คุณแม่คุณพ่อควรรู้ ‘ทารก’แรกเกิด-6เดือน กินนมแม่ก็เพียงพอแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/357089

คุณแม่คุณพ่อควรรู้ 'ทารก'แรกเกิด-6เดือน กินนมแม่ก็เพียงพอแล้ว

คุณแม่คุณพ่อควรรู้ ‘ทารก’แรกเกิด-6เดือน กินนมแม่ก็เพียงพอแล้ว

วันศุกร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 20.15 น.

สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ แนะทารกแรกเกิดในช่วง 6 เดือนแรก กินนมแม่อย่างเดียวก็เพียงพอและไม่ควรป้อนน้ำตามหลังกินนมเสร็จ อาจจะทำให้อิ่มและไม่อยากกินนมแม่

นายแพทย์ปานเนตร ปางพุฒพงศ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า พ่อแม่หลายคนมักเข้าใจว่าควรป้อนน้ำตามหลังทารกกินนมเสร็จแล้ว แต่ความจริงกระเพาะของทารกยังเล็กมาก การให้ลูกกินน้ำตามเข้าไปจะทำให้น้ำเข้าไปแทนที่นมในกระเพาะ ลูกจะอิ่มและไม่อยากกินนม จากการศึกษาพบว่าการให้น้ำในช่วง 6 เดือนแรกจะทำให้ทารก กินนมแม่ได้น้อยลง และได้รับประโยชน์จากนมแม่น้อย เสี่ยงต่อภาวะขาดสารอาหาร ส่งผลต่อการเจริญเติบโตและมีพัฒนาการล่าช้า อีกทั้งระบบทางเดินอาหาร ยังไม่สามารถย่อยสลายและดูดซึมอาหารอย่างอื่นนอกจากน้ำนมแม่ได้ อาจส่งผลให้ท้องอืดและปวดท้องได้ ในนมแม่ มีสารที่ช่วยป้องกันการติดเชื้อราในช่องปาก ทารกที่กินนมแม่ จึงไม่ต้องกลัวว่าฝ้าขาวในช่องปากเป็นจากเชื้อรา ส่วนใหญ่ เป็นเพียงคราบนม ให้ทำความสะอากช่องปากทารกวันละ 2 ครั้ง นอกจากนี้การให้ทารกกินน้ำในระยะ 6 เดือนแรกยังเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคท้องเสียที่เกิดจากน้ำหรือภาชนะที่ไม่สะอาดด้วย

แพทย์หญิงรัชดา เกษมทรัพย์ นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ทารกแรกเกิดในช่วง 6 เดือนแรกกินนมแม่อย่างเดียวก็เพียงพอ เนื่องจากในนมแม่มีน้ำมากกว่าร้อยละ 80 การที่ลูกได้กินนมแม่วันละ 6-8 มื้อ ลูกจะได้รับสารอาหารและน้ำเพียงพอตามที่ร่างกายต้องการ โอกาสที่ทารกจะเกิดภาวะขาดน้ำเป็นไปได้น้อยมาก ไม่ว่าอากาศจะร้อนเพียงใด ก็ไม่จำเป็นต้องกินน้ำเสริม ยิ่งไปกว่านั้น พบว่า ทารกบางรายที่ได้รับน้ำมากเกินไป มีปัญหาเกลือแร่ในร่างกายต่ำ มีอาการซึม เบื่ออาหาร และป่วยตามมาได้ เมื่อทารกอายุ 6 เดือนขึ้นไป ร่างกายเริ่มต้องการสารอาหารเพิ่มขึ้น สามารถให้ทารกรับประทานอาหารเสริมอื่น ๆที่เหมาะสมตามแต่ละช่วงวัย โดยอาหารเหล่านี้จะทำให้ทารกต้องการปริมาณน้ำมากขึ้นสำหรับการกลืนและย่อย ดังนั้น จึงให้ลูกดื่มน้ำได้บ้าง แต่ไม่ควรให้มากเกินไป เพราะอาจทำให้ปริมาณการกินนมแม่ลดลง อย่างไรก็ตาม น้ำนมแม่ก็ยังเป็นอาหารหลักของลูกจนถึงอายุ 12 เดือน

รวมแหล่งเช็คอินเก๋ๆ วันแม่ปีนี้ส่งความสุขถึง ‘คุณแม่’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/356996

รวมแหล่งเช็คอินเก๋ๆ วันแม่ปีนี้ส่งความสุขถึง ‘คุณแม่’

รวมแหล่งเช็คอินเก๋ๆ วันแม่ปีนี้ส่งความสุขถึง ‘คุณแม่’

วันศุกร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 16.52 น.

วันแม่ทั้งที คงไม่มีลูกคนไหนใจร้ายยอมปล่อยให้คุณแม่ต้องนั่งเหงาๆ อยู่บ้านในวันพิเศษที่หนึ่งปีมีเพียงครั้งเดียวแน่นอน เพราะต่อให้ลูกๆ ทุกคนจะรู้ดีว่าการแสดงความรักต่อคุณแม่นั้น สามารถทำได้ทุกวันโดยไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงโอกาสพิเศษก็จริง แต่พอใกล้วันแม่ทีไร หัวใจดวงน้อยๆ ของคนเป็นลูกก็มักอดใจไม่ไหวอยากหากิจกรรมพิเศษเพื่อเนรมิตให้วันแม่ปีนี้มีเรื่องราวดีๆ ที่ทำให้คุณแม่จดจำไม่ลืม

กับ 6 อีเว้นต์เก๋ๆ ที่รวบรวมมาให้แล้วว่าน่าไปเช็คอิน แต่ก่อนจะออกสตาร์ท เพื่อให้ง่ายกับการตัดสินใจ ลองหลับตาแล้วนิยามคุณแม่สุดที่รักของคุณดูซิว่า เป็นคุณแม่สไตล์ไหน แล้วปักหมุดไปที่กิจกรรมนั้นเลย

