IMFชี้โลกอ่วมหนี้พุ่ง แบกเฉลี่ย3ล้านต่อคน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/573972

  • วันที่ 15 ธ.ค. 2561 เวลา 08:52 น.

IMFชี้โลกอ่วมหนี้พุ่ง แบกเฉลี่ย3ล้านต่อคน

ไอเอ็มเอฟเผยหนี้โลกพุ่งทุบสถิติใหม่กว่า 6,000 ล้านล้าน สหรัฐ จีน ญี่ปุ่น นำขบวนกู้สะพัด

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เปิดเผยข้อมูลล่าสุดว่า ปริมาณหนี้ทั่วโลกพุ่งสูงสุดทุบสถิติใหม่อยู่ที่ 184 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6,035 ล้านล้านบาท) หากหารเฉลี่ยจำนวนประชากรทั่วโลกจะเท่ากับว่าทุกคนจะเป็นหนี้กันโดยเฉลี่ยคนละ 8.6 หมื่นดอลลาร์ (ราว 2.82 ล้านบาท) หรือมากกว่า 2.5 เท่า ของ รายได้ต่อหัวโดยเฉลี่ยของประชากรโลก

ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวมากกว่าการเปิดเผยเมื่อเดือน ต.ค.จำนวน 2 ล้านล้านดอลลาร์ (ราว 65.61 ล้านล้านบาท) เนื่องจากไอเอ็มเอฟได้ข้อมูล ณ สิ้นปี 2017 เพิ่มเติมจากหลายประเทศ และ หากเทียบเป็นสัดส่วนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) จะเท่ากับ 225% ต่อจีดีพี

ไอเอ็มเอฟ ระบุว่า ปริมาณหนี้ทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นในครั้งนี้ นำโดยการกู้ยืมของสหรัฐ จีน และญี่ปุ่น และคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของปริมาณหนี้ทั้งโลก ซึ่งระดับหนี้ที่ขยายตัวขึ้นทุบสถิติใหม่ครั้งนี้มี แนวโน้มที่จะเป็นความเสี่ยงฉุดการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกด้วย เนื่องจากสัดส่วนของหนี้ได้ทะลุแซงจีดีพีไปแล้ว

ก่อนหน้านี้ สถาบันการเงินระหว่างประเทศ (ไอไอเอฟ) เพิ่งเปิดเผยรายงานว่า ปริมาณหนี้ทั่วโลก ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2017 ทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 233 ล้านล้านดอลลาร์ (ราว 7,642 ล้านล้านบาท) หรือเพิ่มขึ้นจากปีก่อน มา16 ล้านล้านดอลลาร์ (ราว 524 ล้านล้านบาท)

‘อีซีบี’ประกาศปิดฉากคิวอี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/573891

  • วันที่ 14 ธ.ค. 2561 เวลา 11:04 น.

'อีซีบี'ประกาศปิดฉากคิวอี

อีซีบียุติคิวอีอย่างเป็นทางการสิ้นปีนี้ ยันจะเดินหน้าแผน Reinvestment ต่อ หวังพยุงเศรษฐกิจขยายตัวปีหน้า

ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ประกาศยุติมาตรการผ่อนปรนทางการเงินเชิงปริมาณ (คิวอี) วงเงิน 2.6 ล้านล้านยูโร (ราว 96 ล้านล้านบาท) ที่ใช้มาตั้งแต่เดือน มี.ค. 2015 ลงอย่างเป็นทางการในการประชุมวานนี้ ตามกำหนดการ ที่วางไว้ว่าจะยุติคิวอีภายในสิ้นปี2018 นับเป็นการปิดฉากการอัดฉีดเงินอย่างยาวนานมากกว่า 3 ปี แม้ว่าเศรษฐกิจโลกหลังจากนี้จะมีสัญญาณการขยายตัวอ่อนแรงลงก็ตาม

ทั้งนี้ อีซีบียังคงอัตราดอกเบี้ยหลักไว้อยู่ที่ -0.40% เช่นเดียวกับดอกเบี้ย รีไฟแนนซ์อยู่ที่ 0% และดอกเบี้ยปล่อยกู้ให้สถาบันการเงินอยู่ที่ 0.25% ซึ่งเป็นไปตามที่เคยส่งสัญญาณก่อนหน้านี้ โดยคณะกรรมการนโยบายการเงินของอีซีบีคาดการณ์ว่า อีซีบีจะยังคงดอกเบี้ยที่ระดับปัจจุบันจนกว่าจะถึงช่วงครึ่งหลังของปี 2019 หรือในกรณีใดก็ตามเท่าที่จำเป็น เพื่อสร้างความมั่นใจว่าจะบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับใกล้เคียงกับ 2% โดยตลาดคาดการณ์ว่าอีซีบีจะปรับขึ้นดอกเบี้ย ครั้งแรกในไตรมาสแรกปี 2020

