดเผยต่อสื่อท้องถิ่นว่า ขณะกำลังลงจอดยังสนามตีฮัวนา ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางนั้น ไม่ได้รู้สึกถึงความปิดปกติแต่อย่างใด รู้สึกเพียงแค่แรงปะทะบางอย่าง จนกระทั่งเครื่องเข้าเทียบยังหลุมจอด ทางภาคพื้นได้แจ้งว่าพบความเสียหายที่ส่วนหัวของเครื่อง ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นส่วนของเรดาร์ที่หัวของเครื่องบิน

 

อย่างไรก็ดี ทางสายการบินระบุว่าขณะนี้อยู่ระหว่างกำลังทำการสอบสวนและซ่อมแซมส่วนหัวของเครื่องบินแล้ว โดยมีรายงานบางส่วนระบุว่าเครื่อง 737 ลำดังกล่าวอาจปะทะเข้ากับอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรนที่บินอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง แต่ยังไม่มีการยืนยันแต่อย่างใด

 

 

ออสเตรเลียรับรอง”เยรูซาเลม”เป็นเมืองหลวงอิสราเอล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/573996

  • วันที่ 15 ธ.ค. 2561 เวลา 12:14 น.

ออสเตรเลียรับรอง"เยรูซาเลม"เป็นเมืองหลวงอิสราเอล

ออสเตรเลียประกาศรับรองพื้นที่ฝั่งตะวันตกของเยรูซาเลม คือเมืองหลวงของอิสราเอล แต่ยังไม่คิดย้ายสถานทูต

นายกสก็อตต มอริสัน นายกรัฐมนตรีของออสเตรเลีย ได้แถลงต่อผู้สื่อข่าวที่นครซิดนีย์ระบุว่าทางการออสเตรเลียได้รับรองอย่างเป็นทางการให้พื้นที่ทางฝั่งตะวันตกของนครเยรูซาเลมอันศักดิ์สิทธิ์ เป็นเมืองหลวงของอิสราเอลแล้ว ขณะที่ฝั่งตะวันออกของเมืองศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ถือเป็นเมืองหลวงของปาเลสไตน์

แต่ทางรัฐบาลออสเตรเลียยังไม่คิดย้ายสถานทูตออกจากนครเทลอาวีฟในทันที จนกว่าจะได้รับการยอมรับจากนานาชาติ โดยเฉพาะกระบวนการสันติภาพระหว่างอิสราเอล และปาเลสไตน์จะมีข้อตกลงอย่างสมบูรณ์

นายกมอร์ริสันยังเผยอีกว่าขณะนี้ออสเตรเลียยังไม่คิดย้ายสถานทูต แต่จะให้สำนักงานการค้าและฝ่ายความมั่นคงย้ายออกไปก่อน พร้อมกับระบุว่าออสเตรเลียหนุนทางออกเรื่องการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์เคียงข้างกับรัฐอิสราเอล โดยมีเมืองหลวงของรัฐปาเลสไตน์ในฝั่งตะวันออกของนครศักดิ์สิทธิ์

 

 

อย่างไรก็ดี ภายหลังที่อิสราเอลประกาศให้เยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงแห่งใหม่นั้น ทางด้านชาติพันธมิตรอย่างสหรัฐก็ได้ขานรับการประกาศดังกล่าวด้วยการประกาศรับรองและดำเนินการย้ายสถานทูตไปยังเยรูซาเลมตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

แต่ทว่าคำกล่าวของนายกออสเตรเลียนี้ต่างจากคำประกาศของรัฐบาลสหรัฐ ที่รับรองให้อาณาเขตทั้งหมดของเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล

ทั้งนี้ รัฐบาลออสเตรเลียพยายามสงวนท่าทีการรับรองสถานะของนครศักดิ์สิทธิ์ดังกล่าวเนื่องจากเกรงว่าจะส่งผลกระทบชาติมุสลิมใกล้เคียงอย่างอินโดนีเซีย

สำหรับนครเยรูซาเล็มที่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิทั้งของชาวยิว ชาวมุสลิม และชาวคริสต์

บริษัทญี่ปุ่นเตรียมสร้างฝนดาวตกเทียม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/573991

  • วันที่ 15 ธ.ค. 2561 เวลา 10:44 น.