เอาใจคุณแม่สายอาร์ต หากคุณแม่ของคุณเป็นสายกิจกรรม ชอบพบปะผู้คน รักที่จะพาตัวเองไปเปิดโลก เรียนรู้สิ่งใหม่ๆตลอดเวลา แนะนำให้จูงมือคุณแม่ไปร่วมเวิร์กช็อปเก๋ๆ เพื่อปล่อยไอเดียสร้างสรรค์แบบไร้ขีดจำกัดที่ โอเพ่นเฮ้าส์ (Open House) ชั้น 6 เซ็นทรัล เอ็มบาสซี เพราะตลอดเดือน ส.ค.นี้มีกิจกรรมเวิร์กช็อปมากมาย ที่คัดสรรมาเพื่อคุณแม่และคุณลูกโดยเฉพาะ พิเศษเฉพาะวันที่ 11-12 ส.ค.นี้ พบกับกิจกรรมตกแต่งคุกกี้น้ำตาลสุดน่ารัก ด้วยเทคนิคการบีบ Royal icing ทำเสร็จแล้ว คุณลูกยังสามารถนำกลับไปเป็นของขวัญเซอร์ไพรส์คุณแม่ได้ด้วย

แต่ถ้าอยากซึมซับกับความเป็นไทย แนะไปให้จูงมือกันไปชมนิทรรศการ “งามสมบรมราชินีนาถ” ที่พิพิธภัณฑ์ผ้า ใน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งปีนี้ พิเศษสุดๆ เพราะเปิดให้ คุณแม่เข้าชมได้ฟรีตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร 02-225-9420,02-225-9430 ต่อ 0 หรือ 245 หรือ http://www.facebook.com/qsmtthailand

เอาใจคุณแม่สายหนอนหนังสือ ใครที่รู้ใจว่าคุณแม่เป็นนักอ่านสายอินเตอร์ เคลียร์คิวให้พร้อม แล้วพาคุณแม่ไปเปิดโลกแห่งอาณาจักรการอ่านพร้อมกันที่งาน Big Bad Wolf Bangkok 2018มหกรรมหนังสือนานาชาติครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 แล้ว รับรองว่าคุณแม่มาแล้วไม่ผิดหวังแน่นอนกับกองทัพหนังสือภาษาอังกฤษคุณภาพที่มากกว่า 3 ล้านเล่ม ยกขบวนกันมาลดราคาพิเศษมากถึง 60% และ 80% กิจกรรมดีๆ แบบนี้พร้อมให้ออกสตาร์ทช็อปเพลินตั้งแต่วันที่ 10-20 ส.ค.นี้แบบไม่มีลิมิต เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ณ  ฮอลล์ 9 อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานีติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม http://www.bigbadwolfbooks.com

เอาใจคุณแม่สายชอบกิน ไม่ต้องหนักใจหากคุณกำลังมองหาร้านเด็ดโปรโมชั่นโดน เพื่อพิชิตใจคุณแม่สายกินที่ตระเวนชิมร้านเด็ดร้านดังมานับไม่ถ้วน จนเกรงว่าพาไปร้านไหนก็ไม่เซอร์ไพรส์ เพราะวันแม่ปีนี้ มีหลายร้านขนโปรเด่นน่าโดนมาให้เลือกเพียบ แต่ที่แจ่มว้าวน่าไปลองเพราะเข้ากับเทศกาลวันแม่สุดๆ ต้องหลีกทางให้ชุดมาลัยคล้องใจแม่ จากบาร์บีคิวพลาซ่า ที่นอกจากจะรังสรรค์พวงมาลัย (กินได้) สุดเก๋ที่รับรองว่าไม่มีใครซ้ำมาให้คุณลูกได้เซอร์ไพรส์ และมอบเป็นของขวัญสื่อรักแทนใจแล้ว คุณลูกยังได้ใช้ช่วงเวลาในมื้ออาหารแสนพิเศษนี้ทำให้คุณแม่ปลื้มจนลืมไม่ลง ด้วยการช่วยปิ้งและคีบอาหารให้คุณแม่ได้อิ่มท้องและอิ่มอกอิ่มใจไปพร้อมๆกัน

ใครที่แค่คิดก็ฟินแล้วอย่ารอช้าจูงมือคุณแม่มาฟินกันได้ที่ร้านบาร์บีคิวพลาซ่าทุกสาขา ตั้งแต่วันนี้ ถึง 13 ส.ค.นี้เท่านั้น ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.facebook.com/barbqplazathailand

เอาใจคุณแม่สายรักธรรมชาติ หยุดยาวนี้ ใครไม่อยากขับรถออกต่างจังหวัด สามารถชวนคุณแม่มาดื่มด่ำกับชีวิตสโลว์ไลฟ์ท่ามกลางธรรมชาติได้ใจกลางกรุง เพราะปีนี้สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยมจัดเต็มชวนลูกๆ มากอดและบอกรักคุณแม่ ใน งาน “Hug in The Garden” ตั้งแต่วันนี้- 13 ส.ค.นี้ ด้วยการเนรมิตสวนดอกไม้นานาพรรณกลางเมืองให้คุณแม่คุณลูกได้ว้าวกับกองทัพดอกไม้ไทย และดอกไม้นำเข้านับล้านดอก พร้อมไฮไลต์พิเศษ “ทุ่งไฮเดรนเยีย”

ภายในกรีนเฮ้าส์สุดตระการตาสร้างสรรค์โดย พิทักษ์ หังสาจะระ ฟลาวเวอร์ อาร์ททิส อันดับต้นๆ ของเมืองไทย และที่พิเศษกว่าใคร คือ สำหรับคุณแม่คุณลูกคู่ไหนที่มาร่วมงานเป็น 1 ใน 200 คนแรก ในวันที่ 12 ส.ค. นี้ จะได้รับต้นมะลิกลับไปปลูกที่บ้านฟรีๆ

เอาใจคุณแม่สายรักบ้านเกิด ปิดท้ายด้วยกิจกรรมสุดเก๋ให้คุณพาคุณแม่นั่งไทม์แมชชีนย้อนวันวานกลับไปดื่มด่ำกับวิถีชีวิตไทยในอดีต ณ ล้ง1919 ที่ต้อนรับวันแม่ปีนี้ด้วยการแปลงโฉมพื้นที่ประวัติศาสตร์ให้กลายเป็นทุ่งนาเขียวขจี ให้คุณแม่ได้เพลิดเพลินกับ “นาล้ง” ชมข้าวออกรวงสีทองอร่าม ชิมข้าวหอมมะลิขึ้นชื่อ ช้อปผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าวไทย ตั้งแต่วันที่ 8 -19 ส.ค.นี้

งานนี้นอกจากจะได้อิ่มเอมกับท้องนาอันเขียวขจี ถ้าใครแวะมาช่วงเย็นยังได้ชมความงามยามพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า พร้อมดื่มด่ำกับแสงสียามค่ำคืนที่ดูกี่ทีก็ไม่รู้เบื่ออีกด้วย