นอกจากนี้ อีซีบียังระบุว่า จะเดินหน้าแผน Reinvestment ในพันธบัตรต่อ ซึ่งเป็นการนำเงินจากพันธบัตรที่จะครบกำหนดไถ่ถอนในปีหน้าไปลงทุนหมุนเวียนซื้อพันธบัตรต่อไป จนกว่าอีซีบีจะเริ่มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพื่อควบคุมต้นทุนการกู้ยืมให้ยังคงอยู่ในระดับต่ำ โดย รอยเตอร์สรายงานว่า พันธบัตรที่จะครบกำหนดปีหน้ามีมูลค่าอยู่ที่ 2 แสนล้านยูโร (ราว 7.4 ล้านล้านบาท)

แม้อัตราเงินเฟ้อในยูโรโซนอยู่ที่ระดับใกล้เคียงกับเป้าหมายของอีซีบี ที่เกือบ 2% แต่การขยายตัวของเศรษฐกิจยุโรปชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 0.2% เมื่อไตรมาส 3 ซึ่งขยายตัวต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2014 อีซีบีจึงยังจำเป็นต้องใช้มาตรการพยุงการขยายตัวของเศรษฐกิจอยู่

ด้านค่าเงินยูโรปรับขึ้น 0.1% มา อยู่ที่ 1.1387 ยูโร/ดอลลาร์สหรัฐ หลัง อีซีบีแถลงนโยบายการเงินวานนี้ โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ค่าเงินยูโรจะยังคงซื้อขายที่ราวระดับดังกล่าวในปีหน้า หลังเคลื่อนไหวอยู่ที่ 1.16-1.12 ดอลลาร์ นับตั้งแต่เดือน ส.ค.

ก่อนหน้านี้ บรรดาแบงก์ชาติยุโรป 4 แห่ง ได้แก่ แบงก์ชาติสวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ ตุรกี และยูเครน ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยเช่นกัน ท่ามกลางความกังวลเรื่องการขยายตัวของเศรษฐกิจ โดยแบงก์ชาติสวิตเซอร์แลนด์ยังปรับลดเป้าหมายเงินเฟ้อด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ ทิศทางของอีซีบีสอดคล้องกับคาดการณ์นักวิเคราะห์ โดยฟิทช์ เรทติ้งส์ เปิดเผยว่า อีซีบีจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในปี 2020 พร้อมระบุว่า อีซีบีมีแนวโน้มส่งสัญญาณทิศทางนโยบายดอกเบี้ยในอนาคตในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้

จีนโต้กลับแรงยืนยันเข้าจับกุม2แคนาดาจริง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/573889

  • วันที่ 14 ธ.ค. 2561 เวลา 10:20 น.

จีนโต้กลับแรงยืนยันเข้าจับกุม2แคนาดาจริง

จีนยืนยันจับชาวแคนาดา 2 คนจริง อ้างต้องสงสัยคุกคามความมั่นคงประเทศ เซ่นปมหัวเว่ย

ลู่กัง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน แถลงยืนยันว่า ทางการจีนได้ควบคุมตัว ไมเคิล โคฟริก อดีตทูตแคนาดา และไมเคิล สเปเวอร์ ที่ปรึกษาด้านธุรกิจของแคนาดา โดยระบุว่าทั้งสองคนกำลังอยู่ภายใต้การสอบสวนว่าอาจกระทำการที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของจีน นับเป็นการเพิ่มความตึงเครียดให้กับความสัมพันธ์ระหว่างจีนและแคนาดามากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากทางการแคนาดาเข้าจับกุม เมิ่งหว่านโจว รองประธานและประธานเจ้าหน้าที่การเงิน (ซีเอฟโอ) หัวเว่ย เทคโนโลยีส์ ตามคำร้องขอของสหรัฐ โดยนักวิเคราะห์มองว่าจีนอาจใช้ชาวแคนาดาทั้งสองคนนี้เป็นตัวประกันทางการเมือง เพื่อตอบโต้ ที่แคนาดาจับกุมตัวเมิ่ง

ขณะเดียวกัน เซาท์ ไชน่า มอนิ่ง โพสต์ รายงานว่า การจับกุมตัวเมิ่งได้สร้างความกังวลให้แก่บรรดาผู้บริหารระดับสูงทั่วโลกว่าจะเสี่ยงตกเป็นเป้า “การลักพาตัวทางการเมือง” หลังสหรัฐปรับแก้กฎหมายว่าด้วยการคอร์รัปชั่นในต่างประเทศ เมื่อปี 2017 เพื่อพุ่งเป้าไปที่การสืบสวนและจับกุมผู้บริหาร ซึ่งทำงานในบริษัทที่ละเมิดกฎหมายของสหรัฐ จากเดิมที่ใช้มาตรการคว่ำบาตรบริษัท

