แผ่นดินไหว 7.0 เขย่ารัฐอะแลสกา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/572521

  • วันที่ 01 ธ.ค. 2561 เวลา 10:29 น.

แผ่นดินไหว 7.0 เขย่ารัฐอะแลสกา

รวมภาพความเสียหาย แผ่นดินไหวขนาด 7 แมกนิจูดรัฐอะแลสกา พบอาฟเตอร์ช็อกตามมาแล้วอย่างน้อย 40 ครั้ง

สื่อท้องถิ่นสหรัฐรายงานว่า เมื่อเวลา08.29 น. ตามเวลาท้องถิ่นของเมืองแองเคอเรจ รัฐอะแลสกา ได้เกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงระดับ 7 แมกนิจูด โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ห่างจากเมืองแองเคอเรจ เมืองเอกของรัฐไปทางเหนือราว 13 กม. ส่งผลให้หลายพื้นที่ของรัฐทั้งพื้นถนน ระบบจราจร และสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นได้รับความเสียหาย

 

 

รายงานจากสำนักธรนีวิทยาสหรัฐระบุว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้อยู่ลึกลงไปใต้ดินราว 40.9 กม. เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต ความรุนแรงของเหตุแผ่นดินไหวดังกล่าว ส่งผลให้ทางการประกาศเตือนภัยสึนามิตลอดแนวชายฝั่งของรัฐ แต่ได้ประกาศยกเลิกเตือนภัยดังกล่าวแล้วในภายหลัง

 

 

ขณะที่สื่อท้องถิ่นยังรายงานอีกว่า ภายหลังจากการสั่นไหวครั้งใหญ่เมื่อเวลา 08.29 น. นั้น หลังจากนั้นราว 6 นาที ได้เกิดอาฟเตอร์ช็อกความรุนแรงขนาด 5.7 แมกนิจูดตามมา ขณะที่มีรายงานเพิ่มเติ่มว่าพบอาฟเตอร์ช็อกความรุนแรงราว 2.5 แมกนิจูดตามมาอีกอย่างน้อย 45 ครั้ง

สำหรับเมืองแองเคอเรจเป็นเมืองเอกของรัฐมีประชากรอาศัยอยู่ราว 300,000 คน

 

 

ด้านนาย บิล วอล์กเกอร์ ผู้ว่าการรัฐอะแลสกา ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยขณะนี้ทางการกำลังประเมินความเสียหายอยู่ และคาดว่าจะมีประชาชนราว 40,000 คนที่ไม่มีไฟฟ้าใช้

 

 

สำหรับรัฐอะแลสกาเผชิญกับแผ่นดินไหวทุกปีตั้งแต่ปี ค.ศ. 1900 โดยมีระดับความรุนแรงเฉลี่ย 7 ถึง 8

นอกจากนั้นอะเเลสกา รัฐอะแลสกาเกิดเหตุแผ่นดินไหวบ่อยครั้งกว่ารัฐใดๆ ในสหรัฐ โดยครั้งที่รุนแรงที่สุดคือเมื่อปี 1964 โดนครั้งนั้นวัดแรงสั่นสะเทือนสูงถึง 9.2 แมกนิจูด ถือว่ามีความรุนแรงที่สุดอันดับสองในประวัติศาสตร์ของการเก็บสถิติแผ่นดินไหว

 

 

 

 

 

“โขนไทย – โขลกัมพูชา” ความต่างในมรดกโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/572477

  • วันที่ 30 พ.ย. 2561 เวลา 19:10 น.