คุณแหน : 11 สิงหาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/356982

คุณแหน : 11 สิงหาคม 2561

วันศุกร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 15.47 น.

ll สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯทรงเป็นองค์ประธานในพิธีพระราชทานรางวัลแก่ศิลปินแห่งชาติประจำปีพ.ศ.2560 ณ ศาลาดุสิดาลัย มีผู้เข้ารับรางวัล ได้แก่ เทพศิริ สุขโสภา, ดร.มัทนี รัตนิน, วิรัช อยู่ถาวร, พิบูลศักดิ์ ละครพล, คเนศ(รอง)เค้ามูลคดี, ดร.ยุทธนา มุกดาสนิทเป็นอาทิ…

ll ดร.ยุทธนามุกดาสนิท ศิลปินแห่งชาติปี 2560 สุดปลื้มอย่างยิ่งที่ได้รับช่อดอกไม้แสดงความยินดีจาก พิศมัย วิไลศักดิ์ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา…

ll ระหว่างนี้ชาครีย์นรทิพย์ เสวิกุล ปฏิบัติหน้าที่ อัครราชทูตที่ปรึกษาฯ ณ สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงอังการา ตุรกี ตามลำพัง เพราะทั้งคุณแม่ ชุติมาและ บังอร ศรีภริยาพาลูกๆ กลับมาเยือนมาตุภูมิชั่วคราว โดยมีครอบครัวของ บูรพา-รศ.ญาดา อารัมภีร จัดเลี้ยงต้อนรับอย่างอบอุ่น…

ll จากเพื่อนๆไปทำหน้าที่ภริยากงสุลใหญ่แอลเอซะนาน ชลทิพย์ ศรีภรรยาของ ธานี แสงรัตน์เพิ่งได้กลับมาเมืองไทยและได้นัดไปพบปะเจอะเจอกับเพื่อนวัฒนาฯที่ Coffee By Dao เอกมัย 12 เมื่อหลายวันก่อน…

ll ขอแสดงความยินดีกับ อลิสา และ อัญชุลี ที่คุณแม่ อารี สิมะเสถียร ได้รับเลือกเป็นคุณแม่ดีเด่นในปีนี้จาก สำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร ชื่นมื่นกันทั้งครอบครัว…llน่ายินดีอีกเรื่อง อิงวา จารยะพันธ์ หลานย่า ดร.ศรีสุดา เล่นเปียโนจนได้Gold Prize และไปแข่งต่อที่โอซากาเร็วๆ นี้…

ll ด้วยวัย 79 ปี มณี อยู่บางอดีตช่างภาพใหญ่ กองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ สำนักงานเยาวชนฯ(สยช.)พี่ที่น่ารักของนักข่าวทำเนียบ(รุ่นเดอะ) ได้จากไปอย่างกะทันหันด้วยหัวใจล้มเหลว ขอให้ดวงวิญญาณของพี่มณีคนดีจงไปสู่ภพภูมิที่ดีด้วยเทอญพิธีฌาปนกิจ กำหนด วันที่ 13 ส.ค. เวลา 16.00 น. ณ เมรุวัดแก้วซอยจรัญสนิทวงศ์ 35…ขอเชิญญาติสนิทมิตรรักที่เคารพนับถือ รวมทั้งชาว สยช.เก่าร่วมงานไว้อาลัยโดยพร้อมเพรียงกัน…

ll ทุกบ่ายวันเสาร์ หากไม่ติดภารกิจใด ม.ร.ว.หญิงจิราวดี จุฑาสมิต จะชวนคู่แฝด นวรัตน์ เรอบุลไปร้องเพลงที่มณียา ย่านพระรามเก้า แบบสุขกันเถอะเราสนุกสนานมากโดยฝ่ายหลังชำนาญเพลงต่างประเทศ แนวสเปน ฝรั่งเศส ที่ไพเราะมาก…

ll อนุสรา จิตต์มิตรภาพ เพิ่งกลับมาจากเยอรมนีพอลงจากเครื่องฯ รีบมาจัดรายการดูโอ้กับ เทวี แย้มสรวล ทันที เจ้าตัวบ่นว่าอากาศที่โน่นร้อนมากคนเยอรมันนิยมใช้ถุงผ้า ลดการใช้พลาสติกใครไม่มีถุงช็อปปิ้งต้องซื้อ ของฟรีไม่มีเจ้าค่ะ…

ll สวนทางกับคู่ของ วิบูล-ศิริพร จันทรางศุ เพิ่งบินไปทริปเยอรมนี ก่อนไปฝากลูกน้อยหอยสังข์ น้องหมาชื่อ “เจ้าสัว” ไปอยู่กับโรงเรียนฝึกสุนัข ส่วนน้องเหมียว “เศรษฐี” ส่งไปอยู่กับมารดาตัวเอง…ทำให้ไปเที่ยวแบบสบายใจหายห่วง…

ll คู่แม่ลูกน่ารัก อ.ส่องศิริ อาจารย์เก่าบวรนิเวศ มีลูกศิษย์ลูกหามากมายหลายสาขาอาชีพ เป็นคู่แฝดกับลูกสาวคนเดียวพัชรลดา แก้วสีปลาด แบบห่วงหาอาทรกันและกัน ลูกสาวจึงถูกเพื่อนๆเชิดชูให้เป็น “ลูกกตัญญู” ไปเรียบร้อย !!…

บารอนเนส

‘ร้านต้นกล้าฟ้าใส’ เสนอโปรโมชั่นฉลองเดือนแห่งวันแม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/356907

'ร้านต้นกล้าฟ้าใส' เสนอโปรโมชั่นฉลองเดือนแห่งวันแม่

‘ร้านต้นกล้าฟ้าใส’ เสนอโปรโมชั่นฉลองเดือนแห่งวันแม่

วันศุกร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 11.28 น.