ร็อด โรเซนสไตน์ รัฐมนตรีช่วยว่า การกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ปรับแก้กฎหมายดังกล่าวแล้ว สหรัฐตั้งข้อหาผู้กระทำผิดแล้ว 30 ราย และตัดสินลงโทษแล้ว 19 ราย

นอกจากนี้ เซาท์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์ รายงานว่า ริชาร์ด โดนอกฮู อัยการสหรัฐที่ต้องการส่งตัวเมิ่งกลับสหรัฐในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน เคยทำคดี โจโหลว นายธนาคารที่พัวพันคดีทุจริตกองทุนวันเอ็ม ดีบีของมาเลเซีย และเอล ชาโป เจ้าพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ของเม็กซิโก

“ยุโรป”ยังเสี่ยงภัยก่อการร้ายในบ้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/573887

  • วันที่ 14 ธ.ค. 2561 เวลา 09:37 น.

"ยุโรป"ยังเสี่ยงภัยก่อการร้ายในบ้าน

ยุโรปเสี่ยงภัยก่อการร้ายในบ้าน ฝรั่งเศสยังเหลวปราบกลุ่ม ก่อความไม่สงบ

จิลส์ เดอ เคอร์คอฟ ผู้อำนวยการประสานงานต่อต้านภัยก่อการร้ายของสหภาพยุโรป (อียู) เปิดเผยว่า เหตุก่อการร้ายในบ้าน (Homegrown Terrorism) กำลังกลายเป็นภัยคุกคามยุโรป ซึ่งล่าสุดสะท้อนออกมาจากเหตุมือปืนบุกเดี่ยวกราดยิงตลาดคริสต์มาสในฝรั่งเศส

เดอ เคอร์คอฟ กล่าวว่า ผู้ก่อการร้ายในปัจจุบันเลือกเชื่อแนวคิดหัวรุนแรงด้วยตัวเองแล้วลงมือก่อเหตุ โดยไม่ต้องเดินทางไปยังตะวันออกกลาง หรือมีสายสัมพันธ์กับกลุ่มก่อการร้ายโดยตรง ส่งผลให้การเตรียมป้องกันยากขึ้น เนื่องจากการมีแนวคิดหัวรุนแรงไม่ถือเป็นอาชญากรรม ทำให้รัฐไม่สามารถเข้าไปจัดการได้

ล่าสุด รัฐบาลฝรั่งเศส ระบุว่า เหตุ กราดยิงตลาดคริสต์มาสเป็นเหตุก่อการร้าย และกำลังร่วมมือกับทางการเยอรมนีไล่ล่าตัว เชริฟ เชแกตต์ วัย 29 ปี

คริสตอฟ คาสตาน รัฐมนตรีกระทรวงกิจการภายในฝรั่งเศส ระบุว่า เชแกตต์มีประวัติก่อคดีอาญาตั้งแต่อายุ 13 ปี และก่อเหตุต่อเนื่องอีกอย่างน้อย 26 ครั้ง จนอยู่ในบัญชีรหัส S ซึ่งเป็นภัยความมั่นคง

อาร์เอ็มซีเครือข่ายวิทยุของฝรั่งเศสรายงานว่า บุคคลในบัญชีรหัส S มีจำนวนกว่า 2 หมื่นคน บ่งชี้ว่ารัฐยังไม่สามารถปราบกลุ่มก่อเหตุไม่สงบได้ แม้จะเพิ่มงบด้านความมั่นคงไปอยู่ที่ 6.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปีงบ 2018 โดยฝรั่งเศสเผชิญเหตุก่อการร้ายแล้ว 22 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2015 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บรวม 249 ราย และ 928 ราย

ภาพประกอบข่าว

ถอย‘เมดอินไชน่า 2025’ ปักกิ่งยอมผ่อนศึกค้าสหรัฐ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/573885

  • วันที่ 14 ธ.ค. 2561 เวลา 08:27 น.