"โขนไทย - โขลกัมพูชา" ความต่างในมรดกโลก

อะไรคือความต่างในการขึ้นทะเบียน  ‘โขนไทย’ กับ ‘โขลเขมร’ ในมรดกโลกทางวัฒนธรรมของยูเนสโก

องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ประกาศรับรอง “โขนไทย” (Khon mask dance drama) ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมวลมนุษยชาติอันจับต้องไม่ได้ (Intangible Cultural Heritage) ในการประชุมที่กรุงพอร์ตลูอิส ประเทศมอริเชียส เมื่อวันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา หลังจาก “ละครโขลวัดสวายอันแดต” (Lkhon Khol Wat Svay Andet) ของกัมพูชา ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกไปก่อนหน้านี้ ซึ่งโขนไทย กับละคอนโขลวัดสวายอันแดตของกัมพูชา ขึ้นทะเบียนคนละประเภทกัน

 

ภาพ : กระทรวงวัฒนธรรม แถลงข่าวหลังการประกาศขึ้นทะเบียนโขนไทย เป็นมรดกโลก

 

โดยยูเนสโกมีการกำหนดเกณฑ์และแบ่งแยกการพิจารณาเป็น 3 ประเภท คือ1.มรดกทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ (representative list of intagible cultural heritage of humankind) 2.ภูมิปัญญาวัฒนธรรมที่ต้องได้รับการคุ้มครองอย่างเร่งด่วน (urgent list) และ 3.มรดกทางวัฒนธรรมที่เป็นแบบอย่างที่ดีในการสงวนรักษา (good practice) ซึ่งละครโขลของกัมพูชาขึ้นทะเบียนในรายการที่สอง เป็นมรดกที่ต้องได้รับการฟื้นฟูและอนุรักษ์ให้คงไว้สืบไป ส่วนโขนไทยที่ยื่นพิจารณาในประเภทที่หนึ่ง คือ เป็นมรดกที่แสดงถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมและสร้างความตระหนักเกี่ยวกับความสำคัญของมรดกชิ้นนี้

 

ภาพ : กระทรวงวัฒนธรรม แถลงข่าวหลังการประกาศขึ้นทะเบียนโขนไทย เป็นมรดกโลก

ก่อนหน้านี้ ชาวไทยและกัมพูชาเกิดความขัดแย้งกันเรื่องที่มาของโขน (ไทย) และละคอนโขล (กัมพูชา) ต่างฝ่ายต่างอ้างว่าเป็นต้นแบบและอีกฝ่ายลอกเลียนแบบ และพยายามขัดขวางไม่ให้แต่ละฝ่ายเสนอมรดกทางวัฒนธรรมดังกล่าวขึ้นทะเบียนกับยูเนสโก จนหวุดหวิดจะกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างประเทศ

M2F ได้เคยรายงานไปก่อนหน้านี้ว่า ปัจจุบันเรายังไม่ทราบแน่ชัดว่า โขนในไทยเริ่มต้นขึ้นเมื่อใด แต่เราสามารถทราบได้ว่า โขลในกัมพูชารับมาจากราชสำนักไทยแน่นอน เช่น ในงานวิชาการเรื่อง “วาทกรรมนาฏศิลป์ราชสำนักกัมพูชายุคหลังอาณานิคม” โดย ซาซากาวาา ฮิเดโอะ ในวารสาร Southeast Asian Studies ฉบับที่ 42 เดือน มี.ค. 2005 ชี้ว่า ในรัชสมัยนักองค์ด้วง กัมพูชาอยู่ภายใต้อำนาจสยาม และรับนาฏศิลป์จากสยามไปเผยแพร่ หลังจากกัมพูชาเป็นอาณานิคมฝรั่งเศสแล้ว นาฏศิลป์ในราชสำนักยังถือว่าสยามเป็นต้นแบบ

 

ภาพ : กระทรวงวัฒนธรรม แถลงข่าวหลังการประกาศขึ้นทะเบียนโขนไทย เป็นมรดกโลก

 