การใช้เวลาร่วมกันคือช่วงเวลาที่มีคุณภาพที่สุดของครอบครัว ในวันแม่แห่งชาติปีนี้ ร้าน ต้นกล้า ฟ้าใส ขอชวนคุณลูกตอบแทนความรักคุณแม่ด้วยอาหารเพื่อสุขภาพที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ กับโปรโมชั่นสุดพิเศษให้คุณได้พาคุณแม่และสมาชิกในครอบครัวมารับประทานอาหารที่ร้านต้นกล้า ฟ้าใส

วันแม่แห่งชาติปีนี้ ร้านต้นกล้า ฟ้าใส ขอชวนลูกๆ ตอบแทนความรักของคุณแม่ ด้วยอาหารเพื่อสุขภาพที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ กับโปรโมชั่นสุดพิเศษให้คุณได้พาคุณแม่และสมาชิกในครอบครัวมารับประทานอาหารที่ร้านต้นกล้า ฟ้าใส ในระหว่างวันที่ 11-13 สิงหาคมนี้ เพียงสั่งอาหารครบ 1,500 บาท รับส่วนลด 50% สำหรับเมนูเทมเป้ทอดกระเทียมพริกไทย ราคา 85 บาท (ราคาปกติ 165 บาท) หรือเมนูเชฟสลัด ราคา 130 บาท (ราคาปกติ 260 บาท) และเพื่อร่วมฉลองบรรยากาศแห่งความอุ่น ตลอดเดือนสิงหาคมนี้ เพียงท่านพาคุณแม่มารับประทานอาหารที่ร้านต้นกล้า ฟ้าใส สั่งเครื่องดื่มสกัดเย็น สูตรใดก็ได้ 1 แก้ว รับฟรีอีก 1 แก้วทันทีลูกค้าที่สั่งอาหารเดลิเวอรี่ ผ่านทาง Line @tonklafacai  ครบ 1,500 บาท รับส่วนลด 50% สำหรับเมนูสลัดคีนวาและอะโวคาโดกับน้ำสลัดสไปซี่เพสโต้ ราคาเพียง 145 บาท (ปกติ 285 บาท) – วันที่ 31 สิงหาคมนี้เท่านั้น

ลิงค์รูปภาพ https://drive.google.com/open?id=11Cvb93WtmI_TepOq642OR9KwesffITnT

 

 

รณรงค์ความสำคัญ ‘ช้างไทย’ สืบสานวิชาคชศาสตร์สู่เยาวชนรุ่นหลัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/356792

รณรงค์ความสำคัญ ‘ช้างไทย’  สืบสานวิชาคชศาสตร์สู่เยาวชนรุ่นหลัง

รณรงค์ความสำคัญ ‘ช้างไทย’ สืบสานวิชาคชศาสตร์สู่เยาวชนรุ่นหลัง

วันศุกร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

คุณพระเศวตอดุลยเดชพาหน

“ช้าง” เป็นสัตว์สำคัญที่มีความเกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์ชาติไทยและยังแสดงถึงพระบุญญาธิการแห่งพระมหากษัตริย์ ในอดีตการจะได้ช้างมาใช้งานจะต้องมีการคล้องช้างป่า เพื่อนำมาฝึกให้เป็นช้างศึก หรือช้างใช้งานทั่วไป ซึ่งผู้เป็น ควาญช้าง หรือ หมอช้างนั้นจะได้รับการสืบทอดกันภายในครอบครัว แต่ในปัจจุบันความสำคัญของช้างกำลังเลือนหาย เด็กรุ่นหลังไม่เห็นคุณค่าของสัตว์คู่บ้านคู่เมือง จึงเกิดเป็นแรงบันดาลใจให้ ว่าที่ร้อยตรี นิวัติ อิศรางกูร ณ อยุธยา ครูแก้ว บุตรชาติอดีตหัวหน้าโรงช้างต้น และยองใย เกษมศรี ณ อยุธยา จัดทำโครงการเพื่อการอนุรักษ์สืบสานช้างไทยขึ้น เพื่อไม่ให้ลูกหลานไทยลืมเลือนสัตว์คู่บ้านคู่เมือง

ครูแก้ว บุตรชาติ อดีตหัวหน้าโรงช้างต้น กล่าวว่า นับเป็นความภาคภูมิใจสูงสุดในชีวิตที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้ทำหน้าที่ดูแลช้างต้นในรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ซึ่งตนเองเชื่อว่า ช้างเผือกเปรียบดั่งเทวดาจุติลงมาเพื่อเป็นพระราชพาหนะ หรือช้างทรงที่แสดงถึงพระบุญญาธิการของพระมหากษัตริย์ ช้างเผือกหรือช้างสำคัญที่ได้รับการขึ้นระวางและมีอิสริยยศที่ตำแหน่ง “คุณพระ” นั้น ท่านจะมีความสง่างาม น่าเกรงขาม และนิสัยดุ เพราะเป็นช้างในตระกูลช้างศึก การดูแลจึงต้องมีความพิเศษกว่าช้างอื่นๆ เช่น คุณพระเศวตอดุลยเดชพาหน จะไม่ลงน้ำร่วมกับช้างอื่น และชอบทำกิจกรรมต่างๆ ตรงเวลา เวลาคุณพระเศวตฯ หรือช้างอื่นๆ เข้าเฝ้า ท่านจะมีความเรียบร้อยไม่ดื้อ ไม่ต้องสั่ง เวลาที่พูดกับคุณพระก็ต้องพูดจาเรียบร้อยไพเราะ

นอกจากจะได้รับหน้าที่สำคัญในการดูแลโรงช้างต้นแล้ว ครูแก้ว นับว่าเป็น “หมอช้าง” ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะการดูลักษณะช้าง การคล้องช้าง การเลี้ยงดู แม้แต่ช้างพลายที่ขึ้นชื่อว่าดุท่านก็เคยปราบพยศได้มาแล้ว จนได้รับการยกย่องว่าเป็น “ปราชญ์ช้างแห่งกรุงรัตนโกสินทร์” ซึ่งความรู้เหล่านี้ได้รับการสืบทอดมาจากบรรพบุรุษจากรุ่นสู่รุ่น ที่นับวันจะหาคนที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเรื่องช้างเช่นครูแก้วได้น้อยลง

ว่าที่ร้อยตรี นิวัติ อิศรางกูร ณ อยุธยา ตัวแทนคณะทำงานจัดสร้างอนุสาวรีย์ช้างไทย กล่าวว่า แต่โบราณมาช้างเป็นสัตว์สำคัญทั้งในการศึกสงคราม มีส่วนช่วยดำรงเอกราชของชาติไทย โดยเฉพาะช้างเผือกเป็นสิ่งแสดงถึงพระบุญญาธิการของพระมหากษัตริย์ ในรัชกาลใดมีช้างเผือกขึ้นระวางจำนวนมากก็แสดงถึงพระบารมีที่มากล้น ครูแก้วบุตรชาติ ถือว่าเป็นปราชญ์ช้างเพียงคนเดียวของประเทศในขณะนี้

