เผยชีวิตอนาถาของ “คนชรา” ในเกาหลีใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/572387

  • วันที่ 29 พ.ย. 2561 เวลา 21:49 น.

เผยชีวิตอนาถาของ "คนชรา" ในเกาหลีใต้

เผยชีวิตคนชราในเกาหลีใต้สุดอนาถา ต้องกลายเป็นคนไร้บ้าน ใช้ชีวิตอย่างแร้นแค้นด้วยการเก็บขยะขาย-ขายบริการทางเพศ

แม้ว่าเกาหลีใต้จะเป็นหนึ่งในประเทศที่พัฒนาที่สุด และมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่สุดแห่งหนึ่งในโลก แต่น้อยคนที่จะทราบว่า เกาหลีใต้เป็นประเทศที่มีอัตราความยากจนในหมู่ผู้สูงวัยสูงที่สุดในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรม หรือกลุ่ม OECD

จากการสำรวจโดย OECD เมื่อปี 2016 พบว่า ครึ่งหนึ่งของประชากรผู้สูงวัยอายุเกิน 65 ปีในเกาหลีใต้ ใช้ชีวิตอยู่ในภาวะความยากจน หรือมีรายได้ต่ำกว่า 2 เหรียญสหรัฐต่อวัน เฉพาะหญิงชราเกาหลีใต้ที่อายุสูงกว่า 65 ปี มีถึง 47.2% ที่มีฐานะยากจน ยิ่งเป็นหญิงชราโสด เป็นคนยากจนถึง 76.6% กอปรกับเกาหลีใต้กำลังเผชิญกับอัตราการเกิดต่ำ และกำลังกลายเป็นสังคมผู้สูงวัย นี่จึงเป็นปัญหาที่ร้ายแรงมาก

อย่างไรก็ตาม สื่อท้องถิ่นกลับละเลยปัญหานี้ แม้แต่ทีมงานสื่อกระแสใหม่ในประเด็นเอเชียอย่าง Asian Boss ก็ยังไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง จนพวกเขามาพบเห็นด้วยตาตัวเองว่า ผู้สูงวัยจำนวนมากกลายเป็นคนไร้บ้าน และใช้ชีวิตอย่างแร้นแค้นด้วยการเก็บขยะไปขาย

นอกเหนือจากการตั้งข้อสังเกตของทีมงานกลุ่มนี้แล้ว จากการค้นคว้าข้อมูลโดย M2F พบว่า หญิงชราหลายคนยังต้องเอาชีวิตรอดด้วยการขายบริการทางเพศ โดยขายบริการกันตามสวนสาธารณะ ซึ่งทำทีเป็นขายเครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อ Bacchus จึงเรียกกันว่า บัคคัส ฮัลโมอนี หรือ Bacchus Ladies หญิงชราที่มาขายบริการมีอายุตั้งแต่ 50-60 ปี ไปจนถึง 80 ปี มีรายได้ครั้งละ 20,000-30,000 วอน (ราว 570-870 บาท)

แต่ไม่ใช่หญิงชราทุกคนที่จะทำอาชีพนี้ ทีมงาน Asian Boss พยายามสัมภาษณ์คนชราที่ยากจนโดยใช้เวลานานหลายเดือน แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากคนชราเหล่านี้รู้สึกอับอาย และไม่อยากจะถูกครอบครัวต่อว่า ทั้งนี้ สังคมเกาหลีเคยให้คร่ากับการดูแลผู้สูงวัย แต่เนื่องจากกลายสภาพเป็นสังคมวัตถุนิยม-บริโภคนิยม มีการแข่งขันสูง สินค้าและบริการมีราคาแพง ทำให้ลูกๆ หลานๆ ไม่สามารถแบกรับภาระผู้สูงวัยในบ้านได้ นอกจากนี้ ยังไม่มีระบบสวัสดิการที่มีประสิทธิภาพ

