รถเมล์อินโดฯ ใช้ขยะจ่ายแทนค่าโดยสาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/569687

  • วันที่ 03 พ.ย. 2561 เวลา 17:01 น.

รถเมล์อินโดฯ ใช้ขยะจ่ายแทนค่าโดยสาร

อินโดนีเซียไอเดียบรรเจิด รับแลกขยะพลาสติกแทนตั๋วรถเมล์

เมืองสุราบายา ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่สุดอันดับสองของอินโดนีเซีย พยายามหาแนวทางการแก้ไขปัญหาขยะล้นเมืองด้วยการเปิดให้ชาวเมือง นำขยะพลาสติกมาแลกเป็นตั๋วโดยสารรถเมล์แทนเงินสดได้

โครงการดังกล่าวนี้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยผู้โดยสารสามารถนำขยะพลาสติด โดยเฉพาะจำพวกขวดน้ำ “จ่าย” แทนค่าโดยสารในการเดินทางในเมืองได้

คุณ Sulastri ชาวเมืองสุราบายาผู้หนึ่ง กล่าวว่า เราสามารถลดปริมาณขยะไม่ให้พอกพูนอยู่ในบ้าน โดยการนำมาแลกกับตั๋วรถโดยสารประจำทาง ซึ่งเรียกได้ว่าได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย

 

 

 

แนวคิดก็คือ ถ้วยพลาสติก 10 ถ้วย หรือขวดพลาสติก 5 ขวด สามารถแลกตั๋วที่นั่งรถโดยสารได้นาน 2 ชั่วโมง ซึ่งถือว่านโยบายดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งในความพยายามของภาครัฐในการกำจัดขยะพลาสติกภายในปี 2020 หรือโครงการ Zero Waste Indonesia 2020

จากข้อมูลของเมืองระบุว่า จากจำนวนขยะที่ท้องถิ่นเก็บได้ในแต่ละวันนั้น ราว 15% เป็นขยะพลาสติก ซึ่งแม้จะดูเหมือนว่าขยะพลาสติกที่นำมาแลกกับตั๋วรถประจำทางนั้นไม่มากนัก

 

 

 

แต่หากเทียบกับปริมาณขยะในแต่ละวันที่เก็บได้ราว 400 ตันนั้น ส่งผลให้ขยะพลาสติกของเมืองเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งแนวคิดดังกล่าวจะช่วยปัญหาขยะพลาสติกในอินโดนีเซียได้ส่วนหนึ่ง โดยถือว่าเป็นวิธีการที่ประชาชนจะช่วยรัฐแยกขยะไปในตัว หลังจากนั้นรัฐก็สามารถนำพลาสติกดังกล่าวไปรีไซเคิลได้ต่อไป

Irvan Wahyu Drajad หัวหน้าหน่วยงานขนส่งของเมืองสุราบายา กล่าวว่า อินโดนีเซียเป็นหนึ่งในผู้สร้างขยะพลาสติกมากที่สุดในโลก และหวังว่าวิธีนี้จะช่วยให้สร้างความตระหนักรู้ให้แก่สาธารณะชนในเรื่องสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับขยะพลาสติกได้

ตร.แอฟริกาใต้นำเฮลิคอปเตอร์ของหลวง บินไปซื้อไก่เคเอฟซี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/569683

  • วันที่ 03 พ.ย. 2561 เวลา 15:59 น.

ตร.แอฟริกาใต้นำเฮลิคอปเตอร์ของหลวง บินไปซื้อไก่เคเอฟซี

อย่างนี้ก็ได้หรอ! ตำรวจแอฟริกาใต้ นำฮ.ลงจอดกลางห้าง เพื่อลงไปซื้อฟาสต์ฟู้ด

เดลิเมล์รายงานว่า  ตำรวจในเมือง Eastern Cape ทางตะวันตกของประเทศแอฟริกาใต้ได้รับการร้องเรียน เมื่อมีผู้พบเห็นเฮลิคอปเตอร์ขนาดเล็กลำหนึ่ง ลงจอดกลางลานจอดรถของห้างแห่งหนึ่งนอกเมือง Komani

ก่อนที่หลังจากนั้นนักบินจะกระโดดลงจากเครื่อง แล้วเดินเข้าไปยังร้านเคเอฟซี ที่ตั้งอยู่ใกล้เคียง หลังจากที่นักบินคนดังกล่าวจึงเดินกลับมาที่ฮ. ก่อนที่จะทำการบินต่อไป