“คงน่าเสียดายหากภูมิปัญหาองค์ความรู้ที่เป็นคชศาสตร์จะหายไปจากประเทศไทย เพราะช้างเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมือง และมีความสำคัญต่อวิถีชีวิตคนไทยมาช้านาน แม้ว่าปัจจุบันการคล้องช้างป่าจะไม่สามารถทำได้แล้ว แต่พิธีกรรมเหล่านี้ก็ควรได้รับการอนุรักษ์ สืบทอดเพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้เรียนรู้โครงการจัดสร้างอนุสาวรีย์ช้างไทย จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการกระตุ้นจิตสำนึกให้คนไทยหันกลับมาให้ความสำคัญของช้างไทย ไม่ว่าจะเป็นช้างบ้าน ช้างป่า ที่ควรจะได้รับการดูแลอย่างจริงจัง นอกจากนี้ เราได้พยายามผลักดันให้เกิดหลักสูตรคชศาสตร์ในสถาบันการศึกษาท้องถิ่นที่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของช้าง เพื่อจะได้เป็นแนวทางในการอนุรักษ์เรียนรู้เรื่องช้างอย่างยั่งยืน ไม่สูญหายไปตามกาลเวลา”

ด้วยเจตนารมณ์อันมุ่งมั่นของคณะทำงานจัดสร้างอนุสาวรีย์ช้างไทย หวังว่าความมุ่งมั่นตั้งใจนี้จะเกิดผลสัมฤทธิ์ในเร็ววัน

ยองใย เกษมศรี ณ อยุธยา, ครูแก้ว บุตรชาติ และ ว่าที่ร้อยตรี นิวัติ อิศรางกูร ณ อยุธยา

ยองใย เกษมศรี ณ อยุธยา, ครูแก้ว บุตรชาติ และ ว่าที่ร้อยตรี นิวัติ อิศรางกูร ณ อยุธยา

ระทึก!ร้านอาหารในซัปโปโรเกิดบึ้มสนั่นเจ็บกว่า 40 คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/574151

  • วันที่ 17 ธ.ค. 2561 เวลา 07:26 น.

ระทึก!ร้านอาหารในซัปโปโรเกิดบึ้มสนั่นเจ็บกว่า 40 คน

เกิดระเบิดในร้านอาหารเมืองซัปโปโร ของญี่ปุ่น ส่งผลให้อาคารหลายแห่งพังถล่ม มีผู้บาดเจ็บกว่า 40 คน

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า เมื่อเวลา 20.30 น.ของวันที่ 16 ธ.ค.61 ตามเวลาท้องถิ่นประเทศญี่ปุ่น ได้เกิดเหตุระเบิดในร้านอาหารซึ่งตั้งอยู่ในเมืองซัปโปโร ทางตอนเหนือของญี่ปุ่น ส่งผลให้อาคารหลายแห่งพังถล่ม และทำให้มีผู้บาดเจ็บกว่า 40 คน

รายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่หน่วยดับเพลิงได้รุดไปยังจุดเกิดเหตุซึ่งตั้งอยู่ในเขตโตโยฮิระ เมืองซัปโปโร โดยเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ พร้อมกับเตือนประชาชนให้ระมัดระวังว่าอาจจะเกิดเหตุระเบิดขึ้นอีก

ขณะที่สาเหตุของการระเบิดอยู่ระหว่างตรวจสอบ

ภาพ เอเอฟพี

195ชาติบรรลุข้อตกลงกฎลดโลกร้อน เผยปี62ส่ออุณหภูมิสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/574150

  • วันที่ 17 ธ.ค. 2561 เวลา 07:13 น.

195ชาติบรรลุข้อตกลงกฎลดโลกร้อน เผยปี62ส่ออุณหภูมิสูงสุดเป็นประวัติการณ์

195 ชาติบรรลุข้อตกลงกฎลดปล่อยมลพิษ สานต่อข้อตกลงปารีส หวั่นปีหน้าอากาศร้อนทุบสถิติ

บลูมเบิร์กรายงานว่า คณะเจรจาจาก 195 ชาติ ในที่ประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 24 (COP 24) ที่โปแลนด์ ได้บรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับกฎต่างๆ เกี่ยวกับการลดมลพิษ ภายใต้ข้อตกลงปารีส ซึ่งลงนามปี 2015

ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นพ้องว่าชาติพัฒนาแล้วต้องชี้แจงรายละเอียดมากขึ้น เกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณช่วยชาติเล็กให้ได้ถึงเป้าหมาย 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.28 ล้านล้านบาท) พร้อมกับกำหนดให้ทุกชาติต้องส่งรายงานเกี่ยวกับความคืบหน้าในการลดมลพิษ ภายในปี 2024 กำหนดมาตรฐานสำหรับการวัด การรายงาน และการตรวจสอบมลพิษเรือนกระจก และการประมวลผลระดับโลก เกี่ยวกับการทำตามเป้าหมายต่างๆ ภายใต้ข้อตกลงปารีส

ขณะที่เยอรมนีและนอร์เวย์ได้บริจาคเงิน 1,500 ล้านยูโร (ราว 5.56 หมื่นล้านบาท) และ 500 ล้านยูโร (ราว 1.85 หมื่นล้านบาท) ให้กับกองทุนสู้โลกร้อน ซึ่งระดมทุนได้แล้วกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 3.28 ล้านบาท) เพื่อช่วยชาติกำลังพัฒนาในการใช้นโยบายและโครงการต่างๆ เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน

ด้าน ซาแมนธา สตีเฟนสัน นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพอากาศของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เปิดเผยว่า การเกิดปรากฏการณ์เอลนินโญ อาจทำให้ปี 2019 เป็นปีที่มีอุณหภูมิสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยศูนย์พยากรณ์อากาศของสำนักงานบริหารภาคพื้นทะเลและบรรยากาศแห่งสหรัฐ (โนอา) คาดการณ์ว่ามีโอกาสเกิดเอลนินโญ 80% และอาจยาวไปถึงสิ้นเดือน ก.พ. 2019

โนอายังคาดการณ์ว่าช่วงฤดูหนาวของสหรัฐในปีนี้ อาจเป็นปีที่มีอุณหภูมิสูงที่สุด โดยคาดว่าอุณหภูมิในหลายรัฐอาจสูงกว่าค่าเฉลี่ย และมีบางพื้นที่อาจมีฝนตกและหิมะตก

สตีเฟน แบ็กซ์เตอร์ นักพยากรณ์อากาศของโนอา ระบุว่า เหตุผลที่ทำให้อากาศช่วงฤดูหนาวของสหรัฐในปีนี้จะมีอากาศอบอุ่นและมีความชื้น คือปรากฏการณ์ทางธรรมชาติต่างๆ เช่น เอลนินโญ การเปลี่ยนแปลงในมหาสมุทร และการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ซึ่งก่อนหน้านี้องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก เปิดเผยว่า ปี 2015-2018 เป็น 4 ปีที่มีอุณหภูมิสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทุบสถิติสูงสุดเช่นกัน

ภาพ เอเอฟพี

“เจ้าสาวแม่โขง” ธุรกิจบาปกู้หน้าหนุ่มจีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/574138

  • วันที่ 16 ธ.ค. 2561 เวลา 19:37 น.