อย่างไรก็ตาม คำอ้างที่ชาวกัมพูชามักยกขึ้นมาโต้เถียงคือ ไทยขโมยโขนไปจากกัมพูชา เมื่อคราวที่กองทัพไทยสมัยอยุธยามาตีเมืองนครธมแล้วกวาดต้อนครูนาฏศิลป์ไปด้วย วาทกรรมนี้เกิดขึ้นจากชาวฝรั้่งเศสเช่นกัน เช่น ข้ออ้างของ อะเดมาด เลอแคลร์ (Adémard Leclère) ชาวฝรั่งเศสที่เขียนบทความเรื่องนาฏศิลป์เขมร ที่แม้จะไม่อาจบ่ายเบี่ยงข้อเท็จจริงได้ว่า โขนละครเขมรสมัยพระบาทสมเด็จพระนโรดมใช้ภาษาไทยและมีนักแสดงจากไทยในคณะ แต่กลับอ้างโดยไม่มีหลักฐานว่า แม้จะได้จากไทย แต่ไทยรับมาจากเขมรยุคนครวัดอีกทอดหนึ่ง การอ้างนี้ถูกฮิเดโอะตำหนิว่าไม่มีมูล และชี้ว่า หากไทยรับไปจากยุคนครวัดจริงก็ต้องมีการปรับให้เป็นเอกลักษณ์ไทย จนกลายเป็นแบบฉบับไทย ไม่ใช่รับจากศตวรรษที่ 13 โดยไม่มีการปรับเปลี่ยน

 

ภาพ : koonkhmer.com

 

ในส่วนของการขึ้นทะเบียนละคอนโขล กระทรวงวัฒนธรรมของกัมพูชา ก็ได้ออกมาแถลงข่าวน่ายินดีครั้งนี้ว่า ผลประสบความสำเร็จที่ละครโขลกัมพูชาได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดก เกิดจากความพยายามของรัฐบาล ภาคสังคม และแรงสนับสนุนจากประชาชน ทั้งละคอนโขลยังช่วยให้กัมพูชาเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในเวทีโลก การตัดสินใจขึ้นทะเบียนละคอนโขลเป็นมรดกโลก คือความภาคภูมิใจของกัมพูชา หลังกระทรวงวัฒนธรรมได้ยื่นเรื่องต่อยูเนสโกตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค.ปีที่แล้ว ขณะที่ สมเด็จฮุนเซน ผู้นำกัมพูชา ก็ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คแสดงความยินดีในโอกาสนี้ด้วย ระบุว่า ถือเป็นเกียรติอันยิ่งใหญ่ของชาวกัมพูชา

ด้านสื่อกัมพูชารายงานว่า ต้นแบบของละครโขล เกิดขึ้นในต้นยุคอาณาจักรนครวัดนครธม โดยปรากฏรูปสลักบนผนังปราสาทนครวัด ส่วนละคอนโขลของวัดสวายอันแดตเริ่มมีการแสดงครั้งแรกในศตวรรษที่ 19 และจากหนังสือมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของกัมพูชา อ้างว่าละครโขลชุดนี้พัฒนาจากรูปแบบการร่ายรำดั้งเดิมของบุรุษเขมรเอง และแสดงแต่เฉพาะเรื่องเรียมเกร์ หรือ รามเกียรติ์ฉบับภาษาเขมร ในอดีตกัมพูชามีคณะละคอนโขลที่ริเริ่มจากศิลปินชั้นครูทั้ง 8 คน แต่เมื่อเกิดสงครามครูนาฏศิลป์ต่างล้มหายตายจากไป หลงเหลือแต่เพียงคณะ “ละคอนโขลของวัดสวายอันแดต” ที่ต้นกำเนิดพื้นเพอยู่ห่างจากกรุงพนมเปญ ราว 15 กม. และถูกถ่ายทอดต่อๆ กันมาจากรุ่นสู่รุ่นจนถึงยุคปัจจุบัน

ที่มา : หนังสือพิมพ์ M2F

เวเนซุเอลาประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 150 %

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/572475

  • วันที่ 30 พ.ย. 2561 เวลา 18:11 น.

เวเนซุเอลาประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 150 %

ผู้นำเวเนฯ ประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ150% ไอเอ็มเอฟคาดเงินเฟ้อทะลุ  10 ล้านเปอร์เซนต์ในปีหน้า

เอเอฟพีรายงานว่า นายนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา ได้มีแถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์ระบุว่า รัฐบาลได้อนุมัติการขึ้นเงินค่าแรงขึ้นต่ำจากปัจจุบันที่ 1,800 โบลิวาร์ เป็น 4,500 โบลิวาร์ หรือเพิ่มขึ้นราว 150% หรือเทียบเท่ากับ 10 ดอลลาร์ (330 บาท) โดยให้มีผลทันทีในวันที่ 1 ธันวาคมนี้เป็นต้นไป

ตามการคาดการณ์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศระบุว่า สถาณการณ์เศรษฐกิจในเวเนซุเอลา จะยิ่งย่ำแย่ลงไปอีกภายในปี 2019 นี้ โดยอัตราเงินเฟ้อจะพุ่งทะยานขึ้นสูงถึง10 ล้านเปอร์เซนต์

ทั้งนี้ เวเนซุเอลาเริ่มประสบปัญหาทางเศรษฐกิจย่ำแย่ตั้งแต่ปี 2014 ด้วยปัจจัยจากราคาน้ำมันโลกที่ตกต่ำ ส่งผลให้รายได้ของรัฐบาลขาดหายไป และไม่มีเงินไปใช้จ่ายในโครงการประชานิยม จนทำให้ประชาชนชาวเวเนฯนับล้านคนต้องอพยพลี้ภัยเศรษฐกิจไปยังประเทศใกล้เคียงแล้วกว่า 2 ล้านคน

 

ชายจีนเล่นไพ่เพลิน กลั้นปัสสาวะจนเป็นนิ่วไซต์บิ๊ก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/572466

  • วันที่ 30 พ.ย. 2561 เวลา 17:01 น.

ชายจีนเล่นไพ่เพลิน กลั้นปัสสาวะจนเป็นนิ่วไซต์บิ๊ก

อุทาหรณ์ ชายจีนติดนิสัยกลั้นปัสสาวะขณะเล่นไพ่นกกระจอก พบเป็นนิ่วไซต์ใหญ่เกือบ 1 กก.

เดลิเมล์รายงานว่า ชายชาวจีนรายหนึ่งวัย 55 ปี แซ่โจว ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลที่เมืองวู่ฮั่น ในมณฑลหูเป่ยของจีน จากการที่เขามีอาการปวดบวมที่ท้อง อีกทั้งยังปัสสาวะขัด กระทั่งไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลวู่ฮั่นจิงดู จึงพบว่าตนเองมีนิ่วขนาดใหญ่มากภายในกระเพาะปัสสาวะ

 

จากภาพเอ็กซเรย์พบว่า นิ่วดังกล่าวนั้นมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางราว 5 นิ้ว น้ำหนักรวมถึงเกือบ 1กิโลกรัม นายโจว ได้เปิดเผยผ่านสื่อท้องถิ่นว่า เขาชื่นชอบการเล่นไพ่นกกระจอกเป็นเวลานานๆหลายชั่วโมง และก็มักจะกลั้นปัสสาวะ แถมยังดื่มน้ำไม่เพียงพอจนติดเป็นนิสัย

 

นพ. หวัง ป๋อ แพทย์ผู้ทำการรักษานายโจว ระบุว่า ทันทีที่พบว่ามีนิ่วขนาดยักษ์นี้ติดอยู่ในกระเพาะปัสสาวะ เขาได้วางแผนทำการผ่าตัดทันที และตอนนี้อาการของนายโจวดีขึ้นตามลำดับแล้ว

ทั้งนี้ สำหรับนิ่วในกระเพาะปัสสาวะนั้น เกิดจากการสะสมของตะกอน หินปูน หรือเกลือแร่ในร่างกาย ส่วนใหญ่มักพบในผู้ป่วยเพศชายมากกว่าในเพศหญิง

 

 

 

นิวซีแลนด์พบวาฬนำร่องตายอีก 51 ตัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/572454

  • วันที่ 30 พ.ย. 2561 เวลา 16:03 น.

