อินโดนีเซียขึ้นแท่นประเทศสุดใจบุญที่สุดในโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/569383

  • วันที่ 31 ต.ค. 2561 เวลา 12:17 น.

อินโดนีเซียขึ้นแท่นประเทศสุดใจบุญที่สุดในโลก

3 ชาติอาเซียนติดสิบอันดับ ประเทศใจบุญที่สุดในโลกประจำปี 2018 ส่วนไทยอยู่ที่

Charities Aid Foundation (CAF) องค์กรด้านการกุศลของอังกฤษ ได้เผยรายงานดัชนี World Giving Index  โดย 10 อันดับประเทศที่ใจบุญที่สุดประจำปี 2018 นี้ โดยจากรายงานพบว่า ประเทศอินโดนีเซียถูกจัดอันดับให้เป็นประเทศที่ใจบุญที่สุดของปี 2018 นี้

รองลงมาอันดับสองคือ ออสเตรเลีย 3. นิวซีแลนด์ 4. สหรัฐอเมริกา 5.ไอร์แลนด์ 6. สหราชอาณาจักร 7.สิงคโปร์ 8. เคนย่า 9. เมียนมา และ 10. บาห์เรน

อย่างไรก็ดีสำหรับปี 2017 ที่ผ่านมานั้นประเทศที่ครองแชมป์ประเทศที่ใจบุญที่สุดคือเมียนมา แต่ทว่าในปีนี้แชมป์เก่าอย่างเมียนมาตกอันดับมาอยู่ในอันดับที่ 9 ส่วนอินโดนีเซียซึ่งเคยครองอันดับที่สองของชาติใจบุญใจ สามารถครองแชมป์ในปีนี้ได้

รายงานระบุว่า เหตุที่เมียนมาตกอันดับลงมาสู่อันดับที่ 9 เนื่องจากปัญหาการเพิกเฉยต่อวิกฤตผู้อพยพชาวโรฮีนจาตลอดทั้งปี 2017 ที่ผ่านมา แต่ทั้งนี้รายงานระบุว่า แม้เมียนมาจะประสบปัญหาการให้ความช่วยเหลือผู้อพยพชาวโรฮีนจา แต่สำหรับความเต็มใจที่จะบริจาค หรือช่วยเหลือด้านพุทธศาสนาในประเทศนั้นกลับยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้จึงยากที่จะสรุปได้ว่า ชาวเมียนมานั้นยังคงมีความใจบุญ และเต็มใจช่วยเหลือกับบุคคลในทุกระดับอย่างเท่าเทียมกันหรือไม่

ส่วนแชมป์ใหม่ของปีนี้อย่างอินโดนีเซียนั้น จากการประเมินพบว่ามีคะแนนโดยรวมในด้านความช่วยเหลือเพิ่มขึ้นราว 59% โดยคะแนนการช่วยเหลือคนแปลกหน้าเพิ่มเป็น 46% คะแนนอาสาสมัครเพิ่มเป็น 53% และคะแนนด้านการบริจาคเพิ่มเป็น 78%

อย่างไรก็ดีรายงานไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนนักว่า เพราะเหตุใดคะแนนในเรื่องการบริจาคของชาวอินโดนีเซียนั้นพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด แต่ปัจจัยหนึ่งที่คาดว่าจะเป็นไปได้เนื่องจาก ความเป็นประเทศมุสลิม ที่มักมีการให้ทานตามหลักศาสนาอิสลามหรือ ซะกาต

ส่วนประเทศสิงคโปร์ ซึ่งอยู่ในอันดับ 7 ในปีนี้นั้น รายงานระบุว่าจากการสำรวจชาวสิงคโปร์ราว 1,000 คนพบว่า ในจำนวนนี้กว่า 67% ได้เคยบริจาค หรือเคยร่วมเป็นอาสาสมัครในการช่วยเหลือคนแปลกหน้า หรือกิจกรรมต่างๆในสังคม ส่วนประเทศไทยนั้นอยู่ในอันดับที่ 61 จากจำนวนทั้งหมด 140 ประเทศทั่วโลก

 

ภาพประกอบข่าวไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา

ซาอุฯจับแรงงานฟิลิปปินส์ เหตุจัดฉลอง ‘ฮาโลวีน’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/569362

  • วันที่ 31 ต.ค. 2561 เวลา 10:56 น.