ถอย‘เมดอินไชน่า 2025’ ปักกิ่งยอมผ่อนศึกค้าสหรัฐ

โดย…ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

การประกาศยุทธศาสตร์ “เมด อิน ไชน่า 2025” ของทางการจีนตั้งแต่ปี 2015 ที่ผ่านมา นับเป็นเป้าหมายยิ่งใหญ่ที่หวังผลักดันจีนขึ้นสู่ผู้นำของโลกในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งรวมถึงเทคโนโลยีหุ่นยนต์ สารสนเทศ และรถยนต์พลังงานสะอาด ในขณะที่จีนกำลังปรับสถานะจากโรงงานผลิตสินค้าราคาถูก ไปสู่ประเทศชั้นนำของยุคเศรษฐกิจใหม่

อย่างไรก็ดี ยุทธศาสตร์นี้กำลังถูกท้าทายอย่างหนักจากสหรัฐ ในยุคประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเดินหน้าทำสงครามการค้ากับจีนมาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดหนังสือพิมพ์วอลสตรีท เจอร์นัล รายงานอ้างแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องว่า รัฐบาลปักกิ่งกำลังร่างแผนเศรษฐกิจขึ้นมาใหม่ เพื่อทดแทนเมด อิน ไชน่า 2025 และวางแผนเริ่มใช้นโยบายใหม่ตั้งแต่ปีหน้า ซึ่งนับเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดในการเจรจาสงบศึกสงครามการค้ากับสหรัฐ หลังการตกลงสงบศึกชั่วคราว 90 วัน

รายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลหลายคนเห็นด้วยกับการเสนอให้ปรับนโยบายเมด อิน ไชน่า 2025 และการพัฒนาเศรษฐกิจที่เน้นรัฐเป็นหลักด้วยเช่นกัน โดยก่อนหน้านี้ หลิวเฮ่อ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนอื่นๆ วิจารณ์ว่า ยุทธศาสตร์นี้ได้สร้างปัญหาตามมา เช่น การปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำของรัฐบาล ทำให้เกิดการผลิตส่วนเกินมหาศาลในแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ จีนยังวางแผนประกาศนโยบายสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรมมากขึ้น สำหรับรัฐวิสาหกิจ บริษัทเอกชน และบริษัทต่างชาติ เพื่อดึงบริษัทเอกชนต่างชาติเข้าตลาดมากขึ้นด้วย

ขณะที่ไชน่า อินฟอร์เมชั่น นิวส์ สื่อทางการจีน รายงานอ้างเอกสารที่คณะรัฐมนตรีจีนมอบนโยบายให้รัฐบาลท้องถิ่นทุกช่วงปลายปี ซึ่งในปีนี้มีสิ่งที่ต่างออกไปจากเมื่อปี 2016 ก็คือ ครม.จีนระบุเพียงว่าจะมุ่งสนับสนุนรัฐบาลท้องถิ่นที่สามารถส่งเสริมการเติบโตและการยกระดับอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน แต่ไม่ได้ย้ำให้รัฐบาลท้องถิ่นส่งเสริมนโยบาย เมด อิน ไชน่า 2025 และการเติบโตของอุตสาหกรรมและภาคการผลิตเหมือนครั้งที่ผ่านมา

หากแผนดังกล่าวได้รับการอนุมัติจากประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ความเคลื่อนไหวนี้จะถือว่าเป็นความสำเร็จของเอกชนต่างชาติ และเป็นการแสดงให้สหรัฐเห็นว่าจีนดำเนินการอย่างจริงจังในการปรับเปลี่ยนเศรษฐกิจภายในประเทศ

อย่างไรก็ดี เจเรมี วอเตอร์แมน ประธานศูนย์จีนของหอการค้าสหรัฐ กล่าวว่า การคลายความกังวลของทั่วโลกที่มีต่อนโยบายเมด อิน ไชน่า 2025 ควรเป็นเกณฑ์มาตรฐาน ไม่ใช่การออกสโลแกนหรือกำหนดกลยุทธ์ใหม่ ซึ่งจีนควรกำหนดมาตรฐานสำหรับประเด็นต่างๆ ทั้งเรื่องการอุดหนุน การกำหนดมาตรฐาน กระบวนการจัดซื้อ และอื่นๆ

เร่งซื้อสินค้าเกษตรสหรัฐ

บลูมเบิร์ก รายงานอ้างสภาผู้ส่งออกถั่วเหลืองสหรัฐ ว่า ซิโนเกรน รัฐวิสาหกิจรับซื้อถั่วเหลืองของจีน และคอฟโค บริษัทอาหารรายใหญ่ของจีน จะสั่งซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐเพิ่มเติมจากก่อนหน้านี้ ซึ่งสภาผู้ส่งออกถั่วเหลืองสหรัฐ ระบุว่า จีนได้สั่งซื้อถั่วเหลืองสหรัฐไปแล้ว 1.5-2 ล้านตัน

การกลับมาซื้อถั่วเหลืองของสหรัฐ นับว่าเป็นความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในการคลายศึกสงครามการค้า หลังจีนตกลงเพิ่มการนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐ เป็นหนึ่งในข้อตกลงที่ได้จากการหารือระหว่างทรัมป์ และสี นอกรอบการประชุมสุดยอด จี20 ขณะที่จีนกำลังวางแผนลดภาษีรถยนต์นำเข้าจากสหรัฐ เหลือ 15% จากเดิม 40%

