กัญชาหลบไป รัฐโอเรกอนเล็งอนุมัติเห็ดเมาถูกกม.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/572613

  • วันที่ 02 ธ.ค. 2561 เวลา 10:25 น.

กัญชาหลบไป รัฐโอเรกอนเล็งอนุมัติเห็ดเมาถูกกม.

รัฐโอเรกอนเตรียมพิจารณาปลดล็อก “เห็ดขี้ควาย” เพื่อใช้ในทางการแพทย์

สื่อท้องถิ่นของรัฐโอเรกอนรายงานว่า ขณะนี้ทางการของรัฐได้มีมติเห็นชอบในหลักการ ของการยื่นอภิปรายต่อรัฐสภาเพื่อเปิดทางให้มีการใช้เห็ดเมา หรือ เห็ดขี้ควาย  (psychedelic mushrooms) ใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์

รายงานระบุว่า ข้อเห็นชอบนี้มีขึ้นหลังจากที่รัฐบาลท้องถิ่น ได้รับรายชื่อจำนวน 117,578 รายชื่อของชาวรัฐโอเรกอน เพื่อเสนอต่างรัฐสภาพิจารณาในการเดินหน้าปลดล็อกกฎหมายการห้ามใช้เห็ดเมา ซึ่งเป็นเห็ดที่มีสารกล่อมประสาทในการรักษาพยาบาล หรืออาจพิจารณาเพื่อใช้ในการเสพเพื่อสันนาการร่วมด้วย

ทั้งนี้ มีรายงานทางการแพทย์บางฉบับระบุว่า เห็ดเมานั้นสามารถช่วยบรรเทาความรู้สึกเศร้าซึมและความวิตกกระวนกระวาย ในผู้ป่วยโรคมะเร็งได้ เนื่องจากภายในเห็ดเมานั้นจะมีสาร  psilocybin ซึ่งเป็นสารที่ทำให้ประสาทหลอน สามารถผ่อนคลายอาการทางจิตของผู้เป็นโรคมะเร็ง และอาจเป็นวิธีใหม่สำหรับบำบัดอาการโรคจิตได้

สำหรับในประเทศไทย ดอกเห็ด ก้านเห็ด สปอร์ของเห็ดดังกล่าว จัดเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 โดยผู้ใดผลิต ขาย นำเข้า หรือส่งออก ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2-15 ปี และปรับตั้งแต่ 200,000-1,500,000 บาท ขณะที่ผู้เสพจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ภาพ : เอพี

“แมริออท”อ่วม! เจอแฮ็กข้อมูลลูกค้า500ล้านราย ส่อเสียค่าปรับ 200 ล้านดอลลาร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/572621

  • วันที่ 02 ธ.ค. 2561 เวลา 07:46 น.

"แมริออท"อ่วม! เจอแฮ็กข้อมูลลูกค้า500ล้านราย ส่อเสียค่าปรับ 200 ล้านดอลลาร์

แมริออท โดนแฮ็กเกอร์เจาะระบบล้วงข้อมูลลูกค้า 500 ล้านคน นับตั้งแต่ปี 2014 และอาจต้องจ่ายค่าปรับสูงถึง 200 ล้านดอลลาร์

แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล เครือธุรกิจโรงแรมรายใหญ่ที่สุดในโลก เปิดเผยว่า แฮ็กเกอร์เจาะระบบเก็บข้อมูลการจองโรงแรมเครือสตาร์วูด ซึ่งเป็นเครือโรงแรมของบริษัทและขโมยข้อมูลลูกค้าไป 500 ล้านราย โดยเหตุล่าสุดนับเป็นการโจรกรรมไซเบอร์ครั้งใหญ่ที่สุด รองจากกรณีการแฮ็ก ยาฮู เมื่อปี 2013 ที่กระทบผู้ใช้ 3,000 ล้านรายทั่วโลก

ทั้งนี้ แมริออท ระบุว่า การแฮ็กดังกล่าวเกิดขึ้นนับตั้งแต่ปี 2014 และบริษัทเพิ่งตรวจพบเมื่อวันที่ 19 พ.ย. โดยลูกค้า 327 ล้านราย จาก 500 ล้านราย ถูกขโมยข้อมูลสำคัญหลายอย่างไป เช่น ชื่อ ที่อยู่ ข้อมูลบัตรเครดิต และข้อมูลพาสปอร์ต โดยทางโรงแรมได้ส่งอีเมลแจ้งเตือนลูกค้าที่ได้รับผลกระทบแล้ว รวมถึงสร้างเว็บไซต์และระบบคอลเซ็นเตอร์เพื่อตอบคำถามลูกค้า