ซาอุฯจับแรงงานฟิลิปปินส์ เหตุจัดฉลอง 'ฮาโลวีน'

ซาอุดิอาระเบียจับกุมแรงงานหญิงชาวฟิลิปปินส์ หลังพบว่าจัดงานฉลองฮาโลวีน

เดลิเมล์รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจของซาอุดิอาระเบีย ได้เข้าจับกุมกลุ่มแรงงานหญิงชาวฟิลิปปินส์จำนวน 17 ราย โดยเหตุที่จับกุมทางการซาอุฯระบุว่า เพราะพวกเธอจัดงานปาร์ตี้ฮาโลวีน

รายงานการจับกุมนี้สอดคล้องกับคำยืนยันจากกระทรวงการต่างประเทศของฟิลิปปินส์ที่ระบุว่า กลุ่มแรงงานหญิงชาวฟิลิปปินส์ทั้ง 17 ราย ถูกจับกุมไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

รายงานข่าวระบุว่าขณะนี้พวกเธอกำลังถูกทางการซาอุฯควบคุมตัวอยู่ในกรุงริยาด โดยการจับกุมนี้มีขึ้นหลังจากที่เพื่อนบ้านใกล้เคียงแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าได้รับผลกระทบทางเสียง

ด้านนาย Adnan Alonto เอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ ประจำกรุงริยาดของซาอุดิอาระเบีย ได้เผยต่อรัฐบาลฟิลิปปินส์ว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นนั้น กลุ่มผู้จัดงานปาร์ตี้ได้มีการจัดงานฉลองในธีมวันฮาโลวีนที่มีการเก็บเงินค่าเข้างาน แต่ทว่างานถูกจัดขึ้นโดยไม่มีการขออนุญาตจากทางการท้องถิ่น อีกทั้งมีการส่งเสียงดังรบกวนผู้อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียง

อย่างไรก็ดี จากการตรวจสอบรายงานข่าวนั้นพบว่า จำนวนของผู้ที่ถูกจับกุมนั้นยังไม่ตรงกัน โดยทางหนังสือพิมพ์ The Philippine Star ได้รายงานว่าทางการซาอุฯมีการจับกุมชาวฟิลิปปินส์จำนวน 19 คน จากการจัดงานฮาโลวีนในโรงแรมหรูชานกรุงริยาดในช่วงคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งตามข้อกำหนดทางศาสนาในซาอุดิอาระเบียนั้นระบุว่า ห้ามมีการจัดงานที่เกี่ยวข้องกับทางศาสนาอื่น เช่น วันฮาโลวีน คริสต์มาส และวาเลนไทน์ ตามที่สาธารณะ

ในจำนวน 19 รายนี้ มีชายชาวซาอุดิอาระเบีย ชาวเยเมน และชาวอียิปต์รวมอยู่ด้วย อย่างไรก็ดีรายงานไม่ได้ระบุว่า ชาวฟิลิปปินส์ที่ถูกจับกุมไปนั้นจะถูกดำเนินคดีหรือไม่ แต่คาดว่าหนึ่งในจำนวนนี้ที่เป็นชาวซาอุฯนั้น อาจต้องโทษจำคุกหากพบหลักฐานว่ามีการใช้เครื่องแต่งกายที่ไม่เป็นไปตามหลักศาสนา รวมถึงอยู่รวมกับสตรีที่ไม่ใช่ภรรยาของตนในยามวิกาล รวมถึงมีการใช้เครื่องดื่มแอลกฮอล์ ตามหลักบัญญัติตามศาสนาอิสลาม

 

ภาพประกอบข่าวไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา

สื่ออังกฤษเผยคลิปจากในสนามเลสเตอร์บันทึกนาทีเฮลิคอปเตอร์ตก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/569356

  • วันที่ 31 ต.ค. 2561 เวลา 10:47 น.