สัญญาณที่ดีจากการสงบศึกสงครามการค้า ส่งผลให้ตลาดหุ้นเอเชียปิดบวกวานนี้ โดยดัชนีนิกเกอิ ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ปิดบวก 0.99% ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต ปิดบวก 1.23% และดัชนีฮั่งเส็ง ปิดบวก 1.18% ตามรอยตลาดหุ้นสหรัฐ ที่ปิดบวกไปก่อนหน้านี้เช่นกัน เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. โดยดัชนีดาวโจนส์ ปิดบวก 0.64% ดัชนีเอส แอนด์ พี 500 ปิดบวก 0.54% และดัชนีแนสแด็ก ปิดบวก 0.95%

ขณะที่สำนักข่าวซินหัวของทางการจีน รายงานว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกรมการเมืองของจีน (โปลิตบูโร) ซึ่งมีประธานาธิบดี สี นั่งเป็นประธาน ระบุว่า จีนจะรักษาการขยายตัวทางเศรษฐกิจให้อยู่ในระดับที่มั่นคง และจะส่งเสริมการปฏิรูปต่อไป ก่อนการประชุมพัฒนาเศรษฐกิจประจำปี ซึ่งจะจัดขึ้นในสัปดาห์หน้า

ทั้งนี้ เซาท์ ไชน่า มอนิ่ง โพสต์ รายงานอ้างแหล่งข่าวว่า ระหว่างการประชุมจีนจะพิจารณาใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป ซึ่งรวมถึงเพิ่มสัดส่วนขาดดุลงบประมาณให้มากกว่า 2.4% ของจีดีพีในปีนี้ และจะมีการลดภาษีวงเงินมากกว่าเดิมที่ 1.2 ล้านล้านหยวน เช่นเดียวกับมาตรการอื่นๆ รวมถึงการลดสัดส่วนกันสำรองของธนาคาร และอาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยด้วย

สลด!รถไฟความเร็วสู่งพุ่งชนกันในตุรกีเสียชีวิต9เจ็บ46

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/573860

  • วันที่ 13 ธ.ค. 2561 เวลา 18:19 น.

สลด!รถไฟความเร็วสู่งพุ่งชนกันในตุรกีเสียชีวิต9เจ็บ46

เกิดอุบัติเหตุรถไฟความเร็วสูงในตุรกีพุ่งชนหัวรถจักรของรถไฟอีกขบวน มีผู้เสียชีวิต 9 ราย บาดเจ็บ 46 ราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าเมื่อเวลา 06.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นของประเทศตุรกี หรือประมาณ 10.30 น. ตามเวลาในประเทศไทย ได้เกิดอุบัติเหตุรถไฟความเร็วสูงพุ่งชนหัวรถจักรของรถไฟอีกขบวนหนึ่ง ขณะกำลังเดินทางระหว่างกรุงอังการา และจังหวัดคอนยาในตอนกลางของประเทศ

อุบัติเหตุดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 9 ราย และบาดเจ็บ 46 ราย

ด้าน เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวนสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้

ภาพ เอเอฟพี

“WWF”เผย157พืช-สัตว์สายพันธุ์ใหม่ถูกค้นพบใน5ประเทศลุ่มน้ำโขง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/573830

  • วันที่ 13 ธ.ค. 2561 เวลา 14:14 น.

"WWF"เผย157พืช-สัตว์สายพันธุ์ใหม่ถูกค้นพบใน5ประเทศลุ่มน้ำโขง

มหัศจรรย์แห่งลุ่มน้ำโขง! WWFเผยพบ 157 พืช-สัตว์สายพันธุ์ใหม่ อาทิ ชะนีสกายวอล์คเกอร์, ค้างคาว แลนซ์ เบสส์, คางคกแห่งมิดเดิ้ลเอิร์ท

องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) เปิดเผยรายงานฉบับล่าสุดระบุว่า ทีมนักวิทยาศาสตร์ ที่ทำงานศึกษาวิจัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำโขง ได้ค้นพบสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ทั้งพืชและสัตว์กว่า 157 ชนิด แบ่ง เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 3 สายพันธุ์ ปลา 23 สายพันธุ์ สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 14 ชนิดพันธุ์ สัตว์เลื้อยคลาน 26 ชนิดพันธุ์ และพืช 91 ชนิดพันธุ์ จาก 5 ประเทศภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ประเทศกัมพูชา ประเทศลาว ประเทศเมียนมา ประเทศเวียดนาม และประเทศไทย จากหลายพื้นที่ตั้งแต่ป่าเขา แม่น้ำ จนถึงทุ่งหญ้า