"เจ้าสาวแม่โขง" ธุรกิจบาปกู้หน้าหนุ่มจีน

หญิงสาวจากครอบครัวยากไร้ใน 3 ประเทศแห่งลุ่มน้ำโขงถูก “นายหน้า”พาไปให้กับชายโสชาวจีนที่จ่ายเงินซื้อพวกเธอมาแแต่งงาน

***************************

โดย…นรินรัตน์ พรหมพิทักษ์

การแต่งงานซึ่งจัดขึ้นห่างไกลจากบ้านเกิดเมืองนอนกว่าหลายพันกิโลเมตร กับเจ้าบ่าวแปลกหน้าพูดภาษาที่ไม่รู้จัก คือชะตากรรมที่หญิงสาวหลายหมื่นคนแห่งลุ่มน้ำโขงต้องเผชิญ เมื่อพวกเธอตัดสินใจก้าวเท้าออกมาจากครอบครัว

ในทุกๆ ปี หญิงสาวและเด็กสาวจำนวนมากจากกัมพูชา เวียดนาม ลาว และเมียนมา ต้องเดินทางยาวไกลไปแต่งงานกับชายชาวจีน ที่ไม่สามารถหาคู่ครองเชื้อชาติเดียวกันได้ อันเป็นผลพวงจากนโยบายลูกคนเดียวของรัฐบาลกว่า 3 ทศวรรษ ซึ่งทำให้จำนวนผู้ชายจีนมากกว่าผู้หญิงถึง 33 ล้านคน

สำหรับ “นารี” (นามสมมติ) หญิงสาวชาวกัมพูชาคนหนึ่ง ความยากจนข้นแค้นของครอบครัว การไม่ได้รับการศึกษา และความคาดหวังถึงชีวิตที่ดีกว่า ทำให้เธอตัดสินใจเดินทางออกจากบ้านเล็กๆ หลังคามุงสังกะสีนอกกรุงพนมเปญไปแต่งงานกับชายชาวจีนคนหนึ่งตั้งแต่อายุ 17 ปี

“ครอบครัวของฉันยากจนมาก ฉันเลยคิดว่าการไปแต่งงานกับชายชาวจีนจะช่วยครอบครัวได้” นารี กล่าวกับเอเอฟพี

การแต่งงานดังกล่าวดำเนินการผ่าน “นายหน้า” ผู้ทำหน้าที่จัดหาหญิงสาวต่างชาติไปแต่งงานกับชายชาวจีน ด้วยการไปติดต่อกับครอบครัวผู้หญิงโดยตรง ซึ่งญาติของหญิงสาวจะได้รับเงินค่าสินสอดราว 1,000-3,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.2-9.8 หมื่นบาท) จากเงินที่ฝ่ายชาย “จ่าย” เพื่อหาภรรยาหนึ่งคนจำนวนทั้งหมด 1-1.5 หมื่นดอลลาร์ (ราว 3.28-4.92 แสนบาท)

หลังตกลงกับครอบครัวฝ่ายหญิงแล้ว ว่าที่เจ้าสาวจะถูกพามาไว้ที่ “โกดัง” ชั่วคราว ขณะที่นายหน้าเผยแพร่รูปถ่ายหญิงสาวคนดังกล่าวไปตามวีแชต หรือเว็บไซต์หาคู่ต่างๆ เพื่อหาว่าที่เจ้าบ่าว โดยหากผู้หญิงยิ่งสวยและยิ่งสาวมากเท่าไร ค่าตัวก็จะยิ่งมากขึ้นตามไปด้วย

ในช่วงแรกหลังการแต่งงาน นารีอยู่ในจีนอย่างถูกกฎหมายเพราะมีวีซ่านักท่องเที่ยว แต่หลังจากเธอมีลูกแล้ว และไม่ได้ต่อวีซ่าครอบครัวฝ่ายชายก็พรากลูกชายเธอไปพร้อมกีดกันไม่ให้เธอเจอลูก รวมถึงบีบให้ยอมหย่าร้าง จนนารีต้องออกจากบ้านสามีมาหางานค่าแรงต่ำทำ ซึ่งในเวลาต่อมา สถานะการอาศัยในจีนอย่างผิดกฎหมาย ทำให้เธอถูกคุมตัวไปอยู่ในสถานกักกันเป็นเวลา 1 ปีกว่าจะได้รับการปล่อยตัว ระหว่างที่อยู่ในสถานกักกัน นารีได้พบหญิงสาวชาวกัมพูชาและเวียดนามอีกจำนวนมาก ซึ่งพานพบเรื่องราวคล้ายคลึงกัน

ถึงชีวิตหลังแต่งงานจะไม่สวยงามอย่างที่คิดฝันไว้ แต่นารีนับว่าโชคดีกว่าหญิงสาวลุ่มน้ำโขงอีกหลายคน ที่เดินทางไปทำงานในจีนแต่ถูกบีบบังคับให้แต่งงาน และที่เลวร้ายไปกว่านั้นคือบางรายถูกลักพาตัวมาจากหมู่บ้านติดพรมแดนจีน เพื่อนำตัวไปขายให้ชายชาวจีน หรือโดนขายไปเป็นโสเภณีซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ภรรยาซื้อหาได้

ในจีนนั้น ชายโสดถูกเรียกขานในเชิงดูหมิ่นเหยียดหยามว่า “กิ่งไม้ไร้ใบ” เพราะชายผู้ไม่สามารถหาคู่ครองแต่งงานสืบสายวงศ์ตระกูล เปรียบได้กับกิ่งไม้ไร้ใบที่ไม่อาจแตกหน่อขยายกิ่งก้านสาขาออกไปได้ นับเป็นความน่าอับอายอย่างมากของครอบครัว โดยเฉพาะในเขตชนบทที่ผู้คนส่วนใหญ่ไปมาหาสู่กันอย่างใกล้ชิด