สื่ออังกฤษเผยคลิปจากในสนามเลสเตอร์บันทึกนาทีเฮลิคอปเตอร์ตก

เดอะซันเผยคลิปจากในสนามคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม บันทึกนาทีเฮลิคอปเตอร์บินขึ้นก่อน หมุนควงสว่านจนตกลงมา ครอบครัวเตรียมนำร่าง “เจ้าสัววิชัย” กลับไทย

สำนักข่าว เดอะ ซัน ของอังกฤษได้เผยแพร่คลิปอีกมุมของเหตุการณ์ เฮลิคอปเตอร์ ตกนอกสนามคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม เป็นเหตุให้ นายวิชัย ศรีวัฒนประภา ผู้ก่อตั้งกลุ่มคิง เพาเวอร์ และเจ้าของสโมสรฟุตบอล เลสเตอร์ซิตี้ พร้อมทีมงานและนักบินรวม 5 คนเสียชีวิต โดยเป็นคลิปที่มีผู้ถ่ายไว้ภายในสนามฟุตบอล หลังจากก่อนหน้านี้ได้มีการเผยแพร่คลิปจากกล้องวงจรปิดนอกสนามไปแล้ว

ในคลิปล่าสุดเผยให้เห็นช่วงเวลา ขณะเฮลิคอปเตอร์ ยกตัวขึ้นจากสนามตามปกติ แต่เมื่อไต่ระดับขึ้นไปบนท้องฟ้าได้เพียงไม่ถึง 1 นาที เฮลิคอปเตอร์ได้สูญเสียการทรงตัวและหมุนควงสว่านอย่างแรง ก่อนจะตกลงด้านนอกของสนาม ท่ามกลางความตกตะลึงของทีมงานที่อยู่ในสนามฟุตบอล

ขณะที่เจ้าหน้าที่ของทางการอังกฤษอยู่ระหว่างการตรวจสอบกล่องดำของเฮลิคอปเตอร์เพื่อค้นหาสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองเลสเตอร์ ยืนยันว่า ไม่มีโดรนของเจ้าหน้าที่บินอยู่เหนือสนามคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ในช่วงที่เฮลิคอปเตอร์ขึ้นบิน หลังจากมีหลายคนตั้งข้อสงสัย

รายงานข่าวระบุด้วยว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรอผลพิสูจน์ยืนยันอัตลักษณ์ศพผู้เสียชีวิตทั้ง 5 รายอย่างเป็นทางการก่อนจะส่งมอบให้ญาติผู้เสียชีวิต ซึ่งครอบครัวศรีวัฒนประภา เตรียมนำร่างนายวิชัย กลับมาประกอบพิธีทางศาสนาในประเทศไทยในวันที่ 2 พ.ย.นี้

ขณะที่บริเวณที่นั่ง VIP ของนายวิชัย ในสนามคิง เพาเวอร์ สเตเดียม จะถูกปล่อยว่างเอาไว้ไปจนจบฤดูกาลนี้เป็นอย่างน้อย และเตรียมเปลี่ยนสีเบาะจากน้ำเงินเป็นแดง ซึ่งเป็นสีประจำตัวของนายวิชัย

ชมคลิป https://www.thesun.co.uk/news/7620935/leicester-helicopter-crash-footage-stadium-fatal-spin/

นาซาปลดระวาง กล้องโทรทรรศน์เคปเลอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/569352

  • วันที่ 31 ต.ค. 2561 เวลา 10:26 น.

นาซาปลดระวาง กล้องโทรทรรศน์เคปเลอร์

องค์การนาซาเตรียมยุติภารกิจของยานอวกาศเคปเลอร์ หลังถูกใช้งานมานานกว่า 9 ปี เหตุเชื้อเพลิงหมด

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐ เปิดเผยว่า เตรียมทำการปลดประจำการยานอวกาศเคปเลอร์ ซึ่งเป็นกล้องโทรทรรศน์อวกาศ ที่ถูกส่งขึ้นไปยังอวกาศเมื่อปี 2009 ด้วยเหตุปัจจัยด้านเชื้อเพลิงใกล้หมด

กล้องอวกาศเคปเลอร์นี้ เป็นยานอวกาศชนิดที่ไร้มนุษย์ประจำการอยู่ ตลอดระยะเวลาที่ปฎิบัติหน้าที่ กล้องเคปเลอร์ได้มีบทบาทในการค้นพบดาวเคราะห์คล้ายโลกโคจรอยู่รอบๆ ดาวฤกษ์อื่น ๆ หลายดวง ซึ่งมีส่วนช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถเข้าใจกำเนิด และวิวัฒนาการของจักรวาลมากขึ้น

เจ้าหน้าที่ของนาซากล่าวว่า การปลดประจำการเคปเลอร์เป็นเรื่องที่คาดการณ์ไว้แล้ว หลังจากที่พบสัญญาณบ่งชี้ว่าเชื้อเพลิงของยานใกล้หมด แตทั้งนี้ นักวิทยาศาสตร์ของนาซาจะยังคงสามารถรับข้อมูลจากกล้องได้จนกล่าวเชื้อเพลิงจะหมดอย่างสิ้นเชิง และทางนาซาตัดสินใจให้ยานปลดประจำการอย่างอิสระ และล่องลอยไปในอวกาศ

 

สิ้น “กิมย้ง” ปิดตำนานเจ้ายุทธจักรนิยายกำลังภายในจีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/569321

  • วันที่ 30 ต.ค. 2561 เวลา 21:23 น.