ภาพจากกล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นถึงเฮลิคอปเตอร์ขนาดเล็กลำสีขาว ซึ่งมีการระบุข้างลำตัวเครื่องว่าเป็นของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติแอฟริกาใต้ (SAPS) ลงจอดที่ลานจอดรถ จากนั้น นักบินของเครื่องในลงมาแล้วเดินเข้ามาในร้านเคเอฟซีเพื่อรับประทานมื้อกลางวันก่อนจะบินต่อไป

ด้านนาย Bill Harrington นักการเมืองท้องถิ่นได้โพสต์ภาพดังกล่าวลงบนโซเชียลมีเดีย พร้อมกับเรียกร้องให้มีการสืบสวนโดยเร็ว เนื่องจากเป็นเฮลิคอปเตอร์ของหน่วยราชการที่ละเมิดระเบียบด้านความปลอดภัยเสียเอง

อย่างไรก็ดี ด้านหน่วยงานตำรวจในท้องถิ่นระบุว่าขณะนี้กำลังสอบสวนเป็นการภายในอยู่ แต่ไม่ได้มีการระบุถึงชื่อของนักบินคนดังกล่าว และไม่ได้มีการระบุว่า จุดหมายปลายทางหลังจากที่นักบินรับประทานมื้อเที่ยงเสร็จนั้นบินไปที่ใดต่อ

ทั้งนี้ในปี 2017 ที่ผ่านมา ก็เคยเกิดกรณีในลักษณะเดียวกันนี้กับนาย Risimati Shivuri ผู้บัญชาการตำรวจของแอฟริกาใต้ จากการที่เขาขับเฮลิคอปเตอร์หลวงไปซื้ออาหารเช้ารับประทานเช่นกัน

“วันแห่งความอิจฉา” ในฟินแลนด์คืออะไร?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/569675

  • วันที่ 03 พ.ย. 2561 เวลา 14:09 น.

"วันแห่งความอิจฉา" ในฟินแลนด์คืออะไร?

ใครจ่ายภาษีเท่าไหร่ รู้หมด เมื่อรบ.ฟินแลนด์เปิดเผยข้อมูลการจ่ายภาษีของปชช.ต่อสาธารณะ

หากคุณเคยมีความสงสัยว่าเพื่อนของคุณมีรายได้เท่าไหร่ จ่ายภาษีให้รัฐบาลมากน้อยเท่าใดบ้างละแล้วละก็ … คำถามเหล่านี้คุณสามารถหาคำตอบได้ในทันที ที่ประเทศฟินแลนด์ เนื่องจากเมื่อวันที่ 1 พ.ย. ที่ผ่านมา รัฐบาลฟินแลนด์ได้เปิดเผยข้อมูลการจ่ายภาษีของทั้งภาษีเงินได้บุคคล ให้แก่สาธารณะชนได้รับทราบ

รายงานระบุว่า เมื่อช่วงเช้าประมาณ 8 นาฬิกาของวันที่ 1 พ.ย. มีประชาชนชาวฟินแลนด์จำนวนมากต่างออกไปยืนรอต่อคิวอย่างยาวเหยียดที่ด้านนอกอาคารสำนักงานภาษีในกรุงเฮลซิงกิง เพื่อตรวจสอบข้อมูลการจ่ายภาษีเงินได้ของพลเมืองทุกคนในประเทศ

 

ภาพ : New york Times

 

ซึ่งสำหรับในปีนี้ บุคคลที่จ่ายภาษีให้กับรัฐบาลฟินแลนด์มากที่สุด กลับไม่ใช้มหาเศรษฐีที่รวยที่สุดของประเทศ แต่เป็นนาย Ilkka Paananen ซีอีโอของบริษัท Supercell ซึ่งเป็นบริษัทผลิตวิดิโอเกมส์ และซอฟท์แวร์ โดยจากข้อมูลพบว่าเขาจ่ายภาษีเงินได้ให้กับรัฐบาลสูงถึง 65.2 ล้านยูโร (ราว 2,400 ล้านบาท) ขณะที่อันดับสองคือนาย Mikko Kodisoja ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Supercell เช่นกัน โดยมีข้อมูลการเสียภาษีอยู่ที่ 57 ล้านยูโร

ขณะที่สื่อท้องถิ่นของฟินแลนด์ยังรายงานอีกว่า ในปี 2017 ที่ผ่านมารบ.ฟินแลนด์สามารถจัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้นราว 3.5% เป็นมูลค่ากว่า 46.8 พันล้านยูโร จากจำนวนประชากรราว 5.5 ล้านคน