ในที่สุด ทีมงานก็ได้มีโอกาสสัมภาษณ์และแบ่งปันประสบการณ์ชีวิตในสังคมผู้สูงวัยที่ถูกทอดทิ้ง โดยหญิงชรารายนี้อายุ 82 ปี อาศัยอยู่ในห้องชั้นใต้ดินเพียงลำพังมานาน 5 ปี และดำรงชีวิตด้วยการเก็บเศษกล่องขาย แต่ไม่ได้รับเงินช่วยเหลือจากลูกๆ โดยคุณยายบอกว่า เพราะลูกๆ ทั้ง 5 คนก็ลำบากเหมือนกัน และแม้จะอายุขนาดนี้แล้วคุณยายยังต้องเดินเก็บเศษกล่องกระดาษกองใหญ่วันละถึง 14 ชม. เพื่อแลกกับเงินแค่ 2,000 วอน หรือไม่ถึง 60 บาท คิดเป็น 2 เหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นอัตรามาตรฐานที่กำหนดว่าบุคคลนั้นอยู่ในภาวะยากจนหรือไม่

เงินเพียง 60 บาทกับการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เป็นเรื่องที่แทบจินตนาการไม่ออก เฉพาะค่าอาหารราคาถูกก็สูงถึง 8,000 วอน หรือ 234 บาท ดังนั้น อาหารที่รับประทานเป็นประจำจึงเป็นแค่ข้าวสวยกับซีอิ๊วเท่านั้น และแม้ว่าจะมีเงินสวัสดิการคนชราจากรัฐเดือนละ 200,000 วอน (5,800 บาท) ก็ยังไม่พอใช้จ่ายอยู่ดี

ภาพ เอเอฟพี

ที่มา www.m2fnews.com

เมื่อภาพจากดาวอังคาร กลายเป็น”มีม”ฮิตในสังคมโซเชียล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/572384

  • วันที่ 29 พ.ย. 2561 เวลา 20:56 น.

เมื่อภาพจากดาวอังคาร กลายเป็น"มีม"ฮิตในสังคมโซเชียล

เมื่อภาพพื้นผิวดาวอังคารที่ถูกส่งกลับมายังโลก ได้ถูกชาวเน็ตตัดต่อจนกลายเป็นมีมฮิตในสังคมออนไลน์

หลังจาก ยานสำรวจอินไซต์ (InSight) ขององค์การนาซา ซึ่งเดินทางออกจากโลกไปเป็นระยะเวลา 6 เดือนได้ลงจอดบนดาวอังคารสำเร็จ เมื่อวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา

ภาพถ่ายชุดแรกของพื้นผิวดาวอังคารที่ส่งกลับมายังโลกและถูกเผยแพร่ออกมาโดยองค์การนาซา ก็ถูกผู้คนนำไปแชร์ต่อเป็นจำนวนมาก

และแน่นอนว่า ภาพดังกล่าวก็ถูกผู้คนที่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ขันนำไปตัดต่อเสริมแต่งตามจิตนาการจนกลายเป็นหนึ่งใน “มีม” (meme) ฮิตที่กำลังถูกส่งต่อกันในขณะนี้

วันนี้เราจึงคัดมาบางส่วนให้ได้ชมกัน…

ยูเนสโกประกาศรับรอง “โขนไทย” เป็นมรดกโลกที่จับต้องไม่ได้แล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/572383

  • วันที่ 29 พ.ย. 2561 เวลา 20:20 น.