รายงานระบุว่า มีการค้นพบสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ๆ ถึง 3 ชนิดต่อสัปดาห์ ซึ่ง 39 สายพันธุ์เหล่านี้ ค้นพบในประเทศเมียรมา โดยเป็นสัญญาณเชิงบวก ให้กับการทำวิจัยและงานอนุรักษ์ในประเทศเมียร์มาร์หลังจากมีการเปิดประเทศ และมีการคาดการณ์ว่า ในอนาคตอาจมีการค้นพบสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ๆ เพิ่มเติมได้อีก ขณะที่มีการค้นพบอื่นๆ ได้แก่ การค้นพบ 58 สายพันธุ์ใหม่ในประเทศเวียดนาม และ 35 สายพันธุ์ในประเทศไทย 24 สายพันธุ์ในประเทศลาว และ 8 สายพันธุ์ในประเทศกัมพูชา

สัตว์และพืชสายพันธุ์ใหม่ที่ค้นพบ ได้แก่

ค้างคาว ที่มีขนคล้ายกับทรงผมของแลนซ์ เบสส์ นักร้องวงบอยแบนด์ NSYNC ค้นพบในป่าฮักกาบู แถบเทือกเขาหิมาลัย บริเวณประเทศเมียนมา

ปลาบึก มีลักษณะที่เหมือนแพนเค้ก อาศัยอยู่ในแหล่งกระแสน้ำเย็นที่ไหลเชี่ยว ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ฮอร์ปกาน ราสิ

ต้นไผ่ บริเวณภูเขาการ์ดามัม ในประเทศกัมพูชา มีลักษณะลำต้นคล้ายหลอดไฟ และเจริญเติบโตตลอดเส้นทางถนน ความเปราะบางของมันทำให้ถูกตัดถางได้ง่าย

คากคกขนาดเล็ก และมีเขาเล็กๆปลายแหลม มันถูกขนานนามตามชื่อของเอลฟ์แห่งนวนิยายมิดเดิลเอิร์ธ เพราะถิ่นที่อยู่อาศัยของคางคกชนิดนี้ เป็นพื้นที่ปกคลุมด้วยหมอก และหญ้ามอสชิ้นๆ ซึ่งถูกเรียกว่า ป่าเอลฟ์ ในเวียดนาม ที่มีเขาแหลมคม ซึ่งชื่อของมันเปรียบเสมือนเอลฟ์ จากการค้นพบที่อยู่อาศัยที่บริเวณภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหมอกและพืชมอสส์ ใน “ ป่าเอลฟ์” ของประเทศเวียดนาม คางคกชนิดนี้จึงถูกเรียกว่า คางคกมิดเดิลเอิร์ธ

ดอกทิสเมียร์ สมุนไพรที่เคยอยู่ในสภาวะใกล้สูญพันธุ์ จากการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ดินไปสู่การทำอุตสาหกรรมเหมืองแร่ ถูกค้นพบอีกครั้งในประเทศลาว

จิ้งจกดิน พบบริเวณเขาสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประเทศไทย ซึ่งมี 2 สายพันธุ์ที่แตกต่างกันที่ลวดลาย ซึ่งจะเห็นได้ชัด ตั้งแต่ด้านหน้าของลำตัวจรดถึงหาง

งูสายรุ้ง ที่อาศัยบริเวณลุ่มแม่น้ำสาละวินของประเทศเมียนมา ซึ่งถูกคุกคามจากพัฒนาที่อยู่อาศัยของมนุษย์ และการขยายพื้นที่การเกษตร

ชะนีสกายวอล์คเกอร์ ปัจจุบัน เป็นสัตว์ที่ถูกจัดให้เป็นสิ่งมีชีวิต 25 ลำดับแรกของโลกที่ใกล้สูญพันธุ์

สจ๊วต แชปแมน ผู้อำนวยการสายงานอนุรักษ์เพื่อการเปลี่ยนแปลง WWF ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า ยังมีสิ่งมีชีวิตอีกหลายสายพันธุ์ที่รอการค้นพบ แต่น่าเศร้าที่พวกมันอาจจะ สูญพันธุ์ไปก่อนที่จะมีใครได้พบเห็น

“สถานการณ์อาจจะไม่เป็นเช่นนั้น หากมีแหล่งน้ำสำรองที่เหมาะสมกับสัตว์ป่า รวมถึงการฝึกอบรมผู้พิทักษ์ป่าให้เกิดความเชี่ยวชาญในงานอนุรักษ์ รวมทั้งต้องมีความพยายามในการขับเคลื่อนการปิดตลาดการค้าสัตว์ป่า ที่จะนำไปสู่การอนุรักษ์สภาพความหลากหลายของสัตว์ป่าในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง”