สิ้น "กิมย้ง" ปิดตำนานเจ้ายุทธจักรนิยายกำลังภายในจีน

“กิมย้ง” นักเขียนนิยายกำลังภายในจีนชื่อก้องโลก เสียชีวิตแล้วในวัย 94 ปีที่โรงพยาบาลในฮ่องกง หลังมีอาการเจ็บป่วยมานาน

เมื่อวันที่ 30 ต.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า “กิมย้ง” หรือชื่อจริง จา เลี้ยงย้ง หรือ หลุยส์ ชา นักเขียนนิยายกำลังภายในจีนชื่อดังของโลก วัย 94 ปี ได้เสียชีวิตอย่างสงบที่โรงพยาบาลในฮ่องกง หลังมีอาการเจ็บป่วยมานาน

กิมย้งเกิดเมื่อวันที่ 10 มีนาคม ค.ศ. 1924 (ตรงกับ พ.ศ. 2467 ตามปฏิทินไทยในสมัยนั้น) ที่อำเภอไฮ้เล้ง เขตไห่หนิง มณฑลเจ้อเจียง แห่งภาคตะวันออกของจีน เป็นบุตรคนที่สองของตระกูลที่มีฐานะ เริ่มอ่านหนังสือตั้งแต่วัยเด็ก เมื่อตอนอายุ 9 ขวบ ก็อ่านทั้งนิยายของจีนทั้งหมด และนิยายแปลของต่างประเทศ

เริ่มศึกษาในปี ค.ศ. 1929 ที่โรงเรียนเจียเซียง ไห่หนิง มณฑลเจ้อเจียง, ปี ค.ศ. 1944 เข้าเรียนในภาควิชาภาษาต่างประเทศที่มหาวิทยาลัยการเมืองแห่งรัฐบาลกลาง ต่อมาปี ค.ศ. 1946 ได้ย้ายมาเรียนที่ภาควิชากฎหมาย มหาวิทยาลัยตงอู๋ แห่งเซี่ยงไฮ้ เอกกฎหมายระหว่างประเทศ ในปี ค.ศ. 2005 ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ และ ศึกษาปริญญาเอกในภาควิชาการศึกษาตะวันออก เอกประวัติศาสตร์จีนที่ เซนต์จอห์นคอลเลจ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ในปี ค.ศ. 2013 ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตทางด้านวรรณคดีจีนจากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง

ผลงานสร้างชื่อของ กิมย้ง คือนิยายเรื่อง มังกรหยก หรือ “เสี่ยเตียวเอ็งย้งตึ่ง”

ในด้านศิลปะการประพันธ์นั้น งานของกิมย้งมีความประณีตแยบยลทุกด้าน ที่เห็นได้ชัดคือ ด้านสำนวนภาษา กิมย้งมีทัศนะว่านิยายกำลังภายในเป็นวรรณกรรมแบบจีนแท้ แม้จะใช้ศิลปะการประพันธ์นวนิยายช่วยในการแต่ง แต่ไม่ควรใช้สำนวนภาษาแบบนวนิยาย ของตะวันตก ควรใช้สำนวนภาษาแบบนิยายรุ่นเก่าเช่น สามก๊กของจีน เป็นแนวทางพัฒนาให้เหมาะแก่ยุคสมัย

กิมย้ง ผลิตงานเขียนอยู่ 14 ปี ก่อนที่เขาจะยุติการเขียนในปี 2514 รวมผลงานที่กิมย้งเขียนมีทั้งสิ้น 15 เรื่อง ได้รับการตีพิมพ์หลายร้อยล้านเล่ม และมีผู้มาซื้อลิขสิทธิ์ไปผลิตเป็นละครชุดและภาพยนตร์อย่างมากมาย

ผลงานเรื่องสุดท้ายของ กิมย้ง คือ นิยายเรื่อง “อุ้ยเสี่ยวป้อ” ที่ถือว่าเป็นพัฒนาการทางการประพันธ์ของกิมย้ง และเป็นเรื่องที่แสดงให้เห็นถึงฝีมือกิมย้งว่า “ไม่มีใครเป็นคู่แข่งได้”

ภาพจาก www.cuhk.edu.hk

จีนเตือนพลเมือง ห้ามสูบกัญชาในแคนาดา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/569307

  • วันที่ 30 ต.ค. 2561 เวลา 18:11 น.