 

 

ซึ่งจากข้อมูลของ องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) พบว่า ฟินแลนด์เป็นหนึ่งในประเทศที่ประชากรจ่ายภาษีสูงที่สุดของโลก โดยจากข้อมูลพบว่าการเก็บภาษีของฟินแลนด์นั้น มีมูลสูงถึง 13% ของ GDP ทั้งประเทศ และชาวฟินแลนด์ส่วนใหญ่กว่า 79% ต่างก็ยินดีจ่ายให้กับรัฐบาล เนื่องด้วยฟินแลนด์ถูกจัดอันดับว่าเป็นประเทศที่ปลอดคอรัปชั่นมากที่สุดชาติหนึ่งในโลก

อย่างไรก็ตามฟินแลนด์ยังคงมีปัญหาเรื่องช่องว่างในการจ่ายค่าจ้าง โดยพบว่าผู้หญิงที่มีรายได้เฉลี่ยน้อยกว่าผู้ชายเฉลี่ย 16.5%

 

 

ศ. Esa Saarinen ผู้เชี่ยวชาญด้านปรัชญา จากมหาวิทยาลัย Aalto ในกรุงเฮลซิงกิ ระบุว่า การเปิดเผยการจ่ายภาษีลักษณะนี้ เป็นการสร้าง”กระแสนินทาในเชิงบวก”

“เราเรียกวันนี้ว่า เป็นวันแห่งความริษยา” (National Jealousy Day) เพราะไม่เพียงแค่คุณจะรู้ว่าเพื่อนของคุณมีรายได้มากน้อยเท่าใดแล้ว มันยังเป็นการสร้างรูปแบบของความโปร่งใสอย่างหนึ่ง ซึ่งแม้ว่าการเปิดเผยข้อมูลภาษีและรายได้นั้น จะดูขัดกันกับหลักความเป็นส่วนตัวที่ประเทศในแถบสแกนดิเนเวียยึดถือก็ตามที”

อีกทั้งวิธีการดังกล่าวยังสอดคล้องกับกฎหมายความโปร่งใสของประเทศเราด้วย แม้ว่าจะมีชาวบ้านบางรายบ่นว่าเป็นส่วนหนึ่งของการรุกล้ำข้อมูลส่วนตัว

“เมื่อเราเผยแพร่ตัวเลขคนที่มีเงินเดือนต่ำ พวกเขาจะเริ่มคิดว่าทำไมเพื่อนร่วมงานถึงทำเงินได้มากกว่า” และพวกเขาก็จะมีแรงขับดันในการพยายามหารายได้ให้มากขึ้น ซึ่งนั้นก็ส่งผลดีต่อทั้งตัวเขาเอง และต่อระบบภาษีของประเทศ”

นอกจากนี้กระบวนการเปิดเผยข้อมูลภาษีดังกล่าว ยังเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้รัฐบาลเองมีความโปร่งใสมากขึ้น เนื่องจากบรรดาสื่อมวลชนในฟินแลนด์จะพากันตรวจสอบว่า ผู้นำประเทศของพวกเขา คณะรัฐมนตรี  ศิลปิน ดารา นักกีฬา และบุคคลมีชื่อเสียงในแวดวงต่างๆนั้นมีรายได้ และจ่ายภาษีมากน้อยเพียงใด

อิตาลีอ่วมเจอภัยธรรมชาติ ทั้งดินถล่ม น้ำท่วม ลมแรง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/569665

  • วันที่ 03 พ.ย. 2561 เวลา 13:09 น.

อิตาลีอ่วมเจอภัยธรรมชาติ ทั้งดินถล่ม น้ำท่วม ลมแรง

อิตาลีเจอสภาพอากาศเลวร้ายในหลายพื้นที่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 20 คน ตลอดสัปดาห์นี้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาหลายภูมิภาคในประเทศอิตาลีต้องเผชิญสภาพอากาศเลวร้าย ทั้งมีลมแรง ฝนตกหนัก ดินถล่ม น้ำท่วม ซึ่งมีรายงานว่าจากสภาวะดังกล่าวส่งผลให้มีประชาชนอย่างน้อย 20 รายเสียชีวิตแล้ว

 

 

 

 