บริษัทญี่ปุ่นเตรียมสร้างฝนดาวตกเทียม

บริษัทด้านอวกาศในญี่ปุ่นเตรียมยิงดาวเทียมที่ผลิต “ฝนดาวตก” เป็นครั้งแรก

สำนักข่าวไมนิจิรายงานว่า บริษัท ALE Co., ซึ่งเป็นบริษัทด้านอวกาศของญี่ปุ่นได้แถลงข่าวเปิดตัวว่าจะยิงดาวเทียมขนาดเล็กขึ้นสู่อวกาศในช่วงต้นเดือนมกราคมนี้ โดยความพิเศษของดาวเทียมดังกล่าวจะสาสามารถสร้างฝนดาวตกเทียมได้เป็นครั้งแรกของโลก

รายงานระบุว่า ดาวเทียมดังกล่าวจะมีความกว้างประมาณ 60 เซนติเมตร ความสูง 80 เซนติเมตร มีน้ำหนักเพียง 65 กิโลกรัม โดยมีกำหนดยิงขึ้นสู่อวกาศจากศูนย์อวกาศทาเนกาชิมะ ในจังหวัดคะโกชิมะ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 17 มกราคมของปีหน้า

 

 

ความพิเศษของดาวเทียมดางนี้จะสามารถปล่อยลูกโลหะขนาดเล็กจำนวนหนึ่ง ซึ่งมีเส้นผ่าศูนย์กลางเพียง 1 เซนติเมตร ให้ตกลงมายังชั้นบรรยากาศ และจะถูกเผาไหม้สูญหายไปในชั้นบรรยากาศ ซึ่งจะกลายเป็นปรากฎการณ์ที่คล้ายกับฝนดาวตกตามธรรมชาติ

ฝนดาวตกเทียมนี้มีกำหนดปล่อยลงมาจากชั้นอวกาศในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2020 จะสามารถมองเห็นได้เพียงแค่ในจังหวัดฮิโรชิมะ และพื้นที่ทางตะวันตกของญี่ปุ่น

ทางบริษัทระบุว่า โครงการนี้นับว่าเป็นความก้าวหน้าครั้งหนึ่งในด้านอวกาศเกี่ยวกับอุกกาบาต และดาวตก อีกทั้งยังสร้างความสุขให้กับประชาชนด้วย

ขณะเดียวกันทาง ALE ยังกำลังพัฒนาดาวเทียมลักษณะเดียวกันนี้ในดวงที่สองซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงต้นปีหน้า และมีกำหนดยิงขึ้นสู่อวกาศในช่วงฤดูร้อนปีหน้า

 

ภาพ : ALE , AFP

วังอังกฤษเผยพระฉายาลักษณ์พระราชวงศ์เนื่องในเทศกาลคริสต์มาส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/573985

  • วันที่ 15 ธ.ค. 2561 เวลา 10:03 น.

วังอังกฤษเผยพระฉายาลักษณ์พระราชวงศ์เนื่องในเทศกาลคริสต์มาส

พระราชวงศ์อังกฤษ เผยแพร่พระฉายาลักษณ์การ์ดอวยพรเนื่องในเทศการคริสต์มาสและปีใหม่

สำนักพระเคนซิงตันได้เผยแพร่การ์ดอวยพรพระฉายาลักษณ์ครอบครัวของเจ้าชายวิลเลียม ดยุกแห่งเคมบริดจ์ พร้อมด้วยแคทเทอรีน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ เจ้าชายจอร์จ เจ้าหญิงชาร์ล็อตต์ และเจ้าชายหลุยส์ ในวัยพระชันษา 8 เดือน เนื่องในโอกาสเทศกาลคริสมาสต์มาส และปีใหม่ 2019 ที่กำลังจำมาถึง