ด้าน ดร.อีวาน โควท จากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์แห่งมาเลเซียระบุว่า ทีมงานนักวิทยาศาสตร์ของเขาที่ค้นพบงูสายรุ้งสายพันธุ์ใหม่ ลุ่มแม่น้ำสาละวิน ในประเทศเมียนมา ชี้ชัดว่าที่นี่ เป็นพื้นที่ที่มีความสมบูรณ์และความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเขามั่นใจว่าหากมีการสำรวจพื้นที่ทั้งหมด จะค้นพบสายพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตในพื้นที่นี้มากขึ้น

รายงานแห่งสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ Living Planet Index ล่าสุดจาก WWF ระบุว่าจำนวนประชากรสัตว์ป่าทั่วโลกลดลงเฉลี่ยกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ใน 40 ปีที่ผ่านมา ในขณะที่การลดลงของจำนวนประชากรในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงกลับเลวร้ายยิ่งกว่า จากการแหล่งที่อยู่อาศัยในเขตป่าที่ถูกทำลาย รวมถึงการล่าสัตว์ในปริมาณมหาศาลในหลายพื้นที่ของภูมิภาค อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลที่มีอยู่จำกัด ทำให้ไม่สามารถคาดคะเนจำนวนประชากรสัตว์ป่าที่ลดลงอย่างชัดเจนในระดับภูมิภาคได้ ในขณะที่การสร้างถนน ทางรถไฟ รวมถึงเขื่อนก็ให้ผู้ล่าสัตว์ป่าสามารถเข้าถึงการล่าได้ง่ายขึ้น

ขณะที่ ตลาดบริเวณพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ที่เชื่อมต่อระหว่างประเทศไทย ประเทศเมียนมา ประเทศลาว และประเทศจีน ยังคงมีการซื้อขายสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์อย่างผิดกฎหมาย รวมถึงการลักลอบขนส่งไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างประเทศจีนและประเวียดนาม ที่มีความต้องการของผู้ซื้อที่นิยมสินค้าจากสัตว์ป่าสูง

อย่างไรก็ตาม ถือเป็นข่าวดี หลังจากที่มีการประกาศให้การค้าสัตว์ป่าในกรุงย่างกุ้ง ประเทศเมียร์มาร์ เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และการออกคำสั่งจากนายกรัฐมนตรีของประเทศลาว ให้เพิ่มมาตราการอย่างเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายการซื้อขายสัตว์ป่า นำไปสู่การจับกุมสินค้าที่ทำมาจากสัตว์ป่าได้อย่างมหาศาล นอกจากนี้การที่ประเทศจีนประกาศห้ามซื้อสินค้าที่ทำจากงาช้างทำให้มีแนวโน้มว่าจะเกิดการการเปลี่ยนแปลงในตลาด รวมถึงยังมีกระแสกดดันนักท่องเที่ยวและนักลงทุนในการงดซื้อสินค้าที่ทำมาจากสัตว์ป่าในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำแม่โขงมากขึ้น

“การค้นพบสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ๆแต่ละครั้ง แลกมาด้วยเลือด หยดเหงื่อ และน้ำตา แต่มันก็คุ้มค่ากับเวลาที่เสียไป ที่จะทำให้สามารถประกาศชื่อสายพันธุ์ใหม่ๆ และทำทำให้เราได้ร่วมปกป้องธรรมชาติเอาไว้ก่อนที่จะสายเกินแก้”ผู้อำนวยการสายงานอนุรักษ์เพื่อการเปลี่ยนแปลง WWF ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าว

กต.ไม่ห้ามคนไทยเที่ยวฝรั่งเศส คาดนำศพผู้เสียชีวิตกลับไทย 14 ธ.ค.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/573794

  • วันที่ 13 ธ.ค. 2561 เวลา 09:19 น.

กต.ไม่ห้ามคนไทยเที่ยวฝรั่งเศส คาดนำศพผู้เสียชีวิตกลับไทย 14 ธ.ค.

รมว.ต่างประเทศ เผย จนท.พิสูจน์อัตลักษณ์ คนไทยที่เสียชีวิตที่ฝรั่งเศส จากเหตุการณ์กราดยิงแล้ว คาดนำศพกลับไทย 14 ธ.ค. ยังไม่ห้ามคนไทยเที่ยวฝรั่งเศส

เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงเหตุการณ์คนร้ายกราดยิงที่ประเทศฝรั่งเศส ทำให้นายอนุพงษ์ สืบสมาน คนไทยถูกลูกหลงเสียชีวิต ว่า ศพผู้เสียชีวิตหลังจากพิสูจน์อัตลักษณ์แล้วจะเร่งดำเนินการส่งกลับประเทศไทย คาดว่าจะนำศพกลับมาพร้อมภรรยา ในวันที่ 14 ธ.ค.นี้ อย่างไรก็ตามทางรัฐบาลเองยังไม่มีการห้ามคนไทยเข้าฝรั่งเศส แค่เตือนจุดอันตรายเท่านั้น เพราะหลายที่ท่องเที่ยวในฝรั่งเศสยังสามารถท่องเที่ยวได้

จีนยอมสหรัฐจ่อซื้อสินค้าชงหั่นภาษีรถ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/573774

  • วันที่ 13 ธ.ค. 2561 เวลา 07:13 น.