โดยที่แคว้น Trentino และ Veneto ทางตอนเหนือของประเทศต้องประสบกับเหตุุพายุฝนตกหนักจนส่งผลให้หลายพื้นที่ในแคว้น Veneto เกิดดินถล่มปิดเส้นทางเข้าออกหมู่บ้านหลายแห่งที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ภูเขาสูง ต้นไม้จำนวนหลายร้อยต้นล้มระเนระนาด อันเป็นผลมาจากอิทธิพลของลมพายุจนส่งผลให้เกิดไฟป่าเผาต้นไม้ที่ปกคลุมบริเวณเชิงเขาโดโลไมต์

 

ขณะที่ในพื้นที่อื่นของประเทศอย่างกรุงโรม ได้เกิดพายุล้มแรงพัดต้นไม้หลายแห่งหักโค่นลงมา ร่วมถึงมีน้ำท่วมในบางพื้นที่ของเมือง ส่วนที่แคว้นซิซิลีทางใต้ของประเทศก็เกิดน้ำท่วมถนนหลายสาย จนทางการต้องสั่งปิดโรงเรียน สวนสาธารณะ และขนส่งสาธารณบางส่วน

 

ส่วนเหตุการณ์ที่ระดับน้ำทะเลหนุนสูง จนส่งผลให้เข้าท่วมเมืองเวนิสนั้น ล่าสุดรายงานระบุว่า ขณะยังคงมีระดับน้ำท่วมสูงอยู่ แม้ว่าระดับน้ำบางส่วนของเมืองได้ลดระดับลงแล้วตั้งแต่วันพุธที่ผ่านมา

 

 

ส่วนพื้นที่ในแถบชายฝั่งของเมืองเจนัว สถานตากอากาศชื่อดังของประเทศ ก็ยังคงมีกระแสลมแรง พร้อมกับคลื่นซัดชายฝั่งทำลายท่าเรือ และเรือยอร์ชที่จอดเรียงรายตามท่าเรือจนได้รับความเสียหาย

“นิวแคลิโดเนีย” เตรียมลงประชามติประกาศเอกราชจากฝรั่งเศส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/569650

  • วันที่ 03 พ.ย. 2561 เวลา 11:34 น.

"นิวแคลิโดเนีย" เตรียมลงประชามติประกาศเอกราชจากฝรั่งเศส

นิวแคลิโดเนีย ดินแดนโพ้นทะเลของฝรั่งเศส เตรียมจัดการลงประชามติแยกตัว

เอเอฟพีรายงานว่า ประเทศนิวแคลิโดเนีย New Caledonia ซึ่งเป็นประเทศหมู่เกาะขนาดเล็กทางตะวันตกเฉียงใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิก และเป็นหนึ่งในดินแดนโพ้นทะเลของประเทศฝรั่งเศส เตรียมจัดการลงประชามติประกาศเอกราชภายในวันที่ 4 พฤศจิกายนนี้

สำหรับประเทศนิวแคลิโดเนียแห่งนี้ ได้ตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสนับตั้งแต่1853 เป็นหนึ่งในดินแดนโพ้นทะเลเพียงไม่กี่แห่งในอารักขาของฝรั่งเศส มีทรัพยากรธรรมชาติสำคัญคือแร่นิเกิล โดยมีปริมาณมากเป็น 1 ใน 4 ของโลก ทั้งประเทศมีประชากรอยู่เพียง  278,500 คน

 

 

ทั้งนี้ การลงประชามติเอกราชดังกล่าวนั้น เป็นผลสืบเนื่องมากจากข้อตกลง Matignon ซึ่งทางรัฐบาลท้องถิ่นของนิวแคลิโดเนียลงนามร่วมกับรัฐบาลฝรั่งเศสในปี 1988 ในการจัดการโหวตลงประชามติเพื่อปกครองตนเองในปี 1998 แต่ทว่าต่อมาการจัดการลงประชามติดังกล่าวได้ถูกเลื่อนออกไปหลายครั้ง จนกระทั่งในวันที่ 4 พ.ย. นี้จะมีการจัดลงประชามติอย่างเป็นทางการ

อย่างไรก็ดี จากผลสำรวจคาดว่าประชากรราว ประชากร 60-69% จะโหวต ‘โน’ ซึ่งหมายถึงคัดค้านการแยกตัวจากฝรั่งเศส

แอฟริกาใต้จ่อปิดสายการบินแห่งชาติ เหตุขาดทุนยับ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/569648

  • วันที่ 03 พ.ย. 2561 เวลา 10:39 น.