หลังการเปิดเผยดังกล่าว หุ้นของแมริออทปรับลง 5.6% เมื่อวันศุกร์ ซึ่งร่วงหนักสุดตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2016

เอพีรายงานว่า ข้อมูลที่ถูกแฮ็กไปนั้นเป็นของโรงแรมเครือสตาร์วูดทั้งหมด ที่รวมถึงโรงแรมดับเบิ้ลยู เซนต์ รีจิส เชอราตัน และเวสติน โดยแมริออทซื้อกิจการของสตาร์วูดมาในปี 2016 วงเงิน 1.36 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.48 แสนล้านบาท)

รายงานระบุว่า กรณีล่าสุดส่งผลต่อการผนวกรวมระบบข้อมูลระหว่างเครือโรงแรม โดยเฉพาะโปรแกรมมอบสิทธิประโยชน์ต่างๆ ให้ลูกค้า (รอยัลตี้ โปรแกรม) โดยนิวยอร์ก ไทมส์ รายงานว่า แมริออทวางแผนรวมระบบดังกล่าวของโรงแรมอื่นๆ ในเครือแมริออท เช่น เรสซิเดนซ์ และริตซ์ คาร์ลตัน เข้ากับระบบของสตาร์วูด ขณะที่ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2015 สตาร์วูด เปิดเผยว่า แฮ็กเกอร์ขโมยข้อมูลบัตรเครดิตบางส่วนไประหว่างการเจาะระบบข้อมูลที่โรงแรม 54 แห่ง

ด้าน มอร์แกน สแตนเลย์ เปิดเผยว่า กรณีแฮ็กล่าสุดอาจทำให้แมริออทต้องจ่ายค่าปรับสูงถึง 200 ล้านดอลลาร์ (ราว 6,592 ล้านบาท)

ขณะเดียวกัน ทราวิส เลอบลองก์ หุ้นส่วนบริษัทที่ปรึกษากฎหมาย บัวส์ ชิลเลอร์ เฟล็กซ์เนอร์ ในสหรัฐ เปิดเผยว่า แมริออทคาดว่าจะเผชิญการสอบสวนอย่างหนักจากสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งกฎหมายคุ้มครองข้อมูลผู้บริโภค (จีดีพีอาร์) มีผลบังคับแล้วเมื่อเดือน พ.ค. โดยภายใต้จีดีพีอาร์ บริษัทที่ละเลยการปกป้องข้อมูลผู้บริโภคมีแนวโน้มถูกสั่งปรับสูงสุด 4% ของรายได้จากทั่วโลก

ล่าสุดนั้น สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของอังกฤษและสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) ได้เข้ามาสอบสวนกรณีการแฮ็กดังกล่าวแล้ว

ภาพ เอเอฟพี

วิจารณ์หนักสื่ออาร์เจนตินา ล้อเลียนผู้นำอินเดีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/572608

  • วันที่ 01 ธ.ค. 2561 เวลา 19:10 น.

วิจารณ์หนักสื่ออาร์เจนตินา ล้อเลียนผู้นำอินเดีย

ทีวีอาร์เจนตินาลงข่าวการเดินทางเยือนของนายกอินเดีย เป็นภาพตัวการตูนจากเรื่องเดอะซิมป์สันส์

วานนี้ (30 พ.ย.) ในระหว่างที่บรรดาผู้นำประเทศต่างๆกำลังเดินทางมายังกรุงบัวโนสไอเรส ของอาร์เจนตินา เพื่อเข้าร่วมประชุมสุดยอดกลุ่มจี 20 นั้น ปรากฎว่าสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่งของอาร์เจนตินา ซึ่งกำลังถ่ายทอดสดอยู่นั้น

 

ภาพ : TCFFC

 

ได้รายงานข่าวการเดินทางมาถึงของนายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีของอินเดีย โดยมีการใช้ภาพของตัวละคร อาปู (Apu) ซึ่งเป็นตัวละครเชื้อสายอินเดีย จากการตูนเรื่องซิมป์สันส์ เป็นภาพการรายงานข่าว พร้อมขึ้นพาดหัวเป็นภาษาสเปนว่าที่แปลว่า  “Apu arrives”  หรือ นายอาปูได้มาถึงแล้ว

 

นายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย

 

โดยบรรดาผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียในอาร์เจนตินาหลายคนได้แชร์ภาพดังกล่าว ร่วมถึงตำหนิการทำงานของสื่อมวลชนอาร์เจนตินา ที่อาจส่งผลให้กระทบถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และอาจเป็นการเหยียดสีผิวในอีกทางหนึ่งด้วย

กรุงปารีสเตรียมริบรางวัลกิตติมศักดิ์นางซูจี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/572607

  • วันที่ 01 ธ.ค. 2561 เวลา 18:12 น.