จีนเตือนพลเมือง ห้ามสูบกัญชาในแคนาดา

ทางการจีนเตือนพลเมืองของตนในแคนาดาอย่าสูบ “กัญชา” หวั่นมีผลกระทบต่อสุขภาพ

สถานกงสุลจีนประจำนครโตรอนโต ของแคนานา ได้ออกแถลงการณ์ประกาศเตือนพลเมืองของตนในประเทศแคนาดา ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเป็นนักศึกษาว่า อย่าสูบกัญชาในแคนาดา แม้ว่าทางการแคนาดาจะประกาศเปิดเสรีกัญชาแล้วก็ตาม โดยเหตุผลที่ทางสถานกงสุลจีนเตือนนั้น ระบุว่า เพื่อเป็นการปกป้องสุขภาพทางร่างกาย และสุขภาพจิตของพลเมืองจีนในแคนาดา

นอกจากนี้ในประกาศดังกล่าวของทางสถานกงสุลจีน ยังได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับกฎหมายเสรีกัญชาฉบับใหม่ของแคนาดาว่า แม้ทางการแคนาดาจะเปิดให้มีการใช้กัญชาในรูปแบบสันทนาการได้อย่างเสรี แต่ก็ยังมีข้อจำกัดบางประกาศเช่นการห้ามจำหน่ายแก่ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ และการห้ามเพาะปลูก หรือครอบครองกัญชาในปริมาณมาก รวมถึงการจำหน่ายกัญชาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากทางการ นอกจากนี้ในประกาศของทางการจีนยังระบุว่า การขนส่งกัญชาข้ามพรมแดนมายังประเทศจีนนั้นยังถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายอย่างร้ายแรงในจีน

ทั้งนี้ คำเตือนดังกล่าวนั้นมีขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทางการเกาหลีใต้ ได้ออกประกาศเตือนพลเมืองของตนเมื่อวันที่ 24 ต.ค. ที่ผ่านมาระบุว่า พลเมืองเกาหลีใต้ในแคนาดา ห้ามสูบกัญชาในแคนาดา  และอาจถูกจับพร้อมดำเนินคดีอาญาเมื่อเดินทางกลับถึงบ้านเกิด

เช่นเดียวกับสถานกงสุลญี่ปุ่นในนครแวนคูเวอร์ ก็ได้ออกประกาศเตือนประชาชนให้ระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงในการใช้กัญชา หรืออยู่ในสถานที่ที่อนุญาตให้ใช้กัญชา แต่สำหรับประกาศของทางการญี่ปุ่นนั้นไม่ได้ระบุถึงบทลงโทษต่อชาวญี่ปุ่นที่ใช้กัญชาในแคนาดาอย่างไร

ตุรกีเปิดสนามบินใหม่ ตั้งเป้ารองรับผู้โดยสารมากสุดในโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/569303

  • วันที่ 30 ต.ค. 2561 เวลา 17:05 น.

ตุรกีเปิดสนามบินใหม่ ตั้งเป้ารองรับผู้โดยสารมากสุดในโลก

ชมภาพตุรกีเปิดสนามบินอิสตันบูลแห่งใหม่ เล็งขึ้นแท่นสนามบินพลุกพลานที่สุดในโลกภายใน 10 ปี

วันที่ 29 ต.ค. ประธานาธิบดี เรเจป ไตยิป แอร์โดอัน แห่งตุรกี ได้เดินทางไปเป็นประธานในพิธีเปิดสนามบินแห่งใหม่ของประเทศ ในนครอิสตันบูล โดยพิธีการเปิดสนามบินแห่งนี้มีขึ้นในขณะเดียวกับการครบรอบ 95 ปี ของการก่อตั้งสาธารณรัฐตุรกี

 