นิวซีแลนด์พบวาฬนำร่องตายอีก 51 ตัว

วาฬนำร่องตายเกยชายฝั่งนิวซีแลนด์แล้วกว่า 200 ตัวในรอบเพียงหนึ่งสัปดาห์

สำนักอนุรักษ์ของนิวซีแลนด์เปิดเผยว่า ทางการได้พบวาฬนำร่องนอนตายเกยฝั่งเพิ่มเติมอีกจำนวน 51 ตัว ในพื้นที่ชายฝั่งของอ่าวฮัตสันเบย์ ใกล้เมืองโอเวนก้า บนเกาะชาตัม ของนิวซีแลนด์

 

 

รายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่ของหน่วยอนุุรักษ์นิวซีแลนด์ได้พบกับวาฬจำนวน 80-90 ตัวนอนเกยชายหาดอยู่จึงรีบเข้าช่วยเหลือ และสามารถผลักดันวาฬบางส่วนกลับคืนสู่ทะเลได้ราว 30-40 ตัว ขณะที่อีกราว 50 ตัวทางเจ้าหน้าที่ไม่สามารถช่วยชีวิตพวกมันได้

ทั้งนี้ การพบวาฬนำร่องเกยฝั่งของนิวซีแลนด์ครั้งนี้ นับว่าเป็นครั้งล่าสุดที่มีวาฬนำร่องตายเกยชายฝั่งในหลายพื้นที่ของประเทศ หลังจากที่เมื่อวันที่ 26 พ.ย. ที่ผ่านมา ทางการได้พบวาฬนำร่องเกยตื้นตายบนริมหาดของอ่าวเมสัน เบย์ ทางชายฝั่งตะวันตกของเกาะสจ๊วต เป็นจำนวนมากถึง 145 ตัว ส่งผลให้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมามีวาฬนำร่องเกยตื้นตายนอกชายฝั่งนิวซีแลนด์แล้วถึงกว่า 200 ตัว

 

อย่างไรก็ดี สาเหตุที่บรรดาวาฬนำร่องว่ายมาเกยตื้นยังไม่ทราบแน่ชัด แต่ทางเจ้าหน้าที่ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า พวกมันอาจจะป่วย หรือหลงทางด้วยสภาพอากาศที่แปรปรวน หรือด้วยปัจจัยอื่นหลายประการประกอบกัน

 

ภาพ : New Zealand’s Department of Conservation

ยูเนสโกขึ้นทะเบียน เทพเจ้าปีศาจญี่ปุ่น เป็นมรดกโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/572450

  • วันที่ 30 พ.ย. 2561 เวลา 14:56 น.

ยูเนสโกขึ้นทะเบียน เทพเจ้าปีศาจญี่ปุ่น เป็นมรดกโลก

“นามะฮะเงะ” เทศกาลเทพเจ้าปีศาจอันน่ากลัวของเด็กๆญี่ปุ่น ได้รับรองเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ โดยยูเนสโก

เจแปนไทม์รายงานว่า วานนี้ (29 พ.ย.) ที่ประชุมคณะกรรมาธิการพิจารณามรดกโลก ขององค์การยูเนสโก ณ เมืองพอร์ตลูอิส ประเทศมอริเชียส ได้ประกาศรับรองให้ นามะฮะเงะ เทศกาลเทพเจ้าปีศาจ แห่งอะกิตะ ในจังหวัดอะกิตะ เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ (intangible cultural heritage) อย่างเป็นทางการแล้ว

สำหรับ นามะฮะเงะ นั้นเป็นเทพเจ้าที่มีลักษณะเป็นครึ่งคน ครึ่งปีศาจ และเป็นที่หวาดกลัวของเด็กญี่ปุ่นหลายคน  นามะฮะเงะเป็นเทพเจ้าตามตำนานความเชื่อในท้องถิ่นของเมืองโอกะ ในจังหวัด อะกิตะ ซึ่งเทพเจ้า นามะฮะเงะ ไม่เพียงเป็นแค่ปีศาจเท่านั้นแต่ยังเป็นเทพเจ้าประจำเมืองโอกะด้วย