กรุงปารีสเตรียมริบรางวัลกิตติมศักดิ์นางซูจี

ทางการปารีสจะริบคืนรางวัลกิตติมศักดิ์นางออง ซาน ซู จี เหตุเพิกเฉยต่อกรณีโรฮีนจา

โฆษกของนางแอน อิดาลโก นายกเทศมนตรีกรุงปารีสได้ออกแถลงการณ์ ตัดสินใจริบคืนวัลเสรีภาพแห่งปารีส ที่มอบให้แก่นางอองซานซูจี มนตรีแห่งรัฐของเมียนมา

เหตุของการริบรางวัลครั้งนี้ก็เหมือนกับครั้งก่อนๆที่มีการยึดรางวัลกิตติมศักดิ์ของเธอ จากกรณีที่เธอเพิกเฉยต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนในสถานการณ์ผู้อพยพชาวโรฮีนจา อีกทั้งรายงานของทางการยูเอ็นระบุว่า พบหลักฐานที่ชี้ชัดว่ากองทัพเมียนมา รู้เห็นในการข่มเหงชนกลุ่มน้อยชาวโรฮีนจาด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้นางฮิลดาโก เคยแสดงความกังวลต่อนางซูจีแล้ว แต่ก็ไม่ได้ผลตอบรับในการแก้ปัญหาที่ดี โดยทางสภาเมืองปารีสจะนำการริบคืนรางวัลครั้งนี้เข้าสู่ที่ประชุมเพื่อดำเนินการในขั้นตอนต่อไป

ทั้งนี้ นางซูจีถูกริบคืนรางวัลเกียรติยศต่างๆที่หลายประเทศมอบให้นับเป็นครั้งที่ 3 ของปีนี้แล้ว

ดราม่าการเมืองอันซับซ้อนบนเวทีประชุมจี 20

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/572603

  • วันที่ 01 ธ.ค. 2561 เวลา 17:06 น.

ดราม่าการเมืองอันซับซ้อนบนเวทีประชุมจี 20

ชมคลิป ผู้นำรัสเซียยิ้มร่าไฮไฟว์มกุฎราชกุมารซาอุฯ ด้านทรัมป์งดคุยปูตินเซ่นปมวิกฤตไครเมีย

การประชุมสุดยอดกลุ่ม 20 ประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ หรือ จี 20 ประจำปี 2018 ที่กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนติน่าเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น แต่ดูเหมือนว่าการประชุมครั้งนี้จะเต็มไปด้วยดราม่า ระหว่างที่บรรดาผู้นำจากชาติต่างๆกำลังเข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมสุดยอดจี 20 นั้นมีบรรดาผู้นำหลายชาติซึ่งเป็นที่จับตามองเป็นอย่างยิ่ง

หนึ่งในนั้นคือท่าทีอันดูสนิทสนมของเจ้าชาย โมฮัมเหม็ด บิน-ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย ที่ทรงไฮไฟว์ทักทายกับนายวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ประหนึ่งทั้งสองเป็นเพื่อนสนิท ท่ามกลางกระแสข่าวด้านลบขององค์มกุฎราชกุมารที่มีหลักฐานระบุว่าพระองค์อาจเกี่ยวข้องกับการสังหารนายจามาล คาช็อกกี นักข่าวซาอุฯ ที่สถานกงสุลซาอุฯ ประเทศตุรกี

 

 

อย่างไรก็ดี ท่าทีอันสนิทสนมของทั้งสองนั้นอาจเป็นเพราะสืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ มีรายงานข่าวว่าทางรัสเซียและซาอุดิอาระเบียบรรลุข้อตกลงการลดปริมาณการผลิตน้ำมันร่วมกันแล้ว เพื่อพยุงราคาน้ำมันในตลาดโลก

นอกจากนี้มีการจับตามองทางทีของมกุฎราชกุมารซาอุฯ กับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งที่ผ่านมานายทรัมป์แสดงท่าทีไม่ชัดเจนนักต่อการเสียชีวิตของนายคาช็อกกี โดยทั้งสองเพียงแค่สงยิ้มให้กันเท่านั้น ในระหว่างการร่วมถ่ายรูปหมู่ อีกทั้งนายทรัมป์ยังไม่มีกำหนดการพบปะกับเจ้าชายถึงกรณีดังกล่าวด้วย