แอฟริกาใต้จ่อปิดสายการบินแห่งชาติ เหตุขาดทุนยับ

รมว.คลังแอฟริกาใต้ขู่สั่งปิดสายการบินเซาท์แอฟริกันแอร์เวส์ หลังสร้างภาระให้รัฐต้องอุ้มมานานกว่า 7 ปี

สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่านาย Tito Mboweni รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของแอฟริกาใต้คนใหม่ ได้กล่าวในตอนหนึ่งของงานสัมมนาในสหรัฐระบุว่า สารการบินเซาท์แอฟริกันแอร์เวยส์ ซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติของแอฟริกาใต้ “สมควรจะต้องปิดตัวลง” เนื่องจากเป็นรัฐวิสาหกิจที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาด้านรายได้ และไม่สามารถปฏิรูปองค์กรให้กลับมามีผลกำไรได้

 

นาย Tito Mboweni รมว.คลัง และอดีตผู้ว่าการธนาคารกลางของแอฟริกาใต้

 

“มันเป็นการสูญเสีย ทำให้เรามีโอกาสน้อยในสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ดังนั้นในมุมมองของผม สายการบินควรปิดตัวลง”

สำหรับสารการบินเซาท์แอฟริกันแอร์เวยส์ (SAA) นั้นนับว่าเป็นหนึ่งในสายการบินที่ใหญ่ที่สุดซึ่งแม้เส้นทางการบินหลักในทวีปแอฟริกา แต่ทว่านับตั้งแต่ปี 2011 เป็นต้นมา สายการบินประสบปัญหาขาดทุนต่อเนื่อง และต้องขอรับความช่วยเหลือจากรัฐบาลแอฟริกาใต้

ซึ่งปัญหาของ SAA นั้นนับว่าเป็นหนึ่งในรัฐวิสาหกิจของแอฟริกาใต้ ที่กำลังสร้างแรงกดดันให้กับนาย Cyril Ramaphosa ประธานาธิบดีคนใหม่ของแอฟริกา ในการหาทางแก้ไขปัญหา

สำหรับนาย Tito Mboweni ได้กล่าวแสดงจุดยืนหลายครั้งในการพยายามตัดลดภาระหนี้ของรัฐบาลแอฟริกาใต้ ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วน แต่ทว่าขณะนี้ยังไม่มีการตัดสินใจใดๆจากรัฐบาล

 

 

 

“ทำไมผมถึงบอกว่าสายการบินควรปิดตัวลง เพราะมันเป็นภาระให้รัฐบาล หรือไม่เช่นนั้นก็ควรหาหุ้นส่วนจากภาคเอกชนเข้ามาลงทุนแทน” นาย Mboweni กล่าว

ด้าน Vuyani Jarana ซีอีโอ ของสายการบินเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ขณะนี้ทางสายการบินกำลังวางแผนอย่างเข้มงวดในการปฎิรูปสายการบิน รวมถึงอาจมีการปรับลดพนักงานในบางส่วน และปิดให้บริการในบางเส้นทาง

 

 

บีบีซียังรายงานอีกว่า ล่าสุดเมื่อปีที่ผ่านมารัฐบาลแอฟริกาใต้เพิ่งมอบเงินอุดหนุนก้อนใหญ่มากถึง 349 ล้านดอลลาร์ (ราว 11,400 ล้านบาท) ในการอุ้มการดำเนินงานของสายการบิน และหากนับตั้งแต่ที่สายการบินเริ่มประสบปัญหาในปี 2012 เป็นต้นมา รัฐบาลแอฟริกาใต้ได้นำเงินภาษีไปอุดหนุนการดำเนินงานของสายการบินรวมแล้วกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 65,690 ล้านบาท)

ทั้งนี้ สำหรับสายการบิน SAA นั้น มีรัฐบาลแอฟริกาใต้เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ทั้งหมด เริ่มประสบภาวะขาดทุนตั้งแต่ปี 2012 เป็นต้นมา โดยพบว่าปี 2015 นั้นประสบภาวะขาดทุนสูงที่สุดถึง 5,163 ล้านแอฟริกันแรนด์  ขณะที่ปี 2017 ที่ผ่านมาขาดทุนที่ 2,760 ล้านแอฟริกันแรนด์ และหากรวมตั้งแต่ปี 2012 เป็นต้นมา สายการบินประสบภาวะขาดทุนสะสมแล้วกว่า 5,431 ล้านแอฟริกันแรนด์

สื่อสหรัฐแฉ กูเกิลปิดข่าวฉาวผู้บริหารล่วงละเมิดทางเพศพนักงาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/569608

  • วันที่ 02 พ.ย. 2561 เวลา 18:12 น.