ยูเนสโกประกาศรับรอง "โขนไทย" เป็นมรดกโลกที่จับต้องไม่ได้แล้ว

ยูเนสโกได้ประกาศรับรองการขึ้นบัญชีให้ การแสดงโขนของไทย เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติแล้ว

เมื่อวันที่ 29 พ.ย. นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมระหว่างรัฐบาลเพื่อการสงวนรักษามรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโก ครั้งที่ 13 ได้มีมติประกาศรับรองขึ้นบัญชี การแสดง “โขน” ของไทย (Khon,masked dance drama in Thailand” ให้เป็นรายการตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติอย่างเป็นทางการแล้ว ท่ามกลางความเห็นชอบประเทศภาคีสมาชิก 24 ประเทศที่เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้

ทั้งนี้ ภายหลังโขนไทยได้รับการประกาศขึ้นบัญชีเป็นทางการแล้ว กระทรวงวัฒนธรรม จะมีการจัดทำแผนงานและกิจกรรมเพื่อเฉลิมฉลองโขนตลอดปี 2561-2562 อาทิ

1.จัดแสดงโขนรอบพิเศษ ตอน “พิเภกสวามิภักดิ์” วันที่ 3–4 ธันวาคม 2561 ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

2.จัดสร้างภาพยนตร์แอนิเมชั่นรามเกียรติ์ ตอน รามาวตาร เพื่อฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ และเผยแพร่องค์ความรู้ในรูปแบบต่างๆ เช่น การสาธิตงานช่างฝีมือโขน สาธิตการแสดงโขน การเสวนาความรู้คุณค่าของโขน จัดพิมพ์หนังสือองค์ความรู้เกี่ยวกับโขนฉบับเยาวชน สารคดีโขน คลังข้อมูลโขนในรูปแบบดิจิทัล

3.จัดกิจกรรมสร้างความภาคภูมิใจด้วยการยกย่องเชิดชูเกียรติให้แก่บุคคล องค์กรผู้ทำคุณประโยชน์ต่อวงการโขน

4.จัดงานมหกรรมการแสดงโขน ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9

หอไอเฟลประมูลบันไดวน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/572376

  • วันที่ 29 พ.ย. 2561 เวลา 18:33 น.

หอไอเฟลประมูลบันไดวน

กล้าขายก็มีคนกล้าซื้อ ตัดขายบันไดหอไอเฟล 4เมตร 6ล้านบาท

หอไอเฟลเป็นสัญลักษณ์ที่อยู่คู่กรุงปารีสมานานกว่า 100 ปีแล้ว เพื่อเป็นประตูทางเข้างานเวิลด์แฟร์ หรืองานแสดงสินค้าและนวัตกรรมจากทั่วโลก เมื่อปี 1889 ซึ่งในครั้งนั้นประเทศสยามได้เข้าร่วมงานด้วย ในตอนแรกชาวกรุงปารีสรังเกียจโครงสร้างเหล็กสูง 300 ม. ชิ้นนี้มาก และเรียกมันว่าเป็นทัศนอุจาดท่ามกลางสถาปัตยกรรมเก่าแก่ แต่แล้วเมื่อเวลาผ่านไป ชาวปารีสค่อยๆ ยอมรับหอไอเฟลเป็นส่วนหนึ่งของเมือง และในที่สุดก็กลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองที่ขาดไม่ได้ และถ้าใครเอ่ยถึงปารีส สิ่งแรกที่จะนึกถึงก็คือเจ้าสิ่งนี้

 

 

หากหอไอเฟลถูกรื้อตามเสียงเรียกร้องของบางคนหลังงานเวิลด์แฟร์ ปี 1889 มันคงเป็นแค่เศษเหล็กไร้ค่า แต่เมื่อเวลาผ่านไป 100 ปี หอไอเฟลกลายเป็นสิ่งล้ำค่า แม้แต่บันไดที่เคยเป็นส่วนสำคัญของโครงสร้างก็ยังมีมูลค่าแพงหูฉี่

แต่เดิมสถาปนิกผู้สร้างหอไอเฟล คือ กุสตาฟ ไอเฟล ออกแบบให้มีบันไดสำหรับเชื่อมต่อชั้นที่ 2 และ 3 (หอไอเฟลแบ่งเป็น 3 ชั้น) หลังจากผ่านมา 96 ปี ในปี 1983 จึงมีการถอดบันไดเวียนออกไปเพื่อลดน้ำหนักของโครงสร้าง แล้วแทนที่ด้วยลิฟต์ ต่อมาส่วนหนึ่งบันไดเวียนอายุนับร้อยปี ปีที่ถูกถอดออกไปคราวนั้นมีจำนวน 24 ชิ้น กลายเป็นโบราณวัตถุอันมีค่า และถูกนำออกมาประมูลโดยสถาบัน Artcurial ในกรุงปารีส เมื่อช่วงต้นเดือน พ.ย.