 

 

ขณะเดียวกันก็เป็นที่จับตามองต่อท่าทีของนายปูตินต่อบรรดาชาติสมาชิกอียู ต่อกรณีข้อพิพาทล่าสุดกับทางไครเมียด้วย

เช่นเดียวระหว่างนายทรัมป์ กับนายปูติน ซึ่งก่อนหน้านี้มีรายงานข่าวว่าผู้นำทั้งสอง จะใช้โอกาสนี้ในการพูดคุยในหลายประเด็น แต่ทว่ามาเกิดกรณีเรือรบยูเครนเสียก่อน ทางนายทรัมป์จึงล้มการพูดคุยดังกล่าว

 

 

นอกจากนี้ การประชุมครั้งนี้ ยังถือเป็นการพบกันครั้งแรกของนายทรัมป์ กับปธน.สีจิ้งผิง หลังจากที่ทางสหรัฐเริ่มเปิดฉากสงครามการค้าด้วยการเก็บภาษีจำนวนหลาล้านจากสินค้าที่นำเข้าจากจีน จนส่งผลให้ทางการจีนต้องออกมาตรการตอบโต้ในลักษณะเดียวกัน

ด้านนางเทเรเซ เมย์ นายกอังกฤษ ก็ยังไม่มีความแน่นอนในเรื่องการการบรรลุข้อตกลงการเจรจาเบร็กซิตต่อสหภาพยุโรปด้วยเช่นกัน

 

ส่วนนางอังเกลา แมร์เคิล พี่ใหญ่แห่งสหภาพยุโรปนั้น ก็ประสบปัญหาเครื่องบินลงจอดฉุกเฉิน จึงทำให้ไม่สามารถเดินทางมาร่วมพิธีเปิด รวมถึงการถ่ายรูปหมู่ได้ทันตามกำหนดการ อีกทั้งนางแมร์เคิลยังถูกจับตาถึงการเข้ามาเป็นกาวใจให้กับความขัดแย้งรอบใหม่ของยูเครน และรัสเซีย โดยทางผู้นำรัสเซียเคยกล่าวให้ ชนางแมร์เคิลแทรกแซงเพื่อห้ามปรามยูเครน อย่างไรก็ดี เป็นที่น่าสังเกตว่าการออกมากล่าวถึงผู้นำยุโรปอย่างนางแมร์เคิลของนายปูตินนั้น อาจมีจุดประสงค์ซ้อนเร้นในการใช้ประเด็นความมั่นคงทางพลังงานของเยอรมนีมาเป็นเครื่องต่อรองกับยูเครนก็เป็นได้

มุสลิมในเยอรมนีสุดฉุน เสิร์ฟ”ไส้กรอกหมู”ในงานเสวนาของรัฐ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/572588

  • วันที่ 01 ธ.ค. 2561 เวลา 16:11 น.

มุสลิมในเยอรมนีสุดฉุน เสิร์ฟ"ไส้กรอกหมู"ในงานเสวนาของรัฐ

ทางการเยอรมนีแถลงขอโทษ หลังพบการเสิร์ฟ “ไส้กรอกหมู” ในงานเสวนาศาสนาอิสลาม ที่รัฐบาลเป็นเจ้าภาพ

นาย Horst Seehofer รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของเยอรมนี ได้ออกแถลงการณ์เสียใจต่อบรรดาชุมชนชาวมุสลิมในประเทศ หลังจากที่มีการพบว่า มีการเสิร์ฟไส้กรอกหมู ซึ่งเป็นอาหารท้องถิ่นสุดขึ้นชื่อของเยอรมนี ภายในงานเสวนาศาสนาอิสลาม ซึ่งมีรัฐบาลเยอรมนีเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นในกรุงเบอร์ลิน ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

รายงานระบุว่า ในงานดังกล่าวนั้นมีการเสิร์ฟไส้กรอก Blutwurst ซึ่งเป็นไส้กรอกสูตรพิเศษที่มีส่วนผสมของเนื้อหมู เลือดหมู และเบคอนเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว และผ่านกรรมวิธีปรุงสุกแล้ว โดยมีการเสิร์ฟพร้อมกับมันฝรั่งบดราดด้วยซอสแอปเปิ้ล

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ชาวมุสลิมไม่รับประทานผลิตภัณฑ์จากเนื้อหมูทุกชนิด ขณะที่ผู้ร่วมงานซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมได้ โพสต์ข้อความลงโซเชียลมีเดียในเชิงตำหนิรัฐบาลเยอรมนีเป็นจำนวมาก