รายงานระบุว่า สนามบินแห่งใหม่นี้จะใช้ชื่อว่าสนามบินอิสตันบูล (IATA: ISL) โดยในเบื้องต้นจะมีเที่ยวบินให้บริการไม่มากนัก แต่คาดว่าหลังปีหน้าเป็นต้นไป สนามบินแห่งใหม่นี้จะสามารถรองรับผู้โดยสารได้ราว 90 ล้านคน โดยคาดว่าจะสามารถแบ่งเบาความแออัดของสนามบินนานาชาติอตาเติร์ก ซึ่งให้บริการเป็นสนามบินหลักของนครอิสตันบูลอยู่ในปัจจุบัน

 

ซึ่งหลังจากเปิดทำการแล้ว ทางรัฐบาลตุรกีมีแผนจะให้สนามบินแห่งนี้กลายเป็นสนามบินที่ให้บริการหลักของนครอิสตันบูล โดยคาดว่าสนามบินแห่งนี้จะสามารถรองรับผู้โดยสารได้ราว 200 ล้านคนต่อปี ภายในปี 2028 หรืออีก 10 ปีข้างหน้า ซึ่งจะส่งผลให้กลายเป็นหนึ่งในสนามบินที่มีผู้โดยสารพลุกพล่านมากที่สุดในโลก

 

 

สำหรับโครงการก่อสร้างสนามบินแห่งนี้ เป็นหนึ่งในโครงการเมกะ โปรเจกต์หลายโครงการของนายเออร์โดอัน ใช้งบประมาณก่อสร้างสูงถึง 11.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 397,000 ล้านบาท

 

 

ภายในของสนามบินถูกออกแบบด้วยความสวยงามตามแบบฉบับของตุรกี และสถาปัตยกรรมแบบอิสลาม ขณะที่หอควบคุมทางอากาศของสนามบินก็ได้รับรางวัลสถาปัตยกรรมนานาชาติ ปี 2016 ด้านการออกแบบดีเด่น

อย่างไรก็ตาม มีเสียงวิจารณ์ว่าการรีบเร่งก่อสร้างสนามบินแห่งนี้ทำให้เกิดอุบัติเหตุ และมีผู้เสียชีวิตระหว่างก่อสร้างไปเป็นจำนวนมาก

 

 

 

ยานสำรวจของนาซาเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/569290

  • วันที่ 30 ต.ค. 2561 เวลา 15:34 น.

ยานสำรวจของนาซาเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุด

นาซาแถลง ยาน Parker Solar Probe เข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐ หรือ นาซา (NASA) ประกาศว่ายานอวกาศ Parker Solar Probe ขององค์การนาซา ซึ่งถูกปล่อยขึ้นสู่อวกาศเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่าน ได้เดินทางเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติแล้ว ซึ่งนับว่าเป็นการทำลายสถิติวัตถุที่สร้างโดยมนุษย์มีการเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุดแล้ว

 

รายงานระบุว่ายานดังกล่าวนั้นโคจรอยู่ห่างจากพื้นผิวของดวงอาทิตย์ราว 42 ล้านกิโลเมตร เมื่อวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่าน ซึ่งเป็นการทำลายสถิติการเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุด หลังจากก่อนหน้านี้สถิติดังกล่าวนั้นเป็นของยาน Helios 2 ของเยอรมนี เมื่อปี 1976

 

ทั้งนี้ สำหรับยานอวกาศไร้คนขับ  Parker Solar Probe มูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐลำนี้ จะมีภารกิจบินโฉบเข้าใกล้ดวงอาทิตย์อีกราว 24 ครั้ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจศึกษาเพื่อไขปริศนาพายุสุริยะ และนับว่าเป็นภารกิจสำรวจดาวฤกษ์ครั้งแรกของมนุษย์ ด้วยเหตุนี้ยานดังกล่าวจึงต้องถูกออกแบบให้มีลักษณะทนความร้อนสูงได้กว่า  1,400 องศาเซลเซียส โดยภารกิจนี้จะดำเนินไปเป็นระยะเวลาอีก 7 ปี

“อาเจาะห์” สั่งโบยคู่รักวัยรุ่นชายหญิง เหตุใกล้ชิดกันเกินไป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/569287

  • วันที่ 30 ต.ค. 2561 เวลา 14:41 น.