“คนวัยผม หาภรรยาชาวจีนได้ยากแล้ว” โจว ซินเสิ่น ชายชาวจีนวัย 41 ปี ในมณฑลเจียงซู กล่าว ขณะที่เขาเหลือเวลาน้อยลงทุกทีในการหาภรรยา

ด้าน เจียง ฉวนเป่า อาจารย์จากสถาบันศึกษาด้านการพัฒนาและประชากรของมหาวิทยาลัยเจียวตง เปิดเผยว่า แรงกดดันทางวัฒนธรรมและทางจิตวิทยา บีบให้ชายชาวจีนต้องหาภรรยาให้ได้ ขณะที่ผู้หญิงในเมืองเริ่มไม่สนใจแต่งงาน แล้วหันไปทุ่มเทให้การเรียน การทำงาน และสนุกกับการใช้ชีวิตโสดมากกว่า

ชายโสดชาวจีนส่วนใหญ่นั้นมักจะมีอายุมากแล้ว ผ่านการหย่าร้าง ทุพพลภาพ หรือไม่ก็ยากจนมากจนไม่สามารถจ่าย “ค่าเจ้าสาว” หรือค่าสินสอดของขวัญให้ภรรยาชาวจีนได้ ซึ่งในปัจจุบันค่าใช้จ่ายดังกล่าวอยู่ที่ 2.2-2.9 หมื่นดอลลาร์ (ราว 7.22-9.51 แสนบาท)

โจว ซึ่งเป็นหนึ่งในชายโสดจีนอายุมากและผ่านการหย่าร้าง จึงเลือก “จ่ายเงิน” เพื่อหาหญิงสาวจากลุ่มน้ำโขง ที่ส่วนใหญ่ครอบครัวยากจนและต้องการเงินมาเป็นภรรยา โดยตัวเขาจ่ายเงินไปเกือบ 2 หมื่นดอลลาร์ (ราว 6.56 แสนบาท) และได้ภรรยาเป็นสาวเวียดนามวัย 26 ปี

เมื่อเห็นว่าความต้องการภรรยาสาวต่างชาติเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โจวจึงเปิดบริการจัดหาคู่เน้นจับคู่สาวเวียดนามอายุราว 20-35 ปี ให้ชายโสดจีน โดยคิดค่าบริการฝ่ายชายครั้งละประมาณ 1.74 หมื่นดอลลาร์ (ราว 5.71 แสนบาท) ซึ่งโจวกล่าวว่า ธุรกิจดังกล่าวทำกำไรอย่างงามให้เขา แต่ปฏิเสธเปิดเผยรายได้

เอเอฟพีรายงานว่า “ค่าตัว” หญิงสาวลุ่มน้ำโขงนั้นอยู่ที่ไม่เกิน 2 หมื่นดอลลาร์ โดยค่าตัวต่ำสุดที่เก็บข้อมูลมาอยู่ที่เพียง 8,700 ดอลลาร์ (ราว 2.85 แสนบาท) ซึ่งน้อยกว่าค่าสินสอดสำหรับแต่งงานกับสาวจีนอยู่มาก

บ่มขบวนการค้ามนุษย์

แม้จีนปรับนโยบายลูกคนเดียว ไปเป็นนโยบายลูกสองคนเมื่อปี 2016 แต่นักวิเคราะห์หลายรายมองว่า ยังต้องใช้เวลาอีกหลายสิบปีกว่าผู้หญิงจะมีจำนวนใกล้เคียงกับผู้ชาย เนื่องจากนโยบายลูกคนเดียวส่งผลให้จำนวนเพศชายและเพศหญิงไม่สมดุลกันอย่างหนัก จากการที่ครอบครัวจีนเลือกทำแท้งเมื่อรู้ว่าจะมีลูกสาว เพราะให้ความสำคัญกับการมีลูกชายมากกว่า

สถานการณ์ข้างต้นจึงยิ่งส่งผลให้ความต้องการหาสาวต่างชาติมาแต่งงานเพิ่มมากขึ้น จนนำไปสู่การเกิดขบวนการค้ามนุษย์ข้ามแดน ทั้งการส่งนายหน้าไปซื้อหญิงสาวจากครอบครัวมาโดยตรง และการลักพาตัวผู้หญิงจากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อส่งไปแต่งงานกับชายชาวจีน

แม้ภายใต้กฎหมายจีนนั้น การลักพาตัวและการขายผู้หญิงและเด็กมีโทษจำคุก 5-10 ปี แต่การบังคับใช้กฎหมายจัดการกับขบวนการดังกล่าวยังไม่มีประสิทธิภาพมากพอในหลายพื้นที่ ทำให้ยังไม่สามารถปราบปรามได้อย่างเด็ดขาด

“ธุรกิจดังกล่าวทำกำไรสูงมาก อีกทั้งยังไม่มีมาตรการหยุดยั้งการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง เมื่อมีทั้งดีมานด์และเงิน ก็มีโอกาสในการทำกำไร” มีมี่ วู่ จากแปซิฟิก ลิงค์ ฟาวน์เดชั่น องค์กรป้องกันการค้ามนุษย์ในเวียดนาม กล่าว

สำหรับในกัมพูชานั้น แม้โทษของกฎหมายค้ามนุษย์อยู่ที่จำคุกสูงสุด 15 ปี หากถูกจับได้ และจะได้รับโทษนานกว่านั้น หากเหยื่อยังเป็นผู้เยาว์ แต่การตัดสินลงโทษจากกรณีดังกล่าวแทบไม่เคยเกิดขึ้นเลย โดยเอเอฟพีรายงานอ้างอัยการรายหนึ่งที่ไม่ระบุนาม ซึ่งรับผิดชอบคดีค้ามนุษย์โดยเฉพาะว่า นายหน้าจ่ายเงินค่าปิดปากให้ครอบครัวเหยื่อเฉลี่ยอยู่ที่ราว 5,000 ดอลลาร์ ส่วนครอบครัวผู้หญิงเองก็ต้องการเงินดังกล่าวและหวาดกลัวอิทธิพลของกลุ่มเครือข่ายค้ามนุษย์

หนทางการยุติวงจร “เจ้าสาวแม่โขง” คงยังอีกยาวไกล ท่ามกลางดีมานด์หญิงสาวต่างชาติที่ยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ของชายชาวจีน แต่มาตรการปราบปรามการค้ามนุษย์กลับยังไม่รุนแรงมากพอ ขณะที่สภาพยากจนของครอบครัวบีบให้หญิงสาวลุ่มน้ำโขงจำนวนมากยังก้าวเข้าสู่วงจรดังกล่าวต่อไป

ภาพ เอเอฟพี

ชาวญี่ปุ่นไม่เห็นด้วยรัฐบาลผ่านกฎหมายรับต่างชาติเข้ามาทำงานเพิ่ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/574130

  • วันที่ 16 ธ.ค. 2561 เวลา 17:39 น.