 

 

ชิ้นส่วนบันไดที่ถูกตัดออกมามีอายุถึง 129 ปี ความสูง 4.3 ม. มีจำนวนทั้งหมด 25 ขั้น น้ำหนัก 900 กก. เดิมเป็นของสะสมส่วนบุคคลในแคนาดา สำหรับชิ้นส่วนบันไดที่เหลืออยู่ที่สวนของมูลนิธิโยอิชิอิ ในญี่ปุ่น และที่ใกล้ๆ กับอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ และที่ดิสนีย์แลนด์ มลรัฐฟลอริดา

 

 

Artcurial ประเมินราคาบันไดชิ้นนี้ที่ 40,000-60,000 ยูโร หรือประมาณ 1.5-2.2 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการตั้งราคาที่ต่ำพอสมควร หากพิจารณาจากความสำคัญของหอไอเฟล และจากสถิติการขายบันไดของหอไอเฟลเมื่อคราวก่อน เมื่อปี 2016 ซึ่งมีเพียง 14 ขั้น ยังขายได้ถึง 523,800 ยูโร หรือประมาณ 19 ล้านบาท โดยผู้ที่ซื้อไปเป็นเศรษฐีชาวเอเชีย

 

 

ปรากฏว่า วานนี้ สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า มีผู้ประมูลบันไดชิ้นประวัติศาสตร์ไปด้วยราคาสูงถึง 169,000 ยูโร หรือประมาณ 6.3 ล้านบาท โดยผู้ที่ประมูลไปได้เป็นบุคคลนิรนามจากตะวันออกกลาง

คำถามก็คือ หอไอเฟลทั้งหอมีราคาเท่าไร? ทางเรายังไม่พบการประเมินอย่างเป็นทางการ แต่สามารถอนุมานได้จากคดีฉ้อโกงบันลือโลกเมื่อปี 1925 เมื่อนักต้มตุ๋นชื่อก้อง วิกเตอร์ ลูซิก หลอกขายหอไอเฟลให้กับผู้สนใจ โดยลวงว่าทางการฝรั่งเศสไม่มีทุนในการบำรุงรักษา ในครั้งนั้นราคาขายหลอกๆ ของหอไอเฟลอยู่ที่ 100,000 ฟรังก์ หรือเท่ากับ 75,000 ยูโร ในยุคสมัยของเราเท่านั้น

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ M2F

หนุ่มสหรัฐยิงเป้าเฉลยเพศลูกเผาป่านับแสนไร่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/572374

  • วันที่ 29 พ.ย. 2561 เวลา 18:13 น.

หนุ่มสหรัฐยิงเป้าเฉลยเพศลูกเผาป่านับแสนไร่

ศาลสหรัฐสั่งปรับ 20 ปี ชายพิเรนท์จุดระเบิดควันทายเพศลูกกลางทุ่ง จนทำไฟไหม้ป่าเสียหายแสนไร่

 สำนักอุทยานป่าไม้ของรัฐแอริโซนา มีการเผยแพร่วิดิโอซึ่งถูกบันทึกไว้เมิ่อปี 2017 จากการที่นายเดนนิส ดิคกี้ เจ้าหน้าที่หน่วยลาดตระเวนของรัฐ จัดงานเฉลยเพศลูกท่ามกลางป่าหญ้าแห้งที่ติดไฟง่าย