"อาเจาะห์" สั่งโบยคู่รักวัยรุ่นชายหญิง เหตุใกล้ชิดกันเกินไป

 อินโดฯ เฆี่ยนประจานคู่รักวัยรุ่นชาย-หญิง เพราะอยู่ใกล้ชิดกันในที่สาธารณะ

เดลิเมล์รายงานว่า วัยรุ่นหญิงอายุ 21 ปี ถูกทางศาลศาสนาอิสลามในเมืองบันดาห์ อาเจาะห์ ของอินโดนีเซีย สั่งลงโทษด้วยการเฆี่ยนประจาน ท่ามกลางสายตาของประชาชนในที่สาธารณะ พร้อมกับวัยรุ่นชายอีกรายซึ่งเป็นแฟนหนุ่มของเธอ ตามบทการลงโทษตามหลักศาสนาอิสลาม เมื่อวันที่ 29 ต.ค. ที่ผ่านมา

รายงานระบุว่า วัยรุ่นชายหญิงดังกล่าวนั้นเป็นคู่รักกัน แต่ทว่าทั้งสองแสดงความสนิทสนมใกล้ชิดกันในที่สาธารณะมากเกินไป ซึ่งไม่เหมาะสมสำหรับชายหญิงที่ยังไม่ได้แต่งงานกัน เป็นผลให้ทั้งสองถูกลงโทษด้วยการเฆี่ยนประจานดังกล่าว

 

 

ทั้งนี้ สำหรับเมืองบันดาห์ อาเจาะห์ ของอินโดนีเซียนั้น ได้มีการใช้บทลงโทษตามหลักศาสนาอิสลาม หรือ ชะรีอะฮ์ ในการลงโทษต่อชาวเมืองที่กระทำความผิดในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าชาวเมืองคนนั้นจะนับถือศาสนาอิสลามหรือไม่ก็ตาม เช่นเมื่อเดือนกุมพาพันธ์ที่ผ่านมา ได้มีการลงโทษชาวคริสเตียนสองราย จากการเข้าไปเล่นเกมส์ในร้านเกมส์สำหรับเด็กแห่งหนึ่ง ซึ่งมีกฎให้ผู้เล่นต้องแลกเหรียญรางวัล หรือคูปองต่างๆ ซึ่งเข้าข่ายการพนัน ในความผิดตามหลักกฎหมายชารีอะห์

 

 

มีการคาดว่าเฉพาะในปีที่ผ่านมา ทางการบันดาห์ อาเจาะห์ ได้ใช้การลงโทษด้วยการโบยในที่สาธารณะมาแล้วกว่า 200 ครั้ง ซึ่งหลายกรณีมีทั้ง การพนัน ดื่มแอลกฮอลล์ รักร่วมเพศ และชู้สาว

 

 

สื่อต่างประเทศเผยคลิปนาทีเฮลิคอปเตอร์ตกข้างสนามเลสเตอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/569276

  • วันที่ 30 ต.ค. 2561 เวลา 13:38 น.

สื่อต่างประเทศเผยคลิปนาทีเฮลิคอปเตอร์ตกข้างสนามเลสเตอร์

สื่อต่างประเทศเผยคลิปกล้องวงจรปิดบันทึกนาทีเฮลิคอปเตอร์ตกข้างสนามเลสเตอร์ ขณะที่เจ้าหน้าที่เร่งตรวจกล่องดำเพื่อค้นหาสาเหตุ

สำนักข่าวต่างประเทศได้เผยแพร่ภาพจากกล้องวงจรปิดนอกสนาม คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม เมืองเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ ที่บันทึกเหตุการณ์ เฮลิคอปเตอร์ตกบริเวณลานจอดรถของสนาม เป็นเหตุให้ นายวิชัย ศรีวัฒนประภา ผู้ก่อตั้งกลุ่มคิงเพาเวอร์และประธานสโมสรเลสเตอร์ซิตี้ พร้อมผู้โดยสารและนักบินรวม 5 คนเสียชีวิต

ภาพจากกล้องวงจรปิดเผยให้เห็น เฮลิคอปเตอร์ ได้ขึ้นบินจากภายในสนาม ก่อนจะเพิ่มระดับความสูงจนหายไปจากจอภาพด้านบน จากนั้นเพียง12 วินาทีต่อมา เฮลิคอปเตอร์ก็ได้ตกลงมายังลานจอดรถ

รายงานข่าวระบุว่า สำนักงานสืบสวนอุบัติเหตุทางอากาศของอังกฤษ (AAIB) อยู่ระหว่างการตรวจสอบกล่องบันทึกการบินของเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าว เพื่อค้นหาสาเหตุของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น