จีนยอมสหรัฐจ่อซื้อสินค้าชงหั่นภาษีรถ

ทรัมป์เผยจีนเตรียมซื้อถั่วเหลืองสหรัฐ-หั่นภาษีรถ พร้อมแทรกแซงคดีหัวเว่ยเพื่อดีลการค้า

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ เปิดเผยกับรอยเตอร์สว่า จีนกำลังกลับมาซื้อถั่วเหลืองของสหรัฐอีกครั้งในจำนวนมาก หลังจากตกลงสงบศึกสงครามการค้า 90 วัน และคาดว่าจีนจะปรับลดภาษีนำเข้ารถยนต์จากสหรัฐให้เหลือ 15% จากเดิม 40% ภายในเร็วๆ นี้ โดยทั้งสองฝ่ายกำลังเจรจาคลี่คลายข้อพิพาททางโทรศัพท์ ซึ่งอาจมีการจัดการประชุมเจ้าหน้าที่ระดับสูงระหว่างสองชาติอีกครั้ง หรืออาจจัดประชุมกับประธานาธิบดี สีจิ้นผิง แห่งจีน ในกรณีจำเป็น

นอกจากนี้ ทรัมป์ ยังระบุว่า พร้อมจะเข้าแทรกแซงในคดีของ เมิ่งหว่านโจว ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน (ซีเอฟโอ) หัวเว่ย เทคโนโลยีส์ ที่ถูกจับในแคนาดา หากมีส่วนช่วยในการทำข้อตกลงการค้ากับจีน

ผู้อ่านนิตยสารไทม์โหวตให้ “ทีมช่วยเหลือ13หมูป่า” ได้อันดับ3บุคคลแห่งปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/573761

  • วันที่ 12 ธ.ค. 2561 เวลา 21:56 น.

ผู้อ่านนิตยสารไทม์โหวตให้ "ทีมช่วยเหลือ13หมูป่า" ได้อันดับ3บุคคลแห่งปี

ทีมช่วยเหลือ 13 สมาชิกทีมหมูป่าออกจากถ้ำหลวงได้รับการโหวตจากผู้อ่านนิตยสารไทม์เป็นบุคคลแห่งปีอันดับ3

นิตยสารไทม์รายงานว่า ทีมช่วยเหลือ 13 สมาชิกทีมหมูป่าออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ได้รับคะแนนโหวตเป็นบุคคลแห่งปีอันดับที่ 3 จากผู้อ่านนิตยสารไทม์ ด้วยคะแนนโหวต 6% ส่วนอันดับที่ 1 เป็นของวงบอยแบนด์ “บีทีเอส” จากเกาหลีใต้ ซึ่งเฉือนชนะ แพลน เน็ต เอิร์ท เพียง 0.12%

ขณะที่กองบรรณาธิการนิตยสารไทม์ ได้คัดเลือกให้“เดอะ การ์เดียนส์แอนด์ เดอะ วอร์ ออน ทรูธ” (The Guardians and the War on Truth) หรือกลุ่มสื่อมวลชนผู้พิทักษ์ความจริงเป็นบุคคลแห่งปี 2018 ประกอบด้วยนักข่าว 4 คน ได้แก่ จามาล คาช็อกกี คอลัมนิสต์วอชิงตันโพสต์ มาเรีย เรสซา นักข่าวฟิลิปปินส์ ซึ่งวิจารณ์ประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตอร์เต แห่งฟิลิปปินส์ วะโลน และจ่อโซอู สองนักข่าวรอยเตอร์สที่ถูกจำคุกในเมียนมา และหนังสือพิมพ์ 1 ฉบับ คือ แคปปิตอล กัซเซต ออฟ แอนนาโพลิส ซึ่งมือปืนบุกยิงห้องข่าวคร่าชีวิตนักข่าว 4 คน และผู้ช่วยฝ่ายขาย 1 คน ไปเมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ คาช็อกกี ถือว่าเป็นผู้เสียชีวิตคนแรกที่ได้เป็นบุคคลแห่งปีของไทม์ โดยอันดับที่ 2 เป็นของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ และอันดับที่ 3 เป็นของ โรเบิร์ต มุลเลอร์ อัยการพิเศษสืบสวนคดีรัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐเมื่อปี 2016