สื่อสหรัฐแฉ กูเกิลปิดข่าวฉาวผู้บริหารล่วงละเมิดทางเพศพนักงาน

พนักงานกูเกิลหลายพันคนออกมาประท้วง หลังสื่อแฉว่าบริษัทปิดข่าวผู้บริหารชายล่วงละเมิดทางเพศในที่ทำงาน

สื่อสหรัฐรายงานว่า พนักงานของบริษัทกูเกิลกว่า 1 พันคน ได้ออกมาแสดงการประท้วงที่ด้านนอกอาคารสำนักงานใหญ่ของบริษัทกูเกิล ในแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่าน เพื่อแสดงจุดยืนต่อต้านการถูกล่วงละเมิดทางเพศในที่ทำงาน หลังจากที่มีกระแสข่าวว่า บริษัทกูเกิลได้จ่ายเงินเพื่อปิดปากผู้บริหารชายหลายคนที่เคยล่วงละเมิดทางเพศพนักงานหญิงในที่ทำงานเป็นจำนวนหลายล้านดอลลาร์

 

 

การประท้วงครั้งนี้มีขึ้นหลังจากที่มีการนำเสนอข่าวของ  The New York Times  ที่ระบุว่า กูเกิลได้จ่ายเงินจำนวนกว่า 90 ล้านดอลลาร์ เพื่อเป็นค่าชดเชยการออกจากงาน ให้กับผู้บริหารชายหลายคนที่ถูกกล่าวหาว่าก่อกวนรังควานทางเพศ โดยที่ไม่ได้เปิดเผยการกระทำผิดของผู้ชายเหล่านั้นต่อสาธารณชน เนื่องจากจะส่งผลเสียต่อชื่อเสียของบริษัทได้

ทั้งนี้การประท้วงดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางกระแสออกมาเปิดเผยเรื่องราวของบุคคลที่เคยผ่านประสบการณ์ถูกล่วงละเมิดทางเพศ หรือ #Metoo

 

 

รายงานยังระบุอีกว่า บรรดาพนักงานยังได้เรียกร้องให้บริษัท อัลฟาเบ็ท (Alphabet) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิล เพิ่มพนักงานหญิงเข้าไปในนั่งบอร์ดบริหารให้มากขึ้นด้วย ซึ่งสำหรับบริษัทกูเกิลนั้นมีพนักงานหญิงอยู่ราว 31 % จากจำนวนพนักงานทั้งหมดทั่วโลก อีกทั้งจากการจัดอันดับของนิตยสารฟอร์บส์ระบุว่า กูเกิล ถูกจัดว่าเป็นนายจ้างดีที่สุดอันดับ 3 ของบริษัทในสหรัฐ และอยู่ในอันดับที่ 17 ของสถานที่ทำงานที่เหมาะสำหรับสตรี

 

 

อย่างไรก็ดี การประท้วงครั้งนี้ เป็นที่น่าจับตามองมาก เนื่องจากในระยะหลังๆ พนักงานในย่านซิลิคอนวัลเลย์เริ่มรวมพลังกันแสดงจุดยืนที่ไม่เห็นด้วยกับบริษัทมากขึ้น ที่เห็นชัดเจนคือ พนักงานของกูเกิลที่คัดค้านการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ร่วมกับกระทรวงกลาโหมของสหรัฐด้วยการลาออกเป็นหลักสิบคน เพราะเกรงว่าเทคโนโลยีที่พวกเขาคิดจะถูกนำไปใช้ในสงครามทำลายล้าง จนในที่สุดผู้บริหารกูเกิลต้องยอมถอยประกาศว่าจะไม่นำโครงการนี้ขึ้นมาพิจารณาอีก

ผลสอบเผย นักบินเจแปนแอร์ไลน์ เมาสุราเกินกำหนดถึง 10 เท่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/569596

  • วันที่ 02 พ.ย. 2561 เวลา 15:59 น.