ชาวญี่ปุ่นไม่เห็นด้วยรัฐบาลผ่านกฎหมายรับต่างชาติเข้ามาทำงานเพิ่ม

ผลโพลเผยชาวญี่ปุ่นไม่เห็นด้วยรัฐบาลผ่านร่างกฎหมายเปิดรับคนต่างชาติเข้ามาทำงานในประเทศเพิ่มเพื่อแก้แรงงานขาดแคลน

สำนักข่าวเกียวโดได้เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของชาวญี่ปุ่นกรณีที่รัฐสภาผ่านร่างกฎหมายที่จะเปิดรับแรงงานจากต่างชาติ 345,150 รายเข้ามาทำงานในญี่ปุ่น เพื่อแก้ไขปัญหาแรงงานขาดแคลน พบว่า ประชาชน 65.8% ไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายดังกล่าว

รายงานข่าวระบุว่า รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ได้ผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวในสภาล่างช่วงปลายเดือนพ.ย.ที่ผ่านมา แม้จะเผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ซึ่งต่อมาสภาสูงได้มีมติผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวเมื่อวันที่ 8 ธ.ค.

ขณะที่คะแนนนิยมของคณะรัฐมนตรีของนายอาเบะลดลงแตะ 42.4% จากระดับเดิมที่ 47.3% ในการจัดทำผลสำรวจเมื่อช่วงต้นเดือนพ.ย.

ภาพ เอเอฟพี

แฉ”จอห์นสัน”ปิดบังการพบแป้งปนเปื้อนแร่ใยหินเกือบ50ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/574070

  • วันที่ 16 ธ.ค. 2561 เวลา 11:15 น.

แฉ"จอห์นสัน"ปิดบังการพบแป้งปนเปื้อนแร่ใยหินเกือบ50ปี

จอห์นสันถูกแฉว่าจงใจปกปิดการพบแร่ใยหินในแป้งมานานเกือบ 50 ปี ด้านบริษัทยืนยันแป้งไม่มีส่วนผสมก่อมะเร็ง

รอยเตอร์สรายงานอ้างเอกสารจำนวนมากจากการไต่สวนในศาลว่า บริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (เจแอนด์เจ) ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายจากสหรัฐ จงใจปกปิดการพบแร่ใยหินในแป้งเด็กของบริษัทมาเป็นเวลาเกือบ 50 ปี

รายงานระบุว่า จากการตรวจสอบเอกสารดังกล่าวพบว่า ระหว่างการทดสอบแป้งตั้งแต่ช่วงปี 1971-2000 บริษัทพบแร่ใยหินในแป้ง แต่ผู้บริหาร นักวิจัย แพทย์ และทนายความของบริษัทจงใจไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวต่อสาธารณชน และไม่แจ้งต่อสำนักงานอาหารและยาของสหรัฐ (เอฟดีเอ)

รอยเตอร์ส เปิดเผยว่า เมื่อปี 1976 ที่เอฟดีเอกำลังพิจารณาจำกัดปริมาณแร่ใยหินในแป้งทัลคัม จอห์นสัน ยืนยันว่า ไม่พบแร่ใยหินในการทดสอบ แต่ในการทดสอบแป้ง 3 ครั้ง ช่วงปี 1972-1975 กลับพบแร่ใยหินในแป้ง ซึ่งในการทดสอบครั้งหนึ่งพบแร่ดังกล่าวในปริมาณค่อนข้างสูง

หลังการเปิดเผยของรอยเตอร์ส หุ้นของจอห์นสันร่วงหนักถึง 10% ระหว่างการซื้อขายเมื่อคืนวันศุกร์ ซึ่งเป็นการลดลงในรอบวันที่เลวร้ายที่สุดในรอบ 16 ปีของจอห์นสัน

ด้านจอห์นสันยืนยันว่า ส่วนประกอบในแป้งของจอห์นสันไม่มีส่วนก่อมะเร็งและไม่มีแร่ใยหินผสมอยู่ พร้อมระบุว่ารายงานของรอยเตอร์สเป็นการนำเสนอข้อมูลที่ผิดพลาดเพียงด้านเดียว

“แป้งทัลคัมของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ได้รับการทดสอบโดยทีมนักวิทยาศาสตร์จากหลายหน่วยงานนับตั้งแต่ช่วงปี 1950 จนถึงปัจจุบัน และไม่มีการทดสอบครั้งใดในช่วง 50 ปีที่ผ่านมานี้ ที่พบว่ามีแร่ใยหินผสมอยู่” ปีเตอร์ บิกส์ ทนายความของจอห์นสัน กล่าว

ทั้งนี้ รายงานดังกล่าวนับเป็นปัญหาล่าสุดที่จอห์นสันต้องเผชิญ โดยในขณะนี้บริษัทเผชิญคดีความเกือบ 1.2 หมื่นคดีทั่วสหรัฐ ที่โจทก์อ้างว่าผลิตภัณฑ์แป้งทัลคัมของบริษัทมีส่วนก่อมะเร็ง

ก่อนหน้านี้เมื่อเดือน ก.ค. ศาลประจำเมืองเซนต์หลุยส์ ตัดสินให้จอห์นสันจ่ายค่าเสียหาย 4,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.54 แสนล้านบาท) ให้ผู้หญิง 22 ราย ซึ่งฟ้องร้องว่าแป้งของจอห์นสันปนเปื้อนแร่ใยหินและส่งผลให้เกิดโรคมะเร็งรังไข่ นับเป็นค่าเสียหายมูลค่ามากที่สุดที่บริษัทต้องจ่าย และจอห์นสันได้ยื่นอุทธรณ์แล้ว

ภาพ เอเอฟพี