ทางการเยอรมนีระบุว่า ในงานเสวนาดังกล่าวนั้นรัฐบาลซึ่งเป็นเจ้าภาพงานได้เตรียมอาหารที่หลากหลายแตกต่างกันถึง 13 ชนิด เพื่อให้ผู้ร่วมงานสามารถเลือกรับประทานได้ตามใจชอบนอกเหนือจากอาหารฮาลาล โดยตอนหนึ่งของแถลงการณ์ระบุว่า “เราต้องคำนึงถึงผู้ร่วมงานคนอื่นๆที่ไม่ใช่ชาวมุสลิมด้วย”

อย่างไรก็ดี กรณีคล้ายกันนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในปี 2006 ซึ่งคราวนั้นมีการเสิร์ฟแฮมในงานเสวนาเดียวกันนี้ด้วย

กรุงมาดริดเตรียมแบนรถเก่าวิ่งในเมือง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/572577

  • วันที่ 01 ธ.ค. 2561 เวลา 15:11 น.

กรุงมาดริดเตรียมแบนรถเก่าวิ่งในเมือง

กรุงมาดริดของสเปนจะไม่อนุญาตให้รถยนต์เก่าวิ่งในเขตเมือง หวังลดค่ามลพิษ

ทางการกรุงมาดริด เมืองหลวงของสเปน ได้เตรียมเสนอข้อกำหนดใหม่ที่จะระบุห้ามไม่ให้รถยนต์เก่า วิ่งเข้ามาในเขตเมือง กฎระเบียบใหม่นี้จะเริ่มนำร่องกำหนดให้ใช้เฉพาะพื้นที่ราว 5 ตารางกิโลเมตรใจกลางเมืองของกรุงมาดริด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนในโครงการที่มีชื่อว่า Madrid Central มีเป้าหมายเพื่อการลดค่ามลพิษในใจกลางเมืองหลวงลงราว 40% และเป็นการจัดสรรพื้นที่ให้ประชาชนหันมาใช้การเดินเท้า การเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ หรือการใช้จักรยานในเมืองแทน

 

 

สำหรับกฎดังกล่าวนี้ทางการจะมีการตรวจประเภทและขึ้นทะเบียนรถยนต์แต่ละคัน ที่ในกรุงมาดริด ซึ่งจะต้องติด “ฉลาก” การปล่อยค่าไอเสียของประเภทรถยนต์

ตัวอย่างเช่น รถยนต์ไฮบริด ได้รับการติดฉลาก “eco label” จะได้รับอนุญาตให้สามารถขับเข้ามาในพื้นที่ใจกลางเมืองได้ รวมถึงสามารถจอดรถที่พื้นที่จอดรถสาธารณะได้โดยไม่มีการจำกัดเวลาจอด

ขณะที่รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล ที่ผลิตก่อนปี 2006 และรถยนต์เบนซิน ที่ผลิตก่อนปี 2000 จะไม่ได้รับการติดสลาก และจะต้องลงทะเบียนล่วงหน้าต่อทางการ รวมถึงเสียค่าธรรมเนียมด้วยหากจะขับเข้ามาในเขตใจกลางเมือง ผู้ที่ฝ่าฝืนกฎดังกล่าวจะถูกปรับเป็นเงินจำนวน 90 ยูโร (3,000 บาท)

 

 

อย่างไรก็ดี ประชาชนที่มีบ้านพักอาศัยอยู่ในเขตใจกลางเมือง ยังคงสามารถขับรถเข้าออกใจกลางเมืองได้อย่างเสรี แต่ต้องลงทะเบียนกับทางการเพียงครั้งเดียวเท่านั้น และจะอนุญาตให้จอดได้เฉพาะในที่จอดรถของตนเองเท่านั้น

ทั้งนี้ สำหรับกรุงมาดริดเป็นหนึ่งในหลายเมืองทั่วสหภาพยุโรป ที่กำหนดมาตรการการปล่อยค่ามลพิษในเมืองหลวง เช่นเดียวกับกรุงปารีส ของฝรั่งเศส และกรุงลอนดอน ของบอังกฤษ

เจ้าชายอากิชิโนะทรงออกความเห็นการใช้งบฯของรัฐบาล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/572554

  • วันที่ 01 ธ.ค. 2561 เวลา 14:05 น.