ความสำคัญของเทศกาลคือช่วงระหว่างคืนก่อนวันที่ 31 ธันวาคมถึงวันที่ 15 มกราคมนั้น บรรดาชายในหมู่บ้านจะแต่งกายด้วยชุดฟาง สวมหน้ากากเทพเจ้านามะฮะเงะ ออกอาละวาดไปตามหมู่บ้านของเมือง พร้อมกับถือมีดดาบไม้ ไปเคาะตามบ้านที่มีเด็กเล็กๆอาศัยอยู่ เพื่อสำรวจว่าบ้านไหนมีเด็กที่ทำตัวไม่ดีในปีที่ผ่านมา ผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวก็จะต้อนรับบรรดาปีศาจด้วยการนำสาเกมาเลี้ยง พร้อมกับสัญญาว่าจะดูแลครอบครัวให้ปลอดภัย และสุขภาพดี ขณะที่เด็กๆก็จะให้สัญญาว่าจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีของสังคม

 

 

รายงานระบุว่า วัฒนธรรมพื้นบ้านดังกล่าวนับเป็นกุศโลบายในการสร้างความสัมพันธ์อันดีในครอบครัว และการปลูกฝังจิตสำนึกต่อสังคมด้วย อย่างไรก็ดีเทศกาลดังกล่าวนั้นกำลังถูกท้าทายจากความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย เมื่อหลายครอบครัวรุ่นใหม่ๆ กลับไม่ต้องการให้นามะฮะเงะไปเยี่ยมบ้านพวกเขา เนื่องจากไม่อาจทนเห็นบุตรหลานของตนต้องร้องไห้เสียขวัญจากรูปลักษณ์อันน่ากลัวของนามะฮะเงะได้  อีกทั้งผู้ปกครองบางคนยังมองว่า มันเป็นการลงโทษเด็กๆด้วยคำพูด และท่าทางที่ดูเหมือนเด็กๆกำลังถูกคุกคาม

ด้าน Mikio Miura หัวหน้ากลุ่มอนุรักษ์เทศกาลนามะฮะเงะ ผู้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลดังกล่าวมากว่า 40 ปี ระบุว่า “เขาหวังว่าการรับรองในครั้งนี้จะสร้างพลวัตทางสังคมให้ผู้คนรุ่นหลังๆยังคงอนุรักษ์เทศกาลนี้ต่อไป”

ภาพ : KYODO

 

พนง.สายการบินสหรัฐฯ ล้อเลียนชื่อผู้โดยสารวัย 5 ขวบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/572437

  • วันที่ 30 พ.ย. 2561 เวลา 12:48 น.

พนง.สายการบินสหรัฐฯ ล้อเลียนชื่อผู้โดยสารวัย 5 ขวบ

สายการบินเซาท์เวสต์แอร์ไลน์ของสหรัฐ ขอโทษมารดาและลูกสาววัย 5 ขวบ หลังพนง.สายการบินล้อชื่อเด็กหญิง

สื่อสหรัฐรายงานว่า ทางสายการบินเซาท์เวสต์แอร์ไลน์ ของสหรัฐ ได้ออกแถลงการณ์ขอโทษต่อนางเทรซี่ เรดฟอร์ด และลูกสาวของเธอซึ่งเป็นเด็กพิเศษ ที่มีชื่อในภาษาอังกฤษว่า “Abcde” หรืออ่านออกเสียงว่า “แอบซิดี้” ต่อการที่มีพนักงานรายหนึ่งของสายการบินได้ทำการล้อเลียนชื่อของลูกสาวของเธอ

 

 

รายงานระบุว่า นางเรดฟอร์ด และลูกสาววัย 5 ขวบกำลังเดินทางด้วยการโดยสารสายการบินดังกล่าว ไปยังเมือง เอล ปาโซ ในรัฐเท็กซัส โดยขณะที่ทั้งสองแม่ลูกกำลังจะผ่านเกตเพื่อขึ้นเครื่องนั้น พนักงานของทางสายการบินรายหนึ่ง ได้เริ่มแสดงกริยาไม่เหมาะสม ด้วยการหัวเราะ พร้อมถ่ายรูปบอร์ดดิ้งพาสของเด็กหญิง Abcde (ซึ่งเป็นชื่อที่มีลักษณะเหมือนการเรียงตามตัวอักษรในภาษาอังกฤษ) แล้วทำการโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย

 

 

เรื่องราวดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนหน้า และนางเรดฟอร์ดได้แจ้งทางสายการบินไปแล้ว แต่ทางสายการบินไม่ได้แสดงความรับผิดชอบใดๆ จนกระทั่งเป็นข่าว ทางสายการบินจึงออกแถลงการณ์ขอโทษแก่ครอบครัวของเธอ แต่ไม่ได้ระบุว่ามีการลงโทษใดๆต่อพนักงานคนดังกล่าว

อิสราเอลพบ “หน้ากากหิน” อายุ 9,000 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/572432

  • วันที่ 30 พ.ย. 2561 เวลา 12:02 น.

อิสราเอลพบ "หน้ากากหิน" อายุ 9,000 ปี

นักโบราณคดีอิสราเอลพบหน้ากากยุคหินเก่า สุดหายาก คาดอายุราว 9,000 ปี

สำนักโบราณคดีของอิสราเอล ได้เปิดเผยการค้นพบหน้ากากหินสีชมพูปนเหลืองในพื้นที่บริเวณทางตอนใต้ของเขตเขตเวสต์ ในภูมิภาค Pnei Hever ของเทือกเขาฮีบรอน (Hebron)

รายงานระบุว่า หน้ากากชิ้นนี้ มีการเจาะรูเป็น 4 รู รอบขอบหน้ากาก คาดว่าจะถูกใช้ในการร้อยเชือกเพื่อผูกเข้ากับใบหน้าของผู้ใส่ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีกล่าวว่า พื้นผิวของหน้ากากมีลักษณะเป็นหินผิวสัมผัสเรียบเนียนอย่างมาก การจัดวางตำแหน่งดวงตา จมูก โหนกแก้ม และปาก สมบูรณ์แบบและสมมาตร สันนิษฐานว่าหน้ากากน่าจะถูกใช้งานในพิธีสักการะบรรพบุรุษ

 

จากการประเมินคาดว่า หน้ากากชิ้นที่พบนี้มีอายุย้อนกลับไปในยุคหินใหม่ หรือยุคก่อนการใช้เครื่องปั้นดินเผา บี (Pre-Pottery Neolithic B) ราว 9,000 ปีก่อน และนับว่าเป็นหนึ่งในหน้ากากหินที่สมบูรณ์ชิ้นหนึ่งในบรรดา หน้ากาก 15 ชิ้นที่เคยค้นพบและมีอายุย้อนกลับไปในยุคหินใหม่

สตาร์บัคส์ เตรียมบล็อกเว็บลามกจากไวไฟในร้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/572427

  • วันที่ 30 พ.ย. 2561 เวลา 11:03 น.

สตาร์บัคส์ เตรียมบล็อกเว็บลามกจากไวไฟในร้าน

สตาร์บัคส์ เตรียมปิดกันการเข้าถึงเว็บไซต์อนาจาร จากการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตผ่านไวไฟฟรีภายในสาขาที่สหรัฐ

สตาร์บัคส์ของสหรัฐประกาศว่า มีแผนการปิดกั้นการเข้าถึงเว็บไซต์อนาคารจากการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตผ่านไวไฟฟรี ที่ให้บริการลูกค้าภายในร้านในสาขาต่างๆที่สหรัฐตั้งแต่ต้นปี 2019 เป็นต้นไป

การประกาศดังกล่าวนี้มีขึ้นหลังจากที่ทางสตาร์บัคส์ได้รับแรงกดดันจากกลุ่มนักเคลื่อนไหวที่มีชื่อว่า (Enough is Enough)  เรียกร้องให้ทางสตาร์บัคส์เข้ามาจัดการไม่ให้มีการเข้าถึงเว็บไซต์อนาจารดังกล่าว ซึ่งก่อนหน้านี้กลุ่มเคลื่อนไหวนี้เคยประสบความสำเร็จในการเรียกร้องให้ทางร้านแม็กโดนัลด์ บล็อกการเข้าถึงเว็บไซต์อนาจารมาแล้วในปี 2014