ด้วยวิธีการใช้ปืนยิงเป้าที่มีการบรรจุสารเคมีแทนเนอริท พร้อมกับบรรจุดินระเบิดกับสีเพื่อทำนายว่าลูกของเขาที่กำลังจะมีกำหนดคลอดนั้น เป็นเพศหญิง หรือเพศชาย

แต่ทว่า เมื่อถูกกระสุนยิงไปจึงเกิดระเบิด และประกายไฟจากการระเบิดได้ลุกลามไปติดยังป่าหญ้าแห้งในรอบบริเวณอย่างรวดเร็ว ก่อนจะลุกลามเป็นวงกว้างจนยากจะควบคุม และกลายเป็นต้นต่อของไฟป่าซอว์มิลล์ (Sawmill fire) เมื่อปี 2017

ซึ่งความเสียหายของไฟป่าซอว์มิลลในครั้งนั้น ได้ทำลายพื้นที่ป่า รวมถึงเขตชุมชนใกล้เคียงถึง 47,000 เอเคอร์ หรือราว 1.18 แสนไร่ ทางการต้องอพยพประชาชน 200 ออกจากพื้นที่ และต้องใช้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงมากถึง 800 คนเข้าควบคุมเพลิงเป็นเวลาถึงหนึ่งสัปดาห์ถึงควบคุมเพลิงได้

สร้างความเสียหายต่อรัฐกว่า 8 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 264 ล้านบาท) ทั้งนี้ มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวไม่ถูกลงโทษไล่ออก และยังได้รับการจ้างจากหน่วยงานตามเดิม แต่โดนทัณฑ์บน 5 ปี และต้องชำระค่าปรับ 100,000 เหรียญสหรัฐ (ราว 3.3 ล้านบาท) โดยให้ผ่อนชำระเดือนละ 500 ดอลลาร์ (16,500 บาท) เป็นเวลา 20 ปี

 

ค่าแรงเอเชียพุ่งสวนโลก ได้อานิสงส์เศรษฐกิจโตสดใส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/572372

  • วันที่ 29 พ.ย. 2561 เวลา 17:50 น.

ค่าแรงเอเชียพุ่งสวนโลก ได้อานิสงส์เศรษฐกิจโตสดใส

ค่าแรงในเอเชียเพิ่มขึ้นสูงที่สุดในโลก ไทยติดโผค่าแรงปรับขึ้นสูงสุดช่วงปี 2006-2017

องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) เปิดเผยรายงานค่าแรงทั่วโลกปี 2018-2019 พบว่า ค่าแรงของแรงงานในภูมิภาคเอเชีย มีอัตราเติบโตสูงที่สุดในโลก โดยเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3.5% จากปี 2017 ซึ่งปรับขึ้นเกือบ 10 เท่า เมื่อเทียบกับค่าแรงในกลุ่มประเทศสมาชิกจี20 ที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 0.4% จากปีก่อน ด้านไทยติดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีค่าแรงเพิ่มขึ้นสูงสุดในช่วงปี 2006-2017

รายงานระบุว่า การเพิ่มขึ้นของค่าแรงในเอเชียสะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของเศรษฐกิจที่รวดเร็วกว่าภูมิภาคอื่นๆ โดยค่าแรงในเอเชียและเอเชียแปซิฟิกมีอัตราเติบโตสูงสุดในโลกตั้งแต่ช่วงปี 2006-2017 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศจีน อินเดีย เวียดนาม และไทย ขณะที่ค่าแรงโดยรวมในเอเชียนั้นเพิ่มขึ้น 3 เท่า ในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา นับตั้งแต่วิกฤตการเงินเอเชียปี 1998

อย่างไรก็ดี แม้ว่าค่าแรงในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาและประเทศตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย จะเพิ่มขึ้นรวดเร็วกว่าภูมิภาคอื่นๆ แต่อัตราการเติบโตของค่าแรงในปี 2017 เพิ่มขึ้นช้ากว่าในปี 2016 ซึ่งอยู่ที่ 4.8% โดยลดลงกว่า 1.3% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐที่ขยายตัวเป็นวงกว้างมากขึ้น จนส่งผลต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจในเอเชีย

นอกจากนี้ ค่าแรงโดยรวมก็ยังคงต่ำกว่าประเทศพัฒนาแล้ว โดยไอแอลโอระบุว่า ค่าแรงต่อเดือนในประเทศพัฒนาแล้วเฉลี่ยอยู่ที่ 3,250 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1 แสนบาท) ขณะที่ประเทศตลาดเกิดใหม่อยู่ที่ 1,550 ดอลลาร์ (ราว 5 หมื่นบาท) ต่อเดือน

ขณะเดียวกัน ไอแอลโอระบุว่า ในอนาคตแรงงานในเอเชียอาจได้รับผลกระทบจากการนำหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติมาใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในภาคอุตสาหกรรมการผลิต

“การเพิ่มขึ้นของระบบอัตโนมัติและการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ส่งผลให้ตลาดมีความต้องการแรงงานที่มีความรู้และมีทักษะเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย แรงงานกลุ่มนี้จึงเป็นกลุ่มที่จะได้รับค่าจ้างมากขึ้น ดังนั้น ความต่างระหว่างแรงงานทักษะสูงและแรงงานทักษะต่ำก็จะเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย” ซาเมียร์ คาทิวาดา นักเศรษฐศาสตร์จากสำนักวิจัยเศรษฐกิจและความร่วมมือภูมิภาคของธนาคารพัฒนาเอเชีย กล่าว

ภาพ เอเอฟพี

ยูเนสโกขึ้นทะเบียน “ดนตรีเร็กเก้” เป็นมรดกโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/572367

  • วันที่ 29 พ.ย. 2561 เวลา 16:34 น.

ยูเนสโกขึ้นทะเบียน "ดนตรีเร็กเก้" เป็นมรดกโลก

ยูเนสโกประกาศขึ้นทะเบียนดนตรี เร็กเก เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้

เอเอฟพีรายงานว่า ที่ประชุมคณะกรรมาธิการพิจารณามรดกโลก ขององค์การยูเนสโก ซึ่งจัดประชุมที่พอร์ตลูอิส ได้ประกาศขึ้นทะเบียนให้ดนตรีเร็กเก้ เป็นหนึ่งในมรดกโลกด้านภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม หรือ มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ (intangible cultural heritage)

ตอนหนึ่งในแถลงการณ์ของยูเนสโกระบุว่า ดนตรีเร็กเกอันมีต้นกำเนิดจากประเทศจาเมกานั้น นับว่าเป็นส่วนหนึ่งของรากเหง้าทางสังคมของชาวจาเมกา ในการขับเคลื่อนพลวัตทางสังคมในหลายประเด็น ทั้งความไม่ยุติธรรม การต่อต้าน ความรัก มนุษยธรรม การเมืองและจิตวิญญาณ

ทั้งนี้ สำหรับดนตรีเร็กเกนั้น เป็นแนวดนตรีแอฟริกา-แคริบเบียน กำเนิดขึ้นในช่วงปลายทศวรรษที่ 60  นักดนตรีแนวเร็กเก้ซึ่งเป็นรู้จักทั่วโลกอย่าง บ็อบ มาร์เลย์

นอกเหนือไปจากทำนองอันเป็นเอกลักษณ์แล้ว ดนตรีเร็กเก้มีความโดดเด่นในเนื้อหาเพลงที่เกี่ยวกับ ปัญหาทางการเมือง การจำคุก และความเหลื่อมล้ำ และมักใช้กัญชาเป็นสัญลักษณ์อีกรูปแบบหนึ่ง

นางโอลิเวีย แกรนจ์ รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมของจาเมการะบุว่า “ดนตรีเร็กเก้นั้นเป็นเอกลักษณ์ของชาวจาเมกา เป็นดนตรีที่เราสร้างขึ้นและสามารถเข้าถึงกลุ่มชนในทุกมุมของโลก”

รัสเซียเคลื่อนขีปนาวุธคุมคาบสมุทรไครเมีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/572359

  • วันที่ 29 พ.ย. 2561 เวลา 15:11 น.