เจ้าชายอากิชิโนะทรงออกความเห็นการใช้งบฯของรัฐบาล

เจ้าชายอากิชิโนะแห่งญี่ปุ่น ทรงตั้งคำถามต่อรบ.ถึงความเหมาะสมการใช้ภาษีปชช.จัดพิธีครองราชย์พระจักรพรรดิพระองค์ใหม่

เจ้าชายอากิชิโนะ พระราชโอรสพระองค์ที่สอง ในสมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะ และเป็นรัชทายาทลำดับที่ 2 ของราชวงศ์ญี่ปุ่น ได้ทรงประทานสัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนเนื่องในวันคล้ายวันประสูติครบรอบ 53 ปี โดยมีตอนหนึ่งทรงกล่าวถึงประเด็นจากที่มีรายงานข่าวก่อนหน้านี้ว่ามีข้อถกเถียงจากสาธารณะต่อการใช้เงินภาษีประชาชนในการจัดงานพิธีทางศาสนาในพิธีบรมราชาภิเษกพระเชษฐา ที่จะขึ้นสืบทอดเป็นพระจักรพรรดิญี่ปุ่นพระองค์ต่อไป ว่าอาจขัดกับข้อกำหนดในรัฐธรรมนูญญี่ปุ่นที่ระบุว่า รัฐและศาสนาควรแยกจากกัน ซึ่งในประเด็นดังกล่าวนั้นทางโพสต์ทูเดย์ออนไลน์เคยรายงานได้รายงานไปก่อนหน้านี้แล้ว

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ชาวญี่ปุ่นเตรียมฟ้องรัฐ ใช้ภาษีปชช.จัดพิธีครองราชย์พระจักรพรรดิ

 

ล่าสุด 30 พ.ย. สำนักข่าวเอ็นเอชเครายงานว่า เจ้าชายอากิชิโนะ พระราชโอรสพระองค์ที่สองในสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น ได้ทรงตั้งข้อสงสัยต่อการที่รัฐบาลญี่ปุ่นรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการประกอบพิธีทางศาสนาพิธีหนึ่งที่เกี่ยวเนื่องกับการสืบทอดราชบัลลังก์ของญี่ปุ่นในปีหน้า

เจ้าชายอากิชิโนะมีพระดำรัสในการแถลงข่าวก่อนหน้าวันคล้ายวันประสูติครบรอบ 53 พรรษา ซึ่งตรงกับวันศุกร์ที่ 30 พฤศจิกายน

เจ้าชายอากิชิโนะจะทรงเป็นรัชทายาทอันดับที่ 1 ของญี่ปุ่น หลังจากที่เจ้าชายนารุฮิโตะ มกุฎราชกุมารพระองค์ปัจจุบัน จะทรงขึ้นครองราชย์ในวันที่ 1 พฤษภาคมของปีหน้า

 

 

เจ้าชายอากิชิโนะได้มีพระดำรัสเรื่องพิธี “ไดโจไซ” ซึ่งมีกำหนดจัดในเดือนพฤศจิกายนปีหน้าว่า พระองค์ทรงสงสัยว่าเป็นเรื่องเหมาะสมหรือไม่ที่จะนำเงินของรัฐไปใช้จ่ายในพิธีที่มีลักษณะเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับศาสนา

พระองค์มีพระดำรัสด้วยว่าเมื่อพิจารณาเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างพระราชวงศ์ญี่ปุ่นกับรัฐธรรมนูญ พระองค์ทรงคิดว่าเงินที่ใช้ในพิธีนี้ควรมาจากเงินส่วนที่จัดเป็นค่าใช้จ่ายส่วนพระองค์ของจักรพรรดิ

 

 

พิธี” ไดโจไซ” เป็นพิธีที่จักรพรรดิพระองค์ใหม่จะทรงถวายข้าวที่เก็บเกี่ยวได้ในปีนั้นให้แก่บรรดาเทพเจ้า และเสวยข้าวที่ถวายนี้ด้วยพระองค์เอง เพื่อวิงวอนให้ประเทศและประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข กล่าวกันว่าพิธีนี้มีความเป็นมาย้อนไปถึงยุคของจักรพรรดิเท็มมุในช่วงปลายศตวรรษที่ 7

ในการจัดพิธี “ไดโจไซ” ครั้งก่อนหน้านี้เมื่อปี 2532 ซึ่งเป็นปีที่สมเด็จพระจักรพรรดิองค์ปัจจุบันเสด็จขึ้นครองราชสมบัติ รัฐบาลญี่ปุ่นได้จัดสรรเงินค่าใช้จ่ายในพิธีดังกล่าวจากเงินส่วนที่จัดไว้สำหรับพระราชกรณียกิจอย่างเป็นทางการ

 

 