ผลสอบเผย นักบินเจแปนแอร์ไลน์ เมาสุราเกินกำหนดถึง 10 เท่า

ตร.อังกฤษเผยนักบินผู้ช่วยของเจแปนแอร์ไลน์ ที่ถูกจับก่อนขึ้นบินนั้น มีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูงเกินมาตรฐานถึง 10 เท่า

สำนักข่าวเอ็นเอชเครายงานว่า จากกรณีที่นักบินผู้ช่วยของสายการบินเจแปนแอร์ไลน์ ซึ่งถูกทางการอังกฤษควบคุมตัวก่อนที่จะนำเครื่องบินขั้นบินเนื่องจากพบว่ามีอาการเมาค้าง จนส่งผลให้เที่ยวบินระหว่างกรุงลอนดอน ไปยังกรุงโตเกียวต้องล่าช้านั้น

จากผลการสอบพบว่า นายคัตสึโทชิ จิตสึคาวะ นักบินผู้ช่วยวัย 42 ปี ที่ถูกควบคุมตัวดังกล่าวนั้น ได้เข้ารับการทดสอบวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดแล้วพบบว่าเขามี

ตำรวจลอนดอนแถลงว่า นักบินเจแปนแอร์ไลน์ที่ถูกจับในอังกฤษก่อนที่จะขึ้นบินได้ไม่นานในข้อหาเมาสุรา พบว่ามีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกำหนดเกือบ 10 เท่าของปริมาณสำหรับนักบินมีปริมาณแอลกอฮอล์ 189 มิลลิกรัมต่อเลือด 100 มิลลิลิตร ซึ่งถือว่าสูงเกือบ 10 เท่าของปริมาณที่กำหนดไว้เพียง 20 มิลลิกรัมสำหรับนักบิน และสำหรับบุคคลทั่วไปอยู่ที่ไม่เกิน 80 มิลลิกรัม

จากการสอบสวน นายคัตสึโทชิ สารภาพว่าในช่วง 6 ชั่วโมงก่อนที่จะกลับเข้าปฎิบัติหน้าที่นั้น เขาได้ดื่มไวน์ไป 2 ขวด และเบียร์อีกราว 1.8 ลิตร ซึ่งนักบินคนดังกล่าวให้การยอมรับสารภาพและคาดว่าจะถูกตัดสินในวันที่ 29 พ.ย.นี้

ทั้งนี้ สำหรับเที่ยวบินดังกล่าวได้เดินทางถึงยังกรุงโตเกียวแล้ว หลังลาช้าไปกว่า 69 นาที ซึ่งทางสายการบินได้ออกแถลงการณ์ขอโทษถึงเรื่องแล้ว อย่างไรก็ดีตามกฎหมายของญี่ปุ่นระบุว่าห้ามพนักงานบนเครื่องบินดื่มแอลกอฮอล์ภายในเวลา 8 ชั่วโมงก่อนปฏิบัติงาน แต่ทว่าบางสายการบินไม่มีการบังคับตรวจระดับแอลกอฮอล์ในเลือดก่อนที่จะปฎิบัติ เนื่องจากกฎระเบียบของแต่ละสายการบินไม่เหมือนกัน

เกาะขนาดเล็กนอกชายฝั่งญี่ปุ่น หายไปอย่างลึกลับ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/569581

  • วันที่ 02 พ.ย. 2561 เวลา 13:43 น.

เกาะขนาดเล็กนอกชายฝั่งญี่ปุ่น หายไปอย่างลึกลับ

ชาวบ้านงง เกาะขนาดเล็กนอกชายฝั่งฮอกไกโด จมทะเลหายไปโดยไม่มีใครสังเกต

สื่อท้องถิ่นญี่ปุ่นรายงานว่า บรรดาชาวบ้านในหมู่บ้าน Sarufutsu บนเกาะฮอกไกโด ต่างพากันประหลาดใจ เมื่อพบว่าเกาะ Esanbe Hanakita Kojima ซึ่งเป็นเกาะโขดหินขนาดเล็กนอกชายฝั่งทางเหนือของฮอกไกโด ได้หายไปจากชายฝั่งของฮอกไกโดไปตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยที่แทบไม่มีชาวบ้านคนใดทันสังเกตว่าเกาะดังกล่าวหายไปเมื่อใด

รายงานระบุว่า เจ้าบ้านได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ทางการช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา กระทั่งทางการท้องถิ่นได้ส่งเจ้าหน้าที่ยามฝั่งเข้าตรวจสอบแต่ก็ยังพบไม่พบเกาะดังกล่าว