รัสเซียเคลื่อนขีปนาวุธคุมคาบสมุทรไครเมีย

เผยกองทัพรัสเซียส่งขีปนาวุธป้องกันชายฝั่งเข้าประจำการคาบสมุทรไครเมีย พร้อมเตรียมติดตั้งขีปนาวุธรุ่นใหม่ S-400 เพิ่มเติม

สำนักข่าวทาสส์ของรัสเซียรายงานว่า กระทรวงกลาโหมรัสเซียอาจส่งขีปนาวุธโจมตีภาคพื้นสู่อากาศรุ่น S-400 ซึ่งเป็นขีปนาวุธรุ่นใหม่ของกองทัพ เข้าประจำการยังคาบสมุทรไครเมีย หลังจากเกิดความขัดแย้งรอบใหม่ระหว่างรัสเซีย กับยูเครน จากกรณีที่กองทัพรัสเซีย เข้ายึดเรือของยูเครน 3 ลำ พร้อมกับลูกเรือของกองทัพยูเครนจำนวนหนึ่ง โดยทางรัสเซียอ้างว่ายูเครนได้ละเมิดน่านน้ำของรัสเซียบริเวณนอกชายฝั่งไครเมีย ใกล้กับช่องช่องแคบเคียร์ช ทางเข้าออกทะเลอะซอฟ เมื่อช่วงวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

 

เอส-400 ตรีอุมฟ์

 

รายงานระบุว่า หน่วยป้องกันขีปนาวุธทางอากาศของกองทัพอากาศภาคที่ 4  กำลังเตรียมติดตั้งขีปนาวุธดังกล่าวในพื้นที่ของคาบสมุทรไครเมียเป็นการถาวร

“ในอนาคตอันใกล้นี้ ระบบป้องกันขีปนาวุธรุ่นใหม่จะเข้ามาประจำการแทนที่ระบบขีปนาวุธรุ่นเก่าในพื้นที่ไครเมีย” ตอนหนึ่งในคำแถลงของกระทรวงกลาโหมรัสเซีย

 

 

ด้านเดอะมอสโกไทม์รายงานว่า นับตั้งแต่ที่รัสเซียผนวกดินแดนไครเมียจากยูเครนในปี 2014 ทางกองทัพได้มีการเสริมระบบป้องกันภัยด้วยขีปนาวุธ S-400 จำนวน 3 ลำ ในพื้นที่คาบสมุทรทะเลดำฝั่งรัสเซีย ตั้งแต่ปี 2017 ซึ่งขีปนาวุธรุ่น S-400 นี้ สามารถยิงทำลายเป้าหมายที่เป็นอากาศยานได้สูงถึง 36 ลำ มีระยะพิสัยการยิงไกลถึง 400 กิโลเมตร

 

 

ขณะเดียวกันด้านสำนักข่าว RT ของรัสเซีย ได้มีการเผยแพร่คลิปวิดิโอที่ระบุว่า กองทัพรัสเซียกำลังทำการเคลื่อนย้ายระบบขีปนาวุธต่อต้านเรือ (Anti-ship missile) รุ่น Kh-35 หรือชื่อเล่นว่า ‘Bal’ ไปประจำยังพื้นที่ใกล้เมืองเคียร์ช ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในเส้นทางเดินเรือเข้าออกระหว่างทะเลอะซอฟไปยังทะเลดำด้วย

จีนอนุมัติสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูงใต้น้ำสายแรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/572345

  • วันที่ 29 พ.ย. 2561 เวลา 13:02 น.

จีนอนุมัติสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูงใต้น้ำสายแรก

จีนไฟเขียวสร้างอุโมงค์รถไฟความเร็วสูงใต้ทะเลความยาว 16 กม. นอกชายฝั่งเซี่ยงไฮ้

ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า ทางการจีนได้มีการอนุมัติการสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูงใต้ทะเลเป็นระยะทาง 16 กม. สายรแรกของประเทศแล้ว โดยเส้นทางดังกล่าวจะวิ่งระหว่างนครเซี่ยงไฮ้ ไปยังเมือง โจวซาน ในมณฑลเจ้อเจียง ซึ่งเป็นเกาะนอกชายฝั่งของจีน

สำหรับโครงการอุโมงค์รถไฟความเร็วสูงนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการเส้นทางรถไฟ Yong-Zhou ที่มีระยะทางทั้งสิ้น 77 กิโลเมตร เพื่อหวังกระตุ้นการท่องเที่ยว และเศรษฐกิจในพื้นที่มณฑลเจ้อเจียง โดยจะแบ่งเป็นเส้นทางรถไฟสายใหม่เป็นระยะทาง 70.92 กม. รวมกับส่วนใต้ทะเลอีก 16.2 กม.

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวนั้นได้รับการเสนอต่อรัฐบาลปักกิ่งตั้งแต่ปี 2005 แล้ว แต่ติดในขั้นตอนการศึกษาแผนพัฒนาเส้นทางรถไฟดังกล่าว ซึ่งทางการจีนเพิ่งอนุมัติการจัดสร้างเส้นทางรถไฟสายนี้เมื่อต้นเดือนพ.ย.ที่ผ่านมา

ยูเนสโกรับรอง “โขนเขมร” เป็นมรดกโลกจับต้องไม่ได้แล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/572340

  • วันที่ 29 พ.ย. 2561 เวลา 12:00 น.

ยูเนสโกรับรอง "โขนเขมร" เป็นมรดกโลกจับต้องไม่ได้แล้ว

ยูเนสโก ประกาศรับรอง “โขนกัมพูชา” เป็นมรดกทางวัฒนธรรมจับต้องไม่ได้ ลุ้นรับรอง “โขนไทย” เร็วๆนี้

คณะกรรมาธิการพิจารณามรดกโลก ในที่ประชุมองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาติ (ยูเนสโก) ซึ่งจัดขึ้นที่ พอร์ตลูอิส ประเทศมอริเชียส ได้ประกาศรับร้องให้ “ละครโขน” (Lkhon Khol) ของกัมพูชา เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันจับต้องไม่ได้ เสี่ยงต่อการสูญหายและสมควรอนุรักษ์ไว้ (Intangible Cultural Heritage) ของมวลมนุษยชาติ อย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวานนี้ (28 พ.ย.)

การประกาศดังกล่าวส่งผลให้นายกรัฐมนตรี ฮุน เซน ของกัมพูชา ได้โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความยินดีต่อการประกาศขึ้นทะเบียนดังกล่าว ความตอนหนึ่งระบุว่า

“การตัดสินของคณะกรรมการนับเป็นความภาคภูมิใจของชาติ มันเป็นส่วนหนึ่งของความพยามระหว่างภาครัฐบาล ศิลปินท้องถิ่น ภาคประชาสังคม รวมถึงการให้กำลังใจจากประชาชนซึ่งทำให้เราประสบความสำเร็จตามคาดหมาย”

 

 

ขณะเดียวกัน สำหรับโขนไทยนั้น ทางด้านกระทรวงวัฒนธรรมได้ส่งชื่อโขนไทย เพื่อขึ้นทะเบียนวัฒนธรรมจับต้องไม่ได้เช่นกัน แต่ที่ทางคณะกรรมาธิการยูเนสโกมีประกาศขึ้นทะเบียนโขนเขมรก่อนเนื่องจาก เป็นการพิจารณาตามตัวอักษรของประเทศสมาชิก ซึ่งสำหรับของประเทศไทยนั้นคาดว่าจะมีการประกาศผลการพิจารณาไม่เกินวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้

 

ภาพ : http://www.koonkhmer.com