ในพิธีครั้งปัจจุบันที่จะมีขึ้นในปีหน้า รัฐบาลญี่ปุ่นได้ตัดสินใจแล้วว่าจะใช้เงินของรัฐเป็นค่าใช้จ่ายในพิธีดังกล่าว ซึ่งเป็นไปตามที่เคยมีมา การที่พระบรมวงศานุวงศ์ของญี่ปุ่นทรงแสดงความเห็นที่ต่างจากความเห็นของรัฐบาลนั้น เป็นสิ่งที่แทบจะไม่เกิดขึ้นในญี่ปุ่น

อดีตประธานาธิบดี จอร์จ เอช ดับเบิลยู บุช เสียชีวิตแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/572539

  • วันที่ 01 ธ.ค. 2561 เวลา 12:23 น.

อดีตประธานาธิบดี จอร์จ เอช ดับเบิลยู บุช เสียชีวิตแล้ว

“จอร์จ เอช ดับเบิลยู บุช” อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 41 ถึงแก่กรรมด้วยวัย 94 ปี

สื่อสหรัฐฯ รายงานว่า ครอบครัวบุชได้ออกแถลงการณ์ยืนยันถือการเสียชีวิตของ นายจอร์จ เฮอร์เบิร์ต วอล์กเกอร์ บุช หรือ จอร์จ เอช. ดับเบิลยู. บุช หรือที่รู้จักกันในชื่อ ปธน.บุชคนพ่อ หรือบุชซีเนียร์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 41 ได้ถึงแก่กรรมแล้ว อย่างสงบที่บ้านพักในนครดัลลัส รัฐเท็กซัสของสหรัฐ

 

 

การเสียชีวิตของนายบุชครั้งนี้ มีขึ้นหลังจากการเสียชีวิตของนางบาบาร่า บุช ภริยาเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ด้วยวัย 74 ปี ทั้งนี้ สำหรับนายบุชซีเนียร์นั้นช่วงหลังได้เข้ารับการรักษาด้วยโรคพาร์กินสัน โดยได้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลหลายครั้ง จึงส่งผลให้ต้องนั่งรถเข็นตลอดในช่วงหลังที่เขาปรากฎตัวต่อสาธารณะ

สำหรับประวัติของนายบุช เกิดเมื่อวันที่12 มิถุนายน 1924 รัฐแมสซาชูเซตต์ เคยเข้าร่วมรบในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2  แต่งงานกับนางบาบาร่า บุชในปี 1945 มีบุตร-ธิดารวมทั้งสิ้น 6 คน หนึ่งในนั้นคือนาย จอร์จ ดับเบิลยู บุช อดีตประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 43 และนายเจบ บุช อดีตผู้ว่าการรัฐฟลอริดา

หลังจากสงครามโลกสิ้นสุด นายบุชได้เข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยเยล กระทั่งจบการศึกษา หลังจากนั้นเขาและครอบครัวได้เข้าสู่แวดวงธุรกิจน้ำมันที่รัฐเท็กซัส ซึ่งบิดาของเขาทำธุรกิจน้ำมันอยู่ที่นั่น และครอบครัวได้เติบโตมาในธุรกิจน้ำมัน ช่วงเวลานี้เองที่ทำให้ครอบครัวของเขาร่ำรวยขึ้นมา

 

ชีวิตการเมือง

นายบุชเริ่มเข้าสู่แวดวงการเมือง โดยการที่เขาชนะการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาท้องถิ่นของรัฐเท็กซัสในปี 1967 ภายใต้สังกัดพรรครีพับลิกกัน จากนั้นเติบโตในเส้นทางการเมืองเรื่อยมา

เขาได้มีส่วนร่วมในตำแหน่งทางการเมืองสหรัฐสำคัญๆหลายตำแหน่ง เช่น  เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติในปี 1971 ,ประธานคณะกรรมการแห่งชาติของพรรครีพับลิกัน ระหว่างปี 1973-1974 , หัวหน้าคณะผู้แทนสหรัฐในการเจรจากับรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน ในสมัยปธร.เจอรัล ฟอร์ด , หัวหน้าสำนักงานข่าวกรองกลางสหรัฐ (ซีไอเอ) ระหว่างปี 1976 -1977 และรองประธานาธิบดีสหรัฐในสมัยรัฐบาลนายโรนัลด์ เรแกน

นายบุชซีเนียร์ขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดในเส้นทางการเมือง คือการได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 41 ในปี 1989 ต่อจากประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน ซึ่งขณะนั้นตรงกับช่วงที่โลกกำลังสิ้นสุดยุคสงครามเย็น ส่งผลให้สหรัฐเป็นมหาอำนาจหนึ่งเดียวในโลกขณะนั้น