พระฉายาลักษณ์นี้ถูกถ่ายขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่พระตำหนักส่วนพระองค์ของดยุกและดัชเชส ในมณฑลนอร์ฟอร์ก

 

 

ขณะที่เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ เจ้าชายแห่งเวลส์ และคามิลา ดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์ ได้พระราชทานพระฉายาลักษณ์การ์ดอวยพร ซึ่งถ่ายขึ้นที่พระตำหนักคลาเรนส์เฮาส์ ในกรุงลอนดอน

ด้านเจ้าชายวิลเลียม ดยุกแห่งซัสเซกส์ และเมแกน ดัชเชสแห่งซัสเซกส์ ได้พระราชทานพระฉายาลักษณ์ของทั้งสองพระองค์ซึ่งเป็นภาพจากงานฉลองพิธีเสกสมรสเมื่อเดือนพฤศภาคมทีผ่านมา

 

‘ญี่ปุ่น’คึกคัก ต่างชาติเที่ยว ทะลุสถิติใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/573973

  • วันที่ 15 ธ.ค. 2561 เวลา 09:01 น.

'ญี่ปุ่น'คึกคัก ต่างชาติเที่ยว ทะลุสถิติใหม่

ท่องเที่ยวญี่ปุ่นสดใส นักท่องเที่ยวต่างชาติใกล้ทุบสถิติใหม่ทะลุ 30 ล้านคน ในปีนี้

กระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน คมนาคมและการท่องเที่ยวญี่ปุ่น เปิดเผยว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติคาดว่าจะเพิ่มขึ้นทุบสถิติใหม่ไปอยู่ที่กว่า 30 ล้านคน ในปี 2018 เพิ่มขึ้นเป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน

“เราเดินมาถึงครึ่งทางสู่การบรรลุเป้าหมายแล้ว และผมรู้สึกปลื้มใจมากที่จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เราจะพยายามส่งเสริมการท่องเที่ยวให้มากที่สุดเท่าที่เราทำได้” เคอิจิ อิชิอิ รัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยว กล่าว

ทั้งนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นตั้งเป้าจำนวน นักท่องเที่ยวต่างชาติไว้ที่ 40 ล้านคน ภายในปี 2020 ซึ่งญี่ปุ่นจะเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกและเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 60 ล้านคน ในปี 2030

ก่อนหน้านี้ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ 28.7 ล้านคน ในปี 2017 เพิ่มขึ้น 19.3% จากปีก่อนหน้า และยอดการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น 17.8% แตะ 4.42 ล้านล้านเยน (ราว 1.28 ล้านล้านบาท)

เกียวโดรายงานว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ญี่ปุ่นเผชิญภัยพิบัติหลายระลอกในปีนี้ เช่น พายุไต้ฝุ่นเชบี ซึ่งเป็นซูเปอร์ไต้ฝุ่นที่มีความรุนแรงที่สุดในรอบ 25 ปี พัดถล่มแถบคันไซในเดือน ก.ย. จนทำให้สนามบินนานาชาติคันไซ ในจังหวัดโอซากา ต้องปิดให้บริการชั่วคราว รวมถึงต้องยกเลิกเที่ยวบินทั้งในและระหว่างประเทศกว่า 520 เที่ยวบิน ในวันเดียวเมื่อวันที่ 4 ก.ย.

รายงานระบุว่า การผ่อนหลักเกณฑ์ขอวีซ่าเข้าประเทศและการขยายโครงการยกเว้นภาษี ช่วยให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปรับขึ้นในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งก่อนหน้านี้ ไมนิจิรายงานอ้างแหล่งข่าวว่า รัฐบาลจะเตรียมเปิดระบบขอวีซ่าอิเล็กทรอนิกส์ในเดือน เม.ย. 2020 เพื่อเน้นที่นักท่องเที่ยวจีนโดยเฉพาะ