อย่างไรก็ดี ในคำแถลงของสตาร์บัคส์ไม่ได้ให้รายละเอียดถึงวิธีการบล็อกการเข้าถึงเว็บไซต์ดังกล่าวแต่อย่างใด

ขณะที่ด้านรองประธานของเว็บไซต์ YouPorn ได้สั่งห้ามไม่ให้พนักงานนำเครื่องดื่มของสตาร์บัคส์เข้ามาในออฟฟิศเพื่อเป็นการตอบโต้เช่นกัน

นายกมาเลย์ ยังไม่ทราบเรื่องสุลต่านทรงอภิเษกสมรส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/572417

  • วันที่ 30 พ.ย. 2561 เวลา 10:23 น.

นายกมาเลย์ ยังไม่ทราบเรื่องสุลต่านทรงอภิเษกสมรส

ดร.มหาเธร์ไม่ยืนยัน หลังมีกระแสข่าวกษัตริย์มาเลย์ทรงอภิเษกสมรสนางงามรัสเซีย

เดอะสตาร์ออนไลน์ของมาเลเซียรายงานว่า จากก่อนหน้านี้ซึ่งมีรายงานข่าวว่า สมเด็จพระราชาธิบดีมูฮัมมัดที่ 5 แห่งกลันตัน พระชนมายุ 49 พรรษา พระประมุของค์ปัจจุบันของมาเลเซีย ทรงอภิเสกสมรสกับอดีตนางงามมอสโก วัย 25 ปีที่มีชื่อว่า Oksana Voevodina ตามที่มีการแพร่ภาพผ่านทางโซเชียลมีเดียนั้น

 

 

ด้านนายกรัฐมนตรีมหาเธร์ มูฮัมหมัด ของมาเลเซีย ได้เปิดเผยต่อสื่อว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบเรื่องพิธีอภิเษกสมรสของพระองค์ และยังไม่มีการยืนยันเรื่องนี้จากทางสำนักพระราชวัง

“ผมไม่มีคำยืนยันอย่างเป็นทางการ ผมไม่สามารถพูดอะไรได้”  ดร.มหาเธร์ กล่าวต่อรัฐสภา หลังจากมีกระแสข่าวดังกล่าว

 

 

ขณะที่เดลี่เมล์ออนไลน์ของอังกฤษ ได้รายงานว่า พิธีอภิเษกสมรสของพระองค์นั้นถูกจัดที่หอแสดงคอนเสิร์ตแห่งหนึ่งในย่านเศรษฐีของกรุงมอสโก เมื่อวันที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยยังระบุอีกว่าพิธีดังกล่าวมีการจัดแบบผสมผสานระหว่างธรรมเนียมตามแบบอิสลาม และพิธีแต่งแบบรัสเซีย

ด้านสำนักข่าวอาร์ทีของรัสเซีย ยังรายงานโดยระบุว่า นางOksana Voevodina นั้นได้เปลี่ยนศาสนามานับถืออิสลามตั้งแต่ช่วง 1 สัปดาห์ก่อนพิธีแต่งเสกสมรสแล้ว และทั้งสองก็ทรงเตรียมตัวที่จะมีรัชทายาทในเร็วๆนี้ด้วย ซึ่งจะถือเป็นรัชทายาทพระองค์แรกของสมเด็จพระราชาธิบดีมูฮัมมัดที่ 5

รายงานยังได้อ้างแหล่งข่าวเป็นฝ่ายประชาสัมพันธ์ประจำตัวนาง Voevodina ระบุว่า เธอและสมเด็จพระราชาธิบดีมูฮัมมัดที่ 5 ได้เดินทางไปยังคลีนิกปรึกษาการมีบุตร ในประเทศเยอรมนีด้วยก่อนที่จะมีข่าวพิธีเสกสมรสดังกล่าว