 

นายบุช ขณะเดินทางเยี่ยมฐานทัพอเมริกันในอ่าวเปอร์เซีย

 

สงครามอ่าวเปอร์เซีย

ผลงานสำคัญในสมัยรัฐบาลบุชซีเนียร์ คือการที่สหรัฐเป็นแกนนำกองกำลังผสมชาติพันธมิตรเข้าปฎิบัติาการอ่าวเปอร์เซีย ในการโค้นล้มรัฐบาลอิรักที่มีนายซัดดัม ฮุสเซน เป็นผู้นำในขณะนั้น

บุชจูเนียร์

ประธานาธิบดีจอร์จ เอช ดับเบิลยู บุช มีส่วนสำคัญในการผลักดันให้บุตรชายของเขา นายจอร์จ ดับเบิลยู บุช หรือ บุชจูเนียร์ ในการชนะการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 43 ได้สำเร็จ ซึ่งส่งผลให้ตระกูลบุชเป็นหนึ่งในตระกูลการเมืองสำคัญตระกูลหนึ่งของพรรครีพับลิกกัน และของการเมืองสหรัฐ

ยานสำรวจนาซาพบหินประหลาดบนดาวอังคาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/572533

  • วันที่ 01 ธ.ค. 2561 เวลา 11:54 น.

ยานสำรวจนาซาพบหินประหลาดบนดาวอังคาร

ยานสำรวจคิวริออสซิตี้ของนาซา พบหินลักษณะมันเงา สะท้อนแสงสว่างอย่างประหลาดบนผิวดาวอังคาร

องค์การบริหารการบินและอวกาศของนาซา ได้มีการเผยแพร่ซึ่งถูกถ่ายขึ้นโดยยานสำรวจคิวริออสซิตี้ (Curiosity) ได้พบกับหินลักษณะประหลาดซึ่งแตกต่างจากหินโดยทั่วไปที่พบบนพื้นผิวดาวอังคาร

รายงานระบุว่า หินดังกล่าวทางนาซามีการตั้งชื่อว่า  Little Colonsay โดยหินดังกล่าวมีมีลักษณะมันวาว และมีการสะท้อนแสง ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับบรรดาหินบนดาวเคราะห์แดงที่เคยพบก่อนหน้านี้ ส่วนใหญ่จะมีผิวขรุขระ ไม่ราบเรียบและมีลักษณะเป็นมันวาว รวมถึงยังสามารถสะท้อนแสง เหมือนกับหิน  Little Colonsay ดังกล่าว

 

 

Suzanne Schwenzer หนึ่งในทีมควบคุมภารกิจยานคิวริออสซิตี้ ระบุว่า ก่อนหน้านี้ทางทีมได้พบกับหินดังกล่าวโดยบังเอิญด้วยแสงสะท้อนอันโด่ดเด่นของมัน ทางทีมจึงตัดสินใจควบคุมยานให้กลับไปยังจุดที่พบหินนี้เพื่อศึกษาลักษณะของมันอย่างใกล้ชิด

การคาดคะเนจากภาพถ่ายพบว่า ลักษณะของหิน Little Colonsay นี้มันอาจจะเป็นอุกกาบาตที่ตกลงมาจากอวกาศ หรือาจจะมีองค์ประกอบทางเคมีใดๆที่ทำให้มันพื้นผิวของมันดูมันวาว และมีความสว่างสะท้อนแสงได้ในตัวเอง

อย่างไรก็ดี โชคดีที่ยานสำรวจคิวริออสซิตี้ นั้นไม่ใช่เป็นเพียงแค่หุ่นยนต์โรเวอร์ 6 ล้อติดกล้องเท่านั้น มันยังมีคุณสมบัติเครื่องมือวิทยาศาสตร์หลายชนิดถูกออกแบบและติดตั้งอยู่บนยานดังกล่าวด้วย ซึ่งจะเตรียมการตรวจสอบลักษณะพิเศษของหินชนิดนี้ต่อไป

ทั้งนี้ ยานสำรวจคิวริออสซิตี้ มันกำลังมีเพื่อนยานสำรวจอีกลำที่ทำการสำรวจบนพื้นผิวดาวอังคารเช่นกัน หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางนาซาได้ประสบความสำเร็จในการส่งยานสำรวจรุ่นใหม่ “อินไซต์” ไปยังผิวดาวอังคารได้สำเร็จ และเตรียมเริ่มภารกิจสำรวจต่อไป