สำหรับเกาะ Esanbe นี้เป็นหนึ่งในหมู่เกาะร้างจำนวน 158 แห่งตลอดแนวชายฝั่งทางเหนือของฮอกไกโด ซึ่งเกาะเหล่านี้ได้กลายเป็นที่สนใจของรัฐบาลญี่ปุ่นในปี 2014 หลังจากที่รัฐบาลญี่ปุ่นพยายามอ้างสิทธิ์เหนือพื้นที่บริเวณดังกล่าว ซึ่งอยู่ใกล้กับพื้นที่ของชายฝั่งหมู่เกาะซัคคารินของรัสเซีย ให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษจำเพาะ

ชาวบ้านในท้องถิ่นคาดว่าเกาะดังกล่าวน่าจะสูญหายไปในช่วงเดือนกันยายน แต่ทว่าไม่มีใครได้ทันสังเกต ซึ่งขณะนี้ทางหน่วยยามฝั่งญี่ปุ่นกำลังทำการสอบสวนเรื่องนี้อยู่ พร้อมทั้งตรวจสอบว่าพื้นที่ส่วนอื่นของหมู่เกาะดังกล่าวยังคงมีอยู่หรือไม่

อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยาเชื่อว่า เกาะแห่งนี้อาจถูกกัดเซาะโดยองค์ประกอบต่างๆเช่น คลื่นทะเล แผ่นดินไหว และน้ำแข็งในช่วงฤดูหนาวจนส่งผลให้จมหายไปในทะเลในที่สุด

 

ภาพประกอบข่าวไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา

รัฐเทนเนสซีประหารชีวิตนักโทษด้วยเก้าอี้ไฟฟ้าในรอบ 11 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/569575

  • วันที่ 02 พ.ย. 2561 เวลา 12:29 น.

รัฐเทนเนสซีประหารชีวิตนักโทษด้วยเก้าอี้ไฟฟ้าในรอบ 11 ปี

ทางการรัฐเทนเนสซี สั่งประหารชีวิตด้วยเก้าอี้ไฟฟ้าแทนการฉีดยาครั้งแรกในรอบ 11 ปี ตามคำขอของนักโทษ

สำนักข่าวเอ็นบีซีรายงานว่า ทางการรัฐเทนเนสซี่ ทาง ตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐ ได้มีการสั่งประหารชีวิตด้วยเก้าอี้ไฟฟ้า แก่นาย เอ็ดมันด์ ซากอร์สกี้ วัย 63 ปี จนเสียชีวิตเมื่อเวลาประมาณ 7.26 ตามเวลาท้องถิ่น ในเรือนจำความมั่นคงสูง  Riverbend ชานเมืองแนชวิล เมืองเอกของรัฐเทนเนสซี

รายงานระบุว่าการสั่งประหารด้วยเก้าอี้ไฟฟ้าครั้งนี้ เป็นไปตามคำขอของนาย ซากอร์สกี้ เองซึ่งเขาปฎิเสธการเข้ารับการประหารด้วยวิธีฉีดยา ซึ่งเป็นวิธีที่เรือนจำหลายแห่งในสหรัฐใช้กัน ส่งให้การประหารด้วยการช็อตเก้าอี้ไฟฟ้าครั้งนี้เป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปีของรัฐเทนเนสซี และเป็นครั้งแรกในรอบ 5  ปีของการประหารด้วยเก้าอี้ไฟฟ้าในสหรัฐ

สำหรับความผิดของนาย ซากอร์สกี้ นั้นเขาถูกตัดสินให้ต้องโทษประหารชีวิตในปี 1983 จากการที่เขาได้ก่อเหตุฆาตกรรมชาย 2 คน ที่เขาล่อลวงเข้ามาในป่ารกร้างโดยอ้างว่าจะขายยาเสพติดให้แล้วทำการสังหาร จนพบศพเหยื่อถูกยิงและเชือดคอในอีก 2 สัปดาห์ถัดมา

ส่งผลให้ศาลของรัฐมีคำสั่งประหารดังกล่าวด้วยวิธีการฉีดยา แต่ทว่าเขาได้ยื่นคำร้องขออุทธรณ์การใช้โทษประด้วยวิธีการฉีดยา ตัวยาซึ่งมีสาร “มิดาโซแลม” รวมอยู่ด้วย

ทั้งนี้มีรัฐเพียง 9 แห่งในสหรัฐเท่านั้นที่ยังประหารชีวิตด้วยเก้าอี้ไฟฟ้า นับเป็นการประหารชีวิตนักโทษด้วยเก้าอี้ไฟฟ้ารายล่าสุดตั้งแต่ปี 2007 โดยชี้แจงว่าเป็นไปตามกฎหมายรัฐเทนเนสซี